ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 3 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 3


10 ต.ค. 2560 16:58
1,493,526 ครั้ง

ละคร นิยาย ชาติพยัคฆ์

ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 3

อ่านเรื่องย่อ

ชาติพยัคฆ์

แนว:

พีเรียด-แอคชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ

บทโทรทัศน์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ/ฉัตรชัย เปล่งพานิช

กำกับการแสดงโดย:

โชติรัตน์ รักษ์เริ่มวงษ์

ผลิตโดย:

บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

จรณ โสรัตน์,นิษฐา จิรยั่งยืน


พระยาประเสริฐภักดีไม่กล้ามองหน้าอดีตนักโทษแหกคุก แต่ถึงกับพูดไม่ออก เมื่ออีกฝ่ายเริ่มเล่าเรื่องในอดีต เมื่อครั้งยังเป็นนายทหารฝีมือกล้า กัปตันปีเตอร์จอมโฉดในตอนนั้นเป็นนายกองฝรั่งประจำป้อมพระจุล แต่กลับคิดคดทรยศ แอบเป็นนกสองหัว เปิดช่องให้กองทัพต่างชาติเข้ามาโจมตีพระนครจนนายทหารไทยต้องตายหลายนาย

ทองอินกัดฟันข่มความคับแค้นใจจากอดีตอย่างยากลำบาก ก่อนจะเล่าต่อถึงเหตุการณ์สำคัญ ที่ทำให้เขาต้องติดคุกฝรั่งอยู่หลายปี คือการบุกไปเค้นคอปีเตอร์ถึงเหลาบุปผา สถานเริงรมย์ที่อีกฝ่ายชอบไปผ่อนคลายนักหนา

ปีเตอร์มัวย่ามใจ ไม่คิดว่าจะมีใครรู้แผนชั่ว แต่กลับต้องอ้าปากค้าง เมื่อเห็นทองอินบุกมา

“อย่า...อย่าเข้ามา ได้โปรด ไว้ชีวิตฉันเถอะ ฉันกลัวแล้ว”

“ไอ้ขี้ฉ้อ เพราะเอ็งคนเดียว ลูกน้องของข้าถึงต้องตาย ไอ้หนอนบ่อนไส้ เอ็งหักหลังแผ่นดินสยาม!”

สายตาดุดันและท่าทางเอาเรื่องของทองอิน ทำให้ปีเตอร์กลัวหัวหด และเกือบถูกฆ่าสังเวยชีวิตให้นายทหารไทยที่ถูกหลอกไปยิงทิ้งที่ป้อมพระจุลเสียแล้ว ถ้านายทหารฝรั่งหลายนายจะไม่บุกมาช่วย

สถานการณ์พลิกผัน ทองอินเป็นฝ่ายเพลี้ยงพล้ำ ถูกยิงจนแทบขยับตัวไม่ไหว เปิดโอกาสให้ปีเตอร์เย้ยหยัน

“ภักดีต่อแผ่นดินสยามงั้นหรือ ถุย...มึงดูหน้ากูไว้ไอ้ทองอิน กูโกงชาติ กูโกงแผ่นดิน แล้วไง...มึงจะทำอะไรกูได้ ตอนนี้กูแปรพักตร์มาอยู่ข้างฝรั่งแล้วโว้ย กูมีอำนาจ กูคือเจ้าชีวิตของมึง!”

“ไอ้เดรัจฉาน มึงไม่ตายดีแน่ไอ้ปีเตอร์”

“มึงก็เหมือนกัน เพราะกูจะทำให้มึงตกนรกทั้งเป็น!”

หลังจากนั้นทองอินก็ถูกจับตัวไปคุมขังในคุกฝรั่งนานนับสิบปี จนกระทั่งเวลานี้...อดีตนายทหารและนักโทษแหกคุกก็คิดว่าถึงเวลาอันควร จะทวงความยุติธรรมให้ตัวเองและเพื่อนร่วมชาติ

“ที่หนีออกมาคราวนี้ก็มีเป้าหมายอย่างเดียวเท่านั้น คือฆ่าไอ้ปีเตอร์ให้จงได้ หลังจากนั้นกระผมจะมอบตัว”

“แล้วข้าจะรู้ได้ยังไงว่าที่เอ็งกล่าวมาเป็นความสัตย์จริง”

“กระผมกราบเรียนท่านแล้ว ว่ามันสุดแล้วแต่ท่าน”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งพระยาประเสริฐภักดีให้หายใจไม่ทั่วท้อง กังวลว่าแผนการตามล่าอดีตนักโทษแหกคุกคงไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่จะนำปัญหาให้ยุ่งกว่าเดิมมากกว่า

ทองอินวิตกไม่ต่างกัน ไม่วางใจพระยาประเสริฐ–ภักดีนัก แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากพยายามเกลี้ยกล่อมอีกฝ่าย และระหว่างทางกลับกระท่อมในป่ากล้วยนั่นเอง อดีตนักโทษแหกคุกก็เกือบถูกพวกยอดกับมิ่งจับได้ ถ้ากล้าจะไม่โผล่มาช่วยเบี่ยงเบนความสนใจเสียก่อน แต่ก็หวุดหวิดเต็มที

กว่าสองครูลูกศิษย์จะได้คุยกันอีกครั้งก็เช้าวันต่อมา เมื่อกล้านำเสบียงอาหารไปให้ทองอินเหมือนเคย อดีตนักโทษเห็นสายตาสงสัยของลูกศิษย์หนุ่ม ก็ถอนใจยาว เอ่ยเสียงเรียบ

“ข้าบอกเอ็งแล้วไงว่าข้าไม่มีเจตนาร้าย เพียงแต่มีเรื่องจะบอกพระยาประเสริฐภักดีเป็นการส่วนตัว”

“เรื่องอะไรหรือครู ถึงต้องเสี่ยงตายขนาดนี้”

“เรื่องของข้า...ไม่เกี่ยวกับเอ็ง”

“ที่ฉันพูดเพราะเป็นห่วง ตอนนี้ใครๆก็รู้ว่าพระยาประเสริฐภักดีเขามาตามล่าครู แล้วคิดว่าเขาจะช่วยครูงั้นหรือ”

ooooooo

พระยาประเสริฐภักดีคิดไม่ตกเรื่องทองอิน จนต้องไประบายความอึดอัดใจกับลูกชายคนเดียว โชติถึงกับอึ้งไป เมื่อได้รู้ความจริงว่าทองอินหลบซ่อนตัวอยู่ในเวียงสิงห์ตามที่ร่ำลือ แต่ที่หนักใจกว่า คือสิ่งที่อดีตนักโทษขอร้อง

โชติเห็นว่าควรแจ้งทางการ แต่พระยาประเสริฐ–ภักดีคิดว่าไม่ควรแกว่งเท้าหาเสี้ยน เพื่อความปลอดภัยของทุกคนมากกว่า โชติไม่เห็นด้วยกับพ่อนัก นึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก จนเมื่อได้เจอหน้าพลอยในเวลาต่อมาถึงได้หยุดคิดเรื่องพ่อ แต่มุ่งความสนใจไปที่เธอมากกว่า

บัวจับสังเกตท่าทางของโชติแล้วอดกังวลแทนพลอยไม่ได้ ซึ่งคุณหนูคนสวยก็รู้ดี แต่ก็แสดงอาการต่อต้านได้ไม่ถนัดใจนัก เพราะไม่อยากให้พ่อแม่ต้องลำบากใจ...

ฝ่ายยอด...คาใจเรื่องกล้า เพราะท่าทางและสายตาระแวดระวังเมื่อคืน ทำให้คิดว่าอีกฝ่ายไม่น่าใช่ทาสธรรมดา แต่มิ่งกลับพูดถึงทาสหนุ่มคนคุมเรือด้วยน้ำเสียงดูหมิ่นดูแคลน ว่าอีกฝ่ายต่ำต้อย ไม่เหมาะจะเรียนมวย ยอดเคยเป็นทาสมาก่อน อดหมั่นไส้ไม่ได้ที่มิ่งพูดจายกตน ไม่เห็นหัวคนอื่น

“กะอีแค่มวยลพบุรี จะวิเศษตรงไหนกันวะ ต่อยเหมือนลิงหลอกเจ้า”

“ยังไงหรือพี่ยอด ถ้าข้องใจนักจะลองเปรียบกันก็ได้นะพี่”

“นี่เอ็งท้าข้าหรือวะไอ้มิ่ง”

“แหม...ฉันมวยลพบุรี พี่มวยโคราช มันก็น่าจะแลกเปลี่ยนวิชากันหน่อย”

“เฮ้ย...ถ้าตีกันในบ้าน นายเอ็งกับนายข้าจะหมางใจกันเปล่าๆ ไอ้มิ่ง...ถ้าเอ็งอยากวัดฝีมือกับข้าจริงๆล่ะก็ ไปเจอกันที่งานสมโภช แล้วข้าจะป่นกระดูกเอ็งให้ดู”

“พี่เองก็ระวังเถอะ ยิ่งแก่ๆอยู่ด้วย”

ยอดพยายามระงับโทสะอย่างยากลำบาก ก่อนจะหรี่ตาด้วยความสงสัย เมื่อเห็นกล้ากำลังทำงานที่ท่าน้ำ และเพียงไม่กี่อึดใจต่อมา อดีตหัวหน้าทาสใจโฉด ก็ปรี่ไปกระชากข้อมือกล้ามาดูให้หายข้องใจ

รอยสักบนข้อมือ ทำให้ความจริงบางอย่างเปิดเผย “ไอ้ฉิบหาย...ที่แท้เอ็งก็เคยเป็นทาสเรือนเดียวกับกู!”

กล้ากระชากข้อมือออก เดินเลี่ยงหนี และแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง แต่ก็ถูกยอดตามไปดักหน้า

“อย่าไขสือเลยว่ะไอ้หนู เรือนนายที่สุพรรณ มีทาสกี่คนกูจำได้หมดสิ้น โดยเฉพาะที่หนีมาได้มีเพียงคนเดียว ต้องเป็นมึงแน่ๆ ลูกอีเพียร...ทาสคนโปรดของนายกู”

ชื่อของแม่ทำให้กล้าหมดความอดทน โพล่งถามเสียงเข้มว่าแม่เขาอยู่ไหน ยอดได้ที แกล้งยั่ว

“กูรู้...แต่กูไม่บอก แน่จริงมึงก็บังคับกูให้ได้สิวะ...ไอ้ทาสเดนตาย!”

กล้าโกรธมาก ลืมหมดว่าทองอินเคยสั่งไว้ ไม่ให้อวดฝีมือมวยที่ไหน ถ้าไม่อยากเดือดร้อน ตั้งท่าจะเอาเรื่องเค้นคอยอดให้ได้ แต่เพราะเชิงมวยที่อ่อนด้อย เลยถูกเล่นงานกลับแทบทรุด

ยอดเห็นแววตาสู้คนของอีกฝ่ายก็นึกสนุก ท้าทายทิ้งท้าย

“ถ้ามึงแน่นักก็โค่นกูให้ได้เสียก่อน แล้วกูจะบอกว่าแม่มึงอยู่ที่ไหน”

ooooooo

เวียงสิงห์คึกคักมากเป็นพิเศษ เพราะงานสมโภชประจำปีใกล้เข้ามาทุกที ชาวบ้านต่างเตรียมความพร้อมอย่างสนุกสนาน แม้แต่คนต่างถิ่นอย่างท่านเตี่ยหรือหม่อมเจ้าชาตรี เกียรตินภากร ซึ่งแวะมาสืบข่าวทองอิน อดีตนายทหารคนสนิท ที่ว่ากันว่ามีคนพบเห็นแถบเวียงสิงห์ ยังอดสนใจไม่ได้ และตัดสินใจอยู่รอเพื่อเที่ยวชมงาน

ยันต์กับเที่ยง สองนายทหารคนสนิทของท่านเตี่ยตื่นเต้นดีใจมาก ยิ่งรู้ว่าจะมีการจัดประลองมวยในงานสมโภช ยิ่งชอบใจ เพราะรู้ดีว่าเจ้านายทรงโปรดปรานแม่ไม้มวยไทยแค่ไหน

ด้านพระพิสุทธิ์มนตรี...ไม่สบายใจนัก เมื่อรู้ว่ามิ่งจะประลองฝีมือกับยอดในงานสมโภช กลัวมีเรื่องขัดแย้ง หากผลการประลองไม่เป็นตามที่ต้องการ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะพระยาประเสริฐภักดีเห็นดีเห็นงามด้วย อยากให้มีการแข่งขัน เชื่อแน่ว่ายอดต้องชนะ แล้วตนจะได้ประกาศบารมีเหนือคนเวียงสิงห์ทั้งปวง

แต่คนเป็นกังวลมากกว่ากลับเป็นชด เพื่อนสนิทของยอด กลัวเพื่อนจะเพลี้ยงพล้ำ

“ไอ้ยอด...เอ็งเอาแน่เหรอวะ วัดดวงกับไอ้มิ่งมันไม่ใช่ง่ายๆนะโว้ย”

“เอ็งอย่าห่วงนักเลยไอ้ชด ข้ารู้ว่าควรทำยังไง”

“ต้องทอนแรงมันก่อนสู้เอ็ง ไม่อย่างนั้นเอ็งลำบากแน่”

“เอ็งพูดถูก แต่วิธีนั้นเอ็งคงคิดไม่ถึงแน่ว่าข้าจะใช้กลแบบไหน...”

ระหว่างที่ทุกคนวุ่นวายเตรียมตัวไปร่วมงานสมโภช กล้ากลับหัวเสียตลอด เพราะถูกยอดปั่นหัวและยั่วประสาทเรื่องแม่ จนทองอินสังเกตเห็น แต่เมื่อพยายามซักถาม ลูกศิษย์หนุ่มกลับไม่ปริปาก

แต่กระนั้น...ข่าวการประลองมวยระหว่างยอดกับมิ่ง ก็ทำให้กล้าอดสนใจไม่ได้ จนทองอินกับบัวสังหรณ์ใจ ว่าจะเกิดเหตุไม่ดี หากกล้าไปชมการประลอง และเกิดคิดอยากแสดงฝีมือขึ้นมา

พลอยอึดอัดใจไม่แพ้กล้า เพราะต้องไปเที่ยวชมงานกับโชติ ตามคำสั่งพ่อแม่ ต่างจากโชติ ออกอาการตื่นเต้นจนออกนอกหน้า เพราะจะได้มีโอกาสใกล้ชิดหญิงสาวสวยที่มีใจปฏิพัทธ์ตั้งแต่แรกเห็น

กุหลาบพอใจมากที่โชติ...ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมทั้งชาติตระกูลและทรัพย์สมบัติมาติดพันพลอย จึงสนับสนุนและเปิดทางให้ทำความรู้จักกับลูกสาวเต็มที่ แต่พระพิสุทธิ์มนตรีกลับไม่สบายใจนัก กลัวคนครหาว่าไม่งาม ที่สำคัญ ทั้งเขาและเธอก็ไม่เคยถามจากปากพลอยสักครั้ง ว่ามีใจชอบพอโชติหรือไม่...

ooooooo

แผนการของยอดกับชดคือหลอกล่อให้มิ่งดื่มน้ำสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีพิษร้ายบีบรัดหน้าอกให้หายใจไม่ออก เพื่อตัดกำลังของอีกฝ่าย ไม่ให้เอาชนะตนในงานประลอง

และชดก็อาสาเป็นตัวแทน แสร้งไปทำดีกับมิ่ง เพื่อทำตามแผนในเช้าวันก่อนการประลอง

“คืออย่างนี้นะพ่อมิ่ง ฉันน่ะอยากจะขอความเมตตาจากพ่อมิ่งแทนไอ้ยอด เพราะฉันรู้ว่ามันสู้พ่อมิ่งไม่ได้”

“พูดเป็นเล่นไปพี่ชด มวยโคราช หมัดเหวี่ยงควายออกจะโด่งดัง คงไม่ง่ายๆหรอกมั้ง”

“เออ...เรื่องนั้นข้าไม่เถียง แต่ไอ้ยอดมันแก่แล้ว ข้ากลัวว่ามันจะตายก่อน ถ้ายังไงก็ออมมือให้มันมั่งนะ”

“ฉันล่ะซึ้งน้ำใจพี่ชดจริงๆที่เป็นห่วงเพื่อนขนาดนี้ เอาเถอะ...ฉันจะยั้งมือให้ ไม่สู้ถึงตายดอกพี่”

“เออ...ประเสริฐเหลือเกินพ่อคุณ มามะ...รับน้ำใจจากข้าสักจอกหนึ่งเถอะ”

พูดจบก็หยิบจอกเหล้าซึ่งผสมสมุนไพรมีพิษยื่นให้ มิ่งมองมาอย่างลังเล ไม่ไว้ใจ ชดเลยตัดสินใจกินให้ดูก่อน รู้ดีว่าตนจะไม่เป็นอะไร เพราะยาพิษจะออกฤทธิ์เฉพาะคนที่ออกแรงมากเกินไปเท่านั้น

ยอดสาแก่ใจมาก เมื่อชดมาบอกว่ามิ่งหลงกลยอมกินเหล้าที่เตรียมไว้ ที่เหลือก็แค่รอเวลา เริ่มการประลองเมื่อใด นักมวยเจ้าถิ่นจอมโอ่อย่างมิ่งต้องไม่เหลือชื่อในเวียงสิงห์แน่!

เวลาเดียวกันที่บนเรือนใหญ่บ้านพระพิสุทธิ์มนตรี ...พลอยเตรียมตัวไปงานสมโภช โดยมีกุหลาบหยิบโน่นนี่มาสวมให้ลูกสาวคนเดียวตลอด ภูมิใจนักหนาที่เลี้ยงจนโตเป็นสาวสวยขนาดนี้

“เสียดายจริงๆ คุณตาคุณยายของลูกสิ้นบุญตั้งแต่ลูกยังแบเบาะ ไม่ได้อยู่ให้หลานสาวดูแลรับใช้ให้ชื่นใจ”

“แล้วญาติพี่น้องของคุณแม่ที่พระนครล่ะคะ”

“แตกฉานซ่านเซ็นกันไปคนละทิศคนละทางหมดแล้วลูก ชีวิตของแม่มีแต่พลอยกับคุณพ่อเท่านั้น”

“พลอยจะอยู่ดูแลรับใช้คุณแม่ พลอยจะไม่ทิ้งคุณแม่ไปไหนทั้งนั้น”

กุหลาบจับมือลูกสาวมาสบตา ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ “เป็นไปไม่ได้ดอกลูก ลูกสาวแม่เป็นสาวเป็นนางแล้ว แม่อยากเห็นลูกมีความสุข ออกเรือนมีหน้ามีตากับผู้ชายดีๆสักคน...แม่หวังไว้แบบนั้น”

พลอยอึดอัดใจมาก รู้ถึงความหมายนัยของแม่ดี ว่าอยากให้เธอลงเอยกับโชติ แต่กระนั้น...ความสนุกสนานและน่าตื่นเต้นในงานสมโภชก็ทำให้เธอลืมเรื่องกวนใจได้ชั่วขณะ จนโชติสังเกตเห็น และมั่นใจมากว่าระหว่างเธอกับทาสหนุ่มคนเรือชื่อกล้า ต้องมีความสัมพันธ์พิเศษบางอย่างต่อกันแน่

ไม่ใช่แค่พลอยกับกล้าที่ตื่นตาตื่นใจกับงาน บรรดาเจ้านายอย่างพระยาประเสริฐภักดีกับพระพิสุทธิ์มนตรี ก็อดตื่นเต้นกับบรรยากาศงานไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเวลาของการประลองมวยคู่ยอดกับมิ่งใกล้เข้ามา...

ooooooo

ท่านเตี่ยก็ไม่พลาดงานประลองครั้งนี้ ยันต์กับเที่ยงตามประกบเช่นเคย และอดเคืองไม่ได้ที่มีคนมายืนขวางเจ้านาย กล้านั่นเองที่แอบหนีสังข์มาดูการประลองด้วย แต่ท่านเตี่ยซึ่งปลอมตัวมาในคราบสามัญชนกลับไม่ถือสา นึกถูกชะตาและเอ็นดูด้วยซ้ำ เมื่อเห็นท่าทางกระตือรือร้นอยากดูของอีกฝ่าย

ในที่สุดการประลองก็เริ่มต้น...มิ่งรุกอย่างหนักหน่วง ตามประสาคนชอบใช้กำลังและอยากอวดฝีมือ ส่วนยอดตั้งรับอย่างใจเย็น สวนกลับบ้าง แต่ก็ไม่มาก จนพวกท่านเตี่ยอดมองมาด้วยความสนใจไม่ได้

“มวยโคราชนี่ร้ายกาจสมคำร่ำลือ แข้งหนักหมัดแรง เหมือนพายุถล่มภูเขา”

“นายมวยคนนี้ถึงจะมีอายุ แต่กำลังยิ่งกว่าหนุ่มๆ เสียอีก” เที่ยงพูดถึงยอด

“ข้าเห็นด้วย ไอ้มวยเวียงสิงห์ฝีมือดีก็จริง แต่รุกตีแบบนั้น มีหวังต้องพลาดเป็นแน่”

กล้าก็เห็นไม่ต่างกัน หลังจากที่พร่ำฝึกปรือฝีมือจนคล่องตัว ท่าทางแม่ไม้มวยไทยต่างๆก็ไม่ใช่เรื่องดูยาก สำหรับเขาอีกต่อไป และครั้งนี้ เขาก็เห็นด้วยกับพวกท่านเตี่ย ว่ามิ่งอาจเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ

บัวเห็นกล้ามายืนดูการประลอง ก็แอบขออนุญาตพลอยไปคุยด้วย และอดแปลกใจไม่ได้ เพราะดูเหมือนเพื่อนหนุ่มจะเข้าอกเข้าใจกระบวนท่าและการชกมวยมากผิดปกติ แต่ไม่ทันซัก มิ่งซึ่งถูกยาพิษเล่นงาน ก็ทรุดฮวบเสียก่อน เปิดโอกาสให้ยอดใช้ท่าอีกาฉีกรัง ท่าไม้ตายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

มิ่งอยากสู้ต่อ แต่ผู้ใหญ่บ้านเชื้อก็ขวางไว้ กลัวเอา ชีวิตไปทิ้ง ยอดเลยย่ามใจมาก ที่เอาชนะอีกฝ่ายได้ พระยาประเสริฐภักดีปลื้มใจใหญ่ ที่ลูกน้องคนสนิทไม่ทำเสียหน้า ต่างจากโชติ อายและไม่ชอบใจที่ยอดพูดจาโอ้อวดและทำท่ากร่างเหมือนพวกนักเลงโต

“ทำเป็นคุยเขื่องอวดดี ถุย...มีน้ำยาแค่นี้เองหรือวะนักมวยเวียงสิงห์”

“ไอ้ยอด...เอ็งหลู่ข้าได้ แต่อย่าหลู่เวียงสิงห์” มิ่งกัดฟันโต้

“เฮ้ยๆ ข้าเปล่านะโว้ย คนที่หลู่เวียงสิงห์คือเอ็งต่างหากไอ้มิ่ง เอ็งมันทำขายขี้หน้า”

ยอดกวาดตามองชาวเมืองเวียงสิงห์อย่างเย้ยหยัน พลันก็เหลือบไปเห็นสายตาเจ็บแค้นของกล้า

“หรือข้าพูดผิดวะไอ้ทาส เอ็งถึงได้มองเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ”

“ไม้ล้มข้ามได้ แต่คนล้มอย่าข้าม ในเวียงสิงห์ยังมีคนอีกมากที่จะขอแก้มือ” กล้าสวนเสียงเข้ม

“เอาสิวะ ถ้ามีก็ออกมาเลย ไอ้ยอดจากพระนคร คนนี้จะคว่ำให้ดู คนเวียงสิงห์หน้าไหน ใจสู้มีฝีมือก็เข้ามา!”

ท่าไม้ตายของยอด ทำให้ชาวเมืองนึกขยาด กล้าคิดนิดเดียวก่อนจะพยักหน้า

“ฉันรับคำท้า ฉันจะขอสู้แทนคนเวียงสิงห์”

บัวถึงกับพูดไม่ออก แต่พยายามทัดทานเท่าใด กล้าก็ไม่เปลี่ยนใจ แม้แต่พลอยและพระพิสุทธิ์มนตรี ก็อดเป็นกังวลไม่ได้ เพราะเข้าใจว่าทาสหนุ่มคนเรือไม่เคยเรียนวิชามวยจากที่ไหน

คณะของท่านเตี่ยก็อดแปลกใจไม่ได้เช่นกัน และก็ถึงกับทึ่ง เมื่อได้ยินประโยคถัดมาของกล้า

“ถึงเวียงสิงห์จะไม่ใช่เรือนเกิดฉัน แต่ฉันก็อาศัยมาจนโต ฉันไม่ยอมให้ใครมาหมิ่นหรอก”

แววตานักสู้กับท่าทางไม่กลัวตายของกล้า ทำให้ท่านเตี่ยนึกชอบใจ เอ่ยปากกับสองคนสนิท

“ไอ้ยันต์ ไอ้เที่ยง เอ็งช่วยหาเครื่องพันหมัดให้มัน จะดีจะร้ายก็ให้มันสู้สุดฝีมือ”

กล้ามองมาอึ้งๆ ก่อนจะยิ้มรับ เมื่ออีกฝ่ายอวยพรจากใจจริง

“ไอ้หนุ่ม...น้ำใจเอ็งหาญนัก ข้าขออวยพรให้เอ็งมีชัย”

ooooooo

การประลองเพื่อกู้หน้าให้ชาวเวียงสิงห์เริ่มต้นหลังจากนั้น ทุกคนต่างเฝ้าดูด้วยใจจดจ่อ อยากรู้ เหลือเกินว่าทาสหนุ่มคนเรือจากบ้านพระพิสุทธิ์
มนตรีจะเรียกศักดิ์ศรีคืนชาวเวียงสิงห์ได้หรือไม่

ยอดลำพองใจมาก คิดว่าฝีมือทาสหนุ่มคนเรือคงเทียบตนไม่ได้ จึงหวังขย้ำให้ตายคามือ แต่ก็ต้องผิดคาด เพราะแม้เชิงมวยของกล้าจะสู้ไม่ได้ แต่ตั้งรับและโต้กลับได้อย่างมีชั้นเชิงและเอาเรื่องพอตัว จนแม้แต่ท่านเตี่ยก็ถึงกับตะลึง และเมื่อหมดยก ก็ถือโอกาสสั่งสอนและแนะนำ

“เอ็งต้องมองหาจุดอ่อนของมันไอ้หนุ่ม ไม่ใช่ สักแต่มีท่าอะไรก็ใช้ส่งเดช ต้องคิดให้เป็น ต้องใช้สมอง”

กล้ามองไปทางยอด ยังไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายบอกนัก ท่านเตี่ยเลยอธิบายเพิ่ม

“คู่ปรับเขาเคลื่อนที่ช้ากว่าเอ็งไอ้หนุ่ม แบบนี้เขาเรียกมวยหลัก เอ็งต้องใช้มวยเกี้ยว แก้ทางเข้าไว้ยั่วให้มันโมโห เดี๋ยวคงปล่อยไม้ตายออกมา...นั่นแหละคือทางรอดของเอ็ง”

เที่ยงกับยันต์เสริมว่าท่าไม้ตายของยอดคือท่าอีกาฉีกรัง หากกล้าโดนอาจถึงตาย ต้องใช้ท่าแก้จักรนารายณ์ ทาสหนุ่มคนเรือขยับไปฟังเคล็ดลับการออกท่านี้จากท่านเตี่ยและสองคนสนิท จนเมื่อถึงเวลาต้องประลองอีกครั้ง ก็อดนึกย้อนถึงบทเรียนท่าเสือลากหาง ท่าครูของทองอินไม่ได้

กล้ายังจำได้ ครั้งนั้นเขาสงสัยท่านี้ว่าย่อตัวต่ำไป ทองอินเลยท้าให้บุก ผลคือกล้าถูกเล่นงานจนล้มไม่เป็นท่า

“ข้าไม่ได้ทำเอ็งล้มหรอกไอ้กล้า แรงของเอ็งที่ส่งมาต่างหาก คือหายนะของเอ็ง”

บทเรียนสำคัญในอดีตทำให้กล้าฮึดสู้ ใช้ท่าครู ของทองอิน โต้กลับยอดจนอึ้งกันทั้งงาน โดยเฉพาะคณะท่านเตี่ย จำได้ดีว่าท่าครูนี้เป็นของทองอิน อดีตนายทหารคนสนิทที่เพิ่งแหกคุกออกมา!

แต่กระนั้น...ท่าครูของทองอินก็ไม่ทำให้ยอดแพ้ แต่กลับยั่วให้โหมแรงมากกว่าเดิม จนกล้าเกือบพลาดท่า ถ้าจะไม่ไหวตัวทันใช้ท่าจักรนารายณ์เล่นงานกลับ จนเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะในที่สุด

ลีลาหมัดมวยของกล้าสร้างความกังขาให้ใครหลายคน โดยเฉพาะพระพิสุทธิ์มนตรีกับพลอย เพราะไม่รู้มาก่อนว่าทาสหนุ่มคนเรือไปเรียนมาจากไหน แต่กระนั้น...ชัยชนะของกล้าก็ทำให้ปลาบปลื้มและภูมิใจมากกว่า เพราะสามารถกู้ชื่อและศักดิ์ศรีของชาวเวียงสิงห์คืนมาได้

ยอดเจ็บใจมาก และถึงกับโวยเสียงดัง เมื่อกล้ามาไหว้ขอขมาตามธรรมเนียม

“อย่ามาไหว้กู เพราะกูประมาทดอกถึงได้แพ้”

“ฉันมาทวงสัญญา พี่เคยรับปากว่าจะบอกที่อยู่ของแม่ฉัน”

เหตุผลแท้จริงของกล้า ทำให้ยอดอึ้งไปอึดใจก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “กูจะบอกมึงก็ได้ไอ้ทาส ก่อนตายเจ้านายเก่าข้าขายแม่มึงไปแล้ว...ขายให้พวกฝรั่งที่พระนคร ป่านนี้แม่มึงคงบำเรอเขาสนุกล่ะมั้ง”

เสียงหัวเราะกวนประสาทของยอดทำให้กล้าเจ็บ แค้นมาก แต่ก็ทำได้แค่ระงับโทสะ และพยายามจะปลีกตัวออกไป คณะของท่านเตี่ยปราดมาขวาง และถามถึงทองอิน แต่กล้ากลับไม่ปริปากและเดินหนีดื้อๆ

ooooooo

ชัยชนะของกล้าทิ้งความสงสัยให้ใครต่อใครมากมาย มีเพียงบัวที่รู้ความจริงว่าเพื่อนหนุ่มคนเรือได้วิชามวยมาจากไหน แต่กระนั้น...ก็อดแปลกใจไม่ได้ เพราะเขาไม่มีท่าทีดีใจเลยที่ชนะยอด

กล้ายังนิ่ง บัวเลยเข้าใจว่าเขาเป็นกังวลว่าจะถูกลงโทษเพราะละทิ้งหน้าที่เฝ้าเรือ แต่กล้ากลับส่ายหน้า

“เอ็งรู้ไหมบัว ว่าทำไมพี่ถึงอยากเป็นมวย อยากเป็นทหาร...เพราะถ้าพี่มีวิชา มียศศักดิ์ พี่คงไม่ต้องทิ้งแม่ไว้แบบนั้น พี่เคยคิดว่าสักวันจะกลับไปหาแม่ แต่ยิ่งนานเท่าไหร่ ความหวังมันก็ยิ่งห่างออกไปทุกที”

ความจริงเรื่องแม่จากปากยอดทำให้กล้าถึงกับหลั่งน้ำตา จนบัวต้องมากอดปลอบ

“อย่ากลัวเลยนะพี่ พี่เป็นคนดี บัวเชื่อว่าพี่ต้องทำสำเร็จ บัวจะเอาใจช่วยนะ”

ไม่ใช่แค่พวกชาวบ้านที่ชื่นชมในชัยชนะของกล้า แม้แต่พระพิสุทธิ์มนตรีก็เห็นด้วย จนถึงกับเรียกตัวทาสหนุ่มคนเรือไปรับรางวัลในวันต่อมา

“ไอ้กล้าเอ๊ย...เมื่อวานข้าโกรธจนแทบจะคลั่ง ขนาดพี่เติม...พระยาประเสริฐเป็นญาติผู้พี่ข้าแท้ๆ ข้ายังไม่อยากจะมองหน้า แต่เพราะเอ็ง เอ็งนี่แหละช่วยกู้ศักดิ์ศรีของข้าเอาไว้”

กล้านิ่วหน้างงๆ “คุณพระไม่ได้เรียกกระผมมาลงหวายเหรอขอรับ”

“จะลงหาพระแสงอะไรวะ ในเมื่อเอ็งมีความดีความชอบ มานี่มา ข้ามีอะไรจะให้”

จบคำก็หยิบถุงเงินยื่นให้ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงภูมิใจ

“นี่รางวัลของเอ็ง จำไว้นะไอ้กล้า ถึงเอ็งจะเคยเป็นทาส แต่วันที่เอ็งชนะ เอ็งคือวีรบุรุษ”

กล้าซาบซึ้งใจมากที่ทุกคนเห็นความตั้งใจจริงของเขา แต่เมื่อพลอยจะตกรางวัลบ้าง เป็นสินน้ำใจที่เขาทำคุณความดีให้เวียงสิงห์ เขากลับไม่รับ จนเธอต้องคิดใหม่ว่าจะมอบอะไรให้เขาแทนเงินดี...

แม้ชัยชนะของกล้าจะเป็นที่ชื่นชมของใครหลายคน แต่คนที่ไม่รู้สึกรู้สา กลับเป็นมิ่ง เจ็บแค้นใจหนักหนา ที่ถูกกล้าชุบมือเปิบ คว้าความดี ความชอบไปแทน แต่ที่ร้ายกว่า คงหนีไม่พ้นยอด ที่ทำให้เขาบาดเจ็บปางตาย

พลันภาพในอดีตก็ผุดในหัวมิ่ง ตอนชดเอาเหล้ามาให้กินก่อนเวลาประลอง ครูมวยหนุ่มมั่นใจว่าต้องมียาอะไรบางอย่างผสมในนั้นแน่ แต่เมื่อไปคาดคั้นความจริงจากยอด กลับไม่ได้เรื่อง แถมได้ข้อสงสัยเพิ่มอีกอย่างด้วย ว่ากล้าไปฝึกเพลงมวยต่างๆมาจากไหน...

ooooooo

คณะท่านเตี่ยมั่นใจมากว่ากล้าต้องได้วิชามวยมาจากทองอิน แต่ยังหาหลักฐานไม่ได้ เลยตัดสินใจไปเจรจากับพระยาประเสริฐภักดี ให้ยอมร่วมมือพาตัวทองอินไปให้การในพระนคร

เวลาเดียวกันนั่นเอง...พลอยก็หาของขวัญให้กล้าจนได้ เป็นผ้าเช็ดหน้าผืนสวยที่เย็บและอบกลิ่นหอมเองกับมือ กล้าเห็นแล้วก็ได้แต่อ้ำอึ้ง ไม่กล้ารับไว้ จนพลอยต้องดักคอ

“รางวัล...ถึงกล้าไม่อยากรับ แต่ฉันก็จะให้ กล้าอย่าปฏิเสธฉันอีกเลย”

กล้าเลยรับมาถือไว้ แล้วกลิ่นหอมจากผ้าผืนนั้นก็ทำให้เขาถึงกับเคลิ้ม

“หอมเหลือเกินขอรับ กลิ่นหอมเหมือน...”

“เหมือนเสื้อผ้าที่ฉันสวมอยู่ เพราะมันเป็นบุหงารำไปอย่างเดียวกัน”

น้ำเสียงเมตตาและจริงใจของคุณหนูคนสวย ทำให้กล้าปลื้มมาก

“จำไว้นะกล้า รางวัลที่ฉันให้ ไม่ใช่เพราะกล้าตีมวยมีชัย แต่ให้เพื่อตอบแทนความดีที่กล้ามีให้ฉันเสมอ”

“ไอ้กล้าขอสาบานขอรับ ว่าจะจงรักภักดีต่อคุณพลอยและครอบครัวคุณพลอยไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่”

ด้านพระยาประเสริฐภักดี...ถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อเจอท่านเตี่ย หรือหม่อมเจ้าชาตรี เกียรตินภากร แต่ที่ทำ ให้หนักใจมากกว่า ก็เมื่อราชนิกุลหนุ่มขอความร่วมมือให้ช่วยพาทองอินไปขึ้นศาลที่พระนคร

“เอ่อ...แต่หน้าที่ของกระหม่อมคือจับกุมคนร้ายนะฝ่าบาท”

คำว่าคนร้ายทำให้ยันต์กับเที่ยงอดเคืองไม่ได้ และไม่รอช้าจะแก้ต่างให้ทองอิน ว่าที่จริงเป็นผู้ภักดีต่อบ้านเมือง โดยมีท่านเตี่ยเป็นฝ่ายเสริม ว่าคนร้ายตัวจริงคือปีเตอร์ อดีตนายกองฝรั่งและเจ้าของเหลาบุปผาในพระนคร

พระยาประเสริฐภักดีทำหน้าไม่อยากเชื่อ แต่ก็จนด้วยหลักฐานหรือข้อเท็จจริงมาโต้แย้ง เลยยอมแบ่งรับแบ่งสู้ จะพยายามช่วยสุดความสามารถ ทั้งที่ในใจคัดค้านและไม่เห็นด้วย

ฝ่ายโชติ...ไม่รู้ว่าพ่อมีแขกคนสำคัญ มัววุ่นวายจับผิดกล้ากับพลอย ที่มีท่าทางเหมือนไม่ใช่แค่เจ้านายกับบ่าว โดยเฉพาะวันนี้เมื่อเขาเห็นเธอเอ็ดอีกฝ่ายเสียงเข้ม เพราะทำแผ่นเสียงจากพระนครของกำนัลของเขาให้เธอเสียหาย

แต่ที่โชติไม่รู้ คือพลอยรู้สึกผิดกับเรื่องนี้มาก และตั้งใจเอ็ดเสียงดัง เพราะไม่อยากให้กล้าถูกโชติลงโทษ ถึงกระนั้น...ท่าทางน่าสงสัยหลายอย่างก็ทำให้โชติอดระแวงไม่ได้ จนเมื่อกลับถึงเรือนรับรอง และพ่อแนะนำให้รู้จักกับท่านเตี่ย จึงได้ลืมเลือนความกังวลใจไปบ้าง

ของกำนัลจากโชติไม่ได้ทำให้พลอยปลื้มใจนัก ต่างจากกุหลาบ ชอบใจหนักหนา จนพระพิสุทธิ์มนตรีอดไม่ได้ เตือนสติให้คิดดีๆ เพราะดูท่าโชติคงหวังในตัวพลอยไม่น้อย

“แล้วนี่ไม่คิดจะปรามลูกบ้างหรือไงแม่กุหลาบ ปล่อยให้พ่อโชติเขากำนัลของอยู่ได้ เกรงใจเขานา”

“แหม...ทีตอนคุณพี่เกี้ยวอิฉัน ยังหิ้วของมาฝากทุกวันนี่คะ จะห้ามยังไงได้”

พระพิสุทธิ์มนตรีส่ายหน้า ถอนใจยาว “ฉันหิ้วขนม หิ้วของกระจุกกระจิก แต่นี่เล่นหิ้วเครื่องเสียงเอย ของมีค่าเอย ระวังเถิดแม่กุหลาบ ถ้าเกิดลูกเราไม่ได้กับเขา จะหาของคืนไม่ทัน”

“ก็ให้มันรู้ไปสิคะ ว่าเนื้อคู่กันแล้วจะแคล้วกันได้”

กล้ารู้สึกผิดมากที่ทำแผ่นเสียงหัก เลยพยายามใช้ชันยาเรือมาซ่อม แล้วแอบฝากบัวไปคืนพลอย ส่วนตัวเองไปส่งเสบียงให้ทองอิน แต่เพราะมัวรีบ ไม่ทันระวังตัว เลยถูกสะกดรอย!

คณะท่านเตี่ยนั่นเองที่แอบตามมา ทองอินไหวตัวทัน พากล้าไปหลบ และเกือบพลั้งมือลั่นปืนแล้ว ถ้าไม่เห็นหน้าท่านเตี่ยชัดๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

“เอ็งโมโหร้ายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือคุกฝรั่งมันเปลี่ยนเอ็งให้กลายเป็นผีบ้าไปแล้ว”

ทองอินถึงกับพูดไม่ออก ก่อนจะทรุดตัวก้มกราบ น้ำตาหลั่งรินด้วยความปลาบปลื้มและยินดี

“ไอ้ทองอิน กูรักษาสัญญาเสมอ ทหารทุกคนคือลูกของกู ไม่ว่าจะลำบากอยู่แห่งไหน กูจะตามไปช่วยถึงที่”

กล้ามองหน้าแขกยามวิกาลงงๆ ก่อนจะถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อท่านเตี่ยแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ

“ข้าชื่อ...ชาตรี เกียรตินภากร แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ชอบเรียกข้าว่าท่านเตี่ย”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement