ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 2 นิยายไทยรัฐ
วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 2


10 ต.ค. 2560 16:58
1,489,478 ครั้ง

ละคร นิยาย ชาติพยัคฆ์

ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 2

อ่านเรื่องย่อ

ชาติพยัคฆ์

แนว:

พีเรียด-แอคชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ

บทโทรทัศน์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ/ฉัตรชัย เปล่งพานิช

กำกับการแสดงโดย:

โชติรัตน์ รักษ์เริ่มวงษ์

ผลิตโดย:

บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

จรณ โสรัตน์,นิษฐา จิรยั่งยืน

ระหว่างที่พวกสังข์และเหล่าคนงานทุ่มความสนใจและกำลังเวรยามไปที่ท่าเรือ ด้วงกับพรรคพวกแอบลักลอบเข้าทางป่ากล้วย และวางแผนล่อเหยื่อ ด้วยการวางเพลิงตรงท่าเรือ เพื่อดึงความสนใจจากผู้คนบนเรือนใหญ่

ทองอินแอบเห็นทุกอย่าง และตัดสินใจรอดูเงียบๆ ไม่ปรากฏตัวให้ใครเห็น เพราะไม่อยากเป็นที่สนใจ

ผลก็คือพวกด้วงสามารถเข้าถึงเรือนใหญ่ของพระพิสุทธิ์มนตรีได้โดยสะดวก เพราะพวกมิ่งซึ่งเฝ้าระวังแน่นหนา แบ่งกำลังบางส่วนไปดูสถานการณ์เพลิงไหม้ที่ท่าเรือ

แต่กระนั้น...แผนการของด้วงก็ถูกพวกมิ่งรู้ทันจนได้ ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างดุเดือด พระพิสุทธิ์มนตรีเห็นท่าไม่ดี เลยรีบไปหยิบปืนในห้อง พร้อมกับสั่งให้ลูกสาวและภรรยาไปซ่อนตัว

ด้วงได้เปรียบเพราะดักโจมตีพวกมิ่งจนบาดเจ็บล้มตายไปหลายคน และในที่สุดก็ฝ่ากระสุนพระพิสุทธิ์มนตรีและกองกำลังของมิ่ง เข้าถึงตัวเรือนจนได้ กล้าซึ่งวิ่งมาดูเหตุการณ์หลังจากนั้น เห็นคุณพระได้รับบาดเจ็บ ก็ถลาไปประคอง แต่กลับถูกไล่ให้รีบไปช่วยพลอยกับกุหลาบบนเรือนแทน

สมุนของด้วงแห่ไปรื้อหาของมีค่าในบ้านคุณพระ กุหลาบกับพลอยพยายามทัดทานและขัดขวาง เลยถูกทำร้ายบาดเจ็บ แถมยังเคราะห์ซ้ำกรรมซัด โดยเฉพาะคุณหนูคนสวย ถูกด้วงอุ้มพาดบ่าลงจากเรือนดื้อๆ

กล้าเข้าขวางและพยายามต่อสู้เต็มกำลัง แต่ก็สู้พวกนักเลงเจ้าถิ่นไม่ได้ จนเกือบจะหมดหวังอยู่แล้ว ถ้าทองอินจะไม่โผล่มาช่วย จนพวกด้วงต้องหนีกระเจิงเพราะสู้แม่ไม้มวยไชยาของนักโทษแหกคุกไม่ได้

รื่นพยุงด้วงซึ่งบาดเจ็บสาหัสเพราะถูกทองอินเล่นงานจุดตาย แต่ไม่วายจะคว้ากำปั่นสมบัติคุณพระและภรรยาไปด้วย กล้าเห็นพอดี และแย่งคืนมาได้ รวมทั้งทรัพย์สมบัติบางชิ้นที่หล่นเกลื่อนพื้นเพราะแรงปะทะก่อนหน้า

พลอยถูกทำร้ายจนหมดสติ กล้าใจไม่ดี รีบเก็บกำปั่นสมบัติของคุณพระพาดหลัง ตวัดร่างบางของคุณหนูคนสวยแนบอก จะพากลับเรือนใหญ่ โดยมีทองอินมองดูห่างๆด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ขอบใจนะน้า ถ้ามีโอกาส ฉันต้องตอบแทนน้าให้ได้”

“อย่าเลย...แค่ให้ข้าหลบในสวนนี่สักพักก็พอ”

“แล้วแต่น้าเถอะ วันพรุ่งนี้ไปรอฉันที่เดิมนะ ฉันจะเอาเสบียงไปฝาก”

พูดจบก็ทำท่าจะผละไป ทองอินมองตามนิ่งๆ ก่อนจะตัดสินใจโพล่งถามไล่หลัง

“ทั้งผู้หญิง ทั้งแก้วแหวนเงินทอง เอ็งไม่สนใจบ้างเหรอวะ ถ้าเอ็งหนีไปตอนนี้ เอ็งก็จะมีโอกาสตั้งตัว หรือว่าเอ็งอยากเป็นทาสเขาไปตลอดชีวิต”
กล้าก้มลงมองหน้าคุณหนูคนสวย แล้วตอบช้าๆแต่หนักแน่น “ฉันมันโง่จ้ะน้า ถึงต้องมาเป็นทาสรับใช้คนอื่น แต่ถ้าโอกาสของน้าหมายถึงการทรยศผู้มีพระคุณล่ะก็ ฉันขอตายดีกว่า”

คนเรือหนุ่มเดินจากไปแล้ว ทิ้งทองอินให้มองตามอึ้งๆ อดนับถือในความใจเด็ดของอีกฝ่ายไม่ได้...

ooooooo

มิ่งกับทิวประคองร่างบอบช้ำเพราะถูกพวกด้วงเล่นงานอย่างหนัก ตามหาพลอย แต่ไปได้ไม่ไกล กล้าก็อุ้มพลอยพร้อมกำปั่นมาส่งคืนให้เสียก่อน สองนักมวยได้แต่มองมาทึ่งๆ หมั่นไส้แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

กล้าส่งคุณหนูคนสวยเสร็จก็ลงจากเรือนใหญ่ โดยทิ้งกำปั่นให้มิ่งกับทิวนำส่งคืนกุหลาบ แต่สองนักมวยกลับคิดไม่ซื่อ แอบยักยอกสมบัติบางส่วนเก็บไว้ และคิดง่ายๆว่าคงไม่มีใครจับได้

ความดีความชอบของกล้าครั้งนี้ ทำให้เขาได้รางวัลเป็นเงินเบี้ยหวัดเหมือนคนงานอื่นๆ ไม่ต้องเป็นทาสแรงงานเหมือนเมื่อก่อน กุหลาบไม่เห็นด้วยนัก เพราะมีสมบัติบางชิ้น โดยเฉพาะกำไลทองฝังทับทิม สมบัติเก่าแก่จากต้นตระกูลหายจากกำปั่น เลยอดระแวงไม่ได้ว่าคนเรือหนุ่มจะขโมยไป

แต่กระนั้น...กุหลาบก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะกล้าช่วยชีวิตลูกสาวคนเดียวไว้ แถมเป็นคนนำกำปั่นสมบัติมาคืนอีกต่างหาก เลยได้แต่เก็บความไม่พอใจไว้ ไม่แสดงออกให้สามีและลูกสาวไม่สบายใจ

แต่ที่กุหลาบและทุกคนไม่รู้ คือมิ่งกับทิวเป็นหัวขโมยตัวจริง และทุกอย่างก็คงเป็นความลับต่อไปอย่างนั้นถ้าจะไม่มีใครแอบจับพิรุธของสองนักมวยได้เสียก่อน...

กล้ายังไม่รู้ตัวว่าจะมีคนใส่ร้าย มัวเพลิดเพลินกับการพาพลอยและบัวไปเที่ยวบึงเวียงสิงห์ สามเพื่อนรักพูดคุยและใช้เวลาร่วมกันเหมือนตอนเด็กๆ จนกระทั่งฝนเริ่มตก บัวเลยขยับไปกอดพลอยแก้หนาว

พลอยหันไปมองเพื่อนบ่าวสาวขำๆ แกล้งโอด “ปล่อยฉันได้แล้วบัว มากอดฉันทำไม”

“ก็บัวหนาวนี่เจ้าคะ กอดคุณพลอยอย่างนี้จะได้หายหนาว...มาเร็วพี่กล้า เบียดกันเหมือนไก่ตอนหน้าหนาวไง”

กล้าหน้าแดง เอ็ดเสียงเข้มกลบเกลื่อน “เอ็งจะบ้าหรือไงนังบัว คิดอะไรแผลงๆ ไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ”

บัวอมยิ้มก่อนจะแซวเพื่อนหนุ่ม “ไม่ต้องเขินดอกน่าพี่กล้า แหม...ทีตอนอุ้มคุณพลอยเมื่อคืน เห็นอุ้มอยู่คนเดียวไม่ยอมปล่อย ขนาดมีคนมาขอช่วยยังไม่ยอมเลยเจ้าค่ะคุณพลอย ไม่รู้จะหวงอะไรนักหนา”

พลอยได้ยินก็เหลือบมองกล้าอย่างสะกิดใจ แต่เขาก็ไม่สบตาด้วย บัวแอบสังเกตท่าทีของสองเพื่อนรักเงียบๆ เจ็บลึกในอกแต่ก็ต้องพยายามทำใจ เพราะเรื่องความรักคงฝืนใจใครไม่ได้

ooooooo

กว่าสามเพื่อนรักจะกลับบ้านพระพิสุทธิ์มนตรีก็อีกหลายเพลาต่อมา พลอยขึ้นเรือนใหญ่ไปแล้ว เช่นเดียวกับบัวที่หอบกระจาดดอกบัวตามไป กล้าทำท่าจะผละกลับเรือนพัก แต่ก็ถูกมิ่งกับทิวดักรอเอาเรื่องเสียก่อน

“ไอ้กล้า...เรื่องทองที่หายไป เอ็งอย่าปากมากนะโว้ย ของมันมีแค่นั้นจริงๆ ไม่ใช่ความผิดของข้า”

“แต่ของที่พวกโจรทำหล่น มีแค่ไหน ฉันหยิบคืนใส่กำปั่นแค่นั้น ไอ้กำไลที่คุณหญิงพูดถึง ตอนแรกฉันก็เห็น”

“นี่เอ็งจะกล่าวหาข้าใช่ไหมไอ้กล้า รึเอ็งอยากมีเรื่อง”

“ฉันไม่กล้าดอกพี่ แต่ถ้าใครถามล่ะก็ฉันคงต้องยืนยันตามที่เห็น”

ความตรงไปตรงมา ยอมหักไม่ยอมงอของกล้า ทำให้มิ่งกับทิวไม่พอใจนัก สังข์ก็พอเดาได้ เลยพยายามเตือนสติกล้าให้ระวังตัวให้ดี เพราะสองนักมวยอาจคิดเอาคืนก็ได้ แต่กล้ากลับไม่ใส่ใจนัก และเลือกจะปลีกตัว เอาเสบียงอาหารไปส่งทองอินในป่ากล้วย พร้อมกับชวนคุยด้วยท่าทางตื่นเต้น

“เมื่อคืนก่อนฉันทึ่งมากเลยนะ เพลงมวยน้าหาใครเปรียบไม่ได้เลย เก่งเหมือนเทวดาไม่มีผิด น้าสอนฉันมั่งสิ”

“ทาสอย่างเอ็งจะเรียนต่อสู้ไปทำไมวะ”

“โธ่น้า...แถวนี้มันถิ่นนักเลง ซ้ายขวาหน้าหลังก็มีแต่หมัดกับเท้าเต็มไปหมด เผลอๆของแข็งอีกต่างหาก ถ้าฉันไม่มีเขี้ยวเล็บไว้ป้องกันตัว ฉันก็แย่สิ”

“เอ็งจะเรียนไปเพื่อล้างแค้นว่างั้นเถอะ”

“ไม่ใช่ล้างแค้น แต่ไว้ป้องกันตัว ปกป้องนายท่านกับคนในบ้านนี้ น้าสอนฉันเถอะ สองสามท่าก็ยังดี”

ทองอินส่ายหน้า ไม่สอนและไม่ยอมบอกเหตุผล กล้าเลยโพล่งออกไปอย่างเหลืออด

“ฉันไม่ดีตรงไหนหรือน้า ถึงเรียนมวยกับเขาไม่ได้ หรือน้ารังเกียจที่ฉันเป็นทาสเลยไม่ถ่ายทอดวิชาให้”

“แล้วแต่เอ็งจะคิด แต่สรุปว่าเอ็งไม่เหมาะก็แล้วกัน”

กล้าเคืองมากหมุนตัวจะผละไป แต่ไม่กี่อึดใจ

ก็เปลี่ยนใจหันกลับมา “น้าคิดว่าตัวเองวิเศษนักหรือไง ถึงเคยเป็นทหาร แต่ตอนนี้น้าก็เป็นแค่นักโทษ ถึงฉันเกิดมาเป็นทาส แต่ฉันก็มีศักดิ์ศรี มีความเป็นคนไม่ต่ำด้อยกว่าน้าดอก”

“แล้วไหนวะ...ศักดิ์ศรีของเอ็งไอ้ทาส ข้ามองไม่เห็นว่ะ”

“แม่สอนฉันว่าความจงรักภักดี กตัญญูรู้คุณ ไม่มีวันสูญหาย ถึงใครไม่เห็นแต่ใจเราเห็น”

ooooooo

เรื่องสมบัติบางส่วนของกุหลาบที่หายไปโดยหาร่องรอยไม่ได้ กลายเป็นหัวข้อซุบซิบของคนทั้งบ้านพระพิสุทธิ์มนตรี และผู้ต้องสงสัยรายแรกๆก็หนีไม่พ้นมิ่งกับทิว เพราะมีคนงานหลายคนได้ยินกล้าพูดยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง แถมย้ำด้วยว่าตอนยึดของคืนจากพวกด้วง สมบัติในกำปั่นก็อยู่ครบทุกชิ้น

มิ่งกับทิวร้อนใจมาก กลัวความลับเรื่องขโมยของจะแตก โดยเฉพาะกำไลทองฝังทับทิมที่แอบเก็บไว้ เลยตัดสินใจวางแผนร้าย จะป้ายความผิดทุกอย่างให้กล้า!

ฝ่ายบัว...ไม่ได้สนใจหัวข้อซุบซิบของคนงานทั้งบ้าน มัวว้าวุ่นใจกับความรักของตัวเองที่คงไม่มีวันสมหวัง เพราะกล้ามีใจให้พลอย และวันนี้...เมื่อมีโอกาสจัดดอกบัวใส่แจกันก็อดเปรยลอยๆกับพ่อไม่ได้

“ฉันว่าดอกบัวก็สวยดีนะพ่อ ใช้ถวายพระก็ได้ กินเมล็ดก็ได้ กลิ่นก็หอม แต่ทำไมเราไม่ปลูกไว้ในบ้านล่ะพ่อ”

“ถามไม่รู้จักคิด ดอกบัวน่ะมันงามแต่ในโคลนตมโว้ย ราคาค่างวดก็ไม่มี ใครเขาจะมาปลูกเลี้ยงกันวะ โน่น...ไปเก็บเอาตามหนองตามบึงง่ายกว่ากันเยอะ”

สังข์พูดจบก็ผละไปทำงานอย่างอื่น ทิ้งบัวให้นั่งปลงตามลำพัง

“นั่นสินะ ดอกบัวจะไปมีค่าอะไร ยิ่งถ้าเทียบกับ...คุณพลอย”

ภาพความทรงจำวัยเด็กเมื่อหลายปีก่อนผุดขึ้นในหัว กล้าเป็นทั้งพี่ชายและเพื่อนแสนดีของเธอเสมอ ไม่ว่าเธอจะทำอะไร เขาจะวนเวียนดูแลไม่เคยห่าง เธอซาบซึ้งและเข้าใจดีว่าเขาไม่เคยเห็นเธอเป็นอย่างอื่น นอกจากเป็นเพื่อนและน้องสาวตัวยุ่งของเขาเท่านั้น...

แม้จะหนีรอดจากพวกบ้านพระพิสุทธิ์มนตรี แต่ด้วงก็บาดเจ็บสาหัสและตายเสียก่อนจะถูกทางการบุกจับ รื่นกับแผนลูกน้องคนสนิทเลยถูกจับเข้าคุกอย่างง่ายดายไปด้วย พร้อมคำให้การที่ทำให้สถานะและความน่าเชื่อถือของกล้าต้องสั่นคลอน คือพวกด้วงไม่ทันได้ขโมยสมบัติจากกำปั่น เพราะต่างก็ถูกอัดปางตายเสียก่อน

ทุกอย่างเข้าทางมิ่งกับทิวที่สบช่องแอบเอากำไลทองฝังทับทิมของกุหลาบไปซุกในเรือนพักของกล้า เพื่อป้ายความผิดให้คนเรือหนุ่ม ซึ่งก็ได้ผลเกินคาด เพราะพระพิสุทธิ์มนตรีโกรธและผิดหวังมาก แต่คงไม่เท่ากุหลาบ โวยวายเสียงดังใหญ่โต เพราะเกลียดขี้หน้ากล้าเป็นทุน

“ไอ้กล้า...เอ็งนี่ระยำแท้ เห็นเนื้อเห็นกระดูกกันก็วันนี้เอง”

“ไม่จริงนะขอรับ กระผมถูกใส่ร้าย กระผมไม่ได้ขโมยนะขอรับ”

พระพิสุทธิ์มนตรีทั้งผิดหวังและเสียใจที่เชื่อใจคนผิด ตอกกลับอย่างเหลืออด

“นี่เอ็งยังจะเถียงอีกเหรอวะไอ้กล้า บอกข้ามาเดี๋ยวนี้ ของที่เหลือเอ็งไปซ่อนไว้ที่ไหน”

กล้ายืนยันว่าไม่รู้เรื่อง มิ่งกับทิวกลัวความจะแตก เลยผสมโรงกับกุหลาบ ยั่วยุให้กล้าอาละวาดเพื่อปกป้องตัวเอง ผลก็คือคนเรือหนุ่มขาดสติ เถียงและตอบโต้อย่างดุเดือด จนถูกคุณพระสั่งล่ามโซ่เพื่อรอลงโทษ

ooooooo

กล้าตรอมใจไม่ยอมกินข้าวกินปลาจนคนรอบข้าง โดยเฉพาะพลอยกับบัวอดเป็นห่วงไม่ได้ ต้องหาทาง ลักลอบเอาเสบียงอาหารไปให้เสมอ เช่นเดียวกับทองอิน เห็นเหตุการณ์โดยตลอด สงสารและเวทนาในชะตากรรมของคนเรือหนุ่มมาก ถึงกับแอบไปเยี่ยมในเย็นวันหนึ่ง

“นี่ล่ะหนอความภักดี มีแต่ใจเอ็งเท่านั้นที่ได้เห็น แต่คนอื่นเขาไม่เห็นใจเอ็งดอก ไอ้ลูกทาส”

ทองอินยื่นกระบอกน้ำและกล้วยให้ แต่กล้าก็เบือนหน้าหนี จนอดีตทหารอดหมั่นไส้ไม่ได้

“พระอิฐพระปูนดีแท้ วะ...นี่เอ็งยังเคืองข้าอยู่หรือไง อย่าลืมสิว่าสภาพของเราตอนนี้ไม่ต่างกันหรอก เป็นคนร้ายเหมือนกันทั้งคู่ ที่สำคัญ...คือโดนใส่ร้าย”

“น้ายังไม่เคยบอกฉันเลยว่าน้ามาเป็นนักโทษได้ยังไง”

“ข้าไม่อยากคิดถึงมัน ไม่อยากคิดถึงเหตุการณ์ตอนนั้น”

“มันเลวร้ายมากขนาดนั้นเลยหรือน้า”

“ชีวิตคนเราเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้หรอกไอ้หนู ถ้าเอ็งยอมหักไม่ยอมงอ สักวันก็จะเป็นเหมือนข้า แต่เอาเถอะ...ถ้าคราวนี้เอ็งรอดไปได้ ข้าจะถือว่าเรามีวาสนาต่อกัน แล้วข้าจะสอนมวยให้เอ็ง”

“จริงเหรอน้า น้าอย่าหลอกฉันนะ”

ทองอินพยักหน้ารับ กล้าเลยมีกำลังใจจะมีชีวิตต่อ คว้ากล้วยกับน้ำมากินด้วยความหิวโหย โดยไม่รู้เลยว่าเวลาเดียวกันนั้นเอง พลอยถูกพ่อและแม่เรียกตัวไปตำหนิเป็นการใหญ่ โทษฐานรวมหัวกับบัวแอบส่งข้าวส่งน้ำให้เขา

“เป็นความผิดของลูกเองค่ะคุณพ่อ ลูกเป็นคนสั่งบัวให้เอาเสบียงไปฝากนายกล้า”

“เหลือเกินจริงลูกคนนี้ คนมันทำผิดแท้ๆ ยังช่วยมันอยู่ได้ ไม่กลัวเป็นขี้ปากบ่าวไพร่มันบ้างหรือไง น่าเกลียด”

“คุณแม่คะ...กล้ากับพลอยโตมาด้วยกัน ถึงต่างฐานะแค่ไหน ก็ต้องรู้สึกเป็นเพื่อนกันอยู่ดี แล้วที่สำคัญ...กล้าช่วยชีวิตลูกเอาไว้ถึงสองครั้งสองครา จะให้ลูกอยู่เฉยได้หรือคะ”

กุหลาบถึงกับพูดไม่ออก เพราะลูกสาวพูดความจริงทุกอย่าง พระพิสุทธิ์มนตรีเลยต้องออกโรงเอง

“แล้วลูกจะให้พ่อทำยังไง เว้นโทษงั้นหรือ”

“ลูกไม่กล้าขอถึงเพียงนั้นดอกค่ะ ก็แค่อยากทดแทนความดีของนายกล้า ด้วยการเอาข้าวเอาน้ำไปฝากสักมื้อ...ถ้าหากว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่ขัดข้อง”

เพราะคำว่าบุญคุณแท้ๆ พลอยเลยได้รับอนุญาต ให้ไปส่งเสบียงให้กล้า โดยมีบัวตามไปด้วยก่อนจะขอ ปลีกตัวดื้อๆ เพื่อเปิดโอกาสให้กล้ากับพลอยพูดคุยกันตามลำพัง

กล้ามีท่าทีลำบากใจ ไม่อยากให้เจ้านายสาวต้องเห็นตนในสภาพนี้ แต่พลอยก็ดื้อ ดึงดันจะให้เขากินข้าวให้หมด ส่วนตัวเองจะทายาบนแผลที่ถูกมิ่งกับทิวต่อยให้

“ทำคุณบูชาโทษแท้ๆเลยนะเรา ช่วยฉันทีไรต้องโดนลงโทษทุกที”

“อย่ากังวลเลยขอรับ มันเป็นหน้าที่ของบ่าวอยู่แล้ว”

คำพูดถ่อมตัวของเขาทำให้พลอยนึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก “หน้าที่งั้นหรือ ฉันนึกว่าที่กล้าเสี่ยงตายก็เพราะความรัก ความผูกพันฉันมิตรเสียอีก ดีล่ะ...ต่อไปจะได้รู้ว่ากล้าไม่ได้เห็นฉันเป็นเพื่อน”

“เป็นสิขอรับ แต่ว่า...คุณหนูก็เป็นนายของไอ้กล้าด้วย”

พลอยยิ้มบางๆก่อนจะปลอบและให้กำลังใจ “ถ้างั้นกล้าก็ต้องเชื่อใจฉัน และฟังคำพูดของฉัน...อดทนหน่อยนะกล้า สักวันความจริงต้องปรากฏ ฉันจะหาทางช่วยเธอให้พ้นผิดเอง”

กล้ามองมายิ้มๆ ประทับใจในความเมตตา จนพลอยเป็นฝ่ายเขินเสียเอง

“ไอ้กล้าดีใจขอรับ...รู้สึกว่ามีบุญที่ได้เป็นเพื่อนกับคุณพลอย”

“มันเป็นวาสนาของเราต่างหาก ฉันเองก็ดีใจที่มีเพื่อนอย่างนายกล้า อย่างบัว”

สองหนุ่มสาวต่างสถานะนั่งคุยกันเงียบๆ แต่เต็มไปด้วยรอยยิ้มระบายเต็มหน้า โดยไม่รู้เลยว่าบัวเฝ้ามองห่างๆจากมุมลับตา ช้ำใจไม่น้อยที่เขาไม่เคยแล แต่กระนั้น... ก็ต้องทำใจเพราะเรื่องความรักคงบังคับใจใครไม่ได้

ooooooo

หลังจากกำจัดกล้าให้พ้นทางได้ มิ่งกับทิวก็วางแผนเอากำไลทองฝังทับทิมและสมบัติชิ้นอื่นๆไปขายทอดตลาด โดยส่งขามไปเจรจากับจีนหลง พ่อค้าขายของจอมหน้าเลือด ให้รับซื้อของมีค่าเหล่านี้

แต่ก็เหมือนกรรมจะตามทัน เพราะทิวไม่กล้าออกหน้าขายของกับจีนหลงด้วยตัวเอง กลับส่งขามไปซื้อขายตามลำพัง โดยตัวเองแอบตามดูห่างๆ ผลคือสังข์ซึ่งแอบสะกดรอยตามขาม เพราะติดใจท่าทางลุกลี้ลุกลนแปลกๆ พาผู้ใหญ่บ้านเชื้อมาตามจับผิด ทิวเลยต้องตัดสินใจฆ่าขามปิดปาก ไม่ให้ใครสาวมาถึงตัวกับมิ่ง

ทิวเชิดเงินหนีไปได้ แต่ของกลางทั้งหมด รวมทั้งกำไลทองฝังทับทิม ถูกทางการยึดกลับมาส่งคืนให้พระพิสุทธิ์มนตรีและกุหลาบ สังข์สงสัยว่าขามจะไม่ใช่ หัวขโมยตัวจริง แต่ถูกฆ่าปิดปากเพราะใครบางคนที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลบ้านคุณพระ ทิวร้อนตัว เลยตามไปขู่
ทันทีที่สังข์อยู่ตามลำพัง

“สอดไม่เข้าเรื่อง ระวังจะตายโหงไม่รู้ตัวนะตาสังข์”

แม้จะต้องแลกกับการถูกขู่ แต่วีรกรรมของสังข์ก็ทำให้กล้าได้รับการปล่อยตัว คนงานเอาเครื่องมือมาถ่างตรวนจากข้อเท้าของกล้า คนเรือหนุ่มเลยถือโอกาสแอบเอาเครื่องมือไปถอดตรวนให้ทองอินบ้าง แต่คงเพราะมัวตื่นเต้น เลยไม่ทันระวังตัว บัวเลยตามมาเห็นความลับของสองหนุ่มในป่ากล้วยเสียก่อน!

บัวเห็นโซ่ตรวนบนตัวทองอินก็หน้าซีดเผือด ครั้นตั้งสติได้ก็ตะโกนโวกเวก หวังให้คนงานมาช่วยจับคนร้ายแหกคุก กล้าถลาไปปิดปาก ขู่ให้เงียบ เพราะถ้าเรื่องแดงออกไป เขาจะเดือดร้อนด้วย

กล้าบอกบัวตามตรงว่าอยากให้ทองอินสอนมวยให้ และหากเธอเรียกคนมาจับ ไม่เพียงเขาจะอดเรียนมวยอย่างที่หวัง เขาอาจต้องเข้าคุกด้วยเพราะให้ความช่วยเหลือนักโทษแหกคุก!

บัวกระอักกระอ่วนใจมาก แต่เห็นแก่ความสุขของเพื่อนหนุ่ม เลยรับปากจะปิดปากเงียบ แต่ทองอินกลับไม่คิดเช่นนั้น ตัดสินใจหนีจากป่ากล้วย เพราะไม่อยากให้กล้าต้องเดือดร้อนเพราะตน

กว่ากล้าจะรู้ ทองอินก็หนีถึงท่าเรือแล้ว คนเรือหนุ่มไม่รอช้า ถลาไปขวาง พร้อมกับทวงสัญญา

“น้าหลอกฉันทำไม ไหนน้าบอกว่าจะสอนมวย ให้ฉัน”

“ข้าสอนเอ็งไม่ได้หรอก ขืนอยู่ที่นี่ต่อ ภัยจะมาถึงเอ็ง”

“แต่ฉันไม่กลัว ฉันยอมเสี่ยงตาย ดีกว่าอยู่อย่างไร้ศักดิ์ศรี”

ทองอินยังนิ่งเฉย ไม่ยอมตกลง กล้าเลยตัดสินใจกระโจนลงน้ำไปเกาะเรือ อ้อนวอนเสียงอ่อน

“เมตตาฉันเถอะ ไอ้กล้าคนนี้ไม่มีอะไรดีสักอย่าง หนังสือสักตัวก็อ่านเขียนไม่เป็น ขอวิชาให้ไอ้กล้าติดตัวเถอะ”

“เอ็งจะฝึกเพื่ออะไรไอ้หนุ่ม กะอีแค่ตีหมัดตีมวย มันจะช่วยอะไรเอ็งได้ มันเปลี่ยนชีวิตทาสของเอ็งไม่ได้หรอก”

“แต่ฉันอยากสู้ ฉันอยาก...อยากมีโอกาสเหมือนคนอื่นเขาบ้าง ฉันอยากมีความหวัง ฉันไม่อยากหนีอีกแล้ว”

ภาพในอดีตที่ต้องหนีตายจากบ้านนายทาสผุดขึ้นในหัว กล้ากำหมัดแน่น สาบานกับตัวเองว่าจะไม่ยอมมีชะตากรรมแบบนั้นอีก และคืนนี้ก็จะเป็นวันชี้ชะตาใน อนาคตของเขา

ทองอินอยากจะเป็นบ้าตาย แววตาแข็งกร้าวของคนเรือหนุ่มทำให้อดใจอ่อนไม่ได้

“กรรมอะไรของกู จะมาขออะไรกูตอนนี้”

กล้าส่งสายตาอ้อนวอนจนทองอินต้องเบือนหน้าหนี ก่อนจะเปรยเสียงเรียบ

“เอ็งอยู่ที่นี่มานาน คงไม่รู้หรอกว่าโลกภายนอกมันมืดมนแค่ไหน ไอ้หนุ่ม...ถึงวิชาความรู้จะเป็นเหมือนแสงสว่าง แต่เพลงมวยของข้าก็เป็นได้แค่เทียนเล่มหนึ่งเท่านั้น”

“แต่เทียนเล่มนั้นมันก็ให้แสงสว่างกับฉันนะ”

ooooooo

ทองอินต้องยอมแพ้ให้กับหัวใจนักสู้ของกล้า และตัดสินใจยอมรับอีกฝ่ายเป็นศิษย์ในคืนเดียวกันนั่นเอง กล้าดีใจมาก และไม่กี่เพลาต่อมา เขาก็ถือพานดอกไม้ธูปเทียนไปกราบทองอิน เพื่อทำพิธีขอเป็นศิษย์

“ข้าพเจ้ามาบูชาครูวันนี้เพื่อขอปฏิญาณตัวเป็นศิษย์ ข้าพเจ้าขอให้สัตย์ว่าจะจงรักภักดีต่อครูบาอาจารย์ สิ่งใดที่ได้ศึกษาแล้วจะรักษาระเบียบแบบแผนไว้อย่างเคร่งครัด ขอให้ทิศทั้งสี่เป็นพยาน เมื่อใดข้าไหว้ขึ้นท่าครู ขอให้บารมีของครูจงปกป้องและนำพาข้าให้มีชัยชนะเหนือศัตรูหมู่อริทั้งปวง”

กล่าวจบก็ตามด้วยบทสวด บัวตามดูห่างๆ สีหน้าเป็นห่วงแต่ก็ภูมิใจเหลือเกินที่กล้าได้ทำตามฝันอย่างที่ตั้งใจ ทองอินมองลูกศิษย์หมาดๆด้วยแววตาเปี่ยมความหวัง เอ่ยทิ้งท้ายก่อนจบพิธี

“จากนี้ไปขอให้เอ็งตั้งใจฝึกฝนวิชาให้จงหนักด้วยสมาธิและปฏิภาณ เพื่อเอ็งจะได้เป็นลูกผู้ชาย...ชายชาติพยัคฆ์ มีเขี้ยวเล็บไว้ปกป้องตัวเองและช่วยเหลือผู้อ่อนแอกว่าต่อไป”

บทเรียนของกล้าถูกกำหนดขึ้นอย่างหนักหน่วงหลังจากนั้น แต่คนเรือหนุ่มก็ไม่ย่อท้อ ตั้งใจฝึกฝนเป็นอย่างดี จนทองอินอดทึ่งไม่ได้ และวันนี้ก็ถึงบทเรียนสำคัญ คือจุดหว่างคิ้วที่นักมวยทุกคนต้องระวังเป็นพิเศษ

“จุดนี้เรียกว่าอุณาโลม เป็นจุดสำคัญที่เอ็งต้องรักษาไว้ตลอดการชก อย่าให้คู่ต่อสู้ของเอ็งสัมผัสได้เป็นอันขาด”

“ทำไมหรือครู”

“ร่างกายส่วนอื่นถูกโจมตียังพอแก้ไข แต่ถ้าอุณาโลมถูกทำลายเมื่อใด เอ็งจะถึงฆาต!”

ทองอินถ่ายทอดวิชามวยไชยาให้กล้าอย่างหมดเปลือก ซึ่งคนเรือหนุ่มก็ทำได้ดี จนอดีตนายทหาร

กลัวใจ ต้องเอ่ยปากเตือน เพราะไม่อยากให้ทั้งตนกับอีกฝ่ายเดือดร้อน

“จำไว้นะไอ้กล้า ตราบใดที่ข้ายังอยู่ที่นี่ เอ็งห้ามแสดงวิชามวยของเอ็งให้ใครเห็นเด็ดขาด”

“สำคัญด้วยหรือครู”

“สำคัญ...เพราะหากใครอื่นเห็นวิชาของเอ็งเมื่อใด ก็จะสงสัยว่าผู้ใดเป็นครูสอน และเมื่อนั้นภัยจะมาถึงเรา...”

ระหว่างที่กล้าฝึกฝนวิชามวย...ภัยของทองอินก็มาถึง เมื่อพระยาประเสริฐภักดี ขุนนางชั้นผู้ใหญ่จากพระนครและญาติสนิทของพระพิสุทธิ์มนตรี ได้ยินข่าวลือว่าทองอินหนีมาแถบเวียงสิงห์ เลยตัดสินใจมาตรวจสอบด้วยตัวเอง

พระพิสุทธิ์มนตรีดีใจมากที่ญาติสนิทจะแวะมาเยี่ยม พร้อมกับโชติ ลูกชายของอีกฝ่ายที่เพิ่งเรียนจบจากเมืองนอกหมาดๆ เช่นเดียวกับกุหลาบ ที่วางแผนจะให้ลูกสาวกับโชติเป็นคู่หมั้นคู่หมาย แต่พลอยกลับไม่นึกสนุกด้วย เพราะคิดกับโชติแค่พี่ชายและเพื่อนในวัยเด็กเท่านั้น

โชติยังไม่รู้ตัวว่าจะถูกจับคู่ มัวเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ระหว่างทางจากพระนครมาเวียงสิงห์ ภาคภูมิใจในความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินสยามเหลือเกิน จนอดประณามชาวต่างชาติที่จ้องจะหาผลประโยชน์จากแผ่นดินไม่ได้

“พวกล่าอาณานิคม ที่จริงพวกมันป่าเถื่อนยิ่งกว่าเราซะอีก”

พระยาประเสริฐภักดีส่ายหน้า สอนลูกชายเสียงอ่อน “อย่าคิดแบบนั้นตาโชติ ลูกต้องเปิดหูเปิดตาให้กว้างเข้าไว้ แล้วสักวันจะรู้ว่าการรบการค้าแบบฝรั่ง คือหนทางความสำเร็จ เจ้าต้องเรียนรู้ไว้ เข้าใจหรือไม่”

โชติไม่เห็นด้วยนัก แต่ขัดพ่อไม่ได้ เลยได้แต่นิ่งเงียบจนกระทั่งเข้าเขตเวียงสิงห์ พระยาประเสริฐภักดีก็หมดความสนใจเรื่องลูกชายแค่นั้น สนใจบรรยากาศโดยรอบมากกว่า ที่ดูคึกคักเป็นพิเศษเพราะกำลังจะมีงานสมโภชประจำปีที่วัดเวียงสิงห์ และหนึ่งในความสนุกสนานที่หลายคนรอคอย คือเวทีมวยใหญ่กลางงาน!

ooooooo

พระยาประเสริฐภักดีไม่ได้มากับลูกชายตามลำพัง แต่เอายอด องครักษ์และนักมวยฝีมือฉมัง ซึ่งอดีตเคยเป็นหัวหน้าทาสประจำบ้านที่กล้ากับเพียรเคยอยู่มาด้วย โดยหมายมาดปั้นมือจะให้ลงแข่งมวยในงานสมโภชฯ

ยอดตอบรับด้วยความเต็มใจตามประสาพวกชอบใช้กำลัง กล้าเห็นยอดครั้งแรกในรอบสิบกว่าปีก็ถึงกับตะลึง แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายจำตนไม่ได้ เลยแกล้งทำเฉย เพราะไม่อยากให้ตัวเองเดือดร้อน

การมาถึงของพระยาประเสริฐภักดี ญาติสนิทของพระพิสุทธิ์มนตรี ทำให้กล้าไม่สามารถไปเรียนกับทองอินตามนัดได้ บัวเป็นคนมาแจ้งข่าว อดีตนายทหารเลยได้รู้ว่าอันตรายที่รอคอยได้เข้าใกล้ตนอีกขั้นแล้ว

บัวแจ้งข่าวเรียบร้อย ก็รีบออกจากป่ากล้วย แต่ดันต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อเจอมิ่งมาขวางหน้า และสายตาจับผิดของเขาก็ทำให้เธอปั้นหน้าไม่ถูก แต่ก็ยังทำหน้านิ่งแก้ตัวเสียงเข้มกลบเกลื่อนความกังวล

มิ่งหรี่ตาไม่อยากเชื่อ แต่ก็ไม่คิดว่าบ่าวสาวอย่างบัวจะทำเรื่องอะไรได้ แต่กระนั้น...ก็ไม่วายระแวง

“นี่ดีนะว่าข้าเห็นไอ้กล้ามันที่ท่าน้ำ ไม่อย่างนั้น...ข้าคงคิดว่าเอ็งสองคนพลอดรักกันอยู่ในป่ากล้วย”

“อย่ามาพูดจาหมิ่นกันนะพี่มิ่ง ฉันกับพี่กล้าไม่เคยคิดทำเรื่องบัดสีอย่างนั้น”

“โถ...เอ็งอย่าเคืองข้านักเลยบัวเอ๊ย...ข้าพูดเพราะหวงเอ็งดอก แล้วที่ข้าเคยทาบทาม เอ็งไม่สนใจจริงๆเหรอวะ”

“เลิกฝันเถอะ คนอย่างฉันจะยอมเป็นเมียของผู้ชายที่ฉันรักเท่านั้น...ซึ่งไม่ใช่พี่!”

การมาถึงของยอด ไม่เพียงทำให้กล้าต้องประสาทเสีย แม้แต่มิ่ง ครูมวยเจ้าถิ่น ก็อดหัวเสียไม่ได้ เพราะถูกนักมวยต่างถิ่นมองมาด้วยสายตาเหยียดหยามและท้าทายตลอดเวลา

ส่วนพลอย...อึดอัดใจไม่แพ้เหล่าคนงานหนุ่มๆในบ้าน เพราะโชติแสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่อยากเป็นแค่เพื่อนวัยเด็ก แต่อยากเป็นคู่หมายของเธอด้วย แต่คุณหนูคนสวยก็ทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากนิ่งเฉยเท่านั้น

ฝ่ายพระพิสุทธิ์มนตรี...อึ้งไปอึดใจ เมื่อรู้สาเหตุการมาเวียงสิงห์ของญาติหนุ่มใหญ่ คือมาตามล่านักโทษแหกคุก

“ไอ้ทองอินนี่มันร้ายนัก เวรยามถือปืนไฟออกแน่นหนา มันยังฝ่าหนีไปได้”

“เห็นเขาลือว่ามันฆ่านายทหารฝรั่งตายด้วย เรื่องมันเป็นมายังไงหรือ”

“รายละเอียดข้อนี้พี่ยังรู้ไม่กระจ่าง เพราะฝรั่งเขาพาตัวไปตัดสินที่ศาลของเขา”

“แปลก...คนของเราแท้ๆ แต่ดันต้องไปตัดสินความในศาลของพวกนักล่า ยุติธรรมผิดถูกจะรู้ได้ยังไง”

ทองอินก็รู้ความจริงข้อนี้ดี และไม่รอช้าจะแอบไปพบพระยาประเสริฐภักดีแบบซึ่งหน้าในคืนเดียวกัน

“กระผมได้ยินชื่อของท่าน ก็รู้ทันทีว่าท่านมาที่นี่ทำไม เพราะท่านเป็นคนดูแลติดตามคดีกระผมมาตั้งแต่ต้น”

“ไอ้ทองอิน แล้วเอ็งต้องการอะไร สังหารข้าเหรอ”

“กระผมแค่อยากกล่าวความจริงให้โลกรู้ก่อนตาย ส่วนท่าน...จะเชื่อหรือไม่ก็สุดแท้แต่ท่าน...กระผมไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าทหารฝรั่ง แต่เป้าหมายของกระผมคือกัปตันปีเตอร์...คนทรยศ!”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement