สาปดอกสร้อย ตอนที่ 6 นิยายไทยรัฐ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

สาปดอกสร้อย ตอนที่ 6


12 ก.พ. 2560 09:40
583,776 ครั้ง

สาปดอกสร้อย ตอนที่ 6

อ่านเรื่องย่อ

สาปดอกสร้อย

แนว:

พีเรียด-ดราม่า-ลึกลับ

บทประพันธ์โดย:

เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์

บทโทรทัศน์โดย:

ลายน้ำ

กำกับการแสดงโดย:

ธนาพล ผังดี

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง7

นักแสดงนำ:

วงศกร ปรมัตถากร,ทิสานาฎ ศรศึก

แม้จะโดนฤทธิ์เดชของผีกะทำให้เกิดพายุพัดกิ่งไม้ตกใส่จนหัวร้างข้างแตก แต่ไกรยังพยายามยันตัวลุกขึ้นจะไปตามหาดอกสร้อย คำป้อนมั่นใจว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ต้องเกี่ยวกับผีกะ บอกให้เขากลับไปทำแผลก่อน ตนจะไปตามหาเธอเอง ได้ความอย่างไรจะแจ้งให้รู้ เขาถึงได้คลายความกังวลเดินกุมหัวที่เลือดไหลออกไป

ไม่นานนัก คำป้อนตามหาลูกสาวมาถึงป่าไผ่ เห็นเธอนั่งก้มหน้าอยู่ก็ดีใจจะเข้าไปหา แต่นึกขึ้นได้ว่าเธออาจถูกผีกะสิงก็ชะงักฝีเท้า ดอกสร้อยเงยหน้าขึ้นมาเห็นท่าทางของพ่อรีบร้องบอกว่านี่เธอเองไม่ต้องกลัว เขาสงสารลูกจับใจวิ่งเข้าไปโอบกอดเอาไว้ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอเล่าให้ฟังเรื่องที่ถูกผีตายโหงสิงร่างเพราะโกรธที่เธอจะไปบอกผู้ใหญ่สักให้เอาตัวบัวศรีไปรักษา จึงบงการให้เธอฟ้อนเจิงดาบฆ่าตัวตาย

“พ่อเตือนเอ็งแล้ว เอ็งต้องนึกถึงตัวเอง อย่าริไปห่วงคนอื่น มิเช่นนั้นภัยจะมาถึงตัว ทั้งเอ็ง พวกเราต้องลำบาก แล้วมันออกจากร่างเอ็งได้ยังไงกัน”

“ผีกะทำร้าย ไล่มันไปแล้ว”

คำป้อนมองไปรอบบริเวณป่าไผ่ที่เงียบสงัดและมืดมิดด้วยสีหน้าหวาดหวั่น ทันใดนั้นมีลมพัดวูบมา เขารีบประคองดอกสร้อยกลับเรือน ไม่ทันเห็นเงาดำเคลื่อนผ่านด้านหลังไปที่กอไผ่ ปรากฏร่างของผีกะเกาะที่ลำต้นไผ่แสยะยิ้มมองตามสองพ่อลูก

ooooooo

เอื้องคำในชุดผ้าซิ่นสวยงามนั่งเด็ดดอกกล้วยไม้มาประดับพานพุ่มอยู่ที่หน้าเรือนตัวเอง ชาวบ้านสองคน กำลังจะไปหาของป่าเห็นเธอเข้าพากันนินทาเสียงดังว่าถ้าดอกสร้อยไม่มาที่บ้านผาหมอก เอื้องคำคงจะงามเป็นหนึ่งของที่นี่ เมื่อก่อนมีหนุ่มๆมาจ๊อยซอแอ่วเธอตลอด มาบัดนี้แม้แต่หมายังไม่แล เอื้องคำเคืองมากด่าลั่น

“พวกเอ็งหยุดเห่า ไม่งั้นข้าจะเอาพานทุ่มหัวแตก”

แทนที่จะกลัว ชาวบ้านทั้งสองคนยิ่งสนุกปาก ตะโกนแหย่เอื้องคำมัวแต่นั่งเด็ดดอกไม้ คงไม่รู้ใช่ไหมว่าไกรฝึกปรือดีดพิณร้องจ๊อยซอไปจีบดอกสร้อย ส่วนปลิวก็บุกเรือนขอขมาใกล้ชิดเธอ ขุนทั้งสองท่านต่างมีใจให้ดอกสร้อย เอื้องคำไม่เชื่อหาว่าทั้งคู่โกหก คว้าของใกล้มือปาใส่ ไล่ตะเพิดไปให้พ้นหน้า ศรีออนเข้ามาหาพร้อมกับสมุนไพร ขอร้องให้เธอใจเย็นๆ ทำแบบนี้มันไม่งาม เอื้องคำเจ็บใจ นี่ตนต้องแพ้นังดอกสร้อยอีกแล้วหรือ

“แม่หญิงบ่แพ้ ขุนทั้งสองยังไม่เอามันทำเมีย”

เอื้องคำไม่รู้จะทำอย่างไรดี อุตส่าห์ลงทุนแก้ผ้าก็แล้วไกรยังไม่ไยดี ศรีออนได้ข่าวมาว่าเมื่อคืนไกรหัวแตก ก็เลยจะต้มยาเพื่อให้เธอเอาไปประเคนให้เขาถึงห้อง เธอชมเปาะว่าศรีออนหัวแหลมไม่เสียแรงที่ตนสั่งสอนไว้ แล้วไล่ให้ไปต้มยา ศรีออนเคืองมากที่เจ้านายเอาดีใส่ตัวตลอดเวลา...

ขณะที่เอื้องคำวางแผนจะเอาไกรมาทำผัวให้ได้ เปรื่องพันผ้ารอบแผลที่หัวให้ไกร พลางบ่นว่าดวงของเกลอคงจะไม่สมพงษ์กับของดอกสร้อย ปะหน้ากันเมื่อไหร่เป็นต้องเจ็บตัวเมื่อนั้น น่าจะถอนตัวออกมาดีกว่า เขาถอดใจจากเธอไม่ได้ ทุ่มใจให้ไปหมดแล้วแม้ตัวต้องตายก็ยอม

“ชะรอยเกลอข้าจะพ่วงสาวชาวป่ากลับปากน้ำโพเสียเป็นแน่” เปรื่องหัวเราะชอบใจ แล้วนึกบางอย่างขึ้นมาได้ เล่าให้ไกรฟังว่าเมื่อตอนหัวค่ำปลิวกับพวกบุกมาที่เรือนนี่ เขาสังหรณ์ใจอยู่แล้วว่าจะเป็นเช่นนั้นก็เลยบดผงว่านร่ายมนตร์คลุกข้าวให้คมโจรป่าที่เป็นบ้าเพราะถูกผีกะเล่นงานกิน จากนั้นก็บริกรรมคาถา ทำให้ปลิวที่พังประตูเข้ามาไม่เห็นคมถูกมัดไว้ในห้อง พอพวกมันไม่เจอใครก็ล่าถอยไป

“มนตร์บังกายได้ชั่วพริบตา ซุกมันไว้บนเรือนหาควรแล้ว” คิดได้ดังนั้น ไกรรีบแก้มัดคมแล้วพาเข้าป่าจะเอาไปซ่อนไว้ในถ้ำใกล้กับน้ำตก โดยมีเปรื่องตามไปคุ้มกันไม่ห่าง...

ดอกสร้อยรู้เรื่องที่ไกรต้องหัวแตกเพราะจะเข้าไปช่วยตนเอง รีบต้มยาเอาไปให้ ฟองจันทร์รู้เรื่องเขาบาดเจ็บเช่นกัน หมายมั่นจะได้เขามาเป็นลูกเขย ลงมือต้มยาด้วยตัวเองแล้วให้ซอมพอเอาไปให้เขาถึงเรือน

“ยามทุกข์ยามยากนี่แหละ ขุนไกรจะซาบซึ้งใจ ปันใจให้ลูก” ฟองจันทร์มองตามซอมพอที่ถือถ้วยยาออกไปด้วยสีหน้าพอใจ...

จากนั้นไม่นาน ดอกสร้อยมาถึงหน้าเรือนของไกร ร้องเรียกท่านขุนหนุ่มอยู่หลายครั้งแต่ไม่มีใครออกมา เริ่มกังวลกลัวเขาจะหมดสติ ตัดสินใจขึ้นไปดูบนเรือน เดินหาจนทั่วไม่เจอใครสักคน เห็นแต่เชือกเส้นหนึ่งตกอยู่ หยิบขึ้นมองสงสัยเขาใช้มัดอะไรกันแน่ ทันใดนั้นมีเสียงซอมพอร้องเรียกไกรดังมาจากหน้าเรือน

“ขุนไกรอยู่ไหมจ๊ะ ฉันบดยามาทำแผลจ้ะ”

ดอกสร้อยออกมาดู ต่างฝ่ายต่างแปลกใจที่มาเจอกันที่นี่ อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก เอื้องคำเดินถือพานดอกไม้นำศรีออนที่ถือหม้อยาร้อนควันโขมงเข้ามาเห็นสองพี่น้องยืนอยู่หน้าเรือนของไกรก็ชะงัก ศรีออนเห็นว่ามาช้าไปจึงชวนเจ้านายกลับ แต่เธอไม่ยอมกลับ จะต้องทำให้พวกมันแตกคอมองหน้ากันไม่ติดเสียก่อน...

ฝ่ายซอมพอต่อว่าพี่สาวยกใหญ่เมื่อรู้ว่าเธอปรุงยามาให้ไกรเหมือนกับตัวเอง ทำไมต้องตัดหน้ากันทุกครั้งที่มาหาเขา หรือริษยาที่พ่อรักตนมากกว่าถึงได้คอยขวางตนทุกเรื่อง ดอกสร้อยอธิบายว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้น ไกรเจ็บเพราะจะช่วยเธอเมื่อคืนเธอก็เลยเอายามาช่วยทำแผลตอบแทนเขา มีเสียงดังขึ้นจากด้านหลัง

“ตอบแทนน้ำใจด้วยการบุกเข้าห้องรึ”

ดอกสร้อยหันมองตามเสียง เห็นเอื้องคำเดินนำศรีออนเข้ามา สองนายบ่าวพยายามเสี้ยมให้พี่น้องผิดใจกัน ซอมพอหลงเชื่อคำป้ายสีโดยไม่ฟังคำอธิบายของดอกสร้อย เอาถ้วยยายัดใส่มือพี่สาวฝากให้ทายาให้ไกรด้วยแล้วเดินจากไปอย่างขุ่นเคือง ดอกสร้อยจะตามไปอธิบายแต่เอื้องคำขวางไว้ ก่อนจะเดินตามซอมพอไป โดยมีศรีออนถือหม้อใส่ยาเดินตามอีกทอดหนึ่ง เอื้องคำพยายามจะตีสนิทกับซอมพอ แต่เธอไม่เล่นด้วยเพราะไม่ชอบนิสัยใจคอ เดินหนีไปหน้าตาเฉย ศรีออนเห็นยาหม้อห้ามเลือดในมือหมดค่าจัดแจงจะเททิ้ง

“ไม่ต้องเท ข้าจะเอาไปห้ามเลือดนังดอกสร้อย” เอื้องคำเสียงกร้าว...

ในขณะที่เอื้องคำคิดจะกลับไปหาเรื่องดอกสร้อย ดำเห็นไกรกับเปรื่องพาชายแปลกหน้าเดินหายเข้าไปในป่า รีบกลับไปรายงานให้ปลิวรู้

ooooooo

ระหว่างทางไปยังถ้ำใกล้น้ำตก คมหิวน้ำคว้ากระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำที่เปรื่องสะพายไว้ ไกรขอให้เกลอแก้ผ้ามัดปากเขาออกเพื่อให้ดื่มน้ำได้ เขาดื่มอย่างกระหายแล้วใช้น้ำที่เหลือราดหน้าตัวเอง แต่อยู่ๆก็หยุดกึก มองไปรอบบริเวณด้วยสีหน้าตื่นตระหนก พลันภาพผีกะฆ่าโจรป่าพวกพ้องของตัวตายอนาถผ่านเข้ามาในความคิด

ไกรเห็นสีหน้าของคมก็นึกขึ้นได้ว่าพวกของมันตายที่นี่ คงจะหวนคิดถึงผีกะ ภาพดอกสร้อยในคราบผีกะลอยอยู่ตรงหน้าทำให้คมตกใจแทบสิ้นสติ ตะโกนสุดเสียงว่า

“ผีกะๆๆ”

ดอกสร้อยซึ่งถือถ้วยยาอยู่หน้าเรือนของไกรรู้สึกเหมือนมีลางสังหรณ์บางอย่างสื่อมาถึง ความกลัวแล่นขึ้นมาจับหัวใจ รีบเอาถ้วยยาวางไว้แล้วเดินออกไปทันที...

ทางด้านคมยังตะโกนเรียกผีกะไม่หยุด เปรื่องเห็นท่าไม่ดีจะเอาผ้ามัดปากไว้อย่างเดิมแต่ไกรห้ามไว้ ต้องการจะซักถามเผื่อมันจะจำอะไรได้บ้าง ปลิวกับดำและสมุนซึ่งอยู่ไม่ห่างกันนักได้ยินเสียงร้องของคม รีบรุดไปยังต้นเสียง ไกรพยายามซักไซ้ให้คมบอกว่าใครเลี้ยงผีกะ แต่เขากลัวเกินกว่าจะตอบอะไรได้ เห็นทั้งเปรื่องกับไกรเป็นผีกะจะเข้ามาทำร้าย หนีเตลิดเข้าไปในป่าลึก สองเกลอไล่ตามไปติดๆ

โจรบ้าวิ่งหนีไม่คิดชีวิต สะดุดรากไม้ล้มกลิ้ง เปรื่องและไกรจะเข้าไปจับตัว แต่ปลิวกับพวกถึงตัวเขาเสียก่อนถามว่าเป็นใคร ทั้งคู่ไม่อยากบอกว่าเป็นโจรที่ปลิวออกตามล่าจึงได้แต่นิ่งเงียบ ดำปรี่เข้าไปถลกเสื้อคมขึ้นดู เห็นรอยสักซึ่งเป็นแบบเดียวกับพวกโจรป่าเดาได้ทันทีว่าเป็นก๊กเดียวกันกับพวกที่ตายไป ปลิวกำลังต้องการตัวเขาสั่งให้ดำควบคุมตัวไว้ ไกรกร้าวใส่ ขอให้ส่งตัวเขาคืน เพื่อจะเก็บตัวไว้รักษาให้ได้สติ

“จะได้ไขความว่าใครนายมัน แลใครเลี้ยงผีกะ ข้าดูการแล้วควรไม่ควรอย่าด่วนโทโสทำเสียการ”

“ข้าควรจะโห่ร้องกระพือความดีให้พวกเอ็งงั้นรึ พวกเอ็งซ่อนตัวมันหวังจะลบหน้าข้า เสียแรงที่ข้ายอมใจเป็นเกลอ”

เปรื่องขอร้องอย่าพูดให้เปลืองน้ำลาย ปลิวจะเอาอย่างไรก็ว่ามา ทีแรกปลิวคิดจะเอาตัวคมมาเค้นความจริง แต่พอเห็นไกรสนใจใคร่รู้จากมันมากนักก็เลยจะฆ่ามันให้ตายกลางป่านี้เลย ไกรขอร้องปลิวอย่าฆ่าคมเพราะต้องการฟังความจริงจากปากเขาเรื่องผีกะ จะได้รู้ว่าใครฆ่าพ่อของตน

“ข้อนั้นเป็นความของพวกเอ็งมิใช่ความของข้า... ข้าเกิดมาก็ไม่เคยพบผีกะสักมื้อ ข้าหาได้กลัว ไอ้ดำ ตัดคอให้มันดิ้นตายตรงหน้าพวกมัน” ปลิวสั่งเสียงเฉียบ

ดำผลักคมล้มลงนอนคว่ำหน้ากับพื้นโดยมีสมุนกดตัวไว้ ไกรเตือนปลิวในเมื่อคมทำผิดก็ต้องเอาตัวไปลงโทษ จะลุแก่อำนาจฆ่ากันง่ายๆไม่ได้ ปลิวถือว่าตัวเองมีอำนาจเต็มในมือจะทำอะไรพวกโจรก็ได้ สั่งให้ดำฟันคอคม ไกรยอมให้ทำเช่นนั้นไม่ได้ใช้ดาบกันดาบของดำที่จะฟันคอโจรบ้าไว้ได้ทัน แล้วถีบเขากระเด็น

“เอ็งขวางข้าช่วยมัน เท่ากับเป็นก๊กโจร” ปลิวชักดาบปรี่เข้าเล่นงานไกรกับเปรื่อง สองฝ่ายต่อสู้กันด้วยเชิงดาบ คมฉวยจังหวะนั้นวิ่งหนี ไกรดันตัวปลิวหงายหลัง ก่อนจะไล่ตามคมโดยมีเปรื่องวิ่งตามไปอีกทอดหนึ่ง

ooooooo

ที่บ้านผาหมอก ดอกสร้อยเร่งจะกลับเรือนแต่เอื้องคำถือพานใส่ดอกไม้มาขวางไว้ เธอไม่อยากมีเรื่องเดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่ง เจอศรีออนถือหม้อยาต้มร้อนๆดักหน้าอยู่ เธอขอร้องให้หลีกแต่กลับถูกเอื้องคำขู่อย่ามายุ่งกับผัวของตน ดอกสร้อยตอกกลับอย่างเจ็บแสบ

“ข้าไม่รู้ว่าผัวของเอ็งเป็นใครเพราะข้าไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนเอาเอ็งทำเมีย”

“ข้าหมายถึงขุนฤทธิไกร”

ดอกสร้อยต่อว่าเอื้องคำทำไมถึงหลายใจนักต่อหน้าซอมพอก็บอกว่ามีใจให้ขุณพิศณุแสน ครั้นลับหลังไม่ทันข้ามวันก็คิดจะเอาขุนฤทธิไกรทำผัว ตนอยากเตือนในฐานะที่เราเคยเป็นเพื่อนเล่นกันมา ถ้าอยากให้มีคนรักคนมอง จงทำตัวให้เหมือนดอกไม้ นอกจากแต่งตัวให้สวยงามน่ามองเหมือนสีของกลีบแล้ว ยังต้องมีใจงดงามประดุจกลิ่นหอมของมัน ชายชื่นชอบหญิงงามที่มิใช่แค่งามแต่หมายถึงจิตใจที่อยู่ข้างในด้วย

“แต่เมื่อใดที่เอ็งพกพาริษยาเคียดแค้น กลิ่นเน่าของความเกลียดชังก็โชยกลิ่น อย่าหมายว่าชายใดอยากได้ครอบครอง”

ศรีออนพยักพเยิดเห็นด้วยกับคำพูดของดอกสร้อยแต่พอเจอสายตาดุของนายหญิงรีบหลบฉาก เอื้องคำกำกลีบดอกไม้ในพานเดินเข้าหาดอกสร้อย หากเธอว่าหน้าตาไม่สำคัญเท่ากับใจ ตนอยากรู้นักว่าถ้าหน้าสวยๆของเธอพังยังจะมีชายใดสนใจ แล้วปากลีบดอกไม้ใส่หน้าก่อนจะผลักหงายหลัง

“หน้าเอ็งเลือดอาบใครจะสนใจ หน้าเอ็งเป็นแผลพุพองด้วยน้ำร้อน ชายไหนจะเอาทำเมีย...ศรีออนเอายาต้มร้อนๆสาดหน้ามัน” เอื้องคำเห็นบ่าวคนสนิทไม่ทำตามสั่งเข้าไปแย่งหม้อยาต้มจากมือ ยื้อกันไปแย่งกันมา

ยาต้มร้อนๆลวกมือศรีออนร้องโอ๊ยลั่น เอื้องคำไม่สนใจ กระชากหม้อยามาได้จะเอาไปสาดใส่คู่อริ

ดอกสร้อยคว้ามือไว้ทันผลักอีกฝ่ายล้มก้นจ้ำเบ้า แล้วแย่งหม้อยาไปได้เอาทุ่มทิ้งข้างตัวหม้อแตกกระจาย ศรีออนถูกยาหม้อลวกมือร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด เอื้องคำหาแลเธอไม่ ดอกสร้อยสงสารเธอมากลากตัวออกไป เอื้องคำเจ็บแค้นคู่อริไม่หายหยิบเศษหม้อที่แตก เดินตามทั้งคู่ไป...

ฝ่ายศรีออนกลัวจะถูกดอกสร้อยทำร้าย ร้อง “กลัวแล้วๆ” ไปตลอดทางจนถึงลำธาร ดอกสร้อยกลับเอามือเธอแช่น้ำความเย็นของน้ำทำให้อาการปวดแสบปวดร้อนบรรเทา เธอยังไม่ไว้ใจอีกฝ่ายนักรีบชักมือกลับ

“ศรีออน เอ็งตำฟักทองดิบให้ละเอียดพอกมือไว้ เอ็งจะหายเจ็บปวดแสบร้อน” พูดจบดอกสร้อยเดินจากไป คล้อยหลังไม่นาน เอื้องคำตามมาไม่เห็นคู่อริอยู่ที่นั่นก็ถามหา พอรู้ว่ากลับไปแล้วไม่วายต่อว่าศรีออน

“เอ็งปล่อยมันไปได้ไง...มื้อหน้าข้าจะฆ่ามัน” เอื้องคำทิ้งเศษหม้อในมือ ก่อนจะเดินจากไปไม่พอใจศรีออนเห็นความใจจืดใจดำของเธอเริ่มไม่ชอบใจ

ooooooo

ไกรกับเปรื่องยังคงไล่ตามคมไปอย่างไม่ลดละ เสียงปลิวกับพวกไล่หลังเข้ามาทำให้เปรื่องคิดแผนบางอย่างขึ้นมาได้ บอกไกรให้ล่วงหน้าไปก่อนตนจะขวางพวกมันไว้เอง เขาอยากรู้ว่าจะขวางอย่างไร

“ข้าจะใช้มนตร์กำบังกาย” เปรื่องรอจนไกรลับ สายตา เดินไปหยิบใบไม้ขึ้นมาบริกรรมคาถาแล้วยัดใส่ปาก

ไม่กี่อึดใจปลิวกับพวกตามมาถึงจุดที่เปรื่องยืนอยู่แต่ไม่เจอใคร เปรื่องแกล้งขัดขาดำกับสมุนล้มกลิ้งล้มหงายเพื่อถ่วงเวลา แต่ตัวเองเผลอหัวเราะชอบใจทำให้ใบไม้ลงอาคมร่วงจากปาก มนต์ที่ใช้กำบังกายสลายไปด้วย ปลิวเห็นเปรื่องยืนอยู่ก็โกรธมากปรี่เข้าไปจะฟัน เขาเห็นท่าไม่ดีวิ่งหนี

“พวกเอ็งฆ่ามันซะ ไอ้ดำตามข้ามา”

สมุนวิ่งไล่ตามเปรื่อง ขณะที่ปลิวกับดำวิ่งตามทิศทางที่ไกรกับคมไป...ทางด้านไกรวิ่งตามคมจนทัน พยายามจับตัวไว้เขาสะบัดหลุดจะวิ่งหนีไปอีก แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นดอกสร้อยเดินอยู่ข้างหน้า ต่างฝ่ายต่างจำกันได้ หญิงสาวตกใจกลัวเขาจะปูดเรื่องเธอเป็นผีกะ เขาเองก็กลัวเธอไม่แพ้กัน กลัวจะถูกฆ่าเหมือนพวกพ้อง ไกรเห็นสีหน้าตกใจของเธอรีบวิ่งเข้าไปหา

“สร้อยไม่ต้องกลัว มันพอจะพูดรู้ความ พี่จะคาดคั้นว่าใครเลี้ยงผีกะ”

ดอกสร้อยอยู่เผชิญหน้าไม่ไหวรีบเดินหนี คมตะโกนลั่นว่าผีกะแล้ววิ่งมาบอกไกรให้ไปฆ่ามัน หญิงสาวหยุดกึกหันมองไกรกลัวความลับจะแตกแต่กลับโล่งอกเมื่อเขาไม่เชื่อคำพูดของคนสติไม่เต็มอย่างคม

“ตอนที่ผีกะฆ่าพวกมันตาย มันพาลคิดว่าสร้อยเป็นผีกะ เมื่อครู่มันพาลว่าพี่กับไอ้เปรื่องเป็นผีกะ สร้อยมียามากตำรับ สร้อยช่วยให้มันหายไข้ที เราจะได้แจ้งใจว่าใครเลี้ยงผีกะ”

คมกลัวดอกสร้อยจะทำร้ายหนีเตลิดไปอีกครั้ง ไกรชวนเธอไปช่วยจับเขาก่อนที่จะถูกปลิวฆ่า แล้วพากันไล่ตาม โจรบ้าหนีมาถึงบริเวณยอดสูงของน้ำตก ไกรกับดอกสร้อยตามมาทันพยายามกล่อมให้เขาถอยออกห่างจากหน้าผา ปลิววิ่งนำดำเข้ามาจากอีกด้านหนึ่งเห็นคมจนมุมอยู่ สั่งให้สมุนคู่ใจฆ่ามันทิ้ง คมกลัวจัด ตัดสินใจโดดลงไปยังสายน้ำเบื้องล่าง ไกรชะเง้อคอมองตามเห็นร่างของเขาไหลไปกับกระแสน้ำ

“เอาสิ แม้ข้าไม่ได้ตัวมันมันก็ตายโหงไปแล้ว” ปลิวว่าแล้วหัวเราะหยัน ไกรชวนดอกสร้อยลงไปดูด้านล่างเผื่อคมอาจยังไม่ตาย ปลิวไม่ต้องการให้อริได้แม้แต่ซากของโจรบ้า รีบตามไปกับดำ

ooooooo

แม้จะโดดลงจากหน้าผาแต่คมก็รอดตายตะกายขึ้นมาเกยอยู่บนฝั่งได้ราวกับปาฏิหาริย์ ผู้ใหญ่สักมาเจอพอดีช่วยดึงร่างขึ้นมา คมค่อยๆลืมตาขึ้นเห็นผู้ใหญ่สักก็ยิ้มดีใจขอให้ช่วยตนด้วย เขากลับชักมีดออกมา

“ข้าช่วยให้เอ็งหมดเวรหมดกรรม เอ็งมันบาปหนา” สิ้นเสียงผู้ใหญ่สักจ้วงแทงคมไม่ยั้งโทษฐานพยายามจะฆ่าไกรกับพวก อีกทั้งฉุดดอกสร้อยจะไปทำมิดีมิร้ายแล้วมองร่างคมที่นอนจมกองเลือดอย่างสะใจ ทันใดนั้นมี

เสียงไกรร้องเรียกผู้ใหญ่สักดังขึ้นด้านหลัง เขารีบเอามีดปาดแขนตัวเอง ทำทีทรุดฮวบลงกับพื้น ทั้งคู่ตกใจปรี่เข้าไปดูโดยมีปลิวกับดำตามมาสมทบ ปลิวเห็นร่างคมนอนแน่นิ่งก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“ข้าเห็นมันตะกายขึ้นมา ข้าจะจับมันส่งขุนพิศณุแสน มันตะลุมจ้วงแทงข้า” ไม่พูดเปล่าผู้ใหญ่สักยกแขนข้างที่บาดเจ็บเลือดไหลอาบให้ปลิวดู “ข้าจำสู้เอาตัวรอดเกิดพลั้งแทงมันตาย”

ไกรบ่นเสียดายที่คมตายทั้งที่กุมความลับไว้หลายข้อ ปลิวกลับสาแก่ใจคนชั่วพรรค์นี้ตายเสียได้ก็ดี

“ข้าไม่ติดใจเอาความดอก...ไอ้ไกรมื้อนี้เอ็งกับข้าคงหมดเวรมิต้องล้างกันอีก แลจำไว้อำนาจอยู่ในกำมือข้า อย่าริขวางหน้า” ปลิวเย้ยไกรเสร็จ เดินจากไปกับดำ ดอกสร้อยมองร่างไร้วิญญาณคมด้วยสีหน้าเศร้าหมอง ผู้ใหญ่สักจะให้ลูกน้องมาเอาร่างนี้ไปเผา แล้วบอกเธอว่าอโหสิกรรมให้คนตายด้วย หญิงสาวรับคำ

“ข้าอโหสิกรรมให้เอ็ง”

ไกรอาสาจะพาดอกสร้อยกลับเรือน แล้วประคองเธอออกไป ผู้ใหญ่สักเข้าไปใกล้ศพ แล้วยกแขนข้างที่ตัวเองเอามีดปาดให้เลือดไหลลงหน้าศพ ขอให้เขาอโหสิกรรมให้ จากนั้นผู้ใหญ่สักลงไปล้างคราบเลือดในลำธารโดยถอดเสื้อพาดไว้บนโขดหิน หลังจากชำระคราบเลือดเรียบร้อยเขาขึ้นมาสวมเสื้อถึงได้เห็นว่าด้านหลังมีรอยสักแบบเดียวกับพวกโจรป่าไม่มีผิดเพี้ยน...กว่าไกรจะพาดอกสร้อยมาถึงเรือน ตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว เขาดีใจด้วยที่ตอนนี้เธอสิ้นเคราะห์หมดโศกสักที พวกที่ก่อเวรสร้างกรรมกับเธอเอาไว้พากันไป ใช้กรรมในนรกแล้ว แต่เขายังคาใจไม่หาย ใครกันที่เลี้ยงผีกะ

“หากมันฆ่าพ่อพี่อย่างคำผู้ใหญ่สักว่าพี่อยากฆ่ามัน ย่ำวิญญาณมันหาได้ผุดได้เกิด”

“แลถ้าผีกะตนนั้นเข้าอยู่ในร่างคนใกล้ตัว ขุนไกรจะทำการใด”

“ไม่มีทางเป็นไปได้ดอก มันคงเป็นคนไกลที่ระเหระหนตามป่าเขา ไม่ปนอยู่ในหมู่บ้านนี้ให้คนจับผิด สร้อยอย่าวุ่นวายกลัวไป พี่จะปกป้องสร้อยไม่ยอมให้ใครมาถืออำนาจข่มเหงสร้อย” ไกรจับมือดอกสร้อยไว้เหมือนเป็นการย้ำคำสัญญา เธอเบาใจขึ้นเป็นกอง พลันสายตาเหลือบไปเห็นซอมพอยืนมองอยู่อีกมุมหนึ่ง พอเห็นเธอมองตอบก็ชักสีหน้าใส่ก่อนจะหลบเข้าห้อง ดอกสร้อยรีบดึงมือออกจากมือของไกร

“ฉันขอลาไปนอนแล้วจ้ะ ขุนไกรกลับเถอะ”

ไกรพยักหน้ารับคำ แล้วเดินกลับเรือนตัวเองทั้งคู่ไม่ทันเห็นฟองจันทร์แอบมองด้วยความไม่พอใจ

ooooooo

เช้าวันถัดมา ระหว่างที่ซอมพอกำลังทำความสะอาดเล็บฟ้อน ฟองจันทร์เดินกระฟัดกระเฟียดเข้ามาเพราะยังแค้นใจดอกสร้อยไม่หาย อยากจะใส่เล็บฟ้อนแล้วแทงคอนังนั่นให้ตายรู้แล้วรู้รอดไป ซอมพอยังคงเช็ดเล็บฟ้อนต่อไปไม่สนใจยิ่งทำให้อีกฝ่ายหงุดหงิดพาลต่อว่าทำไมถึงทนนิ่งเฉยให้ดอกสร้อยหยามหน้าอยู่ได้

“แม่จะให้ฉันทำยังไงล่ะ ฉันก็ทำตามที่แม่สั่งทุกเรื่อง ขุนไกรก็ไม่เคยไยดีฉัน”

ฟองจันทร์เสียงกร้าวในเมื่อดอกสร้อยคอยเป็นมาร ตนต้องจัดการขั้นเด็ดขาด ซอมพอไม่เอาด้วยถ้าถึงขั้นจะฆ่าแกงกัน เธอไม่ได้คิดจะฆ่าใคร ขอแค่ลูกทำตามที่สั่งก็พอ...

ฝ่ายศรีออนนึกถึงคำของดอกสร้อยที่ว่าถ้าผู้หญิงเรามีหน้าตาผิวพรรณที่สวยเหมือนกลีบดอกไม้ และมีกลิ่นกายดั่งดอกไม้ หมู่ภมรก็จะบินมาดอมดมเราเอง จึงจัดแจงเด็ดกลีบดอกไม้ใส่พานจะไว้ขัดตัวให้หอมๆ เอื้องคำรู้เข้าหาว่าเธอเพ้อเจ้อตามดอกสร้อย ศรีออนโต้ไม่ยอมแพ้ว่าไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อ

“แม่หญิงก็เห็นว่าผู้ชายวิ่งไล่ตามดอกสร้อย มันต้องเอาดอกไม้พวกนี้มาขัดตัวไว้ล่อผู้ชาย แต่ถ้าใจเราหยาบช้า ทำตัวสารเลว สลิดดก อืนขึ้นอืนล่องเราก็จะเหม็นเน่า”

“อีศรีออนเอ็งว่าใคร” เอื้องคำแว้ดใส่ ศรีออนไม่ได้ว่าใครแค่พูดปริศนาธรรมแล้วเด็ดกลีบดอกไม้ต่อไป

นายหญิงคิดแผนบางอย่างขึ้นมาได้ นั่งลงเด็ดกลีบดอกไม้ข้างๆศรีออนหวังจะเอาไปขัดตัวให้หอมเช่นกัน...

ฟองจันทร์ต้องการจะกำจัดดอกสร้อยให้พ้นทางเพื่อไกรจะได้หันมาสนใจซอมพอ เธอรู้ว่าปลิวชอบพอในตัวลูกเลี้ยงของเธอ คิดจะยืมมือเขา ลงทุนบุกไปหาปลิวถึงเรือนพัก ชักชวนให้ร่วมมือด้วยโดยเสนอจะให้ตัวดอกสร้อยเป็นการตอบแทน ปลิวถูกใจหญิงสาวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงตอบตกลง...

ในขณะที่ฟองจันทร์กับปลิวจับมือกันทำเรื่องชั่ว ไผ่เอาขนุนที่หาได้มาให้ดอกสร้อยที่กำลังก่อเตาไฟเตรียมอาหาร เธอยังไม่ทันอ้าปากจะคุยด้วย เขารีบตัดบทขอตัวไปหาฟืนแล้วเดินหนีไปเลย ดอกสร้อยวิ่งตามมาขวางไว้ ตัดพ้อทำไมต้องหลบหน้าเธอด้วย พอเห็นรอยฟกช้ำบนใบหน้าของเขา ถามว่าไปท้าตีท้าต่อยกับใครมา เขาย้อนถามน้ำเสียงประชดประชันว่าสนใจเขาด้วยหรือ

“ทำไมพี่ถามอย่างนั้น สร้อยรักและห่วงพี่เสมอ พี่เป็นพี่ชายของสร้อย พี่เคยสัญญากับฉันว่าพี่กับขุนไกรจะเป็นมิตรต่อกัน ฉันขอร้องล่ะพี่อย่าท้าตีท้าต่อยกับขุนไกรอีก”

“สร้อยปกป้องมัน สร้อยรักมันแล้วใช่ไหม” ไผ่เข้ามาจับแขนคาดคั้น ดอกสร้อยตกใจร้องลั่น เขารู้สึกตัวรีบขอโทษ แล้วถามว่าเคยรักเขาบ้างไหม เธอรักเขาเหมือนพี่ชายไม่มีวันแปรเปลี่ยนเป็นอื่น ไผ่เสียใจมากหนีเตลิดไปถึงหน้าผา จะโดดลงไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่แล้วเปลี่ยนใจทรุดตัวลงนั่งร้องไห้อย่างน่าเวทนา

ooooooo

หลังจากนัดแนะให้ปลิวอาบน้ำรอท่าอยู่ที่น้ำตก ฟองจันทร์สั่งการให้ซอมพอเดินตามแผนการที่วางไว้ หลอกล่อดอกสร้อยไปที่เพิงกลางป่า เธอไม่เฉลียวใจแม้แต่น้อยว่าจะมีภัยมาถึงตัว เดินตามน้องสาวต่างมารดาลึกเข้าไปในป่า...

ไม่ห่างจากจุดที่ปลิวอยู่ เอื้องคำเดินนำศรีออนถือขันเงินใส่กลีบดอกไม้กันคนละใบมาถึงน้ำตกหวังจะใช้กลีบดอกไม้ขัดตัวให้หอมเจ็ดช้างร้อง แต่เหลือบเห็นปลิวกำลังเดินลงมาที่น้ำตก ตื่นเต้นดีใจจนออกนอกหน้า ศรีออนเห็นท่าทางกระดี๊กระด๊าของนายหญิงก็แปลกใจ ชะเง้อมองไปที่น้ำตกแต่เธอยืนบังไม่ให้เห็นเขา แล้วสั่งให้เอาขันดอกไม้ในมือมาให้ ศรีออนไม่ยินยอม สุดท้ายเธอกระชากเอาไปเป็นของตัวจนได้

“เอ็งมันเหม็นเน่าทั้งตัว แค่ขันเดียวไม่พอ เอ็งต้องไปเด็ดดอกทั้งต้น ไปกลับไปเด็ดใหม่”

ศรีออนจำต้องทำตามคำสั่ง เอื้องคำเห็นปลิวเล่นน้ำคนเดียวยิ้มร่าอย่างมีแผน...

ด้านเปรื่องมองถ้วยยาสองใบที่วางทิ้งไว้บนเรือนพลางตั้งข้อสังเกตว่าหนึ่งในเจ้าของถ้วยยาต้องเป็นเอื้องคำ ไกรพิจารณาดูแล้วไม่น่าจะใช่ ผงยาในถ้วยบดละเอียดราวกับแป้ง คนอย่างเอื้องคำไม่น่าเสียแรงทำแบบนั้น น่าจะเป็นของดอกสร้อยมากกว่า เปรื่องทึ่งในความเก่งของเกลอ แล้วหยิบถ้วยยาอีกใบขึ้นมา

“แล้วถ้วยนี้ล่ะ”

ไกรมั่นใจว่าเป็นของซอมพอเพราะถ้วยยาสองใบเหมือนกันต้องมาจากเรือนเดียวกัน แต่ถ้าจะให้สรุปว่าเธอชอบพอเขาคงไม่ใช่ ฟองจันทร์น่าจะบังคับให้ลูกสาวทำเพื่อจะเอาใจเขา

“แม่หญิงก็ช่างกระไรแท้ ไม่มีหัวจิตหัวใจเป็นของตัว ยอมอยู่ใต้บงการคนอื่น” เปรื่องว่าแล้วคว้าถ้วยทั้งสองใบจะลงจากเรือน ท่านขุนหนุ่มร้องถามว่าจะไปไหน

“ข้าจะเอาถ้วยยาไปคืน แล้วสอนใจคนให้สำนึก” เปรื่องเดินลิ่วไปทันที ไกรเกรงจะมีเรื่องรีบเดินตาม...

เสร็จจากล่อดอกสร้อยไปรอที่เพิงกลางป่า ซอมพอรุดไปแจ้งให้แม่รู้ ฟองจันทร์เห็นหมดหน้าที่แล้วก็ไล่

ลูกกลับ เธออดถามไม่ได้ว่าแม่จะทำอะไรพี่สร้อย ฟองจันทร์รับรองจะไม่ฆ่าไม่แกงมัน ก่อนจะไล่ลูกกลับอีกครั้ง ซอมพอจำต้องทำตามแม่สั่ง ครู่ต่อมาฟองจันทร์พร้อมกับก๋วยในมือมาถึงเพิงพัก

ดอกสร้อยแปลกใจทำไมถึงเจอแม่เลี้ยงที่นี่ได้ ฟองจันทร์สารภาพว่าเป็นคนสั่งให้ซอมพอพาเธอมาที่นี่ ดอกสร้อยไม่ไว้ใจ ขอตัวกลับเรือน แล้วขยับจะไป แม่เลี้ยงตัวแสบแกล้งบีบน้ำตา

“ข้าทำผิดบาปกับเอ็ง เอ็งถึงไม่ยอมญาติดีกับข้า เอ็งอภัยให้ข้าได้ไหม ข้ารู้ตัวว่าข้าใจหยาบช้ากับเอ็ง เพราะข้ากลัวพี่คำป้อนรักเอ็งมากกว่าข้า รักเอ็งมากกว่าซอมพอ ข้าถึงต้องกีดกันให้เอ็งออกห่างพี่คำป้อนแล้วข้าก็พาลเกลียดชังทุกคนที่รักเอ็ง ข้ากลัว...กลัวที่จะตกนรกข้าไม่อยากก่อบาปอีกแล้ว ดอกสร้อยข้าขอโทษ” ว่าแล้วฟองจันทร์ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นร้องไห้ฟูมฟาย ดอกสร้อยเริ่มสงสาร เข้าไปจับตัวให้ลุกขึ้น แม่เลี้ยงตัวแสบลงทุนจะกราบดอกสร้อยขอเพียงให้อภัยตนเท่านั้น เธอตกใจรีบจับมือไว้

“ฉันให้อภัยน้าจ้ะ ฉันเองไม่มีแม่ หากน้าจะเมตตาก็ขอให้คิดว่าฉันเป็นลูกของน้าอีกคน”

“ได้สิ ต่อแต่นี้ ข้าจะเป็นแม่เลี้ยงที่ดี เป็นแม่ของสร้อย เรียกแม่สิลูกสร้อย”

ดอกสร้อยเชื่อคำลวงเรียกฟองจันทร์เต็มปากเต็มคำว่าแม่ ชวนไปตามซอมพอจะได้กลับเรือนไปบอกพ่อ ก่อนจะเดินนำออกไป ฟองจันทร์สบโอกาสเหมาะคว้าท่อนไม้ในก๋วยเอามาทุบท้ายทอยลูกเลี้ยงสลบเหมือด...

ขณะที่ดอกสร้อยถูกแม่เลี้ยงเล่นงาน ไกรกับเปรื่องเข้ามาทักทายซอมพอที่เพิ่งกลับถึงเรือน เปรื่องยื่นถ้วยยาคืนให้เธอ หากภายหน้าเขาเกิดป่วยขึ้นมา หวังว่าเธอจะบดยาไปให้เขาบ้าง ไกรขอบใจเธอมากที่ช่วยบดยาให้ แล้วยื่นถ้วยยาอีกใบหนึ่งคืน

“ถ้วยยาของดอกสร้อย...ดอกสร้อยอยู่ไหนล่ะ”

ซอมพอปฏิเสธทันทีว่าไม่เห็น เปรื่องไม่เชื่อเป็นพี่น้องกันไม่รู้ไม่เห็นได้อย่างไร เธอไม่พอใจที่โดนคาดคั้น เดินหนีไปหน้าตาเฉย สองหนุ่มมองตามแปลกใจที่เธอเหมือนมีอะไรปิดบัง

ooooooo

ดอกสร้อยรู้สึกตัวตื่นขึ้นพบตัวเองนอนอยู่บนแคร่มีโซ่ตรวนล็อกข้อเท้าเอาไว้ ฟองจันทร์โยนท่อนไม้ที่ใช้ฟาดเธอไว้บนเพิง แล้วหัวเราะเยาะที่เธอโง่เง่า แค่ตนบีบน้ำตาไม่กี่หยดก็หลงกล ดอกสร้อยไม่เข้าใจว่าแม่เลี้ยงทำอย่างนี้ทำไม ฟองจันทร์กระชากผมเธอขึ้นมา

“ข้าสั่งห้ามเอ็งยุ่งกับขุนไกร เอ็งยังเทียวเข้าหาไม่เลิก มื้อนี้ล่ะ เอ็งได้ขุนพิศณุแสนเป็นผัวเป็นตัวเป็นตน ขุนไกรก็ไม่เอาเอ็งทำเมีย”

หญิงสาวตกใจแทบสิ้นสติ พยายามแกะโซ่ออกแต่ไม่เป็นผล ฟองจันทร์เตือนป่วยการจะดิ้นรนให้เจ็บตัว สู้นอนนิ่งๆประเดี๋ยวก็จะสบาย ดอกสร้อยหมดทางหนี ได้แต่สาปแช่งฟองจันทร์ให้ตายอย่างทรมาน ตกนรกหมกไหม้ไม่ได้ผุดได้เกิด แม่เลี้ยงตัวแสบไม่สะทกสะท้าน นรกมีแค่ในนิทานเท่านั้น แล้วเดินหัวร่อร่าออกไป...

ฝ่ายเปรื่องยังไม่ละความพยายาม ตามมาถามซอมพอว่าดอกสร้อยไปไหน เธอยังคงยืนกรานว่าไม่รู้ เขาคาดคั้น ถ้าเธอไม่โป้ปดก็ต้องมองสบตากับเขา ซอมพอมองสบตาเปรื่องได้แค่ครู่เดียวก็ต้องหลบสายตาไม่กล้าสู้ตาด้วย ไกรเข้ามาขอร้องอีกแรงหนึ่งให้ช่วยบอกด้วยว่าดอกสร้อยอยู่ไหน หลังอิดออดสักพัก ซอมพอยอมบอกว่าดอกสร้อยอยู่กับแม่ของตน แต่ไม่ต้องเป็นห่วงท่านแค่อยากคุยกับพี่เท่านั้น

“เอ็งก็รู้แม่เอ็งเกลียดแค้นดอกสร้อยหลายข้อ เอ็งยังมีแก่ใจให้แม่อยู่กับดอกสร้อยลำพัง เท่ากับเอ็งสมคบทำเหตุร้ายให้ดอกสร้อย”

สุดท้ายซอมพอยอมบอกว่าดอกสร้อยอยู่ที่เขาผาหมอก ไกรไม่รอช้าเร่งฝีเท้าไปทันทีโดยมีเปรื่องวิ่งตาม ซอมพอรู้สึกผิดและเป็นห่วงพี่สาวต่างมารดา สาวเท้าตามไปอีกทอดหนึ่ง...

ขณะที่ดอกสร้อยพยายามดิ้นรนเพื่อให้พ้นเครื่องพันธนาการอยู่ที่เพิงกลางป่า ปลิวขัดตัวอย่างสบายอารมณ์อยู่ที่น้ำตก เห็นกลีบดอกไม้ไหลตามน้ำมานิ่วหน้าแปลกใจ ชะเง้อมองไปยังต้นทาง ก่อนจะตัดสินใจว่ายน้ำตามกลีบดอกไม้ เจอเอื้องคำเปลือยกายยืนหันหลังให้กำลังใช้กลีบดอกไม้ขัดตัว เขาเกิดอารมณ์พลุ่งพล่าน ค่อยๆแหวกสายน้ำเข้าไปหา เอื้องคำยิ้มพอใจเมื่อรู้ว่าปลิวเข้ามาใกล้ ทำทีหยิบดอกไม้มาขัดผิวกายด้วยกิริยายั่วยวนสุดฤทธิ์ ฟองจันทร์วิ่งหน้าตั้งมาถึงมุมหนึ่งของน้ำตกตะโกนเรียกปลิวเสียงลั่น

“ท่านขุน ดอกสร้อยมันนอนรอท่านแล้ว”

ปลิวลังเลระหว่างเอื้องคำตรงหน้าหรือจะไปหา ดอกสร้อยดี เอื้องคำได้ยินเสียงฟองจันทร์พูดถึงดอกสร้อย กลัวท่านขุนหนุ่มจะเปลี่ยนใจหันขวับไปหา แต่เขาหายไปแล้ว เหลียวมองหาเห็นเขากำลังขึ้นจากน้ำ เธอขบกรามแน่นด้วยความแค้นใจ

ใส่เสื้อผ้าเสร็จ ปลิวรีบเข้าไปหาฟองจันทร์ที่เร่งให้เขาไปหาดอกสร้อยซึ่งรอท่าเขาอยู่ แล้วยื่นกุญแจสำหรับไขโซ่ตรวนให้ เขาคว้ากุญแจได้เดินลิ่วไปที่เพิงโดยมีฟองจันทร์ตามติด

ooooooo

ศรีออนกลับมาที่น้ำตกพร้อมกับกลีบดอกไม้เต็มขัน เห็นเอื้องคำเร่งฝีเท้าเหมือนจะตามใครบางคนก็ร้องทักว่าจะรีบไปไหนไม่อยู่ขัดตัวด้วยกันก่อนหรือ เธอร้อนใจจะตามปลิวให้ทันแต่ศรีออนยืนขวางทาง สั่งให้หลบ

“ข้าเด็ดกลีบดอกมาเต็มขัน หอมชื่นใจ”

“เหม็นเน่าอย่างเอ็งขัดยังไงก็ไม่หอม” เอื้องคำว่าแล้วเอาขันดอกไม้ราดหัวศรีออน กลีบดอกไม้กระจายเกลื่อนพื้น เธอใช้เท้ากระทืบๆก่อนจะผละจากไป ศรีออนเคืองมากที่เธอไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่น...

ทางด้านปลิวทำทีเหมือนจะเอากุญแจไขโซ่ตรวนปล่อยให้ดอกสร้อยเป็นอิสระ แต่แกล้งทำกุญแจหล่น แล้วเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงเธอที่พยายามดิ้นหนี ฟองจันทร์มองอยู่อีกมุมหนึ่งยิ้มสะใจที่คู่แข่งของลูกสาวกำลังจะถูกกำจัด ดอกสร้อยเห็นเธอยืนดูอยู่ก็ร้องเรียกให้ช่วย เธอกลับยิ้มเย้ย แล้วคว้าก๋วยเดินจากไปอย่างไม่ไยดี ดอกสร้อยได้แต่มองตามด้วยความชิงชัง...

ที่มุมหนึ่งของป่าบ้านผาหมอก ไกรวิ่งนำเปรื่องจะไปช่วยดอกสร้อย เจอฟองจันทร์แบกก๋วยเดินสวนมาก็ร้องทัก เธอตกใจแต่รีบปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นถามว่าจะไปลงน้ำตกหรือ เขากำลังตามหา

ดอกสร้อยอยู่เห็นบ้างไหม เธอโกหกหน้าตายเช้านี้ยังไม่เห็นลูกเลี้ยงเลย สงสัยจะอยู่ที่เรือน

“ดอกสร้อยไม่ได้อยู่ที่เรือน ลูกน้าบอกว่าดอกสร้อยอยู่กับน้า”

ฟองจันทร์เห็นซอมพอตามมาสมทบถึงกับอึ้ง หนีไม่ออกจำต้องยอมรับว่าเป็นความจริง อาสาจะพาไกรกับเปรื่องไปหาดอกสร้อยเอง สองหนุ่มไม่รู้เลยว่าเธอพาไปอีกทางหนึ่งเพื่อถ่วงเวลา...

คนที่ไกรตามหากำลังสู้สุดชีวิตเพื่อให้หนีรอดจากถูกปลิวข่มเหง กระทั่งเข้าไปใกล้ท่อนไม้ที่ฟองจันทร์วางทิ้งไว้ เธอคว้ามันทุบหัวเขา หยิบกุญแจที่ตกอยู่มาไขโซ่ตรวนออกแล้ววิ่งหนี ยังไม่ทันจะไปไหนไกล ปลิวตามมากระชากตัว เธอทั้งเตะทั้งถีบดิ้นรนเอาตัวรอด เขาเจ็บทนไม่ไหวต่อยท้องดอกสร้อยจุกตัวงอ...

อีกฟากหนึ่งของป่า ไกรเดินตามฟองจันทร์มายังจุดที่เธออ้างว่านัดกับดอกสร้อยแต่ไม่เห็นใคร ซอมพอ

รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล บอกไกรให้ไปที่เพิงใกล้น้ำตกพี่สาวต่างมารดาของตนน่าจะอยู่ที่นั่น เขากับเปรื่องวิ่งหน้าตั้งไปทันที ฟองจันทร์ไม่พอใจลูกสาวมาก ต่อว่าว่าไปบอกเขาทำไม

“แม่โกหกฉัน แม่ทำอะไรพี่สร้อย”

“ข้าหาผัวให้มัน มันได้ขุนพิศณุแสนเป็นผัว มันจะได้เลิกยุ่งกับขุนไกร”

ซอมพอตกใจกับการกระทำของแม่รีบวิ่งตามพวกไกรไป

ooooooo

ปลิวพาร่างของดอกสร้อยที่จุกแทบอ้วกกลับไปที่เพิง เธอหมดเรี่ยวแรงจะหนีได้แต่ยกมือไหว้ขอร้องทั้งน้ำตาให้ปล่อยเธอไปอย่าทำอะไรเธอเลย

“ข้าจะทำให้เอ็งอิ่มสุข เอ็งจะครวญคร่ำจำข้าไปชั่วชีวิต” ปลิวว่าแล้วค่อยๆปลดเสื้อตัวเองออก เอื้องคำ เข้ามาเห็นก็ไม่พอใจที่เขาทิ้งตัวเองมาหาอริ ส่วนศรีออน เห็นดอกสร้อยกำลังจะเสียทีให้ท่านขุนชั่วจะเข้าไปช่วย แต่เอื้องคำห้ามไว้ ศรีออนสงสารเธอจับใจจะให้อยู่เฉยได้อย่างไร

“อีศรีออนเอ็งสงสารใคร ข้าไม่เห็น เอ็งก็ไม่เห็น” ไม่พูดเปล่าเอื้องคำมองขู่อีกด้วย ศรีออนกลัวหัวหด

“ไม่เห็นก็กลับกันเถอะ”

เอื้องคำไม่ยอมกลับ จะอยู่ดูความฉิบหายของดอกสร้อยก่อน ศรีออนไม่คาดคิดมาก่อนว่าเจ้านาย

ตัวเองจะเป็นเยี่ยงนี้ ทนดูต่อไปไม่ไหวหันหลังกลับ ดอกสร้อยผิดหวังที่เอื้องคำได้แต่ยืนดูไม่เข้ามาช่วยเหลือ...

ทางฝ่ายศรีออนเครียดกับเหตุการณ์ครั้งนี้ระเบิดความอัดอั้น กรีดร้องดังลั่นป่า ไผ่ผ่านมาพอดี ร้องถามว่าเป็นบ้าหรืออย่างไรถึงแหกปากร้องแข่งกับลิงกับค่างในป่า เขาเห็นเธอไม่ตอบโต้ขยับจะไป ศรีออนมองไผ่ที่จะผละจากไปอย่างลังเลจะบอกเรื่องดอกสร้อยดีหรือไม่...

ด้านดอกสร้อยเห็นปลิวเปลือยอกเดินเข้าหาได้แต่ถดตัวหนี พยายามไล่เขาไปให้พ้นแต่ไร้ผล

“เอ็งอย่าไล่ข้าให้อึงไปเลย ข้าชอบเอ็งแต่แรกยล เอ็งงามพาใจสะเทือนกว่าใครทั้งย่าน ข้าจะพาเอ็งกลับกรุงศรีฯด้วยกัน ในกาลข้างหน้าแม้ข้าจะได้เมียอีกกี่ร้อยกี่พันหน้า ข้าจะไม่ทิ้งเอ็ง ข้าจะยกเอ็งเป็นทาสรับใช้ในเรือนข้า” ปลิวไม่พูดเปล่าซุกไซ้ซอกคอดอกสร้อยที่แทบไม่มีแรงจะสู้

ทันใดนั้นไผ่เข้ามากระชากไหล่ท่านขุนชั่วออกจากดอกสร้อย ประเคนกำปั้นใส่จนร่วงตกจากเพิง เขาพยายามยันตัวลุกขึ้น แต่ไผ่ปรี่เข้าเตะต่อยซ้ำเขาไม่ทันตั้งตัวล้มกลิ้งล้มหงาย ครั้นตั้งหลักได้คว้าดาบฟาดฟันคู่ต่อสู้ ไผ่หลบหลีกคล่องแคล่วแล้วหันไปคว้าท่อนไม้มาเป็นอาวุธ เพลงดาบของท่านขุนชั่วเหนือกว่าทุกกระบวนท่า ฟันไม้หักสองท่อน ก่อนจะถีบคู่ต่อสู้เสียหลัก แล้วฟันซ้ำถูกแขนถึงกับทรุดฮวบร้องลั่น

“ข้าจะส่งเอ็งเป็นผีเฝ้ามองข้าเอาคนรักเอ็งทำเมีย”

ปลิวเงื้อดาบหมายสังหารไผ่ แต่ไกรเอาดาบตัวเองกันไว้ สองขุนหนุ่มต่อสู้กันด้วยเชิงดาบ เปรื่องเข้าไปช่วยเกลออีกแรงหนึ่ง ซอมพอตามมาสมทบเห็นดอกสร้อยกำลังเสียขวัญรีบเข้าไปดูแล ขณะที่เอื้องคำขัดอกขัดใจที่คนมาช่วยคู่อริไว้ทัน รีบหลบฉากออกมาก่อนที่ใครจะทันเห็น

เปรื่องกับไกรเล่นงานปลิวจนหมดสภาพล้มลงกับพื้น ไกรแค้นใจมากเงื้อดาบจะฟันแต่ยั้งใจไว้ได้ ไผ่ทนไม่ไหวเข้าไปแย่งดาบจากมือเขาจะแทงไอ้ขุนชั่วด้วยตัวเอง แต่ไกรรั้งตัวไว้ทัน

“อย่า เอ็งฆ่าขุนพิศณุแสน เอ็งก็ต้องโดนลงทัณฑ์”

“ข้าไม่สู้ทนจะเป็นจะตาย ข้าไม่ปล่อยให้คนชั่วมันคลั่งใจย่ำยีสร้อยซ้ำแล้วซ้ำเล่า เอ็งไสหัวมันลงนรกไปซะ สร้อยจะได้พ้นทุกข์จากมันเสีย”

ไกรตระหนักในทันทีว่าไผ่รักดอกสร้อยมากเพียงใด เขาเองก็รักเธอไม่แพ้กันแต่จะให้ทำตัวเป็นตุลาการศาลเตี้ยคงไม่ได้ สั่งให้เปรื่องจับไอ้ขุนชั่วมัดไว้แล้วเอาไปบ้านผู้ใหญ่สัก สองเกลอช่วยกันจับปลิวมัดเป็นพัลวัน ไผ่เห็นพวกนั้นเผลอคว้าดาบจะฆ่าปลิวอีกครั้ง ดอกสร้อยต้องเข้าไปห้ามเขาถึงได้ยอมทิ้งดาบ

“ลากมันไปตัดสินความที่บ้านผู้ใหญ่สัก แลความผิด มื้อนี้ต้องถึงกรุงศรีฯ ถอดยศจับขังคุก” คำขู่ของเปรื่องหาทำให้ปลิวสะทกสะท้านไม่ ยังแก้ตัวหน้าด้านๆว่าไม่ได้ทำอะไรผิด ไกรกับเปรื่องต่างหากที่จะโดนขังคุกฐานเล่นงานเขา แล้วเบือนหน้าไปทางฟองจันทร์ที่ยืนหลบๆอยู่

“ความผิดข้อนี้มิได้มาจากข้า คนทำบงการต่างหากที่ต้องติดคุกติดตะราง”

ฟองจันทร์ถึงกับหน้าตาตื่น กลัวความผิดที่เป็นคนวางแผนชั่วครั้งนี้ รอจนทุกคนไปกันหมดเหลือเพียงลำพังกับซอมพอ รีบเข้าไปขอให้ลูกหาทางช่วยเหลือ

“มีเพียงพ่อคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยแม่ได้” ซอมพอ เป็นกังวลแทนแม่

ooooooo

ไม่นานนัก ปลิวในสภาพถูกมัดมือมายืนอยู่ตรงหน้าผู้ใหญ่สักโดยมีหนานอิน ดำและสมุนของปลิวยืนดูอยู่ไม่ห่าง ดำไม่พอใจที่เปรื่องกับไกรทำเหมือนไม่ให้เกียรติปลิวชักดาบจะเข้าไปเอาเรื่อง ผู้ใหญ่สักต้องห้ามไว้ แล้วสอบถามไกรว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นถึงต้องมัดมือเขาเยี่ยงโจรอย่างนี้

“ขุนพิศณุแสนหมายขืนใจดอกสร้อย ฉันหิ้วตัวมาให้ผู้ใหญ่ในฐานะพ่อหัวบ้านได้รู้ความ มิได้ให้ผู้ใหญ่ลงสอบสวนเพราะฉันจะลากตัวไปรับโทษที่กรุงศรีฯ”

ผู้ใหญ่สักรีบออกตัว ไม่ได้ต้องการก้าวล่วงในกิจ ของไกร แต่บังเอิญเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่หมู่บ้านในความดูแลของตน ขอให้ตนได้ไต่ถามความจากลูกบ้านก่อน เปรื่องไม่ยอมให้ทำอย่างนั้น ยืนกรานจะเอาปลิวไปตัดสินความที่กรุงศรีอยุธยา แล้วจะลากตัวไปขังไว้ที่เรือนพวกตน พรุ่งนี้จะเดินทางแต่เช้า ไกรร้องห้ามไว้

“ฉันมาต่างถิ่น ไม่ทำเตลิดย่ำหน้าพ่อผู้ใหญ่ดอก ฉันจะให้พ่อผู้ใหญ่ซักความคนที่ร่วมทำระยำกับมัน”

ปลิวแก้ตัวเป็นพัลวันว่าไม่ได้ทำอะไรผิด หากแต่โดนใส่ความ ดำฮึดฮัดให้ปล่อยลูกพี่ของตนไม่อย่างนั้น ต้องได้เลือดกันแน่ แล้วจะเข้าไปเอาเรื่องไกรกับเปรื่อง ผู้ใหญ่สักสั่งเสียงเข้มให้พวกดำเก็บดาบ อย่ามาเสียเลือดรดเรือนของเขาเด็ดขาด ดำกับสมุนยังทำท่าแข็งขืน หนานอิน กับลูกน้องชักดาบพร้อมต่อสู้ พวกนั้นถึงได้ยอมเก็บดาบ ปลิว ยังไม่ละความพยายาม ยืนกรานตัวเองโดนไกรใส่ความ เพราะเขาเกลียดชังตนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และผู้ใหญ่สักเอง ก็รู้เรื่องนี้ดี ดังนั้นควรจะปล่อยตนไป

“ข้าขอแค่ซักความให้สิ้นเรื่องแลข้าจะปล่อยไป ...หนานอิน พวกเอ็งจุดคบไฟเฝ้าขุนพิศณุแสน ย่ำรุ่งข้าจะเรียกทุกหน้าที่รู้เห็นมาถามความ”

ไกรพอใจการตัดสินใจของผู้ใหญ่สัก ชวนเปรื่องกลับ แม้จะไม่ชอบใจนักแต่เปรื่องยอมกลับไปกับเขา...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน คำป้อนรู้ที่เกิดขึ้นก็ไม่พอใจมากต่อว่าฟองจันทร์ยกใหญ่ว่ายังมีใจเป็นคนอยู่หรือเปล่า ถึงได้ล่อลวงลูกสาวของตนไปให้ผู้ชายย่ำยี แล้วตบตีเธออุตลุด ซอมพอสงสารแม่รีบเข้าไปห้าม พร้อมกับให้แม่บอกพ่อว่าสำนึกผิดแล้ว ฟองจันทร์กลัวจัดละล่ำละลักว่าสำนึกผิดแล้วจะด่าจะว่าอย่างไรก็ยอมทุกอย่าง

“แต่พี่ต้องพูดกับลูกสร้อยอย่าให้ลูกสร้อยเอาผิด ฉันไม่อยากตายในคุก”

“แม่พลั้งผิดไปแล้ว พี่สร้อยเองก็อยู่รอดปลอดภัย พ่อช่วยแม่ด้วยเถอะจ้ะ” ซอมพอช่วยขอร้องอีกแรงหนึ่ง คำป้อนรับปากจะคุยกับดอกสร้อยให้ หากจะตัดสินใจอย่างไรก็แล้วแต่เธอ...

อีกมุมหนึ่งใต้ถุนเรือน ดอกสร้อยทำแผลให้ไผ่ไปพลางขอบใจเขาไปด้วยที่ช่วยเธอเอาไว้ หากไม่ได้เขา เธอคงแย่แน่ๆ เขาเคยให้คำมั่นสัญญากับเธอไว้แล้วไม่ว่า จะเป็นหรือตาย จะดูแลเธอด้วยชีวิตของเขา ทันใดนั้นมีเสียงคำป้อนร้องเรียกดอกสร้อยดังขึ้น อ้างมีเรื่องจะคุยด้วย เธอขยับจะไปหาพ่อแต่ไผ่จับมือเอาไว้

“มื้อนี้ น้าฟองจันทร์ใจดำกับสร้อย สร้อยต้องใจแข็งให้น้าฟองจันทร์รับกรรมที่ก่อ”

ดอกสร้อยก็พยักหน้ารับคำ ไผ่ได้แต่มองตามเธอที่เดินจากไป ลุ้นให้เอาเรื่องฟองจันทร์...

ทางฝ่ายแม่เลี้ยงตัวแสบกลัวความผิดจะถึงตัว รีบ เก็บเสื้อผ้าข้าวของเตรียมหนี ซอมพอขอร้องให้ใจเย็นๆก่อน เธอเย็นไม่ไหว มั่นใจว่านังนั่นไม่มีวันช่วยเธอ

“แม่อย่าร้อนใจ พี่ดอกสร้อยรักพ่อมาก พี่ดอกสร้อยคงยอมช่วย”

“แล้วถ้ามันไม่ช่วยล่ะ” ฟองจันทร์พูดไปเก็บของไปด้วย ซอมพอกังวลใจกับเรื่องนี้มาก เพราะคราวนี้ความผิดของแม่ใหญ่หลวงนัก

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement