นิยาย ระบำดวงดาว ตอนต่อไป (18) นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ระบำดวงดาว ตอนที่ 18

จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย กลีบผกา,นันทพร แก้วอัมพร
19 พ.ย. 2553 04:34
1,134,531 ครั้ง

ละคร นิยาย ระบำดวงดาว

ระบำดวงดาว ตอนที่ 18

อ่านเรื่องย่อ

ระบำดวงดาว

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ:

หลังจากได้พูดกับเหมย แม้จะเป็นคนพูดฝ่ายเดียว แต่ปยุตรก็สบายใจ เพราะอย่างน้อยเหมยก็ได้ฟังเขาพูดและรับรู้ถึงความรู้สึกของเขาแล้ว

แต่ขณะปยุตรกำลังนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่นั่นเอง น้ำหวานก็มาเคาะประตูเรียก เธอซื้ออาหารสำเร็จรูปมาด้วย ชูถุงอาหารยิ้มหวานบอกว่า

"มื้อเช้าค่ะ ยังไม่ได้ทานข้าวใช่ไหมคะ" ปยุตรมองอย่างอึดอัดใจบอกว่าอย่าทำแบบนี้เลย น้ำหวานทำหน้าจ๋อยอย่างผิดหวังแต่ยังตื๊อ "ถือเป็นการขอบคุณที่เมื่อวานคุณมีน้ำใจกับน้ำหวาน มาค่ะ เดี๋ยวน้ำหวานจัดให้"

น้ำหวานเดินนำเข้าไปในห้องโดยไม่สนใจท่าทีสีหน้าของเจ้าของห้องเลย

จัดอาหารมาวางบนโต๊ะอย่างสวยงามแล้ว น้ำหวานจับตัวปยุตรให้นั่งลงบอกว่าทานให้อร่อยตนจะไปชงกาแฟมาให้  ปยุตรนั่งลงเซ็งๆทำหน้าอยากจะตายให้ รู้แล้วรู้รอดไป

เมื่อจัดทุก อย่างเรียบร้อยแล้ว น้ำหวานเริ่มหาข่าวเรื่องจิมมี่ ถามว่าเพื่อนที่เขาไปเยี่ยมเมื่อวานเป็นอย่างไร พอรู้ว่าตายแล้ว น้ำหวานสะใจ ปยุตรบอกว่าเพื่อนตนชื่อจิมมี่ เธอคงรู้จักดี

"อุ๊ย...คุณจิมมี่นี่เองเหรอคะ เกิดอะไรขึ้นกับเขาคะ" น้ำหวานทำเป็นตกใจ

"เขาถูกฆาตกรรมครับ"

น้ำหวานตกใจ เริ่มกลัวว่าปยุตรจะรู้กังวลจนทำน้ำร้อนลวกมือตัวเอง แก้วกาแฟหล่นแตก ปยุตรรีบลุกมาดูถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง จับมือเธอไปทายาให้เบาๆ

ความอ่อนโยนเอาใจใส่ดูแลเธออย่างดีนี่เอง   ทำให้น้ำหวานยิ่งหลงเขา มองหน้าเขาเคลิ้มบอกว่าไม่เคยมีใครทำอะไรแบบนี้กับตนมาก่อนเลย แล้วพูดถึงผู้ชายที่เข้ามาพัวพันว่า

"คนที่ใกล้ชิดน้ำหวาน มีแต่อยากได้ตัวน้ำหวานทั้งนั้น ไม่เคยมีใครจริงใจกับน้ำหวาน ผู้ชายทุกคนจ้องแต่จะเอาเปรียบน้ำหวาน เห็นน้ำหวานเป็นแค่เครื่องมือสนองความต้องการของพวกเขา น้ำหวานไม่เคยไว้ใจใครได้เลยจนได้มาเจอคุณ"

พูดเกริ่นจนยืดยาวแล้ว สุดท้ายน้ำหวานบอกเขาว่า "คุณยุตรคะ น้ำหวานรักคุณ"

ปยุตรถึงกับอึ้ง แกะมือเธอออก พยายามจะบอกว่าตนไม่ได้คิดกับเธอแบบนั้น ไม่เคยอยากได้อะไรจากเธอ กลับถูกน้ำหวานโผเข้ากอด พร่ำเพ้อไม่หยุดว่า

"น้ำหวานรักคุณ น้ำหวานไม่เคยรักใครแบบนี้มาก่อน..."

ปยุตรยังพยายามแกะน้ำหวานออกจากตัว ทันใดนั้นประตูเปิดผลัวะ เหมยยืนอยู่ตรงประตูมองภาพตรงหน้าช็อก ปิ่นโตที่หิ้วมาฝากปยุตรหลุดจากมือ

ปยุตรสะบัดจากน้ำหวานลุกไปคว้าแขนเหมยที่หันหลังจะเดินหนี ละล่ำละลักบอกว่า...

"ฟังผมก่อน คุณน้ำหวานเขาแค่มาขอบคุณผมที่..."

"ขอบคุณ กันถึงขนาดนี้ แสดงว่าบุญคุณที่มีให้กันคงมากเหลือเกิน" เหมยสวนไป เมื่อปยุตรยืนยันว่าไม่มีอะไรมากกว่านั้นจริงๆ เหมยตวาด "หยุดโกหกฉันเสียที!!"

ปยุตรไม่ยอมปล่อยเหมย ยังพร่ำบอกแต่ว่าตนรักเหมยและไม่เคยรักใครเลย เหมยสวนไปอย่างเจ็บปวดว่า

"แต่ ฉันรักคุณต่อไปไม่ได้อีกแล้ว แบบนั้นมันน่าสมเพชเกินไป เกมนี้ฉันยอมแพ้...จบกัน!!" เหมยกระชากสร้อยดาวในดวงใจที่คอขว้างใส่ปยุตรแล้ววิ่งไปเลย

ปยุตรวิ่ งตามเหมยไป น้ำหวานที่กำลังกระหยิ่มยิ้มย่องที่เหมยตัดขาดกับปยุตร เห็นปยุตรวิ่งตามเหมยไปก็หน้าหุบ พริบตาเดียวก็ฮึดขึ้นมาสีหน้าบอกว่า "สู้ตาย" อีกครั้ง

ปยุตรวิ่งตามเหมยไปจนถึงหน้าคอนโดฯ พอดีมีผู้โดยสารนั่งแท็กซี่ลงมา เหมยจึงขึ้นต่อ ปยุตรมาไม่ทัน ได้แต่ยืนมองแท็กซี่ที่เหมยนั่งไป เหวี่ยงหมัดสบถ "โธ่เว้ย!!!"

ooooooo

เมื่อ ปยุตรกลับขึ้นไปที่ห้องอีกครั้ง   เขาบอกน้ำหวานให้กลับไปเสียแล้วอย่ามายุ่งกับตนอีก ทำให้ น้ำหวานยิ่งเคียดแค้นเหมย พูดเหี้ยมกับตัวเอง

"นังเหมย แกกับฉันอย่าอยู่ร่วมโลกกันอีกต่อไปเลย!"

เย็นนั้นเอง น้ำหวานไปหาศิลป์ที่คอนโดฯ บอกเขาว่า

"ให้ คนของพี่จัดการนังเหมยได้เลย" ศิลป์ถามว่าไม่โหดไปหรือ เธอขึงตาถาม "ถ้าพี่ศิลป์ไม่กล้า น้ำหวานทำเองก็ได้ แต่น้ำหวานจะไม่มาหาพี่ศิลป์อีกต่อไป"

"ทำไมจะไม่กล้า พวกพี่เยอะแยะ"

"งั้นก็ลงมือคืนนี้เลย!"

ศิลป์ชำเลืองมองน้ำหวานในอารมณ์ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

ooooooo

คืนนี้เอง ขณะเหมยกำลังเดินเข้าซอยกลับบ้านนั่นเอง มีนักเลงพรวดจากที่ซ่อนในมือถือขวดแก้วใสมาด้วย มันตรงเข้าหาเหมย เป็นจังหวะที่ปยุตรขี่มอเตอร์ไซค์ตามเหมยมาพอดี เขาเห็นท่าไม่ดีตะโกนบอกเหมย "เหมย...ระวัง..." แล้วกระโจนเข้าเตะขวดแก้วลอยกระเด็นไป

ขวดตกแตก น้ำในขวดกระจายนองเป็นฟองฟู่ มันคือน้ำกรด!

ปยุตรต่อสู้กับนักเลงคนนั้นแบบตัวต่อตัว  แต่มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับเข้ามาในขณะที่ปยุตรกำลังพลาดท่า คนขี่มอเตอร์ไซค์ยิงใส่ปยุตรถูกที่ไหล่อย่างจัง ปยุตรลงไปกองถูกพวกมันเข้ารุมยำ

"คุณยุตร..." เหมยช็อก พอตั้งหลักได้ก็พุ่งเข้าไปช่วยปยุตรต่อสู้กับพวกนักเลง จนโดนลูกหลงไปไม่น้อย แต่เพียงครู่เดียวพวกมันก็ขึ้นมอเตอร์ไซค์หนีไป

เหมยร้องไห้โฮ เข้าประคองหน้าปยุตร มือเธอแดงฉานไปด้วยเลือด เหมยพร่ำขอ...

"อย่าเป็นอะไรนะคุณยุตร...อย่าเป็นอะไรนะ..."

ooooooo

กลับถึงคอนโดฯตัวเอง น้ำหวานโทร.หาศิลป์ ด่าอย่างหงุดหงิด

"ไม่ได้เรื่อง!! บอกคนของพี่ศิลป์ให้หลบไปกบดานก่อน อย่าโง่ให้ใครเจอหน้าอีกล่ะ" พูดเสร็จเขวี้ยงโทรศัพท์ด้วยความฉุนเฉียว แล้วคำรามถึงเหมยอย่างแค้นจัด "ดวงแข็งนักนะนังเหมย!!"

รปภ.ที่คิด หาเงินกินเหล้ากัน วันนี้เริ่มแผนแล้ว เขาไปพบกับนักข่าวปาปารัสซี่ที่มุมหนึ่งในคอนโดฯที่พีทอาศัยอยู่ ส่งม้วนเทปให้และรับเงินกันแบบยื่นหมูยื่นแมว นักข่าวคนนั้นถามว่าภาพเด็ดแน่นะ

รปภ.ของคอนโดฯพีทคุยว่าหนังแผ่นยัง ชิดซ้าย นักข่าวพอใจบอกว่าถ้ามีอะไรให้ส่งมาอีก เงินรออยู่ รปภ.คนนั้นกระหยิ่มยิ้มย่องแยกออกมา นักข่าวคนนั้นกำม้วนเทปในมืออย่างหมายมั่น...

ooooooo

ปยุตรถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เหมยเฝ้าอยู่ ตลอดเวลาอย่างเป็นห่วง   พอปยุตรรู้สึกตัวลืมตาขึ้นก็ เห็นเหมยนั่งกุมมือตนฟุบหลับอยู่ข้างเตียง เขาขยับตัวทำให้เจ็บแผล เหมยเลยตื่นถามทันทีว่า

"คุณยุตร คุณเป็นไงบ้าง เจ็บมากไหม เดี๋ยวเหมยจะตามหมอ...หมอ..." เหมยหันไปเรียก ปยุตรรีบบอกว่าตนไม่เป็นไรแล้วบอกเหมยให้มานั่งข้างๆตน พอเหมยเข้าไปนั่งใกล้ๆเขาถามอย่างอ่อนโยนห่วงใยว่า

"คุณไม่เป็นไรใช่ไหม" เหมยตื้นตันใจ ส่ายหน้าน้ำตาคลอ "อย่าร้องไห้นะ ผมไม่เป็นอะไรแล้ว"

เหมยทนใจตัวเองไม่ได้โผเข้ากอดเขาไว้พร่ำบอกว่า

"เหมยกลัว...กลัวว่าคุณจะเป็นอะไร เหมยไม่อยากเสียคุณไปแบบกันต์..."

ปยุตรลูบผมเหมยอย่างแสนรักให้สัญญาว่าจะไม่เป็นอะไรเพราะต้องอยู่ดูแลเธอ เขาถามว่าเธอพาเขามาโรงพยาบาลได้อย่างไร แล้วเรื่องข่าว...

เหมยยังไม่ทันตอบ เสียงการุณก็แทรกเข้ามาตอบแทนเหมยว่า ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นเพราะเจ้าของโรงพยาบาลรู้จักกับตนรับรองว่าข่าวของเหม ยไม่รั่วแน่นอน เหมยจึงบอกปยุตรว่าตนเป็นคนโทร.ไปขอให้การุณมาช่วย เพราะตอนนั้นตนทำอะไรไม่ถูกจริงๆปยุตรจึงหันไปขอบคุณการุณที่ช่วยเหลือ

จากนั้นการุณถามเหมยว่าเรื่องคดีจะเอาอย่างไร ทั้งเหมยและปยุตรเห็นพ้องกันว่าไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ยืดเยื้อ

"คุณสองคนนี่เหมือนกันจริงๆผมยอมแพ้ เอาเป็นว่ารักษาตัวก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง"

ooooooo

หลังจากนั้นการุณไปแจ้งทางโรงพยาบาลแล้วกลับมาบอกปยุตรว่าเรื่องค่ารักษาพยาบาล ทั้งหมดตนจะดูแลให้ ปยุตรบอกว่าเรื่องนี้ตนจัดการเองได้ การุณไม่สนใจบอกเขาว่า

"ถือว่าผมทำให้เหมยก็แล้วกัน เพราะนี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะทำอะไรให้เหมย ถ้าคุณเป็นอะไรไป เหมยคงเสียใจ"

ปยุตรเอะใจถามการุณว่าถ้าไม่มีตนก็อาจจะดีสำหรับเขามากกว่าไม่ใช่หรือ

"ถึงผมจะอยากดูแลเหมยแค่ไหน แต่ผมก็ไม่สามารถทำให้เหมยยอมรับความหวังดีจากผมได้  ผมคงต้องยอมรับแล้วล่ะว่าคุณคือคนที่เหมยเลือก ไม่ใช่ผม ดูแลเธอให้ดีนะ เหมยเป็นคนดีและก็รักคุณมาก"

จังหวะนั้นเองเหมยที่ไปซื้อขนม เปิดประตูเข้ามาพอดี เธอชวนการุณทานขนมด้วยกันเพราะซื้อมาเผื่อแล้ว การุณจึงบอกเหมยว่าเขาจะกลับกระบี่พรุ่งนี้เพราะทางนี้ไม่มีอะไรต้องห่วง แล้ว

เหมยกับปยุตรมองหน้ากันอย่างรู้ความหมายของการุณ เหมยขอบคุณการุณที่ช่วยเหลือตนมาตลอด ถ้ามีอะไรที่จะตอบแทนได้ตนเต็มใจเสมอ

"แค่อย่าให้ใครทำเธอร้องไห้ฉันก็พอใจแล้ว ฉันไปนะ" การุณกับปยุตรยิ้มให้กัน เหมยยกมือไหว้ ลุกขึ้นยืนส่งเขาออกจากห้อง พอการุณออกไปแล้วเหมยก็หันมาจับมือกับปยุตร อย่างเข้าใจกัน

ooooooo

วันนี้ ทั้งพีทและรมมี่ไปลองชุดแต่งงานกันที่ร้าน ทั้งคู่สวยหล่อสมกันมาก แต่ขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งดูการ์ดแต่งงานในเล่มอยู่นั้น ทีวีก็มีข่าวว่า

"ฉาวในวงการอีกครั้ง เมื่อซุปเปอร์สตาร์ตัวแม่มีสัมพันธ์ สวาทกับดาราหนุ่มไฮโซหลานเจ้าของสถานี งานนี้ปิดยังไงก็ไม่มิด เพราะมีหลักฐานมัดแน่นเป็นภาพวงจรปิดชัดเจนเห็นกันเต็มสองตา"

ภาพในจอทีวี เห็นน้ำหวานกับพีทนัวเนียกันอยู่ในห้องของพีทที่คอนโดฯ  รมมี่หันขวับจ้องหน้าพีทราวกับงูจะฉก พีทไม่ทันพูดอะไรก็ถูกรมมี่ตบผัวะเข้าสุดแรงแล้ววิ่งร้องไห้โฮเข้าไปในห้อง ลองเสื้อ พีทช็อกนิ่งอึ้ง รู้สึกเหมือนตัวเองชะตาขาดลงตรงนี้แล้ว!

ส่วนน้ำหวานพอเห็นภาพในทีวีของตนกับพีท ก็ปิดทีวีอย่างฉุนเฉียว สบถลั่น

"โอ๊ย...อะไรกันนักกันหนา ช่างสรรหาเรื่องของฉันมาเป็นข่าวไม่เว้นแต่ละวัน หึ! แต่ก็ดีพินาศกันให้หมด ฉันไม่ได้ดีก็อย่ามีใครได้เลย!"

พอดีมีโทรศัพท์เข้ามา นักข่าวขอสัมภาษณ์ น้ำหวานตอบตกลงจะเปิดแถลงข่าวเรื่องนี้ทันที

ooooooo

เย็นนี้เอง น้ำหวานเปิดแถลงข่าว เบื้องหน้าน้ำหวานมีไมค์จากหลายสิบสำนักวางเต็มไปหมด น้ำหวานนั่งน้ำตานองหน้า เริ่มแถลงข่าวพูดไปสะอื้นไป

"น้ำหวานตกเป็น จำเลยของสังคม ทั้งๆที่น้ำหวานไม่ได้ทำอะไรผิด น้ำหวานต่างหากที่เป็นฝ่ายเสียหาย คุณพีทเขา...เขาข่มเหงน้ำใจน้ำหวาน แต่ว่าน้ำหวานปลอดภัยนะคะ ไม่ได้มีอะไรเสียหายอย่างที่ทุกคนเข้าใจ"

นักข่าวถามว่าทำไมเธอถึงไปอยู่ในห้องของพีท น้ำหวานทำเสียงตัดพ้อว่าเพื่อนกันไม่แปลกที่จะไปส่งเพื่อน ครั้นนักข่าวดักคอว่าส่งกันค่ำมืดดึกดื่นแบบนั้นเลยหรือ น้ำหวานแก้ตัวว่า พีทเมา ตนเป็นห่วงเลยขับรถให้ พูดแล้วน้ำตาไหลพรากขึ้นมาอีก คร่ำครวญว่าใครจะรู้ว่าพีทจะทำแบบนั้น

ไม่เพียงเท่านั้น น้ำหวานยังพูดอย่างมีศักดิ์ศรีว่าตนไม่ยอมกินน้ำใต้ศอกรมมี่เด็ดขาด และการมีข่าวแบบนี้มีแต่ทำให้ตนเสียหาย จะถูกหาว่าเป็นมือที่สามทำให้งานแต่งงานของรมมี่ล่มพร้อมกับร้องขอความเป็น ธรรมให้กับตนด้วย

ปยุตรกับเหมยดูทีวีช่องเดียวกันนี้อยู่ที่โรงพยาบาล

ปยุตรพึมพำอย่างสมเพชว่าละครชัดๆ เหมยถามว่าเขารู้เรื่องนี้หรือ ปยุตรจึงบอกความจริงว่า

"นี่แหละสาเหตุที่ผมบอกความจริงคุณไม่ได้เรื่องภาพข่าวของผมกับน้ำหวาน"

"เพราะว่าคุณปกป้องคุณพีทเพื่อไม่ให้เป็นข่าว" เหมยพูดอย่างเข้าใจ เธอขอโทษที่เข้าใจเขาผิดเลยทำให้มีปัญหาต่อกัน ปยุตรบอกว่า "ผมต่างหากที่ต้องขอโทษเหมย ผมทำให้เหมยเสียใจ"

เหมยเชื่อว่าพีทไม่ ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้ ปยุตรก็เชื่อแต่ถามว่ารมมี่จะเชื่อแบบเธอหรือเปล่า แล้วทั้งสองก็ได้แต่มองหน้ากันอย่างหนักใจ

ooooooo

รมมี่กลับมาที่บ้านแล้ว ถอดชุดแต่งงานวางไว้กลางบ้านราวกับสิ่งไร้ค่า พีทตามมาขอโทษย้ำว่าตนไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดเรื่องแบบนี้ เขาพยายามชี้แจงให้รมมี่เข้าใจ แต่กลับถูกรมมี่ตบหน้าฉาดใหญ่

"คุณจะตบอีกกี่ที จะด่าผมยังไงก็ได้ ถ้ามันจะทำให้คุณให้อภัยผม" พีทจับมือรมมี่ไว้อย่างขอร้อง

"เรื่องที่คุณนอนกับใคร มันไม่สำคัญเท่ากับสัญญาที่คุณเคยให้กับฉันไว้ว่าเราจะไม่โกหกกัน แค่นี้คุณยังทำไม่ได้ แล้วคุณจะเรียกร้องอะไรจากฉัน" รมมี่สะบัดมือจากพีทประกาศตัดเชือก "จะไม่มีงานแต่งงานระหว่างฉันกับคุณ!"

รมมี่จะเดินหนีถูกพีทดึงมากอดไว้ อ้อนวอน "ไม่...รมมี่... ผมไม่ยอม ผมรักคุณ แล้วผมรู้ว่าคุณก็รักผม ทำไมต้องให้เรื่องนี้มาทำลายงานแต่งงานของเราด้วย รมมี่...ผมขอโทษ..."

"ความรักของฉันที่มีให้คุณมันตายไปแล้วพีท!" รมมี่ปลดมือพีทออกเดินออกไปจากห้อง   ทิ้งพีทให้ยืนอ้างว้างอยู่กับชุดเจ้าสาวที่ยังกองอยู่ที่เดิม

ooooooo

ข่าวน้ำหวานเป็นเหตุให้วิวาห์ของพีทกับรมมี่ล่มกระพือไปทั้งสังคม หนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวกันอย่างเมามัน

ศิลป์ที่เมื่อสองวันก่อนนอนซมเพราะมีอาการไข้ สะบัดร้อนสะบัดหนาว เขากินยาไปหลายเม็ดแล้วแต่อาการไม่ดีขึ้น ทั้งยังมีผื่นแดงขึ้นตามร่างกายด้วย เขามองตัวเองอย่างตกใจว่า  "นี่เราเป็นบ้าอะไรวะ..."  ยิ่งคิดก็ยิ่งกังวล

วันนี้ได้อ่านข่าว หนังสือพิมพ์เกี่ยวกับน้ำหวาน เขาหัวเสียจนขว้างหนังสือพิมพ์ทิ้ง เขาไอมากขึ้นและผื่นแดงก็แผ่กว้างขึ้น ศิลป์หยิบโทรศัพท์กดหาน้ำหวานอย่างหงุดหงิด ถามว่าทำแบบนี้ได้ยังไงทั้งที่มีตนอยู่แล้วทั้งคน น้ำหวานสวนมาอย่างไม่แยแสว่าอย่ามาเซ้าซี้เพราะ "พี่ศิลป์ไม่ได้เป็นเจ้าของน้ำหวาน"

"คิดดีแล้วเหรอน้ำหวาน   พูดกับพี่แบบนี้ไม่อยากได้แล้วเหรอรางวัลน่ะ ฉันดันเธอได้ฉันก็กระทืบเธอให้จมดินได้เหมือนกัน แล้วยังเรื่องที่เธอสั่งคนทำร้ายเหมยอีก"

ถูกศิลป์ขู่จะสาวไส้น้ำหวานก็วิตก แต่ยังปากดีสวนไปว่า

"เรื่องรางวัลฉันว่าพี่ศิลป์ไม่มีพาวเวอร์สักเท่าไหร่หรอก ไม่งั้นมันก็ต้องมีอะไรคืบหน้าบ้าง แต่นี่ไม่มีเลย! ส่วนเรื่อง

นังเหมย พี่คิดว่าคนอย่างฉันจะปล่อยให้พี่มาโพนทะนาความผิดฉันได้เหรอ...ฉันทำกับนัง เหมยได้ ทำไมฉันจะทำกับพี่ไม่ได้ แล้วเรื่องตำรวจเลิกคิดไปได้เลยนะ เพราะพี่ก็ไม่ได้มีประวัติสวยหรูสักเท่าไหร่ไม่ใช่เหรอ อย่าแกว่งเท้าหาเสี้ยนจะดีกว่า ฉันเตือนแล้วนะ อย่าคิดมายุ่งกับฉัน ถ้ายังอยากจะมีชีวิตไว้หายใจเล่นอยู่แบบนี้"

พูดเสร็จน้ำหวานวาง โทรศัพท์ทันที แม้จะขู่ศิลป์อย่างแข็งกร้าวแต่ตัวเองก็กังวลไม่น้อย ส่วนศิลป์ถึงจะแค้นใจน้ำหวานแค่ไหน แต่ก็วิตกกับคำพูดของน้ำหวานเหมือนกัน

ooooooo

ที่สถานีเอบีซี คุณพิงค์ คุณพิมล กับคุณต้อม คุยกันถึงข่าวน้ำหวานว่าฉาวขนาดนี้อย่าหวังเลยเรื่องรางวัล คุณพิงค์บ่นว่าพีทไม่น่าไปเล่นกับไฟแบบนี้เลย คุณต้อมถามว่าแล้วคุณพิงค์ไม่โกรธแทนพีทหรือ

"พี่ไม่มีสิทธิ์ไปโกรธพวกเขาจากเรื่องพวกนี้หรอกต้อม งานก็ส่วนงาน   ความรู้สึกส่วนตัวก็ต้องเก็บไว้   อย่าให้ไปทำร้ายใคร"

คุณพิมลกับคุณต้อมมองกันอย่างศรัทธาในภาวะผู้นำและความเป็นหญิงแกร่งของคุณพิงค์

ข่าวและเทปฉาวของน้ำหวานทำให้การคัดเลือกนักแสดงนำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมรางวัลดาวประดับฟ้ามีเสียงแตกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งยอมรับฝีมือการแสดงของน้ำหวาน อีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่าเหมยก็ไม่เลว และกรรมการบางคนก็เสนอให้มองภาพพจน์ของนักแสดงด้วย เพราะตอนนี้น้ำหวานมีข่าวเสียหายเยอะเหมือนกัน

สุดท้ายณรงค์ประธานกรรมการสรุปว่า

"งั้นคงยากแล้วที่จะจบบนโต๊ะประชุม ผมว่าเราใช้วิธีลงคะแนนดีกว่า ใครได้คะแนนมากกว่าก็คว้ารางวัลดารานำฝ่ายหญิงไปแฟร์ที่สุด"

เมื่อกรรมการทุกคนเห็นด้วย เจ้าหน้าที่จึงเริ่มแจกใบลงคะแนนให้กรรมการแต่ละคน

ooooooo

เมื่อรมมี่อยู่ในภาวะทุกข์ใจสาหัสขนาดนี้ เหมยจึงไปอยู่เป็นเพื่อนคอยปลอบใจและหว่านล้อมให้รมมี่อภัยให้พีท ยืนยันกับรมมี่ว่าพีทรักเธอมาก รมมี่บอกว่าตนรู้ แต่พีทก็ไม่ได้รักตนคนเดียว

ส่วนหมอวาทิศเก็บตัวอยู่ในเซฟเฮาส์ หมอตัดรูปและข่าวน้ำหวานติดไว้ตามผนังห้องเต็มไปหมด พูดกับรูปน้ำหวานที่ถูกกรีดเอาเลือดทาแปะไว้ที่ผนังว่า

"น้ำหวานทำอะไรไว้กับหมอ น้ำหวานต้องชดใช้!!"

แต่เจ้าตัวน้ำหวานเองนั้น เย็นนี้เธอไปหาปยุตรที่คอนโดฯ ขณะเขากำลังเก็บอุปกรณ์อยู่ที่รถมอเตอร์ไซค์ น้ำหวานพยายามญาติดีกับเขา แต่ปยุตรไม่เล่นด้วยปรามว่าอย่าเล่นละครกับตนอีกเลยเสียเวลาเปล่าๆ กระนั้น น้ำหวานก็ยังออดอ้อนว่ามีแต่เขาคนเดียวที่ตนแคร์และอยากให้เข้าใจว่าตนต้องปกป้องตัวเองให้ผ่านเรื่องร้ายๆไปให้ได้ ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ยืนอยู่ ตรงจุดนี้ให้ได้ แม้จะเลวร้ายในสายตาคนอื่นตนก็ต้องทำ

"ผมไม่สนใจหรอกว่าคุณทำเพื่ออะไร  แต่คุณทำร้าย

คนอื่นมามากแล้ว อย่ามาหาผมอีก!!"

น้ำหวานอ้อนว่าแม้แต่ความเป็นเพื่อนก็ไม่ได้หรือ ปยุตรตอบแบบตัดบัวไม่เหลือใยว่า   ไม่ว่าในฐานะอะไรเราก็ไม่มีอะไรต้องคุยกัน พูดแล้วเดินหนีไป นาทีนั้น น้ำหวานรู้สึกเหมือนเหลือตัวคนเดียวในโลก...

ooooooo

ที่สถานีเอบีซี สามสาวแกร่งแห่งวงการ คุณพิงค์

คุณพิมล และคุณต้อมยังคอยลุ้นผลการเลือกดาราหญิงยอดนิยมอยู่  คุณพิงค์ได้รับโทรศัพท์พอคุยเสร็จวางสายก็บอกคุณต้อมและคุณพิมลว่า

"มีโผออกมาว่าเด็กของเราเข้าถึงรอบชิง ทั้งจากยอดยาหยีแล้วก็แรมพิศวาส"

แต่ทั้งสามก็คุยกันเพลินๆว่ามีโผแพลมออกมาก็มีโอกาสพลิกได้ คุณพิงค์สรุปว่า เราก็แค่เตรียมพร้อมตอนมันเผยให้ดีก็แล้วกัน

แต่ก่อนจะมีการตัดสินซึ่งยังมีเวลาอีกนานนั้น คืนนี้... น้ำหวานก็ถูกรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ถนนเปลี่ยวที่น้ำหวานต้องผ่านเปิดไฟสูงใส่ ความเป็นสาวขี้วีนทำให้น้ำหวานจอดรถด่า รถคันนั้นหรี่ไฟ ขับมาเทียบข้างด้านคนขับแล้วลดกระจกลง น้ำหวานยังด่าอีกว่า "นี่ ซื้อใบขับขี่มาหรือไง"

พริบตานั้น น้ำหวานถูกชายที่อยู่รถคันนั้นสาดน้ำใสๆ ใส่หน้าเข้าเต็มๆ น้ำหวานร้องกรี๊ดสุดเสียงด้วยความเจ็บปวด พริบตานั้น รถคันนั้นขับผ่านไป

ครู่เดียวรถคันนั้นก็ไปจอดแล้วชายที่อยู่ในรถก็ลงจากรถถอดหมวกคลุมหน้าออกเผยให้เห็นว่าคือหมอวาทิศนั่นเอง!

หมอลงจากรถคันที่สาดน้ำกรดใส่น้ำหวาน เปลี่ยนรถแล้วขับย้อนกลับไปทางเดิม ไปเจอน้ำหวานกำลังร้องครวญครางขอความช่วยเหลือ หมอรีบลงไปช่วย กอดน้ำหวานที่ร้องถามหมออย่างกังวลว่าทำไมหน้าตนเป็นแบบนี้ว่า

"ไม่ต้องห่วงนะน้ำหวาน หมอจะทำให้น้ำหวานสวยยิ่งกว่าเดิม...เชื่อหมอ"

หมอวาทิศพาน้ำหวานไปที่โรงพยาบาลของตนสั่งพยาบาลให้เตรียมห้องผ่าตัดด่วน เมื่อพาน้ำหวานขึ้นเตียงผ่าตัดแล้ว น้ำหวานอ้อนวอนหมอขณะกำลังจะหมดสติเพราะยาสลบเริ่มออกฤทธิ์ว่า

"หมอต้องทำให้น้ำหวานกลับมาสวยให้ได้นะคะ"

"หมอจะไม่ทำให้น้ำหวานผิดหวัง" หมอวาทิศตอบเสียงเย็นเยียบยิ้มที่มุมปาก

ooooooo

ปยุตรเพิ่งจะกลับโรงพิมพ์รายงานตัวกับไพรวัลย์ ผู้เป็นพ่อ ไพรวัลย์แซวลูกชายว่าเป็นอย่างไรบ้างได้เป็นฮีโร่สมใจไหม  เอาตัวไปรับกระสุนแบบนั้น  แต่เป็นลูกผู้ชายมันก็ต้องผจญภัยกันบ้าง เฮียใหญ่พูดเสริมแซว ปยุตรว่า

"แต่ที่สำคัญได้ใจนางเอกเหมยกลับมาแบบนี้ต้องลงหน้าหนึ่ง"

"ได้เขากลับมาก็รักษาเขาไว้ให้ดี แล้วจะให้พ่อไปขอ เมื่อไหร่ก็บอก อย่านานนักล่ะ อยากอุ้มหลานเต็มแก่แล้ว" ไพรวัลย์หยอกลูกชายแล้วหัวเราะกันครื้นเครง

ต่อมาเฮียใหญ่มาบอกปยุตรว่าผลตรวจของจิมมี่ออกมาแล้วว่า นอกจากจิมมี่จะตายเพราะยาฆ่าแมลงแล้วยังพบยาชนิดหนึ่งที่ทำให้สติฟั่นเฟือน แต่ยาตัวนั้นจะไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นเพียงการตรวจทั่วไป เราจะไม่พบสารตัวนี้

ลักษณะและข้อมูลนี้ ทำให้ปยุตรเพ่งไปที่หมอวาทิศเพราะคนที่ใช้ยาตัวนั้นต้องมีความรู้เรื่องยาเป็นอย่างดี แต่ยังมีเรื่องรอยเท้าผู้หญิงในที่เกิดเหตุด้วย เป็นรอยของใคร?

ปยุตรตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเรื่องชู้สาวหรือไม่ก็มีการขัดผลประโยชน์อะไรกันบางอย่าง คิดเจาะลงไปได้อีกว่าแล้วจิมมี่กำลังขัดขาใครอยู่หรือเปล่า

สองนักข่าวต่างวัยเริ่มคลำเจอลู่ทางบ้างแล้ว

ooooooo

หลังจากผ่าตัดใบหน้าน้ำหวานที่ถูกสาดน้ำกรดแล้ว น้ำหวานรู้สึกตัวขึ้นมาถามว่าตนอยู่ที่ไหน หมอวาทิศบอกว่าอยู่ที่เซฟเฮาส์ของหมอเอง รับรองว่านักข่าวตามตัวไม่เจอแน่เพราะไม่มีใครรู้จักที่นี่

"หน้าน้ำหวานจะสวยเหมือนเดิมไหมคะหมอ"  น้ำหวานเอามือแตะหน้าตัวเองเบาๆ หมอถามว่าไม่เชื่อฝีมือหมอแล้วหรือ น้ำหวานอ้อนโอบคอหมอไปกอด "น้ำหวานเชื่อหมอค่ะ หมอเป็นคนเดียวที่จะทำให้น้ำหวานสวยที่สุดในวันที่น้ำหวานขึ้นไปรับรางวัลดาวประดับฟ้า"

หมอหยั่งเชิงถามว่าไม่รู้ว่าระหว่างที่หมอไม่อยู่น้ำหวานจะมีใครใหม่หรือเปล่า น้ำหวานปากหวานตามเคยฉอเลาะว่าหมอดีกับตนถึงขนาดนี้ตนจะมีใครได้อีก

"ใช่...น้ำหวานจะมีใครไม่ได้ น้ำหวานต้องเป็นของหมอคนเดียวเท่านั้น" หมอเสียงเข้มเพราะรู้อยู่เต็มอกว่าน้ำหวานโกหกคำโต! น้ำหวานเองก็ถึงกับหนาวกับคำพูดของหมอ

ooooooo

คืนนี้  ที่ห้องคนไข้ของแม่กุ้ง ลูกๆทั้งสามอยู่กันครบ เหมยบอกว่าหมอแจ้งว่าอีกสองอาทิตย์หมอจะให้ แม่กุ้งกลับบ้านได้แล้ว ไม้รีบบอกว่าตนจะพาแม่กุ้งไปอยู่บ้านใหม่ของพวกเรา

"จะบ้านใหม่บ้านเก่า ขอแค่ให้มีลูกๆอยู่ด้วยแม่อยู่ได้ ทั้งนั้น" แม่กุ้งพูดอย่างอบอุ่นใจ

"แต่แต้วว่าอาจจะมีลูกของแม่บางคนที่ถูกขอไปอยู่ บ้านอื่นนะแม่" แต้วปรายตาไปทางเหมย เลยถูกเหมยตีแก้เขินไปทีหนึ่ง แต้วทำเสียงเอะอะ "เอ๊า...ก็แต้วพูดความจริง พี่ยุตรเขารักพี่เหมยจะตาย"

"ยุตรเขาเป็นคนดีนะเหมย" แม่กุ้งชม เหมยได้แต่ยิ้มเขินๆยิ่งถูกน้องแหย่ก็ยิ่งเขิน

สี่แม่ลูกหยอกเย้ากันอย่างอบอุ่น รักใคร่ แม้จะไม่รวยแต่ก็มีความสุข อบอุ่นกันทุกคน...

วันต่อมา ปยุตรเอาสร้อยรูปดาวในดวงใจมาให้เหมยบอกว่าเป็นของเธอตนไม่รับคืน เหมยพูดเขินๆ ว่าถ้าไม่มีเหตุการณ์ แบบนั้นตนก็ไม่อยากคืนให้

"มันจะไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นอีก เชื่อใจผมนะเหมย...ผมรักคุณ..." แล้วปยุตรก็บรรจงสวมสร้อยให้ เหมยจับสร้อยไว้ดีใจที่ได้กลับมาอยู่ใกล้หัวใจตนอีกครั้ง...

จะมีก็แต่คู่พีทกับรมมี่ ที่ยังไม่สามารถประสานรอยร้าวได้ วันนี้พีทโทร.ไปหารมมี่ พอเธอเห็นเป็นเบอร์ของพีทก็กดตัดสายทิ้งแล้วปิดเครื่องเลย

พีทถอนใจหนัก มองกล่องแหวนแต่งงานในมือแล้วเอาไปเก็บเหมือนกับจะไม่ได้ใช้มันอีกแล้ว

ooooooo

ศิลป์อาการหนักขึ้นทุกที นอกจากมีไข้สูง ท้องเสียอย่างรุนแรงแล้ว ผื่นแดงก็ลามกว้างขึ้นทุกที เขาตัดสินใจไปหาหมอ ผลการตรวจหมอแจ้งว่าเขาติดเชื้อเอชไอวี!

ศิลป์แทบเป็นบ้าตะโกนลั่น "ไม่จริง...ไม่จริง..." แล้วช็อกล้มทั้งยืน

เมื่อกลับถึงโรงแรมที่พัก ศิลป์รู้สึกชีวิตตัวเองเหลือแต่ซาก ทุกอย่างสูญสลายทลายหมดสิ้นแล้ว

ทางฝ่ายคุณพิงค์ที่กำลังมีโปรเจกต์ละครเรื่องใหม่ที่จะให้ศิลป์กำกับ แต่ติดต่อศิลป์ไม่ได้เลย คุณต้อมจึงอาสาจะไปตามให้ เพราะรู้ที่อยู่ของศิลป์ คุณต้อมชวนมดแดงไปเป็นเพื่อนด้วย

แต่พอไปเคาะประตูห้องพักของศิลป์ปรากฏว่าเงียบกริบ มดแดงเลยชวนกลับดีกว่า แต่พอทั้งสองหันหลังก็ได้ยินเสียงโครมจากในห้อง เลยช่วยกันพังประตูเข้าไป พบศิลป์นอนคว่ำหน้าหมดสติอยู่ที่พื้น

เมื่อพาไปหาหมอ จึงรู้ว่านั่นคืออาการขั้นต้นของเอดส์ เมื่อร่างกายอ่อนแอเพราะว่าภูมิคุ้มกันในร่างกายจะถูกทำลายไปทีละน้อย สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือรักษาตัวตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด

เพียงวันรุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์ก็ลงข่าว "หามผู้กำกับดังส่งโรงพยาบาลตรวจพบเชื้อเอดส์" น้ำหวานเจอข่าวนี้ก็แทบช็อก ไม่ใช่ตกใจเป็นห่วงศิลป์ แต่คิดถึงตัวเองที่เคยมั่วกับศิลป์ น้ำหวานตกใจจนควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ร้องปฏิเสธโวยวายลั่นห้องขว้างข้าว ของในห้องกระจุยกระจายไปหมด

ส่วนคุณพิงค์ เมื่อรู้ว่าศิลป์เป็นเอดส์ก็ได้แต่บ่นเสียดายอนาคตที่กำลังจะรุ่ง อีกทั้งปีนี้ศิลป์ยังได้เข้าชิงรางวัลดาวประดับฟ้าสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม ด้วย

คุณต้อมถามคุณพิงค์ว่าเด็กของเรามีใครเข้าชิงบ้าง

"รมมี่ได้เข้าชิงดาราสมทบหญิง ส่วนเหมยกับน้ำหวานได้เข้าชิงดารานำหญิง" คุณพิงค์บอก

"อุ๊ย...หวานหวานด้วยเหรอคะ" มดแดงอุทานแอบยิ้มแต่ยังพยายามเก็บอาการไว้

ooooooo

ด้วยแรงริษยาชิงดีชิงเด่นของน้ำหวาน เธอแค้นเหมยที่เข้ารอบมาชิงดารานำยอดเยี่ยมเทียบกับตน ซ้ำยังมีข่าวบางกระแสว่าน้ำหวานอาจชวดรางวัลดารานำด้วย เธอยิ่งแค้นจนเกิดอาการทางจิต ตาขวาง ปวดหัวมาก เกรี้ยวกราด จนหมอวาทิศมาเจอถามว่าเป็นอะไร น้ำหวานเอาข่าวให้ดูแล้วระบายความอัดอั้นว่า

"นี่ถ้าน้ำหวานไม่ต้องมาเก็บตัวแบบนี้ ก็คงเรียกคะแนนให้ตัวเองได้บ้าง...เพราะไอ้บ้านั่นคนเดียวที่ทำน้ำหวานเสีย โฉม อย่าให้รู้นะว่าเป็นใคร"

"ถ้ารู้ว่าเป็นใคร น้ำหวานจะทำอะไร" หมอวาทิศตากระตุกขึ้นมา

"น้ำหวานจะฆ่ามัน!!" คำรามแล้วถามหมอว่าเมื่อไหร่

จะเอาผ้าที่หน้าออกเสียที หมอบอกว่ายังไม่ถึงเวลา เธอก็โวยวายอีก "โอ๊ย...น้ำหวานทนมาหลายอาทิตย์แล้ว เบื่อที่จะทนแล้วนะหมอ" พูดแล้วสะบัดเข้าห้องไปเลย หมอมองตามด้วยแววตาเย็นชา

ooooooo

พอเข้าห้องนอนน้ำหวานยิ่งแค้นแทบกระอักเลือด เมื่อทีวีรายงานข่าวการสัมภาษณ์เหมยกับปยุตรกำลังเดินออกจากร้านอาหาร เรื่องตัวเก็งดารานำหญิงปีนี้ เรื่องข่าวดีกับปยุตร

เหมยตอบอย่างถ่อมตัวว่าแค่ตนมีชื่อเข้าชิงรางวัลก็ถือเป็นเกียรติมากแล้ว ส่วนเรื่องข่าวดีกับปยุตรที่นักข่าวบอกว่าทำไมยังปิดเงียบอยู่ ปยุตรตอบหยอกกลับไปว่าปิดยังไงก็ปิดไม่อยู่หรอก เลยพากันหัวเราะ

จนเมื่อนักข่าวถามถึงอาการของแม่กุ้งว่าเป็นอย่างไรบ้าง เหมยบอกว่าพรุ่งนี้ก็จะกลับบ้านได้แล้ว นักข่าวแสดงความยินดีด้วยที่แม่กุ้งมีลูกกตัญญูอย่างเหมย

"ถ้าไม่มีแม่กุ้งก็คงไม่มีเหมยในวันนี้หรอกค่ะ" เหมยยิ้มแย้มอย่างสำนึกบุญคุณจริงๆ

"นังเหมย แกแย่งทุกอย่างไปจากฉัน...ถ้าฉันต้องตาย แกก็อย่าหวังเลยว่าจะอยู่อย่างมีความสุข..." น้ำหวานคั่งแค้น พลันก็ฉุกคิดได้ พึมพำแววตาร้ายกาจ "ลูกกตัญญูเหรอ?..."

ooooooo

คืนนี้เฮียใหญ่อยู่กับปยุตรที่คอนโดฯ  เพราะทั้งสองกำลังร่วมกันสืบหาฆาตกรหญิงที่ฆ่าจิมมี่  เฮียใหญ่ทบทวนความจำ นึกได้ว่าพยาบาลที่โดนจิมมี่บีบคอวันนั้นให้การกับตำรวจว่าจิมมี่เพ้อเรียก ชื่อน้ำหวานทำ ให้ทั้งสองพุ่งเป้ามาสงสัยน้ำหวาน

เฮียพูดถึงพ่อแม่ของน้ำหวานว่ากำลังหนีหนี้พนันหลบไปอยู่ต่างประเทศเพราะขืน กลับมาก็ตายลูกเดียว ปยุตรเองก็ตั้งข้อสังเกตว่าพักนี้น้ำหวานก็หายไป น่าแปลกที่ช่วงใกล้งานชิงรางวัลดารานำหญิงยอดเยี่ยมแบบนี้น้ำหวานไม่น่าหาย ไปไหน

"หรือว่าน้ำหวานมีส่วนพัวพันกับเรื่องจิมมี่จริงๆ ก็เลยหนีไปกบดาน" เฮียใหญ่เอะใจ

ทั้งสองหารู้ไม่ว่า  เวลาเดียวกันนี้  น้ำหวานแอบขโมยกุญแจรถของหมอวาทิศขับรถออกไปที่โรงพยาบาล จนแอบเข้าไปในห้องคนไข้ของแม่กุ้ง เธอทั้งฉีดยาพิษและใช้หมอนปิดหน้าแม่กุ้งจนขาดใจตาย แล้วกลับไปที่เซฟเฮาส์หมอวาทิศ

หมอรู้ตั้งแต่น้ำหวานขโมยกุญแจรถแล้ว เมื่อเธอกลับมาหมอถามว่าไปไหนมา

"น้ำหวานก็ออกไปสูดอากาศเล่นน่ะค่ะ อยู่แบบนี้ทุกวันมันอุดอู้ น่าเบื่อมาก"

"ก็เลยต้องไปแก้เบื่อด้วยการฆ่าคนงั้นเหรอ" หมอดักคอทันที น้ำหวานตกใจ หมอถามว่า "ทำไมต้องทำถึงขนาดนั้นด้วย"

เมื่อจำนนต่อข้อเท็จจริง   น้ำหวานพูดอย่างเปิดเผย ท้าทายว่า

"ก็เพราะน้ำหวานเกลียดมัน เกลียดนังเหมยที่ได้ดีกว่าน้ำหวานทุกอย่าง น้ำหวานจะทำให้มันพินาศ ถ้าน้ำหวานไม่มีความสุข มันก็อย่าได้คิดว่าจะมีเลย!"

หมอถามว่าทำไมเธอใจร้ายขนาดนี้ น้ำหวานย้อนถามอย่างผิดหวังว่าทำไมหมอพูดแบบนี้หรือหมอหลงเสน่ห์เหมยเข้า แล้ว ไม่รักตนแล้วหรือ หมอส่ายหน้าคว้าน้ำหวานเข้าไปกอดบอกเสียงนุ่ม

"หมอรักน้ำหวาน...รักน้ำหวานคนเดียว..."

จากน้ำเสียงและสัมผัสที่น้ำหวานได้รับ เธอรู้สึกได้ถึงทั้งความรักและความเกลียดจากหมอในเวลาเดียวกัน

ooooooo

ในงานศพแม่กุ้ง ลูกๆทุกคนเศร้าเสียใจอย่างที่สุด แต้วยังทำต้มกะทิสายบัวที่แม่กุ้งสั่งทำเมื่อวานเย็นแต่ไม่ได้กิน ไม้ร้องไห้บอกกล่าวแม่กุ้งขณะวางอาหารให้คู่กับแต้วว่า

"แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะดูแลทุกคนแทนแม่เอง"

ปยุตรดูแลเหมยอย่างใกล้ชิดด้วยความเป็นห่วงภาวะจิตใจของเธอ พูดให้กำลังใจเธอ มีนักข่าวมาขอสัมภาษณ์ ปยุตรพยายามกันออกไปแต่เหมยบอกว่าไม่เป็นไร นักข่าวถามว่าแม่กุ้งไม่ใช่แม่แท้ๆของเธอใช่ไหมแล้วแม่แท้ๆของเหมยอยู่ไหน

เหมยบอกว่าตนไม่รู้ว่าแม่แท้จริงอยู่ไหน แต่ที่ตนมีชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้ ก็เพราะความรักของแม่กุ้ง เหมยมองแต้วกับไม้ เหมือนพูดแทนทั้งสองคนด้วยว่า

"แม่กุ้งรักพวกเราเหมือนลูกแท้ๆ แม่ยอมเหนื่อยเพื่อให้พวกเราพัก แม่ยอมอดเพื่อให้พวกเราอิ่ม สิ่งเดียวที่แม่ขอจากเหมยและน้องๆคือให้เราเป็นคนดี แล้วก็หวังที่จะเห็นพวกเราประสบความสำเร็จ แต่ยังไม่ถึงวันนั้นแม่ก็...จากพวกเราไปเสียก่อน..." พูดได้แค่นั้นเหมยก็ร้องไห้อย่างหนัก นักข่าวพลอยน้ำตาซึมไปด้วย

รุ่งขึ้นที่แผงหนังสือพิมพ์ ทุกฉบับพาดหัวในประเด็นเดียวกันเรื่องเหมยเป็นลูกกตัญญู เรื่องแม่ตายก่อนเห็นความสำเร็จของเหมย

และแน่นอนว่าที่เซฟเฮาส์ของหมอวาทิศ น้ำหวานติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดอิจฉาจนคำรามว่า

"ทำไมทุกคนต้องเห็นแกดีไปหมด นังเหมยบ้า!!"

ส่วนที่สถานีเอบีซี คุณพิงค์ คุณต้อม และมดแดงต่างสงสารเหมยและหวังว่าคงจะมีอะไรดีๆเกิดขึ้นกับชีวิตของเหมยบ้าง

ooooooo

ที่ห้องประชุมรางวัลดาวประดับฟ้า บรรดากรรม- การมีความเห็นต่างกัน ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าถ้าจะวัดกันที่ ความสามารถน้ำหวานก็เหมาะสมที่สุด แต่อีกฝ่ายเห็นว่าน้ำหวานมีข่าวไม่ดีเยอะเหลือเกิน ถ้าจะตัดสินในองค์รวมของความสามารถและจริยธรรม...กรรมการคนนั้นพูดไม่ทันจบ ณรงค์ในฐานะประธานก็ตัดบทว่า

"มาตรฐานของรางวัลดาวประดับฟ้าคืออะไร ความสามารถหรือความเหมาะสม"

ทุกคนลำบากใจ สุดท้ายลงความเห็นว่าให้ประธานกรรมการ คือณรงค์เป็นคนตัดสินชี้ขาด

เวลาเดียวกันนี้ ทางตำรวจได้เอาสร้อยข้อมือมีจี้รูป W ที่อยู่ในซองเก็บหลักฐานให้เหมยดูถามว่าเคยเห็นไหม เหมยไม่เคยเห็น แต่ปยุตรจำได้ติดตาว่าเป็นของน้ำหวาน เขาเห็นขณะที่เข้าไปทำแผลน้ำร้อนลวกให้เธอ

และที่เซฟเฮาส์ของหมอวาทิศ น้ำหวานติดตามข่าวการมอบรางวัลดาวประดับฟ้าตลอดเวลาเธอรบเร้าหมอให้เปิดหน้า ให้เพื่อตนจะได้ไปรับรางวัลด้วยตัวเอง

หมอไม่ยอมเปิดหน้าให้ และเมื่อออกไปที่ห้องตัวเอง หมอก็ไปเปิดดูเทปจากกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลที่หมอขโมย มาเองเห็นรูปน้ำหวานทำผ้าปิดปากหลุดขณะเดินออกมาหลังจากฉีดยาฆ่าแม่กุ้งแล้ว หมอตัดสินใจหยิบเทปใส่ซองปิดผนึก พึมพำอย่างตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่า

"น้ำหวานไม่มีทางจะหนีไปจากหมอได้ น้ำหวานก็จะไม่มีวันไปพบใครได้อีก"

น้ำหวานรออยู่จนเย็นวันต่อมา มดแดงก็โทร.เข้ามาบอกว่าโผรางวัลดาวประดับฟ้าออกมาแล้ว รู้ว่าน้ำหวานได้ย้ำว่ายังไงน้ำหวานก็ต้องมารับด้วยตัวเอง น้ำหวานรับปาก มดแดงดีใจบอกว่าตนจะรอที่งาน

ooooooo

วันประกาศผลรางวัลมาถึงแล้ว ปยุตรแต่งหล่อสุดขีด ส่วนเหมยก็แต่งสวยเต็มที่ ต่างมองกันแล้วชมกันเอง หัวเราะขำๆแล้วพากันเดินเข้าไปในงาน

มดแดงตั้งหน้าตั้งตาคอยน้ำหวาน เวลายิ่งใกล้เข้ามาก็ยิ่งใจไม่ดี จนกระทั่งณรงค์ขึ้นเวทีกล่าวเปิดงาน น้ำหวานก็ยังไม่มาที่แท้เธอใจร้อนราวกับไฟอยู่ที่เซฟเฮาส์ของหมอวาทิศ เมื่อหมอไม่มาเปิดหน้าให้เธอตัดสินใจเปิดเอง แล้วก็แทบช็อกเมื่อเห็นใบหน้าที่น่าเกลียดของตน น้ำหวานกรีดร้องวิ่งตรงไปที่ห้องหมอ ไม่เห็นหมออยู่ในห้อง เธออาละวาดจนมือไปถูกปุ่มทีวี บนจอปรากฏภาพที่เธอกับหมอกำลังเริงรักกันอย่างร้อนแรงบนเตียง

น้ำหวานอึ้งสนิท!

พอดีหมอเปิดประตูเข้ามา หมอตกใจที่เธอกำลังดูภาพในทีวีอยู่ น้ำหวานไม่พูดอะไร พุ่งเข้าใส่หมอทั้งด่าทั้งถามว่าทำแบบนี้ทำไม ตั้งใจทำหน้าตนให้เป็นแบบนี้ใช่ไหม เป็นบ้าไปแล้วหรือ!

"ผมเป็นบ้าก็เพราะผมรักผู้หญิงอย่างคุณไงน้ำหวาน คิดว่าผมจะทำให้คุณสวยอีกครั้งเพื่อให้คุณถีบหัวผมส่งอีกน่ะเหรอ อย่าหวังเลย แล้วไอ้ภาพพวกนี้ผมก็โหลดเข้าเน็ตให้ คนอื่นเขาได้รู้แล้วว่าคุณเป็นของผมคนเดียวเท่านั้น...หมอรักน้ำหวานนะ" หมอมองน้ำหวานแววตาจิตๆ

น้ำหวานอาละวาดทุบตีหมอ เลยถูกหมอจับกอดจูบเอาหน้ายีหน้าน้ำหวานที่แผลยังไม่หายสนิทดีให้เยินกว่า เดิมพร่ำบอกว่า "น้ำหวานต้องเป็นของหมอคนเดียวเท่านั้น!"

น้ำหวานแค้นจนสุดจะยั้งได้เธอควานหาปืนยกยิงแสก หน้าหมอนัดเดียวแน่นิ่ง!

ooooooo

ที่เวทีประกาศผลรางวัลยังคงดำเนินต่อไป พิธีกร ขึ้นประกาศรางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมคือรมมี่จากละครเรื่องแรมพิศวาส รมมี่เดินผ่านพีทไปรับรางวัล พีทยื่นมือให้จับแสดงความยินดีด้วย รมมี่จับมือและยิ้มให้เขา เธอขึ้นไปกล่าวขอบคุณทุกคนที่ให้การสนับสนุนและสัญญาว่าจะทำหน้าที่นักแสดง ให้ดีที่สุด

จากนั้นพิธีกรจึงประกาศรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม มดแดงยิ่งกระวนกระวายหนัก โทร.ไปเร่ง น้ำหวานบอกว่าตนกำลังจะไป วางสายจากมดแดงแล้วน้ำหวานจับหน้าตัวเองน้ำตาไหลพราก...

สุดท้ายพิธีกรประกาศว่า รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมประจำปี 2553 มีทั้งหมด 2 คนคือเหมยเหมือนฝันจากละครเรื่องยอดยาหยี และน้ำหวานจากละครเรื่องแรมพิศวาส

มดแดงทนไม่ได้วิ่งออกไปรอน้ำหวานที่หน้างาน เจอคุณต้อม พอรู้ว่ามารอน้ำหวานก็เอาใจช่วยว่าขอให้มาทันเวลาก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นเกิดได้ขึ้นมามดแดงต้องจิกวิกขึ้นไปรับรางวัลแทนแน่ แล้วเดินเข้าไปในงาน

ooooooo

จนกระทั่งพิธีกรประกาศเชิญณรงค์ประธานกรรมการตัดสินรางวัลดาวประดับฟ้าขึ้น ประกาศผลณรงค์เดินขึ้นเวทีรับซองประกาศรางวัลแล้วตรงไปที่โพเดียม ประกาศผลรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมแห่งเวทีดาวประดับฟ้าคือ น้ำหวาน มธุรส จากละครเรื่องแรมพิศวาส

เสียงปรบมือกราว พิธีกรประกาศเชิญน้ำหวานขึ้นรับรางวัล มดแดงรีบแก้สถานการณ์ถ่วงเวลาเพื่อรอน้ำหวาน ปรบมือนำให้ทุกคนปรบมือให้น้ำหวานอีกครั้ง ทุกคนปรบมือตาม ณรงค์ถือรางวัลดาวประดับฟ้าเตรียมมอบให้น้ำหวาน

น้ำหวานยังอยู่ที่เซฟเฮาส์ เธออยู่ในชุดสวยที่ข้อมือมีรอยแผลกรีดลึกเลือดไหลโกรก เธอพยายามเอื้อมมือไปรับรางวัลในจอโทรทัศน์แต่สุดจะไขว่คว้าได้ ในที่สุดก็ฟุบลงข้างศพหมอวาทิศสิ้นลมอยู่คู่กัน

ที่ห้องประชุม ทุกคนยังปรบมือรอน้ำหวานอยู่ พลันประตูห้องก็เปิดออก แต่กลายเป็นตำรวจเดินเข้ามาตรงไปเจรจากับณรงค์ ปยุตรเชื่อว่าต้องเป็นเรื่องน้ำหวาน เขารีบเข้าไปเคลียร์

รุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์ก็ลงข่าวครึกโครมเรื่องน้ำหวานฆ่าตัวตายพร้อมกับรางวัล นักแสดงหญิงยอดเยี่ยม บางฉบับพาดหัวเป็นปริศนาว่า "เงื่อนงำ น้ำหวานมธุรส นางเอกหรือฆาตกร?!"

ooooooo

ในงานศพน้ำหวาน เหมยวางดอกไม้จันทน์พร้อมกับเอ่ยอโหสิกรรมให้กับทุกอย่างที่น้ำหวานเคยทำไว้ กับตนและครอบครัว แต่ยังชื่นชมความสามารถและขอให้เธอเป็นนักแสดงยอดเยี่ยมที่อยู่ในใจแฟนๆตลอด ไป

ในงานนี้นักข่าวยังพยายามจะขุดคุ้ยเบื้องลึกการตายของน้ำหวานกับคุณพิงค์ ถูกคุณพิงค์ปฏิเสธว่า "วันนี้ขอมาร่วมไว้อาลัยและให้เกียรติน้ำหวานนะคะ...ขอตัวค่ะ"

มดแดงร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่าอยู่หน้ารูปน้ำหวาน บรรดาแฟนคลับต่างพากันมาไว้อาลัยคับคั่ง บ้างร้องไห้ บ้างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันต่างๆนานา

ooooooo

เมื่อขาดแม่กุ้งไปแล้ว ลูกๆทั้งแต้ว ไม้ และเหมย ก็ช่วยกันทำมาหากิน วันนี้แต้วมีร้านอาหารเล็กๆตามที่เคยใฝ่ฝันไว้ มีป้าผ่อง พริ้งมาคอยช่วยงานและให้กำลังใจ

ไม้ช่วยงานเต็มที่ทั้งยังฝากท้องไว้กับครัวของแต้วกินไม่ยั้งสั่งไม่หยุดคุ้มกับที่ช่วยวิ่งเสิร์ฟทั้งวัน

"แม่คงดีใจนะที่แต้วมีร้านแบบนี้" ไม้ยิ้มหน้าบานดีใจไปกับแต้ว

"ใช่ แต้วก็ดีใจ ที่แต้วจะดูแลตัวเองได้โดยไม่ต้องรบกวนพี่เหมยกับไม้อีก"

"พี่เหมยน่ะโอเค แต่ฉันน่ะจะอยู่ให้แต้วกวนไปตลอด... ไล่ก็ไม่ไปไหนหรอก" ไม้เย้าแล้วยิ้มให้กันเยี่ยงคนรัก

ส่วนรมมี่กับพีทนัดคุยกันเขินๆ ที่สวนสาธารณะ รมมี่ตำหนิตัวเองว่า

"ฉันคิดว่าฉันนี่เคยเป็นแฟนที่ใจร้ายกับคุณมาก"

"ดุด้วย" พีทเสริม แล้วบอกว่า "ความรู้สึกที่ผมมีให้คุณมันไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยนะ"

พีทเอื้อมมือไปกุมมือรมมี่ไว้ เธอค่อยๆดึงออกอย่างนิ่มนวล บอกเขาว่า

"ตอนนี้ฉันกำลังมีความสุขกับชีวิตในแบบที่ฉันเป็น ส่วนคุณ...ก็ควรจะหาความสุขในแบบที่คุณเป็นเหมือนกัน ชีวิตมันสั้นนะพีท...สนุกกับชีวิตดีกว่านะ ส่วนเรื่องอนาคตก็ต้องลุ้นกันต่อไป ไม่แน่นะ เราอาจจะกลับมารักกันก็ได้ ใครจะรู้"

พีทหน้าสลดผิดหวัง รมมี่พูดเสร็จลุกเดินไป แต่พีทก็ยังมีความหวังว่า ความสัมพันธ์ที่เหมือนเส้นขนานในวันนี้ วันข้างหน้าเส้นขนานนี้อาจลากมาบรรจบกันก็ได้...เขาได้คิดคิดอย่างมีความ หวัง...

ooooooo

เมื่อคลื่นลมในชีวิตสงบลงแล้ว เหมยไปนั่งปล่อยใจกับสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆอยู่ที่ใต้สะพาน ครู่หนึ่งปยุตรเดินมายืนข้างๆ ยื่นถุงหมูปิ้งกับชาเย็นให้

"ของโปรดของคุณ" ปยุตรยิ้มเต็มหน้านั่งลงถามว่า "เสียใจไหมที่ไม่ได้รางวัล"

"ไม่เลยค่ะ น้ำหวานสมควรที่จะได้รับรางวัลนั้นมากกว่าเหมยจริงๆ...ไม่อยากเชื่อเลยนะคะ แค่เวลาไม่นาน มีเรื่องเกิดขึ้นมากมายในชีวิตเหมย เมื่อวานเหมยยังเป็นแค่ดินก้อนเล็กๆ..."

"แต่วันนี้เหมยกลายเป็นดวงดาวที่ส่องประกายจนทุกคนต้องหันมอง" ปยุตรพูดต่อให้

"การที่จะเป็นดาวนี่มันไม่ง่ายอย่างที่ใครๆคิดเลยนะคะ" เหมยคิดถึงเส้นทางที่ตนผ่านมา

"ก็เพราะดวงดาว...ไม่ใช่แค่มีความสวยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีแสงสว่างในตัวเองด้วย" เหมยพยักหน้าฟังเขาพูดต่อ "ดาราที่ไม่มีความดี ไม่มีความสามารถ ก็เป็นแค่ดาวที่อาศัยแสงจากดวงอาทิตย์ ไม่ส่องประกายต้องตาผู้คน แล้วสักวัน... ก็จะเลือนหายไป"

"จะเหลือก็แต่ดาวฤกษ์   ที่ส่องแสงสว่างสุกใสอยู่บนท้องฟ้า..."

"ผมเชื่อว่าเหมยเป็นดาวดวงนั้น"

เหมยหันมองหน้าปยุตรเต็มตา ยิ้มให้เขาเอ่ยเหมือนเติมความหมายให้เต็มว่า

"ถ้ามีคุณเป็นกำลังใจให้เหมยแบบนี้..."

"...ตลอดไป ผมสัญญา..."

ทั้งสองต่างพูดเสริมให้กันและกันด้วยหัวใจที่เป็นหนึ่งเดียวกัน...

เหมยหยิบหมูปิ้งและชาเย็นแบ่งให้ปยุตร หนุ่มสาวชนหมูปิ้งชนชาเย็นกินดื่มและอิงแอบกันริมน้ำอย่างมีความสุข...


-อวสาน-

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement