ยึดฟ้าหาพิกัดรัก ตอนที่ 6 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ยึดฟ้าหาพิกัดรัก ตอนที่ 6


28 ก.ย. 2560 08:38
888,920 ครั้ง

ละคร นิยาย ยึดฟ้าหาพิกัดรัก

ยึดฟ้าหาพิกัดรัก ตอนที่ 6

อ่านเรื่องย่อ

ยึดฟ้าหาพิกัดรัก

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

ทองหลาง

บทโทรทัศน์โดย:

แพรพริมา

กำกับการแสดงโดย:

แผ่นดิน ประสงค์สันติ

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

มิกค์ ทองระย้า,เซฟฟานี่ อาวะนิค

กรัณย์รอดตายเพราะได้อันดาช่วยเหลือ หญิงสาวพาเขาในสภาพบาดเจ็บมาพักในบังกะโลแล้วจัดแจงเย็บแผลที่หัวไหล่ให้ทั้งที่ยังไม่รู้แน่ชัดว่าเขาเป็นใคร หนำซ้ำเธอยังหาทางไล่พวกแบล็กไอรอนที่พยายามหาตัวกรัณย์ออกไปได้ด้วย

การหายตัวไปของกรัณย์ทำให้ไอรีนเป็นห่วงจนไม่เป็นอันกินอันนอน เธอต้องการให้ศรินทร์กับอรรณพไปตามหา แต่สองหมวดบอกว่าเขามีหน้าที่คุ้มครองเธอเพราะผู้กองกำชับไว้ ส่วนหน้าที่ตามหาผู้กอง ทางกองทัพมีทีมปฏิบัติงานอยู่แล้ว

ไอรีนเฝ้ารอการกลับมาของกรัณย์อย่างมีความหวัง และเธอได้พูดคุยกับโทนที่อยู่เซฟเฮาส์อีกแห่งทางโทรศัพท์ โทนถามถึงกรัณย์ทำให้ไอรีนยิ่งสะเทือนใจจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เธอโกหกว่าเขาไม่ว่างคุยด้วย ถ้าว่างจะให้เขาโทร.หา

ในขณะที่ทุกคนใกล้ชิดต่างพากันเป็นห่วงนั้น กรัณย์ยังอยู่ในความดูแลของอันดา ด้านพวกแดเนียลที่ยังตามหากรัณย์ไม่พบแม้แต่ศพ ทำให้เจสันไม่พอใจและยังไม่ปักใจว่ากรัณย์ตายแล้ว แดเนียลจึงสั่งลูกน้องค้นหาต่อไป ส่วนเตชะวิทย์ที่แดเนียลพาตัวมาที่เกาะบัญชาการนั้นเป็นการตัดสินใจของเขาเองโดยไม่ได้ปรึกษาเจสัน

“ผมขอโทษครับพ่อที่ตัดสินใจนอกเหนือคำสั่ง แต่ผมเห็นว่าน่าเสียดายถ้าจะฆ่ามันทิ้งไปโดยไม่เอามาใช้ประโยชน์ต่อ”

“ใช้ประโยชน์ต่อ?”

“ครับพ่อ ฟังแผนการของผมแล้วพ่ออาจจะสนใจก็ได้”

แดเนียลมั่นใจในความคิดตัวเอง เขาพาเตชะวิทย์ไปขังรวมกับครรชิตและธีระแล้วคอยจับตาดูทั้งสามคนจากกล้องวงจรปิดที่ซ่อนเอาไว้ในห้องคุมขังนั้น พร้อมกับเล่าแผนการให้เจสันและภารตีฟัง

“ผมเชื่อว่าด็อกเตอร์เตชะวิทย์น่าจะรู้เรื่องของไอรีนพอสมควร แต่การจะใช้ไม้แข็งง้างปากให้พูดคงไม่ง่ายแน่ ดีไม่ดีมันอาจจะยอมตายมากกว่าจะพูดอะไร”

“เธอก็เลยอยากจัดฉากให้หมอนั่นได้พบกับด็อกเตอร์ครรชิต เพราะยังไงถ้าสองคนนั่นเจอกันก็ต้องพูดเรื่องของด็อกเตอร์ไอรีนแน่ๆ”

แดเนียลยิ้มรับและบอกว่าเรื่องแบบนี้ตนศึกษามาจากพ่อ

“ทำดีมากแดเนียล ธีระจะคอยจับตาดูแล้วกลับออกมาบอกเราทุกอย่างที่หมอนั่นพูด กว่ากองทัพจะรู้ตัวว่าแผนการของเรามีไว้เพื่อพลิกโลกทั้งใบ พวกนั้นก็ย่อยยับคามือเราไปแล้ว”

เจสันตบบ่าลูกชายอย่างชอบใจ สายตาจับจ้องหน้าจอที่ปรากฏภาพใบหน้าของธีระ ซึ่งรู้กันและหันมามองกล้องด้วยสายตายิ้มร้ายเช่นกัน

ooooooo

อันดาอดหลับอดนอนดูแลกรัณย์มาสามวันสามคืนจนเขาฟื้นขึ้นมาในเช้าวันนี้ แต่เธอยังไม่รู้เห็นเพราะเข้าไปอาบน้ำอยู่นานสองนาน

กรัณย์สงสัยแต่แรกที่เจอหญิงสาวว่าเธอเป็นใคร ท่าทางเธอไม่ธรรมดาทั้งฝีมือการต่อสู้และความแข็งแกร่ง ไม่เช่นนั้นเธอคงเย็บแผลสดๆให้เขาไม่ได้

เพราะความอยากรู้ทำให้กรัณย์แอบรื้อค้นกระเป๋าของเธอ หวังว่าจะเจอบัตรประชาชน แต่ผิดคาดและทำให้เขาประหลาดใจก็คือพบกล่องลูกปืนและกุญแจมือ

ทันใดนั้นเสียงขึ้นลำกล้องดังใกล้ตัว เล่นเอากรัณย์หยุดชะงัก

“อดหลับอดนอนมาหลายวันช่วยชีวิตคุณ แต่กลับรื้อค้นข้าวของฉันแบบนี้ น่าจะปล่อยให้เลือดออกหมดตัวตายไปซะก็ดี”

กรัณย์ค่อยๆหันมามองอันดาในสภาพนุ่งผ้าขนหนู แต่ชี้ปากกระบอกปืนมาที่เขาอย่างจริงจัง

“ผมขอโทษ ผมอยากรู้จักคุณให้มากกว่านี้”

“ฉันเสี่ยงช่วยชีวิตคนที่ไม่รู้จัก ฉันน่าจะเป็นคนที่อยากรู้จักคุณให้มากกว่านี้นะ”

“ก็ได้ คุณวางปืนลงแล้วเราจะได้คุยกันดีๆ”

“ไม่ค่ะ คุณทำให้ฉันเริ่มไม่ไว้ใจคุณแล้ว ถ้าจะคุยกัน...คุณต้องทำตามที่ฉันสั่ง”

หลังจากอันดาเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เธอจับกรัณย์ล็อกกุญแจมือข้างหนึ่งไว้กับเสาแล้วพูดคุยกับเขาอีกครั้ง บอกให้รู้ว่าเขาไม่รู้สึกตัวไปสามวัน สภาพเขายังพอดูแลได้ก็เลยไม่อยากยุ่งยากพาไปโรงพยาบาล

“คุณเป็นคนที่แปลกมากจริงๆ เป็นผู้หญิงตัวคนเดียว แต่มีทั้งปืนทั้งกุญแจมือ แล้วยังช่วยเย็บแผลให้ผมได้อีก อย่ามาบอกว่าคุณเป็นแค่นักท่องเที่ยวเด็ดขาด”

“ตกลงฉันต้องเป็นฝ่ายถูกจับผิดมากกว่าที่จะได้คำขอบคุณแล้วใช่ไหมคะ”

“ผมขอบคุณคุณแน่ แต่ช่วยปล่อยผมก่อน”

“ฉันต้องรู้จักคุณให้มากว่านี้ก่อนค่ะ ฉันจะให้โอกาสคุณพูดความจริง ถ้ารู้สึกว่าฉันเลือกช่วยคนผิด พวกที่ตามล่าคุณได้กลับมาหาคุณแน่”

อันดานั่งลงถือปืนเล็งเขาตลอดเวลา กรัณย์ไม่มีทางเลือกจำเป็นต้องเล่า

“ผมเรืออากาศเอกกรัณย์ สังกัดคอมมานโดอากาศโยธิน ผมอยู่ในระหว่างปฏิบัติภารกิจ บอกคุณได้เท่านี้จริงๆ”

“ที่บอกไม่ได้มากกว่านี้เพราะเป็นความลับของราชการ นั่นใช่ไหมคะที่คุณจะอ้างกับฉัน...ฉันดูหนังบู๊มาเยอะพอสมควรนะผู้กอง”

“ผมไม่มาเสียเวลาโกหกคุณหรอก ยิ่งผมอยู่กับคุณนาน พวกนั้นจะย้อนกลับมาตามหาผม แล้วคราวนี้คุณไม่พ้นโดนพวกมันเล่นงานไปด้วยแน่”

“ถ้าคุณอยากให้ฉันเชื่อ งั้นเล่ามาว่าภารกิจที่ทำให้คุณเกือบตายคืออะไร”

“ผมบอกไม่ได้ คุณไม่เข้าใจเหรอ”

“งั้นฉันจะตามพวกที่ตามล่าคุณกลับมา...ว่าไงคะ ผู้กองกรัณย์”

กรัณย์มองอันดาอย่างหนักใจ อันดาเร่งเร้าจะเอาคำตอบ บอกว่าตนไม่ได้มีเวลาว่างมานั่งเฝ้าเขาทั้งวัน

“คุณจะอยากรู้ไปทำไม ในเมื่อมันไม่ใช่เรื่องของคุณ”

“ฉันช่วยชีวิตคุณนะ ถ้ามันเป็นเรื่องที่อันตรายจริงๆ ก็เท่ากับว่าฉันเอาชีวิตฉันไปเสี่ยงด้วยแล้ว เพราะฉะนั้นฉันก็มีสิทธิ์รู้ว่าฉันกำลังเสี่ยงกับเรื่องอะไรอยู่”

“ยังไงผมก็บอกคุณไม่ได้ คุณอยากจะทำอะไรก็ตามใจเลย”

อันดาลุกพรวด หาว่าเขาท้าทาย กรัณย์ปฏิเสธไม่ได้ท้า แต่กำลังปกป้องชีวิตพลเรือนอย่างเธออยู่ต่างหาก

“ฉันไม่ต้องการให้ใครมาปกป้องหรอก ฉันดูแลตัวเองได้ดีมากกว่าที่คุณคิดซะอีก”

“ก็เป็นไปได้ ดูหน่วยก้านคุณแล้วผมว่าน่าจะผ่านการฝึกมาพอสมควร แต่จะเก่งจริงรึเปล่าอันนี้ก็ต้องทดสอบดู”

กรัณย์ยิ้มมุมปากอย่างกวนๆ อันดาเริ่มไม่ไว้ใจ แล้วก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ กรัณย์ปลดล็อกข้อมือตัวเองได้นานแล้วแต่แกล้งตบตาเธอ...คราวนี้อันดาเลยเป็นฝ่ายโดนปืนจี้อย่างรวดเร็ว

“ว่าไงครับ ทีนี้คุณจะเชื่อผมได้หรือยังว่าผมเป็นทหารจริงๆ”

อันดาเจ็บใจ แต่ยังพยายามจะฮึดสู้ ระหว่างนี้เองกรัณย์เห็นเงาคนเดินผ่านทางหน้าต่าง คาดว่าน่าจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาเสียแล้ว

แจ็คกับลูกน้องนั่นเอง!

ในวันแรกที่กรัณย์ได้รับความช่วยเหลือจากอันดา พวกแจ็คเคยมาป้วนเปี้ยนที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง แต่โดนอันดาหาทางไล่ออกไป แต่ในวันนี้พวกมันย้อนกลับมาใหม่และเจอผ้าก๊อซปิดแผลชุ่มด้วยเลือดในถุงพลาสติกที่อันดาเอาออกมาทิ้งไว้ข้างนอก

ซายูริรู้จากแจ็คก็รุดมาสมทบ ขณะที่กรัณย์ก็รีบใช้โทรศัพท์มือถือของอันดาติดต่อขอความช่วยเหลือจากพวกชาตรี ทำให้กรัณย์พาอันดาหนีไปได้ในสภาพที่เธอถูกยิงแขนบาดเจ็บเล็กน้อย

เมื่อกลับมาถึงบ้านพัก กรัณย์รีบทำแผลให้อันดาโดยไม่ยอมพูดอะไรให้ไอรีนฟัง ทำให้ไอรีนน้อยใจ เพราะเธอเป็นห่วงเขาอยู่สามวันสามคืน แต่เขากลับมาพร้อมสาวสวยคนหนึ่งแล้วยังไม่อธิบายอะไรอีก

กว่าจะรู้เรื่องกันว่าอันดาช่วยชีวิตกรัณย์ไว้ ก็เล่นเอาไอรีนกระเง้ากระงอดใส่กรัณย์อยู่นานสองนาน ก่อนจะกลับมาหวานกันเหมือนเดิม

อรรณพค้นหาประวัติของอันดาจนรู้ว่าเธอเคยเป็นทหารอยู่ในชุดปฏิบัติการพิเศษกองทัพบก เคยได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลให้อารักขาคนสำคัญของประเทศมาแล้วหลายคน แต่เธอลาออกจากการเป็นทหารมาแล้วสามปี

“แล้วหลังจากลาออกเธอหายไปไหน”

“มันน่าสงสัยตรงนี้แหละครับผู้กอง เพราะหลังการลาออกจากอาชีพทหาร ข้อมูลเธอก็หายไปจากระบบ เหมือนกับว่าเธอไม่มีตัวตนอีก”

“ถึงจะเคยเป็นทหารเหมือนอย่างพวกเรา แต่ประวัติ แบบนี้ฉันว่าไม่น่าไว้ใจนะคะผู้กอง พวกแบล็กไอรอนอาจจะ ใช้ผู้หญิงคนนี้เป็นตัวหลอกให้ผู้กองพามาที่นี่ก็ได้”

ข้อสังเกตของศรินทร์ทำให้ทุกคนตื่นตัว กรัณย์สั่งอรรณพให้หาข้อมูลเกี่ยวกับอันดาต่อไป ส่วนตนจะลองเช็ก กับภูริชที่เป็นทหารบก บางทีเขาอาจจะรู้อะไรเกี่ยวกับเธอ

ปรากฏว่าภูริชรู้จริงๆ แต่กรัณย์ยังไม่พูดให้ใครฟัง รีบพาอันดาไปพบต้นกล้าเพื่อนทหารเรือที่ประจำอยู่สัตหีบซึ่งสองคนรู้จักกันดี

“อันดา...คุณเป็นยังไงบ้าง ผมตกใจแทบแย่ตอนที่รู้ว่าคุณหายตัวไป”

“ฉันไม่เป็นไรค่ะผู้กอง ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะส่งข่าวถึงคุณ แต่ติดที่เขานั่นแหละค่ะที่ไม่ยอมปล่อยให้ฉันคลาดสายตาเลย”

“ระวังนะครับ เพื่อนผมคนนี้มันเสืออากาศ เห็นนิ่งๆ แบบนี้อยู่ด้วยกันครบสี่คนเมื่อไหร่มันได้อยู่คนเดียวตลอด”

“เฮ้ยๆๆ มากไปแล้วต้นกล้า ฉันรีบพาคุณอันดามาหาแกเพราะอยากรู้ว่าตกลงแล้วเรื่องมันยังไงกันแน่ ไม่ใช่มาเผากันแบบนี้นะเว้ย”

“อ้าว...แล้วภูริชมันไม่ได้เล่าอะไรให้แกฟังเลยเหรอวะ”

“เปล่า ฉันโทร.ไปตอนมันกำลังยุ่ง มันบอกแค่ว่าให้พาคุณอันดามาพบแกแล้วทุกอย่างจะเคลียร์เอง”

“โอเค...ภูริชมันเล่าคร่าวๆให้ฉันฟังอยู่เหมือนกัน คุณอันดาไม่ใช่คนของพวกผู้ก่อการร้ายที่วางแผนหลอกแก อย่างที่แกกับทีมเข้าใจ แต่เธอเป็นสายลับของฉันเอง”

“สายลับของแก?”

ต้นกล้าขยายความเรื่องอันดาสายลับของตน โดยเชื่อมโยงไปถึงคดีเฮียทับกับพวกแก๊งค้ามนุษย์ที่เพิ่งเคลียร์ไปไม่นาน

“หลังจากที่ฉันกวาดล้างแก๊งค้ามนุษย์พวกนั้นจบไปแล้ว ฉันกลับพบบางอย่างที่ยังต้องให้ตามสืบต่อ...มีชาวบ้านบางส่วนที่เคยถูกจับตัวไปแล้วหายสาบสูญ ที่ฉันยังต้องสืบต่อว่าเกิดอะไรกับพวกเขา ฉันเลยต้องหาสายลับที่ฝีมือดีและไว้ใจได้ไปช่วยแฝงตัวอยู่ในพื้นที่ ภูริชมันเลยแนะนำคุณอันดาให้ฉันรู้จัก”

“ตามข้อมูลเบื้องต้นที่คุณได้มานั่นแหละค่ะ

ผู้กองกรัณย์ ฉันเคยเป็นทหาร แต่ลาออกมาปฏิบัติภารกิจพิเศษนอกราชการที่ผู้ชายอาจทำได้ไม่ดีเท่า”

“มิน่า...เพราะเพื่อนผมสองคนมั่นใจฝีมือคุณขนาดนี้ ผมถึงรอดมาได้เพราะคุณ ถือเป็นโชคดีของผม”

“โชคดีของฉันด้วยเหมือนกันค่ะที่ได้เจอเสืออากาศหนุ่มที่รับมือฉันได้เหมือนกัน”

คำพูดเยินยอของอันดาทำให้กรัณย์ออกอาการเขิน ต้นกล้าจับสังเกตแล้วขอคุยกับเพื่อนตามลำพังโดยเดินกอดคอกรัณย์ห่างออกไป

“ทีนี้แกก็รู้ความจริงหมดแล้ว แกก็ควรกลับไปปฏิบัติภารกิจของแกต่อ แล้วปล่อยให้คุณอันดาไปทำงานให้ฉันซะที”

“เดี๋ยวนะ พูดแบบนี้มันเหมือนพยายามกันท่ายังไงพิกล อย่าบอกนะไอ้ท่าทางที่แกสนิทสนมกับคุณอันดาแบบนี้จะหมายความว่านิสัยเจ้าชู้แกจะออกลายอีก กล้านอกใจน้องแพรวเหรอ”

“เฮ้ย!! เปล่านะเว้ย ฉันจะกล้าทำแบบนั้นได้ไง แกไม่รู้อะไรซะแล้ว ตอนยังไม่คบกันยังไม่เท่าไหร่ พอคบกันแล้วนี่สิ ขี้หึงจนฉันแทบจะเรียกแม่อยู่แล้วเนี่ย”

“ขนาดนั้นเลยเหรอวะ งั้นฉันเจอน้องแพรวเมื่อไหร่ฉันจะบอกให้”

“ไอ้เวร อยู่เฉยๆ ไม่ต้องเอาคอเพื่อนไปขึ้นเขียงบ้างก็ได้ มีแฟนจริงจังเมื่อไหร่แล้วจะรู้”

สองหนุ่มหยอกล้อกันประสาเพื่อนสนิท อันดาเข้ามาขัดจังหวะเพราะได้เบาะแสที่น่าสนใจ หลังจากนั้นทั้งสามคนมุ่งหน้าไปที่ชายหาดของหมู่บ้านชาวประมง ชาวบ้านกำลังตื่นตระหนกกับศพนับสิบที่ถูกน้ำซัดมาเกยหาด

ต้นกล้า กรัณย์ อันดา ช่วยกันกับชาวบ้านเอาศพทั้งหมดขึ้นมาบนชายหาด ก่อนจะสอบถามชาวบ้านจนได้ความว่าศพที่ลอยมาเป็นชาวบ้านที่หายตัวไปก่อนหน้านี้ ต้นกล้าหน้าเครียดทันที กรัณย์ถามด้วยความสงสัย

“มีอะไรรึเปล่าวะต้นกล้า หรือว่านี่เป็นเรื่องที่แกกำลังให้คุณอันดาสืบอยู่”

“ตอนที่ฉันเข้าไปจัดการกับคดีของเฮียทับ มีเรื่องที่ฉันยังไม่เคลียร์อยู่อย่างนึงคือการหายตัวไปอย่างลึกลับของชาวบ้านแถวนี้ ฉันก็เลยติดต่อให้อันดามาช่วยสืบ”

“ค่ะ ฉันแฝงตัวอยู่ในพื้นที่พยายามหาร่องรอยการหายตัวไปของชาวบ้านมาตลอด แต่ก็ยังไม่ได้อะไรมาก จนวันนี้นี่แหละค่ะที่ได้เจอศพพวกเขาทั้งหมดลอยมาติดหาด”

“หายตัวไปแล้วมาพบเป็นศพมากขนาดนี้ อาจจะถูกฆ่าจากที่อื่นแล้วเอาศพมาทิ้งทะเล”

ต้นกล้าพยักหน้ารับ คล้อยตามที่กรัณย์วิเคราะห์ อันดาสังเกตเห็นที่แขนตรงข้อพับมีรอยเส้นเลือดปูดโป่งเป็นทางยาวสีดำ

“ผู้กองคะ ดูนี่ค่ะ”

“ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย แกล่ะกรัณย์”

“เป็นนักบินเว้ย ไม่ใช่นิติเวช แต่ฉันว่านี่อาจจะเป็นสาเหตุการตายของชาวบ้านคนนี้ก็ได้”

“เอายังไงดีคะผู้กอง”

ต้นกล้านิ่งไปอย่างใช้ความคิด กรัณย์นึกถึงใครบางคนเสนอขึ้นว่า

“ถ้าแกรีบอยากรู้ล่ะก็...ฉันพอจะหาคนมาช่วยได้”

ooooooo

ศรินทร์พาไอรีนมาพบกรัณย์ที่ห้องเก็บศพในโรงพยาบาล กรัณย์บอกไอรีนว่าเพื่อนของตนต้องการความช่วยเหลือให้เธอตรวจหาสาเหตุการตายของศพหนึ่งที่ข้อพับแขนมีรอยประหลาด

“ตรวจศพ!! ฉันเป็นนักวิจัยนะคะผู้กองไม่ใช่นิติเวช”

“แต่มันจำเป็นครับ และเป็นภารกิจลับที่เพื่อนผมต้องจำกัดวงคนรู้เรื่องนี้ให้เป็นคนที่ไว้ใจได้เท่านั้น ผมเลยนึกถึงคุณ คิดว่าน่าจะพอช่วยได้”

“ภารกิจอะไรคะ”

กรัณย์ไม่ทันจะตอบ อันดาเข้ามาตามและยิ้มให้ไอรีนอย่างเป็นมิตร แต่ไอรีนกลับมองด้วยสีหน้าไม่ค่อยชอบใจนัก

“ผู้กองคะ ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึง...” ยังไม่จบคำถาม กรัณย์ชิงตัดบทว่า

“ผมยังอธิบายอะไรตอนนี้ไม่ได้ ไว้เสร็จธุระแล้วผมจะเล่าให้ฟัง”

“ท่าทางผู้กองกับผู้หญิงคนนี้ดูมีความลับเยอะจังเลยนะคะ ถ้ามันลับมากฉันไม่อยากรู้ก็ได้ค่ะ”

ไอรีนพูดประชดแล้วเดินหน้าตึงเข้าไปข้างใน กรัณย์หน้าเจื่อน ยิ้มเก้อๆให้อันดาแล้วก้าวตามไอรีนไปสมทบกับต้นกล้าที่รออยู่

“ช่วยหน่อยนะครับด็อกเตอร์”

“ฉันจะพยายามค่ะผู้กอง”

ไอรีนรับปากต้นกล้าแล้วหันมาสนใจศพตรงหน้า ตรวจดูสภาพร่างกายโดยทั่วไปก่อนจะเริ่มสนใจร่องรอยเส้นเลือดสีดำที่บริเวณข้อพับแขน ซึ่งต้นกล้าคิดว่าน่าจะเป็นสาเหตุการตาย

“ฉันเคยเห็นแบบนี้มาก่อนบ้าง ถ้าใช่อย่างที่ฉันคิด...ศพนี่น่าจะเสียชีวิตเพราะถูกสารพิษชนิดร้ายแรง แต่ขอฉันตรวจดูอวัยวะภายในอีกทีเพื่อความแน่ใจ”

ผ่านไปพักใหญ่ ไอรีนนำหลอดตัวอย่างเลือดที่ได้จากศพมาให้ต้นกล้า

“ผลตรวจเบื้องต้นฉันค่อนข้างมั่นใจว่าผู้ตายเสียชีวิตเพราะถูกฉีดสารพิษเข้าไป และเป็นสารพิษที่ออกฤทธิ์รุนแรงทำลายระบบการทำงานของอวัยวะภายในผู้ตายค่ะ”

“มันเป็นสารพิษประเภทไหนเหรอคะ” อันดาถาม

“ฉันยังบอกไม่ได้ค่ะ เพราะฉันไม่มีเครื่องมือแต่เท่าที่เคยศึกษามาฉันยังไม่เคยเห็นการออกฤทธิ์ต่อระบบภายในที่รุนแรงแบบนี้มาก่อน ถ้าอยากรู้ก็ต้องเอาตัวอย่างเลือดไปตรวจเพิ่มเติม คนที่ไว้ใจได้และพอจะช่วยตรวจเพิ่มให้ได้ฉันอยากแนะนำเพื่อนฉันค่ะ หมอนภัสชล”

“ว่าที่เจ้าสาวของภูริชน่ะเหรอครับ”

“ผู้กองรู้จักด้วยเหรอคะ”

“คุณหมอที่ขโมยหัวใจเพื่อนผมไป ทำไมจะไม่รู้จักล่ะครับ กลุ่มผมก็เหลือแต่กรัณย์คนเดียวนี่แหละที่ยังหาว่าที่เจ้าสาวมาแต่งงานพร้อมกันไม่ได้”

กรัณย์โดนพาดพิงถึงกับรีบเบรก “เฮ้ย! หมดธุระของด็อกเตอร์แล้ว ฉันขอคุยกับแกหน่อย...มานี่เลย”

ต้นกล้าโดนกรัณย์ล็อกคอออกไปต่อว่าที่มุมหนึ่งอย่างเคืองๆ

“เป็นทหารเรือหรือเป็นบาริสต้าวะ ชงจัง”

“ตอนแรกได้ยินคณินทร์กับภูริชเล่าให้ฟังเรื่องแกกับด็อกเตอร์ไอรีนแล้ว ฉันก็ว่าจะเฉยๆ แต่พอได้เห็นด็อกเตอร์ไอรีนตัวจริงแล้ว...สวยแบบนี้ไม่ชงให้เพื่อนก็บ้าแล้ว”

“แกไปยุ่งเรื่องตัวเองก่อนเลย ไปเอาความคิดมาจากไหนวะ ต้องมากดดันให้ฉันรีบหาแฟนไปแต่งงานพร้อมพวกแกเนี่ย อ่านนิยายน้องแพรวมากไปเปล่า”

“ไม่เกี่ยวกับนิยายเว้ย แต่พวกเราสี่คนร่วมเป็นร่วมตายกันมาเกือบจะครึ่งค่อนชีวิต วันไหนมีทุกข์ก็ต้องทุกข์ด้วยกัน แล้วถ้าวันไหนจะมีความสุขมันก็ต้องสุขด้วยกัน ไม่มีการทิ้งเพื่อนเอาไว้ข้างหลังเด็ดขาด”

“ฟังดูดี แต่โคตรกดดันเพื่อน”

“แต่ฉันว่าแกไม่มีอะไรต้องกดดันแล้ว เพราะผู้เชี่ยวชาญเรื่องผู้หญิงอย่างฉันอ่านสายตาด็อกเตอร์ไอรีนแป๊บเดียวก็รู้แล้วว่าเธอมีใจให้แก...ไอ้เสืออากาศ”

“พอเลย ฉันไม่ต้องการคำแนะนำจากแก ขอพึ่งตัวเองดีกว่า”

“ก็ได้ แต่แกคงไม่ลากฉันมาเพราะแค่เรื่องนี้ใช่ไหม”

“ใช่...ก็เรื่องชาวบ้านที่แกกำลังให้คุณอันดาสืบอยู่นี่แหละ ฉันว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกับภารกิจที่ฉันกำลังปฏิบัติการอยู่ ข้อแรก...ฉันเห็นพวกชาวบ้านถูกพวกผู้ก่อการร้ายที่เล่นงานฉันถูกพาตัวไประหว่างที่ฉันกำลังปฏิบัติภารกิจ ข้อสอง...แกคงรู้เรื่องที่เฮียทับตายในคุกแล้ว”

“ฉันกำลังสอบสวนเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน เพราะมันเป็นเรื่องผิดปกติเกินไป”

“ถูก...ทั้งเฮียทับ ทั้งนายณรงค์หัวหน้าแก๊งยาเสพติด และนายพลลาแปถูกฆ่าตายในเวลาเดียวกัน และทุกคนคือคนร้ายในภารกิจที่พวกเราทีมชาโดว์รับผิดชอบอยู่”

“แกมั่นใจแล้วใช่ไหมว่าผู้ก่อการร้ายกลุ่มนั้นอยู่เบื้องหลังทั้งหมด”

“คิดว่าใช่...ตอนที่ฉันเจอคนที่ฆ่ามีนา พวกมันท้าทายฉันกับคณินทร์ มันอ้างว่ามันรู้จักพวกเราทุกคนดี”

“งั้นก็หมายความว่าการปรากฏตัวของพวกมันครั้งนี้ต้องมีเป้าหมายบางอย่างที่พวกเราสี่คนต้องช่วยกันสืบให้รู้ งั้นฉันจะให้คุณอันดาช่วยเหลือเรื่องข้อมูลที่เธอมีกับแก บางทีแกอาจจะได้อะไรเพิ่มเติม...ไม่ต้องห่วง ฝีมืออย่างคุณอันดาช่วยแกได้แน่ เหลืออย่างเดียวที่แกต้องระวัง”

“ระวังอะไรวะ”

“เสน่ห์ผู้หญิงครบเครื่องของเธอไง ถ้าแกเกิดใจไม่แข็ง หลงเข้าให้ล่ะก็...แกกับด็อกเตอร์ได้งานเข้าแน่”

“ไอ้เวร! แนะนำแต่ละอย่าง” กรัณย์โวยวาย แต่ในใจอดคิดอย่างที่ต้นกล้าพูดไม่ได้เหมือนกัน...

เมื่อกลับมาถึงบ้านพักที่อรรณพรออยู่ กรัณย์แนะนำอันดาให้ทุกคนรู้จักอย่างเป็นทางการ

“อย่างที่ผมได้อธิบายไปแล้ว เพราะภารกิจของคุณอันดาที่ช่วยสืบให้ผู้กองต้นกล้ามีความเกี่ยวข้องกับภารกิจเรา ผมจึงต้องให้เธอมาพักอยู่กับเราเพื่อร่วมปฏิบัติภารกิจนี้ด้วยกัน”

“ยินดีที่ได้ร่วมภารกิจเดียวกันนะคะ ผู้หมวดอรรณพ หมวดศรินทร์ ด็อกเตอร์ไอรีน”

ทุกคนยินดีต้อนรับอันดา แต่ศรินทร์กลับคิดว่าไอรีนน่าจะยังงอนกรัณย์อยู่ จึงกระซิบบอกให้เขาหาโอกาสพูดคุยกับเธอบ้าง กรัณย์ชะงัก แต่พอทุกคนแยกย้ายก็รอจังหวะเข้าไปคุยกับไอรีน

ไอรีนไม่ได้ติดใจอะไรเรื่องอันดา กรัณย์โล่งใจและอยากสารภาพรัก แต่ไม่ทันได้พูดเพราะอันดาเข้ามาเรียกเพื่อจะคุยรายละเอียดเรื่องที่เขาเจอพวกชาวบ้านถูกจับ

“ได้ครับ ผมขอตัวก่อนนะครับด็อกเตอร์”

“ด็อกเตอร์ไอรีนไปคุยกับเราด้วยก็ได้นะคะ”

“ไม่ดีกว่าค่ะ เชิญพวกคุณตามสบายเถอะค่ะฉันง่วงแล้ว” ไอรีนบอกปัดแล้วรีบเดินออกไป อันดามองตามแปลกใจ ถามกรัณย์ว่าตนมาขัดจังหวะอะไรพวกเขาหรือเปล่า

“เปล่าครับ” ตอบแล้วกรัณย์มองตามไอรีนไปด้วยความเสียดายที่ยังไม่ได้บอกรักจริงจังสักที

ooooooo

ภายในห้องคุมขังบนเกาะบัญชาการของพวกแบล็กไอรอน เตชะวิทย์เล่าแผนของตนเองให้ครรชิตฟังว่าที่ตนยอมถูกจับมาเพราะต้องการฆ่าจอห์นนี่แฮกเกอร์ที่จะสร้างเรดาร์ตามหาไอรีน

ครรชิตตกใจและไม่เห็นด้วย แต่ห้ามเตชะวิทย์ไม่ได้เพราะเขามุ่งมั่นมาก แกล้งดึงดันขัดขืนพวกมันจนโดนยิงแขนบาดเจ็บต้องเข้าไปรับการรักษาในห้องพยาบาลสมใจ

จอห์นนี่อยู่ในห้องพยาบาลจริงอย่างที่เตชะวิทย์คาดไว้ มันยังนอนรักษาอาการบาดเจ็บอยู่อีกเตียงใกล้กัน

ส่วนที่ห้องคุมขัง ธีระกำลังซักถามครรชิตว่าทำไมเตชะวิทย์ถึงอาละวาดขนาดนั้น มันคิดจะทำอะไรกันแน่ ครรชิตลังเลที่จะบอก แต่เพราะธีระคาดคั้นอย่างหนักทำให้เลี่ยงยาก แต่แล้วซายูริก็เข้ามาขัดจังหวะลากธีระออกไปเพราะเจสันมีเรื่องสำคัญจะปรึกษา

เรื่องศพชาวบ้านที่หลุดรอดลอยไปจากเกาะ

เจสันให้แดเนียลจับพวกเขามาเพื่อทดลองสูตรอาวุธเคมีที่จะเร่งผลิตให้ได้ตามเป้าหมาย โดยมีธีระให้ความร่วมมือในฐานะนักวิจัยระดับหัวกะทิ

เมื่อมีศพลอยไปเกยหาดและมีชาวบ้านรู้เห็น

เจสันกลัวแผนการของตนมีปัญหา เพราะหากทหารหรือตำรวจทำการตรวจสอบศพขึ้นมา โอกาสที่จะสาวมาถึงย่อมมีแน่ จึงสั่งแดเนียลส่งคนไปปิดปากทุกคนที่รู้เห็นและเกี่ยวข้องกับการจับตัวชาวบ้านมาเป็นเหยื่อทดลอง อย่าให้มีใครพูดเรื่องนี้ได้อีก

ขณะเดียวกันนั้นไอรีนติดต่อหมอนภัสชลให้ช่วยตรวจสอบผลเลือดของศพที่ต้นกล้ากับกรัณย์พบที่ชายหาด แต่ต้องใช้เวลาพอสมควร ระหว่างนี้อันดากับกรัณย์ก็พยายามหาเบาะแสเกี่ยวกับศพ โดยมีต้นกล้าร่วมด้วย ซึ่งพวกเขาเกือบจะได้ข้อมูลจากคนที่ทำงานให้พวกแบล็กไอรอนอยู่แล้ว ถ้าหมอนั่นไม่โดนแดเนียลลอบยิงตายเสียก่อน

วันเดียวกันนี้ไอรีนได้รับการติดต่อจากนภัสชลเรื่องการตรวจตัวอย่างเลือดจากศพที่ยังตรวจหาอะไรไม่เจอ ทั้งๆที่มันควรจะต้องเจอ ไอรีนร้อนใจอยากออกไปค้นหาความจริงด้วยตัวเอง แต่ศรินทร์ไม่ยินยอมเพราะเป็นคำสั่งของกรัณย์ที่กำชับไว้

ไอรีนดึงดันมากจนศรินทร์ใจอ่อน แต่ย้ำว่าต้องรักษาเวลาตามที่ตกลงกัน แล้วถามว่าจะเอาตัวอย่างเลือดไปทดสอบที่ไหน ไอรีนบอกว่าไม่ไกลจากที่นี่มีห้องวิจัยของมหาวิทยาลัย ตนรู้จักอาจารย์ที่นั่นที่จะขอเข้าไปยืมใช้เครื่องมือได้ ศรินทร์จึงเร่งอีกฝ่ายให้รีบขึ้นรถ

ooooooo

เจสันใจร้อนต้องการให้จอห์นนี่สร้างเรดาร์ตามหาไอรีนให้ได้เร็วๆ ทั้งที่มันยังนอนรักษาอาการบาดเจ็บแทบไม่มีแรงลุกยืน

แต่เป็นเพราะบัญชาของเจสัน หมอที่รักษาจำเป็นต้องใช้ยากระตุ้นจอห์นนี่ให้ลุกมาทำงานในอีกหนึ่งชั่วโมงนับจากนี้ เตชะวิทย์นอนอยู่เตียงถัดไปได้ยินทุกอย่าง วางแผนจะป่วนพวกมันอีกครั้งเพื่อเอาชีวิตจอห์นนี่ให้จงได้

เวลาเดียวกันนั้น ธีระเพิ่งรู้แผนการของเตชะวิทย์จากครรชิต เขาลุกลี้ลุกลนถอยไปมุมห้องมองบนเพดานที่ซ่อนกล้องวงจรปิดเพื่อส่งสัญญาณบอกให้ซายูริเข้ามาพาตัวเขาออกไปเตชะวิทย์เตรียมการ

หลังจากเจสันกับหมอกลับออกไป เขาตั้งใจสังหารจอห์นนี่โดยแย่งปืนจากสมุนของแบล็กไอรอนมายิงเข้ากลางหลังสองนัดอาการสาหัส แต่ไม่กี่อึดใจต่อมาเตชะวิทย์ก็โดนซายูริที่เข้ามาพร้อมธีระยิงแขนบาดเจ็บ

ธีระร้องห้ามซายูริที่จะซ้ำเตชะวิทย์ แต่ให้รีบพาจอห์นนี่ไปให้หมอรักษาก่อนที่มันจะตาย จากท่าทีและคำพูดของธีระทำให้เตชะวิทย์รู้ความจริงก่อนที่เขาจะโดนซายูริตบหน้าด้วยด้ามปืนฟุบหมดสติ

ที่สุดแล้วจอห์นนี่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวสิ้นใจตายไปพร้อมกับความสะใจของเตชะวิทย์ เจสันไม่พอใจอย่างมาก ภารตีจึงคิดจะทรมานเตชะวิทย์ที่เป็นเบาะแสเดียวในตอนนี้ให้ยอมเปิดเผยว่าไอรีนอยู่ที่ไหน

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement