ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 9 นิยายไทยรัฐ
วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 9


24 ต.ค. 2560 17:28
1,526,624 ครั้ง

ละคร นิยาย ชาติพยัคฆ์

ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 9

อ่านเรื่องย่อ

ชาติพยัคฆ์

แนว:

พีเรียด-แอคชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ

บทโทรทัศน์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ/ฉัตรชัย เปล่งพานิช

กำกับการแสดงโดย:

โชติรัตน์รักษ์เริ่มวงษ์

ผลิตโดย:

บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

จรณโสรัตน์,นิษฐา จิรยั่งยืน

โชติเจ็บใจมาก เพราะถูกปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ครั้งนี้...เขาจะไม่ทนอีกต่อไป ชดสบช่อง เสนอให้ว่าจ้างคนงานโรงฝิ่น ซึ่งติดหนี้พระยาประเสริฐภักดีทำงานล้างหนี้ โชติเห็นดีเห็นงามด้วย ไม่ว่าวิธีไหน ถ้าทำให้กล้า...ศัตรูหัวใจของเขาต้องตายและหายจากโลกนี้ไปได้ เขายอมทั้งนั้น!

เวลาเดียวกันที่วังท่านเตี่ย...รื่นกับสังข์เข้าเฝ้าร้องทุกข์ให้กล้า ที่ถูกใส่ร้ายจนอาจกลายเป็นฆาตกรฆ่าคนตายอีกรอบ ท่านเตี่ยทอดถอนพระทัยหนักหน่วง เพราะแม้จะเชื่อว่ากล้าไม่ใช่คนผิด แต่ก็ไม่มีหลักฐาน

รื่นเป็นห่วงเพื่อนรัก ทูลเสนอให้ท่านเตี่ยประทานเงินส่วนพระองค์ไถ่ตัวกล้า แต่ทรงปฏิเสธ

“ไอ้รื่น...เรื่องของไอ้กล้า ข้าต้องช่วยมันแน่ แต่จะให้ข้าทำผิดกฎหมาย ผิดกฎละเมิดพระราชอำนาจของพระองค์ท่านเสียเอง...ข้าทำไม่ได้”

ตรัสจบก็จะเสด็จไป รื่นโมโห อาละวาดโวยวายเพราะแค้นใจแทนเพื่อน สังข์ เที่ยงกับยันต์ต้องคอยปราม แต่อดีตนักเลงหัวไม้ก็ไม่หยุด พล่ามไปเรื่อย แล้วเป็นฝ่ายฮึดฮัดจากไปในอึดใจต่อมา ทิ้งท่านเตี่ยให้ทอดพระเนตรตามด้วยความรู้สึกห่อเหี่ยวพระทัยสุดขีด ทรงเข้าใจรื่นดี แต่ก็ทำผิดกฎหมายบ้านเมืองไม่ได้

ฝ่ายปีเตอร์...ส่งเหมยไปกล่อมกัปตันจอห์นให้แปรพักตร์มาเข้าข้างตน เพื่อให้ได้ตัวมาร์คัสมาสู้กับพวกจีนหยง ซึ่งทุกอย่างก็เป็นตามหวัง สร้างความเจ็บแค้นให้พวกจีนหยงอย่างมาก แต่เพียงไม่นาน เจ้าของโรงฝิ่นก็หาทางออกได้ เมื่อเห็นว่ากล้าก็มีฝีมือ น่าจะต่อกรกับมาร์คัสได้

ขณะที่กล้าเผชิญชะตากรรมลำบาก...สังข์ยังข้องใจที่ท่านเตี่ยไม่ยอมช่วยอดีตทาสหนุ่ม

“ฝ่าบาทไม่ทรงช่วยไอ้กล้า เพราะเห็นแก่ความถูกต้อง ทรงเกรงว่าจะเสียหน้าหรือกระหม่อม”

“เปล่าเลยตาสังข์ ข้าไม่ได้ห่วงชื่อเสียงหรือความมีหน้ามีตา แต่เอ็งคงไม่รู้หรอกว่าบ้านเมืองตอนนี้กำลังตกอยู่ในสถานการณ์คับขันแค่ไหน ตัวข้าถึงไร้ตำแหน่งการงาน แต่ยังมีศักดิ์ศรีพอค้ำจุนบ้านเมืองอยู่บ้าง เพราะยึดถือในคุณธรรมเป็นที่ตั้ง หากวันหนึ่งข้าทำผิดเสียเอง แล้วต่อไปใครหน้าไหนจะเคารพข้าอีก”

“แต่ทรงเคยตรัสว่าชีวิตคนเราสำคัญกว่าความถูกต้อง”

“ใช่...แต่ชีวิตของชาวสยามทั้งปวงย่อมสำคัญกว่าชีวิตไอ้กล้าคนเดียว ข้าจะเปิดช่องให้พวกล่าอาณานิคมหาความอีกไม่ได้ มันจะลามปามไปถึงราชการขององค์เหนือเกล้า”

ชดดำเนินการแผนฆ่าปิดปากกล้าในวันต่อมา โดยบีบให้อาง้วน...คนงานโรงฝิ่นที่เป็นหนี้เอายาพิษผสมอาหาร นำไปให้กล้าถึงห้องขัง โชคดีที่รื่น ซึ่งผละจากเพื่อนหนุ่มก่อนหน้า แต่ต้องวกกลับมาเพราะลืมไหเหล้าช่วยไว้ทัน แต่กระนั้น...ก็จับอาง้วนไม่ได้ เพราะถูกแทงขาดใจตายก่อน ส่วนกล้าก็อาการหนักปางตาย!

ooooooo

จีนหยงกลับมาทันเวลา ตัดสินใจพากล้าไปรักษาที่วังท่านเตี่ย จนกระทั่งกล้าพ้นขีดอันตราย แต่ก็คงใช้เวลาอีกนานกว่าจะฟื้น เพราะกล้าถูกพิษมานานพอสมควร คงไม่หายง่ายๆ

เหตุการณ์วุ่นวายในโรงฝิ่น ทำให้จีนหยงเชื่อสนิท ว่ากล้าไม่ใช่ฆาตกร และคนร้ายตัวจริง คงไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นโชติ...ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของพระยาประเสริฐภักดี กล้าโล่งใจมาก เมื่อในที่สุด...ความจริงก็เปิดเผย แต่เขาคงหนีข้อกล่าวหานี้ไปไม่ได้ง่ายๆ ถ้าหาตัวพยานคนสำคัญไม่พบ!
คนหาปลาที่มีรอยแผลบนหน้าคือพยานคนสำคัญที่กล้าจำได้ จีนหยงเลยส่งคนไปตามหา เพื่อทวงความยุติธรรมให้อดีตทาสหนุ่ม แต่เมื่อท่านเตี่ยรู้ กลับไม่เห็นว่าความช่วยเหลือจากเจ้าของโรงฝิ่นคือความหวังดี

จีนหยงไม่อยากมีปัญหา พยายามทำตัวนอบน้อม ถ่อมเนื้อถ่อมตัว แต่ก็ตบตาท่านเตี่ยไม่ได้

“เถ้าแก่หยง...ได้ยินชื่อมานาน เห็นว่าท่านเป็นคนสนิทของกงสุลเบอร์นาร์ดใช่หรือไม่”

“มิได้กระหม่อม กระหม่อมเป็นเพียงพ่อค้า แต่มีวันนี้ได้เพราะกงสุลเบอร์นาร์ดให้การสนับสนุน”

“ด้วยการออกทุนให้เป็นเจ้าภาษีฝิ่น”

คำพูดรู้ทันของท่านเตี่ย ทำให้จีนหยงหน้าเจื่อน แล้วก็ถึงกับพูดไม่ออก เมื่อได้ยินประโยคต่อมา

“ภาษีฝิ่นคราหนึ่งสามปี ต้องจ่ายไม่น้อยกว่า

สองร้อยชั่ง ลำพังพ่อค้าธรรมดา ไหนเลยจะมีอัฐมากมายถึงเพียงนั้น ยกเว้นแต่พ่อค้าคนนั้นจะเป็นเพียงนายหน้า แล้วดูแลการค้าฝิ่นให้พวกฝรั่งอีกทอดหนึ่ง”

“ฝ่าบาททรงรอบรู้เป็นอย่างยิ่ง ไม่ทราบว่ามีพระประสงค์สิ่งใดอยากชี้แนะกระหม่อมหรือไม่”

“เถ้าแก่หยง...เกิดเป็นคนต้องมีศักดิ์ศรี ต้องภักดีต่อแผ่นดินเกิด ฉันขอฝากคำพูดนี้ไว้เตือนสติ จงจำให้ดี”

จีนหยงไม่เพียงไม่สำนึก แต่เจ็บแค้นด้วยซ้ำ เพราะคิดว่าถูกหยามให้เสียหน้า แต่เรื่องกล้าและเรื่องเอาคืนพระยาประเสริฐภักดีนั้นสำคัญกว่า เจ้าของโรงฝิ่นเลยตัดเรื่องท่านเตี่ยทิ้งไปก่อน

ส่วนบัว...เป็นเดือดเป็นร้อนไม่ต่างกัน ต้องเห็นกล้าถูกทำร้ายปางตาย ปรี่ไปฟ้องพลอยถึงบ้านพระยาประเสริฐภักดี แต่คุณหนูคนสวยถูกโชติจับตามองทุกฝีก้าวเลยมาพบไม่ได้ เอียดจึงรับหน้าแทน

บัวระบายความคับแค้นใจอย่างเหลืออด แต่ก็ต้องหน้าเสีย เมื่อเอียดบอกเรื่องพลอยถูกโชติลวนลามเกือบเสียท่าหลายครั้ง อาเหวินซึ่งอาสามาเป็นเพื่อนพยายามปลอบให้ใจเย็น แต่บัวก็โมโหจนหน้ามืดแล้ว

“ไอ้คุณโชติ...เป็นถึงลูกผู้ลากมากดี แต่เลวต่ำช้ายิ่งกว่ามหาโจรเสียอีก ฉันจะบอกพี่กล้าให้เล่นงานมัน”

“เรื่องแบบนี้ พูดไปผู้หญิงก็มีแต่เป็นฝ่ายเสียหาย อีกอย่าง...ตอนนี้เฮียกล้าก็แค้นคุณโชติจนอกจะแตกอยู่แล้ว ถ้าเกิดอีรู้เข้า มีหวังอีต้องฆ่าคุณโชติตายแน่”

“เออดี...ก็ให้มันตายไปเลย อยู่ไปก็รกโลก”

“ใจเย็นๆนะเจ๊ ฟังอั๊วบ้างสิ เดี๋ยวเรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่”

“นี่ไง กลัวโน่นนี่อยู่ได้ นอกจากกลัวแล้วนายทำอะไรเป็นบ้าง สู้ใครก็ไม่เคยชนะ เพราะมัวปอดแหกแบบนี้”

อาเหวินอึ้งไป ความน้อยใจถาโถมจนต้องผละหนี ทิ้งให้บัวมองตามงงๆ ก่อนจะคิดได้ว่าพูดเกินไป แต่เมื่อตั้งท่าจะตามง้อ หนุ่มลากรถก็เดินไปไกลแล้ว เธอเลยได้แต่ฮึดฮัดด้วยความรู้สึกผิดคนเดียว

ooooooo

อาเหวินเสียใจมาก แต่ก็ไม่ท้อ หมายมาดจะเอาชนะใจบัวให้ได้ ส่วนพวกจีนหยง...ตามหาตัวเทียม คนหาปลาพยานคนสำคัญจะช่วยให้กล้าพ้นผิดเจอจนได้ และไม่รอช้าจะพาตัวไปฉีกหน้าพระยาประเสริฐภักดี!

ฝ่ายกล้า...อาการดีขึ้นมาก ท่านเตี่ยเลยมีรับสั่งให้เข้าเฝ้า เพื่อเตือนเรื่องจีนหยง

“จีนหยงเป็นอันธพาล เป็นวายร้าย ไม่ใช่นักเลงข้างถนนทั่วไป หากมันทำดีกับพวกเอ็งก็ย่อมแอบแฝงด้วยความไม่ชอบอยู่เป็นแน่ ดังนั้นข้าจึงอยากเตือนไว้ล่วงหน้า อย่าได้คบค้ากับมันเด็ดขาด”

“แต่ว่าจีนหยงช่วยชีวิตไอ้กล้าไว้นะฝ่าบาท”

“อสรพิษ...ยังไงก็คืออสรพิษ วันนี้จีนหยงดีกับพวกเอ็ง แต่วันหน้ามันก็พร้อมจะแว้งกัดพวกเอ็งได้ทุกเมื่อ”

รื่นรับฟังด้วยตลอด แต่ไม่เห็นด้วยทั้งหมด และเมื่อได้อยู่ลำพังกับกล้าก็อดบ่นไม่ได้

“พวกเจ้าขุนมูลนายก็แบบนี้ ถือยศถือศักดิ์มองคนอื่นว่าต่ำทรามไปหมด แค่เห็นจีนหยงค้าฝิ่นก็พูดราวกับเป็นโจร ดูอย่างข้าสิ ฝ่าบาทเคยโปรดข้าซะที่ไหน”

“นี่เอ็งอย่านินทาฝ่าบาทเชียวนะไอ้รื่น มันมิบังควร ข้าไม่อยากได้ยิน”

“ไม่ได้นินทา แต่ถ้าข้าพูดตามตรง เอ็งอย่าเคืองข้าเลยว่ะไอ้กล้า มองไปมองมา ข้าถูกชะตากับจีนหยงมากกว่าฝ่าบาทของเอ็งซะอีก ใจกว้าง ไม่คิดเล็กคิดน้อย คนแบบนี้ข้านับถือว่ะ”

เรื่องเข้าใจท่านเตี่ยผิดไม่ทันสะสาง กล้ากับรื่นก็ต้องตามจีนหยงไปบ้านพระยาประเสริฐภักดีเสียก่อน โชติซึ่งกำลังหัวเสีย ที่คนของชดฆ่าปิดปากกล้าไม่ได้ ถึงกับตะลึง เมื่อเจอหน้าอดีตทาสหนุ่มอีกครั้ง

แต่พระยาประเสริฐภักดียังไม่รู้ถึงวีรกรรมลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เลยได้แต่ทำหน้าระรื่นเมื่อเห็นหน้ากล้า

“ถ้าฉันเดาไม่ผิด ที่นายจีนหยงมาพบฉันวันนี้เพราะต้องการรักษาสัญญาพาคนร้ายมามอบตัว เอาเถอะ... ถึงจะช้าไปหน่อย ฉันก็ไม่ถือสาหรอก แต่เรื่องการประลอง ฉันจะไม่ยกเลิกเด็ดขาด”

“มิได้ท่านเจ้าคุณ ที่อ๊ัวมาวันนี้ไม่ใช่เพื่อมอบตัวคนร้าย แต่มาในฐานะทนายแก้ต่างให้ผู้บริสุทธิ์”

“อะไรนะ...จะแก้ต่างได้ยังไง ก็ในเมื่อมันเป็นคนฆ่าไอ้ยอดตาย”

จีนหยงยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะสั่งลูกน้องนำตัวเทียมคนหาปลาออกมา โชติหน้าซีดเผือด รู้ดีว่าอีกฝ่ายเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ชดเห็นท่าไม่ดีเลยแกล้งขู่จนจีนหยงต้องโพล่งขึ้นเสียงเข้ม

“ไอ้เทียม...ลื้อสาบานแล้วนะว่าพูดความจริง ถ้าความจริงไม่ออกจากปากลื้อวันนี้ ขอให้ตายโหงทั้งโคตร!”

คำขู่ของจีนหยงมีน้ำหนักกว่า เทียมเลยชี้มือไปทางโชติ แล้วบอกว่าเขาคือคนร้ายยิงคนตาย

“ฉันพูดความจริง ตอนเกิดเรื่องฉันยังไปบอกพวกชาวบ้านแถวนั้นเลยว่ามีคนฆ่ากันตาย”

โชติอ้าปากค้าง โวยวายแก้ตัวพัลวัน พระยา–ประเสริฐภักดีหน้าตึง ข่มอารมณ์โกรธ สั่งให้ลูกชายหุบปากแล้วหันไปเอาเรื่องจีนหยง ซึ่งเตรียมตั้งรับอยู่แล้วด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“มิได้ท่านเจ้าคุณ อ๊ัวแค่เป็นห่วงว่าถ้าเรื่องนี้ไปถึงนครบาลเมื่อไหร่ ชื่อเสียงของท่านและคุณโชติอาจจะเสื่อมเสียเอาได้ เอาเป็นว่า...เรื่องฆ่ากันตายอ๊ัวไม่รู้ไม่เห็นอะไรก็แล้วกัน”

พระยาประเสริฐภักดีกัดฟันข่มความแค้น ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

“ก็ได้...ถ้างั้นฉันขอสรุปว่าไอ้ยอด...มันตาย

เพราะอุบัติเหตุ...จริงไหมพ่อโชติ”

โชติไม่มีทางเลือก จำต้องปล่อยให้กล้าพ้นข้อกล่าวหา แต่กระนั้นก็ไม่วายอาฆาตกับกล้าทิ้งท้าย

“ไอ้เดนทาส...ตราบใดที่กูยังมีชีวิตอยู่ มึงก็อย่าหวังเลยว่าจะเป็นผู้เป็นคน!”

ooooooo

ผลการเจรจาทำให้กล้าพ้นผิด พลอยดีใจมาก ปรี่ไปดักรอกล้าเพื่อแสดงความยินดี จีนหยงเห็น

คุณหนูคนสวยก็ทำท่ากะลิ้มกะเหลี่ย แต่ก็จำต้องผละไป เพราะคิดว่ายังไม่ถึงเวลา พลอยกับกล้าเลยได้อยู่ลำพังสมใจ

“ดีใจด้วยนะกล้า ในที่สุดคุณพระคุณเจ้าก็เมตตาช่วยกล้าให้พ้นผิดจนได้”

“ไอ้กล้าต้องขอโทษด้วยนะขอรับ ที่ทำให้คุณพลอยต้องเป็นห่วง”

“ขอโทษฉันทำไม มันเป็นความผิดของพี่โชติต่างหากที่ก่อเรื่องพวกนี้ เห็นแม่เอียดบอกว่าตอนกล้าถูกขัง พี่โชติก็ยังให้คนไปตามทำร้ายอีก...ไม่ใช่หรือ”

กล้าไม่ตอบ พลอยยิ่งมั่นใจว่าเป็นเรื่องจริง

“โหดร้ายเหลือเกิน ถ้ายังไงกล้ารีบกลับเวียงสิงห์เถอะนะ ไม่ต้องห่วงเรื่องตามหาแม่ ฉันจะเป็นธุระให้เอง”

“กลับไม่ได้หรอกขอรับ ไอ้กล้าเป็นห่วงคุณพลอย”

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันยังมีป้าเอียดทั้งคน ฉันอยู่ได้ กล้ากลับไปเถอะนะ ถือว่าฉันขอร้อง พระนครมีแต่ศัตรูและภยันตราย ฉันไม่อยากเห็นกล้าต้องรับเคราะห์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

“ไอ้กล้าผ่านความเป็นความตายจนเกินหวั่น ถึงอยู่พระนคร ต้องเสี่ยงตายแค่ไหน อย่างน้อยมันก็ได้อยู่ใกล้...”

กล้าพูดไม่จบ แต่สบตาเธอเพื่อบอกความในใจ พลอยเข้าใจดี แต่ก็ยืนยันความตั้งใจเดิม

“กล้าไปรอฉันที่นั่นก่อนเถอะนะ ฉันสัญญาว่าจะตามกล้ากลับไปเวียงสิงห์”

ขณะที่กล้ากับพลอยล่ำลากัน...พระยาประเสริฐภักดีหัวเสียอย่างหนัก ที่ลูกชายก่อเรื่องโดยพลการ

“งามหน้าเหลือเกินนะพ่อโชติ อุตส่าห์ส่งเสียให้เรียนถึงเมืองนอก แต่ความคิดความอ่านกลับสั้นยิ่งกว่าหางอึ่ง”

ชดพลอยโดนหางเลข แต่คนโดนหนักสุด คงหนีไม่พ้นโชติ ที่ได้แต่ยกมือขอโทษพัลวัน พระยาประเสริฐ–ภักดีถอนใจยาว โกรธมากแต่ต้องพยายามระงับอารมณ์ ก่อนจะสั่งสอนบทเรียนให้ลูกชายคนเดียว

“ช่างเถอะ แต่คราวหลังอย่าบุ่มบ่ามอีก ไม่อย่างนั้น ...จะพลาดสักวัน ไอ้จีนหยงมันเจ้าเล่ห์ร้ายกาจกว่าที่คิด”

“จริงขอรับท่านเจ้าคุณ ทำไมอยู่ดีๆไอ้หมารับใช้อย่างจีนหยงถึงได้มาช่วยไอ้กล้า” ชดสงสัย

“ทางเดียวที่ไอ้กล้าจะมีประโยชน์ เห็นจะเป็นเชิงมวย ถ้าเดาไม่ผิด มันคงวางแผนให้ไอ้กล้าต่อกรกับมาร์คัส!”

เวลาเดียวกันที่เหลาบุปผา...มาร์คัสกินเหล้าเคล้านารีอย่างสบายอารมณ์ มิ่งกับทิวได้แต่มองด้วยความอิจฉาปนแค้นเคืองที่พวกตนเป็นถึงครูมวยใหญ่แห่งเวียง–สิงห์ แต่กลับถูกลดเกียรติให้เป็นแค่คนเฝ้าประตู

ยิ่งทั้งสองถูกเหมยตบต่อหน้าแขกเหรื่อ เพราะกระด้างกระเดื่องไม่ยอมทำตามมาร์คัสสั่ง ยิ่งแค้น โดยเฉพาะมิ่ง ผูกใจเจ็บนางโลมคนสวยแห่งเหลาบุปผา จนถึงขั้นอยากฆ่าให้ตาย!

ความช่วยเหลือจากจีนหยงทำให้กล้ามองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป แม้จะระลึกถึงคำเตือนของท่านเตี่ยเสมอ แต่บุญคุณของจีนหยงก็เป็นสิ่งที่เขาตั้งใจจะทดแทนให้ได้ในชีวิตนี้

“อย่าพูดอย่างนั้น พวกลื้อกับอ๊ัวถูกชะตากัน เรามีศัตรูคนเดียวกัน อ๊ัวไม่ดีกับพวกลื้อ แล้วจะดีกับใคร”

“ฉันรู้สึกเกรงใจจริงๆ ไม่รู้ว่าจะตอบแทนบุญคุณเถ้าแก่ยังไงถึงจะเหมาะสม เถ้าแก่ช่วยชีวิตฉัน ช่วยให้ฉันรอดอาญาแผ่นดิน ถ้ามีโอกาสฉันขอชดใช้ด้วยชีวิตของฉัน”

จีนหยงยิ้มชอบใจ สบตาเฮียหม่ามือขวาคนสนิทอย่างมีเลศนัย ก่อนจะเริ่มแผนร้าย

“คนอื่นมองอ๊ัวว่าชั่วร้าย ทั้งค้าฝิ่น ทั้งเก็บค่าคุ้มครอง แล้วเคยมีใครคิดบ้าง ถ้าอั๊วไม่ทำ คนอื่นก็ทำอยู่ดี”

กล้ากับรื่นนิ่งฟัง จีนหยงเลยถือโอกาสบ่นเรื่องทุกข์ใจที่ถูกพระยาประเสริฐภักดีเอาเปรียบ ท้าประลองยุทธ์ รื่นเสนอให้กล้าลงดวล แต่กล้ากลับอึกอัก คิดหนักเพราะไม่อยากสู้กับใครเพื่อการพนันอีกแล้ว

ooooooo

รื่นคาใจมาก ที่เพื่อนหนุ่มอดีตทาสคนเรือไม่รับปาก จะขึ้นชกให้จีนหยง กล้าถอนใจเหนื่อยหน่าย คร้านจะอธิบายความจริงในใจ แต่ก็รู้ว่าปิดบังอีกฝ่ายไม่ได้

“ข้าไม่ตระบัดสัตย์กับจีนหยงแน่ แต่ข้าหนักใจที่จะต้องขัดคำสั่งของท่านเตี่ย”

“แค่เป็นตัวแทนขึ้นสังเวียน ไม่เห็นจะเสียหาย ได้ชกกับมาร์คัส ถ้าเอ็งโค่นมันได้ ชื่อเอ็งกระฉ่อนพระนครแน่”

กล้ายังไม่ตัดสินใจ แต่คิดว่าคงต้องปฏิเสธ เพราะนอกจากคำเตือนของท่านเตี่ย ยังมีคำขอจากพลอยให้เขากลับไปรอที่เวียงสิงห์อีก รื่นตั้งท่าจะซักไซ้ แต่เมื่อเหลือบเห็นเหมยเดินมาจากอีกมุมก็ขอแยกตัวดื้อๆ

เหมยอยากจะเป็นบ้าตายเมื่อเห็นหน้าอดีตโจรที่บุกชิงตัวบัวถึงเหลาบุปผาเมื่อวันก่อน หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ เมื่อเขาทำทีมาชิดใกล้ แต่เพราะปากแข็งและไม่ตรงกับใจ เลยเอ่ยไล่เขาไปให้พ้นหน้า

รื่นหัวเราะชอบใจ ยอมผละไปแต่โดยดี แต่เพียงไม่นานก็ต้องวกมาใหม่ เมื่อเห็นว่านางโลมคนสวยที่แอบพึงใจถูกปองร้ายและเกือบถูกข่มเหง มิ่งกับทิวคนร้ายที่ดักรอทำร้ายเหมยถึงกับหน้าเสีย และชิ่งหนีไปก่อนที่ความจริงจะเปิดเผย รื่นได้แต่มองตามด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะพาเหมยไปนั่งพักที่อีกมุม...

บัวไม่เห็นด้วยเลย เมื่อกล้ายืนยันจะกลับไป

เวียงสิงห์ ตามคำขอร้องของพลอย และเมื่อหมดทางรั้ง จึงตัดสินใจบอกความจริงเรื่องพลอยถูกโชติลวนลามจนเกือบเสียทีบ่อยครั้ง

“แต่คุณพลอยก็ไม่กล้าเอาความ เพราะเกรงใจพระยาประเสริฐกับคุณหญิงกุหลาบ และเกรงว่าไอ้คุณโชติจะหาความพี่หนักขึ้น พี่ลองคิดดูสิ ขนาดพี่ยังอยู่ ไอ้คุณโชติยังเหิมเกริมถึงเพียงนี้ แล้วถ้าไม่มีพี่ คุณพลอยจะพึ่งใคร”

ความจริงจากปากบัวทำให้กล้าเปลี่ยนใจ ตกปากรับคำจีนหยงจะขึ้นประลองยุทธ์

“ฉันตกลงจะสู้กับมาร์คัส เพื่อชดใช้บุญคุณเถ้าแก่”

จีนหยงกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจสุดขีด

“แค่ลื้อตกปากรับคำ อย่าว่าแต่เรื่องบุญคุณของเราจะหมดสิ้น แต่ลื้อจะได้ชื่อเสียงและทุกอย่างที่ต้องการ”

“ฉันอยากให้เถ้าแก่ลดหย่อนค่าคุ้มครองให้พวกชาวบ้าน ทั้งคนจีนคนสยาม ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้”

“ลื้อได้ตามที่ขอ แต่อ๊ัวขอถามบ้าง ทำไมเปลี่ยนใจ ไม่ลังเลเหมือนตอนแรก ลื้อคิดจะชกเพื่ออะไรกันแน่”

“ศักดิ์ศรี...ฉันอยากให้ทุกคนยอมรับว่าฉันมีศักดิ์ศรี เป็นไทไม่ใช่ทาส และฉันจะไม่หนีใครอีกแล้ว!”

ฝ่ายเหมย...ฟื้นมาก็ตกใจหน้าซีด เมื่อเห็นว่าคนที่ช่วยเธอคือรื่น...อดีตโจรจอมกะลิ้มกะเหลี่ย รื่นไม่ถือสาท่าทางเอาเรื่องของเธอ แถมเล่าอย่างออกรสอีกต่างหาก ว่าเธอเกือบถูกข่มเหงและเขาเป็นคนมาช่วยไว้ทันหวุดหวิด

เหมยทำหน้าไม่ถูก อยากขอบคุณ แต่ท่าทางเจ้าชู้ไก่แจ้ของเขาก็ทำให้ต้องแหวเสียงเขียวแทน

“เจอหน้าทีไรเป็นต้องลวนลามฉันทุกที ไม่เบื่อบ้างหรือไง”

“ไม่...ถ้ามีน้องอยู่ในอ้อมกอดอย่างนี้ ถึงตาย...ไอ้รื่นก็ไม่เสียดายชีวิต”

พูดจบก็ขโมยหอมแก้มเธอหลายฟอด ก่อนจะเอ่ยกลอนรักบอกความในใจ

“ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน แม้เกิดในใต้ฟ้าสุธาธาร ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา...แม้เนื้อเย็นเป็นห้วงมหรรณพ พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา แม่เป็นบัวตัวพี่เป็นภุมรา เชยผกาโกสุมประทุมทอง เจ้าเป็นถ้ำอำไพขอให้พี่ เป็นราชสีห์สิงสู่เป็นคู่สอง จะติดตามทรามสงวนนวลลออง เป็นคู่ครองพิศวาสทุกชาติไป”

กลอนบอกรักของรื่น ทำให้เหมยหัวใจเต้นแรงสติไม่อยู่กับเนื้อตัวชั่วขณะ จนเมื่อรื่นพามาส่งถึงละแวกเหลาบุปผา นางโลมคนสวยถึงได้สติอีกครั้ง เมื่อเขาตัดสินใจพูดตรงๆ

“อั๊วชอบลื้อนะอาเหมย”

เหมยถึงกับตะลึงงัน อ้าปากค้าง ด้วยไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูด พลันหัวใจเย็นชาก็กลับชุ่มฉ่ำด้วยความรู้สึกอีกครั้ง แต่กระนั้น...เธอก็สนองความรู้สึกเขาไม่ได้ จึงตัดสินใจเดินจากมาเงียบๆ

ด้านกล้า...กลับถึงวังท่านเตี่ยก็รีบเข้าเฝ้า และกราบทูลขออนุญาตไปเป็นนักมวยให้จีนหยง ราชนิกุลหนุ่มใหญ่กริ้วมาก เพราะเคยปรามและเตือนแล้ว ไม่ให้อีกฝ่ายข้องเกี่ยวกับคนไว้ใจไม่ได้เช่นจีนหยง

“มิได้กระหม่อม แต่ไอ้กล้ามีความจำเป็นต้องเข้าประลอง เพื่อทวงศักดิ์ศรีให้ตัวมันเองและคนที่มันรัก แม้รู้ดีว่าจะทำให้ฝ่าบาททรงไม่พอพระทัย แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จริงๆกระหม่อม”

“เช่นนั้น...หากทุกคนมีข้ออ้างอย่างเดียวกับเอ็งในทุกเรื่อง แล้วคำพูดของข้าจะมีความหมายอะไร ในเมื่อเอ็งตัดสินใจแล้ว เอ็งไปซะไอ้กล้า ไปให้พ้นจากสายตาข้า และอย่าได้กลับมาที่วังแห่งนี้อีกเป็นอันขาด!”

ooooooo

กล้าเก็บผ้าผ่อนออกจากวังท่านเตี่ยในเวลาต่อมา โดยมีรื่นอาสาไปด้วย บัวพยายามทัดทานให้คิดใหม่และให้ขอประทานอภัยจากท่านเตี่ย แต่กล้าก็ไม่เปลี่ยนใจ ร้อนถึงสังข์ต้องไปทูลถามเหตุผลจากราชนิกุลหนุ่มใหญ่เอง

“ข้าไม่ได้โกรธเคืองไอ้กล้ามันดอกตาสังข์ เอ็งอย่าวิตกไปหน่อยเลย ในเมื่อมันไม่เชื่อฟังข้าก็ต้องปล่อยมันไป ไม่อย่างนั้นจะปกครองกันได้ยังไง”

สังข์หน้าเสีย ท่านเตี่ยเลยทรงตัดสินพระทัยบอกเหตุผล

“ที่ข้าให้มันอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้ ก็เพราะว่ามันเป็นคนของข้า ไปชกมวยให้กับจีนหยงชาวบ้านจะมองกันได้ว่าข้ากับจีนหยงเป็นพวกเดียวกัน ข้ายอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้”

“เพราะจีนหยงเป็นพ่อค้าฝิ่นน่ะหรือกระหม่อม”

“เปล่า...เพราะจีนหยงเป็นคนขายชาติต่างหาก”

เพราะคำบอกรักของรื่นแท้ๆ ทำให้เหมยถึงกับจับไข้ ไม่มีแก่จิตแก่ใจทำงาน โชคดีที่ปีเตอร์ไม่สงสัย และยกหน้าที่แม่เล้าคืนให้เจ๊คิ้ม ด้วยไม่อยากให้งานในเหลาติดขัด สร้างความยินดีให้แก่เจ๊คิ้มมาก

มิ่งกับทิวเฝ้ามองทุกอย่างด้วยความหวาดระแวง กลัวเหมยจะฟ้องปีเตอร์เรื่องถูกลอบทำร้าย แต่ก็ได้โล่งใจ เพราะไม่เพียงปีเตอร์จะไม่รู้เรื่อง เหมยก็ทำท่าเหมือนจะจำไม่ได้อีกต่างหากว่าเพิ่งโดนดักฉุด!

เจ๊คิ้มดีใจมากที่ได้ตำแหน่งแม่เล้าคืน และอารมณ์ดีพอจะซื้อของกินมากมายไปเลี้ยงถึงบ้านอาเล้ง ก่อนจะได้หน้าซีดเผือด เมื่อเจ้าของร้านข้าวต้มบอกว่าที่บ้านของเธอมีคนมาขอพักด้วย

กล้ากับรื่นนั่นเองคือคนที่มาขอพักด้วย โดยมีอาเหวินต้อนรับขับสู้อย่างดี เจ๊คิ้มกลับถึงบ้านก็อาละวาดยกใหญ่จนสองหนุ่มจากเวียงสิงห์รู้สึกผิด และขอตัวไปพักที่อื่นดื้อๆ

และสถานที่ที่กล้าเลือกก็คือโรงสีร้าง สถานที่ที่ยอดถูกฆ่าตาย รื่นสงสัยว่าทำไมต้องเป็นที่นี่ กล้าหวนคิดถึงคำพูดแดกดันและถากถางของโชติ แล้วเปรยเสียงเข้ม

“เพราะที่นี่มันเตือนข้าให้สำนึกว่าศักดิ์ศรีของคนมีค่าแค่ไหน”

หลังจากนั้น...โรงสีร้างก็ถูกรื่นกับกล้า รวมทั้งอาเหวินช่วยกันทำให้เป็นสนามฝึกซ้อมมวย อดีตทาสหนุ่มจากเวียงสิงห์กวาดตามองรอบตัวเงียบๆ ก่อนจะทำพิธีไหว้ครู ระลึกถึงทองอิน

“ครูทองอิน...ฉันขอกราบระลึกถึงพระคุณของครูที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ฉัน และขออัญเชิญดวงวิญญาณของครูมาช่วยเป็นแสงสว่างนำฉันไปสู่หนทางแห่งชัยชนะด้วยเถิด...”

ooooooo

การประลองยุทธใกล้เข้ามาทุกที กล้าหมั่นฝึกซ้อมแม่ไม้มวยอย่างขะมักเขม้น ต่างจากมาร์คัส ลำพองใจเพราะคิดว่าตัวเองมีฝีมือไม่เคยพ่ายให้นักสู้คนไหน แต่เมื่อโชติยื่นข้อเสนอจะจ่ายเป็นพิเศษ

หากสังหารกล้าได้ นักสู้ฝรั่งใจโหดก็เปลี่ยนใจลงมือซ้อมท่วงท่าพิฆาตอย่างขยันขันแข็งจนใครต่อใครเริ่มขยาด

หลังจากติดสินบนมาร์คัส โชติก็นำข่าวไปแจ้งกับพลอย ซึ่งเคืองเขาไม่หายที่ส่งคนไปทำร้ายกล้า ประจวบเหมาะ กุหลาบเพิ่งกลับจากเวียงสิงห์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของพระยาประเสริฐภักดีเลยได้โอกาสใส่ไฟกล้า จนพลอยอยากจะเป็นบ้าตายด้วยความโมโหระคนเป็นห่วงที่กล้าผิดสัญญา ไม่ยอมกลับเวียงสิงห์

บัวถูกเรียกตัวมาถามความจริงหลังจากนั้น แล้วก็ทำให้พลอยถึงกับพูดไม่ออก เมื่อได้รู้เหตุผลของกล้าว่าตัดสินใจขึ้นชกกับมาร์คัสเพื่อทวงศักดิ์ศรีให้เธอและตัวเขาเอง

ฝ่ายอาเหวิน...เฝ้ามองกล้าฝึกซ้อมมวยด้วยความสนใจ และแอบจำท่าง่ายๆมาฝึกด้วยตัวเอง กล้าเห็นใจ เลยเรียกมาดูเขาซ้อมใกล้ๆ แล้วถ่ายทอดบางท่าให้ด้วยความเต็มใจ

หนุ่มลากรถดีใจมาก กุลีกุจอถือถ้วยน้ำชายกเป็นอาจารย์ แต่กล้าไม่ยอมรับ ขอเป็นแค่พี่น้องร่วมสาบาน โดยมีรื่นร่วมวงยกน้ำชาสาบานด้วย สามหนุ่มเลยได้ผูกพันกันแนบแน่นกว่าเดิมนับแต่นั้น...

ระหว่างที่กล้าวุ่นวายกับการฝึกซ้อมเตรียมประลอง...ท่านเตี่ยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องจีนหยง ส่งยันต์กับเที่ยงไปสืบจนรู้ว่าเจ้าของโรงฝิ่นใหญ่ แท้จริงคือคนของพวกอาณานิคม ลักลอบขนฝิ่นเข้าแผ่นดินสยามมากกว่าปริมาณที่ตกลง และรับหน้าที่กอบโกยผลประโยชน์ให้เจ้าอาณานิคม โดยมีกงสุลเบอร์นาร์ดเป็นคนหนุนหลัง

ยันต์กับเที่ยงทูลยุให้แจ้งทางการ เพื่อดำเนินการตามความผิด แต่ท่านเตี่ยกลับไม่เห็นด้วย

“แจ้งไปก็เท่านั้น สมุนจีนหยงคงไม่ซัดทอดง่ายๆ และถึงจับตัวจีนหยงได้ คนบงการตัวจริงก็ยังลอยนวล”

“หมายถึงท่านกงสุลเบอร์นาร์ดหรือกระหม่อม”

“ยิ่งใกล้ลงจากตำแหน่งเท่าใด มันยิ่งเร่งมือกอบโกยให้มากขึ้นเท่านั้น”

“ก็ได้แต่หวังว่ากงสุลคนใหม่คงไม่ละโมบเช่นเดียวกับมัน หาไม่สยามประเทศคงล่มจมเพราะมันเป็นแน่”

อังเดรหรืออดีตนายพลผู้คุมคุกฝรั่งนั่นเอง กงสุลคนใหม่ที่ทุกคนอยากเห็นหน้า เขามาถึงพระนครพร้อมฮิวโก้ นายทหารคนสนิท และเข้ารายงานตัวกับกงสุลเบอร์นาร์ดในวันต่อมา จีนหยงเสนอหน้าไปต้อนรับ หวังเอาความดีความชอบ กิจการค้าฝิ่นจะได้รุ่งโรจน์ โดยมีกงสุลเบอร์นาร์ด ซึ่งจะลงจากตำแหน่งในอีกไม่กี่วัน สนับสนุนเต็มที่

“ฝิ่นเป็นของเราอังเดร จีนหยงเป็นคนของเราเช่นกัน หรือว่าง่ายๆก็คือ รัฐบาลของเราอยู่เบื้องหลังการค้าฝิ่นทั้งหมดในพระนครและหัวเมืองอีกหลายแห่ง”

“ผมไม่เข้าใจ ยังมีสินค้าอย่างอื่นที่ทำกำไรให้เราได้อีกมาก แต่ทำไมรัฐบาลของเราถึงมุ่งเน้นเรื่องการค้าฝิ่นกับชาวสยาม ทั้งๆที่รู้ว่ามันคือยาพิษ”

“ก็ถึงว่าสิอังเดร เราคงไม่ขายยาพิษให้ใครหรอก ถ้าเราเห็นเขาเป็นเพื่อน!”

พลอยไม่ได้สนใจว่ากงสุลคนใหม่คือใคร แต่กำลังกลุ้ม เพราะกล้าจะประลองกับมาร์คัส และในที่สุดก็ทนไม่ไหว ต้องให้บัวพาไปพบกล้าถึงโรงสีร้าง สถานที่ฝึกซ้อมมวยชั่วคราวของเขา

“หมายลงสังเวียนจะแก้แค้นให้กับฉัน มันไม่มีเหตุผลเลยนะกล้า พูดมาตรงๆ ทำไมถึงไม่กลับเวียงสิงห์”

“ยกโทษให้ไอ้กล้าด้วยขอรับคุณพลอย ไอ้กล้าจำเป็นต้องต่อสู้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของทั้งคุณพลอยและตัวเอง”

“ถึงกล้าจะเอาชนะได้ ฉันก็ยังมองไม่เห็นทางว่าพี่โชติจะรู้สำนึก มันไม่มีประโยชน์เลยนะ ฉันเป็นห่วงนะกล้า เกรงว่ากล้าจะได้รับอันตรายถึงชีวิต”

“แต่ไอ้กล้าปลงใจแล้ว หากต้องหนีศัตรูไปครานี้ วันหน้าก็คงต้องหนีชั่วชีวิต หากชนะ...ไอ้กล้าจะมี

ศักดิ์ศรีพอจะยืนหยัดสู้หน้าผู้คนในพระนครนี้ได้ และถ้าไอ้กล้าคนนี้จะต้องตาย ก็ขอตายอยู่ใกล้คนที่มันรัก จะขอทิ้งลมหายใจเฮือกสุดท้ายไว้กับพื้นดินที่คุณพลอยยังเมตตามันอยู่”

พลอยน้ำตาซึม ความรู้สึกห่วงหาและห่วงใยถาโถมจนต้องถลาไปกอดเขาแน่น กล้ายกมือโอบตอบ ก่อนจะขยับตัวใช้นิ้วเช็ดน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยน ไม่รู้เลยว่าบัวแอบมองตลอด ช้ำใจมากแต่ก็ต้องทำใจ...

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement