ยึดฟ้าหาพิกัดรัก ตอนที่ 3 นิยายไทยรัฐ
วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ยึดฟ้าหาพิกัดรัก ตอนที่ 3


28 ก.ย. 2560 08:38
892,954 ครั้ง

ละคร นิยาย ยึดฟ้าหาพิกัดรัก

ยึดฟ้าหาพิกัดรัก ตอนที่ 3

อ่านเรื่องย่อ

ยึดฟ้าหาพิกัดรัก

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

ทองหลาง

บทโทรทัศน์โดย:

แพรพริมา

กำกับการแสดงโดย:

แผ่นดิน ประสงค์สันติ

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

มิกค์ ทองระย้า,เซฟฟานี่ อาวะนิค

ไม่ว่าจะยังไงไอรีนก็ไม่ยอมรับวิธีของกรัณย์ จนกระทั่งธงรบต้องมาคุยกับเธอด้วยตัวเอง

“อะไรนะคะท่านผู้การ นี่ท่านก็เอาด้วยกับลูกน้องเหรอคะ”

“ใจเย็นๆครับด็อกเตอร์ ที่ผมสนับสนุนความคิดให้คุณกับผู้กองกรัณย์จดทะเบียนแต่งงานกัน นั่นก็เพราะความปลอดภัยของคุณ”

“หา!! จดทะเบียนแต่งงานด้วย มันจะไปกันใหญ่แล้ว นะคะท่าน”

“ผมไม่ได้หมายความว่าจะให้พวกคุณแต่งงานกันจริงๆ แค่เป็นการปลอมแปลงประวัติของทั้งคุณและผู้กองกรัณย์ใหม่”

“บังคับให้แต่งจริงก็ไม่เอาอยู่แล้วค่ะ แล้วถึงจะแต่งหลอกก็เถอะ พ่อฉันถูกผู้ก่อการร้ายจับตัวไป เพื่อนร่วมงานฉันถูกฆ่า ส่วนฉันก็ถูกพวกนั้นตามล่า แทนที่ท่านจะเร่งหาวิธีจัดการกับพวกนั้น แต่กลับมาบอกให้ฉันแต่งงานกับลูกน้องท่าน”

“หรือว่าคุณมีวิธีการอื่น”

“ให้ฉันไปอยู่เมืองนอกก็ได้ หรือให้คนอื่นมาดูแลแทนผู้กองกรัณย์ก็ได้ค่ะ”

“อยู่เมืองนอกอันตรายยิ่งกว่าที่นี่ เพราะพวกนั้นเป็นผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ ผมไม่สามารถประเมินเครือข่ายของพวกมันได้ ส่วนคนอื่นผมก็ไม่ไว้ใจใครนอกจากผู้กองกรัณย์ที่ฝีมือดีที่สุดในกองทัพแล้ว”

“แต่แบบนี้เท่ากับมัดมือชกฉันเลยนะคะท่าน”

“จำเป็นก็แค่เวลานี้เท่านั้นครับด็อกเตอร์ ยิ่งแม่ผู้กองกำลังเข้าใจคุณผิด การเล่าความจริงให้ฟัง ผมทำไม่ได้ เพราะนี่คือภารกิจที่เกี่ยวกับความมั่นคง”

“แต่ว่า...”

“เชื่อผมเถอะครับ การปกป้องชีวิตคุณคือสิ่งที่ผมกับผู้กองคำนึงถึงเป็นอันดับแรก ขออนุญาตนะครับ”

ธงรบลุกขึ้นหยิบกล่องจับสัญญาณคลื่นวิทยุติดตามตัวขนาดเท่ามือถือเครื่องหนึ่งออกมา ก่อนจะยื่นเข้าใกล้ตัวไอรีน แล้วเสียงสัญญาณจากเครื่องก็ดัง ไอรีน สีหน้าแปลกใจมองธงรบอย่างสงสัย

“สัญญาณจากไมโครชิปติดตามตัวที่พ่อคุณฝังเอาไว้ในตัวนักวิจัยทุกคน”

ไอรีนนึกย้อนเหตุการณ์ตอนที่ตัวเองและนักวิจัยทั้งหมดถูกฝังไมโครชิป แล้วต่อมาเธอกับพ่อก็ช่วยกันเผาทำลายเครื่องติดตามตัว

“แต่ฉันกับพ่อทำลายเครื่องติดตามตัวนักวิจัยไปแล้วนี่คะท่านผู้การ”

“ไอ้เครื่องในมือผมไม่ใช่เครื่องติดตามตัวพวกคุณหรอกครับ มันเป็นแค่ตัวบอกว่าในตัวคุณยังมีไมโครชิปที่ส่งสัญญาณค้นหาอยู่ ส่วนเครื่องติดตามตัวที่คุณกับพ่อทำลายไป เศษซากฮาร์ดดิสก์นั่นได้ถูกพวก Black Iron เอาไปแล้ว นั่นหมายความว่าถ้ามันกู้ข้อมูลฮาร์ดดิสก์นั่นแล้วสร้างเครื่องติดตามขึ้นมาใหม่ ชีวิตคุณจะอยู่ในอันตรายมากกว่านี้แน่”

“งั้นก็ผ่าเอาไมโครชิปในตัวฉันออกไปสิคะ”

“ถ้าทำอย่างนั้นได้ผมคงเลือกทำไปแล้ว แต่ไมโครชิปที่พ่อคุณใช้กับนักวิจัยเป็นตัวที่ถูกพัฒนาให้ฝังตัวอยู่ในตำแหน่งใกล้เส้นประสาทที่ผ่าออกไม่ได้ แต่ทำลายได้โดยเครื่องมือพิเศษที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ”

“อย่าบอกนะคะว่าข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับเครื่องมือค้นหาและทำลายไมโครชิปในตัวฉันอยู่ในฮาร์ดดิสก์นั่น”

“ครับด็อกเตอร์ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยของคุณเป็นอันดับแรก การให้ผู้กอง

กรัณย์อยู่ดูแลคุณตลอด 24 ชั่วโมง และการเปลี่ยนแปลงประวัติของคุณใหม่ทั้งหมดเพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าคุณคือใคร จึงคือทางออกที่ดีที่สุดในระหว่างที่ผมหาทางจัดการปัญหาเครื่องติดตามตัวคุณ”

ไอรีนนิ่งไปอย่างครุ่นคิดหลังฟังเหตุผลของผู้การธงรบ

ooooooo

เวลานั้นกรัณย์ขึ้นมาปลุกนวลนิตย์ที่รู้สึกตัวแล้ว แต่ยังมึนศีรษะอยู่บ้างเล็กน้อย เธอถามลูกชายว่าแม่หลับไปทั้งคืนเลยเหรอ

“ครับแม่”

“เพราะแกนั่นแหละตารัณย์ แม่ไม่คิดเลยนะว่าแกจะทำตัวเหลวไหลได้ขนาดนี้ อะไรมันสิงแกอยู่”

“ไปกันใหญ่แล้วครับ”

“แกนั่นแหละที่ชักเอาใหญ่ ทำตัวเป็นลูกที่ดีมาตลอด แต่มาตกม้าตายเพราะผู้หญิง...ผู้หญิงอย่างว่า”

“เธอไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่านะครับ ถ้าแม่ใจเย็นๆ

ลงบ้างแล้วตามผมลงไปคุยกับท่านผู้การ แม่จะเข้าใจทุกอย่าง...นะครับแม่”

ครู่ต่อมานวลนิตย์ตามกรัณย์มาพบธงรบและไอรีน ...หลังฟังเรื่องราวจากปากธงรบแล้ว นวลนิตย์หน้าเครียด พูดทบทวนไปมาอย่างไม่อยากเชื่อ

“ไอรดา...หลานสาวของท่านผู้การ?”

“ครับ คุณนวลนิตย์จะเรียกเธอว่าไอรีนก็ได้ พอเมื่อคืนผู้กองกรัณย์โทร.ไปเล่าให้ผมฟังว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น วันนี้ผมเลยต้องรีบมาอธิบาย เดี๋ยวจะเข้าใจผิดไปกันใหญ่”

“ตอนนี้ฉันก็ยังไม่เคลียร์ค่ะ”

“ไอรีนเป็นอาจารย์อยู่ที่อเมริกาครับ เจอกับกรัณย์ตอนที่ผมส่งไปอบรมการบินเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ทั้งคู่

รักกันแล้วก็ตัดสินใจแต่งงานกันเงียบๆที่นั่น”

นวลนิตย์ตกใจอุทานเสียงแหลม “ หา!!! แต่งงานกันแล้ว นี่ตารัณย์...”

“ใจเย็นๆครับแม่ ฟังท่านผู้การอธิบายให้จบดีกว่า”

นวลนิตย์ไม่สนบิดหูลูกชายอย่างแรง “ไม่มีเหตุผลอะไรที่แม่ต้องเข้าใจแล้ว แกทำกับแม่อย่างนี้ได้ไง แต่งงานแต่ไม่บอกแม่สักคำ แกทำผู้หญิงท้องใช่มั้ย”

คราวนี้ไอรีนสะดุ้งพรวดแผดเสียงขึ้นบ้าง “หนูเนี่ยนะคะจะท้องกับเขา...อันนี้เกินไปแล้วค่ะผู้การ”

ธงรบดึงแขนไอรีนเป็นการปรามให้ใจเย็นพร้อมอธิบายกับนวลนิตย์ว่า

“ยังครับคุณนวลนิตย์ ไอรีนยังไม่ได้ท้องครับ ที่กรัณย์ต้องรีบแต่งงานเพราะอยากให้ไอรีนย้ายกลับมาอยู่ด้วยกัน”

“ครับแม่...คือเรารักกันมากครับ เลยต้องรีบตัดสินใจ”

“2 เดือนเนี่ยนะ แน่ใจว่านั่นเรียกว่ารักแล้วเหรอตารัณย์ ไม่ใช่แค่หลงเพราะว่าสวยเซ็กซี่”

“รักครับแม่...รักมากด้วย ผมถึงขาดไอรีนไม่ได้ คุณก็เหมือนกันใช่ไหมไอรีน”

กรัณย์โอบกอดไอรีนเพื่อยืนยันคำพูดของตน ขณะที่ไอรีนมองชายหนุ่มอย่างหมั่นไส้ แต่พอเขาบีบไหล่ส่งซิกให้ช่วยกันเล่นละคร เธอจึงต้องตามน้ำไปก่อน

หันมายิ้มหวานกับนวลนิตย์

“ค่ะคุณแม่...รักค่ะ”

แต่เพราะหญิงสาวพูดไม่ค่อยเต็มปาก กรัณย์เลยหอมแก้มโชว์ให้แม่เห็น ไอรีนสะดุ้งเฮือกอยากจะเอาคืนแต่ต้องข่มเอาไว้

“ทีนี้คุณนวลนิตย์ก็รู้หมดแล้ว ผมในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่ของไอรีน และเป็นผู้บังคับบัญชาของกรัณย์ ผมต้องกราบขอโทษที่ปิดเรื่องนี้มาตลอด และขอรับผิดชอบคนเดียวครับ”

ธงรบลุกขึ้นก้มศีรษะให้เป็นการขอโทษ นวลนิตย์ชะงักไปที่ทหารระดับผู้การมาขอโทษ ก็เลยทำหน้าไม่ถูก

“ขอโทษฉันเลยเหรอคะท่านผู้การ ทำอย่างนี้มัดมือชกกันชัดๆ” พูดแล้วนวลนิตย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนหันไปค้อนลูกชายวงใหญ่...

หลังจากละครฉากใหญ่จบลง กรัณย์ออกไปส่งธงรบกับนวลนิตย์ ส่วนไอรีนนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดรออยู่ในบ้าน

เมื่อกรัณย์กลับเข้ามาก็รีบบอกเธอว่าอยู่กันสองคนแบบนี้เราไม่ต้องสวมบทบาทคู่รัก เชิญทำตัวตามสบาย แต่ยังต้องอยู่ในสายตาของตนตลอดเวลา

“ฝากเอาไว้ก่อนเถอะผู้กอง”

“ผมก็ไม่ได้ชอบทำแบบนี้ แต่เพราะภารกิจที่ผมต้องดูแลคุณตลอด 24 ชั่วโมง และถ้าที่นี่ไม่ปลอดภัยขึ้นมา ผมก็ต้องพาคุณหนีไปอยู่ในเซฟเฮาส์ที่ปลอดภัยกว่านี้ การให้คุณมีประวัติตัวตนใหม่จะช่วยทำให้การหลบซ่อนตัวง่ายขึ้น”

“หมายความว่ายังไงฉันก็ต้องตัวติดอยู่กับคุณ”

“ก็จนกว่าภารกิจปกป้องคุณและช่วยพ่อคุณกลับมาได้จบ เราก็แยกย้าย ต่างคนต่างไป”

“ก็ได้ ตอนเรียนมัธยมฉันหนีกิจกรรมเล่นละครมาตลอดเพราะไม่ใช่งานถนัด แต่คราวนี้ฉันจะลองพยายามดู ทำตัวเป็นแฟนคุณ” ไอรีนเข่นเขี้ยวแล้วสะบัดหน้า เดินหนีอย่างไม่สบอารมณ์

ooooooo

มิสเตอร์เจสันเป็นผู้ก่อตั้งองค์กร Black Iron องค์กรก่อการร้ายสากลรับจ้างโจรกรรมข่าวและข้อมูลสำคัญระดับชาติเพื่อนำไปขายหรือทำตามออร์เดอร์จากลูกค้าผู้ก่อการร้ายนานาชาติ มีกองกำลังทหารรับจ้างฝีมือดีคอยเป็นลิ่วล้อ

เส้นทางชีวิตร่ำรวยของเจสันมาจากการเป็นพ่อค้าอาวุธสงครามและยาเสพติด เขาพยายามเก็บตัวเงียบไม่เปิดเผยตัวตนให้ใครรู้ และใช้ฉากหน้าของการเป็นนักธุรกิจปกปิดฐานะตัวเองมาโดยตลอด
ในวันนี้เจสันได้มาปรากฏตัวที่โรงพยาบาล ในคราบนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ใจดีสนับสนุนการลงทุน

ด้านการรักษาและวิจัยเพื่อพัฒนาและช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็ง

เจสันมาพร้อมภารตี นักธุรกิจสาวเจ้าเสน่ห์ เบื้องหน้า ทำธุรกิจอสังหาฯ แต่เบื้องหลังคือเจ้าแม่มาเฟียที่พัวพันกับธุรกิจค้ายาและอาวุธ ซึ่งอยู่ในแก๊งก๊วนเดียวกัน และมีสัมพันธ์สวาทกับเจสันด้วย

ทั้งสองคนสวมบทบาทได้แนบเนียน เป็นที่ไว้วางใจของผู้อำนวยการโรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่...การมาในครั้งนี้เจสันบังเอิญได้เห็นเด็กชายโทนลูกบุญธรรมของไอรีนที่ป่วยเป็นมะเร็ง และเมื่อรู้ข้อมูลของโทน เจสันจึงไม่รีรอที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เพราะเป้าหมายของเขาคือไอรีนนั่นเอง

ด้านไอรีนที่ถูกกักบริเวณอยู่ในบ้านของกรัณย์ เธออดไม่ได้ที่จะอยากรู้อยากเห็นรูปภาพที่กรัณย์หวงนักหวงหนา ปรากฏว่ามันคือภาพถ่ายของมีนาในชุดเจ้าสาว ซึ่งแน่นอนว่ากรัณย์ไม่พอใจในความจุ้นจ้านของเธอ สองคนมีปากเสียงกันยกใหญ่เพราะต่างฝ่ายต่างแรง แล้วลงท้ายด้วยกรัณย์จับไอรีนใส่กุญแจมือล็อกไว้กับเตียงนอน

แต่ไอรีนก็ยังไม่หมดฤทธิ์ พูดพล่ามด้วยความโมโห ก้าวล่วงถึงเจ้าสาวของกรัณย์โดยที่ไม่รู้ว่าเธอตายไปแล้ว จนเมื่อกรัณย์พูดออกมาทั้งน้ำตา หญิงสาวถึงกับหน้าสลด

ระหว่างนี้เองนภัสชลโทร.หากรัณย์เพื่อแจ้งข่าวว่าโทนอาการทรุด เด็กชายร่ำร้องต้องการพบแม่...ไอรีน ได้ยินว่าเพื่อนรักโทร.มาจึงร้องขอจะคุยด้วย แต่กรัณย์ไม่ยินยอม

หลังจากคุยกับนภัสชลเสร็จ กรัณย์มาเล่าให้ไอรีนฟัง หญิงสาวตกใจและเป็นห่วงโทนมาก แน่ใจว่าโทนกำลังต้องการพบตนจึงอยากไปหาให้เร็วที่สุด

“ผมให้คุณไปไม่ได้ พวกนั้นอาจกำลังรอดักเจอคุณ”

“ช่างหัวพวกมันสิ ฉันจะเป็นอะไรไปฉันไม่สน แต่ฉันจะปล่อยให้โทนต้องเจ็บปวดตามลำพังไม่ได้ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะผู้กอง ฉันต้องไปหาโทน”

“ไว้ใจยัยภัสทำหน้าที่นั้นไปเถอะครับ ผมไม่อยาก เอาชีวิตคุณไปเสี่ยง”

หญิงสาวอึ้ง ไม่คิดว่ากรัณย์จะปฏิเสธได้ไร้น้ำใจแบบนั้น ขณะที่กรัณย์แข็งใจตอบแล้วจะเดินหนี ไอรีนแผดเสียงทั้งน้ำตาอย่างเจ็บใจและเสียใจ

“หยุดนะผู้กอง ถ้าคุณเคยเสียคนที่คุณรักไปแล้ว คุณต้องเข้าใจความรู้สึกฉันดี ถ้ามีโอกาสแค่เพียงนิดเดียว ชีวิตก็แลกได้เพื่อให้เขาได้อยู่ต่อ...ฉันขอร้องล่ะผู้กอง ฉันปล่อยโทนไว้แบบนั้นไม่ได้จริงๆ ฉันยังมีโอกาสช่วยชีวิตโทนเอาไว้ได้ ได้โปรดนะคะผู้กอง ตอนนี้มีแต่ฉันคนเดียวที่ช่วยชีวิตโทนเอาไว้ได้...บางทีนาเดีย 26 อาจจะได้ผลกับโทน”

“คุณหมายความว่ายังไง ยังมีนาเดีย 26 เหลืออยู่อีกเหรอ”

ไอรีนจำต้องเปิดเผยความลับที่เก็บงำไว้อย่างไม่มีทางเลือก หลังจากนั้นกรัณย์จึงวางแผนพาเธอไปพบโทน ด้วยการขอให้นภัสชลร่วมมือด้วย

ooooooo

เจสันรู้ข่าวโทนอาการทรุด เขาแน่ใจว่าไอรีน ต้องมาหาลูกบุญธรรมคนนี้ จึงสั่งเสือดำกับซายูริไปดักที่โรงพยาบาล แต่พวกมันโดนแผนลวงของกรัณย์เข้าไป ทำให้ไขว้เขวและหลงกลโดนหลอกออกไปนอกโรงพยาบาล ก่อนจะโดนกรัณย์กับลูกน้องของธงรบอีกสี่คนร่วมกันเล่นงาน

ส่วนไอรีนได้เข้าพบโทน และนำตัวยารักษามะเร็ง ที่ให้ชื่อว่านาเดีย 26 เข้าห้องผ่าตัดไปพร้อมหมอนภัสชล และทีมงาน ซึ่งตัวยานี้พ่อของไอรีนให้นภัสชลเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลหนึ่งชุดเท่านั้น

หลังการผ่าตัดโทนอาการคงที่ ซึ่งนภัสชลยังให้คำตอบอะไรตอนนี้ไม่ได้ แต่สามารถเคลื่อนย้ายอย่างที่ธงรบต้องการได้ เพื่อความปลอดภัยของโทนและไอรีน ซึ่งธงรบเตรียมเฮลิคอปเตอร์เคลื่อนย้ายโทนไปไว้ที่เซฟเฮาส์ที่มีการดูแลผู้ป่วยเอาไว้แล้ว

“แล้วผู้กองกรัณย์ล่ะคะท่านผู้การ”

“เขากับทีมเหยี่ยวดำจะช่วยถ่วงเวลาไม่ให้พวกนั้นมาเอาตัวด็อกเตอร์ไปครับ เวลาเหลือไม่มากแล้ว เราต้องรีบไปแล้วครับด็อกเตอร์”

“ไปเถอะไอรีน แล้วฉันจะตามไปทีหลัง” นภัสชล บีบมือไอรีนให้กำลังใจ ขอให้ผ่านพ้นวิกฤติไปให้ได้...

บริเวณสนามบิน กรัณย์พร้อมด้วยหมวดกฤษณะและหมวดรุ่งโรจน์ขับรถกระบะตรวจการณ์เข้ามาจอด สองหมวดลงจากรถพร้อมอาวุธหนักครบมือ ทั่วบริเวณเตรียมพร้อมตั้งด่านรับมือกับพวกทหาร Black Iron ที่จมูกไวกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่

ก่อนคณะของธงรบมาถึงเพียงเล็กน้อย พวกทหารรับจ้างก็ปรากฏตัวโดยการนำของเสือดำ กรัณย์กับลูกทีมสกัดพวกมันก่อนจะหลอกล่อออกไปนอกสนามบิน แล้วเล่นงานชนิดจัดหนักสลัดพวกมันทิ้งในสภาพเลือดตกยางออก

เฮลิคอปเตอร์มาถึงสนามบินตามเวลานัดหมาย ไอรีนช่วยเจ้าหน้าที่ทหารขนย้ายโทนขึ้นเครื่องเสร็จเรียบร้อย แต่ตัวเธอยังห่วงกรัณย์จึงยังไม่ยอมขึ้นเครื่อง เดินมาถามธงรบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ติดต่อผู้กองกรัณย์ได้รึยังคะท่านผู้การ”

“ยังเลยครับด็อกเตอร์”

“หรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาคะท่าน”

“ด็อกเตอร์ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ทหารของผม ถูกฝึกมาเพื่อรับมือกับเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว”

“นี่อาจเป็นเรื่องธรรมดาของพวกท่าน แต่ถ้าเขาเป็นอะไรขึ้นมาฉันจะรู้สึกผิดมากค่ะ เพราะฉันเป็นคนขอร้องให้เขาทำแบบนี้”

“ถ้าผมติดต่อผู้กองได้ผมจะบอกเขาให้ครับ”

“แล้วถ้าติดต่อไม่ได้ล่ะคะ”

“ไม่ทันไรคุณก็แช่งให้ผมไม่รอดแล้วเหรอครับด็อกเตอร์”

เสียงกรัณย์ทำให้ไอรีนหันขวับ เมื่อเห็นเขายืนอยู่เบื้องหน้า เธอดีใจจนลืมตัววิ่งเข้าไปจับเนื้อตัวเขาด้วยความเป็นห่วง

“ผู้กอง!! คุณเป็นอะไรรึเปล่า ฉันนึกว่าคุณ...”

“ยังครบ 32 ครับ แต่แค่เหม็นหน้าผมก็พอแล้ว อย่าถึงกับแอบแช่งผมเลย”

“ฉันไม่ได้แช่ง แต่ฉันห่วงต่างหาก”

“ห่วงผมจริงเหรอครับ” กรัณย์ถามด้วยสายตาจริงจัง ทำเอาไอรีนชะงักพูดไม่ออก รีบผละออกห่างแล้วทำเชิดหน้าไม่สนใจ

“ไม่จริงหรอก ถามไปตามมารยาทงั้นแหละ”

“ทีมคุณเรียบร้อยมั้ยผู้กอง” ธงรบถาม

“ปลอดภัยครับ พวกนั้นล่าถอยกลับไปแล้ว แต่ก็ยังไว้ใจไม่ได้ ยังไงมันก็ต้องตามล่าด็อกเตอร์ต่อแน่ๆ ควรรีบพาเธอกับโทนไปไว้เซฟเฮาส์ที่ปลอดภัยก่อนครับท่าน”

“ด็อกเตอร์ครับ...คุณต้องไปแล้ว”

ไอรีนพยักหน้ารับทราบแล้วมองกรัณย์ด้วยความ รู้สึกโหวงๆ

“ไม่มีผมคอยปากเสียกับคุณ คุณน่าจะสบายใจนะครับด็อกเตอร์”

ไอรีนค้อนขวับก่อนกัดฟันตอบ “ขอบคุณค่ะผู้กอง”

จากนั้นเธอเดินไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ แต่ยังเหลียวกลับมามองผู้กองหนุ่มอีกครั้ง สายตาที่ทั้งคู่มองกันแฝงด้วยความอาลัยอาวรณ์

ooooooo

กรัณย์มีภารกิจด่วนต้องไปตามหาเตชะวิทย์เพื่อนของไอรีนที่หายตัวไป ธงรบจึงส่งหมวดอรรณพกับหมวดศรินทร์มาดูแลเธอแทน

ไอรีนต้องเข้ามาอยู่บ้านพักภายในกองบิน เธออึดอัดและหงุดหงิดเพราะไม่สามารถติดต่อกับใครได้เลย ส่วนโทนแยกไปอยู่เซฟเฮาส์ที่มีผู้ดูแลอาการป่วยได้ดี

กรัณย์ขอความช่วยเหลือจากผู้กองคณินทร์ นายตำรวจหนุ่มซึ่งเป็นเพื่อนรักให้ช่วยติดตามเตชะวิทย์ ปรากฏว่าคณินทร์เห็นรูปถ่ายแล้วคุ้นหน้า ก่อนจะคิดทบทวนไปมาก็จำได้ว่าพัวพันกับพวกมาเฟียกลุ่มหนึ่ง แต่กรัณย์ค่อนข้างเชื่อไปในมุมที่ว่าเตชะวิทย์อาจเป็นหนอนบ่อนไส้ที่ทำให้แก๊งผู้ก่อการร้ายเข้ามาช่วงชิงข้อมูลนาเดีย 26 และจับตัวครรชิตกับธีระไป

หลังจากมอบหมายภารกิจนี้ให้คณินทร์ไปแล้ว กรัณย์กลับมาหาไอรีน แต่ไม่ทันได้คุยอะไรกับเธอ ก็ต้องรับโทรศัพท์จากแม่ที่ต้องการให้เขามาที่บ้าน เพราะมีคนชื่อเตชะวิทย์มารออยู่

ก่อนหน้านี้เตชะวิทย์หลบหนีพวกมาเฟียแล้วโดนยิงบาดเจ็บจนต้องไปรักษาตัวในโรงพยาบาล พอรู้ว่าหมอนภัสชลเป็นญาติกับกรัณย์ เตชะวิทย์จึงแอบค้นข้อมูลของหมอก่อนหนีออกมา แล้วมุ่งหน้าไปที่บ้านกรัณย์จนได้เจอกับนวลนิตย์

กรัณย์ตกใจและเป็นห่วงความปลอดภัยของแม่ จึงรับปากจะพาไอรีนไปพบเตชะวิทย์ตามที่เขาต้องการ โดยให้อรรณพกับศรินทร์มาด้วย

เมื่อมาถึงกรัณย์ต้องรบรากับแม่อีกคำรบ เพราะท่านเข้าใจว่าเตชะวิทย์คือแฟนเก่าของไอรีนที่จะเปิดศึกชิงนางกัน งานนี้ไอรีนมีแต่เสียกับเสีย โดนนวลนิตย์เข้าใจผิดยกใหญ่และประกาศไม่ยอมรับเธอเป็นลูกสะใภ้ ทั้งยังตัดพ้อต่อว่าลูกชายอีกกระบุงโกย

กรัณย์กลุ้มใจเป็นบ้า แต่ยังไม่มีเวลาอธิบาย เขาขอเวลาพาไอรีนไปคุยส่วนตัวกับเตชะวิทย์ก่อน กรัณย์ไม่ไว้ใจตะเชวิทย์จึงถือปืนไว้ในมือตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัยของตัวเองและไอรีน

“ผมว่าคุณควรเล่าความจริงมาดีกว่า ผมมีทีมเฝ้าระวังอยู่ข้างนอก ถ้าคุณคิดวางแผนสกปรกอะไร คุณนั่นล่ะที่จะไม่รอดคนแรก”

“ฉันไม่พูดอะไรกับใครทั้งนั้น จนกว่าจะแน่ใจว่าฉันกับไอรีนปลอดภัย”

“ไอรีนอยู่ในความดูแลของกองทัพ เธอปลอดภัยแน่”

“กองทัพดูแลฉันดีจริงๆ แต่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ นายเกี่ยวข้องกับผู้ก่อการร้ายที่บุกมาฆ่าพวกเรารึเปล่า”

“เปล่านะไอรีน ฉันไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลย ฉันไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น”

“แต่กล้องวงจรปิดที่ฉันตรวจสอบกับด็อกเตอร์ครรชิตเห็นเธอเป็นคนเข้าไปเปลี่ยนแปลงข้อมูลโครงการนาเดียให้มีปัญหา ทำให้นักวิจัยทุกคนถูกตามตัวเข้ามา”

“นั่นไม่ใช่ฉัน ฉันไม่เคยทำอะไรแบบนั้นจริงๆนะไอรีน ฉันจะเลือดเย็นฆ่าพวกเดียวกันได้ไง”

“แต่กล้องวงจรปิดจับภาพเสื้อกาวน์ของเธอได้”

“ไม่ใช่...ฉันไม่เกี่ยวด้วย ฉันสาบานจริงๆ” เตชะวิทย์พูดพร้อมจะเข้าใกล้ไอรีน กรัณย์ยังไม่ไว้ใจใช้ปืนกันไว้

“ถอยไปครับด็อกเตอร์ คุณยังตอบคำถามไม่เคลียร์...ถอยไป!!”

เตชะวิทย์ชะงักมองกรัณย์เขม็ง สถานการณ์ตึงเครียดเพราะมีปืนคั่นกลาง...มะขวิด สาวใช้บ้านกรัณย์ที่ซุ่มดูตกใจมากวิ่งหน้าตื่นไปบอกนวลนิตย์ว่าเกิดเรื่องใหญ่ พวกเขากำลังจะยิงกัน

ไม่กี่อึดใจ นวลนิตย์ก็ถือปืนรุ่นโบราณของสามีเข้ามาสยบสองหนุ่ม กรัณย์เกรงแม่จะได้รับอันตรายจากปืนเก่าแก่จึงยอมเก็บปืนของตนก่อน เตชะวิทย์ฉวยโอกาสช่วงชุลมุนระหว่างแม่ลูก ดึงไอรีนออกไปขึ้นรถขับหนี โดยมีแก๊งมาเฟียไล่จี้ติดตามไป

กรัณย์เป็นห่วงไอรีน สั่งให้สองหมวดติดตามไปก่อน ส่วนตัวเองต้องไปพบคณินทร์ที่โทร.มาบอกว่ามีเรื่องสำคัญที่เพื่อนต้องรู้เดี๋ยวนี้

“แกมีอะไรก็รีบอธิบายมา ไอรีนกำลังอยู่ในอันตราย ฉันไม่มีเวลามากนัก”

“ฉันก็ห่วงผู้หญิงของแกเหมือนกัน แต่ทีมแกฝีมือแต่ละคนไม่ธรรมดา ยังไงก็ต้องตามเจอแน่ และไอ้เรื่องที่ฉันต้องบอกแกมันก็สำคัญพอๆกับชีวิตด็อกเตอร์ไอรีน พอแกรู้แล้วแกจะได้มองภาพรวมออกว่าเรากำลังรับมือกับอะไรอยู่”

“เรา?”

“ก็อย่างที่ฉันพูดไปนั่นแหละ ตอนที่ฉันแฝงตัวเข้ามาอยู่ในแก๊งนี้ ฉันคุ้นหน้าด็อกเตอร์เตชะวิทย์ที่แกให้ช่วยตามสืบ พอกลับเข้าไปเคลียร์หลักฐานคดีที่บาร์ก็เลยนึกออกว่าคุ้นหน้าหมอนั่นได้ยังไง”

คณินทร์ยืนยันด้วยภาพจากกล้องวงจรปิดบนหน้าจอไอแพด เป็นเหตุการณ์ที่เตชะวิทย์ถูกไล่ตามแล้วยิงฆ่าพวกมาเฟียตาย

“พวกที่ไล่ตามและโดนด็อกเตอร์เตชะวิทย์ฆ่าคือคนของพวกมาเฟีย ไม่ใช่พวก Black Iron เพราะฉะนั้นด็อกเตอร์เตชะวิทย์ไม่ใช่คนหักหลังพวกเดียวกันอย่างที่แกสงสัย”

กรัณย์ฟังข้อมูลจากเพื่อนแล้วอึ้งไป

ooooooo

ที่ศูนย์บัญชาการบนเกาะของพวก Black Iron เจสันกับภารตีเดินทางมาถึงด้วยเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว โดยมีแดเนียลกับซายูริพร้อมกลุ่มลูกน้องคอยต้อนรับ

“ความจริงพ่อไม่น่าเสียเวลามาเอง ผมจัดการปัญหาได้อยู่แล้ว”

“ฉันไว้ใจให้แกบัญชาการเกาะที่เป็นฐานทัพสำคัญของเรา นั่นหมายความว่าแกต้องรับผิดชอบด้วยชีวิต”

“มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย คนของผมแก้ปัญหาได้ทัน”

“แก้ปัญหาได้ แต่ก็ทำให้เราเกือบเสียด็อกเตอร์ครรชิตไป แบบนั้นอย่าเรียกว่าแก้ปัญหาเลยดีกว่าค่ะคุณแดเนียล”

แดเนียลหันขวับไปมองภารตีอย่างไม่พอใจ เจสันยกมือขึ้นปรามทั้งคู่แล้วบอกว่าตนจะคุยกับด็อกเตอร์ครรชิตเอง

เมื่อเข้ามาภายในห้องคุมขัง เจสันกับภารตีเห็นสภาพครรชิตที่นอนบนเตียงไร้เรี่ยวแรง มีบาดแผลที่มือ เจสันไม่พอใจลูกชาย ดุด่าหลังรู้ว่าครรชิตถูกขังอยู่ในห้องนี้ตลอดเวลาตั้งแต่ได้ตัวมา

“เพราะแกขังด็อกเตอร์ที่เป็นกุญแจสำคัญของโครงการอาวุธลับสำคัญของฉันให้อยู่แต่ในห้องขังสกปรกๆแคบๆแบบนี้ไง ฉันถึงไม่แปลกใจเลยที่เขาพยายามฆ่าตัวตาย”

เจสันผลักลูกชายเซไปกระแทกผนังห้องแล้วสั่งภารตี

“ภารตี...จัดหมอพยาบาลมาดูแลด็อกเตอร์ ย้ายเขาออกไปให้อยู่ที่ดีกว่านี้ แล้วบอกหมอด้วยว่าฉันต้องคุยกับด็อกเตอร์”

“ค่ะ เจสัน” ภารตีรับคำแล้วออกไปพร้อมเจสัน

แดเนียลหัวเสียหงุดหงิดที่พ่อเล่นงาน พอซายูริเข้ามา เขาทำท่าจะไล่ตะเพิด แต่พอได้ยินเธอบอกว่าได้ข่าวด็อกเตอร์ไอรีนมา แดเนียลรีบกระซิบบอกเธอให้ส่งคนของเราไป อย่าเพิ่งให้พ่อของตนกับภารตีรู้

ooooooo

เตชะวิทย์พาไอรีนหลบหนีพวกมาเฟียไปถึงท่าเรือประมง แต่พวกมันก็ยังตามมาถูกทางจนได้ สองคนจึงต้องซ่อนตัวอยู่แถวรถขนอาหารทะเลแช่แข็ง

ไอรีนจับตามองพวกมันก่อนบอกเตชะวิทย์ว่า “ฉันถูกพวกผู้ก่อการร้ายตามล่ามาตลอด แต่ดูแล้วคนพวกนี้ไม่ใช่พวกนั้นเลย”

“พวกที่กำลังตามเราอยู่มันเป็นพวกมาเฟีย”

“มาเฟีย? แล้วพวกนั้นมาเกี่ยวอะไรด้วย”

“ไอรีน...วันที่เกิดเรื่องที่ศูนย์วิจัย ฉันรอดหวุดหวิดจากการถูกฆ่าก็เพราะว่าฉันถูกพวกมาเฟียคุมโต๊ะบอลสั่งให้ออกมาเคลียร์เรื่องหนี้สินที่ฉันติดพวกมัน”

“หนี้บอล!?” ไอรีนเผลอพูดเสียงดังทำให้หนึ่งในพวกมาเฟียที่กำลังตามหาหันขวับไปตามเสียง

“เบาๆสิไอรีน แต่ตอนนี้ฉันไม่ได้มีปัญหาแค่กับพวกมาเฟียโต๊ะบอลกลุ่มเดียวแล้ว”

“หมายความว่าไง”

เตชะวิทย์รีบปิดปากไอรีนแล้วพาเธอไปพ้นบริเวณนี้ด้วยการเดินปะปนกับคนงานเรือประมงไปตามสะพานไม้ที่ทอดยาว

ข้อมูลเพิ่มเติมที่กรัณย์รู้จากคณินทร์คือเตชะวิทย์ เป็นหนี้พนันบอลก้อนโตจึงถูกพวกมาเฟียโต๊ะบอลตามล่า แล้วยังมีพวกแบล็กไอรอนที่กำลังต้องการตัวเขาด้วยเช่นกัน

แต่เวลานี้เตชะวิทย์เอาตัวไอรีนไปด้วย และเขายังทำให้หญิงสาวเริ่มไขว้เขวขาดความเชื่อมั่นในกองทัพ เกี่ยวกับโครงการนาเดีย 26 ที่เตชะวิทย์ก็รู้เหมือนที่ไอรีนรู้ว่ามันสามารถดัดแปลงให้กลายเป็นอาวุธเคมี สร้างความยิ่งใหญ่ให้กับกองทัพได้

ถึงจะไม่ค่อยเชื่อมั่นในกองทัพ แต่ไอรีนก็ไม่คิดจะหนีไปกับเตชะวิทย์ เพราะมีพวกมาเฟียตามล่า แล้วไหนยังจะมีคนอีกกลุ่มที่โผล่มาเพราะต้องการตัวเขา นั่นหมายความว่าความปลอดภัยย่อมไม่มี

ไอรีนคิดถูก! เพราะไม่ทันจะลงเรือหนีไป เตชะวิทย์ ถูกยิงบาดเจ็บ เธอตัดสินใจวิ่งหนีไม่คิดชีวิต แล้วไปเจอกลุ่มของกรัณย์ ก่อนที่ทั้งหมดจะต้องรับมือกับทหารรับจ้างจากองค์กรแบล็กไอรอนที่กำลังต้องการตัวไอรีน

ในที่สุดพวกกรัณย์ก็สยบพวกมันได้ ส่วนเตชะวิทย์ ลงเรือหนีไปได้ทั้งที่บาดเจ็บ เมื่อกลับมาที่บ้านพักในกองบิน ไอรีนยังคงอกสั่นขวัญผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กรัณย์เป็นห่วงแต่ไม่มีเวลารอให้เธอปรับสภาพ เพราะเขาต้องพาเธอไปพบผู้ใหญ่ในกระทรวงกลาโหมในวันพรุ่งนี้

ส่วนที่เกาะของพวกแบล็กไอรอน ครรชิตถูกจับมาพร้อมธีระ สองคนถูกพวกมันทรมานเพราะครรชิตไม่ยอมบอกสูตรนาเดีย หนักเข้าธีระทนไม่ไหว จะไม่ยอม ถูกทรมานอีกต่อไป เขาแอบคุยลับหลังกับเจสันว่าต้องเร่งหาวิธีเอาตัวไอรีนมาให้ได้ เพื่อให้ครรชิตยอมเปิดเผยข้อมูล

แท้จริงหนอนบ่อนไส้ในศูนย์วิจัยคือธีระนี่เอง เขาร่วมมือกับพวกเจสันที่ต้องการสูตรนาเดีย 26 มาดัดแปลงให้เป็นอาวุธที่ทรงอานุภาพที่สุดเพื่อความยิ่งใหญ่

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement