ตอนที่ 1
ที่คฤหาสน์ใหญ่โตสง่างามหลังหนึ่ง กำลังมีการถ่ายทำละครย้อนยุค กองถ่ายมาเตรียมงานกันพร้อมแล้ว การถ่ายทำจึงเริ่มขึ้น
เป็นฉากแสดงความหึงหวงกันของสองสาว คืออิ่ม ที่แสดงโดยรมมี่หรือรมณีย์ และพิม ที่แสดงโดยน้ำหวานหรือมธุรสนางเอกสาวไฮโซผู้มีเสน่ห์เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติ คุณสมบัติ และทรัพย์สมบัติที่เล่าลือกันในสังคม
ในฉาก อิ่มกล่าวหาว่าพิมจะแย่งคุณกรณ์ไปจากตน ทะเลาะตบตีกันอยู่ตรงบันไดบ้าน
ปรากฏว่ารมมี่ตบน้ำหวานจนลงไปนอนกับพื้น แต่คุณกรณ์พระเอกในเรื่องก็มาหย่าศึกทัน
หลังจากผู้กำกับสั่งคัตแล้ว บอกกับผู้เกี่ยวข้องว่า
"คัต น้ำหวานกับรมมี่โอเคนะ แต่พี่ขออินเสิร์ตพระเอกมาหยุดเห็นเขาตบตีกันที่บันได แล้วค่อยวิ่งหลุดมา"
ฟังผู้กำกับแล้ว คุณต้อมผู้จัดละครกับมดแดงผู้จัดการของน้ำหวานก็พากันออกไปหาน้ำหวาน
ooooooo
ที่ข้างเซ็ตละคร ขณะกำลังพักกอง บรรดานักข่าวรวมทั้งปยุตรกำลังถ่ายภาพเบื้องหลังของน้ำหวาน กลุ่มนักข่าวถูกมดแดงทำท่าแหวกแต่แรงจนเป็นผลักจนปยุตร หัวทิ่ม มดแดงถือน้ำเข้ามาโดยมีคุณต้อมผู้จัดละครตามมาติดๆ
พอถึงตัวน้ำหวาน คุณต้อมก็ชมเปาะว่าน้ำหวานเล่นได้ หวานสมชื่อ น้ำหวานตีหน้าซื่อดีใจพูดอย่างถ่อมตัวว่าตนยังเล่นไม่เก่งกลัวจะเป็นภาระของทุกคน
ขณะที่คุณต้อมชมน้ำหวานว่าเล่นได้ยอดมากโดยเฉพาะตอนร้องไห้น้ำตาเหมือนกับสั่งได้เลย มดแดงก็จีบปากจีบคอบีบเสียงพูดอย่างจงใจให้นักข่าวได้ยินเพื่อเรียกคะแนนสงสารให้น้ำหวานว่า
"ไม่สุดยอดได้ยังไงล่ะคะพี่ต้อม ตะกี้รมมี่น่ะตบหน้าน้องว้านหวานจริงๆเลยนะคะ"
"ฮ้า...น้องน้ำหวานโดนตบจริงๆเหรอ" เสียงนักข่าวร้องพร้อมกัน
มดแดงลอยหน้ายืนยันว่าจริง ชี้ให้ดูรอยตบแดงเถือกที่แก้มน้ำหวาน รมมี่มาจากไหนไม่มีใครเห็นพูดแทรกเข้ามาว่า
"ตะกี้น้ำหวานก็ตบรมมี่จริงๆนะ ดูสิหน้ายังเป็นรอยอยู่เลย" พูดแล้วถามน้ำหวาน "ทำไมตะกี้น้ำหวานเล่นผิดคิวล่ะ จริงๆเตี๊ยมกัน มันต้องหันขวาไม่ใช่เหรอ"
น้ำหวานทำตาปริบๆเถียงเสียงอ่อยๆว่ารมมี่บอกให้ตน หันซ้าย รมมี่เถียงเสียงดังฟังชัดว่าตนบอกให้หันขวา น้ำหวานทำหน้าซื่อๆอย่างเด็กหัวอ่อนแต่ยังยืนยันว่ารมมี่บอกให้หันซ้ายจริงๆ แล้วยิ้มแจ่มใสบอกบรรดานักข่าวว่า
"แต่ไม่เป็นไรหรอก เรื่องแค่นี้เอง ถ้าผิดคิวแล้วงานมันออกมาดี พี่ผู้กำกับแฮปปี้ พี่ต้อมแฮปปี้ น้ำหวานก็ดีใจแล้วค่ะ"
"ฮู้ย...มันต้องอย่างนี้สิจ๊ะน้องว้านหวานถึงจะเป็นนักแสดงมืออาชีพ" มดแดงแจ๋ขึ้นมา พวกนักข่าวพากันมองน้ำหวานอย่างชื่นชม รมมี่เลยยิ้มเจื่อนๆ ส่วนคุณต้อมถึงกับกอดน้ำหวานพูดอย่างสุดปลื้มว่า
"พี่เชื่อเลยนะน้ำหวาน ว่าถ้าชาวบ้านได้ดูฉากนี้ต้องสงสารน้ำหวานแน่ๆ ส่วนรมมี่...เธอก็เตรียมตัวรอรับเปลือกทุเรียนได้เลยจ้ะ"
รมมี่ยิ้มรับ มองไปทางน้ำหวานด้วยแววตารู้สึกแปลกๆ
ooooooo
หลังจากนั้น ปุ๊โกะช่างผมกับฟรุตตี้ช่างแต่งหน้าก็แอบมาซุบซิบกันว่า เมื่อกี้เห็นหรือเปล่าว่าน้ำหวานตบผิดคิว ปรากฏว่าเห็นเหมือนกัน ขณะกำลังวิพากษ์ วิจารณ์นั่นเอง เสียงรมมี่ก็แทรกเข้ามาถามว่า
"เห็นเหมือนกันเหรอเจ๊" พอทั้งสองหันมา รมมี่ถามอีกว่า "ว่าไงเจ๊ฟรุตตี้กับพี่ปุ๊โกะเห็นใช่ป่ะ ว่าน้ำหวานเล่นผิดคิวจริงๆ"
ฟรุตตี้ลอยหน้าอูมๆ ออกท่าจนเนื้อกระเพื่อมบอกว่าเห็น! เห็นกระทั่งที่รมมี่เตี๊ยมกับน้ำหวานว่าให้หันขวา แต่พอเอาเข้าจริงน้ำหวานกลับหันซ้าย ปุ๊โกะพูดอย่างคนคร่ำในวงการว่าดาราใหม่ก็อย่างนี้แหละจำคิวไม่ค่อยได้ บอกรมมี่ว่าอย่าไปถือสาเลยรีบไปแต่งตัวดีกว่าเดี๋ยวบุ้งฝ่ายประสานงานกองถ่ายจะว่าเอา
พอฟรุตตี้กับปุ๊โกะเข้าข้างใน น้ำหวานก็เดินมาข้างหลัง รมมี่กระแทกไหล่อย่างแรงผ่านไปจนรมมี่ผงะหันมามอง น้ำหวานทำเชิดปั้นปึ่งใส่ไม่รู้ไม่ชี้ จนรมมี่งง ถามอย่างไม่พอใจว่าทำไมอยู่ๆก็มาเหวี่ยงใส่
น้ำหวานไม่ได้หวานอย่างอยู่ต่อหน้านักข่าวหรือผู้จัด หันขวับมาหน้าบึ้งใส่ย้อนเอาว่าถ้าตนจะเหวี่ยงใส่จริงๆ เมื่อกี้ตบแรงกว่านี้อีก รมมี่ฉุนขาดท้าว่าพูดแบบนี้มาตบกันเลยดีกว่า
ขณะทั้งคู่เผชิญหน้าเงื้อมือจะตบกัน ก็พอดีบุ้งมาตามน้ำหวานไปเปลี่ยนชุดจะได้ถ่ายฉากใหม่ น้ำหวานยิ้มหวานให้ บุ้งพูดเหมือนฟ้องว่าคงต้องแต่งหน้าก่อนเพราะรอยนิ้วมือยังแดงอยู่ รมมี่เลยถูกบุ้งตำหนิก่อนเดินไปว่า "คราวหลังจำคิวให้แม่นหน่อยนะรมมี่ เดี๋ยวนางเอกหน้าช้ำถ่ายต่อไม่ได้ยุ่งเลย"
บุ้งจูงมือน้ำหวานไป แต่น้ำหวานยังแอบหันมาเบ้ปากใส่รมมี่อย่างสะใจอีก จนรมมี่แสยะพึมพำ
"ร้ายจริงๆ...นังน้ำกรดราดสตรอเบอร์รี่!"
ooooooo
ที่ตลาดย่านชุมชน...อีกมิติหนึ่งของสังคม...
ผู้คนพลุกพล่าน เสียงร้องขายของระงม จ้อกแจ้กจอแจ บนถนนรถติดระนาว จราจรยกมือแหวกอากาศโบกรถมือเป็นระวิงแต่รถก็ยังอยู่กับที่
ที่นี่ มีแผงขายกล้วยทอดมันทอด แผงไม่ใหญ่แต่เสียงแม่ค้าแข่งกันเรียกลูกค้าแซดไปหมด
ที่แผง มีเหมย แต้ว ไม้ และกันต์ ทุกคนเป็นเด็กกำพร้าที่แม่กุ้งผู้มีเมตตารับมาเลี้ยง และช่วยกันทำมาหากินด้วยการขายกล้วยทอดมันทอดหาเงินยาไส้ไปวันๆ
ย่านนั้น มีสาวแสบชื่อพริ้งในวัยเดียวกับเหมย เป็นที่รู้กันว่าพริ้งชอบทำตัวเหมือนดารา แต่ใครๆดูแล้วก็รู้ว่าออกจะล้นๆไปหน่อย เดินผ่านแผงขายมันทอดกล้วยทอดของแม่กุ้งก็เบ้หน้าใส่ว่าขายของบ้านนอก ทีแรกเหมยฟังก็ขำๆ ว่าคนพูดช่างไม่ดูหนังหน้าตัวเองบ้างเลย
พริ้งหันแว้ดใส่ทันที "ทำไม หนังหน้าฉันมันเป็นยังไง? ฉันจะบอกอะไรให้" พลางกรีดนิ้วไล้ผิวที่แขน "ผิวฉันมาจากพม่า รูปหน้ามาจากยุโรป จมูกโด่งมาจากเกาหลี ส่วนปาก..."
"มาจากอีด่างข้างส้วม" เหมยพูดต่อให้
พริ้งกรี๊ดลั่นว่าเหมยด่าว่าตนปากหมา แล้วกระโจนเข้าใส่ เหมยหลบแว้บ พริ้งโผนเข้าใส่อีก ทั้งสองทำท่าจะเล่นก็ไม่ใช่จะจริงก็ไม่เชิง ชาวบ้านกับพ่อค้าแม่ค้าแถวนั้นเลยพากันมามุงดูมุงเชียร์กันสนั่น
ปยุตรขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาเห็นคนมุงกันหนาขนาดนั้นเชื่อว่าต้องมีเรื่องแน่ๆ หยุดรถคว้ากล้องเข้าไปทันที เจอสองสาว กำลังจิกตบกันนัวเนีย ทันใดนั้นก็มีใครคนหนึ่งแหวกไทยมุงเข้ามาอย่างเอาเรื่อง
ปยุตรพลอยยิ้มขำๆไปกับพวกไทยมุงด้วย นึกขำตัวเองว่าจะถ่ายรูปไปทำไมวะ?
แล้วก็มีเรื่องให้งงอีก เมื่อพันมือไวเดินผ่านถาดใส่ กล้วยทอดมันทอดก็คว้าหมับไปชิ้นหนึ่งกัดกินหน้าตาเฉย เหมย โวยวายบังคับให้จ่ายมา 5 บาท ค่าปรับคนขี้ขโมย พอพันยอมจ่ายเหมยก็เอาเงินไปเก็บ ทั้งยังผลักพันจนหัวทิ่มไปอีกด้วย ปยุตรมองท่าก๋ากั่นนักเลงของเหมยแล้วอดทึ่งไม่ได้
ooooooo
ที่แท้ ปยุตรเป็นลูกชายของไพรวัลย์นักข่าวสายบันเทิงของ "ไทยนิวส์" เขาเพิ่งกลับจากอเมริกาหลังเรียนจบ เป็นที่รักใคร่เอ็นดูของเฮียใหญ่ บก.ข่าวเพราะเป็นคนขยันไม่ถือตัวหนักเอาเบาสู้
ปยุตรกลับมาเจอพ่อกับเฮียใหญ่นั่งคุยกันอยู่จึงเอาเปเปอร์ให้ดู เฮียใหญ่ทำหน้างงๆเพราะเป็นภาพที่เหมยกับพริ้ง กำลังตบตีกันนัวเนีย ครู่หนึ่งเฮียใหญ่หัวเราะร่า พูดขำๆว่า
"ฮ่าๆๆ เป็นนักข่าววันแรกก็จะเปิดซิงด้วยข่าวแม่ค้าตบกันซะแล้ว เออเว้ย...เป็นนักข่าวบันเทิงหรือนักข่าวตระเวนกันแน่ฮึ" ปยุตรพูดแก้เกี้ยวว่าเจออะไรก็ถ่ายๆไว้ก่อน เฮียใหญ่ดูรูปอีกทีร้องอย่างพอใจว่า แต่...เฮ้ย...ยัยแม่ค้านี่ก็หน้าตาไม่เลวนะ"
ไพรวัลย์ย้ำกับลูกชายว่า "ยุตร...นาทีนี้ต้องเล่นแต่ข่าว นางเอกน้ำหวานมธุรสสิลูก ข่าวอะไรก็ได้ เพราะข่าวของน้ำหวาน มธุรสขายได้ทุกข่าว"
"งั้นเอาใหม่...ให้โอกาสแก้ตัว ยุตรต้องไปกองถ่าย น้ำหวานเขามีถ่ายละครวันนี้" เฮียใหญ่พูดอย่างเปิดโอกาสให้เต็มที่
ooooooo
แล้วก็เจอดีจนได้ เพียงแค่ปยุตรไปถึงหน้าคฤหาสน์ ที่ใช้ถ่ายละครเท่านั้นก็เจอเหตุการณ์ระทึกขวัญ เมื่อน้ำ-หวานขับรถมาจอด ปยุตรดีใจรีบยกกล้องขึ้นถ่ายโดยน้ำหวานไม่รู้ตัว พริบตานั้น มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งพุ่งปราดเข้ามา คนขี่มอเตอร์ไซค์ลงไปกระชากกระเป๋าถือน้ำหวานไปต่อหน้า เอากระเป๋าฟาดหน้าไปหลายที
ปยุตรเล่นบทพระเอกทันที วิ่งเข้าไปเตะคนขี่มอเตอร์ไซค์ ชกต่อยกันอึดใจเดียวปยุตรก็ถูกถีบท้องลงไปกองกับพื้น เสียงคนเอะอะวิ่งกันเข้ามา คนขี่มอเตอร์ไซค์คว้ากระเป๋าถือของน้ำหวานหนีไปทันที
ปยุตรเอามือกุมท้องลุกขึ้นเดินไปถามน้ำหวานอย่างเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอไม่ตอบแต่ร้องไห้โฮๆอย่างขวัญเสีย มดแดงวิ่งเข้ามา น้ำหวานวิ่งผ่านปยุตรไปหามดแดงร้องให้ช่วยด้วย
ครู่เดียวมดแดงก็พาน้ำหวานเข้าไปนั่งให้สัมภาษณ์ที่ กองถ่ายในคฤหาสน์ น้ำหวานยังร้องไห้อย่างขวัญเสียขวัญกระเจิงให้สัมภาษณ์อยู่ข้างๆมดแดง เล่าเหตุการณ์กระท่อน กระแท่นสลับกับเสียงร้องไห้
มดแดงที่นั่งอยู่ข้างๆก็ทำหน้าตระหนกบางครั้งก็พูดเสริมให้เหตุการณ์ดูน่ากลัวมากขึ้นเสนอจะพาน้ำหวานไปหาหมอ น้ำหวานเล่นบทนางเอ๊ก...นางเอก บอกว่าทุกคนตั้งใจมาทำงานอย่าเสียเวลาเพราะตนเลย ทำเอาพวกนักข่าวพากันฮือฮาชื่นชมกันสุดๆ
มีนักข่าวคนหนึ่งตั้งข้อสงสัยว่าคนร้ายแค่จะชิงทรัพย์สิน หรือมีอะไรมากกว่านั้น น้ำหวานเชื่อว่าแค่ต้องการชิงทรัพย์ แต่มดแดงกลับท้วงติงว่าใครจะมาชิงทรัพย์กันหน้ากองถ่าย มันต้องมีจุดประสงค์อย่างอื่นแต่ขอกระเป๋าไปเป็นของแถม แล้วตั้งข้อสังเกตว่า
"ดีไม่ดี พี่ว่าอาจมีก็คนแอบไม่พอใจน้ำหวานอยู่ก็ได้" พอน้ำหวานบอกว่าตนไม่มีศัตรูที่ไหน มดแดงก็ทำท่าไม่อยากพูดแต่ก็พูดว่า "ถ้าจะมีแต่รมมี่เรื่องผิดคิว แต่เมื่อวานก็เคลียร์กันไปแล้วนี่เนาะ ไม่น่ามีอะไร"
พอดีรมมี่เดินเข้ามา ทุกคนเลยหันมองเป็นตาเดียว พอรมมี่เดินไปที่รถของตัวเองนักข่าวก็กรูกันไปถาม ถูกเธอตอบเสียงสะบัดว่า
"พี่คิดได้ยังไงเนี่ย ว่ารมมี่จ้างคนมาตบน้ำหวาน เมื่อวานคนที่ผิดคิวคือน้ำหวานที่ตบรมมี่จนหน้าหัน"
พอถูกนักข่าวดักคอว่านี่ไงไม่พอใจเห็นอยู่ชัดๆ รมมี่ตาขวางใส่พูดอย่างไม่พอใจว่าถ้าจะทำตนจะทำเองไม่จ้างใครหรอกเพราะมันไม่ถูกใจ เมื่อนักข่าวพยายามแคะคุ้ยอีก รมมี่เหวี่ยงใส่ถามว่า
"จะให้มีเรื่องให้ได้ใช่ไหมพี่ มองหน้าไว้นะ ถึงจะขี้วีน ขี้เหวี่ยง แต่เรื่องปัญญาอ่อนแบบนี้ไม่ทำหรอก อีเดียต เสียเวลา" เหวี่ยงใส่นักข่าวแล้วสะบัดมาตะโกนบอกทีมงานว่า "พี่...ได้เวลาถ่ายค่อยโทร.ตามแล้วกันนะ" ว่าแล้วขึ้นรถตะบึงพรืดไปเลย
พวกนักข่าวพากันวิพากษ์วิจารณ์กันมันปากถึงอาการเหวี่ยงของรมมี่ ปยุตรยืนดูสถานการณ์ยังงงๆกับเรื่องราวในวงการนี้ ส่วนด้านหลัง น้ำหวานแอบมองอยู่ เธอยิ้มอย่างพอใจพึมพำสะใจว่า
"รับรอง พรุ่งนี้เป็นข่าวใหญ่แน่"
น้ำหวานเดินเข้าข้างในไปแล้ว ไม่มีใครสังเกตเห็นเพราะมัวแต่มันกับการถ่ายรูปรมมี่ขับรถหนี
ooooooo
จริงอย่างคาด เพราะหนังสือพิมพ์เช้าวันรุ่งขึ้นต่างพาดหัวข่าวไปในทางเดียวกันหมดว่า
"น้ำหวานมธุรส ถูกดักตบ คาดมีหลายสาเหตุ"
เหมยอยู่ที่แผงขายของเห็นพาดหัวข่าวก็เบ้หน้าพึมพำอย่างสมเพชว่าแค่นี้ก็เอามาขึ้นหน้าหนึ่ง ป้าผ่องที่ขายของอยู่ข้างๆ อดพูดแขวะถึงพริ้งที่อยู่แถวนั้นไม่ได้ว่า
"ก็น้ำหวานเขาเป็นดาราดังนี่หว่า ลองนังพริ้งสิ หนังสืออาชญากรรมยังเมิน"
โดนว่าแบบนั้นมีหรือพริ้งจะนิ่งเงียบ ท้าว่าก็ลองดูซิ ถ้าโดนแบบนี้ผู้ร้ายหล่อขนาดโดมหรือเป้เสลอรับรองไม่ตบอย่างเดียว จะตบจูบ...ตบจูบให้ดู
แม่กุ้งเลยปรามว่ามัวแต่พูดเล่นกัน ถ้ามันเกิดกับตัวจริงๆไม่กลัวรึไง พริ้งตอบโดยไม่ต้องคิดว่ากลัว เพราะถ้าตนโดนคงไม่ชิงทรัพย์อย่างเดียวอาจแถมข่มขืนด้วย เหมย เลยเตือนเพื่อนว่ารู้อย่างนี้แล้วก็เลิกใส่เปิดโน่นเปิดนี่เสีย ขืนยังแต่งแบบนี้ต้องโดนเข้าสักวัน
"ทำไงได้วะ ก็ใจมันรัก ไม่แต่งอย่างนี้ก็ไม่มีความสุข"
ป้าผ่องฟังอยู่นานหมั่นไส้พริ้งนักเลยอยากให้พริ้งเจอจริงๆสักทีจะได้เข้าใจความรู้สึกของน้ำหวาน
"ป้าก็เอาไปเทียบกันได้ที่ไหน? นังพริ้งมันจะไปเข้าใจความรู้สึกของน้ำหวานได้ยังไง เขาออกจะผู้ดี บอบบาง ส่วนนังพริ้งของเราล่ำบึ้กเป็นอีถึกไถนาซะขนาดนั้น" เหมยพูดหน้าตาเฉย แต่เรียกเสียงฮากันตรึม มีคนเดียวที่ไม่มีอารมณ์ขันด้วยคือพริ้ง ลุกตบโต๊ะปัง แต่ไม่ทำอะไร
ปรากฏว่าหนังสือพิมพ์วันนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ปยุตรเป็นคนทำข่าวเองอ่านแล้วก็ทำหน้าปลงๆ ถามเฮียใหญ่ว่า คิดว่าสาเหตุเกิดจากอะไร เฮียใหญ่พูดอย่างจัดเจนในวงการว่า
"ก็น้ำหวานเขายังไม่ได้ไปแจ้งความเลย ยังสรุปไม่ได้ว่าน้ำหวานถูกทำร้ายเพราะอะไร หนึ่ง...จากแฟนละครที่ไม่ชอบหน้า สองอาจจะเป็นเพื่อนนักแสดงอิจฉา เพราะตอนนี้น้ำหวานดังเปรี้ยง สามอาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวที่เราไม่รู้ และสี่...ไปยาลใหญ่" พูดแล้วจ้องหน้าปยุตรทักล้อๆ "อ๊ะ...อ๊ะ...ยุตรอยากรู้มากใช่ไหมล่ะ"
"เฮียรู้ว่ายุตรไม่ชอบอะไรแบบนี้ แต่นี่ล่ะ...มันคือชีวิตจริง น้ำเน่าซับซ้อนยิ่งกว่าละครทีวี ที่สำคัญชาวบ้านช้อบ...ชอบ แน่นอนมันไม่ได้มีอะไรเสียหายนี่มีแต่ได้กับได้ น้ำหวานได้ ค่ายละครได้ ยิ่งถ้ารู้ว่าทำไมน้ำหวานถึงถูกดักตบ เรายิ่งได้เข้าไปใหญ่ และถ้ายุตรหาความจริงได้ว่าทำไมน้ำหวานถึงถูกดักตบ ก็เท่ากับยุตรผ่านด่านการเป็นนักข่าวบันเทิงได้อย่างฉลุย"
ปยุตรฟังแล้วทำหน้าหนักใจ เฮียใหญ่เสนอปมให้ไปคุ้ยต่อว่า
"ลองตามรมมี่ดูสิ เฮียว่า น่าสนนะ คนเขาก็เม้าท์กันไม่ใช่เหรอว่า รมมี่อาจจะอยู่เบื้องหลังน่ะ"
ooooooo
รมมี่อ่านข่าวหนังสือพิมพ์อยู่ที่บ้าน เธอขว้างหนังสือพิมพ์ทิ้งอย่างฉุนเฉียว จนอำภาผู้เป็นแม่ถามว่าเหวี่ยงอะไรแต่เช้า พอรมมี่บอกว่าหนังสือพิมพ์ลงข่าว ไปได้ยังไงว่าตนจ้างคนไปตบน้ำหวาน
อำภาหัวเราะขำๆ บอกว่าเพราะคนเขาติดภาพนางร้ายในละครน่ะสิ รมมี่เสียงเขียวถามว่า "ทำไม เล่นละครเป็นนางร้าย แล้วตัวจริงต้องร้ายอย่างนั้นเหรอแม่" เลยถูกอำภาเสียงเขียวยิ่งกว่าแว้ดว่า
"แกก็เป็นซะอย่างนี้ จะไม่ให้คนเขาคิดว่าเป็นแกได้ยังไง ดู...ดู๊...ขนาดฉันเป็นแม่แกยังมาทำเสียงเขียวใส่ อีกหน่อยอย่าว่าแต่ข่าวมีเรื่องกับยัยน้ำหวานเลย แกอาจจะมีข่าวตบฉันขึ้นโรงพักก็ได้"
รมมี่ทำหน้าทะเล้นถามว่าแค่ตบเองเหรอ อย่างตนมันต้องตบจูบ...ตบจูบ ว่าแล้วก็เข้าไปกอดแม่หัวเราะขำๆ บอกรักแม่ อำภาเลยหัวเราะขำไปด้วย บอกลูกว่า "แม่ก็รักแก แต่อารมณ์ขึ้นๆลงๆวีนๆเหวี่ยงๆน่ะ เพลาๆลงหน่อยรมมี่เอ๊ย"
"หนูวีนที่ไหน หนูก็แค่เป็นคนปากกับใจตรงกันเท่านั้น รู้สึกยังไงก็พูดอย่างนั้น"
"แต่ก็ไม่จำเป็นต้องพูดหมดนี่...เราอยู่ในสังคม มันต้องคิดถึงใจเขาใจเรา"
"แม่ก็ดูข่าวแต่ละข่าวสิ จะไม่ให้หนูปรี๊ดแตกได้ยังไง โดยเฉพาะข่าวยัยน้ำหวาน คิดได้ยังไงว่าหนูจ้างคนไปตบ"
"แม่อ่านเนื้อข่าวแล้วไม่เห็นมีอะไร เขาก็แค่พาดหัวข่าวให้น่าสนใจไปอย่างนั้นแหละ แกอย่าคิดมากให้เสียอารมณ์เลย เดี๋ยวอีกหน่อยก็รู้เองล่ะว่า ทำไมยัยน้ำหวานถึงถูกดักตบ เรื่องอย่างนี้ปิดไม่มิดหรอก"
ooooooo
ที่ทางเปลี่ยวในมุมมืด พริมาแม่ของน้ำหวานนั่งซุ่มอยู่ในรถ เธออำพรางใบหน้าด้วยผ้าคลุมผมและแว่นตาอันโต ครู่หนึ่งประชาคนขี่มอเตอร์ไซค์ที่ไปดักตบน้ำหวานที่หน้ากองถ่ายก็ขี่รถเข้ามาเทียบ พริมาเลื่อนกระจกลงยื่นซองให้ ประชารับไปเปิดนับเงินในซองแล้วบอกว่า "ครบครับคุณนาย"
"แหม...ครบสิยะ จะไม่ครบได้ไง เอาเงินฉันไปแล้วก็หุบปากเสียด้วย อย่าพูดอะไรกับใคร ตอนนี้พวกนักข่าวยิ่งอยากรู้ว่าทำไมแม่น้ำหวานมธุรสถึงถูกดักตบ" พอประชารับคำ พริมาสบถ "สมน้ำหน้า! แย่งผัวชาวบ้านมันต้องเจอแบบนี้" แล้วขับรถออกไปอย่างเร็ว
ประชามองตามแววตาเจ้าเล่ห์เมื่อคิดอะไรออก...
ooooooo
เมื่อพริมากลับถึงบ้าน น้ำหวานที่รออยู่วิ่งออกมารับถามแม่ว่าเรียบร้อยไหม พริมาตอบอย่างสะใจว่าเรียบร้อย ย้ำชัดว่า
"แม่พูดซะชัดว่าแกน่ะเป็นเมียน้อย รับรองไอ้นั่นมันต้องวิ่งแจ้นไปบอกนักข่าว"
พฤกษ์ผู้เป็นพ่อนั่งอยู่ด้วยหัวเราะในลำคอพูดอย่างรู้ทันการทำงานว่าแน่นอนอยู่แล้ว เพราะนักข่าวตั้งค่าหัวเอาไว้ว่าใครมีเบาะแสเรื่องน้ำหวานถูกตบให้รีบแจ้ง พริมาสะใจกว่ามั่นใจว่า
"แม่ว่า พรุ่งนี้ข่าวแกเป็นเมียน้อยดังแน่" น้ำหวานถามว่าหมายความว่าตนจะดังกว่าเดิมใช่ไหม "แน่นอน...ข่าวดีข่าวฉาวขอให้เป็นข่าวเถอะ ดังแน่ๆ"
"เพราะฉะนั้น แกต้องฉวยโอกาสนี้โกยเงินจากวงการมาให้ได้มากที่สุด อย่าลืมว่าพ่อกับแม่กำลังต้องการความช่วยเหลือจากแกอยู่ หนี้พนันของแม่แกน้อยอยู่ที่ไหนล่ะ" พฤกษ์ย้ำกับลูกสาว ทำเอาพริมาร้อนตัวแย้งว่าตนคนเดียวที่ไหน เขาเองก็บินไปบ่อนแทบทุกอาทิตย์
"เอาเถอะไม่ต้องห่วง น้ำหวานไม่ปล่อยให้ครอบครัวเราล้มละลายแน่ แต่ถึงจะล้ม เราก็ต้องล้มบนฟูก รอให้ข่าวออกมาก่อนเถอะ น้ำหวานจะเดินสายโชว์ตัว ออกงานอีเวนต์โกยเงินไม่อั้นเลย"
สามพ่อแม่ลูกต่างกระหยิ่มยิ้มย่องกับแผนการที่วางไว้เป็นขั้นตอน พฤกษ์ชูแก้วชวนฉลองกันล่วงหน้า พริมาร้อง
"เชียร์ส..."
ooooooo
ป้าผ่องคลั่งไคล้ดาราไม่แพ้พวกวัยรุ่น ป้าแกรักและสงสารน้ำหวานมากที่ถูกดักตบ ขนาดเหมากล้วยทอดกับมันทอดจากเหมยให้เอาไปเยี่ยมน้ำหวาน เหมย ไม่รังเกียจแต่เตือนสติป้าผ่องว่าเราเองก็ยากจนทำงานหาเช้ากินค่ำเก็บไว้กินเองดีกว่า พวกดาราเขารวยกว่าเราตั้งเยอะอยากกินเขามีเงินซื้อถมไป
ถึงพริ้งจะล้นๆแต่ก็มีความคิดเห็นด้วยกับเหมย แต่ป้าผ่องแกมีใจแน่วแน่ขอร้องเหมยให้ช่วยเอาไปเยี่ยมน้ำหวานที สุดท้ายเหมยเห็นใจเลยรับปาก ป้าผ่องเอาหนังสือพิมพ์ให้ดูบอกว่าในข่าวลงว่าวันนี้น้ำหวานจะไปถ่ายละครตรงนี้ พลางชี้ให้ดู
"ไปเถอะพี่เหมย เดี๋ยวแต้วเฝ้าร้านกับแม่เอง พี่พริ้งไปเป็นเพื่อนพี่เหมยเขาหน่อยสิ"
แม้พริ้งจะโวยวายว่าตนเกี่ยวอะไรด้วย แต่ก็ยอมไปเป็นเพื่อนเหมย
ooooooo
วันต่อมา หนังสือพิมพ์ก็พาดหัวต่อจากวันก่อนว่า "บุกตบน้ำหวาน เหตุเป็นเมียน้อย"
น้ำหวานเลยถูกนักข่าวมารุมสัมภาษณ์ เธอบีบน้ำตาเป็นเผาเต่าปฏิเสธว่าไม่เคยเป็นเมียน้อยใครและไม่เคยคิดจะแย่งของของใคร มดแดงก็สาระแนเสริมว่าพ่อแม่น้ำหวานเป็นคนมีฐานะจะทำอย่างนั้นได้ยังไง พอนักข่าวซักไซ้มากเข้า น้ำหวานก็อ้างทั้งน้ำตาว่า
"น้ำหวานเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก น้ำหวานไม่รู้จักใครหรอกค่ะ วันๆนอกจากกองถ่าย น้ำหวานก็อยู่กับคุณพ่อคุณแม่" น้ำหวานร้องไห้โฮเหมือนลูกแหง่ที่ไร้เดียงสา มดแดงก็เล่นบทพี่เลี้ยงปลอบประโลมน้ำหวานแล้วขอร้องนักข่าวให้ เลิกถามเรื่องนี้เพราะน้ำหวานเจอข่าวไม่ดีทุกวันจนขวัญเสียหมดแล้ว
น้ำหวานพูดทั้งน้ำตาว่าท้อใจมากอาจจะออกจากวงการไปเลยก็ได้จะได้ไม่มีข่าวฉาวๆอีก บรรดาแฟนๆที่มาให้กำลังใจและนักข่าวพากันร้องขอเสียงแซดว่า "อย่าออกไปเลยนะคะ"
ขณะนั้นเอง บุ้งเดินนำบรรดาแฟนๆที่มาให้กำลังใจน้ำหวานพร้อมของฝากทั้งดอกไม้และผลไม้ ต่างแสดงความเห็นใจและให้กำลังใจน้ำหวาน มีแต่ปยุตรเท่านั้นที่มองอย่างคลางแคลงใจว่าช่างเหมือนละครจริงๆ
มดแดงเอ่ยขอตัวกับแฟนๆว่า ต้องพาน้ำหวานไปหาหมอ เพราะมีปัญหาเรื่องจมูกที่ถูกคนร้ายตบ น้ำหวานอ้อนแฟนละครว่า มัวแต่ถ่ายละครไม่มีเวลาเลย แล้วขอตัวไปอย่างแสนเสียดาย
รมมี่ยืนมองอยู่ห่างๆ เบ้หน้าอย่างหมั่นไส้ พึมพำ "แค่นี้ต้องหาหมอ...แหวะ!"
ส่วนเหมยกับพริ้ง หิ้วถุงกรอบแกรบใส่กล้วยทอดมันทอดของป้าผ่องมาเยี่ยมน้ำหวาน ยืนคอยกันจนขาแข็ง กล้วยกับมันทอดเหี่ยว น้ำหวานก็ยังไม่ออกมา แต่ทั้งสองก็อดทนเพื่อป้าผ่อง
ooooooo




















