สายธารหัวใจ ตอนที่ 7 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

สายธารหัวใจ ตอนที่ 7


22 พ.ย. 2560 07:58
838,430 ครั้ง

ละคร นิยาย สายธารหัวใจ

สายธารหัวใจ ตอนที่ 7

อ่านเรื่องย่อ

สายธารหัวใจ

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

วาสนา

บทโทรทัศน์โดย:

คนเขียนเงา

กำกับการแสดงโดย:

ชนะ คราประยูร

ผลิตโดย:

บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

เจมส์ มาร์, ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง

ประคองเดินมาได้ยินปฐวีกำลังเยาะหยันละมุล หาว่าเป็นพวกโลกสวยคิดว่าชาตินี้จะได้ความรักจากณรังค์ ด้านณรังค์ทนไม่ไหวตัดบทไล่ปฐวีที่มีอาการมึนเมาให้กลับไปหรือไม่ก็ไปนอน หญิงสาวโวยว่าเขาไม่อยากเห็นหน้าตนหรือ ถึงไม่อยากให้กลับมาที่วังนี้

“ผมไม่มีสิทธิ์ทำอย่างนั้น”

“ก็ดี...งั้นก็ไม่ต้องมายุ่ง ฉันจะกลับมาทำอะไร ตอนไหน ยังไงก็เรื่องของฉัน”

“คุณหญิงนั่นแหละที่ไม่ต้องมายุ่ง เมื่อไหร่จะเลิกยุ่งกับพวกเราซะที” ละมุลกล้าเถียงขึ้น

“เมื่อไหร่น่ะเหรอ...จนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่งนั่นแหละ! หรือไม่ก็ไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ” พูดจบปฐวีเดินตึงตังออกไป

ละมุลทรุดลงร้องไห้โฮรำพันไม่อยากอยู่ที่นี่อีก ณรังค์ปลอบใจ ประคองแอบมองด้วยความแค้นใจและสงสารลูก...เดินตามปฐวีไปที่ตึกใหญ่ ต่อว่าเธอ

“เมื่อกี้ ดิฉันเห็นคุณหญิงคุยกับตาณะและละมุล มาแสดงความยินดีเหรอคะ”

“เรียกที่ฉันด่ามันว่ายินดีเหรอ...ประสาท”

“ทำไมไม่ยินดีล่ะคะ ในเมื่อทุกอย่างมันก็เป็นไปตามที่คุณหญิงต้องการแล้ว แต่กลับโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ใครกันแน่คะที่ประสาท” ปฐวีปรี๊ด ประคองถากถางต่อ “อ้อ หรือว่าที่คุณหญิงโกรธ เพราะสองคนนั่นรักกันจริง ไม่ได้ฝืนใจแต่งงานกัน”

“ฉันไม่เชื่อว่าพวกมันจะมีความสุขจริง ตอแหล!”

“อืม...ไม่เชื่อก็ต้องมาดูให้เห็นกับตาค่ะ ดิฉันกับลูกจะไม่ย้ายออกไปไหน รอให้คุณหญิงมาเห็นว่าเรามีความสุขกันมาก” ประคองยิ้มเยือกเย็นก่อนจะเดินไปปล่อยปฐวียืนแค้นอกจะแตก

กลับมาที่เรือนเล็ก เห็นละมุลยังน้ำตาซึมก็เข้ามาเอ็ด ว่าน้ำตามีไว้สำหรับคนพ่ายแพ้ จะไม่มีใครย้ายออกไปไหนทั้งนั้น จนกว่าไม่ใครก็ใครตายกันไปข้างหนึ่ง ต่อไปห้ามให้เห็นน้ำตาอีก ถ้าไม่เชื่อก็ลองดู ละมุลกับณรังค์หน้าเสีย ตกใจกับอารมณ์ของผู้เป็นแม่

ขณะปฐวีนั่งเครียดอยู่ในห้องโถง แม้นเทพแต่งตัวกำลังจะออกข้างนอกพอเห็นลูกสาวก็ชะงักถามกลับมาทำไม หญิงสาวหน้าตึงเสียใจที่ไม่มีใครต้อนรับ ย้อนกลับทันที

“ตอนแรกจะแวะมาเอารองเท้าเพคะ แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว” ว่าแล้วก็กดโทรศัพท์ไปสั่งปลายสายว่า “ฉันจะกลับมาอยู่ที่วัง ให้คนเก็บของมาให้ด้วย”

แม้นเทพเอือมระอาถามจะทำอะไรอีก เธอพูดขำๆว่า จะกลับมาทำหน้าที่ว่าที่เจ้าสาว ต้องจัดงานแต่งที่นี่ก็ต้องคอยคุมช่างให้ปรับปรุงวังแทนเกียรติศักดิ์ ท่านชายรู้ทันสวน

“อ้าปากฉันก็เห็นลิ้นไก่ อย่าหวังว่าจะสร้างเรื่องอะไรได้อีก”

“ไม่ต้องทรงห่วงหรอกเพคะ ว่าหญิงจะทำอะไร หญิงจะอยู่ของหญิงเฉยๆ” ปฐวีเดินขึ้นห้องไม่สนใจ แต่คำพูดของเธอทำเอาท่านชายเครียด ถึงกับเซหน้ามืด ลงนั่งสักพัก

ท่านชายไม่เอะใจกับอาการของตัวเอง คิดว่าเป็นเพราะความเครียด ด้านประคองตั้งหน้าต้มยาสมุนไพรเพิ่ม ณรังค์ตามเข้ามาจะคุย แต่เธอขัดพูดขึ้นก่อน

“แม่ปกป้องละมุลมากจนเกินไป จนกลายเป็นคนอ่อนแอ ต่อไปนี้คงต้องใช้ไม้แข็งกันบ้าง ถ้าณะสงสารน้อง ก็เป็นไม้นวมให้กับน้องแทนแม่แล้วกัน แม่ก็คน ความอดทนแม่มีขีดจำกัด ถึงเวลาที่แม่จะสู้ สู้เพื่อสิทธิ์ของแม่และละมุล หวังว่าณะจะเข้าใจแม่”

ณรังค์พูดไม่ออก สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของผู้เป็นแม่...ณรังค์กลับเข้าห้องนอน แต่ก็นอนไม่หลับ มองชื่อสิริกันยาบนจอก็สุขใจ

ด้านสิริกันยาลุกขึ้นมาช่วยย่าทำขนม แต่หน้าตาเศร้าซึม ศรีนวลเห็นแล้วรู้สึกสงสาร...

บ่ายวันนั้น ศรีนวลมาเรียกสิริกันยาที่ห้องบอกว่าเจ้านายมาเยี่ยม เธอดีใจคิดว่าเป็นณรังค์ แต่พอลงมาเจอกลายเป็นอ๋องนำกระเช้ามาเยี่ยม ก็พยายามรักษามารยาทพูดคุยด้วยแม้จะอึดอัดใจ ศรีนวลสังเกตท่าทีแน่ใจว่า นี่เป็นอีกคนที่มาติดพันหลานสาว เห็นหลานสาวไม่ค่อยสนใจจึงเข้ามาเติมน้ำแล้วชวนทานข้าวกลางวันด้วยกัน สิริกันยาสะดุ้ง รีบทำทีป่วยไข้ขึ้นให้ย่าช่วยพาไปนอน อ๋องจึงลากลับอย่างเสียดายโอกาส ศรีนวลอดพูดกระทบไม่ได้

“ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์มาเยี่ยม ไม่เคยเจอเจ้านายใจดีอย่างนี้มาก่อนเลย เจอแต่ไอ้พวกใจร้ายใจมาร...”

สิริกันยาปรามย่าแล้วขอโทษอ๋องที่ไม่สามารถนั่งคุยด้วยนานๆ อ๋องขอโทษกลับที่มารบกวนเวลาพักผ่อน... พออ๋องกลับไป ศรีนวลก็ถามทำไมถึงเสียมารยาทไล่แขกกลับ สิริกันยาไม่ตอบเดินหนีเข้าห้องนอน ศรีนวลตามมาคาดคั้นคำตอบ เธอจึงบอกย่าว่า อ๋องเป็นได้แค่เจ้านายเท่านั้น ย่าแนะให้ทำให้คนที่ทำเราเจ็บ เห็นว่าเรามีดีให้เขาเสียดาย

“หนูมีดีด้วยตัวของหนูเอง โดยไม่ต้องอาศัยผู้ชายมาทำให้มันมีไม่ได้เหรอ”

ศรีนวลหาว่าไม่เข้าใจ สิริกันยาบอกว่าตนเข้าใจว่าย่าเจ็บแทน อยากเห็นตนมีความสุข แต่ตนยังไม่พร้อม ผู้เป็นย่าถอนใจเตือน

“อย่าปิดโอกาสตัวเองเลยนะ เจ้านายแกคนนี้ท่าทางเป็นคนดีมีน้ำใจ ข้ารู้สึกได้ เผลอๆดีกว่าไอ้บ้านั่นอีก เอ็งรีบๆลืมมันไปเลยนะ อย่าไปเสียเวลากับมัน ยิ่งลืมเร็วได้เท่าไหร่ เอ็งก็ยิ่งมีความสุขเร็วขึ้นเท่านั้น”

สิริกันยาล้มตัวนอนพยายามทำอย่างที่ย่าบอก แต่มันช่างลืมยากเย็น

ooooooo

เช้าวันใหม่ สีดา ชื่น และบรรจงสุมหัวนินทาเรื่องที่ปฐวีกลับมาอยู่วัง คงเพราะหวงก้าง ประคองเข้ามาเอ็ดมัวแต่นินทาเจ้านายจนตั้งสำรับช้า คาดโทษถ้าเป็นแบบนี้อีกจะไล่ออก ชื่นรีบเอาใจจะยกสำรับไปให้ ประคองดึงไว้ไล่ให้ไปจัดโต๊ะ แล้วมองสำรับด้วยแววตาน่ากลัว

ปฐวีปัดจานข้าวบนโต๊ะบอกสั่งอาหารโรงแรมมาเอง ไม่ต้องสะเออะเอาอาหารที่ประคองทำมาให้กิน ประคองมองอย่างไม่พอใจ แม้นเทพว่าดัดจริตกลับมาอยู่บ้านก็ควรกินข้าวบ้าน

“หญิงไม่ใช่คนเกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกงเหมือนใครบางคน”

แม้นเทพถามว่าใคร เธอสวนว่าใครเป็นก็รับไป ท่านชายโกรธจะเอาเรื่องแต่เกิดอาการไออย่างหนักจนเหนื่อย ประคองรีบเข้าดูแล แม้นเทพไล่ปฐวีไปให้พ้นหน้า

“อะไรกัน ทรงทำเหมือนตัวเองใกล้จะตายแล้วงั้นแหละ ไม่สมกับที่ทรงเป็นหม่อมเจ้าแม้นเทพผู้ไม่เคยแก่ ไม่เคยเจ็บ และไม่ยอมตาย”

“หญิงวี! ฉันบอกให้ไปให้พ้น” แม้นเทพกราดเกรี้ยวแล้วไอโครกๆ

“อย่ากริ้วนักเลยเพคะ เดี๋ยวพระทัยวายขึ้นมาอยู่ไม่ถึงส่งตัวหญิงเข้าหอ หญิงคงเสียใจพิลึก” ใจจริงนึกเป็นห่วงแต่อดปากเสียไม่ได้ แม้นเทพโมโหแต่พยายามเย็นลงเหน็บกลับ

“อย่าห่วงไปเลย ฉันจะไม่เป็นอะไรอย่างที่แกหรือใครอยากให้เป็นง่ายๆ ฉันจะอยู่ดูแกมีความสุขในวันแต่งงานกับไอ้เกียรติศักดิ์ ดูไอ้ณะมันแต่งงานกับนังละมุล ดูจนกว่าฉันจะแน่ใจ ว่าไม่มีใครทำเรื่องระยำ ดูหมิ่นจงสวัสดิ์ของฉันได้อีก...ออกไป!”

ปฐวีเถียงไม่ออก สะบัดหน้าออกไป แม้นเทพเรียกประคองให้มาช่วยพยุงรู้สึกตัวเองเหมือนเป็นไข้ ประคองแอบยิ้มบอกให้เสวยสักนิดแล้วค่อยเสวยโอสถ

ประคองยกสำรับกลับมาที่ครัว สีดาเห็นอาหารเหลือเพียบจึงขอไปทานเอง แต่ประคองกลับปัดสำรับหกกระจาย ณรังค์เข้ามาพอดีตกใจว่าแม่เป็นอะไร สีดาเองก็ตกใจ ประคองทรุดลงร้องไห้รำพันกลบเกลื่อน

“ขอโทษ...แต่มันไม่ไหวแล้วจริงๆ”

ทั้งสองเปลี่ยนเป็นเห็นใจ สีดาเก็บสำรับที่หกเกลื่อนอย่างเสียดาย ณรังค์เอาน้ำมาให้ประคองกินคลายความเครียดแล้วบอกว่าตนรู้เรื่องอาหารที่ปฐวีไม่ยอมกินแล้ว ปลอบไม่ต้องเครียดแล้วชวนไปเที่ยวพักผ่อนต่างจังหวัดบ้าง แต่เธอกลับบอกว่าไปไหนไม่ได้ท่านชายกำลังประชวร ณรังค์เป็นห่วงจะพาไปหาหมอ

“แค่เป็นไข้เพราะพักผ่อนน้อย ท่านไม่ยอมไปหาหมอ แม่ถามแล้ว นี่ก็บรรทมอยู่ แม่ให้ละมุลไปเฝ้า แม่มีงานต้องไปทำต่อแล้วล่ะ ขอบใจนะลูกที่เป็นห่วง ดูสิถึงกับจะพาไปเที่ยวเลย แม่แค่เครียดนิดหน่อยเดี๋ยวก็หาย ดูแลท่านชายสำคัญกว่าเรื่องเครียดของแม่นะ”

ณรังค์นึกเป็นห่วงละมุลเพราะปฐวีอยู่ที่นี่ จึงรีบเดินไปที่ตึกใหญ่...ขณะนั้นละมุลเดินมาถึงทางขึ้นบันได เห็นปฐวียืนอยู่กลางบันไดถามมาทำไม ละมุลตอบว่าแม่ให้มาเฝ้าท่านชาย

“เสนอหน้าคิดจะทำคะแนนเรียกความเมตตาหรือไง”

“มาทำหน้าที่ลูกค่ะ ไม่ได้คิดจะเอาอะไร”

ปฐวีตากร้าวบอกให้ขึ้นมา ละมุลรวบรวมความกล้าก้าวขึ้นไปอย่างช้าๆ พอมาถึงขั้นเดียวกับปฐวีก็ตั้งหลักระวังตัวเต็มที่ ปฐวีจับไหล่ละมุลเยาะ

“กลัวฉันผลักเธอตกบันไดเหรอ...ไม่ต้องกลัวไม่ทำหรอก เพราะเธอรู้ตัวแล้วนี่ ดูสิ ระวังตัวน่าดู ถ้าเธอจะตกบันไดก็ต้องเป็นเพราะเธอเดินไม่ระวัง บังเอิญตกลงไปเองต่างหาก ไม่ใช่เพราะฉันผลักเธอ...อุ๊ยขอโทษ!” ปฐวีแกล้งกระแทก ละมุลจับราวไว้ทัน “แหม ดวงแข็งเนอะ”

แต่พอละมุลเห็นณรังค์เดินมาก็แกล้งปล่อยมือตัวเองให้ตกบันไดลงมาเพราะเห็นว่าสูงไม่กี่ขั้น ปฐวีตกใจไม่คิดว่าละมุลจะทำแบบนี้ ณรังค์เข้ามาเห็นละมุลตกบันไดลงมาก็ปรี่เข้าหา เธอร้องไห้กอดเขาตัวสั่นให้ช่วยด้วย ชายหนุ่มเงยมองปฐวีและต่อว่ารุนแรง คุณหญิงโวย

“มันตั้งใจทำตัวเองตกลงไปเอง หญิงไม่ได้ทำ!”

“ใครจะบ้าทำร้ายตัวเอง คุณหญิงตั้งใจผลักละมุล” ละมุลยืนกราน

ปฐวีโกรธปราดลงมาจะตบที่ปรักปรำ ณรังค์ลุกขึ้นกันเธอไว้เสียงเข้มใส่ ให้หยุดบ้า คุณหญิงร้องลั่นว่าละมุลโกหก เชื่อมันหรือ เขารับว่าเชื่อ เพราะใครๆก็รู้ว่าคุณหญิงเป็นคนยังไง ละมุลแอบยิ้ม ปฐวีเห็นยิ่งโกรธถลาเข้าใส่แต่ณรังค์กันไว้อีก ละมุลทำทีสะอื้นโอดครวญ

“คุณหญิงเข้าใจผิดใหญ่แล้ว ละมุลไม่ได้ยิ้ม จะเอาอะไรกับละมุลอีก ที่ผ่านมายังไม่สะใจคุณหญิงอีกหรือไง นี่จะเอากันให้ถึงตายเลยหรือไง”

ปฐวีตวาดลั่น “นังตอแหล!” ณรังค์ปรามให้หยุด “ฉันไม่หยุด!”

“ถ้าอย่างนั้นผมจะแจ้งความ ข้อหาทำร้ายร่างกาย จะลองดูไหม”

ปฐวีชะงัก ณรังค์ขู่อีกถ้ากล้าแตะละมุลอีกเพียงครั้งเดียว ตนทำแน่ พูดจบหันไปประคองละมุลพาออกไป คุณหญิงแค้นจัดทำอะไรไม่ได้นอกจากร้องกรี๊ดลั่นวัง

ละมุลใช้เหตุนี้เป็นข้ออ้างกับประคองอยากออกไปอยู่ที่อื่น ประคองแค้นใจแทนแต่ก็ปลอบให้ลูกอดทน และชื่นชมที่ณรังค์ขู่ปฐวีไปว่าจะใช้กฎหมายจัดการเธอถ้าเธอไม่หยุดรังแกละมุล แต่ถึงอย่างไรประคองก็ยังให้ละมุลไปเฝ้าแม้นเทพ ณรังค์จึงเดินไปส่ง

ระหว่างที่ละมุลนั่งเงียบ แม้นเทพพึมพำขอน้ำดื่ม เธอจึงหยิบแก้วน้ำแล้วประคองให้ดื่ม เธอสัมผัสถึงความอบอุ่นอย่างประหลาดที่ได้ใกล้ชิดพ่อ แม้นเทพนอนหลับต่อโดยไม่รู้ว่าละมุลเป็นคนดูแล เธอพึมพำเรียกท่านพ่อเบาๆ ทันใดนั้น แม้นเทพลืมตาขึ้นมา ตวาดลั่น

“ใครใช้ให้แกอยู่ตรงนี้ ที่นี่ไม่ใช่ที่ของแก ออกไป!”

ละมุลเห็นสายตาที่เกลียดชังของท่านชาย เจ็บปวดวิ่งน้ำตาซึมออกไป กลับมาที่เรือนเล็ก ณรังค์เห็นตกใจว่าเธอเป็นอะไร ละมุลกลั้นสะอื้นบอกคำพูดที่ทิ่มแทงใจที่ออกจากปากท่านชายให้ฟัง ประคองแอบฟังอยู่ กำมือแน่นเจ็บปวดแทนลูกสุดๆ

ประคองกลับมาที่ครัว รินน้ำสมุนไพรจากกาใส่ถ้วย ทิ้งกากใส่ถุงขยะดำ สีดาเดินมาจะเก็บไปทิ้งให้ ประคองห้ามเสียงเข้มจะเอาไปทิ้งเอง อ้างต้องมีวิธีทิ้ง สีดาสงสัยถามทำไมหลังๆมานี่เคี่ยวยานานมาก ประคองปัดไม่มีอะไรแล้วกำชับห้ามใครแอบกินยานี้เพราะมันแรงกว่าเดิมแถมขู่อาจจะตายคาครัว สีดาหน้าเสีย ประคองกลบเกลื่อน

“คนดีๆกินเข้าไป มันไม่ได้บำรุงหรอกนะ แต่มันจะกลายเป็นยาพิษแทน”

สีดาตกใจบอกจะเตือนทุกคนทันที...ประคองยกถาดถ้วยยามาให้แม้นเทพ เขาโวยวายหายไปไหนถึงให้ละมุลเสนอหน้ามาแทน ประคองบอกเคี่ยวยาอยู่ ท่านชายปัดถ้วยยากระฉอก

“ไม่กิน! ยาอะไรของแก กินแล้วทำไมฉันถึงไม่สบาย” ประคองนิ่วหน้าแต่หาข้ออ้าง

“ฝ่าบาททรงพักผ่อนน้อยมาก อีกอย่างเพราะทรงเครียดเรื่องคุณหญิง ยาดีแค่ไหนก็เอาไม่อยู่หรอกเพคะ...” ประคองขอให้พักผ่อนเยอะๆ อย่าออกไปไหนระหว่างนี้ ท่านชายอึ้ง เธอจึงป้อนยาให้ดื่มจนหมดถ้วย

ooooooo

มือถือสิริกันยาดังขึ้น เธอมองหน้าจอขึ้นชื่อณรังค์ ใจเต้นตูมตามผุดลุกจากเตียงตั้งสติกดรับสาย ปรากฏว่าเป็นวิเชียรที่โทร.มา เขาบอกว่าณรังค์ให้โทร.ถามอาการ และตอนนี้ณรังค์กำลังคุยงานกับสวัสดิ์ ตนทำหน้าที่จดบันทึกแทนจึงอยากรายงานให้เธอทราบ

ณรังค์คุยงานกับสวัสดิ์ แต่เงี่ยหูฟังวิเชียรคุยโทรศัพท์ตลอด คอยแย็บถามอาการและให้บอกให้เธอพักผ่อนจนกว่าจะหาย ไม่ต้องรีบกลับมาทำงาน สวัสดิ์รู้สึกได้ว่าเขาเป็นห่วงเธอมาก วิเชียรวางสายแล้วบอกว่า เพราะสิริกันยาเป็นคนขยันทำงาน ใครๆก็ชื่นชม นิสัยน่ารัก จริงใจ ณรังค์ตัดบทชวนสวัสดิ์เดินดูสถานที่ที่จะติดรูป ว่าตรงไหนควรเป็นภาพแบบไหน สวัสดิ์แนะ

“ไม่ใช่แค่สถานที่ที่สวยงาม ที่ทำให้นักเดินทางหรือนักท่องเที่ยวประทับใจ เรื่องวิถีชีวิตของคนในพื้นที่นั้นๆ ก็ทำให้พวกเขาประทับใจได้เหมือนกันนะครับ”

“คุณคงชอบเดินทาง”

“ครับ มันคือลมหายใจของผม ถ้ามีเวลาว่างผมก็จะเดินทาง ถ้าช่วงไหนไม่ได้ไป เหมือนขาดอากาศหายใจ”

วิเชียรมองสองคนคุยกันแล้วเปรยว่า “สงสัยช่วงนี้คงไม่ได้ไปไหนล่ะสิครับ มิน่าดูหน้าเซียวๆ คุณณรังค์ก็เหมือนกันนะครับ เหมือนกำลังขาดอากาศหายใจทั้งคู่”

ณรังค์กับสวัสดิ์สบตากันขำๆ รู้แก่ใจว่าตัวเองขาดอากาศหายใจ เพราะหัวใจขาดรักทั้งคู่ หน้าห้องทำงาน ละมุลนั่งรออยู่ ณรังค์เดินกลับมากับสวัสดิ์ก็แปลกใจ เธอบอกว่าวันนี้หยุด แม่ให้ออกมาเที่ยวแต่ตนไม่รู้จะไปไหน จึงแวะมาชวนทานข้าว ณรังค์สังเกตเห็นความบาดหมางของละมุลกับสวัสดิ์ จึงถามขึ้นว่าทั้งสองทะเลาะกันใช่ไหม ตนเห็นรอยแผลที่หน้าสวัสดิ์

ละมุลหน้าเสียรีบออกตัว “ละมุลไม่ได้ไม่ชอบหน้าครูสวัสดิ์ แต่ละมุลไม่ชอบสิ่งที่เขาพูด ละมุลเลยโกรธแล้วก็เผลอปากุญแจรถโดนหน้าครู แต่ละมุลไม่ได้ตั้งใจ กำลังจะขอโทษ แต่ครูเขาไปซะก่อน เลยไม่ได้พูด”

ณรังค์จึงให้พูดเสียตอนนี้ ละมุลอิดออดสักครู่ก่อนจะกล่าวขอโทษ สวัสดิ์ยิ้มรับ ณรังค์ชวนไปทานข้าวด้วยกัน ละมุลทำหน้าผิดหวัง สวัสดิ์อยากขอตัวแต่ก็เป็นห่วงเธอ...

ตกค่ำประคองนำถุงที่ใส่กากสมุนไพรมาฝังในสวนหลังวัง สีดาชวนชื่นกับบรรจงมาแอบดูทำไมต้องทำลึกลับ ชื่นให้ไปถามตรงๆ สีดาไม่กล้า บรรจงกลัวถูกจับได้ชวนกันสลายตัว

คืนนั้นปฐวีนั่งดื่มอยู่ในผับกับเกียรติศักดิ์ เปรยถึงอาการป่วยของท่านพ่อที่ไม่ยอมหาหมอ เกียรติศักดิ์แดกดันเกรงจะตายก่อนได้ส่งตัวเราเข้าหอ คุณหญิงตาเขียวใส่ที่มาแช่งพ่อตน

“ไม่ได้แช่ง แต่สะท้อนให้คุณหญิงเห็นว่า เราต้องรีบทำสิ่งที่ควรทำ” เกียรติศักดิ์เปิดไฟล์แบบการ์ดแต่งงานให้ดู ลงวันที่อีกไม่นาน

ปฐวีตกใจที่มันรวดเร็ว วังยังซ่อมไม่เสร็จ เขากลับบอกว่าเงินถึง อย่างไรเสียก็เสร็จทัน คุณหญิงเครียดหนัก กระดกเหล้าอีกหลายแก้ว

รุ่งเช้าขณะที่แม้นเทพนั่งอยู่กับณรังค์ ปฐวีบอกเรื่องวันแต่งงาน ท่านโวยที่ตัดสินใจอะไรไม่ปรึกษา หาว่าเธออยากแต่งจนตัวสั่น ปฐวีโกรธตอกกลับ

“ก็คงทำนองนั้นเพคะ ใครก็ตัวสั่นทั้งนั้นถ้าได้แต่งงานกับหญิง ใช่ไหมณะ”

ณรังค์นิ่ง แม้นเทพใส่ “เป็นถึงคุณหญิง แต่เมาหัวราน้ำทั้งวี่ทั้งวัน ทำตัวเหมือนพวก...”

ปฐวีสวนเหมือนพวกอะไร แม้นเทพไม่อยากพูด สั่งณรังค์ให้ตามไปคุยในห้องทำงาน ประคองได้ยินอยากรู้ว่าเรื่องอะไร...พออยู่ในห้องทำงาน แม้นเทพสั่งณรังค์ให้นัดทนายมาเร็วที่สุด เขาแปลกใจท่านจะทำอะไร แม้นเทพยิ้มหยัน

“แร้งอย่างไอ้เกียรติศักดิ์ มันได้จากฉันมากพอแล้ว มันจะไม่ได้อะไรไปอีก ฉันจะป้องกันมันทุกทาง แล้วห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร จนกว่าจะถึงเวลา”

ณรังค์รับคำ รู้สึกเป็นห่วงท่านชายที่ดูทรุดโทรมลงมาก ตัดสินใจขอให้เสด็จไปหาหมอ แต่ท่านไม่ไป กลัวปฐวีจะตีปีกดีใจที่เห็นพ่อตัวเองป่วย ณรังค์อ่อนใจ ประคองเข้ามาพยุงพาขึ้นไปพักผ่อน แล้วกลับมาหาณรังค์ ถามเรื่องที่แม้นเทพเรียกไปคุย ณรังค์ไม่อาจปิดบังแม่ บอกเพียงว่าท่านให้เรียกทนายมาหาแต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร ประคองเอะใจ

ooooooo

วันนี้สิริกันยามาทำงาน เธอไล่เช็กงานที่ผ่านมา พอเห็นณรังค์เดินมาก็ชะงักใจเต้นโครมคราม มือไม้ทำอะไรไม่ถูก ณรังค์ก็ไม่ต่างกัน พอเห็นเธอก็ชะงักเดินกลับไป ยุพินเห็นถามเจ้านายเป็นอะไรคิดว่าจะเป็นลม ณรังค์ตั้งสติอ้างว่าอากาศมันร้อน แล้วเดินไปใหม่

สิริกันยาตั้งสติได้ทักทายณรังค์ตามปกติ เขาทักทายสั้นๆเดินดุ่มๆเข้าห้องทำงาน จากนั้นก็กดโทรศัพท์บอกเธอว่าช่วงบ่ายอ๋องจะเข้ามาประชุมงาน อาจจะเลิกงานช้าหน่อย ณรังค์อยากคุยกับเธอแต่ไม่รู้จะคุยอะไรอีก ตัดบทวางสาย สิริกันยาถอนใจกับสภาพที่น่าอึดอัดนี้

ในขณะที่ปฐวีนั่งดื่มอยู่ที่เลานจ์ของโรงแรม สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ คิดถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า ตั้งแต่ทะเลาะกับท่านพ่อ แล้วมาเห็นณรังค์เดินคุยใกล้ชิดกับละมุลและยังขับรถไปส่ง ยิ่งขัดใจ พอเดินมาชนกับชื่นจึงระเบิดอารมณ์ใส่ ประคองมาช่วยชื่น ปฐวีตวาดใส่เงื้อมือจะตบ

“เป็นขี้ข้า หน้าที่คือทำงาน ไม่ใช่ต่อปากต่อคำ ไม่ต้องมาสาระแน...”

ประคองจับมือเธอไว้ผลักเซออกไป ให้ชื่นเก็บของที่หล่นออกไป ก่อนจะหันมาตอบโต้ “ขอประทานโทษค่ะที่ต้องทำแบบนี้กับคุณหญิง แต่ถ้าคุณหญิงยังไม่มีสติอาจต้องทำมากกว่านี้”

“ก็ลองดูสิ!” ปฐวีกราดเกรี้ยว แต่พอได้ยินเสียงแม้นเทพดังมาว่าใครเอะอะหนวกหู ก็ชะงักเปลี่ยนกลยุทธ์หยุดอาละวาด “ฝากไว้ก่อนนะ อีประคอง” แล้วเดินหัวเราะออกไป...

คิดแล้วทำให้ปฐวีหงุดหงิดยกแก้วดื่มจนหมด เกียรติศักดิ์โทร.เข้ามาถามว่าอยู่ที่ไหน เธอตอบด้วยความเซ็งว่าอยู่ที่วัง ทั้งที่จริงอยู่โรงแรม เขาบอกว่าพรุ่งนี้จะส่งคนงานเข้ามาที่วัง อยากทำอะไรก็สั่ง คุณหญิงรับคำแล้ววางสาย เกียรติศักดิ์ฉุกคิดไม่ไว้ใจ โทร.ไปที่วังจงสวัสดิ์

ประคองรับสายบอกไม่อยู่ ได้ทีใส่ไฟว่าช่วงนี้ปฐวีมีท่าทางน่าเป็นห่วง ดื่มจนเมาตลอดเวลา ทำตัวเหมือนหมดอาลัยตายอยาก ไม่รักชีวิต และเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่ได้ยินชื่อเขา... เกียรติศักดิ์ตัดสายทิ้ง ไม่พอใจที่ปฐวีโกหกว่าอยู่ที่วัง สั่งลูกน้องตามดูพฤติกรรมเธอแล้วคอยรายงาน

บ่ายวันนั้น ประคองเข้ามาปลุกแม้นเทพว่าทนายความมา ท่านชายฝืนสังขารลุกขึ้นแล้วถามประคองว่าเมื่อเช้าปฐวีอาละวาดใส่ใคร เธอเล่าว่าไม่ทราบโมโหอะไรมาลงกับชื่น แล้วถามว่าต้องตามณรังค์ด้วยไหม

“เรื่องนี้มันไม่จำเป็นต้องรู้ จะไม่มีใครรู้ จนกว่าจะถึงวันแต่งงานของหญิงวี”

ประคองรับคำ พยุงท่านชายไปที่ห้องทำงาน แล้วจำต้องถอยออกมา แต่ด้วยความอยากรู้จึงยืนอยู่หน้าประตู

ขณะเดียวกัน อ๋องมาคุยงานกับณรังค์เร็วกว่าเวลานัดหมาย เพราะมีนัดกับสุนันทาต่อ จึงให้ชวนสิริกันยามาทานข้าวด้วยกันและคุยงานไปด้วย ณรังค์แกล้งเหน็บคราวหลังชวนเธอเองไม่ต้องเอางานมาอ้าง อ๋องโอดครวญ

“กลัวเขาปฏิเสธ เคยโดนมาแล้ว เฮ้ย...เนียนๆนะอย่าให้เขารู้สึกผิดปกติ”

ณรังค์รับคำขำๆ แต่ในใจเจ็บลึกๆ...พอออกมาเห็นสิริกันยากำลังจะไปทานกลางวันกับเพื่อน จึงทำขึงขังบอกต้องไปคุยงานกับอ๋องเดี๋ยวนี้ หญิงสาวอึดอัดใจ จำต้องหยิบสมุดปากกาเดินตาม ยุพินกับไพโรจน์มองตามตาละห้อย

ระหว่างเดินมาที่ห้องอาหาร ณรังค์เหน็บสิริกันยาว่าช่างเสน่ห์แรง เธอตาขุ่นอธิบายว่าไพโรจน์ไม่มีอะไรแกล้งเย้าตนเล่น ณรังค์หาว่าไม่ยอมรับ เธอไม่ยอมรับ เพราะไม่จริงและไม่ใช่เรื่องสำคัญที่ต้องเอามาคุย ณรังค์ ชะงักแก้ตัวว่า

“แค่อยากจะชวนคุย ไม่อยากให้บรรยากาศไม่ดี อยากให้เหมือนเดิม”

“มันจะไปเหมือนเดิมได้ยังไง ในเมื่อ...” สิริกันยาจะโวย แต่ระงับอารมณ์ได้ทัน

“ผมพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า ถ้าใช่ก็ขอโทษ”

“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ทางที่ดี ระหว่างเราเป็นแบบนี้ดีแล้วค่ะ ฉันไม่อยากมีเรื่องกับคุณหญิงปฐวี”

ณรังค์จำนนกับข้อนี้ เดินเครียดต่อไป...ปฐวีเห็นสิริกันยาเดินมากับณรังค์ก็ตาวาวโรจน์ ลุกเดินมาถามวิเชียรที่ดูแลแขกอยู่แถวนั้น ว่าเดี๋ยวนี้เจ้านายกับเลขากินกลางวันกันหรูแบบนี้หรือ วิเชียรรีบรายงานว่า วันนี้ทั้งสองมีประชุมกับอ๋อง ปฐวีเกิดความคิดทันที จะทำให้สิริกันยาได้อาย...ลูกน้องเกียรติศักดิ์สองคนลอบมอง ทำตัวราวเป็นนักท่องเที่ยว

อ๋องดีใจมากที่ได้ทานข้าวกับสิริกันยา ถึงขนาดโทร.ไปถามศรีนวลว่าเธอชอบทานอะไรแล้วสั่งอาหารนั้นไว้รอ แถมยังบอกเธอว่า ศรีนวลสั่งให้เธอทานอาหารเยอะๆ สิริกันยาหน้าเจื่อนแต่ด้วยความอยากประชดณรังค์ จึงทำเป็นคุยอี๋อ๋อกับอ๋อง ณรังค์แขวะ

“ท่าทางคุณย่าคุณจะถูกชะตาเพื่อนผมนะ ฝากฝังน่าดู”

“น่าจะเป็นอย่างนั้นค่ะ ตอนที่คุณอ๋องไปเยี่ยมและกลับไปแล้ว ย่าแอบชมว่าคุณอ๋องเป็นคนดีมีน้ำใจ ซึ่งหายากในคนสมัยนี้ค่ะ ที่ใจร้าย ใจยักษ์ ใจมาร”

ณรังค์แทบสำลัก สิริกันยาแอบขำ อ๋องเขินที่โดนชมซึ่งหน้า หญิงสาวบอกอีกว่าบ้านตนจริงใจ คิดอะไรก็พูดไปอย่างนั้นไม่ซับซ้อน ณรังค์สะอึกรู้ว่าพูดกระทบตน

“ดีจังครับ ขอใช้คำพูดย่าของคุณบ้าง ว่าหายากในคนสมัยนี้ ส่วนใหญ่ที่ผมเจอ ปากอย่างใจอย่าง ไม่รู้เลยว่าข้างในคิดอะไรอยู่กันแน่ ต้องระวังตัว” อ๋องชื่นชม ส่วนณรังค์แทบกินไม่ลง

ooooooo

พอคุยงานกันจบ ทั้งสามเดินออกจากห้องอาหาร อ๋องฝากสิริกันยาประสานงานให้ตนรู้ตลอด ทันใดปฐวีในสภาพมึนเมาส่งเสียงดังเข้ามา วิเชียรเดินตามคอยระวัง ทั้งสามมองตะลึง

“แหม เห็นฉัน ทำหน้าเหมือนเห็นผี น่ากลัวมากหรือไง”

ณรังค์สั่งวิเชียรให้พาเธอไปพักที่ห้อง แต่ปฐวี ตะโกนลั่นว่าไม่ไป คนแถวนั้นหันมองรวมทั้งยุพินกับไพโรจน์...ปฐวีตั้งใจพูดเสียงดัง ชี้หน้าสิริกันยา

“ขอถามแม่นี่ก่อน ให้หายคาใจ...หน้าหนาดีจัง นึกว่าจะเสียใจ ทนไม่ไหวจนต้องลาออก เพราะผู้ชายที่ตัวเองคิดจะจับไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น แสดงว่า... กำลังคิดแผนใหม่ ยอมกินน้ำใต้ศอก อย่างน้อยก็ได้อะไรติดไม้ติดมือไปบ้าง ดีกว่าขาดทุน หว่านไว้เยอะนี่”

ยุพินกับไพโรจน์ตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน สิริกันยามองคนรอบตัวด้วยความรู้สึกอับอาย ณรังค์ทนไม่ไหวจะพา

ปฐวีออกไป แต่เธอโวยวาย อ๋องขู่ว่า ถ้าเธอไม่หยุดตนจะไม่เกรงใจ

“โอ๊ะ! ตายจริง! มีผู้ชายคนใหม่โผล่มาปกป้อง ไม้สองเหรอ คงจะสำรองไว้เป็นเบาะนุ่มๆไว้คอยรับเวลาถูกอีกคนเขี่ยทิ้ง”

“เฮ้ย ณะ! ฉันทนฟังไม่ไหวแล้วว่ะ”

“โอ๊ย...เก่งจริงแม่คุณ หว่านเสน่ห์ใส่ผู้ชายไปทั่วเลย ถึงได้ออกมาโชว์แมนปกป้องกันใหญ่...ตบมือกันสิ รออะไร” ปฐวีปรบมือนำ

สิริกันยาเริ่มทนไม่ไหว พูดเสียงเข้มใส่ปฐวี “อย่าดูถูกฉัน!”

“แล้วมีดีตรงไหน ที่จะไม่ให้ฉันดูถูก” ปฐวีสวน

“บอกไป คนใจบอดอย่างคุณก็ไม่มีทางมองเห็น จะบอกอะไรให้นะ คุณมันพวกมีปมด้อย ที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองดีพอถึงได้เที่ยวดูถูกคนอื่นแบบนี้...น่าสมเพช”

ปฐวีโกรธจัดเงื้อมือจะตบ สิริกันยาจับไว้ทัน

ณรังค์กลัวมีเรื่องอีก ดึงตัวปฐวีออกไป ลูกน้องเกียรติศักดิ์เดินตามห่างๆและโทร.รายงานเจ้านาย...อ๋องมองสิริกันยาอย่างเห็นใจ แต่ยุพินกับไพโรจน์เชื่อคำพูดของคุณหญิงไปแล้ว

สิริกันยานั่งสงบสติอารมณ์สักพักบอกอ๋องไม่ต้องห่วง ตนไม่เก็บเรื่องไม่จริงมาคิด อ๋องดีใจที่เธอเข้มแข็ง...

สิริกันยาเดินกลับห้องทำงาน เห็นสายตาคนมองแล้วซุบซิบก็ไม่อยากใส่ใจ

ด้านณรังค์ดึงปฐวีออกมามุมหนึ่ง เธอสงบลงได้บอกเขาว่าตนโอเคแล้ว แต่ณรังค์สวนว่าเขาไม่โอเคแล้วต่อว่าที่เธอตั้งใจมาทำให้สิริกันยาอาย เธอยักไหล่

“ไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย อารมณ์มันพาไปเองช่วยไม่ได้ที่หญิงเห็นมันขวางหูขวางตา ทำไมเหรอ เดือดร้อนแทน?”

“ใช่ ผมเดือดร้อนแทน”

“เพราะณรังค์รักมัน”

วิเชียรเดินตามมาได้ยินเจ้านายใส่อารมณ์กัน

ณรังค์แก้ตัวว่า เพราะตนเป็นเจ้านายต้องปกป้องลูกน้อง ปฐวียิ่งโกรธ จะคอยดูว่าจะปกป้องกันได้แค่ไหน ณรังค์ถามเมื่อไหร่จะหยุด ปฐวียืนกรานไม่หยุด! แล้วสะบัดหน้าเดินกลับไปที่เลานจ์ ณรังค์หนักใจสั่งวิเชียรให้เฝ้าดู ถ้าเธอรบกวนแขกอื่นให้รีบบอก วิเชียรรับคำและบ่นพึมพำว่าจีเอ็มอย่างตนไม่ต้องทำงานอะไรกันแล้ว

ยุพินกับไพโรจน์เอาเรื่องสิริกันยามาเม้าท์ให้คนอื่นๆฟังสนุกปาก หาว่าเป็นผู้หญิงเห็นแก่เงิน ใช้ทางลัดจับปลาหลายมือ พอสิริกันยาเดินผ่าน ไพโรจน์ก็ปรี่เข้ามาดักหน้าส่งสายตาแทะโลม

“มื้อกลางวันอร่อยไหมครับ ความจริงมองระดับเดียวกันบ้างก็ได้นะครับ ไม่เหนื่อยและไม่ผิดศีล”

“หมายความว่ายังไง” สิริกันยาชักฉุน

“ก็หมายความอย่างที่พูดแหละครับ ผมจะสแตนด์บายรอนะ”

ยุพินกับคนอื่นๆหัวเราะคิกคัก สิริกันยาพยายามสะกดอารมณ์ไว้แล้วเดินหนี ไพโรจน์หันมาถามยุพินว่าสิริกันยาโกรธตนหรือ ยุพินคาดว่าคงแค่เล่นตัว อาจจะชอบก็ได้ แบบนี้เขายังชอบอีกหรือ ไพโรจน์บอกว่าแค่ขำๆ อย่างไรเสียก็ได้กำไร

สิริกันยาหยุดฟังอยู่มุมกำแพง เจ็บปวดกับคำพูดเหล่านั้น ณรังค์เดินเข้ามาถามว่าเป็นอะไร เธอสะดุ้งก่อนปฏิเสธว่าไม่มีอะไร

เข้ามาในห้องทำงาน ณรังค์สั่งสิริกันยาให้เช็กงานกับสวัสดิ์ ว่าวางแผนส่งงานอย่างไร เธอต้องหัดทำงานเป็นมืออาชีพ เลือกเก็บแต่สิ่งดีๆในสมอง ส่วนขยะไม่ต้องเก็บ

“ค่ะ...และหวังว่าคุณคงไม่คิดอย่างที่คุณหญิงพูด”

“ผมรู้จักคุณดี สบายใจได้...กับคุณอ๋องล่ะ เข้าใจกันดีใช่ไหม” ณรังค์อดพาดพิงไม่ได้

“ไม่ได้มีปัญหาอะไรค่ะ เราเข้าใจกันดีว่าความจริงเป็นยังไง”

ณรังค์พยักหน้ายินดีที่เข้าใจกัน สิริกันยาอยากรู้หมายความว่าอย่างไร แต่เขาตัดบทให้กลับไปทำงาน เธอจึงต้องเดินออกมาเงียบๆด้วยความงุนงง

ตกเย็น สิริกันยาเก็บของจะกลับ ไพโรจน์เข้ามาขอไปส่งแถมโชว์กุญแจรถว่ารถของตนก็มีระดับ เธอไม่พอใจบอกเขากำลังเข้าใจผิด ผู้หญิงอย่างตน ใครจะมาขำๆไม่ได้ เพราะตนเป็นฝ่ายขาดทุน ใครที่คิดจะเอาแต่กำไรเชิญไปข้างหน้า

ไพโรจน์หน้าชาที่โดนย้อนรอยคำพูดตัวเอง แต่คิดจะลองหยั่งเชิงอีกที แต่พอสิริกันยาท้าทายและเดินหน้าเข้มเข้าใส่ เขาถอยกรูดชนเข้ากับณรังค์ที่ยืนฟังอยู่ หน้าเสียเงอะงะทำอะไรไม่ถูก ขอตัวเลี่ยงไปทันที

“จะกลับแล้วใช่ไหม เดินไปด้วยกันสิ” ณรังค์ชวนสิริกันยา

“อย่าดีกว่าค่ะ เดี๋ยวจะเข้าทางพวกปากหอยปากปู”

“ยิ่งทำตัวไม่ปกติยิ่งเข้าทาง ทำทุกอย่างให้เหมือนเดิมมันคือการยืนยันความบริสุทธิ์ใจ”

สิริกันยาเริ่มเห็นด้วย แต่ไม่ทันจะเดินกันไป วิเชียรโทร.เข้ามา ณรังค์รีบไปที่เลานจ์ สิริกันยาตามมาด้วย เห็นปฐวีดื่มจนเมาฟุบ ลูกน้องเกียรติศักดิ์ยังเฝ้าดูห่างๆ พอดีสวัสดิ์โทร.เข้ามาบอกณรังค์ว่าละมุลขอมาดูตนทำงาน ณรังค์รู้มาก่อนแล้ว ฝากเขาดูแลเธอด้วย

ณรังค์เข้ามาดึงแก้วเหล้าจากมือปฐวี พอเธอเห็นสิริกันยามาด้วยก็ตวาดลั่นว่าใครใช้ให้มายืนเสนอหน้า สิริกันยาปากไวสวนกลับทันควัน

“ไม่ได้อยากมาค่ะ แต่จะมาช่วยคุณณรังค์เก็บกวาด...”

พูดไม่ทันขาดคำโดนณรังค์ปราม สิริกันยาจึงขอโทษ แต่ปฐวีไม่ยอม จะเอาเรื่องให้ได้ ณรังค์ต้องขวางและเอ็ดเสียงเข้มให้หยุด แล้วดึงตัวให้กลับ สิริกันยาช่วยหยิบกระเป๋าไปให้ ลูกน้องเกียรติศักดิ์ติดตามพร้อมโทร.รายงาน

ณรังค์เอาตัวปฐวีขึ้นรถ หันมายิ้มเชิงขอบคุณกับสิริกันยาและวิเชียร ทั้งสองมองตามก่อนจะถอนใจ

ริมแม่น้ำใกล้สะพานภูมิพล ละมุลมองสวัสดิ์วาดภาพอย่างตั้งใจ แต่ตัวเองจิตใจห่อเหี่ยว ช่วงพักกินข้าว สวัสดิ์บอกไม่คิดว่าเธอจะมาดูเขาทำงานจริงๆ ละมุลยิ้มให้ ถามว่าทำไมเลือกที่นี่

“สะพานภูมิพลเป็นแลนด์มาร์คแรกที่ผมอยากวาด เพื่อความเป็นสิริมงคล สะพานนี้ตอนกลางคืนจะสวยมากนะ เป็นแสงสว่างในความมืดที่สวยที่สุด...รออีกหน่อยคุณก็จะได้เห็น”

ละมุลบอกว่าตั้งใจมาดูสิ่งที่ไม่เคยเห็นนอกบ้านบ้าง สวัสดิ์แนะนำว่ายังมีอีกหลายที่ที่อยากให้เธอไปสัมผัส เธอหน้าเศร้าลง ขอแค่วันนี้ก่อนดีกว่า สวัสดิ์พอเข้าใจสถานการณ์ของเธอ

ขณะที่ณรังค์ขับรถพาปฐวีกลับวัง แต่เข้ามากลางซอยใกล้จะถึง เธอกลับลุกขึ้นมาอาละวาดดึงพวงมาลัยรถให้เขาจอด ไม่ยอมกลับวัง พอรถจอดก็ลงเดินด้วยอาการมึนเมา ณรังค์ต้องตามมาคว้าตัวแล้วขอร้องให้เลิกทำร้ายตัวเองเพื่อประชดใครๆ ให้รักตัวเองบ้าง

ปฐวีตวาดกลับ “ในเมื่อมีแต่คนไม่รัก จะรักทำไม!”

“ถ้าคุณหญิงอยากได้ก็ต้องรู้จักให้ก่อน แต่คุณหญิงจะรักใครได้ยังไงในเมื่อคุณหญิงยังรักตัวเองไม่เป็น”

ณรังค์จับตัวเธอหันมาเขย่า เธอดิ้นรนต่อต้าน

“ไม่จริง! หญิงรักคนอื่นเป็น รักมากและรักมาตลอด ไม่เคยลืม ได้ยินไหม ไม่เคยลืม...แต่เขาไม่ได้รักหญิงแล้ว เขาลืมสัญญา ทั้งๆที่หญิงยังจำสัญญาของเขาได้ทุกคำว่าเขาจะรักหญิงไม่ลืมหญิง แล้วจะให้หญิงรักตัวเองไปทำไม ในเมื่อมันไม่มีค่าพอให้ใครจดจำ”

ณรังค์ยืนอึ้งเพิ่งรู้ความในใจของเธอ ปฐวีโผกอดเขาร้องไห้อย่างหนัก เขาเผลอกอดตอบด้วยความสงสาร

โทรศัพท์มือถือณรังค์วางอยู่ในรถ เจ้าตัวจึงไม่ได้ยิน ประคองโทร.มา แปลกใจที่เขาไม่รับสาย เลยเปลี่ยนไปโทร.หาละมุลแทน หญิงสาวเห็นชื่อแม่โทร.เข้ามา กดปิดเครื่องเพราะยังไม่พร้อมคุย ทำให้ประคองหงุดหงิดที่ติดต่อทั้งสองคนไม่ได้

สวัสดิ์เห็นท่าทางละมุลก็เปรยว่า เธอไม่ได้อยากมาดูตนวาดภาพจริงๆ แค่ไม่อยากอยู่บ้านเพราะมีเรื่องไม่สบายใจ ละมุลยอมรับแต่ยืนยันไม่ใช่เรื่องณรังค์ สวัสดิ์นึกขำในใจที่เธอยังหวังในตัวณรังค์ ละมุลค่อยๆระบายความในใจออกมา

“ครูก็น่าจะพอรู้อยู่แล้วว่าฉันมีฐานะอะไรกับท่านชาย แต่ฉันก็ไม่ได้ถูกปฏิบัติเหมือนเป็นลูก มันทำให้ฉันอยากหนีออกมาจากที่นั่น แต่พี่ณะและแม่ไม่เห็นด้วย”

“ผมเห็นด้วยนะกับคุณณรังค์และก็แม่ของคุณ... อดทนเถอะครับ วันไหนที่ปัญหาถูกแก้ คุณจะมีความสุขได้จริงๆ ไม่ใช่สุขแค่ชั่วคราวเหมือนกับการหนี”

“ฉันอาจจะบ้าตายก่อนก็ได้นะครู”

“แค่หลบมาตั้งหลักกับผม แล้วกลับไปสู้ต่อ” สวัสดิ์ยิ้มให้กำลังใจ ทำให้ละมุลสบายใจขึ้น

ooooooo

ณรังค์กอดปลอบปฐวีสักพักก็ผละออก บอกกับเธออย่างตรงไปตรงมาว่า

“เราสองคนไม่มีทางกลับไปเหมือนเดิมได้อีก ไม่ใช่เพราะใคร แต่เพราะคุณหญิงเป็นคนทำให้มันเป็นอย่างนี้เอง ผมกำลังจะแต่งงาน และคุณหญิงก็เหมือนกัน”

“หญิงไม่แต่งก็ได้ ขอแค่ณะกลับมารักหญิง หญิงจะยกเลิกทุกอย่าง เราจะหนีไปด้วยกัน ไปให้พ้นท่านพ่อ” ณรังค์ส่ายหน้า “ณะกลัวเหรอ หญิงยังไม่กลัวเลย”

“ไม่ใช่เพราะผมกลัว แต่เพราะผมไม่ได้รักคุณหญิงแล้ว”

ปฐวีช็อก กรีดร้องอาละวาดตบตีณรังค์ เขาพยายามจับมือเธอให้หยุด จนเธอหมดแรงฟุบลงในอ้อมกอดเขา ทันใดมีแสงไฟหน้ารถคันหนึ่งส่องมา ทั้งสองตาพร่าสักพักไฟหรี่ลง เกียรติศักดิ์เดินเข้ามาด้วยความโกรธพร้อมลูกน้องสองคน ปฐวีตกใจเข้ามาขวางปกป้องณรังค์ไว้

เกียรติศักดิ์โกรธเสียงกร้าว “โกหกว่าอยู่ที่วัง แต่จริงๆมัวแต่ไปนั่งเฝ้าไอ้นี่ที่โรงแรม แถมยังมายืนกอดกันตรงนี้ แล้วอย่างนี้จะให้ผมเชื่อจริงๆเหรอ...ว่าไม่เหลือเยื่อใยอะไรให้มันแล้ว”

ณรังค์รีบบอกว่าเขากำลังเข้าใจผิด เกียรติศักดิ์ไม่ฟังซัดหมัดเข้าที่หน้าณรังค์ ปฐวีโกรธเข้าประจันหน้าถามว่าจะเอาอย่างไร เกียรติศักดิ์เจ็บปวดใจที่คนรักปกป้องเด็กในบ้าน

“ฉันเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอ ถ้าอยากจะได้ฉัน ก็ต้องยอมรับให้ได้ ไม่ว่าฉันจะทำอะไร”

“ผมต้องยอมรับความสำส่อนของคุณหญิงเหรอ”

“อย่าใช้คำพูดต่ำๆกับฉัน!”

“แล้วที่ตัวเองทำมันต่ำน้อยกว่าคำพูดผมเหรอ”

ปฐวีโกรธจัดตบเขาอย่างแรง เกียรติศักดิ์ตอบโต้อย่างเจ็บปวด

“ผมไม่สนหรอกว่าในใจคุณหญิงคิดอะไร แต่คุณหญิงกำลังจะเป็นเมียผม อย่างน้อยก็ควรให้เกียรติไว้หน้ากันบ้าง”

“มันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด ผมกำลังจะพาคุณหญิงกลับวัง...ด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย”

“มึงไม่ได้มีเกียรติในสายตากู จำเอาไว้ทั้งคู่เลยนะ แล้วถ้ายังไม่ให้เกียรติกันอีก ฉิบหายกันหมดแน่!”

เกียรติศักดิ์ไม่ฟังคำณรังค์ เจ็บแค้นใจหันกลับไปขึ้นรถ ปฐวีทรุดฮวบลง ณรังค์เองก็หนักใจ

ooooooo

ด้านสิริกันยากลับมาถึงบ้านก็ขอกอดย่าเพื่อให้กำลังใจตัวเอง ศรีนวลรับรู้ได้ว่าหลานสาวมีเรื่องในใจแต่ยังไม่อยากเล่า ก็ได้แต่เป็นห่วง...พอเห็นว่าอาบน้ำคลายเครียดบ้างแล้วจึงเข้าถามเป็นชุด

“มีปัญหาอะไร...มีแต่ไม่เล่า...กับเจ้านายเอ็งเป็นไงบ้าง ทั้งไอ้บ้าณะกับคุณอ๋อง ปกติทั้งคู่รึ...”

สิริกันยาติงย่าที่เรียกณรังค์แบบนั้น แต่ย่าไม่สนใจ เถียงว่า

“ก็มันจริงนี่หว่า...ยังไง”

สิริกันยาตอบว่าปกติ ศรีนวลรู้ทันทีว่าไม่ปกติ หญิงสาวตัดบทบ่นง่วง ผู้เป็นย่าจึงบอกว่าอาทิตย์นี้จะชวนอ๋องมากินข้าวที่บ้าน แล้วเดินหนีไปโดยไม่ฟังเสียงโอดครวญของหลานสาว...

ทาง​ฝ่าย​ปฐ​วี​ที่​กลับ​มา​ถึง​วัง​เหมือน​คน​ตายซาก ณ​รัง​ค์​เดิน​ตาม​มา​ถึง​ตึก​ใหญ่​ก็​หยุด คุณหญิง​น้อยใจ​ที่​เขา​ไม่​ตาม​เข้า​มา นึก​เจ็บปวด​กับ​คำ​พูด​ของ​เขา​ที่​บอก​ว่า​ไม่รัก​ตน​แล้ว

ณ​รัง​ค์​เดิน​มา​ที่​เรือน​เล็ก เจอ​ประคอง​เข้า​มา​โวย​ที่​ไม่​รับ​สาย และ​อยาก​รู้​ว่า​ทำไม​ละ​มุ​ล​ไม่​กลับ​มา​ด้วย ชาย​หนุ่ม​รีบ​อธิบาย​และ​บอก​ว่า​ละ​มุ​ล​ไป​ดู​สวัสดิ์​ทำ​งาน​ให้​ตน ประคอง​ยิ่ง​ไม่​พอใจ​ออก​มา​ยืน​คอย​หน้า​ประตู​วัง เมื่อ​สวัสดิ์​มา​ส่ง​ละ​มุ​ล ก็​เข้า​มา​กระชาก​ลูก​สาว​ก่อน​จะ​ต่อว่า​สวัสดิ์

“ล่อหลอก​อะไร​ลูก​ฉัน ถึง​ได้​ตาม​กุ๊ย​อย่าง​คุณ​ไป”

ณ​รัง​ค์​ขอ​ให้​แม่​ใจเย็น แต่​เธอ​ยิ่ง​โวย​เรื่อง​ละ​มุ​ล​ปิด​เครื่อง​หนี สั่ง​ณ​รัง​ค์​พา​น้อง​เข้า​บ้าน​ไป​ก่อน หัน​มากำชับ​สวัสดิ์​ด้วย​สายตา​เกลียด​ชัง​ว่า​ทีหลัง​ถ้า​ละ​มุ​ล​ขอ​ตามไปไหน กรุณา​ปฏิเสธ ลูก​สาว​ตน​กำลัง​จะ​แต่งงาน ไปไหนกับผู้ชายอื่น ​มัน​ไม่​ใช่​เรื่อง​ดี ชาย​หนุ่ม​รับคำ​จ๋อยๆ ยกมือ​ไหว้​ลา

ประคอง​เข้า​มา​เล่น​งาน​ละ​มุ​ล​ที่​ห้าม​แล้ว​ไม่​ฟัง ณรัง​ค์​พยายาม​ขอ​ให้​ใจเย็นๆ แต่​ประคอง​ประกาศ​กร้าว ห้าม​ละ​มุ​ล​ไป​ไหน​กับ​สวัสดิ์​อีก ถ้า​ณ​รัง​ค์​ตามใจ​น้อง​จะต้อง​ผิดใจ​กับ​ตน​แน่ แล้ว​เอะใจ หรือ​ว่า​เขา​ตั้งใจ​ให้​ทั้ง​สอง​คบ​กัน

“ผม​ก็​ไม่​เห็นจะ​มี​อะไร​เสียหาย ปกติ​น้อง​ก็ไม่​เคย​ได้​ไป​เที่ยว​ที่ไหน แล้ว​ครู​สวัสดิ์​ก็​ทำ​งาน​ให้​ผม”

ประคอง​ไม่​พอใจ​ณ​รัง​ค์​ที่​ออกรับ​แทน​สวัสดิ์หาว่า​เอา​กุ๊ย​มา​ทำ​งาน ละ​มุ​ล​ไม่​ชอบใจ​ที่​แม่​ว่า​เพื่อน​ตน ประคอง​อารมณ์​ขึ้น​ตวาด​กร้าว ที่​ห้าม​เพราะ​กลัว​เลือด​สำส่อน​ของ​พ่อ​มัน​แรง ทั้ง​ณ​รัง​ค์​และ​ละ​มุ​ล​ตกใจ​ไม่​เคย​ได้ยิน​แม่​ว่า​ท่านชาย​สัก​คำ ละ​มุ​ล​ร้องไห้​โฮ ประคอง​ยิ่ง​โมโห​เข้า​ตบ​ตี ณ​รัง​ค์​ต้อง​กอด​แม่​ไว้

“ถ้า​แม่​เกลียด​เขา​มาก​ขนาด​นี้ แล้ว​แม่​ทน​อยู่​กับ​เขา​ทำไม แล้ว​แม่​ก็​บีบบังคับ​หนู​ให้​ทน​ไป​กับ​แม่​ด้วย ทั้งที่​หนู​ไม่​อยาก​จะ​ทน” ละ​มุ​ล​ทน​ไม่​ไหว​พรั่งพรู​ออกมา​ก่อน​จะ​วิ่ง​หนี​เข้า​ห้อง

ณ​รัง​ค์​เป็น​ห่วง​ตาม​ไป​เคาะ​เรียก แต่ละ​มุ​ล​ขอ​อยู่​คน​เดียว ประคอง​ได้สติ​น้ำตา​ไหล​พราก พึมพำ​ว่า​ตน​ทำ​เพื่อ​ลูก​ทุก​อย่าง

คืน​นั้น​ณ​รัง​ค์​นอน​ไม่​หลับ ตัดสินใจ​ออก​ไป​บ้าน​สิริ​กันยา เขา​จอด​รถ​ห่าง​จาก​บ้าน​เดิน​มา​ยืน​มอง​ผ่าน​ความ​มืด​ไป​ยัง​หน้าต่าง​ห้อง​เธอ​ที่​ยัง​เปิด​ไฟ​อยู่

สัก​พัก​สิริ​กันยา​ออก​มา​ยืน​คิด​อะไร​ริม​หน้าต่าง เขา​รีบ​หลบ ชั่ว​ครู่​ก็​ปิด​ม่าน​ดับ​ไฟ​นอน ณ​รัง​ค์​ยิ้มเศร้าๆ เท่า​นี้​ก็​มี​กำลังใจ​ขึ้น

ooooooo

เช้า​วัน​ใหม่ ณ​รัง​ค์​เห็น​ประตู​ห้อง​ละ​มุ​ล​คล้อง​กุญแจ​ก็​กด​โทรศัพท์​หา เธอ​บอก​ว่า​รีบ​มา​เตรียมสอบ​เด็ก​ไม่​อยาก​รบกวน​ให้​เขา​ต้อง​ออก​เช้า​ขึ้น

ณ​รัง​ค์​สวน​ว่า​ทำไม​ต้อง​หนี เธอ​ตัดบท​วาง​สาย เผอิญ​สวัสดิ์​มา​เทียบ​รถ​ข้างๆ ละ​มุ​ล​สะดุ้ง​ทำ​หน้า​ไม่​ถูกรู้สึก​ผิด​ที่​แม่​พูด​กับ​เขา​เมื่อ​วาน

ณ​รัง​ค์​เห็นใจ​ละ​มุ​ล เดิน​มา​รายงาน​ประคอง เธอ​ยิ่ง​เคือง​หา​ว่า​ทำ​ผิด​แล้ว​ยัง​มา​หลบหน้า กลับ​มา​ต้อง​พูดกัน​ให้​รู้​เรื่อง ณ​รัง​ค์​ขอ​คุย​กับ​น้อง​เอง ประคอง​ได้ที​ยัดเยียด​ให้​เขา​จัดการ​ก่อน​น้อง​จะ​ใจแตก ณ​รัง​ค์​บอก​ละ​มุ​ล​เป็น​เด็ก​ดี และ​สวัสดิ์​ก็​เป็น​คน​ดี

“ถ้า​อย่าง​นั้น แม่​ขอ​ถาม​ณะ​อีก​ครั้ง​ว่า​ทำไม​ถึงได้ดู​สนับสนุน​ครู​สวัสดิ์​อะไร​นั่น​นักหนา คิด​อะไร​อยู่​กันแน่”

“ผม​คิด​เพียง​ว่า​ไม่​ผิด​ถ้า​น้อง​จะ​มี​เพื่อน​ดีๆไว้​คบหา​บ้าง น้อง​ไม่​มี​เพื่อน​สัก​คน​เลย​นะ​ครับ​แม่ นอกจาก​เพื่อน​ครู ซึ่ง​ก็​เจอ​กัน​แค่​ที่​ทำ​งาน ไม่​ใช่​เพื่อน​ที่​จะ​มี​ไว้​คอย​ปรึกษา อยู่​เคียง​ข้าง​คอย​ให้​กำลังใจ”

“มี​แม่ มี​ณะ​แล้ว​ ไม่​ต้อง​มี​เพื่อน”

พอ​ณ​รัง​ค์​ถาม​ว่า​ถ้า​ต่อ​ไป​ไม่​มี​เรา​ทั้ง​สอง ประคอง​หน้า​เจื่อน ณ​รัง​ค์​ได้​โอกาส​ตั้ง​คำ​ถาม​ต่อ​ไป​ว่า ถ้า​ไม่ปล่อย​ให้​ละ​มุ​ล​มี​โลก​ของ​ตัว​เอง​บ้าง จะ​ใช้​ชีวิต​เอง​ต่อ​ไป​อย่างไร แต่​ประคอง​ยัง​ดันทุรัง​ว่า​ตน​ไม่​ยอม​ตาย​จนกว่า​จะ​แน่ใจ​ว่า​ณ​รัง​ค์​ต้อง​อยู่​เคียง​ข้าง​ละ​มุ​ล​ตลอด​ไป ณ​รัง​ค์​อึ้ง​พูดไม่ออก ประคอง​สำทับ​เสียง​เข้ม

“ชัดเจน​นะ​ว่า​แม่​คิด​ยัง​ไง ไม่​ต้อง​คุย​เรื่อง​นาย​สวัสดิ์​อะไร​นั่น​กับ​แม่​อีก ถ้า​อยาก​จะ​มี​เพื่อน​ก็​ให้​คบ​เพื่อน​ผู้หญิง​ไม่​ใช่​ผู้ชาย”

ณ​รัง​ค์​รับคำ​แต่​ใน​ใจ​ไม่​ยอม​แพ้ ประคอง​วาง​แผน​ให้​เขา​อยู่​ใน​สายตา จึง​ขอ​ให้​ช่วย​คุม​ช่าง​ที่​จะ​เข้า​มา​ปรับปรุง​วัง​ตั้งแต่​วัน​นี้ อ้าง​ไม่​ไว้ใจ​ปฐ​วี ป่านนี้​ยัง​เมามายอยู่ จาก​นั้น​ก็​ปลีกตัว​ไป​ดูแล​แม้น​เทพ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement