ตอนที่ 9
คุณต้อมตามไปเห็นรมมี่ขับรถออกไปแล้วร้องเรียกอย่างไรก็ไม่ได้ผล โทร.เข้ามือถือก็ปิดเสียแล้ว เลยบ่นกับตัวเองเซ็งๆ "ทำไมมีแต่เรื่องยุ่งๆวะ!"
ปุ๊โกะกับฟรุตตี้ยังคุยเรื่องนี้กันเซ็งๆ ทั้งสองเชื่อว่า น้ำหวานเป็นฝ่ายก่อเรื่องก่อน แล้วคุยเลยไปถึงเรื่องที่ฟรุตตี้ได้ยินปยุตรถามน้ำหวานเรื่องพ่อเธอที่เข้า โรงพยาบาล
ได้ยินปยุตรพูดเต็มสองหูว่า
"พ่อของน้องน้ำหวานไม่ได้เข้าโรงพยาบาลจริงๆ"
พีทเห็นรมมี่ขับรถออกไปก็ผลุนผลันจะออกไปบ้าง น้ำหวานไม่ยอมให้ไป พีทเลยท้าว่า
"ผมจะไป กล้าเอาผมออกจากกองก็เอาสิ!" พูดแล้วขับรถออกไปเลย
ขณะที่น้ำหวานโกรธจนแทบจะร้องกรี๊ดออกมานั้น ปยุตรเดินเข้ามาจากด้านหลังพูดกวนโทสะว่า
"ถ้าคุณพีททำแบบนี้ก็แปลว่าเขารู้จักตัวจริงของคุณแล้วล่ะ" น้ำหวานหันขวับถามว่าตัวจริงของตนเป็นยังไงไอ้นักข่าวกระจอก ปยุตรเลยสาธยายเสียแสบทรวงว่า "ทั้งเรื่อง ของหมอวาทิศ แล้วก็เรื่องที่พ่อของคุณไม่ได้เข้าโรงพยาบาล มันแปลว่าอะไรล่ะ"
ปยุตรพูดเสียงดังจนพวกนักข่าวได้ยิน พากันกรูมาที่น้ำหวาน น้ำหวานเห็นว่าตนกำลังเป็นเบี้ยล่างเลยรีบออกอุบาย "น้ำหวานไม่สบาย ขอตัวก่อนนะคะ" ว่าแล้วผลุนผลันขึ้นรถขับออกไปอย่างเร็ว
ooooooo
พอออกพ้นกองถ่ายแล้ว น้ำหวานรีบโทร.เข้าไปบอกพริมาที่โรงแรม บอกแม่ว่าให้รีบพาพ่อไปโรงพยาบาล ให้เร็วที่สุดเลย ไปก่อนที่นักข่าวจะแห่กันมาฉีกหน้าตน โรงพยาบาลง่อยๆที่ไหนก็ได้รีบไปเลย
"คุณ...ไปโรงพยาบาล" พริมาหันบอกพฤกษ์ ทำเอาพฤกษ์งง
ฟรุตตี้กับปุ๊โกะยังคุยเรื่องน้ำหวานไม่เลิก เห็นปยุตร ทำท่าจะเดินหนีแต่ถูกนักข่าวกรูกันเข้าไปถามว่ามีอะไรหรือ ปยุตรบอกว่าไม่มีอะไร แล้วขับรถออกไป ฟรุตตี้กับปุ๊โกะคาดว่า ปยุตรต้องคุยกับน้ำหวานเรื่องพ่อเธอแน่ๆ
นักข่าวที่ยังอยู่แถวนั้นได้ยินเข้าเต็มๆ ฟรุตตี้หันไปเห็นรีบเอามือปิดปากตัวเอง แต่หนีไม่พ้นถูกนักข่าวรุมกันถามว่าพ่อของน้ำหวานไม่ได้เข้าโรงพยาบาลจริงหรือ
ทั้งสองไม่อยากมีเรื่องต่างปฏิเสธว่าไม่รู้ แต่พอนักข่าวคนหนึ่งแหย่ว่า
"ว่าแล้วว่าต้องไม่รู้ ทำเป็นเม้าท์ๆให้คนสนใจอย่างนั้นเอง"
"ใครว่าฉันไม่รู้" ฟรุตตี้เสียทีจนได้พูดฉอดๆว่า "จริงๆแล้วพ่อของน้องหวานๆไม่ได้เข้าโรงพยาบาล" แล้วปุ๊โกะก็ช่วยเสริมว่า น้ำหวานออกข่าวอย่างนั้น ตนเดาว่าเป็นเพราะต้องการถ่วงเวลาเรื่องภาพฉาวที่หลุดออกมามากกว่า
ฟรุตตี้กับปุ๊โกะ เลยกลายเป็นแหล่งข่าวที่พวกนักข่าวพากันมารุมล้อมไปในทันทีทันใด
ooooooo
พีทไปหารมมี่ที่บ้านแต่บ้านปิดสนิท เขาพึมพำอย่างหงุดหงิดว่า "คุณไปไหนของคุณนะรมมี่" เสร็จแล้วก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องหงุดหงิด
ที่แท้แล้ว รมมี่ไปหาเหมยที่ตลาดเล่าเรื่องที่ตบตีกับน้ำหวานให้ฟัง เหมยถามว่าแล้วคุณต้อมว่ายังไงบ้าง รมมี่พูดเหมือนรู้ชะตาตัวเองว่า "ไม่รู้...อาจจะกำลังคิดปลดฉันออกจากกองก็ได้มั้ง"
วันต่อมามดแดงไปที่กองพอรู้เรื่องนี้ก็ทำท่าอกอีแป้นจะแตกที่ไม่มากองวันเดียวเกิดเรื่องถึงขนาดนี้ ส่วนคุณต้อม แรกๆก็ชอบที่กองมีเรื่องราวทุกวันละครจะได้ดัง
แต่พอมีมากขนาดนี้ก็บ่นว่าเหนื่อย ยิ่งเมื่อคิดถึงว่าถ้าข่าวนี้ออกไปน้ำหวาน คงเละแน่และรมมี่ก็คงไม่ยอม คิดแล้วยิ่งเหนื่อยยิ่งกลุ้ม
มดแดงอาสาจะรีบเตือนน้ำหวานก่อน แต่คุณต้อมเชื่อว่าไม่ทันแล้ว ป่านนี้เขาคงเขียนข่าวกันมันไปแล้ว
และก็จริงอย่างที่คุณต้อมคาด เช้าวันต่อมา หนังสือพิมพ์ บนแผงมีแต่พาดหัวเรื่องรมมี่ตบกับน้ำหวานกลางกองถ่ายและเรื่องน้ำหวานโกหก ว่าพ่อเข้าโรงพยาบาล ทำเอาบอร์ดของช่องถามคุณพิงค์ว่าทำไมน้ำหวานมีแต่ข่าวลบๆทั้งนั้น
"ฉันว่าฉันคงต้องพิจารณาน้ำหวานแล้วล่ะ เป็นนางเอกทำตัวแบบนี้ได้ยังไง ตามน้ำหวานมาพบฉันด่วน" คุณพิงค์ สั่งเลขาฯหน้าเครียด
พอมาพบคุณพิงค์ น้ำหวานนั่งหน้าจ๋อย ยืนยันว่าพ่อเข้าโรงพยาบาลจริงและเรื่องในกองก็เป็นเพราะรมมี่หาเรื่องตนก่อนตนไม่ได้ทำอะไรรมมี่เลยจริงๆ
"ยังไงก็ช่าง เธอเป็นนางเอก เธอต้องรักษาภาพพจน์ ไปทำอะไรต่อหน้านักข่าวแบบนั้นได้ยังไง อีกอย่าง คนในวงการเดียวกัน หนักนิดเบาหน่อยก็ต้องอภัยให้กัน ไม่ใช่เอะอะก็ตบตี เอาแต่ใช้กำลังเหมือนสิ้นคิด"
น้ำหวานชักสีหน้าแต่ไม่กล้าเถียง คุณพิงค์ปรามว่า "อย่าให้มีเรื่องแบบนี้อีก ฉันไม่ชอบ" น้ำหวานแอบทำหน้าไม่พอใจแต่ก็รับคำ
"ขอโทษนะคะคุณพิงค์ ต่อไปหนูจะระวังให้มากกว่านี้ค่ะ" มดแดงเสียงอ่อนเสียงหวานแล้วแอบบุ้ยใบ้ให้น้ำหวานยกมือไหว้ขอโทษคุณพิงค์ น้ำหวานเลยต้องทำตาม แล้วพากันออกไป
"เดี๋ยว" คุณพิงค์เรียกไว้ พอทั้งสองหยุดคุณพิงค์พูดหน้านิ่งๆว่า "อย่าคิดว่าคนดูเขาจะโง่ อย่าคิดว่าจะโกหกอะไรเขาได้ง่ายๆ เพราะถ้าเขาจับได้เมื่อไหร่ อนาคตในวงการของดาราก็จะจบลงทันที"
มดแดงหน้าแหย แต่น้ำหวานฟังนิ่งๆ พอหันหน้าพ้นสายตาคุณพิงค์ก็เดินเชิดออกไปเลย
ooooooo
ออกไปที่ลานจอดรถแล้ว น้ำหวานบ่นกระปอด กระแปดว่าพูดอะไรก็ไม่รู้น่าเบื่อ เรียกตนมาด่าชัดๆ ครั้นมดแดงถามว่าแล้วน้ำหวานทำอะไรผิดหรือเปล่าถึงได้ คิดว่าคุณพิงค์เรียกมาด่า เรื่องตบรมมี่หรือเรื่องที่คุณพ่อไม่ได้เข้าโรงพยาบาลจริงๆ กลับถูกน้ำหวานตาเขียวแหวใส่ว่าพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง
"ก็อย่างที่คุณพิงค์ท่านว่าน่ะค่ะ ไม่มีใครชอบคนโกหก ถ้าคนเขาจับได้ละก็ ดับอย่างเดียวเลยนะคะ ตัวอย่างก็มีให้เห็นตั้งหลายคน ถ้าน้องหวานๆไม่อยากดับอย่างนั้นก็อย่าโกหก"
"ฉันก็อยากรู้เหมือนกันหวานๆ ว่าเธอจะแก้ปัญหาที่เธอสร้างมันขึ้นมาได้ยังไง"
วันต่อมา น้ำหวานก็เชิญนักข่าวไปที่โรงพยาบาลขนาดเล็กแห่งหนึ่ง ไปดูให้เห็นกับตาว่าพ่อของเธอนอนรักษาตัวอยู่ที่นั่นในสภาพมีผ้าพันแผลที่ ศีรษะ เธอบอกบรรดานักข่าวว่าที่พาคุณพ่อมารักษาที่โรงพยาบาลเล็กๆ เพราะอยากให้ท่านได้พักผ่อน แต่ตอนนี้ท่านค่อยยังชั่วแล้วเลยพาพี่ๆมาเยี่ยม
"ขอบใจทุกคนมากนะที่เป็นห่วง" พฤกษ์พูดอย่างยังไม่หายอ่อนเพลีย
"ตอนแรกน้ำหวานก็อยากบอกทุกคนนะคะ แต่แม่นี่แหละที่เป็นคนขอไว้เองอย่าโกรธน้ำหวานเลยค่ะ ลูกของแม่ไม่เคยโกหกและก็ไม่เคยคิดที่จะโกหกด้วย" พริมาช่วยแก้ต่างให้ลูกสาว
ปยุตรมองหน้าน้ำหวานเหมือนจะค้นหา น้ำหวานมองปยุตรแบบเอาชนะในที ส่วนพวกนักข่าวอื่นๆ ก็วุ่นอยู่ แต่กับการถ่ายรูปครอบครัวน้ำหวานกับหลายแง่หลายมุม
เมื่อนักข่าวแยกย้ายกันกลับ ปยุตรรี่เข้าไปพูดกับน้ำหวานว่า
"คุณรู้ไหม ยิ่งคุณโกหกแค่ไหน เรื่องมันก็จะยิ่งมัดตัวคุณแค่นั้น" น้ำหวานสวนมาอย่างไม่พอใจว่าตนโกหกอะไร ปยุตรตอบเรียบๆว่า "รู้อยู่แก่ใจ...แล้วก็อย่าคิดว่าผมจะหยุดเรื่องคุณไว้แค่นี้...ทั้งเรื่อง ของหมอวาทิศและเรื่องพ่อของคุณ สืบดูนิดเดียวก็รู้ว่าพ่อคุณเข้ามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่และเป็นอะไร"
"ก็ลองดูสิ" น้ำหวานท้าทั้งที่ใจไม่ดี
"ก็ลองดูไหมล่ะ" ปยุตรจ้องหน้าอย่างไม่มีใครยอมใคร
พอปยุตรกลับไปถึงไทยนิวส์ เฮียใหญ่ก็เรียกให้รีบไปดูแฟกซ์แผ่นหนึ่ง บอกว่ามีคนโทร.มาบอกว่าผู้ชายที่นัวเนียกับน้ำหวานไม่ใช่อาแต่เป็นหมอวาทิศ แล้วชี้ให้ดูว่าเขาส่งรูปบ้านหมอมาให้ดูด้วย
ปยุตรรับแฟกซ์ไปดู เฮียใหญ่เล่าต่อว่า "เขาบอกให้เปรียบเทียบกับภาพที่หลุดได้เลยว่ามันบ้านหลังเดียวกัน มุมเดียวกัน" ปยุตรดูแล้วยืนยันว่าเป็นบ้านหลังเดียวกันมุมเดียวกันจริง มันเป็นบ้านของหมอวาทิศ เฮียก็พึมพำอย่างนึกเห็นภาพว่า "ถ้าอย่างนั้น งานเข้าน้ำหวานแน่ยุตร"
เฮียใหญ่มองภาพในมือ แค่เห็นสายตาของเฮียใหญ่ ปยุตรก็รู้แล้วว่า งานนี้เฮียเอาลงแน่
ooooooo
ข่าวฉาวของน้ำหวาน นับวันก็ยิ่งโฉ่ งานถ่ายทำละครที่นัดกันไว้ล่วงหน้าเป็นที่เรียบร้อยมานานก็ขลุกขลักเพราะน้ำหวานไม่มา คนทั้งกองต้องคอยนางเอกคนเดียว
วันนี้ก็ไม่มาอีก จนคุณต้อมระอาใจ บอกกับรมมี่ที่มาคอยนางเอกเหมือนทุกคนว่า
"ต่อไปพี่จะไม่สปอยล์น้ำหวานอีกแล้ว ถูกก็ว่าถูก ผิดก็ต้องว่ากันไปตามผิด ไม่งั้นตัวน้ำหวานนั่นแหละที่จะเป็นคนแย่เอง"
พีทที่นั่งท่องบทอยู่ได้ยินก็ยิ้มพอใจ เมื่อเจอรมมี่ที่ท่องบทเตรียมเข้าฉากเขาก็เข้าไปพูดว่า
"ผมดีใจด้วยนะที่ได้ยินพี่ต้อมพูดแบบนี้" รมมี่มองตาขวางด่าว่าเสียมารยาทมาแอบฟังคนอื่นคุยกันแบบนี้ พีทรีบขอโทษแล้วเผยท่าทีนิดๆ ว่า "พอดีมันเป็นเรื่องที่ผมสนใจ คนที่ผมสนใจ"
รมมี่มองหน้าเขาแปลกๆกับคำพูดนี้ ก็พอดีผู้กำกับร้องถามว่าคุณพจน์กับคุณจันทร์เพ็ญพร้อมถ่ายหรือยัง ทั้งสองตอบรับทันที การถ่ายทำจึงเริ่มขึ้น
ระหว่างการสนทนากันของคุณพจน์กับจันทร์เพ็ญ ปรากฏว่าคุณพจน์คือพีทมัวแต่มองหน้าจันทร์เพ็ญคือรมมี่จนลืมบท ผู้กำกับต้องสั่งคัตแล้วทบทวนบทให้ใหม่ สั่งให้จำแม่นๆเอาให้เป๊ะแล้วบ่นอุบอิบ
"ฮู้ย..อะไร มัวแต่มองหน้ากันอยู่นั่นล่ะ บทเบิดลืมหมด"
ฟรุตตี้กับปุ๊โกะที่ยืนอยู่ข้างๆ เม้าท์กันทันทีว่าสองคนนี้เอาแต่มองหน้ากัน ต้องแอบส่งบีบีกันแน่เลย ส่วนคุณต้อม
ดูพีทเล่นกับรมมี่แล้ว ทำหน้าเมื่อยๆเดินออกไป
ooooooo
หนังสือพิมพ์ลงข่าวฉาวของน้ำหวานอย่างครึกโครมและต่อเนื่อง จนเธอเห็นหนังสือพิมพ์ก็ตกใจว่ามันเป็นอย่างนี้ได้ยังไง
คุณต้อมเลี่ยงออกมาโทรศัพท์ถามน้ำหวานว่าอยู่ที่ไหนทุกคนรอเธออยู่ น้ำหวานทำเสียงใสตอบไปว่าวันนี้ตนไม่มีคิว ครั้นคุณต้อมยืนยันว่าตนเห็นเพียบเลยทั้งกลางวันกลางคืน น้ำหวานก็ตะแบงไปอีกว่าไม่มีใครคอนเฟิร์ม ตนเลยไม่ไป
คุณต้อมเลยหันมาถามประสานงานกองถ่ายก็ได้รับการยืนยันว่าคอมเฟิร์มกันแล้วไม่เชื่อก็ให้เอาสมุดคิวมาดู ก็ได้รับ คำตอบที่กวนประสาทจากน้ำหวานว่าสมุดคิวไม่ได้อยู่ตรงนี้ พอประสานงานบอกว่าเดี๋ยวจะรีบเช็กกับมดแดงดู น้ำหวานก็วางหูไปเลย
พอดีมดแดงมา คุณต้อมถามว่าไม่ได้คอนเฟิร์มคิวกับน้ำหวานหรือ มดแดงดีดดิ้นยืนยันขึ้นมาทันทีว่าคอนเฟิร์มแล้ว พอเห็นทุกคนหงุดหงิด มดแดงรีบบอกว่าเดี๋ยวจะจัดการให้ แต่พอโทร.ไปหาน้ำหวาน หว่านล้อมอ้างเหตุผลและหลักฐานการคอนเฟิร์มงานอย่างละเอียด ก็ได้รับคำตอบตัดบทว่า
"หนูไม่รู้ค่ะ หนูเบลอ เอาเป็นว่าวันนี้หนูไปถ่ายไม่ได้ค่ะ แค่นี้นะคะ"
สุดท้ายมดแดงที่ทำเก่งทำกร่างจะจัดการน้ำหวานให้ ก็ถูกน้ำหวานตอกหน้าหงายหน้าแตกกลับมา ในที่สุดคุณต้อม
ก็สั่งให้ถ่ายตามมีตามเกิดไปก็แล้วกันจนกว่าน้ำหวานจะสละคิวเงินคิวทองมาให้เรา บ่นอย่างเซ็งจัด
"ทำงานกับซุปตาก็ยังงี้ล่ะ"
"แหะๆ พี่ต้อมเข้าใจนะคะ ทำงานกับซุปตาก็อย่างนี้แหละ" มดแดงฉวยโอกาสเคลียร์ตัวเองไปด้วยเลย
ooooooo
น้ำหวานหงุดหงิดหัวเสียกับข่าวที่ลงหนังสือพิมพ์
ในไทยนิวส์ ที่พาดหัวว่ามีมือลึกลับแฟกซ์แฉอาของน้ำหวานที่แท้คือหมอวาทิศ ทั้งยังมีรูปบ้านของหมอและรูปน้ำหวานกับหมอถ่ายคู่กันมาเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆว่าเป็นมุมเดียวกัน บ้านเดียวกัน น้ำหวานดูแล้วปักใจว่า ต้องเป็นฝีมือของปยุตรแน่ๆ
เมื่อปยุตรปฏิเสธย้อนถามฉุนๆ ว่าแล้วถ้าตนลงข่าวเธอจะทำอย่างไร น้ำหวานใช้ไม้เดิมกระชากคอเสื้อตัวเองลงแล้วร้องตะโกนว่าถูกปล้ำบีบน้ำตาร้องขอความช่วยเหลือ
ปยุตรตกใจเอามือปิดปากเธอ น้ำหวานยิ่งแผดเสียง กรี๊ดสุดแรง จิมมี่เดินมาได้ยินพอดีเลยคว้ากล้องถ่ายรูปไม่ยั้ง คนอื่นๆที่ได้ยินเสียงร้องก็วิ่งมาดู เห็นน้ำหวานร้องไห้โฮๆอยู่
และปยุตรก็มองหน้าคนโน้นคนนี้ปฏิเสธว่า "ผมเปล่านะครับ"
แต่บรรดาไทยมุงเหล่านั้นไม่เชื่อพากันประณามปยุตร พอดีไพรวัลย์พ่อเขาผ่านมาเลยจอดรถถามว่ามีเรื่องอะไรกัน
ooooooo
น้ำหวานฟ้องไพรวัลย์ว่าปยุตรเป็นคนทำร้ายตนก่อน ฟ้องว่าเขาชอบเอาภาพตนไปลงเสียๆหายๆ พอตนขอร้องก็ขอมีอะไรด้วยเป็นการแลกเปลี่ยน แถมยังไถเงินพอไม่ได้ก็แกล้งเอาภาพลงอีก และวันนี้ตนมาขอร้องดีๆ ก็ทำร้ายตนฉุดตน ถามว่า นักข่าวเลวๆอย่างนี้ ยังจะเลี้ยงไว้หรือ
น้ำหวานอ้อนไพรวัลย์ทั้งบีบน้ำตาทั้งซบอกจนปยุตรแทบทนดูไม่ได้ สุดท้ายไพรวัลย์รับปากว่าเดี๋ยวจะจัดการให้ แล้วเดินออกไปส่ง ปยุตรเดินตามไปด้วย พอถึงหน้าห้องน้ำหวานยังทำแอ๊บแบ๊วอ้อนอีกว่าช่วยบอกลูกน้องด้วยว่าให้เขียนข่าวถึงตนดีๆ เจอข่าวแรงๆแบบนี้ตนรับไม่ไหว
"ทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวน้ำหวาน" ไพรวัลย์พูดยิ้มๆ "น้ำหวานอยากเป็นข่าวดีๆ ก็ต้องทำตัวดีๆ เพราะไทยนิวส์เน้นเรื่องจริงไม่เคยใส่สีตีไข่ใครอยู่แล้ว ไม่ต้องคิดอะไรมาก ดารากับข่าวเป็นของคู่กัน มีคนเขียนถึงแสดงว่าเขายังสนใจเราอยู่ แต่ท้ายสุดมันก็อยู่ที่เรา เราจะทำให้เขาสนใจเรายังไง"
น้ำหวานหน้าเจื่อนที่ถูกอบรมเสียยาวยืดรีบลากลับ ไพรวัลย์ตบไหล่เหมือนผู้ใหญ่อวยพรเด็กให้โชคดี น้ำหวานยิ้มหวานให้แต่พอพ้นสายตาไพรวัลย์เธอก็ทำตาขวางทันที
เมื่อกลับมากับปยุตร ไพรวัลย์บอกปยุตรว่าตนเชื่อว่าเขาไม่ได้ทำอะไรน้ำหวาน ปยุตรถามว่าทำไมเชื่อตนง่ายอย่างงี้ ไพรวัลย์บอกลูกว่า
"หนึ่ง แกเป็นคนบอกเองว่าแกไม่ชอบปาปาราสซี่ สอง แกไม่ใช่คนหื่นถึงขนาดที่จะต้องแบล็กเมล์ผู้หญิงเพื่อเรื่องแบบนั้น สาม พ่อเชื่อว่าแกไม่ใช่คนเลว เพราะแกเป็นลูกพ่อ พ่อเลี้ยงแกมากับมือ ทำไมพ่อจะไม่รู้"
ปยุตรยิ้มดีใจ ไพรวัลย์บอกต่อเพื่อเตือนให้เขาตระหนักตลอดเวลาว่า
"และนี่ก็เป็นอีกประสบการณ์หนึ่งของการเป็นนักข่าว มีอะไรมากมายหลายอย่างที่เราคาดไม่ถึงและแกก็จะต้องเรียนรู้มันต่อไป"
"หมายความว่า ผมยังจะต้องรบรากับน้ำกรดคนนี้ต่อไป"
"ฮื่อ..ตราบใดที่แกยังเป็นนักข่าว"
ooooooo
น้ำหวานยังไม่ทันออกจากไทยนิวส์ ก็เจอกับจิมมี่ที่มาดักรออยู่ ล่อใจว่าที่นักข่าวคนนั้นทำร้ายเธอเขาถ่ายรูปไว้หมดแล้ว เมื่อน้ำหวานสนใจเขาถามว่าอยากให้ภาพเหล่านี้เป็นข่าวไหม
น้ำหวานสนใจมากถามว่าต้องการเท่าไหร่ จิมมี่บอกว่าตนไม่เคยคิดถึงเรื่องเงิน ตนชื่นชมเธอและเขียนถึงเธอดีๆมาตลอด น้ำหวานวางแผนทันที เสนอให้เขาเอารูปพวกนี้ตีข่าวไปทั่วประเทศลงทั้งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับรายการ ทีวีทุกช่อง
จิมมี่ทำเป็นลังเลท้วงติงว่าตนเห็นว่าเธอเป็นคนทำร้ายปยุตรก่อน
"ไม่มีใครรู้หรอกค่ะ ในเมื่อภาพนิ่งพวกนี้ นายคนนั้นทำร้ายน้ำหวานชัดๆ คุณช่วยน้ำหวานได้ไหมคะ" เมื่อจิมมี่รับปากจะจัดให้ น้ำหวานขอต่อท้ายว่า "ข่าวนี้จะต้องไม่ลงไทยนิวส์"
จิมมี่รับปาก ก่อนแยกกันเขายังให้นามบัตรน้ำหวานไว้บอกว่ามีอะไรให้ติดต่อได้ทันที พอน้ำหวานดูนามบัตรเห็นชื่อไทยนิวส์ชัดเจนก็เบ้ปากว่าคนของตัวเองยังไม่ จงรักภักดีเลย คอยดูจะทำให้ไทยนิวส์ย่อยยับไปเลย
ส่วนจิมมี่พอขับรถแยกจากน้ำหวานมา ก็หยิบเทปบันทึกเสียงที่สนทนาเมื่อครู่นี้ขึ้นมาดู พูดอย่างสะใจว่า
"ฉันลงทุนแค่ไหน ฉันจะต้องได้กำไรมากกว่าเป็นสิบเป็นร้อยเท่า น้ำหวาน!"
ooooooo
พีทยังพยายามใกล้ชิดตีสนิทกับรมมี่ จนคนในกองพากันวิพากษ์วิจารณ์ว่าสองคนนี้ชักจะยังไงๆเสียแล้วและเรื่องนี้ก็ไม่พ้นสายตาน้ำหวาน
ดังนั้น คืนนี้เธอตามพีทไปถึงคอนโดฯของเขา ต่อว่าเขาว่าทั้งที่รู้ว่าตนเกลียดรมมี่เข้ากระดูกดำ เขาก็ยังไปยุ่งด้วยอีก พีทตอบเสียงแข็งว่าทำไมตนจะยุ่งไม่ได้ในเมื่อตนกับเธอก็ไม่ได้ เป็นอะไรกันมีสิทธิ์อะไรมาสั่งตน
น้ำหวานลำเลิกว่าเพราะเขาได้เล่นละครคู่กับตน ตนดันให้เขาดังไม่อย่างนั้นก็ไม่มีใครรู้จักเขา อาละวาดเข้าทุบตีเขา พีทห้ามก็ไม่หยุด เขาเลยผลักจนเธอล้มลง พอลุกได้น้ำหวานชี้หน้าอาฆาตว่า
"จำใส่สมองไว้นะ ฉันดันให้คุณดังได้ ฉันก็ทำให้คุณดับได้เหมือนกัน!"
ooooooo
วันนี้เหมยเจอปยุตรที่ไปนั่งกินขนมจีนแถวแผงขายกล้วยแขกของแม่กุ้ง เหมยเข้าไปคุยด้วยถามว่าเขาเอารูปน้ำหวานไปลงหรือเปล่า ปยุตรบอกตามตรงว่าที่จริงรูปพวกนั้นมีแต่ไม่ได้เอาลง มีมือดีส่งแฟกซ์มาให้แต่ตนกลับถูกด่า เหมยเลยยุให้เขาต้องพิสูจน์ตัวเอง ปยุตรไม่สนใจว่าตนไม่แคร์น้ำหวานจะรู้สึกอย่างไรก็ช่าง
"ประเด็นไม่ได้อยู่ที่น้ำหวานจะรู้สึกยังไงกับคุณ แต่มันอยู่ที่ว่าคุณเป็นนักข่าวต่างหาก ดีไม่ดีคุณอาจจะได้เล่นข่าวต่อก็ได้นะ เพราะฉันว่าคนที่ส่งรูปมาต้องมีผลได้ผลเสียกับข่าวนี้แน่ๆ"
นี่เองทำให้ปยุตรไปสืบหาคนส่งแฟกซ์จากร้านรับส่งแฟกซ์ ซึ่งอาม่าที่ส่งแฟกซ์ใบนั้นจำได้ว่าคนมาส่งเป็นผู้ชาย บรรยายรูปร่างลักษณะละเอียดถี่ถ้วน จนปยุตรปักใจว่าต้องเป็นฝีมือหมอวาทิศแน่นอน
ฝ่ายหมอวาทิศหลังจากดำเนินแผนใต้ดินมาเป็นขั้นตอนระยะหนึ่งแล้ว คืนนี้เขาเอารูปของน้ำหวานมาดูอย่างหลงใหล ตอกย้ำกับตัวเองว่า
"หมอจะทำทุกอย่างให้น้ำหวานเป็นของหมอคนเดียว"
หมอหยิบรูปน้ำหวานขึ้นมาลูบไล้มองอย่างหวงแหนก่อนยกขึ้นจูบเบาๆเหมือนตกอยู่ในภวังค์ที่ดิ่งลึกคนเดียว...
ooooooo




















