มหาหิน ตอนที่ 1 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

มหาหิน ตอนที่ 1


17 ธ.ค. 2560 08:23
84,324 ครั้ง

ละคร นิยาย มหาหิน

มหาหิน ตอนที่ 1

อ่านเรื่องย่อ

มหาหิน

แนว:

แอคชั่น-โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ชาติ อินทรี

บทโทรทัศน์โดย:

ภูมิแผ่นดิน

กำกับการแสดงโดย:

ทองก้อน ศรีทับทิม

ผลิตโดย:

บริษัท โคลี่เซี่ยม อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

จิณณะ นวรัตน์,พิมพ์ปวีณ์ โคกระบินทร์

หลังจาก “หิน” นักเลงประจำถิ่นถูกกล่าวหาว่ายิงพายุ ลูกชายกำนันลอย แต่เขาสู้คดีจนพ้นผิดเพราะไม่ได้ยิง ครูช่วงจึงขอให้หินไปบวชในที่ห่างไกลเพื่อที่คนพวกนี้จะได้ตามหาไม่เจอ แต่กำนันลอย และลม น้องชายของพายุไม่ยอมเลิกรา ทั้งคู่ยังฝังใจว่าหินเป็นคนยิงพายุตาย

5 ปีต่อมา...ดิน พี่ชายของหินถูกฆ่ายกครัว เนื่องจากไปขัดผลประโยชน์การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีของเรือง น้องชายกำนันลอย ซึ่งมีเสี่ยสมเกียรติเจ้าของห้างสรรพสินค้าใหญ่ในตัวจังหวัดให้การสนับสนุน แต่คนที่หนุนหลังเสี่ยสมเกียรติตัวจริงคือท่านตะวันซึ่งไม่มีใครเคยเห็นใบหน้าที่แท้จริง

ท่านตะวันส่งนายเคร่งพร้อมลูกน้องมาฆ่าดินยกครัว แต่หนึ่งกับทราย ลูกชายและน้องสาวของดินรอดตายอย่างหวุดหวิด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของดินทำให้หินต้องสึกจากพระเพื่อมาดูแลหลานและน้องสาว โดยไม่คิดที่จะแก้แค้นและจองเวรกันอีกต่อไป

การตายของดินกับเมีย หลายคนพุ่งเป้ามาที่กำนันลอยเพราะดินเพิ่งมีปากเสียงกับเขาเมื่อวันก่อนขณะหาเสียงในตลาด แต่กำนันลอยก็พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองด้วยการยินดีให้ตำรวจสอบปากคำ

หินสึกจากพระก็มุ่งหน้ากลับบ้านด้วยรถไฟ ระหว่างทางพวกนายเคร่งรับคำสั่งจากเสี่ยสมเกียรติ มาดักเล่นงานหิน แต่ไม่สำเร็จเพราะได้ “ฝน” สาวสวยเข้าช่วยเหลือ แถมมีตำรวจรถไฟมาระงับเหตุ ทำให้พวกเคร่งต้องโดดรถไฟหนีไป

หินขอบคุณสาวสวยเก่งวิชาหมัดมวยพร้อมกับแนะนำตัวเองว่าชื่อหิน เมื่อรู้ว่าเธอจะไปลงสถานีห้วยทับทรายเหมือนกัน เขาอยากรู้ว่าเธอไปทำอะไรที่นั่น

“ไปสอนหนังสือค่ะ”

“เป็นครู ทำไมชกเก่งจัง”

“พอดีฉันเป็นครูพละน่ะค่ะ ขอตัวนะคะ”

ฝนขอตัวลุกไปนั่งที่ของตน หินยังไม่รู้จักชื่อเธอ ร้องถามไล่หลังแต่ไม่ได้คำตอบกลับมา...แอบบ่นพึมพำกับตัวเอง

“หยิ่งชะมัด เอ...หรือว่าบวชซะนานเลยจีบหญิงไม่เป็นแล้วหว่า”

ooooooo

ทรายกับครูช่วงตั้งใจไปรอรับหินที่สถานีห้วยทับทราย โดยนั่งรถสองแถวประจำหมู่บ้านของอ่างกับหล้าไป ระหว่างทางหล้ารู้จากทรายว่าหินสึกแล้ว และจะกลับมาอยู่บ้านก็ดีใจยกใหญ่

สองคนถึงสถานีฯได้ไม่นาน ขบวนรถไฟวิ่งมาแต่ไกล ทรายบอกครูช่วงด้วยความตื่นเต้นว่า

“พี่หินบอกว่าจะมาขบวนนี้แหละค่ะ”

“อืม...ห้าปีแล้วสินะที่ไม่ได้เจอกันเลย”

“ไม่รู้พี่หินจะเป็นยังไงบ้างนะคะ”

“ก็หวังว่าคงจะเย็นลงกว่าเก่า”

ทรายพยักหน้า มองรถไฟวิ่งเข้ามาเทียบสถานีอย่างลุ้นๆ

เมื่อหินเตรียมตัวลง เขามองหาสาวสวยตรงโบกี้ของเธอ แต่ไม่เห็นเสียแล้ว...หินเดินตามผู้โดยสารอื่นๆ

ลงมายืนบนชานชาลา ครู่เดียวทรายกับครูช่วงก็ตรงดิ่งมาหาด้วยรอยยิ้ม

“พี่หิน ดีใจจังเลย”

หินสวมกอดน้องสาวแล้วสวัสดีครูช่วง จากนั้นซักถามเรื่องการตายของพี่ชาย แต่ครูช่วงบอกให้กลับไปคุยกันที่บ้าน หินออกเดินแต่ยังละล้าละลังเหลียวซ้ายแลขวามองหาสาวสวยที่สร้างความประทับใจเอาไว้

เมื่ออ่างกับหล้าได้เจอหินตรงหน้าสถานีรถไฟก็ทักทายด้วยความดีใจ

“พี่หิน โอ้โห ดูผิวพรรณอย่างกับเทวดาแน่ะ ผิวเนียนเชียว”

“ตอนบวชก็ไม่ได้ทำอะไรนี่ ท่องแต่หนังสืออยู่แต่ในวัด แต่กลับมาคราวนี้คงดำเหมือนเดิม เพราะตั้งใจจะมาทำไร่”

“ทำไร่...แม่เจ้าโว้ย หินนักเลงเก่าจะถอดเขี้ยวเล็บมาทำไร่”

“พี่หินพูดจริงๆเหรอ”

“จริงสิหล้า พี่อยากกลับมาดูแลน้องกับหลาน และก็ขออยู่อย่างสงบ ไม่อยากจะจองเวรกันอีก”

“ดีแล้วล่ะหินเอ๊ย” ครูช่วงตบไหล่หินเบาๆ

“แล้วนี่ตาหนึ่งไม่มาด้วยหรือ ตอนนี้คงโตมากแล้วสินะ”

“เรียกตาหนึ่งไม่ได้แล้ว เพราะท่านเป็นเณรหนึ่งแล้วนะพี่”

หินยิ้มดีใจ แล้วหันไปเห็นสาวสวยที่เจอบนรถไฟเดินอยู่ไกลๆ เขาตั้งใจจะไปทัก แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเธอสวมกอดกำนันลอย

“นึกว่าใคร ที่แท้ก็เมียใหม่กำนันลอยนี่เอง” หินแอบบ่นด้วยความผิดหวัง

ooooooo

ที่แท้ฝนไม่ใช่เมียใหม่ของกำนันลอย แต่เป็นลูกสาวที่ไปเรียนต่อกรุงเทพฯเสียนาน และเพิ่งจบครูกลับมาบ้านเกิด

“ฝนกำลังจะมาเป็นครูที่บ้านเรา ฝนสอบบรรจุครูได้แล้วเลือกมาสอนที่นี่ค่ะ เพราะฝนจะได้มีโอกาสมาดูแลพ่อไง แล้วนี่พี่ลมไปไหนเสียล่ะ”

“โอ๊ย! มันก็ไปตามฤทธิ์ตามเดชของมัน อย่าไปสนใจมันเลย ไปบ้านกันดีกว่า”

กำนันลอยดีใจ จูงลูกสาวไปขึ้นรถ...

เวลาเดียวกันนั้น เสี่ยสมเกียรติเข้ามาที่ห้างสรรพสินค้าของตน แต่ไม่เห็นชาดาจึงถามพนักงานว่าลูกสาวตนยังไม่มาทำงานอีกหรือ

“ยังค่ะ แต่คุณชาดาโทร.มาบอกว่าจะเข้าสายหน่อยค่ะ”

เสี่ยสมเกียรติส่ายหน้าแล้วเดินเข้าไปในห้องทำงาน อีกครู่พนักงานก็พานวลนิดที่สมัครตำแหน่งเลขานุการเข้ามาให้เสี่ยสัมภาษณ์ เสี่ยพอใจรูปร่างหน้าตาของนวลนิด ตกลงรับเข้าทำงานในวันพรุ่งนี้เลย

นวลนิดกลับออกมา สวนกับเคร่งที่จะเข้าไปพบสมเกียรติ เคร่งมองเธอด้วยความสนใจก่อนเดินผ่าน

ทันทีที่เห็นเคร่ง สมเกียรติถามว่างานเรียบร้อยดีไหม แต่แล้วคำตอบก็ทำให้เขาผิดหวังจนหน้าเครียด

ขณะนั้นชาดาลูกสาวของสมเกียรติกำลังหงุดหงิดอยู่กลางถนน รถของเธอเสียและยังหาช่างซ่อมไม่ได้ พอดีลมพี่ชายของฝนผ่านมาจึงช่วยเหลือ แต่พอรถสตาร์ตติด ชาดาก็ทิ้งให้ลมยืนหน้าดำปี๋ไปด้วยเขม่าอยู่ตรงนั้น

ooooooo

หินมางานเผาศพพี่ชายกับพี่สะใภ้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ทรายขอให้พี่ทั้งสองไปสู่สุคติ เณรหนึ่งขออุทิศบุญกุศลในการบวชของตนให้โยมพ่อกับโยมแม่ ขณะที่หินกล้ำกลืนน้ำตาบอกว่า

“พี่ดินไม่ต้องเป็นห่วง ฉันจะดูแลน้องกับหลานเอง”

หลังเสร็จพิธีเผาศพ หินกับญาติและคนสนิทพากันมากราบหลวงพ่อ

“ดูเอ็งเปลี่ยนไปเยอะนะ ท่าทางเย็นลง สุขุมขึ้น” หลวงพ่อทักหิน

“ครับ 5 ปีที่ผ่านมาทำให้ผมเข้าใจอะไรได้หลายๆอย่าง เณรหนึ่งโตเร็วนะ เมื่อก่อนยังอุ้มอยู่เลยดูสิราศีผ้าเหลืองจับช่างอิ่มบุญเหลือเกิน”

“ฉันคิดว่าฉันคงจะอยู่ในผ้าเหลืองไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่นั่นแหละอาหิน”

“อ้าว...แล้วเรื่องการเรียนล่ะเณร” ทรายท้วง

“เรียนทางพระก็ได้นี่ ได้ความรู้เหมือนกัน แถมยังดีกว่าตรงที่มีธรรมะคอยบ่มนิสัยด้วย”

หินพยักหน้าเห็นด้วยกับที่หลวงพ่อพูด หันมาบอกน้องสาวว่า

“ดีแล้วล่ะทราย ปล่อยให้เณรเขาทำตามใจไปเถอะ อาขออนุโมทนาด้วยนะ พ่อแม่ของเณรก็จะได้เกาะชายผ้าเหลืองไปสวรรค์”

“มาเที่ยวนี้จะมาทำอะไรล่ะ” หลวงพ่อถาม

“ก็คงปลูกบ้านใหม่ ที่ดินที่มีอยู่ก็จะทำไร่ บางทีก็จะหางานรับจ้างเล็กๆน้อยๆทำไปด้วยครับ”

“อืม...เข้าท่าๆ ขอให้เอ็งสมปรารถนานะ” หลวงพ่ออวยพร...ทุกคนยิ้มแย้มชื่นชมกับความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีของหิน

ooooooo

เมื่อกลับถึงบ้าน กำนันลอยรู้จากลูกสาวคนสวยว่ามีคนตีกันบนรถไฟและคนโดนตีเพิ่งสึกจากพระ กำนันนึกถึงหินทันที แต่ฟังจากฝนเล่าว่านายหินคนนี้ซื่อบื้อมาก จึงเลิกสนใจเพราะคิดว่าไม่น่าใช่คนใน หมู่บ้านนี้ พอเรืองเข้ามาเห็นฝนก็ทักทายกันประสาอาหลานที่ไม่ได้เจอกันนาน

เรือง...น้องชายกำนันลอยกำลังระดมหาเสียงเลือกตั้งนายกเทศมนตรีที่ตัวเองลงสมัคร เขารายงานพี่ชายว่าช่วงนี้พอมีลุ้น น่าจะแซงครูช่วงได้ ฝนการันตีว่าอาของตนต้องได้อยู่แล้ว เพราะเมื่อสักครู่นั่งรถมาเห็นมีรูปอาติดทุกเสาไฟฟ้า เรืองหัวเราะชอบใจ บอกว่าถ้าได้จะเลี้ยงฉลองเจ็ดวันเจ็ดคืนเลย

แต่คนที่กำลังหัวเสียในเวลาเดียวกันนี้คือท่านตะวัน เขารู้ว่าเคร่งกับสมุนไม่สามารถจัดการหินได้เพราะลูกสาวกำนันลอยเข้ามาช่วย จึงสั่งให้รอบคอบมากกว่านี้และอย่าทำเสียเรื่อง

สมเกียรติมากับเคร่งรีบรับปาก ขณะที่เคร่งนิ่งเงียบ รู้สึกเสียหน้าเพราะทำงานพลาด สมเกียรติเขม่นและไม่ค่อยลงรอยกับหมอนี่อยู่แล้ว จึงย่ามใจว่าเสือเคร่งคนนี้ฝีมือไม่เท่าไหร่ แค่ผู้หญิงยังสู้ไม่ได้

กลับมาถึงห้างสรรพสินค้าของตนได้ไม่นาน สมเกียรติมีเรื่องให้หงุดหงิด เพราะชาดาลูกสาวคนเดียวมาขอเปลี่ยนเครื่องยนต์รถใหม่ ทั้งที่เขาอนุญาตให้ซื้อรถใหม่แทนคันเก่า แต่เธอไม่ยอม บอกว่ารักรถคันนี้มากเพราะเป็นของแม่ อยากเก็บไว้เป็นที่ระลึก

“ตามใจ เอารถไปทิ้งไว้ที่อู่ เดี๋ยวป๊าจะจัดการให้ หมดธุระแล้วใช่ไหม ป๊าจะออกไปข้างนอก แล้วไม่จำเป็นก็อย่าพูดเรื่องแม่ขึ้นมาอีก”

สมเกียรติเดินหน้าตึงออกไป ทิ้งให้ชาดายืนอึ้ง ไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อถึงเกลียดแม่นัก

ooooooo

หินกลับมาบ้านเกิดแต่ยังไม่มีที่ซุกหัวนอนเพราะบ้านพี่ชายโดนคนร้ายเผาวอดทั้งหลัง หินจึงต้องไปอาศัยบ้านครูช่วงเหมือนกับทราย

แต่การกลับมาครั้งนี้หินต้องการลงหลักปักฐานที่บ้านเกิดด้วยการปลูกบ้านใหม่ในที่ดินเดิมของครอบครัว และปลูกพืชผักพร้อมกับหาอาชีพเสริมให้มีรายได้เพื่อเลี้ยงตัวและน้องสาว

ทรายกำลังจะสอบบรรจุครูในอำเภอ หินอวยพรให้น้องได้ทำงานที่รัก ส่วนเรื่องคดีของพี่ชาย ปลัดชัยบอกหินว่าน่าจะเป็นการปล้น เพราะคนที่ดินยิงต่อสู้เป็นพวกผู้ร้ายก่อคดีมานับไม่ถ้วน

“เดี๋ยวนี้บ้านเรามีแบบนี้แล้วหรือครับ”

“มีมากกว่านั้นอีก ตอนนี้เสี่ยสมเกียรติกับกำนันลอยมีอิทธิพลมากมาย ว่ากันว่าพวกนี้ค้าของผิดกฎหมายด้วย”

“แล้วเราเอาผิดกับพวกเขาไม่ได้เหรอ”

“เอาผิดอะไร พวกมันย้ายผมออกนอกพื้นที่ไปรอบหนึ่งแล้ว ขืนไปต่อกรกับมัน สงสัยคราวนี้คงแป้กไม่ได้ผุดได้เกิดแน่...ไม่ดีกว่า ผมอยากเกษียณที่นี่ เอาล่ะ ผมไปก่อนนะ”

ปลัดชัยผละไป หินมองตามแล้วคิดว่าปล่อยทุกอย่างเป็นไปตามกรรม ไม่ต้องการแก้แค้นเอาคืนใครทั้งนั้น

นอกจากปลัดชัยและครูช่วงแล้วหินยังมีผู้ใหญ่แสงอีกคนที่คอยช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ แต่กับสองพ่อลูก กำนันลอยและลม หินยังตกเป็นจำเลยในสายตาพวกเขาเรื่องที่พายุถูกยิงตาย

วันที่ทรายเข้าเมืองเพื่อไปสอบบรรจุครู เธอโดนไอ้ผาดลูกน้องกำนันลอยแทะโลมด้วยวาจาหยาบคายและอาจเลยเถิดถึงลวนลามถ้าไม่ได้ลมเข้ามาช่วยไว้

ถึงลมจะเป็นลูกชายกำนันลอยแต่ผาดก็ไม่กลัวเกรง มันประกาศชัดว่าเป็นลูกน้องของพ่อ ไม่ได้เป็นลูกน้องของลม ทำไมต้องเชื่อฟัง แต่พอลมเตะต่อยสั่งสอนไปชุดใหญ่ ผาดสู้ไม่ได้ พูดอวดเก่งทิ้งท้ายไว้ก่อนหนีไปพร้อมสมุน

“กูเห็นมึงเป็นลูกกำนันลอยนะ ไม่งั้นสวย”

ทรายขอบคุณลมที่ช่วยเหลือ แต่ลมตอบกลับมาจนเธอชะงักหน้าเจื่อน

“ฉันช่วยเพราะสงสารเธอ แต่เรื่องของไอ้หินกับฉันมันยังไม่จบ ฝากไปบอกมันด้วยว่าฉันอยากพบมัน ตอนเย็นให้ไปเจอที่สะพาน ถ้ามันไม่มาบอกให้มันเอาผ้าถุงมานุ่งซะ”

ooooooo

สมเกียรติมาพบกำนันลอยกับเรืองที่โรงไม้เพราะวันนี้มีไม้ชุดใหม่เข้ามา กำนันรู้ราคาแล้วสงสัยว่าทำไมแพงขึ้น เรืองบอกว่างวดนี้ต้องเสียค่าด่านให้พวกชนกลุ่มน้อย พวกมันกำลังรบกันจึงอยากเอาเงินไปซื้ออาวุธ

“ซื้อไปทำไมอาวุธ ซื้อไปฆ่าแกงกันเปล่าๆ ไม่เห็นได้ประโยชน์อะไรเลย”

“มันไม่ได้ประโยชน์ แต่เราได้นี่ มันฆ่ากันก็เรื่องของมัน ส่วนเงินก็เข้ากระเป๋าเรา”

“ใช่แล้ว เรืองพูดถูก ไม่เห็นต้องไปสนพวกมันเลย” สมเกียรติแทรกขึ้นมา...แล้วทำทีถามถึงลูกสาวกำนันที่รู้ว่าเพิ่งกลับมา ก่อนพูดดักคอว่าคงไม่กระเทือนถึงธุรกิจของเรา

“ลูกสาวผมไม่มายุ่งวุ่นวายอยู่แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง”

“กำนันพูดอย่างนั้นผมก็เบาใจ อ้อ พรุ่งนี้นายใหญ่เรียกเข้าไปคุยด้วย”

กำนันลอยสีหน้าไม่สู้ดี แต่เรืองกลับยิ้มร่าอยากไปด้วย สมเกียรติตกลงทันทีเพราะนายใหญ่กำลังอยากเจอว่าที่นายกเทศมนตรีคนใหม่อยู่พอดี

บ่ายวันเดียวกัน ฝนเซ้าซี้ลมให้พาไปเที่ยวห้างสรรพสินค้าโดยไม่รู้ว่าเป็นของเสี่ยสมเกียรติพ่อของชาดาเพื่อนรัก กระทั่งสองสาวได้เจอกัน จึงชักชวนไปนั่งคุย ลมชักสีหน้าเบื่อหน่าย ยิ่งเห็นชาดาอวดรวยก็ยิ่งเซ็ง

เย็นนั้นทรายกลับมาบอกหินว่าลมนัดพบที่สะพาน เธอกลัวว่าลมจะลวงไปทำร้าย แต่หินเชื่อว่าลมไม่ทำอย่างนั้น จึงยอมไปพบเพียงคนเดียว

เมื่อสองหนุ่มประจันหน้ากัน ลมไม่ทำอะไรหิน แต่ต้องการให้เขาออกไปจากหมู่บ้านแล้วอย่ากลับมาเหยียบที่นี่อีก หินไม่ยอม จึงเกิดการชกต่อยกันจนปากแตก ก่อนที่อีกครู่ต่อมาจะยุติลงเพราะเสียงปืนของผู้ใหญ่แสงที่ยิงขึ้นฟ้า

ผู้ใหญ่แสงพาหินกลับบ้านครูช่วง บ่นให้ทุกคนฟังว่าลมร้ายมาก นึกไม่ถึงว่าจะไล่หินไปอยู่ที่อื่น หินเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมลมแค้นตนถึงขนาดอยู่ร่วมตำบลเดียวกันไม่ได้

ครูช่วงตั้งข้อสังเกตว่าแปลกมาก เรื่องมันจบไปนานแล้วยังมาแค้นกันอยู่ได้ หรือว่ามีเรื่องอื่นอีก

“คงไม่หรอกครับ แต่ถึงยังไงผมก็จะอยู่ของผมแบบนี้...ผู้ใหญ่ครับ เรื่องคดีพี่ชายผมไปถึงไหนแล้ว”

“ยังเลย แต่ว่าที่แน่ๆ ไม่ได้เป็นฝีมือของกำนันลอยจริงๆนั่นแหละ”

“แล้วมันจะเป็นใครไปได้”

“ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันมุ่งเอาชีวิตของดินและครอบครัว”

หินสะดุดกึก นึกถึงเหตุการณ์บนรถไฟที่เกิดขึ้นกับตัวเอง...หรือมันจะเป็นพวกเดียวกับคนที่ฆ่าดิน และมันต้องการอะไรกันแน่?

ooooooo

ฝนแยกจากชาดากลับมาถึงบ้านก่อนพี่ชาย เธอนั่งคุยกับพ่อเรื่องห้างสรรพสินค้าโก้หรูของสมเกียรติด้วยความตื่นเต้น แต่คนเป็นพ่อไม่ได้ยินดียินร้าย กลับพูดเหมือนปลงว่าทรัพย์สินเงินทองสะสมไปก็เท่านั้น ตายไปก็เอาไปไม่ได้

ฝนแปลกใจ ถามพ่อว่าเดี๋ยวนี้หันหน้าเข้าวัดแล้วหรือ กำนันลอยนิ่งไม่ตอบ พอดีลมกลับเข้ามาในสภาพยับเยิน พ่อถามลูกชายว่าไปฟัดกับหมาที่ไหนมา ลมบอกปัดว่าไม่มีอะไร คืนนี้จะไปนอนบ้านริมน้ำ ฝนนึกสนุกแกล้งพี่ชายด้วยการขำว่าเขาแอบชอบชาดา

“จะบ้าเหรอ ใครบอกแก”

“ชาดาบอก...แถมยังบอกอีกด้วยว่าพอชาดาไม่เล่นด้วย พี่ลมก็ทำเป็นพาลแกล้งเขา นี่ถ้าชอบเขาจริงๆ ฝนเป็นแม่สื่อให้เอาไหมล่ะ”

“จะบ้าหรือไง ไปกันใหญ่แล้วยายชาดานี่ เจอหน้าเมื่อไหร่ล่ะน่าดู” ลมกระแทกเสียงแล้วเดินออกไปอย่างฉุนเฉียว

กำนันลอยสงสัย ถามฝนว่าลมชอบชาดาจริงหรือ

“ไม่จริงหรอก ฝนก็พูดไปอย่างนั้นเอง เห็นชอบเป็น ไม้เบื่อไม้เมากัน แต่ฝนว่าจริงๆแล้วคู่นี้เหมาะสมกันจะตาย”

“นั่นแน่ะ ริจับคู่ให้คนโน้นคนนี้ แล้วตัวเองล่ะ เมื่อไหร่จะมีหลานให้พ่ออุ้ม”

ฝนโดนซะเอง อายหน้าแดงรีบลุกหนีพ่อไปทันที... ส่วนที่บ้านครูช่วง หลังอาหารมื้อเย็นหินกับทรายนั่งหารือกันประสาพี่น้อง หินอยากปลูกบ้านใหม่เพราะเกรงใจครูช่วง ทรายเสนอให้ไปปลูกท้ายไร่ แต่หินยืนยันจะปลูกที่เก่าและสร้างครอบครัวอยู่อย่างสงบ

“แต่เรามีเงินไม่พอนะ”

“พี่พอมีเงินเก็บตอนบวชอยู่บ้าง เราค่อยสร้างไป รอให้ข้าวโพดขายได้ก็น่าจะสร้างเสร็จ ตอนนี้พี่ว่างว่าจะไปหางานทำเสียหน่อย”

“แล้วพี่หินจะไปทำงานอะไรล่ะ”

“ยังไม่รู้เลย พรุ่งนี้ว่าจะไปถามอ่างมันดู”

เช้าขึ้นหินไปหาอ่างตามที่พูด อ่างมีญาติให้เช่าเรือหางยาวขับ หินทำได้ทั้งนั้นขอให้เป็นงานสุจริต แต่เมื่อตกลงกันเรียบร้อยและเริ่มหารายได้วันนี้เลย หินกลับเจอดีโดนพวกเคร่งลอบทำร้ายขณะพาผู้โดยสารสาวสวยนั่งมาด้วย

ฝนนั่นเอง เธอจะเข้าไปในเมืองแต่ต้องมาโดนคนร้ายไล่ยิงถล่มทั้งที่ตัวเองไม่เกี่ยว สองคนเกือบเอาชีวิตไม่รอด หินต้องสละเรือที่ชนตอม่อสะพานจนระเบิดถึงรอดมาได้อย่างทุลักทุเล

หินพาฝนไปที่บ้านอ่างกับหล้า ทรายรู้เรื่องรีบมาทันที อ่างถามหินว่าขับเรือไปกวนบาทาใครหรือเปล่าถึงเกิดเรื่อง

“ไม่ใช่หรอก พวกมันดักฆ่านายหินสองครั้งแล้ว คราวที่แล้วก็บนรถไฟ”

คำพูดของฝนทำให้ทราย อ่าง และหล้ามองหน้าหินด้วยความสงสัย หินจำต้องพูดความจริง แต่ที่ก่อนหน้านี้ไม่บอกเพราะกลัวทรายเป็นห่วง

“อะไรกันนักหนานะ จะจองล้างจองผลาญกันไปถึงไหน ตอนนี้เหลือกันแค่สองคนมันยังจะตามรังควานอีก นี่จะล้างตระกูลกันเลยหรือ” ทรายโมโห...อ่างเผลอปากว่าอาจเป็นฝีมือกำนันลอยเรื่องหินกับพายุเมื่อห้าปีก่อน ฝนได้ยินก็หน้าเสีย รู้สึกสงสารทราย

“นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กแล้วนะ ฉันว่าไปปรึกษาผู้ใหญ่แสงดีกว่า” อ่างแนะนำ หินเห็นด้วย บอกให้ฝนกลับไปบ้านก่อน ป่านนี้ผัวเธอคงเป็นห่วงแย่แล้ว

ฝนเซ็งที่หินเข้าใจผิดแต่ไม่คิดจะพูดความจริง พอเธอคล้อยหลังอ่างกับหล้าก็ถามหินว่าฝนเป็นใคร หินตอบอย่างมั่นใจว่าเมียใหม่กำนันลอย เห็นกอดกันกลมที่สถานีรถไฟ

หล้าหัวเราะก๊าก ท้วงว่ากำนันลอยมีเมียที่ไหน ตั้งแต่เมียแกตายแกยังเป็นโสดจนทุกวันนี้ สงสัยจะเป็นลูกสาวคนเล็กของกำนันที่ไปเรียนกรุงเทพฯตั้งแต่เล็กแล้วเพิ่งกลับมาเป็นครูที่นี่

หินเหวอ อายแทบแทรกแผ่นดิน โอดครวญว่าตนจะมีหน้าไปเจอเธออีกไหมเนี่ย?

ooooooo

สมเกียรติพากำนันลอยกับเรืองมาที่บ้านท่านตะวัน แต่ทุกคนก็ยังไม่ได้เห็นใบหน้าแท้จริงของผู้อยู่เบื้องหลังคนนี้เหมือนเดิม

เรืองดีใจที่ท่านตะวันสนับสนุนเงินหาเสียงเลือกตั้งให้ไม่อั้น ขณะที่กำนันลอยรู้สึกคิดหนักเมื่อท่านตะวันจะให้ทำธุรกิจแบบใหม่ จากเดิมซื้อขายรถเถื่อนและค้ามนุษย์ เปลี่ยนเป็นค้าอาวุธ แบงก์ปลอม และยาเสพติด เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้เรารวยและมีอำนาจมากขึ้น

ผู้ใหญ่แสงนำอาวุธปืนของจ่าเหล็กมาส่งต่อให้หินเก็บไว้ เผื่อวันหนึ่งอาจต้องใช้ หินรับมรดกตกทอดนี้ของพ่อแต่ไม่คิดเอาไว้ใช้ ที่กลับมาอยู่บ้านเกิดเพราะต้องการทำมาหากินจริงๆ ไม่ได้มาเพื่อรบราฆ่าฟันกับใคร

เมื่อรู้ว่าหินกำลังจะปลูกบ้านเล็กๆอยู่เพราะเกรงใจครูช่วง ผู้ใหญ่แสงอยากตอบแทนบุญคุณจ่าเหล็กพ่อของหินที่เคยช่วยชีวิตไว้ตอนจับโจร จึงให้หินกับน้องสาวไปอยู่บ้านท้ายสวนของตนชั่วคราว บ้านใหม่เสร็จค่อยขยับขยาย

บ้านหลังนี้น่าอยู่มาก เงียบสงบและอากาศดี หล้ากับอ่างมาช่วยสองพี่น้องขนย้ายข้าวของด้วยความเต็มใจ ครูช่วงก็แวะมาดูและถือโอกาสสอนสั่งหินห้ามใจร้อนเหมือนแต่ก่อน อย่ากลับไปจับปืนอีกแม้จะมีปืนของพ่ออยู่ก็ตาม

เคร่งรับคำสั่งจากท่านตะวันให้มาช่วยงานกำนันลอยที่คืนนี้ต้องขนรถเถื่อนข้ามชายแดน แต่ท่าทางสองคนไม่ค่อยถูกชะตากันและกันทำให้งานไม่ราบรื่น กอปรกับมีบุรุษลึกลับใส่หน้ากากปิดบังใบหน้าเข้ามาขัดขวาง กำนันจึงไม่กล้าบุ่มบ่าม สั่งสมุนของตนถอยหนี

การปรากฏตัวของบุรุษลึกลับทำให้ท่านตะวันข้องใจว่าเขาเป็นใคร สั่งให้สมเกียรติกับเคร่งช่วยกันเป็นหูเป็นตา แล้ววันต่อมาเคร่งเดินตลาดเห็นสองหนุ่มแปลกหน้าเข้ามาขายของเร่ จึงเกิดความระแวงว่าในหนึ่งสองคนนี้อาจเป็นบุรุษลึกลับที่กำลังตามหา

เพราะต้องการพิสูจน์ เคร่งกับลูกน้องเข้าไปหาเรื่องทิมกับประดับสองหนุ่มพ่อค้าเร่จนมีปากเสียงกันแทบจะลงมือลงไม้ถ้าไม่ได้ปลัดชัยเข้ามาระงับเหตุ ส่วนสมเกียรติที่ผ่านมาเห็นก็ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้พ่อค้าเร่ เรื่องราวจึงยุติลงได้

ทิมจากที่นี่ไปเสียนาน เขาเป็นเพื่อนกับหินและลม แต่วันนี้เมื่อเจอลมที่ตลาด ทิมถามถึงหินแต่กลับไม่ได้คำตอบอะไร นอกจากความหงุดหงิดหัวเสีย จนกระทั่งทิมตามไปเจอหินที่วัดจึงได้ทักทายถามทุกข์สุขกันด้วยความคิดถึง

ด้านกำนันลอยหลังจากคืนก่อนทำงานไม่สำเร็จก็เริ่มจะถอดใจ บ่นกับเรืองว่างานแบบนี้ชักจูงเราลึกลงไปทุกที ผ่านมาหลายสิบปีไม่เห็นมีอะไรดีขึ้น มีแต่ใกล้คุกใกล้โลงเข้าไปทุกที

“ไม่เอาน่าพี่ลอย ฉันไม่เคยเห็นพี่เป็นอย่างนี้มาก่อนเลย”

“ข้ารู้สึกว่ามันกำลังจะเกิดเรื่อง เรื่องใหญ่เสียด้วย”

“เกิดเรื่องอะไรหรือพ่อ” ลมสอดเข้ามา

“เรื่องของข้า เอ็งไปเมาตามประสาไป แล้วนี่ไม่ได้ขับรถให้น้องหรอกรึ”

“น้องไปที่โรงเรียน...นี่อาเรือง ฉันมาคิดๆดูนะ ตอนนี้ฉันว่างๆฉันไปช่วยอาทำงานได้ไหม”

เรืองหัวเราะหึๆ ไม่เชื่อว่าหลานชายพูดจริง แต่ลมยืนยันว่าอยากทำงาน กำนันลอยไม่ค่อยเห็นด้วย กลัวจะทำให้เรืองเสียงานมากกว่า

“พ่อน่ะดูถูกฉันอยู่เรื่อยเลยนะอา ให้ฉันช่วยหาเสียงไปก่อนก็ได้”

“เอาสิ...งั้นไปด้วยกันเลย” เรืองตกลงแล้วเดินนำหลานชายกับลูกน้องชื่อผาดออกไป

ooooooo

หินยังไม่รู้จะทำอาชีพอะไรเพื่อให้มีรายได้เพิ่มนอกจากปลูกพืชผัก จึงหวนกลับมาหาอ่างอีกครั้งเพื่อจะขอขับเรือหางยาว แต่อ่างท้วงด้วยความเป็นห่วง เพราะกลัวจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม

“ฉันไม่กลัวหรอก เราไม่ได้มีอะไรกับใคร แต่ถ้ามันมาจริงๆก็ดี จะได้รู้กันไปเลย”

ในเมื่อหินไม่กลัว อ่างจึงพาเขามาหาเจ้าของเรือคนเดิม แต่กว่าสองคนจะช่วยกันอ้อนวอนจนอีกฝ่ายใจอ่อนก็เล่นเอาน้ำลายแทบแห้งคอ

“ก็ได้ พรุ่งนี้จะมีนักท่องเที่ยวมาเช่าเรือไปแถวแม่น้ำติดฝั่งโน้น เอ็งไปทั้งคู่นั่นแหละ ขับคนนึง นายท้ายคนนึง”

เมื่อได้งานแน่นอนแล้ว สองคนกลับมาที่ท่ารถสองแถว อ่างเตรียมทำหน้าที่โชเฟอร์แต่ไม่วายมาสะกิดบอกหินให้ดูฝนที่กำลังเดินตรงมา

หินทำหน้าไม่ถูก ประดักประเดิดเขินอายที่เข้าใจว่าฝนเป็นเมียกำนันลอย เจอหน้ากันคราวนี้เขาจึงขอโทษเธอด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ แต่ฝนไม่ถือสา บอกว่าเรื่องแบบนี้เข้าใจผิดกันได้

“เพื่อเป็นการไถ่โทษ ผมช่วยถือของไปส่งไหมครับ”

ฝนทำท่าจะตกลงแต่กำนันลอยส่งเสียงเข้ามาเสียก่อน “เห็นจะไม่รบกวนหรอกไอ้หิน”

กำนันลอยยังโกรธเคืองเรื่องในอดีตที่พายุถูกยิงตาย จึงไม่ต้องการให้ฝนพูดคุยกับหิน สั่งให้ลูกสาวกลับบ้านทั้งที่ท่าทางเธออาลัยอาวรณ์หินไม่น้อย

ฝ่ายลมที่ออกไปหาเสียงกับเรืองแล้วได้เจอสมเกียรติพ่อของชาดา สมเกียรติเรียกเรืองมาคุยในห้างสรรพสินค้า ทำให้ลมได้เจอชาดาและมีปากเสียงกันเล็กน้อยก่อนที่ลมจะตามเรืองเข้ามาในห้องทำงานของสมเกียรติ

นวลนิดเลขาสาวของสมเกียรติเห็นลมก็รู้สึกพึงพอใจ แต่ลมไม่ได้สนใจอะไรนอกจากอยากได้งานทำ แล้วเรืองก็ช่วยพูดกับสมเกียรติจนลมได้ทำงานที่อู่รถ ลมดีใจและเยาะเย้ยชาดาที่ดูถูกตนไว้ ทำให้หญิงสาวยิ่งชังน้ำหน้าเขามากขึ้น แต่พอเจอฝนที่ตลาด ฝนกลับส่งเสริมให้ชาดากับลมเป็นแฟนกัน

ชาดาไม่เล่นด้วย เปลี่ยนเรื่องชวนฝนไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้า และพรุ่งนี้จะพาไปไหว้พระธาตุกลางน้ำเพื่อขอพร ฝนตกลงทันทีเพราะตั้งแต่กลับมายังไม่ได้ไหว้พระให้เป็นสิริมงคล

ตกเย็นอ่างตามหินกลับมาที่บ้าน หล้าได้ยินอ่างแซวหินว่ามีแฟนก็อยากรู้เหลือเกินว่าเป็นใคร หินไม่พูดชื่อแต่บอกว่าต่อไปนี้คงไม่ได้เจอเธอแล้วเพราะพ่อเธอหวงมาก

“แล้วนี่ทรายอยู่ไหน” หินถามหล้า

“ทำกับข้าวอยู่ในครัวจ้ะ”

หินพยักหน้ารับรู้แล้วเดินไปในครัว เห็นทิมช่วยทรายทำกับข้าวด้วยท่าทางก้อร่อก้อติก ชิมกับข้าวแล้วชมฝีมือทรายไม่หยุดปาก พอหันมาเห็นหินเข้าทิมถึงกับสะดุ้งโหยง ถามว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่

“ก็มาทันเอ็งกำลังจะเทครัวข้านั่นแหละ” หินพูดหน้าเข้ม ทิมยิ้มแหยๆขณะที่ทรายหัวเราะขำขัน

ได้เวลาล้อมวงกินข้าว หินนั่งแทรกกลางระหว่างทิมกับทราย ทิมท่าทางอึดอัดแต่ก็มองทรายตลอดเวลา เขาตักแกงยื่นผ่านหน้าหินไปให้ทราย และเป็นอย่างนี้หลายครั้งจนหินเริ่มเซ็ง บ่นกระปอดกระแปด

“นี่ตกลงเอ็งจะมากินข้าวหรือมาป้อนข้าวน้องข้าวะ”

“ป้อนข้าว เอ๊ย กินข้าวสิ” ทิมยิ้มแหยๆแล้วก้มหน้าก้มตาตักข้าวกิน

อ่างนึกได้ชวนหินคุยเรื่องงานที่รับไว้ “พี่หิน พรุ่งนี้น้าฉันบอกให้ไปแต่เช้ามืดเลยนะ”

“ทำไมรีบขนาดนั้น”

“ต้องไปทำความสะอาดเรือให้เรียบร้อยเพราะคนที่เช่าไปเป็นถึง ส.ส.เชียวนะ”

ทิมสนใจขึ้นมาทันที “ส.ส.เลยหรือ”

“ครับ เห็นว่าจะไปไหว้พระธาตุกลางน้ำกับเมียเป็นการส่วนตัว”

“ได้สิ” หินตอบรับโดยดีเพราะไม่เกี่ยงงานอยู่แล้ว...

ทิมเหมือนยังติดใจเรื่อง ส.ส. นิ่งเงียบไปอย่างครุ่นคิด

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement