สายธารหัวใจ ตอนที่ 6 นิยายไทยรัฐ
วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

สายธารหัวใจ ตอนที่ 6


22 พ.ย. 2560 07:58
826,270 ครั้ง

ละคร นิยาย สายธารหัวใจ

สายธารหัวใจ ตอนที่ 6

อ่านเรื่องย่อ

สายธารหัวใจ

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

วาสนา

บทโทรทัศน์โดย:

คนเขียนเงา

กำกับการแสดงโดย:

ชนะ คราประยูร

ผลิตโดย:

บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

เจมส์ มาร์, ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง

เมื่อถูกแม่บุญธรรมถามว่ากล้าขัดพระประสงค์ท่านชายหรือ แถมตอกย้ำว่าคิดให้ดีๆก่อนตัดสินใจ เพราะบุญคุณท่านล้นหัว ณรังค์คิดแล้วคิดอีกก่อนพูดออกไป

“ผมรู้ดีครับแม่ แม่คองพูดแบบนี้ แสดงว่าแม่คองเห็นด้วย”

“แม่ไม่มีสิทธิ์เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หน้าที่ของแม่คือทำตามพระประสงค์ของท่าน”

ณรังค์หันไปถามความคิดเห็นละมุล เธออึกอักตอบไม่ได้ ประคองรีบตอบแทนลูกสาว

“ละมุลคิดยังไงไม่สำคัญ ในฐานะลูกต้องทำตามความเห็นชอบของพ่อแม่อยู่แล้ว ขัดไม่ได้”

“แต่เราทั้งคู่ไม่ได้รักกัน”

“ความถูกต้อง ต้องอยู่เหนือความรัก...แม่ไม่ได้เลี้ยงณะมาให้เป็นคนอกตัญญู”

ประคองพยายามบีบคั้นณรังค์แล้วเดินไปด้วยอารมณ์กรุ่นๆ ทำให้ลูกเลี้ยงอึดอัดใจเป็นที่สุด

เมื่ออยู่กันสองคนกับละมุล ณรังค์โพล่งขึ้นว่า “พี่ไม่ได้รักละมุล พี่แต่งงานกับคนที่พี่ไม่รักไม่ได้”

ละมุลน้อยใจน้ำตาทะลักไหลออกมา มองตามหลังณรังค์ที่เดินออกไปจากบ้าน

ooooooo

ขณะเดียวกันสวัสดิ์ได้รับข่าวคลิปนี้จากครูต้อย เขาเห็นแล้วอื้ออึงพูดไม่ออก แต่ครูต้อยก็ยังโทร.มาคุยอีก ถามอย่างห่วงใยว่าไม่เป็นอะไรใช่ไหม สวัสดิ์จำต้องบอกว่าตนโอเค ตนเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากเป็นเพื่อนเท่านั้น

พอวางสาย สวัสดิ์หันมาวาดรูปละมุลต่อจนเสร็จเพื่อเป็นการได้อยู่ใกล้ชิดเธอ แม้จะเป็นเพียงภาพวาดก็ตาม

ละมุลร้องไห้ทั้งคืน ประคองปลอบและยุให้สู้ ถึงอย่างไรเธอก็จะได้แต่งงานกับคนที่รัก ละมุลสะอื้นบอกว่าเขาไม่ได้รักตน ผู้เป็นแม่ยังปลอบใจอีก

“แต่งไปเดี๋ยวก็รักได้ ลูกแม่ออกจะน่ารัก รักได้ไม่ยากหรอก”

“มันไม่ง่ายอย่างที่แม่พูดหรอก หนูรู้พี่ณะกำลังรักคนอื่น”

ประคองถามเสียงขุ่นว่าใคร ละมุนตอบเสียงสั่นเครือว่า

“สิริกันยา เลขาพี่ณะ”

ประคองเครียดขึ้นมาทันที...ทางด้านผู้ที่ถูกพาดพิงถึง ตัดสินใจเปิดเพจกูเกิลเพื่อสมัครงานใหม่ ในขณะที่ณรังค์ออกจากบ้านมานั่งเครียดในผับกับอ๋อง ระบายความอัดอั้นให้เพื่อนฟัง อ๋องซดเครื่องดื่มหมดแก้วแล้วสั่งใหม่ ส่วนณรังค์สั่งเครื่องดื่มมาแล้วนั่งมองเฉย อ๋องติงว่าสั่งมามองเฉยๆทำไม ณรังค์ให้เหตุผลว่า

“ตอนนี้สติเป็นสิ่งที่ฉันต้องการมากที่สุด เพราะทุกคนรอบตัวฉันมีแต่คนขาดสติ”

“แล้วสั่งมาทำไม”

“สีสวยดี...”

อ๋องเปลี่ยนมาถาม คิดว่าใครเป็นคนปล่อยคลิป ณรังค์บอกเดาไม่ยาก อ๋องไม่เข้าใจว่าทำเพื่ออะไร

“เพื่อให้ฉันมานั่งอยู่แบบนี้ไง...ไม่มีความสุขเพราะต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักเหมือนที่เขาต้องเจอ”

“โคตรเจ้าคิดเจ้าแค้น...แล้วเอาไงต่อ”

ณรังค์ยังคิดไม่ออก อ๋องเอาใจช่วยและแนะนำให้หาแฟนชิงแต่งงานไปเลย ทุกคนจะได้เลิกยุ่งด้วย ณรังค์คิดถึงสิริกันยาขึ้นมาทันที

ooooooo

กลางดึก สิริกันยาฟุบหลับคาโต๊ะคอมพ์ ศรีนวลเข้ามาปลุกสีหน้าตระหนกตกใจ บ่นว่าหลานทำไมขี้เซา หญิงสาวงัวเงียถามว่ามีอะไร ผู้เป็นย่าไม่บอกแต่ดึงเธอออกไปดูเอง

สิริกันยาเห็นณรังค์ยืนอยู่หน้าบ้านก็ตกใจ มีอะไรเอาไว้คุยกันที่ทำงานพรุ่งนี้ เขาสวนว่าเรื่องส่วนตัว ไม่คุยที่ออฟฟิศ เธอจึงชวนเขาเข้าบ้าน แต่เขาปฏิเสธเกรงไม่เหมาะสม ศรีนวลชอบใจกับความเป็นสุภาพบุรุษของณรังค์ รีบเข้าบ้านคุยไลน์เล่าให้เจ๊หวานฟัง

ส่วนสิริกันยาบอกณรังค์ทั้งที่ยืนกันอยู่หน้าบ้าน “ว่ามาเลยค่ะ”

“ผมไม่เคยคิดวางคุณไว้เป็นหนึ่งในแค็ตตาล็อก”

สิริกันยาคาดไม่ถึง ณรังค์ขยายความต่อไปอีกว่า

“และมันไม่เคยมี จะด้วยอะไรก็ตามที่ทำให้คุณมองผมแบบนั้น ผมอยากให้คุณเข้าใจว่าคุณกำลังเข้าใจผมผิด ผมกับละมุลคือพี่น้อง ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น”

“จริงๆมันก็เรื่องส่วนตัวของคุณ ไม่จำเป็นต้องมาอธิบายอะไรให้ฉันฟังก็ได้”

“ก็ใช่...แต่ไม่รู้สิ อยากบอก”

“แล้วถ้าฉันไม่เชื่อล่ะคะ”

“ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยผมก็ได้เคลียร์ตัวเองกับคนที่ผมแคร์”

สิริกันยาอึ้ง หัวใจเต้นแรงไม่ต่างจากณรังค์ที่งงไม่คิดว่าตัวเองจะกล้าพูดออกไป

สองหนุ่มสาวเริ่มรู้ใจตัวเอง ศรีนวลพยายามเงี่ยหูฟังด้วยความอยากรู้ ขยับเข้าไปหาที่นั่งฟังให้ถนัด พอเงยหน้ามาเจอสายตาคมกริบของสิริกันยาก็ผงะ หลุดปากอุทานออกมา

“ตาเถร!! กล้วยบวชชีกูอร่อยมาก!”

ณรังค์อดขำไม่ได้กับคำอุทานแปลกๆนั้น ศรีนวลยิ้มแหยๆ ตกกระไดพลอยโจนต้องเข้าครัวตักกล้วยบวชชีใส่ถุงให้ณรังค์เอากลับบ้าน พร้อมอวดว่าของตนอร่อยจริงไม่ได้โม้ ที่ออกมาเพื่อจะบอกเรื่องกล้วยบวชชี ไม่ได้มาแอบฟังอะไร...สิริกันยาดักคอทำไมต้องเสียงสูง และไม่ได้ถามสักคำ

“ก็ตอบไปก่อน เกิดอยากจะถามจะได้ไม่ต้องถาม”

“ขอบคุณนะครับย่า ผมลาเลยนะ กวนนานแล้ว”

“จ้า ขับรถดีๆนะ ทีหลังก็มาตอนกลางวัน เสาร์อาทิตย์อะไรอย่างนี้ ไม่ได้ไปไหนหรอก”

สิริกันยาปราม ศรีนวลรีบออกตัวว่าชวนไว้ก่อน เผื่อเขาอยากมา จะทำอาหารให้กิน ณรังค์รู้สึกมีความสุขกับสองย่าหลานคู่นี้ สิริกันยาพยายามเก็บอาการขวยเขิน ศรีนวลแซว

“เอ๊า เป็นอะไรทำไมหน้าแดง ชวนกินข้าว ไม่ได้ชวนมาเป็นแฟนหลานฉัน หรืออยากเป็น”

ณรังค์เขินรีบลากลับ สิริกันยาเดินมาส่งที่รถ บอกให้เขาขับรถดีๆ ณรังค์ส่งยิ้มอบอุ่น ศรีนวลเห็นแล้วยิ่งมั่นใจว่าทั้งสองมีใจให้กัน รีบเข้าบ้านพิมพ์ไลน์ไปเล่าให้เจ๊หวานฟัง

สิริกันยากลับเข้าห้อง มองจอคอมพ์ที่เปิดหางานใหม่ค้างไว้ คิดถึงคำพูดของณรังค์ที่เขาบอกว่าอยากเคลียร์ตัวเองกับคนที่เขาแคร์ ตัดสินใจกดปิดเพจหน้าสมัครงาน แล้วโดดขึ้นเตียงนอนยิ้มเขิน ใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก หยิบมือถือมาพิมพ์ข้อความถามณรังค์ ถึงบ้านหรือยัง...แต่อายไม่กล้าส่ง ลังเลอยู่นาน พลันต้องสะดุ้ง เมื่อณรังค์ส่งข้อความมาบอกว่าถึงบ้านแล้ว ใจเธอยิ่งเต้นแรง ที่ใจเราตรงกัน เขินไปเขินมาไม่กล้าตอบกลับอีก

ด้านณรังค์กลับถึงบ้านก็นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว ส่งข้อความไปหาสิริกันยาแล้วรอเธอตอบกลับ เมื่อเห็นว่าเธอไม่ตอบจึงส่งไปอีกว่า...แค่อยากบอก ไม่ต้องตอบก็ได้ ราตรีสวัสดิ์...ประคองแอบมอง นึกถึงคำพูดของละมุลที่ว่า ณรังค์กำลังรักคนอื่น เลขาของเขา...ก็ให้ตัดสินใจว่าจะต้องทำบางอย่างเพื่อให้ลูกสาวสมหวัง

ทางสิริกันยาเห็นข้อความของณรังค์อีกก็ใจอ่อนยวบ พิมพ์กลับไปยาว อ้างไปเรื่อยว่าชงกาแฟอยู่ ถ้าเขานอนไม่หลับให้นั่งสมาธิช่วยได้...แล้วนึกได้ว่ายาวไป ลบทิ้งเปลี่ยนเป็นข้อความว่า...ราตรีสวัสดิ์...เช่นกัน ณรังค์อ่านข้อความแม้จะห้วน แต่ก็ยังดีที่ทลายกำแพงเธอลงได้

ณรังค์วางมือถือไว้บนโต๊ะแล้วเดินเข้าไปในครัว ประคองแอบเข้ามาหยิบมือถือเขาไปกดอ่านข้อความไลน์ แล้วมั่นใจว่าณรังค์กำลังมีความรักกับเลขาตัวเอง รู้สึกไม่พอใจมาก...พอเข้ามาในห้องนอน ครุ่นคิดอย่างยุ่งยากใจมาก พอดีปฐวีโทร.เข้ามายั่วอารมณ์

“จะแต่งกันเมื่อไหร่ล่ะ”

“คุณหญิงรู้ได้ยังไงคะ” ประคองแปลกใจ

“ไม่น่าจะเดายาก ท่านพ่อเป็นคนแบบไหน ทำไมฉันจะไม่รู้”

“ให้ฉันเดา เรื่องข่าว...คงเป็นฝีมือคุณหญิง”

“ฉลาดดีนี่ ควรจะขอบคุณฉันนะ ที่ช่วยสงเคราะห์ความอยากของลูกสาวแก จะได้ไม่ต้องรอนาน”

“ทำแบบนี้เพื่ออะไร”

“อยู่กับคนที่ไม่ได้รัก มันทรมานดีนะ” ปฐวีเยาะแล้ววางสายไป

ประคองแค้นใจแทบอยากทำลายล้างปฐวีให้แดดิ้นไปตรงหน้า

ooooooo

ภาพละมุลที่สวัสดิ์วาดจนเสร็จตั้งตระหง่านในห้องนอน พอเขาตื่นขึ้นมาก็เห็นใบหน้ายิ้มอ่อนละมุนของเธอทุกเช้า

ในขณะที่ละมุลตื่นเช้ามามีสีหน้าอมทุกข์ ประคองติงทำหน้าแบบนี้ ณรังค์เห็นจะรักได้อย่างไร หญิงสาวส่ายหน้าว่าเขาไม่มีวันรักตน ประคองเอ็ดเสียงเข้มให้หยุดคิดแบบนี้ หมดเวลาอ่อนแอ ต้องสู้ ยิ่งเขาไม่รักยิ่งต้องสู้ ละมุลเสียงเศร้า

“สู้ยังไง พี่ณะก็พูดชัดเจนแบบนั้น ว่าไม่มีทางแต่งงานกับหนูเด็ดขาด”

“ก็ทำให้ตาณะรักให้ได้”

“หนูทำไม่ได้หรอก”

“อยากแพ้คุณหญิงปฐวีไปตลอดชีวิตหรือไง!...มันเป็นเกมที่คุณหญิงปฐวีสร้างขึ้นมา เพราะอยากเห็นลูกและตาณะเป็นทุกข์และทรมาน”

ละมุลตกใจน้ำตาคลอ “เมื่อไหร่เขาจะเลิกยุ่งกับหนูสักที”

“จนกว่าเราจะลุกขึ้นมาสู้ ให้คุณหญิงปฐวีเห็นว่า เราไม่ใช่เหยื่อให้เขาทำร้ายจิตใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้อีกต่อไป เพราะฉะนั้นวิธีเดียวที่ลูกจะชนะก็คือ...ต้องทำให้ตาณะรักลูกให้ได้”

ละมุลไม่อยากแพ้แต่ไม่มีความมั่นใจเอาเสียเลย ...ด้านปฐวียังคงอยู่ในชุดเมื่อวาน นั่งนิ่งในห้อง หน้าตาเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเครื่องสำอางจากน้ำตา จากสีหน้าสิ้นหวังเจ็บปวดกลายเป็นสายตาแข็งกร้าว ลุกขึ้นพร้อมชนทุกอย่างไม่ยอมสิ้นหวัง

ณรังค์ขับรถมาส่งละมุลที่โรงเรียน เห็นเธอเงียบมาตลอดทางก็ถามนัดสวัสดิ์มาคุยเรื่องภาพเขียนให้หรือยัง ละมุลอึกอัก พอดีสวัสดิ์เดินเข้ามาทักทาย หญิงสาวหน้าเจื่อน ยังไม่ทันได้คุยแต่สวัสดิ์กลับคุยกับณรังค์อย่างยิ้มแย้ม ยินดีรับงานนี้ ณรังค์ดีใจบอกให้เข้าไปดูสถานที่ ว่างวันไหนให้ละมุลพาไป ละมุลยังเหวอๆ พอณรังค์กลับไป จะถามสวัสดิ์ว่าทำไมเปลี่ยนใจ แต่เขากลับเดินหนีไปดื้อๆ เธอต้องวิ่งตามถาม เขาหยุดเดินหันกลับมาตอบว่า

“คิดไปคิดมาแล้ว รับดีกว่าครับ ได้เงินแล้วยังได้ผลงานเป็นพอร์ตไว้ใช้ตอนไปสมัครงานใหม่ได้”

ละมุลใจหาย ถามเขาจะลาออกหรือ “ยังเป็นแค่ความคิดอยู่ครับ”

“ที่จะลาออก เพราะฉันมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือเปล่า” ละมุลไม่สบายใจเลย

สวัสดิ์ตอบว่าไม่เกี่ยว ไม่ต้องคิดมาก หญิงสาวสบายใจขึ้น แล้วบอกว่าจะไปหาณรังค์เมื่อไหร่ ตนจะเขียนแผนที่ให้ สวัสดิ์ลอบถอนใจที่จริงแล้วเธอมีส่วนในการอยากลาออก...พอสวัสดิ์จะเดินไปสอน เจอครูต้อยถามเรื่องที่จะลาออก สวัสดิ์จึงบอกว่าเปลี่ยนใจไม่ลาออกแล้ว

“เพราะครูละมุลหรือ ยังไงเนี่ย ช่วยอธิบายที พี่งง ไม่เข้าใจ คือถ้าเป็นพี่ อกหักแบบนี้ พี่เปิดแล้ว ไม่อยู่ให้ช้ำใจหรอก”

“ตอนแรกก็คิดอย่างนั้น แต่...ผมขอเลือกที่จะได้อยู่ใกล้ๆและยังเห็นหน้าทุกวันแบบนี้ดีกว่า มันเจ็บน้อยกว่าที่ต้องตัดขาดไปเลย”

“โอ๊ย! พ่อคุณ โถๆ แสนดีมีความจงรักภักดี ประเสริฐ ยังมีผู้ชายแบบนี้อยู่ในโลกด้วยเหรอเนี่ย เฮ้อ...แต่ถ้าวันไหนทนไม่ไหว แล้วครูจะหายตัวไป พี่เข้าใจนะ”

สวัสดิ์ขอบคุณที่เข้าใจแล้วเดินไป ครูต้อยมองตามครูรุ่นน้องด้วยความสงสารระคนเอ็นดู

ooooooo

หน้าห้องทำงานณรังค์ สิริกันยาถือถ้วยกาแฟเดินมาจะนั่งที่โต๊ะทำงาน รีบวางถ้วยด้วยร้อนมือ แต่แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นณรังค์เดินมา รีบก้มหน้าก้มตาทำงานเพราะเขินไม่กล้ามอง ณรังค์ทักทาย เธอยกมือไหว้โดยไม่มองหน้า แล้วไม่รู้จะเอามือไว้ไหน จึงหยิบถ้วยกาแฟมาซด

ทันใดเธอก็ร้องอ๊าย...เพราะกาแฟลวกปาก ณรังค์รีบดึงกระดาษทิชชูส่งให้พร้อมกับพูด

“กำลังจะถามว่าไม่ร้อนเหรอ...”

“ร้อนมากค่ะ” สิริกันยาตอบอย่างลืมตัว แล้วชะงัก รับกระดาษมาก้มหน้าเช็ดปาก พอณรังค์ถามว่าเขินหรือก็เงยหน้าทันที “เปล่าค่ะ ไม่มีเหตุผลอะไรต้องเขิน”

“นั่นสินะ มีเหตุผลอะไรให้เลขาต้องมาเขินเจ้านาย...อีกสิบนาทีเจอกันในห้องนะ มีงานจะอัพเดต” ณรังค์แอบขำเดินเข้าห้องทำงาน

สิริกันยาโล่งใจ ไม่ทันไรปฐวีซึ่งแอบดูอยู่นานเดินเข้ามา หยิบถ้วยกาแฟสาดใส่ตัวเธอ สิริกันยาร้องลั่นด้วยความร้อนและตกใจ ยุพิน ไพโรจน์และพนักงานคนอื่นต่างตกใจกรูเข้ามา ณรังค์ได้ยินเปิดประตูออกมาเห็นเหตุการณ์ ยุพินช่วยเอากระดาษซับให้สิริกันยาถามอย่างห่วงใยว่าร้อนไหม เธอพยักหน้าแต่ทนได้ ณรังค์ถามปฐวีเสียงแข็ง ทำแบบนี้ทำไม คุณหญิงตากร้าว

“ก็เห็นมันตัวสั่น ระริกระรี้เวลาคุยกับณะ เลยจะช่วยดึงสติ...ไม่รู้เหรอว่าเจ้านายหล่อนมีคนรักอยู่แล้ว อย่าให้ท่า เห็นแล้วทุเรศ!”

สิริกันยาทั้งโกรธและอายสายตาทุกคนที่มองตะลึง อดตอบโต้ไม่ได้ “หวงก้างเอาไว้เองมากกว่ามั้งคะ”

ปฐวีโกรธตบหน้าสิริกันยาฉาด! “อย่ามาตีฝีปาก! เธอกับฉันคนละระดับ”

สิริกันยาเหลืออดหมดความอดทน ปราดเข้าไปตบคืน ทันใดณรังค์เข้าขวางรับฝ่ามือของเธอเต็มหน้าแทนใบหน้าปฐวี ทุกคนตกใจครางฮือ...สุนันทากับอ๋องเข้ามาเห็นเหตุการณ์นี้พอดี สิริกันยามองณรังค์อย่างผิดหวังที่เขาปกป้องปฐวีอยู่ดี

ณรังค์จูงมือปฐวีเข้าห้องทำงาน เกรงจะอาละวาดอีก เขาเสียงเข้มใส่เธอให้เธออยู่เฉยๆ แต่เธอไม่ยอม บอกให้เขาไล่สิริกันยาออก แล้วจะอยู่เฉยๆให้ดู ชายหนุ่มย้อนถามจะไล่ด้วยข้อหาอะไร เธอโวย เห็นๆอยู่ว่าเป็นเลขาแต่ตบหน้าเจ้านาย ณรังค์นิ่งสักพักก่อนจะอ้างว่า

“ผมไม่มีสิทธิ์ไล่สิริกันยาออก เธอเป็นคนของคุณสุนันทา เพียงถูกโอนมาทำงานให้ผม”

“จะเก็บมันไว้ใกล้ๆตัว ไว้คั่วสลับกับนังละมุลล่ะสิ น่าสมเพชนังละมุลมันจริงๆ จะรักใครชอบใครทั้งที...”

“ผมไม่เล่นเกมกับคุณหญิง! คุณหญิงไม่มีทางได้ในสิ่งที่ต้องการ” ณรังค์สวน

“ก็ลองดู” ปฐวีมองชายที่รักอย่างท้าทายด้วยความ เจ็บปวด เปิดประตูออกจากห้องด้วยสีหน้าโกรธจนแทบร้องกรี๊ด ในใจระอุครุ่นแค้นอยากเอาชนะ ดำเนินแผนต่อไปทันทีด้วยการโทร.หากนกอร สั่งให้แจ้งนักข่าวว่าตนอยู่ที่โรงแรมเดอะแกรนด์รอยัล เผื่อพวกเขาอยากสัมภาษณ์คนในเรื่องคาวๆระหว่างลูกหลานหม่อมเจ้าแม้นเทพ

ด้านสิริกันยาอยู่ในห้องทำงานสุนันทากับอ๋อง โดนตำหนิหนักหน่วงที่ไม่รู้จักอดทน โดนปั่นหัวเล่นไปตามเกมของปฐวีจนเป็นเรื่อง สิริกันยาหน้าเจื่อนยอมรับผิดและกลัวจะโดนไล่ออก สุนันทาบอกต้องแล้วแต่ณรังค์ เพราะตนมอบอำนาจการตัดสินใจให้เขา ในใจสิริกันยายังเจ็บใจตัวเองที่มีอดทนน้อยเกินไป...จากนั้นณรังค์เข้ามาคุยกับสุนันทาและอ๋อง เขาไม่คิดจะไล่สิริกันยาออก เพราะเธอไม่ผิด

“ที่คุณเอาตัวเองเข้าไปรับลูกตบของสิริกันยาแทนคุณหญิง เพราะกลัวว่าคุณหญิงปฐวีจะไม่ยอมจบใช่ไหม” เห็นณรังค์นิ่งแทนคำตอบก็เข้าใจ “ขอบใจอีกครั้งที่ปกป้องสิริกันยา”

ณรังค์ยิ้มรับ สุนันทามองแววตาเขาก็รู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรกับสิริกันยา จึงถามว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป ณรังค์คุยเรื่องงาน ผู้สูงวัยกว่าขัด ตนถามเรื่องส่วนตัว ชายหนุ่มอึ้งไม่กล้าพูด

“ฉันเอ็นดูคุณ ในฐานะที่เป็นเพื่อนลูกชาย ไม่ใช่แค่หุ้นส่วนทางธุรกิจนะ จะคิดว่าฉันเป็นเหมือนแม่อีกคนของคุณก็ได้ ฉันจะดีใจมาก”

“ขอบคุณมากครับ บอกตามตรง ผมเองก็ไม่รู้จะทำอะไรที่ดีไปกว่า ยืนยันว่าผมจะไม่ทำตามคำสั่ง จะเอาผมไปฆ่าไปแกงที่ไหน ผมก็ยังจะยืนยันอย่างนี้”

“ฉันรู้จักคนอย่างท่านชายแม้นเทพและคุณหญิงปฐวีดี เพราะฉันเองก็ไม่ต่างไปจากสองคนนั้น คือชอบเอาชนะ ฉันไม่จบง่ายๆแค่นี้แน่ ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ เตรียมรับมือไว้ให้ดีแล้วกัน”

ณรังค์ฟังแล้วเครียด อ๋องอึ้งไปกับคำพูดของแม่

ooooooo

ขณะเดียวกัน ประคองดำเนินแผนการพยายามพูดให้แม้นเทพยกเลิกการแต่งงาน อ้างว่าณรังค์มีคนรักแล้ว เป็นเลขาของเขาเอง แม้นเทพโกรธมาก คำสั่งตนต้องเป็นประกาศิต ใครไม่ทำจะเห็นดีกัน ประคองแอบยิ้มสมใจ

ที่แม้นเทพโกรธมากเพราะก่อนหน้านี้ เขาเล่นไพ่ที่บ่อนและเสียหนัก เกียรติศักดิ์เข้ามาพูดเรื่องปฐวียังไม่ลืมณรังค์ เขาจะแต่งงานกับคนที่ไม่รักเขาไม่ได้ จะขอยกเลิกข้อตกลงทั้งหมด ท่านชายตกใจบอกว่าเขาเข้าใจอะไรผิด

“ยกเลิกไงกระหม่อม ไม่มีงานหมั้น ไม่มีงานแต่ง ไม่มีสินสอด มีแต่หนี้ที่ท่านชายต้องทรงใช้คืนผมทันที ไม่อย่างนั้นก็จ่ายคืนเป็นวังหรือหุ้นส่วนของโรงแรม”

“หญิงวี ไม่มีทางคิดอย่างที่นายกล่าวหา ฉันขอยืนยันว่าลูกสาวฉันไม่มีทางใฝ่ต่ำ”

“แต่คนมันเคยๆกัน ดูสิ...คุณหญิงของผมถึงกับอ่อนไหวได้ขนาดนี้”

แม้นเทพเชื่อว่าตัวเองจัดการได้ ขอเวลาทำให้เขามั่นใจว่าณรังค์ไม่มีทางทำให้ปฐวีอ่อนไหวอีก เกียรติศักดิ์ได้ทียื่นข้อเสนออย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า ถ้าท่านชายทำให้ตนมั่นใจได้ ตนขอแต่งงานเลย ไม่หมั้นไม่รออะไรอีก แม้นเทพอึ้งที่โดนกดดันขนาดนี้

ในวันนั้น แม้นเทพตรงมาที่โรงแรม เจอกับปฐวีที่ล็อบบี้ เธอบอกว่ามารอเพื่อน ทั้งสองนั่งคุยกันอย่างไม่ค่อยสนิทใจ ระหว่างนั้นสิริกันยาเอาชุดพนักงานโรงแรมมาเปลี่ยนเพื่อส่งชุดตัวเองไปซัก ยุพินยืนรอร้อนใจกลัวเพื่อนร่วมงานโดนไล่ออก สิริกันยาเสียใจที่ตัวเองน่าจะอดทนมากกว่านี้ พอมาพบสุนันทา รู้ว่าไม่โดนไล่ออกก็ดีใจแต่สุนันทาให้ทำรีพอร์ตรายงานและย้ำอย่าทำอะไรให้ณรังค์หนักใจอีก หญิงสาวหันมาขอโทษและขอบคุณณรังค์

แม้นเทพเดินมาหยุดตรงหน้าทุกคน สุนันทาทักถามถึงสุขภาพ ท่านชายแขวะกลับว่าไม่ตายง่ายๆ แล้วบอกณรังค์ว่ามีเรื่องจะคุย ณรังค์รู้สึกอึกอัดใจอย่างมาก ตามไปคุยในห้องทำงาน...แม้นเทพเปิดฉากเรื่องที่ณรังค์ไม่ยอมแต่งงานกับละมุลเพราะรักอยู่กับเลขาหน้าห้อง ชายหนุ่มอึ้งลังเลจะบอกความจริงดีหรือไม่ แต่พอได้ยินท่านชายเหยียดหยามสิริกันยาก็คิดปกป้อง

“ตกลงมันมาทำงานหรือมาหาผัว ได้ยินมาว่าสลัมเต็มที คงหวังจะสบายถ้าจับแกติด แกตกหลุมมันไปหรือยัง”

“สิริกันยาเป็นผู้หญิงที่ดี ไม่ได้มีพฤติกรรมอย่างที่ทรงเข้าใจ และ...ระหว่างหม่อมฉันกับเธอไม่ได้มีอะไรเกินเลยไปมากกว่าเจ้านายและเลขา”

แม้นเทพจึงยื่นคำขาดให้แต่งงานกับละมุล

ณรังค์ทูลถามเหตุผลก็โดนสวนว่าท่านมีเหตุผลของท่าน พอเห็นณรังค์ยังมีท่าทีดื้อดึงก็อ้างความเสื่อมเสียของจงสวัสดิ์ ณรังค์ย้อน

“แล้วที่ทรงออกคำสั่ง มันไม่ยิ่งเสื่อมเสียเหรอกระหม่อม ที่คนสายเลือดเดียวกัน ถึงจะห่างกัน ต้องมาแต่งงานกัน”

“ฉันไม่ยอมรับว่านังละมุลเป็นลูกของฉัน เพราะฉะนั้น เหตุผลของแกมันฟังไม่ขึ้น”

“แต่ใครๆก็รู้ความจริง...”

“ถ้าฉันไม่รับ มันก็ไม่เคยเป็นความจริง ถ้าแกไม่แต่งงานกับนังละมุล ฉันจะเฉดหัวสองแม่ลูกนั่นออกไปจากวังให้พ้นๆ ฉันจะตัดขาดมันออกจากจงสวัสดิ์ และจะไม่ได้อะไรจากฉันแม้แต่สลึงเดียว”

ณรังค์ตกใจนึกถึงคำพูดของประคองที่เคยบอกว่า สงสารละมุลอยากให้เธอได้อะไรจากผู้เป็นพ่อบ้าง แต่พอเห็นท่านชายป่วยก็คิดได้ ไม่อยากได้สมบัติอะไรอีกแล้ว อยากแค่อยู่รับใช้ดูแลท่านจนกว่าจะตายจากกัน...ณรังค์เครียด แม้นเทพรู้ว่าเขามีความกตัญญูมากจึงเอาข้อนี้มาบังคับ พอดีวิเชียรโทร.มารายงานว่ามีนักข่าวมารอขอสัมภาษณ์

พอแม้นเทพเดินออกจากห้อง สุนันทา อ๋อง สิริกันยายืนอยู่ ท่านชายมองผ่านราวทุกคนเป็นอากาศ ยุพินวิ่งมาบอกสิริกันยาว่ามีนักข่าวพร้อมกล้อง ไมค์ อยู่ที่ล็อบบี้เต็มไปหมด ทุกคนแปลกใจว่ามาทำไม

เผอิญละมุลพาสวัสดิ์มาคุยกับณรังค์เรื่องวาดภาพ เห็นนักข่าวเต็มล็อบบี้บอกวิเชียรว่ามาสัมภาษณ์คุณหญิงปฐวีเรื่องข่าว ปฐวีนั่งอยู่กับกนกอรทำทีตกใจที่ข่าวครอบครัวกระจายไปไว

แม้นเทพมาถึงตรงเข้าไปยืนข้างปฐวี นักข่าวยิ่งฮือฮาที่จะได้สัมภาษณ์ท่านด้วย สุนันทา อ๋องเดินมาหยุดมอง ยุพินสังเกตการณ์แล้วคอยส่งไลน์รายงาน

สิริกันยา เธอรายงานต่อกับณรังค์ เขาสงสัยว่าเป็นฝีมือปฐวีที่เรียกนักข่าวมา หวังให้ทุกคนต้องเจ็บ หญิงสาวไม่เข้าใจ

“เจ็บ เพราะแค่เป็นข่าวน่ะเหรอคะ ฉันว่ามันทำอะไรคุณไม่ได้หรอก ถ้าคุณจะลงไปแก้ข่าวด้วยตัวเอง แทนที่จะให้คนอื่นพูด ฉันว่า...น่าจะดีที่สุดนะคะ”

“ข่าว ทำอะไรผมไม่ได้ แต่...ช่างเถอะ คุณออกไปก่อน” ณรังค์ไม่อยากพูดว่าเพราะความกตัญญูที่ทำให้ตนต้องตัดสินใจ สิริกันยางงเดินออกไป ณรังค์หยิบมือถือมากดโทร.ออก

สวัสดิ์หลบไปคุยโทรศัพท์แล้วเดินกลับมายืนข้างละมุล เธอขอฟังแม้นเทพให้สัมภาษณ์สักครู่...แม้นเทพต่อว่าพวกนักข่าวว่าชอบนั่งเทียนเขียนข่าวให้คนอื่นเสียหาย จะฟ้องให้หมด รวมถึงคนที่ปล่อยรูปที่เป็นข่าวอยู่ด้วย เขาปรายตามองไปยังปฐวีเพราะเชื่อว่าเป็นฝีมือเธอ

“ท่านชายกำลังจะปฏิเสธว่ามันไม่เป็นความจริงเหรอเพคะ” นักข่าวซัก

“ผมมีลูกสาวคนเดียวคือหญิงปฐวี ไอ้ที่บอกว่าลูกกับหลานรักมั่วกันเอง ทุเรศ ผมไม่มีทางปล่อยให้เรื่องเน่าๆแบบนั้นเกิดขึ้นในบ้านตัวเองแน่”

“แต่ใครๆก็พูดกันว่า คุณละมุลคือลูกสาวอีกคนของฝ่าบาทที่เกิดกับคนใช้ในบ้าน”

“ถ้าคุณยังไม่หยุดพูดเรื่องนี้ ผมจะฟ้องคุณด้วยอีกคน มาจากเล่มไหน ช่องไหน จะเอาให้เจ๊งกันทั้งยวง ดูบัตรประจำตัวซิ!” แม้นเทพโวย

นักข่าวจ๋อย ละมุลหน้าเสียเจ็บปวด สวัสดิ์รู้สึกเห็นใจเธอมาก ปฐวีสะใจที่ท่านพ่อโดนรุมสัมภาษณ์ แม้นเทพเหลือบเห็นสีหน้าลูก รีบแก้ข่าวว่าละมุลเป็นลูกคนใช้ที่เกิดกับคนสวน พ่อตายจึงสงสารอุปการะส่งเสียให้เรียนจนมีงานทำ นักข่าวไม่หยุดเสนอให้ตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์

แม้นเทพฉุน “สังคมไม่ใช่พ่อใช่แม่ ทำไมผมต้องตอบให้มันหายสงสัย อยากจะสงสัยอะไรก็สงสัยไปเฮ้ย! ผมไม่แคร์” นักข่าวแย้งว่าเราต้องอยู่ในสังคม ท่านจะอยู่ลำบาก “ผมลำบากอะไร ผมอยู่สบายดี เฮ้ย! ผมว่าพวกคุณเอาเวลาไปทำข่าวที่มันมีประโยชน์กับสังคมห่าเหวของคุณดีกว่าเรื่องในบ้านของผมนะ”

“เรานำเสนอเรื่องที่คนอ่านของเราสนใจนะเพคะ”

แม้นเทพโกรธแทบจะทนไม่ไหว สุนันทายืนมองยิ้มเยาะบอกลูกชายว่า ท่านชายเจอแร้งลง ไปไม่เป็นเลยอยากดูว่าท่านจะแถไปทางไหน...ปฐวีเห็นท่านพ่อจนแต้มจึงตอบแทนว่าท่านพ่อของตนไม่มีทางทำตัวเลวอย่างที่ข่าวซุบซิบ แม้นเทพหันขวับมองลูกสาวรู้ว่ากำลังหลอกด่า อายคนที่รู้เรื่องดีอย่างสุนันทา ละมุลและคนเก่าแก่ของโรงแรม

สวัสดิ์สงสารละมุลจึงชวนกลับ แต่เธออยากฟังให้ถึงที่สุด เธอคิดว่าเธอจะต้องเข้มแข็งอย่างที่แม่บอกเสียที...นักข่าวหันมาซักถามปฐวี ให้อธิบายให้กระจ่าง คุณหญิงยิ้มสะใจ

“ท่านพ่อเป็นถึงหม่อมเจ้า จะทำอะไรก็ต้องคำนึงถึงพระเกียรติและศักดิ์ศรีก่อนเป็นอันดับแรก จะคว้าคนใช้ในวังมาเป็นเมียทั้งที่ก็มีพระชายาอยู่แล้ว ถือเป็นพฤติกรรมเลวทรามอย่างที่สุด ท่านพ่อไม่มีทางลดตัวลงไปทำอะไรต่ำๆแบบนั้นแน่” แม้นเทพกัดฟันกรอด

สิริกันยายืนฟังอยู่กับณรังค์ที่มุมหนึ่ง สงสารละมุลถ้ามาได้ยินคงเสียใจ...ณรังค์มองไปเห็นละมุลที่ยืนเกาะแขนสวัสดิ์ เจ็บปวดจนเผลอจิกเล็บลงที่แขนเขา ปฐวีมองไปเห็นละมุลใส่ต่อ

“อีกอย่างท่านพ่อก็ไม่ได้โง่ ถ้าท่านทำอย่างที่สงสัยกันจริง ท่านไม่มีทางเก็บเด็กเอาไว้แล้วเลี้ยงดูให้โตขึ้นมาเป็นหลักฐานประจานความเลวของตัวเอง ให้สังคมซุบซิบกันสนุกปากหรอกค่ะ หญิงพูดถูกไหมคะ”

นักข่าวถามแม้นเทพ ท่านชายรับคำว่าถูกทุกอย่าง สายตามองปฐวีทำนองฝากไว้ก่อน...ละมุลพอรู้สึกตัวว่าทำสวัสดิ์เจ็บก็รีบปล่อยมือขอโทษ สวัสดิ์ปลอบใจให้สู้ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ใครจะยอมรับหรือไม่ แต่อยู่ที่เรายอมรับและเห็นคุณค่าของตัวเราเอง เพื่อให้เรามีจุดยืนและใช้ชีวิตต่อไปได้ ละมุลสบตาเขาปลื้มๆ จะจำคำของเขาไว้

ด้านสิริกันยาสงสัยเปรยว่า ท่านชายเลี้ยงคุณหญิงมาอย่างไร ถึงได้โตมามีนิสัยร้ายกาจขนาดนี้ พ่อตัวเองยังเอามาขย้ำต่อหน้าสื่อได้ พอเห็นสายตาณรังค์ไม่พอใจก็ชะงักหยุดพูดและขอโทษ...แม้นเทพถามนักข่าวว่าหมดคำถามแล้วใช่ไหม นักข่าวขอถามอีกเรื่อง

“ถ้าอย่างนั้น ก็มีโอกาสที่คุณณรังค์กับคุณละมุลจะรักกันได้และแต่งงานกัน เราคงไม่ต้องห่วงแล้วว่าถ้าทั้งคู่มีลูกด้วยกัน จะเกิดความเสี่ยงที่เด็กมีปัญหาทางสมองเพราะพ่อแม่มีสายเลือดเดียวกันใช่ไหมเพคะ”

แม้นเทพให้ณรังค์เป็นคนตอบ ปฐวียิ้มเยาะใส่สิริกันยา คนอื่นๆลุ้นว่าเขาจะตอบอย่างไร ละมุลเองก็ตื่นเต้นและหวั่นใจจนต้องหลบมาข้างหลังสวัสดิ์...ณรังค์ออกตัวว่าเรื่องของตนไม่น่าเป็นที่สนใจ แต่นักข่าวบอกว่า เขาเป็นที่จับตามองเพราะเป็นผู้บริหารระดับสูงคลื่นลูกใหม่ ว่าจะพลิกฟื้นเดอะแกรนด์รอยัลให้รอดพ้นวิกฤติได้หรือไม่ แม้นเทพรีบโอ่ว่าตนเลี้ยงและฝึกณรังค์มากับมือ เพื่อให้รับช่วงต่อรุ่นเก่าที่กำลังถดถอย เป็นสัจธรรมที่ทุกคนต้องยอมรับ

สุนันทากระซิบอ๋องว่า พูดออกมาไม่อายปาก มารับช่วงต่อหรือตามเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวจะเหมาะกว่า ไม่อยากฟังสองพ่อลูกคู่นี้พูดอีก อ๋องขอให้แม่ทนฟังอีกนิด ณรังค์จะต้องทำให้สองพ่อลูกหงายเงิบ สิริกันยาได้ยินแอบยิ้มกับคำพูดของเขา แม้นเทพตบไหล่ณรังค์ให้พูดต่อ

“ขอบคุณทุกคนที่ติดตามข่าวของผม สำหรับคลิปที่เป็นข่าวนั้น ใช่ครับ...ผมกับละมุลกำลังจะแต่งงานกัน”

ทุกคนตกใจกับคำพูดของณรังค์ ละมุลยิ้มดีใจออกมา สวัสดิ์เห็นแล้วให้สงสารมากขึ้น แม้นเทพออกตัวว่าไม่เคยขัดขวางความรักของใคร ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันในเรื่องความรัก

ปฐวีกลับเป็นคนเจ็บปวดหาทางจบการสัมภาษณ์นี้ “ดีใจจังที่ท่านพ่อคิดแบบนี้ ตอนแรกหญิงก็กลัวว่าท่านพ่อจะขวาง หญิงแสดงความดีใจกับณรังค์และก็ละมุลผ่านสื่อตรงนี้เลยนะคะ ขอให้มีความสุขกับความรักครั้งนี้มากๆ”

ณรังค์หันมาประจันหน้า “ขอบคุณครับ ผมมีความสุขกับรักครั้งนี้แน่นอน เพราะเรารักกันด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์จริงๆ ไม่มีอะไรเคลือบแฝง...ผมขอตัวนะครับ เรื่องงานแต่งงาน ไว้มีความคืบหน้ายังไงผมจะให้ทางฝ่ายพีอาร์แจ้งให้ทราบ ขอบคุณครับ”

พูดจบณรังค์เดินตรงไปทางละมุลกับสวัสดิ์ ทุกคนมองเป็นตาเดียว สิริกันยามึนงงกับคำพูดของเขา มองณรังค์เดินไปจูงมือละมุลผ่านหน้าไป สวัสดิ์ยิ่งสงสารละมุลนึกถึงก่อนหน้านี้ ที่ณรังค์โทร.มาหาและบอกว่า มีเรื่องต้องบอก เขาจะตอบตกลงแต่งงานกับละมุล แต่มันเป็นความจำเป็นที่ต้องพูดอย่างนั้น ไม่อยากให้ถอดใจจากละมุล และขอย้ำว่าละมุลเป็นน้องสาว

“ผมจะอธิบายให้คุณฟังทีหลัง เพียงแต่ตอนนี้ ผมจำเป็น”

“แต่ผมสงสารคุณละมุล คุณละมุลรักคุณ คุณทำให้เธอมีความหวัง เพื่อจะทำให้เธอผิดหวังทีหลัง ไม่ว่าความจำเป็นของคุณคืออะไร คุณก็เป็นคนเห็นแก่ตัว”

“ผมรู้ผมถึงอยากจะขอร้อง ถ้าวันนึงละมุลจะต้องเสียใจเพราะผม ก็อยากจะให้มีใครสักคนที่เป็นคนดีและจริงใจกับน้องสาวผมอยู่เคียงข้าง จะคิดว่าผมเห็นแก่ตัว ผมก็ไม่โกรธคุณเลย” สวัสดิ์มองละมุลที่มีสีหน้าตื่นเต้นดีใจ นักข่าวถ่ายรูปกันพรึ่บพรั่บ...พอทั้งสองเดินพ้นมาณรังค์ก็ปล่อยมือจากละมุลแล้วบอกให้เธอโทร.ตามสวัสดิ์ ละมุลงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของเขา พอสวัสดิ์มาถึง ทั้งสามขึ้นลิฟต์ไปพร้อมกัน สวัสดิ์เห็นณรังค์เครียดมาก ยิ่งสงสารละมุล

ooooooo

ทางด้านอ๋องมึนงงกับคำตอบของเพื่อน ก่อนหน้านั้นยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่ยอมแต่ง แต่ทำไมตอนนี้กลายเป็นหนังคนละม้วน สุนันทาบอกลูกชายว่าณรังค์คงมีเหตุผลจำเป็นที่ต้องทำอย่างนั้น สิริกันยาที่ยืนอยู่ด้วย เหม่อลอยคิดถึงแต่คำพูดของณรังค์ที่ทำให้ผิดหวังมาก

สุนันทาเรียกให้รู้สึกตัว เธอสะดุ้งยิ้มกลบเกลื่อน อ๋องไม่เชื่อว่าสิริกันยาไม่มีอะไรจะอ้าปากถามแต่สุนันทาตัดบทให้เธอไปทำงานต่อ

ด้านแม้นเทพกับปฐวี แม้นเทพสะใจเยาะลูกสาวว่าได้อย่างที่อยากได้แล้ว ทำไมทำหน้าอย่างนี้ ปฐวีย้อนถามทรงรู้หรือว่าตนอยากได้อะไร ท่านชายร่ายอย่างยาว

“หญิงเป็นคนปล่อยรูปให้เพื่อนของหญิงที่มีคอนเนกชั่นกับคอลัมน์เน่าๆนั่นลงข่าว เรื่องไอ้ณะกับนังละมุล เพราะหญิงอยากสร้างความกดดัน ทำให้ไอ้ณะแต่งงานกับคนที่มันไม่ได้รัก ให้นังละมุลแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักมัน ให้มันทั้งสองคนทรมาน...โดยใช้พ่อเป็นเครื่องมือบีบบังคับพวกมันให้ยอม โดยไม่สนว่า พ่อจะถูกไอ้พวกนักข่าวมันขุดคุ้ยให้เสียหายยังไงบ้าง รู้ทั้งรู้ว่ามันไม่เชื่อ แต่ก็ต้องทำหน้าด้านไป ได้แล้วก็ควรจะดีใจกับการตัดสินใจของตัวเอง”

“หญิงไม่ได้เสียใจ!”

“เหรอ...แต่พ่อไม่ไว้ใจ”

“ท่านพ่อทรงหมายความว่ายังไง”

“ไอ้ณะมันอาจจะแต่งงานกับนังละมุลไปแล้วก็จริง แต่หญิงยังไม่ได้แต่ง จะลุกขึ้นมาสร้างเรื่องวุ่นวายอะไรอีกเมื่อไหร่ก็ได้ พ่อจึงอยากตัดปัญหา”

วิเชียรเดินเข้ามาพร้อมกลุ่มนักข่าว ปฐวีตกใจว่าท่านพ่อจะทำอะไร ท่านชายทรงยิ้มหยัน

“พ่อจะให้ช่วยกระจายข่าวว่าจะยกเลิกงานหมั้นของหญิง แต่จะจัดงานแต่งงานแทน” แม้นเทพหันไปเชิญนักข่าว “นั่งเลยๆ ต้องรบกวนตามกลับมาอีกทีนะ วิเชียรสั่งเครื่องดื่มของว่างมารับรองน้องๆเขาด้วย”

วิเชียรรับคำโค้งออกไป ปฐวีคับแค้นใจแทบระเบิดกับสิ่งที่ท่านพ่อกำลังทำ...ทางณรังค์ให้ละมุลรอที่หน้าห้อง ขอคุยกับสวัสดิ์ลำพัง เขาตัดสินใจบอกความจริงเรื่องที่ต้องประกาศแต่งงานกับละมุล เพราะไม่อย่างนั้นละมุลกับแม่จะโดนไล่ออกจากวัง และไม่ได้ทรัพย์สินอะไรเลย ตนให้ทั้งสองรู้เรื่องนี้ไม่ได้ มันทำร้ายจิตใจเกินไป

“คุณบอกว่าสักวันคุณละมุลอาจจะต้องเสียใจเพราะคุณ หมายความว่ายังไง”

“ผมต้องการประวิงเวลาเอาไว้ แต่งานแต่งงานจะไม่มีทางเกิดขึ้น”

“คุณจะถ่วงเวลาเอาไว้จนถึงเมื่อไหร่”

“เมื่อผมมั่นใจว่า ละมุลจะถอดใจจากผมได้อย่างสิ้นเชิง และผมทำให้ท่านชายเปลี่ยนความคิด หันมาเห็นความสำคัญของแม่คองและละมุลได้ วันนั้นผมจะยกเลิกงานแต่งงาน”

สวัสดิ์บอกมันไม่ใช่เรื่องง่าย ณรังค์ยอมรับถึงอยากให้เขาช่วย ช่วยทำให้ละมุลตัดใจได้เร็วขึ้น ตนรู้ว่าชีวิตละมุลผูกพันกับตนมานาน ถ้าเพียงเขาทำให้ละมุลรักได้ คนที่ละมุลควรรักคือเขาไม่ใช่ตน สวัสดิ์หนักใจเพราะความรักฝืนใจกันไม่ได้ ถ้าละมุลจะรักคงรักไปนานแล้ว

“แต่เราก็ควรจะมีความหวังไม่ใช่เหรอครับ”

“ถ้าผมจะทำ ไม่ใช่เพราะอยากให้คุณละมุลหันมารักผม แต่เพราะผมไม่อยากให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพเหมือนผม มันทรมานมาก ผมรู้ดี” สวัสดิ์พูดด้วยน้ำเสียงเครียด

ณรังค์ยิ่งชื่นชมในหัวใจของสวัสดิ์...ด้านละมุลนั่งเครียดสับสนอยู่หน้าห้อง สิริกันยาเดินมา ละมุลรีบยิ้มสดใส แสดงตัวว่าเป็นว่าที่เจ้าสาวของณรังค์ และให้เธอเตรียมตัดชุดมาร่วมงาน สิริกันยาฝืนยิ้มยินดีและขอตัวทำงาน ละมุลยังตอกย้ำ

“เชิญเลยค่ะ พอดีพี่ณะก็อยากให้ฉันอยู่ด้วย แต่ไม่อยากกวน เรื่องงานก็ส่วนงาน เวลาส่วนตัวของเราสองคนยังมีอีกเหลือเฟือ”

สิริกันยารับคำแล้วหยิบสมุดบันทึกเดินไปเคาะประตูห้องก่อนจะเปิดเข้าไป ละมุลหุบยิ้มกลายมาเป็นความกังวลไม่มั่นใจอย่างเดิม โทร.ไปเล่าให้ประคองฟังหวังจะได้กำลังใจ ประคองตื่นเต้นดีใจให้ละมุลบอกณรังค์รีบกลับบ้าน อยากคุยกับทั้งสองคน

หลังจากที่แม้นเทพให้ข่าวกับนักข่าวเสร็จเรียบร้อย ปฐวีก็กราดเกรี้ยวใส่ที่มาตัดสินใจเอง แม้นเทพเยาะขืนรอให้เธอตัดสินใจคงพังไปมากกว่านี้

“จะพังหรือจะยับเยินยังไง มันก็ชีวิตของหญิง”

“ชีวิตของเธอเป็นของฉัน!” ปฐวีเสียงเข้มว่าไม่ใช่ แม้นเทพสวน “นังคนเห็นแก่ตัว!”

“พ่อเป็นยังไง ลูกก็เป็นอย่างนั้น!” แม้นเทพตวาดให้หยุด ปฐวีสวนกลับว่าไม่หยุด “นรกจะกินกบาลตั้งแต่ยังไม่ตายเพราะทำตัวต่ำ ไม่รู้จักว่าใครพ่อใครลูก นังลูกอกตัญญู”

“แล้วที่ท่านพ่อทำกับหญิง พ่อทำกับลูกแบบนี้ จะให้เรียกว่าอะไร พ่ออะไร...!” แม้นเทพสุดทนตบหน้าฉาดใหญ่ ปฐวีกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ แต่ไม่กล้าตอบโต้ แม้นเทพขึงขังเอาจริง “แกไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจอะไรเองอีกแล้ว มีหน้าที่ทำตามคำสั่งอย่างเดียว ถ้าไม่...ฉันให้ชีวิตแกได้ ฉันก็ทำลายได้ ไม่เชื่อก็ลองดู”

แม้นเทพเดินออกมาหยุดยืน ได้ยินเสียงปฐวีกรีดร้องเสียใจ ท่านรู้สึกเจ็บปวดอยู่ลึกๆ ปั้นหน้าเป็นปกติเดินไป

เมื่อณรังค์คุยกับสวัสดิ์เสร็จ เดินออกมาพร้อมสิริกันยา ละมุลลุกยืนดีใจ ณรังค์หันมาสั่งงานสิริกันยาว่าเธอจะต้องออกไปพบลูกค้าอีกรายกับเขา เธอทำหน้างงๆ แล้วเขาก็ขอให้สวัสดิ์ช่วยไปส่งละมุลที่วัง ละมุลจะแทรกเรื่องแม่ให้เขากลับไปด้วยก็ไม่ทัน เพราะณรังค์เดินลิ่วออกไป สิริกันยาเก็บของวิ่งตามแทบไม่ทัน

พอเดินมาถึงลานจอดรถ สิริกันยาถามณรังค์ว่าไปคุยงานที่ไหน เขาให้ตามมาเดี๋ยวรู้เอง...ด้านละมุลเดินซึมมากับสวัสดิ์แล้วจู่ๆก็หยุดชะงัก บอกเขาว่าจะกลับแท็กซี่เอง ไม่อยากให้แม่เห็นว่าเขาไปส่ง สวัสดิ์ยื้อขอนั่งไปเป็นเพื่อน ละมุลหงุดหงิดพลั้งปากพูดจารุนแรงใส่เขา หาว่าเขาเห็นตนอ่อนแอกลับบ้านเองไม่ได้ ให้เลิกห่วง ตนมีคนที่เป็นห่วงแล้ว สวัสดิ์ปวดใจประชดกลับ

“อ๋อ คุณณรังค์น่ะเหรอ อืม...เป็นห่วงมาก ห่วงจนทิ้งให้กลับกับคนอื่น”

“ครูสวัสดิ์! อย่าพูดถึงพี่ณะแบบนี้นะ ฉันไม่ชอบ”

“โอเค...ไม่ชอบก็ไม่พูด แค่อยากให้มองอะไรกว้างขึ้น ไม่ใช่คิดเข้าข้างตัวเอง”

“พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง”

“ก็หมายความอย่างที่พูดครับ”

ละมุลโกรธมากถือดีตัดสัมพันธ์ไม่ต้องร่วมทางกันอีก สวัสดิ์เสียใจที่เธอไม่ยอมรับความจริงกลับหลังหันเดินไปอีกทาง ละมุลเดือดต้องการคำอธิบายเดินตามมากระชากกุญแจรถเขาไว้ให้ตอบก่อนว่าหมายความอย่างไรที่ว่าตนคิดเข้าข้างตัวเอง เมื่อต้องการสวัสดิ์ก็สนอง พูดตรงๆ

“เอาแต่ใจตัวเอง และชอบหลอกตัวเอง...เถียงสิ” พอละมุลถามหลอกตัวเองเรื่องอะไร เขาสวนทันทีว่า “เรื่องคุณณรังค์...คุณมันสับสน อยากได้ยินความจริง แต่พอถึงเวลาก็ไม่กล้าฟัง”

“ฉันเปลี่ยนใจจะกลับ” ละมุลทนรับฟังความจริงไม่ได้ แต่สวัสดิ์ไม่หยุด

“คุณน่าจะสะกิดใจบ้างนะ ทำไมคุณณรังค์ถึงยอมแต่งงานกับคุณได้ง่ายขนาดนี้ ทั้งที่ไม่ได้รัก”

“รัก! ถ้าไม่รัก พี่ณะไม่มีทางยอมแต่งแน่นอน อย่ามาอิจฉา อย่ามาบั่นทอน ยังไงฉันก็ไม่มีทางหันมามองครู ครูเป็นได้แค่เพื่อนร่วมงาน เอากุญแจคืนไป” ละมุลสวนแล้วปากุญแจใส่

กุญแจเฉี่ยวหน้าสวัสดิ์เลือดซิบ ละมุลตกใจรู้สึกผิด สวัสดิ์โกรธเสียงเข้ม

“ใช่ ผมเป็นเพื่อนร่วมงานคุณ และ...ไม่ใช่กระโถน!”

ละมุลจะขอโทษแต่สวัสดิ์ขึ้นรถสตาร์ตออกไปแล้วได้แต่พึมพำขอโทษแล้วฮึดเลิกสนใจ

ooooooo

ณรังค์ขับรถมาส่งสิริกันยาที่บ้าน เธองงไหนบอกว่าไปคุยงาน เขาบอกอยากคุยด้วยแบบไม่มีใครกวนไม่รู้จะไปที่ไหน ทันใดศรีนวลกับเจ๊หวานมาเกาะกระจก ทั้งสองสะดุ้งยกมือไหว้

“ฉันว่าคุณเลือกที่คุยผิดแล้วล่ะ...และฉันว่า คุณไม่น่าจะมีอะไรคุยกับฉันนะคะ”

“มีสิ เรื่องผมกับละมุล” สิริกันยาแสดงความยินดี เขาถาม “คุณยินดีด้วยจริงๆเหรอ”

“หรือไม่ควรยินดีคะ ยอมรับออกสื่อด้วย คิดไม่ถึงว่าคุณเป็นคนชอบทำอะไรเซอร์ไพรส์ชาวโลกเหมือนกันนะ” ณรังค์สบตาเศร้าๆ ไม่อาจบอกความจริงได้ สิริกันยายิ่งโกรธ “ฉันจะบอกย่าให้เรื่องที่คุณกำลังจะแต่งงาน หรือคุณจะบอกเอง”

ณรังค์ยิ่งปวดใจที่ไม่อาจทำให้สิริกันยาเข้าใจได้... ศรีนวลกับเจ๊หวานกำลังเม้าท์กันสนุกสนานรอทั้งสองเข้ามาในบ้าน แต่แล้วสิริกันยาเดินซึมๆ ไม่พูดไม่จาเข้ามาโดยไม่มีณรังค์และขอตัวขึ้นห้อง ทั้งสองแปลกใจคิดว่าคงทะเลาะกันแน่ ถามอะไรก็ไม่ตอบ

สิริกันยาเข้าห้องทิ้งตัวลงนอนบนเตียง คิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เธอบอกว่าจะบอกย่าเรื่องเขากำลังจะแต่งงาน เขาดึงตัวเธอไว้ โน้มหน้ามาสบตาใกล้ๆ แล้วเหมือนตั้งสติได้ผละออกกล่าวขอโทษ บอกอย่าโกรธเขา เธอสวนไปว่าจะโกรธเรื่องอะไร เขาบอกเขารู้สึกได้

“ตกลงคุณอยากคุยเรื่องอะไรกันแน่ คุณต้องการอะไร อยากได้ยินฉันพูดว่ายังไง”

“เปล่า ไม่ได้อยากได้ยินว่าอะไร แค่...ไม่รู้สิ ผมแค่รู้สึกว่าคุณโกรธที่ผม...” ณรังค์มองตา

“มองฉันด้วยสายตาแบบนี้ทำไม ทั้งที่ตัวเองเพิ่งประกาศแต่งงานไปหยกๆ”

“ผม...ขอโทษ” ณรังค์รีบเบือนหน้าหนี

“ฉันดูคุณผิดไปจริงๆ ที่ผ่านมาคุณมันก็แค่ผู้ชายเจ้าชู้ที่หลงตัวเอง คิดว่าตัวเองเป็นหลุมดำหรือไง ที่จะดูดผู้หญิงทุกคนให้เข้าไปหา ผู้หญิงที่อยู่ใกล้คุณทุกคนจะต้องชอบคุณงั้นเหรอ โอ๊ย! คราวนี้ฉันโกรธจริง” สิริกันยาเปิดประตูรถออกไปทันที ณรังค์รีบตามลงมา เธอพูดใส่หน้า “ฉันไม่เคยคิดอะไรกับคุณ นอกจากความเป็นเจ้านาย!”

“โอเค ผมแค่คิดว่า นอกจากความเป็นเจ้านายลูกน้อง คุณเป็นเพื่อนที่ผมสามารถคุยด้วยได้เวลาที่ไม่สบายใจเหมือนที่ผ่านมา...แต่ไม่เป็นไร ก็เป็นอันตามนี้ คุณคงไม่ค่อยอยากยุ่งเรื่องของผม อย่างที่เห็นแล้วว่ามันซับซ้อน แต่ผมก็เข้าใจดี ถ้าจะไม่มีใครเข้าใจ”

เธอยอมรับว่ายากที่จะเข้าใจ ณรังค์ฝืนยิ้มฝากบอกศรีนวลด้วยว่า ตนคงไม่ได้มาที่นี่อีก เพราะกำลังจะแต่งงาน พูดจบกลับขึ้นรถขับออกไป...คิดแล้วสิริกันยาก็ร้องไห้อย่างร้าวรานใจ

ส่วนละมุลกลับบ้านด้วยความรู้สึกสับสน ประคองยิ้มรอที่ลูกสาวสมหวังเสียที ละมุลบอกแม่ว่าณรังค์เหมือนถูกบังคับดูไม่เต็มใจ ผู้เป็นแม่ปลอบว่า ทั้งแม่และท่านชายพูดเขายืนกระต่ายขาเดียวไม่ยอมแต่งมาตลอด แต่อยู่ๆประกาศเอง แสดงว่าพร้อมที่จะรักลูกแล้ว

“แต่หนูไม่มั่นใจเลย หนูไม่ได้หลอกตัวเองอยู่ใช่ไหมแม่”

“เชื่อมั่นในตัวเอง เชื่อมั่นในตัวพี่เขา ถ้าหนูอยากจะมีความสุข ตาณะอาจจะมีเรื่องต้องคิดต้องจัดการหลังจากนี้ เลยทำให้หนูรู้สึกว่าเขาไม่เต็มใจ แต่เชื่อแม่ เดี๋ยวทุกอย่างจะดีขึ้นเอง”

ละมุลสบายใจขึ้น กอดแม่ถ้าไม่มีแม่ ตนคงไม่อาจเข้มแข็งขึ้นได้ ประคองกอดตอบสีหน้าตึงขึ้นรู้สึกไม่พอใจจากข้อมูลที่ได้ยินจากปากลูก...ในขณะที่ณรังค์กลับมาถึงก็นั่งครุ่นคิดอยู่ที่ชิงช้าสนาม แม้นเทพยืนมองมาจากตึกใหญ่ จู่ๆณรังค์ก็คิดว่าต้องคุยกับแม้นเทพ

ประคองเดินมาเห็นบรรจงยืนรอที่รถหน้าตึกจึงรู้ว่าแม้นเทพจะออกไปข้างนอก แล้วถามหาณรังค์ บรรจงบอกว่าเห็นรถกลับมาแล้ว ประคองแปลกใจเดินเข้าไปในตึก...

แม้นเทพเห็นณรังค์เดินเข้ามาก็บอกว่ากำลังรออยู่ ณรังค์บอกว่ามีเรื่องขอร้อง ท่านชายยิ้มเหยียดบอกถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็จะถือว่าเป็นการตอบแทนที่วันนี้เขาทำให้พอใจ

“เหตุผลที่กระหม่อมยอมแต่งงานกับละมุล กระหม่อมไม่อยากให้ใครรับรู้อีก นอกจากฝ่าบาท กระหม่อมไม่อยากให้แม่คองและละมุลเสียใจ”

ประคองแอบฟังอยากรู้ว่าเรื่องอะไร แม้นเทพพูดเยาะๆ “นั่นสินะ ถ้าพวกมันรู้ว่า ถ้าแกไม่ยอมพวกมันจะต้องถูกเฉดหัวออกจากที่นี่ไปแบบตัวเปล่า แกนี่...เป็นลูกที่ดีจริงๆ เอาเถอะฉันจะไม่พูด ถ้าแกจะรับปากกับฉันว่า แกจะรักนังละมุลให้ได้จริงๆ แล้วก็รีบมีลูกกับมันซะ ไม่ต้องสนใจว่า มันออกมาจะเอ๋อหรือไม่เอ๋อ...ฉันจะได้สบายใจ เพราะแกเป็นคนรักครอบครัว คงไม่เผลอไผลพ่ายแพ้ให้กับผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่เมียตัวเองแน่ รู้ใช่ไหมว่าฉันหมายถึงใคร”

ณรังค์รับคำรู้ดีว่าหมายถึงปฐวี ท่านชายยังย้ำอีกว่า นี่คือเหตุผลที่ต้องบังคับให้เขาแต่งงาน ที่จริงถ้าเขาจะขอแต่งกับเลขาตนก็ไม่ว่า แต่เขากลับบอกว่าไม่ได้ชอบกัน พอดีมีเรื่องละมุลจึงเข้าทาง ณรังค์เห็นถึงความใจดำและเห็นแก่ตัวของแม้นเทพ กล้ำกลืนความไม่พอใจไว้ ด้านประคองได้ฟังแล้วแค้นใจสุดๆ ที่แม้นเทพเห็นชีวิตคนอื่นเป็นเครื่องมือทำให้ตัวเองสบายใจ

ณรังค์กลับมาที่เรือนเล็ก เจอประคองรอคุย เขาแทบเข่าอ่อนเมื่อรู้ว่าเธอได้ยินทุกอย่างหมด โผเข้ากอดปลอบไม่อยากให้คิดมากเสียใจ

“แม่พยายามจะไม่คิด แต่ณะก็เห็น...ว่านับวันแม่กับน้องมีค่าในสายตาท่านชายน้อยลงทุกทีๆ จนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรีของความเป็นคนอยู่แล้ว”

“แม่...สักวัน ท่านชายจะต้องเปลี่ยนความคิด”

ประคองน้ำตาปริ่มถามว่าเมื่อไหร่ ณรังค์สัญญาจะต้องมีวันนั้น ประคองปรามไม่ให้สัญญาถ้ารู้แก่ใจว่าเป็นไปไม่ได้ แล้วตัดบทขอบใจที่เขาเสียสละเพื่อแม่กับน้อง พูดเป็นนัยให้อดทนไว้อีกไม่นานเราสามคนจะมีความสุข ณรังค์แปลกใจหมายความว่าอย่างไร ประคองรีบอธิบายว่า ถ้าเพียงเขารักละมุลได้ ความสุขก็จะเกิด จำคำแม่ไว้ ใครอยากเห็นเราทุกข์ เราต้องมีความสุขให้เขาเห็นอย่าให้เขาเหยียบย่ำเราได้ ณรังค์รับคำทั้งที่รู้แก่ใจว่าไม่อาจรักละมุลได้...

เช้าวันใหม่ ณรังค์ยิ้มแย้มมาส่งละมุลที่โรงเรียน เธอดีใจมากที่เขาดีด้วย พอเข้ามาในห้องพักครู เห็นสวัสดิ์นั่งทำงานไม่สนใจก็ไม่แคร์ พอดีครูต้อยเข้ามาแสดงความยินดีกับข่าวการแต่งงาน เธอจึงพูดให้สวัสดิ์ได้ยินด้วยว่า เธอกำลังมีความสุขมาก

ต่างจากปฐวีที่โกรธมาก มาหาเกียรติศักดิ์ถึงที่ทำงาน ตบหน้าเขาฉาดก่อนจะต่อว่า ใช้วิธีสกปรกอะไรบีบบังคับท่านพ่อให้เลื่อนการแต่งงานเข้ามา ชายหนุ่มสะกดกลั้นความโกรธ ดึงเธอให้ไปดูในบ่อน ดูสภาพแม้นเทพที่เสียพนันจนเมามายน่าสมเพช

“มาขลุกอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อคืน จนป่านนี้ยังไม่ไปไหน ผมถามหน่อย ถังแตกขนาดนี้จะเอาเงินที่ไหนมาเล่น

ถ้าไม่ใช่เงินผม ผมไม่ได้บังคับอะไรเลย ท่านทรงเลือกของท่านเอง...ยอมรับเถอะคุณหญิง ว่าจงสวัสดิ์ต้องพึ่งผม ทั้งพ่อคุณหญิงและตัวคุณหญิงเอง เราทั้งสองฝ่ายต่างต้องพึ่งพากัน ควรจะร่วมมือกันมากกว่าเป็นศัตรู”

“ยังไงก็จะเอาฉันให้ได้ใช่ไหม!” เกียรติศักดิ์ตอบว่าใช่ “ได้! ฉันจะร่วมมือกับคุณ ฉันจะเก็บความเกลียดของฉันเอาไว้ แต่ฉันไม่รับประกันว่าจะแสดงออกมาแบบไหน รับมือมันให้ได้ก็แล้วกัน” ปฐวีสะบัดหน้ากลับไป ไม่สนใจแม้กระทั่งพ่อของตัวเอง เกียรติศักดิ์ยิ้มสะใจ

ในวันเดียวกัน ประคองมาซื้อยาสมุนไพร โดยกำชับหมอขอแบบแรงขึ้นให้เห็นผลไว...

ooooooo

เช้านี้สิริกันยาไม่สบายให้ศรีนวลโทร.ลางานให้ ศรีนวลสงสัยว่าหลานสาวเสียใจเรื่องที่ทะเลาะกับณรังค์จนป่วย จึงซักไซ้ แต่เธอไม่ตอบจนหลับไปแล้วเพ้อออกมา

“คุณณะของย่ากำลังจะแต่งงานแล้ว...รู้ยังคุณณะกำลังจะแต่งงานกับคนอื่น...”

ศรีนวลตกใจรีบมาให้เจ๊หวานช่วยกดเบอร์โทร.หาณรังค์ให้ เจ๊หวานท้วงว่าสิริกันยาให้โทร.หาฝ่ายบุคคลไม่ใช่หรือ ศรีนวลเอ็ดให้รีบกดแล้วดึงมือถือมาพูดเสียงห้วน

“ข้าเองนะ นังกันยามันให้โทร.มาลางาน มันไม่สบายหนักมาก อ้วกตลอดเวลา ปวดหัวตัวร้อน เมื่อกี้ทำท่าเหมือนจะชัก น้ำลายเหมือนจะฟูมปาก เอาแต่เพ้ออะไรของมันไม่รู้”

เจ๊หวานกระซิบว่าเว่อร์ไปไหม ศรีนวลไม่สนใจพูดต่อ ทำนองจะพาหาหมอก็ไม่มีรถ จะเรียกแท็กซี่ก็ไม่มีใครออกไปเรียกปากซอยให้ เพื่อนข้างบ้านก็ไม่อยู่แล้วสรุปว่า ไม่ได้คิดจะรบกวน แค่โทร.มาลางานเลยเล่าให้ฟัง แล้วขอถามที่หลานเพ้อว่าเขากำลังจะแต่งงานกับคนอื่น จริงหรือ ณรังค์รับว่าจริง ศรีนวลปรี๊ดลืมตัวขึ้นเสียงไปตามสายก่อนจะวางหูโครม

“ได้ยังไงวะ! งั้นก็ไม่ต้องมาสนใจว่านังกันยามันจะตายคาบ้านหรือจะไปตายที่โรงพยาบาล แค่นี้นะ”

ณรังค์อึ้งเป็นห่วงสิริกันยาแต่ทำอะไรไม่ได้...ศรีนวลโกรธบอกเจ๊หวานให้ออกไปเรียกแท็กซี่ให้ แล้วไปปลุกสิริกันยาจะพาไปหาหมอ แต่เธอบอกไม่เป็นอะไรมาก รู้ว่าย่าเป็นห่วงจึงกอดย่าและบอกว่าตนรักย่ามากที่สุด ศรีนวลถอนใจ

“เอ็งรู้ใช่ไหมว่าข้ารักเอ็งมากแค่ไหน ใครไม่รักเอ็งก็ช่าง แต่เอ็งยังมีย่า...ถ้ารักย่า เอ็งก็ต้องรักตัวเองให้ย่าเห็น อย่าทำร้ายตัวเองให้ย่ากลุ้มใจ ไปหาหมอ”

สิริกันยาน้ำตาร่วง...ด้านณรังค์ตัดสินใจโทร.หาอ๋องให้ไปดูแลสิริกันยา แม้อ๋องจะสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสอง แต่ก็เก็บความสงสัยไว้ในอก ณรังค์อวยพรให้เพื่อนสมหวัง

แม้นเทพกลับมาที่วังด้วยท่าทางอ่อนแรงลงมาก ประคองเอาน้ำสมุนไพรมาให้ดื่ม...ตกเย็นณรังค์กลับมาพร้อมละมุล ทั้งสองเดินคุยกัน ละมุลถามเขาเต็มใจแต่งงานหรือไม่ เขาถามกลับว่าเธอเต็มใจไหม ละมุลดีใจบอกเขาเต็มปากเต็มคำ

“ละมุลไม่เคยพูด งั้นขอพูดวันนี้เลยแล้วกัน ละมุลรักพี่ณะ รักมานานแล้วนะ พอท่านชายมีคำสั่งให้แต่งงานกับพี่ณะ ละมุลเลยดีใจมาก แต่ก็กลัว เพราะพี่ณะเคยบอกว่า ไม่ได้รักละมุล”

ณรังค์ขอเวลาสักระยะ ละมุลไม่ว่าอะไรเพราะรู้ว่าเขายังไม่รักตน ทันใดปฐวีเมาเดินเข้ามาเยาะ ว่าเปลี่ยนใจมารักกันหรือว่าเล่นละครให้ตายใจแล้วแอบไปกินเลขาสลัมลับหลัง

ละมุลเถียงแทนว่าณรังค์ไม่ใช่คนแบบนั้น ตอกกลับว่าคุณหญิงไม่มีทางชนะ เราสองคนจะรักกันให้ดู ปฐวียิ่งหัวเราะเยาะว่าชาตินี้ไม่มีทาง ณรังค์เกรงจะไปกันใหญ่ ตัดบท...

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement