advertisement

วายุภัคมนตรา ตอนที่ 11

จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย ฐานวดี สถิตยุทธการ
21 ธ.ค. 2553 09:46

การเดินทางของวายุภัคยังเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่เขาก็ยังมุ่งมั่นไม่เปลี่ยนใจ   จนกระทั่งเขาได้รับบาดเจ็บจากการกลิ้งตกเนินเขาจนถูกไม้เสียบเข้าบริเวณท้องเลือดไหลไม่หยุด  วายุภัคเจ็บปวดบาดแผลมาก  แต่ก็ยังแข็งใจหยิบกระดาษจดบทสวดมนต์ออกมาสวดเมื่อเห็นว่าบริเวณใกล้ๆกับตนนั้นมีแสงสีทองสว่างวาบขึ้น

แล้ววายุภัคก็ทำสำเร็จ เขาสวดมนต์จนครบตามจำนวนจึงได้ว่านพญาลิ้นงูทองมา แต่ยังไม่ทันเอากลับไปรักษาทิชากร เขาก็สิ้นใจตายเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียก่อน...

ทิพย์ธาราตกใจมากที่จู่ๆรูปถ่ายของวายุภัคก็หล่นลงมาแตก สุพรรษา มนตรี ปฐพี และอัคนีได้ยินเสียงก็กรูกันเข้ามา แล้วต่างก็พากันอึ้งไปด้วยความตกใจ

"ลม...ลมลูกแม่"

"มันคงเป็นแค่เรื่องบังเอิญเฉยๆน่ะค่ะ คุณแม่อย่าคิดมากเลยนะคะ"

"แต่แม่รู้สึกได้ว่ากำลังเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับลม" พูดจบสุพรรษาทำท่าจะเดินออกไป มนตรีรีบคว้าตัวเธอไว้ ถามว่า

คุณจะไปไหน? เท่านั้นเองน้ำตาคนเป็นแม่ก็ไหลริน "ฉันจะไปตามหาลูก ฉันมั่นใจว่าลูกกำลังตกอยู่ในอันตราย"

"แล้วคุณจะเข้าไปได้ยังไง ในป่ามันอันตรายมากนะ"

"ฉันไม่สนใจ ไม่ว่าจะอันตรายแค่ไหนฉันก็จะเข้าไปตามหาลูกให้ได้ ปล่อยฉันสิ...ปล่อย"

สุพรรษาดิ้นรนแต่มนตรีไม่ยอมปล่อย สักครู่สุพรรษาก็เป็นลมล้มพับ สามีและลูกๆตกใจร้องเรียกเธอกันลั่นไปหมด ทิพย์ธาราบอกให้พ่ออุ้มแม่ขึ้นไปบนห้องนอน เดี๋ยวเธอจะดูแลให้เอง เสร็จแล้วปฐพีกับอัคนีก็ชวนพ่อเข้าป่าไปตามหาวายุภัค มนตรีตกลงทันที เพราะเขาเองก็ใจไม่ดีเหมือนกัน

รถของสามคนพ่อลูกแล่นเข้าไปจอดในเขตอุทยานป่าไม้ยามค่ำคืน เจ้าหน้าที่รีบออกมาซักถามด้วยความแปลกใจ พอรู้จุดประสงค์ของพวกเขา เจ้าหน้าที่จึงนำพาเข้าไปในป่าพร้อมอุปกรณ์ส่องสว่าง

แล้วไม่นานทุกคนก็พบผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลือดของวายุภัค ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่า

"เขาคงถูกทากดูดน่ะคุณ ที่นี่ทากเยอะจะตาย แล้วไม่รู้เข้ามาได้ยังไงลึกขนาดนี้ แล้วค่ำมืดอย่างนี้สัตว์มันก็จะออกมาหากินด้วย"

คำพูดของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ทำให้มนตรีและทั้งสองมองหน้ากันอย่างไม่สบายใจ

ooooooo

เสียงนาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงคืน ไกรฤทธิ์หันขวับไปมองนาฬิกาหน้าเครียดจัด แล้วหันกลับมามองแผลที่ขาทิชากร รอยเขี้ยวงูที่ข้อเท้ามีสีแดงสีเขียวช้ำเลือดช้ำหนองวิ่งวนไปรอบแผล  พลันร่างทิชากรก็กระตุกดิ้นทุรนทุราย  ทิพย์กับไกรฤทธิ์ตกใจต้องช่วยกันจับร่างลูกสาวไว้

"พี่ไกรเกิดอะไรขึ้น กะทิเป็นอะไรไป"

"พิษงูมันทำงานแล้ว"

พูดไม่ทันขาดคำ ร่างทิชากรก็กระตุกแรงแล้วค่อยๆแน่นิ่งไป ไกรฤทธิ์แตะชีพจรที่แขนของลูกแล้วอึ้งงัน ทิพย์เห็นท่าทางสามีก็ยิ่งใจไม่ดี

"พี่ไกร...ลูกเป็นอะไร"

"ลูกไปแล้วแม่ทิพย์...ลูกไปแล้ว..."

"กะทิๆ กะทิฟื้นสิลูก กลับมาหาแม่ แม่รอหนูอยู่นะลูก" ทิพย์ปล่อยโฮกอดร่างลูกแน่น รำพันแทบขาดใจ "พี่ไกร ไหนคุณลมบอกว่าจะหาว่านมาช่วยกะทิให้ได้ไง แล้วทำไมถึงปล่อยให้กะทิตาย..."

ไกรฤทธิ์เงียบงันไปอย่างไม่มีคำตอบ มีเพียงน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

ooooooo

วายุภัคตายเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว ส่วนทิชากรตายเพราะพิษงูจากมนตร์ดำที่กระจายไปทั่วร่างกาย แล้วทั้งคู่ก็กลายเป็นวิญญาณไปพบกัน ณ ที่แห่งหนึ่ง   ทั้งคู่เสียใจที่เพิ่งจะรู้จักคำว่ารักแต่ก็ไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตร่วมกัน แต่แล้วเบื้องบนก็เห็นใจจึงให้โอกาสวายุภัคได้กลับไป

มนตรี ปฐพี และอัคนีตามมาเจอวายุภัคกำลังกระเสือกกระสนหาทางออกจากป่า ทุกคนจึงพาเขาออกไปพร้อมกับว่านพญาลิ้นงูทอง

ทิพย์ยังร้องไห้คร่ำครวญกอดร่างทิชากรปิ่มจะขาดใจ ไกรฤทธิ์ก็แย่แต่ต้องเข้มแข็งคอยปลอบใจภรรยา

"อย่าให้น้ำตาโดนศพลูกเลยนะแม่ทิพย์ เดี๋ยวกะทิจะนอนตายตาไม่หลับ ไม่ได้ไปดี"

"พี่ไกรช่วยลูกสิ ทีคนอื่นพี่ยังช่วยชีวิตเขาได้ แล้วนี่ชีวิตลูกเรานะพี่"

"พี่ทำไม่ได้จริงๆ พี่ขอโทษ..."

ทิพย์กับไกรฤทธิ์กอดกันร้องไห้ แล้วไกรฤทธิ์ก็ผละออกมาลูบศีรษะลูกสาว

"หลับให้สบายนะลูกนะ"

ไกรฤทธิ์กำลังจะดึงผ้าห่มคลุมร่างทิชากร ทันใดนั้นประตูก็เปิดผางออก ไกรฤทธิ์กับทิพย์หันขวับไปก็เห็นมนตรีกับลูกชายอีกสองคนแบกวายุภัคสภาพสะบักสะบอมเข้ามา

"ผมได้ว่านมาแล้วครับ"  วายุภัคเปล่งเสียง...ทิพย์ถึงกับยิ้มกว้างด้วยความดีใจ  เร่งสามีที่ยังยืนนิ่งเหมือนไม่ยินดียินร้าย

"พี่ไกรเอาว่านช่วยลูกสิจ๊ะ จะรอช้าอยู่ทำไม"

"มันสายเกินไปแล้ว กะทิตายไปแล้ว"

"แต่ลองดูก่อนเถอะนะครับ ผมมั่นใจว่าเรายังพอมีเวลา" วายุภัคอ้อนวอน แต่ถูกไกรฤทธิ์ตวาดสวนทันควันด้วยความอัดอั้น...เสียใจ

"ไม่ได้ยินหรือไงว่ากะทิตายแล้ว สะใจคุณหรือยังล่ะ ที่กะทิต้องตายก็เพราะคุณ"

"ผมรู้ครับว่ากะทิต้องตายเพราะผม ผมถึงอยากขอให้ ลองช่วยกะทิด้วยว่านนี้ก่อน หรือคุณลุงบอกวิธีเอาว่านรักษากะทิกับผมก็ได้ ผมยินดีจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยชีวิตกะทิ"

"หรือคุณลุงบอกน้ำก็ได้นะคะ น้ำพอมีความรู้เรื่องสมุนไพรแล้ว น้ำคงช่วยได้"

ทิพย์ธาราช่วยวิงวอน แต่ไกรฤทธิ์ก็ยังนิ่ง ปฐพีและ อัคนีจึงพร้อมใจกันคุกเข่าลงข้างวายุภัค...มนตรีเห็นลูกๆทำถึงขนาดนี้ก็อดรนทนไม่ไหว ช่วยพูดให้อีกแรง

"คุณไกรครับ ผมขอให้ลูกชายผมได้ใช้ความพยายามช่วยชีวิตผู้หญิงที่มันรักอีกสักครั้งเถอะนะครับ แค่นี้ลมก็เสียใจไปตลอดชีวิตแล้ว"

"ก็ได้ ฉันจะลองดู"

การตัดสินใจของไกรฤทธิ์ทำให้ทุกคนมีความหวัง  แล้ว จากนั้นอีกไม่กี่อึดใจทุกคนก็ยิ้มร่ามีความสุขถ้วนหน้า  เมื่อทิชากรฟื้นขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ด้วยว่านพญาลิ้นงูทองที่ดูดพิษร้ายออกจากร่างและสมานแผลที่ขาให้หายไปอย่างไร้ร่องรอย

ooooooo

ทิชากรหายเป็นปกติดีแล้ว แต่วายุภัคยังคงต้องรักษาตัวต่อไปอีกระยะหนึ่ง โดยมีหมอน้ำดูแลรักษาอาการพี่ชายอย่างเต็มที่ ส่วนทิชากรก็เป็นพยาบาลประจำตัวให้เขาด้วยความเต็มใจ พร้อมกันนี้เธอก็เร่งเขียนนิยายเพื่อส่งให้พี่ซาร่าไปด้วย

ทิชากรเขียนเรื่องราวของแฝดสี่พี่น้องแห่งขุนเขาซึ่งเธอได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง โดยท้ายเรื่องก็มีเธอเป็นหนึ่งในตัวละครซึ่งกำลังจะลงเอยกับวายุภัค หนึ่งหนุ่มหล่อในจำนวนแฝดสี่ที่ยังครองตัวเป็นโสดอยู่คนเดียว

แล้ววันสำคัญที่เขาและเธอรอคอยก็มาถึง เมื่อผู้ใหญ่ ของสองฝ่ายมาเจรจากันอย่างเป็นทางการ

"ผมอยากจะขอหนูกะทิให้เจ้าลม คุณไกรกับคุณทิพย์ จะว่ายังไงครับ" มนตรีเปิดฉาก โดยมีภรรยาและลูกทุกคนลุ้นอยู่ข้างๆ

"ก็ถ้าเด็กๆรักกัน ดิฉันกับพี่ไกรก็ไม่มีอะไรขัดข้องหรอกค่ะ ใช่ไหมจ๊ะพี่ไกร" ทิพย์หันมาขอความเห็นสามีที่ยังวางฟอร์มขรึม

"ก็อยากจะขัดอยู่ แต่รู้ว่าคนเขาเป็นเนื้อคู่กัน ยังไงก็ขัดไม่ได้หรอก"

"หมายความว่าคุณลุงยกกะทิให้ผมแล้วใช่ไหมครับ" วายุภัคถามด้วยท่าทีตื่นเต้น  ยิ่งพอเห็นไกรฤทธิ์พยักหน้ารับ ทั้งวายุภัค  ปฐพี  อัคนี  และทิพย์ธาราก็โผเข้ากอดคอกันส่งเสียงเฮฮาด้วยความดีใจ  จนสุพรรษาต้องเตือนให้ลูกๆสำรวมกันหน่อย

"แม่คะ ถ้าทุกอย่างลงตัวแล้ว น้ำก็คงโทร.บอกให้ เจ้าชายมารับกลับได้แล้วนะคะ"

"หมายความว่ายังไงจ๊ะน้ำ หรือที่น้ำอยู่ที่นี่ต่อก็เพราะ..."

"ค่ะแม่ เจ้าชายขอให้น้ำอยู่ช่วยลมกับคุณกะทิสมหวังกันน่ะค่ะ"

"ถ้างั้นทุกอย่างที่ผ่านมาก็เป็นแผนของเด็กๆงั้นสิ"

ได้ยินไกรฤทธิ์โพล่งขึ้นมาแบบนี้ ทิพย์ธาราถึงกับยิ้มเจื่อน แม่ทิพย์ของทิชากรจึงช่วยแก้ต่างให้

"ก็ช่วยไม่ได้นี่ พี่ไกรอยากหวงลูกไม่เข้าเรื่องเอง"

ไกรฤทธิ์ชะงักและไม่กล้าหือ ทุกคนเลยหัวเราะกันครื้นเครง บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุข...

"ฉันเห็นลูกๆสมหวังมีความสุข ฉันก็มีความสุขจังเลยค่ะคุณ" สุพรรษาเอ่ยกับมนตรีหลังแยกจากคนอื่นๆมาแล้ว

"ผมก็เหมือนกัน พ่อแม่อย่างเราจะต้องการอะไรไปมากกว่าเห็นลูกๆมีความสุขและสามัคคีกัน"

"ค่ะ ถ้าให้ฉันตายตอนนี้ฉันก็คงนอนตายตาหลับแล้วล่ะค่ะ"

"ตายไม่ได้สิคุณ เอาไว้รอเห็นหน้าหลานๆก่อน"

สุพรรษายิ้มออกมาอย่างนึกได้ แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะชอบใจไปด้วยกัน

ooooooo

ส่วนที่เรือนคนงาน เสก ศักดิ์ นากรี โบพา และจันทูกำลังจับกลุ่มเม้าท์กันด้วยเรื่องของเจ้านายด้วยความยินดี

"ดีใจจังที่คุณลมกับคุณกะทิสมหวังกันสักที ต่อไปนี้ที่นี่ก็คงจะมีแต่เรื่องดีๆเนอะ"

"ใช่ งั้นก็ต่อด้วยข่าวดีข่าวต่อไปเลยไหม" ว่าแล้วเสก ก็หันไปสบตานากรีปิ๊งๆ แต่ศักดิ์ไม่เข้าใจถามเสกว่าข่าวดีเรื่องอะไร "คือ...ฉันกับนากรีจะแต่งงานกันน่ะ ว่าจะแต่งกันง่ายๆ แล้วปั๊มลูกสัก 12 คน กะจะตั้งทีมฟุตบอลประจำไร่น่ะ"

นากรีเขินอายทุบเสกดังพลั่ก "บ้า...งั้นก็รีบไปบอกข่าวดีกับคุณลมเถอะจ้ะ จะรอช้าอยู่ไย"

ศักดิ์เหวอไปเลย มองตามนากรีกับเสกที่ยิ้มหน้าบานจูงมือกันออกไปอย่างเริงร่า

"ไม่จริงๆๆ น้องนากรีต้องไม่ทำกับพี่ศักดิ์อย่างนี้ อุตส่าห์เฝ้าขายขนมจีบอยู่ตั้งนาน ไอ้เสกมาแย่งตัดหน้าไปเฉยเลย ไม่ยอมๆๆๆ" ศักดิ์ดีดดิ้นร่ำร้องจนจันทูกับโบพาทนไม่ไหว พร้อมใจกันขยับเข้ามาดึงหูศักดิ์คนละข้าง

"หน็อย...ไอ้พี่ศักดิ์ มีฉันสองคนแล้วยังไม่พอใจอีกเหรอ"

"ใช่ และฉันสองคนก็ตกลงกันแล้วว่าต่อไปนี้ห้ามพี่มีผู้หญิงคนอื่นอีก เข้าใจไหม"

ศักดิ์ยังไม่ทันจะตอบ สองสาวก็พร้อมใจกันอาเจียนออกมา เล่นเอาศักดิ์ตกใจถามปากคอสั่นว่า

"น้องสองคนไปกินอะไรผิดสำแดงมาจ๊ะเนี่ย ถึงได้อ้วกแตกอ้วกแตนกันอย่างนี้"

"กินที่ไหนล่ะ พี่นั่นแหละที่ทำให้ฉันสองคนเป็นแบบนี้"

"พี่ทำอะไรเหรอจ๊ะ" พูดไปแล้วศักดิ์ชะงักคิด "หา! อย่าบอกนะว่าน้องๆท้อง..."

โบพาและจันทูพยักหน้าอย่างอายๆ ศักดิ์กระโดดกอดทั้งคู่พร้อมกับแหกปากตะโกนด้วยความตื่นเต้นดีใจ

"เย้...ไอ้ศักดิ์จะได้เป็นพ่อคนแล้วโว้ย"

ooooooo

เช้าวันใหม่ ทิชากรตั้งใจเอาหนังสือนิยายมาอวดวายุภัค แต่เธอร้องเรียกเขาอยู่นานก็ไม่ได้ยินเสียงตอบ เธอจึงเดินเข้ามาข้างใน แล้วก็เห็นอะไรบางอย่างตั้งเด่นอยู่มุมหนึ่งโดยมีผ้าคลุมไว้มิดชิด

"ไปไหนของเขานะ" เธอบ่นเบาๆ ก่อนตัดสินใจเดินไปดึงผ้าคลุมนั้นออก  ปรากฏว่าเป็นรูปวาดของเธอเอง ซึ่งเหมือนตัวจริงมาก...มากจนเธอตะลึงงัน

วายุภัคค่อยๆออกมาจากที่ซ่อน เดินยิ้มหวานเข้ามาหาเธอ

"คนวาดเขาไม่ได้ใช้แค่สีกับแปรงวาดเท่านั้นนะ แต่เขาใช้หัวใจวาดลงไปด้วย มันถึงได้สวยขนาดนี้"

"หลงตัวเอง ใครบอกคุณคะว่าสวย"

"ไม่มี แต่ผมรู้ว่าถ้าเราทำอะไรแล้วทำด้วยใจ มันย่อมดีทั้งนั้นเหมือนกับไวน์ขวดนี้ไง" เขาชูขวดไวน์ในมือขึ้นมาตรงหน้าเธอ ซึ่งเห็นฉลากยี่ห้อชัดเจน

"ทิ...ชา...กร...ชื่อฉันนี่คะ"

"ใช่ครับ ผมตั้งใจหมักไวน์ขวดนี้ไปส่งประกวดเพื่อคุณ แล้วมันก็ได้รางวัลที่หนึ่งด้วยนะ วันนั้นผมถึงไม่ยอมไปนั่งสมาธิกับคุณ คุณถึงต้องเดือดร้อน"

"ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันแล้วไป ยังไงฉันก็ต้องแสดงความยินดีด้วยนะคะที่ไวน์ของคุณได้ที่หนึ่ง"

"ไวน์ของเราต่างหากครับ"

วายุภัคมองหน้าเธอด้วยแววตาเป็นประกายแห่งความสุข  แล้วดึงเธอเข้ามากอดก่อนจะจุมพิตกันและกันด้วยความรัก

ooooooo

-อวสาน-

วายุภัคมนตรา ตอนที่ 11

อ่านเรื่องย่อ

วายุภัคมนตรา

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ:

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement