ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 11 นิยายไทยรัฐ
วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 11


24 ต.ค. 2560 17:28
1,526,624 ครั้ง

ละคร นิยาย ชาติพยัคฆ์

ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 11

อ่านเรื่องย่อ

ชาติพยัคฆ์

แนว:

พีเรียด-แอคชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ

บทโทรทัศน์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ/ฉัตรชัย เปล่งพานิช

กำกับการแสดงโดย:

โชติรัตน์รักษ์เริ่มวงษ์

ผลิตโดย:

บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

จรณโสรัตน์,นิษฐา จิรยั่งยืน

ข้อเสนอของปีเตอร์ ให้พระยาประเสริฐภักดีแย่งประมูลเป็นเจ้าอากรฝิ่นแข่งกับจีนหยง ทำให้โชติวิตก เพราะไม่ใช่แค่กฎหมายของสยามประเทศจะไม่ยินยอมให้คนในชาติค้าฝิ่นแล้ว ยังต้องใช้เงินมหาศาลเพื่อประมูลอีกด้วย แต่พระยาหนุ่มใหญ่กลับไม่เป็นกังวล เพราะคิดทางหาเงินไว้แล้ว

บ่อเงินบ่อทองของพระยาประเสริฐภักดีคือกุหลาบกับพลอย สองแม่ลูกผู้รับมรดกของพระพิสุทธิ์มนตรี ซึ่งมีกิจการมากมายที่เวียงสิงห์ ชดซึ่งเพิ่งสร่างเมาเพราะถูกพลอยกับเอียดมอมเพื่อล้วงความลับ รีบนำเรื่องที่หลุดปากไปบอกเจ้านายทั้งสอง พระยาประเสริฐภักดีเลยคิดแผนร้าย ให้โชติรวบหัวรวบหางพลอยจะได้ยึดสมบัติ!

พลอยยังไม่รู้ตัวว่าจะถูกปองร้าย มัวเป็นห่วงกล้า ซึ่งเศร้าซึมไม่หาย เมื่อได้รู้เรื่องแม่แท้ๆต้องถูกไฟคลอกตาย บัวกับอาเหวินตัดสินใจแยกกลับก่อน ทิ้งให้คุณหนูคนสวยปลอบใจกล้าตามลำพัง

กล้าไม่พูดอะไร เดินไปส่งพลอยเงียบๆ คุณหนูคนสวยเลยตัดสินใจเปิดฉากเอง

“ฉันเข้าใจความรู้สึกของกล้านะ เพราะฉันเองก็คิดถึงคุณพ่อเช่นกัน แต่รู้ไหมที่ผ่านมา ฉันต้องหักห้ามใจไม่ให้คิดถึงท่าน เพราะตอนท่านยังอยู่ ฉันมักทำให้ท่านต้องเป็นห่วงเสมอ และฉันก็ไม่อยากให้ตัวเองต้องเป็นความทุกข์ของท่านอีกต่อไป อย่างน้อยก็ในชาตินี้”

“คุณท่านคงภูมิใจนะขอรับ ที่เห็นคุณหนูเข้มแข็งเช่นนี้”

“แล้วกล้าล่ะ กล้าเห็นด้วยกับฉันหรือเปล่า...ถ้าวิญญาณมีจริง วิญญาณก็คือคนที่ยังห่วงหาอาวรณ์ในความรัก ความผูกพันของตนจนไม่ยอมไปสู่สุคติ กล้าอย่าทำให้แม่ของกล้าต้องเป็นห่วงอีกเลยนะ ท่านจะได้ไปสู่หนทางสว่าง และมีชีวิตใหม่ที่ดีงามกว่าชาตินี้”

คำปลอบของพลอย ทำให้กล้าร่ำไห้อย่างหมดอาย เสียใจมากเหลือเกินที่ช่วยแม่ไม่ทัน พลอยตกใจมาก แต่ก็พยายามทำใจให้สงบ ขยับมาเช็ดน้ำตาให้เขาอย่างอ่อนโยน

“แต่เล็กจนโต ฉันไม่เคยเห็นกล้าเหมือนวันนี้มาก่อนเลย...ฉันเป็นห่วงนะ”

ความรู้สึกมากมายถาโถม แต่เด่นชัดสุดคงเป็นความห่วงใยของคนตรงหน้า กล้าซาบซึ้งใจมาก และไม่ลังเลอีกต่อไป จะดึงมือพลอยมาแนบแก้ม ซึมซับทุกความอ่อนหวาน ท่ามกลางแสงจันทร์นวลรอบกาย...

ooooooo

ความรักงดงามของพลอยกับกล้าดำเนินไปเพียงไม่กี่อึดใจ ก่อนจะต้องเก็บกักมันไว้เหมือนเดิม เมื่อถึงบ้านพระยาประเสริฐภักดี พลอยบอกให้ส่งแค่หน้าประตู แต่กล้าก็ดื้อดึง ขอรอจนกว่าจะเห็นเธอขึ้นเรือนเรียบร้อย

และก็เพราะตัดสินใจรอนี่เอง ทำให้กล้าได้เห็นภาพที่ทำให้หัวใจเดือดพล่านด้วยความโกรธ เมื่อได้เห็นโชติรวบตัวเธอหายวับไปจากหน้าต่าง!

ร่างบอบบางของพลอยถูกเหวี่ยงลงเตียงอย่างแรง พร้อมร่างใหญ่โตของโชติที่กระโจนคร่อมลงมา

“อย่าเคืองพี่เลยนะพลอย แต่พี่จะไม่ยอมให้ใครมาหยามหัวอกของพี่อีกต่อไป เพราะนับจากนี้...น้องพลอยจะเป็นของพี่...เป็นของพี่โชติคนเดียวเท่านั้น”

จบคำก็ปลุกปล้ำพัลวัน พลอยดิ้นรนขัดขืน จนโชติต้องตรึงมือเธอไว้กับที่นอน

“ดีดดิ้นเหลือเกินนะแม่คุณ ทีอยู่กับไอ้กล้าไม่เห็นพยศกับมันบ้าง สันดานน้องคงถูกรสกับของต่ำกระมัง”

พลอยโกรธมาก แหวกลับอย่างเหลืออด “คิดชั่ว... เที่ยวปรักปรำให้ร้ายคนอื่น แต่ตัวเองกลับทำเรื่องบัดสี คอยดูเถอะ...พลอยจะแจ้งเรื่องนี้กับคุณลุง จะบอกคุณแม่ให้เอาโทษจนถึงที่สุด”

“ก็เอาสิ...พี่ก็อยากรู้เหมือนกันว่าน้องพลอยจะเล่นงานผัวได้ลงคอ!”

โชติตั้งท่าจะขืนใจต่อ แต่พลอยก็ฮึดสู้ รวบรวมแรงผลักเขาแล้วผละไปที่ประตู แต่กลับถูกกระชากตัวกลับ ก่อนจะต้องทรุดฮวบกับพื้น เพราะถูกต่อยท้องอย่างแรง

กล้าเห็นคุณหนูคนสวยหายจากหน้าต่างดื้อๆก็ไม่รอช้า บุกขึ้นมาถึงเรือน ฝ่าพวกชดและเหล่าบริวารของพระยาประเสริฐภักดีถึงห้องนอนพลอยจนได้ โชติมัวตะลึงเลยถูกชกเข้าโครมใหญ่

“ไอ้เดนทาส ไอ้ชาติไพร่ มึงบังอาจต่อยกู กูจะบอกพ่อให้กุดหัวมึง!”

แต่ครั้งนี้กล้าไม่ยอมหงออีกต่อไป สวนกลับอย่างไม่กลัวเกรง

“มึงฟังกูให้ดีไอ้โชติ ที่ผ่านมากูทนให้มึงหยาม ยอมให้มึงข่มเหงต่างๆนานา ก็เพราะเห็นแก่คุณพลอยที่อาศัยร่วมชายคาเดียวกับมึง แต่คืนนี้มึงได้สำแดงให้กูเห็นแล้ว ว่าสันดานแท้ลูกผู้ดีอย่างมึง ก็ไม่ต่างอะไรจากสัตว์...สัตว์ที่มึงเคยเปรียบด่าพวกทาสอย่างกู และในเมื่อสัตว์อย่างมึงย่ำยีหัวใจกูได้ กูก็ทุบตีมึงได้เช่นกัน”

ขาดคำก็จัดการอัดโชติจนน่วม ก่อนจะอุ้มพลอยหนี เมื่อเห็นว่าลูกชายคนเดียวของพระยาประเสริฐภักดีสลบเหมือดจมกองเลือดไปแล้ว กว่าชดกับเอียดจะตามมาพบ อดีตทาสหนุ่มกับคุณหนูคนสวยก็หายลับตาไปแล้ว ทิ้งสองคนใช้ในบ้านให้ยืนมองหน้ากันเครียดๆ เพราะดูท่าจะไม่ใช่เรื่องเล็กๆเสียแล้ว

ooooooo

บัวยังไม่กลับบ้าน แต่แวะซื้อขนมข้างทางให้อาเหวิน เพื่อไถ่โทษที่เคยต่อว่าเขาเมื่อคราวก่อน หนุ่มลากรถปลื้มใจมาก เขาไม่เคยถือสาคำพูดเพราะอารมณ์ของเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว

“อาเหวิน...นายไม่โกรธฉันบ้างเลยเหรอ”

“ใครจะไปโกรธลง เจ๊ว่าคำไหนก็คำนั้น อั๊วรับได้”

“ฉันขอโทษนะ”

“ไม่ต้องขอโทษหรอกเจ๊ ถ้าอั๊วดีจริง เจ๊ก็คงไม่ดุอั๊วหรอก อั๊วต้องทำตัวให้ดีกว่านี้ อั๊วผิดเอง”

ท่าทางเอร็ดอร่อยกับขนมของหนุ่มลากรถ ทำให้บัวนึกกระดาก ทำอะไรไม่ถูก แอบรู้สึกผิดกว่าเดิม แต่ไม่ทันเอ่ยอะไร สองหนุ่มสาวก็ต้องตะลึงตาค้าง เมื่อมีคนมาบอกว่ากล้าก่อเรื่องใหญ่แล้ว!

เรื่องใหญ่ที่กล้าก่อ ทำให้พระยาประเสริฐภักดีถึงกับกุมขมับ เมื่อเห็นสภาพโชกเลือดของลูกชายคนเดียว ชดหน้าเจื่อน เพราะถูกด่ายกใหญ่ โดยเฉพาะความผิดที่ปล่อยให้กล้าบุกขึ้นถึงเรือน

“เป็นความผิดของกระผมเองขอรับใต้เท้า กระผมคิดไม่ถึงว่าไอ้กล้าจะบ้าบิ่นถึงเพียงนี้ กระผมได้ยินใต้เท้าสั่งว่าจะเปิดทางให้โชติกับคุณพลอย เอ่อ...กระผมก็เลยบอกให้พวกบ่าวเข้านอนแต่หัวค่ำ เพราะเกรงว่าจะมากความขอรับ”

“วันนี้กูจะออกไปตามล่าไอ้กล้าด้วยตัวเอง เป็นตายยังไงกูต้องหามันให้พบ”

“เอ่อ...แจ้งนครบาลไม่ดีกว่าหรือขอรับ เรื่องใหญ่ถึงขนาดนี้”

“กูไม่แจ้ง กูจะฆ่ามันด้วยมือของกูเอง!”

อาเหวินกับบัวรีบกลับบ้านไปเก็บข้าวของและเตรียมเสบียงอาหาร นำไปให้กล้ากับพลอยถึงโรงสีร้าง สนามฝึกซ้อมมวยที่อดีตทาสหนุ่มใช้เป็นที่ซ่อนตัวในระยะหลัง พลอยร้องไห้สะอึกสะอื้น โผหาอ้อมกอดแกร่งของกล้า ด้วยขวัญเสียไม่หายที่เกือบถูกข่มเหง อดีตทาสหนุ่มทนไม่ไหว ต้องโอบตอบด้วยความรักและสงสาร

“กล้าอย่าห่วงฉันอีกเลย ทิ้งฉันไว้ตรงนี้แล้วหนีไปเถิด ก่อนที่ภัยจะมาถึง”

กล้าส่ายหน้า ยืนยันหนักแน่น “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น คุณพลอยก็ยังเป็นที่รัก เป็นที่เทิดทูนของไอ้กล้าคนนี้เสมอ ไอ้กล้าไม่มีวันทิ้งคุณพลอยไปไหนจนกว่าชีวิตจะหาไม่”

บัวกับอาเหวินได้ฟังความจริงทุกอย่าง อดของขึ้นแทนกล้ากับพลอยไม่ได้ แต่เรื่องใหญ่ที่ต้องช่วยกันคิดก่อน คือความไม่ปลอดภัยของอดีตทาสหนุ่ม เพราะคงถูกหมายหัวเป็นแน่

“ตอนนี้พระยาประเสริฐกำลังล่าลื้ออยู่นะเฮีย ลื้ออยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว” อาเหวินเตือน

“จริงด้วย...ไปหลบที่วังท่านเตี่ยเถอะนะพี่กล้า อย่างน้อยพระยาประเสริฐก็คงเกรงบารมีของพระองค์อยู่บ้าง”

“ข้าไปไม่ได้หรอกบัว เรื่องมันฉาวโฉ่ถึงเพียงนี้ ข้าจะนำความอัปยศไปให้ท่านเสื่อมเสียได้ยังไง”

“แต่ลื้อต้องมีคนช่วยนะเฮีย ไม่อย่างนั้นไอ้พระยาประเสริฐมันเอาลื้อตายแน่”

กล้าคิดหนัก ความปลอดภัยของตัวเองไม่เท่าไหร่ แต่เป็นห่วงพลอยมากกว่า และในที่สุด...เขาก็คิดถึงใครบางคนขึ้นมาได้ โดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกบ่าวชายจากบ้านพระยาประเสริฐภักดีจับตามอง!

ooooooo

บ่าวชายนักสืบรีบนำความลับเรื่องที่ซ่อนของกล้าไปบอกพระยาประเสริฐภักดี ซึ่งไม่รอช้า ตามไปเอาเรื่อง เวลาเดียวกับที่อาเหวินบุกไปขอความช่วยเหลือจากอังเดรกับฮิวโก้ตามความต้องการของกล้า

บัวอาสาอยู่เป็นเพื่อนพลอยที่โรงสี โดยมีกล้านั่งทำอาหารแบบง่ายๆอยู่ไม่ไกลกันนั้น

“บัวว่าเราสามคนจะมีโอกาสได้กลับไปเวียงสิงห์อีกครั้งหรือเปล่า”

“ทำไมคุณพลอยถึงได้ถามเช่นนั้นล่ะเจ้าคะ”

“ฉันใจคอไม่ดีเลย ที่ผ่านมาฉันนึกฝันอยู่เสมอว่าเราสามคนจะได้กลับไปตั้งต้นกันใหม่อีกครั้ง แต่ว่าตอนนี้... สัญญากับฉันนะบัว ระหว่างเราสองคน จะต้องมีใครคนหนึ่ง ที่เป็นเพื่อนกล้าตอนกลับเวียงสิงห์”

“คุณพลอยอย่าพูดเป็นลางแบบนี้สิเจ้าคะ บัวใจคอไม่ดี”

ลางสังหรณ์ของบัวเป็นจริงในไม่กี่อึดใจต่อมาเมื่อพระยาประเสริฐภักดีกับชดบุกมาล้างแค้นกล้า

“ไอ้เศษสถุล มึงมันรนหาที่ตาย ทำร้ายลูกชายกูยังไม่พอ ยังฉุดหนูพลอยมาอีก วันนี้กูจะชำระหนี้แค้นกับมึง”

พูดจบก็ควักปืนมาเล็ง พลอยตกใจมาก รีบถลาไปขวาง

“พลอยจะไม่หลีกทางให้คุณลุงเด็ดขาด ที่ผ่านมาพลอยปล่อยให้คุณลุงได้กล่าวเท็จใส่ร้ายคนอื่น แล้วก็เข้าข้างพี่โชติมาโดยตลอด แต่หนนี้พลอยจะไม่ยอมอีกต่อไป พลอยจะประจานความผิดของคุณลุงออกมาให้หมดสิ้น”

“ปากดีนัก รู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไร...นี่คงตกเป็นเมียไอ้เดนทาสนี่แล้วกระมัง ถึงได้ลุ่มหลงมันถึงเพียงนี้”

บัวทนไม่ไหว ตอกกลับเสียงกร้าวแบบไม่ไว้หน้า

“อย่าปรักปรำคุณพลอยนะท่านเจ้าคุณ ท่านนั่นแหละที่มัวเมาในสมบัติ จนคิดคดได้แม้แต่กับญาติตัวเอง”

“อีสารเลว...พูดจากำแหงนัก เดี๋ยวมึงจะได้เข้าปิ้งอีกคน”

พระยาประเสริฐภักดีโบกมือให้ชดจับสามหนุ่มสาว กล้าเลยตัดสินใจเจรจากับพระยาหนุ่มใหญ่เป็นครั้งแรก

“ท่านเจ้าคุณ...ได้โปรดเถอะขอรับ เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของผู้ใดทั้งสิ้น นอกจากกระผมเพียงผู้เดียว

ถ้าจะลงโทษก็มาลงที่กระผมเถอะขอรับ”

บัวจะไม่ยอม ร้องลั่นให้กล้าฮึดสู้ พระยาประเสริฐภักดีเกือบพลั้งมือทำร้ายอดีตบ่าวสาวอยู่แล้ว ถ้าอาเหวินจะไม่พาอังเดรกับฮิวโก้เข้ามาช่วยพวกกล้าเสียก่อน

“ท่านนายพลอังเดร...เรื่องของชาวสยามไม่เกี่ยวกับท่าน”

“ต้องขอโทษด้วยท่านเจ้าคุณ นายกล้าเป็นสหายของกระผม”

ชดเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเจ้านาย ตอบโต้แทนอย่างโอหัง แต่อังเดรก็ไม่สนใจ

“ท่านนายพลเป็นถึงกงสุลคนใหม่ ใช้อำนาจในทางมิชอบเช่นนี้ มันออกจะไม่งามอยู่นะ”

อังเดรอึ้งไปอึดใจ ฮิวโก้เลยช่วยสวนกลับแทน

“ท่านนายพลแค่อยากให้ทุกอย่างดำเนินไปตามกฎหมาย ไม่ใช่ตั้งศาลเตี้ยอย่างที่เป็นอยู่”

“คุณว่าใครตั้งศาลเตี้ย...คุณฮิวโก้ มันบังอาจมาทำร้ายลูกชายของกระผม แล้วยังฉุดหลานพลอยมาอย่างนี้ กระผมย่อมมีสิทธิ์เอาตัวมันไปลงโทษ”

“ท่านเจ้าคุณ...ท่านก็เป็นถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แต่กลับพาคนมาทำร้ายผู้ต้องหาโดยไม่มีการไต่สวนเช่นนี้ มันถูกต้องแล้วหรือ แล้วเท่าที่เห็นก็ไม่ได้มีหญิงใดถูกบังคับจับตัวมาจริงหรือไม่”

คำพูดของอังเดรทำให้พระยาประเสริฐภักดีถึงกับพูดไม่ออก ยิ่งเมื่อกงสุลใหญ่คนใหม่อาสาดูแลและควบคุมตัวพวกกล้าไว้เอง ยิ่งของขึ้น แต่เมื่อกวาดตามองรอบตัวก็เห็นว่าพวกตนเสียเปรียบ มีพวกน้อยกว่า สุดท้ายเมื่อหมดทางเลือก เลยหันไปแขวะพลอยระบายอารมณ์

“หนูพลอย...เสียแรงที่ลุงอุตส่าห์เมตตาหนูเหมือนลูกในไส้ คอยดูเถอะ...นับจากวันนี้ไป ลุงจะประกาศให้ทั่วพระนครว่าลูกสาวคุณพระพิสุทธิ์แห่งเวียงสิงห์ก่อเหตุบัดสีหอบผ้าหอบผ่อนหนีมากับชายชู้”

พูดจบก็หันไปเล่นงานกล้าด้วยสีหน้าดุดัน

“ไอ้กล้า...แค้นที่มึงทำร้ายลูกชายกู ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ กูจะชำระให้ถึงฆาต!”

ooooooo

อังเดรพาพวกกล้าไปอยู่ด้วยที่บ้านกงสุล โดยบัวจะค้างเป็นเพื่อนคุณหนูคนสวย อาเหวินเลยอาสาไปส่งข่าวให้สังข์ที่วังท่านเตี่ย ส่วนกล้าต้องไปคุยกับอังเดรตามลำพังในห้องรับแขก

คำถามแรกของอังเดรเกี่ยวกับสถานะของพลอย ทำให้กล้าอึดอัดใจมาก กงสุลใหญ่คนใหม่เลยไม่ซักไซ้อีก

“เอาล่ะ...แล้วทีนี้นายจะทำยังไงต่อไป”

“ถ้าท่านนายพลจะกรุณาปล่อยตัวกระผม กระผมจะพาคุณพลอยไปจากพระนครทันทีขอรับ”

“ไปไหน...ไปเวียงสิงห์อย่างนั้นหรือ นั่นยังไม่พอสำหรับคำว่าปลอดภัย ฉันว่านายต้องการอะไรที่มั่นคงกว่านั้น”

กล้านิ่วหน้าไม่เข้าใจ อังเดรเลยต้องขยายความ

“วันนี้ถ้าฉันไม่อ้างว่านายเป็นเพื่อนฉัน นายคงถูกฆ่าไปแล้ว แล้ววันพรุ่งนี้ล่ะ ฉันควรจะอ้างอะไรอีก”

อังเดรมองสีหน้าหนักใจของอดีตนักโทษ แล้วถอนใจยาว ก่อนจะเตือนสติ

“เป็นศัตรูกับขุนนาง จะหนีไปไหนก็หนีไม่พ้น ยิ่งจะไปทำงานลากรถเหมือนเมื่อก่อน ฉันว่านายเลิกฝันไปได้เลย คนของพระยาประเสริฐคงดักรอเล่นงานนายทั่วพระนคร แล้วไหนจะคุณพลอยอีก จะมีชีวิตยังไง กลับไปอยู่กับคนที่เกือบข่มเหงเธออย่างนั้นหรือ หรือว่าอยู่กับคนไม่มีอนาคตอย่างนาย”

“ท่านนายพลต้องการอะไรกันแน่ขอรับ ทำไมถึงต้องพูดจาดูแคลนกระผมเช่นนี้ด้วย”

“เพราะนายเคยช่วยชีวิตฉันเอาไว้ ฉันถึงได้วางใจในความซื่อสัตย์ของนาย ถึงจะรู้ว่านายไม่ชอบคนต่างชาติ แต่ฉันก็ยังอยากได้คนมีฝีมืออย่างนายมาทำงานด้วย มารับราชการเป็นพลทหารประจำตัวฉัน”

ข้อเสนอของอังเดรทำให้กล้าเครียดหนักกว่าเดิม และอังเดรก็รู้ดี เลยไม่เร่งรัด แต่เลือกจะทิ้งท้ายให้คิด

“ถ้านายทำงานให้ฉัน ก็ถือว่าเป็นคนของเจ้าอาณานิคม และย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทุกประการ จะตัดสินใจอย่างไร ลองเอาไปคิดดู”

ขณะที่กล้าต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญ...โชติก็ใส่ร้ายกล้าและพลอยกับกุหลาบ ซึ่งเพิ่งกลับจากเวียงสิงห์ฟังด้วยความสะใจ โดยมีพระยาประเสริฐภักดีคอยให้ท้าย สนับสนุนเต็มที่

“เป็นความผิดของกระผมเองขอรับคุณอา ในวันเกิดเหตุ...กระผมเห็นไอ้กล้ามันพรางตัวจะเข้าหาน้องพลอย กระผมเกรงว่าพวกบ่าวไพร่จะครหา จึงรีบพาน้องพลอยกลับขึ้นเรือน แต่คิดไม่ถึงเลยขอรับว่าไอ้กล้ามันจะบันดาลโทสะบุกมาฉุดน้องพลอยไปต่อหน้า”

กุหลาบตบอกผาง โกรธมาก “ตายแล้ว...นี่มันเหิมเกริมถึงเพียงนี้เชียวหรือ ชาติชั่วตัวต่ำ เหมือนโจรไม่มีผิด ดูซิแม่เอียด ไอ้คนที่แกคอยให้ท้าย มันเนรคุณฉันถึงเพียงนี้”

เอียดพูดไม่ออก เพราะไม่มีหลักฐานจะแก้ตัวแทนกล้า โชติเลยฉวยโอกาสนี้ใส่ความกล้ายิ่งกว่าเดิม ก่อนจะใช้แผนประจบ ทำทีเป็นห่วงเป็นใยพลอยอย่างออกนอกหน้าจนกุหลาบหลงเชื่อสนิท

“โถ...พ่อคุณ เจ็บตัวถึงเพียงนี้ แต่ยังอุตส่าห์เป็นห่วงน้อง แล้วนี่จะยังไงคะคุณพี่ ตกลงได้ออกตามหาลูกพลอยของอิฉันหรือเปล่า แล้วได้แจ้งเหตุกับนครบาลหรือยัง”

พระยาประเสริฐภักดีแสยะยิ้มน่ากลัว ตอบเสียงเข้ม “ทางนครบาลฉันจำต้องงดไว้ก่อน เพราะไม่อยากให้เป็นข่าวฉาวจนเสียชื่อแม่กุหลาบ ส่วนเรื่องเบาะแสของหนูพลอยน่ะ ฉันรู้แล้วว่าอยู่ที่ไหน...”

ooooooo

ข้อเสนอของอังเดรทำให้กล้านอนไม่หลับทั้งคืน แต่สุดท้ายก็หาทางออกได้ ยอมเป็นคนติดตามของกงสุลใหญ่คนใหม่ แต่ไม่ใช่ในฐานะพลทหารติดตาม แต่ขอเป็นแค่พลขับรถม้าเท่านั้น

ด้านกุหลาบ...ร้อนใจมาก บุกหาพลอยถึงบ้านกงสุลใหญ่ในเช้าวันเดียวกัน และไม่รอช้าจะตบสั่งสอน จนเอียดซึ่งตามมาด้วยต้องถลาไปห้าม ไม่อยากให้เจ้านายสาวใหญ่ทำรุนแรงกับลูกสาวคนเดียว

“จะให้ฉันพูดยังไงแม่เอียด จะให้ฉันสอนยังไงอีก เสียแรงที่แม่อุตส่าห์อุ้มชูทะนุถนอม หวังจะให้ได้ดิบได้ดี แล้วทำไม...ทำไมถึงใฝ่ต่ำลงไปเกลือกกลั้วกับอาจมเช่นนี้”

บัวเหลืออด เถียงแทนคุณหนูคนสวย แต่กลับถูกกุหลาบด่ากลับจนต้องสงบปากสงบคำ พลอยเห็นท่าไม่ดี เลยพยายามจะไกล่เกลี่ยให้บัว และแก้ต่างให้ตัวเอง

“คุณแม่คะ...ที่บัวพูดเป็นความจริง กล้าไม่ได้ทำอะไรผิด แต่คนผิดคือพี่โชติต่างหาก”

“นี่เรายังจะปรักปรำคนอื่นอีกหรือ ก่อเรื่องงามหน้าถึงเพียงนี้ ทำไมถึงยังไม่สำนึก”

“สำนึก...สำนึกอะไรคะคุณแม่ หรือที่พี่โชติพยายามข่มเหงย่ำยีพลอย ก็เป็นความผิดของพลอยด้วย”

ถึงคราวกุหลาบสะอึกบ้าง พลอยเลยตัดสินใจบอกความจริงที่เก็บไว้มานาน

“พี่โชติหยามเกียรติพลอย พยายามล่วงเกินทั้งด้วยคำพูดและการกระทำมาหลายครั้ง แต่พลอยไม่เคยบอกคุณแม่ เพราะไม่อยากให้คุณแม่ทุกข์ใจ เรื่องนี้แม่เอียดเป็นพยานได้ ที่นายกล้าทำลงไปก็เพื่อปกป้องลูก”

เอียดเห็นโอกาส ตอกย้ำความจริงด้วยการช่วยยืนยันคำพูดของพลอย แต่กุหลาบก็ปิดหูปิดตาไม่เชื่อ

“พอเถอะแม่เอียด ฉันไม่อยากฟัง เรื่องไม่เป็นเรื่อง...พ่อโชติเขารักชอบลูกจริงๆนะ ที่ทำรุ่มร่ามไปบ้าง ก็คงเพราะหึงหวงที่เห็นไอ้กล้ามาข้องแวะกับลูก แม่ผิดเองที่ปล่อยให้เรื่องมันคาราคาซังมาจนป่านนี้ เอาเถอะ...ไหนๆก็ไหนๆแล้ว แม่ว่าลูกแต่งงานกับพ่อโชติเสียเลยละกัน ถ้าได้เป็นฝั่งเป็นฝาไปแล้ว ชาวบ้านก็คงไม่โจษจันอะไรอีก”

พลอยอ้าปากค้าง หน้าซีดเผือด ไม่คิดว่าแม่จะรวบรัดตัดความแบบนี้ บัวกับเอียดพยายามช่วยทัดทาน แต่กุหลาบก็ไม่ยอม ยืนยันจะทำตามความเห็นชอบของตัวเอง

คุณหนูคนสวยอึดอัดใจมาก โพล่งออกไปอย่างเหลืออด

“ถ้าคุณพ่อยังอยู่ คุณพ่อจะไม่ทำเช่นนี้เป็นอันขาด”

กุหลาบของขึ้น เอ็ดลั่น “อย่าเอาคุณพ่อมาอ้างนะพลอย แม่ฟังไม่ขึ้น ถ้าคุณพ่อยังอยู่จริง ป่านนี้คงอกแตกไปแล้วก็ได้ ที่เห็นลูกประพฤติตัวเหลวแหลกเช่นนี้”

“ไม่จริง...คุณพ่อเป็นคนมีเหตุผล ถ้าท่านทราบเรื่อง คงไม่มีทางผลักไสลูกไปอยู่กับคนชั่วอย่างพี่โชติเด็ดขาด”

“นี่เราจะแข็งข้อกับแม่หรือไง พูดจาไม่มีสัมมาคารวะ กลับไปกับแม่เดี๋ยวนี้”

“ไม่ค่ะ...พลอยไม่กลับ พลอยจะไม่อยู่ร่วมชายคาเดียวกับพี่โชติอีกเป็นอันขาด”

“มันจะมากไปแล้วนะ คิดว่าแม่จะยอมอย่างนั้นเหรอ เอาสิ...ถ้ายังดื้อดึงไม่รู้ความ ก็ตัดแม่ตัดลูกกันไปเลย!”

คำขู่ของแม่ทำให้พลอยใจสลาย น้ำตาไหลพรากอย่างมิอาจกลั้น ก่อนจะทรุดตัวกราบแทบเท้า

“คุณแม่...ลูกจะไม่กลับไปเรือนพี่โชติอีกแล้ว อโหสิให้ลูกด้วย”

ooooooo

พลอยกับกุหลาบทะเลาะกันถึงขั้นตัดแม่ตัดลูก ส่วนกล้าก็ตกในสภาวะลำบาก ตกกระไดพลอยโจน ยอมเป็นพลขับรถม้าของอังเดร เพื่อปกป้องตัวเองและเพื่อความปลอดภัยของพลอย

พระยาประเสริฐภักดีซึ่งบุกมาถึงบ้านกุงสุลใหญ่พร้อมกุหลาบ พยายามจะนำตัวกล้าไปไต่สวนและลงโทษเอง แต่อังเดรไม่ยอม เพราะถือว่าอดีตทาสหนุ่มเป็นคนในบังคับบัญชา

“ต้องขอโทษท่านเจ้าคุณด้วย กระผมได้สอบสวนนายกล้าจนแน่ใจแล้วว่าคดีที่เกิดขึ้น เขาไม่ได้เป็นคนผิด”

“จะผิดหรือถูก เรื่องนั้นเป็นหน้าที่กระผมและนครบาลจะไต่สวน เรื่องภายในของชาวสยาม ไม่เกี่ยวกับท่าน”

ฮิวโก้เห็นท่าจะยืดเยื้อ เลยยกกฎเหล็กของเจ้าอาณานิคมมาขู่พระยาประเสริฐภักดี

“พลเมือง...ไม่ว่าสัญชาติใด หากทำงานให้ตัวแทนของเจ้าอาณานิคม ก็ย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายที่ระบุไว้ หากท่านมีเรื่องไม่พอใจ ก็เชิญไปร้องเรียนกับนครบาลของท่านได้ทุกเมื่อ”

“เหลวไหล โกหกสิ้นดี ไอ้กล้ามันเป็นแค่ไพร่ชั้นต่ำ จะทำงานให้สถานกงสุลได้ยังไง”

“กระผมว่าเรื่องนี้ท่านลองถามเจ้าตัวเขาเองดีกว่า หรือว่าไง...นายกล้า”

กล้าในชุดพลขับรถม้าปรากฏตัวหลังจากนั้น พร้อมประกาศยอมรับความผิดของตัวเอง

“คดีความใดๆที่ท่านเจ้าคุณกล่าวหา กระผมยอมจำนนแต่โดยดีขอรับ ขอเพียงอย่างเดียว คุณโชติต้องไปนครบาลพร้อมด้วยขอรับ”

ฮิวโก้ลอบยิ้มร้าย ก่อนจะเสริม “และคุณพลอยเธอก็อยากดำเนินคดีกับลูกชายของท่านเช่นกัน ในข้อหาพยายามข่มเหงเธอ ได้ข่าวมาว่าลูกชายของท่านยังมีคดีฆาตกรรมนายยอดค้างคาอยู่”

เป็นอันว่ากล้ารอดตัวจากพระยาประเสริฐภักดีได้อย่างหวุดหวิด เพราะพระยาหนุ่มใหญ่ไม่อยากขุดคุ้ยคดีเก่าของลูกชายคนเดียวให้ฉาวไปมากกว่านี้ แต่กระนั้น...ก็อาฆาตทิ้งท้าย จะหาโอกาสเอาคืนอดีตทาสหนุ่มให้สาสม!

กล้าไม่ได้สบายใจนักกับการรอดตัว เพราะต้องฝืนใจตัวเองมิใช่น้อย ยิ่งเห็นอาการทุกข์ใจของพลอย ที่ต้องตัดขาดจากแม่ ยิ่งรู้สึกผิดที่ลากเธอลงมาลำบาก...

ข่าวการตัดขาดระหว่างกุหลาบกับพลอย ทำให้อดีตข้าเต่าเก่าเลี้ยงทุกคนหดหู่ แต่ข่าวที่ทำให้ทุกคนตื่นตะลึงมากกว่า เห็นจะเป็นข่าวการยอมเป็นพลขับ

รถม้าให้กงสุลใหญ่ของกล้า โดยเฉพาะรื่น ซึ่งได้ยินมาจากอาฉ่างกับอาเฉียง หนุ่มลากรถพี่น้องที่พบเจอกันโดยบังเอิญ

รื่นหัวเสียมาก และเมื่อได้เจอกับมิ่ง ซึ่งกำลังขโมยของกันตายในเวลาต่อมา เลยตัดสินใจจับตัวไปให้จีนหยง แลกกับเงินรางวัล พร้อมกับเสนอตัวเป็นคนติดตาม บรรดาลูกสมุนของจีนหยงไม่ชอบหน้ารื่นนัก เพราะทำตัวหยิ่ง ไม่เห็นหัวคนอื่น ต่างจากจีนหยง ซึ่งมีแผนแยบยลกว่านั้น จะเก็บรื่นไว้หลอกใช้!

ooooooo

แม้จะต้องเจ็บปวดกับการตัดขาดของแม่ แถมต้องฝืนใจมาลี้ภัยในบ้านของพวกอาณานิคม แต่พลอยก็อดรู้สึกขอบคุณในน้ำใจของอังเดรไม่ได้ที่ยอมช่วยเธอกับกล้า

กงสุลใหญ่คนใหม่ไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ เพราะอยากตอบแทนกล้าอยู่แล้ว แต่เพื่อให้คุณหนูคนสวยสบายใจ เลยเสนองานให้ คือเป็นครูสอนภาษาไทยแมรี่ ลูกสาวคนเดียวที่จะเดินทางมาถึงเมืองไทยในอีกไม่กี่วัน

ฝ่ายกล้า...เริ่มงานใหม่ในวันเดียวกัน ด้วยการปราบพยศม้าที่จะใช้ลากรถ โดยใช้คาถาที่ได้รับการสืบทอดกันมาตั้งแต่ยุคบรรพบุรุษ เหล่าทหารฝรั่งต่างพากันทึ่ง เพราะไม่เคยเห็น แต่ฮิวโก้กลับหักหน้า และดูถูกกล้าต่อหน้าคนมากมาย ว่าเป็นพวกงมงายเชื่อเรื่องพิสูจน์ไม่ได้

พลอยผ่านมาได้ยินพอดี เลยตัดสินใจปรากฏตัวและปกป้องศักดิ์ศรีของกล้า

“คาถาของชาวสยามอาจจะเป็นกุศโลบาย อย่างคาถาที่กล้าท่องไปเมื่อสักครู่ ก็เพื่อให้สารถีที่ต้องบังคับม้าได้ตั้งสติด้วย การระลึกถึงพระพุทธคุณ แลการส่งหญ้าให้ม้าได้กินนั้น ก็เพื่อเป็นการผูกมิตรกับสัตว์เดรัจฉาน เมื่อสารถีได้สมาธิและม้ามีความไว้วางใจในสารถีแล้วการบังคับม้าก็จะราบรื่นค่ะ”

“คมคายและน่าสนใจมากคุณพลอย”

อาการเซื่องซึมของกล้า ทำให้พลอยดูออก ว่าคงลำบากใจไม่น้อย ต้องทนรับใช้พวกกงสุลใหญ่ และเหตุผลสำคัญ จะทำให้อดีตทาสหนุ่มหยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างเขา

ยอมทำขนาดนี้ ก็คงมีเรื่องเดียว

“ที่กล้ายอมทำงานให้ท่านกงสุล ก็เพื่อฉันใช่หรือไม่”

“มันไม่สำคัญหรอกขอรับคุณพลอย ท่านนายพลเป็นคนดี แล้วท่านก็เมตตากระผมเป็นอย่างยิ่ง”

“ฉันรู้ว่ากล้าเกลียดพวกฝรั่ง เกลียดพวกล่าอาณานิคม ฉันถึงรู้สึกผิดที่ทำให้กล้าต้องฝืนความรู้สึกเช่นนี้”

“มิได้ขอรับ ไม่มีสิ่งใดที่เป็นความผิดของคุณพลอย หากแต่เป็นความต้องการของไอ้กล้าเองที่อยากจะดูแลคุณพลอยให้มีความสุขเช่นนี้ตลอดไป”

น้ำเสียงอ่อนโยนแต่หนักแน่นของเขาทำให้เธอปลาบปลื้มใจเหลือเกิน

“กล้าจ๊ะ...ชีวิตของฉัน มันเปลี่ยนแปลงไปมากเหลือเกิน มากจนฉันรู้สึกหวั่นเกรงว่าจะต้องสูญเสียทุกอย่าง แต่ฉันก็อุ่นใจในสิ่งที่กล้าเคยพูดกับฉัน ว่าจะไม่จากฉันไปไหน ฉันก็จะขอสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างกล้าตลอดไป”

หน้าที่ของกล้าในฐานะพลขับรถม้าของกงสุลใหญ่เริ่มต้นอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่วันต่อมา เมื่ออังเดรส่งเขากับพลอยไปรับแม่รี่ ลูกสาวคนเดียว และคุณทิพย์ภรรยาที่ท่าเรือ แต่อดีตทาสหนุ่มก็ไม่เห็นหน้าคุณทิพย์ชัดๆ มัวยิ้มระคนเอ็นดูแมรี่ เด็กสาวท่าทางแก่นแก้ว ซึ่งดูท่าจะเข้ากันได้ดีกับพลอย

อังเดรได้พบหน้าลูกเมียเวลาต่อมา กล้าจึงขอตัวไปพัก และคงไม่คิดอะไรมาก ถ้าไม่บังเอิญได้เห็นคุณทิพย์ชัดๆเป็นครั้งแรก เมื่อพลอยรู้เรื่อง โดยเฉพาะข้อสันนิษฐานของกล้า ว่าคุณทิพย์หน้าเหมือนเพียร แม่แท้ๆของกล้า ก็อดตกใจไม่ได้ แต่ยังมีสติพอ อาสาจะช่วยเขาสืบความจริงทุกอย่างให้ด้วยตัวเอง

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement