advertisement

กุหลาบไร้หนาม ตอนที่ 18

จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย เอกลิขิต
26 ส.ค. 2553 14:49

ว่าที่เจ้าบ่าวและว่าที่เจ้าสาวพากันไปเลือกห้อง จัดเลี้ยงในโรงแรม นุชชอบใจห้องที่กำลังดูอยู่ พนักงานโรงแรมมาอำนวยความสะดวกและแจ้งโปรโมชั่นพิเศษคือมีช่างภาพมืออาชีพถ่ายรูปติดหน้างานให้ นัดดาถามว่าถ่ายในสตูดิโอหรือ

"ที่ไหนๆในกรุงเทพฯก็ได้ค่ะ ถ้าเป็นต่างจังหวัดก็ต้องบวกค่าใช้จ่ายเพิ่มนิดหน่อย  ถ้าจองเลยวันนี้มีส่วนลดให้อีกนะคะ" พนักงานโปรโมตเต็มที่ เห็นหนุ่มสาวยิ้มชอบใจ เธอบอกว่าให้ลองปรึกษากันก่อนก็ได้ เดี๋ยวตนไปเตรียมเอกสารรายละเอียดมาให้

เมื่อพนักงานไปแล้ว นัดดาถามว่านุชชอบห้องนี้ใช่ไหม

"ค่ะ ราคาก็ไม่แพงจนเกินไป คุณย่าท่านคงไม่อยากให้สิ้นเปลืองมาก"

"อาใหญ่ด้วยล่ะครับ ยอมให้จัดที่โรงแรมก็บุญแล้ว กลัวจะงานเช้าจัดบ้านนุช งานเลี้ยงจัดบ้านพี่ อาใหญ่ทำอาหารเลี้ยงเอง" พูดแล้วหัวเราะขำๆทั้งสองคน นัดดาฉุกคิดขึ้นมา จับมือนุชถามว่า  "นุชคิดออกรึยังว่าเราจะไปถ่ายรูปแต่งงานกันที่ไหนดี"

นุชบอกว่ายังคิดไม่ออก พอถามเขานัดดาบอกยิ้มๆว่าคิดออกแล้ว นุชถามว่าที่ไหนหรือ นัดดาโน้มหน้าเข้าไปกระซิบบอก นุชฟังแล้วยิ้มถูกใจเหมือนกัน

ที่ที่ว่านั้นคือที่หน้าคณะของนุชนั่นเอง เมื่อไปถ่ายรูปกันจริงๆ เขาบอกนุชถึงความทรงจำดีๆกับที่นี่ว่า

"ก็พี่เจอนุชครั้งแรกที่นี่นี่ครับ  พี่อยากได้ภาพความประทับใจของเราเก็บเอาไว้" พูดแล้วกุมมือนุชไว้มองกันด้วยความรักลึกซึ้ง

ช่างภาพถ่ายรูปนั้นเก็บไว้ บอกว่ามู้ดของภาพเป็นธรรมชาติดี  เก็บไว้ให้เลือกคิดว่าทั้งสองคนคงชอบ  หลังจากนั้น จึงจัดท่าให้ถ่ายรูปกันอย่างหวานแหวว

ooooooo

หลังจากได้เงินสามแสนจากนันทวดีแล้ว พวง-สร้อยลิ่วไปเข้าบ่อนเล่นจนเสียหมด  หมดหนทางเข้าจึงนั่งตุ๊กตุ๊กไปที่บ้านเถ้าแก่เงินกู้รายหนึ่ง สวาททักท้วงว่า เอาจริงหรือแม่

"จริงสิวะ ไม่กู้เงินแล้วจะเอาที่ไหนไปใช้หนี้มันวะตั้ง เกือบห้าแสน" พวงสร้อยเด็ดเดี่ยว ครั้นถูกสวาทบ่นว่าตนเตือนแล้วว่าให้ใช้หนี้เขาให้หมดแล้วกลับก็ไม่เชื่อ เลยถูกด่า "มึงจะฟื้นฝอยหาตะเข็บให้มันได้อะไรขึ้นมาอีหวาด"

สวาทยังเป็นห่วงเตือนว่าเงินกู้นอกระบบดอกแพงมาก เราหาทางอื่นกันไม่ดีหรือ พวงสร้อยไม่มีทางอื่นให้เลือกแล้ว เพราะเพิ่งไปเอามาจากนันทวดี ครั้นสวาทท้วงติงอีกก็ถูกด่าถูกปรามว่าอย่าปากมากไปเล่าให้ใครฟังเด็ดขาด ว่าแล้วเข้าไปกดกริ่งหน้าบ้านอย่างตัดสินใจแล้วว่าเป็นไงเป็นกัน

เถ้าแก่เงินกู้จัดการให้อย่างเร็ว ให้พวงสร้อยเซ็นกู้ แล้วให้สวาทเซ็นเป็นพยานด้วย พวงสร้อยชมเถ้าแก่ว่าใจดีจัง ขอกู้ 5 ให้มาถึง 8

เถ้าแก่ให้พวงสร้อยเซ็นสำเนาบัตรประชาชนแล้วให้ ลูกน้องเอาเงินสดมาให้ เพราะพวงสร้อยบอกว่าใช้เช็คไม่เป็น พวงสร้อยดีอกดีใจมาก ส่วนสวาทได้แต่นั่งมองตาปริบๆด้วยความเป็นห่วงที่พวงสร้อยถลำลึกมากขึ้นทุกที

ooooooo

นันทวดีกลับมาแล้ว พนักงานคอนโดฯที่มาช่วยลากกระเป๋าเล่าอย่างชื่นชมว่าแฟนเธอน่ารักมากมาทุกวันเหมือนมาตอกเวลาเข้างานเลย เปรยๆว่าถ้าตนมีแฟนแบบนี้บ้างก็ถือว่าโชคดี

"แค่รักเราอย่างเดียวไม่พอหรอกจ้ะ มันมีองค์ประกอบแวดล้อมอื่นๆอีกเยอะที่ต้องพิจารณาด้วย ไอ้ความรักที่เจอปุ๊บ รักปั๊บ รักแรกพบอะไรเนี่ย มันมีแต่ในนิยายจ้ะ โลกความจริงมันไม่มีหรอกเลิกเพ้อเจ้อได้แล้วน้อง ขอบใจมากนะ วางไว้ ตรงนั้นแหละ"

เมื่อพนักงานลากกระเป๋าไปที่หน้าห้องแล้ว นันทวดีทิปให้หนึ่งพันบาท พนักงานยกมือไหว้ยิ้มดีใจก่อนออกไป แต่พอนันทวดีมาเปิดประตูห้อง เธอชะงักเมื่อเห็นปฏิทินแปะอยู่ที่ประตู ทุกช่องนับแต่วันที่เธอไม่อยู่ สารัตถ์เขียนข้อความเอาไว้ กรอกเวลาที่มาถึง

นันทวดีรู้สึกดีๆกับความรักที่สารัตถ์มีให้เธออย่างจริงใจและมากมาย แต่พอจะเข้าห้องก็เกิดอาการคลื่นไส้จะอ้วก จนต้องวิ่งไปเข้าห้องน้ำ

เมื่อเอาเครื่องเทสต์มาตรวจว่าท้องหรือไม่ ไม่ทันทำอะไรก็ได้รับโทรศัพท์จากสร้อยสอางค์ เธอกดรับอย่างเบื่อหน่าย

สร้อยสอางค์เพิ่งกลับจากคลับลองโทร.ถึงลูกสาวดู พอต่อติดก็ต่อว่าว่าเปิดมือถือแล้วหรือ หายหัวไปไหนมา พอนันทวดีบอกว่าไปเมืองนอกมาก็ถูกแม่ต่อว่าที่ไม่ชวนไปด้วย เลยบอกแม่ว่าใกล้ๆแค่นี้เองไปช็อปปิ้งแก้เซ็งเท่านั้น

สร้อยสอางค์ถามว่าพรุ่งนี้นุชจะแต่งงานแล้วรู้หรือเปล่า นันทวดีถามอย่างไม่อยากเชื่อว่าจริงหรือ

"ฉันจะโกหกแกทำไม รีบเข้านอนแล้วตื่นเช้าๆไปป่วนมันเลย ถึงจะสายไปแล้ว ล่มงานแต่งไม่ได้ก็ต้องไปป่วนอย่าให้มันราบรื่นเข้าใจไหม"

ฟังแล้วเธอยิ้มร้ายกาจบอกแม่ว่าบางทีอาจจะไม่สายไปก็ได้ ขอบคุณที่แม่โทร.มาบอกแล้วกดตัดสายเลย หลังจากเทสต์แล้วรู้ว่าท้อง เธอแสยะยิ้มพูดอย่างสะใจว่า

"พรุ่งนี้ แม่จะพาไปเจอหน้าคุณพ่อแต่เช้าเลยลูก"

ooooooo

เช้าวันงาน...

ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว บ่าวสาวขึ้นตั่งรอรดน้ำสังข์ ซึ่งมีแต่ญาติสนิทเท่านั้น วารีถามนวลใจว่าลืมเชิญคุณหญิงรุจิรารึเปล่า เพราะได้เวลาแล้วยังไม่เห็นมา นวลใจบอกว่าเชิญแล้วและเมื่อคืนก็ยังโทร.ย้ำแล้วด้วย แต่ฟังน้ำเสียงคุณหญิงตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้

"คุณวารีคะ ได้ฤกษ์แล้วค่ะ" อาใหญ่เตือน พวกญาติๆ ก็พากันมาเข้าคิวรอรดน้ำ โดยวารียืนหัวแถวรดเป็นคนแรก

ระหว่างที่วารีรดน้ำและอวยพรอย่างไม่มีทีท่าจะจบนั้น...

ที่ หน้าบ้าน รถหรูของรุจิราและสวีขับเข้ามาจอด ทั้งสองลงจากรถ แต่ไม่ทันจะเดินเข้าบ้านรถของนันทวดีก็พุ่งปราดเข้ามาจอดต่อท้าย นันทวดีใบหน้านิ่งขรึมก้าวลงจากรถในชุดสวย รุจิรากับสวีหันมอง เธอยกมือไหว้อย่างนอบน้อม แต่ทั้งสองหน้าตึงไม่รับไหว้

รุจิราถาม เสียงแข็งว่าสารัตถ์ไม่มาด้วยหรือ ได้รับคำตอบที่แทบสะอึกว่า "เราไม่ได้ตัวติดกันนี่คะ" พูดแล้วขอตัวบอกว่าเดี๋ยวไม่ทันรดน้ำสังข์ให้น้อง

สวีมองตามอย่าง ชิงชัง หันมาชวนคุณหญิงกลับทันที คุณหญิงเลยต้องรีบตามไปที่รถ นันทวดีหันมาเห็นทั้งสองเดินไปที่รถ ก็แถไปเคาะกระจกยกมือไหว้ลา แต่ปรากฏว่าทั้งสองเบือนหน้าหนี ไม่แม้แต่จะมองแล้วขับรถออกไปเลย

นันทวดีไม่แคร์ หันหลังเดินเชิดเข้าไปในบ้านด้วยสีหน้าแววตาร้ายกาจ

ooooooo

กำลัง ถึงคิวอาใหญ่รดน้ำอวยพรพอดี นัดดาเหลือบเห็นนันทวดีเดินเชิดเข้ามาก็กระซิบบอกเบาๆ ว่า "คุณนันมา" ทั้งนุชและอาใหญ่หันมอง ต่างรู้สึกไม่สบายใจ อาเล็กก็สะกิดให้นวลใจดู

นันท วดีเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่มีทีท่าจะมาป่วนอะไรเลย แต่วารีไม่ไว้ใจ ลุกปรี่ไปขวางไล่ให้ออกไปเลย นันทวดีอ้างว่าตนมาดี มาเพื่อรดน้ำสังข์อวยพรน้อง

"ฉันไม่เชื่อหล่อนหรอก ใครก็ได้ช่วยลากมันออกไปที"

"แขกเองค่ะคุณย่า" สีดาอาสาแข็งขัน รี่เข้าไปหานันทวดี แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเธอขอร้องว่า

"อย่า ทำรุนแรงกับฉันนะ ฉันกำลังตั้งท้อง" พูดแล้วบีบน้ำตาคลอหันไปมองนัดดา "นันแค่อยากพาลูกมาเจอหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะไม่มีโอกาสอีก"

อาเล็กเหลืออด บอกให้นันทวดีพูดให้เคลียร์ว่าใครเป็นพ่อลูกของเธอ แต่นันทวดีกลับบีบน้ำตามองไปทางนัดดา

"อย่าให้นันพูดเลยค่ะ เขากำลังจะมีชีวิตครอบครัวที่ดีกับผู้หญิงที่เหมาะสมกว่านัน"

เป็น เรื่องตึงเครียดขึ้นมาทันที นวลใจลุกขึ้นมาโต้ว่านัดดาไม่เคยล่วงเกินเธอ ก็ถูกย้อนถามว่านวลใจอยู่กับพวกตนตลอดเวลาหรือ วารีทนไม่ได้ สั่งให้ลากนันทวดีออกไปเดี๋ยวนี้ สีดากับหนึ่งเดินเข้าไปหา นันทวดีรีบยกมือห้าม

"ไม่ต้อง ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ" พูดแล้วมองไปทางนัดดาอีก "ฉันรู้ดีว่าทุกคนต้องเชื่อคุณนัดมากกว่าฉัน แต่ฉันขอยืนยันว่าเด็กในท้องเป็นลูกของคุณจริงๆ" พูดแล้วบีบน้ำตาอีก พูดเสียงเครืออย่างสะเทือนใจว่า "นันต้องการมาบอกเท่านี้ล่ะค่ะ"

วารีฉุนขาดตรงเข้าไปตบหน้า นันทวดีระวังอยู่แล้วจะหลบก็ทันแต่เธอไม่หลบ  พอถูกตบก็ย้วยลงไปกองกับพื้น

ร้องไห้อย่างน่าเวทนา วารีจะตามซ้ำ ถูกนวลใจเตือนว่าอย่าหลงเดินตามเกมเขา วารีเลยชี้หน้าไล่ให้ออกจากบ้านตนไปเดี๋ยวนี้เลย

ขณะ ที่นันทวดีจะเดินออกไปนั้น นัดดาถอดมงคลออกลุกยืนพูดเสียงดังว่าอย่าดีแต่พูดเธอต้องพิสูจน์ด้วยว่าท้อง จริงหรือเปล่า นันทวดีรับท้าทันที นัดดาเสนออีกว่าถ้าท้องจริงก็ยังต้องตรวจดีเอ็นเอเด็ก ถ้าเป็นลูกตนจริงจะยอมรับซึ่งมัน

ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว

ขณะที่นัดดากับนันทวดียืนจ้องหน้ากันอย่างท้าทายนั่นเอง นุชก็ลุกขึ้นพูดหนักแน่นว่า

"นุช เชื่อคำพูดพี่นัด ต่อให้สิ่งที่พี่นันพูดจะเป็นความจริง นุชก็จะแต่งงานกับพี่นัด นุชจะถือเสียว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นเพราะพี่นัดถูกหลอกลวงจากคนไม่ หวังดีกับเรา"

นัดดาหันไปจับมือนุชไว้ ทำให้นันทวดียิ่งเดือดดาล ซ้ำวารียังเสริมว่า

"ต่อให้เป็นลูกคุณนัดจริง ฉันก็ยอมให้รับได้แต่เด็กเท่านั้น ส่วนแกไม่มีวันซะหรอก เหมือนที่ฉันเคยสั่งพ่อแก

ไม่ให้รับแม่แกยังไงล่ะ"

นันทวดีปากคอสั่น น้ำตาร่วงรู้สึกเจ็บจนจุก ทันใดนั้น นวลใจก็ลุกขึ้นมาแฉนันทวดีเพื่อปกป้องนุชว่า

"ถ้า ฉันต้องเกิดมาเป็นลูกภรรยาน้อยอย่างเธอ แล้วได้รับความเมตตาขนาดนี้ ฉันจะเจียมตัวและสำนึกบุญคุณไม่ใช่ คอยจ้องคิดร้ายทำลายพวกเราอยู่ตลอดเวลา เธอควรเลิกคิดเคียดแค้นได้แล้ว  กลับเนื้อกลับตัวตอนนี้ยังทัน  ชีวิตเธอจะได้พบกับความสุขจริงๆ เสียที"

นันทวดีปากคอสั่น โกรธจนเกร็งไปทั้งตัว หันมองไปรอบๆ เห็นแต่สายตาของทุกคนที่มองมาด้วยแววตาแบบโปรดสัตว์ เธอทนอยู่ไม่ได้หันหลังเดินหนีออกจากบ้านไป

"ขอโทษด้วยนะคะ มีเรื่องวุ่นวายอีกจนได้ มารด น้ำสังข์ให้หลานกันต่อดีกว่าค่ะ อากาศมันร้อน คนก็เลยบ้าเอาง่ายๆ เชิญค่ะ...เชิญ" วารีหันบอกพวกญาติๆ

อาเล็กเดิน เข้าไปพูดกับนวลใจอย่างอดกังวลไม่ได้ว่า "มันตามอาละวาดทุกงานเลยนะคะ แจ้งตำรวจจับมันขังไว้ก่อนดีไหมคุณนวล เดี๋ยวงานเลี้ยงคืนนี้มันก็ตามไปอาละวาดอีก"

"ถ้าทำได้อย่างนั้นจริงก็ดีสิคะคุณเล็ก" นวลใจถอนใจอย่างหนักใจ

ooooooo

สี ดากับหนึ่ง ออกมาที่มุมสนามหน้าบ้าน หนึ่งยืนลุ้น ในขณะที่สีดาโทรศัพท์คุยกับสารัตถ์ ถามว่าอยู่ที่ไหน ทำไมไม่มางานของนุช  บอกว่าเย็นนี้อย่าลืมไปก็แล้วกัน แล้วเข้าเรื่องทันที

"พี่รัตถ์ รู้รึเปล่าคะว่าคุณนันท้อง...จริงสิคะ มาเร่หาพ่อเด็กในงานวุ่นวายกันไปหมด จะเป็นลูกพี่รัตถ์รึเปล่าก็ไม่รู้นะคะ..."

สี ดาหยุดฟังปลายสายอย่างสนใจ เสร็จแล้วตอบว่า "งั้นก็เป็นไปได้ค่ะ พี่รัตถ์ต้องตามประกบเลยนะคะ คนกำลังท้องกำลังไส้ ต้องระวังค่ะพี่รัตถ์ แขกขอแสดงความยินดีล่วงหน้านะคะ"

คุยโทรศัพท์เสร็จ สีดากับหนึ่งหันมาตบมือไฮไฟว์กันอย่างดีใจที่แก้เผ็ดนันทวดีได้เจ็บแสบสะใจจริงๆ

ooooooo

นันท วดีพกความเจ็บแค้นเต็มอกไปหาแม่ที่บ้าน สร้อยสอางค์เอาแก้วเหล้ามาให้กรึ๊บให้ใจเย็นก่อนบ่นลูกสาวว่าน่าจะชวนแม่ไป ด้วยจะได้ไม่ต้องถูกรุมด่าแบบนั้น เธอบอกว่าไม่แคร์หรอก ป่วนงานได้ก็สะใจแล้ว

ครั้นถามถึงยายว่าไปไหน สร้อยสอางค์บอกว่าจะไปไหน ถูกผีพนันสิงเสียขนาดนั้น นันทวดีบ่นว่าเข้าบ่อนอีกแล้วหรือ เพิ่งไถเงินตนไปใช้หนี้อยู่แหม็บๆ

มี เสียงโทร.เข้ามือถือ นันทวดียกดูเบอร์ พอเห็นเป็น สารัตถ์  เธอกดทิ้งทันที  สร้อยสอางค์บ่นๆว่าตื๊อกันไม่เลิกน่าเสียดายเป็นลูกแหง่ไปหน่อย นันทวดีเบ้ปากบอกว่าจนด้วย พลางลุกขึ้น

"แล้วงานแต่งมันเย็นนี้จะเอายังไง ปล่อยให้มันแฮปปี้ เอนดิ้งง่ายๆยังงี้เหรอ"

"ไม่มีทางหรอกแม่ นันเตรียมแผนการเอาไว้แล้ว รับรองว่ามันจะต้องจดจำงานแต่งคืนนี้ไปตลอดชีวิตเลยล่ะ!"

ooooooo

ที่ โรงแรมจัดงาน นุชกับนัดดากำลังให้ช่างแต่งหน้าอยู่ในห้อง นวลใจกับวารีเข้าไปช่วยดูแลนุชในห้อง ทั้งสองคุยกันว่า แขกที่รับเชิญนับไปนับมาได้ตั้ง 5 ร้อยคน บ่นๆกันว่าสงสัยห้องจะเล็กไปเสียแล้ว นุชคาดว่าคงจะมากันไม่ครบหรอก ส่วนวารีซึ่งมีความกังวลอยู่ลึกๆปรารภว่า น่าจะเอารูปของนันทวดีไปติดหน้าโรงแรมประกาศห้ามเข้าเกรงเดี๋ยวจะมาป่วนอีก

แล้ว ก็มีเรื่องจนได้ เมื่อนันทวดีที่ไม่มางานแต่โทรศัพท์ จากตู้สาธารณะใกล้ๆโรงแรมแจ้งนักข่าวว่า งานแต่งที่รัฐมนตรีต่างประเทศจะมาร่วมเป็นเกียรติในคืนนี้ ให้ระวังระเบิดด้วย

กลายเป็นเรื่องโกลาหลขึ้นมา เมื่อทั้งทางโรงแรมและตำรวจพากันตรวจค้นทั้งในห้องจัดงานและตรวจรถที่เข้าออกอย่างเข้มงวด

ข่าว แพร่ออกไปไม่นาน ปรากฏว่า มีโทรศัพท์โทร.เข้ามายกเลิกการมางานจากแขกที่ได้รับเชิญจนรับกันไม่หวาดไม่ ไหวซึ่งรวมทั้งรัฐมนตรีต่างประเทศด้วย

อาเล็กคาดว่าคงเป็นพวกโรคจิต แต่อาใหญ่เตือนว่าจะประมาทไม่ได้ หนึ่งถือโทรศัพท์เข้ามาบอกอาทั้งสองว่ามีแต่คนโทร.เข้ามายกเลิกไม่มางานทั้ง นั้น

จากการสืบสวนของตำรวจ ทราบว่าเสียงที่โทร.เข้ามานั้นเป็นผู้หญิงและโทรศัพท์ก็โทร.จากตู้ในซอยข้าง โรงแรมนี่เอง แต่น่าเสียดายที่ไม่มีกล้องวงจรปิดจึงไม่มีหลักฐานอะไรเกี่ยวกับคนร้าย

สุดท้าย แขกโทร.มายกเลิกกันหมด มีแต่แววตากับสีดาเท่านั้นที่มาร่วมงาน นุชถามนัดดาว่าจะเลื่อนงานออกไปดีไหม นัดดาจับมือนุชอย่างให้กำลังใจ ยืนยันว่า

"ไม่จ้ะ วันนี้คือวันแต่งงานของเรา วันที่เราสองคนตั้งใจเต็มร้อยแล้ว พี่ไม่ยอมเลื่อนเด็ดขาด ต่อให้มีแขกมางานแค่

คนเดียว งานแต่งของเราก็ต้องจัดจ้ะ"

ทุกคนมองหน้ากันอย่างเสียดาย ไม่น่ามีเรื่องแบบนี้ในวันสำคัญอย่างนี้เลย

ส่วน นันทวดี หลังจากเสียแค่บาทเดียวโทร.เข้ามาป่วน งานที่เตรียมกันมาอย่างดีเสียค่าใช้จ่ายไปมากมายแล้ว ก็กลับไปนอนเอกเขนกดูทีวีที่ห้องคอนโดฯริมแม่น้ำอย่างอารมณ์ดี สะใจ!

รุจิรากับสวีเตรียมจะไปงาน แต่พอมีข่าวนี้ออกมาก็ลังเล   ยิ่งเมื่อรู้ว่ารัฐมนตรีต่างประเทศไม่ไปแล้วก็ตัดสินใจทันทีว่าไม่ไป    แต่งามพิศก็ยังห่วงสารัตถ์  ไม่รู้ว่าจะไปงานนี้หรือเปล่า

สารัตถ์ไปจริงๆ เขาไปถึงตอนค่ำ หนึ่งเป็นคนมาต้อนรับ บอกว่าเขามาเป็นคนแรกเลย สารัตถ์ถามว่านัดดากับนุชไม่เลื่อนงานใช่ไหม หนึ่งบอกว่ากำลังจะลงมารับแขกแล้ว สารัตถ์ พยักหน้าอย่างเห็นใจ

เวลาเดียวกันนั้น นันทวดีลุกขึ้นมาแต่งตัวสวยหยาดเยิ้ม คว้ากระเป๋าถือกรีดกรายออกจากห้องคอนโดฯอย่างมั่นใจ

ที่ห้องจัดงาน มองไปมองมาก็เห็นแต่พวกญาติๆของทั้งสองฝ่าย หนึ่งมีหน้าที่ถ่ายภาพนิ่ง ส่วนสีดาถ่ายวีดิโอเพราะพวกช่างภาพที่จ้างมาตกใจกลัวพากันกลับไปหมดแล้ว

จนได้เวลาขึ้นเวที นุชบอกนัดดาว่าไม่ต้องขึ้นก็ได้กระมัง แต่เขาก็ยืนยันมั่นใจว่า

"ทำไมล่ะครับ เพราะแขกน้อยหรือ ไม่เกี่ยวนะ วันนี้ คือวันสำคัญของเราสองคน เราต้องมีความสุขที่สุดสิครับ ตั้งใจอยากทำอะไรก็ต้องทำให้ครบ"

ขั้นตอนของงานจึงดำเนินต่อไปอย่างครบถ้วน นัดดากับนุชยิ้มแย้มอย่างมีความสุขเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ooooooo

นันทวดีมาถึงแล้ว เธอนวยนาดผ่าน รปภ.ที่ตรวจกระเป๋าถือก่อนขึ้นไปห้องจัดงานด้วยอารมณ์อยากดู หน้าคู่บ่าวสาวให้สะใจ

ปรากฏว่าในห้องจัดงานมีแขกประมาณ 15 คน นัดดากำลังจูงมือนุชขึ้นเวทีโดยมีสีดาเป็นพิธีกร เอ่ยเชิญคู่บ่าวสาวกล่าวอะไรสักนิด ย้ำว่านิดเดียวนะ เพราะอยากกินเค้กแล้ว ทำให้มีเสียงขำๆดังขึ้น

นันทวดีเดินช้าๆเข้าไปในห้องงาน มองไปบนเวที เห็นนัดดายืนคู่กับนุช นัดดากำลังพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุข

"ขอบคุณทุกคนที่กล้าหาญฝ่าระเบิดมาร่วมงานของผมกับนุชคืนนี้นะครับ" เสียงหัวเราะกิ๊วก๊าวแทรกขึ้น สารัตถ์ ปรบมือเป่าปากชอบใจ นันทวดีเหล่ไปทางสารัตถ์อย่างหมั่นไส้ ในขณะที่นัดดาเริ่มพูดต่อ

"ตั้งแต่งานหมั้น งานรดน้ำ จนถึงงานฉลองแต่งงานในคืนนี้ มีเหตุขลุกขลักมาตลอดเวลา เพราะกำลังใจอย่างเดียว เลยที่ทำให้เราผ่านอุปสรรคต่างๆมาได้ ต้องขอบคุณความรักที่เรามีให้กัน และทุกคนที่มีให้เรา ผมกับนุชถึงมีโอกาสจูงมือกันยืนอยู่บนเวทีตอนนี้ได้"

เสียงปรบมือให้กำลังใจดังขึ้นเต็มที่สำหรับคน 15 คน ในงาน นวลใจกับอาเล็กแอบน้ำตารื้น


"วันนี้ ผมมีความสุขที่สุด ได้จัดงานแต่งงานอย่างที่ผมกับนุชตั้งใจเอาไว้ครบถ้วนทุกอย่างและมีคนที่รัก เรามากที่สุดเป็นสักขีพยาน แค่นี้ก็ไม่รู้จะต้องการอะไรอีกแล้ว ขอบคุณมากครับ"

ทุกคนปรบมือ แววตาถ่ายวีดิโอ ส่วนหนึ่งก็ยังคงถ่ายภาพนิ่ง สีดาแซวว่า

"ตายแล้ว แขกหน้าบานแข่งกับพุงป่องเลยนะคะ เป็นงานแต่งที่กินอิ่มที่สุดงานหนึ่งในประวัติศาสตร์ อ้ะ...เจ้าสาวพูดมั่ง อย่าเยอะเดี๋ยวกร่อย ปรบมือหน่อยค่ะ"

นันทวดีจ้องจิกอย่างหมั่นไส้มาก

"นุชรู้สึกเหมือนพี่นัดทุกอย่างค่ะ" นุชพูดแค่นั้นแล้วหันไปยิ้มหวานกับนัดดา สีดาประกาศให้เจ้าสาวตัดเค้กเลย นุชหันค้อนเพื่อนงอนๆ แล้วหันมาพูดต่อ "วันนี้นุชมีความสุข มากที่สุด ที่ได้จัดงานฉลองต่อหน้าคนที่นุชรักมากที่สุด เป็นงานแต่งงานที่ดีกว่าที่นุชเคยฝันเอาไว้เสียอีก วันนี้จะเป็นวันที่นุชจดจำไปตลอดชีวิต ขอบคุณมากค่ะ" พูดจบเธอหันไปกอด
นัดดาท่ามกลางเสียงปรบมือเป่าปากกรี๊ดกร๊าดชอบอกชอบใจของเพื่อนๆ ส่วนบรรดาญาติๆพากันน้ำตาซึมปลื้มปีติตื้นตันใจ

มีแต่นันทวดีคนเดียวเท่านั้น ที่เจ็บแค้นจนทนอยู่ต่อไปไม่ได้เดินฉับๆออกจากงานไป

ในขณะที่นัดดากับนุชมีความสุขอย่างที่สุดนั้น เป็นเวลาที่นันทวดีกลับไปอาละวาดเหมือนคนบ้าอยู่ที่ห้องคอนโดฯ ของตัวเอง

ooooooo

เงิน 8 แสนบาทที่พวงสร้อยไปเอาจากเสี่ยและไม่เคยส่งดอกเลยนั้น ดอกทบต้นทบไปทบมาจนกลายเป็น 3 ล้าน เมื่อไม่มีเงินให้เสี่ยส่งลูกน้องมาจี้ตัวพวงสร้อย กลับไปเอาทองของนันทวดีที่บ้าน มันเปิดตู้เซฟขนทอง ไปทั้งหมด ซ้ำยังขู่ว่าถ้าไม่พอพรุ่งนี้มาใหม่

สร้อยสอางค์กลับมาเจอถูกชิงกระเป๋าเงินไปอีก กลัวจนไม่กล้าอยู่ตัดสินใจขนเสื้อผ้าหนีออกจากบ้าน พวงสร้อยขอตามไปด้วยแม้จะถูกว่าอย่างไรก็ทนได้เพราะไม่มีที่ไปแล้ว

ส่วนนันทวดีดื่มจนเมาไม่ได้สติอยู่ในห้อง จนเช้ามีคนมาเคาะประตูเพราะไขกุญแจไม่ได้ ปรากฏว่าเป็นเจ้าของใหม่ ที่หาญพงศ์ขายไปในราคา 5 ล้าน ทั้งยังเอาใบสัญญาซื้อขาย มาให้ดูด้วย

นันทวดีแทบจะคลั่งที่ถูกหาญพงศ์หักหลังออกจากห้องตรงไปที่ร้านทอง   เจอป้ายประกาศปิดกิจการเข้าอีก โทร.เข้ามือถือหาญพงศ์ก็ติดต่อไม่ได้เพราะเขาปิดเบอร์ไปแล้ว เลยเปลี่ยนเป็นโทร.ไปที่ห้องคอนโดฯที่เธอเคยไปค้างด้วย ปรากฏว่าเป็นเจ้าของใหม่ที่เขาขายต่อไปแล้ว

ขณะยืนเหมือนคนบ้าอยู่ตรงนั้น ก็มีลูกจ้างเก่าร้านทอง เดินผ่านมา นันทวดีถามว่ารู้ไหมว่าร้านทองปิดไปนานหรือยัง ลูกจ้างคนนั้นบอกว่า "ตั้งแต่เฮียหาญแต่งงานไปน่ะค่ะ แต่งไป กับลูกสาวเจ้าของตลาด สินสอดตั้ง 8 ล้าน"

"เงินกูทั้งนั้น" นันทวดีคำรามอย่างแค้นใจ ถามว่ารู้จักบ้านของผัวเมียคู่นั้นไหม พูดพลางควักใบละห้าร้อยให้ ได้รับ คำตอบทันทีว่า รู้ แล้วอาสาพาไป

นันทวดีไปตะโกนด่าที่หน้าบ้าน หาญพงศ์ออกมากับเมียหมวยเขาบอกว่าไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้บอกเมียหมวยว่าที่ นันทวดีด่าปาวๆว่าตนโกงไปมากมายนั้นปั้นเรื่องขึ้นมาทั้งนั้นอย่าไปฟัง  เมียหมวยเลยบอก  รปภ.ให้ไล่นันทวดีไปให้พ้น นันทวดีไม่ยอมไป  รปภ.ขู่ว่าตำรวจกำลังมา  เธอเลยต้องไป แต่ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้

นั่นคือใบจองทองที่หาญพงศ์ให้ไว้ แต่พอเอาไปขึ้น ทองที่ร้าน ปรากฏว่าชื่อร้านก็ไม่มี ชื่อคนซื้อก็ขยุกขยิกไม่รู้ว่า เป็นใคร เลยรู้ว่าถูกโกงจนหมดตัวแล้ว...

ooooooo

สร้อยสอางค์พาพวงสร้อยไปเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่ แม่ลูกระหองระแหงกันเพราะห้องแคบแถมเงินทองก็ ไม่มีใช้ สวาทเองก็ขอลาออกเพราะห้องแค่นี้คงไม่จำเป็นต้องมีลูกจ้างอีก แต่ก่อนไปขอพูดความในใจให้หมดเพื่อไม่ต้องติดค้างไปว่า

"รู้ไหมว่าที่เธอกับแม่ต้องตกระกำลำบากยังงี้ ก็เพราะบาปกรรมที่ทำไว้กับคุณนวล" พูดได้แค่นั้น สวาทก็ถูกสร้อย–สอางค์ด่าว่าปากหมา สวาทสวนไปว่า "ฉันน่าจะปากหมามาตั้งนานแล้ว เพื่อว่าเธอจะตาสว่างขึ้นมั่ง เพราะความอาฆาตของเธอกับแม่มันบังตา คอยจ้องทำลายเขา ชีวิตครอบครัวเธอถึงได้ไม่มีความสุข ฉันล่ะสงสารหนูนันที่สุด ถูกเธอกับแม่

ปลูกฝังความเกลียดชัง คอยแต่สอนให้ชิงดีชิงเด่นจนหนูนัน

กลายเป็นคนนิสัยเห็นแก่ได้รักใครไม่เป็นแล้วรู้ตัวไหม"

สร้อยสอางค์เถียงไม่ออก ถามว่าด่าจบรึยัง ตนจะได้

เอาทองไปขายเสียที แล้วควักทองออกมาหลายเส้น บอกว่าจิ๊กเส้นสวยๆจากนันทวดีมา พวงสร้อยตาโตชมว่ารอบคอบจริงๆ ขยับเข้าไปลูบคลำ แต่สร้อยสอางค์ไม่เล่นด้วยปรามแม่ว่าอย่ามายุ่ง ตนจะจ่ายให้แม่วันละ 50 บาท ดูซิว่าจะไปเข้าบ่อนได้อีกไหม

สวาทเห็นแม่ลูกกำลังกลุ้มรุมกันดูทองเลยเดินเลี่ยงไปเงียบๆ

เมื่อสร้อยสอางค์เอาทองไปขาย ปรากฏว่าเป็นทองปลอมทั้งหมด สร้อยสอางค์แทบช็อก พวงสร้อยคิดขึ้นได้ว่าทองที่ลูกน้องเสี่ยมาเอาจากตู้เซฟไปนั้นคงเหมือนกัน หมด เป็นห่วงนันทวดีขึ้นมา บอกสร้อยสอางค์ให้รีบโทร.บอกนันทวดีว่าอย่ากลับไปที่บ้าน เกรงลูกน้องเสี่ยหวนมาอีกทีจะเจอเข้า

แต่ช้าไปแล้ว นันทวดีรับโทรศัพท์ของแม่อยู่ที่บ้าน พอรู้เรื่องจะหนีลูกน้องเสี่ยก็กรูกันเข้ามาแล้ว สุดท้ายนันทวดีต้องยอมยกรถให้ใช้หนี้แทนยาย

ลูกน้องเสี่ยคนที่เป็นหัวหน้าให้คนหนึ่งขับรถไปให้เสี่ย ส่วนตัวมันกับอีกคนคุกคามนันทวดีอย่างหื่นห่าม จนเธอวิ่งหนีไปที่ป้ายรถเมล์ถูกมันตามไปเจอ ติดต่อกับแม่และยายได้

แต่ทั้งสองก็ไม่ยอมบอกว่าอยู่ที่ไหนเพราะกลัวนักเลงจะตามไปฆ่า ถูกทิ้งให้อยู่ท่ามกลางอันตรายตามลำพังเช่นนี้ นันทวดี

ฉุกคิดขึ้นมาได้เรียกแท็กซี่หนีไปที่บ้านวารี นักเลงสองคนนั้นตามไปเห็นบ้านใหญ่โต เลยปล่อยไว้หวังว่าเธอจะหาเงินมาใช้ให้เสี่ยได้

ooooooo

เมื่อหนีพวกนักเลงเข้าไปในบ้านวารีแล้ววอนขอความช่วยเหลือเล่าความจริงให้ นวลใจกับวารีฟัง แต่เพราะเคยโกหกพกลมมาตลอด วารีไม่เชื่อซ้ำยังบังคับไม่ให้นวลใจช่วยด้วย พูดเย้ยหยันอีกว่า

"ถ้าที่หล่อนเล่าเป็นความจริงก็เท่ากับบาปกรรมมันตามสนองให้แล้ว ทีนี้จะเชื่อฉันได้รึยังล่ะว่าแม่กับยายหล่อนมันร้ายกาจขนาดไหน"

ไม่เพียงไม่ให้นวลใจช่วยเท่านั้น วารียังสั่งคนใช้ให้ลากตัวนันทวดีออกจากบ้านไปด้วย แม้ว่านวลใจจะนึกสงสารแค่ไหนก็ไม่กล้าขัดใจวารี ได้แต่แอบมองด้วยความเวทนา

พวงนักเลงเฝ้าอยู่หน้าบ้านเห็นนันทวดีวิ่งหนีอยู่ทางท้ายซอยจึงขับมอเตอร์ไซค์ตามไป

นันท วดีวิ่งไปได้ไม่นานก็รู้สึกปวดท้องรุนแรงแต่ยังกัดฟันวิ่งหนีจนรองเท้าหลุด หายไปทีละข้าง วิ่งเท้าเปล่าไปตามพงรกอย่างทรมาน หนีไปจนถึงตลาดเป็นเวลาคํ่ามืดแล้ว เลยแอบเข้าไปซ่อนตัวที่แผงในตลาด เจอทั้งหนู แมลงสาบเป็นฝูง เธอกลัวขยะแขยงจนขวัญเสีย จะหนีก็หนีไม่ไหวเลยฟุบร้องไห้ อย่างสมเพชตัวเองอยู่ตรงนั้น

กระทั่ง เช้าลูกน้องเสี่ยมาตามหาในตลาด นันทวดีตกใจวิ่งหนีไปที่ตึกร้าง วิ่งขึ้นไปจนถึงดาดฟ้าหมดทางหนี มีทางเดียวคือต้องกระโดดลงจากตึก 5 ชั้น

พวก นักเลงวิ่งตามขึ้นไป แต่แล้วพวกมันก็หยุดชะงักเมื่อมีโทรศัพท์จากเสี่ยแจ้งว่ารถยนต์ของนันทวดี นั้นปล่อยได้แล้วคุ้มทั้งดอกเบี้ยและเงินต้นไม่ต้องตามอีก พวกมันเลยพากันกลับไป

ขณะนั้นเองมีเด็กสองสามคนวิ่งเล่นโปลิศจับขโมย กันขึ้นมาเจอนันทวดี เธอถามเด็กว่าเห็นผู้ชายดำๆ ตัวใหญ่ๆ หน้าตาดุๆไหม พวกเด็กตกใจร้องบอกกันว่าคนบ้าแล้ววิ่งหนีไป

ระหว่างที่นันทวดียืน อยู่ที่ขอบดาดฟ้าจะกระโดดลงไปนั้น สมองสับสนว้าวุ่น เรื่องราวต่างๆในชีวิตผ่านเข้ามาในสมอง โดยเฉพาะความรู้สึกที่มีต่อนวลใจที่ตัวเองได้รับความเมตตาอบอุ่นและให้อภัย มาตลอด นาทีที่กำลังอยู่กับการตัดสินใจจะกระโดดลงไปนั่นเอง  หูแว่วเสียงเด็กร้อง  เธอผวาเอามือกุมที่ท้องตัวเอง วินาทีนั้นเธอฮึดสู้ขึ้นมา

ในที่สุดเธอตะเกียกตะกายไปที่ร้านขนมหวาน ในสภาพมอมแมมทรุดโทรมจนน่าเวทนา พอไปถึงหน้าร้านก็ล้มฟุบหมดสติ นวลใจรีบพาเข้าไปปฐมพยาบาลจนรู้สึกตัว คำแรกที่นันทวดีถามด้วยความกังวลใจคือ "คุณย่าล่ะคะ" พอนวลใจบอกว่าคุณย่าไปค้างที่วัด   ถามอย่างเวทนาว่า   หนูลำบากมาใช่ไหม  ทำให้นันทวดีนํ้าตาคลอขึ้นมา  พยักหน้าเบาๆ นวลใจพูดอย่างเปี่ยมด้วยความเมตตาว่า "ให้ฉันช่วยหนูเถอะนะ"

"ที่นัน มาหาไม่ได้อยากมาขอให้คุณช่วย แต่นันอยากมาขอให้คุณอโหสิให้นัน วินาทีเฉียดตาย มันทำให้นันได้คิดอะไรหลายอย่าง ไม่น่าเชื่อว่าลูกจะทำให้นันเปลี่ยนใจเลิกคิดฆ่าตัวตายได้ ช่วงเวลาที่นันจะคิดสั้น มีหลายเรื่องวนเวียนเข้ามาในหัวตลอดเวลา ไม่ว่านันจะร้ายกาจแค่ไหนก็มีแต่คุณที่อดทนและให้อภัยนันมาตลอด"

นวลใจยิ้มชื่นใจที่นันทวดีคิดได้ มองเห็นถึงความตั้งใจดีของตน

"ตอน นั้นมีหลายเรื่องที่นันอยากจะทำก่อนตาย  อย่างแรกเลยคือนันอยากมากราบขอโทษคุณ  ยกโทษให้นันด้วยนะคะคุณแม่" นันทวดีขยับตัวลงนั่งกับพื้นกราบที่ตักนวลใจ

"แม่ดีใจที่ในที่สุดหนู ก็คิดได้ด้วยตัวเอง" นวลใจประคองหน้านันทวดีขึ้นมา "เรากำลังจะได้เป็นแม่คนแล้ว เริ่มต้นชีวิตใหม่เสียทีนะ แล้วต่อจากนี้ชีวิตหนูจะทำยังไงต่อไป จะอยู่ที่ไหนทำอะไรกิน"

นันท วดีส่ายหน้าอย่างมืดแปดด้านบอกว่ายังคิดอะไรไม่ออก อยากมีเวลาอยู่คนเดียวสักพัก นวลใจบอกว่าถ้าเธอยังคิดว่าตนเป็นแม่อยากให้ช่วยอะไรให้บอกห้ามเกรงใจเด็ด ขาด นันทวดีกราบเท้านวลใจด้วยความซาบซึ้งใจอีกครั้ง นวลใจนํ้าตาคลอลูบหัวนันทวดีเอ่ยด้วยนํ้าเสียงที่เปี่ยมด้วยความเมตตาว่า

"ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการกลับเนื้อกลับตัวใหม่นะลูกนะ"

ooooooo

5-6 เดือนผ่านไป ที่โรงพยาบาลขนาดกลางแห่งหนึ่ง นันทวดีคลอดแล้ว เธอกำลังชื่นชมและให้นมลูกอย่างมีความสุข

ด้วยความรักที่แนบแน่นจริงใจจริงจังของสารัตถ์ เขาตามไปจนเจอนันทวดี เขาบอกเธอว่า

"ไม่ ว่าคุณจะหลบไปอยู่ที่ไหน ผมก็ต้องตามหาคุณจนเจอ ทำไมคุณไม่ให้โอกาสผมบ้างล่ะครับ ผมไม่ดี ผมเลว ตรงไหนบอกมาสิครับ ผมพร้อมจะปรับปรุงตัวเองทุกอย่าง ตอนนี้ผมย้ายออกมาอยู่เองแล้ว ปัญหาเดิมๆจะไม่มีอีกแล้วนะครับ คุณไม่ต้องกังวล"

นันทวดียังอึ้งๆ สับสนอยู่ จนสารัตถ์ถามว่าเธอไม่อยากเห็นลูกโตขึ้นมามีพ่อแม่อยู่กันพร้อมหน้าหรือ ย้ำกับเธอว่า "ไม่ว่าใครจะพูดยังไง เด็กคนนี้ก็จะเป็นลูกของผม ผมพร้อมรับแกเป็นลูกโดยไม่ต้องพิสูจน์อะไรทั้งนั้น ต่อให้ไม่ใช่ ผมก็ไม่แคร์ เพราะผมรักคุณ...ให้โอกาสเราสองคนได้เริ่มต้นใหม่ อีกครั้งได้ไหมครับ"

นันทวดีร้องไห้ออกมาอย่างซาบซึ้งตื้นตันใจใน ความรักของสารัตถ์ สารัตถ์กอดเธอไว้อย่างอบอุ่นปกป้อง นันทวดี ร้องไห้ในอ้อมกอดของชายหนุ่มอย่างยอมหมอบราบคาบแก้วต่อหัวใจของเขา

ooooooo

อีก หลายเดือนต่อมา นัดดาได้รับคำสั่งให้ย้ายไปประจำที่ต่างประเทศแล้ว เช้านี้ทุกคนที่บ้านจึงพากันออกมาตักบาตรแต่เช้าเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต โดยมีสีดามาตักบาตรร่วมกับหนึ่งด้วย

สารัตถ์เดินเข้ามาทักว่าเสียดาย ที่มาตักบาตรด้วยไม่ทัน แล้วเขาจึงบอกทุกคนว่า ตอนนี้นันทวดีคลอดลูกได้ 2-3 เดือนแล้ว ได้ลูกสาว และเวลานี้ก็อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวพ่อแม่ลูก จากนั้นบอกถึงความตั้งใจมาครั้งนี้ว่า

"นันเขาพูดถึงนุชบ่อยๆ เขารู้สึกผิดอยากจะขอโทษแต่ไม่กล้าสู้หน้า ไหนๆคุณสองคนก็จะเดินทางไปอยู่ต่างประเทศแล้ว ผมเลยตัดสินใจมาบอกแทนนันเขา ถ้าคุณสองคน ให้อภัย เขาก็คงหมดเรื่องติดค้างในใจเสียที"

นุชบอกว่า อยากเจอพี่สาวและหลานด้วย นัดดายุว่า ยังพอมีเวลา  นวลใจก็พยักหน้าเห็นด้วย  สารัตถ์ยิ้มดีใจ  จากนั้นสายๆ สารัตถ์ก็มาเจอนันทวดีที่ร้านขายเสื้อผ้าของเธอบอกว่า เผอิญเจอเพื่อนเขาอยากเยี่ยมหลานด้วย พลางมองไปข้างหลังตัวเอง

นันท วดีอึ้งไปเมื่อเห็นนัดดากับนุชเดินยิ้มแย้มเข้ามา นันทวดีจะเลี่ยงไปเพราะยังละอายใจไม่หาย สารัตถ์คว้ามือไว้บอกว่านุชกับนัดดากำลังจะเดินทางไปต่างประเทศเดี๋ยวนี้ แล้ว มีอะไรจะพูดกับนุชก็รีบพูดเสีย เพราะกว่าจะได้เจอกันอีกทีคงนาน

เมื่อ ไปนั่งคุยกันที่สวนใกล้ร้าน  นันทวดีไม่ขอให้ นุชอภัยในสิ่งที่ตนทำกับเธอ แต่ขอโทษแทน นุชปลาบปลื้มใจ  บอกว่า  นี่เป็นของขวัญก่อนเดินทางที่มีค่าที่สุดสำหรับตน  แล้วสองพี่น้องก็โผเข้ากอดกันด้วยความเข้าใจ  นัดดากับสารัตถ์มองอยู่ไกลๆ  ต่างยิ้มแย้มอย่างปลื้มปีติไปด้วย

สารัตถ์เข็นลูกเข้ามาหา นุชถามว่าหลานชื่ออะไร นันทวดีบอกว่าชื่อ "น้ำ" เพื่อจะได้ใจเย็นเหมือนนวลใจ

นัดดา เร่งนุชว่าถึงเวลาแล้วรีบไปกันเถิดเดี๋ยวจะตกเครื่อง   นุชนึกได้ยกมือไหว้ทั้งนันทวดีและสารัตถ์  หันไปหอมแก้มหลานส่งท้ายอีกทีแล้วโบกมือบ๊ายบายกัน

"โชคดีนะครับ" สารัตถ์อวยพร

"เช่นกันครับ" นัดดาตอบรับยิ้มแย้มอย่างมีความสุข สบายใจที่ทุกอย่างคลี่คลายไปด้วยดี

สารัตถ์กับนันทวดีและหนูน้ำอยู่กันอย่างอบอุ่นมีความสุขในครอบครัวเล็กๆ

นุช รีกับนัดดาเดินโอบกันไปขึ้นเครื่องบ่ายหน้าไปประจำที่ต่างประเทศดังความ ใฝ่ฝันที่ตั้งไว้ที่จะมีครอบครัวน้อยๆ และเตรียมพร้อมมีตัวเล็กๆไว้เป็นพยานรัก

ท้องฟ้าแจ่มใส เมื่อทุกอย่างคลี่คลาย เพราะ...

ความอาฆาตแค้น ไม่ต่างจากการปิดประตูขังตัวเอง

ถ้าไม่ให้อภัย...ก็ไม่มีวันเปิดประตูออกมาได้

การให้อภัย จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินไปสู่ เส้นทางที่ดีกว่าเดิม

ooooooo

-อวสาน-

กุหลาบไร้หนาม ตอนที่ 18

อ่านเรื่องย่อ
นิยายไทยรัฐ
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement