วังนางโหง ตอนที่ 1 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

วังนางโหง ตอนที่ 1


23 พ.ย. 2560 08:49
31,898 ครั้ง

ละคร นิยาย วังนางโหง

วังนางโหง ตอนที่ 1

อ่านเรื่องย่อ

วังนางโหง

แนว:

พีเรียด-ดราม่า-สยองขวัญ

บทประพันธ์โดย:

เตมัน

บทโทรทัศน์โดย:

ฤกษ์ราตรี

กำกับการแสดงโดย:

เอกภพ ตันหยงมาศกุล

ผลิตโดย:

บริษัท กันตนา มูฟวี่ ทาวน์ (2002) จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์,ทัศนียา การสมนุช

ดานุ ธนารักษ์ราชภักดี หนุ่มหล่อนักเรียนนอกจากตระกูลเก่าแก่ ถูกดาริกา นักธุรกิจม่ายสาวไฮโซผู้เป็นแม่เรียกตัวกลับเมืองไทยด่วนเพื่อมาดูใจดาเรศ น้าสาวคนเล็กที่กำลังป่วยหนัก

คืนแรกที่เมืองไทย ดานุนัดกลุ่มเพื่อนมากินเลี้ยงต้อนรับการกลับเมืองไทยของตัวเองที่บ้านแม่ รวมถึงจิรวัฒน์หรือจินเพื่อนสนิท แต่ดานุกลับพบเหตุการณ์ประหลาด เขาฝันว่าตัวเองยืนอยู่บนศาลาท่าน้ำ เขม้นมองไปยังสายน้ำท่ามกลางความมืดและเห็นเรือมาดลำหนึ่งลอยตามลำน้ำมา มีหญิงสาวร่ายรำประกอบเพลงอยู่บนนั้น

ดานุมองเห็นหน้าหญิงสาวไม่ถนัดเพราะความมืดและเส้นผมที่รุ่ยร่ายปิดหน้าตา เขาก้าวไปใกล้เพื่อให้มองเห็นชัดขึ้น แต่เธอกลับดึงปิ่นปักผมออกจากมวย กลุ่มผมยาวที่มุ่นไว้หลุดกระจาย เธอจ้วงปิ่นแทงที่ลำคอของตัวเองและตกจากเรือ

ดานุตกใจรีบกระโดดลงน้ำและว่ายไปที่เรืออย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเขาไปถึง เรือหายไป มีเพียงเส้นผมของหญิงสาวที่ยาวสยายเต็มผืนน้ำด้านหลังตัวเขา พลันดานุก็จมลงใต้น้ำเหมือนถูกใครดึง เขาตะเกียกตะกายสุดชีวิต

ทางบ้านดาริกา จิรวัฒน์เห็นดานุที่จู่ๆก็เดินออกจากงานเลี้ยง เขาจึงเดินตามหา ทันได้เห็นเพื่อนรักกำลังกระเสือกกระสนขึ้นจากสระว่ายน้ำจึงรีบกระโดดลงไปช่วย จิรวัฒน์ลากดานุขึ้นมาที่ริมขอบสระ ดานุสับสนมากว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แล้วผู้หญิงที่เขากำลังจะไปช่วยหายไปไหนเสียแล้ว

ดานุตั้งข้อสงสัยว่าตัวเองอาจจะเมา แต่จิรวัฒน์คิดว่าเขาอาจฝันแล้วเดินละเมอออกมา ยังไม่ทันได้คำตอบว่าดานุเมาหรือนอนละเมอ เพื่อนอีกคนก็เดินเข้ามายื่นโทรศัพท์มือถือให้และบอกว่าแม่ของเขาโทร.หา ดานุยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์และโทร.กลับทันที ขณะนั้นดาริกากำลังขับรถกลับบ้านธนารักษ์ เมื่อเห็นลูกชายโทร.มาจึงกดรับ

ดาริกาสั่งดานุให้ไปที่บ้านคุณตาเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องรอถึงพรุ่งนี้เช้า เพราะอาการของน้าสาวทรุดหนัก อาจอยู่ไม่พ้นคืนนี้ ดานุตกใจมาก รับคำแม่อย่างรวดเร็วว่าจะออกจากบ้านไปทันที

ดานุหันมาพูดกับจิรวัฒน์ที่ตั้งใจฟังเขาโทรศัพท์ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าให้ช่วยเก็บบ้านให้เรียบร้อย เพราะแม่โทร.มาตามเขาให้รีบไปบ้านคุณตา เดี๋ยวนี้เพื่อดูอาการน้าสาวที่กำลังป่วยหนัก

ooooooo

เวลาเดียวกับที่ดาริกาโทร.ตามให้ดานุกลับบ้านธนารักษ์ด่วน ที่บ้านธนารักษ์ คุณทับผู้เป็นประมุขของครอบครัวธนารักษ์ราชภักดี พร้อมคุณดวงผู้เป็นภรรยารวมตัวกันอยู่ที่ห้องนอนของดาเรศ ต่างนั่งกันอยู่คนละฟากเตียงกุมมือลูกสาวคนเล็กที่นอนหลับหน้าตาซูบซีดเอาไว้

นางพันคนรับใช้นั่งอยู่ข้างๆคุณดวงคอยปรนนิบัติ สักครู่หนึ่ง ดาราลูกสาวคนกลางของบ้านธนารักษ์เดินเข้ามาในห้องพร้อมนางพัว คนรับใช้ประจำตัวซึ่งเป็นแม่ของนางพัน ดารากวาดตามองทั่วห้องแล้วเอ่ยขึ้น

“นี่พี่ดาริกายังมาไม่ถึงอีกหรือคะคุณพ่อ ทำไมถึงชักช้าอย่างนี้” แล้วหันไปสั่งนางพัว “พัว...ไปต่อโทรศัพท์ให้ฉันหน่อย ฉันจะโทร.ไปตามเอง”

คุณทับหันไปมองลูกสาวอย่างเหนื่อยหน่ายพลางปรามว่าพี่สาวกำลังจะมาถึง ไม่ต้องโทร.ตาม

แต่ดาราไม่ยอมหยุด เธอเดินมาที่ปลายเตียงดาเรศ จ้องมองน้องสาวด้วยสายตาเวทนา

“คุณพ่อคุณแม่ทำใจไว้นะคะ เดี๋ยวยัยเรศก็ไปสบายแล้ว ป่วยเรื้อรังอย่างนี้มาตั้งแต่เด็ก อยู่ไปก็มีแต่เจ็บปวดทุกข์ทรมาน”

ทั้งคุณทับและคุณดวงหันมามองดาราด้วยสายตาไม่พอใจ ผู้เป็นแม่ถึงกับเอ่ยปาก

“พูดอะไรออกมาดารา น้องยังไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ทำไมถึงมาแช่งกันอย่างนี้”

“ไม่ได้แช่งนะคะคุณแม่ ยัยเรศไม่ได้เพิ่งมาป่วยเอาตอนนี้นะคะ กี่หมอแล้วคะที่รักษามา ก็ไม่เห็นจะหายสักที เราควรจะทำใจให้ได้แล้วนะคะ”

ดาราไม่ยอมลดละให้คุณดวง จนคุณทับทนนิ่งไม่ไหว ไล่ดาราให้ออกไป ดาราไม่พอใจ เดินตึงตังออกจากห้องไปได้สักครู่หนึ่ง ดาเรศเริ่มรู้สึกตัวและเพ้อออกมาเหมือนไล่ใครบางคนที่มองไม่เห็น

ดาริกาขับรถเข้ามาในบ้านธนารักษ์ นายยงคนรับใช้เก่าแก่ สามีของนางพัว พ่อนางพัน ถือไฟฉายรอเปิดประตูรั้วรับอยู่ เธอสั่งให้นายยงออกไปรอรับดานุที่หน้าปากซอย เพราะตอนนี้ดึกมากและดานุไม่ชินทางแถวนี้ นายยงคว้าจักรยานขี่ออกไปทันที

เมื่อจอดรถเรียบร้อย ดาริการีบเดินเข้าบ้านทั้งรองเท้ามุ่งตรงไปยังห้องนอนดาเรศ สวนทางกับดาราและนางพัวที่เพิ่งเดินออกมา ดาริกาเอ่ยถามอาการดาเรศทันทีด้วยความร้อนใจ แต่ก็ต้องสะดุดกับคำพูดน้องสาว

“อย่าให้บรรยายเลย เดี๋ยวจะหาว่าแช่งอีก ทั้งๆที่น่าจะชินกันได้แล้ว”

“แปลว่าอะไร ตอบไม่ตรงคำถาม ฉันขี้เกียจแปล”

เมื่อดาริกาเห็นว่าถูกน้องสาวรวน เธอหันไปจ้องหน้านางพัวเค้นคำตอบ นางพัวต้องตอบแทนนาย แต่คำตอบที่ได้ก็แย่ไม่ต่างจากผู้เป็นนาย ดาริกาไม่พอใจ เดินตึงตังต่อไปยังห้องดาเรศ ทิ้งให้ดาราทำสุ้มทำเสียงกับนางพัวลับหลัง

“นานๆจะโผล่มาที ทำเป็นเดือดร้อนยังกะเป็นห่วงน้องนักหนา พัวไปเอาผ้ามาถูพื้นด้วย ย่ำขึ้นเรือนมาเป็นเทือกเลย มักง่ายจริงๆ”

ooooooo

ดานุขับรถฝ่าความมืดโดยอาศัยระบบแผนที่ในโทรศัพท์มือถือนำทางมาจนเกือบถึงปากทางเข้าบ้านธนารักษ์ แต่จู่ๆหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเขาที่วางอยู่บนคอนโซลหน้ารถก็ดับพรึ่บลง เขาตกใจจอดรถเข้าข้างทางทันทีและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตรวจดู

ดานุกำลังหัวเสียมาก แต่พอเขาเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ เห็นผู้หญิงคนหนึ่งสวมเสื้อขาวผ้าซิ่นน้ำเงินเดินเข้าไปในซอยข้างหน้าที่อยู่ไม่ไกลจากรถเขาเท่าไร เขาลดกระจกและชะโงกหน้าออกไปสอบถามเส้นทาง แต่หญิงสาวไม่มีทีท่าว่าจะได้ยิน เดินหายลับเข้าไปในซอย

ดานุขับรถตามไปจนถึงหน้าปากซอยที่หญิงสาวเดินเข้าไป เขาจอดรถและมองตาม พบแต่ความมืด ขณะที่เขากังวลใจอยู่ก็เห็นแสงไฟฉายของนายยงสาดออกมา เมื่อนายยงเห็นดานุจึงรีบเดินออกจากซอยด้วยความดีใจ แต่ดานุกลับแปลกใจหนักยิ่งขึ้นที่หญิงสาวคนนั้นหายไป แต่มีชายชราเดินออกมาแทน

นายยงคนสวนร้องทักชายหนุ่มอย่างดีใจพร้อมแนะนำตัวและไถ่ถามว่าดานุมาถูกได้อย่างไรไม่หลงทาง

“ก็เกือบไปแล้วครับ ไม่ได้มาตั้งนาน ดีที่เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาในซอยนี้ น่าจะสวนกับนายยง”

นายยงหันมองกลับเข้าไปในซอย “ไม่มีนี่ครับ ผมเดินออกมาคนเดียว มีอะไรหรือเปล่าครับคุณหนู”

ดานุงงหนักยิ่งขึ้น แต่นายยงไม่ใส่ใจ กุลีกุจอเดินนำดานุไปที่รถ แต่ดานุยังหันมองเข้าไปในซอยมืดอย่างข้องใจก่อนเดินตามนายยงกลับมาที่รถ คล้อยหลังดานุ ปรากฏร่างของหญิงสาวที่ดานุเห็นนั่นคือ ผีอีแก้ว ยืนอยู่กลางซอย จ้องมองดานุกับนายยงพลางแสยะยิ้มสะใจ

ooooooo

ดานุมาถึงบ้านธนารักษ์ เขาเดินเข้าบ้านโดยมีนายยงถือกระเป๋าเดินทางใบย่อมเดินตามเข้ามา เห็นนางพัวกำลังสั่งการให้นายคำถูพื้น นางพัวเร่งลูกเขยรีบถูบ้านให้สะอาดจะได้กลับไปเปลี่ยนชุดดำแล้วกลับเข้ามาคอยรับใช้เจ้านายอยู่แถวนี้

นายยงแนะนำให้นางพัวภรรยา นางพันลูกสาว และนายคำลูกเขยให้รู้จักดานุ คนรับใช้ทั้งสามยกมือไหว้ดานุ ดาราที่เตรียมพร้อมสวมชุดดำเดินเข้ามาหาหลานชาย ดานุเห็นน้าสาวจึงยกมือไหว้

“สวัสดีครับน้าดารา ได้ยินว่าต้องเปลี่ยนชุดดำ คุณน้าดาเรศเสียแล้วเหรอ”

“ยังหรอกตานุ แต่น้าคิดว่าอย่างไรก็คงจะไม่พ้นคืนนี้”

สายตาที่ชอบจ้องจับผิดของดารามองเห็นหลานชายถอดรองเท้าก่อนเดินเข้าบ้าน เธอยิ้มพอใจที่หลานชายยังคงความเป็นไทยอยู่แม้จะไปเรียนต่างประเทศเป็นเวลานาน แต่จมูกไม่วายได้กลิ่นเหล้าจึงอดค่อนขอดดานุเพื่อกระทบดาริกาไม่ได้ จู่ๆนางพันก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาแจ้งว่าอาการของดาเรศทรุดหนักอีกแล้ว ทุกคนออกจากห้องรับแขกไปห้องนอนดาเรศทันที

ดานุเปิดประตูห้องนอนดาเรศอย่างรีบร้อน ได้ยินเสียงร้องไห้ของคุณดวงผู้เป็นยายดังลั่นห้อง และเห็นยายกับคุณทับผู้เป็นตานั่งประคองร่างดาเรศ

อยู่คนละฟากเตียง ดาริกาได้แต่ยืนมองอย่างอนาถใจ ดานุเพิ่งเห็นอาการป่วยของน้าสาวจึงตกใจมาก ถามแม่ว่าน้าป่วยเป็นโรคอะไร ดาริกาตอบอย่างเคยว่าระบุโรคไม่ได้ อธิบายไม่ถูก

ดาเรศนอนลืมตาแต่แววตาเลื่อนลอย มือสองข้างปัดอากาศพร้อมบ่นเพ้อเหมือนกำลังไล่อะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น คุณดวงกุมมือลูกสาวพร้อมกระซิบที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ดานุเห็นอย่างนั้นจึงเดินเข้าไปกุมมือดาเรศและส่งเสียงทักทายเพื่อเรียกสติ

เมื่อดาเรศได้ยินเสียงหลานชายเรียกก็เริ่มหยุดเพ้อ สายตากลับมาจับจ้องที่ใบหน้าของดานุ แต่แล้วดวงตาของดาเรศกลับเบิกโพลงเพราะเห็นผีไอ้ทองยืนเขม้นมองเธอด้วยสายตาอาฆาตอยู่ด้านหลังดานุ ดาเรศร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว ผีไอ้ทองขยับใกล้มาเรื่อยๆ ดาเรศหวีดร้องสุดเสียงสิ้นสติไป

ทุกคนในห้องร้องไห้เพราะคิดว่าดาเรศสิ้นลมแล้ว ดาราสั่งนางพัวให้เตรียมจัดการศพ แต่ดานุไม่เชื่อ จับชีพจรดาเรศและพบว่ายังเต้นอยู่ เขาอุ้มร่างน้าสาวเพื่อจะพาไปโรงพยาบาล คุณทับเอ่ยปากปรามหลานชาย

“แกอย่าพยายามเลยตานุ ไม่มีหมอที่ไหนช่วยน้าแกได้ ตาพยายามมาทุกทางแล้ว ปล่อยให้น้าแกไปอย่างสงบเถอะ”

“คุณตาให้ผมกลับมาเพื่อจะให้มาดูน้าดาเรศจากไปอย่างสงบนี่เหรอครับ ผมทำไม่ได้หรอกครับคุณตา ตราบใดที่น้าดาเรศยังหายใจ เราก็ยังมีหวัง”

ดานุอุ้มดาเรศเดินออกมาจากห้องนอน ทุกคนเดินตามมาด้วย เมื่อถึงห้องรับแขกดาริกาเดินแซงหน้าลูกชาย ควักกุญแจรถตัวเองออกมาพร้อมบอกให้ดานุอุ้มดาเรศไปที่รถของตน โดยมีนายยงกับนายคำวิ่งตามออกไปช่วย แต่ทั้งดาริกา ดานุ และนายยงต่างก็ต้องประหลาดใจที่รถยนต์ในบ้านธนารักษ์สตาร์ตไม่ติดเลยแม้แต่คันเดียว

ดานุอุ้มดาเรศกลับไปที่ห้องนอน มีคุณดวงคอยเฝ้า เขาเดินกลับออกมาห้องรับแขก พยายามชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์และโทร.เรียกรถพยาบาล แต่ทำอย่างไรโทรศัพท์ก็ไม่มีสัญญาณ เขาบ่นออกมาอย่างสิ้นหวัง

ดาริกาที่นั่งเครียดอยู่ถึงกับโพล่งออกมา “ไม่น่าสงสัยหรอก นุก็เห็นแล้วว่าทุรกันดารขนาดไหน ตั้งแต่นุเป็นเด็กๆอยู่อย่างไรก็อยู่อย่างนั้น บอกว่าให้ขายแล้วย้ายไปอยู่ในเมือง จะได้ดูแลคนป่วยง่ายๆก็ไม่เชื่อ แล้วเป็นอย่างไร ถึงเวลาก็ลำบากจริงๆ”

ดาราเดินเข้ามาแทรกขึ้นทันที “คุณพ่อคุณแม่ไม่ขายก็เพราะอยากจะรักษาสมบัติของปู่ย่าตายายไว้ ไม่ใช่ว่าทุกคนเห็นเงินแล้วจะตาโตกันหมด”

“เธอไม่ต้องมาว่าประชดฉันดารา ฉันขยันทำมาหากินเพราะไม่อยากมาคอยกอดสมบัติเก่ารอรับมรดกอยู่อย่างนี้”

สองพี่น้องทะเลาะกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

จนคุณทับที่มายืนฟังเป็นนานทนไม่ได้ พูดอย่างสะเทือนใจ “ฉันเรียกแกมาที่นี่ก็เพราะอยากให้แกมาใช้ช่วงเวลาสุดท้ายอโหสิกรรมให้กับน้องสาวของแก...แต่ถ้าพวกแกยังคิดกันแบบนี้ก็กลับไปเสีย”

คุณทับหันหลังกลับ ความเครียดทำให้หน้ามืดเซจะล้ม ดานุรีบเข้าประคอง ในเวลาเดียวกันที่ห้องนอนดาเรศ คุณดวงกำลังห่มผ้าให้ลูกสาวคนเล็ก ทันใดนั้นไฟฟ้าทั้งบ้านก็ดับพรึ่บลง

ooooooo

ช่วงเวลาที่บ้านธนารักษ์ไฟดับ เรือมาดลำหนึ่งค่อยๆเคลื่อนมาบนผิวน้ำในคลองหน้าบ้านอย่างอ้อยอิ่งและมาหยุดจอดที่ท่าน้ำ สาวสวยแต่ดูลึกลับที่ชื่อว่าพิกุลถือตะเกียงก้าวขึ้นบันไดท่าน้ำมาอย่างช้าๆและเงียบกริบ

ขณะนั้นคุณทับสั่งนายยงให้ไปดูหม้อแปลงที่ท่าน้ำเพื่อแก้ไขไฟฟ้า นายยงตกใจแทบสิ้นสติที่ได้พบสาวสวยในความมืด ผู้แนะนำตัวว่าจะมารักษาคุณดาเรศ เขาพาพิกุลไปบ้านธนารักษ์ทันที

ทุกคนในบ้านประหลาดใจกับพิกุล ไม่มีใครเชื่อว่าสาวสวยผู้นี้เป็นหมอที่จะมารักษาดาเรศให้หายได้โดยเฉพาะดานุ แต่ความลึกลับบางประการของพิกุลกับอาการป่วยของดาเรศที่ทรุดหนักจนหมดหวัง ทำให้คุณทับตัดสินใจคว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้

คุณทับนำพิกุลมาที่ห้องนอนดาเรศ ดานุและนายยงตามมา ในห้องนอกจากดาเรศกับคุณดวง ยังมีผีไอ้ทองยืนมองดาเรศอยู่อย่างสะใจ แต่พอพิกุลก้าวเข้ามาและจ้องไปที่ผีไอ้ทอง มันจึงรีบหายตัวไป คุณทับแนะนำพิกุลให้คุณดวงรู้จัก คุณดวงเห็นพิกุลแล้วไม่มั่นใจ อดพูดไม่ได้

“แล้วจะรักษาลูกฉันอย่างไรจ๊ะ ไม่เห็นมีล่วมยาหรือเครื่องไม้เครื่องมืออะไรเลย”

“ดิฉันไม่จำเป็นต้องใช้ของพวกนั้น แค่สองมือก็พอ” พิกุลตอบ หันไปมองดาเรศแล้วหันกลับมา “แต่ระหว่างการรักษาดิฉันต้องขอให้ทุกคนออกไปจากห้องนี้ให้หมด”

ดานุแย้ง “ไม่ได้...พวกเราไม่รู้จักเลยว่าคุณเป็นใคร แล้วจะให้คุณมาอยู่กับน้าผมตามลำพังได้อย่างไร”

“การที่คุณไม่รู้จักฉัน ไม่ได้หมายความว่าเราไม่เคยรู้จักกัน...เราอาจจะเคยได้สร้างบุญสร้างกรรมร่วมกันมา เราถึงได้มาพบกัน” พิกุลตอบ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาดานุ

คุณทับตัดสินใจเด็ดขาดให้ทุกคนออกจากห้อง แต่คุณดวงขอร้อง พิกุลจึงอนุญาตให้เธออยู่ในห้องได้คนเดียวเท่านั้น

คุณดวงยิ้มดีใจ คุณทับนำดานุและนายยงออกจากห้อง พิกุลยิ้มน้อยๆให้ดานุอย่างผู้ชนะก่อนปิดประตูแน่นหนา เมื่อออกมาแล้วคุณทับสั่งให้นายยงไปเอาเก้าอี้มาให้ตนนั่งเฝ้าอาการลูกสาวที่หน้าห้อง ดานุได้แต่ถอนใจเพราะไม่เข้าใจความคิดของคุณตา

เวลาผ่านไปนานพอสมควร ไฟฟ้าในบ้านสว่างขึ้นพร้อมกับคุณดวงเปิดประตูห้องออกมาแจ้งข่าวดีกับคุณทับ ทุกคนรีบเข้าไปในห้อง ขณะที่ทางห้องรับแขก ดาริกา ดารา และนางพัวก็สะดุ้งตื่นเช่นเดียวกัน

“แปลกมาก แม่หนูคนนี้แทบไม่ได้ทำอะไรเลย แค่นั่งจับมือดาเรศไว้ จู่ๆดาเรศก็ฟื้น” คุณดวงเล่าให้คุณทับฟังอย่างดีใจ

“ขอบใจแม่หนู ขอบใจมาก” คุณทับกล่าวกับพิกุล ในขณะที่ดานุมองหน้าพิกุลอย่างสงสัย

“อย่าเพิ่งขอบใจดิฉันเลยค่ะ นี่เพิ่งแค่เริ่มต้นเท่านั้น” พิกุลเหลือบมองนาฬิกาบอกเวลาตีสี่ ลุกขึ้น “ดิฉันคงต้องกลับแล้ว...”

ดาเรศพูดเสียงแผ่วเพราะหมดแรง “แม่หมอจะรักษาฉันให้หายขาดได้ใช่ไหม”

“ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวคุณค่ะ พรุ่งนี้เที่ยงคืนดิฉันจะมาใหม่”

พิกุลกล่าวกับดาเรศแล้วขอตัวกลับโดยไม่ยอมรับค่ารักษาจากคุณทับ ดานุรับปากคุณตาว่าจะไปส่งพิกุลที่เรือและจัดการเรื่องค่ารักษาให้ ดานุกับพิกุลสวนทางกับดาริกาและดาราที่เดินมาห้องดาเรศ ทันทีที่สะดุ้งตื่น ดาริกาถามถึงอาการดาเรศ ดานุไม่ทันตอบเพราะจะรีบไปส่งพิกุล นายยงตอบแทนว่าอาการดาเรศดีขึ้นแล้ว

ดาริกากับดาราถึงกับหันมองหน้ากันอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

ดานุเดินตามมาส่งพิกุล แต่เดินอย่างไรก็ไม่ทันพิกุลที่แค่ก้าวช้าๆเสียที พิกุลเดินมาจนถึงท่าน้ำ ดานุต้องวิ่งตามมาร้องเรียกให้เธอหยุดรอ

“ฉันไม่คิดค่ารักษาหรอกค่ะ ฉันทำเพราะอยากให้ทุกคนที่นี่พ้นจากความทุกข์”

“แล้วตกลงน้าผมป่วยเป็นโรคอะไร แล้วคุณใช้วิธีอะไรรักษาน้าผมกันแน่”

พิกุลยิ้มหวานอย่างรู้ทันดานุ “คุณไม่เชื่อในเรื่องที่มันเหนือธรรมชาติอยู่แล้ว ฉันบอกคุณไปคุณก็ไม่เชื่อฉันอยู่ดี”

คำตอบของหญิงสาวทำให้ดานุหน้าเจื่อน พิกุลพูดต่อ “บางอย่างเราต้องประสบพบเจอด้วยตัวของเราเอง ไม่นานคุณจะเข้าใจ ถึงตอนนั้นคุณก็อาจจะอยากให้ฉันรักษาคุณบ้างก็ได้”

พิกุลเดินลงเรือ ดานุตื๊อจะไปส่งเพราะยังสงสัยหญิงสาวอยู่มาก

“ถ้าคุณอยากรู้ว่าฉันคือใคร พักอยู่ที่ไหน คุณได้รู้แน่ค่ะ...ไม่นานนี้หรอก”

ดานุหงุดหงิดที่พิกุลรู้ทัน “ผมแค่เป็นห่วง”

“น้ำเป็นบ้านของฉัน ห่วงตัวคุณเถอะค่ะ”

“ผมเป็นนักกีฬาโรงเรียน โดยเฉพาะว่ายน้ำ”

“คนเราชอบคิดว่าเอาชนะทุกอย่างได้ แต่จริงๆแล้วทุกอย่างมันถูกกำหนดไว้แล้ว...รีบกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ พรุ่งนี้คุณมีงานต้องไปทำ...”

นายยงวิ่งตามมาร้องเรียกดานุ เขาหันไปหาคนรับใช้เก่าแก่ นายยงแจ้งว่าคุณทับให้เขาตามมาถามชื่อและที่อยู่ของพิกุลเพื่อพรุ่งนี้จะได้รับมารักษาดาเรศ

ดานุบอกว่ากำลังจะถามอยู่พอดี แต่เมื่อเขาหันกลับมา พิกุลกับเรือก็หายไปแล้ว ดานุวิ่งไปที่บันไดท่าน้ำเห็นเรือแล่นลิบๆหายไปกับความมืด เขาก้าวลงเรือบอกนายยงให้รีบแก้เชือกผูกเรือและพายตามพิกุลอย่างรวดเร็ว

ดานุพายเรือตามพิกุลท่ามกลางความมืดแต่ไม่ทันจึงสบถออกมาอย่างผิดหวัง...สิ้นเสียงเขา เสียงหมาหอนดังขึ้น เขาพยายามพายเรือกลับแต่เรือก็หมุนวนอยู่กับที่ ทันใดนั้นมีมือซีดขาวโผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำยึดกราบเรือไว้ เส้นผมยาวที่แผ่สยายทั่วผืนน้ำค่อยๆปรากฏชัด เพียงครู่เดียวมือซีดขาวคู่นั้นก็พลิกเรือจนคว่ำ ดานุจึงตกน้ำอย่างไม่ทันตั้งตัว

ooooooo

ดานุสะดุ้งตื่นผุดลุกจากเตียงอย่างเหนื่อยหอบ กวาดตามองไปทั่วจึงรู้ตัวว่าอยู่ในห้องนอน เขาก้มลงมองตัวเองที่สวมชุดนอนทำให้แปลกใจมากว่ากลับมาห้องนอนได้อย่างไร ตั้งแต่เมื่อไร แล้วทำไมความฝันถึงเหมือนความจริงเหลือเกิน

ดานุลงมาหน้าบ้านพบนายยงกับนายคำเถียงกันเรื่องรถทุกคันสตาร์ตไม่ติดเมื่อคืน แต่ตอนนี้กลับเป็นปกติ นายคำบอกดานุว่าเป็นฝีมือผี ดานุไม่เชื่อ บอกนายคำให้เอารถไปเช็กอย่างละเอียดแล้วหันมาซักนายยงว่าเมื่อคืนเขาลงไปพายเรือหรือไม่ นายยงตอบปฏิเสธ ดานุยังไม่ทันหายสงสัย นางพันก็วิ่งมาตามนายยงให้ไปพบคุณทับที่ห้องนอนดาเรศ ดานุจึงตามไปด้วย

เมื่อเข้าไปในห้องนอนดาเรศ ดานุเห็นเจ้าของห้องกำลังกินข้าวต้มปลาที่ผู้เป็นแม่ป้อนอย่างอร่อย

คุณทับกับคุณดวงพอใจมากที่เห็นลูกสาวดีขึ้น คุณทับสั่งนายยงให้ไปตามหาพิกุลให้เจอ นายยงออกไปทันที แต่ดารายังเชื่อมั่นว่าพิกุลเป็นพวกต้มตุ๋นจนทะเลาะกับพ่อแม่ก่อนผลุนผลันออกไปทำงาน

ดานุอาสาพาดาเรศไปโรงพยาบาล เธอไม่ยอมเพราะจะรอหมอพิกุลคนเดียว คุณทับกับคุณดวงตามใจทำให้ดานุเซ็งมาก

เมื่อเขาลงไปปรับทุกข์กับแม่ ดาริกาบอกให้ดานุปล่อยผ่านเพราะคนบ้านนี้เชื่อไสยศาสตร์มานานแล้ว ชายหนุ่มขัดใจ แต่ดาริกาชอบใจ เพราะถ้าดาเรศหายป่วยจะทำให้คุณทับอารมณ์ดี สิ่งที่เธอหวังจะง่ายขึ้น ดานุไม่เข้าใจคำพูดของแม่ แต่เขาไม่ทันได้ถามมากกว่านี้ เพราะจิรวัฒน์โทร.มาตื๊อให้เขาไปช่วยงาน ดานุห่วงหน้าพะวงหลัง ดาริกาบอกลูกชายให้รีบไป ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจะโทร.ตามเอง

ดานุมาถึงบริษัทพบวิทย์หรือวีร่า นักออกแบบเสื้อผ้าชายใจหญิง วิทย์พาดานุไปพบจิรวัฒน์ที่อยู่ในห้องประชุม ทำให้ดานุรู้ว่าจิรวัฒน์ต้องการให้เขามาเจรจากับโต นักกีฬาผู้เป็นพรีเซ็นเตอร์ของบริษัทที่กำลังตีรวน ดานุใช้ทั้งลูกขู่ลูกปลอบปราบโตจนอยู่หมัด จิรวัฒน์ขอร้องให้เขาอยู่ช่วยงาน แต่ดานุยังไม่ให้คำตอบเพราะเขาวางแผนว่าจะอยู่เมืองไทยชั่วคราวก่อนบินไปหาพรรวีหรือพอลลี่ แฟนสาวที่สิงคโปร์

ช่วงเวลาเดียวกัน นายยงพายเรือที่บรรทุกข้าวของจนเต็มกลับจากตลาด เห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่บนท่าน้ำบ้านธนารักษ์ก็นึกว่าลูกสาวตน จึงรีบพายหวังให้ช่วยถือของ แต่หญิงสาวกลับหันหลังเดินเข้าบ้าน เมื่อนายยงหิ้วของพะรุงพะรังเดินมาถึงครัว เขาต่อว่าลูกสาว พันปฏิเสธเพราะตนทำกับข้าวอยู่ในครัวตลอดวัน นายยงแปลกใจแต่ไม่ต่อความยาวกับลูกสาวที่กลัวผีขึ้นสมอง เดินเข้าไปพบคุณทับที่ห้องพระ ทันเห็นนางพัวกำลังแอบฟังเจ้านายคุยกันอยู่

คุณทับสวดมนต์อยู่ในห้องพระ ดาริกามาพบเพื่อคุยเรื่องขายบ้านเรือนไทยของต้นตระกูลที่ระยอง คุณทับโกรธมากที่ดาริกาทำเหมือนจำคำสั่งของตนเรื่องอาถรรพณ์บ้านเรือนไทยไม่ได้ แต่ดาริกายืนกรานจะขายให้ได้

“คุณพ่อยังเชื่อเรื่องอาถรรพณ์อยู่อีกหรือคะ ถ้าเรือนนั้นมันเป็นอัปมงคล เราขายให้เขารื้อทิ้งไปซะ ไม่แน่ ยายเรศอาจจะหายขาดเลยก็ได้นะคะ”

“หยุดได้แล้วดาริกา มันไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดกันเล่นๆ พ่อขอพูดเป็นครั้งสุดท้าย อย่ายุ่งกับเรือนหลังนั้นเด็ดขาด เราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก”

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ดาริกาชะงัก คุณทับเปิดประตูรับนายยง ดาริกาจึงเดินออกจากห้องอย่างหงุดหงิด นายยงเข้ามารายงานว่าไม่พบเบาะแสของแม่หมอลึกลับผู้นั้นเลย คุณทับประหลาดใจมาก

ooooooo

ช่วงค่ำในห้องนอนดานุที่บ้านดาริกา ดานุนั่งหลับตาอยู่บนเก้าอี้หลังจากอ่านเอกสารของจิรวัฒน์ เขาได้ยินเสียงเพลงลอยมาแผ่วเบา ทันใดนั้นเขาก็ลุกขึ้นทั้งๆที่หลับตา เดินไปเปิดประตูห้องและก้าวออกไป

ดานุเดินมาถึงท่าน้ำแล้วลืมตามองออกไป เขาเห็นเรือมาดลำหนึ่งลอยมาตามแม่น้ำ บนเรือลำนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังร่ายรำตามบทกลอน ดานุก้าวเข้าใกล้เพื่อจะมองหน้าหญิงสาวที่มีผมหลุดลุ่ยปิดอยู่ให้ชัด แต่แล้วหญิงสาวคนนั้นก็ดึงปิ่นออกจากมวยผม จ้วงแทงลำคอตัวเองก่อนทิ้งร่างลงสู่สายน้ำ ดานุที่กำลังจะก้าวลงน้ำสะดุ้งสุดตัวพร้อมกับเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น

ดานุสะดุ้งสุดตัวได้สติ เขามองไปรอบตัวด้วยความงุนงงและเห็นเท้าตัวเองยืนหมิ่นเหม่อยู่ขอบสระว่ายน้ำในบ้าน เสียงโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงยังดังไม่หยุด เขาหยิบขึ้นมาดูจึงเห็นชื่อพรรวี แฟนสาวของเขาโทร.มาจากสิงคโปร์

ดานุสไกป์มาคุยกับพรรวีซึ่งกำลังงอนเต็มที่เพราะเขาบินไปหาที่สิงคโปร์ตามแผนไม่ได้ เธอประชดดานุโดยเล่าว่าเจอผู้ชายที่เคยตามตื๊อและกำลังจะออกไปดื่มกัน แต่ดานุไม่ใส่ใจ ระหว่างที่พรรวีตัดพ้อเขาด้วยความน้อยใจ จู่ๆมีลมพัดเข้ามาในห้องดานุ เอกสารปลิวว่อนทำให้เขาต้องไล่คว้าจนแจกันล้มน้ำหกเลอะเอกสาร ดานุตัดบทขอวางสาย พรรวีไม่พอใจมาก แต่ด้วยแรงยุของเพื่อนซี้อย่างเพียงฟ้าและจอมขวัญ เธอจึงออกไปดื่มอย่างไม่แยแส

ดานุจับแจกันตั้ง สะบัดน้ำออกจากเอกสารแล้วรีบวิ่งไปปิดหน้าต่างเพื่อไม่ให้ลมพัดเข้ามา แต่ประตูหน้าต่างปิดอยู่เพราะเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ ดานุงงมากว่าลมพัดเข้ามาได้อย่างไร พลันเขาก็นึกถึงพิกุลและคำพูดแฝงนัยของเธอเมื่อคืน ดานุสะบัดหัวเหมือนจะสลัดความคิดรบกวนนั้นทิ้งเพื่อตั้งใจทำงานแต่ก็ทำไม่ได้ภาพ และคำพูดของพิกุลผุดขึ้นมาในหัวตลอด เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเป็นเวลาห้าทุ่ม

ooooooo

ช่วงเวลาใกล้เที่ยงคืนที่บ้านธนารักษ์ คุณทับ นายยงและนายคำชะเง้อรอพิกุลอยู่ที่ท่าน้ำ นายคำแสดงอาการกลัวผีอย่างเห็นได้ชัดจนนายยงพ่อตาต้องออกปากปราม ส่วนคุณทับออกอาการกังวลจากการยกนาฬิกาพกขึ้นดูเวลาบ่อยๆ

เมื่อเห็นว่าในบ้านปลอดคน นางพัวจึงไปเคาะห้องนอนดาราผู้เป็นนายเพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่ดาริกาเข้าไปคุยกับคุณทับเมื่อบ่ายเรื่องขายบ้านเรือนไทยของต้นตระกูลที่ระยอง ทำให้ดาราไม่พอใจมาก

ส่วนดาริกานั่งดูภาพถ่ายเรือนไทยที่ระยองที่ถ่ายเก็บไว้ในแท็บเล็ตอย่างคิดไม่ตก เธอเดินไปหาคุณดวงที่ห้องดาเรศ พบผู้เป็นแม่กำลังจะไปเตรียมอาหารให้น้องสาวพอดี ดาริกาจึงพาคุณดวงมาขอร้องให้คุณดวงช่วยพูดกับคุณทับเรื่องขายบ้านเรือนไทยที่ระยอง คุณดวงปฏิเสธเพราะกลัวอาถรรพณ์แม้ดาริกาจะบอกแม่ว่าที่ดินตรงนั้นมีราคาสูงมาก

“ตกลงไอ้อาถรรพณ์ที่ว่ามันคืออะไรกันแน่คะ แค่คุณทวด อาทวนกับอาทันจมน้ำตายเหมือนกันแค่นั้นเหรอคะ ทำไมคุณแม่ไม่คิดบ้างว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรืออุบัติเหตุ”

“คุณทวดกับอาทวน อาทัน ไม่ได้จมน้ำตาย”

ดาราเดินเข้ามาพอดี สองพี่น้องทะเลาะกันรุนแรง ช่วงเวลาเดียวกันดาเรศตื่นขึ้นเห็นคุณดวงนั่งหันหลังให้จึงขยับตัวไปหาหมายจะถามถึงหมอพิกุล แต่ใบหน้าที่หันกลับมาแสยะยิ้มให้กลับไม่ใช่คุณดวง ดาเรศกรีดร้องสุดเสียงพร้อมกับไฟฟ้าที่ดับลง คุณดวง ดาริกาและดาราเมื่อได้ยินเสียงหวีดร้องของดาเรศจึงวิ่งไปที่ห้องนอนดาเรศทันที

ทางท่าน้ำ คุณทับผุดลุกผุดนั่งดูนาฬิกาสลับกับมองไปทางแม่น้ำ นาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนแล้วแต่พิกุลก็ยังไม่มา คุณทับได้ยินเสียงร้องของดาเรศดังมาแว่วๆ จึงหันไปดูทางเรือนเห็นไฟดับมืด ด้านนายคำที่มองไปทางแม่น้ำก็เห็นแสงตะเกียงวับแวมมาจากเรือพิกุลพอดี คุณทับยิ้มออก วิ่งไปรับพิกุลที่บันไดท่าน้ำพาไปหาดาเรศทันที

ที่ห้องนอนดาเรศ ดาราถือไฟฉายเปิดประตูเข้าไป ดาริกาประคองคุณดวงตามมา แต่ไม่พบดาเรศบนเตียง ทุกคนตกใจช่วยกันหาดาเรศ ดาริกาพบน้องสาวปิดหน้าตัวสั่นซุกอยู่ข้างเตียง คุณดวงเดินไปหา ดาเรศหลอนคิดว่าคุณดวงเป็นผีจึงกรีดร้องคลานหนีไปชนขาพิกุลที่ก้าวเข้ามาในห้องพอดี เธอเงยหน้ามองเห็นว่าเป็นพิกุลที่กำลังยิ้มให้จึงโผกอดด้วยความดีใจ

พิกุลพาดาเรศไปนอนบนเตียงโดยมีคุณดวงนั่งประกบอยู่อีกข้าง ดาเรศเล่าเหตุการณ์ที่เข้าใจคิดว่าผีเป็นแม่ให้พิกุลฟัง ดาราฟังแล้วเบ้ปากหันไปใส่อารมณ์กับพิกุลว่าเป็นแก๊งต้มตุ๋นหลอกผี พิกุลไม่ใส่ใจยังคงอธิบายต่อด้วย น้ำเสียงเย็นว่าเธอได้ขอให้พวกผีออกไปจากเรือนแล้ว แต่พวกเขายังออกไปไม่ได้ ดาริกาขำ อดแย้งไม่ได้ พิกุลอธิบายต่อเรื่อยๆว่าพวกเขาจะยังไม่ไปไหนจนกว่าคนที่ทำร้ายพวกเขาจะได้รับโทษอย่างสาสม

คุณทับกับคุณดวงตกใจ คุณดวงแย้งว่าดาเรศเป็นคนใจบุญ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยทำร้ายใครแม้แต่มดซักตัว

พิกุลอธิบายต่อ “แน่ใจเหรอคะว่าเราจดจำทุกการกระทำของเราได้ ในเมื่อเราแต่ละคนเดินทางกันมา ไกลมากและยังคงต้องเดินทางต่อไป...ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเราบ้าง พอๆกับที่เราเองก็ไม่รู้ว่า เคยทำอะไรกับใครมาบ้าง”

คุณทับเครียดเพราะรู้ดีว่าบรรพบุรุษทำอะไรไว้จึงขอความช่วยเหลือจากพิกุล ดาราไม่เชื่อ ท้าให้พิกุลเรียกผีมาเจรจาจบเรื่องราว พิกุลหันขวับมองดารา ทันใดดาราก็ทรุดลงเหมือนโดนผลัก เธอพยายามลุกแต่ลุกไม่ขึ้น มีเพียงพิกุลกับดาเรศเที่เห็นผีไอ้ทองกดไหล่ดาราอยู่ พิกุลยิ้มมุมปากให้ดาราแต่ดาเรศร้องเอะอะว่ามีผีกำลังทำร้ายพี่สาว

ผีไอ้ทองยกโซ่ที่ล่ามข้อมือมันขึ้นมารัดคอดาราจนตาเหลือก คุณทับจะไปช่วยแต่พิกุลห้ามและเดินเข้าไปแทน เธอจ้องตาผีไอ้ทองพลางท่องบทแผ่เมตตาอยู่สักครู่ ผีไอ้ทองหายวับไป ดารารีบลุกขึ้น มองพิกุลอย่างหวาดกลัว ไฟฟ้ากลับสว่างขึ้นอีกครั้ง

ดาราวิ่งกลับไปที่ห้องนอนเพื่อค้นหาพระเครื่องมาสวมคอกันผี เล่าให้นางพัวฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน สองนายบ่าวหวาดกลัวมาก ช่วงเวลาเดียวกันดานุมาถึงบ้านธนารักษ์ เขาถามอาการดาเรศจากนายยงที่มาเปิดประตูรั้วให้ นายยงอึกอัก เขาจึงรีบเดินไปท่าน้ำทันคุณทับที่เดินไปส่งพิกุลพอดี

ooooooo

คุณทับเดินมาส่งพิกุลที่ท่าน้ำ เขาขอโทษพิกุลแทนดาราและพยายามขอร้องเธอให้ช่วยดาเรศจนสำเร็จ คุณทับถามพิกุลอย่างหวาดกลัวว่าวิญญาณร้ายจะกลับ มาอีก พิกุลตอบว่าพวกมันจะไม่ไปไหนจนกว่าจะได้สิ่งที่ต้องการ

“แต่แม่หนูยังไม่ได้บอกว่าพวกเขาต้องการอะไร”

“ท่านน่าจะทราบดีอยู่แล้ว หนี้บางอย่างถึงจะ ผัดผ่อนได้ก็เพียงระยะหนึ่ง ไม่ใช่ตลอดไป และบางทีอาจจะถูกคิดดอกเบี้ยทบต้นก็ได้”

คุณทับตกใจกลัวจนหมดแรงทรุดนั่ง ดานุเดินเข้ามาทันประคองพอดี คุณทับยังไม่ละความพยายาม ถามพิกุลว่าจะขออโหสิกรรมจากวิญญาณร้ายพวกนั้นได้ไหม พิกุลตัดบทว่าดึกแล้วไว้คุยกันวันหลังดีกว่า

คุณทับส่งเงินให้พิกุลก้อนหนึ่ง เธอยกมือไหว้ขอบคุณแต่ปฏิเสธรับเงิน ดานุไม่พอใจ คุณทับสั่งนายยงให้ส่งพิกุล แต่ดานุบอกว่าจะส่งพิกุลเอง หันไปบอกนายยงให้พาคุณทับขึ้นบ้าน และหันกลับไปหาพิกุลปรากฏว่าเธอหายไปแล้ว ดานุมองหา เห็นพิกุลยืนยิ้มให้อยู่ด้านหลัง เขายิ่งไม่พอใจที่ถูกยั่วโมโห

คุณทับกลับขึ้นเรือนเข้าห้องพระ เขาไปยืนเกาะผนังหมดแรงมองรูปถ่ายและโกศกระดูกที่ตั้งเรียงราย อธิษฐานขอให้บรรพบุรุษช่วยคุ้มครองลูกหลานตระกูลธนารักษ์ราชภักดีด้วยเถิด

ทางท่าน้ำ พิกุลก้าวลงไปนั่งที่บันไดท่าน้ำ ดานุตามติด เธอเปิดโอกาสให้เขาซักถามได้ตามใจ ดานุใส่อารมณ์เต็มที่เพราะเขาไม่เชื่อเรื่องผีและบาปกรรมตามที่เธอพูด เขาเตือนว่าอย่าให้ความหวังลมๆแล้งๆกับคนที่กำลังทุกข์หนัก

พิกุลย้อนถามดานุ “คุณเข้าใจเรื่องบาปกรรมแค่ไหนคะ”

“กรรมก็คือการกระทำ ใครทำอะไรก็ได้อย่างนั้น มันไม่ใช่ว่าจะมาแก้กันง่ายๆด้วยเวทมนตร์คาถา หรือใช้เงินซื้อ แบบที่คุณทำอยู่”

“ก็ถูกนะคะ แล้วคุณคิดว่าจะแก้ได้ด้วยอะไร”

“เราไม่สามารถย้อนเวลาไปแก้ไขสิ่งที่แล้วมาได้ แต่เราแก้ที่ปัจจุบันได้”

“หมายความว่าคุณยอมรับความผิดและเต็มใจชดใช้”

“ถ้าเป็นผม ผมยอมรับและก็จะรับผิดชอบการกระทำทุกๆอย่าง แต่มันต้องเป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ว่าผมทำจริงๆ ไม่ใช่จะมาสร้างจินตนาการเรื่องเวรกรรมตั้งแต่ชาติภพที่แล้วให้ผมเชื่อ”

“สรุปแล้ว คุณก็จะเชื่อเฉพาะสิ่งที่คุณเห็น...สัมผัสได้ และจดจำได้”

“ใช่ เพราะฉะนั้น....ผมขอพูดตรงๆเลยนะ ผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการรักษาของคุณ แล้วถ้าผมเห็นว่า คุณแนะนำให้ครอบครัวผมทำอะไรที่ไร้เหตุผล ผมคงอยู่เฉยไม่ได้”

พิกุลยิ้มเยาะ “ฉันนึกว่าที่คุณอยู่เฉยไม่ได้ ต้องรีบมาพบฉันเพราะคุณเจอเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้เสียอีก”

ดานุอึ้ง พิกุลลุกขึ้นหยิบตะเกียงลงเรือแล้วหันมาพูดกับเขาว่า “เอาเป็นว่าเรามาพิสูจน์กันว่าสิ่งที่ฉันกับคุณเชื่อ ฝ่ายไหนจะเป็นฝ่ายชนะ”

พิกุลพายเรือออกไป จู่ๆฟ้าแลบและร้องอยู่ไกลๆ ลมพัดแรง ดานุชะเง้อมอง แสงฟ้าวาบทาบไปที่ตัวพิกุลจนหายไปในความมืด เมื่อฟ้าแลบอีกครั้ง ปรากฏร่างผีไอ้ทองกับผีอีแก้วอยู่ด้านหลังดานุ จ้องมองเขาด้วยสายตาเกลียดชัง

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement