ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 6 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 6


10 ต.ค. 2560 16:58
1,493,592 ครั้ง

ละคร นิยาย ชาติพยัคฆ์

ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 6

อ่านเรื่องย่อ

ชาติพยัคฆ์

แนว:

พีเรียด-แอคชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ

บทโทรทัศน์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ/ฉัตรชัย เปล่งพานิช

กำกับการแสดงโดย:

โชติรัตน์ รักษ์เริ่มวงษ์

ผลิตโดย:

บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

จรณ โสรัตน์,นิษฐา จิรยั่งยืน

บัวเมาฝิ่นไม่หาย แม้อาเหวินจะพาตัวกลับมาเหลาบุปผา ก็ละเมอเพ้อถึงพลอยไม่หยุด จนเจ๊คิ้มอยากจะเป็นบ้า นึกเคืองอดีตบ่าวสาวเหลือเกิน ที่หาเรื่องไม่หยุดหย่อน ทั้งพยายามหนี ทั้งทำให้

น้องชายเธอถูกซ้อมปางตาย และครั้งนี้...บุกโรงฝิ่นของจีนหยงจนเกือบเอาชีวิตไปทิ้ง

ถึงจะอิดออดแค่ไหน สุดท้ายเมื่อไม่มีทางเลือก พระยาประเสริฐภักดีก็ต้องยอมจ่ายเงินให้ปีเตอร์ไปไถ่ตัวลูกชายกับหลานสาว เหมยกับยอดรับหน้าที่เป็นตัวแทนเจรจา โดยมีมิ่งกับทิวตามประกบกันพลาด

แต่ไม่ทันที่พวกเหมยจะไปถึง จีนหยงซึ่งกำลังเมา เกิดอารมณ์กำหนัด เลยจัดการให้คนนำตัวพลอยมาบำเรอ โชติโกรธมาก พยายามต่อสู้ปกป้องพลอยเต็มที่ แต่ก็สู้ไม่ได้ แถมถูกอัดน่วมแทบลุกไม่ขึ้น พลอยถึงกับหน้าซีด กลัวตัวสั่น และเกือบจะเสียท่าให้จีนหยงแล้ว ถ้าพวกเหมยจะไม่โผล่มาทันเวลา

ด้านกล้า...กลายเป็นคนสำคัญประจำคุก เพราะประลองมวยชนะหลายครั้ง จนได้เงินทองและเสบียงอาหารมากมาย อังเดรจะตกรางวัล แต่นักมวยหนุ่มก็ปฏิเสธ ขอแค่อาหารและเหล้าเลี้ยงเพื่อนร่วมคุกเท่านั้น ฮิวโก้นิ่วหน้าไม่เข้าใจ และอดไม่ได้จะเปรยกับอังเดรในวันหนึ่ง

“มันบ้าจริงๆ...ทองก็ไม่เอา ไปเอาเหล้ากับอาหารมาเลี้ยงเพื่อนๆ ท่าทางคงอยากได้หน้าซะเต็มประดา”

อังเดรส่ายหน้า เข้าใจความคิดของกล้าดี “เปล่าหรอกฮิวโก้ หมอนั่นไม่ใช่คนแบบนั้น เขาแค่ไม่อยากขายวิชามวยของเขาแลกกับเงินต่างหาก โดยเฉพาะ...ถ้ามันเป็นเงินของคนต่างชาติ”

ฮิวโก้อึ้งไป เริ่มคิดถาม อังเดรเลยถือโอกาสสำทับ เพราะชื่นชมความคิดของกล้า

“ถ้าชาวสยามทุกคนมีความคิด มีศักดิ์ศรีอย่างเขา แผ่นดินสยามคงไม่ปราชัยให้พวกเรา”

ความกล้าหาญของกล้า ไม่เพียงซื้อใจนายพลและผู้คุมอย่างอังเดรกับฮิวโก้ แต่ยังทำให้รื่นและชาวคุกคนอื่นมองเขาด้วยสายตาดีกว่าเดิม อดีตทาสหนุ่มพอใจมาก และถือโอกาสทำความรู้จักรื่นให้มากขึ้น จนได้รู้ว่าอดีตนักเลงหัวไม้จากเวียงสิงห์ต้องติดคุกเพราะคดีปล้นบ้านพระพิสุทธิ์มนตรี...

อาการบาดเจ็บสาหัสของโชติทำให้ทุกคนในบ้านพระยาประเสริฐภักดีร้อนรนด้วยความเป็นห่วง

ไม่เว้นแม้แต่พลอย เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องเจ็บปางตายเพื่อปกป้องเธอ

เอียดได้ฟังเรื่องราวจากคุณหนูคนสวยแล้วอดทึ่งไม่ได้ “คิดไม่ถึงเลยเจ้าค่ะ ว่าคุณโชติจะกล้าเสี่ยงชีวิตปกป้องคุณหนูถึงเพียงนี้ นี่ถ้าคุณหนูไม่เล่าด้วยตัวเอง อิฉันก็คงไม่เชื่อดอกเจ้าค่ะ”

“ทำไมหรือแม่เอียด”

“แหม...ก็พ่อลูกกันนี่เจ้าคะ นึกว่าจะมาตะเภาเดียวกันซะอีก ไม่คิดว่าลูกไม้จะหล่นไกลต้น”

พลอยนิ่งไปอึดใจ แอบคล้อยตามไม่น้อยกับข้อสันนิษฐานของเอียด แต่กระนั้น...บุญคุณที่โชติยอมเจ็บตัวเพื่อปกป้องเธอ ก็ทำให้นิ่งนอนใจไม่ได้ และตัดสินใจจะดูแลเขาจนกว่าจะหายดี

นอกจากโชติที่เป็นผู้มีพระคุณ คนที่พลอยจะลืมไม่ได้ก็คือบัว ที่ยอมเสี่ยงตายไปช่วยเธอถึงโรงฝิ่น แต่จนแล้วจนรอด คุณหนูคนสวยก็ไม่ได้พบหน้าอดีต

บ่าวสาวคนสนิทอีก เอียดจึงอาสาไปสืบความจากเหลาบุปผา เพราะพลอยแอบได้ยินมาว่าบัวถูกพาตัวเข้าพระนครหลังหนีจากบ้านเธอ และตอนนี้กลายเป็นคนของปีเตอร์!

ooooooo

พวกปีเตอร์นำตัวโชติกับพลอยออกจากโรงฝิ่นของจีนหยงได้สำเร็จ พระยาประเสริฐภักดีเลยต้องทำตามข้อตกลง คือซื้อตำแหน่งกงสุลคนใหม่ให้อดีตนายกองฝรั่งใจคด!

ปีเตอร์หอบกล่องของกำนัลมีค่าไปมอบให้กงสุลเบอร์นาร์ด กงสุลใหญ่ประจำพระนครคนปัจจุบัน เพื่อติดสินบนขอซื้อตำแหน่งให้ตัวเอง เมื่ออีกฝ่ายเกษียณอายุงาน แต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่ออีกฝ่ายแจ้งว่ากงสุลคนใหม่ถูกวางตัวไว้แล้ว

อังเดรนั่นเองคือว่าที่กงสุลคนใหม่ เมื่อพระยา-ประเสริฐภักดีทราบเรื่องก็ถึงกับอึ้งไป

“นายพลอังเดร...ผมเคยได้ยินว่าเขาถูกสั่งย้ายไปดูแลงานที่คุกฝรั่ง”

“อังเดรเป็นคนตงฉิน ไม่กินนอกกินใน มันไม่มีทางร่วมมือกับเราแน่”

“แล้วกับจีนหยงล่ะ”

“มันก็เหมือนกัน อังเดรเกลียดเรื่องค้าฝิ่น เกลียดงานผิดกฎหมายทุกประเภท”

“ท่าทางจะคบค้าลำบาก”

“เราควรกำจัดมันออกจากเกมนี้ ไม่ทราบท่านเจ้าคุณพอมีวิธีหรือเปล่า”

แววตาเจ้าเล่ห์ของปีเตอร์ ทำให้พระยาประเสริฐ-ภักดีต้องคิดหนัก แต่สุดท้าย...เพื่อผลประโยชน์มหาศาล เลยส่งชดไปเจรจาว่าจ้างนักโทษเดนตาย คดีอุกฉกรรจ์ ต้องโทษถึงประหารไปลอบฆ่าอังเดรถึงคุกฝรั่ง!

บรรดาชาวคุกฝรั่ง...ไม่มีใครรู้ตัวว่าภัยจะมาถึงตัว โดยเฉพาะกล้ากับรื่น ที่ความสัมพันธ์ทำท่าจะไปได้ดี เพราะต่างฝ่ายต่างเห็นความดีของกันและกัน จนน่าจะเป็นเพื่อนได้ไม่ยาก

รื่นเห็นกล้านั่งมองผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยด้วยสายตาอ่อนโยน ก็อดชวนคุยไม่ได้

“เอ็งจำได้หรือเปล่า ที่เอ็งเคยบอกข้าเรื่องศักดิ์ศรี ถ้าจะตาย...ก็ขอตายอย่างมีเกียรติ คำพูดของเอ็งมันเสียดใจข้ามาถึงวันนี้ เอ็งนั่นแหละที่ป่วนให้ข้าคิดเรื่องหนีขึ้นมา”

“เอ็งหนีไม่พ้นหรอกไอ้รื่น สภาพแบบนี้ถ้าหนีไปก็ตายเปล่า”

“มันเสี่ยง แต่ก็คุ้ม สำหรับความเป็นไทที่รอข้าอยู่ข้างนอก ว่าแต่เอ็งเถอะ เอ็งไม่คิดหวังบ้างหรือไง”

ภาพในอดีตตอนพลอยมอบผ้าผืนน้อยเป็นรางวัลให้เขายังตราตรึงในหัวใจ กล้าถึงกับถอนใจยาว

“ข้ายังมีความหวัง ข้าฝันถึงความเป็นไทเสมอ พอๆกับที่ข้าฝันถึงใครบางคน...”

รื่นมองมาด้วยแววตาเห็นใจ แม้ไม่รู้แน่ว่าเจ้าของผ้าผืนน้อยคือใคร แต่เชื่อว่าคงมีความสำคัญกับกล้ามาก ถึงขั้นพกติดตัวและหยิบมาดูยามว่างเสมอ สองนักโทษตั้งท่าจะเข้านอนเหมือนคนอื่น แต่ไม่ทันขยับเปลี่ยนท่า เสียงปืนและเสียงเอะอะก็ดังมาจากนอกคุกเสียก่อน!

พวกนักโทษเดนตายบุกมาถึงคุกฝรั่งในคืนเดียวกันนั่นเอง และจัดการยิงอังเดร ซึ่งมารอรับนักโทษใหม่จากทางการด้วยตัวเอง เพราะเห็นว่าผิดเวลาไปมาก ฮิวโก้หัวเสียจัด ร้องสั่งให้ลูกน้องพานายพลใหญ่เข้า

ข้างในและตามหมอมาดูแล เลยเปิดโอกาสให้ผู้บุกรุกไปวางระเบิดห้องขัง หวังสังหารนักโทษให้ตายทั้งหมด

พวกกล้าและนักโทษบางส่วนรอดมาได้ และเตรียมตัวหนี รื่นกับสังข์ก็เช่นกัน กล้าไม่มีทางเลือก ต้องไปด้วย แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจ หวนไปช่วยพวกอังเดร

เหล่านักโทษเดนตายที่ถูกส่งตัวมาจากพระนคร ถูกกล้าจัดการจนหมอบ โดยมีรื่นกับสังข์ตามมาช่วยด้วย เพราะทำใจไม่ได้ ไม่อยากทิ้งกล้าให้สู้จนตัวตายคนเดียว อังเดรกับฮิวโก้ถึงกับทึ่งมาก โดยเฉพาะรายหลัง แต่ยังไม่ไว้ใจพวกกล้า ถึงขั้นยกปืนจ่อ หวังปลิดชีวิตทันที หากคิดตุกติก

“พวกแกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วนักโทษคนอื่นหายไปไหนกันหมด”

“คนอื่นหนีไปหมดแล้วนายฝรั่ง ไม่มีใครโง่เหมือนพวกฉันดอก”

รื่นตอบเสียงเรียบ แต่แฝงความนัยประชดกล้า ที่ตัดสินใจกลับมาช่วยพวกผู้คุม อังเดรมองมาด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ ก่อนจะยกมือห้ามไม่ให้ใครทำร้ายพวกกล้า ฮิวโก้จะค้าน แต่นายพลใหญ่ก็ส่งสายตานิ่งเงียบมาให้ เหมือนจะปรามในที และจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายผู้มีพระคุณของเขาทั้งนั้น

ooooooo

ความล้มเหลวของแผนการลอบสังหารอังเดร ทำให้ปีเตอร์หงุดหงิดมาก พระยาประเสริฐภักดีก็เสียหน้าไม่แพ้กัน แต่กระนั้นก็ยังแก้ตัวแบบขอไปที ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

ปีเตอร์ส่งเสียงในลำคอ ด้วยความไม่ชอบใจ “แหวกหญ้าให้งูตื่นแบบนี้ อาจมีคนสาวมาถึงเราก็ได้”

“โจรกลุ่มนั้นไม่รู้จักพวกกระผมดอกขอรับ ที่มันรับงานนี้ก็เพราะเห็นแก่อามิสสินจ้าง คุณปีเตอร์อย่าได้กังวล”

“พวกโจรทำตามแผนที่เราวางไว้ขอรับ มันระเบิดที่คุมนักโทษ ให้ดูเหมือนว่ามีการปล้นและแหกคุกที่นั่น”

คำบอกเล่าของชดกับยอดไม่ได้ทำให้ปีเตอร์สบายใจขึ้น กลุ้มกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะจนบัดนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเหล่านักโทษที่นั่นมีชะตากรรมเช่นใด แต่พระยาประเสริฐ–ภักดีกลับไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่

“ได้ข่าวว่านักโทษน่ะ ถ้าไม่ตายก็หนีไปหมดสิ้นแล้ว ไม่มีใครโง่กลับมาเป็นพยานซัดทอดพวกเราได้ดอก”

“หนีไปหมด...รวมถึงไอ้กล้า ศิษย์ของไอ้ทองอินด้วยหรือเปล่า”

บรรดาลูกน้องของพระยาประเสริฐภักดีได้แต่หลบตา ไม่มีใครยืนยันได้ว่ากล้าตายไปพร้อมกับคนอื่นๆ ปีเตอร์ได้แต่ถอนใจเหนื่อยหน่าย ก่อนจะถากถาง

“แม้แต่ไอ้กล้า ไอ้สังข์ ก็ยังไม่รู้ว่าตายหรือรอด งานนี้เสียเวลาหาประโยชน์อันใดไม่ได้จริงๆ”

พระยาประเสริฐภักดีโกรธมาก แต่ก็โวยวายไม่ได้ เพราะแผนของตนล่มไม่เป็นท่าจริง ได้แต่เก็บอาการอึดอัดไว้คนเดียว โดยไม่รู้เลยว่าบัว ซึ่งรับหน้าที่เสริฟอาหาร ผ่านมาได้ยินทุกอย่าง และมั่นใจมากว่าพ่อกับเพื่อนหนุ่ม ต้องรอดชีวิต...และเธอต้องหนีออกจากที่นี่ให้ได้!

แต่ก่อนจะได้หนทางหนีจากเหลาบุปผา บัวก็ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดจากกัปตันจอห์น ลูกค้าขาประจำที่เคยประมูลเธอได้เมื่อคราวก่อน ที่พยายามลวนลามและพยายามทวงสิทธิ์ มิ่งผ่านมาเห็นก็เลือดหึงขึ้นหน้า จัดการใช้แม่ไม้มวยอัดกัปตันจอมหื่นเสียน่วม ปีเตอร์เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง แต่ไม่ห้าม แถมตกรางวัลให้อดีตครูมวยอย่างงาม

เหมยมองมาด้วยความสงสัย แม้จะเห็นด้วยว่ามิ่งมีฝีมือ แต่เมื่อปีเตอร์ เจ้าของเหลาและคู่ขาประจำเสนอให้มิ่งต่อกรกับกล้า ก็อดแปลกใจไม่ได้ แต่เพียงไม่นาน ก็รู้เท่าทันความคิดเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่าย

“นายท่าน...เห็นทีจะหวังพึ่งนายมิ่งเป็นไม้กันหมา”

“เธอดูออกด้วยหรือเหมย...ใช่...ฉันยอมรับว่าผวาไม่หาย ฉันยังจำตอนไอ้ทองอินบุกมาฆ่าฉันได้”

“แล้วนายท่านเชื่อเหรอคะ ว่านายมิ่งจะต้านนายกล้าอยู่มือ”

“อีกไม่นานก็รู้ เพราะไอ้กล้ามันต้องมาหาฉันแน่!”

การคาดเดาของปีเตอร์เป็นจริงในอีกไม่กี่วันต่อมา เมื่ออังเดรตัดสินใจปล่อยตัวกล้า รื่นและสังข์ พร้อมมอบทองจำนวนหนึ่งให้ ทดแทนบุญคุณที่ทั้งสามวกมาช่วยชีวิต

“ฉันไม่อยากเป็นหนี้ชีวิตใคร ทองถุงนี้นายเอาไปใช้จ่ายเป็นค่าเดินทาง”

พวกกล้าถึงกับอึ้ง และต้องตะลึงงันกว่าเดิม เมื่ออังเดรจะออกจดหมายรับรองการพ้นโทษให้ด้วย ฮิวโก้ซึ่งต้องรับคำสั่งแบบไม่เต็มใจนัก ได้แต่มองมานิ่งๆ จนเมื่อนักโทษทั้งสามลาจาก จึงได้หันไปพูดกับนายพลใหญ่

“กระผมไม่เคยเห็นท่านละเมิดกฎมาก่อน”

“เขาย้อนกลับมาช่วยพวกเราเพราะคุณธรรม...ฮิวโก้ นั่นคือสิ่งที่เหนือกว่ากฎเกณฑ์และเหตุผล”

อังเดรมองตามอดีตนักโทษทั้งสามด้วยแววตานิ่งสงบ ก่อนจะหันไปถามลูกน้องคนสนิท ว่าส่งสารบอกเรื่องการบุกรุกคุกเพื่อลอบสังหารเขาให้กงสุลเบอร์นาร์ดในพระนคร ฮิวโก้พยักหน้ารับ และบอกว่าส่งโทรเลขแล้วเมื่อเช้า...

ooooooo

เอียดเริ่มสืบเรื่องบัว จนรู้ว่าอีกฝ่ายไปทำงาน

ในเหลาบุปผา เมื่อพลอยรู้เรื่อง ก็ร้อนรนด้วยความเป็นห่วง เพราะได้ยินจากโชติ ว่าเหลาบุปผาไม่ใช่แค่ร้านอาหารชื่อดังธรรมดา แต่เป็นซ่องดีๆนี่เอง!

โทรเลขแจ้งข่าวการบุกรุกคุกของอังเดรถึงมือกงสุลเบอร์นาร์ดในอีกไม่กี่วันต่อมา โดยมีจีนหยง ซึ่งถูกเรียกตัวมารับรู้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมื่อกงสุลใหญ่มั่นใจว่าเรื่องบุกรุก ต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง

“ฉันคิดว่าการจลาจลที่เกิดขึ้นเป็นแค่แผนอำพรางของคนร้าย แต่เป้าหมายแท้จริงของพวกมันคือสังหารอังเดร”

“เพราะตำแหน่งว่าที่กงสุลหรือขอรับ”

“คนที่รู้เรื่องนี้มีแค่นาย ฉัน แล้วก็ปีเตอร์”

“ถ้างั้นก็ต้องเป็นไอ้ปีเตอร์แน่นอน ท่านจะให้ผมจัดการมันเลยไหมขอรับ”

“ยังไม่ใช่ตอนนี้ ฉันเพิ่งออกคำสั่งให้อังเดรมารับตำแหน่งที่พระนคร รอให้ทุกอย่างเข้าที่ ค่อยคิดบัญชีกับมัน”

จีนหยงพยักหน้ารับคำสั่ง และก่อนจะได้พูดคุยเรื่องอื่นๆ กัปตันจอห์นก็โผล่มา พร้อมข้อเสนอให้กงสุลใหญ่กับเจ้าของโรงฝิ่นลงทุนร่วม นำมาร์คัส นักต่อสู้ฝรั่ง ผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ใคร มาเปิดสังเวียนท้าสู้ชิงเงินรางวัล

“ใต้เท้า...มาร์คัสทำเงินได้มากมายที่เมืองจีน ที่พม่า ถ้าใต้เท้าจะกรุณา ผมก็ยินดีแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้อย่างงาม”

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของกัปตันจอห์น ทำให้กงสุล เบอร์นาร์ดกับจีนหยง มั่นใจว่าเวทีท้าสู้ของมาร์คัส ต้องไม่ใช่แค่มหรสพเพื่อความสนุกสนานและชิงเงินรางวัลก้อนโตธรรมดา แต่เป็นการพนันครั้งใหญ่เพื่อกำไรมหาศาลแน่!

ฝ่ายพวกกล้า...เดินเท้าออกจากคุกฝรั่งได้พักใหญ่ จนอีกไม่กี่วันจะถึงพระนคร สังข์ตื่นเต้นมาก จะได้พบลูกสาวอีกครั้ง เช่นเดียวกับรื่น ที่หวังจะไปเริ่มชีวิตใหม่ในเมืองหลวง ต่างจากกล้า ยังคิดไม่ออกว่าจะทำเช่นไรต่อไป แต่ที่แน่ๆเขาจะไม่สู้มวยกับใครอีกแล้ว รื่นกับสังข์ฟังแล้วนิ่วหน้า ไม่เข้าใจ

“พอกันที...ครูทองอินพูดถูก วิชามวยไม่ได้ทำให้ชีวิตข้าดีขึ้นเลย ต่อไปนี้ข้าจะไม่ชกกับใครอีก”

“ก็ไหนเอ็งบอกว่าเรียนมวยเพื่อจะได้ต่อสู้ และได้อยู่อย่างมีศักดิ์ศรีไงวะ” รื่นถามขึ้น

“ใช่...เอ็งก็เคยบอกข้าเหมือนกัน ว่าไม่อยากหนีใครเหมือนตอนเป็นทาส” สังข์ท้วงตาม

“ลุงก็ดูสภาพฉันตอนนี้สิ สู้แล้วได้อะไรขึ้นมา ฉันกลายเป็นพวกเดนคุก ไม่มีที่ซุกหัวนอน ไม่มีหน้าจะไปพบคนที่ตัวเองรัก ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันยอมเป็นทาสขี้แพ้เหมือนเดิมยังดีซะกว่า”

พูดจบก็หนีไปนั่งปลงตกตามลำพังเหมือนเคย ก่อนจะหยิบของขวัญแทนใจของพลอยมาดู ความเศร้าและความน้อยเนื้อต่ำใจถาโถม จนอดีตนักโทษหนุ่มต้องกลั้นน้ำตา

“คุณพลอย...ไอ้กล้าจะชดเชยบาปกรรมที่ก่อไว้ยังไง มันถึงจะสาสมกับความเกลียดที่คุณพลอยมีต่อไอ้กล้า”

ทันใดนั้นเอง...อดีตนักโทษทั้งสามก็ต้องสะดุ้งสุดตัวพร้อมกัน เมื่อเห็นว่าตรงท่าน้ำที่ไปนั่งพักแรม มีเรือแล่นผ่านมา รื่นไม่รอช้า ช่วยกันกับสังข์โบกเรียกให้เจ้าของเรือจอดเทียบท่า และขอติดเรือไปพระนครด้วย

อาเล้ง...เจ้าของเรือมองชายแปลกหน้าทั้งสามด้วยแววตาไม่ไว้ใจ ก่อนจะยิ้มตาพราว เมื่อกล้าส่งทองดิบให้หนึ่งเม็ด แลกกับการพาพวกเขาไปส่งถึงพระนคร

อาเล้งกุลีกุจอรับทั้งหมดขึ้นเรือ แล้วเสนอสิ่งที่มากกว่าพาไปส่งถึงพระนคร คือจะหางานให้ด้วย เพราะตนเป็นคนกว้างขวาง รู้จักคนในเมืองเยอะ

ooooooo

หลังจากคิดหนักอยู่นาน ในที่สุดพลอยก็ตัดสินใจจะช่วยไถ่ตัวบัว เพื่อเห็นแก่ความเป็นเพื่อนตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อกุหลาบทราบเรื่อง ก็ไม่เห็นด้วย คัดค้านอย่างหนักเพราะผูกใจเจ็บ

“เหลวไหล...ลูกจะช่วยเหลือนังบัวทำไม ลืมไปแล้วหรือ ว่าพวกมันเคยทำให้ครอบครัวเราต้องเดือดร้อน”

“แต่มันไม่ยุติธรรมนะคะคุณแม่ ความผิดของบัวไม่เห็นควรจะต้องรับโทษแบบนี้”

“สมน้ำหน้ามัน ไปเป็นนางบำเรอน่ะดีแล้ว จะได้หยามไอ้กล้ากับตาสังข์ ให้มันแค้นใจเล่น”

“คุณแม่...ถึงยังไงบัวก็เป็นเพื่อนของลูกนะคะ”

“แม่ดูคนออกนะพลอย คนอย่างนังบัว มันคบค้าไม่ได้ แม่ไม่ช่วยมันเด็ดขาด”

กุหลาบจะเดินหนี แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อพลอยโพล่งขึ้นเสียงเครียด

“แน่หรือคะที่ว่าคุณแม่ดูคนออก แล้วคนที่คุณแม่คบค้าตอนนี้ คุณแม่รู้จริงหรือคะว่าเขาเป็นคนยังไง”

น้ำเสียงแข็งกร้าวและคำถามแปลกๆของลูกสาว ทำให้กุหลาบอึ้งไป ไม่ทันขยับปากถาม พลอยก็พูดต่อ

“คุณแม่ไม่เห็น แต่พลอยเห็น พระยาประเสริฐของคุณแม่ ความจริงเขา...”

พระยาประเสริฐภักดีกับชดผ่านมาได้ยิน เลยขัดขวางไว้ได้ทันเวลา พลอยซึ่งแม้จะมั่นใจว่าญาติสนิทฝ่ายพ่อโกงทรัพย์สินของที่บ้านแน่ แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานมากพอจะจับส่งทางการ เลยได้แต่อ้ำอึ้ง

และเมื่อพระยาประเสริฐภักดีได้รู้ความจริงจากชดว่า คุณหนูคนสวยแอบเข้ามาค้นจนเจอสมุดบัญชีทั้งสองเล่มเมื่อหลายวันก่อน พระยาหนุ่มใหญ่ก็ได้แต่ถอนใจยาว

“หนูพลอยไม่ใช่คนไร้การศึกษา จะตบตาเธอไม่ใช่ของง่าย”

“ถ้าปล่อยไว้ เราจะทำงานลำบากนะขอรับ กระผมว่าให้คุณโชติรีบรวบหัวรวบหางจะดีกว่า”

“ไอ้บ้า...ข้าเป็นถึงพระยานาหมื่น จะให้ลูกชายทำแบบนั้นได้ยังไง”

“ยังไงก็ต้องหาวิธีล่ะขอรับท่านเจ้าคุณ เพราะถ้าเป็นทองแผ่นเดียวกันเมื่อไหร่ ปัญหาจะได้ยุติสักที”

ขณะที่พระยาประเสริฐภักดีคิดหนักเรื่องพลอย มิ่งก็เพิ่งรู้ความจริงจากทิว ว่าหลุดปากบอกเอียด เรื่องบัวทำงานในเหลาบุปผา และเมื่อพลอยรู้ ก็จะมาเอาตัวบัวไปอยู่ด้วย

มิ่งร้อนใจมาก ไม่อยากให้บัวไปไหน เลยตัดสินใจจะรวบหัวรวบหาง บัวยังไม่รู้ตัวว่าจะมีภัยถึงตัวหอบข้าวปลาอาหารไปให้อาเหวิน ก่อนจะขอร้องให้เขาพาหนีอีกรอบ

“ตอนนี้ฉันได้ข่าวว่าพ่อกับพวกฉันเป็นอิสระแล้ว ดังนั้น...ฉันก็ไม่จำเป็นต้องทนอยู่ที่นี่”

“แล้วจะหนีไปไหนพ้นล่ะเจ๊ คราวก่อนเจ๊ยังไม่เข็ดอีกหรือไง”

“นี่แปลว่านายจะไม่ช่วยฉัน”

“ไม่ใช่อย่างนั้น แต่ว่า...แผนอื่นไม่มีหรือเจ๊ อย่างเช่น...แทนที่จะหนีไปจากพระนคร ทำไมเจ๊ไม่หนีไปกบดานกับคนรู้จักซะล่ะ ทำนองว่าหาคนบุญหนักศักดิ์ใหญ่มาคุ้มกะลาหัวไงเจ๊ เออจริงด้วย...ก็คุณหนูคนที่เจ๊ช่วยไว้คราวก่อนไง ที่ชื่อคุณพลอยน่ะ อีเป็นเพื่อนเจ๊ไม่ใช่หรือ”

“เมื่อก่อนเคยเป็น แต่เดี๋ยวนี้...ฉันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน”

บัวถอนใจยาว ไม่แน่ใจว่าพลอยจะยอมช่วย ไม่รู้เลยว่ามิ่งกับทิวแอบได้ยินทุกอย่าง และเข้าใจกันเองว่าเพราะอาเหวินเอาเรื่องกล้ากับสังข์ออกจากคุกมาบอก บัวเลยคิดหนีอีกครั้ง...

ooooooo

ในที่สุดพระยาประเสริฐภักดีก็คิดวิธีจัดการกับพลอยได้ ด้วยการตลบหลัง ใช้โชติเป็นเครื่องมือ เอาเงินค่าไถ่ของบัวไปให้หลานสาว พลอยถึงกับไปไม่ถูก ไม่คิดว่าพระยาหนุ่มใหญ่จะมาไม้นี้ ต่างจากกุหลาบ ปลาบปลื้มยินดีแทนลูกสาวมาก ตามไม่ทันเล่ห์กลของญาติสนิทสามีเหมือนเคย

“ไงล่ะแม่คุณ...เห็นไหมว่าคุณลุงเขาดีกับเรา

แค่ไหน ขนาดข้าเก่าเต่าเลี้ยงของเรา ท่านยังอุตส่าห์ยื่นมือช่วย แล้วเราน่ะ คิดยังไงถึงได้ระแวงคุณลุงท่าน”

“คุณแม่คะ...ถึงเรื่องนี้พลอยจะไม่มีหลักฐาน แต่พลอยก็ไม่วางใจง่ายๆดอกค่ะ สักวันพลอยจะพิสูจน์ให้ได้”

ขาดคำก็จะผละไป แต่กุหลาบก็รั้งไว้ ด้วยคำพูดที่ทำให้ลูกสาวพูดไม่ออก

“หญิงงามกับสมบัติพัสถานน่ะ ใครๆก็อยากได้ มันธรรมดานะลูก มันเป็นหน้าที่ผู้หญิงอย่างเรา ต้องหาคนดูแลที่คู่ควร” พลอยถึงกับอึ้ง แต่กุหลาบก็ไม่สนใจ พูดต่อ “หรือว่าไม่จริง...ลูกคิดว่าจะมีผู้ชายที่ไหน ไม่สนใจทรัพย์สินเงินทองของเรา มันก็ตะเภาเดียวกันนั่นแหละ ดังนั้น...ต่อให้ข้อที่ลูกระแวงเกี่ยวกับคุณลุงจะเป็นจริง แม่ก็ไม่สน!”

กุหลาบเดินไปแล้ว ทิ้งพลอยให้ทรุดนั่งบนเตียงอย่างอ่อนแรง ในหัวเต็มไปด้วยภาพความทรงจำเก่าๆ สมัยที่กล้าช่วยชีวิตเธอไว้หลายครั้ง โดยไม่เคยขอรางวัลใดๆเป็นของตอบแทน

“คุณแม่...ลูกไม่ได้ต้องการผู้ชายที่คู่ควร แต่ลูกต้องการแค่คนที่ลูกไว้ใจได้”

พวกกล้ามาถึงพระนครในเช้าวันต่อมา บรรยากาศพลุกพล่าน วุ่นวายไปด้วยผู้คน ทำให้ตื่นตาตื่นใจได้ชั่วขณะ โดยเฉพาะสังข์กับกล้า เพราะกำลังเป็นกังวลว่าจะเจอตัวบัวที่ไหน

เช้าวันเดียวกันที่โรงครัวเหลาบุปผา...บัวลงมือหุงหาอาหารเหมือนเคย ก่อนจะต้องผงะ เมื่อมิ่งซึ่งหึงหวงจนเลือดขึ้นหน้า บุกมาเอาเรื่องเพราะคิดว่าเธอเตรียมอาหารไปให้อาเหวิน

“ทำไมวะ ข้าน่ารังเกียจนักหรือไง เมื่อก่อนเอ็งก็หลงไอ้กล้า พอมาเดี๋ยวนี้ เอ็งก็ไปทอดเสน่ห์ให้ไอ้จีนลากรถ”

“อย่ามาพูดพล่อยๆนะพี่มิ่ง ฉันกับอาเหวินไม่ได้มีอะไรกัน”

“แต่ข้าเห็นเอ็งดอดไปพลอดรักกับมัน เอ็งหยามข้าอีบัว”

“ใครหยามใครกันแน่ พี่ต่างหากที่กำลังพูดจาดูหมิ่นฉัน เลิกกวนใจฉันสักที เพราะยังไงฉันก็ไม่รักพี่หรอก”

ขาดคำก็ผลักอีกฝ่ายจนข้าวของหล่นกระจายเต็มพื้น แล้วจะเดินหนี แต่มิ่งก็ตามไปกระชากตัวไว้

“อีบัว...มึงกล้าดียังไงมาผลักกู อีขี้ครอก!”

“เออนังบัวมันขี้ครอก แต่ก็ยังมีศักดิ์ศรีกว่าแมงดาอย่างพี่ละกัน เกาะชายผ้าผู้หญิงหากิน”

“จองหองนักนะมึง คิดเหรอว่ามีใครช่วยมึงได้ วันนี้ล่ะ...กูจะทำให้มึงเป็นของกู!”

มิ่งกอดปล้ำจูบด้วยความหื่นกระหาย บัวดิ้นรนขัดขืนและตบหน้าเขาฉาดใหญ่ เลยถูกต่อยท้องน้อยจนทรุดฮวบ

“หมดลายแล้วสิมึง หนนี้ล่ะกูจะทวงแค้นของกูให้สาสม”

บัวน้ำตาไหลพราก กัดฟันรวบแรงเฮือกสุดท้าย คว้าดุ้นฟืนแถวนั้นฟาดเต็มแรงแล้ววิ่งหนี มิ่งถลาตาม

แต่เสียงเอะอะของทั้งสองก็ทำให้ปีเตอร์ต้องรีบมาดู

บัวฟ้องว่ามิ่งจะข่มเหง แต่อีกฝ่ายก็ตอกกลับอย่างหน้าไม่อาย ว่าบัวโกหกและคิดหนี เขาแค่พยายามห้าม อดีตบ่าวสาวสุดจะทน สะบัดตัวออกแล้วหนีออกจากเหลาไปเลย

ooooooo

บัววิ่งหนีออกจากเหลาบุปผาอย่างไม่คิดชีวิต อาเหวินซึ่งเพิ่งส่งลูกค้าเสร็จเห็นเข้าพอดี เลยรีบตามไปช่วย จังหวะเดียวกัน...พวกกล้าก็ผ่านมาแถวนั้น และกำลังหูผึ่งเมื่อได้ยินประกาศการประลองกับมาร์คัส นักมวยต่างชาติ ผู้ไม่เคยแพ้ แลกกับเงินพนันก้อนโต

อาเหวินตามบัวทันจนได้ เวลาเดียวกับที่บัวเห็นสังข์กับกล้า เลยพยายามร้องเรียก แต่อาเหวินกลัวเรื่องไปกันใหญ่ เลยลากตัวหญิงสาวไปซ่อนตัวอีกทางจนได้ แต่ไปได้ไม่ไกลก็ถูกมิ่งกับทิวตามมาดักหน้า

“ตามข้ากลับไปดีกว่านังบัว ถ้าไม่อยากตาย”

“ไม่...อีบัวยอมตาย แต่ไม่ขอเป็นทาสใครอีกแล้ว”

มิ่งโกรธมาก ย่างสามขุมเข้าหา อาเหวินรีบไปขวาง

“อย่าเข้ามานะ ถ้าใครแตะต้องเจ๊บัวล่ะก็ อั๊วจะฆ่ามัน”

มิ่งหัวเราะสะใจ ก่อนจะเย้ย “นี่เอ็งคงจะหลงนังบัวมากสิท่า ถึงได้ยอมเอาชีวิตมาแลกแบบนี้ ก็ได้...

ในเมื่อเอ็งอยากได้มัน ข้าจะให้โอกาสเอ็ง เข้ามาเลยไอ้ลูกหมา ภายในสามหมัด ถ้ากูคว่ำมึงไม่ได้ มึงพาอีบัวไปเลย!”

บัวพยายามห้าม ไม่อยากให้สู้ แต่อาเหวินก็ใจเด็ด เงื้อหมัดโผหามิ่งเต็มแรง แต่เพราะไม่มีวิชา เลยถูกซัดกลับจนน่วม แทบลุกไม่ขึ้น สุดท้าย...บัวก็ถูกพวกมิ่งลากกลับไปเหลาบุปผา โดยทิ้งหนุ่มลากรถไว้เบื้องหลัง

พวกกล้ายังไม่รู้ว่าบัวกำลังตกอยู่ในอันตราย มัวแปลกที่ เมื่ออาเล้งพาไปพักด้วยที่บ้าน ระหว่างกำลังขยับ ขยายหางาน แต่ไม่ทันที่สามหนุ่มจะได้พัก อาเล้งก็ต้องออกไปช่วยอาฉ่างกับอาเฉียงตามหาหนุ่มลากรถรุ่นน้องเสียก่อน...

อาเหวินนั่นเอง หนุ่มลากรถที่หายตัวไป อาฉ่าง กับอาเฉียงพยายามตามหาเท่าไหร่ก็ไม่พบ เลยต้องไปขอความช่วยเหลือจากอาเล้ง ส่วนบัว...ไม่มีแก่ใจจะคิดเรื่องอาเหวิน เพราะตัวเองก็เอาชีวิตแทบไม่รอด ถูกปีเตอร์จับผูกบนขื่อ

“นังสารเลว...ฉันอุตส่าห์ให้โอกาสแก รักษาแผลที่หน้าแกจนหาย แต่สุดท้าย...แกก็หักหลังฉันอีกจนได้ ถ้าคราวนี้แกไม่ยอมขายตัวอีกล่ะก็ รับรองได้ตายโหงแน่”

“ไอ้ฝรั่งชั่ว...แกฝันไปเถอะ รู้ไว้นะ...ตอนนี้พี่กล้ามาถึงพระนครแล้ว อีกไม่นานพี่กล้าต้องมาช่วยฉันแน่”

บัวถูกทำโทษให้อดข้าวอดน้ำจนกว่าจะยอมขายตัว ส่วนมิ่งกับทิวได้ตกรางวัลจำนวนไม่น้อย เมื่อเจ๊คิ้มกลับมาจากข้างนอกก็ถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นสภาพอดีตบ่าวสาว แต่ไม่ทันซักถามอะไร ก็ต้องรีบออกไปอีกรอบ เมื่อมีคนมาแจ้งว่าอาเหวิน น้องชายคนเดียวหายตัวไป!

อาฉ่างกับอาเฉียงตามหาอาเหวินจนเจอ แต่อาการก็ไม่ดีเลย สองหนุ่มลากรถรุ่นพี่เลยต้องหามไปหาอาเล้ง พวกกล้าจำหน้าอาเหวินได้ เพราะวิ่งสวนกันเมื่อตอนกลางวัน แต่ยังไม่มีเวลาซักถามว่าใครเป็นใคร เพราะกล้าต้องลงมือช่วยรักษาแผลช้ำในห้อเลือดให้เสียก่อน

กว่าเจ๊คิ้มจะตามมาเจอน้องชาย กล้าก็พอกยาและพันแผลให้อาเหวินเรียบร้อย แม่เล้าสาวใหญ่ซาบซึ้งใจมาก โดยเฉพาะกับรื่น เพราะประทับใจในความหล่อ จนหนุ่มๆบ้านอาเล้งถึงกับทำหน้าไม่ถูก...
ooooooo

เวทีท้าประลองชิงเงินรางวัลก้อนโตถูกจัดขึ้นอีกไม่กี่วันต่อมา มีนักสู้ท้องถิ่นขึ้นสู้หลายคน แต่ก็สู้มาร์คัสผู้ไม่เคยพ่ายไม่ได้ จีนหยงแวะมาดูการประลองแล้วพอใจมาก กัปตันจอห์นเลยถือโอกาสปะเหลาะเอาใจะพาไปเลี้ยง หัวหน้านักเลงจีนเลยเสนอให้ไปกินดื่มที่เหลาบุปผากัปตันจอห์นมีสีหน้าอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด

จีนหยงเลยตบบ่าให้กำลังใจ

“มีมาร์คัสอยู่ด้วยทั้งคน ไม่อยากล้างอายหน่อยเหรอกัปตัน”

ฟากเหลาบุปผา...ไม่มีใครคิดว่ากัปตันจอห์นจะมาเอาคืน โดยเฉพาะมิ่ง มัวเฝ้ามองบัวที่อดข้าวอดน้ำมาหลายวันด้วยความเป็นห่วง เพราะแม้จะโกรธที่อีกฝ่ายไม่เคยรับรัก แต่ก็ไม่ใจร้ายขนาดอยากให้ตาย

แต่ไม่ทันที่อดีตครูมวยจะได้ทำอะไร ก็มีคนมาตามไปรับหน้ากัปตันจอห์นเสียก่อน ที่วันนี้ดูกร่างกว่าเคย เพราะมีจีนหยงกับมาร์คัสมาด้วย ท่าทางอาฆาตแค้นของกัปตันจอห์น ไม่ได้ทำให้มิ่งหวั่นเกรงแต่อย่างใด จนเมื่อได้ปะทะกับมาร์คัส ถึงได้รู้ว่าตัวเองคิดผิด!

มิ่งพยายามสู้เต็มกำลัง แต่ก็สู้แรงมหาศาลของมาร์คัสไม่ได้ ถูกอัดแทบลุกไม่ขึ้น ทิวกับสมุนปีเตอร์จะชักปืน กัปตันจอห์นเลยโบกมือ พร้อมตะโกนสั่งมาร์คัส

“พอได้แล้วมาร์คัส...ขอบใจมากที่แก้แค้นให้ฉัน”

“ฝากไปบอกไอ้ปีเตอร์ด้วยว่า ถ้ามันข้องใจเรื่องนี้ล่ะก็ เชิญไปหาอั๊วที่โรงฝิ่นได้ทุกเมื่อ!”

จีนหยงเสริมเสียงเหี้ยม ก่อนจะพากันออกไป ทิ้งพวกมิ่งให้มองตามด้วยแววตาแค้นจัด เจ็บใจเหลือเกินที่พลาดท่าถูกอัดให้ขายหน้าทั้งบาง...เสียชื่อครูมวยแห่งเวียงสิงห์หมด!

ความดีของพวกกล้าที่ช่วยรักษาอาการช้ำในให้อาเหวิน ได้รับการตอบแทนในเวลาต่อมา เจ๊คิ้มให้คนนำรถลากมาให้กล้ากับรื่น โดยมีอาฉ่างกับอาเฉียงช่วยสอนงาน ส่วนสังข์...เจ๊คิ้มก็ฝากงานให้ช่วยอาเล้งทำครัวขายข้าวต้ม

กล้ากับรื่นเริ่มงานวันแรกด้วยความตื่นเต้น บทเรียนของอาฉ่างกับอาเฉียง ไม่มีอะไรมาก นอกจากดูแลและเอาใจใส่ลูกค้าให้ดีเท่านั้น แต่เพราะขาดประสบการณ์ สองหนุ่มจากเวียงสิงห์เลยเริ่มต้นวันได้ไม่ดีนัก ถูกลูกค้าด่าเปิง เพราะเร่งลากมากเกินไป ข้าวของลูกค้าเสียหายหมด

หลังจากผ่านวันทำงานลากรถอันแสนลำบาก

อาฉ่างกับอาเฉียงก็พาหนุ่มๆจากเวียงสิงห์ไปนั่งพัก แต่ระหว่างทางดันผ่านหน้าเหลาบุปผา กล้าเลยของขึ้น เมื่อได้ยินว่าเจ้าของเหลาคือปีเตอร์!

ooooooo

กล้าจะบุกเดี่ยวไปช่วยบัว และล้างแค้นปีเตอร์ให้ทองอิน รื่นต้องตามไปกระชากตัวไว้ แต่กล้าซึ่งกำลังหัวเสียก็ผลักออก รื่นโมโหมาก แต่ก็ต้องพยายามระงับอารมณ์และเตือนสติเพื่อนเสียงเข้ม

“เอาสิ...เอาเลย ถ้าเอ็งอยากเข้าคุกอีกรอบก็เชิญ แต่ข้าไม่เอาด้วยหรอกโว้ย ทำแบบนี้แล้วมันได้อะไรขึ้นมา ถ้าเอ็งเกิดตายโหงตรงนี้ แล้วใครจะช่วยนังบัว ใครจะดูแลตาสังข์ แล้วศักดิ์ศรีที่เอ็งคร่ำครวญหามันจะเหลืออะไร ถ้าศพเอ็งต้องกองอยู่ข้างถนน อยู่หน้าซ่องโสเภณีแบบนี้”

คำพูดของรื่นทำให้กล้าได้สติ ขอโทษเสียงอ่อน รื่นไม่ถือสา แถมให้กำลังใจ

“โอกาสหน้ายังมีไอ้กล้า ดูลาดเลาก่อนเถอะ แล้วข้าจะบุกไปพร้อมเอ็ง”

จดหมายรับรองการพ้นโทษของพวกกล้ามาถึงมือกงสุลเบอร์นาร์ดในอีกหลายวันต่อมา เมื่อปีเตอร์ทราบเรื่องก็โกรธมาก และไม่รอช้าจะไปเอาเรื่อง แต่กงสุลใหญ่กลับไม่ยี่หระ แถมตอกเสียงเรียบ

“อังเดรเห็นว่าพวกนายกล้าไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหา แถมเขายังมีความดีความชอบจากการช่วยชีวิตทหารในค่ายตอนที่เกิดการปล้น ที่สำคัญ...อังเดรยังทักท้วงด้วยว่า คุณมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินคดีพวกนี้”

“กระผมทำงานรับใช้ประเทศเจ้าอาณานิคมด้วยความภักดี เช่นเดียวกับเขา และเช่นเดียวกับท่าน”

“แต่คุณไม่มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการคุณปีเตอร์ หน้าที่ของคุณคือเป็นหูเป็นตาให้เรา...ไม่ใช่มาก้าวก่าย”

รอยยิ้มเย้ยหยันของกงสุลใหญ่ ทำให้ปีเตอร์แค้นแทบกระอัก เลยจะใช้บัวเป็นตัวล่อให้กล้าปรากฏตัว มิ่งได้ยินก็ร้อนรนด้วยความเป็นห่วงบัว และตัดสินใจเด็ดขาด จะให้พลอยมานำตัวบัวออกจากเหลาบุปผา!

ด้านพลอย...ขอร้องให้โชติไปพูดกับพ่อ ช่วยเจรจากับปีเตอร์เรื่องไถ่ตัวบัว แต่พระยาประเสริฐภักดีเห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระ เลยไล่ให้ลูกชายไปจัดการด้วยตัวเอง ชดได้แต่นั่งฟังด้วยสีหน้านิ่งสงบ รออย่างใจเย็น จนกระทั่งโชติผละไปแล้ว พระยาหนุ่มใหญ่ก็โพล่งออกมาอย่างเหลืออด

“ไอ้ลูกชายคนนี้ มันขุนไม่ขึ้นจริงๆ เรียนจบเมืองนอกเมืองนาแท้ๆ ทำไมหัวสมองถึงมีแต่ขี้เลื่อยวะ”

“คุณโชติเป็นคนใจอ่อนขอรับท่านเจ้าคุณ แต่ในสถานการณ์เยี่ยงนี้ กระผมเห็นว่าจะพานทำให้เสียงานใหญ่”

“ถ้างั้น...เอ็งเห็นทางแก้ไขยังไงบ้างไอ้ชด”

“ท่านเจ้าคุณต้องเซ็นใบเบิกทางให้คุณโชติขอรับ...”

ขณะที่บัวมีความหวังได้ออกจากเหลาบุปผา อาการของอาเหวินกลับไม่ดีขึ้น จนเจ๊คิ้มเริ่มร้อนใจ อาเล้งแนะให้พาไปหาหมอ เพราะกล้าเคยบอกว่าตำรับยาของเขาแค่ช่วยบรรเทาอาการช้ำเท่านั้น แต่เจ๊คิ้มก็ไม่มีปัญญา เพราะค่าหมอแพงเหลือเกิน แต่ไม่กี่อึดใจก็เบิกตาโพลง เพราะเพิ่งนึกออกว่ามีหมอเทวดาในเมือง

“อั๊วไม่รู้ชื่อ แต่ลูกค้าของอั๊วเคยเล่าให้ฟัง พวกชาวบ้านเรียกอีว่าท่านเตี่ย”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement