ตอนที่ 1
ที่สนามแข่งรถ "ไทเกอร์คิง เซอร์กิต" ที่จัดแต่งอย่างยิ่งใหญ่ ที่ข้างสนามมีสกอร์บอร์ดขนาดใหญ่หรูหรา ขึ้นข้อความ "ขอต้อนรับสู่การแข่งขันรถยนต์ไทเกอร์คิงเรซซิ่ง"
ท่ามกลางความยิ่งใหญ่อลังการนั้น เปลวแสงประกาศด้วยเสียงอันไพเราะว่า
"สวัสดีค่ะท่านผู้ชม ขณะนี้ ดิฉันอยู่ที่สนามแข่งรถไทเกอร์คิง เซอร์กิต กับการแข่งรถการกุศลซึ่งสนับสนุนโดยไทเกอร์คิง บริษัทยักษ์ใหญ่ของวงการสื่อสาร ไม่น่าเชื่อว่า ผลของการแข่งขันที่ทีมไทเกอร์คิงชนะในแต่ละปี จะส่งผลให้ยอดขายระบบสื่อสารไทเกอร์คิงทะลุเกินเป้าทุกปีนะคะ"
ทันใดนั้น รถแข่งสามคันพุ่งเข้ามาในสนาม ผ่านอัฒจันทร์เชียร์ด้วยความเร็ว เสียงกระหึ่มของรถถูกกลบด้วยเสียงเชียร์ดังสนั่น กลุ่มนักข่าวกดชัตเตอร์รัว เปลวแสงยืนอยู่ หน้ากล้องกล่าวอย่างตื่นเต้น
"เวลาแห่งความตื่นเต้นใกล้เข้ามาแล้ว ใครจะเป็นเจ้าความเร็วบนสนามแข่งวันนี้...เราต้องมาลุ้นกัน"
เปลวแสงทำหน้าที่นักข่าวสาวอย่างมีชีวิตชีวาด้วยความรักในวิชาชีพเป็นชีวิตจิตใจ
ooooooo
ที่ข้างสนามแข่ง บรรดาผู้เกี่ยวข้องต่างทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเร่งรีบ เข้มงวด จริงจัง โดยเฉพาะทองทิวที่เป็นทั้งเพื่อนและเลขาฯของนักรบ ประธานบริษัทไทเกอร์คิงในวัยเพียงยี่สิบเศษ
ทองทิวตรวจความเรียบร้อยของทุกส่วนงานอย่างพิถีพิถัน ย้ำกับลูกน้องทุกคนว่า จะต้องไม่มีคำว่าไม่ได้สำหรับนักรบ เขาละเอียดถี่ถ้วนแม้แต่เครื่องดื่ม สั่งลูกน้องว่า
"วันพฤหัสฯต้องเสิร์ฟลาเต้ปั่น ไม่ใส่ครีม ปั่นให้ ละเอียดด้วย"
ขณะนั้นเอง นายิกา แม่ของนักรบเดินฉับๆเข้ามาอย่างผู้ยิ่งใหญ่ เรียกทองทิวไปถามว่าจัดงานใหญ่โตขนาดนี้หมดงบไปเท่าไรทำไมตนไม่เห็นใบรายงาน เมื่อทองทิวแจ้งว่าตนรายงานให้ท่านประธานบริษัททราบแล้วท่านเป็นคนเซ็นรับรอง
"ถ้างานนี้ไม่คุ้มค่าใช้จ่ายที่ไทเกอร์คิงเสีย ฉันเล่นงานเธอแน่" นายิกาหน้าเข้มเสียงดุดัน
"ผมมั่นใจว่าเราจะได้คืนมากกว่าที่ลงทุน งานนี้จัดขึ้นเพื่อโปรโมตความเป็นเจ้าการสื่อสารอันดับหนึ่งของประเทศอย่างไทเกอร์คิง ลงทุนไม่กี่ล้าน แต่ผลตอบแทนเกินร้อยล้านแน่นอน" แม้จะมั่นใจแต่ท่าทางที่ตอบนายิกานั้นก็ยังเกรงๆ
นายิกายังไม่หายหงุดหงิดถามว่าประธานบริษัทเดินทางถึงไหนแล้ว การ์ดรายงานว่าจะมาถึงภายในสิบนาที ทองทิวยิ่งตื่นเต้นร้อนรน สั่งลูกน้อง
"ห้องรับรองเครื่องดื่มพร้อมแล้วใช่ไหม แจ้งการ์ดทุกคนเตรียมพร้อมทุกจุดทันที เร็วๆ"
ooooooo
ณ อีกมุมหนึ่งของสนามแข่ง เอื้อ พนักงานเก่าแก่ของบริษัทผู้มีความซื่อสัตย์ขยันขันแข็ง เขาเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัท เขารายงานผ่านไมค์ว่า ทุกจุดพร้อมแล้ว พลางโบกมือส่งสัญญาณให้การ์ดทุกคนเข้าประจำตามจุดต่างๆ สั่งการแล้ว เอื้อเองก็ยืดอกหน้าขรึมเท่อย่างพร้อมปฏิบัติหน้าที่
ที่อัฒจันทร์ อุ่นใจน้องสาวของเอื้อและโอ๋ลูกชายของเขา มาช่วยกันขายไส้กรอกแก่ผู้ชมบนอัฒจันทร์ อุ่นใจที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่ต้องทำงานหนักเพื่อหารายได้ส่งตัวเองเรียนและช่วยค่ารักษาพยาบาลแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาต เธอเป็นคนร่าเริงแจ่มใสแต่ออกจะซุ่มซ่ามไปหน่อย
ส่วนโอ๋เป็นเด็กฉลาดแก่นซนเก่งเกินตัว สองอาหลานร้องขายไส้กรอกเป็นทำนองแร็พ ทั้งร้องทั้งเต้นเป็นที่ถูกใจของผู้ชมบนอัฒจันทร์ เลยช่วยกันอุดหนุนจนหยิบขายแทบไม่ทัน
จนได้เวลาที่นักรบ พยัคฆ์ราชา ประธานบริษัทไทเกอร์คิง ผู้บริหารที่มีสมองระดับอัจฉริยะ สายตาแหลมคมและอารมณ์ดุดัน นั่งรถลีมูซีนสุดหรูเข้ามา เขาก้าวลงจากรถท่ามกลางการอารักขาของการ์ดยิ่งใหญ่ราวกับรัฐมนตรีทีเดียว
อุ่นใจกับโอ๋เดินขายไส้กรอกมาจนเจอเอื้อยืนทำหน้าที่การ์ดอย่างแข็งขัน โอ๋เข้าไปทักพ่อ เอื้อบอกลูกชายว่าตนกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ อุ่นใจถามเบาๆว่า "นั่นเหรอ คุณนักรบของพี่เอื้อ"
เอื้อเล่าให้ฟังอย่างปลาบปลื้มภูมิใจว่า
"คนนี้แหละคุณนักรบ พยัคฆ์ราชา เรียนจบปริญญาโทตั้งแต่อายุไม่ถึงยี่สิบปี เป็นประธานบริษัทไทเกอร์คิง บริษัทเจ้าของสัมปทานเครือข่ายมือถือระบบใหม่และเป็นเจ้าของดาวเทียมดวงล่าสุดของประเทศไทย"
เอื้อมองนักรบที่ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่จากผู้ชมบนอัฒจันทร์ เขาบอกโอ๋ว่า
"ทั้งหล่อ รวย การศึกษาสูง มีสมองระดับอัจฉริยะ โตขึ้นโอ๋ต้องเก่งและฉลาดเหมือนคุณนักรบให้ได้นะลูก"
ท่ามกลางเสียงกรี๊ดของสาวๆ นักรบไม่สนใจ เขาเดินผ่านเธอเหล่านั้นและนักข่าว ตรงมายังทองทิวที่หอบหิ้วไอเพดปรี่เข้ามาประกบ
"บุคคลเป้าหมายเป็นใคร" นักรบถามนัยน์ตาดุ นิ่ง
"ท่าน ส.ว.สันต์ ว่าที่ประธาน ส.ว.ในอนาคต บนอัฒจันทร์ ซ้ายมือที่สิบเอ็ดนาฬิกาครับ" นักรบมองปราดไปด้วยสายตาเฉียบคมตามที่ทองทิวบอก "ใกล้กันคือท่านรัฐมนตรีวิษณุ จากกระทรวงไอซีที" ทองทิวรายงานต่อ นักรบจ้องเขม็งทั้งสองคน พูดอย่างใช้ความคิดว่า
"สองคนนี้คือคนสำคัญที่จะช่วยให้ไทเกอร์คิงขยายเครือข่ายทางธุรกิจออกไปได้กว้างขวางขึ้น"
ขณะนั้นเอง นายิกาเข้ามาสมทบพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดว่า
"ไทเกอร์คิงต้องคว้าชัยชนะการแข่งรถเพื่อมอบเงินรางวัลให้กับมูลนิธิที่เป้าหมายสองคนดูแลอยู่ ซึ่งจะมีผลต่อการประมูลสัมปทานดาวเทียมคราวหน้า"
"ไทเกอร์คิง...จะต้องเป็นอันดับหนึ่งของเครือข่ายมือถือระบบใหม่ ผมพร้อมจะล่าแล้ว"
น้ำเสียง สีหน้าและแววตาของนักรบ ราวกับพยัคฆ์ร้ายนักล่าที่เห็นเหยื่อ!
ooooooo
นักรบเดินตรงไปที่อัฒจันทร์ตั้งใจไปหาเป้าหมายทั้งสอง ทองทิวตามประกบรีบรายงานข้อมูลเพิ่ม
"ข้อมูลของท่าน ส.ว.สันต์ พื้นเพเป็นคนทางเหนือ ธุรกิจที่บ้าน ภรรยาส่งออกลำไยแห้ง มีลูกสาวสองคนสนใจเทคโนโลยีสื่อสารใหม่ๆ ชื่นชมกีฬากอล์ฟเป็นชีวิตจิตใจ"
ระหว่างทองทิวรายงานนั้นนักรบเหมือนไม่ตั้งใจฟังเขายังคุยโทรศัพท์อีกสาย คุยเรื่องหุ้นตกให้ช้อนไว้ ทองทิวร้อนใจเพราะเดินใกล้เป้าหมายเข้าไปทุกทีแล้ว พอนักรบวางสายเขารีบพูดต่อ
"ท่านรัฐมนตรีวิษณุ ชอบกีฬากอล์ฟและชอบสะสมเครื่องมือไฮเทคแบบใหม่ๆ ครอบครัวเป็นรัฐมนตรีตั้งแต่รุ่นคุณทวด แต่งงานกับคุณหญิงอารี ลูกสาวคุณอภัย อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ยังไม่มีลูก"
พูดได้แค่นั้น ท่าทางของนักรบก็ยังเหมือนไม่ตั้งใจฟัง ซ้ำยังมีอีกสายโทร.เข้ามาคุยเรื่องดาวเทียมส่งสัญญาณผิดทางระบบขัดข้อง ฟังแล้วเขาสั่งการให้ปรับทิศทางอย่างมีรายละเอียด
ทองทิวยังไม่ทันรายงานต่อ ทั้งรัฐมนตรีและ ส.ว.ก็มายืนอยู่ตรงหน้านักรบกับทองทิวแล้ว ทองทิวกังวลว่านักรบยังฟังข้อมูลไม่ละเอียดกลัวไม่เข้าใจ
แต่พอนักรบเข้าไปจับมือทักทายเป้าหมายทั้งสองแล้วพูดคุยอย่างรู้ข้อมูลละเอียดถูกต้องแม่นยำของทั้งสองคน ก็ทำเอาทองทิวอึ้ง ที่ดูเหมือนเขาไม่สนใจฟังแต่เขากลับจำข้อมูลได้ทั้งหมดอย่างละเอียด ถูกต้อง จนทองทิวทึ่ง บ่นเบาๆ
"จำได้ไง...ก็เมื่อกี้เหมือนไม่ได้ฟังเลยนี่หว่า"
ooooooo
ที่จอมือถือไอโฟนของจอมภพ เป็นบรรยากาศการแข่งรถที่สนามไทเกอร์คิง จอมภพเป็นเจ้าของบริษัท ฟีนิกซ์ ซึ่งเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของไทเกอร์คิง เป็นนักธุรกิจรุ่นเก่าที่เหี้ยมไม่น้อยกว่านักรบ เขากดมือถือคุยสายหน้าเหี้ยม
"เตรียมตัวให้พร้อม วันนี้ฉันจะฉวยโอกาสของไทเกอร์คิงมาเป็นของเรา ฟีนิกซ์จะต้องยิ่งใหญ่และเบียดไทเกอร์คิงจนตกขอบโลก" สั่งการแล้วยิ้มร้ายอย่างมีแผนลึก
ที่ข้างสนามแข่งอีกมุมหนึ่ง นายิกาเอ่ยกับนักรบว่าท่าทางรัฐมนตรีและ ส.ว.จะชื่นชมเขามาก งบประมูลสัมปทานเครือข่ายสื่อสารคราวหน้าคงตกอยู่ในมือเราแน่ๆ
นักรบยิ้มที่มุมปากอย่างอหังการ พลันก็หุบยิ้มเมื่อเห็นรถลีมูซีนของจอมภพขับเข้ามาในบริเวณสนามแข่ง ทองทิวจำได้ชี้ให้ดู นักรบยิ้มเหี้ยมเหมือนเสือผจญสิงห์ พูดกับทองทิวว่า
"คู่แข่งคนสำคัญมาเยือนถึงถ้ำเสือ เจ้าบ้านที่ดีก็ต้องต้อนรับ"
พูดแล้วนักรบเดินตรงไปหาจอมภพที่ก้าวลงจากรถ นายิกาตามไปด้วย ทองทิวมีสายเข้ามาพอดีเลยหยุดคุยโทรศัพท์ นักรบเผชิญหน้ากับจอมภพอย่างคู่แข่ง พูดกันไม่กี่คำ ทีมรถแข่งของจอมภพก็เข้ามาในสนาม ท่ามกลางเสียงปรบมือและฮือฮารอบสนาม
แต่พอนักแข่งรถของฟีนิกซ์ลงจากรถ นายิกาจำได้ว่า
เป็นนักแข่งของไทเกอร์คิง ทองทิวตามมาทันรีบเข้าไปรายงานนักรบว่า นั่น...นักแข่งรถทีมเรา...จอมภพเงี่ยหูฟังอยู่ พูดอย่างทระนงว่า
"ถูกฟีนิกซ์ซื้อตัวมาเรียบร้อยแล้ว"
"ฉันไม่คิดว่าคุณจะเล่นวิธีสกปรกอย่างนี้" นายิกาประณามอย่างโกรธแค้น
นายิกาแค้นจนพูดไม่ออก จอมภพพูดอย่างผยองว่า ยังไม่ทันลงสนามก็รู้แล้วว่าใครชนะ นักรบสวนไปทันทีว่า จุดอ่อนของฟีนิกซ์คือประเมินคู่แข่งต่ำเกินไป จอมภพคุยข่มว่าไม่มีมือหนึ่งของทีมยังจะปากดีอีก นักรบพูดอย่างไม่สะทกสะท้านว่า
"ชัยชนะจะคุ้มค่าก็ต่อเมื่อมีคู่ชกที่คู่ควร ผมเอาชนะคนรุ่นเดียวกันมาหมดแล้วเหลือแต่คุณอาคนเดียว" จอมภพเย้ยว่าเด็กรุ่นลูกอย่างเขายังอ่อนประสบการณ์ นักรบตอบอย่างใจเย็นว่า "ฟีนิกซ์ตายไปแล้ว วัยอย่างคุณอาเหมาะที่จะไปเลี้ยงลูก ชงนมให้หลานกินมากกว่านะครับ"
จอมภพกับนักรบต่างจ้องหน้ากันด้วยสายตาเชือดเฉือนเหมือนประกาศสงครามกัน
เมื่อจอมภพกลับมาที่ค็อกพิตของผู้แข่งขัน เขาปัดข้าวของเครื่องมือช่างที่อยู่รอบตัวทิ้งอย่างเดือดดาล สายตาวาวโรจน์จนนักแข่งและทีมช่างต่างนิ่งเงียบ
"ทำให้ไทเกอร์คิงเห็นว่า ฟีนิกซ์ไม่มีวันตาย ฟีนิกซ์จะต้องชนะเท่านั้น!" เขาประกาศิตกับทุกคน
ooooooo
นักรบ นายิกา และทองทิวอยู่ที่ข้างสนามแข่ง นายิกาโมโหทองทิวตำหนิว่าทำงานชุ่ยแบบนี้จะจ้างไว้ทำไม นักแข่งของเราถูกฟีนิกซ์ซื้อตัวไปก็เพิ่งจะมารู้เอาตอนนี้ แล้วสั่งยกเลิกการแข่งขันทั้งหมด ตนจะไม่ยอมเสียเงินให้ฟีนิกซ์ชนะเด็ดขาด
ทองทิวเสนอว่าเรายังมีนักแข่งตัวสำรอง ถูกนายิกาตวาดว่าตัวสำรองจะชนะตัวจริงได้อย่างไร
"เราต้องเสี่ยง!" นักรบแทรกขึ้น "ถ้าไม่มีเหยื่อให้ล่า เราจะเป็นเสือได้หรือครับ"
"ลูกก็รู้ว่าไอ้จอมภพมันเจ้าเล่ห์แค่ไหน"
"เหยื่อที่ท้าทาย ถ้าสยบมันได้ เราก็จะเป็นราชาแห่งเสือ" นักรบมุ่งมั่นไม่หวั่นไหว
ooooooo
ในการแข่งรอบแรกรถของฟีนิกซ์เข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนของไทเกอร์คิงมีบางจังหวะเสียการทรงตัวจนเข้าเส้นชัยเป็นอันดับสาม
นักรบที่ดูอยู่ตลอดเวลารู้จุดอ่อนที่ทำให้แพ้ครั้งนี้ เขาถูกจอมภพเยาะเย้ยว่าให้ถอนตัวเสียเลยดีกว่าไหม เขาตอบจอมภพไปอย่างนักสู้ว่า "เกมยังไม่จบ อย่าเพิ่งสบประมาทกันสิครับ"
แม้ว่าในอารมณ์ของคู่แข่งทั้งทางกีฬาและธุรกิจจะเชือดเฉือนกันแบบให้ตายกันไปข้างหนึ่ง แต่เมื่ออยู่ต่อหน้านักข่าว ทั้งคู่ก็ยังจับมือยิ้มแย้มให้กล้อง แต่ในจังหวะที่จับมือยิ้ม
ให้กล้องนั้น จอมภพยังกระซิบบอกนักรบด้วยประโยคที่หยามหยัน แต่ใบหน้ายิ้มแย้มว่า
"ฟีนิกซ์ไม่มีวันตาย ฉันชนะตั้งแต่แกยังไม่เกิดด้วยซ้ำ!"
หลังจากนั้น นักรบใช้ความคิดอย่างหนักที่จะปรับแต่งรถ สั่งให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เช็กลูกปืนกับลูกหมาก ถามว่าทั้งหมดนี้เร็วที่สุดใช้เวลาเท่าไร ช่างบอกว่าประมาณครึ่งชั่วโมง เขาให้สิบนาที ทีมช่างตกใจมองกันเลิ่กลั่ก นักรบดูนาฬิกาแล้วพูดกดดันว่า "เหลือเวลาอีกเก้านาทีห้าสิบวินาที!"
ทีมช่างทำงานกันมือเป็นระวิง เพราะทุกคนรู้ดีว่าจะ ต้องไม่มีคำว่าไม่ได้สำหรับนักรบ!
ooooooo
ที่อีกมุมหนึ่งของสนาม อุ่นใจกับโอ๋ยังขายไส้กรอกกันอยู่ มีชายหนุ่มคนหนึ่งหลอกแต๊ะอั๋งจับมืออุ่นใจขณะส่งไส้กรอกให้ โอ๋ที่ทำตัวเป็นการ์ดปกป้องอาสาวมาตลอดทนไม่ได้เข้าไปต่อว่า ถูกชายคนนั้นกระชากคอเสื้อ ปัดกระเป๋าไส้กรอกของอุ่นใจกระจัดกระจายทั้งไส้กรอกและขวดมายองเนสลอยไปทางค็อกพิตไทเกอร์คิง อุ่นใจตกใจมาก
ทั้งไส้กรอกและมายองเนสกระเด็นไปตกที่หน้ารถเลอะเทอะ พวกช่างตกใจ อุ่นใจกับโอ๋วิ่งตามเข้าไป ชายหนุ่มคนนั้นตามไปด้วยแต่พอเห็นการ์ดพุ่งมาเขาก็หันหลังวิ่งหนีไป
นักรบมาเห็นรถแข่งเปรอะไส้กรอกและมายองเนสก็เมินหน้าอย่างทนดูไม่ได้ สั่งให้จัดการให้เรียบร้อยภายในสามนาทีก่อนที่นักข่าวจะมาเห็นภาพนี้
"ฉันจัดการเองค่ะ มายองเนสเช็ดออกสบายมาก" อุ่นใจอาสาอย่างรู้สึกผิด ตะกายขึ้นไปเช็ดคราบมายองเนสบนรถ ทองทิวกับการ์ดเห็นเข้าตกใจรุมเข้าไปล็อกตัวลากลงมา โอ๋เห็นอาถูกล็อกตัวก็ปรี่เข้าไปยื้อยุดฉุดกระชากจะเอาตัวอาออกมา
เอื้อเดินหาอุ่นใจกับโอ๋ เมื่อไม่เห็นก็นึกว่ากลับบ้านไปแล้ว ก็พอดีกับที่การ์ดคนหนึ่งวิ่งมาบอกเขาว่าเกิดเรื่องที่ค็อกพิตไทเกอร์คิง
นักรบโกรธมากสั่งให้เอาสองคนนี้ออกไปก่อนที่นักข่าวจะเข้ามา โอ๋ไม่ยอมออกไปคนเดียว พยายามจะยื้อเอาอุ่นใจออกไปด้วย ฉุดกระชากกันจนโอ๋ล้มหัวกระแทกข้างรถอย่างแรง จนขมับแตกเล็กน้อย
อุ่นใจโกรธจัดสะบัดหลุดวิ่งเข้าไปประคองโอ๋ตวาดว่าทำไมต้องทำกับเด็กรุนแรงขนาดนี้ ก็พอดีเอื้อมาถึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น
นักรบมองเอื้ออย่างสงสัยว่าเกี่ยวอะไรด้วย ที่แท้เขาไม่เคยจำได้เลยว่าใครเป็นพนักงานของเขาบ้าง ทั้งที่เอื้อเทิดทูนศรัทธาในตัวเขา ทั้งรักและปกป้องบริษัท กระทั่งคิดจะฝากงานให้อุ่นใจทำที่นี่หลังเรียนจบด้วยเพราะคิดว่าเป็นบริษัทที่ดีที่สุด
เมื่อพากันไปทำแผลให้โอ๋ที่ห้องรับรองใต้อัฒจันทร์ นายิกาตำหนิอุ่นใจว่า
"ถึงจะเป็นน้องเป็นลูก ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ร่วมมือกับศัตรูคู่แข่งเข้ามาล้วงความลับของบริษัทเรา"
"เด็กเจ็บตัว แต่พวกคุณยังจะห่วงธุรกิจบ้าบอของตัวเอง ไม่มีใครรู้สึกผิดกันบ้างรึไง" อุ่นใจโต้เถียงอย่างโมโหจัด แต่นายิกาก็ยังพูดและแสดงท่าทีไม่ไว้ใจ จนเอื้อเกรงใจเจ้านายดุอุ่นใจไม่ให้เถียง แล้วขอโทษแทนน้องกับลูก
"ถ้าไม่มีบทเรียนให้จดจำ ก็ต้องทำผิดอีกต่อไปเรื่อยๆผมจะตัดเงินเดือนเดือนนี้ของคุณ" นักรบประกาศิต อุ่นใจเถียงว่าพี่ชายตนไม่ได้ทำผิดทำไมต้องตัดเงินเดือน เอื้อตกใจปรามน้องให้หยุด ไม่เพียงเท่านั้น ยังบอกให้อุ่นใจกับโอ๋กราบขอโทษนักรบกับนายิกาด้วย โอ๋ไม่ยอมขอโทษคนใจร้าย เอื้อดุลูกว่า
"เราต้องสำนึกบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนที่ราดหัวเราทุกวัน เราต้องไม่อกตัญญูกับคนที่ต่อชีวิตพวกเรา ไปกราบขอโทษคุณๆซะ" เอื้อบอกทั้งน้องและลูก อุ่นใจกับโอ๋กอดกันร้องไห้ไม่ยอมทำ เอื้อตัดสินใจว่า "ถ้าเธอไม่ทำพี่จะกราบขอโทษคุณๆเอง"
"อย่านะพี่เอื้อ อุ่นผิดเอง อุ่นจะกราบขอโทษเขา" อุ่นใจกราบนักรบทั้งน้ำตา
ooooooo
เมื่อเอื้อเดินออกมากับอุ่นใจและโอ๋ เขาเล่าอย่างชื่นชมศรัทธานักรบและบริษัทไทเกอร์คิงว่า "คุณนักรบเป็นผู้บริหารหนุ่มไฟแรง ขยัน มาทำงานแต่เช้าก่อนพนักงานหลายคนในบริษัทด้วยซ้ำ...คุณนักรบทำงานตลอดเวลา มากกว่าพนักงานธรรมดาหลายเท่าจึงไม่น่าแปลกที่คุณนักรบจะประสบความสำเร็จทั้งๆที่อายุน้อย"
นอกจากนี้ยังเล่าถึงการให้สัมภาษณ์ของนักรบในอดีตที่แสดงถึงเป้าหมายยิ่งใหญ่ในชีวิตว่า
"ไทเกอร์คิงจะเป็นผู้นำระบบสื่อสารที่ล้ำหน้ามากที่สุดในยุคดิจิตอล สัญลักษณ์ไทเกอร์คิงคือตัวแทนของประเทศที่ไม่มีวันแพ้ชาติใดในโลก"
คำให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ ทำให้เอื้อทึ่งและศรัทธาในความอหังการของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงคนนี้มาก
เล่าเรื่องในอดีตแล้วเอื้อสรุปในตอนท้ายว่า
"คุณนักรบเป็นยิ่งกว่าคนเก่ง จะมีคนบ้านนอกสักกี่คนที่โชคดีอย่างพี่ที่ได้รับโอกาสเข้ามาทำงานกับบริษัทยักษ์ใหญ่ อย่างไทเกอร์คิง"
"เราไปกันเถอะโอ๋ ปล่อยให้คนบางคนเขาภูมิใจในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็นเถอะ" อุ่นใจตัดบทแล้วกอดคอโอ๋ไปเลย เอื้อมองตามไปกลุ้มๆ ที่ไม่อาจกล่อมให้น้องกับลูกมีความรู้สึกเดียวกับตนได้
ooooooo
การแข่งขันรอบสุดท้ายเริ่มขึ้นแล้ว จอมภพสั่งลูกน้องว่าให้พาฟีนิกซ์เบียดแซงหน้าไทเกอร์คิงให้ได้ แต่หารู้ไม่ว่า รอบนี้นักรบลงแข่งเองด้วยความมุ่งมั่นของเขาที่เคยพูดว่า
"เสือคือสัตว์ที่มีความเก่งและฉลาดในการล่าเหยื่อ ห่วงโซ่อาหารของเสือจะวนเวียนอยู่กับเหยื่อ เล็กที่สุดไปจนถึงใหญ่ที่สุด...ผู้ล่าและเหยื่อคือตัวควบคุมสมดุลของธรรมชาติ...เหยื่อตัวใหญ่ยิ่งท้าทายความสามารถของผู้ล่า!...ราชาแห่งเสือต้องล่าเหยื่อด้วยตัวเองถึงจะสมศักดิ์ศรี!!!"
นายิกาตกใจเมื่อรู้ว่านักรบลงแข่งเอง สั่งทองทิว เอื้อและการ์ดทุกคนให้รีบไปดักที่สนามเดี๋ยวนี้ มีแต่ทองทิวคนเดียวเท่านั้นที่เข้าใจนักรบว่า เขามีความสุขกับการต่อสู้ด้วยตัวเองและชอบความเร็วเป็นชีวิตจิตใจ...
นายิการ้อนใจมาก เมื่อทองทิวบอกว่านักรบแอบไปแข่งอยู่บ่อยๆ ไม่เห็นเป็นอะไร นายิกาโต้เสียงดังว่า "พลาดหมายถึงอันตรายและหายนะของไทเกอร์คิง!"
ส่วนผู้ชมและกองเชียร์ในสนามต่างตื่นเต้นดีใจกันสุดๆ เมื่อรู้ว่ารอบนี้นักรบลงแข่งเอง จะมีก็แต่จอมภพที่ยิ้มเยาะว่า "ฆ่าตัวตายชัดๆ" ส่วนอุ่นใจตั้งหน้าตั้งตาแช่งว่า
"ขอให้แพ้ คนใจดำที่ใช้ชีวิตอยู่บนชัยชนะของการเหยียบย่ำคนอื่นจะไม่มีวันเจริญ"
ooooooo
ระหว่างการแข่งขัน รถของไทเกอร์คิงกับรถของฟีนิกซ์ขับเคี่ยวกันอย่างเอาเป็นเอาตาย หลายคนใจหายที่รถของไทเกอร์คิงตกข้างทาง แต่แล้วนักรบก็หมุนพวงมาลัยรถเข้าสู่สนามแข่งอีกจนได้
"รถแข่งทั้งสามคันมาถึงค็อกพิตเพื่อเปลี่ยนยาง เติมน้ำมันและตรวจเช็กสภาพรถก่อนกลับเข้าสู่สนามแข่งในโค้งสุดท้าย ไทเกอร์คิงเข้ามาถึงค็อกพิตช้าที่สุด โอกาสชนะแทบมองไม่เห็น"
แต่ด้วยหัวใจสิงห์ของนักรบ เขาไม่เปลี่ยนยางทั้งที่ดอกยางสึก พูดกับทองทิวว่า
"เพื่อล่าเหยื่อตัวใหญ่ ฉันยอมเสี่ยง"
การตัดสินใจครั้งนี้เอง ที่ทำให้ไทเกอร์คิงเข้าเส้นชัยได้ก่อนฟีนิกซ์แค่เสี้ยววินาที!
ในที่สุด ไทเกอร์คิงก็เอาชนะฟีนิกซ์ได้อย่างเฉียดฉิวยังความแค้นใจแก่จอมภพยิ่งนัก ส่วนอุ่นใจที่ดูการแข่งขันอยู่ พูดปรามาสว่า
"ไม่มีใครชนะตลอดไป สักวันนายนักรบจะต้องรู้จักคำว่าแพ้ เพราะความใจแคบของตัวเอง"
ooooooo
ที่บ้านอุ่นใจ ที่อุ่นใจ เอื้อ โอ๋ และแม่นวลอยู่ด้วยกัน แม้บ้านจะเก่า เล็ก แต่มีความอบอุ่น เพราะแม่นวลเป็นอัมพาตไปครึ่งตัวจึงต้องได้รับการดูแลรักษาจากลูกและหลาน ทุกคนปรนนิบัติดูแลแม่นวลอย่างทะนุถนอมรักใคร่
แต่วันนี้พี่น้องขัดใจกันเพราะอุ่นใจไม่ชอบใจที่พี่ชายเข้าข้างนักรบ ที่ทำให้โอ๋เจ็บตัวซ้ำยังหักเงินเดือนของเอื้อที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วย กระนั้น เอื้อก็ยังปกป้องแก้ต่างให้นักรบว่าทำตามหน้าที่
"พี่เอื้อเรียกความไร้มนุษยธรรมของผู้ชายคนนั้นว่าหน้าที่งั้นเหรอ" อุ่นใจเสียงแข็ง
"ไม่เอาน่า อย่าเอาเรื่องคนอื่นมาทำให้เราพี่น้องทะเลาะกันเลย" เอื้อเสียงอ่อน หาทางง้ออุ่นใจให้หายงอน เลยร้องเพลง "ง้อ" จนอุ่นใจขำยิ้มออกมา
วันนี้ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้ากินข้าวกันที่หน้าบ้านกับเป็ดพะโล้ที่เอื้อ ซื้อมาฉลองไทเกอร์คิงได้แชมป์แข่งรถ แม่นวลสดชื่นขึ้นอย่างมาก เอื้อเองก็อิ่มเอมใจพูดอย่างมีความสุขว่า
"ได้กินข้าวพร้อมหน้าครอบครัวท่ามกลางธรรมชาติ ไม่มีอะไรมีความสุขเท่านี้อีกแล้ว"
ผิดกับครอบครัวที่คฤหาสน์พยัคฆ์ราชา ที่ชีวิตเพียบ พร้อมไปหมดทุกอย่าง แต่กลับไม่มีความสุข เพราะคร่ำเคร่งมุ่งมั่นแต่จะเชือดเฉือนกันทางธุรกิจ แม้วันนี้นักรบจะเอาชนะคู่แข่งในสนามแข่งรถได้ แต่เขาก็ถูกนายิกาผู้เป็นแม่ตำหนิติเตือนว่า
"ลูกก็รู้ว่าชีวิตของลูกสำคัญกับไทเกอร์คิงมากแค่ไหน ถ้าลูกเป็นอะไรไปไทเกอร์คิงก็จบ"
"ผมไม่มีทางทำลายความสำเร็จที่ผมสร้างมากับมือหรอกครับ" เมื่อนายิกาติงว่าอย่าประมาท เขาตอบอย่างมั่นใจว่า "ราชาแห่งเสือต้องกล้าเสี่ยงเพื่อแลกกับชัยชนะและความสำเร็จครับแม่"
ooooooo
นักรบมีเพื่อนสาวไฮโซ สวย ฉลาด ชาติตระกูลสูง ทั้งคู่คบหากันจนนักข่าวถามว่าเมื่อไรจะมีข่าวดี นักรบตอบอย่างยิ้มแย้มว่าตนต้องการสร้างรากฐานอนาคตให้มั่นคงเพื่อใช้ชีวิต ที่เหลือดูแลผู้หญิงที่เพียบพร้อมอย่างดาราราย
แต่เมื่อพ้นจากสายตานักข่าวและสาธารณะ นักรบก็กลับเฉยเมยกับเธอ กระทั่งเมื่อเธอเข้ามาเอาใจเขายังบอกเธอว่า "ทำตัวปกติเถอะ นักข่าวกลับหมดแล้ว" เขาก้มหน้าก้มตาอยู่กับงานจนทองทิวเห็นแล้วขำ
และเพื่อสร้างภาพที่ดีของบริษัทไทเกอร์คิงในสายตาสื่อมวลชน วันนี้จึงมีงานมอบรางวัลพนักงานดีเด่นของบริษัท งานนี้ เอื้อได้รับรางวัล ในฐานะที่ทำงานดีเด่นทุ่มเททำงานเพื่อบริษัท
อุ่นใจรู้ข่าวนี้จากโอ๋ด้วยความแปลกใจที่เอื้อได้รางวัลพนักงานดีเด่นและได้ รับเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้ายามด้วย ทั้งๆที่โดนลงโทษด้วยการหักเงินเดือนเดือนนี้ แล้วเธอก็ฮึดขึ้นมาบอกโอ๋ว่าจะไปพูดกับนักรบให้คืนเงินเดือนให้เอื้อ
ooooooo
เมื่อไปถึงหน้าบริษัท ทั้งสองถูกยามกันไว้ไม่ให้เข้า จนโอ๋ออกอุบายว่ารถลีมูซีนของนักรบถูกงัด ยามทั้งสองตกใจวิ่งไปดู โอ๋กับอุ่นใจจึงวิ่งเข้าไป กว่ายามจะรู้ตัวทั้งสองก็หายไปแล้ว แยกกันออกตามหานักรบเพื่อจะเจรจาเรื่องเงินเดือนของเอื้อ
อุ่นใจย่องไปจนถึงห้องน้ำชาย ได้ยินเสียงนักรบที่หัวเสียเพราะถูกน้ำพริกที่พนักงานเพื่อนๆของเอื้อเอามา แสดงความยินดีกับเอื้อทำเลอะรองเท้า เขาเข้ามาล้างทำความสะอาดบ่นกับทองทิวที่ตามมาดูแลว่า
"บ้าที่สุด ไร้ระเบียบสิ้นดี ใครเป็นคนตัดสินให้พนักงานระดับล่างได้รางวัลพนักงานดีเด่น มันไม่เข้าท่าเลย"
"ใจเย็นๆครับ ยิ่งคุณนักรบใจดีและให้อภัยลูกน้องต่อหน้าสื่อมากเท่าไหร่ ภาพลักษณ์ของไทเกอร์คิงก็จะดีในสายตาทุกคนมากขึ้น"
แต่นักรบไม่ฟังทองทิวพูด เขาสั่งให้ไปหาทางเคลียร์ พนักงานระดับล่างพวกนั้นออกไปจากห้องจัดเลี้ยงก่อนที่ตนจะหมดความอดทน ทองทิวรับคำแล้วเดินออกไป
อุ่นใจได้จังหวะเข้าไปในห้องน้ำชาย นักรบตกใจถามว่าเธอเป็นใคร อุ่นใจปรี่เข้าไปล็อกตัวนักรบหมายปิดปากไม่ให้ร้อง แต่เธอกลับถูกนักรบล็อกไว้ อุ่นใจจึงแนะนำตัวเองและขอร้องเขาอย่าหักเงินเดือนของเอื้อเลย เพราะขนาดไม่โดนหักก็ยังชักหน้าไม่ถึงหลังอยู่แล้ว
นักรบทำเป็นฟังแต่แอบกดสัญญาณขอความช่วยเหลือในไอโฟน ครู่เดียวการ์ดก็เข้ามาลากตัวอุ่นใจออกไป นักรบสั่งให้เอาตัวเธอไปส่งตำรวจข้อหาบุกรุก ในที่สุดนอกจากอุ่นใจจะขอเงินเดือนของเอื้อคืนไม่ได้แล้วยังถูกจับไปขังที่ โรงพัก
เดือดร้อนถึงดอกจันเพื่อนรักของอุ่นใจต้องไปหาเจ๊บ๊วยนายหน้าประกันให้มา ช่วยประกันอุ่นใจออกไป เอื้อรู้สึกผิดที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้น้องต้องถูกจับเสียเงินประกันตัว บอกอุ่นใจว่าตนจะหาเงินมาใช้เจ๊บ๊วยเอง
ooooooo
เพื่อลดรายจ่ายของบริษัท นักรบสั่งทองทิวให้ตัดงบประมาณสัญญาประกันภัยอาคารพักพนักงานและเบี้ยประกัน สำหรับพนักงานที่เกิดอุบัติเหตุระหว่างทำงาน แล้วเอาเงินส่วนนี้มารักษาความปลอดภัยให้ ตนแทน
"ก็ดีนะ ชีวิตนักรบสำคัญกับไทเกอร์คิงมากที่สุด ถ้าไม่มีนักรบ พนักงานระดับล่างพวกนั้นก็อยู่ไม่ได้" นายิการีบสนับสนุนจนทองทิวไม่กล้าท้วงติง
หลังจากได้รับรางวัลพนักงานดีเด่นแล้ว เอื้อยิ่งทุ่มเททั้งชีวิตจิตใจให้กับงาน ขี่จักรยานตรวจตราและดูแลทุกข์สุขของเพื่อนพนักงานอย่างเอาใจใส่จนเป็น ที่รักใคร่ของทุกคน
แต่ดึกคืนนี้เอง เกิดไฟไหม้ที่อาคารพักพนักงาน พนักงานแตกตื่นทั้งหนีไฟและช่วยกันดับไฟ เอื้อบุกเข้าไปในอาคารที่ไฟกำลังลุกเพื่อช่วยพาพนักงานที่ติดอยู่ในนั้นออก มาได้ แต่ก็ยังมีพนักงานอีกส่วนหนึ่งยังติดอยู่ในอาคาร พอเอื้อรู้ก็บุกเข้าไปอย่างไม่คิดถึงตัวเอง
ช่วยจนพนักงานวิ่งออกมาเกือบหมดแล้ว เอื้อจึงจะวิ่งตามออกไป แต่ขณะกำลังจะก้าวพ้นประตู คานที่ถูกไฟไหม้ก็หล่นลงมาทับร่างเขาต่อหน้าต่อตาเพื่อนพนักงานที่เพิ่งหนี ออกมาได้
ข่าวไฟไหม้อาคารพักพนักงานของไทเกอร์คิงออกทีวีในข่าวรอบดึก ข่าวแจ้งว่ามีพนักงานบาดเจ็บสาหัสคนหนึ่ง ทองทิวที่อยู่ในชุดนอนได้รับข่าวนี้ทางไอเพด นักรบโทร.มาหาเขาพอดีสั่งเฉียบขาดว่า
"รีบไปเอาตัวคนงานที่บาดเจ็บออกจากนักข่าวคนนั้น ถ้ามีคนรู้เรื่องเราขาดประกันฯ พรุ่งนี้เช้าหุ้นไทเกอร์คิงตกแน่"
ทองทิวรับคำแล้วรีบเตรียมออกไปทันที
ooooooo
อุ่นใจกับดอกจันไปเฝ้าอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน หมอบอกว่าคนไข้โดนไฟคลอกตามตัวหลายจุดยังตอบอะไรไม่ได้ตอนนี้ ทั้งสองจึงได้แต่เป็นห่วงและเฝ้าปลอบใจให้กำลังใจกัน
ทองทิวไปถึงโรงพยาบาล พอรู้ว่านักข่าวอยู่ที่นี่เขาก็แทบหมดแรง
เปลวแสงเข้าไปสัมภาษณ์เอื้อในห้องพักผู้ป่วยหลังจากอาการเขาดีขึ้น เอื้อให้ข้อมูลอย่างปกป้องบริษัทและยกย่องเจ้านาย เมื่อเปลวแสงถามถึงการช่วยเหลือจากทางบริษัท เอื้อตอบอย่างมั่นใจว่า
"คุณนักรบเป็นคนดี รักและเห็นคุณค่าพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ไทเกอร์คิงมีมาตรการช่วยเหลือพนักงานเป็นอย่างดีครับ"
เปลวแสงขอบคุณที่เอื้อให้ความร่วมมืออย่างดี และมอบนามบัตรไว้ให้เผื่อมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมก็โทร.หาตนได้ตลอดเวลาตามเบอร์นี้
อุ่นใจไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ชายจึงปกป้องนักรบกับบริษัทไทเกอร์คิง ทั้งที่นับแต่เกิดเรื่องยังไม่มีใครมาสนใจเลย เอื้อบอกว่าไม่ต้องห่วงเพราะบริษัทไทเกอร์คิงมีสวัสดิการดูแล ตอนนี้ยังยุ่งๆจึงยังไม่มีคนมา แต่ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยนักรบคงให้คนมาดูแลตนแน่ๆ
แต่หารู้ไม่ว่า นักรบกำลังกังวล กลัวนักข่าวรู้ว่าทางไทเกอร์คิงไม่ได้ต่อสัญญาประกันภัย นายิกาจึงเสนอว่า เราจะใช้เงินปิดข่าว ปิดปากทุกคนให้สนิท จะได้ไม่มีใครทำลายชื่อเสียงของไทเกอร์คิงได้
ooooooo
แต่อาการของเอื้อไม่เพียงแค่ถูกไฟลวก เขาเป็นอัมพาตไปครึ่งตัวจนไม่สามารถเคลื่อนไหวช่วงล่างได้ แต่หมอก็ยังให้ความหวังว่าถ้าได้รับการรักษาที่ดีก็ยังมีโอกาสหายได้
อุ่นใจกับโอ๋ปิดเรื่องนี้กับแม่นวล โอ๋ปดแม่นวลว่าที่เอื้อไม่ได้กลับมานอนที่บ้านหลายวันเพราะเป็นหวัดเลยไปนอน บ้านเพื่อนกลัวย่าจะติดหวัด
พอดีอุ่นใจกลับมาเพื่อเปลี่ยนโอ๋ไปเฝ้าเอื้อแทน เธอนั่งร้องไห้อยู่ข้างนอก โอ๋ตกใจถามว่าใครรังแกอาอุ่น พออุ่นใจบอกว่าเอื้อเป็นอัมพาตเดินไม่ได้อีกแล้ว โอ๋ร้องไห้ย้ำถามว่าไม่จริงใช่ไหม
"ทุกอย่างเป็นเรื่องจริง โลกแห่งความจริงไม่เคยมีที่ให้คนอย่างพวกเรายืน"
อาหลานกอดกันร้องไห้กับความทุกข์ที่ซัดกระหน่ำเข้ามาระลอกแล้วระลอกเล่า...
ooooooo




















