สายธารหัวใจ ตอนที่ 8 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

สายธารหัวใจ ตอนที่ 8


23 พ.ย. 2560 09:03
855,182 ครั้ง

ละคร นิยาย สายธารหัวใจ

สายธารหัวใจ ตอนที่ 8

อ่านเรื่องย่อ

สายธารหัวใจ

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

วาสนา

บทโทรทัศน์โดย:

คนเขียนเงา

กำกับการแสดงโดย:

ชนะ คราประยูร

ผลิตโดย:

บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

เจมส์ มาร์, ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง

ปฐ​วี​นั่ง​เมา​อยู่​บน​โซฟา​ใน​ห้อง​โถง​ของ​วัง คิดถึง​คำ​พูด​ของ​ณ​รัง​ค์​ที่​ว่า​ไม่ได้​รัก​ตน​แล้ว เธอ​ร่ำไห้อย่างหมด​สภาพ แม้น​เทพ​ยืน​มอง​อยู่​ระเบียง​ชั้น​บน​ด้วยความสมเพช

ประคอง​มอง​ณ​รัง​ค์​กิน​อาหาร​เช้า​แล้ว​เลียบเคียง​ถาม​ว่า​เมื่อ​วาน​ทะเลาะ​กับ​ปฐ​วี​อีก​ใช่​ไหม เขา​ยอม​รับ ประคอง​เตือน​อย่า​ทำให้​เธอ​โกรธ​นัก​เพราะ​เธอ​จะ​มา​ลง​กับ​ละ​มุ​ล​อีก แม้​เขา​ขู่​ว่า​จะ​แจ้ง​ตำรวจ แต่​คน​อย่าง​คุณหญิง​ไม่​หยุด​ระราน​ใคร​ง่ายๆ นอกจาก​ปาฏิหาริย์​เท่านั้น

จาก​นั้น​ประคอง​ย้ำ​เรื่อง​ให้​เขา​ดูแล​ช่าง​ที่มาปรับปรุงวัง เขา​รับคำ​ว่า​ได้​ให้​เลขา​จัด​ตาราง​งาน​เอา​มา​ให้​ทำ​ที่​นี่​แล้ว

“เลขา​ของ​ณะ​ชื่อ​อะไร​นะ​ลูก แม่​จำ​ไม่ได้ เคย​เจอ​กัน​ครั้ง​หนึ่ง​ที่​โรงพยาบาล”

พอ​ณ​รัง​ค์​บอก​ว่า​ชื่อ​สิริ​กันยา ประคอง​ทำ​ที​ยิ้ม​มี​เมตตา​แต่​ใน​ใจ​คุก​รุ่น เพราะ​ก่อน​หน้า​นี้​ประคอง​มา​เจอ​ปฐ​วี​นั่ง​ดื่ม​อยู่ จึง​พูด​ให้​เจ็บใจ​ว่า​คง​เห็น​กับ​ตา​แล้ว​ว่า​ละ​มุ​ล​กับ​ณ​รัง​ค์​มี​ความ​สุข​กัน​ดี ถึง​ได้​อิจฉา​จน​ต้อง​มา​เมา​หัวราน้ำ​แบบ​นี้ ปฐ​วี​เจ็บ​จี๊ด​สวน​กลับ​นิ่มๆว่า

“ฉัน​ดื่ม​เพราะ​ฉัน​มี​ความ​สุข​ต่างหาก เพราะดัน​ไป​เห็น​ว่า​ณ​รัง​ค์​เอง​ก็​ไป​มี​ความ​สุข​กัน​ดี​กับ​แม่​เลขา​สาวสวย​ที่​โรงแรม​ด้วย​อีก​คน...ไม่ได้​มโน​พูด​ลอยๆโดย ไม่​มี​หลักฐาน​นะ ไม่​เชื่อ​ก็​ไป​เช็ก​เอา​เอง คน​ทั้ง​โรงแรม​เขา​เม้าท์​กัน​สนุก​ปาก​เชียว จะ​บอก​อะไร​ให้​นะ​ว่าผู้ชาย​เลี้ยง​ไม่​เชื่อง แก​รู้​ดี​อยู่​แก่​ใจ แต่​พยายาม​จะ​หลอก​ตัว​เอง​และ​หลอก​ฉัน ลูก​แก​ไม่​มี​ทาง​มี​ความ​สุข​เพราะ​ณ​รัง​ค์​ไม่ได้​รัก​มัน แต่​รัก​คน​อื่น ตา​สว่าง​ได้​แล้ว อย่า​คิด​ว่า​ตัว​เอง​ฉลาด​ทั้งๆที่​โง่​กว่า​ควาย”

ประคอง​เข้า​ครัว​ยืน​มอง​กา​ต้ม​สมุนไพร คิดถึง สิ่งที่แม้น​เทพ​กำลัง​ทำ เขา​เรียก​ทนาย​มา​พบ​โดย​ไม่ให้​ณ​รัง​ค์​รับ​รู้​ว่า​เรื่อง​อะไร ชัก​หวั่น​ใจ​ตัดสินใจ​จะ​ให้แม้นเทพ​หยุด​กิน​จนกว่า​จะ​รู้​ว่า​ท่าน​ทำ​พินัยกรรม​หรือ​ทำ​อะไร... เธอ​ยก​ยา​ถ้วย​สุดท้าย​มา​ให้​แล้ว​บอก​ท่านชายว่า

“ยา​ถ้วย​นี้​เสวย​เป็น​ครั้ง​สุดท้าย​แล้ว​เพคะ ให้ยา​ได้​ปรับ​สภาพ​อวัยวะ​ภายใน​สัก​ระยะ ค่อย​เริ่ม​เสวยใหม่”

“ฉัน​ลุก​เดิน​ได้​แล้ว ไม่​มี​ไข้ ไม่​ปวด​หัว แล้ว​จะ​เริ่ม​กิน​อีก​เมื่อ​ไหร่”

“ที่​ฉัน​นับ​วัน​เอา​ไว้ จะ​เริ่ม​เสวย​อีก​ที​ก็​วัน...แต่งงาน​ของ​คุณหญิง​เพคะ”

แม้น​เทพ​นึก​ได้​ถาม​ว่า​ณ​รัง​ค์​กับ​ละ​มุ​ล​จะ​แต่งกัน​เมื่อ​ไหร่ ประคอง​บอก​ว่า​ณ​รัง​ค์​ขอ​ให้​ผ่าน​งาน​แต่ง​คุณหญิง​ก่อน ท่านชาย​แปลก​ใจ​ที่​ณ​รัง​ค์​ไม่​ต่อต้านอะไร หรือ​ว่า​ทุก​อย่าง​กำลัง​ไป​ด้วย​ดี ท่าน​ทรง​ยิ้ม​มีความ​สุข ประคอง​ชำเลือง​มอง ใน​ใจ​เข่น​เขี้ยว...มี​ความ​สุข​ไป​ได้​อีก​ไม่​นาน

ขณะ​ที่​ณ​รัง​ค์​ยืน​คุย​กับ​หัวหน้า​ช่าง แม้น​เทพ​เดิน​มา​พร้อม​ประคอง ทรง​ถาม​ว่า​กี่​วัน​เสร็จ นายช่าง​กำลัง​จะ​ตอบ แต่​ท่าน​สวน​ว่า​ตน​ถาม​คน​ของ​ตน ณ​รังค์​รายงาน​ว่า​ประมาณ​สอง​อาทิตย์ ท่านชาย​พอใจ​มาก​ที่​เขาเป็น​คน​ดูแล​การ​ซ่อมแซม​วัง ณ​รัง​ค์​ถือโอกาส​ขอ​ให้​ท่าน​ไป​พัก​ที่​โรงแรม​เป็น​การ​ชั่วคราว เกรง​สุขภาพ​จะ​ทรุด​อีก ท่านชาย​ตกลง แต่​วัน​นี้​จะ​ออก​ไป​แจก​การ์ด​เชิญ​พระ​ญาติ​ก่อน

สิริ​กันยา​ได้​รับคำ​สั่ง​จาก​ณ​รัง​ค์​ให้​เอา​เอกสาร​ที่​ต้อง​เซ็น​มา​ให้​ที่​วัง​โดย​นั่ง​รถ​ตู้​ของ​ทาง​โรงแรม ปฐวียืนมอง​มา​จาก​ห้อง​เห็น​สิริ​กันยา​มา​ก็​ไม่​พอใจ แม้นเทพ​ออก​มา​จะ​ขึ้น​รถ สิริ​กันยา​หอบ​แฟ้ม​งาน​เข้า​มา​ไหว้​อย่าง​นอบน้อม ท่านชาย​เชิด​หน้า​ถาม​ว่า​มา​ทำไม ณ​รัง​ค์​รีบ​ตอบแทน

“กระหม่อม​ให้​สิริ​กันยา​เอา​เอกสาร​มา​ให้​เซ็น​กระหม่อม และ​ระหว่าง​ที่​กระหม่อม​ต้อง​ดู​งาน​ที่​วัง จะ​ไม่​เข้า​ออฟฟิศ​ที่​โรงแรม สิริ​กันยา​คง​ต้อง​มา​ที่​นี่​บ่อยๆ กระหม่อม”

“ทำ​งาน​ก็​ทำ​ไป อย่า​ทำ​รุ่มร่ามอย่างอื่น”

สิริ​กันยา​จ้อง​มอง​เมื่อ​โดน​ดูถูก แม้น​เทพ​ยิ้มเยาะ ถาม​ว่า​ไม่​พอใจ​อะไร​ตน​งั้น​หรือ

สิริ​กันยา​หลบตา​และ​ปฏิเสธ​ตาม​มารยาท แม้นเทพ​หัน​ไป​สั่ง​ประคอง​ให้​ดูแล​ทุก​อย่าง​ให้​เรียบร้อย...สิริกันยา ​รู้สึก​เก็บ​กด​อึดอัด​ใจ​ที่​โดน​ดูถูก ณ​รัง​ค์​มอง​อย่าง​เข้าใจ​และ​เห็นใจ ประคอง​เห็น​สายตา​อาทร​ของ​ณ​รัง​ค์​ที่​มอง​เลขา​ก็​ไม่​สบอารมณ์

ooooooo

ละมุลเครียดจากเรื่องที่บ้าน พอได้คุยกับสวัสดิ์รู้ว่าเขาไม่โกรธเคืองแม่ของตนก็สบายใจขึ้น สวัสดิ์บอกว่าเข้าใจดี แม่ทุกคนย่อมหวงลูกสาว

ณรังค์กับสิริกันยานั่งทำงานกันที่โต๊ะหน้าเรือนเล็ก ปฐวีมองมาจากระเบียงหลัง เห็นมุมที่ดูเหมือนทั้งสองใกล้ชิดกันมากก็หมั่นไส้ แอบถ่ายรูปส่งไปให้ละมุล ไม่เพียงแค่นั้นยังโทร.หาเกียรติศักดิ์ บอกเขาต้องช่วยตน...

ช่วงที่ละมุลพักเปลี่ยนคาบสอน เธอเปิดมือถือเห็นรูปที่ปฐวีส่งมาก็ตกใจ คิดฟุ้งซ่านไปยกใหญ่ สวัสดิ์ผ่านมาเห็นอดถามอย่างห่วงใยไม่ได้ ละมุลส่งมือถือให้ดู เขาเตือนสติด้วยการย้อนถามว่าเชื่อในสิ่งที่เห็นหรือ

ละมุลน้ำตาคลอว้าวุ่นใจ

“คุณไม่เห็นเหรอว่าพี่ณะกับผู้หญิงคนนั้นทำอะไรกัน”

“ทำงานไง...เขาอาจแค่ทำงาน ไม่ได้ทำอะไรนอกเหนืออย่างที่คุณคิด ถ้าคุณมีสติสักหน่อย แล้วดูสิว่าใครที่เป็นคนส่งรูปมาให้คุณ คุณจะไม่ถูกปั่นหัวแบบนี้ ...เท่าที่เคยฟังคุณเล่า ผมคิดว่าเขาไม่ใช่คนที่หวังดีอะไรกับคุณ ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ถ้าคุณยังไม่หยุดคิดมาก คุณก็คือเหยื่อ”

ละมุลอึ้ง นึกเยาะตัวเอง “นั่นสิ ฉันน่าจะคิดได้ตั้งแต่แรก ฉันเกือบกลายเป็นคนโง่ให้คุณหญิงเยาะเย้ยถากถางอีกแล้ว”

“สบายใจขึ้นหรือยังครับ”

“ค่ะ ตอนนี้ฉันสบายใจมาก ขอบคุณนะคะครูที่ช่วยเตือนสติฉัน...ฉันจะพยายามเข้มแข็งและจะไม่มีทางยอมเป็นเหยื่อของคุณหญิงปฐวีอีกต่อไปแล้ว”

ด้านณรังค์เดินมาส่งสิริกันยา เธอเดินเร่งรีบจนสะดุดขาตัวเอง เขาดึงตัวเธอมาโอบไว้ทัน ประคองเดินตามมามองอย่างไม่พอใจ ทำทีชวนให้อยู่ทานอาหารกลางวันก่อน สิริกันยารีบผละตัวออก ปฏิเสธด้วยการอ้างว่ามีงานต้องกลับไปเคลียร์ ประคองเหยียดเล็กๆ

“เสียดายจัง เลยอดรับประทานอาหารชาววังเลย”

“ค่ะ เสียดาย คุณณรังค์เคยเล่าให้ฟังว่า ฝีมือของแม่ประคองอร่อยพอๆกับฝีมือย่าหนู”

ประคองนิ่วหน้าทันที ถามณรังค์เคยไปกินข้าวบ้านสิริกันยาแล้วหรือ เขารับคำนิ่งๆไม่ให้มีพิรุธ สิริกันยาลากลับโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองพูดอะไรออกไป ณรังค์

จะไปส่งให้ถึงรถ ประคองแทรกขึ้นว่าช่างถามหา ชายหนุ่มนึกเสียดาย มองตามสิริกันยาเดินไปอย่างอาทร ประคองสังเกตเห็นสายตานั้นยิ่งขุ่นเคือง

ปฐวียืนมองจากชั้นบน เห็นรถตู้แล่นออกไปก็ยิ้มพราย คิดถึงเรื่องที่คุยกับเกียรติศักดิ์

“ฉันจะยอมคุณทุกอย่าง”

เกียรติศักดิ์ดีใจแต่สงสัยทำไมเธอเปลี่ยนใจ

“เมื่อฉันถูกทำเหมือนเป็นคนไร้ค่า ฉันก็ไม่ควรจะอยู่เฉยๆ ฉันต้องการขยี้หัวใจของณรังค์ เหมือนที่เขาทำกับฉัน”

“ที่บอกจะยอมผมทุกอย่าง ทุกอย่างจริงๆแน่นะ”

ปฐวีรับคำ เขาถามว่าจะให้สาหัสแค่ไหน

“ถึงตายเลยได้ยิ่งดี อย่าให้มันเสนอหน้ามาให้ฉันเห็นอีก”

เกียรติศักดิ์รับรองว่าไม่มีปัญหา...ปฐวีวางสาย เดินฮัมเพลงอย่างหมายมาด

ooooooo

รถตู้แล่นมาได้สักระยะ สิริกันยารับโทรศัพท์จากศรีนวลแล้วตกใจ รีบบอกคนขับรถว่าขอลงกลางทาง ให้เขากลับโรงแรมไปก่อนเลย คนขับแล่นมาอีกนิดก็จอดให้เธอลง จู่ๆมีสาวคนหนึ่งวิ่งมาขึ้นรถ สิริกันยาสงสัย คนขับบอกว่าเธอเป็นเมดที่โรงแรมขอติดรถไปทำงานด้วย

สิริกันยายิ้มรับแล้วหันไปโบกแท็กซี่กลับบ้าน ผ่านไปไม่นานวิเชียรโทร.บอกณรังค์ว่ารถตู้ประสบอุบัติเหตุ เขาตกใจมาก เป็นห่วงสิริกันยาจึงรีบวิ่งออกไป ประคองใจหาย เริ่มแน่ใจในพฤติกรรมของณรังค์

เกียรติศักดิ์เห็นข่าวในทีวีว่าเมื่อสองชั่วโมงที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกทะเบียนกรุงเทพมหานครพุ่งชนรถตู้ของโรงแรมเดอะแกรนด์รอยัลก่อนจะขับหนีไป เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บสาหัสหนึ่งคนเป็นแม่บ้านของโรงแรมชื่อนางชิดชนก และนายมานพคนขับรถตู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทั้งสองถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว

ปฐวีเปิดประตูห้องทำงานเขา เข้ามากราดเกรี้ยวใส่เกียรติศักดิ์ที่ทำงานพลาด แต่เขารีบขอร้อง

“คุณหญิงใจเย็นก่อน ใครจะไปรู้ว่ามันไม่ได้อยู่ในรถ คุณหญิงไม่เห็นสภาพรถเหรอ พังยับเยินขนาดนั้น มันดวงแข็งจริงๆ”

“ไม่รู้ ฉันไม่สนใจ ฉันถือว่าคุณทำงานให้ฉันไม่สำเร็จ” ปฐวีผลักอกเกียรติศักดิ์กลับไป

เกียรติศักดิ์เจ็บใจตัวเองที่ตกเป็นเบี้ยล่างปฐวีอีก บ่นด้วยความแค้น “ฤทธิ์มากนะ สักวันเถอะนังคุณหญิง”

ในห้องฉุกเฉิน ณรังค์วิ่งมายังเตียงคนขับรถตู้ซึ่งบาดเจ็บหัวแตกและฟกช้ำตามตัว ละล่ำละลักถามถึงสิริกันยา คนขับบอกว่าเธอแยกกลับบ้านไปก่อนที่รถจะถูกชน ณรังค์อึ้งพูดไม่ออก เดินมึนออกมา วิเชียรเข้ามายื่นซองพลาสติกที่ใส่โทรศัพท์มือถือของสิริกันยาให้

“นี่ครับโทรศัพท์ของคุณสิริกันยาทำตกไว้ในรถ”

“เรื่องมันเป็นยังไงครับ”

“เห็นตำรวจบอกว่าชนแล้วหนี ทะเบียนก็ปลอมครับ”

“อย่าให้เรื่องเงียบนะครับ ต้องจับคนชนมาให้ได้ ...ฝากดูแลทางนี้ด้วย ดูแลให้ดีที่สุด”

วิเชียรรับคำ...ด้านสิริกันยารีบกลับมาบ้าน เห็นอ๋องกำลังช่วยซ่อมก๊อกน้ำที่แตก ก็ต่อว่าศรีนวลทำไมไม่รอตน กลับโทร.ให้เจ้านายตนมาซ่อมก๊อก ศรีนวลย้อนถามว่าซ่อมเป็นหรือ

“เคสนี้ไม่เคยซ่อม แต่ก็ไม่น่ายาก” สิริกันยาอวดเก่ง

“ก็ข้าไม่แน่ใจนี่หว่า นังหวานก็ไม่อยู่ โทร.หาก็ไม่ติด จะได้ขอเบอร์ช่าง ไม่รู้ทำไงก็โทร.หาคุณแก ทำไมโทร.ไม่ได้เหรอ”

สิริกันยาบอกว่าเกรงใจ อ๋องแทรกขึ้นว่าตนเต็มใจช่วย ศรีนวลชวนทานข้าวเป็นการตอบแทน อ๋องคิดว่าให้ทานวันนี้แล้ววันอาทิตย์ที่นัดไม่ต้องมา ศรีนวลขำ บอกว่าจะมาอีกวันไหนก็ได้ เขาโล่งอก สิริกันยาหน่ายใจที่ย่าดันสุดตัว พอดีลูกน้องอ๋องโทร.บอกเรื่องอุบัติเหตุ เขาตกใจมาก

ศรีนวลเสียดายที่อ๋องไม่ได้อยู่กินข้าว แต่ก็ดีใจที่โทร.เรียกหลานกลับบ้าน ไม่อย่างนั้นคนที่จะเจ็บสาหัสคงเป็นสิริกันยา แล้วพาลโกรธโทษณรังค์เป็นต้นเหตุ สิริกันยาติงว่าเกี่ยวอะไรกับเขา

“อ้าว ก็มันโทร.เรียกเอ็งให้ไปหาไม่ใช่เรอะ เกือบเรียกให้ไปตายแล้วไหมล่ะ อย่างนี้ไม่เรียกว่าซวยแล้วให้เรียกว่าอะไร ตั้งแต่เอ็งรู้จักมันไม่เคยมีเรื่องดีๆหรอก นี่ถ้าไม่ติดว่ายังใช้หนี้ให้ไม่หมด ย่าให้ออกไปหางานใหม่แล้ว”

อ๋องหน้าเจื่อนที่ศรีนวลด่าเพื่อนเป็นชุด สิริกันยาเกรงใจที่เขาต้องมารับฟัง แต่อ๋องกลับสังเกตเห็นแววตาสิริกันยาที่เป็นห่วงณรังค์

อ๋องและสิริกันยาเดินออกมาหน้าบ้าน ไม่เห็นว่ารถของณรังค์จอดต่อท้าย ณรังค์นั่งอยู่ในรถหน้าเศร้า มองทั้งสองคุยกัน

อ๋องเห็นสิริกันยาซึมไปจึงเลียบเคียงถาม “คุณคงไม่ลำบากใจใช่ไหม ที่ผมจะมากินข้าวบ้านคุณ”

“มาได้บ่อยเท่าที่คุณต้องการเลยค่ะ ยินดีต้อนรับ...ถ้าคุณมาในฐานะเจ้านายและเพื่อน” อ๋องหัวใจพองโต แต่แล้วต้องฟ่อลงหน้าเจื่อน “ขอโทษด้วยนะคะที่ต้อง พูดตรงๆ ฉันอยากชัดเจนและไม่อยากให้คุณเข้าใจผิด โดยเฉพาะจากสิ่งที่ย่าฉันกำลังทำ”

“คุณจะไม่ลองให้โอกาสผมดูบ้างเหรอ”

“เสียเวลากันเปล่าๆค่ะ ฉันรู้ใจตัวเองดีว่าไม่มีทางคิดกับคุณอ๋องได้มากกว่าที่เป็นอยู่”

“คุณมีใครอยู่ในใจแล้วใช่ไหม”

“ค่ะ...ฉันมี...” อ๋องสวนว่าไม่เคยเห็นเธอมีใคร สิริกันยายิ้มเศร้าๆ “เพราะถึงฉันจะมี ก็ได้แค่มีเขาไว้ในใจ ไม่สามารถมีได้ในความเป็นจริง คุณก็เลยไม่เห็น”

“ณรังค์ใช่ไหม” อ๋องยิงตรงประเด็น

สิริกันยาอึ้งพยายามซ่อนพิรุธ อ๋องยิ่งมั่นใจบอกตนทายถูก เธอปฏิเสธ แต่เขารุกว่าเห็นกับตาและรู้สึกได้ว่าเธอรู้สึกพิเศษต่อณรังค์ สิริกันยาตกใจจับแขนเขาขอร้องอย่าพูดอีก

“ฉันขอร้อง...มันจบแล้วค่ะ มันจบตั้งแต่ยังไม่เริ่ม”

“ผมเข้าใจ แล้วเมื่อไหร่คุณจะลืม”

“ฉันไม่รู้ แต่ฉันกำลังพยายาม”

อ๋องลูบมือสิริกันยาเพื่อปลอบโยน เธอน้ำตาร่วง เขาดึงเธอมากอดลูบหลังอย่างเห็นใจ ณรังค์มองภาพนั้นอย่างปวดใจ แอบลงจากรถเอาโทรศัพท์มือถือไปวางไว้ที่โต๊ะข้างประตูบ้านแล้วกลับออกมา

สักพักสิริกันยาทำใจได้ บอกอ๋องว่าตนพร้อมกลับไปทำงานแล้ว

“ได้ข่าวว่าที่ออฟฟิศบรรยากาศไม่ค่อยดี”

“ค่ะ แต่คุณณรังค์บอกว่าให้ทำแต่งาน”

“เรื่องที่ออฟฟิศน่ะผมว่าปล่อยให้พวกปากหอย ปากปูพูดไปเถอะ เดี๋ยวก็เลิกพูดไปเอง ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย”

สิริกันยาขอบคุณอ๋องแล้วหันมาจะปิดประตูบ้าน เห็นโทรศัพท์มือถือตัวเองวางอยู่ที่โต๊ะก็แปลกใจ

ooooooo

สิริกันยามาถึงโรงแรมก็ได้รู้จากวิเชียรว่าณรังค์ เป็นคนเอาโทรศัพท์มือถือไปคืนให้ แต่แปลกใจที่ไม่เจอกัน...ด้านณรังค์นั่งซึมอยู่ริมน้ำ คิดถึงภาพสิริกันยาใกล้ชิดกับอ๋องที่หน้าบ้านด้วยความปวดใจ ไม่ทันไรสวัสดิ์โทร.มาขอพบ

ณรังค์มาพบสวัสดิ์ที่โรงเรียน ฟังเขาพูดด้วยความหนักใจ

“ผมว่าคุณควรจะรีบพูดความจริงกับคุณละมุลดีกว่า วิธีที่คุณใช้ผมคิดว่ามันไม่ใช่วิธีที่ดี มันกำลังทำให้ทุกคนเจ็บปวด...ผมเริ่มจะเข้าใจมันไม่ได้ ไม่มีเหตุผลที่ต้องโกหกว่ารักและยอมแต่งงาน ปัญหาบางอย่าง ควรยอมหักดีกว่ายอมงอ จะทำอะไรก็รีบทำ ก่อนที่ผมจะรู้สึกว่าคุณเป็นคนขี้ขลาด”

ณรังค์พูดไม่ออก เครียดจัดจะหาทางออกอย่างไร... ในขณะที่ละมุลกลับมาบ้าน ตรงไปที่ตึกใหญ่เจอชื่นบอกว่าประคองเตรียมอาหารอยู่ในครัว แต่เธอกลับถามหาปฐวี เมื่อรู้ว่าเพิ่งกลับ ละมุลเดินลิ่วขึ้นไปข้างบนทันที ชื่นตกใจรีบไปรายงานประคอง

ปฐวีกำลังถอดเครื่องประดับ ละมุลเปิดประตูเข้ามาโดยไม่เคาะสักนิด คุณหญิงไม่พอใจเดินเข้าหาพร้อมกับต่อว่ามีสิทธิ์อะไรขึ้นมาบนตึกและถือวิสาสะเข้ามาโดยพลการ

“ไม่ต้องไล่ ฉันไม่อยู่นานหรอก แค่จะขึ้นมาบอกว่า กะอีแค่รูปรูปนั้นไม่ทำให้ฉันเจ็บและมีปัญหากับพี่ณะ ได้หรอก ฉันจะมีความสุขให้คุณหญิงดู ฉันจะไม่ไปไหน ฉันจะแต่งงานอยู่กินกับพี่ณะที่นี่ จนกว่าจะแก่ตายไปจากกัน”

ประคองเข้ามาพร้อมชื่น ได้ยินคำประกาศกร้าวของละมุลก็ตกใจ ปฐวีโกรธมากตรงเข้าตบหน้าละมุลฉาดใหญ่ฐานหยามกันเกินไป ประคองกับชื่นรีบเข้ามาแยก ณรังค์กลับมาพอดีวิ่งเข้ามาช่วยห้าม แต่ทั้งคู่แรงพอกัน เขาตัดสินใจอุ้มละมุลออกไป ปฐวีกรี๊ดลั่น

“หยุดนะ! ณะจะพามันไปไหน ฉันจะเอามันให้ตาย”

“จะฆ่าละมุลก็ข้ามศพดิฉันไปก่อน” ประคองเข้าขวางสีหน้าเอาเรื่อง

ชื่นหน้าเสียที่เห็นประคองแรงกลับ ปฐวีเองก็ชะงักยืนมองอย่างแค้นเคือง

ประคองกลับมาที่เรือนเล็ก ทั้งประคองและณรังค์มองละมุลอย่างไม่พอใจ ณรังค์ถามน้ำเสียงดุ

“คิดอะไรอยู่ถึงได้ทำแบบนั้น ดีนะที่ท่านชายไม่อยู่ ไม่อย่างนั้นอาจถูกลงโทษหนัก”

ละมุลหยิบมือถือเปิดภาพในไลน์ให้ดู ณรังค์เห็นรูปตัวเองใกล้ชิดกับสิริกันยาก็พูดไม่ออก ประคองชะเง้อมองแล้วอ่อนใจ รู้ว่าเป็นฝีมือปฐวี ละมุลจับมือณรังค์พูดอย่างมีความหวัง

“คุณหญิงจะไม่มีทางปั่นหัวละมุลได้ เราจะมีความสุขให้คุณหญิงเห็นนะพี่ณะ”

ณรังค์ยืนนิ่งพยายามไม่แสดงพิรุธใดๆ ประคองจับตามองอย่างรู้ทันเพราะเลี้ยงมาแต่เล็ก พอมีโอกาสอยู่กันลำพังก็ซักถามให้บอกความจริงว่ารักเลขาคนนั้นใช่ไหม เห็นเขานิ่งก็ยิ่งมั่นใจ

“บอกความจริงกับแม่มา แม่สัญญาว่าจะไม่บอกให้น้องรู้ เพราะแม่เองก็ไม่อยากเห็นน้องเสียใจเหมือนกัน ...ขอให้เชื่อแม่ อย่าคิดว่าการแต่งงานกับละมุลเป็นการทำเพื่อใคร ให้คิดว่าณะทำเพื่อให้ตัวเองมีความสุข แม่ทูลท่านชายว่า เสร็จงานแต่งงานของคุณหญิงแล้ว ก็จะเป็นงานของณะกับละมุล”

ณรังค์นิ่งอยู่นาน ต้องตกใจเมื่อรู้ว่าใกล้ถึงวันแต่งงาน ประคองอ้างว่าท่านชายเร่ง เขายิ่งเครียดจัด... จากนั้นประคองเข้ามาหาละมุลในห้องนอน ละมุลกราบขอโทษที่พูดจาก้าวร้าว แม่ลูบหัวลูกและขอโทษเช่นกันที่พูดไม่ดีกับเพื่อนลูก เพราะกลัวลูกเปลี่ยนใจจากณรังค์ ละมุลยืนยันด้วยสายตาอยากเอาชนะเต็มที่ ว่าไม่เปลี่ยนใจเด็ดขาด ตนจะไม่ยอมแพ้ปฐวี

ในคืนนั้นสิริกันยาโทร.หาณรังค์ เขาเห็นชื่อเธอหน้าจอแล้วเกิดความน้อยใจกดปิดเครื่องไปดื้อๆ สิริกันยางงลองโทร.ใหม่แต่ไม่ติด จึงล้มตัวลงนอน ไม่ทันไรณรังค์โทร.กลับมา เธอดีใจมากรีบถามว่าเขาเอาโทรศัพท์มือถือมาวางคืนตอนไหน

“เห็นคุณคุยกับอ๋องอยู่ ผมไม่อยากขัดจังหวะก็เลยเอาวางไว้ที่หน้าประตู มีอะไรอีกไหม ถ้าไม่มีอะไรแล้ว แค่นี้นะผมกำลังจะนอน” ณรังค์วางสายคิดถึงเธอด้วยความปวดใจ

ooooooo

ถึงวันงานแต่งงาน แม้นเทพยืนอย่างภาคภูมิใจที่ห้องโถงของวังจงสวัสดิ์ ประคองเข้ามารายงานว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวพร้อมแล้ว ท่านชายสั่งทันที

“รีบจัดการก่อนที่แขกจะมา เรียกณรังค์เข้าไปด้วย แกก็ด้วย จะได้ไม่ต้องไปถามกับไอ้ณรังค์มันทีหลัง เพราะฉันรู้ว่าแกอยากรู้และต้องถามมันแน่ ถึงตอนนี้ไม่จำเป็นต้องปกปิดกับใคร”

ประคองรับคำเดินตามแม้นเทพไปยังห้องทำงาน ...ก่อนหน้านี้แม้นเทพสั่งทนายให้ทำพินัยกรรมโอนวังจงสวัสดิ์เป็นของปฐวี และทำสัญญาขึ้นมาอีกฉบับให้เกียรติศักดิ์ลงชื่อยินยอมก่อนแต่งงานว่าจะไม่มีสิทธิ์ใดๆในทรัพย์สินของปฐวีที่ได้จากจงสวัสดิ์ทั้งสิ้น แถมให้ระบุลงไปด้วยว่าถ้าคุณหญิงมีอันเป็นไปก่อนตน ก็ให้วังจงสวัสดิ์กลับคืนมาเป็นของตนเหมือนเดิม ทนายสงสัยถามว่าไม่ให้แก่ทายาทหรือ

“ถึงจะเป็นหลาน มีเลือดจงสวัสดิ์ครึ่งนึง แต่ฉันก็ถือว่าเป็นเลือดที่ไม่บริสุทธิ์ ฉันไม่ยอมรับ แค่ได้ชื่อว่าเป็นเขยจงสวัสดิ์ ก็ถือว่ามากเกินพอสำหรับมัน ฉันจะไม่ยอมให้มันได้อะไรไป”

เมื่อปฐวีกับเกียรติศักดิ์ควงคู่กันเข้ามาเห็นณรังค์และทนายความนั่งอยู่กับแม้นเทพก็แปลกใจ ทนายยื่นกระดาษให้เกียรติศักดิ์อ่าน บอกเป็นสัญญาก่อนแต่งงาน แล้วแจงรายละเอียดให้ฟัง พร้อมให้ลงลายมือ ท่านชายจะลงชื่อเป็นพยาน เกียรติศักดิ์กำหมัดแน่น ปฐวีเองก็ไม่พอใจ ด้านประคองพอได้ฟังรายละเอียดยิ่งเจ็บแค้นมากกว่า แม้นเทพกำชับ

“ถ้าจะไม่ยอมรับก็ได้ ฉันไม่ว่า จากผลประกอบการที่ผ่านมา ฉันสามารถใช้หนี้แกได้ แต่คนอย่างฉันพูดแล้วไม่คืนคำ อยากจะแต่งก็ให้แต่ง แต่ถ้าแต่ง ก็ต้องยอมรับเงื่อนไขของฉัน”

เกียรติศักดิ์รู้สึกว่าโดนดูถูก ครุ่นคิดจะเซ็นหรือไม่เซ็น ปฐวีมองท่านพ่อด้วยความน้อยใจ

“รีบๆเข้า ฉันมีเวลาไม่มากต้องรีบไปที่งาน จะได้ทำตัวถูกว่าควรจะไปต้อนรับหรือไปเชิญแขกกลับ”

ปฐวีหยิบสัญญาเขวี้ยงลงพื้นกระจาย แม้นเทพตกใจ ตวาดใส่ลูกสาวว่าทำแบบนี้ทำไม

“จะไม่ยอมเสียอะไรเลยใช่ไหมเพคะ ทั้งๆที่หญิงยอมแต่งงานเพื่อใช้หนี้ที่หญิงไม่ได้ก่อให้แล้ว แต่ท่านพ่อกลับคิดถึงแต่ตัวเอง เห็นแก่ตัว!”

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

“ไม่หยุดเพคะ หญิงจะไม่แต่งงาน แล้วท่านพ่อก็ต้องแสดงความรับผิดชอบเอาเอง...หญิงจะคอยดูว่าคราวนี้ท่านพ่อจะทรงหาทางออกยังไง จะเดินเอาปี๊บคลุมหัวหรือว่าจะแทรกแผ่นดินหนี”

“นังลูกเลว!”

“เพราะท่านพ่อทำให้หญิงต้องเลว”

แม้นเทพโกรธเงื้อมือจะตบ ณรังค์เข้าจับมือท่านไว้ ท่านชายสะบัดออก ตวาดไม่ต้องยุ่ง แล้วชี้หน้าปฐวีบอกคนที่จะต้องเอาปี๊บคลุมหัวหรือแทรกแผ่นดินหนีคือพวกเธอไม่ใช่ตน คนทั้งบ้านทั้งเมืองจะนินทาใคร คนที่เสียหายจะเป็นใครถ้าไม่ใช่พวกเธอ ปฐวีโต้กลับดุเดือด

“หญิงเสียหายก็อย่าคิดว่าท่านพ่อจะรอด งานนี้ถ้าจะพังก็พังกันทั้งหมดนั่นแหละ”

เกียรติศักดิ์ตกใจ แม้นเทพทรุดนั่งเมื่อเห็นลูกสาวเดินเชิดออกไป ประคองเข้ามาดูแลปลอบไม่ให้เครียด แต่โดนตวาดกลับ จึงนิ่งอึ้ง แม้นเทพถามเกียรติศักดิ์จะทำอย่างไรก็รีบทำ เขาตัดสินใจหยิบสัญญาขึ้นมาเซ็นชื่อแล้วย้ำว่างานแต่งงานต้องเกิดขึ้น ตนจะเปลี่ยนใจปฐวีให้ได้

แม้นเทพยิ้มเหยียดมองตามหลังเกียรติศักดิ์ที่รีบตามปฐวีออกไป “หึ...ไอ้พวกเห็บ ยังไงก็เกาะไม่ปล่อย”

ประคองฉุกคิดมีความหวังว่าท่านชายทำแบบนี้เพื่อเก็บวังนี้ไว้ให้ตนกับลูก...เกียรติศักดิ์คิดถึงที่กำธรย้ำหนักหนาว่า งานแต่งงานต้องเกิดขึ้น เพราะเราต้องใช้ความเป็นจงสวัสดิ์เอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจของเรา... เกียรติศักดิ์จึงต้องพยายามหาเหตุผลหว่านล้อมปฐวีให้แต่งงาน

“คุณหญิงจะยอมแพ้ให้กับทุกคนที่ทำเหมือนคุณหญิงเป็นของไม่มีค่า ไม่มีความหมาย นึกจะจับโยนให้ไปทำอะไรก็ได้ตามใจ เพื่อสนองกิเลสตัณหาของตัวเองงั้นเหรอ...ตอนนี้มีใครรักและยืนเคียงข้างคุณหญิงบ้าง นอกจากผม ไม่อยากแก้แค้นพวกนั้นเหรอ ซึ่งตอนนี้มีผมเพียงคนเดียวที่จะช่วยคุณหญิงได้”

พอเห็นปฐวีเริ่มอ่อนลงก็ยิ่งรุกโน้มน้าวต่อไปว่าตนทำแบบนี้ไม่ได้ต้องการความรักที่ไม่มีวันได้จากเธอ ขอแค่ได้แต่งงานและสัญญาจะทำให้เธอมีความสุข แม้แต่วังแบบนี้ตนก็สามารถสร้างให้เธอได้เป็นสิบหลัง หญิงสาวครุ่นคิด

แม้นเทพเข้ามาดูความเรียบร้อยของตัวเองในห้อง ประคองเข้ามากราบแทบเท้าที่ทรงรักษาสัญญา ท่านชายแปลกใจสัญญาอะไร พอเธอบอกว่า

“เรื่องวังจงสวัสดิ์เพคะ ฝ่าบาทไม่ได้ทรงยกให้เป็นสิทธิ์ขาดของคุณหญิง เพราะจะทรงยกให้เป็นของละมุลใช่ไหมเพคะ”

“นี่แกยังคิดถึงเรื่องนี้อยู่อีกเหรอ”

“แล้ว...ไม่ใช่เหรอเพคะ”

“ฉันไม่เคยคิดจะยกให้พวกแกมาตั้งแต่แรก”

“แล้ว ตอนแรกฝ่าบาททรงพูดยกให้หม่อมฉันทำไม”

“ฉันก็พูดไปอย่างนั้น เลิกคิดเลิกหวังได้แล้ว... แล้วไม่ต้องพูดเรื่องนี้อีก ไม่อย่างนั้นฉันจะคิดว่าแกมันทะเยอทะยาน แม้แต่เรือนหลังเล็กก็อย่าหวังว่าจะได้ซุกหัวนอน”

ประคองผิดหวังมากและตัดสินใจได้ รับคำหนัก แน่นจะไม่พูดถึงอีก แต่สายตาแข็งกร้าวขึ้นราวแค้นจน เกินแค้น...

แม้นเทพออกมาถามณรังค์เป็นอย่างไรบ้าง เขายังไม่ทราบว่าเกียรติศักดิ์กับปฐวีตกลงกันได้หรือไม่ ท่านชายให้

เตรียมตัวประกาศยกเลิกงาน ไม่ทันไรทั้งสองเดินมา ปฐวีสีหน้ายังบึ้งแต่เกียรติศักดิ์บอกให้ออกเดินทางกันได้ ไม่วายแม้นเทพยิ้มหยันนึกว่าจะแน่

“กลัวเรื่องจะจบง่ายแล้วก็เร็วเกินไปเหรอเพคะ... ไปกันเถอะค่ะคุณเกียรติศักดิ์ อย่าให้เสียฤกษ์วันมงคลของเรา” ปฐวียิ้มเย้ยกลับแล้วเดินควงแขนเกียรติศักดิ์นำไป

แม้นเทพไม่ไว้ใจสั่งณรังค์ “หลังจากนี้ให้แกคอยจับตาดูไอ้เกียรติศักดิ์ให้ดี มันเปลี่ยนใจหญิงวีได้ แสดงว่าเหตุผลของมันทำให้หญิงวีพอใจ แล้วอะไรที่หญิงวีพอใจถ้าไม่ใช่ต้องการเอาคืนฉัน...นังเนรคุณ!”

ด้านละมุลไปทำงานตามปกติ ไม่คิดจะไปร่วมงานเพราะเจียมตัวว่าไม่ใช่ลูกใช่หลาน สวัสดิ์เป็นห่วงความรู้สึกแต่เธอกลับบอกว่าเธอดีใจ เพราะคุณหญิงแต่งงานไปเร็วๆจะได้ถึงวันของตนกับณรังค์เสียที สวัสดิ์เศร้าใจที่ป่านนี้เธอยังหวังอยู่อีก ทำให้ไม่ค่อยพอใจณรังค์ขึ้นมา

ooooooo

ห้องจัดเลี้ยงในโรงแรมเดอะแกรนด์รอยัล จัดพิธีรดน้ำสังข์ช่วงเช้า แขกที่มาส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจพวกของกำธร มีไฮโซบ้างประปราย แขกที่เป็นเชื้อพระวงศ์ก็มีเพียงท่านหญิงแต้ว

สุนันทาเดินเข้างานมากับอ๋องและยิ่งยศ เธอเหน็บสามีไม่คิดว่าจะมาด้วย แล้วถามคืนนี้จะนอนบ้านไหน เขาสวนกลับว่าบ้านไหนก็ได้สักหลัง แล้วถามว่าอิจฉาหรือ สุนันทาหน้าตึงทันที

“อย่าทำให้บรรยากาศเสียเลยเกรงใจลูก คุยเรื่องอื่นที่พอคุยกันได้เถอะ” ยิ่งยศตัดบท

อ๋องขอบคุณพ่อที่ยังเห็นตนอยู่ด้วย สุนันทายอมสงบศึกเพราะเห็นแก่ลูก ในงานเต็มไปด้วยนักข่าวที่คอยเก็บภาพกำธรหน้าบานคุยกับกลุ่มนักธุรกิจ สุนันทาเห็นสีหน้าท่านหญิงแต้วแล้วกระซิบกับยิ่งยศว่าท่านเต็มใจมางานหลานสาวหรือนั่น ยิ่งยศตอบกลับเสียงแผ่วเบา

“นี่ไม่ใช่งานแต่ง มันเป็นงานเปิดตัวกลุ่มธุรกิจกลุ่มใหม่ มีแต่แขกของเสี่ยกำธรทั้งนั้น ฝ่ายจงสวัสดิ์มากันไม่เท่าไหร่”

“นักข่าวก็มาแทบทุกสำนัก ฝีมือของเสี่ยกำธรสินะ คงอยากประกาศให้คนทั้งโลกรู้ว่า ตัวเองแบ็กอัพดี”

อ๋องเห็นณรังค์มาพร้อมแม้นเทพ กำธรตรงเข้าไปประกบเพื่อให้นักข่าวถ่ายภาพ ท่านชายฝืนยิ้ม ณรังค์ปลีกตัวออกมายืนห่างๆ ยิ่งยศหมั่นไส้ที่กำธรหน้าบานเป็นจานดาวเทียม ต่อไปธุรกิจหลายอย่างของเขาที่ชะลออยู่ ก็จะใช้จงสวัสดิ์เป็นใบเบิกทางได้ง่ายๆ

“เราเองก็ไม่ได้ต่างจากพวกนั้นหรอก” สุนันทาเปรย

“แต่เราไม่ได้โลภจนต้องลงทุนใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวพ่วงกับการหาผลประโยชน์ทางธุรกิจแบบนั้น”

อ๋องฟังยิ่งยศพูดแล้วรู้สึกหดหู่ใจ สุนันทาแจกแจงให้ลูกฟัง

“เราหาเงินเพื่อใช้มัน ไม่ได้ให้มันมาเป็นนายเรา จนทำให้ยอมทำได้ทุกอย่าง แม้กระทั่ง...ขายตัวเอง”

ทั้งยิ่งยศและอ๋องเห็นด้วย ณรังค์เห็นทั้งสามจึงเดินเข้าไปสมทบ ปล่อยแม้นเทพสนทนากับเสี่ยกำธรตามลำพัง แต่ดูเหมือนจะเหน็บแนมกันไปมามากกว่าการสนทนา

“ฝ่าบาททรงมาช้า กระหม่อมแอบหวั่นใจกลัวจะประชวรในวันแต่งงาน แล้วมาไม่ได้”

“ต่อให้เจ็บเจียนตาย ก็ต้องมา” แม้นเทพไม่พอใจเหมือนถูกแช่ง

“ทรงรักคุณหญิงมากนะกระหม่อม”

“รักก็รักนะ แต่อยากมาดูแลความเรียบร้อยด้วย กลัวจะเกิดความวุ่นวาย”

กำธรสงสัยจะวุ่นวายได้อย่างไร ตนจ้างมืออาชีพจัดงาน แขกในงานก็คนสำคัญในแวดวงธุรกิจและชนชั้นสูงของท่านชาย แม้นเทพสวนว่าฝ่ายของตนไม่เท่าไหร่ แต่คนอื่นตนไม่มั่นใจเพราะมีแต่พวกเห็บหมัด อีแร้งปะปนเข้ามา จนงานแต่งกลายเป็นการแสดงละครสัตว์

“ฝ่าบาททรงมีอารมณ์ขันนะกระหม่อม”

“ฉันหมายความอย่างนั้นจริงๆ”

พอดีท่านหญิงแต้วเข้ามาดึงแม้นเทพออกไปพบพระญาติ โดยไม่ทักทายกำธรสักนิด เขากัดฟันกรอดราวโดนดูถูก

ณรังค์เข้ามาสวัสดีสุนันทากับยิ่งยศ อ๋องถามถึงเรื่องอุบัติเหตุเป็นอย่างไรบ้าง ณรังค์ถอนใจเพราะรถสวมทะเบียนปลอมหายเข้ากลีบเมฆ ยิ่งยศแปลกใจมันยากที่จะชนกับรถแบบนั้นได้ สุนันทาให้ณรังค์คอยรายงานทุกระยะ...ยิ่งยศเห็นกำธรเดินหน้าเครียดจึงขอตัวไปสืบข่าว

ยิ่งยศเข้ามาทักทาย กำธรแปลกใจว่ามาได้อย่างไร แล้วนึกได้ว่าเขาเป็นหุ้นส่วนท่านชายต้องได้รับเชิญ ยิ่งยศแอบไม่พอใจแต่ก็เลียบเคียงถามถึงธุรกิจที่กำลังจะเปิดตัว กำธรยอมรับว่าติดขัดอยู่นาน จากนี้คงถึงเวลาของมัน ก่อนจะแยกกันยิ่งยศชักชวนว่าว่างๆไปออกรอบด้วยกัน

“เฮ้ย แน่ใจเหรอ คุณก็มีก๊วนของคุณนี่นา อยากจะล้วงความลับอะไรผมรึเปล่า”

“มันคงเป็นการปฏิเสธกลายๆสินะ” ยิ่งยศตัดพ้อ

“เฮ้ย ผมล้อเล่น อะไรที่คุยๆกันในก๊วน ผมรู้อยู่แล้วว่ามันไม่เคยเป็นความลับหรอก เพราะความลับไม่มีในโลก คุณมาด้วยก็ดี เป็นมิตรดีกว่าเป็นศัตรู ถูกไหม”

ยิ่งยศรับคำ กำธรคิดว่าอนาคตอาจต้องพึ่งพากัน ยิ่งยศยิ้มสมใจเดินกลับมาหากลุ่มสุนันทา เธอแย็บว่าเขาไม่ชอบขี้หน้ากำธรไม่ใช่หรือ เขาบอกว่ายิ่งเกลียดยิ่งต้องเข้าใกล้เผื่อจะรู้อะไรดีๆ

พลันเสียงฮือฮากระหึ่มขึ้น ทุกคนมองไปยังบ่าวสาวที่เดินจับมือกันเข้ามาราวกับมองการแสดงชุดหนึ่ง

คู่บ่าวสาวเข้านั่งที่ตั่ง แม้นเทพรดน้ำสังข์เป็นคนแรก นักข่าวถ่ายรูปกันพรึ่บพรั่บ ท่านชายอวยพรปฐวีแต่ไม่สบตา...ขอให้อยู่กันจนถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร แล้วหันไปรดน้ำให้เกียรติศักดิ์โดยไม่พูดอะไร เจ้าบ่าวจึงพูดเองว่าจะรักและดูแลคุณหญิงอย่างดีไม่ต้องห่วง ท่านชายสวน ขอให้จริงเพราะไม่รับคืน ปฐวีหน้าตึงเจ็บปวดกับคำพูดของพ่อ

“กว่าจะได้มาครอบครองแสนยากเย็น ไม่มีทางคืนแน่กระหม่อม”

“ขอบคุณนะคะ หญิงเองก็จะรักและสนับสนุนคุณทุกอย่าง ให้สมกับตำแหน่งภรรยาที่ดี”

แม้นเทพรู้ว่าลูกสาวประชด จึงประชดกลับ “ดีแล้ว ฉันจะได้หมดห่วงเรื่องที่ฉันเคยห่วง”

ปฐวีมองพ่อตาขุ่น กำธรเดินเข้ามารดน้ำ ไม่อวยพรใดๆนอกจากขอให้มีหลานคนแรกเป็นผู้ชาย ยิ่งทำให้เธอขุ่นเคือง แล้วกำธรหันมารดน้ำลูกชายพร้อมกล่าวว่าเขาเป็นลูกที่ตนภูมิใจ คงไม่ต้องพูดว่าเรื่องอะไร เกียรติศักดิ์รับคำ สบตาอย่างรู้กัน

ooooooo

เสร็จงานช่วงเช้าแม้นเทพกลับมาแต่งตัวที่วังเพื่องานช่วงเย็น ประคองแน่ใจแล้วว่าตนกับลูกไม่มีทางได้เป็นเจ้าของวัง ตัดสินใจแน่วแน่ นำยาสมุนไพรกลับมาให้ท่านชายดื่มอีกครั้ง

ณรังค์เปลี่ยนเครื่องแต่งตัวใหม่ มาดูความเรียบร้อยห้องจัดงาน เห็นสิริกันยายืนมองหน้าห้องอยู่ จะเข้าไปคุยด้วยก็พอดีอ๋องเดินเข้าไปเสียก่อน จึงชะงักยืนฟังทั้งสองคุยกันห่างๆ อ๋องถามเธอวาดภาพงานแต่งงานของตัวเองไว้บ้างไหม เธอโอดโอย

“ไม่มีหรอกค่ะ หาคนที่จะมาเป็นเจ้าบ่าวให้ได้ก่อนเถอะ”

“เจ้าบ่าวน่ะมีแน่ ถ้าใจไม่แข็งยอมเปิดใจเสียหน่อย”

“อีกแล้วนะคะ ถ้ายังไม่ยอมเลิกล้อฉันแบบนี้ล่ะก็...”

อ๋องรับปากจะไม่ล้ออีก และยังไม่อยากให้เธอกลับบ้าน สิริกันยาบอกยังต้องอยู่รอเผื่อเจ้านายเรียกใช้ ไม่อยากโดนดุว่าไม่เห็นต้องสั่งให้อยู่ วันนี้เป็นวันสำคัญ แล้วขอตัวไปทานข้าวก่อน อ๋องมองตามขำๆ

ขณะที่สิริกันยาเดินก้มหน้างุดๆ ณรังค์เข้ามาขวางหน้า เหน็บคำพูดของเธอ

“ไม่เห็นต้องสั่งก็น่าจะรู้ วันนี้เป็นวันสำคัญ ยังไงก็ต้องสแตนด์บาย แล้วนี่จะกลับไปไหน”

สิริกันยาแอบขำแล้วรีบหุบยิ้ม “ยังไม่ได้กลับค่ะ แค่จะออกไปหาอะไรทานแล้วก็จะรีบกลับเข้ามาสแตนด์บายตามคำสั่งของเจ้านายค่ะ ไปได้หรือยังคะ”

“ไม่น่าจะหิวได้นะ อิ่มอกอิ่มใจแล้วนี่” หญิงสาวทำหน้าฉงน ณรังค์เปลี่ยนเรื่อง “รีบไปแล้วรีบกลับมา รออยู่แถวนี้ไม่ต้องขึ้นไปออฟฟิศ ขี้เกียจโทร.ตาม มีอะไรจะได้ให้คนออกมาบอกได้เลย เปิดโอกาสให้อยู่ใกล้ๆกันแล้วยังจะยืนงง ไปได้แล้ว ทำตามคำสั่งด้วย”

ณรังค์รวบรัดตัดความและไม่อธิบายอะไรอีก ทำให้หญิงสาวเดินจากไปอย่างงงๆ

ooooooo

บนห้องสวีตของโรงแรม ปฐวีเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเป็นชุดสำหรับงานเลี้ยง นั่งดื่มสีหน้าเครียด เกียรติศักดิ์ปรามว่าอยากให้ทุกคนเห็นว่าเจ้าสาวตนสวยที่สุดไม่ใช่ขี้เมา

“ทำยังกะถ้าฉันไม่เมาจะไม่มีพวกปากหอยปากปูนินทาฉันงั้นแหละ...อย่าห้ามฉันเลย ชีวิตฉันเหลือความสุขอยู่แค่ไม่กี่อย่างเท่านั้น”

เกียรติศักดิ์ฟังแล้วอ่อนใจ...

ในห้องจัดเลี้ยง สุนันทา ยิ่งยศ ณรังค์และอ๋องยืนคุยกัน อ๋องเปรยว่าจัดงานได้สวยมาก ถ้างานตนขอจองคนออกแบบคนนี้ ทุกคนทำหน้าประหลาดใจ อ๋องรีบออกตัวว่าพูดเผื่ออนาคตไม่ใช่เร็วๆนี้ แม้นเทพเดินเข้ามาในงาน ณรังค์จึงขอตัวไปดูแลท่าน

ขณะเดียวกัน ประคองซึ่งอยู่ที่วังกำลังเก็บที่นอนของท่านชายด้วยสีหน้ายิ้มละไม จังหวะเดียวกันนั้น

แม้นเทพซึ่งกำลังคุยกับพระญาติในงานเกิดอาการปวดหัวรุนแรง ตาพร่ามัวจนเซ ณรังค์ปรี่เข้าประคอง เห็นท่านหน้าซีดปากเบี้ยวก็ตกใจ ร้องบอกให้ใครก็ได้โทร.เรียกรถพยาบาล

ละมุลรู้ข่าวจากประคองก็ตกใจเป็นห่วงท่านชายอย่างมาก ประคองพูดอย่างร้อนใจให้ไปเจอกันที่โรงพยาบาล...สวัสดิ์อาสาไปส่ง ละมุลเกรงแม่เห็น เขาเสนอให้เธอลงก่อนแล้วเดินต่อไปอีกนิด เธอจึงรับคำ

ปฐวียังอยู่ในห้องสูท สีหน้าตื่นตระหนกแต่กลบเกลื่อนด้วยการดื่มต่อ เกียรติศักดิ์ชวนไปดูอาการแม้นเทพที่โรงพยาบาล แต่เธอไม่สนใจทั้งที่มือที่ถือแก้วไวน์สั่นระริกด้วยความเป็นห่วงพ่อ

เกียรติศักดิ์ไม่ต้องการให้งานล่มเพราะมีแขกต่างประเทศมาร่วมงานด้วย ปฐวีกรีดเสียงหยันพ่อตัวเอง

“นี่แหละ หม่อมเจ้าแม้นเทพ ผู้ไม่เคยยอมให้ใครมีความสุข ถ้าตัวเองไม่มี”

“ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นสินะ” เกียรติศักดิ์แขวะ แล้วตัดสินใจตามไปดูอาการท่านชาย

ในขณะที่ประคองมาถึงโรงพยาบาลเดินเข้าไปไม่ทันไร สวัสดิ์ก็ขี่รถมาส่งละมุล เขาย้ำกับเธอให้ส่งข่าวด้วยว่าท่านชายเป็นอย่างไรบ้าง ละมุลรู้สึกประทับใจกับความเอื้ออาทรของเขา

ทุกคนที่เกี่ยวข้องยืนออหน้าห้องผ่าตัด หมอออกมาบอกอาการว่าแม้นเทพมีเลือดออกในสมอง ต้องควบคุมความดันโลหิต ท่านยังไม่พ้นขีดอันตราย ต้องคอยดูอาการนาทีต่อนาที

ประคองหน้าเครียด หงุดหงิดนิดๆที่ไม่ตายไปเสียเลย ส่วนเกียรติศักดิ์แยกมาโทร.รายงานกำธร เขาหงุดหงิดจะให้บ่าวสาวกลับมาที่งานเพื่อไม่ให้แขกแปลกใจ แต่เกียรติศักดิ์เห็นว่าเจ้าสาวของตนเมาอยู่บนห้อง ไม่พร้อมลงมารับแขกแน่ จึงเสนอว่า

“ป๊าขึ้นเวทีบอกทุกคนเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่มีใครโวยหรอก แล้วป๊าก็จะโวยทำไม ได้คะแนนสงสารเพิ่ม ไม่มีอะไรเสียหรอกป๊า มีแต่จะได้...ให้นักข่าวไปทำข่าวป๊าเยี่ยมไอ้แม้นเทพที่โรงพยาบาลทีหลัง ยิ่งเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างเรากับจงสวัสดิ์ ไม่ดีหรือไง”

กำธรได้ฟังอย่างนั้นก็ยิ้มอย่างพอใจ...ด้านณรังค์ขอบคุณสุนันทา ยิ่งยศและอ๋องที่ตามมาเป็นกำลังใจ

อ๋องกับยิ่งยศสงสัยทำไมแม้นเทพถึงเส้นเลือดในสมองแตกได้ ทั้งที่ไม่เคยป่วยด้วยโรคความดันหรือเบาหวาน

ณรังค์บอกตามที่หมอบอกว่าอาจเกิดจากความเครียด ทำให้ความดันสูงเฉียบพลัน สิริกันยาเห็นถึงความอิดโรยของณรังค์ก็รู้สึกเป็นห่วง

เกียรติศักดิ์กลับมาเห็นปฐวีนอนเมาอยู่บนเตียงในห้องสูทของโรงแรม ทั้งที่แก้วไวน์ยังคามือ เขาดึงแก้วออกไปวาง เธอโวยวายจะดื่มอีก แต่โดนเขาปรามและเล่าอาการแม้นเทพให้เธอฟัง ใจจริงปฐวีเป็นห่วงพ่อ แต่ด้วยความน้อยใจจึงทำเป็นไม่สนใจ แล้วไล่ให้เกียรติศักดิ์ออกไป แต่เขากลับถือสิทธิ์ความเป็นสามีปลุกปล้ำไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างเธออีก ปฐวีกรีดร้องด้วยความรันทดใจ

ooooooo

เช้าวันใหม่ ละมุลลางานเพื่อพาประคองไปเยี่ยมอาการแม้นเทพ แล้วอดบ่นว่าปฐวีไม่ได้ว่าใจดำ ไม่ไปดูแลพ่อตัวเองบ้าง ประคองทำทีปราม คนอื่นจะเป็นอย่างไรก็ช่าง ใครทำอะไรไว้สักวันก็จะได้รับผลของมัน

ส่วนที่ห้องปฐวี หญิงสาวนอนหันหลังให้เกียรติศักดิ์ ร้องไห้จนไม่มีแรงจะร้องอีก ลุกขึ้นมองเขาซึ่งนอนอยู่ อยากจะเอาหมอนอุดจมูกให้ตายแต่ก็ทำไม่ได้ จึงนั่งร้องไห้ต่อไปแทบขาดใจ เกียรติศักดิ์ปรือตามองยิ้มสาแก่ใจก่อนจะนอนหลับต่อ

หน้าห้องไอซียู ณรังค์นั่งเฝ้าจนเช้า สิริกันยามาหยุดยืนตรงหน้า เขาแกล้งติงว่าเธอมาสาย แล้วชวนลงไปคุยข้างล่าง...ประคองกับละมุลมาถึงโดยมีบรรจงเดินตามหลัง สอบถามพยาบาลจึงรู้ว่าณรังค์ไม่อยู่ ละมุลเลี่ยงออกมาโทรศัพท์หาณรังค์ ส่วนประคองเข้าไปดูอาการแม้นเทพ

ณรังค์กำลังเซ็นเอกสารที่สิริกันยานำมาให้ที่ร้านกาแฟในโรงพยาบาล ละมุลโทร.เข้ามาบอกว่าตนกับแม่ถึงแล้ว และถามว่าเขาอยู่ไหน พอรู้ว่าอยู่กับสิริกันยาก็ขุ่นใจรีบเดินตามไปหา

ณรังค์ถามสิริกันยาว่าเมื่อคืนกลับอย่างไร พอเธอบอกว่าอ๋องไปส่งก็อดสะเทือนใจไม่ได้ เปลี่ยนมาถามถึงงานของสวัสดิ์ เธอรายงานว่างานชิ้นแรกจะส่งภายในสัปดาห์นี้

สิริกันยาอยากรู้อาการท่านชายและมีอะไรให้ตนช่วยบ้าง เขากลับบอกว่าช่วยทำงานก็พอ หญิงสาวแอบน้อยใจ ณรังค์ตัดบทให้เธอกลับได้ และให้นั่งแท็กซี่อย่าขี้เหนียวขึ้นรถเมล์ แถมกำชับต้องส่งเลขทะเบียนรถมาให้ตนด้วยเพื่อความปลอดภัย

สิริกันยามองเขาที่ดูห่วงใย ณรังค์เห็นสายตาเธอก็บอกใหม่ว่าจะเดินไปส่งขึ้นรถ ละมุลเห็นทั้งสองเดินไปด้วยกันจึงสะกดรอยตาม

ณรังค์ไม่พอใจที่สิริกันยาเดินห่างจึงกระแนะกระแหนว่าทีเดินกับคนอื่นใกล้ชิดแทบหายใจรดต้นคอ

สิริกันยาหมดความอดทนจ้องหน้าเขา

“ขอโทษนะคะ คุณเป็นอะไรของคุณ”

“ผมเป็นอะไร ก็เป็นเจ้านายคุณไง”

“ค่ะ ทราบ แต่ฉันขออนุญาตถามในฐานะที่เป็นลูกน้องที่ต้องทำงานอยู่ใกล้ตัวคุณ แล้วไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ ฉันไปทำอะไรให้ไม่พอใจเรื่องอะไร ตอนไหน ตั้งแต่เมื่อวานก็ประชดฉันด้วยคำพูดแปลกๆ ซึ่งฉันไม่เข้าใจ มาเมื่อกี้นี้อีก หรือว่าเครียดจนไม่รู้จะ ระบายอารมณ์กับใคร จนต้องมาลงที่ฉัน”

“คงงั้น...ผม...ขอโทษ”

“อย่างน้อยตอนนี้ฉันก็รู้ว่าคุณอยู่ในอารมณ์ไหน จะได้ทำตัวถูก ว่าฉันกำลังเป็นกระโถน ส่งแค่นี้แล้วกันนะคะ ฉันเดินเองได้” สิริกันยาโกรธจะเดินไป ณรังค์คว้าข้อมือไว้

ละมุลตกใจกับภาพที่เห็น...สิริกันยาแกะมือเขาออก ณรังค์ข่มใจปล่อยมือพูดกลบเกลื่อน

“ผมไม่อยากเห็นคนที่รักคุณต้องเสียใจ แล้วมาโทษว่าผมดูแลคุณไม่ดี ให้มาทำงานนอกสถานที่ ทำให้คุณเสี่ยงกับอันตรายอีก”

“ค่ะ รับทราบค่ะ จะดูแลตัวเองไม่ให้คุณต้องถูกใครว่าได้ ว่าเป็นต้นเหตุทำให้ฉันเป็นอันตรายอีก”

สิริกันยาประชดด้วยความน้อยใจแล้วเดินจากไป ณรังค์มองตามอย่างปวดใจที่ไม่อาจเปิดเผยความรู้สึกของตัวเองได้ พอหันหลังกลับเจอละมุลดักหน้าบอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย

ทั้งสองนั่งคุยกันที่มุมหนึ่ง ละมุลยิงตรงประเด็นว่าเขาคิดอย่างไรกับเลขา ณรังค์ปฏิเสธว่าไม่ได้คิด แต่เธอเถียงว่าเขาคิดเพราะเห็นสายตาที่เขามองสิริกันยา

“และการที่หนูไม่ยอมเชื่อคุณหญิงว่าคนที่พี่ณะรักคือผู้หญิงคนนั้น มันทำให้หนูรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนโง่อย่างที่คุณหญิงเคยบอกจริงๆ”

“เราอย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้ตอนนี้เลย”

“แล้วจะให้พูดตอนไหน...พี่ณะบอกหนูมาสิว่าที่หนูเห็น หนูเข้าใจ มันใช่”

ณรังค์คิดถึงคำต่อว่าของสวัสดิ์ให้ยอมหักดิบดีกว่ายอมงอ อย่าให้เขารู้สึกว่าตนเป็นคนขี้ขลาด จึงตัดสินใจแน่วแน่พูดความจริงออกไปว่า “ใช่ พี่รักสิริกันยา”

ละมุลหน้าเจื่อน เสียใจทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement