ยึดฟ้าหาพิกัดรัก ตอนที่ 9 นิยายไทยรัฐ
วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ยึดฟ้าหาพิกัดรัก ตอนที่ 9


28 ก.ย. 2560 08:38
894,450 ครั้ง

ละคร นิยาย ยึดฟ้าหาพิกัดรัก

ยึดฟ้าหาพิกัดรัก ตอนที่ 9

อ่านเรื่องย่อ

ยึดฟ้าหาพิกัดรัก

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

ทองหลาง

บทโทรทัศน์โดย:

แพรพริมา

กำกับการแสดงโดย:

แผ่นดิน ประสงค์สันติ

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

มิกค์ ทองระย้า,เซฟฟานี่ อาวะนิค

หลังภารกิจครั้งนี้ ไอรีนเสียใจมากที่ไม่พบพ่อและยังไม่รู้ชะตากรรม ทั้งที่ลึกๆก็อดคิดไม่ได้ว่าพ่อจากเธอไปแล้วพร้อมอาวุธเคมีที่กองทัพใช้ระเบิดทำลายทิ้งบนเกาะ

เสร็จเรื่องบนเกาะ รุ่งขึ้นกรัณย์กับลูกทีมบุกค้นที่พักอาศัยของเจสันในกรุงเทพฯ แต่ไม่พบร่องรอย คาดว่า มันรู้ตัวก่อนจึงหนีไปแล้ว

ไม่ทันข้ามวันก็มีเบาะแสว่าเจสันกับคนสนิทหลบหนีออกนอกประเทศ ชาตรีเจ็บใจเป็นที่สุดเพราะตนยังไม่ได้ล้างแค้นให้ชูชาติเพื่อนรัก กรัณย์ปลอบและให้ความมั่นใจว่ายังไงพวกมันก็หนีการตามล่าของกฎหมายระหว่างประเทศไม่ได้แน่ เพราะหลักฐานแน่ชัดแล้วว่ามันคือผู้ก่อการร้าย สิ่งที่เราควรภูมิใจตอนนี้คือเราปฏิบัติภารกิจปกป้องชีวิตของประชาชนจากภัยก่อการร้ายได้สำเร็จ

หลังจากปลอบชาตรีให้สงบลงแล้ว กรัณย์ยังหนักใจเรื่องไอรีน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำร้ายจิตใจเธออย่างยิ่ง แม้จะช่วยโทนกลับมาได้ แต่ยังไร้วี่แววพ่อของเธอ

ธงรบเป็นอีกคนที่เป็นห่วงไอรีนมาก ฝากกรัณย์ดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจของเธอ แน่นอนว่ากรัณย์ต้องทำอยู่แล้ว...

ไอรีนเฝ้าโทนที่โรงพยาบาลทุกวัน อาการเด็กชายน่าเป็นห่วง แต่พอโทนลืมตาเห็นไอรีนกับกรัณย์ก็ยิ้มได้ พูดแต่เรื่องเครื่องบินรบที่ตัวเองใฝ่ฝันอยากนั่งสักครั้ง

ผ่านไปครู่ใหญ่ โทนมีอาการเจ็บปวดเนื้อตัวอย่างรุนแรง กรัณย์รีบตามหมอและรอคอยอยู่หน้าห้องกับไอรีนที่เอาแต่ร้องไห้ด้วยความกังวล

“ผู้กองคะ ถ้าฉันย้อนเวลากลับไปได้ ฉันอยากจะล้มเลิกโครงการนาเดีย ไม่ต้องให้มีโครงการนี่เกิดขึ้นเลย”

“คุณคิดอย่างนั้นไม่ได้ นาเดียคือความหวังที่คุณตั้งใจช่วยผู้ป่วยมะเร็งให้พ้นจากความทุกข์ทรมานนะ”

“แต่นาเดียของฉันก็เป็นดาบสองคมที่พรากเอาทุกคนที่ฉันรักไปหมด ทั้งเพื่อนร่วมงานฉัน เพื่อนสนิทฉัน พ่อฉัน แล้วยังจะ...”

ไอรีนไม่อยากพูดชื่อโทนออกมาให้เจ็บปวดมากกว่านี้ แต่หยุดยั้งน้ำตาไม่ได้

“ฉันไม่ควรคิดค้นมันขึ้นมาเลย เป็นเพราะฉันพยายามฝืนกฎธรรมชาติ ฉันล่วงเกินหน้าที่ของพระเจ้าที่ควรเป็นคนตัดสินว่าใครควรอยู่หรือใครควรไป พระเจ้าก็เลยลงโทษฉันให้ต้องเสียทุกคนที่ฉันรักไป...ฉันทนไม่ไหวอีกแล้ว”

เธอสะอื้นไห้จนตัวโยน กรัณย์ขอร้องให้หยุดและฟังตน

“นี่ไม่ใช่ความผิดของคุณ พวกแบล็กไอรอนต่างหากที่เอาความหวังของมนุษยชาติไปเปลี่ยนเป็นอาวุธ พวกมันคือคนที่ทำร้ายโทน และหน้าที่กำจัดพวกมันก็เป็นของผม ส่วนคุณ...คุณยังต้องให้ความหวังโทนและผู้ป่วยมะเร็งทุกคนต่อไป เข้าใจมั้ยไอรีน อย่ายอมแพ้... เข้าใจมั้ย”

“ผู้กอง...”

“ผมเคยผ่านความเจ็บปวดแบบนี้มาแล้ว รู้ดีว่าความอ่อนแอจะยิ่งทำให้เราพ่ายแพ้ในทุกๆเรื่อง แต่ความเข้มแข็ง สู้เพื่อคนที่ยังอยู่ข้างหลังเราจะเป็นกำลังใจให้เราเข้มแข็ง เราต้องสู้ไปด้วยกันนะไอรีน”

เขาดึงเธอมากอด ระหว่างนั้นหมอออกมาจากห้อง ทั้งคู่รีบลุกไปสอบถามอาการโทน แล้วผงะหน้าซีดเผือดเมื่อหมอบอกว่าโทนติดเชื้อ

“คาดว่าจะเป็นเชื้อที่ถูกพัฒนามาจาก Death X ถูกฉีดเข้าไประหว่างที่ถูกจับตัวไป เลยทำให้อวัยวะภายในของโทนถูกทำลาย โทนคงจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน”

“ฝีมือของอาธีระ...เขาได้ตัวอย่างเลือดของโทนไปจนพอแล้ว เขาเลยไม่จำเป็นต้องใช้โทนอีก”

“ไอ้สารเลวเอ๊ย มันเลือดเย็นเกินไปแล้ว” กรัณย์สบถอย่างเจ็บแค้น ดึงไอรีนมาปลอบ “ใจเย็นๆเราจะหาทางแก้ไขเรื่องนี้กัน วัคซีนนาเดียของคุณไง เอามาช่วยโทนอีกครั้งได้ไหม”

“ไม่ได้แล้วครับผู้กอง อวัยวะภายในของโทนถูกทำลายไปจนไม่สามารถกลับมาทำงานได้อีก สิ่งที่เราควรทำตอนนี้คือช่วยให้โทนไปอย่างไม่เจ็บปวด”

คำตอบของหมอทำเอาไอรีนทรุดฮวบอย่างหมดหวัง ร่ำไห้แทบขาดใจเมื่อรู้ว่าโทนไม่รอดแน่ กรัณย์ใช้ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตพาโทนไปเติมความฝันที่กองบิน ให้เด็กชายได้นั่งเครื่องบินรบสมปรารถนา แม้จะเป็นครั้งเดียวในชีวิตก็ตาม...

ooooooo

การจากไปของโทนทำให้ไอรีนแทบหมดอาลัย ตายอยาก นอนหลับตาไม่ลง ขอร้องกรัณย์อยู่เป็นเพื่อนตลอดคืน แต่พอเช้าขึ้นเธอกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย

สอบถามอรรณพกับศรินทร์ก็ไม่เห็น เพราะเมื่อคืนทั้งสองคนต่างกลับไปนอนบ้านเพิ่งกลับมาเมื่อสักครู่ แต่แล้วกรัณย์ก็นึกถึงนภัสชลขึ้นมา!

ผ่านไปไม่นานนัก กรัณย์มาเห็นไอรีนนำดอกไม้มาวางหน้าป้ายหลุมศพแม่ จับตาดูเธออยู่เงียบๆด้วยความสงสาร

“แม่คะ ไอรีนขอโทษค่ะที่พาพ่อมาหาแม่ไม่ได้ ถึงทุกคนจะเชื่อว่าพ่อจากไปแล้ว แต่ไอรีนก็ยังหวังว่าพ่อจะยังอยู่ ไอรีนมีสิทธิ์ที่จะหวังใช่ไหมคะแม่” พูดแล้วเธอกลั้นน้ำตาไม่อยู่ กรัณย์ก้าวเข้ามาเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน

“ถ้าอยากจะมาเยี่ยมแม่ทำไมไม่บอก...ผมจะได้พามา”

“คุณหาฉันเจอได้ยังไง”

“ผมโทร.ไปหาภัส ภัสเล่าให้ฟังว่าตอนที่คุณแก้ไขปัญหานาเดีย 26 ได้สำเร็จ คุณกับพ่อพากันมาที่นี่เพื่อบอกข่าวดีให้แม่คุณรู้ ผมก็เลยลองเสี่ยงมาดู”

“แล้วคุณไม่คิดว่าฉัน...”

“จะคิดสั้นน่ะเหรอ...ผู้หญิงที่ผมรักเธอเป็นคนที่มีหัวใจกล้าแกร่ง เราสัญญาว่าจะมีกันและกันตลอดไป เพราะฉะนั้นผมถึงมั่นใจว่าคุณแค่กำลังต้องการกำลังใจเพื่อที่จะเดินหน้าต่อมากกว่า ผมคิดถูกใช่ไหม”

“ค่ะผู้กอง เพราะมีคุณเป็นกำลังใจให้ ฉันจะหยุดอยู่กับความเสียใจไม่ได้อีก ทั้งแม่ พ่อ โทน และนายวิทย์ ทุกคนล้วนฝากความหวังไว้ ฉันจะต้องกลับไปทำมันอีกครั้งให้ได้”

“โครงการนาเดียใช่ไหม”

ไอรีนตอบรับ กรัณย์สวมกอดเธอแน่น บอกว่าตนคิดไม่ผิดจริงๆที่ยกหัวใจทั้งหมดให้เธอ

“ผู้กองคะ คุณกอดฉันแน่นเกินไปแล้วค่ะ”

กรัณย์รีบคลายอ้อมกอด สองคนยิ้มให้กันหวานซึ้ง... ผ่านไปอีกวัน ธงรบมาบอกข่าวดีกับทั้งคู่

“ไม่ต้องห่วงนะครับ หลังจากที่ท่านรัฐมนตรีทราบว่าด็อกเตอร์อยากจะนำโครงการนาเดียกลับมาพัฒนาต่อ ท่านก็มีคำสั่งอนุมัติแทบจะทันที และยังสั่งให้ผมคอยช่วยเต็มที่”

“ขอบคุณท่านผู้การมากนะคะ ไอรีนจะได้ทำตามความตั้งใจของพ่อให้สำเร็จ”

ธงรบเชื่อมั่นว่าไอรีนต้องทำสำเร็จ ทางกองทัพจะอำนวยการเรื่องจัดตั้งศูนย์วิจัยขึ้นมาใหม่ พร้อมทีมนักวิจัยที่ให้เธอคัดเลือกเอง ส่วนเรื่องดูแลความปลอดภัยนั้นยกให้เป็นหน้าที่กรัณย์

“ท่านผู้การเป็นคนสั่งหรือว่าผู้กองเป็นคนร้องขอภารกิจนี้คะ”

“เป็นคำสั่งผมเองครับ เพราะถ้าให้คนอื่นรับผิดชอบภารกิจนี้ผมคงไม่มั่นใจ”

“นี่ภารกิจเก่ายังไม่ทันให้ดิฉันได้เคลียร์กับลูก ภารกิจใหม่ก็มาแล้วเหรอคะท่าน”

เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้น ทั้งสามคนหันไปก็เห็นนวลนิตย์ยืนหน้าตึงมองมาที่กรัณย์กับไอรีน...ธงรบนึกได้รีบออกตัวกับกรัณย์ว่าตนลืมเล่าให้ฟัง

เมื่อทุกคนย้ายมาในห้องรับแขก นวลนิตย์จิกตามองลูกชายตาขุ่น ส่งเสียงดุเข้ม

“ใช่!! แม่รู้เรื่องแล้ว แต่กว่าจะรู้ ก็ต้องวิ่งขาขวิดบนไปเจ็ดวัดเจ็ดศาลขออย่าให้ลูกฉันหายสาบสูญ ให้ได้กลับมาเจอหน้ากันในชาตินี้บ้าง”

“ผมอธิบายแล้วไงครับคุณนวลนิตย์ ต้องรอให้ภารกิจจบก่อนผมถึงจะบอกความจริงได้”

“แม่ไปรบกวนท่านไม่ถูกนะครับ ท่านเป็นผู้บังคับบัญชาผม”

“ยังจะมาแก้ตัวอีก ถ้าเป็นภารกิจไปรบเพื่อชาติ แม่เตรียมใจเอาไว้ตั้งแต่แกอยากเป็นทหารแล้ว แต่ที่โมโหเนี่ย...เรื่องแต่งงานหลอกแม่ต่างหาก นี่แน่ะ”

นวลนิตย์หยิกแขนลูกชายอย่างแรง

“โอ๊ย! ก็มันจำเป็นนี่ครับแม่ มันเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจรบเพื่อชาติเหมือนกัน”

“แต่แกเล่นละครตบตาแม่ซะเนียนมากนะตารัณย์ ทำเอาแม่กินไม่ได้นอนไม่หลับที่หาเมียไม่ได้อย่างใจ”

“คุณแม่คะ ถ้าคุณแม่รู้ความจริงแล้วไอรีนก็ต้องกราบขอโทษด้วยค่ะ ที่สมรู้ร่วมคิดหลอกให้คุณแม่ไม่สบายใจ ทุกอย่างตอนนั้นมันฉุกละหุกจริงๆค่ะ”

นวลนิตย์หันขวับมาที่ไอรีน เรียกว่าด็อกเตอร์ และให้เธอเรียกตนว่าคุณแม่ เล่นเอาไอรีนเหวอ อุทานด้วยความงุนงง

“หา! อะไรนะคะ”

“ทำไมต้องตกใจล่ะ เรียกแม่นั่นล่ะ แม่ชอบ...เรียกแม่เลย แม่อนุญาต”

นวลนิตย์ยิ้มกรุ้มกริ่มชอบอกชอบใจไม่พอ ยังจับมือถือแขนไอรีนราวกับรักใคร่นักหนา ตรงข้ามกับครั้งแรกที่เจอกันอย่างสิ้นเชิง วันนั้นมีแต่ด่ากับด่าลูกเดียว

ooooooo

แล้วอยู่ดีๆนวลนิตย์ก็พากรัณย์กับไอรีนมาที่บ้านของตนพร้อมเสื้อผ้าสัมภาระอีกกระเป๋า

“ตามสบายเลยนะจ๊ะไอรีน ถ้าเหนื่อยอยากจะไปนอนพักก่อนก็ได้ แม่ให้มะขวิดเตรียมห้องตารัณย์รอเอาไว้แล้ว”

ไอรีนตกใจและทำท่าจะถาม นวลนิตย์ชิงพูดเสียก่อนว่าเป็นสามีภรรยากันก็ต้องอยู่ห้องเดียวกัน

“เดี๋ยวค่ะ ไหนคุณแม่บอกว่ารู้ความจริงแล้วไงคะ ว่าเราไม่ได้แต่งงานกันจริงๆ”

“จ้ะ ถึงจะไม่ได้แต่งงานกันจริงๆ แต่ก็รักกันยิ่งกว่าจริงอีกใช่ไหม แม่รู้ละเอียดเลยนะ ขอบอก”

กรัณย์รู้สึกว่าจะไปกันใหญ่ รีบดึงแม่มาถาม...

นวลนิตย์บอกว่านภัสชลเล่าให้ตนฟังละเอียดยิบว่า

“ระหว่างภารกิจเป็นตาย แกสองคนซุ่มพัฒนาความสัมพันธ์จากรักหลอกๆให้กลายเป็นรักกันจริงๆตาถึงนะลูกชายฉัน”

“ยัยภัส...ฟันเยอะไม่พอยังปากมากอีก”

“ไปว่าน้อง...ถ้ายัยภัสไม่เล่าให้ฟัง แม่ก็คงไม่รู้หรอกว่าหลงไปตัดสินคนจากภายนอก ทั้งๆที่หนูไอรีนเป็นคนดี ชีวิตก็น่าสงสาร ตอนนี้ก็ไม่เหลือใครนอกจากแกกับแม่แค่นั้น”

“เหรอครับแม่ แค่รู้ความจริงก็อยากให้เป็นลูกสะใภ้จริงๆแล้วเนี่ยนะ”

“ไม่ต้องมาจ้องจับผิด แม่ไม่มีอะไรซับซ้อนย่ะ ดีกรีขนาดนี้ คนดีขนาดนี้ สวยขนาดนี้ ต้องเป็นลูกสะใภ้แม่เท่านั้น” นวลนิตย์ยืนยันกับลูกชายแล้วดันเขาหลบก่อนจะเข้าไปยิ้มกว้างกับไอรีน “เอาอย่างนี้แล้วกันนะจ๊ะหนูไอรีน แม่ก็ลืมตัวอยากให้หนูเป็นสะใภ้แม่จริงๆมากไปหน่อย งั้นเดี๋ยวแม่ให้หนูไปนอนห้องข้างๆตารัณย์ อยากได้อะไรก็บอกแม่ได้ตลอดนะ”

ไอรีนตั้งท่าจะปฏิเสธ แต่ไม่ทันความเจ้ากี้เจ้าการของนวลนิตย์อีก

“ไม่ๆๆ ไม่ได้เด็ดขาดจ้ะ ถ้าหนูจะบอกว่าจะขอกลับไปอยู่บ้านหนู...ตอนนี้ที่บ้านหนูไม่เหลือใครแล้ว ก็ขอให้คิดว่าบ้านนี้เป็นครอบครัวใหม่ของหนูนะจ๊ะ”

ไอรีนพูดไม่ออก กรัณย์ยิ้มชอบใจที่แม่จู่โจมได้ถูกใจตน แต่อีกครู่ก็โดนไอรีนลากไปคุยกันตามลำพัง

“อะไรกันเนี่ยไอรีน หวานใส่กันได้ไม่ทันไรเอานิสัยแม่ผมมาใช้แล้วเหรอ”

“หยุดเลยนะผู้กอง ฉันไม่ทันตั้งตัวสักอย่าง แค่จะอ้าปากพูดแม่คุณก็ชิงปฏิเสธทุกคำ ถามจริงๆเถอะ แม่คุณออกตัวแรงแบบนี้ทุกเรื่องเลยมั้ย”

“ถ้าเรื่องไหนถูกใจก็แรงแบบนี้แหละ แต่จะว่าไปเรื่องนี้ก็ถูกใจผมเหมือนกัน มัดมือชกแบบนี้แหละคุณจะได้อยู่ในสายตาผมตลอดเวลา” ว่าแล้วกรัณย์ดึงไอรีนเข้ามากอดทันที

“ทำอะไรเนี่ย ปล่อยนะ อย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะผู้กอง...ปล่อย!! นี่แน่ะๆ”

ไอรีนกัดแขนเขาจมเขี้ยว กรัณย์เจ็บจนต้องปล่อย บ่นอุบว่าแค่นี้ก็ต้องกัด

“จะได้เลิกลวนลามฉันซะทีไง ต่อไปนี้คุณไม่มีโอกาสทำอะไรตามใจเหมือนอย่างเมื่อก่อนอีกแล้ว”

“อ้าว...ทำไมล่ะ”

“ฟัง!! ฉันซึ้งน้ำใจที่แม่คุณมีให้ฉันมาก เข้าใจว่าท่านห่วงที่ฉันไม่เหลือใครแล้ว แต่จะให้ฉันมาอยู่บ้านคุณในฐานะอะไร...ไม่ต้องพูดเลยว่าภรรยา ภารกิจแต่งงานหลอกๆของเราจบไปแล้ว”

“แต่ผมไม่อยากให้คุณกลับบ้านไปอยู่คนเดียวนะไอรีน”

“ตอนนี้ฉันไม่ต้องการการคุ้มครองความปลอดภัยแล้วนะคะผู้กอง มันถึงเวลาที่ฉันจะต้องเริ่มเดินหน้าสานต่อความหวังที่พ่ออยากให้ฉันทำ นั่นหมายความว่าฉันต้องเริ่มเดินด้วยกำลังของตัวเอง”

“ได้...ผมเข้าใจคุณ แต่ผมจะไปบอกแม่ยังไงเนี่ยสิ เจอว่าที่ลูกสะใภ้ถูกใจอยากมัดมือชกซะขนาดนี้”

“ถ้าอยากให้ฉันเป็นสะใภ้แม่คุณจริงๆก็ต้องเริ่มจีบฉันใหม่สิคะผู้กอง”

“ให้จีบคุณใหม่? เดี๋ยวนะไอรีน แล้วที่ผ่านมาที่เรา...”

“นั่นไม่นับค่ะ เพราะเป็นภาวะฉุกเฉินที่ทำให้เราใกล้ชิดกัน แต่ตอนนี้ประเทศชาติเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เพราะฉะนั้นผู้กองคนเก่งก็ต้องเริ่มต้นใหม่เหมือนฉันค่ะ...บาย” ไอรีนส่งยิ้มแล้วโบกมือลา ทิ้งให้กรัณย์มองตามตาละห้อย

ooooooo

หลายสัปดาห์ผ่านไป ไอรีนในฐานะผู้อำนวยการโครงการวิจัยนาเดียก็พร้อมเริ่มงานกับทีมนักวิจัยชุดใหม่ โดยยังมีกรัณย์ตามเฝ้าให้กำลังใจและเป็นห่วง

ไอรีนมุ่งมั่นมากแทบไม่มีเวลาพักผ่อน ใช้เวลาทั้งหมดอยู่ที่ทำงาน แต่มันก็คุ้มค่าเพราะผลการวิจัยนาเดีย 27 ที่พัฒนาต่อจากนาเดีย 26 ประสบผลสำเร็จในห้องทดลองแล้ว แต่สภาพเธอแย่มาก กรัณย์จึงพากลับไปนอนที่บ้าน ซึ่งเป็นความต้องการของทีมวิจัยที่อยากให้ไอรีนพักผ่อนให้เต็มที่

“ตอนนี้คุณทำสำเร็จแล้วนะ ปล่อยให้ความสำเร็จทำหน้าที่ของมันไปบ้างก็ได้ ส่วนคุณก็ถึงเวลาที่ต้องตักตวงความสุขมาเป็นฝ่ายนั่งดูความสำเร็จบ้าง ให้วันนี้ผมพาคุณไปเที่ยวพักผ่อนบ้างนะ ผมอยากจะชวนคุณออกเดท อยากจะหาวิธีจีบคุณ บางทีถ้าผมทำสำเร็จ ผมจะได้พาว่าที่เจ้าสาวจริงๆไปอวดแม่ แล้วจะได้จัดงานแต่งงานจริงๆซะที...ไปเดทกับผมนะไอรีน”

ไอรีนอิดออดเล็กน้อยแต่ไม่ปฏิเสธ...สองคนไปกินข้าวและช็อปปิ้งที่ศูนย์การค้า แล้วเจออรรณพกับศรินทร์โดยบังเอิญ ท่าทางสองหมวดก็ปิ๊งกันอยู่ พอรู้รายละเอียดระหว่างไอรีนกับกรัณย์ สองหมวดอาสาช่วยเหลือทันที

ขณะที่กรัณย์คุยอยู่กับสองหมวด ไอรีนแยกไปเดินเล่น คาดไม่ถึงว่าจะเห็นซายูริคนของแบล็กไอรอนยืนจ้องมา เธอเห็นเต็มตาแต่พอเดินไปหาอีกฝ่ายก็หายไปเสียแล้ว

ไอรีนรีบกลับมาบอกพวกกรัณย์ แล้วทั้งหมดก็ช่วยกันตามหาซายูริแต่ไม่พบ กรัณย์สั่งสองหมวดให้ขยายพื้นที่ค้นหาออกไปจากที่นี่อีก ส่วนเขากับไอรีนจะไปเช็กภาพจากกล้องวงจรปิดของที่นี่...

ซายูริมาปรากฏตัวที่ศูนย์การค้าจริงๆ แต่เวลานี้เธอกลับไปสมทบกับแดเนียลที่ศูนย์ราชการแห่งหนึ่งเพื่อก่อวินาศกรรมด้วยระเบิด!

กว่าพวกกรัณย์จะเช็กกล้องวงจรปิดในศูนย์การค้าเห็นซายูริ ก็พอดีคณินทร์โทร.มาบอกกรัณย์ว่ามีกลุ่มคนไม่ต่ำกว่าสิบเข้ายึดศูนย์ราชการ ข้างในมีเจ้าหน้าที่และประชาชนจำนวนมาก

คณินทร์และตำรวจคอมมานโดพยายามควบคุมสถานการณ์ กรัณย์กับทีมของตนพร้อมไอรีนมาถึงก็รู้ว่าพวกแดเนียลต้องการก่อวินาศกรรมสร้างความวุ่นวายเสียหายและฆ่าครรชิตไปในคราวเดียวกัน

เมื่อรู้ว่าตัวเองถูกหลอกมาให้ตายพร้อมพ่อ ไอรีนจึงพยายามค้นหาพ่อไปในส่วนต่างๆภายในศูนย์ราชการ โดยมีกรัณย์กับคณินทร์ช่วยด้วย กระทั่งเจอครรชิตอยู่ในห้องซ่อมบำรุงระบบปรับอากาศท่ามกลางสารเคมีร้ายแรงของแบล็กไอรอน

ครรชิตอยู่ในสภาพบาดเจ็บจากโดนทำร้าย ไอรีนจะเข้าไปหาแต่ครรชิตร้องห้าม ส่วนกรัณย์รีบดึงแขนเธอห่างออกมาเพื่ออธิบายให้เข้าใจ

“อาการพ่อคุณไม่ค่อยดีเลย เราพบบาดแผลฉกรรจ์ที่ตัวหลายแห่ง ทำให้ท่านมีอาการเสียเลือดมาก”

“งั้นจะรออะไรอยู่ล่ะคะ รีบพาพ่อออกไปสิคะผู้กอง”

“ไอรีน...ฟังผม พวกมันเชื่อมต่อวงจรจุดระเบิด Death X ไว้กับชีพจรของด็อกเตอร์ ทันทีที่หัวใจหยุดเต้นระเบิดก็จะทำงาน พิษ Death X จะแพร่กระจายเข้าสู่ระบบระบายอากาศแล้วฆ่าเจ้าหน้าที่ที่ถูกขังเอาไว้ทั้งหมด รวมทั้งพวกเราด้วย”

“Death X ยังมีอยู่อีกเหรอคะ ฉันนึกว่าเราทำลายหมดไปแล้ว”

“ที่กองทัพทำลายไปไม่ใช่ของจริง พวกมันหลอกให้ทุกคนเชื่อ จะได้ตายใจ”

“งั้นก็รีบเอาตัวจุดระเบิดออกจากตัวพ่อฉันสิคะ รีบลงมือตอนนี้เลย”

“เราทำไม่ได้ครับด็อกเตอร์ไอรีน ผมพยายามหาทางแล้ว” คณินทร์เอ่ยหน้าเครียด

“ไม่จริง!! ฉันไม่เชื่อ! มันต้องมีทางช่วยพ่อฉันได้สิ ถ้าพวกคุณทำไม่ได้ ฉันจะทำเอง”

ไอรีนจะเข้าไปหาครรชิตแต่กรัณย์ไม่ยอมและหว่านล้อมด้วยเหตุผลที่ทำให้ไอรีนอ่อนลง

“อาการของด็อกเตอร์กำลังแย่ลงไปทุกที อย่างที่พวกมันบอกนั่นแหละ มันจงใจให้คุณมาติดกับ มันรู้ว่าคุณกลับมาพัฒนาโครงการนาเดีย รู้ว่าอีกไม่นานคุณจะต้องคิดค้นหาวิธีรับมือกับ Death X ได้ มันเลยต้องการฆ่าพวกคุณสองคนพร้อมกัน”

แต่เพราะความรักและเป็นห่วงพ่อ ไอรีนทำใจไม่ได้ที่ต้องทิ้งให้พ่อตายต่อหน้าต่อตา เธอพยายามฝ่าฝืน ทำให้กรัณย์ต้องยอมให้คณินทร์อุ้มเธอออกไปด้วยความเห็นชอบของครรชิตที่ยอมสละชีวิตเพื่อความปลอดภัยของคนหมู่มาก

หลังจากที่ทำให้ไอรีนไปอยู่ในที่ปลอดภัย กรัณย์พยายามหาทางช่วยประชาชนที่ถูกขัง แต่คณินทร์ย้อนกลับมาคัดค้านเพราะเหลือเวลาน้อยมาก แต่ไม่ว่าจะพูดยังไง กรัณย์ก็ไม่ยอมออกไป คณินทร์จึงต้องทำให้เพื่อนรักหมดสติเสียก่อน

ผลการก่อวินาศกรรมของพวกแบล็กไอรอนเป็นผลสำเร็จ มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากด้วยสารพิษร้ายแรง แดเนียลกับซายูริกลับมารายงานเจสันอย่างลำพอง ขณะที่เจสันสะใจและย่ามใจยิ่งขึ้นที่จะเอาคืนกองทัพไทยที่กัดตนไม่ปล่อย

เหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นทำให้เพื่อนๆของกรัณย์ถูกผู้บังคับบัญชาเรียกตัวมาร่วมกันปฏิบัติภารกิจสำคัญ...ภูริชจากกองทัพบก จิรวัติหรือต้นกล้าจากกองทัพเรือ คณินทร์จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรัณย์จากกองทัพอากาศ ต้องผนึกกำลังกันในนามทีมชาโดว์ปราบพวกแบล็กไอรอนให้ได้

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement