ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 10 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 10


24 ต.ค. 2560 17:28
1,526,606 ครั้ง

ละคร นิยาย ชาติพยัคฆ์

ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 10

อ่านเรื่องย่อ

ชาติพยัคฆ์

แนว:

พีเรียด-แอคชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ

บทโทรทัศน์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ/ฉัตรชัย เปล่งพานิช

กำกับการแสดงโดย:

โชติรัตน์รักษ์เริ่มวงษ์

ผลิตโดย:

บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

จรณโสรัตน์,นิษฐา จิรยั่งยืน

อาเหวินเห็นบัวทำหน้าเศร้าเหมือนคนอกหัก เลยเข้าไปปลอบ พร้อมอวดท่าทางหมัดมวยที่กล้าสอนให้ แต่อดีตบ่าวสาวกลับไม่สนใจ แถมแหวใส่อีกต่างหากเพราะกำลังอารมณ์ไม่ดี หนุ่มลากรถเลยต้องช้ำ และอดไม่ได้ต้องเก็บไประบายความอึดอัดใจกับเจ๊คิ้ม พี่สาวคนเดียวที่บ้าน

“อั๊วไม่เข้าใจจริงๆ อั๊วรักอาบัว อั๊วทำทุกอย่างแล้ว ทำไมอีไม่เห็นใจอั๊วบ้าง”

“คนเขาไม่รักเรา แล้วจะไปรักเขาทำไม ลื้อรักตัวเองก่อนดีไหมอาเหวิน...ถึงเตี่ยกับม้าเราจะซี้ไปแล้ว แต่อีก็ยังมองลื้ออยู่บนสวรรค์นะ ลื้อทำตัวแบบนี้ วิญญาณของอีจะมีความสุขได้ยังไง”

“อั๊วมันอกตัญญู ทำอะไรก็ไม่สำเร็จสักอย่าง ชาตินี้ทั้งชาติ อั๊วคงต้องลากรถไปจนตาย”

“อาเหวิน...ลื้อพูดอย่างนี้ อั๊วไม่แย่กว่าเหรอ อั๊วต้องทำงานในสำนักโคมเขียว ลื้อคิดว่าอั๊วภูมิใจหรือไง ไปไหนก็มีแต่คนดูถูก ต้องก้มหน้ารับใช้ไอ้พวกผู้ชายบ้าตัณหา ลื้อคิดว่าอั๊วมีความสุขเหรอ แต่อั๊วเชื่อว่าวิญญาณของเตี่ยกับม้าจะต้องไม่โทษอั๊ว เพราะถ้าอั๊วไม่ทำ เราสองคนก็คงไม่อยู่มาจนถึงวันนี้”

พูดพลางน้ำตาไหล อาเหวินตกใจ ไม่เคยเห็นมุมอ่อนแอของพี่สาวมาก่อน แต่พอตั้งท่าจะปลอบ เจ๊คิ้มก็เบี่ยงตัวหนี แล้วกลับเป็นฝ่ายฮึด เตือนสติน้องชายแทน

“อาเหวิน...ถึงอาบัวจะไม่เห็นคุณค่าของลื้อ ลื้อก็อย่าสนใจเลย มันสำคัญที่หัวใจของลื้อ อย่าดูหมิ่นศักดิ์ศรีของตัวเอง ขอแค่ใจสู้ ไม่ว่าแพ้หรือชนะ ลื้อก็ยังมีศักดิ์ศรี...จำไว้ไอ้ตี๋”

คืนเดียวกันที่เหลาบุปผา...ปีเตอร์เกลี้ยกล่อมเหมยให้ตีสนิทกับอังเดรในงานประลองยุทธ์ จะได้ล้วงความลับว่านายพลใหญ่ ว่าที่กงสุลคนใหม่ จะรู้หรือไม่เรื่องลอบสังหารคราวที่แล้ว เหมยไม่เต็มใจ เพราะใจแอบคิดถึงรื่น แต่เพราะหน้าที่และบุญคุณที่เคยมีกันมา ทำให้ขัดคำสั่งไม่ได้

มิ่งกับทิวเห็นอาการแปลกๆของเหมยก็เริ่มร้อนรน กลัวนางโลมคนสวยจะรู้เรื่องตนเป็นคนวางแผนฉุดเมื่อวันก่อน แต่เมื่อลองหยั่งเชิง ก็ได้กระหยิ่มยิ้มร่า เพราะเหมยดูท่าจะไม่ยี่หระกับเรื่องพวกนั้นเลย...

เงินพนันขันต่อที่เพิ่มมากเป็นเท่าตัว เย้ายวนใจให้มาร์คัสอยากเอาชนะกล้า และผลพวงก็มาตกหนักที่บรรดาคู่ซ้อม ต้องบาดเจ็บสาหัสเป็นจำนวนมาก เพราะฝีมือและพละกำลังของนักสู้ฝรั่งไม่ธรรมดาจริงๆ

เที่ยงกับยันต์แอบไปดูการฝึกซ้อมของมาร์คัส แล้วอดหนักใจแทนกล้าไม่ได้ จนต้องรีบไปทูลท่านเตี่ย ให้ทรงหาทางช่วยเหลือ ราชนิกุลหนุ่มใหญ่ทรงรับฟังด้วยความเหน็ดเหนื่อยพระทัย แต่สุดท้าย...ก็ทรงวางเฉยไม่ได้ ต้องคิดแผนหาทางช่วยกล้า อดีตทาสหนุ่มคนเรือที่ทรงถูกชะตาเป็นพิเศษตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ

ooooooo

ไม่ใช่แค่พวกท่านเตี่ยที่เป็นกังวลกับฝีมือการต่อสู้อันน่าเกรงขามของมาร์คัส กล้าก็หนักใจไม่น้อย จนเก็บไปฝัน และในฝันนั่นเอง ที่ทองอินปรากฏตัว และเตือนสติลูกศิษย์เอก

“เพราะมันสู้ศึกในสยามมานาน จึงรู้ทางมวยของชาวสยามดี ตรงกันข้ามกับเอ็ง ไม่เคยเห็นกลมวยมันสักครั้ง”

“ฉันควรจะทำยังไงหรือครู ฉันจะเอาชนะคู่ต่อสู้ที่เหนือกว่า ทั้งกำลังและเชิงยุทธ์ได้ยังไง”

“ตัวเอ็งคือความว่างเปล่า จำไว้...อย่าปล่อยให้อัตตาเหนี่ยวรั้งวิชา เมื่อปราศจากตัวตน เอ็งจะพบชัยชนะ”

พูดจบก็ยกมือแตะศีรษะ โดยวางมือไว้หว่างคิ้ว แล้วให้พร กล้าก้มหน้ารับ ก่อนจะสะดุ้งตื่น เมื่อรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในโรงสีร้างตามลำพัง!

ยันต์กับเที่ยงนั่นเอง แวะเวียนมาส่งข่าวเรื่องมาร์คัส และหอบหิ้วน้ำมันว่านตำรับพิเศษมาฝาก และก่อนจะได้พูดจากันมากกว่านั้น จู่ๆสองทหารเอก องรักษ์พิทักษ์ท่านเตี่ย ก็จู่โจมกล้าด้วยท่วงท่าแปลกตา แต่ดุดันเหลือเกิน จนอดีตทาสถึงกับตะลึง ก่อนจะพยายามตั้งรับ แต่ก็ลำบากเต็มทีเพราะไม่กล้าสู้เต็มแรง

กล้าแทบหมดแรง แต่ก็ต้านท่วงท่าประหลาดของยันต์กับเที่ยงไม่ได้ สุดท้าย...สององครักษ์เลยต้องเป็นฝ่ายรามือ พร้อมกับสั่งสอนให้เตรียมตัวตั้งรับมวยฝรั่งดีๆ ก่อนจะโยนไหใส่น้ำมันว่านให้

“น้ำมันว่านนี่ฝ่าบาทประทานให้ เอ็งรับไว้เถอะ ทรงมีรับสั่งว่าจะโค่นไม้ใหญ่อย่างมาร์คัส เอ็งต้องวางแผนตัดรากถอนโคนให้ดี มิเช่นนั้นเอ็งจะต้องเป็นฝ่ายแพ้”

ยันต์กับเที่ยงผละไปแล้ว ทิ้งกล้าให้มองตามเครียดๆ ครุ่นคิดถึงคำทิ้งท้ายของสององครักษ์ รวมถึงท่านเตี่ย แต่จนแล้วจนรอด อดีตทาสหนุ่มก็ไม่รู้แน่ว่าทั้งสามต้องการจะบอกอะไร...

ด้านพระยาประเสริฐภักดี...ไม่สงสัยเรื่องฝีมือของมาร์คัส แต่เพื่อความรอบคอบ เลยวางแผนสำรองกับปีเตอร์ จะส่งมิ่งกับทิวไปลอบสังหารจีนหยง หากเกิดความผิดพลาด กล้าเอาชนะนักมวยฝรั่งไร้พ่ายได้

เจ๊คิ้มแอบได้ยินทุกอย่างโดยบังเอิญ ตกใจมาก และไม่รอช้าจะรีบกลับบ้านไปแจ้งข่าวกับใครบางคน...

รื่นเห็นกล้าถูกยันต์กับเที่ยงซ้อมจนเป็นแผลฟกช้ำทั้งตัว ก็เป็นเดือดเป็นร้อนแทนเพื่อน

“ดูเอาเถอะคนเรา...เป็นถึงเจ้าถึงนายแท้ๆ แทนที่จะมีจิตใจเมตตาบ่าวไพร่ ที่ไหนได้ กลับผูกพยาบาทหาเหตุทำร้ายด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อย นี่ถ้าเพื่อนข้าเป็นอะไรขึ้นมาล่ะก็ ข้าไม่ยอมเป็นแน่”

“ไอ้รื่น...เจ็บแค่นี้ข้าไม่ถึงตายหรอก เอ็งอย่าเคืองฝ่าบาทนักเลย เดี๋ยวใครได้ยินเข้า”

“ข้าไม่กลัวโว้ย เจ้านายของเอ็ง ไม่ใช่เจ้านายของข้า ข้าไม่อยากนับถือแล้ว”

อาเหวิน อาเล้ง อาฉ่างและอาเฉียงไม่เห็นด้วย มั่นใจว่าท่านเตี่ยต้องมีแผนบางอย่าง รวมทั้งความหวังดีต่อกล้าเหมือนเคย ถึงได้ส่งน้ำมันว่านตำรับพิเศษมาให้ แต่รื่นไม่เชื่อ ห้ามไม่ให้เพื่อนใช้น้ำมันว่านจากราชนิกุลหนุ่มใหญ่ กล้าส่ายหน้าอ่อนใจ ก่อนจะตัดบทให้อาเหวินเก็บน้ำมันไว้ รอถึงวันประลองจะได้ใช้มันแน่!

ooooooo

ในที่สุดวันงานประลองยุทธ์ก็มาถึง...กล้ากับมาร์คัสฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ ต่างฝ่ายต่างต้องการเอาชนะ เพื่อศักดิ์ศรีและเงินรางวัลก้อนโต อาเหวินถูกเจ๊คิ้มทำให้สลบและขังไว้ในบ้าน เพราะไม่อยากให้น้องชายคนเดียวออกไปเสี่ยง กลัวใจพวกมิ่งกับทิว จะกราดยิงไม่เลี้ยงแล้วน้องชายจะถูกลูกหลง

ณ ลานหน้าสังเวียนประลองยุทธ์...บรรยากาศคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมาย มาเป็นพยานการต่อสู้ครั้งสำคัญ คณะของเบอร์นาร์ดและอังเดรมาถึงเป็นกลุ่มแรก พร้อมๆกับจีนหยง ที่เสนอหน้าประจบประแจงเหมือนเคย

อังเดรเหนื่อยและอ่อนเพลียจากการเดินทางไม่หาย แต่ก็ปฏิเสธเบอร์นาร์ดไม่ได้ ต้องมาดูการประลองด้วย แล้วก็ถึงกับหน้าเจื่อน พูดไม่ออก เมื่อจีนหยงบอกว่านักมวยของฝ่ายเขาคือกล้า!

ฝ่ายกล้า...เตรียมตัวรอจนเกือบพร้อม แต่อาเหวิน ซึ่งรับหน้าที่ดูแลอุปกรณ์ขึ้นชก รวมทั้งน้ำมันว่านตำรับพิเศษ กลับไม่โผล่หัว รื่นทนไม่ไหว ตัดสินใจไปตามให้ แล้วก็โชคดี ได้เจอบัวกับสังข์ระหว่างทาง สองหนุ่มเลยแยกไปหาอุปกรณ์สำรองให้กล้า ส่วนบัว...จะไปตามอาเหวินที่บ้าน

คณะพระยาประเสริฐภักดีและปีเตอร์มาถึงสนามประลองหลังจากนั้น...โชติไม่พลาดงานนี้แน่ โดยเฉพาะเมื่อคิดว่าจะได้เยาะเย้ยถากถางพลอย หากกล้าแพ้การประลอง

“พี่คิดอยู่แล้วเชียวว่าน้องพลอยต้องยอมมากับพี่วันนี้ แต่ขอเตือนนะว่าน้องอาจจะต้องเสียใจ”

“เสียใจเรื่องอะไรหรือคะพี่โชติ”

“ถึงเชิงมวยของไอ้กล้าจะเป็นที่หนึ่งในเวียงสิงห์ แต่ก็คงไม่เกินแรงมาร์คัส ยักษ์ใหญ่ที่จะบดขยี้มันโดยง่าย เตรียมใจไว้เถอะน้องพี่ วาระสุดท้ายของไอ้กล้าต้องมาถึงแน่”

พลอยโกรธมาก แต่ก็ต้องระงับอารมณ์ไว้ จนสบโอกาสเอาคืน เมื่อพระยาประเสริฐภักดีพาเธอไปแนะนำกับคณะของกงสุลใหญ่ ภาษาฝรั่งเศสของเธอดีมาก จนแม้แต่อดีตนักเรียนนอกอย่างโชติยังต้องอาย เมื่อได้ยินอังเดรเอ่ยปากชมพลอยแบบออกนอกหน้า

“น่าทึ่งมากจริงๆ ภาษาของเธอดีกว่าคนจบเมืองนอก บางคนเสียอีก คุณผู้หญิง...ขอเชิญมานั่งข้างๆผมเถอะครับ เราจะได้วิจารณ์การต่อสู้ครั้งนี้ด้วยกัน”

บรรยากาศก่อนการประลองคึกคักขึ้นเรื่อยๆ รื่นกับสังข์เตรียมอุปกรณ์ให้กล้าเรียบร้อย แต่อาเหวินกับบัวก็ยังไม่ปรากฏตัว กล้าพยายามสงบใจตั้งสติ แต่เมื่อได้เห็นร่างกายใหญ่โต ท่าทางน่าเกรงขามของมาร์คัส ก็ถึงกับอ้าปากค้าง จนแม้แต่อังเดร ที่ได้เห็นมาร์คัสเป็นครั้งแรก ก็อดเป็นกังวลแทนกล้าไม่ได้เช่นกัน

ฮิวโก้ซึ่งตามอังเดรมาด้วย ก็ถึงกับหน้าเสีย เมื่อได้เห็นหน้าคู่ประลองของกล้า

“ท่านนายพลครับ...นี่เรามาดูมวยหรือมาดูการประหารกันแน่”

“เอาเถอะน่าฮิวโก้...ศึกหนักกว่านี้นายกล้าก็เคยผ่านมาแล้ว ฉันเชื่อว่าเขาต้องเป็นฝ่ายชนะ!”

ooooooo

บัวช่วยอาเหวินออกจากบ้านจนได้ หนุ่มลากรถมีท่าทีร้อนรนมาก และตัดสินใจเล่าทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องที่รู้มาจากพี่สาว ว่าพระยาประเสริฐ-ภักดีกับปีเตอร์วางแผนจะฆ่าจีนหยง

มิ่งกับทิวปลอมตัวแฝงในหมู่ชาวบ้าน รอเวลาจะสังหารจีนหยงตามคำสั่ง โดยไม่รู้เลยว่าแผนทุกอย่างถูกเจ๊คิ้มเอาไปแฉหมดแล้ว และตอนนี้อาเหวินก็กำลังมุ่งหน้าไปสนามประลองเพื่อขัดขวาง

ในที่สุด...การประลองก็เริ่มต้น เสียงระฆังบอกเวลายกแรกดังขึ้น มาร์คัสไม่รอช้า ย่างสามขุมเข้าหา พร้อมออกหมัดใส่กล้าแบบไม่ยั้ง กล้าตั้งรับเต็มที่ แต่โต้กลับไม่ค่อยได้ เพราะอีกฝ่ายไม่ค่อยสะเทือน

กล้าพยายามประคองตัวเองจนหมดยก แทบหมดแรงเพราะต้องตั้งรับพละกำลังมหาศาลของมาร์คัส แต่ยังใจสู้ จะไม่ยอมตายอย่างน่าสมเพชกลางสนามประลองนี้แน่ ส่วนปีเตอร์กับพระยาประเสริฐภักดีสะใจมาก เช่นเดียวกับกัปตันจอห์นกับมาร์คัส ถึงขั้นทุ่มเงินพนันหมดหน้าตัก ด้วยมั่นใจว่าจะล้มกล้าได้แน่นอน

รื่นกับสังข์ช่วยกันนวดน้ำมันและให้น้ำกล้า พลางแนะแนวทางการต่อสู้ แต่ก็ไม่ค่อยได้เรื่อง เพราะปัญหาหลักคือพละกำลังมหาศาลของมาร์คัสที่ยากจะต่อกร เหมยเฝ้ามองสถานการณ์ด้วยท่าทีนิ่งสงบ แอบโล่งใจ เพราะเชื่อว่าตนคงไม่ต้องลงมือกล่อมและยั่วยวนอังเดรแน่ หากมาร์คัสล้มกล้าได้

แต่กระนั้น...ปีเตอร์ก็ไม่วางใจ กำชับให้เหมยเตรียมตัวให้ดี เพราะเชื่อว่าศิษย์เอกของทองอินอย่างกล้า ต้องมีไม้เด็ดซ่อนไว้แน่ เพียงแต่จะงัดมาใช้ตอนไหนแค่นั้น

การประลองยกที่สองเริ่มขึ้นในอึดใจต่อมา กล้ายังเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่สถานการณ์กลับดีขึ้นเล็กน้อย เมื่ออดีตทาสหนุ่มดันจำได้ว่าท่าทุ่มแปลกๆของมาร์คัส เหมือนท่าที่เที่ยงกับยันต์เคยใช้ตอนบุกมาหาเขาพร้อมน้ำมันว่านตำรับพิเศษเมื่อหลายวันก่อน

มาร์คัสไม่ได้สนใจอาการชะงักงันของอีกฝ่าย ตั้งหน้าตั้งตาจะจับทุ่ม หวังพิฆาตให้ตายคามือ แต่กล้าก็ดิ้นหลุดรอดได้หลายครั้ง แต่กระนั้นก็สะบักสะบอมเต็มที

พระยาประเสริฐภักดีมองการต่อสู้ตรงหน้าด้วยท่าทางเบื่อหน่าย จนปีเตอร์อดแซวไม่ได้

“ขัดใจหรือท่านเจ้าคุณ คงไม่อยากเห็นมวยสยามเป็นฝ่ายแพ้กระมัง”

“ที่ไหนได้คุณปีเตอร์ กระผมอยากให้มันแพ้ต่างหาก เหิมเกริมดีนัก สมควรแล้วที่ต้องพบจุดจบ”

โชติพยักหน้าสนับสนุนเต็มที่ “นั่นสิขอรับ

คุณพ่อ พวกนักมวยบ้านเราส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นนี้ ถือว่าเป็นวิชา ถึงได้เที่ยวรับคำท้าเขาไปทั่ว มวยไทย...จะสู้แรงพวกฝรั่งได้ที่ไหนกัน”

พลอยใจไม่ดี กลัวแทนกล้า แต่กล้ากลับคิดถึงแต่คำพูดฝากฝังของท่านเตี่ยลอยมาในหัวเป็นระยะๆ ก่อนจะตัดสินใจฟันมือบนดั้งจมูกของมาร์คัส จนอีกฝ่ายต้องปล่อยตัว และกุมดั้งตัวเองด้วยความเจ็บปวด

ooooooo

ยกที่สองผ่านไปจนได้ ท่ามกลางอาการใจหายใจคว่ำของใครหลายคน โดยเฉพาะจีนหยง แค้นแทบกระอัก หากจะต้องเสียหน้าและเสียเงินพนันก้อนโต ถ้ากล้าแพ้มาร์คัสจริงๆ

อาเหวินกับบัวดั้นด้นมาถึงสนามประลองได้ในที่สุด โดยที่ฝ่ายแรกขอแยกตัวไปก่อน เพื่อไปเตือน

จีนหยงให้ระวังตัว ส่วนบัว...รีบเอาน้ำมันว่านตำรับพิเศษไปให้กล้า ซึ่งคิดออกในบัดดลว่าจะเอาน้ำมันมาทำอะไร

จีนหยงทำหน้าไม่อยากเชื่อ เมื่ออาเหวินบุกประชิด และแจ้งข่าวร้ายเรื่องแผนลอบสังหารของปีเตอร์กับพระยาประเสริฐภักดี แต่เพราะทิฐิและความลำพองใจ เลยตัดสินใจไม่หนี แต่สั่งให้เฮียหม่า มือขวาคนสนิทส่งลูกน้องมาอารักขาตนแทน...เรื่องอะไรอั๊วจะต้องหนีให้อับอายขายขี้หน้า!

ระฆังยกสามดังขึ้นในที่สุด...กล้าซึ่งเวลานี้มีน้ำมันว่านของท่านเตี่ยชะโลมทั่วตัวเข้าประจำที่ และตั้งรับมาร์คัสด้วยสีหน้าและท่าทางมั่นใจมากขึ้น เมื่อคิดถึงคำพูดที่ท่านเตี่ยฝากเที่ยงกับยันต์มา

“ทรงมีรับสั่งว่า...จะโค่นไม้ใหญ่อย่างมาร์คัส เอ็งต้องวางแผนตัดรากถอนโคนให้ดี มิฉะนั้น...เอ็งจะเป็นฝ่ายแพ้”

คำสั่งสอนของท่านเตี่ย ทำให้กล้าสู้อย่างมีสติมากขึ้น และมุ่งหน้ากระหน่ำเตะขาของมาร์คัส จนอีกฝ่ายร้องคำรามด้วยความเจ็บปวด แต่กระนั้น...เรี่ยวแรงของมาร์คัสก็ไม่หมดง่ายๆ และหาทางลากขาไปหักขากล้าเอาคืน!

รื่น พลอย สังข์ บัวและพวกอังเดร ยืนมองด้วยความตกใจ ลุ้นกันเต็มที่ ก่อนที่กล้าจะทำบางอย่างที่คาดไม่ถึง คือบิดตัวออกจากการจับกุมโดยง่ายดาย เพราะตัวลื่นจากน้ำมันว่านเป็นทุน

มิ่งกับทิวหน้าเครียด เมื่อเห็นว่ากล้าเริ่มหาลู่ทางเล่นงานมาร์คัสได้ เช่นเดียวกับโชติหน้าเครียดเมื่อเห็นสถานการณ์ผิดแผน จนต้องหันไประบายความหงุดหงิดใจใส่พลอย

“ไม่น่าเชื่อว่าไอ้เดนทาสจะสู้ถึงเพียงนี้ คงเพราะน้องพลอยคอยส่งใจช่วยมันอยู่ อยากเห็นมันชนะจนตัวสั่น”

“แพ้หรือชนะ...ไม่มีผลเท่าการยอมรับนับถือหรอกค่ะพี่โชติ นั่นคือสิ่งที่กล้ามีเวลานี้ แต่คนบางคน...ไม่เคยมี”

โชติโกรธมาก แต่ต้องพยายามข่มใจ ไม่หันไปทำร้ายพลอย เพราะมีคนแวดล้อมมากมาย แต่กระนั้น...ก็ไม่วายส่งสายตาอาฆาตไปทางกล้า ซึ่งเพิ่งจบยกสามด้วยอาการสะบักสะบอมเต็มที

สภาพของกล้า ทำให้บัวหน้าเสีย ขอร้องให้ยอมแพ้ ไม่อยากให้สู้จนตาย แต่กล้าก็ปฏิเสธ

“ตลอดชีวิต...พี่หนีมาพอแล้วบัว หนนี้เมื่อได้อยู่ต่อหน้าคนที่รักและชัง ก็ขอให้พี่ได้สู้จนสมศักดิ์ศรีเถอะ”

จบคำก็เดินไปประจำที่ จังหวะเดียวกับที่ระฆังยกสี่ดังขึ้น มาร์คัสแสยะยิ้มร้าย ก่อนจะขู่เสียงเข้ม

“นานมากแล้วที่ข้าไม่ได้สนุกเช่นนี้ไอ้หนู ไม่เคยมีใครต้านทานมาร์คัสได้ถึงสี่ยกมาก่อน แกเป็นคนแรก แต่อย่าลืมว่าข้าคือมาร์คัส...มาร์คัสผู้ไร้พ่าย!”

เสียงคำรามของมาร์คัส ไม่ได้ทำให้กล้านึกกลัว แต่กลับโถมตัวเข้าหา แล้ววาดลวดลายแม่ไม้มวยไทยหลายท่าใส่ จนมาร์คัสถึงกับมึน เพราะถึงเคยเจอมาบ้าง แต่ไม่เคยเจอติดต่อกันขนาดนี้

ooooooo

ในที่สุด...กล้าก็ล้มนักสู้ไร้พ่ายอย่างมาร์คัสได้ เสียงโห่ร้องยินดีกึกก้องไปทั่ว กล้าพยุงร่างอ่อนแรงของตน กวาดตามองรอบๆอย่างทระนง โดยเฉพาะกลุ่มพวกที่ชังเขาสุดจิตสุดใจอย่างปีเตอร์ พระยาประเสริฐภักดีและโชติ!

แต่เพียงไม่กี่อึดใจ เสียงตะโกนโห่ร้องด้วยความยินดีก็เปลี่ยนเป็นกรีดร้องลั่นสนาม เมื่อมาร์คัสซึ่งแค้นแทบกระอัก เพราะถูกโค่นเป็นครั้งแรกในชีวิต พุ่งหากล้าจะเอาคืน

พลอยถึงกับนั่งไม่ติด เช่นเดียวกับพวกรื่นและจีนหยง ไม่เว้นแม้แต่กัปตันจอห์น ตะโกนโหวกเหวก ห้ามไม่ให้มาร์คัสทำร้ายกล้า เพราะคราวนี้อาจไม่ใช่แค่แพ้พนันเสียเงิน แต่อาจถูกปรับและขังคุกข้อหาฆ่าคนตายแทน

รื่นทนไม่ไหว ถลาเข้าหามาร์คัส หวังเอาคืนให้เพื่อนรัก แต่กลับถูกซัดจนลุกแทบไม่ขึ้น กล้าเลยต้องงัดไม้เด็ดมาใช้ จัดการอัดมาร์คัสจนหมอบและสลบเหมือดไปเลย!

ไม้เด็ดของกล้า เรียกเสียงโห่ฮากลางสนามได้อีกครั้ง แม้แต่อังเดรกับฮิวโก้ก็ยังอดดีใจไปด้วยไม่ได้ ที่อดีตนักโทษผู้มีพระคุณจะแก้ลำให้ตนเอง จนเอาชนะได้อย่างน่าประทับใจเช่นนี้

แต่คนดีใจที่สุด คงหนีไม้พ้นจีนหยง เพราะนอกจากจะได้หักหน้าปีเตอร์และพระยาประเสริฐภักดีแล้ว ยังได้เงินพนันก้อนโตจากกัปตันจอห์นและมาร์คัสอีกด้วย

ปีเตอร์เฝ้ามองทุกอย่างด้วยความเจ็บใจ และเพียงไม่กี่อึดใจต่อมา อดีตนายทหารฝรั่งใจโฉดก็โยนหมวกลงพื้น เป็นสัญญาณให้มิ่งกับทิวสังหารจีนหยงเพื่อล้างแค้น!

อาเหวินเริ่มใจไม่ดี เพราะดูท่าจีนหยงจะชะล่าใจ ไม่คิดว่าพวกปีเตอร์จะกล้าลงมือกลางฝูงชน แล้วก็จริงดังคาด เมื่อมิ่งกับทิวฉวยโอกาสผู้คนรุมร่วมแสดงความยินดีกับเจ้าของโรงฝิ่น กราดกระสุนใส่!

ลูกสมุนของจีนหยงบาดเจ็บและล้มตายหลายคน สร้างความตกใจให้แก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก และก่อนที่อะไรจะวุ่นวายไปกว่านี้ ฮิวโก้ก็จัดการฆ่าทิวตายคาที่ ส่วนมิ่งหนีรอดไปได้อย่างหวุดหวิด

จบเหตุลอบฆ่าอันน่าระทึก...อังเดรกับฮิวโก้ก็ไปทักทายพวกกล้า แม้จะขัดใจเมื่อรู้ว่ากล้าเป็นนักมวยให้จีนหยง แต่เพราะความดีเก่าก่อนที่เคยช่วยชีวิต ทำให้ไม่ติดใจอะไรมากนัก

“นายยังร้ายกาจเหมือนเดิมนะนายกล้า ต่อสู้ได้เยี่ยมจริงๆ”

“ขอบพระคุณขอรับ”

“ในฐานะสหายเก่า ถ้าพวกนายมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ ไปหาฉันได้ทุกเมื่อ ฉันยินดีต้อนรับ”

ว่าที่กงสุลใหญ่อย่างอังเดร เสนอตัวให้ความช่วยเหลือขนาดนี้ แต่กล้าก็ไม่อาจรับไว้ เพราะไม่อยากทรยศ ชาติบ้านเมืองไปทำงานให้พวกล่าอาณานิคม แต่ก็ไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนเลวร้าย

เรื่องถูกลอบฆ่าไม่ได้ทำให้จีนหยงกลัว แค้นใจมากกว่าที่ปล่อยให้พวกปีเตอร์กับพระยาประเสริฐภักดีลอบกัดโดยง่าย แต่กระนั้น...เรื่องผลประโยชน์จากการประลองก็ทำให้ตาวาวมากกว่า เมื่อเฮียหม่าแจ้งว่ารายได้จากการประลองครั้งนี้ ทำรายได้ให้เขามากกว่าแปดสิบชั่ง!

“แปดสิบชั่ง...ไอ้นักมวยเวียงสิงห์นั่น มันนำโชคให้อั๊วแท้ๆ มันทำให้อั๊วชนะพระยาประเสริฐ แถมยังได้เงินมากมายถึงเพียงนี้ ที่สำคัญมันเป็นคนโปรดของนายพลอังเดร”

“อั๊วเห็นว่าถ้าเถ้าแก่ชุบเลี้ยงมันไว้ บารมีของเถ้าแก่ต้องยิ่งเพิ่มพูนเป็นแน่”

ooooooo

ท่าทีนิ่งสงบ ไม่ตอบรับข้อเสนอหรือความหวังดี ใดๆของกล้า ทำให้รื่นหงุดหงิดใจมาก เพราะคิดต่างจากเพื่อนรัก หากได้มีโอกาสทำงานและใกล้ชิดกงสุลใหญ่ ชีวิตความเป็นอยู่น่าจะดีขึ้น

กล้าเข้าใจความรู้สึกเพื่อนดี แต่ก็ไม่อยากฝืนใจตัวเอง

“ไอ้รื่น...ถึงท่านนายพลอังเดรจะเป็นคนดีแค่ไหน แต่ท่านก็เป็นพวกล่าอาณานิคม เป็นโจรปล้นแผ่นดินสยาม”

“พูดอะไรของเอ็งวะ ไม่เข้าท่าเข้าทาง”

“พ่อข้าต้องตายในสนามรบก็เพราะน้ำมือของพวกฝรั่ง แล้วเอ็งจะให้ข้ารับใช้พวกมันได้ยังไง”

รื่นฮึดฮัดจะเถียง อาเหวินเลยต้องตัดบท ไม่อยากให้ทั้งสองทะเลาะกัน รื่นขัดใจมาก คว้าไหเหล้าแล้วผละไปดื้อๆ ทิ้งอาเหวินให้มองตามเครียดๆ ก่อนจะหันมาพูดกับกล้า

“เฮียรื่นอีอาจจะพูดถูกก็ได้นะเฮียกล้า ถ้าลื้อยอมติดตามท่านนายพล ลื้อจะสุขสบายกว่านี้”

“เอ็งเชื่อข้าเถอะอาเหวิน อยู่ใกล้คนเลว อยู่ข้างเดียว กับคนร้าย ไม่มีทางเจริญหรอก”

แผนการลอบสังหารจีนหยงที่ผิดพลาด ทำให้ปีเตอร์กับเหมยสงสัยว่าอาจมีหนอนบ่อนไส้ในเหลา

บุปผา และคนที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคงหนีไม่พ้นเจ๊คิ้ม แต่เพื่อไม่ให้แม่เล้าใหญ่ไหวตัว ปีเตอร์เลยยับยั้งเหมยไม่ให้จัดการลงโทษ แต่ให้เฝ้าจับตาเป็นพิเศษ เพราะเชื่อว่าคนปากมากอย่างเจ๊คิ้มจะทำประโยชน์บางอย่างให้ในอนาคต...

เช้าวันต่อมาที่ลานหน้าชุมชนชาวจีน...จีนหยงส่งลูกน้องไปตีฆ้องป่าวประกาศ เชิดชูชัยชนะของกล้า และแสดงความยินดีด้วยการลดค่าคุ้มครองจากเดิม

ชาวบ้านโห่ร้องด้วยความดีใจ ก่อนจะผลัดกันเข้ามาขอบคุณ พร้อมกับข้าวของมากมายกำนัลอดีตทาสหนุ่ม ที่ตอนนี้กลายเป็นวีรบุรุษของชุมชนไปแล้ว

กล้าถูกจีนหยงเรียกตัวไปพบหลังจากนั้น รื่นกับอาเหวินตามไปด้วย แล้วถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อจีนหยงบอกว่าเงินรางวัลจากการประลองเมื่อวานมีมากถึงเกือบร้อยชั่ง!

“แต่เสียดาย เมื่อเช้าอั๊วได้ข่าวว่ากัปตันจอห์นกับมาร์คัสลงเรือหลบหนีไปแล้ว เพราะเมื่อคืนมันเสียพนันจนหมดตัว ตอนนี้พวกเจ้าหนี้ผีพนันเลยได้สาปแช่งมันยกใหญ่ ส่วนสังเวียนแห่งนี้ก็ตกเป็นของอั๊ว”

“สรุปว่าพวกเราจะได้เงินหรือเปล่าเถ้าแก่” รื่นสนใจแต่เรื่องเงิน

“ได้สิ ได้แน่นอน ขอแค่นายกล้ายอมชกมวยสังเวียนแห่งนี้แทนมาร์คัส เงินรางวัลอั๊วจะจ่ายให้เอง”

กล้าคิดนิดเดียว ก่อนจะปฏิเสธเสียงเรียบ จีนหยงถึงกับเต้นผางด้วยความโกรธ

“ทำไม...เงินร้อยชั่งมันน้อยไปหรือไง รู้ไว้ด้วยนะ ทุกครั้งที่ลื้อเข้ามาชกในสังเวียนนี้ อั๊วจะให้ลื้ออีกสามสิบชั่ง ส่วนพรรคพวกของลื้อก็จะได้ทำงาน กินเงินเบี้ยหวัดจากอั๊วในราคาเดียวกัน”

รื่นอยากได้เงินจนตัวสั่น เลยเป็นเดือดเป็นร้อนมาก ที่เพื่อนปฏิเสธข้อเสนอเย้ายวนใจ ไม่ต่างจากอาเหวิน ที่คิดว่าเป็นหนทางทำมาหากินที่ดี แต่กล้าก็ยืนกรานปฏิเสธทุกข้อเสนอ พร้อมบอกเหตุผลที่ทำให้ทุกคนถึงกับอึ้ง

“วิชามวยของฉันไม่ได้มีไว้หากิน แล้วอีกอย่าง...ฉันก็ไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นพวกเดียวกับอันธพาล”

“อันธพาล...อันธพาลงั้นหรือ นี่ท่านเตี่ยกระมังที่สอนให้ลื้อพูดจาโอหังแบบนี้”

“ฉันต้องขอขมาด้วยเถ้าแก่ แต่ที่ฉันพูด ฉันคิดของฉันเอง...อย่าถือสาเลย”

ooooooo

การปฏิเสธของกล้า ทำให้รื่นโมโหมาก เพราะต้องสูญเสียโอกาสจะได้งานและเงินดีๆไปต่อหน้าต่อตา และแม้จะพยายามข่มอารมณ์ไม่อาละวาดใส่เพื่อนรัก แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ระเบิดออกไปอย่างเหลืออด

“เออสิวะ...ไอ้รื่นมันบ้าไปแล้ว เพราะไอ้เพื่อนไม่รักดีคนนี้เป็นต้นเหตุ เงินร้อยชั่งก็ไม่เอา โอกาสได้งานดีๆทำก็ไม่สนใจ หรือเอ็งคิดจะลากรถไปจนแก่”

“ลากรถแล้วเสียหายตรงไหน อย่างน้อยมันก็เป็นงานสุจริต”

“แล้วขายฝิ่นมันทุจริตตรงไหนวะ ชกมวยแลกเงิน มันตกนรกหรือไง เอ็งมันอวดดีไม่เข้าเรื่อง...ไอ้โง่!”

อาเหวินพยายามห้ามไม่ให้พี่ชายร่วมสาบาน

ทั้งสองตีกัน แต่รื่นก็ไม่ยอมหยุด โวยต่อ

“เอ็งฝังใจเชื่อแต่คำสอนของท่านเตี่ย แล้วเอ็งเคยถ่างตาดูสภาพท่านเตี่ยของเอ็งบ้างไหม มีกินมีใช้กับเขาที่ไหนกัน เที่ยวเป็นหมอรักษาพวกชาวบ้านแลกเศษเงิน ชาตินี้คงได้อดตายสักวัน”

กล้าเลือดขึ้นหน้า เมื่ออีกฝ่ายพาดพิงและลำเลิกถึงท่านเตี่ย และในที่สุดก็ทนไม่ไหว ต้องชกให้หายบ้า

แต่นอกจากรื่นจะไม่ได้สติกลับมาแล้ว ยังเจ็บแค้นมากกว่าเดิม ถึงขั้นประกาศตัดขาด

“พอกันที จบสิ้นกันเสียที จากนี้ไปมึงกับกูขาดกัน ไอ้กล้า!”

อาเหวินเห็นสองพี่ชายร่วมสาบานทะเลาะกันก็เริ่มใจเสีย แต่ไม่ทันได้ไกล่เกลี่ย เจ๊คิ้มก็มาลากตัวกลับบ้านเสียก่อน แถมต่อว่าน้องชายคนเดียวยกใหญ่ ที่ขัดคำสั่งจนเกิดเหตุวุ่นวายขนาดนี้

กล้าสงสาร ไม่อยากให้อาเหวินรับผิดคนเดียว เลยออกรับแทน

“อย่าต่อว่าอาเหวินเลยเจ๊ ที่อาเหวินทำไปก็เพราะไม่อยากเห็นคนล้มตาย”

“ลื้อไม่ต้องมาพูดอากล้า ลื้อก็อีกคน คิดว่าตัวเอง เป็นจอมยุทธ์เที่ยวออกไปช่วยเหลือชาวบ้าน อั๊วถามหน่อยเถอะ ลื้อจะช่วยได้อีกนานแค่ไหน นึกว่าเป็นมวยแล้ว ทุกคนจะต้องกลัวลื้อหรือไง”

อาเหวินพยายามห้ามพี่สาว แต่เจ๊คิ้มไม่เพียงไม่หยุด แต่โมโหกว่าเดิม

“อั๊วพูดความจริง นายท่านปีเตอร์มีอำนาจ พระยาประเสริฐก็มีอำนาจ วิชามวยของลื้อมันไร้ค่าสำหรับพวกอี ถึงสู้ให้ตายลื้อก็ต้องเป็นฝ่ายแพ้ คอยดูสิ...อีกไม่นาน พวกอีจะต้องฆ่าลื้อแน่นอน!”

วิชามวยของกล้า ไม่มีผลใดๆกับพวกปีเตอร์และพระยาประเสริฐภักดีจริงๆ เพราะชัยชนะของกล้า ไม่ได้ทำพวกเขาเดือดร้อนมากไปกว่าเสียหน้ากับเสียเงิน แต่คนที่เป็นมารตัวใหญ่จริงๆคือจีนหยง

และก็ด้วยเหตุนี้ปีเตอร์ พระยาประเสริฐภักดีและโชติเลยร่วมกันวางแผนจะเขี่ยจีนหยงให้พ้นทาง

“จะชนะมันได้ยังไงคุณปีเตอร์...ในเมื่อมันอยู่ฝ่ายเดียวกับท่านกงสุล”

“ผลประโยชน์มันไม่มีแบ่งฝ่ายหรอกท่านเจ้าคุณ ข้างไหนทำกำไรให้มากกว่า ข้างนั้นก็ต้องเป็นฝ่ายถูกเสมอ”

“สงสัยคุณปีเตอร์คงมีแผนในใจ”

“ยื่นประมูลนายอากรฝิ่นรอบหน้า ผมคิดว่าเราสองคนควรลงขันด้วยกัน”

“แย่งส่วนแบ่งจากจีนหยง”

“ทีมันยังแย่งผลกำไรจากที่ดินของท่านได้ แล้วการค้าฝิ่น ทำไมจะแย่งจากมันไม่ได้”

โชติเห็นด้วยกับแผน แต่จำนวนเม็ดเงินมหาศาลที่ใช้ประมูล ก็ทำให้คิดหนัก ปีเตอร์เลยเสนอทางออก

“อย่าดูแคลนตัวเองเกินไปคุณโชติ พวกคุณน่ะยังมีขุมสมบัติในบ้านเชียวนะ...ขุมสมบัติที่ยังมีลมหายใจ”

ooooooo

ขุมสมบัติที่ยังมีลมหายใจที่ปีเตอร์หมายถึงคือกุหลาบกับพลอย แต่สองแม่ลูกไม่รู้เรื่องด้วย โดยเฉพาะรายหลัง มัวเป็นกังวลใจเรื่องความปลอดภัยของกล้า ที่ต้องอยู่พระนครต่อเพื่อตามหาแม่

บัวแอบลักลอบมาหาพลอยถึงบ้านพระยาประเสริฐภักดี เป็นเดือดเป็นร้อนใจเรื่องกล้าไม่ต่างกัน จนเอียด อดหมั่นไส้ไม่ได้ พลอยเลยต้องห้ามศึก และตัดสินใจไปหลอกถามจากชด ซึ่งสนิทกับยอดมากกว่าใคร เพราะอาจมีเบาะแสเรื่องแม่ของกล้าบ้างไม่มากก็น้อย

วิธีของคุณหนูคนสวยคือให้เอียดมอมเหล้าชด เพื่อล้วงความลับ ชดไม่ทันระวัง เลยหลุดปากเบาะแสบางอย่างว่าอาจมีคนรู้เรื่องแม่ของกล้า และคนคนนั้น ก็คือหลงจู๊ นายหน้าขายทาสเมื่อสิบกว่าปีก่อน...

กล้าไม่รู้เรื่องที่พลอยกับบัวช่วยกันตามหาแม่ มุ่งหน้ากลับไปหาท่านเตี่ยถึงวัง เพื่อกราบขอบคุณ ทั้งเรื่องคำแนะนำในการต่อสู้กับมาร์คัส และน้ำมันว่านตำรับพิเศษ

“เป็นเพราะฝ่าบาทให้พี่ยันต์กับพี่เที่ยงไปชี้แนะกลมวยแก่กระหม่อม กระหม่อมจึงได้รับชัยชนะกลับมา พระคุณของพระองค์ครั้งนี้ ไอ้กล้าจะไม่ขอลืมเป็นอันขาด”

“ชัยชนะเมื่อคืน มันเกิดจากฝีมือของเอ็งหรอกไอ้กล้า สำหรับข้าน่ะ แค่เห็นเอ็งรอดตายก็พอใจแล้ว...ว่าแต่เอ็งเถอะ ที่เคยบอกว่าจะชกเพื่อทวงศักดิ์ศรีน่ะ ทวงได้สมใจหรือยัง”

คำถามของท่านเตี่ย ทำให้กล้านิ่งไปอึดใจ ก่อนจะถอนใจยาวแล้วทูลตามความรู้สึกจริงๆ

“มิได้กระหม่อม...ศักดิ์ศรีจากชัยชนะยังมีค่าอยู่เสมอ หากแต่ผลประโยชน์ที่ตามมา กลับทำให้กระหม่อมต้องผิดใจกับคนรอบข้าง กระหม่อม...”

ท่าทางอึกอักของกล้า ทำให้ท่านเตี่ยนึกเวทนา ต้องช่วยเตือนสติ

“ไอ้กล้า...ศักดิ์ศรีคนเรา ไม่ได้อยู่ที่คำว่าแพ้หรือชนะ แต่มันอยู่ที่ความภาคภูมิใจ เมื่อใดก็ตามที่เอ็งได้กระทำสิ่งที่ถูกต้อง และมีคุณค่าต่อผู้อื่น เมื่อนั้นเอ็งจะไม่สนเรื่องผลดีหรือร้ายอีกต่อไป นั่นต่างหากคือศักดิ์ศรีที่แท้จริง”

คำสอนของท่านเตี่ยมีความหมายลึกซึ้งเช่นเคย กล้าไม่ทันสรตะหรือทำความเข้าใจ ก็ต้องออกไปกับพลอย บัวและอาเหวิน เมื่อทั้งสามมาแจ้งข่าวดีว่าอาจมีเบาะแสเรื่องแม่ของเขา

พลอยเล่าเรื่องที่ได้ยินจากชด “นายชดบอกฉันเองว่าสมัยก่อนการค้าทาสต่างถิ่นในพระนคร ส่วนใหญ่ต้องติดต่อซื้อขายผ่านนายหน้า หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่าหลงจู๊”

คำบอกเล่าของพลอย ทำให้ทั้งหมดมุ่งหน้าไปศาลเจ้าจีนในเวลาต่อมา เพื่อตามหาตัวหลงจู๊ อาเหวินอาสาเป็นตัวกลางช่วยแปลให้ด้วยความเต็มใจ กล้าตื่นเต้นมาก เพราะจะได้รู้เรื่องแม่ซึ่งพลัดพรากกันมานาน แต่แล้วก็ต้องหน้าซีดเผือด เมื่อหลงจู๊บอกว่าทาสหญิงชื่อเพียร แม่แท้ๆของกล้า ถูกขายให้พ่อค้าชาวฮอลแลนด์เมื่อหลายปีก่อน แต่ดันโชคร้ายถูกไฟคลอกตายในเหตุไฟไหม้เรือขนทาสทั้งลำ!

ความจริงอันแสนเจ็บปวดทำให้กล้าถึงกับทรุด ร้องไห้ตีอกชกหัวตัวเองอย่างหนัก พร้อมพร่ำโทษตัวเองว่าตามหาแม่ช้าเกินไป จนต้องตายจากกันแบบนี้ พลอย บัวและอาเหวินได้แต่เฝ้ามองด้วยความเป็นห่วง พยายามจะปลอบ แต่กล้าก็เสียใจและผิดหวังมาก จนไม่มีแก่จิตแก่ใจจะฟัง

ฝ่ายมิ่ง...แม้จะหนีรอดไปได้ แต่ก็ลำบากลำบนเต็มที สุดท้ายเลยตัดสินใจฝากพ่อบ้านเหลาบุปผา ฝากความไปถึงปีเตอร์ โดยขู่จะเอาเงินถึงห้าสิบชั่ง หาไม่จะแฉความจริงทั้งหมด

ปีเตอร์โกรธมาก เลยส่งเหมยไปฆ่าปิดปาก แต่มิ่งก็รอดไปได้หวุดหวิด ทิ้งให้เหมยมองตามด้วยความเจ็บใจ แถมพาลเอากับรื่นที่ดุ่มๆมาช่วยเธอด้วยความเข้าใจผิด คิดว่าเธอถูกทำร้าย มิ่งเลยหนีไปได้... เสียแผนหมด!

รื่นไม่ถือสาอารมณ์เกรี้ยวกราดของเธอ นึกเอ็นดูเสียมากกว่า จนอดใจไม่ไหวต้องดึงตัวมาจูบ เหมยเบี่ยงหน้าหนี ก่อนจะตบหน้าเขาฉาดใหญ่ ตวาดเสียงกร้าว

“ชาติชั่ว...น้ำหน้าอย่างแกไม่มีทางได้เด็ดดอกฟ้าหรอก อย่าฝันไปหน่อยเลย”

เวลาเดียวกันที่คฤหาสน์กงสุล...เบอร์นาร์ดทำพิธีมอบตำแหน่งกงสุลให้อังเดร พร้อมกับฝากฝังเรื่องจีนหยง

“จงเชื่อฟังคำแนะนำของจีนหยงเสมอในเรื่องการค้าฝิ่น และจำไว้ว่าหน้าที่ของเราคือยึดครองผลประโยชน์ทั้งมวลของสยามประเทศ ดังนั้น...อย่าใจอ่อนกับเรื่องเหตุผลหรือศีลธรรมเด็ดขาด”

“ยึดครอง...ท่านพูดเหมือนเราจะก่อสงครามในไม่ช้า”

“การเมืองก็คือสงครามอย่างหนึ่งอังเดร และสงครามครั้งนี้เราต้องเป็นฝ่ายชนะ!”

อังเดรถึงกับอึ้งไป แม้รู้ดีว่าเป็นหน้าที่ แต่ก็อดละอายแก่ใจไม่ได้...

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement