บ่วงหงส์ ตอนที่ 5 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

บ่วงหงส์ ตอนที่ 5


14 เม.ย. 2560 09:11
3,643,752 ครั้ง

บ่วงหงส์ ตอนที่ 5

อ่านเรื่องย่อ

บ่วงหงส์

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

กิ่งฉัตร

บทโทรทัศน์โดย:

ศุภวรรณ ทองขลิบ, เหมือนฝัน ขาวเหนือ ,ศันสนีย์ ดุลยธนบดี

กำกับการแสดงโดย:

ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์

ผลิตโดย:

บริษัท ถนัดละคร จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

จิรายุ ตั้งศรีสุข,คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ

เพราะโกรธที่พิมพ์ลภัสคิดขโมยของ รเมศเลยยกเลิกคำสั่งลดค่าห้องและบริการสปา นางแบบขาวีนต้องจ่ายราคาเต็มทุกอย่าง พิมพ์ลภัสไม่สะทกสะท้าน ควักบัตรเครดิตให้ชุติมารูดแต่ก็ต้องหน้าแตกยับเพราะวงเงินเต็มทุกใบ!

ชุติมาได้ที เย้ยหยันด้วยความสะใจที่นางแบบขาวีนไม่มีเงินจ่าย พิมพ์ลภัสเจ็บใจมากแต่ยังหยิ่ง ขอแลกเหรียญไปโทร.ตามเงินกับกิตติชัย แต่นายจ้างหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์ก็รู้ทุกอย่างจากยศพลแล้วว่าพิมพ์ลภัสทำพลาดถูกจับได้ เลยชิ่งหนีและสั่งให้พวงผการับสายแทน

“คือ...นายติดประชุมสำคัญมาก ไม่ว่างมารับสาย ไว้ค่อยโทร.มาใหม่นะคะ”

“จงใจหลบหน้าฉันสิไม่ว่า โกหกเก่งทั้งนายทั้งลูกน้อง อยากให้ฉันแฉนักใช่ไหม...ได้...”

“อย่านะคะ! นายไม่อยู่จริงๆ คุณต้องการอะไร ฝากข้อความไว้ เดี๋ยวฉันจะบอกนายให้”

“ฉันต้องการเงินห้าแสนเดี๋ยวนี้ แล้วที่เหลือฉัน กลับไปทวงถึงที่แน่”

พวงผกาสุดเอือมกับความเอาแต่ใจของพิมพ์ลภัส ตัดบทแบบไม่ยี่หระ “เงินตั้งห้าแสน ฉันจัดการให้ตอนนี้ไม่ได้หรอกค่ะ ต้องรอนายอนุมัติก่อน เดี๋ยวคุณมาแอบอ้างฉันก็ซวยสิ เอาไว้ฉันจะเรียนนายให้...แค่นี้นะ
คะ!”

ไม่ใช่แค่พิมพ์ลภัสที่งานเข้า ยศพลก็ต้องเผ่นจากโรงแรมจารวีเช่นเดียวกัน ก่อนรเมศจะจับได้และส่งเขาเข้าคุกฐานสมรู้ร่วมคิดเสียก่อน ไฮโซหนุ่มแทบผงะเมื่อเห็นราคาค่าห้อง แต่เพื่อเอาตัวรอดเลยยอมจ่ายแบบเสียไม่ได้และระหว่างที่จะขึ้นรถหนีไปสนามบินนั่นเอง พิมพ์ลภัสก็โผล่มาขวางพร้อมแววตาเอาเรื่อง

“ไอ้กิตติชัยมันไม่ยอมรับสายพิมพ์ หมายความว่าไง”

“ก็หมายความว่าเขารู้แล้วว่าคุณทำแผนพังน่ะสิ... ปล่อยพิมพ์!”

“ไม่! พอลจะหนีไปคนเดียว ทิ้งพิมพ์ไว้แบบนี้ไม่ได้นะ”

“มันเรื่องของคุณ เราสองคนไม่เกี่ยวกันแล้ว ทางใครทางมัน”

พูดจบก็กระโจนขึ้นรถ ทิ้งพิมพ์ลภัสให้เต้นผาง ด้วยความเดือดเนื้อร้อนใจตามลำพัง ก่อนจะต้องหน้า ซีดเผือดเมื่อเห็นว่ารเมศกับบวรทัตมายืนคอยเธออยู่นานแล้ว

รเมศถอนใจยาวเมื่อรู้เรื่องจากชุติมาว่านางแบบขาวีนไม่มีเงินจ่ายค่าห้อง ใจหนึ่งก็อยากเชื่อแต่วีรกรรมแสบสันสดๆร้อนๆของเธอก็ทำให้เชื่อไม่ลง พิมพ์ลภัสอยากทึ้งหัวตัวเองมากแต่ก็พยายามข่มใจขอความเห็นใจจากเขา

“ผมให้คุณมากเกินไปแล้วพิมพ์ ผมจริงใจกับคุณ ให้ความรู้สึกดีๆกับคุณ แต่สำหรับคุณ...ทุกอย่างที่ผ่านมามันก็แค่ละครฉากหนึ่ง รวมทั้งแผนที่แฟนเก่าคุณแกล้งตัดหน้ารถผมวันนั้นด้วย”

“เรื่องพอลฉันไม่รู้เรื่อง นายกิตติชัยส่งพอลมาช่วย แต่เขาไม่ได้บอกฉัน”

“รอบคอบดีนี่ แล้วไหนล่ะนายกิตติชัยของคุณ ทำไมถึงไม่โผล่หัวมาช่วยคุณล่ะ”

“เขาสัญญาว่าจะโอนเงินมาให้ฉัน แต่ฉันติดต่อเขาไม่ได้ ฉันขอค้างค่าโรงแรมไว้ก่อนได้ไหม หาเงินได้เมื่อไหร่จะเอามาใช้คืนคุณทันที ตอนนี้ฉันไม่มีเงินติดตัวจริงๆ”

“คนอย่างคุณน่ะเหรอไม่มีเงิน เล่นละครเก่งดีนี่พิมพ์”

“ฉันพูดความจริง ถ้าฉันมีเงิน ฉันคงไม่ต้องมาขอร้องคุณอย่างนี้”

รเมศไม่อยากเชื่อ บอกให้เธอโทร.หากิตติชัย แต่พิมพ์ลภัสก็ส่ายหน้า ข่มความอายสารภาพ

“โทรศัพท์ฉันโดนตัดไปตั้งนานแล้ว โทร.เข้าได้อย่างเดียว ฉันถึงต้องลงไปโทรศัพท์ข้างล่างให้คุณจับได้นั่นไง!”

ooooooo

กิตติชัยประสาทเสียมากที่ทุกอย่างไม่เป็นตามแผน พิมพ์ลภัสถูกจับได้ เท่ากับของก็ไม่ได้ แถมต้องเสียเงินหลายแสนว่าจ้างนางแบบขาวีนอีก ส่วนยศพลก็ต้องหนีออกจากเชียงรายแทบไม่ทันเพราะกลัวจะสาวถึงตัว

แต่ที่ทำให้กิตติชัยหัวเสียกว่า ก็เมื่อรเมศให้พิมพ์ลภัสใช้มือถือของบวรทัตโทร.มาหา

“ถ้าคุณวางสาย ชื่อคุณได้ขึ้นหน้าหนึ่งแน่ คุณบอกว่าจะโอนเงินให้ฉันอีกห้าแสน ทำไมถึงไม่โอน!”

“ผมบอกจะโอนให้ก็ต่อเมื่อคุณมีความคืบหน้า เป็นที่น่าพอใจ แล้วนี่อะไร เหลวทุกครั้ง”

“อย่ามาหน้าด้านใส่ฉันแบบนี้นะ มันทุเรศ!”

“ใครกันแน่ที่หน้าด้าน ทำงานพลาดแล้วยังมีหน้าโทร.มาขอเงินอีกเหรอ...ฝันไปเถอะ!”

“คุณช่วยพอลแล้วจะมาลอยแพฉันอย่างนี้ไม่ได้นะ”

กิตติชัยไม่สะทกสะท้าน ตั้งท่าจะวางสายเต็มที่ “ช่วยไม่ได้ ผู้หญิงงี่เง่าอย่างคุณเสือกโง่เอง เอาเป็นว่าต่อไปนี้ผมไม่รู้จักคุณ คุณทำอะไรลงไปไม่เกี่ยวกับผม แล้วไม่ต้องติดต่อมาอีก”

พิมพ์ลภัสเปิดเสียงในสายให้ได้ยินทั่วห้อง รเมศกับบวรทัต...แม้จะไม่ชอบใจที่ถูกหลอก แต่ก็อดเห็นใจนางแบบขาวีนไม่ได้ที่งานนี้กลายเป็นแพะรับบาปแบบไม่มีใครช่วยได้ และพิมพ์ลภัสก็รู้ดี แหวลั่นอย่างเหลืออด

“แกมันเลว เล่นละครเก่งทั้งผัวทั้งเมีย ก่อเรื่องหมาๆไว้แล้วสร้างเรื่องว่าเมียมีชู้ ถูกแบล็กเมล ไอ้หน้าตัวเมีย!”

“นี่คุณเห็นคลิปนั่นแล้วเหรอ”

“เห็นเต็มสองตา ได้ยินเต็มสองหูของฉันเลยล่ะ แกมันน่าขยะแขยง น่าสมเพชที่สุด...แล้วรู้ไว้ซะว่าตอนนี้ฉันโทร.มาจากห้องคุณรเมศ เขาอัดเสียงที่แกคุยกับฉันไว้หมดแล้ว เป็นไง...สะใจดีไหมล่ะ ฉันพัง...แกก็พังเหมือนกัน!”

พิมพ์ลภัสโกรธจนตัวสั่น รเมศเห็นแล้วว่าเธอคงไม่ได้เงินเลยดึงมือถือมาพูดเอง

“สวัสดีครับคุณกิตติชัย...ขอบคุณนะครับที่ส่งคนฝีมือดีถึงสองคนมาคอยดูแลผมอย่างใกล้ชิด แต่เสียดายที่ผมคงส่งคนของคุณกลับไปไม่ได้ เพราะต้องส่งไปอยู่ในคุกแทน”

คำว่าคุกของเขาทำให้พิมพ์ลภัสหน้าเสีย ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อรเมศประกาศกร้าวทิ้งท้าย

“ถ้าไม่อยากตามไปให้ลูกน้องรับใช้ต่อในคุกก็อย่าเล่นสกปรกอย่างนี้อีก ไม่งั้นคลิปที่ผมมีจะถูกส่งถึงมือตำรวจและท่านที่คุณอ้างถึงแน่ อ้อ...แล้วผมก็พอจะมีเพื่อนเป็นนักข่าวอยู่บ้าง เขาคงสนใจข่าวนักธุรกิจใหญ่อย่างคุณไม่น้อย ถ้าไม่อยากเดือดร้อน...หวังว่าคุณจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีนะครับ”

รเมศจะวางสาย พิมพ์ลภัสรีบขอให้เขาทวงเงินกิตติชัย แต่เขากลับดับหวังเธอเสียงเรียบ

“เขาฝากบอกว่าเขาไม่รับรู้อะไรเกี่ยวกับตัวคุณทั้งนั้น เขาตัดหางปล่อยวัดคุณแล้วล่ะพิมพ์!”

ooooooo

กิตติชัยวางสายไปนานแล้ว ทิ้งพิมพ์ลภัสให้มืดแปดด้าน ไม่รู้จะจัดการปัญหาเช่นไร ยิ่งรเมศขู่จะจับเข้าคุก ยิ่งใจไม่ดี กลัวเขาจะทำจริง รเมศมองมาด้วยแววตาเย็นชา ก่อนจะพาเธอไปคุยในห้องทำงาน

“คุณคงไม่คิดจะส่งฉันเข้าคุกจริงๆใช่ไหม”

“ก็คงไม่...ถ้าคุณหาเงินมาจ่ายค่าโรงแรมได้ครบ”

“ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่มีเงิน ขนาดเงินโทรศัพท์ฉันยังไม่มีเลย คุณรอหน่อยได้ไหม ฉันจะกลับไปหางานทำที่กรุงเทพฯ ระดับฉันรับงานแค่ไม่กี่จ๊อบก็ใช้หนี้คุณหมดแล้ว”

“พูดตามตรง...ผมคงไว้ใจคนอย่างคุณไม่ลงแล้วล่ะพิมพ์”

“งั้นฉันจะเอาเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าของฉันไปขายเอาเงินมาใช้หนี้ให้คุณก็ได้”

บวรทัตเห็นดีด้วย ข้าวของดีมียี่ห้อของพิมพ์ลภัสคงขายได้ราคาพอใช้หนี้แน่ แต่รเมศกลับไม่ยินยอม

“โรงแรมผมไม่ใช่ตลาดนัดจะได้มาเร่ขายของ ถ้าคุณทำอย่างนั้น ผมให้ รปภ.จับคุณส่งตำรวจแน่ โทษฐานทำให้โรงแรมผมกลายเป็นโรงแรมเกรดต่ำในสายตาลูกค้า”

“ไอ้โน่นก็ไม่ดี ไอ้นี่ก็ไม่ได้ แล้วจะเอายังไง!”

รเมศหน้านิ่ง จำได้ว่าเธอรักเข็มกลัดหงส์มาก เลยเสนอให้เธอขายมันใช้หนีี้

“ไม่มีวัน! ให้ขายเข็มกลัดหงส์นี่...สู้ให้ฉันทำงานจนหลังหักดีกว่า”

“ดูเหมือนคุณจะหาทางออกให้ตัวเองได้แล้วนี่”

“หมายความว่าคุณจะให้ฉันทำงานใช้หนี้เหรอ”

“หรือถ้าคุณหาเงินมาใช้หนี้ได้ตอนนี้ ผมก็ยินดีจะปล่อยคุณไป”

พูดจบก็หยิบมือถือตัวเองให้เธอโทร.หามาธวีเพื่อขอยืมเงิน แต่พิมพ์ลภัสก็ปฏิเสธทันที

“งั้นคุณต้องเลือกแล้วล่ะว่าจะทำงานใช้หนี้ที่นี่หรือว่าจะไปใช้หนี้ในคุก!”

ระหว่างที่พิมพ์ลภัสต้องชดใช้ความผิดตัวเองด้วยการทำงานในโรงแรมจารวี มาธวีก็หาข้อมูลของเธอจากอรอุษาในงานแฟชั่นโชว์การกุศล อรอุษาได้ยินชื่อพิมพ์ลภัสก็ร้อนตัวแต่พยายามเก็บอาการ

“ตั้งแต่คุณตรัยเสีย วีติดต่อพิมพ์ไม่ได้เลย วีเป็นห่วงเขามาก วีเพิ่งทราบมาว่าพิมพ์ลภัสย้ายไปพักอยู่คอนโด ของคุณกิตติชัย วีเลยอยากจะถามคุณอรอุษาเรื่องพิมพ์”

“ขอโทษนะคะที่ช่วยคุณไม่ได้ ฉันไม่เคยเจอคุณพิมพ์ด้วยซ้ำ”

“เหรอคะ แต่คนของวีบอกว่าเคยเห็นพิมพ์มีท่าทีสนิทสนมกับคุณกิตติชัยสามีคุณ คิดว่าคุณจะรู้จักกันดีซะอีก”

สีหน้าเหมือนเย้ยหยันของมาธวีทำให้อรอุษาใจไม่ดี กลัวแผนสามีจะถูกแฉ เลยแกล้งเล่นละครกลับ

“ถึงขั้นนี้...ฉันยอมรับค่ะว่าพิมพ์ลภัสรู้จักคุณกิตติชัยจริง แรกๆฉันก็ไม่คิดอะไร แต่พอตอนหลังฉันถึงจับได้ว่าแม่นั่นอ่อยคุณกิตติชัย เราทะเลาะกันแรงเลยค่ะ แต่สุดท้ายคุณกิตติชัยก็เลือกฉันค่ะ เขาบอกว่าฉันเป็นที่หนึ่งในใจเขา ฉันทั้งสวยทั้งเพียบพร้อมขนาดนี้ เขาไม่น่าหน้ามืดตามัวไปหลงเสน่ห์ยายพิมพ์ลภัสเลยค่ะ”

มาธวีทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ อรอุษาเลยแสร้งทำหน้าตึงเหมือนไม่ชอบใจเพื่อกลบเกลื่อนความกังวลใจ

“คุณไม่เชื่อที่ฉันเล่าเหรอคะ”

“คือวีหมายความว่าไม่นึกเลยนะคะว่าพิมพ์จะยังไม่เลิกนิสัยแบบนี้ ว่าแต่ตอนนี้พิมพ์ยังพักที่นั่นรึเปล่าคะ”

“ไม่ทราบค่ะ ฉันไม่อยากรับรู้อะไรของแม่นี่แล้ว แค่คุณกิตติชัยรับปากจะให้เขาย้ายออก ฉันก็พอใจ แล้วค่ะ!”

ooooooo

เพราะอรอุษาเฉไฉเพื่อปกปิดความลับของ สามี ความลับเรื่องพิมพ์ลภัสหายตัวไปเลยยังเป็นความลับ มาธวีเจ็บใจมากที่หมดหนทางซ้ำเติมอดีตลูกเลี้ยง แต่ความทุกข์นั้นคงไม่เท่าของพิมพ์ลภัสที่อับจนหนทางตบอับจากนางแบบสาวชื่อดังคับฟ้าเมืองไทยกลายเป็นพนักงานโรงแรม!

หลังรับคำท้าของรเมศจะทำงานใช้หนี้ นงนุชหัวหน้าฝ่ายบุคคลของโรงแรมจารวีก็ถูกรเมศเรียกตัวไปมอบหมายให้หาตำแหน่งงานที่เหมาะสมให้พิมพ์ลภัส

แต่ที่นางแบบขาวีนไม่รู้ คือรเมศให้นงนุชส่งพิมพ์ลภัสไปฝึกงานใช้แรงงานที่ทั้งกดดันและต้องใช้ความอดทนสูง พิมพ์ลภัสประสาทเสียมากที่ถูกส่งตัวไปฝึกงานในฝ่ายต่างๆ ซึ่งเธอไม่เคยคิดว่าจะหนักหนาสาหัสขนาดนี้ และเมื่อความอดทนสิ้นสุดก็ระเบิดอารมณ์กับนงนุช

“นี่! เป็นถึงผู้จัดการฝ่ายบุคคลมีปัญญาคิดได้ แค่นี้เหรอ จะให้ฉันไปเป็นเมด ล้างจาน ซักรีด ล้างส้วมเนี่ยนะ!”

“ถ้าอยากจะรู้ว่าใช้อะไรคิด คงต้องไปถามคุณรเมศแล้วล่ะ เพราะนี่เป็นคำสั่งคุณรเมศ”

พิมพ์ลภัสอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะผลุนผลันไปโวยวายกับรเมศถึงห้องทำงาน

“งานแบบนั้นแล้วทำไม คุณก็มีมือมีเท้า ทำไมจะทำไม่ได้”

“ฉันไม่เคยทำงานพวกนั้น และฉันจะไม่มีวันทำเด็ดขาด!”

“คุณไม่เคยก็หัดทำซะสิ”

“แต่ฉันมั่นใจว่าฉันมีคุณสมบัติดีพอจะทำงานอื่นที่ดีกว่านั้นได้อีกเยอะ”

แหวจบก็ร่ายคุณสมบัติตัวเองสารพัด ทั้งเดินแบบ ถ่ายโฆษณา ภาษาอังกฤษที่ใช้ได้ดี และงานบริการด้านอื่นๆที่ไม่ต้องรองมือรองเท้าใคร แต่รเมศก็ไม่สน ตอกแบบไม่ไว้หน้า

“จริงสิ...ผมลืมไปว่าคุณตีสองหน้าเก่ง งานสร้างภาพแบบนั้นคุณคงถนัดมากกว่า...ผมรู้ว่างานใช้แรงงานแบบนั้นมันเป็นงานหนัก สู้งานเดินแบบหรือหลอกลวงผู้ชายอย่างที่คุณถนัดไม่ได้ แต่เสียใจด้วย...ที่โรงแรมผมตอนนี้ก็มีแต่งานสุจริตพวกนี้เท่านั้นที่พร้อมให้คุณทำ ถ้าจะมาทำงานหลอกแขกกระเป๋าหนักอย่างที่คุณเคยๆคงไม่มีให้ทำ”

พิมพ์ลภัสหน้าชา ทั้งเจ็บทั้งอาย “คุณทำแบบนี้ทำไม คุณจงใจแกล้งฉัน คุณจงใจจะเหยียบศักดิ์ศรีฉันให้จมดิน คุณด่าว่าฉันหลอกลวง ขี้ขโมย จิตใจคุณมันก็โหดเหี้ยมไม่ต่างจากคนหลอกลวงคนขี้ขโมยอย่างฉันเหมือนกัน!”

รเมศเจ็บปวดแต่พยายามตีหน้านิ่ง เอ่ยเสียงเรียบ “ไม่ใช่ผมแต่เป็นคุณ...คุณเองต่างหากที่ทำลายศักดิ์ศรีของตัวเอง ตามใจ...ถ้าคุณไม่ทำงานใช้หนี้โรงแรม คุณก็ไปใช้หนี้ในคุกแทนแล้วกัน!”

พิมพ์ลภัสเจ็บจี๊ดแต่ไม่มีทางเลือก ต้องยอมเซ็นสัญญาทำงานใช้หนี้เกือบสามแสน รเมศมองมาด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะรวบรวมหลักฐานทุกอย่างของเธอ รวมทั้งสัญญาใส่ตู้เซฟในห้องทำงาน

“ผมจะเก็บเอกสารทุกอย่างไว้ในนี้ แต่อย่าคิดว่าคุณจะเข้ามาขโมยได้ง่ายๆ เพราะถ้าคุณจำเป็นต้อง

เข้ามาในห้องนี้ คนของผมจะคอยจับตาดูคุณไม่คลาดสายตา”

“คุณไม่ต้องห่วง ถ้าไม่จำเป็นฉันจะไม่มาเหยียบห้องนี้อีก นอกจากวันที่ฉันจะได้เป็นอิสระและไปจากที่นี่เท่านั้น”

“ดี...จำคำพูดของคุณไว้ให้ดีนะพิมพ์”

ooooooo

แม้จะเซ็นสัญญาเรียบร้อย แต่พิมพ์ลภัสก็เลือกไม่ได้ว่าจะทำงานไหน รเมศไม่เร่งรัดแต่มอบหมายให้นงนุชดูแลความเรียบร้อยแทน เส้นทางนางแบบของพิมพ์ลภัสเลยจบลงพร้อมกับบทเรียนใหม่ที่จะทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล...

และบทเรียนแรกที่พิมพ์ลภัสต้องเรียนรู้คือสถานภาพที่เปลี่ยนไปกับปฏิกิริยาของคนรอบข้าง โดยเฉพาะชุติมาประกาศตัวเป็นศัตรูของเธอทันทีที่

รู้ว่านางแบบขาวีนจะมาเป็นพนักงานโรงแรมเพื่อใช้หนี้

พิมพ์ลภัสอับอายมากแต่ยังทำหยิ่ง ชี้นิ้วสั่งหล้าให้ยกกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปห้องพัก ชุติมารั้งไว้เลยมีเรื่องกับพิมพ์ลภัส นงนุชเลยต้องห้ามศึกสองสาวก่อนจะลุกลามถึงหูรเมศ

“เมื่อก่อนเธออาจจะชี้นิ้วสั่งใครที่นี่ก็ได้เพราะเธอเป็นแขก แต่ตอนนี้เธอเป็นพนักงานเท่ากับคนอื่น ฉะนั้น...เธอไม่มีสิทธิ์ชี้นิ้วสั่งใครอีก...ยกกระเป๋าตามฉันมา”

พิมพ์ลภัสไม่เคยคิดว่ากระเป๋าที่ตัวเองให้ใครต่อใครยกจะหนักขนาดนี้ นางแบบดังที่กำลังจะเป็นอดีตทั้งแบกทั้งลากกระเป๋ามาถึงห้องพักอย่างทุลักทุเล แล้วก็ต้องเจอปัญหาอีกจนได้เมื่อเห็นหน้าเพื่อนร่วมห้องพัก!

กานดานั่นเองที่โชคหล่นทับกลายเป็นเพื่อนสาวร่วมห้องอดีตนางแบบดังโดยไม่รู้ตัว แต่ไม่ทันได้โวย พิมพ์ลภัสก็ตัดหน้า ร้องขอเปลี่ยนห้องเพราะไม่ชอบใจ

“ไม่ไหวอะ ห้องเล็กยังกะรังหนู ฉันไม่ชอบ ฉันต้องการเปลี่ยนห้อง!”

“เปลี่ยนไม่ได้ ห้องอื่นเต็มหมดแล้ว ชอบหรือไม่ชอบเธอก็ต้องอยู่ห้องนี้!”

วิมลแม่บ้านหอพักจอมโหดเอ็ดตอบก่อนจะส่ายหน้าหนักใจเมื่อกานดาประกาศกร้าวจะไม่ยอมอยู่ร่วมห้องกับพิมพ์ลภัส อดีตนางแบบโมโหมาก แหวกลับเสียงเขียว

“แล้วนึกว่าฉันอยากอยู่กับเธอเหรอ...ถ้าเขาไม่เต็มใจ ฉันก็ยินดีจะอยู่ห้องเดี่ยว”

“ห้องเดี่ยวมีที่ไหนกันยะ ถ้าไม่อยู่ที่นี่ ไปเช่าข้างนอกเองก็คงเดือนละสี่ห้าพันล่ะมั้ง รวมค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์อีกก็สักหกเจ็ดพัน จ่ายสด มัดจำล่วงหน้าอีกสองเดือน...โอป่ะล่ะ”

ข้อมูลจากวิมลทำให้พิมพ์ลภัสยอมสงบ แม่บ้านหอพักเลยหันไปกล่อมกานดาบ้าง

“กานดา...คุณรเมศใจดีให้เธอพักห้องนี้คนเดียวแต่จ่ายแค่ครึ่งราคาตั้งหลายเดือนแล้ว ตอนนี้มีคนที่จำเป็นต้องมาอยู่ด้วย เธอคงจะไม่คิดเอาเปรียบโรงแรม เอาเปรียบคนอื่นใช่ไหม”

“คุณแม่บ้านเล่นพูดซะขนาดนี้ ไม่ยอมก็หมาสิคะ”

พิมพ์ลภัสสะใจมาก ก่อนจะเซ็งสุดขีดเมื่อวิมลยื่นกุญแจห้องให้พร้อมแจกแจงกฎระเบียบของหอพักและค่าใช้จ่ายของพนักงาน ทั้งค่ากิน ค่าเช่าหอพัก ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าซักรีด ที่ต้องหักออกจากค่าแรง

“อะไรกัน...ไม่ได้กินฟรีทุกมื้อเหรอ นั่นก็หัก นี่ก็จ่าย โรงแรมออกใหญ่โต สวัสดิการไม่มีรึไง”

วิมลอยากจะเป็นบ้า แต่ก็ยอมอธิบายแกมแขวะตัดรำคาญ “สวัสดิการน่ะมี แต่คนเป็นร้อยจะให้จ่ายหมดได้ยังไง ถ้าเธออยากอยู่คนเดียว พักฟรีกินฟรีล่ะก็ ไปอยู่ในคุกสิจ๊ะ รับรองได้ฟรีสมใจแน่!”

ooooooo

บทเรียนต่อมาของพิมพ์ลภัสก็คือความเป็นอยู่แบบใหม่ในสถานะพนักงานคนหนึ่ง ห้องพักเท่าแมวดิ้นตายก็ว่าแย่แล้วสำหรับอดีตนางแบบ แต่อาหารพื้นๆในห้องอาหารและห้องน้ำรวมทำให้เธอแทบคลั่ง

แต่กระนั้น...พิมพ์ลภัสก็ไม่ปรับตัว ขนข้าวของเครื่องประทินผิวราคาแพงไปอาบน้ำด้วย ก่อนจะออกมาอย่างทุลักทุเลเพราะต้องอาบไปเก็บของไปตลอดเวลา แถมเมื่อกลับถึงห้องพัก...กระเป๋าใบใหญ่ของเธอก็ถูกกานดาลากไปเก็บแบบไม่ทะนุถนอม อดีตนางแบบถึงกับปรี๊ดแตก

“อ๊าย...กระเป๋าฉัน รองเท้าฉัน เธอไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องของของฉัน เกิดหายไปใครจะรับผิดชอบ”

“ก็ใครใช้ให้ทิ้งของเกลื่อนไว้งี้ล่ะ มารยาทน่ะมีไหม ฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนกลัวของหาย!”

“น้ำหน้าอย่างเธอมีอะไรให้ขโมย”

“มันไม่ได้อยู่ที่น้ำหน้า แต่มันอยู่ที่สันดาน คนอย่างเธอมันหน้าสวยแต่ใจคด สันดานไม่ซื่อ ไว้ใจไม่ได้!”

“ไม่ซื่อตรงไหน”

“ก็ถ้าซื่อสัตย์จริงจะต้องมาทำงานใช้หนี้อย่างนี้เหรอ”

พิมพ์ลภัสหน้าซีด ถามเสียงเบาว่าเพื่อนสาวร่วมห้องรู้อะไรมาบ้าง

กานดาได้ที เยาะแบบไม่ไว้หน้า “คุณรเมศไม่ได้บอก แต่คนเขารู้กันไปทั่วโรงแรมแล้วว่าเธออ่อยคุณรเมศไม่สำเร็จ ถึงต้องมาทำงานใช้หนี้ เชอะ...ทำตัววิเศษเลิศเลอ ที่แท้ก็มาไล่จับผู้ชาย!”

“ฉันไม่เคยไล่จับผู้ชาย!”

“แล้วที่แต่งตัวโป๊ไปนอนที่สระว่ายน้ำ หลอกให้เขาจ่ายเงินให้ฟรีๆ ไม่ใช่อ่อยแล้วเรียกอะไร”

“เธอ! ยายปากเน่า จิตใจสกปรก ถอนคำพูดเลยนะ ฉันไม่ได้อ่อย”

“ว่าฉันปากเน่า จิตใจสกปรก แล้วเธอมันดีกว่าฉันตรงไหน นางแบบไฮโซถังแตก ไม่มีเงินก็วิ่งขายตัวกับผู้ชายรวยๆ ถึงฉันจะจน ไม่สวย ไม่ดังเหมือนเธอ แต่ก็รักตัวเอง ไม่เคยสิ้นคิด!”

สองสาวคงจะทะเลาะตบตีกันพังไปข้างแล้ว ถ้าวิมลแม่บ้านหอพักกับบรรดาเพื่อนข้างห้องจะไม่โผล่มาขัดจังหวะก่อน พิมพ์ลภัสไม่รอช้าฟ้องว่ากานดาเริ่มก่อน กานดาเลยจะเอาเรื่อง โชคดีที่วิมลตัดสินใจไม่ลงโทษสองสาวเพราะเห็นว่าพิมพ์ลภัสเพิ่งมาใหม่และกานดาก็ต้องการเวลาปรับตัว

แต่สองสาวร่วมห้องก็มีเรื่องกันอีกจนได้ เมื่อพิมพ์ลภัสร้อนจนอารมณ์เสีย ควักขวดน้ำหอมมาฉีดจนฟุ้งห้อง กานดาตื่นมาได้กลิ่นก็อาเจียนจนเป็นลม ร้อนถึงวิมลต้องมาช่วยไกล่เกลี่ย

ชุติมากับจินตนาได้ยินเสียงเอะอะก็แวะมาดู ทันได้ยินวิมลเอ็ดสองสาวคู่กรณีเสียงเข้ม

“กานดา...เธอเป็นพนักงานเก่าแทนที่จะช่วยแนะนำพนักงานใหม่กลับชวนกันทะเลาะ ส่วนเธอพิมพ์ลภัส...ฉันขอเตือนนะว่าที่นี่ไม่ต้อนรับคนชอบสร้างปัญหา ต่อไปนี้ไม่ว่าใครเริ่มก่อน ฉันจะแจ้งฝ่ายบุคคลให้หักเงินเดือนทั้งคู่!”

กานดาแค้นใจมาก จะค้านแต่ก็ถูกสายตาดุๆของวิมลปรามเลยยอมสงบ ต่างจากพิมพ์ลภัสที่ไม่หยุดโวยวาย

“กฎบ้ากฎบออะไร ไม่เห็นยุติธรรมเลย”

“กฎทุกกฎตั้งขึ้นเพื่อความเรียบร้อยและมาตรฐานของโรงแรม ตอนนี้เธอไม่ใช่แขกแต่เป็นแค่พนักงานคนหนึ่ง พนักงานที่ต้องปฏิบัติตามกฎโรงแรมอย่างเคร่งครัด ถ้าเธอไม่พอใจอะไรคงต้องไปถามคุณรเมศเอาเองแล้วล่ะ!”

ooooooo

ชื่อรเมศทำให้พิมพ์ลภัสหัวใจกระตุก เจ็บแปลบที่อกอย่างบอกไม่ถูกที่เรื่องทั้งหมด โดยเฉพาะความรู้สึกของเขากับเธอต้องพังไม่เป็นท่าเพราะวีรกรรมของเธอ และดอกไฮเดรนเยียที่เขาเคยให้เธอเมื่อวันก่อน ที่ซุกซ่อนในกระเป๋าใบใหญ่ก็ทำให้เธอนอนไม่หลับ ต้องหยิบมันไปโยนทิ้ง!

บวรทัตที่ถูกรเมศส่งมาสังเกตการณ์เรื่องพิมพ์ลภัสผ่านมาเห็นโดยบังเอิญเลยแอบเก็บไว้ แต่ไม่ทันได้มอบให้เจ้านายหนุ่ม วิมลก็มาบ่นเรื่องพิมพ์ลภัสสมาชิกหอพักคนใหม่เสียก่อน ว่าทั้งเรื่องมากและสร้างปัญหาไม่หยุด

แต่ที่วิมลไม่รู้คือพิมพ์ลภัสกำลังทรมานใจ ทั้งเสียหน้า เสียศักดิ์ศรีและเสียความรู้สึกดีๆจนต้องนอนร้องไห้ตลอดคืน กานดาเกือบลุกไปเอาเรื่องแล้วเพราะอดีตนางแบบเพื่อนร่วมห้องตัวปัญหาส่งเสียงไม่หยุด แต่เมื่อได้ยินว่าเป็นเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น เลยยอมยกประโยชน์ให้จำเลย เว้นโทษให้สักวัน!

ขณะที่พิมพ์ลภัสนอนร้องไห้ รเมศก็ต้องยืนอึ้งเมื่อเห็นดอกไฮเดรนเยียในมือบวรทัต

“ดอกไม้ที่คุณพิมพ์เก็บไว้ครับ เพิ่งจะทิ้งก็...เมื่อกี้นี้”

รเมศจำได้ดีว่ามันคือดอกไฮเดรนเยียที่เขามอบให้อดีตนางแบบเมื่อวันก่อน สะเทือนใจมากแต่ยังตีหน้านิ่ง

“ดอกไม้ที่ถูกทิ้งไปแล้ว คุณจะเก็บมันมาอีกทำไม”

“ก็ใช่ครับ...แต่ใจความสำคัญมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น มันสำคัญตรงที่อย่างน้อยตอนที่เธอตัดสินใจจะไปจากที่นี่ เธอตั้งใจจะเก็บดอกไม้ที่คุณให้กลับไปกับเธอด้วย แปลว่าอะไร คุณเมศคงรู้ใช่ไหมครับ...”

ดอกไฮเดรนเยียถูกรเมศโยนทิ้งขยะหลังจากนั้น พร้อมกับความรู้สึกดีๆที่เขาเคยมีให้พิมพ์ลภัส และเช้าวันต่อมา เขาก็เริ่มบทบาทเจ้านายใจยักษ์ด้วยการเรียกอดีตนางแบบมาคาดคั้นเรื่องตำแหน่งงานในโรงแรม

พิมพ์ลภัสที่เพิ่งหัวเสียจากการทะเลาะกับกานดา แต่เช้าเพราะหาเข็มกลัดเพชรไม่เจอ และยิ่งหงุดหงิดกว่าเดิมเมื่อถูกรเมศค่อนแคะและแดกดันเรื่องงาน

“ถ้าคุณยังตัดสินใจไม่ได้ งั้นผมเลือกให้แล้วกัน... พนักงานล้างจานเป็นไง”

“ก็ได้...แต่บอกไว้ก่อนว่าคุณอาจจะต้องเสียค่าจานแต่ละวันหนักหน่อยนะ”

“งั้นก็พนักงานซักรีด”

“ก็โอเค...ฉันจะพยายามไม่ฝากรูไว้บนเสื้อลูกค้าคุณอย่างสุดความสามารถเลย”

“งั้นก็พนักงานล้างห้องน้ำ”

“ก็พอไหว ยังไงฉันจะพยายามระวังไม่ให้ลูกค้าคุณลื่นล้มหัวฟาดพื้นก็แล้วกัน”

“สรุปว่าไม่ว่าจะทำอะไร คุณก็ไม่ได้เรื่องสักอย่างสินะ”

บวรทัตกลัวสองหนุ่มสาวจะเถียงกันไปใหญ่เลยเสนอให้อดีตนางแบบทำงานเสิร์ฟในห้องอาหารจารวี พัชรีหัวหน้าพนักงานในห้องอาหารถึงกับพูดไม่ออก แต่คงไม่เท่านงนุชหัวหน้าฝ่ายบุคคลที่ต้องรับมือความเรื่องมากและความเอาแต่ใจของพิมพ์ลภัสอีกรอบ หลังจากแจกแจงเรื่องหน้าที่และงานเสิร์ฟคร่าวๆแล้ว

“อะไรกัน ต้องทำงานตั้งเก้าชั่วโมง ผิดกฎหมายแรงงานรึเปล่า”

“จะทำหรือจะให้ฉันโทร.ไปบอกคุณรเมศว่าเธอจะใช้หนี้ด้วยวิธีอื่น”

“ฉันก็แค่อยากรู้ ทำงานหนักขนาดนี้ หวังว่าค่าแรงจะสมเหตุสมผลนะ”

“เงินเดือนเริ่มที่เก้าพัน นอกนั้นก็อาจจะได้จากทิปหรือเซอร์วิสชาร์จเพิ่ม”

“เก้าพัน! หักค่าห้อง ค่าอาหารอีก แล้วฉันต้องทำงานไปอีกกี่ชาติถึงจะใช้หนี้หมดเนี่ย”

“มันก็ขึ้นอยู่กับตัวเธอ พนักงานคนอื่นๆ เงินเดือนเท่านี้ยังพอส่งให้พ่อแม่ด้วยซ้ำไป...”

ooooooo

จบเรื่องตำแหน่งงานและเงินเดือน พิมพ์ลภัสก็ต้องเซ็งเรื่องชุดฟอร์มพนักงานเสิร์ฟที่เป็นชุดไทย สภาพกลางเก่ากลางใหม่ นงนุชไม่อินังขังขอบท่าทางรังเกียจของอดีตนางแบบ ส่งป้ายชื่อให้และสั่งเสียงเรียบให้ไปลองใส่

“ไม่มีของใหม่เหรอ ฉันไม่ชอบใส่ของมือสอง”

“อย่ามาเยอะ โรงแรมมีให้ใส่ฟรีก็บุญโขแล้ว ถ้าอยากได้ของใหม่ไว้ใช้ส่วนตัวก็ต้องตัดเอง มีเงินไหมล่ะ”

พิมพ์ลภัสหน้างอเมื่อถูกแขวะเรื่องเงิน นงนุชเลยเร่งให้ไปเปลี่ยนชุด

“ลองไปใส่ดูซะ แล้วก็ติดป้ายชื่อนั่นตรงหน้าอกด้านซ้ายด้วย”

“ฉันไม่ชอบใส่ชุดพื้นเมือง ทั้งเชยทั้งแก่ แล้วไม่มีดีกว่านี้แล้วเหรอ นี่เก่าอย่างกับผ้าขี้ริ้ว”

“ไม่ใส่ก็แก้ผ้าไปทำงาน หรือไม่ก็รอไปใส่ชุดฟอร์มลายทางในคุกแทน จะเอาแบบนั้นไหม”

คำว่าคุกทำให้พิมพ์ลภัสยอมไปเปลี่ยนชุดแต่โดยดี แต่ก็ไม่วายติดเข็มกลัดหงส์ตามสไตล์คนชอบความหวือหวา แต่ยังไม่ทันได้ออกไปให้นงนุชและพัชรีดู ก็เจอกับชุติมา จินตนาและพนักงานคนอื่นเสียก่อน

“ไอ้เราก็นึกว่ารวย ที่แท้ก็พวกหนูพยายามตกถังข้าวสาร” ชุติมาเปิดฉากแขวะ

“เสียดาย...หน้าตาออกจะดีแถมยังมีชื่อเสียง ไม่น่าสิ้นคิดแบบนี้เลย” พนักงานสาวคนหนึ่งสำทับ

“เขาถึงว่าสมัยนี้ดูคนแต่หน้าตาไม่ได้ไง สิบแปด มงกุฎในคราบไฮโซมันเยอะ แต่ก็อย่างว่า...สบายมาทั้งชีวิต พอพ่อตายเข้าหน่อย ไปไม่เป็นเลย มีลูกแบบนี้เขาอาจจะอยากตายมาตั้งนานแล้วก็ได้”

จินตนาพาดพิงถึงตรัยอย่างมันปาก พิมพ์ลภัสที่พยายามสกัดกั้นอารมณ์ทนไม่ไหว ตั้งท่าจะตบ กานดาผ่านมาได้ยินพอดี ถลาไปห้าม กลัวจะมีเรื่องแล้วถูกตัดเงินเดือนกันหมด

“ปล่อยฉัน! นังพวกนี้มันด่าพ่อฉัน ฉันจะตบมัน!”

“เข้ามาสิ คิดว่าพวกฉันสู้นางแบบตกกระป๋องอย่างเธอไม่ได้เหรอ ลืมไปหรือเปล่าว่าเธอไม่มีคุณเมศคุ้มกะลาหัวแล้ว แล้วที่พวกฉันด่าเนี่ย ด่าเธอต่างหาก ไม่ได้ด่าพ่อเธอ นิสัยแบบนี้ไงถึงโดนแบนทั้งวงการ”

ชุติมากับจินตนาท้าเสียงหยัน พิมพ์ลภัสยิ่งเดือดจะกระโจนหา กานดาเลยประกาศกร้าว

“พอ! ด่าเสร็จแล้วก็แยกย้ายไปทำงานได้แล้ว! เธออู้มาแบบนี้ระวังคุณเมศเดินตรวจโรงแรมนะชุ เธอก็เหมือนกันจิน ยังไม่ออกกะนะ อยากโดนคุณพัชรีด่าหรือไง”

“ช่างหัวคุณพัชรีสิ! ปล่อยฉัน! ฉันจะตบปากมันจนกว่ามันจะยอมขอโทษ!”

พิมพ์ลภัสยังรั้น จินตนากับชุติมาก็ยั่วประสาทเต็มที่ กานดาเลยขู่เสียงเข้ม

“ถ้ายังไม่ไป ฉันจะรายงานคุณพัชรีว่าพวกเธอมีเรื่องกัน จะเอาอย่างนั้นไหม”

จินตนากับชุติมายอมผละไปแบบเสียไม่ได้ พิมพ์ลภัสจะตามเลยถูกกานดาปรามเสียงดุ

“นี่...หยุดทำอะไรสิ้นคิดได้แล้ว ทำอะไรไม่เจียมตัว หัวเดียวกระเทียมลีบยังจะไปสู้เขาอีก”

พิมพ์ลภัสสะบัดตัวออกอย่างหัวเสีย เรียกร้องให้อีกฝ่ายช่วยแต่กานดาก็ไม่สนใจ เร่งให้แต่งตัวทำผมและลากไปเจอพัชรี หัวหน้าพนักงานของห้องอาหารจารวีมองอดีตนางแบบในชุดฟอร์มด้วยแววตาเฉยชา ก่อนจะสะดุดที่เข็มกลัดเพชรรูปหงส์ พิมพ์ลภัสยืนกรานจะไม่ถอด พัชรีรำคาญเลยรับปากจะไปคุยกับรเมศให้

ooooooo

กานดามาส่งพิมพ์ลภัสตามคำสั่งแล้วทำท่าจะผละไป แต่ก็ต้องหน้าถอดสีเมื่อจู่ๆพัชรีก็ออกคำสั่งให้เธอเปลี่ยนกะทำงานจากเวลาเช้ามาเป็นบ่ายเพื่อสอนงานพิมพ์ลภัส!

พัชรีปวดหัวมากเมื่อเห็นกานดาโวยวายไม่อยากทำ และพิมพ์ลภัสก็เวิ่นเว้อเพราะไม่รู้ตัวว่าเรื่องเยอะขนาดไหน เลยตัดสินใจยื่นคำขาดให้สองสาวต้องรับคำสั่ง

“ฉันให้พวกเธอมาทำงานกะเดียวกันเพราะจะได้คอยช่วยเหลือกัน ไม่ใช่มาทะเลาะกันแบบนี้...กานดา เธอเป็นพนักงานที่เก่ง คล่องแคล่ว ขยันขันแข็ง เธอมีประวัติดีมาตลอด ฉันถึงไว้ใจให้เธอคอยช่วยสอนงานพิมพ์ลภัส”

“หนูคงได้มีประวัติเสียติดตัวตั้งแต่นี้ไปแน่ๆ คุณเกลียด อะไรหนูหรือเปล่าคะ ถึงอยากให้หนูถูกไล่ออกขนาดนี้”

“เหลวไหลน่า พนักงานเก่งๆอย่างเธอ ฉันจะอยากไล่ออกทำไม แค่อยากให้ช่วยฉันสอนงานพิมพ์ลภัสเท่านั้น”

พิมพ์ลภัสได้ที โอ่ว่าเป็นพวกเรียนรู้เร็ว คงไม่ต้องพึ่งกานดามาก แต่พัชรีก็เบรกหัวทิ่ม

“อย่าปากดีไปพิมพ์ลภัส งานบริการไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอคิด ขอเตือนว่าอย่าสร้างปัญหา ถ้าอยากหมดหนี้เร็วๆก็ตั้งใจทำงาน เชื่อฟังที่ฉันสอน เรียนรู้จากกานดาและคนอื่นให้มากๆ ถ้าเธอก่อเรื่อง ฉันจะหักเงินเดือนเป็นการลงโทษ”

“เอะอะก็ขู่หักเงิน เงินเดือนฉันยังมีเหลือให้หักเหรอไง อยากจะรู้จริงว่าถ้าไม่มีให้หักแล้วจะขู่อะไรอีก”

พัชรีเหนื่อยใจมากเลยตัดบทเสียงเรียบ “ถ้าหักจนไม่เหลือ เตือนแล้วไม่เชื่อฟังก็ไล่ออก แต่ถ้าเป็นกรณีที่ไล่ออกไม่ได้อย่างเธอก็คงต้องส่งไปหาตำรวจเพื่อเจรจาเรื่องหนี้สินแทนโรงแรม”

คดีความและตำรวจทำให้พิมพ์ลภัสยอมจำนนอีกรอบ พัชรีเลยหันไปกำชับกานดาให้ทำตามคำสั่งอย่างไม่มีข้อแม้ กานดารับคำแบบไม่เต็มใจนัก ก่อนจะหันมาเอาเรื่องพิมพ์ลภัสทันทีที่ได้อยู่กันตามลำพัง

“เธออาจจะไม่กลัวนะพิมพ์ลภัส เพราะเธอมันรวย เงินไม่กี่ร้อยมันไม่มีค่าสำหรับเธอ แต่ฉันกลัว! เงินทุกบาททุกสตางค์มีค่าสำหรับฉัน ฉันยังมีครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบ มีพ่อแม่ที่ต้องส่งเงินไปให้ มีน้องที่อยากจะส่งให้เรียนสูงๆ แล้วฉันจะไม่ยอมถูกหักเงินหรือไล่ออกเพราะผู้หญิงนิสัยเสียแบบเธอ!”

พูดจบก็สะบัดหน้าจากไป ทิ้งพิมพ์ลภัสให้ยืนอึ้ง ไม่เข้าใจว่าเพื่อนสาวร่วมห้องจะดราม่าทำไม...

บทเรียนสำหรับพนักงานเสิร์ฟหน้าใหม่ทำให้พิมพ์ลภัสประสาทเสีย ตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ อดีตนางแบบไม่เคยต้องอดทนฟังคำสั่งหรือคำสอนจากใครเลย พัชรีเป็นคนแรกๆและก็กำลังจะทำให้เธอเป็นบ้า!

กานดาที่ต้องมารับหน้าที่พี่เลี้ยงของพิมพ์ลภัส มองมาด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนจะหันไปขอร้องจินตนาให้ย้ายกะทำงานเป็นเพื่อน จินตนาลังเลเพราะอยากทำกะเดียวกับอภิชาติพนักงานเสิร์ฟหนุ่มหล่อที่แอบชอบ แต่เพราะฤทธิ์เดชของพิมพ์ลภัส...เลยรับปากจะลองเจรจากับอภิชาติให้เปลี่ยนกะด้วยกัน

พิมพ์ลภัสไม่รู้ตัวเลยว่าทำให้ใครต่อใครวุ่นวายแค่ไหน โดยเฉพาะพัชรีที่ปากเปียกปากแฉะสอนทุกอย่าง ตั้งแต่ท่ายืน ท่าเดิน อากัปกิริยาต่างๆที่พนักงานเสิร์ฟควรทำ แต่อดีตนางแบบก็สอนไม่จำ หรือไม่ก็ทำแบบขอไปทีเพื่อกวนประสาท จนพัชรีต้องใช้วิธีให้เธอลองเสิร์ฟพนักงานด้วยกันเอง

“ทำไมต้องให้ฉันเสิร์ฟพนักงานด้วยกันเองด้วย”

“เพราะฉันยังไม่มั่นใจให้เธอไปเจอของจริงน่ะสิ เธอยังต้องเรียนรู้อีกเยอะพิมพ์ลภัส นี่จะเป็นแบบฝึกหัดเริ่มต้นสำหรับเธอ เมื่อกี้พวกเขาอาจจะเป็นพนักงานเสิร์ฟเหมือนเธอ แต่ตอนนี้พวกเขาเป็นลูกค้าที่ฉันสมมติขึ้นมา ไม่ว่าตอนนี้หรือก่อนหน้านี้พวกเขาจะเป็นใคร เธอมีหน้าที่บริการเขาให้ดี ไม่มีการเลือกปฏิบัติ”

กานดากับจินตนาไม่เต็มใจนัก ต่างจากอภิชาติที่ประทับใจในตัวพิมพ์ลภัสตั้งแต่แรกเห็น และเชื่อมั่นว่าคนสวยอดีตนางแบบดังอย่างเธอคงไม่เลวร้ายแบบที่ใครๆกล่าวหา

ooooooo

พิมพ์ลภัสต้องฝึกหนักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แถมป่วนไปทั้งห้องอาหารเพราะความเอาแต่ใจของเธอ ขนิษฐาได้ยินกิตติศัพท์เลยอดไม่ได้จะถามรเมศถึงเหตุผลที่ยังเก็บอดีตนางแบบไว้ใกล้ตัว

“ผู้หญิงคนนั้นมาที่นี่ด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ ปล่อยไว้น้องเกรงว่าจะเป็นอันตรายกับคุณเมศ”

“โทษเขาทั้งหมดไม่ได้หรอกครับ เขามาที่นี่พร้อมความคิดที่ว่าผมเป็นผู้ชายเจ้าชู้ ผู้ชายเลวๆคนหนึ่ง พอมาถึงผมก็กระโจนเข้าหาเขาเหมือนผู้ชายพวกนั้น เขาถึงยิ่งเชื่อสนิทใจ”

“แล้วตลอดเวลาที่เขาคบคุณเมศ เขามองไม่ออกเชียวเหรอคะว่าตัวตนแท้จริงของคุณเมศเป็นยังไง น้องเข้าใจว่าความรู้สึกห้ามยาก แต่น้องไม่อยากให้คุณเมศเสี่ยง เพราะคนบางคนถึงเราทำดีแค่ไหน เขาก็ไม่เห็นค่าของเราอยู่ดี”

“ผมรู้ครับ...ขอบคุณนะครับที่เป็นห่วง ผมสัญญาว่าจะไม่เสี่ยง ผมแค่อยากให้โอกาสพิมพ์ปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น พอถึงวันนั้นผมจะปล่อยเธอไป...”

แต่กว่าจะถึงวันนั้น...เหล่าพนักงานเสิร์ฟก็ต้องปวดประสาทไปตามๆกัน พิมพ์ลภัสเป็นพนักงานที่หยิบโหย่งและอวดดีที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา และตอนนี้อดีตนางแบบ ...พนักงานเสิร์ฟคนใหม่ก็กำลังโวยวายเรื่องจานอาหารที่ร้อนและหนักเกินไปจนถือไม่ไหว พัชรีเลยดุเสียงเข้ม

“เป็นพนักงานเสิร์ฟไม่มีสิทธิ์เลือกว่าจะไม่เสิร์ฟนั่นเสิร์ฟนี่หรอกนะ ไม่ว่าอาหารประเภทไหน จะต้มผัดแกงทอด ใส่จานใหญ่จานเล็ก เธอก็ต้องเสิร์ฟ...วางเบาๆ แล้วก็ต้องพูดกับลูกค้าด้วยว่าเธอมาเสิร์ฟเมนูอะไร ลองใหม่อีกครั้งสิ”

พิมพ์ลภัสเซ็งมาก เดินกระฟัดกระเฟียดจนสะดุดเท้าตัวเองทำให้อาหารกระเด็นโดนหัวกานดา เพื่อนสาวร่วมห้องโกรธมาก ตั้งท่าจะเอาเรื่อง พัชรีเลยสั่งให้ขอโทษ แต่พิมพ์ลภัสก็ทำตามแบบขอไปที

“นี่ฉันต้องสอนเธอแม้กระทั่งเรื่องการแสดงความจริงใจเลยเหรอ ฉันจะบ้าตาย ฉันไม่มีเวลาคอยสอนคอยดูแลเธอขนาดนั้นหรอกนะพิมพ์ลภัส”

อภิชาติที่มาช่วยฝึกพิมพ์ลภัสด้วยเห็นท่าไม่ดี อาสาจะเปลี่ยนกะทำงานมาช่วยกานดาอีกแรง จินตนาถึงกับตาโต ส่วนพิมพ์ลภัสมองมาแบบไม่เชื่อถือ แถมเหน็บเขาด้วย พัชรีเลยต้องปราม

“อย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะคิดร้ายแบบเธอสิพิมพ์ลภัส อภิชาติเขาเป็นคนดี มีน้ำใจ ถ้าเธอไม่ลำบากที่ต้องย้ายกะฉันก็ยินดี เวลานี้ใครมาแบ่งเบาภาระฉันได้ ฉันเอาทั้งนั้น”

จินตนาได้ยินดังนั้นเลยเสนอตัวบ้าง เรียกรอยยิ้มได้จากกานดาที่จะมีคนช่วยรับมือพิมพ์ลภัส พัชรีเลยเบาใจลงมากที่จะมีคนช่วย ไม่ต้องให้เธอง่วนกับอดีตนางแบบตามลำพัง

เป็นอันว่าอภิชาติกับจินตนาเปลี่ยนกะทำงานตามกานดาเพื่อช่วยฝึกพิมพ์ลภัส แต่กระนั้น...พัชรีก็ต้องปวดหัวไม่เว้นแต่ละวันเพราะพิมพ์ลภัสไม่ตั้งใจฝึก รั้นแต่จะประชดและแดกดันจนบรรดาคนฝึกเอือมระอา

ooooooo