ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 5 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 5


10 ต.ค. 2560 16:58
1,493,522 ครั้ง

ละคร นิยาย ชาติพยัคฆ์

ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 5

อ่านเรื่องย่อ

ชาติพยัคฆ์

แนว:

พีเรียด-แอคชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ

บทโทรทัศน์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ/ฉัตรชัย เปล่งพานิช

กำกับการแสดงโดย:

โชติรัตน์ รักษ์เริ่มวงษ์

ผลิตโดย:

บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

จรณ โสรัตน์,นิษฐา จิรยั่งยืน

บัวหลบอยู่บ้านอาเหวินจนเช้า รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เลยไม่ทันระวังตัว ว่าอาฉางกับอาเฉียง คนลากรถรับจ้าง รุ่นพี่ของอาเหวินจะผ่านมาพบ และเอาไปลือจนเข้าหูเจ๊คิ้มกับปีเตอร์

เจ๊คิ้มกับปีเตอร์ไม่รอช้า บุกไปจับตัว บัวเลยได้รู้ความจริงว่าอาเหวิน แท้จริงคือน้องชายคนเดียวของเจ๊คิ้ม อดีตบ่าวสาวบ้านพระพิสุทธิ์มนตรี โกรธมาก เข้าใจผิด คิดว่าเขาเป็นพวกเดียวกัน เลยขัดขืนการจับกุม ถึงขั้นขู่จะฆ่าตัวตาย แต่สุดท้ายก็ถูกพวกปีเตอร์จับไปจนได้

ฝ่ายกล้า...หายจากอาการบาดเจ็บ ก็ถูกส่งตัวไปขุดทองในเหมืองเหมือนชาวคุกคนอื่น สังข์ดีใจมาก แต่ก็อดเป็นกังวลไม่ได้ กลัวใจรื่นกับแผนจะไม่รามือ ลงไม้ลงมือกับกล้าจนถึงชีวิตอีก

ระหว่างที่พวกนักโทษเขม่นกันแทบแย่...เหล่าคนคุม โดยเฉพาะอังเดรกับฮิวโก้ กลับไม่มีแก่ใจสนใจมากนัก มัวพะวงกับสถานการณ์ปากท้องมากกว่า ที่ทำท่าจะต้องอดตายกันทั้งนักโทษ ทั้งคนคุม

“เราควรเอาทองพวกนั้นไปขาย”

“ไม่ฮิวโก้...นายก็รู้ว่าทำไมฉันถึงถูกย้ายมาที่นี่ ฉันยอมถูกเพื่อนร่วมงานเขม่น แต่ไม่ยอมทุจริตแน่”

“ผมรู้...ว่าท่านมือสะอาดและไม่กินสินบน แต่ว่ากระเพาะของพวกเรากำลังจะว่างเปล่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องหาอะไรกิน ก่อนจะอดตายกันหมด”

น้ำเสียงจริงจังของฮิวโก้ ทำให้เหล่าผู้คุมพลอยเครียด ส่วนอังเดรต้องคิดหนัก สุดท้ายก็โพล่งออกมา

“เราควรทำอย่างที่เคยทำ เหมือนตอนไอ้ทองอินยังมีชีวิต”

“สนามมวยเถื่อนคือทางออกดีที่สุด ผมเชื่อว่านักโทษใหม่ที่ชื่อกล้า จะต้องทำได้”

ข้อเสนอของฮิวโก้ ทำให้อังเดรลำบากใจ เพราะไม่อยากหวนไปเดินทางนั้นอีกแล้ว

ค่ำคืนของชาวคุกผ่านไปอย่างเชื่องช้าและแสนทรมาน ไหนจะข้าวปลาอาหารที่หายากขึ้นทุกวัน ไหนจะบรรยากาศในคุกที่ต้องคอยระแวดระวังตัวตลอดเวลา และคืนนี้กล้าก็ตกเป็นเหยื่ออย่างที่สังข์คาดไว้จริงๆ เมื่อรื่นกับแผนลงมือลอบล้างแค้นเขาอีกครั้ง!

กล้าไม่อยากสู้ด้วย แต่รื่นก็รุกไม่หยุด จนเขาต้องออกแรงสั่งสอน และเกือบพลั้งมือฆ่าอีกฝ่ายอยู่แล้ว ถ้าฮิวโก้กับเหล่าผู้คุมจะไม่มาขวางเสียก่อน รื่นกับแผนหน้าเสีย กลัวกล้าจะฟ้องให้ถูกลงโทษ แต่กลับต้องผิดคาด เพราะกล้าไม่เพียงไม่ฟ้อง แต่ไม่พาดพิงถึงเขาสักคำ...

ooooooo

หลังถูกลากตัวจากบ้านอาเหวิน บัวก็ถูกมัดมือมัดเท้า และล่ามโซ่ไว้ในเหลาบุปผา เหมย

อยากให้ส่งตัวเข้าคุก จะได้หลาบจำ ไม่กำแหงแผลงฤทธิ์หนีไปอีก แต่เจ๊คิ้มเวทนาบัว และไม่อยากเสียผลประโยชน์ก้อนโต เลยพยายามยับยั้งและขอเวลา แล้วเธอจะทำให้บัวยอมทำงานใช้หนี้เอง...

ฟากบ้านพระยาประเสริฐภักดี...กุหลาบตื่นตาตื่นใจกับข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้ามากมาย ที่เจ้าของบ้านซื้อมากำนัล รับขวัญที่มาเป็นสมาชิกร่วมบ้าน เอียดมองมาด้วยใจเป็นกังวล รู้ดีว่าพระยาหนุ่มใหญ่มีเบื้องหลังแอบแฝง แต่ก็เตือนอะไรไม่ได้มาก กลัวเดือดร้อนและตัวเองจะไม่ปลอดภัย

และระหว่างที่กำลังกลุ้มใจนี่เอง เอียดก็แอบได้ยินความลับอีกอย่างของพระยาประเสริฐภักดีจนได้ เมื่อชดขึ้นมารายงานผลประกอบการกิจการบ้านพระพิสุทธิ์มนตรีในเย็นวันเดียวกัน

“บัญชีรายได้ทั้งหมดของพระพิสุทธิ์อยู่ในนี้ขอรับ ทั้งที่นาให้เช่า ทั้งพืชสวนส่งขาย ไม่ใช่น้อยๆเลยนะครับ”

พระยาประเสริฐภักดีก้มลงเปิดสมุดบัญชี ก่อนจะแสยะยิ้มร้าย

“ก็ข้าเคยบอกแล้วไง ว่าไอ้อ้นมันผ้าขี้ริ้วห่อทอง เห็นทำตัวติดดินแบบนั้น แต่สมบัติมันมีมากกว่ามหาเศรษฐีเสียอีก เออนี่...ไอ้ชด ต่อไปนี้เอ็งต้องทำบัญชีสองเล่มนะ เล่มหนึ่งเป็นรายได้จริง ส่วนอีกเล่มให้หักลดสักสี่ห้าส่วน”

“จะให้ใครดูหรือขอรับใต้เท้า”

“จะใครเสียอีก ก็เมียเจ้าทรัพย์ตัวจริงสิวะ คอยดู เถอะ...พ่อจะปอกลอกให้เกลี้ยงเชียว!”

ความกังวลใจของเอียด รู้ถึงหูพลอย ซึ่งเพิ่งกลับจากเที่ยวชมรอบเมืองพระนครกับโชติในเย็นวันเดียวกันนั่นเอง คุณหนูคนสวยถึงกับพูดไม่ออก ไม่อยากเชื่อเลยว่าญาติสนิทของพ่อจะคิดไม่ซื่อขนาดนี้

“บ่าวควรบอกคุณท่านดีหรือเปล่าเจ้าคะคุณหนู บ่าวกลัวว่าจะเกิดเรื่องใหญ่”

“อย่าเพิ่งบอกเลยแม่เอียด ถ้าไม่มีหลักฐาน คุณแม่คงเข้าข้างฝ่ายนั้น แล้วฉันจะจัดการเอง...”

รื่นยังคงไม่ละความพยายามจะจัดการกับกล้า แต่ก็ไม่สบโอกาส หรือไม่ก็พลาดท่า ถูกเล่นงานกลับทุกครั้ง จนกล้าเริ่มเหนื่อย และเอ่ยปากตรงๆให้อีกฝ่าย ล้มเลิกความตั้งใจ แต่รื่นก็ไม่ยอม ฉวยโอกาสระหว่างทำงานในเหมือง จะลงมืออีกครั้ง แต่ก็ต้องชะงักค้างเมื่อเกิดเหตุดินถล่ม!

สองนักโทษคู่ปรับจำต้องสงบศึก และวิ่งไปช่วยเหล่าชาวคุกคนอื่น แต่แผนก็พลาดท่า ถูกดินถล่มเกือบตายจนได้ ถ้ากล้าจะไม่ใจเด็ดตามไปช่วย จนตัวเองเกือบเอาชีวิตไม่รอด

วีรกรรมกล้าหาญสมชื่อ ทำให้รื่นมองกล้าด้วยสายตาเปลี่ยนไป ทั้งทึ่งและซึ้งในน้ำใจ แต่เพราะเหตุการณ์ฝังใจแต่หนหลัง ทำให้พูดไม่ได้เต็มปากว่าอีกฝ่ายก็คนจริงเหมือนกัน

ooooooo

เหตุการณ์ดินถล่มในเหมืองทำให้ชาวคุกบาดเจ็บสาหัสหลายคน แต่ที่ทำให้ผู้คุมคุกอย่าง

อังเดรกับฮิวโก้ตะลึงมากกว่า คือวีรกรรมของกล้าที่เสี่ยงตายไปช่วยคู่ปรับจนเกือบตาย

“ไอ้หมอนี่...มันกล้าสมชื่อจริงๆ”

ฮิวโก้ยิ้มร้าย ก่อนจะตัดสินใจกล่อมอังเดรอีกครั้ง

“ท่านนายพลครับ...ในเมื่อมันหายดี ผมคิดว่าสมควรแก่เวลาแล้วที่มันต้องทำงานให้เรา...ที่สนามมวยเถื่อน!”

ขณะที่อังเดรคิดหนัก จะจัดการกับสถานการณ์ปากท้องและกล้าเช่นไร รื่นก็อึดอัดใจไม่แพ้กัน เพราะรู้สึกผิดที่จะมองกล้าในแง่ร้าย สุดท้าย...เมื่อทนไม่ไหว ก็ไปขอบคุณที่ช่วยชีวิตแผนไว้ แต่กระนั้นก็ไม่วายอาฆาตทิ้งท้าย บอกว่าอดีตเป็นเรื่องไม่สามารถชดเชยกันได้

สังข์ได้ยินก็อดไม่ได้ โพล่งเสียงเครียด “อะไรของเอ็งอีกวะไอ้บ้า เอ็งจะตามล้างตามผลาญไอ้กล้าถึงไหน ไอ้ด้วงมันไม่ใช่พ่อเอ็งนะโว้ย ไม่แก้แค้น มันไม่ว่าเอ็งหรอก”

“แต่พี่ด้วงมีพระคุณกับข้า ใครทำร้ายพี่ด้วง ก็แปลว่ามันสร้างรอยแค้นไว้กับข้าเช่นกัน”

แววตาแข็งกร้าวของรื่น ทำให้กล้าต้องสวนกลับ เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของครูมวยที่เคารพ

“ที่ครูทองอินฆ่านายด้วง ก็เพื่อปกป้องชีวิตของฉันกับคุณพลอย ครูทองอินไม่เคยอยากทำร้ายใคร”

“ครูเหรอ...เอ็งกล้าเรียกมันว่าครู ทั้งๆที่ชาวบ้านเขารู้กันทั่วว่ามันเป็นฆาตกรเจ้านายเอ็ง”

รื่นเสียงดัง จนเหล่าชาวคุกต้องหันมอง อดีตสมุนของด้วงยิ่งได้ใจ ตะเบ็งเสียงใหญ่

“เอ็งมันชักศึกเข้าบ้าน...ไอ้กล้า เอ็งนั่นแหละเป็นต้นเหตุให้คุณพระพิสุทธิ์ถึงฆาต เอ็งทนรับความอัปรีย์ได้ยังไงวะ ถ้าข้าเป็นเอ็ง ข้าเชือดคอตัวเองตายไปนานแล้ว...ไอ้เนรคุณ!”

จบคำก็ยกมือจะทิ่มอก แต่กล้าก็คว้ามือไว้ ก่อนจะโต้กลับเสียงเครียด

“ข้าไม่เคยกลัวตาย แต่หากข้าต้องตาย ข้าก็จะขอเอาเกียรติ เอาศักดิ์ศรีไปกับลมหายใจของข้า ข้าจะไม่ยอมตายเยี่ยงสัตว์เดรัจฉานแบบนี้เป็นอันขาด”

บัวยังพยศ ไม่ยอมทำงานขายตัวใช้หนี้ จนปีเตอร์เกือบเหลืออดหลายครั้ง โชคดีที่เจ๊คิ้มช่วยพูดขอประวิงเวลา จะเกลี้ยกล่อมอดีตบ่าวสาวบ้านพระพิสุทธิ์มนตรีให้ยอมโอนอ่อน แต่บัวก็หัวแข็ง ไม่ยอมท่าเดียว จนมิ่งอดเวทนาไม่ได้ แอบแวะไปเยี่ยม นำขนมไปให้ แต่ก็ไม่วายค่อนแคะตามประสาคนปากพล่อย

“เอ็งนี่มันน่าเวทนาแท้ นังบัวเอ๊ย...ดันแส่หาเรื่อง อยู่ดีไม่ว่าดี”

“ถึงจนตรอกยังไง แต่ข้าก็มีศักดิ์ศรี ข้าไม่ยอมขายตัวเด็ดขาด”

“ถ้างั้นเอ็งก็ควรยอมรับความช่วยเหลือจากข้า... ยอมเป็นของข้าซะ แล้วข้าจะบอกมิสเตอร์ปีเตอร์ให้งดโทษเอ็ง”

“ถุย...เสียแรงเป็นคนเวียงสิงห์เหมือนกัน ข้าไม่คิดเลยว่าพี่จะใจดำแบบนี้ เมินซะเถอะ...คนอย่างอีบัว ถึงตายก็ไม่ยอมเป็นเมียคนที่มันให้ร้ายใส่ความพวกเดียวกันหรอก”

“เอ็งนี่มัน...เอาเถิด ข้าจะคอยดูว่าเอ็งจะทนลำบากได้สักกี่มื้อ...อีบัว!”

ooooooo

แม้จะถูกพวกปีเตอร์อัดน่วมแทบลุกไม่ขึ้น แต่อาเหวินก็เป็นห่วงบัว เพราะสงสารที่อีกฝ่ายถูกบังคับให้ขายตัว เจ๊คิ้มแวะมาดูอาการน้องชาย แล้วอดหมั่นไส้ไม่ได้ ที่เขาพร่ำถามถึงแต่บัว แต่ไม่ทันด่าเตือนสติ สองพี่น้องก็ต้องรีบออกจากบ้าน ไปช่วยอาฉ่างกับอาเฉียงที่ถูกพวกนักเลงจีนเจ้าถิ่นเล่นงาน

อาฉ่างเป็นคนแล่นไปฟ้อง ด้วยความเป็นห่วงอาเฉียงน้องชายคนเดียว ซึ่งกำลังถูกอาหม่า ลูกน้องคนสนิทของจีนหยง นักเลงจีนเจ้าถิ่นรีดไถให้จ่ายค่าคุ้มครอง อาเหวินเห็นรุ่นพี่ถูกทำร้าย ก็จะช่วย เลยเกือบโดนซ้อม เจ๊คิ้มต้องไปไกล่เกลี่ย สามหนุ่มคนลากรถเลยรอดตัวไปได้ เพราะอาหม่าไม่อยากมีเรื่องกับคนของปีเตอร์ อาหม่ายกพวกจากไปแล้ว อาเฉียงถูกประคองตัวให้ลุก แต่ไม่วายโวยไล่หลัง

“อะไรกันวะเนี่ย...คนสยามก็เก็บค่าเช่าที่ คนจีนด้วยกันก็มาเก็บค่าคุ้มครองอีก แล้วจะเอาที่ไหนจ่าย”

เรื่องราวการรีดไถของเหล่านักเลงจีน รู้ถึงหูพระยา–ประเสริฐภักดี เจ้าของพื้นที่ตัวจริงในอีกไม่กี่เพลาต่อมา

“ไอ้พวกนักเลงจีน มันถือสิทธิ์อะไร ถึงได้มาเก็บค่าคุ้มครองบนที่ดินของข้า”

ชดพยายามอธิบายว่าเป็นธรรมเนียมของนักเลงจีน จะเก็บค่าคุ้มครอง ยอดได้ฟังก็ไม่ชอบใจ กลัวพวกนักเลงจะเหิมเกริม รีดไถจนชาวบ้านจะไม่มีเงินจ่ายให้เจ้านาย พระยาประเสริฐภักดีเลยถึงกับของขึ้น เพราะความโลภ

“ถ้างั้น...เอ็งไปสืบมา ไอ้ยอด ไอ้ชด ข้าอยากรู้ว่าเจ้านายของมันเป็นใคร”

ระหว่างที่พระยาประเสริฐภักดีปั่นป่วนเพราะถูกขัดผลประโยชน์ กล้าก็อึดอัดใจไม่แพ้กัน เมื่ออังเดรยื่นข้อเสนอ ให้เขาทำงานบางอย่างต่อจากทองอิน

“สนามมวยเถื่อน...ถ้านายชนะ นายจะได้ดื่มกินเหมือนทหารคนหนึ่ง แถมไม่ต้องทำงานหนักอีกต่อไป”

“แล้วคู่ต่อสู้ของกระผม เป็นใครหรือขอรับ”

“ก็พวกบ้านป่าเมืองเถื่อน รวมทั้งคนสยามอย่างแกด้วย”

น้ำเสียงเหยียดหยามและดูหมิ่นของฮิวโก้ ทำให้กล้าตัดสินใจง่ายขึ้น

“ถ้างั้น...กระผมขอปฏิเสธขอรับ”

อังเดรถึงกับอึ้งไป ส่วนฮิวโก้...โกรธมาก และคิดว่านักโทษหนุ่มพยายามต่อรอง

“เปล่าขอรับ แต่กระผมไม่อยากใช้วิชามวยทำร้ายคนด้วยกัน เพียงเพื่อแลกผลประโยชน์ให้คนต่างชาติ”

พูดจบก็ผละไปดื้อๆ ทิ้งฮิวโก้ให้หัวเสียรุนแรง และตั้งท่าจะตามไปเอาเรื่อง อังเดรต้องห้ามไว้

“อย่าฮิวโก้...เขามีสิทธิ์จะเลือกแบบนั้น”

“แต่มันเป็นนักโทษนะครับท่านนายพล...และนักโทษที่ขัดคำสั่ง จะต้องได้รับบทเรียน!”

ooooooo

ผลการปฏิเสธทำให้กล้าถูกฮิวโก้สั่งทำโทษ ล่ามมือเท้าและตอกโซ่ตรึงไว้กับพื้น ไม่ให้เดินไปไหน เหล่านักโทษมองมาด้วยแววตาแปลกใจ และสงสัยว่าคนใจกล้าใจเด็ดอย่างกล้าจะถูกทำโทษด้วยเรื่องอะไร

รื่นกับสังข์ก็มองหน้ากันงงๆ แต่ไม่ทันซักใครต่อใคร ฮิวโก้ก็ประกาศโทษของกล้าเสียก่อน

“นายกล้าขัดคำสั่งนายพลอังเดร มันปฏิเสธจะเข้าประลองในสนามมวยเถื่อน ดังนั้นมันต้องถูกลงโทษ”

สังข์กับบรรดานักโทษ รวมทั้งแผน ที่เริ่มมองกล้าในแง่ดีขึ้น หลังเหตุการณ์ดินถล่ม ต่างเดือดเนื้อร้อนใจแทนกล้า แต่ฮิวโก้ก็ไม่ยี่หระ แถมยื่นคำขาดจะปล่อยตัวกล้าก็เมื่อเขายอมไปตีมวยเท่านั้น...

ในที่สุดชดกับยอดก็สืบรู้จนได้ว่าพวกนักเลงจีนที่รีดไถชาวบ้านคืออาหม่า คนสนิทของจีนหยง นายอากรฝิ่นขาใหญ่ ที่มีกงสุลฝรั่งหนุนหลัง เลยได้ผูกขาดการค้าฝิ่นทั้งหมดในพระนครยอดแค้นใจแทนเจ้านายมาก แต่ก็ไม่เห็นด้วย หากพระยาประเสริฐภักดีจะมีเรื่องกับจีนหยง

“แล้วเอ็งจะให้ข้าอยู่เฉยหรือ ผลประโยชน์ของข้าทั้งนั้น เรื่องนี้ข้าไม่ทนหรอกโว้ย”

ยอดกับชดมองหน้ากันเครียดๆ ก่อนที่ชดจะเป็นฝ่ายแนะนำ ให้เจ้านายส่งจดหมายไปเจรจากับจีนหยง เพื่อหยั่งเชิงว่าอีกฝ่ายจะคิดเห็นเช่นไร หากจะยอมลดละเลิกรีดไถชาวบ้าน

พระยาประเสริฐภักดีพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะลงมือเขียนจดหมายอย่างใจเย็น หวังลึกๆว่าคงไม่ต้องเปลืองแรงจัดการพวกนักเลงจีน เพราะคงไม่เป็นผลดีแน่ในสภาวะบ้านเมืองไม่มั่นคงเช่นนี้

พลอยแอบได้ยินทุกอย่างโดยบังเอิญ อดสงสัยในพฤติกรรมแปลกๆของญาติสนิทของพ่อไม่ได้ ไหนจะคำบอกเล่าเรื่องฉ้อโกงของอีกฝ่ายจากปากเอียด ก็ลอยกลับมาในหัวอีกครั้ง สุดท้ายเธอเลยตัดสินใจจะต้องตามหาความจริงให้ได้ ว่าพระยาประเสิรฐภักดี คิดไม่ซื่อกับแม่และทรัพย์สมบัติของพ่อเธอจริงหรือไม่

ในที่สุดพลอยก็สบโอกาส ลอบค้นห้องทำงานของพระยาประเสริฐภักดี แล้วก็ถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นสมุดบัญชีสองเล่ม ที่มีรูปร่างเหมือนกัน แต่ด้านในกลับมีรายละเอียดที่แตกต่าง!

ผลประกอบการกิจการที่เวียงสิงห์ ซึ่งถูกตกแต่งให้มีรายละเอียดแตกต่างกัน ทำให้พลอยหน้าเครียด ไม่อยากเชื่อเลยว่าญาติสนิทของพ่อจะกล้าทำเช่นนี้ และขณะที่กำลังคิดหนัก ว่าจะทำเช่นไรกับหลักฐานในมือ โชติก็โผล่มาเสียก่อน พร้อมแววตาเป็นคำถาม ว่าเธอมาทำอะไรในห้องทำงานของพ่อ พลอยถอนใจยาว เชื้อเชิญให้เขาดูสมุดบัญชีสองเล่ม โชติรับมาอ่านง่ายๆก่อนจะหน้าเสีย

“บัญชีพวกนี้มัน...มัน”

“โกงไงคะพี่โชติ สมบัติของคุณพ่อพลอยกำลังถูกฉ้อโกง โดยใครบางคนที่อยู่ที่นี่”

“ไม่จริงนะน้องพลอย มันเป็นไปไม่ได้ คุณพ่อไม่ทำแบบนี้แน่”

“แน่ใจหรือคะพี่โชติ แล้วความจริง...มันคืออะไรกันคะ สมุดบัญชีสองเล่ม พูดถึงการค้าในเวียงสิงห์ แต่ตัวเลขไม่เหมือนกัน ทำไมคะพี่โชติ มันเกิดอะไรขึ้น”

ชดผ่านมาได้ยินพอดี กลัวความลับเจ้านายจะแตก เลยตัดสินใจปรากฏตัว

“ขอประทานโทษขอรับคุณพลอย กระผมยืนยันได้ขอรับว่านี่คือการเข้าใจผิด”

พลอยไม่เชื่อ ชดเลยต้องปั้นเรื่องโกหก

“เรื่องทั้งหมด...เป็นความคิดของกระผมเอง ที่ต้องการช่วยเหลือครอบครัวคุณพลอย”

โชติกับพลอยมองหน้ากันงงๆ แต่ชดก็ไม่มีทางเลือก สร้างเรื่องโกหกต่อไป

“ตอนนี้คุณพระท่านก็สิ้นบุญแล้ว เหลือแต่คุณพลอยกับคุณหญิงท่าน ซึ่งต้องใช้ชีวิตตามลำพัง กระผมจึงเห็นว่าควรยักย้ายถ่ายเทเบี้ยอัดบางส่วนที่ต้องจ่ายเป็นทุนสำรองจ่ายค่าภาษี”

พลอยนิ่วหน้าไม่อยากเชื่อ เพราะที่ได้ยินจากเอียดเป็นอีกอย่าง และท่าทางลังเลของเธอ ก็ไม่รอดพ้นสายตาของชด ซึ่งแกล้งถามด้วยความอยากรู้ว่าคุณหนูคนสวยไปเอาความหวาดระแวงนี้มาจากไหน

“คุณหนูได้ยินเอง หรือฟังจากบ่าวคนไหน พวกบ่าว ...ความคิดไม่แตกฉาน คุณพลอยต้องตรองให้ดีนะขอรับ”

ooooooo

แม้จะพยศไม่หาย จนคนทั้งเหลาบุปผาอ่อนใจ แต่บัวก็ได้รับการปล่อยตัวในที่สุด โดยมีสถานะเหมือนเป็นสาวใช้ คอยหยิบจับโน่นนี่ตามแต่เจ๊คิ้มจะสั่ง และวันนี้ก็เช่นกัน ที่เธอต้องออกไปเอาผ้าแทนแม่เล้าสาวใหญ่

อาเหวินลากรถผ่านมาเห็นบัว ก็รีบไปทักทาย ตื่นเต้นมากที่ได้เจอหญิงสาวที่แอบชอบตั้งแต่แรกเห็นอีกครั้ง แต่บัวยังเคือง เพราะเข้าใจผิด คิดว่าเขาเป็นพวกเดียวกับปีเตอร์

“อาหมวย...ฟังอั๊วก่อนสิ อั๊วไม่ได้หลอกลื้อนะ แต่อั๊วไม่กล้าบอกเท่านั้นเอง ว่าพี่สาวอั๊วทำงานที่เหลาบุปผา”

“เพราะนาย...ฉันถึงต้องเป็นแบบนี้”

“อ้าว...ก็ตอนนั้นลื้อจะทำร้ายตัวเองนี่หมวย”

“หยุดเรียกอาหมวยสักที ฉันไม่ใช่คนจีนอย่างนาย...ไอ้ตี๋!”

แต่แม้จะเถียงกันไปมามากแค่ไหน แต่บัวก็ยอมให้เขาลากรถไปส่งจนได้ แต่ไปได้ไม่ไกล บัวก็ต้องลากเขาหลบมุมเสียก่อน เมื่อเห็นพลอยเดินมากับโชติจากอีกทางพลอยยังไม่รู้ตัวว่าถูกบัวเห็น มัวแต่มองไปทางโชติด้วยความอึดอัด ที่อีกฝ่ายพยายามจะสานไมตรี

“เชื่อพี่เถอะน้องพลอย ครอบครัวพี่ไม่มีทางคิดร้ายกับน้องพลอยเด็ดขาด”

จบคำก็เอื้อมไปกุมมือ ส่งสายตาบอกความในใจ พลอยยังไม่เชื่อ ดึงมือออก

“พี่โชติ...อย่าทำรุ่มร่ามสิคะ นี่มันกลางถนน”

“พี่แค่อยากให้พลอยฟังความจากพี่ อยากให้พลอยเชื่อใจพี่”

“เวลากับความจริงจะพิสูจน์ทุกอย่างเอง พี่โชติอย่าเพิ่งคาดคั้นพลอยตอนนี้เลยค่ะ”

พลอยจะผละไป แต่ก็ต้องผงะ เมื่อถูกอาหม่า คนสนิทของจีนหยงมาขวาง และเชิญตัวเธอกับโชติไปจิบน้ำชา บัวเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง มองตามด้วยความเป็นห่วง แล้วก็ยิ่งร้อนรนหนัก เมื่ออาเหวินบอกว่าอาหม่าไม่ใช่แค่นักเลงเจ้าถิ่น แต่เป็นถึงลูกน้องคนสนิทของจีนหยง นายอากรค้าฝิ่นผูกขาดในพระนคร!

กล้ายังไม่ยอมไปตีมวย เลยถูกขังลืม จนทุกคนเริ่มเป็นห่วง โดยเฉพาะสังข์ รื่นเอง...แม้ปากจะบอกว่าไม่สนใจ แต่สุดท้ายก็ทนความรู้สึกผิดในใจไม่ไหว ต้องหาทางช่วยกล้าออกจากคุก ด้วยการอาสาฮิวโก้เข้าไปกล่อมกล้า

“เอ็งมันโง่แท้ไอ้กล้า ถือดียังไงวะ ถึงขัดคำสั่งท่านนายพล”

“ครูทองอินเคยสอนฉันว่าอย่าใช้วิชามวยเพื่อหาผลประโยชน์”

“อย่าซื่อไปหน่อยเลย ความจริงเอ็งก็รู้นี่ว่าครูของเอ็งก็มีตีมวยให้พวกฝรั่งเหมือนกัน”

“ไม่จริง เอ็งโกหก พวกฝรั่งมันโกหก”

“เป็นความจริง พวกนักโทษเก่าๆมันเล่าว่าครูเอ็งลงตีมวยรับใช้พวกฝรั่ง ไม่มีใครเขาซื่อเหมือนเอ็งหรอก”

กล้ายังไม่เชื่อ จนรื่นอ่อนใจ ฮิวโก้รอฟังผลอยู่แล้ว และเมื่อเห็นว่าไม่ได้เรื่อง เลยจะเอากล้าไปฆ่า รื่นกลัวเรื่องไปกันใหญ่เลยอาสาไปตีมวยด้วยตัวเอง!

ooooooo

จดหมายเจรจาของพระยาประเสริฐภักดีหายเข้ากลีบเมฆ ไม่มีคำตอบจากจีนหยง พระยาหนุ่มใหญ่เลยต้องแล่นไปขอความช่วยเหลือจากปีเตอร์ถึงเหลาบุปผา แต่ไม่ทันหารือให้ได้ทางออก ทั้งสองก็ต้องรีบไปช่วยโชติกับพลอยเสียก่อน เมื่อบัวพาอาเหวินมาแจ้งข่าวว่าทั้งสองถูกจีนหยงเชิญตัวไปจิบน้ำชา

เวลาเดียวกันที่ห้องเก็บฟืนในโรงฝิ่น...พลอยตัวสั่นด้วยความกลัวสุดขีด ต้องถูกจับมาขัง ไม่ใช่พาไปจิบน้ำชาอย่างที่บอกตั้งแต่แรก โชติต้องคอยปลอบ และให้ความมั่นใจว่าพ่อต้องพาคนมาช่วย แต่ไม่กี่อึดใจต่อมา

สองหนุ่มสาวก็ถึงกับหน้าซีดเมื่อจีนหยงกับเหล่าสมุนหลายนายเดินเข้ามาความสวยและความสาวของพลอยยั่วยวนใจ

จีนหยงมาก และทำท่าจะลวนลามอย่างหยาบคาย โชติเห็นท่าไม่ดี เลยโพล่งออกไปเสียงเข้มว่าสุภาพบุรุษไม่ควรรังแกผู้หญิงจีนหยงนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะยิ้มร้าย ย่างสามขุมเข้าหาโชติ

“คุณชาย...พอดีอั๊ว...จีนหยงเป็นคนชั้นต่ำไร้การศึกษา ดังนั้นถ้าลื้อยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป ก็กรุณาอย่าพูดเรื่องคุณธรรมความดีกับอั๊ว เพราะมันทำให้อั๊วคลื่นไส้”

พูดจบก็ทำร้ายโชติจนบาดเจ็บ สั่งสอนที่กล้าต่อกร พลอยถลาไปประคอง ส่วนจีนหยง...มองมาด้วยแววตาไม่ยี่หระ ก่อนจะประกาศให้ทุกคนรอเวลา พระยาประเสริฐภักดีต้องมารับลูกชายคนเดียวกลับไปแน่!

สถานการณ์ของโชติกับพลอยไม่น่าไว้วางใจเลย เช่นเดียวกับสถานการณ์ของรื่น ที่ดันหลุดปากอาสาไปตีมวยแทนกล้า เมื่ออดีตทาสหนุ่มรู้เรื่องก็อดไม่ได้จะไปถามเหตุผล

“เอ็งไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เลยไอ้รื่น”

“ข้าไม่ได้ทำเพื่อเอ็ง ข้าทำเพื่อตัวข้าต่างหาก ถ้าชนะขึ้นมา ข้าจะได้กินดีอยู่ดี ไม่ต้องทำงานเหมือนทาสอีก”

“เอ็งต้องการแค่นั้นจริงๆหรือ”

“แล้วเอ็งเห็นข้าเป็นเทพบุตรหรือไงวะ นึกว่าข้าอยากช่วยเอ็งหรือไง เฮอะ...เราหายกันโว้ย เรื่องพี่ด้วง เรื่องไอ้แผน เรื่องที่ข้าปล้นเรือนเจ้านายเอ็ง จบกันแค่นี้ พอใจหรือยัง”

กล้าถึงกับอึ้ง และอดทึ่งไม่ได้ ว่าอดีตนักเลงอย่างรื่น ถึงจะโผงผางแต่ก็มีน้ำใจไม่น้อย

ในที่สุด...วันประลองมวยในสนามเถื่อนก็มาถึง อังเดรกับฮิวโก้เป็นคนพารื่นไปพร้อมทองสามถุงเป็นเงินเดิมพัน แลกกับเสบียงอาหารเป็นเวลาสองเดือน กล้าถูกพาตัวไปด้วย โดยไม่มีใครรู้เหตุผลลึกๆของฮิวโก้ นอกจากอังเดร ว่าอยากกดดันให้กล้ายอมตีมวย เพราะเชื่อว่าอดีตทาสหนุ่มคงทนดูรื่นตายต่อหน้าต่อตาไม่ได้แน่

ผลการประลองเป็นไปตามที่ฮิวโก้คาดทุกอย่าง รื่นสู้นักมวยฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ และเกือบต้องตายคาสนาม ถ้ากล้าจะไม่ตัดสินใจสู้แทน และฝีไม้ลายมือคุ้นตาของ กล้า ก็ทำให้ทุกคนในสนามเริ่มขยาด แต่กล้าก็ไม่สนใจ จัดการล้มคู่แข่งอย่างราบคาบภายในเวลาไม่กี่อึดใจ จนผู้ชมถึงกับพูดไม่ออก

กว่าเสียงปรบมือกึกก้องจะดังขึ้นอีกครั้ง นักมวยฝั่งตรงข้ามก็ล้มคว่ำไปแล้ว กล้าได้แต่มองผู้คนที่มาเฝ้าชมการประลองด้วยแววตาว่างเปล่า ภายในใจปวดร้าว เมื่อนึกถึงคำสั่งสอนของทองอิน

“ครูทองอิน...ฉันสาบานว่าจะไม่ทำให้วิชาของครูต้องเสื่อมทรามเป็นอันขาด!”

ooooooo

แม้การประลองจะผ่านไปด้วยดี แต่กล้าก็อดคาใจไม่ได้ที่รื่นยอมเสี่ยงไปสู้ทั้งที่อาจต้องเอาชีวิตไปทิ้ง และเมื่อสบโอกาสระหว่างขากลับจากสนามประลอง อดีตทาสหนุ่มก็อดถามไม่ได้

“ในเมื่อเอ็งอยากให้ข้าตาย แล้วเอ็งมาตีมวยแทนข้าทำไม”

“ก็บอกแล้วไงว่าเราหมดหนี้กันแล้ว เรื่องความแค้นแต่หนก่อนข้าไม่สนใจแล้ว ที่ข้าลงแข่งก็เพราะอยากได้ความดีความชอบต่างหาก ว่าแต่เอ็งเถอะ...ทำไมถึงเปลี่ยนใจมาช่วยข้า”

“ข้าไม่อยากเห็นเอ็งต้องตายเพราะข้า”

“ฮึ...ชีวิตของนักเลงหัวไม้อย่างข้า จะสำคัญเท่าไหร่เชียว”

“แต่เอ็งช่วยชีวิตข้าเอาไว้ไอ้รื่น ถึงเอ็งจะเห็นข้าเป็นศัตรู แต่ข้าก็ยกย่องน้ำใจของเอ็ง”

สถานการณ์ระหว่างกล้ากับรื่นทำท่าจะไปได้ดี ต่างจากสถานการณ์ของโชติกับพลอย เหมือนจะแย่ลง เพราะทั้งสองถูกจับตัวไปขังในโรงฝิ่นจนเย็นย่ำแต่ก็ยังไร้วี่แววพระยาประเสริฐภักดี อาหม่าตามมาคุม โชติพยายามเสนอเงิน ติดสินบนให้ปล่อยตัว แต่อาหม่าก็ไม่รับ แถมพูดจาเยาะเย้ยถากถาง

“ทรัพย์สินเงินทองมีค่ามากก็จริงคุณโชติ แต่ศักดิ์ศรีของคนสูงค่ายิ่งกว่า ที่คุณต้องลำบากคราวนี้ ต้องโทษพระยาประเสริฐที่บังอาจล่วงเกินเถ้าแก่ของพวกเรา”

“โกหก...คุณพ่อฉันไปหาเรื่องพวกแกตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เรื่องนี้เถ้าแก่จะอธิบายทีหลัง ตอนนี้เชิญทานข้าวได้แล้ว”

โชติกับพลอยไม่มีทางเลือก ต้องทำตามสั่ง โดยไม่รู้เลยว่าอาฉ่างกับอาเฉียงเห็นทุกอย่างโดยบังเอิญ และนำความไปบอกอาเหวิน ซึ่งรีบไปบอกบัวต่ออีกที ก่อนที่ทั้งหมดจะมุ่งหน้าไปโรงฝิ่น เพื่อช่วยพลอยและโชติออกมา

บัวจัดการปลอมตัวเป็นลูกค้าโรงฝิ่น โดยมีอาเหวิน อาฉ่างและอาเฉียงตามประกบ เล็ดลอดเข้าไปหาพลอยกับโชติถึงห้องคุมตัวจนได้ แต่ไม่ทันได้ช่วยใคร บรรดาลูกสมุนของจีนหยงก็ผ่านมาเห็น และนำตัวไปสอบสวนเสียก่อน

ท่าทางมีพิรุธของบัวทำให้อาหม่านึกสงสัย บัวไม่มีทางเลือก เลยต้องลองสูบฝิ่นจริงๆ จนหลุดปากสารภาพว่ามาถึงนี่เพื่อช่วยพลอยกับโชติ อาเหวิน อาฉ่างและอาเฉียงถูกรวบตัวได้ในเวลาต่อมา ก่อนที่จีนหยงจะต้องผงะ เมื่อรู้ว่าบัวไม่ใช่นางนกต่อธรรมดา แต่เป็นคนของเหลาบุปผา...หรือคนของปีเตอร์นั่นเอง!

จีนหยงไม่รอช้า บุกไปหาปีเตอร์ถึงเหลาบุปผา เพื่อเจรจาค่าไถ่โชติกับพลอย ปีเตอร์เหยียดยิ้มร้ายอย่างใจเย็น ก่อนจะเจรจา ทั้งเรื่องค่าไถ่และเรื่องที่อีกฝ่ายตั้งตัวรีดไถจากชาวบ้านในพื้นที่ของพระยาประเสริฐภักดี

ข้อเสนอของปีเตอร์ไม่ได้น่าสนใจมาก แต่ท่าทางคุกคามเหมือนจะเอาจริงของอีกฝ่ายต่างหากที่ทำให้จีนหยงยอมความไม่อยากมีเรื่อง และยอมตกลงจะคืนโชติกับพลอย แลกกับค่าไถ่จำนวนหนึ่ง ปีเตอร์อาสาไปเอาเงินจากพระยาประเสริฐภักดี แต่จำนวนที่จีนหยงเรียก ก็ทำให้พระยาหนุ่มใหญ่ถึงกับอ้าปากค้าง

“ห้าชั่ง สี่ร้อยบาท...นี่มันเรียกค่าไถ่ชัดๆ ในเมื่อมันหาเรื่องเราก่อน ทำไมกระผมต้องยอมมันด้วย”

“ท่านเจ้าคุณ...ชีวิตของลูกชายท่านอยู่ในเงื้อมมือของมัน ต่อให้เราส่งคนบุกไปช่วย ก็ไม่รู้ว่าจะได้คนหรือได้ศพกลับมากันแน่ และที่สำคัญ...ท่านอย่าลืมว่าเจ้านายของจีนหยงคือท่านกงสุล”

“ถ้าเป็นแบบนี้ กระผมต้องก้มหัวให้จีนหยงไปถึงเมื่อไหร่กัน”

“ท่านกงสุลคนปัจจุบันใกล้เกษียณราชการเต็มที รออีกหน่อยจีนหยงคงหมดที่พึ่ง เรามาลงขันกัน...ท่านซื้อตำแหน่งกงสุลให้ผม แล้วทุกอย่างจะเป็นของเรา...ถึงตอนนั้นเมื่อไหร่จะกำราบจีนหยงก็ไม่ใช่เรื่องยาก”

พระยาประเสริฐภักดีชะงักไปอึดใจ ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ รู้ทันอีกฝ่าย

“ท่านกงสุลคนใหม่งั้นหรือ...คุณปีเตอร์ช่างฉวยโอกาสได้เหมาะเจาะเหลือเกิน...เหมาะเจาะดีแท้”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement