นิยาย วังนางโหง ตอนต่อไป (4) นิยายไทยรัฐ
วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

วังนางโหง ตอนที่ 4


24 พ.ย. 2560 09:39
45,484 ครั้ง

ละคร นิยาย วังนางโหง

วังนางโหง ตอนที่ 4

อ่านเรื่องย่อ

วังนางโหง

แนว:

พีเรียด-ดราม่า-สยองขวัญ

บทประพันธ์โดย:

เตมัน

บทโทรทัศน์โดย:

ฤกษ์ราตรี

กำกับการแสดงโดย:

เอกภพ ตันหยงมาศกุล

ผลิตโดย:

บริษัท กันตนา มูฟวี่ ทาวน์ (2002) จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์,ทัศนียา การสมนุช

ใน​ห้อง​รับแขก​บ้าน​ธนารักษ์ คุณ​ทับ​อธิบายว่า​นาง​โหง​คือ​วิญญาณ​ที่​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​เคย​ล่วงเกินไว้ ดา​นุ​ถาม​อย่าง​ตกใจ​ว่า​นาง​โหง​เป็นใคร แล้ว​ตระกูล​เรา​ไป​ล่วงเกิน​อะไร​ไว้

คุณ​ทับ​หัน​มอง​ดา​นุ แล้ว​จ้อง​หน้า​สมาชิก​ใน​ครอบครัว​ที​ละ​คน พูด​จริงจัง “หาก​คิด​ว่า​เป็น​คน​ของ​ใน​ตระกูล​นี้ ก็​ขอ​ให้​ทุก​คน​อยู่​ใน​พิธี​คืน​นี้​ด้วย ฉัน​ขอ​เพียง​เท่า​นี้​แหละ”

พอ​คุณ​ทับ​พูด​จบ​ก็​หัน​หลัง​เดิน​ออก​ไป​ทันที​โดย​ไม่​ใส่ใจ​ว่า​ใคร​จะ​ไม่​เห็น​ด้วย ดารา​โมโห คิด​ว่า​พ่อ​คงโดน​สะกด​จิต​ให้​ทำ​แบบ​นี้ และ​เธอ​จะ​ไม่​ยอม​ให้​พิกุล​เข้า​มา​ทำ​พิธี​บูชา​นาง​โหง​ใน​บ้าน​นี้​เด็ดขาด

ดารา​จะ​ตาม​ไป​คุย​กับ​พ่อ​แต่​ดา​ริ​กา​ดึง​มือ​ไว้ บอก​ให้​ปล่อย​พ่อ​ทำ​ตามใจ สอง​พี่น้อง​พูด​เสียดสี​จน​ทะเลาะกัน ดา​นุ​ต้อง​ห้ามทัพ​ว่า​ใน​เมื่อ​คุณ​ตา​คิด​ดีแล้ว​ก็​ให้​ลอง​ดู เพราะ​ถ้า​ห้าม​อาจ​กลาย​เป็น​เรื่อง​ใหญ่ เลย​ถูก​ดารา​เหวี่ยง​ใส่​ว่า​เป็น​หลาน​ชาย​คน​โปรด ไม่​ต้อง​ทำ​อะไร​ก็​เป็น​ที่รัก

ดารา​เดิน​ตึงตัง​กลับ​ห้อง​โดย​มี​พัว​ก้าว​ตาม ดาริกา​ส่าย​หน้า​เอือมระอา เมื่อ​ถึง​ห้อง​นอน​ดารา​ทิ้ง​ตัว​นั่งลงบนเตียง​ด้วย​ความ​โมโห บอก​พัว​ว่า​หัวเด็ดตีนขาด​อย่างไรก็ไม่เข้า​ร่วม​พิธี คน​สนิท​หวั่น​ใจ​กลัว​เจ้านาย​จะ​โดน​ผี​เล่น​งาน​อีก แต่​ดารา​ไม่​สนใจ

ทาง​ห้อง​รับแขก ดา​ริ​กา​หัวเสีย​มาก​กับ​คำ​พูด​ของ​ดารา แต่​ดา​นุ​บอก​ว่า​น้า​พูด​ถูก​เพราะ​เขา​ไม่​เคย​มา​ดูแลคุณ​ตา​คุณ​ยาย​จริงๆ

“ไม่​ใช่​ความ​ผิด​ของ​ลูก​เลย ที่​แม่​ไม่​อยาก​อยู่​ที่​นี่​ก็​เพราะ​ไม่​อยาก​มี​เรื่อง ลูก​ก็​เห็นๆอยู่​ว่า​คน​ที่​บ้าน​นี้​เป็น​อย่างไร โดยเฉพาะ​น้า​ดารา​ของ​แก​น่ะ นี่​ถ้า​ไม่​มี​ธุระสำคัญ​หรือ​จำเป็น​อะไร แม่​ก็​ไม่​อยาก​มา​ที่​นี่​นัก​หรอก​นะ”

“แม่​พูด​เหมือน​มี​ธุระ​อะไร​สำคัญ​มาก​กว่า​การป่วย​ของ​น้า​ดา​เรศ”

ดา​ริ​กา​มอง​หน้า​ลูก​ชาย ตัดสินใจ​ยัง​ไม่​เล่า “ใช่สำคัญมาก ดีแล้ว​ล่ะ​ที่​วัน​นี้​นุ​ไม่​ขัดคอ​คุณ​ตา​จะ​ได้​ช่วย​แม่​พูด​อีก​แรง แต่​ตอน​นี้​ขอ​ไป​อาบ​น้ำ​ก่อน เสร็จ​พิธี​คืนนี้​แม่​จะ​เล่า​ให้ฟัง”

ใน​ห้อง​นอน​ดา​เรศ หญิง​สาว​อารมณ์​ดี​แย่งคนรับใช้​ร้อย​มาลัย พัน​ห้าม​เพราะ​กลัว​คุณ​ดวง​มา​เห็นแล้วจะ โดนดุ เสียง​เคาะ​ประตู​ดัง ดา​นุ​เปิด​เข้า​มา พยายามง้อ​น้า​สาว​โดย​ชม​ฝีมือ​ร้อย​มาลัย พัน​ฝาก​เขา​ดูแล​ดา​เรศ ตน​จะ​ได้​ไป​ช่วย​พัว​เตรียม​ของ​ทำ​พิธี

ดา​นุ​ลง​นั่ง​ข้างๆชวน​คุย​เรื่อง​ร้อย​มาลัย ดา​เรศ​เริ่ม​พอใจ บอก​ว่า​อยาก​ทำ​เพื่อ​บูชา​นาง​โหง เขา​ได้​โอกาสถามต่อ

“น้า​ดา​เรศ​รู้จัก​นาง​โหง​ด้วย​เหรอ​ครับ”

“หมอ​พิกุล​บอก​ว่า นาง​โหง​ก็​คือ​วิญญาณ​ที่​โกรธแค้น​พวก​เรา”

“มัน​น่า​จะ​มี​คำ​อธิบาย​มาก​กว่า​นี้ ไม่​อย่าง​นั้น​ใครๆก็​พูด​ได้”

ดา​เรศ​ไม่​พอใจ​เอ็ด​ดา​นุ​ว่า​ถ้า​ไม่​เชื่อ​ก็​ไม่​ต้อง​มา​พูด​กัน จาก​นั้น​เธอ​ก้มหน้า​ร้อย​มาลัย​ต่อ​แต่​โดน​เข็ม​ตำนิ้ว​จน​เลือด​ออก ดา​นุ​รีบ​ดึง​นิ้ว​มา​บีบ​เลือด​แล้ว​ใช้​ผ้าเช็ดหน้า​กด​ซับ ดา​เร​ศก​ลัว​คุณ​ดวง​ดุ​จึง​ขอร้อง​หลาน​ชาย​ไม่​ให้ฟ้อง ดา​นุ​นึกถึง​คำ​พูด​ของ​จิตแพทย์​ที่​บอก​ว่า​ต้อง​ทำให้​คนป่วย​ไว้ใจ จึง​ยอม​รับปาก​แต่​ดา​เรศ​ต้อง​ล้าง​แผล​ก่อน เธอยอมโดยดี

ooooooo

ใน​ห้อง​พระ​ที่​บ้าน​ธนารักษ์ คุณ​ดวง​ชวน​คุณทับ​คุย​เรื่อง​บูชา​นาง​โหง​ว่า​ต่อ​ไป​ครอบครัว​คง​ไม่​เจอ​เรื่อง​ร้าย คุณ​ทับ​ไม่ค่อย​เชื่อ​จึง​เท้า​ความ​เรื่อง​ที่​พ่อ​ของ​เขา​ตาย​บน​เรือ ส่วน​น้อง​ชาย​ทั้ง​สอง​จม​น้ำ​ตาย คุณ​ดวง​จำ​ได้​แค่​บ้าน​ที่​ระยอง​มี​วิญญาณ​ร้าย​จน​ต้อง​นิมนต์​พระ​ยันต์​ไป​ทำ​พิธี

คุณ​ทับ​เฉลย​ว่าที่​เป็น​แบบ​นี้​เพราะ​ครอบครัวธนารักษ์​ไม่​ยอม​ทำ​ตาม​คำ​บนบาน​ของ​บรรพบุรุษ​ว่า​จะ​เอาชีวิตคน​เป็น​เครื่อง​บูชายัญ คุณ​ดวง​ไม่​เชื่อ

“แต่​มัน​อาจจะ​ไม่​ใช่​เรื่อง​จริง​ก็ได้​นะ​คะ ตอน​นั้น​คุณ​พ่อ​อาจจะ​เพ้อ​เพราะ​ป่วย​หนัก”

“ผม​ก็​คิด​แบบ​นั้น ถึง​ไม่​ยอม​บอก​ใคร จน​ทุก​อย่าง​เลว​ร้าย​แบบ​นี้ ถ้า​นาง​โหง​ไม่​ให้อภัย ผม​คง​ต้อง​ยอม​แลก​ด้วย​ชีวิต​ของ​ตัว​เอง แต่​ผม​จะ​ไม่​ยอม​ให้​คนใน​ครอบครัว​เป็น​อะไร​ไป​เด็ดขาด”

คุณ​ดวง​เดิน​เครียด​ออก​จาก​ห้อง​พระ​มา​ถึง​หน้าห้องนอน​ดา​เรศ ได้ยิน​เสียง​หัวเราะ​เลย​เปิด​ประตู​เข้าไป เห็น​ดานุ​กับ​ดา​เรศ​หยอก​ล้อ​กัน​น่า​รัก คุณ​ดวง​ยิ้ม​ดีใจ​เดิน​เข้าไปหา

“แม่​ดีใจ​ที่​เห็น​ลูก​หัวเราะ​ได้ ขอบใจ​นะ​นุ​ที่มา​คุย​เป็น​เพื่อน​น้า”

“น้า​ดา​เรศ​คุย​สนุก​น่ะ​ครับ...อย่า​ลืม​ที่​สัญญา​นะครับ น้า​ดา​เรศ”

สอง​น้า​หลาน​มี​ลับลมคมใน​กัน​จน​คุณ​ดวง​สงสัย ดา​เรศ​เฉไฉ​ไล่​ดา​นุ​ออก​ไป บอก​ว่า​จะ​รีบ​ร้อย​มาลัย​ให้เสร็จ​เดี๋ยว​ไม่ทัน​พิกุล ดา​นุ​อยาก​รู้​ว่า​พิกุล​จะ​มา​ถึง​เมื่อ​ไร

ช่วง​เวลา​เดียวกัน​ใน​โรง​เก็บ​เรือ​ที่​บ้านเรือน​ไทย​ตระกูล​ธนารักษ์ เรือ​มาด​ลำ​หนึ่ง​จอด​อยู่​บน​คาน พิกุลเดินช้าๆก้าว​ขึ้น​ไป​นั่ง​บน​เรือ ผี​ไอ้​ทอง​กับ​ผี​อี​แก้ว​ยืน​ขนาบ​อยู่สองข้าง ทันใดนั้น​ประตู​โรง​เก็บ​เรือ​ก็​เปิด​ออก

ที่​บ้าน​พร​รวี เพียง​ฟ้า​กับ​จอมขวัญ​นั่ง​จิบ​ชา​กินขนม ขณะ​ที่​เจ้าของ​บ้าน​เดิน​กด​โทรศัพท์​ไป​มา​อย่าง​หงุดหงิด เมื่อ​โทร.​ไม่​ติด​จึง​มา​นั่ง​รวม​กลุ่ม​กับ​เพื่อนๆบ่น​เรื่อง​ดานุ​ไม่​สนใจ​เพราะ​มัว​แต่​ห่วง​ที่​บ้าน สอง​สาว​เพื่อน​สนิท​ยุส่ง ให้​พร​รวี​ตาม​ไป​ดู​ถึง​บ้าน​คุณ​ตา​ดา​นุ​ว่า​เขา​พูด​จริง​หรือไม่ พร​รวี​เริ่ม​สนใจ จอมขวัญ​ลอง​ค้นหา​บ้าน​ธนารักษ์​ราชภักดี​จาก​กู​เกิล...​แล้ว​ก็​เจอ​จริงๆ

ooooooo

กลุ่มเมฆลอยมาบังดวงจันทร์จนมิด คืนนี้จึงมืดสนิท...หลังจากคุณทับกราบพระเสร็จก็เดินออกมาคล้องกุญแจห้องพระ ปิดประตูตาย

เมื่อสมาชิกในครอบครัวธนารักษ์มารวมตัวกันที่ศาลาท่าน้ำ ดาริกาเดินตรวจของเซ่นไหว้ คุณดวงมองอย่างแหยงๆถามว่าทำไมมีแต่ของดิบ ดาริกาหลุดปากว่าเพราะเป็นการไหว้ผี คุณทับได้ยินเลยมองปราม ดาเรศแย้งว่านางโหงเป็นบริวารเจ้าแม่วารี ไม่ใช่ผี

ระหว่างที่ทุกคนสงสัย ดาเรศเห็นพิกุลพายเรือใกล้เข้ามา ดานุกำลังถ่ายรูปเครื่องเซ่นด้วยโทรศัพท์กลับไม่เห็นพิกุลผ่านหน้าจอ แต่เมื่อลดโทรศัพท์ลงมองด้วยตาเปล่าจึงเห็นเธอพายเรือมาจอดเทียบท่าน้ำแล้ว

ยงเข้าไปช่วยผูกเรือให้พิกุล ดานุยื่นมือให้เธอเกาะ แต่ต้องตะลึงเพราะความงาม พิกุลเกาะแขนดานุขึ้นมายกมือไหว้ผู้ใหญ่อย่างนอบน้อม บรรดาคนรับใช้ไหว้พิกุล ยกเว้นพัวที่ไหว้แบบเสียไม่ได้

คุณทับเข้ามาบอกพิกุลว่าเตรียมของเซ่นตามคำบอก ให้ช่วยตรวจว่าถูกต้องครบถ้วนไหม เธอเดินดูสักพักก็ตอบว่าทุกอย่างครบถ้วน ยกเว้นคน...ดารานั่นเอง

คุณทับโกรธให้พัวไปตาม พัวบอกว่าดาราปวดหัว นอนพักอยู่ พิกุลบอกไม่เป็นไร อยากอยู่ในห้องคนเดียวก็ให้อยู่จนพอใจ

เวลานั้นดาราล็อกประตูห้องนอน พอถอยออกมาหน้าต่างทุกบานปิดเองพร้อมกัน เธอรวบรวมความกล้าเดินไปเปิด แต่แล้วมันกลับเปิดปิดเองสลับไปมาอยู่อย่างนี้ และปิดพร้อมกันหมดในที่สุด ดาราใจคอไม่ดีรีบเปิดประตู แต่เห็นผีผู้ชายที่เคยเจอในโรงเรียนยืนขวางอยู่ เธอตกใจจะกรีดร้อง แต่โดนผีผู้หญิงเข้ามาปิดปากไว้ ดาราหวาดกลัวจนตัวสั่น

ส่วนที่ท่าน้ำบ้านธนารักษ์ ทุกคนยืนอยู่หน้าโต๊ะบวงสรวง ดาเรศขอให้พิกุลเริ่มทำพิธี หญิงสาวร้องขอให้ดาริกาเป็นผู้ช่วย แต่ปฏิเสธดานุที่อาสา ดาริกากลัวเพราะไม่เคย พิกุลจึงให้ความมั่นใจ ขอแค่ตั้งจิตเป็นสมาธินึกถึงผู้ที่เราจะขอขมา ทุกอย่างจะราบรื่น

ดาริกาสูดลมหายใจตั้งสมาธิมองไปที่โต๊ะบวงสรวงที่ปูผ้าขาว พลันโต๊ะกลายเป็นแท่นเตี้ยๆ มีเครื่องบวงสรวงตั้งอยู่ ภาชนะกลายเป็นจานชามโบราณและกระทงใบตอง บรรยากาศรอบๆกลายเป็นวัดวังลุ่มริมน้ำระยอง

ดาริกาหยิบผ้าขาวมาปูบนพานเปล่าด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ แต่แล้วเหมือนตกอยู่ในภวังค์ เธอหยิบขนมต่างๆมาวางอย่างคล่องแคล่วจนครบเหมือนเคยทำ

แล้วถือพานออกไปกลางแจ้ง ยกขึ้นเหนือหัว จากนั้นเดินกลับมาบอกทุกคนเสียงเข้มให้จุดธูปคนละดอก

ปักเครื่องเซ่น ยงวิ่งไปช่วยจุดธูปแจกทุกคน

พิกุลยิ้มให้ดาริกาอย่างพอใจ ดานุกระซิบชมแม่ที่รู้ขั้นตอนพร้อมจับแขน ดาริกาสะดุ้งตอบลูกชายว่า

ตนงงเหมือนกันที่ทำได้เหมือนเคยทำมาก่อนจริงๆ

จากนั้นพิกุลสั่งให้ทุกคนพนมมือ จู่ๆดาริการ้องเพลงขึ้นมา ทุกคนมองแปลกใจ โดยเฉพาะดานุเพราะคุ้นกลอนบทนี้มาก พิกุลยิ้มแล้วร่ายรำตามเพลง ลมพัดแรงจนทุกคนหวั่นใจ

ดานุตะลึงจ้องพิกุลไม่วางตา พลันเห็นภาพซ้อน หญิงสาวผู้หนึ่งร่ายรำอยู่บนเรือแต่ไม่เห็นหน้าเพราะผมยาวลุ่ยลงมาปิด เขาก้าวไปใกล้เพื่อมองให้ชัด หญิงสาวหยุดรำแล้วดึงปิ่นออกจากมวยผมยาวหลุดกระจาย จากนั้นจ้วงปิ่นแทงคอตัวเองและทิ้งร่างลงน้ำ

ดานุเข้าไปกระชากพิกุลบอกให้หยุด คุณทับตกใจร้องถาม เขาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ อึ้งที่เห็นพิกุลอยู่ในอ้อมแขน ทุกคนจ้องดานุ หญิงสาวแก้ตัวแทนว่าเขาเห็นเธอจะล้มเลยวิ่งมาประคอง แล้วตัดบทขอบคุณทุกคน ตอนนี้พิธีเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ooooooo

สมาชิกครอบครัวธนารักษ์เดินกลับเข้ามาในห้องรับแขก ดาเรศถามพิกุลว่านางโหงให้อภัยพวกตนแล้วใช่ไหม พิกุลไม่รับปาก บอกได้เพียงช่วงนี้จะไม่มีวิญญาณมารบกวนสมาชิกในบ้านได้อีก

ดาราวิ่งเข้ามาในสภาพกระเซอะกระเซิง ร้องลั่นว่าพิกุลเป็นคนส่งผีมาทำร้ายเธอ คุณทับเบื่อหน่ายดาราที่ชอบหาเรื่อง แต่เธอยังฟ้องพ่อ

“เมื่อสักครู่มันเพิ่งส่งผีไปแกล้งหนู ขังหนูไว้ในห้องไม่ให้ออกมา”

“แต่คุณไม่ต้องการมาร่วมพิธีเองไม่ใช่เหรอคะ”

ดาราทนไม่ไหวกับถ้อยคำยอกย้อนของพิกุล

เงื้อมือวิ่งไปหมายตบตี แต่ดาเรศลุกจากรถเข็นเข้าขวางเลยถูกตบกระเด็น ดานุเข้าประคองน้า พิกุลมองตาวาว ไม่พอใจ

ดาราตกใจยืนอึ้ง แต่พอสบตาพิกุลที่จ้องกลับก็ต้องชะงัก จู่ๆเธอก็ยกแขนขึ้นบีบคอพิกุล คุณทับและพัวร้องห้ามเสียงหลง ดานุเข้าไปช่วยแกะมือ ส่วนคนอื่นๆเข้าไปดึงดารา แต่ดึงอย่างไรก็ไม่ออก พิกุลยิ้มเยาะดาราก่อนแสร้งหลับตาลงอีกครั้ง

ทันใดนั้นดาราก็ปล่อยมือ พิกุลล้มลงในอ้อมแขนดานุ คุณทับกับพัวกระชากดาราออกพอดี คุณทับบอกให้ดาราหยุด แต่เธอไม่หยุดแถมยังโต้เถียง ทำให้ผู้เป็นพ่อโมโหถึงกับตบหน้าลูกสาว

ทุกคนอึ้งอย่างคาดไม่ถึง ดาราร้องกรี๊ดว่าพ่อต้องเสียใจที่พาพิกุลเข้าบ้าน แล้วร้องไห้วิ่งออกไป พัวตามประกบนายของตนด้วยความเป็นห่วง ส่วนดานุประคองพิกุลไปห้องรับรองตามคำสั่งดาริกา

ดานุวางพิกุลลงบนเตียงนอน คุณทับเดินมายืนข้างเตียงถามอย่างเป็นห่วง คุณดวงเข็นรถพาดาเรศเข้ามาติดๆ คุณดวงขอโทษแทนดารา ส่วนดาเรศบอกว่าพี่สาวคงไม่อยากให้ตนหายดีเลยทำแบบนี้

พิกุลบอกว่าที่ดาราเป็นแบบนี้เพราะถูกคุณไสย ไม่เข้าร่วมพิธีบูชานางโหง จึงไม่มีใครคุ้มครอง ถูกผีซ้ำ ด้ำพลอย คุณดวงถามถึงวิธีแก้ คุณทับตัดบทให้พิกุลพักผ่อน ดาเรศขออยู่เป็นเพื่อน พิกุลปฏิเสธ แต่ขอให้ดาริกาอยู่เป็นเพื่อนแทน

ooooooo

ดานุไปส่งดาเรศแล้วกลับเข้าห้องนอนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กพิมพ์ค้นหาคำว่าการสะกดจิตหมู่

ส่วนที่ห้องรับรอง ดาริกาบอกพิกุลว่าตนดูแลผู้ป่วยไม่ค่อยเป็น อยากให้ช่วยอะไรก็บอก แต่พิกุลกลับย้อนถามเธอว่ามีอะไรอยากให้ตนช่วยหรือเปล่า

“ฉันเหรอ...ไม่มีนี่ ฉันไม่ชอบดูดวงดูหมออะไรทั้งนั้นล่ะ”

“เรื่องราวในอนาคตไม่จำเป็นสำหรับคุณหรอกค่ะ เรื่องราวในอดีตต่างหากที่สำคัญ”

ดาริกานึกสนุกขอให้พิกุลดูเรื่องราวในอดีต ถ้าแม่นจะฝากตัวเป็นลูกศิษย์ พิกุลขอแตะมือเธอและบอกให้หลับตา ครู่เดียวดาริกาก็เห็นเรื่องราวในอดีตที่กำลังขับรถวนหาที่ดินตามคำบอกของศิตา พลันสายตาเหลือบเห็นป้ายบอกทางเข้าหมู่บ้านวังลุ่มที่เป็นบ้านเก่าของคุณปู่ บอกเลขาฯที่อยู่ในสายโทรศัพท์ว่าจะเข้าไปแล้วกดวาง ขับรถไปตามทางทันที เมฆฝนมืดครึ้มก่อตัวอยู่ข้างหน้า

ดาริกาขับรถเข้าไปตามถนนเล็กๆที่มีต้นไม้ร่มครึ้มทั้งสองข้าง ถนนแคบลงเรื่อยๆ ขับไปจนถึงหน้าซุ้มประตูไม้ขนาดใหญ่ที่มีไม้เลื้อยคลุมรก เธอจอดรถลงไปผลักประตู แต่เปิดไม่ได้เพราะมีโซ่คล้องไว้ จึงเดินเลาะรั้วแหวกหาช่องโหว่แล้วมุดเข้าไปเจอต้นพิกุลใหญ่

เธอหยิบดอกพิกุลที่ลมพัดร่วงมาดมแล้วแหงนมองเรือนไทยที่ตระหง่านอยู่ตรงหน้า คว้าโทรศัพท์มาถ่ายรูป พลันได้ยินเสียงกิ่งไม้หัก เธอหันมองอย่างหวาดๆ คว้าท่อนไม้แถวนั้นมาถือแล้วเดินเข้าไปดู เห็นเป็นแมวก็โล่งใจ จู่ๆลมพัดจนหมวกปลิว เธอตกใจรีบเดินตาม

หมวกปลิวไปตกหน้าโรงเก็บเรือ ดาริกาก้มเก็บและเห็นว่าตนอยู่หน้าโรงเก็บเรือก็รู้สึกเหมือนตกอยู่ในภวังค์ พอได้สติจึงหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูป จู่ๆประตูก็สั่นเหมือนถูกเขย่าแล้วนิ่งเงียบ เธอตกใจเดินไปดูใกล้ๆ เห็นผ้ายันต์เก่าๆแปะอยู่ ทันทีที่แกะออกมาดู ฟ้าผ่าเปรี้ยงและฝนโปรย

ดาริกาตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปหลบด้านใน เห็นเรือมาดลำหนึ่งมีผ้าสามสีผูกหัวเรือ สายสิญจน์ผูกรอบเรือและโยงเข้ากับกำแพง เธอเหมือนตกอยู่ในภวังค์ เดินเข้าไปหาเรือเก่าแก่ที่มีอักขระเขียนด้วยดินสอพองเต็มไปหมด และเผลอเอามือลูบจนตัวอักษรเหล่านั้นเลือนหาย

จู่ๆดาริกาน้ำตาไหล ศิตาโทร.เข้ามา เธอตอบว่ามาดูเรือนไทยริมน้ำของคุณทวด แล้วสัญญาณโทรศัพท์ก็หายไป ดาริกาเซลฟี่ให้แม่น้ำเป็นฉากหลัง แต่เห็นชายสองคนกำลังแบกชายอีกคนที่ถูกมัดมือมัดเท้าและยังมีโซ่ล่ามอยู่ลงจากท่าน้ำไปบนเรือมาด เธอตกใจหันไปดู กลับไม่เจออะไร

ในโรงเก็บเรือมีเรื่องราวแปลกๆเกิดขึ้นมากมาย ทั้งประตูเปิดปิดเอง และเห็นว่ามีคนเดิน แต่พอหันไปดูกลับไม่เห็นใคร เธอจึงตัดสินใจวิ่งออกมาหน้าบ้าน แต่หันไปถ่ายรูปโรงเก็บเรืออีกครั้ง ฟ้าแลบลงมาเห็นพิกุล ผีไอ้ทอง และผีอีแก้วยืนอยู่หน้าโรงเก็บเรือ

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement