ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 12 นิยายไทยรัฐ
วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 12


24 ต.ค. 2560 17:28
1,526,624 ครั้ง

ละคร นิยาย ชาติพยัคฆ์

ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 12

อ่านเรื่องย่อ

ชาติพยัคฆ์

แนว:

พีเรียด-แอคชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ

บทโทรทัศน์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ/ฉัตรชัย เปล่งพานิช

กำกับการแสดงโดย:

โชติรัตน์รักษ์เริ่มวงษ์

ผลิตโดย:

บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

จรณโสรัตน์,นิษฐา จิรยั่งยืน

แม้พลอยจะรับปากมั่นเหมาะ จะช่วยสืบเรื่องคุณทิพย์ แต่กล้าก็อดเป็นกังวลไม่ได้ เพราะหากคุณทิพย์มีรอยสักเลกทาสบนข้อมือจริง เขาคงทำตัวไม่ถูก...

แต่เรื่องที่ทำให้กล้าเครียดหนักมากกว่า คือเรื่องรื่นผันตัวเองไปเป็นลูกน้องของจีนหยง และเมื่อต้องเผชิญหน้ากัน อดีตเพื่อนร่วมคุกกลับทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ เหมือนไม่ได้ทำอะไรผิด

“ทำไมข้าต้องฟังเอ็งด้วยวะ เอ็งเป็นพ่อข้าหรือไง”

“ข้าเป็นห่วงเอ็งต่างหากไอ้รื่น ข้าไม่อยากเห็นเอ็งเดินทางผิด”

“ผิดถูกอะไรกัน ข้าว่าเอ็งอิจฉาข้ามากกว่าที่ได้ดิบได้ดี มีหน้ามีตาเหมือนกับเอ็ง...เอ็งมันร้อยลิ้นไอ้กล้า พูดจาไม่รักษาคำพูด ปากบอกว่าจะไม่ทำงานให้นายพลอังเดร แต่สุดท้ายเอ็งก็ย่องไปทำคนเดียว”

อาเหวินซึ่งตามมาด้วย พยายามไกล่เกลี่ย ไม่อยากให้สองพี่ชายร่วมสาบานทะเลาะกัน แต่รื่นก็ไม่หยุดโวยวาย แถมออกอาการหนักกว่าเดิม เมื่อได้ยินว่ากล้าทำเช่นนี้เพื่อปกป้องพลอย

“อ้อเหรอ...เพื่อคุณพลอยแม่ทูนหัวอีกแล้วหรือวะไอ้กล้า แล้วกูล่ะ...กูเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมากับมึง มึงทำอะไรให้กูบ้าง ตอนกูขอร้องมึง มึงเคยฟังบ้างไหม ทำเป็นอวดดี ทีกับผู้หญิงทำไมมึงไม่ปฏิเสธบ้าง ไอ้เพื่อนทรยศ!”

“เอ็งพูดถูกไอ้รื่น ข้ามันไม่รักษาคำพูด ข้าผิดที่ทำให้เอ็งเจ็บช้ำน้ำใจ แต่ข้าหวังดีกับเอ็งนะ เอ็งเชื่อข้าเถอะ ฝิ่นเป็นของไม่ดี ใครๆก็รู้ ข้าว่าเอ็งหลงทางว่ะไอ้รื่น”

รื่นหัวเสียมาก ประกาศตัดขาดพี่น้องร่วมสาบานทั้งสองอย่างเด็ดขาด ก่อนจะผละไปไม่เหลียวหลัง ทิ้งกล้ากับอาเหวินให้มองตามด้วยความเศร้าใจ ไม่รู้จะทำเช่นไรให้รื่นกลับใจ...

ท่านเตี่ยไม่ละความพยายามจะตามสืบเรื่องค้าฝิ่นของจีนหยง และคืนนี้ก็เป็นโอกาสดี เมื่อทรงสืบทราบมาได้ว่าเจ้าของโรงฝิ่นใหญ่เพิ่งได้รับของ ราชนิกุลหนุ่มกับสองคนสนิทรีบรุดไปสอดแนม ก่อนจะจัดการเผา

โรงฝิ่นพังไปเป็นแถบ แต่ก็ต้องแลกกับอาการบาดเจ็บสาหัสของยันต์เพราะถูกยิง

รื่นนั่นเองเป็นมือยิง แต่กลับลังเล ไม่กล้าบอกจีนหยงว่าใครคือผู้บุกรุก แต่กระนั้น...เมื่อถูกคาดคั้นหนักเข้า อดีตนักเลงหัวไม้จากเวียงสิงห์ก็ต้องสารภาพ ว่าพวกบุกรุกอาจเป็นคนของท่านเตี่ย!

ooooooo

แม้จะรู้สึกผิดไม่น้อย แต่เพื่อเอาตัวรอด รื่นเลยพาพวกจีนหยงบุกถึงวังท่านเตี่ย ราชนิกุลหนุ่มคาดการณ์ไว้แล้ว เลยไม่มีท่าทางผิดปกติ แถมเชิญชวนบรรดาแขกผู้ไม่ประสงค์ดีไปเยี่ยมผู้ป่วยเพราะอดฝิ่นอีกต่างหาก

“คนพวกนี้มาเพื่ออดฝิ่น และรักษาอาการลงแดง”

“กระหม่อมคงไม่ได้หูฝาดเป็นแน่ เมื่อสักครู่ตรัสว่าคนพวกนี้มาอดฝิ่น”

ท่านเตี่ยพยักพระพักตร์น้อยๆ “ใช่...ฝิ่นเหมือนดาบสองคม เป็นได้ทั้งโอสถและยาพิษ คนพวกนี้เสพฝิ่นเกินขนาด ฉันจึงต้องให้พวกมันอดฝิ่น และรักษาพิษร้ายจากฝิ่นไปด้วย”

“หึ...ฝ่าบาททรงกระทำการเช่นนี้ เหมือนตั้งใจจะตัดรายได้ ทำลายธุรกิจของกระหม่อม”

“อย่าพูดเช่นนั้นเลยเถ้าแก่หยง เพราะฉันรักษาคนเจ็บเหล่านี้โดยเมตตา ให้หายจากอาการทุกขเวทนาจากไอ้ฝิ่นระยำนั่นเท่านั้น ว่าแต่เถ้าแก่หยงเถอะ มาที่นี่ต้องการอะไร...”

ระหว่างที่จีนหยงปะทะคารมกับท่านเตี่ย...รื่นก็หัวฟัดหัวเหวี่ยง เมื่อบัวกับสังข์พยายามขวางไม่ให้เขาเข้าไปในโรงยา อดีตนักเลงหัวไม้สงสัยว่าต้องมีอะไรบางอย่าง เพราะบัวมีท่าทางน่าสงสัย กล้าซึ่งเพิ่งมาถึง และรู้เรื่องจากคนอื่นๆว่ายันต์ซึ่งถูกยิงรักษาตัวในนั้น เลยเอาตัวเข้าขวางเพื่อนรักเสียเอง

“เอ็งไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวายแถวนี้ไอ้รื่น ที่นี่เป็นวังของฝ่าบาท”

“ไม่ใช่เรื่องของเอ็งไอ้กล้า เอ็งไม่มีสิทธิ์มาขวางข้า”

เที่ยงกับสังข์ออกมาสมทบ และหนึ่งในคนสนิทของท่านเตี่ยก็โพล่งขึ้น

“ทำไมไอ้กล้าจะขวางเอ็งไม่ได้วะไอ้รื่น หรือคิดว่าเป็นขี้ข้านักเลงโตอย่างจีนหยงแล้วใครๆจะต้องกลัวเอ็ง”

“จะรับใช้นักเลงหรือเจ้าใหญ่นายโต มันก็เป็นขี้ข้าไม่ต่างกันหรอกพี่เที่ยง”

สังข์เห็นท่าไม่ดี เลยออกปากปรามบ้าง “ไอ้รื่น... เอ็งอย่ากำแหงนะโว้ย ถึงยังไงฝ่าบาทก็ทรงเป็นถึงเชื้อ พระวงศ์ เป็นชายชาติทหาร ไม่ใช่โจรปล้นชาติเหมือนเจ้านายของเอ็ง”

“โจรปล้นชาติงั้นหรือ แล้วไอ้กล้ามันไปรับใช้ฝรั่ง ไอ้พวกนั้นมันไม่ปล้นชาติหรือยังไง”

กล้าถึงกับเถียงไม่ออก ลำบากใจแต่ก็มีเหตุผลจำเป็นต้องทำ เช่นเดียวกับท่านเตี่ย แม้จะโกรธและไม่ชอบหน้าจีนหยงแค่ไหน แต่ก็ต้องปั้นหน้านิ่ง ตรวจอาการของจีนหยงที่อ้างว่าไม่ค่อยสบาย

“อาการไม่หนักหนาเท่าไหร่ ที่เจ็บแน่นหน้าอกและนอนไม่หลับ คงเพราะวิตกกังวล เดี๋ยวฉันจัดยาให้”

จีนหยงลอบมองตามท่านเตี่ยจัดยาด้วยแววตามาดร้าย แกล้งเปรยเสียงเยาะ

“นอกจากฝิ่นแล้ว ในโลกนี้ยังมียาใดแก้ความกลัดกลุ้มได้อีกหรือกระหม่อม”

“ยาเทียบนี้มีดีบัวเป็นส่วนผสมหลัก กินแล้วชุ่มชื่นหัวใจดีนัก ช่วยลดอาการเครียด”

“มันจะไม่เครียดได้ยังไง ฝิ่นของกระหม่อมที่ถูกเผา มีราคาอักโขอยู่ ฝ่าบาทพอจะทราบเรื่องนี้หรือไม่”

ท่านเตี่ยมีท่าทางชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้านิ่งสงบเหมือนเคย

“ก็ได้ยินมาเหมือนกัน แต่ฟังแล้วดูเหมือนจะเป็นข่าวดี เพราะฝิ่นคือยาพิษ มีน้อยเท่าไหร่ยิ่งเป็นคุณ”

“แต่ฝิ่นพวกนั้นกระหม่อมซื้อหามาโดยชอบ แล้วไฉนจึงมีสุนัขบางตัวลอบกัดเช่นนี้!”

“โดยชอบหรือมิชอบ มันวัดกันตรงไหนเถ้าแก่หยง...วัดที่คุณธรรม หรือวัดกันที่กฎหมาย หากเป็นกฎหมายที่เจ้าอาณานิคมบังคับให้ชาวสยามปฏิบัติล่ะก็ ฉันไม่เห็นด้วย”

คำพูดประกาศศึกของท่านเตี่ย เหมือนเป็นการยอมรับในทีว่าเป็นคนบุกไปเผาโรงฝิ่น จีนหยงเลยหมดความอดทน ตั้งท่าจะชักปืนมายิงให้หายแค้น แต่ก็ถูกท่านเตี่ยตะปบมือไว้ พร้อมเอ่ยเสียงกร้าว

“กลับไปกินยาซะเถ้าแก่หยง แล้วจำไว้...คราวหน้าหากมาพบฉัน อย่านำอาวุธมา มิเช่นนั้นจะหัวขาดไม่รู้ตัว!”

ooooooo

จีนหยงโกรธมาก และไม่รอช้าจะไปร้องเรียนกับอังเดร แต่ท่านเตี่ยก็ไม่ยี่หระ เพราะมีเรื่องกล้าต้องเป็นกังวลมากกว่า โดยเฉพาะเรื่องที่เขายอมไปทำงานกับพวกล่าอาณานิคม

“ทูลฝ่าบาท...กระหม่อมไม่ต้องการให้พระองค์ต้องร้อนพระทัย กระหม่อม...”

เที่ยงทนไม่ไหว โพล่งขัดขึ้น เพราะเคืองแทนเจ้านายหนุ่มใหญ่

“ไม่ร้อนก็ต้องร้อน เสียทีเป็นถึงศิษย์พี่ทองอิน เอ็งเคยสำเหนียกบ้างไหมว่าครูของเอ็งต้องตายด้วยน้ำมือของพวกฝรั่ง อีกทั้งตัวเอ็งก็เคยถูกพวกมันจองจำมาก่อน แต่เอ็ง...เอ็งกลับไปรับใช้พวกมัน”

“ฉันผิดไปแล้วจ้ะพี่เที่ยง ยกโทษให้ฉันด้วยเถอะ ฉันมาวันนี้ก็เพราะตั้งใจจะทูลเรื่องนี้แก่ฝ่าบาท”

ท่านเตี่ยเห็นท่าจะเถียงกันอีกนาน เลยทรงตัดบท

“อย่าเคืองมันเลยไอ้เที่ยง ที่ไอ้กล้าทำลงไป มันก็มีเหตุผลของมัน ข้าไม่โทษมันหรอก”

“ทูลฝ่าบาท...หากพระองค์ไม่พอพระทัยหน้าที่การงานของกระหม่อม กระหม่อมก็ยินดีจะวางมือ”

“ไม่จำเป็นหรอกไอ้กล้า ข้าไม่คิดต่อว่าต่อขานเรื่องงานของเอ็งตอนนี้ ตรงกันข้าม...ข้ามีงานสำคัญให้เอ็งช่วย”

งานที่กล้าได้รับมอบหมายจากท่านเตี่ย คือเป็นสายในบ้านกงสุลใหญ่ เพื่อช่วยชาติ และงานแรกก็มาถึง เมื่อจีนหยงมาร้องเรียนกับอังเดรถึงเรื่องที่ท่านเตี่ยเผาโรงฝิ่น แต่กงสุลใหญ่ก็นิ่งเฉย

“นี่ถ้าเป็นท่านอดีตกงสุลเบอร์นาร์ดล่ะก็ ป่านนี้ท่านเตี่ยคงถูกจองจำ หรือไม่ก็สิ้นชีพไปแล้ว”

“คุณจะให้ฉันฆ่า...จะให้ฉันใส่ความคนอื่นงั้นหรือ”

“ก็เพราะเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงผลประโยชน์ของประเทศอาณานิคม หรือว่าท่านไม่เห็นด้วย”

ฮิวโก้เริ่มคล้อยตามเพราะเห็นแก่ประโยชน์ฝ่ายตน แต่อังเดรกลับยกมือห้าม ไม่ให้พูดต่อ

“เถ้าแก่หยง...กระผมอังเดรกงสุลใหม่ ไม่ใช่เบอร์นาร์ดที่เคยมีผลประโยชน์ร่วมกับคุณ ดังนั้น...กระผมจะไม่ทำแบบเขาเป็นอันขาด ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย”

“ย่อมได้...แต่กระผมเชื่อว่าอีกไม่นาน...ท่านจะต้องเสียใจ!”

กล้าแอบได้ยินทุกอย่างโดยบังเอิญ และเกือบจะถูกจับได้แล้ว ถ้าคุณทิพย์จะไม่โผล่มาช่วย ด้วยการรับสมอ้าง ว่าเป็นคนสั่งให้พลขับคนใหม่มารอหน้าห้องทำงานของอังเดร แต่ก็ไม่วายตักเตือนในเวลาต่อมา

“จำไว้นะนายกล้า ที่ทำการกงสุล ถือเป็นสถานที่ราชการ จะทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้เป็นอันขาด”

“ขอรับคุณหญิง ต่อไปกระผมจะระวังให้มากขอรับ”

“เรียกฉันว่าคุณทิพย์ก็พอ ฉันไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่าง”

พลขับหนุ่มก้มหน้ารับคำ พลางชำเลืองมองที่ข้อมือของอีกฝ่าย แต่ไม่เห็นรอยอะไร เพราะเธอใส่กำไลบังไว้ คุณทิพย์สัมผัสได้ถึงสายตาสงสัย เลยแกล้งชวนคุยถึงพื้นเพของกล้า จนได้รู้ว่าเขาเป็นคนสุพรรณ แต่ไปโตที่เวียงสิงห์

คุณทิพย์อึ้งไปอึดใจ ก่อนจะถามเสียงสั่น “เธอยังมีญาติพี่น้องที่สุพรรณบ้างไหม”

“ไม่มีขอรับ...พ่อกระผมสิ้นบุญตั้งแต่กระผมยังเล็ก ส่วนแม่...หายสาปสูญตอนที่ถูกขายให้พวกพ่อค้าทาส”

ความจริงจากปากกล้า ทำให้คุณทิพย์พูดไม่ออก ความรู้สึกบางอย่างถาโถม แต่ไม่รู้จะเอ่ยมาเป็นคำพูดเช่นไร และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง...ก็มีหัวขโมยมากระชากกระเป๋าคุณทิพย์ต่อหน้าต่อตา!

ooooooo

กล้าตามไปชิงกระเป๋าคืนจากหัวขโมยได้ แต่ก็ถูกคมมีดเฉี่ยวจนผ้าพันข้อมือปกปิดรอยสักเลกทาสปรากฏขึ้น คุณทิพย์ซึ่งสังหรณ์ใจอยู่แล้ว เงียบไปอึดใจ ก่อนจะพยายามข่มอารมณ์ตื่นเต้นไว้ แล้วกลับบ้านอย่างนิ่งสงบ

ข่าวโรงฝิ่นของจีนหยงถูกเผาแพร่สะพัดทั่วพระนครอย่างรวดเร็ว พระยาประเสริฐภักดีชอบใจมาก และไม่รอช้าจะไปดื่มฉลองที่เหลาบุปผา โดยมีปีเตอร์กับเหมยต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี

ความเสียหายของจีนหยง เปิดโอกาสให้พวกปีเตอร์หาช่องทางชนะการประมูลได้ ด้วยการกว้านซื้อฝิ่นจากผู้ค้าตามหัวเมือง แต่ก็ต้องพึ่งเงินทุนจำนวนมหาศาล พระยาประเสริฐภักดีซึ่งรับหน้าที่นี้ จะไปปอกลอกจากกุหลาบ ยังหาหนทางไม่ได้ ปีเตอร์เลยเสนอยาน้ำสูตรพิเศษเป็นตัวช่วย

“สกัดจากฝิ่น...ถ้าใครได้ลิ้มลอง จะเสพติดอย่างรวดเร็ว ไม่น่าเกินเจ็ดวัน คุณกุหลาบจะกลายเป็นทาสเรา!”

น้ำยาฝิ่นสูตรพิเศษของปีเตอร์ ถูกพระยาประเสริฐ-ภักดีนำไปให้กุหลาบ ซึ่งกำลังทุกข์ใจเรื่องพลอยในเวลาต่อมา

“ยาของหมอฝรั่ง...ฉันเห็นว่าหมู่นี้แม่กุหลาบกินข้าวปลาไม่ค่อยลง เลยอยากบำรุงเสียหน่อย กินก่อนอาหารสามมื้อ หรือจะกินก่อนนอนอีกรอบก็ยังได้ รับรองว่าคลายเครียด ช่วยให้นอนหลับสบายดีนักเชียว”

“ขอบคุณค่ะคุณพี่ที่กรุณาเป็นห่วง แล้วอิฉันจะลองกินดู”

“ต้องอย่างนี้สิ ไอ้เราถึงยังไงก็เป็นญาติกันของไม่ดี...ฉันไม่เอามาให้แม่กุหลาบหรอก!”

ฝ่ายคุณทิพย์...ทนเก็บความสงสัยเรื่องกล้าไว้

ไม่ไหว ต้องไปแอบถามจากอังเดรในค่ำวันเดียวกัน

“อังเดรคะ...นายกล้ามาอยู่กับคุณได้ยังไงคะ”

“เขาเคยเป็นนักโทษในคุกของผม แต่ว่านิสัยค่อนข้างสุภาพ แล้วก็กล้าหาญมากทีเดียว”

“ตายจริง...แล้วติดคุกข้อหาอะไรกันคะ”

“นายกล้าช่วยเหลือฆาตกรรายหนึ่งที่ฆ่าทหารฝรั่ง เลยติดร่างแหไปด้วย คุณต้องไม่เชื่อแน่นอน

คุณทิพย์ ว่านายกล้าเกลียดพวกฝรั่งเข้าไส้ทีเดียว”

คุณทิพย์อึ้งไปอึดใจ แต่อังเดรไม่ทันสังเกตท่าทางผิดปกตินั้น “พ่อของเขาเสียชีวิตในการรบกับประเทศเจ้าอาณานิคม นี่ถ้าไม่ติดว่าต้องการช่วยเหลือคุณพลอย ผู้หญิงที่เขารักล่ะก็ เขาคงไม่ยอมมารับใช้ผมเป็นอันขาด”

ระหว่างที่ทุกคนหมกมุ่นกับภารกิจตัวเอง บัวดำเนินชีวิตตามปกติในวังท่านเตี่ย โดยมีอาเหวิน

เทียวไล้เทียวขื่อ อาสาไปรับส่งเสมอ จนอดีตบ่าวสาวอดรู้สึกผิดไม่ได้ ที่มิอาจตอบรับน้ำใจหรือความรักจากเขา แต่กระนั้น...หนุ่มลากรถก็ไม่ท้อ เพียรพยายามทำความดีและเอาอกเอาใจทุกทาง หวังเอาชนะใจเธอให้ได้

รื่นไม่ได้สนใจว่าผู้คนรอบข้างจะมีชีวิตเช่นไร มัวหลงละเลิงกับอำนาจและเงินทองที่จีนหยงปรนเปรอ จนแทบลืมแล้วด้วยซ้ำว่าตนเองเป็นใครมาจากไหน และเมื่อเขากลับไปเยี่ยมอาเล้ง เพื่อเลี้ยงข้าวอาฉ่างกับอาเฉียง อดีตทาสหนุ่มก็ต้องโกรธจนควันออกหู เมื่อถูกอาเล้งไล่ออกจากร้าน ไม่ยอมขายข้าวให้

“พูดอะไรน่ะเฮีย อัฐพวกนี้ฉันหามาด้วยน้ำพัก น้ำแรง ไม่ใช่ว่าปล้นชิงใครเขามา”

“ก็นั่นแหละ ไม่ปล้นก็เหมือนปล้น เงินค้าฝิ่นค้ายา หลอกคนดีๆไปตกนรกทั้งเป็น”

“แล้วไงเฮีย...ฉันไปบังคับให้พวกขี้ยามันสูบฝิ่น มันอยากโง่เองก็ช่างประไร ฉันไม่เกี่ยวสักหน่อย”

อาเล้งไม่ทนฟังอีกต่อไป ไล่รื่นออกจากร้านดื้อๆ อดีตนักเลงหัวไม้เลยพาอาฉ่างกับอาเฉียงไปดื่มเหล้าที่อื่นจนเมามาย ก่อนจะตัดสินใจบุกไปถึงเหลาบุปผาเพื่อแสดงศักดา!

ooooooo

เจ๊คิ้มอยากจะเป็นบ้าตาย เมื่อเห็นรื่นหอบสภาพเมามายเข้ามาในเหลาบุปผา เธอพยายามห้าม แต่รื่นก็บุกขึ้นไปถึงชั้นบนของเหลาจนได้ เพื่อไปหาเหมย แต่ก็เจอปีเตอร์ดักหน้าไว้เสียก่อน

“นึกว่าหมาที่ไหนมาเห่าหอนแถวนี้ ที่แท้ก็ไอ้ขี้คุกจากเวียงสิงห์”

อาฉ่างกับอาเฉียงเห็นท่าไม่ดี รีบหนีไปก่อน เหลือรื่นที่เมาแอ๋ สวนกลับอย่างไม่กลัว

“นายท่าน...นายท่านปีเตอร์ให้เกียรติมาต้อนรับลูกค้าอย่างไอ้รื่นด้วยตัวเอง ไอ้รื่นปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง ไม่ต้องห่วงนะขอรับ มื้อนี้ไอ้รื่นมีเงินจ่ายแน่นอน”

“งั้นหรือ...น้ำหน้าอย่างแกจะมีสักเท่าไหร่กัน”

“อยากรู้หรือ...อยากรู้ก็มานับเอง”

พูดจบก็เทเงินในถุงลงพื้น ปีเตอร์แสยะยิ้มร้าย ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น

“ไม่เลว...แกอยากได้อะไร สุรา อาหาร หรือว่าผู้หญิง”

“ให้เลือกหรือ...ถ้าให้เลือกล่ะก็ ไอ้รื่นขอเอาเงินทั้งหมดแลกกับผู้หญิงคนนั้น!”

ผู้หญิงคนนั้นก็คือเหมย ปีเตอร์ถึงกับตะลึง แต่เพียงไม่นานก็เปลี่ยนเป็นสงบนิ่ง จนเหมยเริ่มกลัวใจ และแกล้งพูดหลอกล่อเพื่อช่วยรื่น ปีเตอร์ไม่ทันเอะใจ และคิดว่าเป็นแผนลวงที่ดี ทำให้รื่นถูกอัดจนแทบลุกไม่ขึ้น

แม้แผนของเหมยจะทำให้รื่นสลบเหมือดไม่ได้สติ แต่ก็ช่วยให้รอดชีวิตมาได้ ถึงกระนั้น...ปีเตอร์ก็ไม่หยุดสงครามประสาท สั่งให้คนลากร่างหมดสติของรื่นไปกองหน้าโรงฝิ่นของจีนหยง พร้อมถากถาง

“ต้องขอโทษที่มารบกวนเถ้าแก่หยง แต่บังเอิญว่าสุนัขของเถ้าแก่ มันเกิดพาลไปอาละวาดที่เหลาบุปผา”

สภาพของรื่นทำให้จีนหยงกัดฟันกรอดด้วยความแค้นใจ แต่ปีเตอร์กลับไม่ยอมจบแค่นั้น ฉวยโอกาสนี้แจ้งข่าวใหญ่กับเจ้าของโรงฝิ่นอีกด้วยว่าเขากับพระยาประเสริฐภักดีกำลังมีแผนบางอย่าง

“เร็วๆนี้...ฉันกับพระยาประเสริฐจะลงขันเพื่อยื่นเรื่องขอเป็นเจ้าภาษีฝิ่นรายใหม่ หวังว่าเถ้าแก่จะให้เกียรติ”

เหล่าลูกน้องของจีนหยงถึงกับเต้นผางด้วยความโกรธแค้นแทนเจ้านาย แต่คงไม่เท่าคนที่ถูกหยามโดยตรง

“ลื้อจะค้าฝิ่นแข่งกับอั๊วงั้นหรือไอ้ปีเตอร์ ก็ได้...แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!”

พลอยเดินหน้าช่วยกล้าเต็มที่ เรื่องสืบความจริงเกี่ยวกับคุณทิพย์ และแหล่งข้อมูลดีที่สุด ก็หนีไม่พ้นแมรี่ ลูกสาวคนเดียวของอังเดร ที่เธอรับหน้าที่เป็นครูสอนภาษา ไทยให้ แต่แผนของเธอกลับถูกคุณทิพย์รู้ทันเสียก่อน

“อยากรู้อะไรเกี่ยวกับฉันก็ถามมาสิคะคุณพลอย”

“ดิฉันขอโทษค่ะที่ละลาบละล้วง แต่ดิฉันเพียงแต่อยากทราบพื้นเพของนักเรียน ไปตามหน้าที่ของครูเท่านั้น”

“ฉันเข้าใจดี ผู้หญิงชาวสยามอย่างฉันมาแต่งงานกับนายทหารฝรั่ง มันอาจดูแปลกสำหรับชาวสยามด้วยกัน”

พลอยทำหน้าไม่ถูก ซึ่งคุณทิพย์ก็พอเข้าใจดี เลยเชิญไปกินของว่างด้วยกัน และเริ่มต้นเล่าที่มาที่ไปของตัวเองว่าทำงานเป็นผู้ช่วยแม่ครัวในค่ายทหารฝรั่ง เลยได้พบกับอังเดรโดยบังเอิญ

“มันก็ประหลาดดีนะ สาวๆหน้าตาจิ้มลิ้มในพระนครมีออกมากมาย แต่อังเดรกลับมาสนใจฉัน”

“คงเป็นเพราะความสวยของคุณทิพย์ ต้องตาท่านกงสุล รวมทั้งเสน่ห์ปลายจวักของคุณทิพย์ด้วยกระมังคะ”

พูดพลางมองไปที่กำไลวงสวยบนข้อมือ ก่อนจะเอ่ยชม คุณทิพย์พอจะเข้าใจสายตาสงสัยของอีกฝ่ายดี เลยถอดให้ดูง่ายๆ พร้อมบอกเสียงนุ่มว่าอังเดรเป็นคนซื้อกำไลวงนี้ให้

ooooooo

ผลการถอดกำไล ทำให้พลอยเห็นรอยบางอย่างบนข้อมือคุณทิพย์ แต่กลับไม่ใช่รอยสักเลกทาสอย่างที่กล้านึกกลัว แต่เป็นแค่รอยแผลเป็นจางๆเท่านั้น กล้านิ่วหน้าเล็กน้อย ก่อนจะถอนใจยาว

“บางทีไอ้กล้าอาจจะจำคนผิดไปก็ได้ อาจจะถือว่าเป็นข่าวดีนะขอรับ”

“กล้าคิดเช่นนั้นจริงๆหรือจ๊ะ”

“ขอรับ...เพราะหากคุณทิพย์เป็นแม่ของไอ้กล้าจริงๆ ไอ้กล้าคงทำใจยอมรับไม่ได้ ที่แม่บังเกิดเกล้าได้ทรยศต่อวิญญาณของพ่อ ด้วยการเป็นเมียของนายทหารฝรั่ง ซึ่งเป็นเชื้อชาติฝ่ายศัตรู”

พลอยมองกล้าอย่างเข้าใจ โดยไม่รู้เลยว่าคุณทิพย์ ซึ่งคาใจกับพฤติกรรมแปลกๆของทั้งสอง และแอบสะกดรอยตามมาและได้ยินทุกอย่าง...ถึงกับเบิกตาโพลงในความมืด เมื่อได้รู้ว่าแท้จริงกล้าก็คือลูกชายที่พรากจากกันมานาน!

รื่นถูกหามส่งวังท่านเตี่ยในเช้าวันต่อมา ราชนิกุลหนุ่มเวทนา เลยทรงจัดการทำแผลให้ด้วยองค์เอง เมื่ออดีตนักเลงหัวไม้ฟื้นขึ้นมาก็ถึงกับตะลึง เมื่อพบว่าตัวเองอยู่ในวังท่านเตี่ย

สังข์ อาเหวิน อาฉ่างและอาเฉียงช่วยพูดเตือนสติให้คิดถึงพระคุณของท่านเตี่ย ซึ่งทำให้รื่นถึงกับพูดไม่ออก จนเมื่อราชนิกุลหนุ่มใหญ่ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง อดีตนักเลงหัวไม้เลยตัดสินใจก้มกราบขอประทานอภัย

“กระหม่อม...กระหม่อมสมควรตายโดยแท้ เมื่อก่อนนี้ได้เที่ยวหยามเกียรติของพระองค์ไว้มากมาย แต่บัดนี้ฝ่าบาทกลับมาเยียวยาชีวิตของกระหม่อม ไอ้รื่น... ไอ้รื่นคนนี้มันต่ำทรามนัก ขอฝ่าบาทประทานอภัยให้กระหม่อมด้วย”

ทูลจบก็ทำท่าจะกราบอีกรอบ แต่ท่านเตี่ยก็ฉวยแขนไว้

“พอเท่านี้แหละ ข้าไม่เคยถือโทษโกรธเอ็งเลย ไอ้กล้ามันชื่นชมน้ำใจเอ็งว่าห้าวหาญ ข้าจึงเมตตาเอ็งเช่นกัน”

รื่นน้ำตาไหลพราก ผวากอดขาท่านเตี่ยด้วยความเคารพรักสุดหัวใจ ก่อนจะพยุงร่างอ่อนแรงของตัวเองไปพักข้างนอก เพราะรู้สึกผิดและละอายแก่ใจจะอยู่ที่นี่ เลยได้เจอกับกล้า ซึ่งรีบมาเยี่ยมเพื่อนรักทันทีที่รู้ข่าว

“ตอนนี้ข้าสำนึกแล้วไอ้กล้า แม้แต่นายที่ข้าเทิดทูนอย่างเถ้าแก่หยง ก็ยังไม่ห่วงใยข้าเท่าท่านเตี่ยหรือพวกเอ็ง ถึงปากข้าจะเคยด่าทอเอ็ง แต่ตอนนี้ข้าได้คิดแล้ว ว่ามีแต่พวกเอ็งทุกคนเท่านั้นที่เป็นมิตรแท้ของไอ้รื่น”

อาเหวิน อาฉ่างและอาเฉียง ปลอบไม่ให้คิดมาก เพราะไม่เคยคิดตัดเพื่อนกับรื่น กล้าก็คิดเช่นเดียวกัน

“ข้าก็เหมือนกันไอ้รื่น เอ็งจะทำงานให้เถ้าแก่หยงหรือใคร ข้าไม่สนใจหรอก เพราะถึงยังไงเอ็งก็เป็นเพื่อนรักข้า”

ความจริงใจของกล้า ทำให้รื่นตื้นตันใจมาก ดึงตัวมากอดแน่น ก่อนจะพากันออกจากวังท่านเตี่ย ไม่ได้ไปฉลองที่กลับมาดีกันเหมือนเดิม แต่ไปบ้านอาเหวิน เพื่อให้รื่นพักฟื้นจนกว่าจะหายดี

กล้าไม่ได้ไปกับรื่น แต่แยกไปเข้าเฝ้าท่านเตี่ย เพื่อรายงานสิ่งที่สืบได้จากบ้านกงสุลใหญ่

“เอ็งแน่ใจหรือไอ้กล้า ว่ากงสุลอังเดรไม่ได้อยู่ข้างจีนหยง”

“เป็นความจริงแน่ฝ่าบาท กระหม่อมได้ยินกับหูว่ากงสุลอังเดรไม่ยอมให้ร้ายพระองค์ตามที่เถ้าแก่หยงต้องการ”

“เช่นนั้นก็ถือเป็นโชคดีของข้าและของแผ่นดินสยาม ที่เจอคู่อริซึ่งมีน้ำใจเที่ยงธรรม”

ooooooo

จีนหยงผูกใจเจ็บมาก ที่ถูกปีเตอร์หยามถึงโรงฝิ่น แถมรื่นยังถูกซ้อมปางตาย เลยตัดสินใจไปกดดันมิ่ง ซึ่งถูกจับขังก่อนหน้า ให้ไปล้างแค้น ฆ่าปีเตอร์ หากไม่อยากถูกฆ่าตายเสียเอง!

โชติอาการหนักไม่แพ้จีนหยง หลังถูกกล้าอัดน่วมครั้งนั้น ก็ยังหาโอกาสแก้แค้นไม่ได้ พระยาประเสริฐภักดีเห็นลูกชายคนเดียวเครียดมาก พาลจนใครๆก็เข้าหน้าไม่ติด เลยพยายามกล่อมให้รอเวลา

“หนี้แค้นของแก พ่อไม่ได้เพิกเฉย แต่ตอนนี้ไอ้กล้ากับหนูพลอยมันได้ชายคาของกงสุลฝรั่งคุ้มกะลาหัวมันอยู่ ดังนั้นพ่อจะบุ่มบ่ามไม่ได้เป็นอันขาด อดกลั้นอีกเดี๋ยวเถอะ แล้วพ่อจะสะสางให้”

ลูกชายคนเดียวของพระยาหนุ่มใหญ่ดีใจเนื้อเต้น แต่กระนั้น...ก็ต้องลงแรงด้วย

“แกต้องช่วยพ่ออีกแรง เรามีงานใหญ่ต้องทำ ถ้างานนี้สำเร็จ อำนาจ เงินทองและชื่อเสียงก็จะเป็นของเรา”

แผนของพระยาประเสริฐภักดีดำเนินต่อไปอย่างเป็นความลับ เช่นเดียวกับเบอร์นาร์ด อดีตกงสุลใหญ่ที่รับข้อร้องเรียนจากจีนหยง เรื่องที่อังเดรไม่เอาผิดกับท่านเตี่ยที่เผาโรงฝิ่น และทำการส่งจดหมายลับมาในเวลาต่อมา

ฮิวโก้เป็นคนรับไว้ แล้วส่งต่อให้อังเดร ซึ่งลำบากใจมาก เพราะไม่อยากเอาเปรียบใคร กล้าแอบเห็นทุกอย่าง เลยหาทางลักลอบไปขโมยจดหมายลับจากห้องทำงานของอังเดรจนได้ โดยมีพลอยเป็นคนช่วยอ่านข้อความในนั้น ซึ่งทำให้ทั้งสองคนพูดไม่ออก เมื่อรู้ว่าเบอร์นาร์ดมีแผนจะยึดครองสยามโดยไม่เป็นธรรม

“ชาติสยามของเราต้องสูญเสียดินแดนให้พวกมันอย่างอยุติธรรมมาหลายครั้งหลายครา แต่ละหนนั้นเจ็บปวดเหมือนแขนขาถูกฉีกขาดออกจากร่าง แต่นั่นก็ยังไม่สาแก่ใจต่อความละโมบของพวกมัน”

“ยังมีดินแดนส่วนไหนที่พวกฝรั่งมันต้องการอีกหรือขอรับ”

“ตอนนี้ที่มันอยากได้ก็คือ...แผ่นดินสยามทั้งหมด”

กล้าดวงตาวาวโรจน์ กำหมัดแน่นด้วยความแค้นใจเหลือจะกล่าว

“ไอ้กล้าจะขัดขวางพวกมัน ต่อให้แลกด้วยชีวิตก็ตาม!”

หนึ่งในแผนการของพระยาประเสริฐภักดีคือหลอกล่อเอาเงินจากกุหลาบ ด้วยการใช้ยาน้ำสกัดจากฝิ่น และเมื่อเห็นว่าแม่คนสวยของพลอยติดงอมแงม จึงส่งโชติไปจัดการแผนขั้นต่อมา

“กระผมเห็นใจคุณอามากนะขอรับ น้องพลอยไม่น่าใจร้ายใจดำกับคุณอาอย่างนี้เลย แล้วคุณอามาเจ็บออดๆแอดๆอย่างนี้ จะมีใครช่วยดูแลงานการที่เวียงสิงห์”

“อาก็เป็นห่วงอยู่เหมือนกันจ้ะพ่อโชติ แต่หมู่นี้ร่างกายของอามันไม่สู้ดีเอาเสียเลย คงเดินทางไปเวียงสิงห์ไม่ไหว ถ้ายังไง...ฝากพ่อโชติช่วยเป็นหูเป็นตาให้อาด้วยนะ”

“กระผมก็คิดเช่นนั้นขอรับคุณอา แต่ติดปัญหาตรงกระผมเป็นคนนอก จะเข้าไปบอกโน่นบอกนี่ ก็เกรงว่าผู้คนทางนั้นจะไม่เชื่อฟัง ถ้ายังไง...คุณอาช่วยบันทึกหลักฐานให้กระผมจะได้หรือไม่ขอรับ”

จบคำก็หยิบเอกสารยาวเหยียดในซองมายื่นให้ กุหลาบกำลังเมาฝิ่น เลยดูไม่รู้เรื่อง

“เอกสารอะไรรึพ่อโชติ หลายวรรคหลายตอนเหลือเกิน อาอ่านไม่ไหวหรอก”

“นี่เป็นหนังสือมอบอำนาจขอรับ เพื่อกระผม

จะได้มีสิทธิ์ดูแลกิจการของคุณอาได้เต็มที่ รับรองว่าไม่มีปัญหา”

กุหลาบมีสีหน้างุนงงเพราะฤทธิ์ยาฝิ่น แต่กระนั้นก็ยอมบันทึกหลักฐานบนเอกสารอย่างง่ายดายเพื่อตัดกังวล โชติยินดีมาก รีบนำเอกสารทั้งหมดไปอวดพระยาประเสริฐภักดีกับปีเตอร์ในเวลาต่อมา

“นี่มันลายแทงขุมทรัพย์ชัดๆเลยนะท่านเจ้าคุณ”

“ใช่...ไม่ว่าแม่กุหลาบจะเป็นหรือตาย สมบัติทุกอย่างก็จะตกเป็นของกระผมจนหมดสิ้น”

โชติกระหยิ่มยิ้มย่อง ถือเป็นความดีความชอบของตัว ที่ทำงานสำคัญสำเร็จ

“ทั้งเรือกสวนไร่นา ที่ดิน รวมทั้งสมบัติพัสถานต่างๆ นั่นก็มากพอที่เราจะซื้อหาฝิ่นแข่งกับไอ้จีนหยง”

“ถ้าเช่นนั้น...เราก็เปิดศึกดำเนินการค้าของเราได้เลย!”

ooooooo

คำประกาศกร้าวของปีเตอร์ถือเป็นการเปิดศึกกับจีนหยงอย่างเป็นทางการ แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น มิ่งก็ถูกสมุนของจีนหยงพาไปดักรอหน้าเหลาบุปผาแล้ว ทันทีที่ลับร่างพระยาประเสริฐภักดีและโชติ เฮียหม่าก็จัดการผลักมิ่ง ให้ไปลอบสังหารปีเตอร์ตามที่เจ้านายสั่ง

มิ่งสองจิตสองใจ แต่ความกลัวตายมีมากกว่า รวมไปถึงวาจาที่เคยประกาศต่อหน้าทิว ว่าจะต้องเป็นใหญ่เป็นโตและมีหน้ามีตากว่าทุกคนในเวียงสิงห์ให้ได้ เลยฮึดสู้ แต่ประมาทและไม่ทันระวังตัว เลยถูกกระสุนของปีเตอร์ฆ่าตาย!

เหมยเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง หน้าซีดด้วยความตกตะลึงสุดขีด ไม่ใช่เพราะกลัวตาย แต่เพิ่งได้ค้นพบความจริงเป็นครั้งแรก ว่าเมื่อเข้าตาจน ปีเตอร์ก็ไม่ได้รักเธออย่างที่เคยพร่ำบอก แต่กลับดึงตัวเธอมาบังเอาตัวรอด!

และก็เพราะความจริงข้อนี้ ทำให้เหมยหอบยาไปเยี่ยมรื่นถึงบ้านอาเหวินในเช้าวันต่อมา รื่นแปลกใจที่เห็น แต่เมื่อเห็นสีหน้าเย็นชาของเธอ ก็อดไม่ได้จะแดกดัน เพราะเข้าใจว่าเหมยมาเยี่ยมเพื่อมาเยาะเย้ย

“กลับไปบอกไอ้ปีเตอร์มันด้วย ว่าหนี้เลือดต้องล้างด้วยเลือด มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี คนอย่างไอ้รื่น ถึงจะต่ำทรามแค่ไหน แต่หยามไม่ได้เป็นอันขาด”

“กะอีแค่นักเลงข้างถนน จะมีศักดิ์ศรีอะไร”

“หญิงงามเมือง จะรู้อะไรเรื่องศักดิ์ศรี ถ้ารักดีก็คงไม่ขายตัวหรอก”

เหมยหน้าชา เงื้อมือจะตบเขาอย่างแรง แต่กลับถูกกระชากมาจูบอย่างเร่าร้อนและดุเดือด อารมณ์คุกรุ่นที่ถูกจุด เลยหลอมละลายกลายเป็นเพลิงพิศวาส จมจ่อมไปในอ้อมกอดของกันและกันในอึดใจต่อมา

เจ๊คิ้มกับอาเหวินพากันซื้อของกินมากมายในตลาด จะมาทำให้รื่น แต่ดันต้องพากันกลับโดยไม่แม้แต่เคาะประตู เพราะแม่เล้าใหญ่รู้ทัน และคิดว่าอดีตนักเลงหัวไม้กำลังมีแขก!

รื่นกอดก่ายกับเหมยด้วยความรักและหลงใหล นางโลมคนสวยรู้สึกไม่ต่างกัน แต่ยังปากแข็ง แกล้งพูด

“สงสารหรอก ถึงได้ทำทานให้”

พูดจบก็ทำท่าจะผละไป แต่ก็ถูกรื่นรั้งตัวไว้ “แหม...ไหนๆจะทำทานสักที ก็ทำให้เต็มที่หน่อยสิจ๊ะน้องหมวย อยู่ให้พี่ชื่นใจอีกสักเดี๋ยวเถอะ รับรองว่าผลบุญถึงสวรรค์วิมานเป็นแน่”

“ไม่ได้หรอก ฉันออกมานานแล้ว ประเดี๋ยวนายจะสงสัย”

เหมยแต่งตัวจะกลับจริงๆ รื่นเลยได้แต่หัวเสีย “ห่วงใยมันมากหรือไง อ้อใช่สิ...ไอ้รื่นคนนี้มันเป็นได้แค่ชายชู้ ไม่ใช่คู่รักตัวจริงเหมือนมันนี่ มีทั้งเงิน ทั้งอำนาจ ผู้หญิงที่ไหนจะไม่สนใจ”

คำพูดตัดพ้อของรื่น ทำให้เหมยสงสาร ใจอ่อนยวบ จนยอมเอ่ยปากเล่าถึงอดีตของตัวเองเป็นครั้งแรก

“ฉันไม่เคยรักนายท่าน แต่นายท่านคือเจ้าชีวิตของฉัน...”

ooooooo

ความหลังอันขมขื่นของเหมย เริ่มต้นตั้งแต่เธอยังเด็ก ต้องเป็นกำพร้าเพราะพ่อแม่ตายจากไปก่อน ปีเตอร์ผ่านมาพบเธอโดยบังเอิญ เลยรับมาเลี้ยง อุ้มชูและมอบทุกอย่างให้เธอมีจนวันนี้

เหมยดึงตัวเองจากอดีต แม้มันจะไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจ แต่เธอก็รอดชีวิตมาได้ จนเจอรื่นในวันนี้

“ความภักดีต่อผู้มีพระคุณ คือกฎข้อสำคัญที่

ชาวจีนอย่างเรานับถือกัน เรื่องนี้นายคงไม่เข้าใจหรอก”

“แต่เธอไม่จำเป็นต้องอยู่กับปีเตอร์ไปชั่วชีวิต เธอตอบแทนมันมามากแล้ว น้องควรมีทางเลือกของตัวเอง”

“แต่มันยังไม่ใช่เวลานี้”

“ไอ้รื่นจะรอ...รอจนกว่าวันนั้นจะมาถึง”

สองหนุ่มสาวกอดกันแน่น ก่อนแยกจากกันอย่างอาวรณ์ในเวลาต่อมา โดยไม่รู้เลยว่าพ่อบ้านกุ่ย พ่อบ้านใหญ่ประจำเหลาบุปผาแอบมองเห็นเหมยจากมุมไกลๆ พร้อมความสงสัยว่านางโลมคนสวยมาทำอะไรในชุมชนชาวจีน...

วันเดียวกันที่วังท่านเตี่ย...กล้ารีบนำจดหมายลับที่ขโมยมาจากห้องทำงานอังเดรไปมอบให้ท่านเตี่ย ซึ่งถึงกับหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นข้อความในจดหมายของเบอร์นาร์ด ที่มีแผนชั่วจะโกงสยามประเทศ

“หากเราต่อกรด้วยก็จะตกเป็นฝ่ายปราชัย และต้องเสียเอกราชไปเหมือนประเทศเพื่อนบ้าน แต่หากเราไม่ต่อกร ก็จำต้องชดใช้ค่าปรับเป็นจำนวนเงินมหาศาล อย่างเช่นที่เคยเสียเงินถุงแดงมาก่อนหน้านี้”

“กระหม่อมไม่เข้าใจฝ่าบาท สยามของเราอยู่อย่างสงบมาช้านาน แล้วมีสาเหตุใดที่พวกฝรั่งจะหาความ”

“ทรัพย์ในดินสินในน้ำของแผ่นดินเราไงกล้า ที่พวกมันอยากได้ มันจึงหาเหตุวิวาทเพื่อยึดครอง”

“แต่กระหม่อมจะไม่ยอมให้พวกฝรั่งนักล่าพวกนั้นมาหยามหมิ่นแผ่นดินนี้เป็นอันขาด”

ท่านเตี่ยพยักพระพักตร์ ก่อนจะตรัสเสียงกร้าว “ข้าก็เช่นกัน แต่เอ็งจงจำไว้ไอ้กล้า ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ไม่เคยได้มาด้วยความแค้น แต่ได้มาด้วยความสามารถและสติปัญญา”

ฝ่ายอาเหวิน...หลังลากรถมาส่งกล้าถึงวังท่านเตี่ย ก็ขออยู่ตอแยบัวสักพัก แต่เมื่อเห็นเธอรำคาญ เลยขอตัวกลับ จนบัวแอบรู้สึกผิด เพราะคิดว่าอาจพูดตัดรอนเขาแรงเกินไป

หลังแยกจากเหมย...รื่นก็พยุงร่างอ่อนแรงไปหาของกินที่ร้านอาเล้ง แล้วก็ถึงกับพูดไม่ออก เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ขับไล่ไสส่งเขาเหมือนครั้งที่แล้ว แต่กลับเลี้ยงกับข้าวมากมาย เพราะเห็นว่าเขาเป็นเพื่อน

“อารื่นเอ๊ย...ไม่ใช่ว่าอั๊วรังเกียจลื้อ แต่อั๊วเกลียดพวกค้าฝิ่นจริงๆ ลื้อเคยได้ยินเรื่องที่เมืองจีนบ้างไหม บ้านเมืองวอดวาย ผู้คนล้มตายเป็นแสนก็เพราะสงครามฝิ่น ที่เกิดจากน้ำมือพวกฝรั่ง”

“แล้วเฮียจะให้ฉันทำยังไง ฉันไม่มีความรู้ ไม่มีทุนติดตัว ถ้าไม่ค้าฝิ่น ป่านนี้ฉันอดตายไปแล้ว”

อาฉ่างกับอาเฉียงนั่งฟังมานานเห็นด้วยกับรื่น แต่อาเล้งกลับส่ายหน้า

“พวกลื้อดูอย่างท่านเตี่ยสิ อีถูกให้ออกจากราชการอย่างไม่เป็นธรรม แล้วอีเคยไปก่อเรื่องชั่วไหม ตรงกันข้าม... อีผันตัวเองมาเป็นหมอคอยรักษาชาวบ้านโดยไม่คิดค่าแรงค่าเหนื่อย พวกลื้อควรจะเอาเป็นตัวอย่าง”

ความจริงเรื่องท่านเตี่ย ทำให้รื่นถึงกับพูดไม่ออก อาเล้งเลยถือโอกาสสำทับ

“สำหรับคนจีนอย่างอั๊ว ทั้งเตี่ยทั้งม้า เสื่อผืนหมอนใบมาจากเมืองจีน เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร อั๊วยังรักแผ่นดินนี้เหนือชีวิต แต่บ้านเมืองนี้มันเป็นแผ่นดินของพ่อแม่ลื้อ ลื้อไม่คิดจะรักษามันไว้ให้ดีก็ตามใจ!”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement