ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 7 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 7


10 ต.ค. 2560 16:58
1,493,522 ครั้ง

ละคร นิยาย ชาติพยัคฆ์

ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 7

อ่านเรื่องย่อ

ชาติพยัคฆ์

แนว:

พีเรียด-แอคชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ

บทโทรทัศน์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ/ฉัตรชัย เปล่งพานิช

กำกับการแสดงโดย:

โชติรัตน์ รักษ์เริ่มวงษ์

ผลิตโดย:

บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

จรณ โสรัตน์,นิษฐา จิรยั่งยืน


เจ๊คิ้มเป็นห่วงอาเหวินมาก เลยตัดสินใจพาไปหาท่านเตี่ย หรือที่ชาวบ้านรู้จักดีว่าเป็นหมอเทวดา สังข์คิดไม่ถึงว่าจะเป็นราชนิกุลหนุ่มใหญ่ที่เคยรู้จัก ติดสอยห้อยตามไปด้วย และถึงกับพูดไม่ออก เมื่อได้เห็นหน้าหมอเทวดา!

คืนเดียวกันนั่นเอง...กล้ากับรื่นไปซุ่มดูลาดเลาหน้าเหลาบุปผา เพื่อหาช่องทางบุกไปช่วยบัว โดยไม่รู้เลยว่าพลอยกับโชติก็มาที่นี่เช่นเดียวกัน เพื่อเจรจากับปีเตอร์เรื่องไถ่ตัวบัว

ปีเตอร์มัวรับแขกสำคัญทั้งสองในห้องรับรอง เปิดโอกาสให้กล้ากับรื่นเล็ดลอดเข้าไปในเหลาบุปผาจนได้ และก็ถือเป็นโชค เมื่อสองหนุ่มได้เจอกับเจ๊คิ้ม ซึ่งยิ่งกว่าเต็มใจบอกทางไปห้องขังบัว เพราะเชื่อว่าอดีตบ่าวสาวเป็นตัวซวย อยู่ใกล้ใครก็ทำให้เจอคราวเคราะห์กันหมด โดยเฉพาะอาเหวิน...น้องชายคนเดียวของเธอ!

ด้านพลอย...ไม่สนใจบรรยากาศไม่น่าไว้ใจภายในเหลาบุปผา เปิดฉากเจรจาไถ่ตัวบัวอย่างคนใจร้อน

“ราคาทาสหญิงส่วนใหญ่ ด้วยวัยขนาดบัว ค่าตัวคงไม่เกินสิบสองตำลึงแน่ ดิฉันเตรียมอัฐมาพร้อมแล้ว”

แต่ปีเตอร์ก็ตุกติก “เดี๋ยวก่อน...ราคานี้ผมยอมไม่ได้หรอกนะคุณพลอย มันขาดทุนอักโขอยู่”

“ยังไงคะคุณปีเตอร์”

ปีเตอร์เหยียดยิ้มร้าย ฉวยโอกาสโกยกำไรจากคุณหนูคนสวย “ทั้งข้าวปลาอาหาร ทั้งเสื้อผ้าหยูกยา คุณพลอยตรองดูสิว่าผมต้องจ่ายให้นังบัวไปเท่าไหร่ ถ้าขายให้คุณพลอยราคานี้ แล้วผมจะได้อะไร”

“คุณปีเตอร์...คุณจะเรียกร้องเท่าไหร่กันแน่”

“อย่างต่ำก็ต้องสิบชั่ง!”

ระหว่างที่พลอยคิดหนักเรื่องค่าไถ่ตัวบัว ซึ่งเพิ่มเป็นหลายเท่าตัว กล้ากับรื่นก็บุกไปช่วยอดีตบ่าวสาวได้สำเร็จ แต่ก็ต้องเจออุปสรรคก้อนใหญ่ เพราะถูกเหมยกับเหล่าคนคุมเห็นเสียก่อน การมาถึงของสองหนุ่มเลยไม่ใช่ความลับอีกต่อไป แต่กลายเป็นเหตุวุ่นวายขนานใหญ่ จนปีเตอร์กับสองแขกคนสำคัญต้องวิ่งมาดู

เหมยไม่ใช่แค่นางคณิกา แต่เป็นนักฆ่าฝีมือดี เมื่อเห็นว่ามีผู้บุกรุก เลยตั้งท่าจะจัดการ แต่ก็พลาดท่า ถูกรื่นเข้าประชิดและปลดอาวุธ ปีเตอร์มาถึงทันเวลาและจะยิงสกัด แต่พลอยจำแววตาภายใต้ผ้าโพกเหมือนโจรนั้นได้ว่าหนึ่งในสองโจรนั้นต้องเป็นกล้า เลยโถมตัวไปขวางอดีตนายกองฝรั่งสุดตัว!

ผลคือสองผู้บุกรุกเอาตัวบัวออกจากเหลาบุปผาได้สำเร็จ แต่กระนั้น...ก็ถูกตามล่าไปทั่วเมือง และเกือบจะถูกจับตัวกลับทั้งสามคนแล้ว ถ้ายันต์กับเที่ยงจะไม่มาช่วยไว้ตามคำสั่งของท่านเตี่ย...

ส่วนพลอย...โดนโชติตำหนิอย่างหนักที่ขัดขวางปีเตอร์ไม่ให้จับผู้บุกรุก และท่าทางมีพิรุธของเธอ ก็ทำให้เขาสังหรณ์ใจว่าหนึ่งในสองโจรอาจเป็นกล้า...ศัตรูหัวใจคนสำคัญ

“มันรู้จักกับบัว และน้องพลอยก็ช่วยมันตอนที่มันจะถูกยิง”

“พลอยแค่ไม่อยากเห็นคนถูกฆ่า ไม่ได้คิดเรื่องอื่นหรอกค่ะ”

“คำพูดน่ะ จะปรุงแต่งยังไงก็ได้ แต่แววตาพลอยน่ะ พี่ดูออก...อย่างน้อยๆก็คงแอบหวังให้คนร้ายคือนายกล้า”

พลอยอึ้งไปอึดใจ แต่ก็ตีหน้าตาย หัวเสียกลบเกลื่อนและขอตัวดื้อๆ ทิ้งโชติให้มองตามด้วยความสงสัยอย่างหนัก และหมายมั่นปั้นมือในใจ จะต้องคาดคั้นความจริงจากปากคุณหนูคนสวยให้ได้!

ooooooo

ครอบครัวของสังข์กับบัวได้เจอหน้ากันอีกครั้งในเช้าวันต่อมา สองพ่อลูกกอดกันกลมด้วยความรักและคิดถึง ส่วนกล้ากับรื่น ถูกนำตัวไปเข้าเฝ้าท่านเตี่ยในห้องทรงอักษรเวลาต่อมา

“ดวงเอ็งนี่มันแกร่งสมชื่อจริงๆ แม้แต่คุกฝรั่งก็ขังเอ็งไม่อยู่”

“ด้วยบารมีของฝ่าบาท ไอ้กล้ากับทุกคนถึงได้พ้นภัยกระหม่อม”

ท่านเตี่ยแย้มสรวลน้อยๆ “หึ...บังเอิญสิไม่ว่า ที่ข้าเจอกับตาสังข์เสียก่อน ถึงได้รู้ว่าเอ็งกำลังสืบหานังบัว ก็เลยส่งไอ้ยันต์กับไอ้เที่ยงไปสอดแนมแถวนั้น...แล้วนี่ใครกันล่ะ”

สายตาท่านเตี่ยกวาดไปทางเพื่อนร่วมคุกของกล้า รื่นยิ้มร่าเสนอหน้าก้มกราบ

“ฝ่าบาท...เกล้ากระหม่อมฉันชื่อไอ้รื่น เป็นเพื่อนของไอ้กล้า ขอกราบถวายเนื้อถวายตัวเพคะ”

คำราชาศัพท์ผิดๆถูกๆของรื่น ก่อให้เกิดเสียงหัวเราะ กล้าเลยถือโอกาสทูลอธิบายที่มาของเพื่อนหนุ่ม

“เมื่อครั้งต้องโทษในที่คุมขัง นายรื่นเป็นคนช่วยกระหม่อมไว้ ก็เลยผูกมิตรเป็นสหายกัน”

“ในเมื่อเอ็งเป็นเพื่อนไอ้กล้า ก็ถือว่าเป็นคนของข้าเช่นกัน หลบพักอยู่ที่นี่ไปก่อนเถอะ เรื่องอื่นค่อยว่าทีหลัง”

“จะดีหรือกระหม่อม ก็ในเมื่อกระหม่อมเพิ่งก่อเรื่องพานังบัวหนีมา” กล้ายังเป็นกังวล

“เอ็งช่วยนังบัวไม่ใช่เรื่องผิดดอกไอ้กล้า”

เที่ยงพยักพเยิดสนับสนุนคำพูดเจ้านาย “อย่าพะวงไปเลยไอ้กล้า ตราบใดที่ชายคาวังแห่งนี้ยังคุ้มหัวพวกเอ็ง พวกเอ็งทุกคนจะต้องปลอดภัย”

เมื่อสังข์รู้ว่าอาเหวินช่วยปกป้องลูกสาวจนอาการปางตาย ก็อาสาจะช่วยดูแลจนกว่าจะหายดี โดยมีบัวเสนอตัวช่วยด้วย โดยไม่รู้เลยว่าเจ๊คิ้มต้องรับศึกหนักแค่ไหน เมื่อถูกปีเตอร์เรียกตัวไปสอบสวน เพราะเชื่อว่าอาเหวินอาจเป็นพวกเดียวกับผู้บุกรุก เพราะจู่ๆหนุ่มลากรถจอมเซ่อซ่าก็หายตัวไป!

เจ๊คิ้มเอาตัวรอดไปได้แบบร่อแร่เต็มที รู้ดีว่าปีเตอร์คงไม่เชื่อว่าเธอไม่มีส่วนรู้เห็นกับผู้บุกรุกและอาเหวิน แต่ก็คิดจะยืนกระต่ายขาเดียวให้นานที่สุด จนกว่าน้องชายจะหายจากอาการช้ำใน

ฝ่ายพลอย...ต้องประสาทเสียไม่แพ้กัน เมื่อโชติไม่ละความพยายามจะคาดคั้นความจริงจากเธอเรื่องหนึ่งในโจรบุกรุกเหลาบุปผา ด้วยการนำเรื่องทั้งหมดไปฟ้องกุหลาบ ให้มากดดันเธออีกที

“ไหนลองบอกแม่มาซิ ตกลงคนร้ายที่ช่วยนังบัว มันใช่ไอ้กล้าหรือเปล่า”

“พลอยไม่ทราบค่ะคุณแม่ พลอยไม่ได้เห็นหน้าคนร้าย”

“แล้วตอนที่มันจะถูกยิง ลูกไปช่วยไว้ทำไม”

“พลอยแค่ไม่อยากเห็นคนถูกฆ่าตายค่ะ ไม่ว่านายกล้าหรือจะเป็นใครตาย”

กุหลาบส่ายหน้า มั่นใจว่าคงง้างปากลูกสาวไม่ได้ เลยได้แต่ดักคอ “งั้นแม่ขอเตือนไว้ก่อนนะพลอย ถ้าคนร้ายคือไอ้กล้าจริงๆล่ะก็ ลูกต้องจำไว้ว่ามันคือคนที่ทำให้พ่อของลูกต้องตาย ดังนั้น...อย่าไปเวทนามันเด็ดขาด!”

พลอยอึดอัดมากและผลุนผลันออกไปแล้ว ทิ้งกุหลาบให้มองตามด้วยความหงุดหงิดใจ ก่อนจะหันไปขอร้องโชติ ให้จับตามองลูกสาวคนเดียวทุกฝีก้าว ซึ่งเขาก็ตอบรับด้วยความยินดี และเริ่มต้นงานที่ได้รับมอบหมาย ด้วยการตามไปดักหน้าคุณหนูคนสวยในเวลาต่อมา

คุณหนูคนสวยยังเคืองญาติหนุ่มที่ชอบทำตัวรุ่มร่าม แถมความเจ้ากี้เจ้าการขี้ฟ้องของเขา ก็ทำให้กุหลาบมองเธอในแง่ไม่ดี เลยแหวกลับด้วยความโมโห แต่โชติก็ทำเป็นหน้ามึนไม่สำนึก

“ชื่อเสียงและความปลอดภัยในชีวิตของน้องพลอย ถือเป็นเรื่องใหญ่ของพี่เสมอ”

“ขอบคุณค่ะพี่โชติ แต่พลอยว่าต่อไปพี่โชติไม่ต้องมายุ่งกับพลอยดีกว่า”

พูดจบก็ผละจากไป ทิ้งโชติให้มองตามด้วยแววตาไม่พอใจ

“หึ...ทำดีไม่ได้ดี แล้วจะทำไปเพื่ออะไร!”

ooooooo

เหตุการณ์บุกรุกเหลาบุปผา ทำให้เหมยเจ็บใจมาก โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงหนึ่งในสองโจรที่ทำรุ่มร่ามกับเธอ ต่างจากรื่น...หลับสนิทเป็นตายในวังของท่านเตี่ย แถมตื่นมาสายโด่ง เวลาที่ทุกคนไปทำงานกันหมดแล้ว

รื่นเห็นท่านเตี่ยเป็นที่รักของบรรดาชาวบ้าน แลดูมีบารมี เลยเข้าไปประจบประแจงหวังเสนอตัวทำงานใหญ่เอาความดีความชอบ ท่านเตี่ยเลยส่งไปทำงานกับกล้า เพราะคิดว่าเป็นเพื่อนกัน คงทำงานแบบเดียวกันได้ แต่กลับทำให้รื่นหน้างอ เพราะคิดว่าจะได้รับใช้งานใหญ่และเป็นหน้าเป็นตากว่านี้

กล้าเห็นเพื่อนหน้าหงิก เลยแกล้งทัก รื่นกำลังอารมณ์ไม่ดี โวยใส่

“ยังจะมาถามอีกหรือ ก็เพราะความซื่อของเอ็งนั่นแหละ ที่ทำให้ข้าต้องมาจมปลักแบบนี้ มีอย่างที่ไหน ได้เข้ารั้วเข้าวังทั้งที แทนที่จะอาสาทำงานใหญ่ ขวนขวายหาลาภยศเงินทอง เอ็งดันอาสามาเก็บฟืนเนี่ยนะ”

“เอ็งจะสนใจเรื่องอื่นทำไมวะ มีโอกาสก็ควรกตัญญู ทำงานถวายท่าน อีกไม่นานเราก็ต้องกลับเวียงสิงห์แล้ว”

“เวียงสิงห์...ใครบอกว่าข้าจะกลับด้วย วาสนามารอแล้ว เอ็งจะกลับทำไมวะ ไหนเอ็งบอกอยากมีศักดิ์ศรีไง”

“ใช่...ข้าเคยบอกเอ็ง ว่าข้าต้องการอย่างนั้น ข้าอยากเป็นทหาร อยากติดตามรับใช้ท่านเตี่ย แต่ตอนนี้มันสายไปแล้ว” รื่นนิ่วหน้าไม่เข้าใจ กล้าเลยต้องอธิบาย “เอ็งกับข้าเป็นเดนคุกนะไอ้รื่น ไม่ว่าอยู่กับใครก็มีแต่จะทำให้ชื่อเสียงผู้มีพระคุณต้องหม่นหมอง หรือเอ็งว่าไม่จริง”

รื่นถึงกับอึ้งไป คิดไม่ถึงเลยว่ากล้าจะเป็นห่วงชื่อเสียงและเกียรติยศท่านเตี่ยขนาดนี้ แต่กระนั้นก็ยังหงุดหงิด เพราะแม้จะเห็นด้วยกับเพื่อน แต่ใจก็ทะเยอทะยาน อยากเงยหน้าอ้าปากมากกว่านี้

อาการของอาเหวินดีขึ้นเรื่อยๆ แผลช้ำในค่อยๆ หายไป แต่เพราะไม่ได้ขยับร่างกายนาน เส้นเลยยึด ต้องนวดและฝึกเดินบ่อยๆ บัวดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะรู้สึกผิดและเป็นหนี้บุญคุณอีกฝ่าย อาเหวินปลื้มมาก และอดไม่ได้จะถามถึงความสัมพันธ์ของเธอกับกล้า

บัวมีท่าทีอึกอัก เพราะคิดกับกล้ามากกว่าพี่ชายจริง แต่เพียงไม่นาน ก็ปั้นหน้าบึ้ง แกล้งหงุดหงิดกลบเกลื่อน หนุ่มลากรถเลยต้องสงบปากสงบคำ ไม่เซ้าซี้อีก เพราะกลัวเธอโกรธ

เวลาเดียวกันที่ร้านอาเล้ง...เจ๊คิ้มเล่าความจริงอย่างออกรสว่าที่บัวหนีไปได้เพราะฝีมือกล้ากับรื่น อาฉ่างกับอาเฉียงตาโต อดเป็นห่วงแม่เล้าใหญ่ไม่ได้ ที่ไม่สารภาพความจริงกับปีเตอร์ แต่เจ๊คิ้มกลับไม่กังวล

“ลื้อสองคนไม่รู้อะไร ถ้าอั๊วเผยความจริงเมื่อไหร่ อารื่นกับอากล้าก็ต้องถูกจับจริงไหม แถมอาบัวก็ต้องอยู่ที่เหลาบุปผาต่อไปอีก ซึ่งข้อหลังนี่แหละที่อั๊วรับไม่ได้ เพราะอาบัวอีเป็นตัวซวย ใครอยู่ด้วยก็ซวยหมด คิดดูสิ... ผู้ชายมาช่วยอีหนีจากเหลาบุปผา แต่ละคนอยู่ดีมีสุขที่ไหน นั่นก็เป็นเพราะอี...อีเป็นตัวอับโชค!”

เสียงดังของเจ๊คิ้ม รู้ถึงหูมิ่ง ซึ่งแอบสะกดรอยตามคำสั่งปีเตอร์อย่างจัง และไม่รอช้าจะลากตัวแม่เล้าใหญ่ไปพบเจ้านาย อาฉ่างกับอาเฉียงได้แต่มองตามเครียดๆ ก่อนจะตัดสินใจไปเตือนพวกกล้าให้ระวังตัว...

ooooooo

คำสารภาพของเจ๊คิ้มทำให้พวกปีเตอร์รู้จนได้ว่าพวกกล้าซ่อนตัวในวังของท่านเตี่ย เลยไปเชิญพระยาประเสริฐภักดีมาช่วยออกหน้า ซึ่งพระยาหนุ่มใหญ่ก็ตกปากรับคำทันที เพราะหมั่นไส้ท่านเตี่ยเป็นทุน และครั้งนี้ก็ถือเป็นโอกาสดี จะทำให้อีกฝ่ายถูกหยามพระเกียรติอีกรอบ

พลอยเป็นเดือดเป็นร้อนแทนกล้ามาก เช่นเดียวกับอาฉ่างและอาเฉียง ที่มุ่งหน้าไปเตือนอดีตนักโทษหนุ่มถึงวังท่านเตี่ย บัวและคนอื่นๆอยากให้หนีออกจากพระนคร แต่กล้าไม่ยอมยืนหยัดจะสู้!

ระหว่างที่ยื้อยุดกัน พวกปีเตอร์และพระยาประเสริฐ– ภักดีก็มาถึงหน้าประตูรั้ววังท่านเตี่ยแล้ว มิ่งตั้งท่าจะบุกไปจับตัวกล้าให้ได้แต่ก็ถูกกันตัวไว้ พระยาประเสริฐภักดีเลยต้องประกาศ หวังข่มให้กลัว

“เฮ้ย...คนที่อยู่ข้างในฟังให้ดี ข้าพระยาประเสริฐภักดี ข้าพาคุณปีเตอร์ ซึ่งเป็นตัวแทนของท่านกงสุลมาจับตัวคนร้ายที่ชื่อไอ้กล้ากับพวกของมัน ถ้าไม่ยอมเปิดประตูล่ะก็ จะถือว่าทุกคนในวังนี้สมรู้ร่วมคิดกับคนร้าย”

ทุกคนในวังท่านเตี่ยเห็นท่าไม่ดี เพราะราชนิกุลหนุ่มใหญ่ก็ไม่อยู่ กล้าเลยตัดสินใจเปิดประตู โชติกับมิ่งถลาจะเอาเรื่อง แต่กล้าก็โพล่งขัดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

“เอ็งนั่นแหละ ไม่มีสิทธิ์สั่งพวกข้า ตอนนี้ข้ากับไอ้รื่นและตาสังข์พ้นโทษกันหมดแล้ว ไม่ใช่คนร้ายอีกต่อไป”

สังข์รีบควักจดหมายอภัยโทษออกมา แล้วยื่นให้พวกปีเตอร์ดู

“ถ้าไม่เชื่อก็ดูจดหมายนี่ก็ได้ นายพลอังเดรลงนามกับมือเชียวนะ บอกว่าข้าเป็นไทกันแล้ว”

ปีเตอร์ไม่สนใจจดหมายกระชากมาฉีกทิ้งดื้อๆ ก่อนจะประกาศให้จับทุกคน มิ่งตั้งท่าจะทำตามคำสั่ง แต่ก็ต้องชะงักเมื่อกล้าโพล่งขึ้น

“อย่าแตะพวกข้าอีกเป็นอันขาด ไม่งั้นเอ็งกับข้าได้เห็นดีกันแน่”

“ไอ้กล้า...มึงท้ากูหรือ”

“ใช่...แน่จริงมาสู้กับข้าด้วยเพลงมวยตัวต่อตัว”

ปีเตอร์พยักหน้าอนุญาต มิ่งเลยย่างสามขุมหากล้าด้วยความเต็มใจ ยอดอยากจะเข้าร่วมด้วย โชติเลยกระซิบให้เข้าไปซ้ำถ้าเห็นช่องจะเล่นงานกล้าได้

แต่เพลงมวยของมิ่งกับยอด ก็ดุดันและรุนแรงสู้ของกล้าไม่ได้ โดยเฉพาะยอดถูกกล้าหักขาล้างแค้น

“นี่สำหรับที่มึงเคยหยามกูกับแม่ของกู...ไอ้ยอด!”

ฝีมือของกล้าเป็นที่ตกตะลึงของทุกคน โชติโกรธมากควักปืนมาจ่อยิง แต่ก็ถูกเที่ยง ซึ่งเพิ่งกลับมาพร้อมเจ้านายยิงสกัด พร้อมประกาศเสียงกร้าว

“ที่นี่คือวังเทวาพิทักษ์ ห้ามผู้ใดกระทำหยามหมิ่นเป็นอันขาด!”

พระยาประเสริฐภักดีถึงกับอึ้ง เมื่อเห็นท่านเตี่ยสะพายกระเป๋ายาเข้ามา ต่างจากปีเตอร์ที่มองมาอย่างดูถูก

“จะกลัวทำไม กะอีแค่เจ้าไร้ศาลไร้อำนาจ”

“ถึงตัวข้าจะเสื่อมยศแล้วก็จริง แต่วังแห่งนี้หาได้เสื่อมไปด้วยไม่”

บารมีของท่านเตี่ยทำให้ทุกคนยำเกรง พระยาประเสริฐภักดีไม่กล้าหือ ทรุดตัวลงหมอบกราบ มีเพียงปีเตอร์ที่ทำแค่แสยะยิ้มเย้ยหยัน ก่อนจะทูลถากถาง

“หากพระองค์ทรงเห็นว่าวังนี้ยังมีพระเกียรติดังเช่นที่รับสั่ง พระองค์ก็ไม่ควรให้ที่พักพิงแก่คนร้าย”

“ที่นี่มีแต่คนเจ็บไข้ แล้วก็ชาวบ้านที่หนีร้อนมาพึ่งเย็นคุณปีเตอร์ หาได้มีโจรผู้ร้ายสักคนไม่”

“กระนั้นหรือฝ่าบาท...แล้วไอ้เดนคุกที่อยู่ตรงนี้เล่าคือผู้ใด หากไม่ใช่คนร้ายที่เคยช่วยเหลือนายทองอิน”

“คดีความนั้นจบแล้วคุณปีเตอร์ ท่านนายพลอังเดร... ว่าที่กงสุลคนใหม่ ได้อภัยโทษให้นายกล้ากับพวกแล้ว”

“อภัยโทษหรือ ไหนล่ะหลักฐานและพยานฝ่าบาท ...อย่าถือองค์ว่าเป็นเจ้าแล้วอยู่เหนือกฎหมายนะกระหม่อม”

“ข้าไม่เคยคิดเช่นนั้นเลยคุณปีเตอร์ แต่คุณต่างหากที่วางตนเกินอำนาจ คิดว่าตัวเองอยู่เหนือชาวสยามทั้งปวง”

ตรัสจบก็พยักหน้าให้เที่ยงหยิบจดหมายจากกงสุลเบอร์นาร์ดมาส่งให้ปีเตอร์

“นี่คือหนังสือรับรองความเป็นไทของนายกล้าและพวกพ้องทุกคนรวมถึงนังบัว ที่เขียนโดยท่านกงสุลเบอร์นาร์ด ตัวแทนแห่งเจ้าอาณานิคม”

ยันต์เหยียดยิ้มหยัน ก่อนจะช่วยอ่านจดหมายเสียงดังฟังชัด

“ต่อจากนี้ไป นายกล้ากับพวกถือว่าเป็นอิสระอย่างแท้จริง จะมีผู้ใดมาข่มเหงหรือจับกุมไม่ได้!”

กล้ากับรื่นยิ้มให้กัน เช่นเดียวกับบัว ดีใจจนน้ำตา ไหลที่ได้เป็นไทอีกครั้ง ปีเตอร์โมโหมากชี้หน้าตวาดด่าอย่างไม่เกรงกลัว แต่ท่านเตี่ยกลับตั้งรับด้วยสีหน้านิ่งสงบ ตอกกลับเสียงเรียบ

“ผิดถูกเป็นเช่นไรคุณเองก็รู้ดีคุณปีเตอร์ รีบกลับไปก่อนที่วังแห่งนี้จะต้องเปื้อนเลือด แล้วจำไว้...หากไอ้กล้าและพวกมีอันเป็นอะไรไปล่ะก็ เราจะได้เห็นดีกันแน่!”

ooooooo

ปีเตอร์หัวเสียมากและจะไม่ยอมกลับ พระยาประเสริฐภักดีกลัวเรื่องจะลุกลามเลยพยายามลากตัวกลับจนได้ กล้ามองตามด้วยแววตาไม่หวั่นเกรง ก่อน จะเป็นตัวแทนทุกคนไปกราบขอประทานอภัยจากท่านเตี่ย

“มันไม่ใช่ความผิดของพวกเอ็ง แต่เป็นเพราะความจองหองของพวกนักล่าอาณานิคมต่างหาก ที่หลงคิดว่าตัวเองจะเป็นใหญ่เหนือแผ่นดินสยาม ข้าไม่มีอำนาจเหมือนเมื่อก่อน ช่วยพวกเอ็งได้ไม่เต็มที่นัก ถ้าคิดจะต่อกรกับนักล่าอาณานิคมพวกนี้ คงต้องอาศัยกำลังกายและสติปัญญาอีกมากจากชาวสยามทุกคน”

“ชาวบ้านธรรมดาๆ จะทำเช่นนั้นได้หรือกระหม่อม”

“บุญญาบารมีของคนเราไม่ได้มีมาแต่ชาติกำเนิดอย่างเดียว หากแต่ยังเกิดได้ด้วยหัวใจที่หาญกล้าเหมือนเอ็ง”

กล้าอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะกวาดตามองรอบๆ ก็เห็นทุกคนมองมาด้วยแววตาชื่นชม

“ไอ้ชุ่มมันเล่าให้ข้าฟังหมดแล้ว ว่าวันนี้เอ็งปักหลักสู้ตายเพื่อปกป้องเกียรติยศของวังแห่งนี้และพี่น้องทุกคน นั่นล่ะคือบุญญาบารมีของเอ็งที่ซ่อนในตัว เหมือนคมมีดที่ถูกขังอยู่ในฝัก เอ็งจงเก็บรักษามันไว้ให้ดี แล้วสักวันเอ็งจะได้ใช้มันเพื่อปกป้องแผ่นดินสยาม”

ความดีของกล้าได้รับการยกย่องจากทุกคน จนอาเหวินอดน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้ ยิ่งเห็นสายตาของบัวมองกล้าอย่างเทิดทูนบูชายิ่งช้ำ และคิดว่าตนคงไม่มีหวังจะเอาชนะใจอดีตบ่าวสาวเป็นแน่

ฝ่ายปีเตอร์เจ็บใจมากที่ต้องถูกตอกให้อายต่อหน้าคนทั้งวังท่านเตี่ย เหมยต้องปลอบให้คลายใจ เพราะเชื่อแน่ว่าต้องมีหนทางล้างแค้นเอาคืนให้สาสมแน่

มิ่งคับแค้นใจไม่ต่างกัน ต้องแพ้เชิงมวยให้อดีตทาสหนุ่มคนเรืออย่างกล้า ทิวไม่รู้จะปลอบเช่นไร เพราะเห็นกับตาว่าฝีมือกล้าพัฒนาไปมากจนยากจะต่อกร แถมเมื่อทั้งสองได้เห็นอาการสาหัสจนอาจเดินไม่ได้ของยอด ก็ถึงกับพูดไม่ออก จากที่คิดจะหาทางเอาคืนกู้ศักดิ์ศรี คงต้องพักไว้ก่อนเพราะไม่อยากเอาชีวิตไปทิ้ง!

เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของยอด ดังทั่วเรือนพระยาประเสริฐภักดี จนกุหลาบนึกสงสัย ว่าอีกฝ่ายไปพ่ายแพ้ให้แก่นักสู้คนไหนถึงอาการเพียบหนักเพียงนี้

พระยาประเสริฐภักดีเห็นเป็นโอกาสดีจะใส่ร้ายกล้า เลยแกล้งพูดเสียงอ่อน

“ไม่ใช่นักเลงที่ไหนดอก ก็ไอ้กล้าข้าเก่าของหนู พลอยนั่นแหละที่ลงมือหักขาไอ้ยอด”

“คุณพระช่วย ออกจากคุกไม่ทันไร ก็หาความอีกแล้ว เห็นหรือยังลูก ว่าสันดานไอ้กล้ามันเป็นยังไง”

“อย่าเพิ่งด่วนสรุปสิคะคุณแม่ เรายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเรื่องเป็นมายังไง”

โชติเห็นกุหลาบมีสีหน้าครุ่นคิดก็รีบใส่ไฟต่อ

“เป็นนายกล้ากับพวกมันจริงๆขอรับคุณอา ที่เข้าไปฉุดนังบัวหนี แล้วก็ไปกบดานที่วังของเจ้านายพระองค์หนึ่ง นายฝรั่งปีเตอร์ก็เลยให้คุณพ่อกระผมพาคนไปเจรจา แต่มันถือดีว่ามีคนคุ้มกะลาหัว ก็เลยเล่นงานพวกกระผมจนเอาชีวิตเกือบไม่รอด ว่ายังไงล่ะน้องพลอย คราวนี้ยังจะเข้าข้างมันอีกหรือเปล่า”

พลอยเถียงไม่ออก ยิ่งถูกแม่จ้องมาอย่างคาดคั้น ยิ่งพูดไม่ออก พระยาประเสริฐภักดีเลยสำทับ

“เชื่อลุงเถอะหนูพลอย ไอ้กล้ามันเป็นตัวอัปรีย์ พาแต่เคราะห์อุบาทว์มาสู่คนรอบข้าง สักวันลุงต้องฆ่ามันให้ได้”

ooooooo

อาการของยอดหนักหนาเอาการไม่น้อย นอก จากจะต้องนอนเฉยๆขยับตัวไม่ได้แล้ว หมอจีนยังต้องใช้ฝิ่นดับอาการปวดของอดีตหัวหน้าทาสจอมพาลอีกด้วย ชดอาสาไปเอาฝิ่นให้ และระหว่างทางลงจากเรือนนั่นเอง ที่เขาแอบได้ยินพลอยกับเอียดปรึกษากันเรื่องกล้า

“มันจะดีหรือคะคุณหนู ท่านเจ้าคุณเพิ่งสั่งห้ามหยกๆนะเจ้าคะ ไม่ให้บ่าวไพร่ติดต่อกับพวกนายกล้า หรือคนในวังของท่านเตี่ยเป็นอันขาด มีโทษสถานหนักเชียวนะเจ้าคะ”

“ฉันรู้ดีจ้ะ...แต่นายกล้าก่อเรื่องขนาดนี้ ถ้าไม่รีบเตือนให้หนีจากพระนคร รับรองว่าท่านเจ้าคุณไม่ปล่อยไว้แน่”

“เอ่อ...แหม...พูดน่ะพูดได้หรอกเจ้าค่ะ แต่ถ้าไอ้กล้าไม่เชื่อบ่าวล่ะเจ้าคะจะให้ทำยังไง”

“ถ้าเป็นเช่นนั้น แม่เอียดก็นัดนายกล้าให้ออกมาพบฉัน”

ชดได้ฟังก็ตาลุกวาว ในใจคิดแผนบางอย่างที่อาจ จะทำให้เหล่าเจ้านายได้ล้างแค้น...

ฝ่ายกล้า...ยังไม่รู้ตัวว่าภัยจะถึงตัว ฝึกซ้อมแม่ไม้มวยอย่างช่ำชอง อาเหวินผ่านมาเห็น แล้วอดอิจฉาไม่ได้ และเพราะอารมณ์หึงแท้ๆทำให้หนุ่มลากรถเกิดฮึดอยากสู้กับกล้า!

กล้าตั้งรับอย่างสบายๆ แต่ไม่วายเตือนให้อีกฝ่ายล้มเลิกความตั้งใจ เพราะเห็นว่ายังไม่หายดี แต่อาเหวินก็ไม่ยอมหยุด ร้อนถึงบัวต้องช่วยห้าม และแยกคนเจ็บหัวดื้อออกมาจนได้

อาเหวินเข้าใจว่าบัวปกป้องกล้าเพราะคิดกับอีกฝ่ายมากกว่าพี่ชาย ก็น้อยใจมาก ผละหนีไปด้วยอาการช้ำใจสุดขีด บัวถลาตามติดด้วยความเป็นห่วงปนโมโห แต่กลับถูกเขาตอกใส่หน้าอย่างแรง

“เจ๊ชอบเฮียกล้าใช่ไหม ไม่ใช่ชอบแบบพี่ชาย แต่เจ๊รักอี!”

บัวยอกแสยงในอก มองอีกฝ่ายตาโต ด้วยคิดไม่ถึงว่าเขาจะรู้ใจ แต่อาเหวินก็ไม่ทันสังเกตท่าทางนั้น มัวตัดพ้ออดีตบ่าวสาวที่ตัวเองหลงรักด้วยความน้อยใจ

“อั๊วยอมเจ็บเพื่อเจ๊ขนาดนี้ ยังไม่พออีกเหรอ เจ๊หลอกอั๊วทำไม ทำร้ายอั๊วอีกทำไม”

จบคำก็ผละไป ทิ้งบัวให้มองตามด้วยความสับสน เห็นใจเขาและสงสารตัวเองที่ต้องรักคุดแบบนี้

ขณะที่อาเหวินทุกข์ทรมานใจอย่างหนักเพราะรักบัว เอียดก็มุ่งหน้ามาหาพวกกล้าถึงวังท่านเตี่ยเพื่อส่งสารและคำเตือนจากพลอยให้ทั้งหมดหนีออกจากพระนคร เพราะดูท่าปีเตอร์กับพระยาประเสริฐภักดีคงไม่ปล่อยพวกเขาแน่

“ฉันอยากกลับอยู่หรอกป้า แต่ว่ายังมีธุระสำคัญต้องสะสาง”

“ธุระบ้าบออะไรของเอ็งไอ้กล้า เงาหัวจะขาดอยู่แล้ว เอ็งยังสนใจอีกหรือ”

“แล้วคุณพลอยเธอพูดถึงฉันบ้างไหมป้า เธอยังโกรธฉันอยู่หรือเปล่า”

เอียดถอนใจหนักหน่วง ไม่รู้จะอธิบายสถานการณ์ของคุณหนูคนสวยเช่นไร

“เฮ้อ...คุณหนูพลอยเธอเป็นห่วงพวกเอ็ง ถึงจะโกรธเกลียดพวกเอ็งแค่ไหน แต่เธอก็ทำใจไม่ได้ที่เห็นพวกเอ็งต้องมาเสี่ยงตายกันแบบนี้ ถ้าพวกเอ็งไม่ไปจากพระนคร เอ็งต้องไปเรียนให้คุณหนูทราบด้วยตัวเอง”

สีหน้าสลดของกล้าทำให้บัวใจเสียไปด้วย สัมผัสได้ถึงความห่วงหาอาลัยที่เขามีต่อคุณหนูคนสวย แต่ไม่ทันพูดอะไร กล้าก็ควักถุงบุหงารำไปที่พกติดตัวเสมอมายื่นให้เอียด

“ของสิ่งนี้ฉันได้จากคุณพลอยด้วยความเมตตา หากคุณพลอยเธอสิ้นเมตตาแล้ว ฉันฝากป้าคืนเธอด้วย”

ooooooo

พลอยจำถุงบุหงารำไปฝีมือตนได้ดี ของขวัญชิ้นสุดท้ายก่อนต้องแยกจากกล้า กลิ่นหอมบางเบาที่ยังเหลือทำให้คุณหนูคนสวยอดคะนึงหาอีกฝ่ายไม่ได้ ด้วยคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะยังเก็บรักษามันไว้อย่างดี...

คืนเดียวกันที่ชายป่าท้ายวังท่านเตี่ย...กล้านั่งเหม่อคนเดียว พลางหวนคิดถึงเรื่องราวมากมายในอดีต ทั้งเรื่องพลอยและเรื่องแม่ ที่จนบัดนี้เขาก็ไม่รู้จะไปตามตัวที่ไหน และนี่ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่เขาไม่ยอมไปจากพระนคร แต่บัวไม่รู้และคิดว่าเขานั่งเศร้าเป็นหมาหงอย เพราะคิดถึงพลอย

“ใครบอกเอ็งว่าข้าคิดถึงคุณหนู”

“ข้าวปลาไม่ยอมกิน แถมออกมานั่งคนเดียวกลางดึกกลางดื่นแบบนี้ คงคิดเรื่องอื่นอยู่ล่ะมั้ง”

“สอดรู้...พูดจาไม่เข้าหู”

“เออ...ใช่...นังบัวคนนี้มันเหมือนม้าดีดกะโหลก พูดจาก็ไม่เข้าหู เกลียดนักก็ไล่ไปให้พ้นสิ คนอุตส่าห์เป็นห่วง”

บัวสะบัดหน้าหนี แต่ไม่วายทิ้งมันนึ่งหัวใหญ่ให้ เพราะเห็นว่าเขาไม่ได้กินข้าวเย็น กล้าซาบซึ้งในน้ำใจของอีกฝ่ายมาก เลยแกล้งชวนให้เธอกินด้วยกัน

“อ่ะ...ใหญ่หรือเล็ก สงสัยคงชิ้นใหญ่ตามเคย เพราะตอนเด็กเอ็งชอบแย่งข้าเอาชิ้นใหญ่ทุกที”

“ฉันโตเป็นสาวแล้วนะพี่ ใครจะไปทำแบบนั้น เอาชิ้นเล็ก กินมากเดี๋ยวอ้วน”

ท่าทางมีจริตจก้านของบัว ทำให้กล้านึกขำและอดแซวไม่ได้ “บ๊ะ...น้องสาวข้าเป็นสาวแล้วเหรอวะเนี่ย แต่เสียดาย...ทำหน้างอแบบนี้ เห็นทีคงหาผัวยาก”

บัวหน้างอ แหวกลับเสียงเขียว “อย่าหมิ่นฉันนะพี่กล้า ตอนอยู่เหลาบุปผา พวกผู้ชายมันแย่งตัวฉันจะตาย ถ้าพี่ไม่มาพาฉันหนีล่ะก็ ป่านนี้ฉันเป็นเจ้าแม่งามเมืองไปแล้ว”

คำพูดตัดพ้องอนๆของบัวแทงใจดำกล้าอย่างแรง เพราะมันชวนให้เขานึกถึงชะตากรรมของแม่ อดีตบ่าวสาวเห็นท่าทางเศร้าๆของอีกฝ่ายก็ใจไม่ดี ถลามาโอบกอดปลอบโยน

“ไม่เอาน่าพี่กล้า เดี๋ยวก็ได้เจอคุณพลอยแล้ว พี่อย่าคิดมากเลยนะ แค่เห็นพี่มีความสุข นังบัวคนนี้ก็อิ่มใจแล้ว”

ค่ำคืนของสองหนุ่มสาวจากเวียงสิงห์ผ่านไปด้วยความยากลำบาก เช่นเดียวกับอาเหวิน กว่าจะข่มตาได้ก็เกือบเช้า จึงตัดสินใจหอบร่างอ่อนแรงเพราะยังไม่หายดีกลับไปหาพี่สาว รื่นสงสารกลัวอีกฝ่ายเป็นอันตรายระหว่างทางกลับ เลยตัดสินใจเดินไปเป็นเพื่อน จะได้แก้เบื่อที่ต้องใช้แรงงานแบกหามในวัง

แต่ที่อาเหวินนึกไม่ถึง ก็คือเจ๊คิ้มไม่ได้อยู่รอที่บ้าน แต่ถูกปีเตอร์จับล่ามโซ่ให้สารภาพความจริงเรื่องเขากับกล้า แอบสมคบคิดกันช่วยบัวออกไป แม่เล้าใหญ่เจ็บใจมาก พยายามขอให้ผู้คนในเหลา ซึ่งเคยเป็นลูกน้องช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครยอมช่วยเพราะกลัวถูกปีเตอร์ลงโทษ และก็เพราะรักตัวกลัวตายนี่เอง ทำให้สุดท้ายเจ๊คิ้มก็ตัดสินใจยอมทำตามแผนของเหมย จะล่อพวกกล้ามาให้ฆ่า และก็สบโอกาสเมื่อรื่นมาส่งอาเหวินที่ร้านอาเล้ง แม่เล้าใหญ่เลยสวมบทเล่นละครฉากใหญ่ บีบน้ำตาปั้นน้ำเป็นตัว ว่าถูกเหมยบังคับให้เลือกว่าจะทำงานเหลาในสถานะคนใช้หรือนางโลม!

ooooooo

รื่นไม่รู้ตัวว่าตกหลุมพรางของเจ๊คิ้ม มุ่งหน้าไปถึงเหลาบุปผาและจัดการปาไหปลาร้าใบใหญ่ใส่หน้าเหลา เหมยสั่งให้มิ่งกับทิวตามจับ แต่สองหนุ่มก็ทำไม่ได้ เธอเลยต้องลงมือเอง!

ระหว่างที่เหมยไล่ล่ารื่นอย่างเอาเป็นเอาตาย เจ๊คิ้มก็ผิดสังเกตกับท่าทางหงอยๆของอาเหวิน และก็พอเดาได้ว่าน้องชายคนเดียวคงอกหักเพราะพิษรักที่มีต่อบัว

“อาเหวิน...อั๊วรู้นะว่าลื้อคิดถึงใครอยู่ ลื้อคิดถึงอาบัวใช่ไหม...ผู้หญิงบนโลกนี้มีตั้งมากมาย ทำไมลื้อไม่สนใจ”

“ก็อั๊วรักอีนี่เจ๊”

“อั๊วนึกแล้ว ตั้งแต่ลื้อเสี่ยงตายช่วยอาบัว อั๊วคิดแล้วว่าต้องมีวันนี้ อาเหวิน...ถึงอั๊วจะไม่มีผัว แต่พี่สาวของลื้อคนนี้ก็ผ่านชีวิตมามาก อั๊วดูออกว่าคนอย่างอาบัว อีไม่มีวันชอบลื้อหรอก”

อาเหวินหน้าเสีย “เจ๊...เจ๊รู้ได้ยังไง”

“อาบัวอีเป็นผู้หญิงใจแข็ง อียอมตายแต่ไม่ยอมขายตัว อีรักผู้ชายคนไหน อีก็ยอมตายเพื่อผู้ชายคนนั้น แล้วลื้อ...ลื้อเป็นคนบอบบางอย่างนี้ ลื้อคิดว่าจะเปลี่ยนใจอีได้เหรอ เหมือนเอาสำลีไปทลายภูเขา เป็นไปไม่ได้หรอกอาตี๋”

คำพูดของพี่สาวทำให้อาเหวินนึกฮึด บุกไปถามความจริงจากปากบัวกลางดึกคืนเดียวกันนั่นเอง

“เจ๊บอกอั๊วหน่อยได้ไหม อั๊วไม่ดีตรงไหน อั๊วสู้เฮียกล้าไม่ได้ตรงไหน ทำไมเจ๊ไม่ไยดีอั๊วบ้าง เจ๊อยากให้อั๊วทำตัวยังไง เจ๊ก็พูดมาสิ บอกมาเลย”

บัวซึ่งต้องสะดุ้งตื่นกลางดึก อยากจะเป็นบ้าตายเมื่อได้ยินคำถามของหนุ่มลากรถ

“อาเหวิน...พอเถอะ ให้นายสร่างเมาก่อน แล้วเราค่อยมาพูดกันดีกว่า”

“ไม่...อั๊วต้องการคำตอบคืนนี้ เดี๋ยวนี้!”

“แล้วมันจะมีค่าตรงไหนกันอาเหวิน คำพูดของฉัน ให้พูดออกมาเวลานี้ นายก็ไม่เข้าใจหรอก”

“ไม่จริง...เจ๊ต่างหากที่ไม่เข้าใจ ว่าอั๊วรู้สึกยังไงกับเจ๊ ที่อั๊วดีกับเจ๊ ที่อั๊วยอมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อเจ๊ มันไม่มีค่าเลยหรือไง หรือว่าอาเหวินคนนี้ต้องตายเสียก่อน เจ๊ถึงจะเข้าใจว่าอั๊วรักเจ๊มากแค่ไหน”

คำสารภาพรักของเขา ทำให้บัวถึงกับผงะ แต่อาเหวินก็ไม่สนใจ ถลาไปกระชากตัวเธอมากอดแน่น

“เจ๊...ถึงอั๊วจะไม่เอาไหน ถึงอั๊วจะไม่เก่งกล้าเหมือนคนอื่น แต่อั๊วมั่นใจว่าอั๊วจะรัก จะเทิดทูนเจ๊ได้ยิ่งกว่าผู้ชายทุกคน ไอ้เหวิน...ไอ้คนลากรถคนนี้ ถึงชีวิตจะไม่ยืนยาว ไม่ยิ่งใหญ่ค้ำฟ้า แต่หัวใจรักของมัน จะเป็นของเจ๊ไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ขอฟ้าดินจงเป็นพยาน”

บัวกลัวเรื่องจะไปกันใหญ่ เลยตัดสินใจไล่เขากลับ แต่อาเหวินไม่ยอม จนเธอต้องขู่เสียงแข็ง

“ถ้าไม่กลับไป ชาตินี้ทั้งชาติ นายกับฉันไม่ต้องมาเจอหน้ากันอีก!”

อาเหวินได้ยินดังนั้นก็จำต้องถอย โดยไม่รู้เลยว่ากล้าแอบได้ยินทุกอย่าง เพิ่งได้รู้ในวันนี้เองว่าหนุ่มลากรถรักบัว...เพื่อนสาววัยเด็กที่เขารักเสมือนน้องสาวแท้ๆจนหมดใจ...

เอียดนัดพวกกล้าเจอกับพลอยในวันต่อมา...โดยทั้งหมดจะเจอกันที่วัด ชดซึ่งแอบได้ยินแผนของคุณหนูคนสวย เลยสะกดรอยตามไปด้วย พร้อมแววตามาดร้าย หมายจะจับกล้าให้ได้คาหนังคาเขา

อาเฉียงเป็นคนลากรถไปรับพลอยกับเอียดถึงหน้าบ้าน ชดเลยรีบไปรายงานโชติ ซึ่งตัดสินใจตามไปทันที พร้อมด้วยปืนพกประจำตัว หวังปลิดชีพอดีตทาสหนุ่มคนเรือ ศัตรูหัวใจคนสำคัญให้ได้!

บัวเบิกตาโพลงด้วยความดีใจสุดขีด เมื่อได้เห็นหน้าคุณหนูคนสวยอีกครั้ง

“คุณพลอยเจ้าขา...บัวคิดว่าจะไม่ได้พบหน้าคุณพลอยอีกแล้ว”

“อย่าพูดเช่นนั้นสิบัว ฉันสวดมนต์อธิษฐานอยู่ทุกค่ำเช้า ให้เราได้กลับมาพบกัน บัวอย่าวิตกไปเลยนะ”

“เจ้าค่ะคุณพลอย ตอนนี้พี่กล้ารออยู่ข้างโบสถ์เจ้าค่ะ”

บัวดึงตัวเอียดไว้ให้ดูต้นทางเป็นเพื่อน พลอยเลยเข้าไปเจอกล้าคนเดียว ก่อนจะต้องข่มอารมณ์ห่วงหารุนแรง ให้กลายเป็นความนิ่งเฉยและเย็นชา

“ฉันมาที่นี่เพื่อฟังเหตุผลจากเธอ ว่ามาสิ...ขัดข้องยังไง ถึงไม่ยอมหนีไปจากพระนคร...”

ooooooo






นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement