advertisement

วนิดา ตอนที่ 12

จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย ปณธี
31 ต.ค. 2553 14:02

วนิดาจะออกไปตามหาประจักษ์ แต่ถูกอำพันธ์ กับอำไพห้ามไว้เกรงเธอเองจะได้รับอันตราย เธอจึงได้แต่เฝ้ามองที่หน้าต่างมองฝ่าสายฝนออกไปด้วยความหวังว่าจะได้เห็น ประจักษ์ขี่ม้ากลับมา...

จนเช้ามืด วนิดาตื่นขึ้นมาฝนเพิ่งหยุดตกไปไม่นาน เสียงน้ำค้างหลังคายังเปาะแปะอยู่   เธอมองไปรอบตัวเห็นอำพันธ์ อำไพ และจวงบ้างฟุบหลับ บ้างเอนหลังอยู่บนเก้าอี้ด้วย ความอ่อนเพลียจากการรอคอยประจักษ์มาทั้งคืน วนิดาตัดสินใจย่องออกจากบ้านเพื่อไปตามหาประจักษ์ด้วยตัวเองคนเดียว

เธอไปถึงป่าริมหาดร้องเรียกประจักษ์ไปตลอดทาง จนเจอม้าของเขายืนเล็มหญ้าอยู่ไม่เห็นตัวเขาก็ยิ่งใจเสีย เดินดุ่มเข้าไปในป่า ไปถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ เห็นประจักษ์นอนหมดสติอยู่ เธอถลาเข้าประคองเขาพบว่าตัวร้อนราวกับไฟ เธอยิ่งร้อนรุ่มทำอะไรไม่ถูก

จนเมื่ออำพันธ์กับอำไพช่วยกันไปเอาตัวประจักษ์กลับมาที่บ้านพัก ตามหมอมาตรวจหมอบอกว่าไม่เป็นอะไรมากก็พากันโล่งใจ

"ค่ะ โชคดีที่ไม่ได้บาดเจ็บภายนอกรุนแรง มีแค่รอยฟกช้ำดำเขียวนิดหน่อย นี่ถ้าคุณประจักษ์เป็นอะไร นิดคงไม่ให้อภัยตัวเอง ขอบคุณคุณอำพันธ์กับคุณจี๊ดมากนะคะที่ช่วยพาคุณประจักษ์กลับมา แล้วก็ขอโทษด้วยที่ทำให้หมดสนุก"

สองพี่น้องพูดให้เธอสบายใจว่าไม่เป็นไรอย่าคิดแบบนั้นมีอะไรช่วยกันได้ตนทั้งสองก็ยินดี

"ขอบคุณอีกครั้งค่ะ ถ้าอย่างนั้นนิดขอตัวไปดูคุณประจักษ์ ก่อนนะคะ"

วนิดาลุกเดินเข้าไปดูประจักษ์ในห้อง อำพันธ์มองตามเศร้าๆเซ็งๆ ส่วนอำไพมองพี่ชายด้วยความเห็นใจ

เมื่อเข้าไปนั่งข้างเตียงประจักษ์ วนิดากุมมือเขาขึ้นมาแนบแก้ม พูดเสียงเครือสะท้าน

"ฉันขอโทษนะคะ..."

ooooooo

พิสมัยทนรอประจักษ์อยู่ที่บ้านมหศักดิ์ไม่ไหว บอกคุณนายน้อมว่าจะไปตามเขาที่ชะอำ คุณนายท้วงติงว่าจะไปหาที่ไหนชะอำไม่ใช่เล็กๆ บอกพิสมัยว่าคนเดียวที่รู้ว่าประจักษ์อยู่ที่ไหนคือนายดาว แต่นายดาวคงไม่บอกเราง่ายๆนอกจากต้องมีอะไรมาง้างปาก

"ดิฉันรู้แล้วค่ะว่าจะใช้อะไรง้างปากไอ้ดาว" พิสมัยดีใจที่คิดแผนการออก

แผนของพิสมัยคือไปแจ้งความว่าประจักษ์หายและเกี่ยวพันกับนายดาว แล้วพาตำรวจไปหานายดาวที่บ้าน ครู่ใหญ่ตำรวจก็ไปที่บ้านนายดาว แนะนำตัวเองว่า

"ผม ร.ต.อ.พิชัย จงใจหาญ" นายดาวชะงักนิดหนึ่งเมื่อได้ยินนามสกุล "ผมได้รับแจ้งจากคุณนายน้อมว่าคุณประจักษ์หายตัวไปตั้งแต่เมื่อวาน และก่อนที่คุณประจักษ์จะหายไปคุณประจักษ์ได้มาพบคุณที่นี่"

นายดาวชะงัก นึกรู้ทันทีว่าพวกนี้คงไม่ใช่มาเรื่องประจักษ์หายตัวไป บอกว่ารอเดี๋ยวแล้วลุกเดินเข้าข้างใน คุณนายกับปราณีกระซิบกระซาบกันว่านายดาวคงจะกลัวตำรวจเลยเข้าไปทำใจ นับว่าแผนของเราได้ผลเกินคาด ส่วนพิสมัยกระหยิ่มยิ้มอย่างมั่นใจว่าแผนนี้ต้องสำเร็จ

แต่ที่ไหนได้ นายดาวออกมาพร้อมกับสมุดลูกหนี้ มองหน้าตำรวจถามเพื่อความแน่ใจอีกทีว่านามสกุลอะไร พอตำรวจบอกว่า "จงใจหาญ" นายดาวร้องอย่างดีใจ

"เจอแล้ว...นี่ไงลูกหนี้คนที่ 589 นางวันดี จงใจหาญ"

ตำรวจตกใจบอกว่านั่นคือเมียตน นายดาวรุกทันทีว่าผัวเมียเหมือนคนคนเดียวกัน ฉะนั้นให้ใช้หนี้ตนเสีย เพราะเมียเขาเป็นหนี้อยู่ 800 บาท รวมดอกเบี้ยก็ 900 บาทพอดี ถามว่าจะจ่ายตอนนี้เลยไหมเพราะเมียเขาค้างชำระตนมาสองเดือนแล้ว

"อ้า...คือ...พอดีผมนึกได้ว่ามีราชการงานด่วน ต้องขอตัว สวัสดี" ตำรวจลุกไปเลย

คุณนายน้อมมองเหวอร้องเรียกก็ไม่หยุดบ่น "เป็นตำรวจภาษาอะไร" พอทั้งสามหันมาก็เจอนายดาวยิ้มเผล่ถามว่าจะใช้วิธีนี้กับตนหรือ คุยโวว่า

"รู้ไว้ด้วยนะว่า นายดาวมีลูกหนี้ทั่วราชอาณาจักร กลับกันไปได้แล้ว ยังไงผมก็ไม่มีวันบอกว่าลูกสาวผมกับลูกชายคุณไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันที่ไหน"

คุณนายยืนกรานไม่กลับจนกว่านายดาวจะบอกว่าประจักษ์อยู่ไหน นายดาวยื่นหน้าเข้ามายิ้มเห็นฟันเต็มปากถามว่าแน่ใจหรือ คุณนายเชิดหน้าใส่บอกว่าเป็นไงเป็นกัน ตายเป็นตาย!!

นายดาวร้องเรียกสมหมายมากระซิบอะไรบางอย่าง สมหมายรับคำแล้ววิ่งออกไป ครู่ใหญ่ก็กลับมาพร้อมตำรวจ นายดาวชี้ไปที่ทั้งสามคนบอกตำรวจว่า

"คุณสารวัตร ผมขอแจ้งความจับกุมผู้หญิงสามคนนี้ข้อหาบุกรุก"

ตำรวจจะเข้าจับกุม คุณนายลุกพรวดบอกว่าไม่ต้องตนกลับเอง พูดอาฆาตนายดาวว่าฝากไว้ก่อนแล้วกัน แล้วเดินจ้ำอ้าวออกไป

เดินไปสะดุดอะไรบางอย่างที่หน้าบ้านจะล้มเลยคว้าพิสมัยกับปราณีล้มไปด้วย ทั้งสามล้มกระแทกต้นไม้ ถูกรังมดแดงที่หล่นลงมา ตกใส่ตัว มดแดงแตกรังกรูกันออกมาไต่และรุมกัดจนทั้งสามร้องกันระงม ท่ามกลางเสียงหัวเราะสะใจของนายดาว สมหมายเองก็กลั้นขำครืดๆอยู่ในคอ

ooooooo

ในภาวะวิกฤติที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายนั้นพิสูจน์ใจคนได้เป็นอย่างดีเช่นกัน ในยามที่ประจักษ์อยู่ในภาวะป่วยจนไม่ได้สติ ก็ทำให้วนิดาไม่อาจปกปิดความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองได้ เธอเป็นห่วงเขามากเฝ้าดูแลไม่ห่าง ภาวนาให้เขาฟื้น ให้เขาหาย

เมื่อประจักษ์รู้สึกตัวขึ้นมาเห็นวนิดาฟุบหลับอยู่ข้างเตียงมือยังกุมมือเขาไว้ พอเธอตื่นเห็นเขามองอยู่ก็ดีใจ

"คุณฟื้นแล้ว...ไม่มีไข้แล้วด้วย"

"ฉันหิวน้ำ" ประจักษ์พูดเสียงอ่อนล้า เมื่อเธอเอาน้ำมาป้อนให้ น้ำหกก็เช็ดให้อย่างอ่อนโยน

ประจักษ์ทบทวนความจำได้ว่า ฝนตกฟ้าผ่ากิ่งไม้หล่นมาโดน จากนั้นเขาก็จำอะไรไม่ได้เลย

"คุณหมดสติไปค่ะ ฉัน คุณอำพันธ์ แล้วก็คุณจี๊ดเป็นคนพาคุณกลับมา ฉันขอโทษนะคะเพราะฉันเป็นต้นเหตุทำให้คุณไม่สบาย"

"ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษ เพราะฉันทำให้เธอยุ่งยากใจ"

เมื่อต่างฝ่ายต่างรู้สึกตัวเองผิดและขอโทษอีกฝ่าย ความรู้สึกดีๆจึงมีต่อกัน วนิดาถามว่าหิวไหมตนจะได้ทำข้าวต้มให้กิน ประจักษ์พยักหน้าด้วยความรู้สึกปลื้มปีติ ยิ่งเมื่อเธอเอาข้าวต้มมาป้อนให้อย่างตั้งอกตั้งใจ ประจักษ์อ้าปากกินข้าวต้มแต่ตามองเธอตลอดเวลา จนวนิดาเขินถามว่าหน้าตนมีอะไรติดหรือ

เมื่อปกปิดความรู้สึกลึกๆต่อกันไม่อยู่ ต่างฝ่ายต่าง แสดงออกและเขินกัน จนวนิดาป้อนข้าวต้มไปโดนจมูกเข้า เธอรีบเช็ดให้ แต่เขากลับกุมมือเธอไว้บอกว่าเช็ดเองได้ มือเช็ดจมูกแต่ตาก็ยังมองเธออยู่ วนิดาเขินจนทำตัวไม่ถูก...

วนิดาเหมือนเป็นพยาบาลพิเศษที่นอกจากจะรักษากายแล้วยังรักษาใจให้ประจักษ์กระชุ่มกระชวยหายวันหายคืน จนวันนี้อยากไปนั่งเล่นที่ระเบียง วนิดาก็ประคองเขาไปอย่างอบอุ่น ใกล้ชิด จนต่างใจเต้นระทึกในสัมผัสอ่อนโยนที่มีต่อกัน

ยิ่งเมื่อประจักษ์รู้จากอำไพว่า  ตอนที่เขาหายไปนั้น

วนิดาเป็นห่วงมากจนแอบออกไปตามหาเขาตั้งแต่เช้ามืด ถ้าวันนั้นวนิดาไม่ไปพบเขาคงแย่กว่านี้ ทำให้ประจักษ์ยิ่งซาบซึ้งในน้ำใจของวนิดา

จนกระทั่งกลางคืน วนิดาเช็ดตัวให้ จัดยาให้กินแล้วบอกให้เขานอนพักเสีย ประจักษ์ถามอย่างระแวงว่า "พอฉันหลับ เธอจะทำอะไร...เธอจะไปหานายอำพันธ์รึเปล่า"

"พอหายไข้ปากก็เลยเสียขึ้นมาแทนเหรอคะ" วนิดาถามจิกๆหยอกๆ พอเขาชะงัก เธอพูดอีกว่า "ก็จริงนี่คะ อะไร ทำให้คุณคิดว่าคุณอำพันธ์เขาชอบฉัน

"เธอทั้งสวยทั้งแสนดีแบบนี้ใครจะไม่ชอบ" ประจักษ์ พูดให้รู้ว่ารวมทั้งตนด้วย วนิดาฟังรู้แต่แกล้งพูดว่าก็เขาไงล่ะที่ไม่ชอบ แล้วเร่งให้นอนเสีย สัญญาว่าตนจะไม่ออกไปไหนจนกว่าเขาจะหลับ

เมื่อประจักษ์ขยับตัวเลื่อนลงนอน เธอมองเขาด้วย ความรู้สึกสับสน ทันใดนั้นเขาก็คว้ามือเธอไปกุมไว้แล้วหลับตาลง วนิดาจึงปล่อยให้เขากุมมือไว้อย่างนั้น...

ooooooo

รุ่งขึ้น ที่ระเบียงหน้าบ้าน จวงทำความสะอาดอยู่แถวนั้น ส่วนวนิดายืนคุยกับอำพันธ์ เขาชวนเธอไปเที่ยวเล่นที่ชายหาดกัน วนิดาเชิญเขากับอำไพไปกันตามสบายเพราะประจักษ์ยังไม่แข็งแรงตนต้องคอยดูแล อำพันธ์พูดหยอกแกมหยิกอย่างรู้สึกอิจฉาประจักษ์ว่า

"แหม น่าอิจฉาคุณประจักษ์นะครับ คุณนิดดูแลดีมาก ถ้ามีพยาบาลสาวสวยนิสัยดีแบบนี้ผมก็ยอมป่วยครับ"

วนิดาหัวเราะขำๆ อำพันธ์ยิ้ม บอกว่าตนจะเที่ยวเผื่อก็แล้วกัน แต่พอวนิดาหันจะกลับเข้าข้างในก็ถูกลมพัดทรายเข้าตา อำพันธ์รีบหันมาช่วยดูให้

เป็นเวลาที่ประจักษ์ลุกขึ้นมาไม่เห็นวนิดาเอะใจว่าหายไปไหนเลยลุกเดินออกมาดู เห็นภาพอำพันธ์กำลังดูตาให้วนิดา มองจากมุมที่ประจักษ์เห็นเหมือนทั้งสองกำลังหอมแก้มกัน เขาฉุนขาดยืนจ้องกำมือแน่นโมโหหึงสุดๆ

พอวนิดากลับมาถามว่าตื่นนานแล้วหรือ เขาตอบประชดว่า  นานพอที่จะเห็นภาพอุจาดตาแต่เช้า  ทำเอาวนิดางงถามว่าพูดอะไร

"เมื่อกี้เธอกับอำพันธ์ทำอะไร..." เห็นวนิดายังงงๆ เขาตวาดว่าไม่ต้องมาตีหน้าซื่อแล้วตำหนิรุนแรงว่า "ฉันไม่นึกเลยว่าเธอจะกล้าทำเรื่องน่าเกลียดกลางวันแสกๆ นี่ถ้าฉันไม่ตามมาที่นี่เธอกับนายอำพันธ์คงจะมีความสุขไปถึงไหนต่อไหนแล้วสินะ"

"คุณประจักษ์!! จะพูดจะจาอะไรก็ให้เกียรติฉันให้เกียรติ คุณอำพันธ์เขาบ้าง เมื่อกี้...คุณอำพันธ์..."

"ไม่ต้องแก้ตัว!" ประจักษ์ตวาดตัดบท "เธอนี่เก่งนัก สรรหาเรื่องมาแก้ต่างให้ตัวเองได้เยอะเหลือเกิน ตกลงเธอเป็นคนยังไงกันแน่วนิดา เป็นคนดีหรือว่าเป็นเหมือนคุณป้ามณฑา ฉันขอบอกเธอไว้ตรงนี้ อย่าได้นำความเสื่อมเสียมาสู่มหศักดิ์เป็นหนที่สองเหมือนกับย่าของเธอ"

"เพียะ!" วนิดาตบหน้าเขาฉาดใหญ่ด้วยความโกรธจัดที่บังอาจมาว่าย่าของเธอ จ้องหน้าเขาน้ำตารื้นแล้วหันกลับเดินออกไปทันที ประจักษ์รู้สึกผิดที่พลั้งปากพูดออกไป จวงค่อยๆ โผล่ออกมาท่าทางกลัวๆกล้าๆ แต่สุดท้ายก็บอกประจักษ์ว่า

"คุณผู้ชายคะ...คุณผู้ชายเข้าใจผิดนะคะ"

พอรู้จากจวงว่าเรื่องไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด ประจักษ์ก็ยิ่งรู้สึกผิดซ้ำสอง

ooooooo

วนิดาเดินอ้าวออกจากประจักษ์ตรงไปหาอำพันธ์ กับอำไพที่ชายหาด บอกว่าประจักษ์แข็งแรงแล้วไม่ต้องการคนดูแลแล้วชวนสองพี่น้องไปเที่ยวกันเลย

"รอฉันด้วย" เสียงประจักษ์โหวกเหวกอยู่ข้างหลัง แต่วนิดาทำเป็นไม่ได้ยินเดินหนีไป "ขอไปด้วยคนนะ" ประจักษ์ วิ่งตามมาขอกับอำพันธ์และอำไพ แต่วนิดาก็ยังทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนตรงนั้น

ระหว่างขี่จักรยานไปเที่ยวกันนั้น วนิดาขี่ไปคุยไปกับอำพันธ์และอำไพอย่างสนุกสนาน ทิ้งให้ประจักษ์ขี่ตามหลังอย่างไม่แยแส จนสองพี่น้องสงสัยว่าสองคนนี้เป็นอะไรไป

จนเมื่อชวนกันลงเล่นน้ำ อำพันธ์หันไปชวนประจักษ์ลงเล่นน้ำด้วยกัน เขาตอบเศร้าๆว่า

"ฉันขอนั่งดูตรงนี้ดีกว่า" แล้วนั่งดูวนิดาลงเล่นน้ำกันอำพันธ์และอำไพด้วยความรู้สึกผิด

จนเมื่อขึ้นจากน้ำ อำไพไม่เห็นประจักษ์แล้วแปลกใจ ว่าเขาหายไปไหน วนิดากับอำพันธ์ก็ช่วยมองหา อำพันธ์เห็นวนิดาหน้าเสียจึงชวน "เราไปตามหาคุณประจักษ์กันไหมครับ"

"ไม่ต้องหรอกค่ะ นิดว่าเขาคงกลับบ้านไปแล้ว" ตอบไปอย่างนั้นทั้งที่ใจเป็นห่วง

ขณะอำไพเดินหาประจักษ์นั้น ได้ยินเสียงเขาเรียก เธอหันมอง ถูกเขาที่ซ่อนอยู่ตรงมุมลับตาคนดึงเข้าไปพูดเบาๆ

"ฉันมีเรื่องอยากให้ช่วย"

ooooooo

คุณนายน้อม พิสมัย และปราณี หนีจากบ้านนายดาวกลับมาถึงบ้านมหศักดิ์ด้วยความแค้นใจที่จะไปง้างปากนายดาวเรื่องประจักษ์ แต่กลับถูกนายดาวย้อนเกล็ดเอาอย่างเจ็บแสบ กลับมาปรึกษากันว่าจะทำยังไงกันต่อไปดี คุณนายถอดใจบอกว่าก็ต้องรอจนกว่าประจักษ์จะกลับมา

"แบบนี้ก็เท่ากับว่าเราแพ้นังวนิดากับพ่อของมันน่ะสิคะคุณแม่" พิสมัยไม่เห็นด้วย พลันปราณีก็คิดได้โพล่งขึ้นว่า

"พวกมันต่างหากที่ต้องพ่ายแพ้ให้กับเรา ดิฉันมีแผนค่ะคุณแม่ รับรองนังวนิดาต้องระเห็จกลับไปอยู่กับพ่อของมันแน่"

ทั้งคุณนายและพิสมัยต่างมองหน้าปราณีอย่างอยากรู้แผนการของเธอว่าจะเด็ดดวงสักแค่ไหน

วันต่อมา ถมก็นำคนใช้ชายร่างกำยำเข้าไปที่เรือนหลังเล็ก ขนข้าวของเครื่องใช้ของวนิดาออกมากองเขละอยู่นอกบ้าน ป้าทองกับไปล่ยื้อกันสุดฤทธิ์ แต่พอคุณนายให้ชายฉกรรจ์ถือค้อนทุบตึกมาเงื้อง่าใส่ไปล่ก็ฝ่อวิ่งไปแอบหลังป้าทอง

คุณนายประกาศว่าจะรื้อเรือนหลังเล็กนี้ทิ้งแล้วสร้างเรือนหอให้ประจักษ์กับพิสมัยอยู่ แล้วสั่งปราณีให้จัดการเลย ปราณีหันไปพยักหน้าให้คนงาน พวกนั้นกรูกันเข้าไปทุบทิ้งรื้อถอนกันจนวินาศสันตะโรไปหมด ต่อหน้าป้าทองกับไปล่ที่ทั้งโกรธทั้งกลัวจนตัวสั่น

ooooooo

คืนนี้ พอวนิดากลับบ้าน ไม่ทันเข้าห้องไฟก็สว่างพรึบขึ้น เธอมองตะลึงกับดอกกุหลาบสีขาวที่ใส่แจกันวางเรียงรายเต็มไปหมด พอเห็นดอกไม้ที่ชอบวนิดาก็ยิ้มออกมา พลันก็ชะงักเมื่อประจักษ์เดินเอามือไพล่หลังออกมายืนตรงหน้า เอ่ยอย่างนุ่มนวลสุภาพว่า

"ฉันรู้ว่าคำพูดของฉันวันนี้ทำให้เธอเสียใจ ฉันขอโทษ"

"คุณก็เลยคิดว่าแค่เอาดอกไม้มาให้ฉัน จะทำให้ฉันยกโทษให้" วนิดาทำเชิดใส่

"รู้ไหม ว่าจำนวนของดอกไม้ มันมีความหมายต่างกัน ดอกไม้ตรงนี้มีทั้งหมด 98 ดอก และมันจะไม่มีความหมายอะไรเลยถ้าเธอไม่รับดอกที่ 99" พลางเขาก็เอาดอกกุหลาบขาวที่ซ่อนอยู่ข้างหลังยื่นให้ "ดอกที่ 99 แทนความจริงใจทั้งหมดที่ฉันมีให้เธอ จากนี้และตลอดไป ยกโทษให้ฉันนะนิด"

พอวนิดายิ้ม ประจักษ์ดีใจบอกว่าพรุ่งนี้ขอพาเธอเที่ยวเป็นการไถ่โทษ ย้ำว่า ไปด้วยกันสองคน แต่วนิดาเสนอให้ ชวนอำพันธ์กับอำไพไปด้วย เที่ยวกันหลายๆคนสนุกดี

"ฉันอยากให้การเที่ยวครั้งนี้เป็นความทรงจำระหว่างเรา เพราะถ้าถึงวันที่เราต้องจากกันเมื่อไหร่ เราจะได้มีสิ่งดีๆไว้ให้แก่กัน"

วนิดากับประจักษ์มองตากันนิ่ง ต่างรู้สึกใจหายเมื่อคิดถึงวันนั้น...วันที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน...

ooooooo

วันต่อมา ประจักษ์กับวนิดาก็พากันไปเที่ยวริมหาด ทั้งสองขี่จักรยานเล่นไปตามชายหาดอย่างเพลิดเพลิน มีความสุข บางครั้งก็แวะเล่นเครื่องเล่นริมหาด ก่อทราย และลงเล่นน้ำ วักน้ำใส่กันจนสำลักแล้วดูแลกันอย่างห่วงใย

ประจักษ์เก็บเปลือกหอยขึ้นมาถามวนิดาว่า เคยฟังเสียงจากเปลือกหอยไหม วนิดาทำหน้าไม่เชื่อว่าเปลือกหอยมีเสียงด้วยหรือ

"ลองฟังดูซิ เธอจะรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงคลื่น" ว่าแล้วเอาเปลือกหอยแนบหูวนิดา

"เหมือนได้ยินเสียงคลื่นจริงๆด้วย ฟังด้วยกันสิคะ"

แล้วหนุ่มสาวก็เอาหูแนบฟังเปลือกหอยด้วยกันจนหน้าต่อหน้าแนบชิดติดกัน

ความสุขวันนี้ ทำให้หนุ่มสาวลืมโลกทั้งโลกไปชั่วขณะ ประจักษ์ลืมแม้แต่พิสมัยที่เขาเคยบอกเธอว่ารักไม่มีเปลี่ยนแปลง

เล่นกันจนเหนื่อย สายๆวนิดาไปนั่งพิงต้นไม้ใหญ่ ลมโกรกโชยครู่เดียวเธอก็หลับไป ประจักษ์ถ่ายรูปเธอในยามหลับ เขามีความสุขเต็มอิ่มในหัวใจอย่างบอกไม่ถูกกับเวลาที่ได้อยู่กับวนิดา

จนเมื่อกลับถึงที่พักพากันไปตักน้ำจากตุ่มอาบล้างตัวล้างทราย ขณะวนิดาเอาขันตักน้ำล้างทรายบนหัวให้ ประจักษ์นั้น หน้าใกล้กันมากจนต่างตกในภวังค์เหมือนต้องมนต์ ประจักษ์ลืมตัวก้มลงเหมือนจะจูบ วนิดายืนนิ่งใจเต้นแรงรอรับสัมผัสนั้น

"คุณนิดขา..." เสียงจวงแทรกเข้ามา ทำเอาทั้งสองผละจากกัน จวงไม่ทันเห็นเดินเข้ามาบอกว่า "จวงจะไปตลาด คุณนิดกับคุณผู้ชายจะเอาอะไรไหมคะ"

ooooooo

ครู่ใหญ่ทั้งสามก็ไปเดินซื้ออาหารในตลาดสดกันอย่างเพลิดเพลิน เสร็จแล้วกลับมาก่อไฟเตรียมทำอาหาร ประจักษ์ก้มหน้าเป่าไฟเสียจนหน้าดำ พอเงยหน้าขึ้น ถูกจวงหัวเราะงอหาย วนิดาเอากระดาษเช็ดให้อย่างใกล้ชิด จวงรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินเลยย่องไปเงียบๆ

ประจักษ์นึกสนุกขึ้นมาเลยเอาเขม่าไฟป้ายหน้าวนิดาบ้าง เห็นหน้าเธอแล้วเขาก็หัวเราะขำ วนิดามองหน้าเขา บอกเขาว่า

"รู้ไหมคะ เวลาที่คุณหัวเราะน่าดูกว่าเวลาที่คุณทำหน้าบึ้งเสียอีก"

ทำอาหารเสร็จ ก็นั่งกินไปคุยกันไปอย่างมีความสุข....

ooooooo

ทาน อาหารทำเองกันจนอิ่มแล้ว วิ่งไล่จับปูลมกันจับใส่ขวดแล้วก็ปล่อยมันกลับบ้านไปตามเดิม วนิดาเริ่มรู้สึกง่วง หันมองประจักษ์ เห็นเขาแหงนมองท้องฟ้า พอเธอมองตามก็อุทานตื่นเต้น

"โอ้โฮ...ดาวเต็มท้องฟ้าเลยนะคะ"

วนิดา เดินมายืนดูดาวด้วยกัน เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่งจึงล้มตัวลงนอนเอาแขนหนุนมองท้องฟ้า วนิดากำลังจะล้มตัวลงนอนดูดาวบ้าง ประจักษ์ยืดแขนออกให้เธอหนุน แล้วทั้งคู่ก็นอนดูดาวด้วยกัน...พักใหญ่ ประจักษ์เอ่ยขึ้นเบาๆ

"พรุ่ง นี้ ต้องกลับแล้วสินะ" พูดแล้วไม่ได้ยินเสียงจากวนิดา แต่เขาก็ยังพูดต่อ "ไม่รู้ว่าเราสองคนจะได้มีโอกาสกลับมาที่นี่อีกเมื่อไหร่...นิด...ถ้าน้อง ชายฉันหาเงินมาใช้หนี้พ่อเธอจนหมด เราสองคนยังจะได้เจอกันอีกไหม..."

พูด มามากมาย วนิดานอนเงียบ เขานึกว่าเธอฟังอยู่ แต่พอถามแล้วไม่มีคำตอบ ประจักษ์เอะใจหันมองปรากฏว่า เธอหลับไปแล้ว  ประจักษ์มองใบหน้าสวยหวานนั้นครู่หนึ่ง

ถอนใจ แล้วหันมองท้องฟ้าหน้าเครียด...

ประจักษ์ อุ้มวนิดากลับมานอนที่ห้องพัก จังหวะที่วาง เธอลงบนเตียงนั้น หน้าเขาเกือบแนบหน้าเธอ ชายหนุ่มชะงักลังเล แล้วตัดสินใจหอมหน้าผากเธออย่างแผ่วเบา นุ่มนวลก่อนจะห่มผ้าให้แล้วเดินออกไป

เช้าวันรุ่งขึ้น จวงจัดแจงเก็บของเสร็จแต่เช้า ใส่กุญแจประตูหน้าบ้านแล้วออกมาบอกทั้งสองว่าเสร็จแล้ว ประจักษ์มองหน้าวนิดาอย่างรู้สึกใจหายที่เมื่อออกจากที่นี่ไปแล้วต้องกลับไป เผชิญกับความจริงที่บ้านมหศักดิ์ ดังนั้น ก่อนขึ้นรถเขาจึงให้จวงถ่ายรูปคู่กับวนิดาเก็บไว้

ooooooo

วันนี้ประจวบได้รับจดหมายจากปราณี เขาเปิดอ่านด้วยใบหน้าเครียด แล้วค่อยคลายกลายเป็นยิ้ม...

"ตอน นี้ดิฉันเป็นม่ายแล้วนะคะ พระยาภักดีราชาสามีของดิฉันเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจกะทันหัน ดิฉันรู้ดีว่าคุณเล็กคงนึกตำหนิดิฉันอยู่ในใจที่พอสามีตายก็รีบเขียนจดหมาย มาหาคุณเล็ก แต่ดิฉันทนคิดถึงคุณเล็กไม่ไหว ดิฉันปรารถนาอยากให้วันคืนเก่าๆของเราสองคนกลับมาอีกครั้ง ยังรักและ ห่วงใยคุณเล็กเสมอ...ปราณี"

อ่านจดหมายจบ ประจวบยิ้มดีใจ ระหว่างนั้น ชุมศรีถือปิ่นโตเข้ามา ประจวบตกใจรีบพับจดหมายเก็บใส่ลิ้นชักแต่ ชุมศรีก็ยังทันเห็น เขารีบลุกไปรับปิ่นโตบอกว่าจะเอาไปใส่จาน

พอประจวบหิ้วปิ่นโตเข้า ครัว ชุมศรีแอบเปิดลิ้นชักหยิบจดหมายออกมาอ่านอย่างอยากรู้ แต่พอรู้เธอถึงกับอึ้งหน้าเสีย ครู่หนึ่ง เมื่อประจวบยกจานอาหารออกมา ชุมศรีก็หายไปแล้ว เขาแปลกใจว่าจู่ๆทำไมชุมศรีกลับไปโดยไม่บอก

ooooooo

ที่ บ้านมหศักดิ์...พอประจักษ์ขับรถเข้ามาจอด ป้าทองกับไปล่ก็รีบเดินมาหาด้วยสีหน้าไม่ดี ป้าทองรีบเข้าไปจับมือวนิดาพูดน้ำเสียงเครือด้วยความเสียใจ สะเทือนใจว่า

"คุณนิดขา อีฉันขอโทษนะคะ ที่อีฉันช่วยอะไรคุณนิดไม่ได้เลย"

วนิดามองหน้าป้าทองสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ประจักษ์ ถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรือ ป้าทองทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

เวลา เดียวกันนั้น ที่ห้องรับแขกบ้านมหศักดิ์ คุณนายน้อม พิสมัย และปราณี กำลังดูแปลนบ้านกันอย่างเพลิดเพลิน คุณนายชมว่าเรือนหอที่ปราณีเอามาให้ดูสวยหรูดี ปราณีคุยอวดว่าช่างคนนี้ฝีมือดี ออกแบบบ้านให้เจ้านายชั้นสูงมาหลายต่อหลายคนแล้ว พิสมัยถามว่าถ้าอย่างนั้นราคาคงแพงมาก

"เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา ฉันจัดการให้เอง เธอสบายใจได้" ปราณียิ้มแย้มยินดี ทั้งพิสมัยและคุณนายยิ้มดีใจ คุณนายถามว่า

"แล้วเราจะเริ่มสร้างกันเมื่อไหร่ดีล่ะ แต่แม่ว่ายิ่งเร็วก็ยิ่งดี"

"จะไม่มีการสร้างอะไรทั้งนั้น!!" เสียงประจักษ์แข็งกร้าวแทรกเข้ามาก่อนตัว

ทั้ง สามคนหน้าเสีย แต่คุณนายปรับสีหน้าเร็ว รีบฉีกยิ้มเดินเข้าไปหา บอกว่ากลับมาก็ดีแล้ว จะได้คุยกันเรื่องสร้างเรือนหอไปพร้อมๆกันทีเดียวเลย ปราณีจะได้รีบเอาไป จัดการให้

"ผมไม่คุยครับ คุณแม่ทำไม่ถูก ให้คนมาทุบเรือนหลังเล็กทิ้งแล้วนิดจะนอนที่ไหน" ประจักษ์ท่าทีแข็งกร้าว

พิสมัยลุกพรวดขึ้นทันที ต่อว่าเขาอย่างน้อยใจว่าแค่ไปชะอำด้วยกันไม่กี่วันก็เรียกเสียสนิทปากถามว่า  "หรือว่ามันประเคนอะไรให้คุณพี่"

"พิสมัย...ถ้าเธอไม่รู้จักเขาก็ไม่ต้องพูด"

พิสมัยไม่พอใจถามว่าพูดแบบนี้แสดงว่าเขารู้จักวนิดามากกว่าตนและคุณแม่ใช่ไหม ประจักษ์พูดให้เธอเจ็บใจว่า

"นั่นสิ ฉันก็ยังแปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกันว่า ทำไมฉันถึงรู้จักนิดมากกว่าแม่แล้วก็คู่รักของฉันเอง"

พิสมัย อึ้งจนพูดไม่ออก ปราณีรีบแก้สถานการณ์บอกประจักษ์ว่าถ้าเขากลัวว่านายดาวรู้แล้วจะฟ้องหาว่า ไม่ดูแลลูกสาวเขาให้ดีก็ไม่ต้องกลัว ตนมีปัญญาจ่ายให้ คุณนายฟังแล้วรีบสนับสนุนยุว่าถ้านายดาวอยากฟ้องก็ให้ฟ้องไปตนไม่กลัว นายดาวต่างหากที่ต้องกลัวเรา

"คุณแม่แน่ใจเหรอครับ นายดาวไม่ใช่คนโง่นะครับ เขาไม่ยอมให้เราเอาเปรียบแน่ ถ้าเขาฟ้องให้เราชดใช้เป็นล้าน คิดดูแล้วกันว่ามีปัญญาจ่ายไหม"

ปราณีหน้าเสีย อึกอัก คุณนายหันไปถามปราณีว่าเงินแค่นี้จ่ายได้อยู่แล้วจริงไหม

"เอ่อ...ถ้าเงินเป็นล้าน ดิฉันก็ไม่ไหวนะคะคุณแม่" ปราณีเสียงอ่อย

"อ้าว..." คุณนายเหวอ หันไปมองหน้าพิสมัย เธอเหวอยิ่งกว่าอีก

ooooooo

วนิดา ป้าทอง จวง และไปล่ รออยู่นอกบ้าน พอเห็นประจักษ์เดินหน้าเครียดออกมา วนิดาเดาได้ว่าผลเป็นอย่างไร รีบเข้าไปบอกเขาว่า เมื่อเขาลำบากใจตนกลับไปอยู่บ้านพ่อดีกว่า และเขาก็ไม่ต้องกังวล ตนจะอธิบายให้พ่อเข้าใจเอง

"เธอไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น" ประจักษ์บอกหนักแน่น ทุกคนมองเขาด้วยความแปลกใจ

แล้วเย็นนี้เอง ประจักษ์ก็พาวนิดา ป้าทอง จวง และไปล่ เข้ามาในบ้านมหศักดิ์ บอกคุณนาย พิสมัย และปราณีที่มอง ตาค้างว่า

"ต่อไปนี้ นิดจะมาอยู่ห้องผม"

พอ ตั้งหลักได้คุณนายถามว่า แล้วเขาจะไปอยู่ไหน ประจักษ์ตอบทันทีว่าก็อยู่ห้องเดิม ถามว่าสามีภรรยากันจะอยู่ ห้องเดียวกันมันแปลกตรงไหน

พิสมัยปรี๊ดแตกทันทีร้องเสียงดังว่าตนไม่ยอม ถูกประจักษ์ เสียงดังกว่าสวนไปว่า

"แต่ เธอต้องยอม เพราะทุกคนทำให้ผมต้องทำแบบนี้" พอทุกคนเงียบเขาบอก "ป้าทอง จวง นอนที่ห้องข้างบันได ส่วนไปล่นอนที่หน้าห้อง แกมีปัญหาไหม"

"ไม่มีขอรับ" ไปล่ทำหน้าเซื่อง

ประจักษ์ กวาดตามองปรามพิสมัย ปราณี และคุณนาย แล้วจูงมือวนิดาเดินขึ้นข้างบน ทำเอาทั้งสามคนแทบกระอักเลือด หันมาเห็นป้าทอง จวง และไปล่กลั้นหัวเราะกันคิกคัก คุณนายตวาด

"หัวเราะอะไรกัน!!"

ป้าทองตอบยิ้มๆว่า "คนมันมีความสุขก็ต้องหัวเราะสิเจ้าคะ" แล้วหันไปทางจวงกับไปล่ "พวกเอ็งเห็นรึยังว่า

ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว! เฮอะๆๆ" พูดแล้วรีบเดินออกไปก่อนที่จะถูกสามคนนั้นจิกด่ากลับ

ooooooo

ประจักษ์ จูงมือวนิดาเข้าไปที่ห้องนอนของเขา บอกให้เธอนอนบนเตียง ส่วนเขาจะนอนที่เก้าอี้ยาว วนิดาไม่ยอมขอนอนบนเก้าอี้ยาวเอง เกี่ยงกันอยู่นาน จนสุดท้ายประจักษ์พูดแบบไม่ให้เธอเถียงได้อีกว่า

"ฉันไม่ยอมให้เมียฉันต้องลำบากหรอกนะ"

ได้ผล วนิดาเงียบกริบไม่กล้าเซ้าซี้อีก ได้แต่แอบชำเลืองมองเขาด้วยความซาบซึ้งใจ

ถึง เวลาอาหารเย็น เป็นเรื่องอีกจนได้ เมื่อประจักษ์สั่งป้าทองให้ไปเอาจานมาให้วนิดาชุดหนึ่ง คุณนายไม่ยอม บอกให้ วนิดาไปนั่งในครัวกับพวกคนของเธอ ประจักษ์เสียงแข็งไม่ยอม สั่งถม

"เอาจานของฉันตามไปที่ห้องครัว"

คุณนายน้อม พิสมัย และปราณี เหวอกันไปอีกครั้ง

เมื่อไปถึงครัว ป้าทองเกรงประจักษ์จะเหม็นกลิ่นครัว เสนอให้ยกไปทานกันที่ศาลาในสวนดีไหม

"ไม่ ต้องหรอกป้า ทานที่นี่แหละ ขึ้นมานั่งทานด้วยกันสิ" ประจักษ์ชวนสนิทสนม พอเห็นป้าทอง จวง กับไปล่มองหน้ากันอย่างคาดไม่ถึง เขาทัก "อ้าว...งง...ขึ้นมา"

ทั้งสามจึงลุกเดินก้มๆไปนั่งที่โต๊ะอย่างเจียมตัว ประจักษ์

หันมองวนิดา ทั้งสองยิ้มให้กัน แล้วลงมือทานข้าวด้วยกันอย่างสบายๆมีความสุข

ooooooo

วนิดา ตอนที่ 12

อ่านเรื่องย่อ
นิยายไทยรัฐ
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement