วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ยึดฟ้าหาพิกัดรัก ตอนที่ 4


21 ก.ย. 2560 08:21
405,870 ครั้ง

ยึดฟ้าหาพิกัดรัก ตอนที่ 4

อ่านเรื่องย่อ

ยึดฟ้าหาพิกัดรัก

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

ทองหลาง

บทโทรทัศน์โดย:

แพรพริมา

กำกับการแสดงโดย:

แผ่นดิน ประสงค์สันติ

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

มิกค์ ทองระย้า,เซฟฟานี่ อาวะนิค

ไอรีนต้องเข้าประชุมกับผู้ใหญ่ในกระทรวงกลาโหมทั้งที่ไม่เต็มใจ ยิ่งพอรู้ว่าตัวเองถูกจำกัดสิทธิทุกอย่าง ภายในบ้านพักกองบินมีกล้องสอดแนมทั่วทุกมุม ทำให้เธอไม่พอใจถึงกับผลุนผลันออกจากห้องประชุม ต่อว่ากรัณย์ที่รออยู่หน้าห้องว่าโกหก ไว้ใจไม่ได้ ก่อนจะตบหน้าเขาด้วยความโกรธ

กรัณย์พยายามจะอธิบาย แต่ธงรบออกมาสั่งเฉียบขาดให้เขาพาไอรีนกลับเข้าไปในห้องประชุม ไอรีน ไม่มีทางเลือก จำต้องเข้ามานั่งเก้าอี้ตัวเดิมต่อหน้าผู้ใหญ่ทั้งหมด ส่วนกรัณย์ได้รับอนุญาตให้อยู่ด้วย

ไอรีนเป็นคนเปิดประเด็นว่ากองทัพต้องการสูตรนาเดียมาผลิตอาวุธใช้เอง ทำให้ผู้ใหญ่ทุกคนข้องใจว่าเธอเอาความคิดนี้มาจากไหน

“เพื่อนฉันค่ะ เขาถูกตามล่าจากพวกผู้ก่อการร้ายและเตือนให้ระวังตัว”

“คุณเลยคิดว่ากองทัพไม่จริงใจช่วยคุณ...ด็อกเตอร์ครับ กองทัพไม่เคยมีความคิดแบบนั้น พวกเราทุกเหล่าทัพ มีหน้าที่รบกับข้าศึกเพื่อปกป้องชีวิตของประชาชน เราไม่ได้มีหน้าที่ไปรุกรานใคร”

“ถึงแม้ว่าทุกวันนี้หลายประเทศต่างชิงดีชิงเด่น ใครสะสมอาวุธมากก็มีโอกาสเป็นผู้นำ แต่สำหรับเรา เรามีอาวุธไว้เพื่อรักษาอธิปไตยของชาติ และหยุดภัยก่อการร้ายที่จะคุกคามความสงบสุขเท่านั้น”
คำยืนยันหนักแน่นของผู้ใหญ่ระดับสูงของกระทรวงทำให้ไอรีนนิ่งไป แต่ยังอยู่บนความลังเล

“เอาล่ะด็อกเตอร์ ถ้าคำพูดเรายังทำให้คุณวางใจไม่ได้ ภารกิจต่อต้านภัยก่อการร้ายครั้งนี้ เราจะให้คุณเป็นคนตัดสินใจและร่วมวางแผน ตามความตั้งใจที่คุณสร้างนาเดียขึ้นมาเพื่อรักษาชีวิตคน ไม่ได้ทำลายชีวิตใคร”

กรัณย์ไม่เห็นด้วย ค้านขึ้นทันที “ท่านครับ ด็อกเตอร์ไอรีนไม่ใช่ทหาร ขืนให้เธอตัดสินใจภารกิจ พวกเราได้ตายกันหมดแน่”

“ผู้กองกรัณย์ หน้าที่คุณคือสนับสนุนและปกป้องชีวิตด็อกเตอร์ไอรีน ช่วยให้เธอหยุดพวกแบล็กไอรอนและนำนาเดียกลับมาให้เป็นความหวังของมนุษยชาติ”

“การที่ด็อกเตอร์ไอรีนไม่ใช่ทหารไม่ใช่ปัญหาหรอกผู้กอง ไม่มีใครรู้จักนาเดียดีเท่าเธอ เพราะฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่อีกอย่างของคุณที่จะต้องเตรียมความพร้อมให้ด็อกเตอร์สามารถร่วมทีมและคิดอย่างทหารให้ได้ ซึ่งถ้าคุณทำไม่ได้ ผมจะได้ให้คนอื่นทำแทน...ว่าไงผู้กอง”

กรัณย์นิ่งอึ้งไปอึดใจ สบตาไอรีนก่อนจะยืดอกตัวตรงยกมือขึ้นทำวันทยหัตถ์รับคำสั่งโดยดี แต่พอออกจากห้องประชุม กรัณย์อดติงคำสั่งนี้ผ่านธงรบไม่ได้ อยากให้ใช้วิธีอื่นให้ไอรีนเชื่อใจเรา

“ผู้กอง...คำสั่งของท่านจบไปแล้ว คุณมีหน้าที่ต้องทำตาม”

“แล้วท่านผู้การล่ะครับ เห็นด้วยกับคำสั่งรึเปล่า”

“ผมเห็นด้วย ตอนนี้ข้อมูลของพวกแบล็กไอรอนเริ่มเปิดเผยออกมามากขึ้น มันทำให้ผมรู้ว่าเรากำลังรับมือกับผู้ก่อการร้ายที่มีการวางแผนมาอย่างดี มีกองกำลังฝีมือดีที่เราจะประมาทไม่ได้ เพราะฉะนั้นการซ่อนตัวด็อกเตอร์ไอรีนไว้ไม่ทำให้เราเป็นฝ่ายรุกกลับ”

“ท่านหมายความว่า...”

“ใช่...ในเมื่อด็อกเตอร์ไอรีนคือเป้า เราก็ต้องใช้ล่อให้พวกมันโผล่ออกมา จนกว่าเราจะค้นพบรังของพวกมันและรู้ว่าหัวหน้ามันคือใคร ท่านรัฐมนตรีถึงได้ย้ำกับคุณไงผู้กอง ว่าคุณต้องทำหน้าที่ปกป้องด็อกเตอร์ไอรีนอย่างสุดความสามารถ ชีวิตของเธอคือชีวิตของคุณ และคือความสงบสุขของชาติ”

เป็นอันว่ากรัณย์หมดข้อกังขา แต่พอเขากลับมาที่บ้านพักก็มีปากเสียงกับไอรีนอีก เพราะเธอล่วงรู้ว่าภายในบ้านยังมีกล้องสอดแนมจับตาความเป็นอยู่ของเธอ โดยทั้งหมดอยู่ในสายตาของธงรบและหมวดอรรณพกับหมวดศรินทร์ด้วย

ที่สุดกรัณย์ยอมเก็บกล้องทั้งหมด แต่มีข้อแลกเปลี่ยนว่าไอรีนต้องทำตามคำสั่งของเขา

กรัณย์ให้ไอรีนฝึกยุทธวิธีเพื่อเข้าร่วมภารกิจกับกองทัพได้ด้วยดี เริ่มจากวิ่งฝ่าเครื่องกีดขวางในสนามฝึก ต่อด้วยการยิงปืน แค่สองอย่างก็ทำให้ไอรีนเหนื่อยแทบหมดแรง บ่นกระปอดกระแปดโอดครวญตลอดเวลา แต่ไม่ทำให้กรัณย์ล้มเลิก มีแต่หนักหน่วงและน่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีก เขาจับเธอขึ้นเครื่องบินในชุดเตรียมพร้อมเพื่อทดสอบสภาพจิตใจ

“ทดสอบสภาพจิตใจ หมายความว่าไง”

เมื่อรู้ว่าตัวเองต้องกระโดดร่ม ไอรีนกลัวจนตัวสั่น ปฏิเสธลูกเดียวว่า ตนทำไม่ได้

“ก็แค่โดดร่ม”

“โดดร่มนะ ทำอย่างกับบอกให้ฉันกระโดดยาง ฉันขอร้องล่ะ พาฉันลงพื้นเถอะ”

“ก็ได้ เดี๋ยวผมจะพาคุณลงพื้น แต่ลงไปทางนี้นะ”

กรัณย์ชี้มือไปที่ประตูท้ายเครื่องที่กำลังเปิดออกช้าๆ ลมพัดเข้ามาอย่างแรงทำให้ไอรีนเห็นสภาพภายนอกที่น่ากลัวสุดๆ

“ผู้กอง...ฉันขอร้อง ฉันทำไม่ได้จริงๆ”

“คุณไม่ได้ฝึกมาแบบผม โดดลงไปเองไม่ได้หรอก แต่จะให้คุณโดดลงไปพร้อมผม”

“นั่นฉันก็ทำไม่ได้ ฉันกลัว”

“ฟังผมนะครับด็อกเตอร์” กรัณย์เปลี่ยนท่าทีเป็นจริงจัง สองมือบีบไหล่เธอแน่น แววตามองลึกไปที่ดวงตาเธออย่างอ่อนโยน “คุณสร้างนาเดียให้เป็นความหวังของมนุษยชาติ คุณช่วยโทนให้รอดจากความตาย สิ่งเหล่านั้นไม่มีใครทำได้นอกจากคุณ เพราะคุณมีความกล้าหาญ มีความพยายาม คุณไม่เคยยอมแพ้กับอุปสรรคและคำว่าเป็นไปไม่ได้ และที่สำคัญที่สุดก็คือ ถ้าเราไว้ใจกันและกัน เราจะผ่านภารกิจนี้ไปได้อย่างปลอดภัย”

กรัณย์ทำได้อย่างที่พูดจริงๆ เขากระโดดร่มพร้อมไอรีน ลงมาที่สนามหญ้าอย่างปลอดภัยแล้วช่วยปลดล็อกเซฟตี้ให้เธอที่ยังยืนอื้ออึง

“เป็นไงครับ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดใช่ไหมครับ”

“สัญญากับฉันได้ไหมว่าจะไม่มีครั้งที่สองอีก”

“เราอยู่ในภารกิจความมั่นคงของชาติ ผมให้สัญญาอะไรแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ มันต้องแล้วแต่สถานการณ์ แต่คุณทำได้ดีมากครับ เอาเป็นว่า...คุณผ่านการทดสอบแล้ว”

“ฉันทำได้!?” ไอรีนพูดเหมือนละเมอ มองขึ้นไปบนท้องฟ้าสีหน้าเหยเก

ooooooo

หลังจากผ่านการทดสอบที่หนักหน่วงแล้ว ไอรีนยังต้องมาจดจำประวัติส่วนตัวทั้งของตัวเองและกรัณย์ที่ต้องเล่นละครเป็นสามีภรรยากันให้แนบเนียน โดยประวัติปลอมๆนั้นกรัณย์แต่งขึ้นมาเอง ซึ่งบางอย่างไม่ถูกใจไอรีนเอาเสียเลย

เมื่อท่องจำข้อมูลส่วนตัวได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือไอรีนต้องแปลงโฉมใหม่โดยได้ศรินทร์หมวดสาวลูกน้องของกรัณย์มาช่วย ศรินทร์สลัดคราบนักวิจัยเชยๆของไอรีนออกให้กลายเป็นนางแบบสวยเซ็กซี่จนกรัณย์และอรรณพตะลึงพรึงเพริด โดยเฉพาะอรรณพนั้นประทับใจมากถึงกับชื่นชมเธอไม่หยุดปาก

กรัณย์พาไอรีนไปอยู่เซฟเฮาส์ใหม่ซึ่งเป็นบ้านพักส่วนตัวของผู้การธงรบที่อยู่ติดชายทะเล โดยมีอรรณพกับศรินทร์ตามมาเป็นกำลังเสริมคอยคุ้มกัน ไอรีนร้อนใจต้องการรีบตามหาเตชะวิทย์เพราะกลัวเขาถูกฆ่าทิ้ง แต่กรัณย์ยืนยันว่าสายข่าวของตนยังไม่ได้เบาะแสเตชะวิทย์ และเชื่อว่าพวกผู้ก่อการร้ายก็ยังไม่ได้เหมือนกัน เพราะมีเรื่องอื่นให้มันตามมากกว่า

“เรื่องอะไรคะ”

“พวกมันกำลังตามล่าตัวผู้เชี่ยวชาญทางด้านเรดาร์ ให้ประดิษฐ์เครื่องติดตามตัวที่ฝังอยู่ในตัวคุณกับนายวิทย์ ถ้าได้ตัวหมอนั่นไป ต่อให้คุณหนีไปอยู่ที่ไหนพวกมันก็ตามเจอ แต่คุณไม่ต้องห่วง เพื่อนผมกำลังตามรอยหมอนั่นอยู่ ส่วนตอนนี้คุณต้องเล่นตามบทที่ตกลงกัน เพื่อความปลอดภัยของคุณ”

ไอรีนมองกรัณย์อย่างชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมให้เขาจับมือพาเดินลงไปที่หาดทรายราวกับเป็นคู่รักที่มาท่องเที่ยว

บรรยากาศชายหาดชาวบ้านหลายคนกำลังตากอาหารทะเลทำของแห้งไว้ขาย บ้างถักแหถักอวน บ้างซ่อม เรือประมงลำเล็ก ลูกเด็กเล็กแดงวิ่งเล่นสนุกสนานเป็นชีวิตเรียบง่ายไร้พิษภัย ไอรีนเห็นแล้วยิ้มได้

“ยิ้มแบบนี้แสดงว่าชอบที่นี่แล้วล่ะสิ”

“ตั้งแต่เกิดเรื่อง ฉันต้องหนีตาย ต้องหลบๆซ่อนๆ ได้มาเจอบรรยากาศดีๆ ได้มาเห็นชีวิตที่เรียบง่ายแต่มีความสุขแบบนี้มันก็ต้องดีต่อใจบ้างสิคะผู้กอง...เอ่อ... คุณรัณย์”

“เราเป็นคู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามันกันนะครับ เรียกซะเหมือนคนเพิ่งรู้จักกัน”

“มากไปไหมคะ”

“เพื่อความสมจริง เพื่อให้ชาวบ้านแถวนี้เชื่อว่าเราเป็นคู่แต่งงานที่มาอยู่แถวนี้ไงครับที่รัก”

“ที่รัก? ยี้...ฉันไม่เอาด้วย”

“ผมก็ไม่เอาด้วยหรอก ขืนให้เรียกแบบนั้นเลี่ยนตาย ก็แค่อยากให้คุณทำตัวกลมกลืนไม่เป็นพิรุธอย่างน้อยถ้าชาวบ้านแถวนี้เชื่อ เขาก็จะคอยเป็นหูเป็นตาให้เราได้”

“เป็นหูเป็นตา?”

กรัณย์ไม่พูดแต่พยักหน้าให้เธอดูบริเวณชายหาดที่ชาวบ้านกำลังซ่อมเรือประมง ไอรีนเขม้นมองก็เห็นหมวดชาตรีกับหมวดชูชาติปลอมตัวเป็นชาวประมงกลมกลืนกับพวกชาวบ้าน

“นั่น...”

“ใช่...ผมให้พวกเขาแฝงตัวกับพวกชาวบ้าน คอยระวังความปลอดภัยให้คุณ ผมเลือกที่นี่ก็เพราะคุณอยู่แล้วจะได้สบายใจกว่าต้องทนอุดอู้อยู่ในกองบิน”

กรัณย์บอกไอรีนแล้วทำทีเดินเข้าไปเลือกซื้ออาหารทะเล หญิงสาวไม่คิดว่าเขาจะมีมุมคิดเผื่อให้เธอสบายใจ อดยิ้มชื่นชมผู้กองหนุ่มไม่ได้

ooooooo

แดเนียลรับคำสั่งจากเจสันให้ติดตามตัวจอห์นนี่ แฮกเกอร์มือดีเอามาทำงานสำคัญ แต่ในขณะเดียวกันตำรวจก็กำลังต้องการตัวหมอนี่เช่นกัน ซึ่งแน่นอนว่าสองฝ่ายย่อมมีการปะทะกัน

ซายูริคนของแดเนียลพลั้งมือฆ่าตำรวจตายทำให้เจสันไม่พอใจ ดุด่าแดเนียลที่ปล่อยให้ลูกน้องฆ่าคนพร่ำเพรื่อ

หลังจากเล่นงานลูกชายแล้ว เจสันรีบเดินทางไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งเพื่อแถลงข่าวสร้างภาพเอาความดีของตนโชว์สื่อด้วยการทำโครงการอาคารบ้านพักอาศัยสำหรับผู้ด้อยโอกาส แต่ในงานนี้มีนักข่าวสาวสวยชื่อมินตราตั้งข้อสังเกตว่าการกระทำของเจสันมีเบื้องหลังไม่ขาวสะอาด บริษัทเจ-คอร์ปเอนเตอร์ไพรซ์ของเขาเกี่ยวพันกับนักธุรกิจค้ายาเสพติดกลุ่มหนึ่ง ดังนั้นการลงทุนครั้งนี้น่าจะเรียกว่าการฟอกเงิน

เจสันไม่พอใจแต่เก็บซ่อนความรู้สึก อธิบายเสียงเรียบว่า

“ขอบคุณมากครับคุณมินตราสำหรับข้อมูลที่คุณถามมา ทำให้วันนี้ผมได้ทราบว่าธุรกิจของผมกำลังถูกผู้ไม่หวังดีดิสเครดิตโยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจ

สีเทาอย่างนั้น จากนี้ไปผมจะเปิดให้มีการตรวจสอบจากสื่อทุกแขนงโดยไม่มีการปกปิดทุกบัญชี รวมทั้งสำนักข่าวเอกซ์ตราของคุณด้วยนะครับ ผมจะให้สิทธิ์คุณนำเสนอข่าวเจาะลึกธุรกิจผมเป็นที่แรก...ขอบคุณครับ”

เจสันกล่าวแค่นั้นแล้วเดินออกไปอีกห้อง ภารตีกับลูกน้องก้าวตาม โดยมีสายตาของมินตรามองตามด้วยความสงสัย

เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องส่วนตัว ภารตีรู้สึกผิดรีบขอโทษเจสันที่ไม่ได้คัดนักข่าวเข้างานให้ดี ตนจะให้คนไปจัดการหุบปากนักข่าวคนนั้น มันจะได้ไม่กล้าอีก

“อย่าได้ทำเรื่องโง่ๆแบบนั้นเด็ดขาด ฉันพูดให้ทุกสื่อเคลียร์แล้ว คำพูดของนักข่าวคนนั้นไม่มีน้ำหนักพอจะทำอะไรฉันได้อีก”

“แต่ท่าทางยัยนั่นดูจะกัดไม่ปล่อยนะคะ”

“นักข่าวไฟแรงก็เหมือนหมาล่าเนื้อนั่นแหละ ถ้าไม่มีเนื้อให้ล่าเดี๋ยวมันก็หยุดเอง ที่เธอควรทำตอนนี้มากกว่า คือไปเคลียร์ทุกบัญชีของเจ-คอร์ปเอนเตอร์ไพรซ์ไม่ให้ใครสงสัย แล้วเอาไปบอกนักข่าวคนอื่นอีก...แต่ก็ใช่ว่าฉันจะอยู่เฉยๆปล่อยให้โดนเด็กเมื่อวานซืนแบบนั้นโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว ฉันอยากรู้จักนักข่าวคนนั้นมากขึ้น จัดการให้ฉันด้วยแล้วกัน”

ภารตีทำตามคำสั่งเจสันทันที จะไปเจรจากับมินตราแต่พอดีเธอไม่ได้อยู่คนเดียว กำลังถกเถียงกับคณินทร์ที่มาเตือนไม่ให้มินตรากล้าบ้าบิ่นตั้งคำถามแบบเมื่อสักครู่กับเจสัน

การมาของภารตีกับลูกน้องทำให้คณินทร์กับมินตรายุติการโต้เถียง ระแวดระวังตัวเป็นพิเศษ

“ไม่ต้องกลัวค่ะ ดิฉันมาเป็นตัวแทนของมิสเตอร์เจสัน ท่านยังยืนยันว่าไม่ได้โกรธที่คุณตั้งคำถามแบบนั้นกลางงานแถลงข่าว”

“ถ้าไม่ได้โกรธแล้วแห่กันมาทำไม” คณินทร์น้ำเสียงไม่พอใจ แต่มินตรากลับพูดดีกับภารตี

“ขอบคุณมิสเตอร์เจสันมากนะคะที่เข้าใจว่าฉันทำหน้าที่ของสื่อ”

“ค่ะ มิสเตอร์เจสันชอบความตรงไปตรงมาของคุณมาก จนอยากทำความรู้จักคุณให้มากขึ้นและพร้อมตอบทุกคำถามให้คุณหายสงสัย จึงอยากนัดให้คุณพบกับท่านเป็นการส่วนตัว”

“ไม่ครับ...ภรรยาผมไม่ว่าง ฝากขอบคุณเจ้านายคุณด้วย ขอตัวนะครับ” คณินทร์รีบดึงมือมินตราออกไปทันทีโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

มินตราฮึดฮัดแสดงอาการไม่พอใจ ผลักคณินทร์ออกห่างหลังจากพ้นสายตาพวกภารตีมาแล้ว

“ทำบ้าอะไรเนี่ย นั่นเป็นโอกาสเดียวที่ฉันจะเข้าถึงตัวหมอนั่นนะ”

“ยังไม่ใช่ตอนนี้นะมินตรา ถ้าจะเล่นงานหมอนั่นให้อยู่หมัด เราต้องรอ”

“รออะไรอีก”

คณินทร์จำเป็นต้องพูดข้อมูลที่รู้จากกรัณย์เกี่ยวกับเจสันมีเครือข่ายเกี่ยวโยงไปถึงพวกแบ่งแยกดินแดนและพวกค้ามนุษย์ จึงไม่ต้องการให้มินตราเสี่ยงอันตรายกับพวกมัน

“ถ้าข้อมูลที่คุณได้มาเป็นเรื่องจริง นั่นหมายความว่าเรากำลังเจอกับอาชญากรตัวสำคัญที่อันตรายที่สุดเท่าที่เคยเจอมา”

“ผมถึงต้องซีเรียสเรื่องนี้กับคุณ...ขอร้องนะมินตรา ผมเสียคุณไปไม่ได้จริงๆ ผมขอร้อง”

คณินทร์ดึงมินตรามากอดแล้วหอมแก้มเมื่อสังเกตว่าเธออ่อนลง หญิงสาวโวยวาย แต่ไม่ทันไรคณินทร์ก็ต้องขอตัวหลังรับโทรศัพท์จากลูกน้องที่รายงานมาว่าได้เบาะแสจอห์นนี่แล้ว

“มีคดีที่ผมกำลังช่วยตามสืบให้กรัณย์อยู่ ผมต้องไปแล้ว...สัญญากันแล้วนะมินตรา”

มินตรารับคำโดยดี แต่พอลับหลังเขา ท่าทีเธอลังเล...

ooooooo

คณินทร์กับกรัณย์พร้อมด้วยชูชาติและชาตรีตามล่าจอห์นนี่มาถึงแหล่งกบดานจนเกือบจะได้ตัวอยู่แล้วถ้าไม่มีซายูริกับแจ็คยกพวกมาขัดขวาง

สองฝ่ายปะทะกันดุเดือดเพื่อชิงตัวจอห์นนี่ที่ก่อนหน้านี้โดนซายูริยิงบาดเจ็บและแผลยังไม่หายดี เมื่อมาตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงตายอีก ทำให้อาการจอห์นนี่ยิ่งแย่ เลือดที่บาดแผลไหลไม่หยุด

ในที่สุดพวกซายูริเป็นฝ่ายได้ตัวจอห์นนี่ไปเพราะแดเนียลนำกำลังเข้ามาเสริม แต่ก่อนจะลอยนวลไปนั้นแดเนียลซึ่งเคยยิงมีนาว่าที่เจ้าสาวของกรัณย์ตายคาสนามบินได้ทิ้งคำพูดเย้ยหยันกรัณย์ไว้ให้เจ็บแค้นใจจนแทบคลั่ง

คณินทร์เข้าใจความรู้สึกของเพื่อนจึงพยายามปลุกปลอบ เช่นเดียวกับชูชาติและชาตรีที่สงสารและเห็นใจกรัณย์มาก สองหมวดกลับมาที่บ้านพักชายทะเลแต่ไม่ยอมบอกอะไรกับไอรีนที่รอคอยกรัณย์อยู่ด้วยความเป็นห่วง

กรัณย์พยายามสงบสติอารมณ์โกรธแค้นและบอกคณินทร์ว่าตนอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ

“ฉันรู้...แต่มีเพื่อนตายคนไหนวะที่จะทำเป็นทองไม่รู้ร้อนปล่อยแกไว้คนเดียว”

กรัณย์ไม่พูดอะไรแต่จะเดินออกไป คณินทร์ยอมไม่ได้ ขวางไว้ทันที

“อย่าแม้แต่จะคิดนะโว้ย ถ้าแกปล่อยให้เรื่องส่วนตัวมีอิทธิพลกับความคิดแก ปฏิบัติการที่มีความมั่นคงของชาติเป็นเดิมพันจะมีแต่พังกับพัง”

“นี่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว มันเป็นคนเดียวกับที่ฆ่ามีนา มันอยู่เบื้องหลังสังหารหมู่สถาบันวิจัย การตามล่ามันคือภารกิจของฉัน”

คณินทร์กระชากคอเสื้อกรัณย์แล้วตะคอกใส่หน้าอย่างมีอารมณ์ “แกได้ตามล่ามันแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้โว้ย!!”

“ไม่ใช่ตอนนี้แล้วจะปล่อยให้มันเป็นฝ่ายตามล่าฆ่าทุกคนที่ฉันรู้จักก่อนเหรอไงวะ หลบไป อย่ามาขวางทางฉัน”

ทั้งคู่ไม่มีใครยอมใคร ยื้อคอเสื้อกันไปมาจ้องหน้ากันเขม็ง สุดท้ายคณินทร์ตัดสินใจซัดหมัดเข้าหน้ากรัณย์เพื่อเรียกสติ แต่หมัดหนักไปหน่อยเล่นเอากรัณย์ปากแตกเลือดซิบ

“เลิกให้อดีตมันรั้งชีวิตแกไว้กับที่ซะที มีนาตายไปแล้ว ชีวิตแกต้องเดินหน้า ประเทศชาติต้องเดินหน้า คนที่ยังรักแกห่วงแกอยู่ตอนนี้ต่างหากที่แกควรจะหันมาใส่ใจ ถ้าในหัวแกคิดแต่จะล้างแค้น ก็ไปเลย
รีบไปลาออกจากกองทัพ แล้วอยากจะไปตามล่ามันหัวหกก้นขวิดที่ไหนก็ตามใจแกเลย พวกฉันที่เหลือจะปกป้องประเทศชาตินี้เอง”

คณินทร์ระเบิดอารมณ์ใส่เพื่อนแล้วผลุนผลันออกไป ทิ้งกรัณย์ยืนกำหมัดแน่นอยู่ตรงนั้น

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement