advertisement

มงกุฎดอกส้ม ตอนที่ 5

จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย ศัลยา
24 ม.ค. 2554 09:25

อาจูไปยืนหน้าห้องเยนหลิงกลัวๆกล้าๆ ยกมือจะ เคาะแล้วไม่เคาะ จนสุดท้ายกลัวโรสมากกว่าเลยเคาะเรียก เยนหลิงลุกขึ้นมาถามอย่างไม่พอใจว่าดึกป่านนี้แล้วมาเคาะทำไม

อาจูบอกว่าคุณนายที่สามไม่สบาย เยนหลิงลุกมาที่ห้องโถงร้องบอกอาจูว่าให้กลับไปเสีย ไปบอกคุณนายที่สามว่า ท่านเจ้าสัวหลับไปแล้ว แต่ที่แท้เจ้าสัวได้ยินเสียงลุกขึ้นนั่งฟัง อย่างรำคาญใจ

อาจูยังพยายามตื๊อว่าคุณนายที่สามไม่สบายมาก เยนหลิง บอกว่าไม่สบายก็เอาไว้พูดกันพรุ่งนี้ พออาจูจะตื๊ออีก เยนหลิงเอ็ดไปว่า

"อาจู พูดไม่รู้เรื่องรึไง หรือฟังภาษาไม่ออก จะให้พูดชัดๆไหมว่า เจ้านายลื้อน่ะเจ็บป่วยจนเป็นเรื่องธรรมดาแล้ว วันไหนไม่เจ็บไม่ป่วยค่อยมาบอก ไป!"

อาจูเลยต้องเดินคอตกกลับขึ้นบันไดไปที่ห้องโรส

โรสไปยืนแอบฟังอยู่ พอรู้ว่าเยนหลิงไม่ให้เจ้าสัวมา ก็กลับมานอนที่เตียงขยุ้มผ้าปูที่นอนขยำขยี้ด้วยอารมณ์ปรารถนารุนแรง ดิ้นอยู่บนเตียงจนเหนื่อยอ่อนนอนหอบน้ำตาเปรอะเต็มหน้า

อาจูค่อยๆเดินเลี่ยงไป ครู่หนึ่งกลับเข้ามาพร้อมอ่างน้ำกับผ้าชุบเช็ดหน้ามาด้วย ถามนายด้วยน้ำเสียงที่สงสารเห็นใจว่า จะให้ตนเช็ดให้ไหม

โรสไม่ตอบแต่โผเข้ากอดอาจู ซบหน้ากับไหล่อาจู ร้องไห้สะอื้นฮักๆ เมื่อถอยออกมาถามอาจูด้วยน้ำเสียงที่คัดจมูกว่า

"นังเยนหลิงมันว่ายังงายมั่ง"

อาจูนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ไม่อยากให้นายไม่สบายใจจึงจำต้องปดไปว่า

"ไม่ได้ว่าอะไรเลยค่ะ บอกเพียงว่าท่านเจ้าสัวนอนหลับแล้วเท่านั้นเองค่ะ"

ฟังแล้วโรสจึงค่อยๆสงบลง...

ooooooo

ไล่อาจูไปแล้ว เยนหลิงกลับมาที่เตียงเห็นเจ้าสัวนั่งหงุดหงิดอยู่ จึงเข้าไปนั่งใกล้ๆบอกให้นอนต่อเถอะ เจ้าสัวบอกว่าจะไปดูโรสหน่อยดีกว่า เยนหลิงเข้าไปคุกเข่าเกาะขาเจ้าสัวอ้อนวอนว่าอย่าไปเลยตนจะนวดให้ จะกดเส้นต้นคอให้นายจะได้สบาย

"ลื้อน่ะมันดีแต่นวด" เจ้าสัวมองเยนหลิงอย่างรู้ทัน เยนหลิงเองก็รู้ตัวว่าไม่สามารถปลุกความชราของเจ้าสัวให้ กระชุ่มกระชวยได้ เอ่ยอย่างน่าเวทนาว่า "ถ้านายอยากให้ฉันทำอะไร ฉันก็จะทำ ฉันรู้ว่าฉันสู้โรสเขาไม่ได้ เพราะเขาเก่ง เขาเก่งทุกอย่าง นายเห็นไหมล่ะคะเขาไม่สบายทุกครั้งที่นายไปอยู่ห้องคนอื่น เขารู้ว่านายไปหาเขา นายก็จะมีความสุข"

เจ้าสัวลุกขึ้นปรามเยนหลิงว่าเลิกพล่ามเสียที เยนหลิงยังออดอ้อน จนเจ้าสัวหันมองหน้าอย่างพิจารณา เอื้อมมือบีบท้องแขนเยนหลิงบอกว่าเนื้อตัวยอบแยบเหลวเป๋วทำตัวให้แข็งแรงหน่อย

"ค่ะ ฉันจะซื้อยาบำรุงมากินนะคะนาย" เยนหลิงรีบพูดเอาใจ เจ้าสัวถอนใจบอกว่านอนเถอะตนง่วงแล้ว พลางล้มตัวลงนอนหันหน้าเข้าฝา เยนหลิงนอนตามหันหน้าหาเจ้าสัว กลับถูกเจ้าสัวหันมองอย่างรำคาญแล้วหันหลังให้ตามเดิม

เยนหลิงสะเทือนใจได้แต่นอนน้ำตาไหลพราก...

ooooooo

เมื่ออาจูเห็นโรสสงบลงแล้ว จึงเข้าไปห่มผ้าให้ บอกให้นอนเสียไม่ยอมพักผ่อนเดี๋ยวจะไม่สบาย โรสพูดอย่างเหนื่อยอ่อนว่า

"อั๊วจาม่ายไปลูงิ้วอีก อาจู อย่าให้อั๊วไปอีกนะ...ได้ยินไหมอาจู..."

อาจูพยักหน้าทั้งที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ เอามุ้งลงให้ เห็นโรสนอนน้ำตาซึมน่าสงสาร...

เมื่ออาจูกลับไปที่เรือนคนใช้ ได้ยินอาฮุ้ง อาเง็ก กำลังคุยกันเบาๆ อาฮุ้งถามอาจูว่าคุณนายที่สามอาละวาดอีกใช่ไหม อาจูไม่ตอบแต่ส่ายหน้า

อาเง็กกับอาฮุ้งคุยกันว่าเวลาเจ้าสัวไปห้องอื่นคุณนายที่สามไม่สบายทุกทีไม่รู้เป็นอะไร  อาจูจึงพูดขึ้นว่าคุณนายทั้งสามน่าเห็นใจ แต่คุณนายที่สามน่าเห็นใจกว่าเพื่อน

"อ้าว...แล้วอาคุณนายที่สี่ล่ะ" อาฮุ้งถาม

"อุ๊ย...ก็อียังสาวสวยสด ดูดีๆนะอีน่ะไม่ใช่เล่นหรอก ดูนัยน์ตาสิ เห็นไหมอาฮุ้ง" อาเง็กถามขึ้น อาฮุ้งพึมพำว่าใช่ ทุกคนน่าสงสารหมด ทุกคนต้องอยู่รอด ทั้งอาเง็กกับอาจูต่างเงียบอย่างเห็นด้วย

ooooooo

เช้าแล้ว คำแก้วยังนอนหลับอยู่ เจ้าสัวเดินขึ้นบันไดมาจากห้องเยนหลิง หยุดยืนหน้าห้องคำแก้วเคาะประตูเบาๆ คำแก้วยังไม่รู้สึกตัวจึงเคาะแรงขึ้น คำแก้วสะดุ้งตื่นรีบลุกไปเปิดประตู

เจ้าสัวถามว่าเพิ่งตื่นเหรอ คำแก้วรับคำประสานมือย่อตัวลง เอ่ยอย่างรู้สึกผิดว่า

"แก้วขอโทษนายที่เมื่อคืนทำไม่ดี ความจริงเรื่องขลุ่ยไม่สำคัญหรอกค่ะ"

คำแก้วตำหนิตัวเองว่าไม่รู้ทำไมหงุดหงิด เจ้าสัวถามว่ามีใครทำอะไรหรือเปล่า คุณนายคนไหนให้บอกมา เมื่อคำแก้วบอกว่าไม่มีใครทำอะไร เจ้าสัวเอ่ยเสียงอ่อนว่า

"นายเองเมื่อคืนโกรธมากไปหน่อย แต่ทีหลังแก้วก็อย่าทำอย่างนี้อีกนา"

"ค่ะ" คำแก้วกราบที่อกเจ้าสัว "แก้วจะไม่ทำอีกแล้ว แก้วไม่อยากให้นายโกรธ เดี๋ยวนายไม่มาหาแก้วอีกเลย แก้วต้องตายแน่ๆ"

เจ้าสัวยิ้มภูมิใจในความหมายบอกว่าไม่โกรธแล้ว คำแก้วโผเข้ากอดเจ้าสัวเหมือนเด็กอ้อนว่านอนไม่หลับทั้งคืน เพิ่งหลับไปตอนเช้ามืดนี่เอง คืนนี้ต้องง่วงแน่เลย

"อ้าว...ไม่ล่ายสิ...แก้วต้องนอนเป็นเพื่อนคุยกับนายสิ" เจ้าสัวขยี้หัวคำแก้วอย่างเอ็นดู

ooooooo

คำแก้วอ้อนเจ้าสัวถามว่านายรักใคร เจ้าสัวบอกว่ารักคำแก้ว เธอถามอีกว่าแล้วรักนายใหญ่ไหมเจ้าสัวนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนบอกว่าเมื่อก่อนเคยรักเพราะเป็นเมียที่หนึ่ง เมียจากเมืองจีน

"แล้วคุณนายที่สอง" คำแก้วถามต่อ

"อีสวยนา สวยแบบเชิด...เชิด อีเชิดจิงๆ เพาะอีเป็นหลานทูต เลาขออีแต่งงานเลยนะ"

คำแก้วถามถึงโรสอีกว่าเป็นอย่างไร มาจากเมืองไหนเจ้าสัวนิ่งไปนิดหนึ่ง บอกคำแก้วว่า "ม่ายลู้ อีเองก็ไม่ลู้ เลาจาไปลู้ล่ายยังไง" คำแก้วถามว่าเป็นเด็กกำพร้าหรือ

"อีเป็นดาราละครร้อง เป็นต้นเสียง เล่นเป็นตัวนางเอกปาจำคณะโอเปร่าปักกิ่งเร่ไปซาแลงเมืองโน้นเมืองนี้ เลาเองก็ชอบพวกร้องเพลง ว่างๆชอบไปเที่ยวหลังโรง เจอนางเอกเลยชวนกินข้าว กินๆเที่ยวๆไม่นานอีก็ยอมเป็นเมียเลา"

ฟังความเป็นมาและความรู้สึกของเจ้าสัวต่อเมียทั้งสามแล้ว คำแก้วลูบไล้แก้มเจ้าสัวเบาๆบอกว่าใครๆก็อยากเป็นเมียนาย เจ้าสัวแย้งว่าพูดถูกแต่ถูกเพียงครึ่งเดียว ต้องบอกว่าใครๆก็อยากเป็นเมียเศรษฐี

"นายก็พูดถูกครึ่งเดียวเหมือนกัน นายต้องพูดว่าเศรษฐีนั่นแหละยิ่งมีเงินมากเท่าไหร่ยิ่งมักมาก ยิ่งร่ำรวยยิ่งอยากหา อีหนู ยิ่งได้ก็ยิ่งอยากได้ ยิ่งกินก็ยิ่งตะกละ ไม่เคยอิ่ม ไม่เคยพอ"

"เอ๊ะแก้ว ทำไมพูดรุนแรงอย่างนี้" เจ้าสัวเสียงเข้มขึ้น

คำแก้วเข้านัวเนียเคล้าเจ้าสัวเถียงอ้อนๆว่า

"ก็นายอย่าโทษผู้หญิงฝ่ายเดียวสิคะ ต้องทั้งสองฝ่าย เราพูดถูกกันคนละครึ่งไงคะ ถ้านายว่าผู้หญิง แก้วก็ว่าผู้ชายได้เหมือนกัน"

เจ้าสัวเริ่มไม่พอใจความคิดความอ่านของคำแก้วขึ้นมาตงิดๆ

เจ้าสัวมองไปนอกหน้าต่าง เห็นโรสแต่งชุดนางละครจีนเป็นผ้าต่วนสีดำเป็นมันระยับ เดินวนเวียนอยู่บนสะพานระหว่างตึกใหญ่ไปครัว ร้องเพลงด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย เสียงสะท้อนก้องไปทั่วในยามเช้าที่ยังเงียบสงบ เจ้าสัวมองแล้วบ่น

"นังเหม่เกว่คลั่งอีกแล้ว ดู๊...ลุกขึ้นมาหอนแต่เช้า มีความสุขก็ตะเบ็งเสียงร้องเพลง เสียใจก็ร้องไห้โฮๆ"

"แต่ฟังแล้วเพลงที่ร้องมันเศร้านะคะ" คำแก้วเงี่ยหูฟังแล้วลุกเดินไปดูที่ระเบียง

ooooooo

โรสยังคงร้องเพลงอย่างเศร้าสร้อย จนหันมาเห็นคำแก้วที่ฟังแล้วพลอยน้ำตาไหลไปด้วย โรสแปลกใจเดินมาหาคำแก้วถามว่าร้องไห้จริงๆหรือ ทำไมไม่มีความสุขเหมือนที่เห็นรึไง คำแก้วถามว่าเพลงที่ร้องเมื่อกี้เกี่ยวกับอะไร

"ชื่อเพลงลาตาย ชอบหรือ" โรสถาม

"เธอร้องเพลงเพราะเหมือนเสียงออกมาจากหัวใจจริงๆฟังแล้วเศร้า ทั้งๆที่ฟังไม่รู้เรื่องว่าร้องว่าอะไร แค่ได้ยินเสียงน้ำตาก็ไหลออกมาเอง"

โรสฟังคำแก้วแล้วมองด้วยสายตาที่อ่อนโยนลง บอกคำแก้วว่าเรื่องแต่งจะไปน้ำตาไหลทำไม เราแสดงไปตามบท

ใครแสดงเก่งก็หลอกคนดูได้ง่าย ถ้าไม่เก่งก็หลอกได้แต่ตัวเอง เข้าใจไหมว่าหลอกได้แต่ตัวเอง...พูดแล้วโรสก็สะเทือนใจสะอื้นขึ้นมา น้ำตาจะพานไหลออกมาเสียเอง...

ooooooo

เจ้าสัวเดินมาที่ห้องโถงไอออกมาหลายที โรสได้ยิน มองไปตามเสียงอย่างแปลกใจ ถามคำแก้วว่าเจ้าสัวอยู่ที่ห้องหรือ พอคำแก้วตอบ "ค่ะ" โรสถามอีกว่าอยู่ตลอดเวลาเลยใช่ไหม คำแก้วบอกว่าเพิ่งมาตอนเช้า

โรสเบ้ปากพูดประชดว่านายตื่นแล้วให้คำแก้วไปช่วยแต่งตัวเสีย คำแก้วไม่ไปบอกว่านายอยากแต่งเมื่อไหร่ก็ช่วยตัวเองได้ไม่ใช่เด็กๆแล้ว

โรสเดือดพล่านขึ้นทันทีบ่นว่าแล้วทำไมเจ้าสัวต้องให้ตนใส่กางเกงให้ ใส่เกือกให้ หรือว่านี่เป็นการแบ่งชนชั้น ยกคนนั้นเป็นคุณนายเหยียบคนนี้เป็นขี้ข้า
ยิ่งพูดโรสก็ยิ่งมีอารมณ์ เจ้าสัวเดินออกมายืนที่ประตูด้านหลังห้องคำแก้วร้องเรียกโรสให้ไปร้องเพลงให้ฟัง โรสกำลัง อารมณ์ขึ้น จนเจ้าสัวบอกอีกทีว่าให้มาร้องเพลงให้ฟังหน่อย โรสหันขวับหัวเราะเยาะหยัน ตอบประชดไปว่าอีแก่คนนี้ยังไม่มีอารมณ์ร้องเพลง  ใครจะทำไม  พูดแล้วเดินกรุยกรายเข้าไปในตึก ทำให้เจ้าสัวโมโหเรียกเสียงดัง

"นังเหม่เกว่!" แล้วเดินฉับๆตามโรสไป คราวนี้ตะคอกถามว่าจะร้องหรือไม่ร้อง

โรสตอบอย่างท้าทายว่าไม่ร้องใครจะทำไม เจ้าสัวจับแขนโรสกระชากเข้าไปสั่งดุดันว่าต้องร้อง โรสสะบัดแขนร้องเสียงแหลมว่าไม่ร้องและให้เจ้าสัวปล่อยตน  เกิดยื้อยุดกันอย่างรุนแรง  ไม่มีเสียงตวาด  ไม่มีเสียงกรีดร้องหรือโต้เถียง มีแต่เสียงหายใจฟืดฟาดอย่างโกรธจัด อาจูเปิดประตูห้องออกมาดู ตกใจจนรีบผลุบเข้าไปในห้องเงียบกริบ

เจ้าสัวสะบัดร่างโรสกระเด็นไปพิงฝา ถามว่าเมื่อคืนตนไปหาแต่ไม่เจอ ไปไหนบอกมา!

"ไม่อยากอยู่ก็จาไป จาทำไม" โรสแข็งกร้าวมาก เลยถูกเจ้าสัวด่าว่ากำเริบมากไปให้พ้นหน้าเดี๋ยวนี้  โรสตอบสวน ไปทันที  "เออ!"  แล้ววิ่งเข้าประตูห้องไป  อาจูยืนคอยอยู่  พอโรสเข้าห้องก็ปิดประตูทันที  เจ้าสัวมองที่ประตูห้องฮึดฮัด ทั้งรักทั้งเกลียด เพราะโรสมารยาเก่งแต่พิษสงก็ไม่เบา

ooooooo

เจ้าสัวกลับเข้าห้องคำแก้ว เธอเข้ามาจูงไปนั่งแล้วนวดคลึงต้นคอให้ กระซิบเบาๆว่า

"ขมับของนายตึง เส้นเลือดโปน นายต้องผ่อนลง...ผ่อนลงนะคะ ตึงมากๆเดี๋ยวขาด"

"เลาผิดเอง เคยตามใจอีมานาน" เจ้าสัวพึมพำพิงอก คำแก้วหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย

ส่วนโรสพอเข้าห้องก็ร้องไห้ฟูมฟาย อาจูเอาผ้าชุบน้ำ มาเช็ดให้ตามแขน โรสซบลงบนเตียงร้องไห้บอกอาจูว่าเชื่อไหมว่าตนไม่อยากไป  ไม่อยากไปจริงๆ  อาจูลุ้นว่าถ้าอย่างนั้น ก็อย่าไปเพราะไปติดๆกันสามวันแล้ว

โรสคร่ำครวญว่าตนอยู่ไม่ได้ อยู่แล้วคิดฟุ้งซ่านไม่มีสติ อาจูพยายามหว่านล้อมกระทั่งยกมือไหว้อ้อนวอนว่าอย่าไปเลย ท่าทางคุณนายเหมือนกับเมื่อคืนไม่ได้หลับทั้งคืน

เห็นอาจูอ้อนวอนโรสก็ใจอ่อนบอกว่าไม่ไปก็ได้ แต่ให้ อาจูไปเรียกอาจิวมาเล่นไพ่นกกระจอกกัน อาจูท้วงติงว่ามีสามคนเอง ถ้าจะให้ครบต้องสี่ โรสเลยนิ่งคิดจะหาใครที่ไหนมาอีกคน

คำแก้วเดินออกมาส่งเจ้าสัวที่ประตู พอเข้าห้องอาจูแง้มประตูดูเห็นเจ้าสัวเดินอารมณ์ดีลงบันไดไปแล้วจึงไปเคาะประตูห้องคำแก้วเบาๆ เข้ามาบอกคำแก้วว่าคุณนายสามชวนไปเล่นไพ่นกกระจอก คำแก้วปฏิเสธทันทีว่าเล่นไม่เป็น ไม่เล่น

ทันใดนั้นโรสก็ตามเข้ามาคะยั้นคะยอให้ไปเล่นด้วยเพราะขาดไปคนหนึ่ง ขอร้องก็แล้วคำแก้วก็ยืนกรานไม่เล่นบอกว่าเล่นไม่เป็นเสียดายเงิน

"อั๊วหัดให้ ลื้อชาหลาดหัดเดี๋ยวเดียวก็เป็น" โรสต่อรองให้ว่าถ้าเล่นเสียตนจะไม่เอาเงิน แต่ถ้าเล่นได้ให้เอาเงินไปเลย ขนาดนั้นคำแก้วก็ยังยืนกรานไม่เล่น โรสโมโหผลักคำแก้วเบาๆ พูดเสียงดังว่า "ลื้อถือตัวว่าวิเสกมาจากหนาย นั่งกกถุงเงินถุงทองไม่ยอมคาหยับคาเยื่อนเลย แบบนี้เขาเลียกว่างก งกแม้แต่คนแก่ๆเหี่ยวๆแห้งๆ...ไม่ล่ายหลั่งใจเลย!"

พูดจบโรสสะบัดผ้าตวัดถูกคำแก้วเข้าเต็มๆ แล้วเดินเร็วๆ กลับห้องตัวเอง คำแก้วตกใจยืนอึ้ง อาจูรีบเข้ามาขอโทษแทนคุณนายแล้วตามเข้าห้องไป คำแก้วยืนคิดนึกตำหนิตัวเองว่าไม่น่าปฏิเสธเลย

พอโรสกลับเข้าห้องก็แต่งหน้าหนาจัดราวกับจะเล่นงิ้ว อาจูถามว่าทำไมต้องแต่งหนาขนาดนี้ โรสพูดหน้านิ่งๆว่า แต่งหนาๆหน้าจะได้หนาจะได้ไม่ใช่ตัวเอง
อาจูมองโรสอย่างสงสารจับใจ รู้ว่านายสาวเอาชนะใจ ตัวเองไม่ได้แต่ก็อับอายจนต้องพรางใบหน้าตัวเอง แต่งตัวเสร็จ โรสเดินลงบันไดไปราวกับนกจะโผบินสู่ห้วงเวหา อาจูยืนมองตามไปด้วยความสงสาร

แล้วคืนนี้โรสก็ต้องหลั่งน้ำตาให้กับงิ้วที่เล่นบทเศร้าอีก แต่คราวนี้ไม่ทันได้ปาดน้ำตาก็มีมือหนึ่งยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้ โรสหันมอง   เธอตะลึงไปนิดหนึ่งเมื่อเห็นเป็นทรงชัยที่ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้พร้อมรอยยิ้มมีเสน่ห์

ขณะโรสเอื้อมมือรับผ้าเช็ดหน้า เพียงมือสัมผัสกันเบาๆ เธอก็วาบหวิวหวั่นไหวจนชม้ายเขิน...

ooooooo

ที่โต๊ะอาหารเช้าบ้านเจ้าสัว บรรดาคุณนายทั้งสี่มาร่วมโต๊ะครบถ้วน เจ้าสัวพุ้ยข้าวต้มกินอย่างเอร็ดอร่อย เม่งฮวยเมียจากเมืองจีนกินแบบเดียวกัน เยนหลิงพุ้ยกินอย่างนิ่มนวลสุภาพ กรีดนิ้วหยิบผ้าเช็ดมุมปากชดช้อย ส่วนโรสกินไปชำเลืองเยนหลิงไปอย่างหมั่นไส้เต็มทน คำแก้วไม่สนใจใครใช้ช้อนตักข้าวต้มกินปกติ แต่ก็ยังถูกเม่งฮวยกระแนะกระแหน ว่ามาอยู่ตั้งนานแล้วยังไม่รู้จักใช้ตะเกียบอีก

คำแก้วตักข้าวต้มกินเอา...กินเอาอย่างไม่อยากต่อล้อ ต่อเถียง เม่งฮวยได้ใจยิ่งว่าหนักขึ้นไปอีกว่าอยากมีผัวคนจีนทำไม ไม่รู้จักทำตามประเพณีจีน แบบนี้มีผัวคนไทยเสียก็หมดเรื่อง

เจ้าสัวเริ่มชำเลืองอย่างรำคาญที่เม่งฮวยว่าคำแก้วไม่หยุด พอเม่งฮวยพูดอีกว่าใช้ตะเกียบไม่เป็นจะทำอะไรได้ เจ้าสัวก็หันไปสั่งอาย้งที่คอยรับใช้อยู่ให้เอาตะเกียบมา

พออาย้งเอาตะเกียบมาให้ เจ้าสัวส่งให้คำแก้วบอกว่า "คำแก้วเจี๊ยะ" คำแก้วถอนใจยาวรับตะเกียบรับคำแล้วพุ้ยข้าวต้มกินแม้จะเก้ๆกังๆแต่ก็พอทำได้ ไม่วายถูกเม่งฮวยกระแนะกระแหนอีกว่า

"กินล่ายเลี้ยวยังทำดัดจาหลิก"

เจ้าสัวตัดรำคาญทำประชดเม่งฮวยถามอาย้งว่าตนสั่งป้าพุ่มทำอาหารทางเหนือทำให้รึเปล่า

อาย้งบอกว่าเห็นอยู่จานหนึ่งไม่รู้เป็นอะไรพลางไปยกมาวาง เจ้าสัวถามคำแก้วว่าเรียกว่าอะไร คำแก้วดูแล้วบอกยิ้มๆว่า

"เขาเรียกว่าไส้อั่วค่ะนาย ยายพุ่มมาถามแก้วว่าอยากทานอะไร แกบอกนายให้มาถามแก้วแล้วให้แกทำให้แก้วทาน ขอบพระคุณค่ะ" คำแก้วยกมือไหว้เจ้าสัวทำหน้าใสซื่อจนเม่งฮวยยิ่งหมั่นไส้ ทำเสียง "ฮึ!" ในลำคอ ส่วนโรสทำหน้าขยะแขยงบอกว่าเหมือนก้อน...เลยถูกคำแก้วติงว่าคุณนายสามทำไมพูดอย่างนั้น ส่วนเจ้าสัวตำหนิว่าอาเหม่เกว่หาเรื่องจริงๆ รีบเจี๊ยะเสียไม่ต้องพูดมาก

ตำหนิโรสแล้วเจ้าสัวก็หันมาชวนคำแก้วเสียงอ่อนหวาน ให้ลองชิมดูว่าอร่อยไหม คำแก้วชิมแล้วหันไปชวนเยนหลิงว่าลองทานดู

โรสหมั่นไส้จนทนไม่ได้กระแทกตะเกียบแล้วลุกยืน เจ้าสัวสั่งให้นั่งลงก็ยังทำรั้นเลยถูกเอ็ดว่า "อั๊วบอกให้นั่งลง" พอโรสนั่งเจ้าสัวสั่ง "เจี๊ยะไป!"

แล้วโรสก็ถูกเยนหลิงคุณนายสองที่ร้ายลึกถามว่าเมื่อคืน ไปดูงิ้วสนุกไหมเห็นไปดูมาสามคืนแล้ว  โรสหันขวับมองเยนหลิง ตาแทบลุกเป็นไฟปรามว่าอย่ามายุ่ง ท้าทายว่าคืนนี้จะไปอีกคอยดูแล้วกัน

ได้เรื่องจริงๆ หลังอาหารเจ้าสัวเข้าไปในห้องโรสชี้หน้าปรามว่า

"ถ้าลื้อหนีไปลูงิ้วอีก จามีเลื่องใหญ่อย่างที่ลื้อนึกไม่ออกเลย คอยลู!"

เจ้าสัวเข้ามาพูดแค่นั้นแล้วปึงปังออกไป โรสมองตาม อย่างสะกดกลั้น พอเจ้าสัวไปแล้วก็เอามือกวาดของบนโต๊ะหล่นกระจาย สุดท้ายก็นั่งร้องไห้เสียใจตามเคย

ooooooo

พอตกกลางคืน โรสก็แต่งตัวเปิดประตูห้องจะออกไปดูงิ้วอีก อาจูอ้อนวอนกระทั่งยกมือไหว้ร้องไห้ ขอร้อง สุดท้ายโรสก็ยอมไม่ไป อาจูดีใจมากรีบปิดประตู เข้ามาปรนนิบัติเอาใจ

เยนหลิงเงี่ยหูฟังอยู่พอได้ยินเสียงประตูห้องเปิดก็ถามอาเง็กว่าโรสออกมาหรือยังรีบไปดู แต่พอไม่เห็นโรสออกมาเยนหลิงก็หน้าเครียดผิดหวัง

เวลาเดียวกันนั้น คำแก้วลงไปเดินเล่นที่สนามหลังตึก ลมพัดกิ่งไม้เสียดสีดังเอี๊ยดอ๊าด คำแก้วชะงักมองไปบ่อน้ำเห็นใบไม้ร่วงกราว รอกตักน้ำที่บ่อมีเสียงเสียดสีกัน คำแก้วมองตาค้างเริ่มรู้สึกกลัว แต่พอขยับจะหันกลับก็สะดุ้งสุดตัว เมื่อชนเข้ากับอาอึ้มที่เดินมาพอดี อาอึ้มถามคำแก้วว่าดูอะไรอยู่หรือ

คำแก้วบอกว่าดูบ่อน้ำอยู่ชี้ให้อาอึ้มดูบอกว่าน่ากลัว จังเลย อาอึ้มไม่ยอมดูบอกว่ารีบขึ้นข้างบนเถอะนายท่านรออยู่ คำแก้วแหงนมองไปที่ระเบียงตึกเห็นเจ้าสัวยืนมองลงมาจากระเบียงชั้น 3 หลังห้องนอนตัวเอง เธอจะกลับแต่ยังติดใจสงสัยถามอาอึ้มว่า

"อาอึ้ม บ่อน้ำตรงนั้น มีผีรึเปล่า" อาอึ้มตกใจหน้าถอดสีรีบเดินกลับเข้าตึก คำแก้วมองตามยิ่งรู้สึกกลัวร้องบอกอาอึ้มให้รอด้วยแล้วจ้ำอ้าวตามไป

ที่หน้าห้องคำแก้ว ป้าพุ่มกำลังแขวนโคมแดงอยู่ เสร็จแล้วเดินเข้าไปในห้องโดยมีเป้าที่เป็นผู้ช่วยถืออ่างน้ำเดินตามเข้าไปอย่างรู้หน้าที่...

ooooooo

กิมลั้งไม่ยอมขึ้นไปรับใช้คำแก้วอ้างว่าไม่สบาย เช้านี้อ่อนจึงขึ้นไปเอาผ้าซักลงมา คำแก้วกลับจากใส่บาตรถามว่ากิมลั้งไปไหน พออ่อนบอกว่ากิมลั้งไม่สบาย คำแก้วตาวาววาบบอกอ่อนว่า

"งั้นเหรอ ไปถามซิว่าตายเมื่อไหร่...อย่าลืมถามล่ะ" คำแก้วตะโกนคำสุดท้ายตามหลังไป แล้ววิ่งขึ้นบันไดอย่างหงุดหงิด

เม่งฮวยที่ไปใส่บาตรเพิ่งกลับมาสั่งคำแก้วให้หยุดเดี๋ยวนี้ วิ่งในบ้านไม่ได้ไม่เข้าใจหรือ คำแก้วเลยทำเป็นย่อง ขึ้นไป เม่งฮวยรู้ว่าถูกทำประชด สบถอย่างหัวเสีย

"เค้าเป๋...จองหองพองขน"

ที่โต๊ะกินข้าวรวมในห้องครัว ทุกคนนั่งกินข้าวอยู่ อ่อนเดินเข้าไปทีหลัง ป้าพุ่มกำลังบรรยายชมความงามของคำแก้วให้ทุกคนฟัง กิมลั้งฟังแล้วขัดหูมาก พอเห็นอ่อนมาก็ถามว่าคำแก้วถามถึงตนหรือเปล่า อ่อนเล่าว่า ถามว่าทำไมกิมลั้งไม่ขึ้นมาเอาผ้าซัก ตนบอกว่ากิมลั้งไม่สบาย กิมลั้งถามอีกว่าแล้วคุณนายสี่ว่าไง

"เปล่า ไม่ได้ว่าอะไรเลยนี่" อ่อนไม่อยากมีเรื่อง กิมลั้ง เชื่อสนิทแต่ก็แปลกใจว่าไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างคำแก้วจะเงียบไปเฉยๆ

คำแก้วเข้าไปหาเยนหลิงที่ห้องบอกว่าตนไม่อยากได้ กิมลั้งไว้อีกแล้ว เยนหลิงแนะตามเคยว่าต้องไปบอกเรื่องนี้กับคุณนายใหญ่ คำแก้วนิ่งไป ครู่หนึ่งก็ถามเยนหลิงว่าบ่อน้ำ เก่าหลังบ้านมีผีรึเปล่า

สีหน้าเยนหลิงเริ่มเครียดขึ้นถามคำแก้วว่าเห็นหรือ คำแก้วว่าไม่เห็นแค่ถามดูเฉยๆ

"มีหรือไม่มีก็ไม่รู้ รู้แค่ว่ามันคือบ่อนรก" เยนหลิงทำหน้าสยอง พอคำแก้วถามว่ามีผีรึเปล่า "ผีเหรอ...มีทำไมจะไม่มี มีคนตายในบ่อตั้งหลายคน มันก็ต้องมีบ้าง"

เยนหลิงพลั้งปากแต่พอคำแก้วถามว่าใครตายหรือ เยนหลิงกลับนิ่งไปเหมือนตกอยู่ในภวังค์ พอคำแก้วเรียกดังๆ จะถามต่อ เยนหลิงก็บอกให้พอได้แล้วอย่ามาเซ้าซี้อะไรอีกเลย ออกไปเสีย

เห็นอากัปกิริยาที่น่าเกรงของเยนหลิง คำแก้วลุกพรวดเดียวไปถึงประตู หันกลับมาดูเยนหลิงอีกทียิ่งสงสัยความลี้ลับของบ่อน้ำนั่น

ooooooo

กิมลั้งยังนอนซมอยู่ข้างหีบที่ถูกคำแก้วเอาขวานจามแตก อาอึ้มมาถามว่าจะไปหาหมอไหม กิมลั้งไม่ไปแต่บอกอาอึ้มว่าตนไม่อยากไปรับใช้คุณนายสี่ อาอึ้ม บอกว่าไม่ได้ เพราะนี่เป็นคำสั่งของเจ้าสัว

"แต่ตอนนี้อั๊วไม่สบาย อาอึ้มไปบอกอีแล้วทำงานแทนอั๊วด้วยนะ อาอึ้มนะ...นะ..." อาอึ้มใจอ่อนยอมรับปาก กิมลั้ง รีบกำเสี่ย อาอึ้มมองแล้วเดินออกไป กิมลั้งมองตามถอนใจอย่างโล่งอก

พออาอึ้มไปบอกคำแก้ว ถูกคำแก้วย้อนถามว่าเดี๋ยวนี้อาอึ้มให้กิมลั้งสั่งได้แล้วหรือ อาอึ้มรีบชี้แจงว่าไม่ใช่ อย่าพูด อย่างนั้นเดี๋ยวท่านเจ้าสัวรู้กิมลั้งโดนด่าแน่ คำแก้วทำตาโตถามว่าแค่ด่าหรือ แบบนี้ต้องไล่ออกอย่างเดียว จากนั้นคำแก้ว ตีสนิทกับอาอึ้มสอนอาอึ้มให้พูดภาษาไทยให้ชัดๆ อาอึ้มหัดจนเหนื่อยก็พูดไม่ได้ สุดท้ายคำแก้วเลยเปลี่ยนเป็นบอกว่าตนอยากรู้เรื่องบ่อนรกนั่น เล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ

อาอึ้มตกใจมากสีหน้าลนลานมีพิรุธ หาทางเลี่ยงไม่เล่า เดินไปทางประตูจะออกจากห้อง คำแก้วตามไปจับแขนไว้ จ้องตาบอกว่า

"อึ้ม ถึงยังไงวันหนึ่งฉันก็ต้องรู้ เพราะฉะนั้นอึ้มเล่าเถอะ ฉันไม่อยากฟังจากคนอื่น เพราะไม่แน่ใจว่าจะเป็นเรื่องจริงรึเปล่า แต่ฉันรู้ว่าถ้าอึ้มเล่าฉันเชื่อได้" พูดแล้วเห็นแววตาอาอึ้มลังเล คำแก้วย้ำ "เล่าเถอะ วันหนึ่งฉันก็ต้องรู้อยู่ดี"

อาอึ้มนิ่งไปอึดใจต่อสู้กับความคิดตัวเองว่าจะเล่าไม่เล่าดี แล้วก็เปลี่ยนเป็นทบทวนเหตุการณ์ในอดีต เล่าด้วยสีหน้าสยองว่า...

"เง็กท้อเป็นคุงนายคนสุกท้ายของเจ้าสัวใหญ่อาเตียของเจ้าสัวเชง อายุสิบสี่ แลกลุ่นสวยงามจริงๆ แต่อีดันไปลักกับอาฮี"

อาอึ้มเล่าว่าอาฮีเป็นหนุ่มขายเต้าฮวยที่หล่อเหลาเกลี้ยงเกลาและร่างกำยำ พอเห็นกับเง็กท้อก็รักกันทันที

คืนหนึ่งที่ห้องเช่าของอาฮี ขณะเง็กท้อกำลังเริงรักอยู่กับอาฮี ก็ถูกชายฉกรรจ์สองคนพังประตูเข้ามา คนหนึ่งเข้าไปคว้าเง็กท้อไว้ อีกคนเงื้อค้อนกระหน่ำหัวอาฮีดังโพละ!

เง็กท้อถูกนำตัวกลับไปหาเจ้าสัวใหญ่ในสภาพถูกมัดปากไว้ไม่ให้ร้อง เจ้าสัวมองเง็กท้อด้วยสายตาเย็นเยียบเลือดเย็น ส่งสัญญาณให้ลูกน้องทั้งสอง แล้วเง็กท้อก็ถูกลากตัวไปที่บ่อน้ำหลังบ้าน

เง็กท้อดิ้นรนสุดชีวิต ถูกชายฉกรรจ์คนหนึ่งต่อยท้องจนตัวงอ แล้วทั้งสองก็ช่วยกันยกร่างเง็กท้อหย่อนลงไปในบ่อ!

เสียงน้ำในบ่อแตกกระจายก้องขึ้นมา เจ้าสัวใหญ่ยืนนิ่ง สีหน้าสะใจ

พออาอึ้มเล่าจบ คำแก้วถามว่าหมายความว่าเง็กท้อ  ถูกโยนลงบ่อหรือ อาอึ้มไม่ตอบ พอเธอถามอีกที อาอึ้มตอบด้วยเสียงสะท้านว่า

"ซาหวันเท่านั้นที่ลู้ เอาเป็นว่า อีจมน้ำตายไปในบ่อก็เลี้ยวกัน"

คำแก้วนิ่งอึ้ง สีหน้าเสียวสยองนัก...และเมื่อมาถึงห้องรับแขก เห็นรูปถ่ายของเจ้าสัวใหญ่กับคุณนายใหญ่แขวนอยู่หน้าเจ้าสัวใหญ่นิ่งเฉยดูน่าเกรงขาม คำแก้วมองตาเจ้าสัวใหญ่แล้วรู้สึกกลัวอย่างประหลาด

ooooooo

วันนี้ ขณะที่ก้องเกียรติกำลังประชุมกับผู้ร่วมงานระดับหัวหน้าเตรียมแผนขยายตลาดกับจีนนั้น ก็ได้รับโทรศัพท์จากเม่งฮวยถามถึงอาตั่วหมวยว่าเมื่อไรจะกลับ ตนคิดถึง ก้องเกียรติบอกว่าอีกสองปี เม่งฮวยร้องอย่างตกใจเพราะอยากให้ลูกสาวกลับมาอยู่ใกล้ๆ ก่อนวางสายถามว่าแล้วก้องเกียรติเมื่อไหร่จะมาหาอาม้าอีก

ตกเย็นก้องเกียรติก็ไปหาอาม้าทันที เม่งฮวยดีใจมาก กราบอาม้าแล้วก้องเกียรติเปิดประตูออกมา เจอกิมลั้งเข้า กิมลั้งดีใจจนเนื้อเต้นรีบเข้าไปทักประจ๋อประแจ๋ ถามว่าทานอะไรมาหรือยัง ก้องเกียรติตอบสั้นๆว่ายังไม่หิว เอ่ยขอบใจ แล้วเดินไปที่หน้าตึกจะไปตึกเล็ก กิมลั้งมองตามยิ้มปลื้มก่อนเดินขึ้นบันไดไปชั้นบน

กิมลั้งเดินมาถึงห้องคำแก้วทำท่าจะเปิดประตูเข้าไป แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเดินเลยไปที่ห้องโรส แต่คำแก้วเปิดประตูออกมาเห็นเสียก่อน เลยเรียกให้เข้าไปทำงานในห้อง

อาอึ้มกำลังปัดปูที่นอนอยู่ คำแก้วบอกอาอึ้มว่าให้กิมลั้งทำ กิมลั้งวางแผนกวนประสาทคำแก้วด้วยการแกล้งถามอาอึ้มว่ารู้ไหมว่าคุณชายใหญ่มา เมื่อกี้คุยกับตนตั้งนาน

คำแก้วได้ยินแว่วๆ ถามอาอึ้มว่าเมื่อกี้พูดอะไรกัน อาอึ้มโยนกลองให้ถามกิมลั้ง พอถามกิมลั้งก็ไม่ยอมบอกทั้งยังหัวเราะกวนประสาทอีกด้วย พอกิมลั้งปัดที่นอนเสร็จจะออกไป คำแก้วไม่ยอมให้ออกสั่งให้ปูใหม่ให้ตึงกว่านี้ เมื่อกิมลั้งทำอย่างประชดประชัน คำแก้วสั่งเฉียบขาดว่า

"แกต้องรับใช้ฉันจนฉันพอใจ ถึงจะไปยกถาดอาหารประเคนคุณชายใหญ่ของแก จำไว้"

ooooooo

ปรากฏว่าเรืองยศกับโจและเต้ตามก้องเกียรติมาภายหลัง  เมื่อเจอกัน อาอึ้มมองทั้งสี่คุยกันด้วยภาษาไทยเร็วปรื๋อก็ทำหน้างง บอกว่าตนฟังไม่รู้เรื่อง ก้องเกียรติเลยอำว่าพวกตนหิวข้าวกันแล้ว

"ไอ้หยา อั๊วจามาถามพอดี" อาอึ้มยกมือทาบอกแล้วรีบไปที่ครัว

หลังจากกินข้าวกันแล้ว สี่หนุ่มพากันไปนั่งที่ศาลาสวนหลังตึก ก้องเกียรติเป่าขลุ่ยให้เพื่อนๆฟังกันอย่างเพลิดเพลิน เสียงขลุ่ยดังไปถึงห้องคำแก้ว เธอสะดุดหูแววตาอ่อนโยนลงทันที บอกกิมลั้งว่าพอแล้วไปได้แล้ว กิมลั้งเกิดไม่ยอมไปขึ้นมาอีก จนคำแก้วต้องออกคำสั่ง กิมลั้งจึงเดินกระแทกเท้าออกไป

คำแก้วมองกิมลั้งที่ปิดประตูปังอย่างไม่พอใจ แต่พอนิ่งฟังเสียงขลุ่ยก็กลับรู้สึกผ่อนคลาย

กิมลั้งเดินลงส้นปังๆออกมา  อาเง็กโผล่มาดูแล้วรายงานเยนหลิง ซักถามกิมลั้งจนรู้ว่าไม่พอใจคำแก้วที่จิกหัวใช้ อาเง็กเลยถามเรื่องอะไรหรือ

กิมลั้งเล่าให้ฟังอย่างมีอารมณ์ เมื่ออาเง็กกลับไปเล่าให้เยนหลิงฟัง เยนหลิงปะติดปะต่อได้ว่าเพราะคำแก้วชอบฟังเสียงขลุ่ยของคุณชายใหญ่ วันก่อนเคยบอกตนว่าจะไปฟังเสียงขลุ่ยใกล้ๆ ตนยังเตือนว่าจะไปทำไมเดี๋ยวใครเห็น คำแก้วก็รั้นจะไปให้ได้

"กิมลั้งมันว่า พออาคุณชายใหญ่เป่าขลุ่ยก็ไล่มันออกมาจากห้อง สงสัยเดี๋ยวอาคุณนายสี่ต้องหาทางแอบไปฟังแน่ๆ" อาเง็กเดา เยนหลิงยิ้มร้ายอย่างมีแผนการ

แล้วก็จริงอย่างที่อาเง็กคาด ครู่เดียวคำแก้วก็เดินผ่านห้องเยนหลิง อาเง็กโผล่มาดูแล้วหันบอกเยนหลิงอย่างสะใจว่าอีไปแล้ว บ่นว่าน่าเป็นห่วง

"ห่วงว่าไง...ห่วงว่าจะเป็นเง็กท้อคนที่สองงั้นรึ" เยนหลิงถามตรงจนอาเง็กตกใจ ในขณะที่เยนหลิงเองกลับยิ้มเย็นเยียบสีหน้าแววตาสะใจกับสิ่งที่ตัวเองคาดเดา

ooooooo

คำแก้วมองไปที่ศาลาสวนหลังตึก เห็นแต่ก้องเกียรติในชุดลำลองยืนเป่าขลุ่ยดูสง่ามีเสน่ห์ยิ่งนัก ทำให้อยากเข้าไปดูไปฟังใกล้ๆ  พอเข้าใกล้จึงเห็นว่าก้องเกียรติไม่ได้อยู่คนเดียว เลยเปลี่ยนเป็นแอบฟังแต่เผลอขยับตัวเกิดเสียงดัง ทุกคนที่ศาลาจึงหันมองเป็นตาเดียว คำแก้วรีบเก็บของแล้ววิ่งกลับขึ้นบันไดไปอย่างเร็ว

ก้องเกียรติเผลอใจมองตามคำแก้วไปอย่างตะลึง หารู้ไม่ว่าเรืองยศที่ผิดสังเกตก้องเกียรติตั้งแต่คราวที่แล้ว  จับตาดูอยู่อย่างไม่พอใจ รู้แก่ใจแล้วว่าก้องเกียรติคิดอะไรอยู่...

คำแก้ววิ่งมาถึงโถงบันไดชั้น 2 ก็หยุด ยกสองมือประคองใบหน้าตัวเองหลับตาลงด้วยความรู้สึกเขินอายที่ถูกก้องเกียรติจับได้ว่าไปแอบดูแอบฟังเขาเป่าขลุ่ย

หารู้ไม่ว่าอาเง็กที่ถูกเยนหลิงสั่งให้จับตาดูคำแก้วอยู่ เปิดประตูแง้มออกมาดูเห็นอากัปกิริยาของคำแก้วก็ค่อยๆ ปิดประตู แต่คำแก้วยังอยู่ในภวังค์ ยืนประคองหน้าตัวเองเขินอายอยู่ตรงนั้น

ooooooo

มงกุฎดอกส้ม ตอนที่ 5

อ่านเรื่องย่อ

มงกุฎดอกส้ม

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ:

นิยายไทยรัฐ
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement