ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 13 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 13


10 ต.ค. 2560 16:58
1,493,594 ครั้ง

ละคร นิยาย ชาติพยัคฆ์

ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 13

อ่านเรื่องย่อ

ชาติพยัคฆ์

แนว:

พีเรียด-แอคชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ

บทโทรทัศน์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ/ฉัตรชัย เปล่งพานิช

กำกับการแสดงโดย:

โชติรัตน์ รักษ์เริ่มวงษ์

ผลิตโดย:

บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

จรณ โสรัตน์,นิษฐา จิรยั่งยืน

อาเหวินหอบหัวใจช้ำๆกลับบ้านในเวลาต่อมา เจ๊คิ้มเห็นหน้าซึมๆของน้องชาย ก็นึกรู้ว่าคงหนีไม่พ้นเรื่องบัว และแม้จะสงสารแค่ไหน ก็ต้องปลอบให้ทำใจ

“อาตี๋เอ๊ย...ลื้อเกี้ยวผู้หญิงอย่างนี้ รับรองปีหน้าอาบัวอียอมแต่งงานแน่นอน”

หนุ่มลากรถตาโต ก่อนจะเฉาโดยพลันเมื่อพี่สาวเอ่ยประโยคถัดมา

“แต่งกับคนอื่น...เพราะอีรำคาญลื้อ!”

สีหน้าผิดหวังของน้องชาย ทำให้เจ๊คิ้มลอบถอนใจยาว ทั้งสมเพชและเวทนาในความรักของเขา

“ก็ลื้อไปเสนอหน้าตอมอี เหมือนแมลงวันตอมขี้หมาอะ ทำไมอีจะไม่เบื่อ”

“อั๊วไปช่วยงานอีนะเจ๊ อีทำอะไร อั๊วก็เข้าไปช่วย ไปไหนอั๊วก็ตามไปด้วย”

“ก็นั่นไง มันน่ารำคาญ ลื้อทำดี ลื้ออย่าเสนอหน้าสิ มันต้องเร้าใจอีบ้าง อยู่ห่างๆอย่างห่วงๆน่ะ...เข้าใจไหม”

อาเหวินทำหน้างง ไม่เข้าใจความหมายที่พี่สาวต้องการบอก เจ๊คิ้มอยากจะเป็นบ้า แต่สุดท้ายก็ยอมเฉลย

“คนจีนคนสยามนิสัยเหมือนกัน กตัญญูรักพ่อรักแม่ อาบัวอีรักพ่อ ถ้าอีเห็นลื้อทำดี เอาอกเอาใจพ่ออี มีหรืออีจะไม่ใจอ่อน มีใจให้ลื้อบ้าง”

คำแนะนำของพี่สาวทำให้อาเหวินยิ้มกว้างหมายมั่น ปั้นมือจะเข้าทางสังข์ในครั้งหน้า เผื่อบัวจะเห็นใจ...

รื่นพักรักษาตัวจนดีขึ้น ถึงกลับไปทำงานให้จีนหยง แต่บรรยากาศก็ไม่เหมือนเดิม เพราะวีรกรรมบ้าบิ่น บุกไปมีเรื่องในเหลาบุปผา เท่ากับประกาศศึกกับปีเตอร์และอาจทำให้พวกโรงฝิ่นเดือดร้อน

แต่เรื่องของรื่นก็ไม่น่าสนใจสำหรับจีนหยงอีกต่อไป เมื่อเทียบกับแผนส่งมิ่งไปฆ่าปีเตอร์ ซึ่งไม่สำเร็จ และอดีตครูมวยแห่งเวียงสิงห์ต้องตายเปล่า แถมเจ้าของโรงฝิ่นยังต้องกลายเป็นผู้ต้องสงสัยหลักด้วย

อังเดรกับฮิวโก้ไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องนี้ และคิดว่าผู้ที่จะช่วยให้เบาะแสได้คือท่านเตี่ย เลยเรียกกล้ามาสั่งให้พาไปเข้าเฝ้า พลขับหนุ่มลำบากใจมาก แต่เมื่อสถานการณ์บังคับ และเหตุผลเพื่อบ้านเมือง เลยจำต้องตกลง

ท่านเตี่ยเลยได้ต้อนรับคณะอังเดรที่วังในเวลาต่อมา แม้จะแปลกใจไม่น้อยที่กงสุลใหญ่ขอเข้าพบ แต่ก็ไม่ถึงกับเดาเหตุผลไม่ได้ อังเดรกวาดตามองรอบห้องทรงอักษร ก่อนจะไปหยุดที่กระบี่เล่มหนึ่ง

“กระบี่เล่มนี้เป็นสมบัติล้ำค่า เราได้รับพระราชทานมาเมื่อครั้งยังรับราชการในกองทัพเรือ”

“น่าปลาบปลื้มจริงๆ นอกจากจะเป็นเชื้อพระวงศ์แล้ว ฝ่าบาทยังทรงพระปรีชาสามารถในการรบด้วย”

“ท่านกงสุลอังเดร...เราเชื่อว่าท่านคงไม่ได้มาที่นี่เพื่อพูดเรื่องประวัติของเรา”

“ที่กระผมมาวันนี้ก็ด้วยเรื่องฝิ่นของจีนหยงที่ถูกวางเพลิง”

“จีนหยงทำการค้าโดยไม่สุจริต ลักลอบขายฝิ่นให้ชาวสยาม ทั้งๆที่กฎหมายระบุว่าให้ขายเฉพาะต่างชาติเท่านั้น การที่ฝิ่นของมันถูกเผา ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีแล้วนี่”

“แล้วฝ่าบาทพอจะทราบหรือไม่ว่าใครอยู่เบื้องหลัง”

“เรารู้แต่ว่าคนร้ายคงมีเจตนาดีเป็นแน่”

“แต่ผลลัพธ์ที่ตามมากลับเลวร้าย เพราะตอนนี้พระยาประเสริฐภักดีกับนายปีเตอร์ได้นำเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้าง เพื่อขอค้าฝิ่นแข่งกับจีนหยง ดังนั้น...แทนที่ฝิ่นจะลดลง ก็กลับเพิ่มจำนวนมากขึ้น”

“หากเป็นเช่นนั้น ก็คงมีการลอบเผาเกิดขึ้นอีก”

“ซึ่งนั่นจะทำให้สถานการณ์ยิ่งบานปลาย จนอาจลุกลามเป็นสงครามฝิ่นเหมือนบางประเทศ”

ooooooo

ระหว่างที่อังเดรหารือกับท่านเตี่ยในห้องทรงอักษร ฮิวโก้ก็เดินสำรวจรอบวังเทวาพิทักษ์ โดยมีกล้าเป็นคนนำทาง นายทหารคนสนิทกงสุลใหญ่ถึงกับทึ่งมาก เมื่อเห็นคนป่วยมากมายในวัง

“ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าอย่างท่านเตี่ย จะใช้วังตัวเองเป็นโรงหมอรักษาคนไข้ นี่สงสัยคงจะมีรายได้ร่ำรวยสิท่า”

“มิได้ขอรับคุณฮิวโก้ วังเทวาพิทักษ์แห่งนี้ให้การรักษาคนเจ็บป่วยโดยไม่คิดเงิน คิดอัฐแต่อย่างใด อีกทั้งยังช่วยเยียวยาคนที่ต้องการอดฝิ่นอีกด้วยขอรับ”

“อดฝิ่นอย่างนั้นหรือ ถ้างั้น...ข่าวลือที่ว่าท่านเตี่ยต่อต้านการค้าฝิ่น ซึ่งถือว่าเป็นการแข็งข้อเจ้าอาณานิคมก็เป็นความจริงสินะ หรือว่าไงนายกล้า...”

กล้าอึดอัดใจมาก อยากจะตอบโต้แทนท่านเตี่ย แต่ไม่อยากเป็นเหตุให้เกิดข้อขัดแย้งไปมากกว่านี้ เลยต้องพยายามสงบปากสงบคำ เช่นเดียวกับราชนิกุลหนุ่มเจ้าของวัง ที่ต้องตั้งสติหารือกับอังเดร

“นิสัยพวกล่าอาณานิคม ชอบหาเหตุพาลไปน้ำขุ่นๆ เที่ยวยึดบ้านยึดเมืองของคนอื่น แล้วบอกว่าปกป้องความชอบธรรม น่าขันสิ้นดี”

“กระผมมิได้ต้องการเช่นนั้นเลย ถึงแม้รัฐบาลของกระผมจะมุ่งหวังจะหาผลประโยชน์จากข้อพิพาท ก็ตาม”

“เราจะเชื่อท่านได้ยังไง”

“กระผมถึงเป็นทหารก็จริง แต่ก็ชิงชังสงครามยิ่งนัก เพราะมันให้ความสูญเสียแก่ไพร่พลทั้งสองฝ่าย ดังนั้นกระผมจึงอยากทูลขอให้ฝ่าบาทหย่าศึกกับจีนหยง”

คำขอของอังเดรทำให้ท่านเตี่ยเคืองไม่น้อย ถึงกระนั้นก็เข้าใจดี ว่าอีกฝ่ายต้องการแก้ปัญหาบานปลายเรื่องค้าฝิ่น แต่ก็อาจแก้ได้ในระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งอังเดรก็พยักหน้ายอมรับ

“แต่ฝ่าบาท...กระผมขอทูลตามตรง ท่านข้าหลวงเบอร์นาร์ดกำลังเดินทางมาพระนครเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ และหากมีการเผาฝิ่นเกิดขึ้นอีกเมื่อใด ประเทศเจ้าอาณานิคมจะต้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐบาลสยามเป็นแน่ และถ้าไม่ได้ตามที่ต้องการ...สงครามก็จะเปิดฉากขึ้น”

ข่าวการพบปะระหว่างท่านเตี่ยกับอังเดรรู้ถึงหูปีเตอร์และพระยาประเสริฐภักดีเข้าจนได้ ก่อให้เกิดความวิตก กลัวกงสุลใหญ่กับราชนิกุลหนุ่มจะไหวตัวเรื่องทุจริตค้าฝิ่น โชติเลยเสนอแผนกำจัด ด้วยการหลอกให้จีนหยงมาพบกับท่านเตี่ยที่วัง และสร้างสถานการณ์ให้ทั้งสองถูกใส่ร้ายและตายไปพร้อมๆกัน!

รื่นกับเหมยยังลอบเจอกันอีกหลายครั้ง โดยไม่ได้ระแคะระคายเลยว่าพ่อบ้านกุ่ยจะสงสัยและแอบสะกดรอยตาม จนได้เห็นกับตาว่านางโลมสาวคนสวยแห่งเหลาบุปผามาพบชู้รักที่ศาลเจ้าทุกคืน

เจ๊คิ้มแอบเห็นทุกอย่างโดยบังเอิญอีกที และเริ่มเป็นกังวลแทนรื่นกับเหมย เพราะดูจากสายตาและท่าทางของพ่อบ้านกุ่ย เรื่องรักลับๆของทั้งสอง คงถึงหูปีเตอร์ในไม่ช้า!

ooooooo

เหตุการณ์วุ่นวายที่เหลาบุปผาเมื่อหลายวันก่อน ทำให้รื่นเริ่มคิดถึงอนาคตตัวเองอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก โดยเฉพาะเรื่องระหว่างเขากับเหมย ซึ่งก่อตัวอย่างง่ายๆในเวลาต่อมา และวันนี้เขาก็ตัดสินใจแล้วจะพาเธอหนี!

เหมยถึงกับทำหน้าไม่ถูก เมื่อได้ยินหนุ่มคนรักพูดว่าจะออกจากพระนคร

“ฉันจะพาเธอหนีไปจากไอ้ปีเตอร์ เธอจะไปกับฉันไหม”

“ถ้าไปแล้วจะอยู่กันได้ยังไง ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยออกจากพระนครเลยนะ”

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า เราแค่ตั้งใจทำงานเก็บเงินสักพัก ก็มีที่ทางปลูกผักปลูกหญ้า รับรองไม่อดตายหรอก แล้วเราก็จะมีลูกด้วยกัน สักหกเจ็ดคน เธอว่าดีหรือเปล่า”

หน้าตาเขินอายของเธอทำให้รื่นนึกเอ็นดูยิ่งนัก แกล้งเย้า “ไม่เชื่อเหรอ...ให้ฉันสาบานต่อหน้าพระก็ได้นะอาเหมย ฉันจะอยู่กับเธอชั่วชีวิต จะไม่มีวันทอดทิ้งเธอ ฉันรักเธอนะอาเหมย”

บรรยากาศหวานชื่นของเหมยจบลงเมื่อแยกกับรื่น และทำท่าจะมืดมนกว่าเดิม เมื่อเธอกลับถึงเหลาบุปผากลางดึก แล้วพบว่าปีเตอร์มาดักรอ และแม้ว่าเขาจะไม่แสดงท่าทีเหมือนล่วงรู้ความลับของเธอ แต่ก็มีสีหน้าสงสัยมาก จนเจ๊คิ้มซึ่งเฝ้าดูห่างๆเริ่มมั่นใจว่าเรื่องรักของรื่นกับเหมยคงไม่ราบรื่นเสียแล้ว

ฝ่ายพลอย...ยินดีมาก เมื่อได้ฟังความจากกล้า เรื่องอังเดรจะร่วมมือกับท่านเตี่ยปราบจีนหยง แต่ไม่ทันพูดอะไรกันมากกว่านั้น คุณทิพย์ก็แวะมาหาพลขับหนุ่มเสียก่อน พร้อมของขวัญเป็นเสื้อตัวสวยจากตลาดที่ทำให้เขาลำบากใจจะรับ แต่กระนั้น...คุณทิพย์ก็คะยั้นคะยอจนเขาปฏิเสธไม่ได้

ฮิวโก้แอบเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง และอดใจไม่ไหว ผละไปฟ้องอังเดรในเวลาต่อมา

“กระผมเห็นว่าท่านนายพลสมควรตักเตือนคุณทิพย์เสียบ้าง เธอเป็นถึงภรรยาของท่าน ถ้ามีใครเห็นเข้า กระผมเกรงว่าจะกลายเป็นเรื่องไม่งาม”

“ขอบใจมากนะฮิวโก้ที่เป็นห่วงแทนฉัน แต่เชื่อเถอะว่าคุณทิพย์ไม่ได้คิดอะไรเลยเถิดกับนายกล้าแน่...ฉันมั่นใจ”

แผนการของโชติจะล่อจีนหยงกับท่านเตี่ยให้มาตายในคราวเดียวกันเริ่มต้นในวันต่อมา ด้วยการอ้างชื่อท่านเตี่ยในจดหมาย ส่งไปให้จีนหยง หลอกให้มาพบกันที่วังเทวาพิทักษ์

จีนหยงตามแผนไม่ทัน มัวผยองและลำพองใจ คิดว่าท่านเตี่ยยอมอ่อนข้อให้ เลยตั้งท่าจะไปพบ โดยมีเหล่าลูกสมุนคนสนิทตามไปเป็นพรวน มีเพียงรื่น สังหรณ์ใจไม่ดี กลัวเป็นแผนลวงมากกว่า

นอกเหนือจากแผนสืบหาพื้นเพคุณทิพย์ พลอยยังต้องเริ่มหน้าที่สอนภาษาไทยให้แมรี่อย่างจริงจัง และเด็กหญิงลูกสาวคนเดียวของอังเดรก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ตั้งอกตั้งใจดี จนคุณหนูคนสวยจากเวียงสิงห์อดปลื้มไม่ได้

“หนูแมรี่มีพื้นฐานด้านภาษาดีมากเชียวค่ะ”

คุณทิพย์ส่งยิ้มบางๆให้ลูกสาว ก่อนจะหันมาคุยกับครูคนสวย

“ฉันอยากให้แกเข้าโรงเรียนร่วมกับเด็กสยามคนอื่นๆ แกจะได้รู้ว่าแกมีสายเลือดชาวสยามในตัว”

“แล้วคุณทิพย์จะอธิบายกับหนูแมรี่ยังไงคะ เรื่องที่... แกดูแตกต่างจากเด็กสยามคนอื่นๆ”

“แค่พูดความจริง ไม่เห็นยากอะไรนี่คะ แมรี่เป็นเด็กมีเหตุผล แกคงเข้าใจ”

พลอยเห็นด้วย และถือโอกาสนี้พูดทิ้งท้ายเป็นนัยๆ “คุณทิพย์นี่ช่างหนักแน่นดีเสียเหลือเกิน ดิฉันเห็นด้วยค่ะ ถ้าหากคนเราพูดแต่ความจริง ก็คงไม่มีเรื่องต้องอึดอัดคับข้องใจ และปัญหาต่างๆก็คงคลี่คลายเร็วขึ้น”

คำพูดของพลอยทำให้คุณทิพย์ได้คิดเรื่องกล้ามากขึ้น แต่ก็ยังทำใจสารภาพความจริงไม่ได้ ไม่รู้เลยว่าลูกชายคนเดียวที่พรากจากกันมานานจะรับได้หรือไม่ หากได้เจอเธออีกครั้ง...

ooooooo

อาเหวินเดินหน้าจีบบัวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขานำคำแนะนำของเจ๊คิ้มมาใช้เป็นประโยชน์ หอบหิ้วอาหารเหลามากมายมาเอาใจสังข์ถึงวังท่านเตี่ย และแม้จะถูกบัวส่งสายตารำคาญมาให้ก็ไม่ยี่หระ แต่แล้วก็ต้องหน้าเจื่อน เมื่อสังข์เอ่ยปากอย่างรู้ทันในเวลาต่อมา ว่าเขาคงทำดีด้วยเพราะอยากเอาใจบัว

“เอ็งน่ะ...ไม่ต้องเอาใจข้านักหรอก เพราะถึงยังไงเอ็งจะได้เสียกับนังบัวหรือเปล่า ก็ขึ้นกับเจ้าตัวเขา ไม่ใช่ข้า”

“อ้าว...ลุงดูออกด้วยหรือจ๊ะ”

“โธ่ถัง...อายุปูนนี้ ต้องดูออกสิวะไอ้ตี๋ แต่เอ็งวางใจเถอะ ข้าน่ะไม่คัดค้านเอ็งหรอก จะสนับสนุนเอ็งด้วยซ้ำ”

หนุ่มลากรถยิ้มร่าด้วยความดีใจ และถึงกับหน้าบานเมื่อสังข์เอ่ยประโยคต่อมา

“เอ็งน่ะเป็นคนดี มีสัมมาคารวะ แถมยังซื่อสัตย์ กตัญญูรู้จักทำงาน ดีไปหมดอย่างนี้ แล้วข้าจะรังเกียจเอ็งทำไม เฮ้ย...แต่ข้อเสียของเอ็งก็มีอยู่เหมือนกันนะ”

อาเหวินหุบยิ้มทันควัน หน้าเสีย จนสังข์อดส่ายหน้าด้วยความเวทนาระคนเอ็นดูไม่ได้

“เอ็งมันโง่...แต่เอาเถอะ ของอย่างนี้มันเรียนรู้กันได้ แต่ข้าต้องขอคำมั่นจากเอ็งก่อนนะไอ้เหวิน ถ้าวันข้างหน้าเอ็งกับนังบัวเกิดตกล่องปล่องชิ้นกันเมื่อไหร่ เอ็งต้องรับปากข้า ว่าจะดีจะร้ายยังไงก็ห้ามทอดทิ้งกันเด็ดขาด และที่สำคัญ...ห้ามตบตีลูกสาวข้าด้วย ข้าเลี้ยงมันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย จนถึงตอนนี้ข้ายังไม่เคยตีมันเลย”

“จ้ะลุง...อย่าว่าแต่ได้หรือไม่ได้เลย อั๊วขอสัญญาว่าจะดูแลเจ๊บัวอย่างดี ดูแลเท่าชีวิตของอั๊วเลย”

“เออ...มันต้องอย่างนั้นสิวะไอ้ลูกชาย งั้นจอกนี้ข้าขอยกให้เอ็ง รับขวัญว่าที่ลูกเขย”

ระหว่างที่อาเหวินกับสังข์ดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน... กล้ากับรื่นก็ต้องตกใจแทบบ้า เมื่อฮิวโก้แวะมาส่งสารถึงจีนหยง จะให้ไปพบอังเดรที่ทำการกงสุลพร้อมกับท่านเตี่ย ความเลยแตกว่าสารจากท่านเตี่ยเมื่อเช้าเป็นของปลอม!

เวลาเดียวกันที่วังเทวาพิทักษ์...ท่านเตี่ยก็เพิ่งรู้ตัวว่าถูกจัดฉาก เมื่อจีนหยงมาถึง แถมทั้งสองยังต้องวิ่งหลบห่ากระสุนชุดใหญ่จากพลทหารญวน สมุนของพวกปีเตอร์ที่ถูกส่งมาเป็นหน่วยสังหาร

เฮียหม่า อาเปียวและอาหลอรีบประกบจีนหยงและพาวิ่งฝ่าดงกระสุน ส่วนท่านเตี่ย...พลาดท่าถูกยิงจนทรุดฮวบ ชุ่มมหาดเล็กต้นห้องโกรธจัด เลยพุ่งไปจัดการพลทหารญวน จนถูกสาดกระสุนใส่จนตายคาที่!

อาเหวินกับสังข์ได้ยินเสียงกระสุนก็รีบวิ่งไปดูสถานการณ์ ก่อนจะช่วยกันเก็บปืนจากพลทหารญวนที่ตาย ไปช่วยท่านเตี่ย ช่วงเวลาเดียวกับที่บัวตามมาช่วยดูแผลให้ท่านเตี่ย และพาวิ่งหลบไปอีกทาง

ท่านเตี่ยแม้จะเจ็บแทบเดินไม่ไหว แต่ก็พระทัยเด็ด คว้าปืนยาวของพลทหารญวนที่ตายมายิงกราดใส่ทหารญวนร่วงตายเป็นแถบ ก่อนจะหันมาสั่งให้บัวหนีเอาตัวรอด แต่อดีตบ่าวสาวไม่ยอม ยืนยันจะอยู่กับราชนิกุลหนุ่ม

โชคดีที่ยันต์กับเที่ยงซึ่งลาดตระเวนอยู่ไม่ไกลได้ยินเสียงปืนและมาช่วยทันเวลา เช่นเดียวกับสังข์กับอาเหวิน หอบปืนและกระสุนมากมายมาช่วยต้านทาน แต่ก็ทุลักทุเลเต็มที จนกระทั่งกล้ากับรื่นมาถึง เลยช่วยให้ทุกคนรอดไปได้ แต่ก็ต้องแลกกับอาการบาดเจ็บปางตายของสังข์เพราะถูกยิง!

ooooooo

จีนหยงหนีกระสุนห่าใหญ่เข้าไปในป่า โดยมีเฮียหม่ายิงคุ้มกัน ก่อนจะต้องมาตายอย่างอนาจในเวลาต่อมา เพราะถูกล้อมยิง อาเปียวกับอาหลอกลัวตายเลยผละหนีไปด้วย ทิ้งจีนหยง เจ้าของโรงฝิ่นจอมเจ้าเล่ห์ ให้เผชิญหน้ากับโชติ ซึ่งยกพวกพลทหารญวนมาเพิ่ม และจับจีนหยงไปเป็นตัวประกันในที่สุด

แม้จะหนีรอดไปได้ แต่ท่านเตี่ยก็บาดเจ็บไม่น้อยเพราะเสียพระโลหิตมาก แถมทรงรู้สึกผิดที่คนรอบตัวต้องลำบากเพราะพระองค์ ยันต์กับเที่ยงทูลไม่ให้ทรงคิดมาก เพราะพวกตนถวายตัวเป็นมหาดเล็ก ไม่คิดหนีเอาตัวรอดเป็นอันขาด เช่นเดียวกับพวกกล้าและสังข์ อาสาอารักขาราชนิกุลหนุ่มใหญ่จนตัวตาย ด้วยสำนึกในน้ำพระทัยที่ทรงเคยช่วยเหลือพวกตนและพวกชาวบ้านจากอาการเจ็บป่วย ทั้งจากโรคร้ายและพิษฝิ่น

พระยาประเสริฐภักดีนั่งจิบชา กินของว่างในร้านค้า ละแวกไม่ไกลจากวังท่านเตี่ยมากนัก เฝ้าสังเกตการณ์ด้วยความกะหยิ่มใจที่แผนทุกอย่างจะเป็นไปตามหวัง และไม่ช้าก็ได้หัวเราะด้วยความสะใจ เมื่อโชติพาตัวจีนหยงมาคุกเข่าตรงหน้า พร้อมบังคับให้ยอมแพ้ แต่มีหรือเจ้าของโรงฝิ่นใหญ่จะยอม ด่าลั่น

“ไอ้พระยาหมาขี้เรื้อน ลื้อลอบกัดอั๊ว”

“ถ้ามึงยอมกราบตีนร้องขอชีวิตจากกู บางทีกูอาจจะให้มึงตายสบายขึ้น”

จีนหยงกัดฟันกรอด ก่อนจะโต้อย่างเดือดดาล “ขอชีวิตงั้นหรือ อย่างเดียวที่อั๊วจะขอตอนนี้ คือสาปแช่งลื้อสองพ่อลูก ขอให้มีแต่ความฉิบหาย มีแต่ความอัปยศอดสู ตายโหงตายห่าอย่าได้ผุดอย่าได้เกิด!”

โชติโกรธแทนพ่อ ตั้งท่าจะสั่งคนไปซ้อม แต่พระยาประเสริฐภักดีกลับเลือดเย็นกว่านั้น จัดการนำกระบี่ของท่านเตี่ย ซึ่งได้มาจากห้องทรงพระอักษร แทงลงกลางอกของจีนหยงในอีกอึดใจต่อมา

“บุญของเอ็งแล้วที่ได้ตายด้วยคมกระบี่ของเจ้าอย่างไอ้ท่านเตี่ย”

ขาดคำก็ดึงกระบี่ออก สีหน้าสาแก่ใจที่ได้ล้างแค้น จีนหยงสิ้นใจตายหลังจากนั้น โดยมีโชติเป็นพยานความชั่วร้าย มองมาด้วยแววตาชอบใจที่พ่อจัดการเสี้ยนหนามและศัตรูการค้าได้ในที่สุด

กว่าอังเดรกับฮิวโก้จะยกกำลังถึงวังท่านเตี่ย วังเทวาพิทักษ์ก็ว่างร้างผู้คนเสียแล้ว แต่กลับเกลื่อนกลาดด้วยศพมากมาย ทั้งพลทหารญวนหน่วยสังหารและพวกจีนหยง ซึ่งถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม

ท่านเตี่ยเจ็บแค้นมาก แต่ก็ต้องตั้งสติรับสถานการณ์ โดยเฉพาะอาการหนักหน่วงใกล้ตายของสังข์ ซึ่งอดีตทาสหนุ่มคนเรือก็รู้ตัวดี พยายามรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย เรียกทุกคนมาสั่งเสีย

และคนแรกที่เรียกก็หนีไม้พ้นลูกสาวคนเดียว และว่าที่ลูกเขย

“นังบัวเอ๊ย...พ่อรู้ตัว เวลาของพ่อในโลกนี้มันใกล้สิ้นลงแล้ว ไอ้เหวิน...ข้าฝากนังบัวมันด้วย จำไว้...จะดีจะร้าย ก็อย่าทอดทิ้งลูกข้าเป็นอันขาด”

บัวมัวร้องไห้กระซิกๆไม่ยอมให้พ่อตาย แต่

อาเหวินกลับรับปากหนักแน่น

“จ้ะลุง...อั๊วสัญญาว่าจะดูแลเจ๊บัวตลอดไป”

กล้ากับรื่นเป็นคู่ต่อมาที่เข้ามารับข้อความสั่งเสียจากสังข์

“อโหสิให้ฉันด้วยนะลุง เป็นเพราะฉันแท้ๆ ลุงถึงต้องจากเวียงสิงห์มาลำบากอย่างนี้”

“ไอ้กล้า...ลำบากที่ไหนกัน ข้าต้องขอบใจเอ็งด้วยซ้ำ ที่เอ็งทำให้ข้าได้มีโอกาสรับใช้ท่านเตี่ย ข้ารู้สึกเป็นบุญเหลือเกิน ไอ้รื่น...เอ็งกับไอ้กล้าอย่าทะเลาะกันอีกเลยนะ เพื่อนฝูงกันต้องร่วมแรงร่วมใจกันให้ดี”

กล้ากับรื่นพยักหน้า รับปากทั้งน้ำตาคลอ เช่นเดียวกับยันต์กับเที่ยง ขยับไปบอกลาเป็นคู่ต่อมา พร้อมกับขอบคุณที่สละชีวิตช่วยท่านเตี่ย สังข์อมยิ้มน้อยๆ ภาคภูมิใจเหลือเกินกับภารกิจสุดท้ายนี้

ท่านเตี่ยทรงบอกลาเป็นคนสุดท้าย สะเทือนพระทัยมากเมื่อได้ยินคำสั่งเสียของสังข์ให้ดูแลบัวกับอาเหวิน

“ฝ่าบาท...หากพวกมันไม่รักดี ก็ทรงประทานมะเหงกสักสองสามทีนะกระหม่อม”

“ข้าสัญญา...ข้าจะดูแลนังบัวกับอาเหวินเหมือนลูกหลานของข้า เอ็งวางใจเถอะ”

“ฝ่าบาท...กระหม่อมถวายการรับใช้ได้เพียงเท่านี้ กระหม่อม...ขอกราบลา”

จบคำสังข์ก็หลับตาอย่างอ่อนล้า และสิ้นลมในอึดใจต่อมา กล้ากับรื่นก้มกราบทั้งน้ำตา ท่ามกลางเสียงร้องไห้โหยหวนของบัว เสียใจมากที่ต้องสูญเสียพ่อในเวลาแบบนี้

ooooooo

อังเดรกับฮิวโก้นำกำลังทหารตรวจสอบวังท่านเตี่ยจนถี่ถ้วน ก่อนจะตาลุกวาวเมื่อเห็นกระบี่ของเจ้าของวังตกอยู่ข้างศพจีนหยง ถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญว่าท่านเตี่ยอาจเป็นคนสังหารจีนหยง แต่อังเดรยังคาใจ เพราะคิดว่าราชนิกุลหนุ่มไม่ใช่คนเจ้าแผนการขนาดนั้น แต่น่าจะเป็นแผนของใครบางคนมากกว่า

ฮิวโก้ไม่คิดเช่นนั้น เพราะหลักฐานและรูปการณ์ทุกอย่างก็บอกแล้ว แต่ก็ขัดกงสุลใหญ่ไม่ได้ ต้องส่งคนไปตามกล้ามาพบ เพราะเชื่อว่าอดีตนักโทษหนุ่มน่าจะอยู่ในเหตุการณ์สังหารโหดนี้ และให้คำตอบทุกอย่างได้

การคาดการณ์ของอังเดรตรงกับความคิดของกล้าแทบทุกอย่าง โดยเฉพาะความเชื่อที่ว่าพระยาประเสริฐภักดีกับปีเตอร์ อาจมีส่วนรู้เห็นกับสถานการณ์นี้ อดีตทาสหนุ่มเลยอาสาจะไปบอกความจริง เพื่อขอความช่วยเหลือจากกงสุลใหญ่ โดยมีอาเหวินกับรื่นเป็นกองหนุน คอยดูแลเรื่องความปลอดภัยและเสบียงของคณะท่านเตี่ย

อาเปียวกับอาหลอไม่สนใจว่าใครจะเป็นจะตายจากเหตุการณ์สังหารโหดบ้าง มุ่งหน้ากลับโรงฝิ่น ขนทรัพย์สมบัติของจีนหยง หวังหนีไปตั้งตัวดาบหน้า แต่สองสมุนจอมขลาดก็ถูกพวกโชติดักจับไปขังจนได้ พร้อมบีบบังคับให้ปิดปากเงียบ ห้ามแพร่งพรายหรือหลุดปากเด็ดขาดว่าใครเป็นคนร้ายฆ่าจีนหยงตัวจริง!

เวลาเดียวกันที่บ้านอาเหวิน...เจ๊คิ้มถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากปากอาเหวินกับรื่น โดยเฉพาะความจริงที่ว่าท่านเตี่ยไม่ใช่ฆาตกรฆ่าจีนหยงอย่างที่ลือกันทั่วตลาด

แต่กระนั้น...สองพี่น้องก็ไม่มีเวลาคุยกันมากนัก เจ๊คิ้มต้องรีบจัดหาเสื้อผ้า อาหารและหยูกยาเสียก่อน เพราะอาเหวินกับรื่นต้องกลับไปหาคณะท่านเตี่ย และคุ้มกันให้หลบซ่อนตัวสักพักจนกว่าจะหาทางหนีทีไล่ได้

การเผชิญหน้าของกล้ากับฮิวโก้เต็มไปด้วยบรรยากาศอึดอัด เพราะนายทหารคนสนิทของอังเดรพยายามคาดคั้นให้สารภาพความจริง รวมทั้งบอกที่ซ่อนของท่านเตี่ย แต่กล้าผู้ซึ่งยืนกรานว่าราชนิกุลหนุ่มไม่ได้เป็นฆาตกร ก็ไม่ยอมปริปาก ร้อนถึงอังเดรต้องมาขวาง ก่อนที่ฮิวโก้จะหัวเสียและพลั้งมือฆ่ากล้าตายก่อน!

กล้าถูกนำตัวไปขังไว้รอการสอบสวน ฮิวโก้ไม่พอใจมาก และไม่รอช้าจะไปคัดค้านอังเดร

“ท่านข้าหลวงเบอร์นาร์ดต้องไม่พอใจแน่ที่จีนหยง คนของท่านถูกสังหาร เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำ และท่านนายพลก็รู้ว่าคนที่จะคลายปมนี้ได้คือนายกล้า ปล่อยให้เป็นหน้าที่กระผม กระผมจะสอบสวนเขาเอง”

“ต่อให้นายทรมานเขาจนตาย นายก็ไม่มีทางได้ความจริงจากเขา ฉันจะเจรจากับเขาเอง”

คุณทิพย์กับพลอยเฝ้ามองเหตุการณ์ด้วยสีหน้าเป็นกังวล โดยเฉพาะพลอยเป็นห่วงกล้ามาก กลัวต้องรับโทษโดยไม่มีการไต่สวนอีก คุณทิพย์ก็เครียดหนักไม่ต่างกัน แต่ยังควบคุมสติได้ดีกว่ามาก และเป็นฝ่ายปลอบคุณหนูคนสวยไม่ให้คิดมาก เพราะเชื่อแน่ว่า

อังเดรต้องให้ความยุติธรรมแก่กล้าได้แน่

ooooooo

นอกจากเจ๊คิ้มที่ช่วยจัดหาเสื้อผ้าและหยูกยาให้คณะท่านเตี่ย อาเล้ง อาฉ่างและอาเฉียงก็ถือเป็นเรี่ยวแรงสำคัญ จัดเตรียมข้าวปลาอาหารแห้ง แบกไปส่งถึงที่ซ่อนของราชนิกุลหนุ่มโดยไม่เกี่ยงงอน

รื่นดีใจมากที่ทุกคนร่วมแรงร่วมใจ ก่อนจะหน้าซีดเผือดเมื่อเจ๊คิ้มแอบมาแจ้งข่าวร้ายด้วยว่าพวกปีเตอร์ระแคะระคายความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเหมยแล้ว

เหมยเป็นคนต่อมาที่เจ๊คิ้มไปแจ้งข่าว นางโลมคนสวยตกใจมากแต่ยังตีหน้านิ่งเหมือนไม่คิดมาก แม่เล้าใหญ่หงุดหงิดมาก เลยตัดสินใจพูดจริงจังว่ารื่นก็รู้เรื่องแล้ว และจะรอเจอเธอที่ศาลเจ้าคืนนี้!

รื่นแยกตัวจากอาเหวินไปจัดการเรื่องเหมย หนุ่มลากรถเลยอาสาพาอาฉ่างกับอาเฉียงขนเสบียงไปให้ท่านเตี่ย ก่อนจะผละไปหาบัวเพื่อปลอบใจและดูแลให้กินอาหารเหมือนเคย

“ช่างฉันเถอะ ฉันจะเป็นจะตายยังไงก็เรื่องของฉัน”

“ไม่ได้หรอกเจ๊ ลุงสังข์อีฝากเจ๊ไว้กับอั๊วนะ อั๊วจะปล่อยให้เจ๊เป็นอะไรไปได้ยังไง อั๊วเป็นห่วงเจ๊นะ”

จบคำก็ยื่นอาหารในมือให้ แต่บัวก็เบือนหน้าหนี

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่กิน โธ่เอ๊ย...จะไปที่ไหนก็ไป เบื่อขี้หน้า ได้ยินไหม”

อาเหวินหน้าเสีย พยายามข่มความรู้สึกช้ำใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

“อั๊วก็ตั้งใจว่าจะดูแลเจ๊ให้ดีที่สุด เจ๊ไม่รักอั๊วก็ไม่เป็นไร แต่เจ๊ต้องรักตัวเองให้มากๆนะ...อั๊วไปล่ะ”

หน้าตาจ๋อยๆของอาเหวินทำให้บัวรู้สึกผิด อดีตบ่าวสาวถอนใจยาว ถลาตามไปรั้งตัวเขาไว้ ให้เป็นเพื่อนกินข้าวด้วยกัน หนุ่มลากรถลังเลไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน แต่เมื่อเห็นสายตาจริงใจก็รีบปัดความคิดนั้นทิ้ง รับของในมือเธอมากินอย่างเอร็ดอร่อย สุขใจเหลือเกินที่ได้ใกล้ชิดหญิงสาวที่แอบหลงรักมานาน

คืนเดียวกันที่หน้าเหลาบุปผา...เจ๊คิ้มชะโงกดูต้นทางให้เหมย จนเห็นว่าไม่มีใคร ก็รีบบอกให้ไปพบรื่น แม่เล้าใหญ่รอจนเหมยลับตา ถึงได้หันกลับมาแล้วก็ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นปีเตอร์ยืนมองมาจากอีกมุม

เจ๊คิ้มถูกกุมตัวไปทรมานหลังจากนั้น แต่แม่เล้าใหญ่ก็ปากแข็งเหลือเชื่อ ไม่สารภาพหรือปริปากว่าเหมยหายตัวไปไหน ปีเตอร์โกรธมาก ขู่จะเอาชีวิตอาเหวิน แต่เจ๊คิ้มก็ไม่พูดอะไรเช่นเดิม เลยถูกปีเตอร์จับไปทรมานหลังจากนั้น หวังบีบให้ทนไม่ไหวและคายความลับออกมาให้หมด!

รื่นกับเหมยไม่รู้ว่าใครต้องลำบากแค่ไหน ปกป้องและปกปิดความลับให้ มัวตั้งหน้าตั้งตาวางแผนจะหนีไปด้วยกัน แต่ก็ต้องฝันสลายเมื่อพ่อบ้านกุ่ยตามสืบจนรู้ และพาปีเตอร์ไปดักจับได้ในคืนต่อมา

ooooooo

รื่นพยายามต่อสู้ขัดขืนเต็มที่ แต่ก็ถูกสมุนของปีเตอร์ทำร้ายจนแทบขยับตัวไม่ได้ เหมยตกใจ รีบถลาไปประคอง พร้อมประกาศกร้าวใส่หน้าปีเตอร์

“มันจบสิ้นลงแล้วนายท่าน จะด้วยความรักหรือบุญคุณก็ตาม แต่มันจบแล้ว อาเหมยต้องไป”

“เธอไปไหนไม่ได้ ฉันไม่ให้ไป”

“ชีวิตอาเหมยไม่ได้เป็นของนายท่านอีกต่อไปแล้ว อาเหมยชดใช้ให้นายท่านไปมากแล้ว มากเกินพอด้วยซ้ำ”

ปีเตอร์โกรธมาก ชักปืนออกมาจะยิง แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ เอ่ยยิ้มๆ

“ก็ได้...ในเมื่อแกสองคนรักกันมากนัก ฉันจะให้โอกาส...โอกาสสำหรับคนใดคนหนึ่งรอดชีวิต ส่วนอีกคนตาย!”

รื่นกับเหมยมองหน้ากันเครียดๆ ปีเตอร์รู้ดี เลยแกล้งกดดัน

“คิดดูให้ดีนะอาเหมย ไปอยู่กับมันแล้วเธอจะได้อะไร ถ้ายอมสำนึกผิดตอนนี้ ฉันสัญญาจะยกโทษให้เธอ แล้วเราจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง ขอแค่อย่างเดียว...เธอต้องฆ่ามัน!”

ปีเตอร์หว่านล้อมอีกหลายยก ให้เหมยยอมกลับไปด้วย ทั้งขู่ทั้งปลอบสารพัด แต่นางโลมคนสวยก็ลังเล รื่นเห็นท่าไม่ดี กลัวสาวคนรักต้องตาย เลยอาสาตายแทน แต่เหมยก็ส่ายหน้าไม่ยอม

“นายท่าน...นายท่านจะรักษาสัญญาใช่หรือไม่”

“ฉันรับปากเธอแล้ว แค่เธอยอมทำตามข้อแม้ของฉัน”

เหมยหันไปส่งยิ้มให้รื่น ก่อนจะเอ่ยอโหสิกรรม และเงื้อมีดแทงตัวตาย ปีเตอร์โมโหมาก ปรี่เอาปืนไปจ่อหัวรื่น

“ไอ้เศษสวะ...เพราะแกคนเดียวที่ทำให้อาเหมยต้องเป็นแบบนี้ ฉันจะฆ่าแก!”

แต่ไม่ทันเหนี่ยวไก เจ๊คิ้มซึ่งโผล่จากไหนไม่รู้ก็เอาปืนจ่อหัวปีเตอร์ บังคับให้ปล่อยรื่นกับเหมย พ่อบ้านกุ่ยประสาทเสียมาก ร้องบอกให้ทิ้งปืน แต่มีหรือแม่เล้าใหญ่จะยอม

“วางหาเตี่ยลื้อหรือ วันนี้เป็นไงเป็นกัน อั๊วยอมตายตรงนี้ แต่ไม่ยอมก้มหัวให้ไอ้ฝรั่งสถุลนี่อีกแล้ว ลื้อสั่งให้

ทุกคนทิ้งปืนเดียวนี้ ทิ้งปืน...เร็วสิวะ เดี๋ยวยิงหัวแตกเลย...เร็ว!”

ปีเตอร์หัวเสียมาก แต่ก็ต้องยอมให้รื่นแบกร่างอ่อนแรงของเหมยจากไป โดยมีเจ๊คิ้มมองตามจนลับตา ก่อนจะทรุดตัวลงอย่างอ่อนแรง เพราะพิษบาดแผลที่ถูกทรมานก่อนหน้า...

ooooooo

รื่นอุ้มเหมยจะพาไปหาท่านเตี่ย แต่ไม่ทันเวลาแล้ว นางโลมคนสวยจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ ทิ้งไว้เพียงเสียงร่ำไห้และน้ำตาแห่งความเสียใจของรื่นที่ต้องสูญเสียคนรักไปตลอดกาล

คืนเดียวกันที่ห้องขังบ้านกงสุลใหญ่...พลอยแวะมาเยี่ยมกล้าด้วยความห่วงใย

“ไอ้กล้ารู้สึกผิดที่ทำให้คุณพลอยต้องเป็นห่วงตลอดเวลา”

“มันไม่ใช่ความผิดของกล้า เป็นฉันต่างหากที่เต็มใจจะห่วงกล้าของฉัน ตั้งแต่อยู่ที่เวียงสิงห์จนถึงเวลานี้”

พลอยเอื้อมมือผ่านลูกกรงไปกุมมือเขาแน่น ส่งสายตาให้กำลังใจ

“ฉันเชื่อว่าความดีของกล้า จะเป็นเกราะคุ้มครองป้องกันภัยอันตรายให้กับกล้า”

กล้ายิ้มรับ ก่อนจะต้องตีหน้านิ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอังเดรในเวลาต่อมา

“นายนี่ดวงสมพงษ์กับห้องขังจริงๆเลยนะนายกล้า”

“แต่กระผมไม่ได้กระทำความผิดนะขอรับ ท่านเตี่ยก็เช่นกัน”

“ผิดถูกหรือไม่ ยังไงก็ต้องขึ้นศาล หากท่านเตี่ยของนายบริสุทธิ์จริง เขาก็ควรพิสูจน์เรื่องนี้ด้วยตัวเอง”

“แล้วท่านแน่ใจหรือขอรับว่าฝ่าบาทจะทรงได้รับความเป็นธรรม”

“ศาลฝรั่งมีกฎหมายชัดเจน นายสงสัยอะไร”

“ถ้าพวกฝรั่งเคารพความถูกต้องจริง ก็คงไม่มีเหตุรุนแรงเช่นที่ผ่านมา”

อังเดรอ่อนใจ รู้ถึงความกดดันของอีกฝ่ายดี แต่ก็จนด้วยหนทางจะช่วย เพราะกล้าไม่แม้แต่จะบอกที่ซ่อนของท่านเตี่ย เหมือนมีเจตนาแอบแฝง แต่กระนั้น...

กล้าก็ไม่ยี่หระ ยืนยันความบริสุทธิ์ของราชนิกุลหนุ่ม

“ท่านเตี่ยไม่ได้สังหารเถ้าแก่หยง แต่มีบุคคลที่สาม บุกเข้ามาก่อเหตุในวังเทวาพิทักษ์ คดีนี้ต้องใช้พยานเป็นจำนวนมาก เพื่อยืนยันและสืบสาวหาคนบงการ กระผมขอเวลาให้ฝ่าบาททรงได้พิสูจน์ความจริงด้วยเถอะขอรับ”

คำขอร้องของอดีตนักโทษ ทำให้กงสุลใหญ่ลำบากใจมาก และก็ต้องเครียดกว่าเดิม เมื่อเบอร์นาร์ดแวะมาถามความคืบหน้าเรื่องท่านเตี่ยสังหารจีนหยงอย่างโหดร้ายและเลือดเย็น

“รู้ทั้งรู้ว่าท่านเตี่ยต่อต้านพวกเรา แต่คุณก็ยังปล่อยให้เขาลอยนวล”

“กระผมไม่ได้ละเว้นท่านเตี่ยเพราะเขาเป็นเชื้อพระวงศ์ แต่กระผมละเว้นเพราะเขาทำในสิ่งถูกต้อง จีนหยงต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด เขาขายฝิ่นให้คนสยาม ทั้งที่กฎหมายระบุห้าม”

เบอร์นาร์ดส่ายหน้าไม่เชื่อ “ฉันไม่เห็นด้วยอังเดร เพราะสำหรับฉัน ในฐานะตัวแทนเจ้าอาณานิคม เราคือฝ่ายถูกเสมอ และใครก็ตามที่ต่อต้านเรา มันคือคนผิด”

“แต่กระผมสงสัยว่าจีนหยงตายเพราะมือที่สามสร้างสถานการณ์ กระผมอยากได้เวลาตรวจสอบเรื่องนี้”

“ไม่จำเป็น...คนที่ต้องสะสางคดีนี้คือนครบาลต่างหาก ส่วนหน้าที่คุณ คือกดดันรัฐบาลสยาม ให้ส่งตัวท่านเตี่ยแก่เรา และเรียกร้องค่าเสียหายจากการตายของจีนหยง”

“ค่าเสียหาย...แต่เรายังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นฝีมือท่านเตี่ย”

“ผมไม่สนใจ รัฐบาลสยามต้องปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของเรา ไม่งั้น...เราจะถือว่าแข็งข้อต่อเจ้าอาณานิคม!”

อังเดรอึดอัดใจมาก ไม่เห็นด้วยกับเบอร์นาร์ดเลย แต่ยังไม่รู้จะบ่ายเบี่ยงเช่นไร...

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement