ตะวันยอแสง ตอนที่ 5 นิยายไทยรัฐ
วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ตะวันยอแสง ตอนที่ 5


17 เม.ย. 2560 08:06
1,073,680 ครั้ง

ละคร นิยาย ตะวันยอแสง

ตะวันยอแสง ตอนที่ 5

อ่านเรื่องย่อ

ตะวันยอแสง

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

เสนีย์ บุษปะเกศ

บทโทรทัศน์โดย:

คฑาหัสต์บุษปะเกศ

กำกับการแสดงโดย:

โชติรัตน์ รักษ์เริ่มวงษ์

ผลิตโดย:

บริษัท มหานิยมชมชอบ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ณัฐวุฒิ สกิดใจ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์

คุณใหญ่ ศักดิ์ระพี ตะวันและเอี้ยงมาถึงหน้าห้องนอนเห็นประตูแง้มอยู่ แม่กุญแจถูกงัดก็ตกใจรีบผลักประตูเข้าไป ภายในห้องข้าวของกระจายเกลื่อน นเรนทร์กับเพื่อนถือของมีค่าอยู่

“นเรนทร์! นี่จะขโมยของในห้องฉันเลยเหรอ” คุณใหญ่โกรธเสียงกร้าว

โตกับเกิดตกใจจะหนี ศักดิ์ระพี ตะวันและเอี้ยงขวางไว้ พร้อมมิตรกับจิตรใสได้ยินเสียงเอะอะตามมาดู ซ้อนถือกระเป๋าคุณใหญ่มาถึงต่างตกใจ คุณใหญ่คว้ามือเกิดที่ถือนาฬิกาทองของตนก็ยิ่งโมโห ให้เรียกตำรวจ โตและเกิดเข่าอ่อน คืนของมีค่าทั้งหมดยกมือไหว้อย่าจับพวกตน

นเรนทร์กร่างไม่เลิกโวยด้วยความไม่พอใจ “ไม่มีใครขโมย ผมเป็นทายาทคนเดียวของคุณพ่อ ทุกอย่างในบ้านนี้เป็นของผม ผมจะให้ใครก็ได้”

พริ้มเพราตาเหลือกปรามนเรนทร์ให้เงียบ แล้วขอร้องคุณใหญ่ “นเรนทร์ทำไปเพราะยังเด็ก ยกโทษให้นเรนทร์ด้วยเถอะ อย่าให้เรื่องถึงตำรวจเลยนะคะ”

“ผมไม่อยากได้ของของคุณแม่ใหญ่หรอก แค่อยากแน่ใจว่าคุณแม่ใหญ่ไม่ได้คิดจะโกงเก็บสมบัติทั้งหมดไว้คนเดียว” นเรนทร์ยังไม่สำนึก

“กล้ากล่าวหาฉันขนาดนี้เชียวเหรอ!” คุณใหญ่โกรธตบหน้านเรนทร์ฉาด

นเรนทร์โมโหผลักคุณใหญ่เซจะล้ม ศักดิ์ระพีประคองไว้ นเรนทร์ย่างเข้าหาท่าทางดุร้าย ตะวันเข้าขวาง เขาจ้องตากร้าวด่าคนชั้นต่ำไล่ไม่ให้มาเหยียบบ้านตน ตะวันโต้ไม่ไปและไม่ยอมให้ใครทำร้ายคุณแม่ใหญ่ นเรนทร์ตวาดไอ้ขี้ครอกถือดีอย่างไรมาเรียกคุณแม่ใหญ่แล้ว

เงื้อมือจะตบตะวัน ศักดิ์ระพีคว้ามือไว้ คุณใหญ่เสียงเข้ม

“ลูกยอไม่ใช่ขี้ครอก ฉันอนุญาตให้เขาเรียกเอง”

“แต่มันไม่ใช่ลูกคุณพ่อ มันไม่มีสิทธิ์”

“พวกเธอก็ไม่ใช่ลูกฉันสักคน ถ้าฉันรับลูกยอเป็นลูกบุญธรรม เขาก็เท่าเทียมกับพวกเธอ ต่อไปนี้ลูกยอจะมาอยู่ที่บ้านเดชาบดินทร์ ทุกคนต้องให้เกียรติยอแสง”

พร้อมมิตร จิตรใส นเรนทร์และพริ้มเพราต่างไม่พอใจ ตะวัน ศักดิ์ระพีและเอี้ยงตกใจไม่คิดมาก่อนว่าจะเป็นแบบนี้ คุณใหญ่ยืนกรานกับศักดิ์ระพีว่า ที่ตัดสินใจแบบนี้เพื่อไม่ให้นเรนทร์ดูถูกยอแสงอีก “ที่จริงพี่คิดมานานแล้ว อีกไม่นานเล็กต้องไปต่างประเทศเป็นปีๆ เล็กจะให้เด็กสองคนนั่นอยู่ที่บ้านร่มรื่นได้ยังไง พี่ไม่ยอมให้ลูกยออยู่ตามลำพัง พี่รักลูกยอเหมือนลูกแท้ๆ”

ทุกคนตกใจกับสิ่งที่เพิ่งรับรู้ พร้อมมิตรกับจิตรใสไม่พอใจมาก ส่วนตะวันตกใจน้ำตาคลอเบ้าเพิ่งรู้ว่าศักดิ์ระพีจะทิ้งตนไปเมืองนอกเป็นปีโดยไม่บอกสักคำ คุณใหญ่ย้ำขอให้ทั้งยอแสงและนพดลมาอยู่กับตน ตนจะดูแลอย่างดี ศักดิ์ระพีหนักใจแต่ไม่มีทางเลือก

ตะวันหลบมานั่งเสียใจเรื่องศักดิ์ระพีจะไปเมืองนอกที่ท่าน้ำเรือนแพ ส่วนเอี้ยงกลุ้มใจที่ต้องย้ายมาอยู่บ้านเดชาบดินทร์มีแต่พวกอันธพาล...นเรนทร์ พร้อมมิตร จิตรใสและพริ้มเพรา แค้นใจที่ตะวันกลายเป็นลูกบุญธรรมของคุณใหญ่ไปได้ นเรนทร์คั่งแค้นกลัวจะมาแย่งสมบัติตน

พริ้มเพรายุแยง “คุณใหญ่เป็นเมียแต่งเพียงคนเดียวของท่านต้น มีสิทธิ์ในสมบัติไม่น้อยไปกว่านเรนทร์หรอก ของแบบนี้ไว้ใจไม่ได้ ตัดไฟแต่ต้นลมดีกว่าต้องทำให้พวกมันอยู่ไม่ได้”

ทั้งสามทายาทตั้งใจฟังพริ้มเพรา...นเรนทร์เริ่มต้นด้วยการเข้าไปทำลายข้าวของในห้องที่จัดไว้ให้ตะวัน ซ้อนกำลังพาคุณใหญ่ ศักดิ์ระพี ตะวันและเอี้ยงขึ้นมาดูห้องที่จัดไว้ พอมาถึงต้องตกใจมาก เห็นนเรนทร์โยนข้าวของออกจากห้อง คุณใหญ่โกรธตวาดให้หยุด

นเรนทร์สวนชี้หน้าตะวัน “ฉันคือทายาทคนเดียวของคุณพ่อ เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ ถ้าแกจะมาอยู่ที่นี่ก็ต้องเคารพฉัน จำใส่สมองไว้ด้วย”

เอี้ยงกระซิบตะวันนี่ขนาดยังไม่ได้เข้ามาอยู่...คุณใหญ่โกรธมากกับความร้ายกาจของนเรนทร์ไม่รู้จะจัดการอย่างไร ได้แต่เสียใจรำพันกับรูปท่านต้น “คุณพี่...ปีศาจร้ายสิงนเรนทร์อยู่รึไง ทำไมถึงร้ายกาจขนาดนี้ ฉันเกินจะทนแล้ว” คิดถึงตอนยอแสงมาปกป้อง “จะผิดไหมคะถ้าฉันจะรักลูกของคนอื่นมากกว่าลูกของดวงพร ยอแสงเป็นเด็กดีผิดกับนเรนทร์ราวฟ้ากับดิน”

ด้านตะวันนั่งเศร้าในห้อง คิดถึงพ่ออินตาที่ทิ้งตนไป มาตอนนี้อาเล็กก็กำลังจะทิ้งตนไปอีกคน อยากกลับไปอยู่กับแม่ ถึงจะยากจนแต่ก็มีความสุข...ในขณะที่สายท่าทางเสียสติ เห่กล่อมห่อผ้าเป็นเด็กทารกร้องเพลงแม่กาเหว่า พริ้มเพรามาเห็นยิ้มเยาะสมเพช แย่งห่อผ้าโยนลงเหยียบย่ำหัวเราะเยาะ สายโกรธแค้นมากตาขวาง พุ่งเข้าบีบคอโดยพริ้มเพราไม่ทันตั้งตัว ซ้อนกับลูกน้องเข้าช่วยดึงสายออก สายถลาไปเก็บห่อผ้ามาเห่กล่อมแนบอก

ในคืนเดียวกัน ศักดิ์ระพีรู้สึกเหงาเศร้าใจเมื่อตะวันไม่ได้อยู่ที่บ้านร่มรื่น ออกมาที่คอกม้าลูบแผงคอพยับหมอกถามมันคิดถึงยอแสงหรือ เติมเข้ามาเปรย

“ดูมันเซื่องซึม เป็นม้านี่น่าสงสาร คิดถึงอยากไปหาแต่ไปไม่ได้ ไม่เหมือนคน ถ้าพยับหมอกเป็นคน คงตามยอแสงไปแล้วครับ ไม่มายืนทำหน้าม้าหงอยแบบนี้หรอก”

ศักดิ์ระพีคิดตามหันมายิ้มขอบใจเติมพรุ่งนี้ตนจะเข้าเมือง อารมณ์เขาดีขึ้นจนเติมงง

ooooooo

เช้าวันใหม่ ตะวันกับเอี้ยงนั่งรับประทานอาหารที่โต๊ะ นเรนทร์ พร้อมมิตรและจิตรใสเดินเข้ามาเห็น นเรนทร์ไม่พอใจไล่ทั้งสองไม่ให้ร่วมโต๊ะถ้าอยากร่วมให้กราบเท้าตนงามๆ ทั้งสองไม่สนใจ นเรนทร์จึงเข้าไปถ่มน้ำลายใส่จานเอี้ยง ตะวันโกรธยกจานข้าวโปะหัวนเรนทร์

เกิดการต่อสู้ขว้างปาจานข้าวใส่กันหกกระจาย คุณใหญ่เข้ามาตะโกนลั่นให้หยุด ต่างฝ่ายต่างฟ้องว่าอีกฝ่ายเริ่มก่อน คุณใหญ่หันไปถามพร้อมมิตรฐานเป็นผู้ใหญ่สุดให้เล่า เธออึกอักๆ

“นเรนทร์ไปหาเรื่องยอแสงกับนพดลก่อน แต่ยอแสงก็ทำไม่ถูกเอาข้าวไปละเลงหัวนเรนทร์ ก็เลยมีเรื่องกันค่ะ”

“ก็มันถือดีอะไรมานั่งร่วมโต๊ะกับผม ผมไม่ยอม”

“เงียบ! คนเหมือนกันเท่าเทียมกัน ทำไมจะนั่งร่วมโต๊ะกันไม่ได้ พร้อม...เราเป็นผู้ใหญ่กลับไม่ห้ามน้อง ลูกยอก็ไม่ควรเอาข้าวไปละเลงเขาอย่างนั้น ฉันจะลงโทษทุกคน ช่วยกันทำความสะอาดให้เรียบร้อย” คุณใหญ่สั่งเสียงเฉียบ

ทุกคนทำหน้าไม่พอใจ แต่ก็ช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาด มีเพียงนเรนทร์ที่ไม่ยอมหยิบจับอะไร

หาว่างานชั้นต่ำ สองสาวผู้พี่ก็ไม่พอใจแต่ยังช่วยกันทำความ สะอาด จากนั้นสองสาวก็มานั่งแค้นใจปรึกษากันจะทำอย่างไรไม่ให้ตะวันกับเอี้ยงมาตีเสมอพวกตน

ขณะที่เอี้ยงนั่งปรับทุกข์กับตะวัน พร้อมมิตรเดินมากับจิตรใส โยนรองเท้าคู่สวยลงตรงหน้าตะวัน สั่งให้ขัดให้สะอาดพรุ่งนี้ตนจะใส่แถมตอกย้ำ “ถึงคุณแม่ใหญ่จะยกย่อง แต่แกต้องไม่ลืมกำพืดตัวเอง ทำงานต่ำๆแบบนี้น่าจะถนัด”

ตะวันตำหนิจะใช้งานคนควรพูดจาดีๆ แต่สองสาวไม่สนใจสะบัดหน้าเดินกันไป เอี้ยงโวยไม่ให้ทำ ตะวันยิ้มเจ้าเล่ห์ในเมื่อให้ทำก็จะทำให้...ผ่านไปสักชั่วโมง ตะวันถือรองเท้ามือหนึ่งอีกมือถือแปรงลวดเดินมากับเอี้ยง พร้อมมิตรนั่งทานของว่างอยู่ถามรองเท้าขัดเสร็จหรือยัง

“แหม กำลังเอามาให้นี่แหละเจ้าค่ะคุณพร้อมนี่ไงเจ้าคะ” ตะวันวางรองเท้าให้พร้อมมิตรตกใจเมื่อเห็นรองเท้าตัวเองถลอกปอกเปิกยับเยินเต้นเร่าๆหาว่าแกล้ง จิตรใสถือรองเท้าจะมาให้ขัดบ้าง พอเห็นสภาพรองเท้าพร้อมมิตรก็รีบเก็บของตัวเองแล้วยุพี่สาวอย่ายอม พร้อมมิตรปรี่เข้าตบหน้าตะวัน ตะวันโกรธผลักกลับ ศักดิ์ระพีมาเห็นพอดีถามมีเรื่องอะไรกัน สองสาวรีบเข้าไปอ้อน ฟ้องว่ายอแสงแกล้ง ทำรองเท้าราคาแพงพังแล้วยังทำตัวเป็นอันธพาลอีก ศักดิ์ระพีหันไปถามตะวันทำจริงหรือไม่

“คุณพร้อมสั่งให้ยอแสงขัดรองเท้า ยอแสงทำไม่เป็นนี่คะ แม่ยังไม่เคยใช้ให้ทำเลย”

“นี่พร้อมสั่งให้ยอแสงขัดรองเท้าเหรอ!”

“เอ่อ...คือ พร้อมเห็นยอแสงว่างๆก็เลย...ให้ช่วยงานเล็กๆน้อยๆค่ะ”

เอี้ยงฟ้องตอนใช้ไม่ได้พูดแบบนี้ แล้วทำท่าเลียนแบบพร้อมมิตร “ถึงคุณแม่ใหญ่จะยกย่องแก แต่แกก็คงไม่ลืมกำพืดตัวเองหรอกนะ งานต่ำๆ แบบนี้ น่าจะถนัด...”

จิตรใสลืมตัวตวาดให้เงียบ พร้อมมิตรสะกิดเตือนน้อง ศักดิ์ระพีตำหนิพร้อมมิตรทำไม่ถูก ยอแสงไม่ใช่คนรับใช้ ถ้าคุณใหญ่รู้คงโกรธ ตะวันแทรกขึ้นว่า หมดธุระแล้วตนขอตัว สะบัดหน้าเดินหนี ศักดิ์ระพีจะตาม พร้อมมิตรกับจิตรใสรั้งแขนคนละข้างไว้ไม่ให้ไปยุ่งกับยอแสง แต่เขากลับบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับยอแสง ปลดแขนออกเดินตามไป สองสาวยิ่งเจ็บใจมากขึ้น

ศักดิ์ระพีวิ่งตามตะวันร้องบอกให้หยุด เอี้ยงเลี่ยงหนีให้ทั้งสองปรับความเข้าใจกัน ศักดิ์ระพีต่อว่าที่ตะวันแกล้งทำรองเท้าพร้อมมิตรพัง เธอยอมรับอยากทำเหมือนตนเป็นขี้ข้า

ศักดิ์ระพีสั่งสอน “ทีหลังถ้าไม่เต็มใจก็บอกไปว่าไม่ทำ การแก้แค้นไม่ช่วยแก้ปัญหา แต่ยิ่งสร้างปัญหาไม่จบสิ้น เธอนี่ไม่รู้จักคิด”

“ใช่ค่ะ ยอแสงเป็นเด็กไม่ดี ไม่รู้จักคิด ถ้าอาเล็กเบื่อก็ไม่ต้องสนใจยอแสง ยอแสงจะเป็นยังไงก็ช่าง” ตะวันน้อยเนื้อต่ำใจประชดแล้ววิ่งร้องไห้ออกไป ทำเอาศักดิ์ระพีงงไม่เข้าใจ

คนรับใช้ช่วยกันเช็ดทำความสะอาดของสะสมโบราณในบ้าน ซ้อนกำลังยกแจกันใบโต ตะวันเดินผ่านมาเข้าช่วย พริ้มเพราและจิตรใสเดินมาเห็นยิ้มกริ่มคิดแผนร้าย...ขณะที่ตะวันค่อยๆถือแจกันมาอย่างระมัดระวัง จิตรใสแกล้งยื่นขาขัดทำให้ตะวันล้มแจกันแตกกระจาย แล้วยืนหัวเราะสมน้ำหน้าก่อนจะตะโกนขึ้นว่า ยอแสงทำแจกันคุณแม่ใหญ่แตก

คุณใหญ่วิ่งมา พริ้มเพรารอชี้ให้ดูว่ายอแสงทำแจกันแตก คุณใหญ่ถามยอแสงทันทีว่าใครแกล้ง บอกมาตนจะลงโทษ จิตรใสหน้าซีดตัวสั่น ตะวันเห็นกลับสงสารรับว่าตนทำแตกเอง เอี้ยงไม่เชื่อให้พูดความจริงพร้อมมิตรตอกย้ำว่ายอแสงสารภาพว่าผิด คุณแม่ใหญ่ต้องเป็นกลาง

พริ้มเพราเยาะ “ว่าไงล่ะคะ คุณใหญ่...”

คุณใหญ่ละล้าละลังจะทำอย่างไรดี ศักดิ์ระพีเดินเข้ามาบอกว่ายอแสงเป็นคนของตน ตนจะจัดการเอง จิตรใสโล่งอก...ศักดิ์ระพีพาตะวันแยกมาสอบถามทำจริงหรือ ตะวันยังงอนประชด “ค่ะ ยอแสงทำแตกเอง ยอแสงทำผิด อาเล็กอยากลงโทษก็เชิญเถอะค่ะ ยอแสงไม่อยากอยู่ที่นี่ คนบ้านนี้ไม่มีใครอยากให้ยอแสงอยู่ ถึงเกิดเรื่องแบบนี้ ลงโทษยอแสงเถอะค่ะ ทุกคนจะได้สบายใจ”

ศักดิ์ระพีให้โอกาสพูดอีกครั้งแต่ตะวันยังประชดไม่เลิก ว่าตนแกล้งทำเพราะเป็นคนไม่ดีให้ลงโทษตน

ศักดิ์ระพีโมโหที่ตะวันดื้อจึงคว้าไม้มาหวดก้นอย่างแรง...คนข้างนอกได้ยินเสียงฟาดยิ้มเยาะสะใจ มีเพียงคุณใหญ่กับเอี้ยงที่สงสาร ศักดิ์ระพีย้ำกับตะวัน

“จำไว้ว่าวันนี้ฉันตีเธอไม่ใช่เพราะเธอทำแจกันแตก ฉันทำโทษเพราะเธอไม่ได้ทำผิด เธอโกหกพี่ใหญ่ ฉันเกลียดเด็กที่ไม่รักความจริง ฉันเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด”

ตะวันอึ้งเถียงไม่ออกได้แต่น้ำตาร่วงเผาะ ศักดิ์ระพี ยังย้ำว่าเกลียดเด็กโกหกที่สุด ตะวันสะอื้นตัดพ้อ “อาเล็กไม่ได้มาเป็นยอแสง อาเล็กไม่เข้าใจหรอก”

“เด็กดื้อ ว่าแล้วยังเถียง จะไปไหนก็ไป ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอ”

ตะวันยิ่งเสียใจพรั่งพรูว่าต่อไปจะไม่มาให้เขาเห็นหน้าอีก ว่าแล้ววิ่งร้องไห้ออกไป เอี้ยงเห็นพี่วิ่งออกมาก็วิ่งตาม พร้อมมิตร พริ้มเพรา นเรนทร์และจิตรใสหัวเราะสะใจ...ศักดิ์ระพีหงุดหงิดจะกลับ คุณใหญ่เข้ามาต่อว่าทำรุนแรงเกินไป เขาบอกแค่อยากสอนให้ยอแสงรู้จักคิด ไม่ใช่เอาแต่ดื้อ โกหก ถ้าไม่รู้จักเปลี่ยนนิสัยคงอยู่ด้วยกันไม่ได้ คุณใหญ่ใจหายสงสารตะวัน

ค่ำนั้นตะวันเก็บตัวอยู่ในห้อง คุณใหญ่เคาะเรียกก็ไม่เปิด เอาแต่นอนร้องไห้เสียใจที่อาเล็กไม่อยากเห็นหน้าตนอีก ตัดสินใจลุกขึ้นเอาชุดเก่าซอมซ่อมาใส่...เอี้ยงเป็นห่วงตะวันจนนอนไม่หลับ พอดีตะวันเคาะประตูเรียก เอี้ยงเปิดประตูเห็นตะวันแต่งชุดเก่าก็แปลกใจ

“ชุดนี้แหละเหมาะกับเราที่สุด เราเป็นแค่คนต่ำต้อยไม่ใช่ผู้ดีเหมือนคนที่นี่ ถอดชุดนั่นออกซะ เอาชุดเก่าของเราใส่” ตะวันยื่นชุดเก่าให้เอี้ยง “อาเล็กไล่พี่ บอกว่าจะไปไหนก็ไป ไปให้พ้นหน้าเขา อาเล็กไม่รักพี่แล้ว เขาบอกว่าเกลียดพี่ด้วย พี่ไม่อยากอยู่บ้านหลังนี้แล้ว นอกจากคุณแม่ใหญ่ไม่มีใครรักเราสักคน ต้องอยู่กับคนที่เกลียดเรา จะอยู่ได้ยังไง พี่จะไปจากที่นี่”

“จะดีรึพี่ ไหนพี่เคยบอกว่าอยากเรียนหนังสือ ถ้าไปจากที่นี่เราก็ไม่ได้ไปโรงเรียน และ...ไม่ได้เจอใจบุญอีก คิดดีๆนะพี่”

ตะวันรู้ว่าเอี้ยงชอบใจบุญ สงสารน้องจึงบอกให้เขาอยู่ต่อ ตนจะไปคนเดียว เอี้ยงไม่ยอม ไปไหนต้องไปด้วยกัน ตะวันโผกอด รักเอี้ยงเหมือนน้องชายแท้ๆ

ooooooo

ค่ำคืนเดียวกัน ศักดิ์ระพีเครียดคิดถึงคำพูดรุนแรงที่พูดใส่ยอแสง รู้สึกไม่สบายใจและเป็นห่วงเธอมาก ในขณะที่ตะวันกับเอี้ยงออกจากบ้านเดชาบดินทร์โดยไม่เอาอะไรติดตัวไปเลย มีแค่เงินที่ติดตัวมาแต่ก่อน พอเดินผ่านห้องคุณใหญ่ จึงก้มกราบกับพื้นหน้าห้องรำพึง

“คุณแม่ใหญ่เจ้าขา ยอแสงกราบขอโทษ คุณแม่ใหญ่ เมตตายอแสงมาก แต่นอกจากคุณแม่ใหญ่แล้วทุกคนเกลียดยอแสง แม้แต่อาเล็กก็ไม่รักยอแสงแล้ว ยอแสงทนอยู่ต่อไปไม่ได้ ยอแสงกราบลานะคะ ยอแสงบุญน้อยไม่ได้อยู่รับใช้คุณแม่ใหญ่แต่ยอแสงจะไม่มีวันลืมพระคุณเลยค่ะ”

ตะวันกับเอี้ยงเดินออกมาหยุดมองหน้าบ้านทั้งสองอยู่ในชุดซอมซ่อ ตะวันปาดน้ำตากล่าวลาบ้านเดชา-บดินทร์เป็นครั้งสุดท้าย...

รุ่งเช้า คุณใหญ่รู้ว่าตะวันหายไปจากบ้านก็สั่งคนรับใช้ตามหาทั่วบ้าน ศักดิ์ระพีมาถึงเห็นความวุ่นวายในบ้านเดชาบดินทร์ก็แปลกใจ พร้อมมิตรกับจิตรใสยิ้มสมใจออกมารับศักดิ์ระพี คุณใหญ่ร้องไห้เข้ามาบอกน้องชายว่ายอแสงกับนพดลหายไป นเรนทร์หัวเราะร่าไปเสียได้ก็ดี พริ้มเพราปรามหลานชายก่อนจะเตือน

คุณใหญ่ให้ตรวจทรัพย์สิน มีอะไรหายไปบ้าง คุณใหญ่โกรธถามหมายความว่าอย่างไร พร้อมมิตรเสริมไม่อยากกล่าวหาคนของอาเล็ก แต่หายไปแบบนี้มันน่าสงสัย จิตรใสร้องขึ้นต้องไปสำรวจของในห้องตัวเองก่อนว่ามีอะไรหายไปบ้าง

ทั้งสี่คน พริ้มเพรา นเรนทร์ พร้อมมิตรและจิตรใสหัวเราะสะใจกันอยู่ในห้องรับแขก ที่ยอแสงกับนพดลไปเสียได้ ขอให้ไปแล้วไปลับอย่ากลับมาอีก ในขณะที่ศักดิ์ระพีกับคุณใหญ่เข้ามาดูในห้องตะวัน เห็นข้าวของอยู่ครบ คุณใหญ่ร่ำไห้เสียใจ ศักดิ์ระพีเห็นหนังสือจังหวัดอยุธยาวางบนโต๊ะ มีหน้าที่ถูกคั่นไว้ เปิดดูเห็นรอยขีดทำเครื่องหมายไว้สถานที่หนึ่ง แสดงว่าคงไป

ที่นั่น คุณใหญ่มีความหวังขึ้น ศักดิ์ระพีดีใจจะไปตามตะวันที่อยุธยา

พอดีบารมีพาใจบุญตามมาเพราะไปหาศักดิ์ระพีที่บ้านร่มรื่น คนที่นั่นบอกว่าเขามาที่นี่ ศักดิ์ระพีไม่มีเวลาจะคุยด้วย คุณใหญ่อึกอักไม่อยากเล่าเรื่องวุ่นวายในบ้านให้ฟัง บารมีตัดพ้อรังเกียจไม่อยากอยู่คุยกับตนและลูก ศักดิ์ระพีตัดสินใจแก้ปัญหา

“ถ้าคุณบารมีไม่ว่า ผมขออนุญาตพาน้องใจบุญไปธุระด้วย ถือว่าไปนั่งรถเล่นนะครับ”

“ดีเลยค่ะ จะได้พาใจบุญเที่ยวด้วย ไปสิลูก” บารมีผลักดันใจบุญให้ไปกับศักดิ์ระพี

ศักดิ์ระพีขับรถเร็วด้วยร้อนใจเป็นห่วงตะวันจนใจบุญหวาดผวา เพราะเกือบเฉี่ยวชน เขาถอนใจเล่าว่า ยอแสงกับนพดลหนีออกจากบ้าน สงสัยจะไปอยุธยา ใจบุญได้ฟังเช่นนั้นรีบเร่งให้เขาขับรถไป จะเร็วแค่ไหนก็ได้ตนจะไม่กลัวอีก

ด้านตะวันกับเอี้ยงนั่งรถไฟมาถึงอยุธยา ยืนคว้างไม่รู้จะไปทางไหน ตะวันบอกเอี้ยงว่าครั้งสุดท้ายก่อนที่พ่ออินตาจะหายตัวไป เราจอดเรือกระแชงที่อยุธยานี่ เอี้ยงถามจะเริ่มต้นตรงไหน ตะวันส่ายหน้าคิดถามคนแถวนี้ทั้งที่จำหน้าอินตาไม่ได้ จำได้เพียงพ่อผิวคล้ำ แต่ไม่ว่าตะวันกับเอี้ยงเข้าไปถามร้านไหนกลับถูกไล่หาว่าเป็นขอทานเพราะเสื้อผ้าที่ทั้งสองใส่เก่าซอมซ่อ เอี้ยงหิวตะวันมีเงินน้อยจึงซื้อได้เพียงข้าวเหนียวห่อให้เอี้ยงกิน เอี้ยงยิ้มทำหน้าเอร็ดอร่อย

ด้านพร้อมมิตรกับจิตใสถูกคุณใหญ่ทำโทษให้นั่งร้อยพวงมาลัย พร้อมมิตรเจ็บใจที่กำจัดยอแสงไปได้แต่ต้องมาเจอใจบุญตามติดศักดิ์ระพีไปอีก คิดกำจัดใจบุญอีกคน

ศักดิ์ระพีขับรถมาถึงอยุธยาเที่ยวเดินถามพ่อค้าแม่ค้าแถวนั้นว่าเห็นคนรูปร่างหน้าตาคล้ายยอแสงกับนพดลบ้างไหม ในขณะเดียวกันตะวันเดินไร้จุดหมายมาถึงวัดแห่งหนึ่ง จึงคิดเข้าไปไหว้พระขอพรให้ตามหาพ่อเจอ...ศักดิ์ระพีกับใจบุญเดินมาถึงหน้าอุโบสถวัด ใจบุญชวนเข้าไปไหว้พระขอให้พบยอแสงกับนพดล ขณะที่ทั้งสองเดินเข้า ตะวันกับเอี้ยงเดินออกอีกประตูจึงไม่เห็นกัน มีชายวัยรุ่นคนหนึ่งเดินชนตะวัน เธอรู้สึกเอะใจจับกระเป๋าจึงรู้ว่าโดนล้วงกระเป๋าก็ตกใจรีบวิ่งตามชายคนนั้นไป

ศักดิ์ระพีกับใจบุญเหนื่อยล้า คิดว่าคงต้องพึ่งตำรวจช่วยค้นหา ทันใดได้ยินเสียงร้องให้หัวขโมยหยุด ตะวันวิ่งตามขโมยจนทันเกิดการต่อสู้ยื้อแย่งกระเป๋าสตางค์กัน ขโมยชักมีดออกมาจะแทง ศักดิ์ระพีเข้ามาช่วยจับแขนบิดจนมีดหล่น ตะวันรีบเก็บกระเป๋าขอบคุณไม่ทันมองว่าคนช่วยคือใคร แต่พอเงยหน้ามอง ต่างคนต่างตกใจ ตะวันร้องบอกเอี้ยงให้หนี ใจบุญให้หยุดวิ่งและกลับมา ศักดิ์ระพีผละจากขโมยวิ่งตามตะวันไปอย่างเร็ว ใจบุญล้มร้องโอ๊ย...เอี้ยงเห็นชะงักสองจิตสองใจจะไปทางไหนดี สุดท้ายวิ่งกลับมาช่วยใจบุญ ใจบุญให้รีบตามยอแสงแต่เจ็บขา

“โธ่...เจ็บขนาดนี้ยังจะห่วงคนอื่นอีก มา...ขี่หลังนพดลไปเถอะ”

ใจบุญเป็นห่วงยอแสง เอี้ยงบอกคงไปไหนไม่ได้ไกล ให้เธอทำแผลก่อนดีกว่า...ระหว่างทายาให้ใจบุญ เอี้ยงเล่าเรื่องเมื่อวานที่เกิดขึ้น ใจบุญบอกตนใจหายกลัวไม่ได้เจอทั้งสองคนอีก ทั้งสองเป็นเพื่อนที่ดีของตน เอี้ยงยิ้มปลื้ม

“หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์จริงๆนพดลขอให้เจอใจบุญก็ได้เจอทันที แหม กลับไปขออีกข้อดีกว่า” ใจบุญถามจะขออะไร “ขอให้พี่ยอหายงอนอาเล็ก นพดลจะได้กลับบ้านจะได้ไปโรงเรียนกับใจบุญ จะได้เจอใจบุญทุกวัน”

ใจบุญหัวเราะสดใส ในขณะที่ศักดิ์ระพีตามหาตะวันไม่เจอเดินไป ตะวันออกมาจากที่ซ่อนยืนโล่งอก ทันใดศักดิ์ระพีมาด้านหลังถาม “คิดจะหนีพ้นรึครับคุณยอแสง”

ตะวันตกใจจะวิ่งหนีต่อ ศักดิ์ระพีจับไว้แล้วอุ้มแบกขึ้นบ่า เธอร้องให้ปล่อย ทุบตีหลังเขายกใหญ่จนเขา ต้องปล่อยลงแล้วถามประชด “กระผมทำอะไรให้คุณยอแสงขัดเคืองใจรึเปล่าครับ คุณยอแสงถึงหนีมาแบบนี้”

“อาเล็กไม่ต้องพูดประชดหรอกค่ะ”

“ฉันกลัวพูดไม่ถูกหู เธอจะหนีไปอีก รู้ไหมว่าพี่ใหญ่เป็นห่วงเธอมาก”

“ยอแสงรู้ แต่ยอแสงทนอยู่ที่นั่นไม่ได้ นอกจากคุณแม่ใหญ่แล้ว ไม่มีใครรักยอแสงสักคน ไม่มีเลยสักคน” ตะวันตัดพ้อ

“ไม่มีสักคนนอกจากคุณแม่ใหญ่รึ...แล้วเธอเอาฉันไปไว้ที่ไหน ไม่นับรวมฉันรึ”

“ไม่นับค่ะ เพราะอาเล็กไม่รักยอแสง เมื่อวานอาเล็กบอกว่าเกลียดยอแสง อาเล็กยังไล่ยอแสงอยู่เลย”

“ฉันพูดเพราะกำลังโกรธ ถ้าฉันเกลียด ถ้าฉันไม่ห่วง คงไม่ทิ้งงานขับรถแข่งกับรถไฟตามเธอมา รู้ไหมว่ารถเกือบชนตั้งหลายครั้ง” ศักดิ์ระพีลืมตัวพูดความรู้สึกออกไป

ตะวันปลื้มปริ่มยิ้มออกที่เขาเป็นห่วงตนขนาดนั้น ศักดิ์ระพีถามยอมกลับหรือยัง ตะวันขอกลับบ้านร่มรื่นไม่อยากกลับบ้านเดชาบดินทร์ คนที่นั่นใจร้ายไม่มีใครรัก ตนไม่มีความสุขเลย

“คนในสังคม มีทั้งคนดี คนไม่ดี มีทั้งคนรักเราและคนที่เกลียดเรา เราเลือกไม่ได้หรอก คิดเสียว่าบ้านเดชาบดินทร์เป็นแบบทดสอบ ใช้ความดีของยอแสงเอาชนะใจพวกเขา ทำให้พวกเขารักยอแสง ถ้าทำได้ยอแสงจะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและอยู่ในสังคมได้” ศักดิ์ระพีให้แง่คิด

ตะวันท้อใจไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ศักดิ์ระพีเชื่อมั่นว่าเธอทำได้ ตะวันมีกำลังใจ “ยอแสงจะทำให้ได้ค่ะ ยอแสงอยากโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีเหมือนคุณแม่ใหญ่กับอาเล็กค่ะ”

“เก่งมาก คนเก่งของอา” ศักดิ์ระพีลูบหัวตะวันอย่างเอ็นดู

เอี้ยงทายาให้ใจบุญ บ่นโทษตัวเองทำให้เธอต้องบาดเจ็บ ใจบุญซึ้งใจ จากนั้นทั้งสองยืนรอตะวันกับศักดิ์ระพีกลับมา พอเห็นทั้งสองคนเดินมา เอี้ยงรีบถามตะวันกลับบ้านไหม เธอพยักหน้า เอี้ยงดีใจกระโดดโลดเต้นจะได้ไปโรงเรียน ได้เจอใจบุญทุกวัน ตะวันขอโทษทุกคนที่ทำให้ลำบากแล้วชวนกลับก่อนจะมืด ศักดิ์ระพีเห็นว่ามาถึงอยุธยาทั้งทีน่าจะเที่ยวงานวัด

“เรี่ยมเลย...” ตะวันกับเอี้ยงร้องพร้อมกัน

ใจบุญงงถามงานวัดเป็นอย่างไร เอี้ยงรีบบอก “นพดลจะพาเที่ยวเอง แต่ก่อนอื่นขอเปลี่ยนชุดใหม่ก่อนได้ไหม ชุดนี้ใส่แล้วไม่เรี่ยมเลย ทั้งเก่าทั้งคับ ทั้งชุน เฮ้อ...”

ทุกคนหัวเราะ ตะวันกับเอี้ยงช่วยกันประคองใจบุญเดิน เอี้ยงกระซิบตะวันให้บอกศักดิ์ระพีช่วยตามหาพ่ออินตา ใจบุญเห็นด้วย แต่ยอแสงค้านให้เขารู้ไม่ได้เพราะโกหกไว้ว่าพ่อชื่อปัญญา “อาเล็กเกลียดคนโกหกที่สุด ถ้าอาเล็กรู้ เขาต้องโกรธมาก”

เอี้ยงนึกได้ว่าจริง ตะวันคิดว่าเรื่องตามหาพ่อถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่จะมาใหม่ เอี้ยงรับรองจะมาด้วย ใจบุญอาสามาช่วยด้วย อย่าหนีกันมาอีก ตะวันยิ้มขอบคุณ ศักดิ์ระพีเรียกให้รีบเดิน

ooooooo

ตะวันกับเอี้ยงสนุกสนานในงานวัด คิดถึงบรร-ยากาศเก่าๆ เอี้ยงแนะนำแต่ละอย่างให้ใจบุญรู้จัก พอเห็นคนขายลูกชิ้นปิ้ง ตะวันปรี่เข้าไปซื้อเป็นสิบๆไม้ ใจบุญแปลกใจซื้อทำไมมากมาย เอี้ยงเล่าว่าพวกตนมีความหลัง เคยอยากกินจนเก็บลูกชิ้นที่ตกพื้นมากิน

ระหว่างที่เอี้ยงเล่าอดีต มีเด็กจรจัดสองคนพี่น้องมาขอลูกชิ้นปิ้งจากคนขาย ถูกไล่ตะเพิดหาว่าตัวเหม็นเป็นขอทาน ตะวันเห็นแล้วนึกถึงตัวเองรีบเข้าไปปรามคนขายแล้วให้ลูกชิ้นปิ้งที่ซื้อแก่เด็กทั้งสอง ศักดิ์ระพีถามไหนบอกจะกินให้หนำใจ ตะวันเศร้าลงเล่าว่าตนเคยลำบากรู้ว่าความหิวเป็นอย่างไร แล้วตนเคยได้รับน้ำใจจากคนคนหนึ่ง ตนไม่เคยลืมน้ำใจที่ยิ่งใหญ่นั้น ตะวันชำเลืองมองศักดิ์ระพีที่ไม่รู้ว่าหมายถึงตัวเขา

เอี้ยงพาใจบุญไปซื้อไอศกรีมโบราณและขนมน้ำตาลรูปสัตว์ ใจบุญรู้สึกสนุกและเอร็ดอร่อยกับของที่ไม่เคยได้กินมาก่อน เอี้ยงแย็บถามทำไมไม่เคยเที่ยวงานวัดเลยหรือ ใจบุญบอกแม่ไม่อนุญาต แม่ว่าอันตรายมีแต่พวกนักเลงหัวไม้ เอี้ยงจับหัวตัวเองว่าไม่ได้ทำด้วยไม้ แล้วหัวเราะ จากนั้นเอี้ยงพาใจบุญมาช้อนปลา ใจบุญช้อนไม่ได้สักตัว เอี้ยงช้อนได้หลายตัว สุดท้ายใจบุญเอาไปปล่อยด้วยความสงสาร เอี้ยงรู้สึกชื่นชมความใจบุญสมชื่อของเธอ

ศักดิ์ระพีกับตะวันแยกเดินมาเจอร้านยิงปืนจุกก๊อก จึงท้ายิงแข่งกัน ศักดิ์ระพีเปรยว่า “เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเคยสอนอาว่า ต้องเลือกจุกไม้ก๊อกที่ไม่เบี้ยว ถึงจะยิงเป้าโดน”

ตะวันแอบดีใจที่เขาจำได้กลบเกลื่อนพูดว่าเขาไม่ได้เที่ยวงานวัดนานแล้วแต่ยังจำได้ เขายอมรับ “จำได้ไม่เคยลืมเลย เด็กผู้หญิงคนนั้นเป็นเด็กดีเหมือนยอแสง ไม่รู้จะเป็นยังไง ป่านนี้คงโตเป็นสาวแล้ว”

“เด็กคนนั้นจะโตขึ้นมาเป็นยังไงก็ไม่ลืมอาเล็กหรอกค่ะ” ศักดิ์ระพีแปลกใจรู้ได้อย่างไร “เอ้อ...เพราะอาเล็กเป็นคนใจดี ไม่มีใครลืมคนดีๆอย่างอาเล็กได้ลงหรอกค่ะ”

ศักดิ์ระพีขำคำพูดแปลกๆของตะวัน ท้าว่าใครชนะจะได้รางวัลอะไร ทำให้ตะวันหน้าแดงนึกถึงครั้งนั้นที่เอี้ยงท้าให้เขาเป็นแฟนตนหนึ่งวัน ศักดิ์ระพีทำท่าคิดแล้วโพล่งขึ้นว่า ถ้าตนชนะให้เธอพาเที่ยวงานวัดให้ทั่ว เห็นหน้าเธอแดงรีบถามเป็นอะไรหรือไม่สบาย ตะวันอายรีบกลบเกลื่อนชวนไปดูทางอื่นต่อ...เดินมาเรื่อยๆ

เจอชาวบ้านรำวงกันสนุกนาน ตะวันดึงเขาเข้าไปร่วมวง ศักดิ์ระพีรำเก้กังแต่รู้สึกสนุก ทั้งสองใกล้ชิดกันจนต่างเขินอายเสร็จจากรำวงเดินมาเจอร้านถ่ายรูปโพลารอยด์ ช่างภาพชักชวนจัดให้ตะวันนั่งเก้าอี้หวาย ศักดิ์ระพียืนข้างก้มหน้ามาใกล้

“แหม คุณผู้ชายก็หล่อ คุณผู้หญิงก็สวยเหมาะสมกันจริงๆ”

ศักดิ์ระพีเห็นตะวันเขินรีบบอกว่านี่หลานสาวตน ช่างภาพยิ่งชมว่าอายังหนุ่ม ตะวันเผลอหันมอง ศักดิ์ระพี หันมาสบตา ช่างภาพกดถ่าย...ได้ภาพมาสองใบ ตะวันเลือกภาพที่มองหน้ากันเก็บไว้ อีกรูปให้ศักดิ์ระพี เขาถามชอบถ่ายรูปหรือ ตนมีกล้องวันหลังจะเอามาถ่ายให้

“ยอแสงไม่ได้ชอบถ่ายรูปหรอกค่ะ แต่ดีใจที่ได้ถ่ายรูปคู่กับอาเล็กจะเก็บไว้เป็นที่ระลึก”

“พูดเหมือนว่าจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วงั้นแหละ”

“อาเล็กจะไปอยู่เมืองนอกตั้งนาน ทั้งหล่อทั้งเก่งทั้งใจดีอย่างอาเล็กต้องมีสาวๆมาติดพัน อาเล็กอาจจะตกลงปลงใจแต่งงานกับแหม่มสวยๆสักคน มีลูกของตัวเอง แล้วอาเล็กก็คงลืมหลานคนนี้”

“อาไม่มีวันลืมยอแสงหรอก”

“อาเล็กรู้อนาคตได้ยังไง เขาว่ากาลเวลาทำให้คนแปรเปลี่ยนนะคะ”

“อาไม่รู้อนาคต แต่อารู้ใจตัวเองดี ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหน ไม่มีอะไรเปลี่ยนใจอาได้”

“จริงนะคะ อาเล็กสัญญานะคะ” ตะวันชูนิ้วก้อยให้เกี่ยวสัญญา

“อาสัญญา อาไม่มีวันลืมยอแสงและอาไม่มีวันเปลี่ยนใจ” ศักดิ์ระพีเกี่ยวก้อยสัญญา มีพลุดังกึกก้องส่องสว่างบนท้องฟ้า ทั้งสองเงยหน้ามองความสวยงามของพลุนั้น

ด้านบ้านเดชาบดินทร์ คุณใหญ่กระสับกระส่ายเป็นห่วงตะวัน บารมีคิดว่าคุณใหญ่เป็นห่วงว่าดึกดื่นยังไม่กลับ รีบออกตัวไม่เป็นไร ตนไว้ใจความเป็นสุภาพบุรุษของศักดิ์ระพี ต่างจากพร้อมมิตรและจิตรใสที่ร้อนรนหึงหวงศักดิ์ระพี

พอรถศักดิ์ระพีแล่นเข้ามา คุณใหญ่กับบารมีรีบออกมา คุณใหญ่ลุ้นว่าตะวันจะกลับมาด้วยไหม พอเห็นตะวันก็ดีใจมากโผกอดกัน บารมีงงไปสองคนทำไมกลับมาตั้งสี่คน ศักดิ์ระพีบอกบารมีให้พาใจบุญกลับเพราะดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแต่เช้า เขาหันมายิ้มให้ตะวันก่อนจะขึ้นรถตัวเองขับออกไปเช่นกัน

พร้อมมิตรกับจิตรใสเห็นตะวันกับเอี้ยงกลับมาก็แค้นใจมาก...ตะวันกราบขอโทษคุณใหญ่ที่ทำให้เป็นห่วง คุณใหญ่ถามมีอะไรคับข้องใจ ตะวันไม่อยากพูดเรื่องโดนแกล้ง จึงบอกว่า

“เรื่องที่ผ่านมาแล้วลูกไม่อยากพูดถึงค่ะ ตอนนี้ลูกรู้แล้วว่าคุณแม่ใหญ่กับอาเล็กรักและหวังดีที่สุด แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ ลูกยอจะไม่ทำให้คนที่รักเสียใจอีกแล้ว

ลูกยออยากขอร้องเรื่องหนึ่ง ขออนุญาตอยู่โรงเรียนประจำ กลับบ้านเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์”

คุณใหญ่แปลกใจ แต่เมื่อตะวันไม่อยากบอกเหตุผล ก็ขอแค่อย่าหนีตนไปอีก คุณใหญ่กอดตะวันบอกว่าตนรักเธอเหมือนลูกแท้ๆ ตะวันปลื้มปริ่มอบอุ่นใจมาก

ooooooo

คืนนั้นตะวันเดินเล่นคิดอะไรเพลินๆในสวน พร้อมมิตร จิตรใสและนเรนทร์ออกมาหาเรื่องด่าว่าไปแล้วหน้าด้านกลับมาอีกทำไม ตะวันโต้ว่าที่นี่มีคุณแม่ใหญ่และอาเล็กรักตนก็พอ คนอื่นคิดอย่างไรตนไม่สนใจ ทั้งสามโกรธจะเข้ารุม ตะวันนึกถึงคำศักดิ์ระพี

“ใช้ความดีของยอแสงเอาชนะใจพวกเขา ทำให้พวกเขารักยอแสง อาเชื่อว่ายอแสงทำได้”

ตะวันเปลี่ยนท่าทีไม่สู้ คิดหาวิธีอื่นแล้วนึกได้ บอกจิตรใสว่าตนยังไม่ได้บอกคุณใหญ่เรื่องแจกันเพราะไม่อยากเห็นเธอโดนลงโทษ แต่ถ้าหาเรื่องก็อาจเปลี่ยนใจ จิตรใสกลัวลนลานขอร้องอย่าบอก พร้อมมิตรรู้ว่า ถ้าเรื่องถึงหูคุณใหญ่ตนต้องโดนด้วย จึงปรามนเรนทร์ ให้หยุดหาเรื่อง ตะวันยิ้มหยันเดินเข้าบ้านอย่างผู้ชนะ...

เมื่อเข้ามาในห้อง ตะวันโล่งอกรู้สึกแล้วว่าการชนะโดยไม่ใช้กำลังมันดีแบบนี้นี่เอง พานให้คิดถึงศักดิ์ระพีป่านนี้กำลังทำอะไรอยู่

ด้านศักดิ์ระพียืนมองรูปถ่ายคู่กับตะวันอยู่ข้างพยับหมอก มันร้องฮี้ ราวคิดถึงตะวันด้วย...เช้าวันใหม่ พร้อมมิตรไม่ให้ตะวันกับเอี้ยงนั่งรถไปโรงเรียนด้วย ตะวันแกล้งหันมาคุยกับคุณใหญ่เรื่องแจกัน จิตรใสผวากระตุกแขนพร้อมมิตรให้ช่วย พร้อมมิตรจึงตัดบทเรียกยอแสงกับนพดลขึ้นรถ เสียงนเรนทร์เดินบ่นไม่ไปโรงเรียน คุณใหญ่ติงถ้าเรียนไม่จบ ไม่มีคุณสมบัติพอเป็นผู้ดูแลมรดกของเดชาบดินทร์ เขาหาว่าขู่ คุณใหญ่ท้าให้ลองดู พริ้มเพรารีบดันให้ขึ้นรถ

“ไปก็ไป คอยดูนะถ้าได้สมบัติเมื่อไหร่ ผมจะเป็นใหญ่ในบ้านนี้ ไม่ต้องเชื่อฟังใครทั้งนั้น” นเรนทร์เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงขึ้นรถ

คุณใหญ่กระซิบตะวันกับเอี้ยง “ดูนเรนทร์ไว้เป็นตัวอย่าง คนมีโอกาสแต่กลับไม่รู้คุณค่า ลูกยอกับนพดลต้องตั้งใจเรียน ความรู้จะเป็นเข็มทิศนำทางไปสู่ความสำเร็จ”

ทั้งสองสัญญาจะตั้งใจเรียน ให้เป็นคนเก่งอย่างศักดิ์ระพี จะไม่ทำให้คุณใหญ่ผิดหวัง พอถึงโรงเรียน

นเรนทร์เข่นเขี้ยวหาว่าตะวันกับเอี้ยงประจบคุณใหญ่ จิตรใสปรามอย่ามีเรื่องเพราะโดนคาดโทษไว้ นเรนทร์โมโห ชวนเกิดกับโตโดดเรียน ทั้งสองพาเขาไปที่เพิงร้างหลังโรงเรียน และเอาห่อยาเสพติดให้เสพเพื่อนเรนทร์ติดจะได้มีเงินซื้อให้พวกเขา

พริ้มเพรายังไม่เลิกทำร้ายสายแม้จะเสียสติไปแล้ว จนซ้อนรู้สึกสงสารมาก...ตะวันอยู่โรงเรียนประจำ รู้สึกคิดถึงแม่สายจนนอนไม่หลับ ใจบุญนอนห้องเดียวกันกระซิบคุยด้วย พลันเอี้ยงแอบปาก้อนหินใส่หน้าต่างให้ทั้งสองลงมาเจอกัน เอี้ยงบอกตะวันว่าพวกครูดูโทรทัศน์อยู่ห้องนอนใหญ่ ที่หลังบ้านพักครูมีต้นมะม่วงออกลูกเต็มต้น ชวนไปเก็บกิน ใจบุญเตือนว่าถ้าถูกจับได้จะโดนลงโทษเพราะครูลออหวงต้นมะม่วงนี้มาก เอี้ยงอ้อนวอนเปรี้ยวปากขอเก็บสักครั้ง

แต่พอมาเก็บเอี้ยงกลับเก็บหลายลูก แถมย่องเข้าไปทำน้ำตาลคลุกเกลือในครัวบ้านพักครู ทั้งสามเผลอปอกมะม่วงกินอย่างเอร็ดอร่อย ธาดาเข้ามาเจอ ทั้งสามตกใจคิดว่าครู ธาดาเตือนว่าลักขโมยโทษถึงไล่ออก ชวนให้ทุกคนรีบออกไป แต่แล้วธาดาออกไปไม่ทัน ครูลออกลับมาเจอ ธาดายอมรับผิดว่าขโมยมะม่วงครูกิน ตะวันยอมไม่ได้กลับเข้ามาสารภาพว่าตนทำเองธาดาไม่เกี่ยว เอี้ยงกับใจบุญเข้ามารับผิดด้วย

ครูลออมองเด็กทั้งสี่คนยิ้มๆ ในเมื่อร่วมกันรับผิดก็ขอลงโทษทุกคน ครูลออให้ทั้งสี่คนกินมะม่วงเป็นสิบๆลูกเอาให้หายอยากกันไปเลย ใจบุญร้องไห้ไปกินไปเพราะกินจนปวดท้องครูไม่ให้หยุด ตะวันกับธาดาและเอี้ยงต่างเข็ดฟันตามๆกัน

“ที่ครูฝึกให้พวกเธอมีกฎระเบียบเพราะอยากให้โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดี ถ้าประเทศชาติเรามีแต่คนไร้ระเบียบ ก็จะไม่สงบสุขและไม่มีวันเจริญ”

“บทเรียนนี้ราคาแพงมากค่ะ ยอแสงจะจำจนตายทีเดียว”

“ผมไม่กล้าทำผิดอีกแล้วครับ ดีนะที่เป็นมะม่วง ขืนขโมยพริกผมมีหวังแย่” เอี้ยงโอดโอย

เมื่อทั้งสี่คนได้รับการปล่อยให้กลับหอพัก ตะวันถามธาดาทำไมถึงรับผิดแทนพวกตน เขาบอกว่ารับผิดคนเดียวดีกว่าโดนทำโทษทั้งหมด ตะวันซาบซึ้งใจ

“พี่ธาดาเป็นคนดีจัง ยอแสงชักชอบพี่ธาดาแล้วสิคะ” ธาดาเขินถามทำไม “เพราะพี่ธาดาจริงใจและมีน้ำใจกับทุกคน คนดีๆแบบนี้หายากค่ะ”

ธาดาอึกอักเขินอาย ตะวันขอตัวกลับหอแล้ววิ่งไป ธาดามองตามหลังรำพึงด้วยความรู้สึกที่ไม่กล้าเปิดเผย “พี่ก็ชอบยอแสง...”

เช้าวันใหม่ ตะวันกับใจบุญแปลกใจที่เอี้ยงหายหน้า พอเห็นธาดาเดินมาจึงถามเห็นนพดลบ้างไหม เขาส่ายหน้า ทันใดเสียงเอี้ยงดังมาจากบนต้นไม้ “ตามหานพดลทำไม...”

ooooooo