ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 1 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 1


10 ต.ค. 2560 16:58
1,494,272 ครั้ง

ละคร นิยาย ชาติพยัคฆ์

ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 1

อ่านเรื่องย่อ

ชาติพยัคฆ์

แนว:

พีเรียด-แอคชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ

บทโทรทัศน์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ/ฉัตรชัย เปล่งพานิช

กำกับการแสดงโดย:

โชติรัตน์ รักษ์เริ่มวงษ์

ผลิตโดย:

บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

จรณ โสรัตน์,นิษฐา จิรยั่งยืน

ปีพุทธศักราช 2436...วิกฤตการณ์ ร.ศ.112 แผ่นดินสยามถูกปล้นโดยนักล่าอาณานิคม บ้านเมืองระส่ำระสายเพราะถูกรุกราน ผู้คนต่อต้านและแข็งขืนถูกฆ่าล้มตายเป็นจำนวนมาก และหนึ่งในนั้นก็คือ...

นายทหารหาญกล้า พ่อแท้ๆของกล้า ผัวสุดที่รักของเพียร จนสองแม่ลูกเลยต้องตกระกำลำบาก กลายเป็นทาสในชั่วข้ามคืน

เพียรต้องรับสภาพความลำบาก ถูกทำร้ายทั้งกายและใจจากยอด คนคุมทาสใจเหี้ยม บีบบังคับให้ขายตัวใช้หนี้ แต่นางไม่ยอม กล้าลูกชายคนเดียวในวัยสิบขวบ เลยต้องรับเคราะห์หนัก ถูกเฆี่ยนจนหลังลาย

แผลเลือดอาบบนหลังลูกชาย ทำให้เพียรทนไม่ไหว แอบไปตัดเชือก และสั่งให้หนีเอาตัวรอด กล้าไม่อยากทิ้งแม่ แต่เพื่ออนาคตที่ดีกว่า เลยกัดฟันวิ่งหนียอด จนไปหมดแรงที่ลานหน้าบ้านพระพิสุทธิ์มนตรี

สังข์คนเรือของพระพิสุทธิ์มนตรีเป็นคนไปพบร่างโชกเลือดของเด็กชาย และรีบนำความไปแจ้งเจ้านาย

“ป่าเถื่อนจริงๆ พระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้เลิกทาสตั้งนานแล้ว ยังงมโข่งกันอยู่ได้”

“ก็แบบนี้แหละขอรับคุณท่าน บ้านป่าเมืองเถื่อนไกลปืนเที่ยงยังมีอีกมาก คำสั่งทางการไปไม่ถึงหรอกขอรับ”

กล้ายังไม่ตายและพยายามขยับตัวอย่างยากลำบาก พระพิสุทธิ์มนตรีแอบเห็นรอยสักทาสที่ข้อมือ ก็นึกรู้ว่าเด็กชายคงเป็นทาสจากไหนสักแห่ง และด้วยความสงสารและเวทนาแท้ๆ จึงตัดสินใจรับมาอยู่ในบ้านด้วย

การตัดสินใจของพระพิสุทธิ์มนตรี ทำให้กล้าได้เป็นคนงานในบ้านนี้หลังจากนั้น ท่ามกลางความดีใจ ของใครหลายคน โดยเฉพาะพลอย ลูกสาวคนเดียวของพระพิสุทธิ์มนตรี และบัว ลูกสาวคนเดียวของสังข์ คงมีเพียงกุหลาบ ภรรยาของคุณพระเท่านั้น ที่นึกเกลียดขี้หน้ากล้าตั้งแต่แรกเห็น เพราะคิดว่าเขาเป็นพวกไม่มีหัวนอนปลายเท้า

แต่กล้าก็อยู่รอดอย่างสงบมาได้ เวลาสิบสองปีนับจากนั้น ทำให้กล้ากลายเป็นหนุ่มใหญ่ ร่างกายกำยำ รูปร่างสันทัด แต่เพราะเป็นแค่คนงานคุมเรือ เลยไม่มีโอกาสได้ฝึกวิชามวยเหมือนคนอื่นๆในบ้านคุณพระ

บัวก็กลายเป็นสาวสะพรั่ง และเป็นเพื่อนเล่นแสนดีของกล้ามาตลอด แม้จะแอบรักเขาอยู่เงียบๆ แต่เธอก็ไม่เคยบอก เพราะอายและคิดเอาเองว่าได้ใกล้ชิดและดูแลแบบนี้ก็ดีแล้ว

แม้จะพอใจชีวิตเงียบสงบ แต่กล้าก็แอบไปดูมิ่ง องครักษ์ของพระพิสุทธิ์มนตรีและครูมวยประจำบ้าน ฝึกซ้อมท่วงท่าไม้มวยให้กับเหล่าคนงานอื่นๆเสมอ แต่กระนั้น...เขาก็มีความสุขที่ยิ่งใหญ่กว่า คือการได้ใกล้ชิดพลอย ลูกสาวคนเดียวของพระพิสุทธิ์มนตรี เพื่อนเล่นต่างศักดิ์และหญิงสาวที่เขาแอบรักมาตลอด

พลอยยังไม่ได้รับรู้ความในใจของเขา แต่ก็รู้สึกดีและผูกพันกับเขาไม่น้อย เพราะเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กเช่นเดียวกันกับบัว และคืนนี้...ทั้งสามก็วางแผนจะไปดูหนังใหญ่ด้วยกัน

ooooooo

กุหลาบเฝ้ามองความสัมพันธ์ของพลอย กล้าและบัวอย่างเงียบๆ แต่ไม่ได้พยายามยับยั้งหรือ ห้ามปรามจริงจัง เพราะยังไม่เห็นอะไรเกินงาม แต่กระนั้น...ภรรยาคุณพระก็อดระแวงไม่ได้ อย่างเช่นในคืนนี้ ที่ลูกสาวคนเดียวทำตัวนิ่งและเรียบร้อยจนผิดสังเกต

พลอยเห็นสายตาจ้องจับผิดของแม่ ก็เริ่มใจไม่ดี แต่ยังปั้นหน้านิ่ง เหมือนไม่ได้คิดแผนการอะไร จนกุหลาบเริ่มวางใจว่าลูกสาวคนเดียวคงถอดใจเรื่องไปดูหนังใหญ่ในงานวัดแล้ว...

เวลาเดียวกันที่ลานหน้าบ้านพระพิสุทธิ์มนตรี...

คุณพระเจ้าของบ้านถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นสภาพขาม คนงานในบ้านที่ถูกนักเลงเจ้าถิ่นซ้อมจนช้ำไปทั้งตัว มิ่งอาสาไปเอาคืน ตามประสาคนชอบใช้กำลัง แต่คุณพระก็ห้ามไว้ เพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ อยากให้ทางการและตำรวจจับตัวนักเลงเจ้าถิ่นกลุ่มนั้นไปลงโทษมากกว่า
นักเลงเจ้าถิ่นกลุ่มนั้นนำโดยด้วง ขาใหญ่แถบเวียงสิงห์ ซึ่งกำลังผยอง เพราะคิดว่าทางการคงจับตัวไม่ได้ และท่าทางกร่างของเขา ก็ทำให้เหล่าชาวบ้านมองมาด้วยความหมั่นไส้ จนรื่นลูกน้องคนสนิทต้องเตือนสติ

“เอ่อพี่...ฉันว่าคืนนี้เราระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะ อย่าชิงหาเรื่องเลยดีกว่า”

“ทำไมวะไอ้รื่น เอ็งกลัวหรือไง”

“เปล่านะพี่ แต่เมื่อเช้าคนของเราเพิ่งมีเรื่องกับคนของคุณพระพิสุทธิ์ ฉันเป็นห่วง กลัวพวกมันจะดักอยู่แถวนี้”

“ข้ารู้...เรื่องนี้ ข้าเตรียมพร้อมอยู่แล้ว เอ็งอย่ากลัวไอ้รื่น เจอพวกมันเมื่อไหร่ ข้าจะกำราบให้ดู!”

แผนหนีเที่ยวของพลอยคือปลอมตัวเป็นคนงาน ด้วยการยืมเสื้อมอซอของกล้ามาใส่ อำพรางรูปร่าง บางอ้อนแอ้น ผ่องแผ้วไปทั้งตัว กล้าได้แต่เฝ้ามองเงาเจ้านายสาว ขยับตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยท่าทีอึ้งๆ ก่อนจะเรียกสติกลับมาได้ เมื่อเธอโผล่หน้ามาอีกครั้งตรงหน้าต่าง และตั้งท่าจะปีนลงมา

“งั้นเหยียบหัวไอ้กล้านะขอรับ ไอ้กล้าจะประคองให้”

“จะบ้าหรือนายกล้า ฉันไม่เหยียบหัวใครหรอก เดี๋ยวฉันหย่อนตัวลงไป แล้วนายค่อยรับดีกว่า”

กล้าไม่ขัด พลอยเลยค่อยๆหย่อนตัวลงมา แต่เพราะไม่ชิน ทำให้เกือบล้มหน้าคะมำ โชคดีที่เขาจับไว้ทัน

“ไม่เป็นไรขอรับคุณพลอย กระผมคว้าอยู่มือแล้วขอรับ”

พลอยหัวใจเต้นแรง เมื่อได้สัมผัสแนบชิดกับร่างแกร่ง ไม่ต่างจากกล้า แทบหยุดหายใจเมื่อได้ใกล้ชิดกับร่างหอมกรุ่นของเจ้านายสาว แต่ก็ต้องพยายามหักห้ามใจไว้ ไม่ให้อารมณ์หวั่นไหวเตลิดไปมากกว่านั้น...

ooooooo

บัวต้องช่วยกุหลาบจัดของใส่บาตร เลยยังปลีกตัวออกไปสมทบเพื่อนรักทั้งสองไม่ได้ พลอยเลยตัดสินใจจะไปดูหนังใหญ่กับกล้าตามลำพัง เพราะเกรงว่าหากรอต่อจะมีคนเห็นเข้าเสียก่อน

กว่าบัวจะปลีกตัวมาได้ พลอยกับกล้าก็พายเรือออกไปแล้ว ลูกสาวคนเรือได้แต่ฮึดฮัดตามลำพัง ที่ต้องคลาดกับสองเพื่อนรัก ส่วนพลอย...ไม่รู้ว่าบัวตามมาทัน มัวแต่ก้มหน้างุดบนเรือ กลัวคนมาเห็น

กล้าขำจนต้องแซว “ไกลจนมองไม่เห็นหลังคาเรือนใหญ่แล้ว คงไม่มีใครตามเรามาแล้วขอรับ”

“เสียดายจริงๆบัวนะบัว มัวแต่พิรี้พิไรอะไรก็ไม่รู้ อดมาสนุกด้วยกันเลย”

“คุณพลอยจะให้กลับไปรับนังบัวไหมขอรับ”

“ไม่ดีกว่า เดี๋ยวโดนจับได้ก็อดเที่ยวงานวัดกันพอดี”

กล้าส่ายหน้า หัวเราะเบาๆด้วยความเอ็นดู พลอยเลยอดบ่นงอนๆไม่ได้

“ถ้าฉันเกิดเป็นผู้ชายได้ก็คงจะดี อยากทำอะไรก็ได้ทำ อยากไปไหนก็ไปได้ ไม่ต้องมาหลบๆซ่อนๆคุณพ่อ คุณแม่อย่างนี้ กล้าโชคดีนะที่ได้เกิดเป็นผู้ชาย...รู้ไหม”

“ไอ้กล้าไม่ได้โชคดีอย่างที่คุณพลอยเข้าใจดอกขอรับ ไอ้กล้าเกิดเป็นทาส ถูกกดขี่เฆี่ยนตีไล่ล่าเหมือนสัตว์ ที่ไอ้กล้ารอดมาได้ทุกวันนี้ ก็เพราะได้พึ่งใบบุญคุณพระพิสุทธิ์ บุญคุณนี้ไอ้กล้าจะจดจำเหนือหัว ไม่มีวันลืมจนตาย”

น้ำเสียงห่อเหี่ยวของเขา ทำให้คุณหนูคนสวยหน้าเสีย รู้สึกผิด “กล้า...ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจให้กล้ารู้สึกอย่างนี้ ฉันไม่เคยเห็นกล้าเป็นอื่น กล้าเป็นเพื่อนแสนดีของฉันเสมอ อย่าโกรธฉันเลยนะ”

“ไอ้กล้าจะโกรธคุณพลอยได้ยังไงกันขอรับ คุณพลอยมีความเมตตาปรานีให้บ่าวไพร่อย่างไอ้กล้ามาตลอด จะหานายใจดีอย่างนี้ได้ที่ไหนอีกขอรับ”
ท่าทางพินอบพิเทาของเขาไม่ได้ทำให้พลอยภูมิใจ แต่น้อยใจมากกว่า จนต้องตัดพ้อเคืองๆ

“คำก็นาย คำก็บ่าวก็ไพร่ บอกว่าเป็นเพื่อนก็เป็นเพื่อนสิ พูดไม่รู้เรื่อง”

กล้าหน้าเจื่อน ทำท่าจะขอโทษ แต่พลอยก็โบกมือไม่ถือสา ไม่อยากให้เรื่องฐานะทำให้บรรยากาศเสีย สู้ปล่อยให้มันผ่านไปแล้วหันมาสนใจเรื่องเที่ยวงานวัดคืนนี้ดีกว่า...

ooooooo

งานวัดยิ่งใหญ่และตื่นตาตื่นใจตามคาด พลอยกับกล้าเดินชมโน่นนี่อย่างเพลิดเพลิน โดยไม่รู้เลยว่าพระพิสุทธิ์มนตรีกับกุหลาบต้องร้อนรนด้วยความเป็นห่วงแค่ไหน เมื่อรู้ว่าลูกสาวคนเดียวหนีเที่ยวกลางดึก!

กล้าเห็นพลอยชอบหนังใหญ่ ก็นึกสนุก ออกท่าทางเป็นลิงเลียนแบบท่าโขน โดยอาศัยเสียงพากย์หนังใหญ่ของจริงเพื่อเต้นประกอบ พลอยชอบใจมาก เช่นเดียวกับชาวบ้านคนอื่นๆ พากันรุมล้อม ส่งเสียงฮือฮา ชื่นชมความสามารถของคนเรือหนุ่มจากใจจริง จนกระทั่ง... วงต้องแตก เมื่อด้วงโผล่มาขัดจังหวะ

“เฮ้ย...ไอ้จ๋อ พ่อเอ็งเป็นลิงหรือไงวะ รำเก่งนักเชียว”

ท่าทางคุกคามของนักเลงขาใหญ่เจ้าถิ่น ทำให้กล้าใจไม่ดี หยุดเต้นและลากตัวเจ้านายสาวออกไป แต่ด้วงกับพวกก็ตามไปขวาง เพราะจำได้ขึ้นมาว่ากล้าคือคนเรือบ้านพระพิสุทธิ์มนตรี

กล้ากลัวเจ้านายสาวเป็นอันตราย เลยพยายามขอปลีกตัว แต่ด้วงไม่ยอม ขวางและยื้อยุดจนกระทั่งความจริงเปิดเผยว่ากล้าไม่ใช่แค่คนเรือ แต่มีรอยสักทาสบนข้อมือด้วย นักเลงเจ้าถิ่นนึกดูถูก และตามเอาเรื่องกล้ากับพลอย จนหมดทางหนี กล้าเห็นท่าไม่ดี เลยจัดการให้เจ้านายสาวเข้าไปหลบในมุมลับตา

ด้วงเห็นท่าทางหวาดๆของคนเรือหนุ่ม ก็ทำท่าจะหาเรื่องตามประสานักเลงหัวไม้ กล้าฮึดสู้เพื่อปกป้องเจ้านายสาว แต่เพราะไม่มีฝีมือ เลยถูกซ้อมจนน่วม แทบขยับตัวไม่ได้ รื่นไม่อยากให้ลูกพี่ก่อเรื่อง เลยพยายามทัดทาน แต่ด้วงก็ของขึ้นจนกู่ไม่กลับเสียแล้ว ตั้งหน้าตั้งตาอัดกล้าจนร่วงไปกองกับพื้น

พลอยเห็นสภาพเพื่อนหนุ่มก็อดใจไม่ไหว ถลาไปดึงตัวด้วง เลยถูกผลักกระเด็น เผยให้เห็นผมยาวสยายที่เธอแอบม้วนเก็บไว้ ด้วงเห็นว่าเพื่อนหนุ่มท่าทางอ้อนแอ้นที่มากับคนเรือหนุ่มเป็นผู้หญิง ก็มองมาอย่างหื่นกระหาย

“รูปงามซะด้วยแม่คุณ เอาเถอะ...มากับพี่แล้วพี่จะงดไม่เอาเรื่อง”

ท่าทางกะลิ้มกะเหลี่ยของนักเลงเจ้าถิ่น ทำให้พลอยนึกกลัวจับจิต คว้าไม้ข้างตัวมาฟาดไม่ยั้ง แต่ก็ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้ ด้วงหัวเราะลั่นด้วยความย่ามใจ ก่อนจะกระชากร่างบางมาแนบอก

“ถึงใจเหลือเกินแม่คุณของพี่ ไม่ยักรู้ว่าบ่าวบ้านคุณพระพิสุทธิ์จะหยาดเยิ้มขนาดนี้”

“ไอ้ชาติชั่ว...แกปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!”

รื่นเห็นท่าไม่ดี ท้วงเสียงเครียด “พี่ด้วง...เห็นมันเรียกนังนี่ว่าคุณพลอยนะ หรือว่าจะเป็นลูกสาวคุณพระ”

แต่ด้วงกลับไม่สำนึก “อย่างนี้ก็ของดีสิวะ ถ้าคืนนี้กูได้เป็นลูกเขยท่านเจ้าคุณ พรุ่งนี้กูรวยเละแน่”

ขาดคำก็อุ้มพลอยพาดบ่า จะพาไปหาความสุขตามต้องการ คุณหนูคนสวยกรีดร้องเสียงหลง ดิ้นรนขัดขืนเต็มกำลัง เป็นที่เวทนาของชาวบ้านละแวกนั้น แต่ก็ไม่มีใครอยากยุ่ง เพราะไม่อยากมีเรื่องกับพวกด้วง

รื่นพยายามทัดทานลูกพี่ แต่กลับถูกด่าเปิง ส่วนกล้า...กระเสือกกระสนคลานไปช่วยเจ้านายสาว แต่ก็ถูกลูกน้องของด้วงขวางไว้ พลอยเห็นเพื่อนหนุ่มทรุดไปกองกับพื้นก็ร้องโวยวาย จนด้วงทนไม่ไหว เหวี่ยงเธอไปบนกองเศษไม้อย่างไม่ปรานีปราศรัย กล้าเห็นเจ้านายสาวถูกทำร้ายจนจุก ก็ถลาไปกอดเท้าด้วง

“อย่า...อย่าทำคุณหนูเลย ฉันขอเถอะ ให้กราบเท้าฉันก็ยอม ฉันยอมแล้ว”

พลอยน้ำตาไหลด้วยความสงสารเพื่อนหนุ่ม และยิ่งร้องหนัก เมื่อเห็นด้วงเอาเท้าเหยียบที่คอและหน้าของกล้า

“ไอ้เดนสถุล มึงมันไร้น้ำยา ไอ้หมาขี้เรื้อน วันนี้กูจะขยี้มึงให้แหลกคาตีน!”

กล้ากัดฟันทนความเจ็บปวด และก่อนที่อะไรจะเลวร้ายไปกว่านั้น มิ่งกับพวกคนงานก็ตามมาช่วยเสียก่อน

ooooooo

แม้มิ่งจะจัดการพวกด้วงให้กระเจิงไปได้ แต่กล้าก็หมดสติ ไม่รับรู้อีกต่อไป ว่ากลับมาบ้านพระพิสุทธิ์-มนตรีได้อย่างไร กุหลาบโกรธมากที่ลูกสาวถูกฉุดและพาลโทษทุกอย่างให้เป็นความผิดของกล้าคนเดียว

พระพิสุทธิ์มนตรีกลุ้มใจมาก ไม่เห็นด้วยเลยที่ภรรยาจะลงโทษกล้าด้วยการเฆี่ยน

“เรื่องทำโทษน่ะฉันไม่ขัดข้องหรอก แต่ไอ้กล้ามันปกป้องลูกพลอยจนเจ็บปางตาย ฉันจะลงหวายมันได้ยังไง”

“แล้วจะปล่อยไปเหรอคะคุณพี่ ฝ่ายเราทั้งเจ็บทั้งอาย นี่ชาวบ้านเขาลือไปทั่ว ว่าลูกโดนนักเลงฉุด”

“แต่ฉันอยากให้แม่กุหลาบลงโทษไอ้กล้ามันด้วยวิธีอื่น อย่าไปทำร้ายมันเลย”

แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ กุหลาบดึงดันจะลงโทษกล้าด้วยการเฆี่ยนให้ได้ เมื่อพลอยทราบเรื่อง ก็พยายามทัดทานและขอร้องแม่ ไม่ให้ทำโทษเพื่อนหนุ่ม

“งามหน้าเหลือเกินนะเรา คิดแต่สนุกฝ่ายเดียว ทำเอาคนทั้งบ้านเดือดร้อนไปหมด”

“ลูกผิดเองค่ะ ลูกยอมรับทุกอย่าง แต่คุณแม่อย่าลงโทษคนอื่นเลยนะคะ”

“พูดแบบนี้จะเข้าข้างไอ้กล้ามันล่ะสิ”

“คุณแม่จะเฆี่ยนกล้าจริงๆหรือเจ้าคะ”

กุหลาบไม่ตอบ แต่ทำตาดุใส่ลูกสาว กล้าเลยถูกนำตัวไปผูกกับขื่อกลางลานบ้านหลังจากนั้น โดยมีมิ่ง รับคำสั่งจากกุหลาบ ลงมือเฆี่ยนกล้าหลายสิบทีด้วยความเต็มใจเพราะหมั่นไส้คนเรือหนุ่มเป็นทุน

กล้ากัดฟันแน่น ไม่ร้องหรือครางให้ใครได้ยิน จนทุกคนรอบข้างอดเวทนาไม่ได้ โดยเฉพาะพระพิสุทธิ์มนตรี ทนความโหดเหี้ยมและทารุณต่อไปไม่ไหว สั่งให้หยุดการลงโทษ และให้สังข์พากล้ากลับไปพักและใส่ยา

กุหลาบโกรธมาก แต่ไม่อยากหักหน้าสามีต่อหน้าคนงาน เลยตามไปเอาเรื่องภายหลัง พระพิสุทธิ์มนตรีถอนใจยาว ส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

“ก็ฉันบอกแล้วไงแม่กุหลาบ ไอ้เรื่องลงโทษน่ะฉันไม่เกี่ยง แต่ไอ้วิธีป่าเถื่อนล้าหลังแบบนี้น่ะ ฉันไม่เห็นด้วย”

“แต่ดิฉันว่าคุณพี่เข้าข้างมันมากกว่า เพราะมันชอบประจบคุณพี่”

“ประจบที่ไหน ไอ้กล้ามันว่านอนสอนง่าย มันก็ดีกับฉันเหมือนบ่าวคนอื่น แม่กุหลาบเถอะ ชิงชังอะไรมัน”

“มันเป็นคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าค่ะคุณพี่ คนแบบนี้มันไว้ใจไม่ได้!”

อคติของภรรยา ทำให้พระพิสุทธิ์มนตรีหนักใจมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากปลง และไถ่ถอนความรู้สึกผิดของตัวเอง ด้วยการส่งเงินและยาไปให้สังข์กับบัวช่วยรักษาแผลบอบช้ำของกล้า

ooooooo

กล้านอนซมเพราะพิษบาดแผล ทั้งจากอาการบวมช้ำเพราะถูกด้วงซ้อม และแผลโชกเลือดที่หลัง เพราะถูกมิ่งเฆี่ยนนับสิบครั้ง บัวบดและทายาให้เขาด้วยความเวทนา ทั้งรักทั้งสงสาร แต่ก็ไม่รู้จะช่วยอะไรได้มากกว่านี้

พิษของบาดแผลทำให้กล้าไม่รู้สึกตัว ละเมอร้องเรียกพลอยตลอดเวลาจนบัวอดช้ำใจไม่ได้ เพราะแอบหลงรักเขามานาน แต่เจ้าตัวคงไม่รู้เรื่อง เพราะกำลังฝันร้ายถึงความทรงจำฝังใจในอดีต...

ภาพในอดีตเมื่อสิบสองปีก่อนปรากฏในห้วงคิดคำนึงอีกครั้ง...วันสุดท้ายที่กล้าอยู่กับเพียร ผู้เป็นแม่ เขายังจำได้ดี วันนั้น...แม่มาช่วยตัดเชือกแก้มัดเขาจากพันธนาการแน่นหนา ไม่ให้ถูกยอดจับเฆี่ยนอีก

“กล้า...นายเงินของแม่ มันบังคับให้แม่ขายตัวใช้หนี้ เพราะแม่ไม่ยอม มันถึงได้ทำลูกแบบนี้”

“ฉันรู้จ้ะแม่ ฉันจะอยู่กับแม่ ฉันจะช่วยแม่เอง”

เพียรร้องไห้สะอึกสะอื้น พร่ำบอกให้ลูกชายคนเดียวหนี

“แม่จะถ่วงเวลาไว้ทางนี้ ลูกไปเถิดกล้า แล้วจงจำไว้...แม่จะรอเอ็ง เราจะเป็นไท เป็นอิสระด้วยกัน”

กล้าจะไม่ยอม เพราะเป็นห่วงแม่ เพียรเลยต้องดึงตัวเขามากอดปลอบ

“อย่าร้องไห้นะลูก ลูกต้องเข้มแข็ง เข้มแข็งให้เหมือนพ่อ ลูกเป็นลูกทหาร ต้องไม่กลัวศัตรูหน้าไหนทั้งนั้น”

เพียรกระชับอ้อมกอดแน่น ถ่ายทอดแรงใจให้ลูกชายคนเดียว เสียงยอดดังโวกเวกมาจากอีกทาง สองแม่ลูกเลยต้องร่ำลากันเป็นครั้งสุดท้าย

“จำไว้นะกล้า ทุกคำพูดของแม่ นั่นคือความจริงที่จะอยู่กับลูกจนวาระสุดท้าย ลูกของแม่ต้องมีศักดิ์ศรี ไม่ว่าจะอยู่หรือตาย ลูกต้องเป็นนักสู้ ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ”

กล้าวิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิตหลังจากนั้น จนกระทั่งมารอดตายหน้าบ้านพระพิสุทธิ์มนตรี สิบสองปีหลังจากนั้นเขาก็มีชีวิตสุขสงบมาตลอด แต่กระนั้น...เขาก็ไม่ลืมสัญญาที่เคยให้ไว้กับแม่

“ฉันไม่เคยลืม สักวันฉันต้องมีศักดิ์ศรี แม่กับฉันจะไม่ต้องเป็นทาสใครอีก ฉันจะกลับไปช่วยแม่ให้ได้!”

ภาพความฝันอันขมขื่นจางหายไปแล้ว กว่ากล้าจะรู้สึกตัวและฟื้นตัว ก็ช่วงสายของวันต่อมา บัวพาพลอยมาเยี่ยม ทำให้กล้ามีกำลังใจขึ้นมาก เพราะได้เห็นหน้าเจ้านายสาวอีกครั้ง

“เห็นกล้าอาการดีขึ้นแล้ว ฉันก็ค่อยโล่งใจ นี่ถ้า เป็นอะไรหนักกว่านี้ ฉันคงรู้สึกผิดไปอีกนาน”

“โดนเฆี่ยนไม่กี่หวายแค่นี้ ไอ้กล้าไม่ถึงตายดอกขอรับคุณหนู”

“งั้นคราวหน้าเอาสักร้อยหวายเลยนะพี่กล้า ดูซิว่าจะตายหรือเปล่า”

บัวแกล้งแซว จนพลอยต้องปรามเสียงดุ ก่อนจะหันไปมอบถุงเงินห่อเล็กๆให้คนเรือหนุ่ม

“กล้า...นี่ฉันให้เธอนะ เป็นรางวัลที่เธอลำบากเพื่อฉัน”

“ไอ้กล้ารับไม่ได้ดอกขอรับ”

“อ้าว...ทำไมล่ะ ฉันไม่บอกใครหรอก”

“ไอ้กล้าเกรงว่าถ้ารับ ความดีของไอ้กล้าจะไม่มีค่าอีกต่อไป...จะโดนกระทืบ หรือโดนหวาย ไอ้กล้าก็เต็มใจขอรับ ไม่เคยมุ่งหวังสิ่งตอบแทน แค่เห็นคุณพลอยมีความสุข ไอ้กล้าก็ชื่นใจ อยากให้ความภูมิใจนี้อยู่กับตัวนานๆ”

คำพูดของกล้าทำให้บัวอดเจ็บร้าวในอกไม่ได้ ที่เขาเทิดทูนเจ้านายสาวเหลือเกิน ส่วนพลอย...ไม่รู้เรื่อง แต่ก็ซาบซึ้งในน้ำใจของเขามาก

“ถ้างั้น...ฉันขอขอบใจก็แล้วกันนะ ที่เธอดีกับฉัน”

ooooooo

ท่าทางลึกซึ้งและเทิดทูนของกล้าที่มีต่อพลอย ทำให้บัวหงุดหงิดใจ จนต้องปลีกตัวไปเดินเล่นแก้เซ็ง มิ่งซึ่งพึงใจในความสวยและความสาวของบ่าวสาวมานานผ่านมาเห็น เลยถลาไปขวางหน้า พร้อมกับอวดสร้อยทองเส้นสวย ซึ่งเพิ่งได้เป็นของรางวัลมาจากกุหลาบ

“ถ้าคืนนี้เอ็งยอมไปหาข้าที่กระท่อม ข้าจะสวมให้เอ็งกับมือ”

บัวกำลังหัวเสีย แกล้งเค้นยิ้มน้อยๆ คว้าสร้อยไปปาทิ้ง แล้วแหวเสียงเขียว

“ไปหาเหยื่อเอาข้างหน้าเถอะพี่มิ่ง ฉันจะบอกให้นะ คนที่เสี่ยงตายช่วยคุณพลอยคืนนั้นคือพี่กล้าต่างหาก ส่วนพี่กับพวกน่ะมาทีหลัง”

พูดจบก็ผลุนผลันจากไป ทิ้งมิ่งให้ฮึดฮัด อยากตาม ไปเอาเรื่องเต็มแก่ แต่ก็ทำได้แค่อาฆาตไล่หลัง

“ฝากไว้ก่อนเหอะอีบัว สักวันมึงจะได้รู้ฤทธิ์กูแน่!”

คืนเดียวกันที่คุกฝรั่ง...ทองอิน อดีตนายทหารฝีมือดีแห่งสยาม แต่ต้องกลายเป็นคนคุกเพราะแก้แค้นให้เพื่อน ตัดสินใจแหกคุกอย่างอุกอาจ เหล่านายทหารฝรั่งพยายาม ไล่ล่า แต่อดีตนายทหารก็รอดไปจนได้ พร้อมบาดแผล ฉกรรจ์ เพราะถูกยิงสกัดอย่างจังระหว่างหลบหนี...

กล้าอาการดีขึ้นมาก และกลับมาทำงานดูแลเรือได้อีกครั้งในหลายวันต่อมา แต่ก็ไม่วายจิตตก เพราะถูกเหล่าคนงานค่อนแคะอย่างสนุกปาก เพราะมีข่าวลือหนาหู ว่าเขารอดมาได้เพราะกราบเท้านักเลงเจ้าถิ่นอย่างด้วง

บัวเจ็บใจแทนกล้า ออกโรงปกป้องและตอกกลับเหล่าคนงานจนหน้าหงายไปหลายคน ก่อนจะหันมาปลอบใจเพื่อนหนุ่ม ที่ทำหน้าเซื่องซึมเหมือนคนซังกะตาย

“พี่กล้า...อย่าไปฟังพวกปากหอยปากปู อย่างน้อยคุณพระท่านก็รู้ว่าพี่ยอมเจ็บตัวเพราะคุณหนู”

“แต่พี่ไม่เอาไหน พี่สู้พวกมันไม่ได้”

อาการห่อเหี่ยวของกล้า ทำให้บัวนึกสงสารและเห็นใจ แต่ไม่ทันปลอบ มิ่งซึ่งขวางหูขวางตา เห็นบ่าวสาวที่หมายปองทำท่าทางสนิทสนมกับคนเรือหนุ่มที่เหม็นขี้หน้ามาตลอด ก็ถลาไปเอาเรื่อง

กล้าเลี่ยงเดินหนี แต่ก็ถูกมิ่งกระชากคอไว้ บัวกลัวเพื่อนหนุ่มจะเจ็บอีก เลยตัดสินใจเข้าห้าม

“เอ็งอย่าสอดนังบัว วันนี้ข้าจะสั่งสอนมัน เพราะเอ็งแท้ๆ พวกข้าถึงต้องอับอายชาวบ้าน”

“ฉันทำอะไรผิด”

“เอ็งมันไอ้ขี้แพ้ ใครๆก็รู้ว่าข้าเป็นครูมวยที่นี่ แต่เอ็งดันเสือกไปกราบตีนไอ้ด้วง มันเสื่อมมาถึงข้าโว้ย”

พรรคพวกของมิ่ง โดยเฉพาะทิว ศิษย์เอกและลูกน้องคนสนิท พลอยผสมโรงด่ากล้าไปด้วย

“ไอ้ตาขาว...เอ็งทำให้พวกข้าต้องเสียหน้ากันไปหมด”

“ฉันไม่ผิดนะ ฉันสู้มันไม่ได้ พี่จะให้ฉันทำยังไง ถ้าพี่ไม่อยากให้ฉันแพ้ พี่ก็สอนมวยฉันสิ”

“สอนเอ็ง...วิชามวยของข้าเป็นของสูงโว้ย ไม่คู่ควรกับทาสอย่างเอ็ง”

ขาดคำมิ่งก็เหวี่ยงกล้าลงพื้น เหล่านักมวยศิษย์ของมิ่งพากันหัวเราะเย้ยหยัน บัวพยายามห้ามปราม แต่ก็ไม่มีใครฟัง กล้าเจ็บใจมาก จนต้องวิ่งหนีเตลิดเข้าป่ากล้วยเพื่อระงับอารมณ์น้อยเนื้อต่ำใจของตัวเอง...

ooooooo

กล้าวิ่งร้องไห้ไปตามทางในป่ากล้วย ทั้งโกรธทั้งน้อยใจในโชคชะตา ที่ทำให้เขาอ่อนแอ ไม่มีทางสู้ใครได้แบบนี้ ทองอินซึ่งซ่อนตัวในป่ากล้วย ได้ยินเสียงคนร้องไห้ก็ไปแอบดู แต่ไม่ยอมปรากฏตัวให้เห็น ทำให้กล้าเข้าใจไปเองว่าเสียงขลุกขลักแปลกๆ ในป่ากล้วย อาจเป็นเสียงผี!

สังข์กับบัวทำหน้าไม่อยากเชื่อ เมื่อกล้ามาบอกว่ามีผีในป่ากล้วย แต่กระนั้น...ก็คิดว่าเป็นโอกาสดีให้กล้าพิสูจน์ตัว ยอมเสี่ยงเข้าไปดู เผื่อว่ามันจะเป็นคนร้าย ไม่ใช่ผีอย่างที่เข้าใจ จะได้จับส่งทางการ

กล้าลังเล กลัวได้ตายก่อนจับใคร แต่สังข์กับบัวก็คะยั้นคะยอ ยื่นจอบให้เป็นอาวุธป้องกันตัว และถึงกับเดินไปส่งถึงทางเข้าป่า แต่ไม่ยอมเข้าไปด้วย เพราะกลัวถูกลูกหลง

บรรยากาศในป่ากล้วยน่ากลัวขึ้นอย่างฉับพลัน กล้าท่องบทสวดมนต์ตลอดทาง หวังลึกๆจะป้องกันตัวจากผีร้าย แต่ต้องสะดุ้งสุดตัวแทน เมื่อค้นพบว่าสิ่งที่ซ่อนตัวในป่ากล้วยไม่ใช่ผีร้าย แต่เป็นคนตัวเป็นๆ!

“ไอ้หัวขโมย...วันนี้ข้าจะเล่นงานเอ็ง”

พูดจบก็โถมตัวเข้าหา ฟาดมือฟาดขาไปเรื่อยแบบไม่มีทิศทาง เลยถูกทองอินวาดลวดลายมวยกลับแบบไม่ยั้ง จนแทบลุกไม่ขึ้น กล้าพยายามยันตัวเองอย่างยากลำบาก แล้วก็ถึงกับตะลึง เมื่อได้ยินอีกฝ่ายประกาศกร้าว

“ข้าไม่ใช่ขโมย ข้าไม่ใช่คนร้าย ข้าเป็นทหาร...ข้าเป็นทหาร”

กล้าตั้งท่าจะพูดบางอย่าง แต่ก็ต้องยั้งปากไว้ เมื่อเห็นอีกฝ่ายทรุดฮวบต่อหน้าต่อตา และเมื่อเขาปรี่ไปดู ก็ถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีแผลถูกยิงบนไหล่!

อดีตนายทหารที่เขาไม่รู้แม้แต่ชื่อหมดสติไปแล้ว กล้าคิดหนัก ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไร แต่สำนึกผิดชอบชั่วดีในตัว ก็สั่งให้เขาตัดสินใจช่วยอดีตนายทหาร โดยไม่ปริปากบอกใคร แม้แต่สังข์กับบัว

สถานการณ์ของทองอิน อดีตนายทหารหาญที่ต้องกลายเป็นคนคุกเพราะต้องโทษอาญา เลวร้ายเพราะต้องหนีหัวซุกหัวซุน ไม่ต่างจากด้วง นักเลงหัวไม้เจ้าถิ่นที่ถูกทางการไล่ล่าเพราะก่อเรื่องไม่หยุดหย่อน จนแม้แต่พระพิสุทธิ์มนตรี ก็อยากให้ทางการจับตัวได้ พื้นที่เวียงสิงห์จะได้สงบสุขขึ้น

มิ่งอยากได้ความดีความชอบ และอยากหาเรื่องใช้กำลังตามประสานิสัยอันธพาล จึงรีบเสนอตัว

“คุณพระจะให้กระผมช่วยตามจับมันไหมขอรับ กระผมจะเอามันให้ถึงตายก็ยังได้”

“นี่แน่ะไอ้มิ่ง...เอ็งอยากรู้ไหมว่าทำไมข้าถึงชุบเลี้ยงพวกเอ็ง ให้ฝึกมวย ให้อ่านเขียนกันตามชอบ”

“คุณพระคงอยากได้คนมีวิชาไว้เสริมบารมี...ใช่ไหมขอรับ”

“บ้านเมืองระส่ำระสาย แต่คนสยามเรายังอ่อนแอทั้งกำลังและความคิด พวกฝรั่งถึงได้มองเราเป็นเหมือนคนเถื่อนไร้ทางสู้ เอ็งต้องรู้จักคิดอ่านให้มากกว่านี้ไอ้มิ่ง เรื่องไอ้ด้วง...ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางการเถอะ”

มิ่งไม่เห็นด้วย แต่ก็เถียงไม่ได้ เลยพาลไประบายกับแผน หนึ่งในลูกน้องคนสนิทของด้วง ซึ่งเขากับพวกจับตัวได้ในตลาด ระหว่างที่อีกฝ่ายออกมาตุนเสบียงให้ด้วง

แผนไม่ปริปากว่าด้วงกบดานในป่าลึก แต่ก็กลัวตาย เลยยอมให้พวกมิ่งซ้อมจนแทบกระอัก กว่าจะพยุงตัวกลับไปสมทบด้วงกับพรรคพวกที่เหลือในป่าได้อีกครั้ง ก็อีกหลายเพลาต่อมา

ด้วงเห็นสภาพหน้าช้ำๆของลูกน้องก็ทักเสียงเครียด “ไอ้แผน...หน้าเอ็งไปโดนอะไรมาวะ”

“เห็นทีจะแย่แล้วล่ะพี่ ไอ้คุณพระพิสุทธิ์มันให้คนออกตามล่าพวกเรา มันบอกด้วยว่าจะกุดหัวพี่ด้วง”

“ไอ้คุณพระ...แค่นี้ถึงขนาดจะล้างผลาญชีวิตกู เอาสิวะ...ในเมื่อมันทำเหมือนกูเป็นมหาโจร กูก็จะ เป็นให้ดู!”

ooooooo

มิ่งตามไล่ล่าด้วงไม่เลิก ร้อนถึงผู้ใหญ่บ้านต้องปรามให้หยุด และสั่งไม่ให้ใช้ศาลเตี้ยตัดสินคนอื่นตามอำเภอใจอีก แต่มีหรือครูมวยจอมกร่างจะยอม ตั้งใจจะจับด้วงมาลงโทษและล้างแค้นให้ได้

แต่กระนั้น...ภารกิจตามจับนักเลงเจ้าถิ่นก็ไม่สำคัญไปกว่าประกาศจับนักโทษแหกคุกฝรั่ง เมื่อพระพิสุทธิ์มนตรีทราบเรื่อง ก็กำชับคนงานและบรรดาบ่าวไพร่ โดยเฉพาะสังข์กับกล้า ให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ

กล้ายังไม่รู้ว่านักโทษแหกคุกเป็นคนเดียวกับที่เขาให้ความช่วยเหลือ แต่ก็เชื่อสัญชาตญาณตัวเอง แอบเอาข้าว เอาน้ำและยาไปให้จนอีกฝ่ายอาการดีขึ้นมาก และเมื่อสบโอกาส จึงตัดสินใจถามตรงๆ

“ตกลงน้าเป็นใครกันแน่ แล้วมาทำอะไรแถวนี้”

“ข้าเคยเป็นทหาร แต่ว่าตอนนี้เป็นนักโทษ”

คำว่านักโทษทำให้กล้าพูดไม่ออกไปอึดใจ มั่นใจว่าอีกฝ่ายคงเป็นนักโทษแหกคุกที่มีประกาศจับ

“นี่น้าฆ่าฝรั่งตายจริงๆเหรอ ข้างนอกเขาตามจับน้ากันอยู่นะ”

“ข้ารู้...ขอบใจเอ็งมากไอ้หนุ่ม ไว้มีโอกาสข้าคงได้ตอบแทนเอ็ง เออจริงสิ...เอ็งชื่ออะไรนะ”

“ข้าชื่อกล้าจ้ะ แล้วน้าล่ะ”

“ทองอิน...เมื่อก่อนข้าเคยเป็นพลปืนอยู่ที่ป้อมพระจุล”

กล้ายิ้มกว้าง ยินดีที่ได้เจอคนเป็นทหารเหมือนพ่อ ทองอินมองมาด้วยความเอ็นดู ก่อนจะหน้าเคร่งขึ้น เมื่อกล้าเปรยเศร้าๆว่าพ่อของเขาตายไปแล้วจากสงครามกลางเมืองตั้งแต่เขายังเด็ก...

แม้ว่าทางการจะแบ่งกำลังไปตามล่าทองอิน นักโทษแหกคุกฝรั่งเป็นจำนวนไม่น้อย แต่กระนั้น...ด้วงก็เป็นที่ต้องการตัว และถูกนำกำลังล้อมจับหลายต่อหลายครั้ง จนหวิดถูกจับได้หลายรอบ รื่นกลัวลูกพี่จะพลาดท่า เลยพยายามเกลี้ยกล่อมให้กบดานสักพัก ก่อนจะหาทางหนีออกจากเขตเวียงสิงห์

แต่ด้วงยังรั้น “พวกมันต้อนเราซะขนาดนี้ เอ็งยังคิดหนีอีกเหรอวะ”

“ฉันแค่ไม่อยากเห็นคนเดือดร้อน ไม่อยากทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่”

“ผิดถูกข้าไม่สนใจ แต่สำหรับข้า...ศักดิ์ศรีต้องมาก่อน คนอย่างไอ้ด้วง ฆ่าได้แต่หยามไม่ได้!”

เป็นอันว่าด้วงตัดสินใจไม่หนี จะปักหลักซ่อนตัวในป่านอกเวียงสิงห์ รอเวลาล้างแค้น และคืนนี้ก็เป็นโอกาสเหมาะที่เขาจะปล้นบ้านพระพิสุทธิ์มนตรีเอาคืนกล้ากับมิ่ง ที่ทำให้เขาต้องหนีหัวซุกหัวซุนเช่นนี้

สมาชิกบ้านพระพิสุทธิ์มนตรีไม่มีใครรู้เรื่องว่าจะเกิดเหตุร้าย โดยเฉพาะพลอย เพลิดเพลินกับการอ่านหนังสือฝรั่ง จนคนเป็นพ่ออดทึ่งไม่ได้

“ลูกพ่อนี่เก่งจริงๆ ทีแรกให้เรียนหนังสือ พ่อก็หวังแค่ให้อ่านออกเขียนได้ แต่ตอนนี้ถึงขนาดอ่านภาษาฝรั่ง”

“ก็แค่งูๆปลาๆเจ้าค่ะ พลอยผสมคำอ่านไปทีละนิด”

“พ่อภูมิใจที่ลูกรู้จักขวนขวายหาความรู้ ออกเหย้าออกเรือนเมื่อไหร่ พ่อคงไม่เสียหน้า”

“คุณพ่อคะ...ที่พลอยเรียนหนังสือก็เพราะอยากก้าวหน้า ไม่ได้คิดเรื่องนั้นหรอกค่ะ”

“ถึงยังไงวันนั้นก็ต้องมาถึง ถ้าเป็นไปได้ พ่อจะให้ลูกรู้จักกับลูกขุนน้ำขุนนางที่มีวิชาความรู้ ลูกจะได้มีความสุข”
สองพ่อลูกคุยกันอย่างถูกคอบนเรือนใหญ่ ส่วนรอบๆบ้าน สังข์กับกล้าก็จัดการเฝ้าเวรยาม โดยเฉพาะตรงท่าน้ำ เผื่อเกิดเรื่องไม่ดีจะได้บอกคนอื่นๆให้เตรียมทางหนีทีไล่ทัน

มิ่งก็ไม่ประมาท แม้จะเชื่อมั่นฝีมือตัวเองว่าไม่เป็นสองรองใครในเวียงสิงห์ แต่ก็เชื่อว่าพวกชอบลอบกัดอย่างด้วง คงไม่สู้แบบซึ่งหน้าแน่ แต่คงเล็ดลอดเข้ามาหรือมีแผนชั่วร้ายแอบแฝงมากกว่า

หลังจัดเวรยามเรียบร้อย สังข์ก็ดื่มเหล้าย้อมใจ รอเวลาเฝ้ายามกลางดึก โดยมีกล้านั่งปรับทุกข์ไม่ห่าง ที่ไม่มีวาสนาพอจะได้ฝึกมวยเหมือนคนอื่นๆในบ้าน

คุณพระ สังข์เริ่มเมากรึ่มๆเลยโพล่งออกไปตรงๆ

“แข่งเรือแข่งพายมันแข่งกันได้โว้ยไอ้กล้า แต่แข่งวาสนาน่ะ เอ็งปลงซะเถอะ เอ็งเกิดเป็นทาส แต่ได้มาเป็นบ่าวก็ถือว่าเจริญแล้ว จะใฝ่สูงไปไหน”

“ฉันไม่อยากอยู่แบบนี้ไปตลอดชีวิตนี่ลุง”

“อุบ๊ะ...อยู่แบบนี้แล้วมันเสียหายตรงไหน เป็นขี้ข้าน่ะสบายจะตาย ออกแต่แรง หัวสมองไม่ต้องใช้ไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น นายว่ายังไงก็ว่าตาม ไม่เห็นต้องเดือดร้อนเลยนี่หว่า”

“แต่ฉันอยากมีศักดิ์ศรี ฉันอยากให้คนนับถือฉันบ้าง ไม่ใช่คอยตะเพิดเหมือนหมาเหมือนแมวแบบนี้”

“แล้วเอ็งจะทำยังไงวะ”

“เป็นทหารดีไหมลุง ฉันอยากเป็นทหารเหมือนพ่อ”

“ถุย...เป็นทหารแล้วเอ็งจะไปรบกับใคร ตอนนี้ทุกทิศทุกทางโดนฝรั่งยึดหมดแล้ว กำปั้นเอ็งสู้ปืนฝรั่งได้หรือวะ อย่าฝันสูงนักเลยวะไอ้กล้า ตกลงมาเอ็งจะเจ็บใจเปล่าๆ”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement