ยึดฟ้าหาพิกัดรัก ตอนที่ 10 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ยึดฟ้าหาพิกัดรัก ตอนที่ 10


28 ก.ย. 2560 08:38
888,926 ครั้ง

ละคร นิยาย ยึดฟ้าหาพิกัดรัก

ยึดฟ้าหาพิกัดรัก ตอนที่ 10

อ่านเรื่องย่อ

ยึดฟ้าหาพิกัดรัก

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

ทองหลาง

บทโทรทัศน์โดย:

แพรพริมา

กำกับการแสดงโดย:

แผ่นดิน ประสงค์สันติ

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

มิกค์ ทองระย้า,เซฟฟานี่ อาวะนิค

การปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ต้องมีความละเอียดรอบคอบเป็นพิเศษ เพราะทางหน่วยข่าวกรองยืนยันข้อมูลว่าพบเบาะแสของพวกแบล็กไอรอนหลบหนีเข้าไปในรัฐสลองโดยความช่วยเหลือของกลุ่มกบฏที่หลงเหลือจากการปราบปรามนายพลลาแป ช่วยให้เจสันลักลอบเข้าไปตั้งฐานทัพลับแห่งใหม่แต่ยังไม่ทราบพิกัดที่ชัดเจน

ภารกิจครั้งนี้ทางกลาโหมต้องการให้ทีมชาโดว์ไปปฏิบัติภารกิจอย่างลับๆ เพราะเป็นปฏิบัติการนอกพื้นที่ อาจจะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ และทางรัฐบาลรัฐสลองจะอนุญาตให้มีการส่งกำลังสนับสนุนภารกิจได้ก็ต่อเมื่อมีการเจรจากับรัฐสลอง

ด้วยหลักฐานอย่างเป็นทางการได้แล้วเท่านั้น ซึ่งนายกฯกำลังพยายามหาทางเจรจาอยู่ตอนนี้

“นั่นหมายความว่าเขาจะยอมปิดหูปิดตาชั่วคราวเพื่อให้พวกคุณเข้าไปปฏิบัติภารกิจนี้เพียงลำพัง ซึ่งคุณต้องเร่งมือแข่งกับเวลาในภารกิจที่เสี่ยงต่อชีวิตที่สุด พวกเราจึงอยากขอฟังการตัดสินใจของพวกคุณ ถ้าไม่พร้อมปฏิบัติการก็บอกมาได้เลย”

“พวกเราทุกคนพร้อมรับใช้ชาติด้วยชีวิตครับผม” สี่หนุ่มยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน

“ผมดีใจที่ได้ยินคำนี้ ขอบคุณพวกคุณทุกคนมาก ผมอนุมัติคำสั่งให้พวกคุณทั้งสี่ไปปฏิบัติการพิเศษค้นหา จู่โจมและทำลายฐานที่มั่นของพวกแบล็กไอรอน โดยจะเรียกปฏิบัติการครั้งนี้ว่าปฏิบัติการพิเศษฟีนิกซ์ ซึ่งหมายถึงนกฟีนิกซ์ที่แม้จะมอดไหม้ด้วยไฟ แต่ก็จะเกิดใหม่ขึ้นมาแข็งแกร่งกว่าเดิมทุกครั้ง และผู้กองกรัณย์จะเป็นหัวหน้าทีม เพราะเป็นผู้ที่รู้จักและติดตามพวกแบล็กไอรอนมาตลอด ผมจะให้เวลาพวกคุณ 6 ชั่วโมงไปทำธุระส่วนตัว รํ่าลาครอบครัวและคนรักก่อนปฏิบัติการ”

กรัณย์ ภูริช จิรวัติ และคณินทร์ต่างแยกย้ายกันไปหาคนรักของตน ซึ่งสี่สาวเข้าใจและพร้อมเป็นกำลังใจให้พวกเขาประสบผลสำเร็จในการปราบปรามผู้ก่อการร้าย

เมื่อถึงกำหนดเวลา สี่หนุ่มทีมชาโดว์ก็ออกปฏิบัติภารกิจ โดยมีหน่วยคอมมานโดเป็นกำลังเสริมอยู่ห่างๆ ภูริชกับจิรวัติลอบเข้าไปในพื้นที่ชนพื้นเมืองเพื่อหาเบาะแสไปให้ถึงฐานที่มั่นใหม่ของแบล็กไอรอน ส่วนคณินทร์กับกรัณย์ลอบเข้าไปพื้นที่ค่ายกลุ่มกบฏรัฐสลองที่ให้ความช่วยเหลือเจสัน

ด้วยการวางแผนที่รอบคอบของสี่หนุ่มทำให้พวกเขาพบฐานที่มั่นของพวกแบล็กไอรอนจนได้ แต่เวลานั้นพวกเจสันกับธีระกำลังวางแผนทำลายล้างกรุงเทพฯเพื่อประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ โดยส่งรถบรรทุกสารเคมีร้ายแรงสามคันมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงให้กลายเป็นเมืองร้างภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

พวกกรัณย์ตามจับสัญญาณของรถบรรทุกได้แค่สองคัน แล้วจะเร่งผสานหน่วยคอมมานโดเพื่อดักทำลาย แต่อีกคันที่ยังไม่รู้ทิศทางนั้นน่าเป็นห่วงยิ่งนัก จึงต้องเข้าคลุกวงในกันอีกครั้งจนพวกเจสันไหวตัว

การปะทะเกิดขึ้นทันที! แดเนียลนำทีมเผชิญหน้ากับพวกกรัณย์ ขณะที่ธีระเป็นกังวล เตือนเจสันอย่าประมาทสี่คนนั่น แต่เจสันเชื่อมั่นในแผนการของตนอย่างมากจึงไม่สนใจ

ฝีมือสี่หนุ่มฉกาจฉกรรจ์สมกับที่ธีระหวาดกลัว พวกเขาทำลายคลังระเบิดซีโฟร์ของพวกแบล็กไอรอนไปพร้อมกับชีวิตของภารตี หญิงสาวคนสนิทของเจสัน สร้างความเจ็บแค้นให้เจสันอย่างที่สุด ถึงกับประกาศกร้าว

“ไอ้พวกชาโดว์ ถึงเวลาที่ฉันต้องลงมือจัดการขยี้มดปลวกที่มันเกะกะขวางตาซะที”

เจสันและทหารกองทัพปิศาจหาทางเล่นงานทีมชาโดว์ แต่ธีระซึ่งไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเจสันรีบเข้าไปจัดการถ่ายโอนข้อมูลเกี่ยวกับสารพิษร้ายแรงใส่แฟลชไดรฟ์เก็บไว้กับตัว

แดเนียลและสมุนปะทะกับพวกกรัณย์ แต่แล้วแดเนียลพลาดท่าจะโดนยิง ซายูริพุ่งเข้ารับกระสุนตายแทน ยิ่งทำให้แดเนียลโกรธแค้นแทบบ้าคลั่ง

จิรวัติขับรถจี๊ปพาเพื่อนอีกสามคนหนีออกจากฐานที่มั่นของพวกมัน แต่เจอเจสันใช้อาร์พีจียิงใส่รถระเบิดไฟลุกท่วม โชคดีที่สี่หนุ่มกระโดดหนีตายมาได้อย่างหวุดหวิด แล้วลุกขึ้นหันหลังชนกันเพื่อรับมือพวกมัน

“เจอขนาดนี้แล้วยังคิดจะสู้อีกเหรอ” เจสันเย้ยหยัน กรัณย์ตอบโต้อย่างไม่กลัวเกรง

“พวกฉันมาเพราะมีประเทศชาติเป็นเดิมพัน

ไอ้เรื่องกลัวตายไม่มีอยู่แล้ว”

“งั้นก็ให้พวกมันได้ตายหมู่สมใจมันไปเลย” แดเนียลจะยิงทั้งหมดทิ้ง แต่เจสันจับปืนลูกชายให้ลดลง

“แค่นี้มันง่ายเกินไปสำหรับความอวดดีของพวกมัน ในเมื่อมันพร้อมจะมาตาย เราก็ต้องให้มันตายอย่างเจ็บปวดสุดๆ”

พูดแล้วเจสันถอดเสื้อตัวนอกออกก่อนเดินเข้ามาท้าดวลด้วยเชิงบู๊กับกรัณย์ โดยเพื่อนทั้งสามต่างถูกปืนจ่อ คุมเอาไว้ไม่ให้เข้าไปยุ่ง

เจสันปะทะฝีมือกับกรัณย์อย่างหนักหน่วง แรกๆเหมือนกรัณย์จะได้เปรียบ แต่ก็เจอเจสันแสดงฝีมือเต็มที่พลิกกลับมาเล่นงานซัดไม่เลี้ยงจนกรัณย์เริ่มเพลี่ยงพล้ำโงนเงน เจสันกระชากเขาขึ้นมาแล้วเยาะเย้ยถากถางให้เพื่อนอีกสามคนเห็นชัดๆ

“พวกแกที่เหลือดูเอาไว้ ความกล้าหาญ ความเสียสละ เกียรติยศ และความหวังที่ทหารอย่างพวกแกคิดว่าจะใช้จัดการฉันได้ มันไม่ได้ผลหรอกโว้ย”

เจสันชกเข้าที่ลำตัวกรัณย์อย่างแรงจนทรุดฮวบอย่างเจ็บปวดต่อหน้าต่อตาเพื่อนทุกคน ภูริชแค้นอยากจะเข้าไปช่วยแต่ก็ถูกทุบด้วยพานท้ายปืนกล คณินทร์กับจิรวัติก็เช่นกัน ถูกสมุนของเจสันทุบและกระทืบจนทรุดเรียงคน

“ฉันก็เคยเป็นทหารผ่านมาทุกสมรภูมิเหมือนพวกแกนั่นแหละ ฉันรบด้วยความกล้าหาญ เสียสละมอบทั้งชีวิตเพื่อเกียรติยศและความหวังกับประเทศชาติของฉัน แต่สุดท้ายไอ้เหรียญกล้าหาญทุกเหรียญมันก็ไม่เคยทำให้ฉันร่ำรวยเหมือนคนอื่น วีรกรรมมันก็แค่คำเชิดชูชั่วครั้งชั่วคราวที่สักวันแกจะต้องถูกลืม...จำเอาไว้”

เจสันพูดพล่าม สายตาจับจ้องสี่หนุ่มที่โดนสมุนของตนเอาปืนจ่อหัวตลอดเวลา

“ถือซะว่านี่คือสิ่งที่ชายชาติทหารจะให้เกียรติกันและกัน ฉันจะช่วยให้พวกแกได้ตายในสนามรบที่พวกแกรัก แต่จำไว้อย่างมากแกก็จะถูกจดจำและพูดถึงแค่ไม่กี่ปี แต่จากนั้นคนข้างหลังแกจะอยู่กันอย่างลำบากและเสียใจทุกวันทุกคืนที่เคยสนับสนุนพวกแกให้มาเป็นทหาร”

เจสันชักมีดเตรียมเชือดคอกรัณย์แต่ไม่สำเร็จ หนำซ้ำมันยังถูกกรัณย์ฮึดสู้ใช้มีดเล่มนั้นแทงบาดเจ็บ แดเนียลแค้นมากสั่งสมุนของตนฆ่าพวกมันให้หมด

แต่ทันใดนั้นเสียงเฮลิคอปเตอร์ดังบนท้องฟ้า หมวดชาตรีพร้อมทีมเหยี่ยวดำใช้ปืนกลกราดยิงลงมา

กลุ่มของกรัณย์พากันหลบ ขณะที่แดเนียลกับสมุนก็ประคองพาเจสันหนีไป ก่อนที่เฮลิคอปเตอร์ของทีมเหยี่ยวดำจะร่อนลงจอด

“ขอบคุณมากหมวด ถ้าช้ากว่านี้อีกนิดเดียวคงไม่ได้มารับพวกเราเป็นแน่”

“ก็ลุ้นใจหายอยู่เหมือนกันครับผู้กอง หลังจากที่ผู้กองขาดการติดต่อกับพวกเราไปนาน ท่านผู้การเป็นห่วงมาก สั่งให้ทีมเหยี่ยวดำของเราพร้อมสแตนด์บายทันที”

“แล้วมากันได้ยังไง หรือว่า...”

“ครับผู้กอง ท่านนายกฯเจรจากับผู้แทนรัฐบาลรัฐสลองสำเร็จ เพราะหลักฐานเกี่ยวกับฐานทัพของพวกแบล็กไอรอนที่มีพวกกลุ่มกบฏให้ความร่วมมือ ที่ผู้กองกรัณย์กับผู้กองภูริชส่งข้อมูลไปให้ ทำให้การเจรจาจบลงด้วยดี รัฐสลองอนุญาตให้เราส่งทีมสนับสนุนมาช่วยได้ครับ”

“มันต้องอย่างนี้สิวะ แบบนี้อีกเดี๋ยวฐานของพวกมันก็ต้องโดนถล่มเละ”

“ทหารของรัฐบาลสลองคงเตรียมออกมากดดันพวกแบล็กไอรอนด้วย ถึงคราวที่พวกมันต้องโดนตามล่าบ้างแล้ว”

คณินทร์กับภูริชพูดอย่างสะใจ กรัณย์ตบบ่าหมวดชาตรีและมองเลยไปยังลูกทีมทุกคน

“ขอบใจนะหมวด พวกคุณทีมเหยี่ยวดำทุกคนด้วย แต่ตอนนี้เจสันกับแดเนียลยังหนีไปได้ ทำให้ภารกิจยังไม่สิ้นสุด ที่สำคัญรถบรรทุกสามคันที่บรรทุกระเบิด Death X เต็มพิกัดกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ประเทศไทยเพื่อก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ ผมรู้แค่ว่าสองคันแรกจะตามหาเจอได้ยังไง แต่อีกคันนี่สิต้องใช้โชคช่วย”

ทุกคนมองหน้ากันอย่างวิตกกังวล

ooooooo

แดเนียลประคองเจสันที่บาดเจ็บหนีไปตามแนวป่ารัฐสลองเพื่อจะพาไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่แอบจอดไว้กลางป่า โดยมีสมุนอีกจำนวนหนึ่งติดตามเฝ้าระวัง

เมื่อมาถึงจุดจอด ปรากฏว่าเจอธีระยืนถือปืนจังก้าสีหน้าดุดัน

“หยุดอยู่แค่นั้นแหละเจสัน แดเนียล...สภาพแกเหมือนหมาจนตรอกแบบนี้อย่าคิดหนีไปไหนเลย ปล่อยให้ฉันไปอยู่สบายๆคนเดียว ไม่ต้องมีพวกแกเป็นภาระดีกว่า”

“ไอ้ธีระ! แกหักหลังฉัน”

“ช่วยไม่ได้ ฉันทุ่มเทเสียเวลา เสียโอกาสไปเยอะเพื่อสร้าง Death X ให้เป็นขุมทรัพย์ของฉัน ในเมื่อพวกแกทำต่อให้ไม่ได้ ฉันก็ต้องทำเอง ฉันจะเอา Death X ไปขายให้คนที่พร้อมจ่ายในราคาสูงที่สุด ไม่ต้องแบ่งให้ใครอีก”

“แก! ประเทศชาติของแก แกยังหักหลังได้ฉันน่าจะฉุกคิดเรื่องนี้ไว้บ้าง แต่ก็ไม่”

“ไม่ต้องห่วงหรอกพ่อ ผมจัดการมันเอง” แดเนียลชักปืนออกจากเอว แต่ช้ากว่าธีระที่ลั่นไกใส่ก่อน

เปรี้ยงเดียวแดเนียลทรุดฮวบ เลือดทะลักบริเวณท้อง เจสันตะโกนลั่นด้วยความเป็นห่วงลูกชาย ธีระรีบจี้บังคับนักบินให้พาตนหนี แต่เจสันแข็งใจคว้าปืนของแดเนียลยิงเข้ากลางหลังธีระจนกระอักเลือดล้มลงตายคาที่ จากนั้นหยิบแฟลชไดรฟ์ในกระเป๋าเสื้อมันมาเก็บไว้ แล้วเร่งแดเนียลให้รีบไปโดยไม่ต้องเป็นห่วงพ่อ

“แค่นี้ไม่ทำให้พ่อตายหรอก ต้องมีคนอยู่รับมือพวกมันที่นี่ ส่วนแกต้องตามไปจัดการตามแผนการของเราให้สำเร็จ ถล่มกรุงเทพฯของพวกมันให้เละ ไปได้แล้ว พ่อจะคอยเป็นแบ็กอัพให้แกเอง”

สมุนสองคนพาแดเนียลขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ส่วนเจสันอยู่กับสมุนอีกกลุ่ม แต่แล้วพวกเจสันก็ต้องรีบหนีเพราะสมุนคนหนึ่งเพิ่งมาบอกว่าทหารของรัฐสลองกำลังตามมา

ooooooo

พวกกรัณย์สามารถสกัดกั้นรถบรรทุกสารพิษร้ายแรงหรืออาวุธชีวภาพที่กำลังมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯได้สำเร็จ แต่ยังเหลืออีกหนึ่งคันที่ยังไม่รู้พิกัด ต้องใช้เทคโนโลยีของกองทัพช่วยในการค้นหาแข่งกับเวลา

แดเนียลมาควบคุมรถคันนั้นด้วยตัวเอง โดยเร่งลูกน้องขับมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ แต่ลูกน้องอิดออดหลังรู้ว่ารถสองคันโดนกองทัพสกัดไว้ได้แล้ว อีกทั้งสภาพแดเนียลก็บาดเจ็บ เชื่อว่าอีกไม่นานกองทัพจะตามล่าเจอ

เมื่อไม่ได้ดังใจ แดเนียลด่าลูกน้องแล้วจ่อยิงในระยะเผาขน จากนั้นก็กัดฟันขับรถไปเอง ฝ่ายทีมกรัณย์ก็พยายามค้นหารถคันนี้ทางอากาศด้วยเครื่องบินของกองทัพ และในที่สุดก็พบจนได้

กรัณย์ในฐานะนักบินรบต้องรับศึกหนักขึ้นบินและยิงจรวดมิสไซล์ที่บรรจุสารพิเศษจากการค้นคว้าทดลองของไอรีนเป็นผลสำเร็จ ในการทำลายอาวุธชีวภาพโดยไม่ทำให้ฟุ้งกระจายเป็นอันตรายกับผู้คน กรัณย์ทำสำเร็จ แดเนียลตายอย่างสยดสยอง แต่เจสันยังคงหนีหัวซุกหัวซุนพร้อมกล่องใบหนึ่ง

ภูริช คณินทร์ และจิรวัติติดตามมาถึงเขตชายแดนไทยแล้วพบเจสันในสภาพบาดเจ็บ แต่มันยังไม่หมดฤทธิ์ กดปุ่มที่กล่องใบนั้นสั่งยิงจรวดมิสไซล์ที่บรรจุอาวุธชีวภาพไปยังเครื่องบินของกรัณย์ที่เสร็จภารกิจและกำลังจะบินกลับ แต่แล้วเจสันก็โดนพวกภูริชกระหน่ำยิงตายคาที่

ธงรบรับข้อมูลด้วยความตกใจ สั่งกรัณย์ให้สละเครื่องบินด้วยการดีดตัวออกจากเครื่อง แต่กรัณย์ไม่ทำตามเพราะห่วงความปลอดภัยของคนหมู่มากที่เครื่องบินจะตกลงไป เขาพยายามบังคับออกไปพ้นพิกัดความเสียหายแล้วจำต้องระเบิดเครื่องบินไปพร้อมกับมิสไซล์อย่างไม่มีทางเลือก

คำพูดสุดท้ายที่กรัณย์ได้บอกกับผู้การธงรบผ่านทางระบบสื่อสารกองทัพอากาศและฝากไปถึงเพื่อนทุกคน รวมทั้งไอรีนคือ ตนภูมิใจที่ได้เกิดมารับใช้ชาติและพระมหากษัตริย์ ไม่ว่าจะเกิดและตายกี่ครั้ง ชีวิตตนก็ขออยู่และตายตามคำสั่งแผ่นดิน

เครื่องบินของกรัณย์พุ่งเข้าชนกับมิสไซล์กลางอากาศเหนืออ่าวไทย ในเสี้ยววินาทีที่เขาดีดตัวออกจากเครื่องบินและสัญญาณจีพีเอสได้ขาดการติดต่อไป แต่ทุกคนยังมีความหวังว่ากรัณย์อาจจะยังมีชีวิตรอด จึงไม่มีใครยอมยุติการค้นหา

มีการระดมความร่วมมือกันจากหน่วยค้นหาและช่วยชีวิต ทั้งจากกองทัพเรือและกองทัพอากาศ เพราะชีวิตของทหารแม้จะเป็นเพียงหนึ่งชีวิตก็ต้องไม่ถูกละเลย แม้พบเพียงร่างที่ไร้ลมหายใจก็ต้องพาเขากลับมารับเกียรติสูงสุดที่เขาควรจะได้รับ

ในที่สุดสัญญาณจีพีเอสอันริบหรี่จากกรัณย์ก็ปรากฏขึ้นบนจอเรดาร์ ทุกคนมุ่งหน้าเข้าช่วยเหลือตามพิกัดและพบว่ากรัณย์รอดตายแต่ได้รับบาดเจ็บพอสมควร

ooooooo

ที่โรงพยาบาล ไอรีนเฝ้าดูแลกรัณย์อย่างใกล้ชิด กรัณย์ถือโอกาสนี้ออดอ้อนคนรักปอกผลไม้ให้กิน

“อร่อยจังเลยครับ ขออีกเยอะๆนะครับ ป้อนด้วยนะครับ จะได้แข็งแรงไวๆ”

“ถ้าหายเจ็บแล้วแต่ยังแกล้งเจ็บอยู่ให้ฉันดูแล

ทั้งวัน งานการไม่ได้ทำล่ะก็...จะซ้ำให้เจ็บหนักเลยนะคะผู้กอง”

“ผมยังเจ็บอยู่จริงๆนะครับ ลอยคอรอความช่วยเหลืออยู่ในทะเลไม่ได้สติอยู่เป็นวันๆ นึกว่าจะตายไม่ได้กลับมาหาคุณแล้วซะอีก”

“เหรอคะ แต่ฉันว่าตอนนี้คุณหายเป็นปกติแล้วค่ะผู้กอง”

ไอรีนไม่ยอมป้อนผลไม้ต่อ กรัณย์เลยจับมือเธอดึงไว้

“เดี๋ยวสิไอรีน ผมอยากอ้อนคุณนี่ อย่าลืมนะว่าคุณยังติดสัญญาอะไรผมอยู่”

“ฉันไปสัญญาอะไรไว้กับคุณ”

“ก็ก่อนผมจะบิน คุณบอกว่าจะให้รางวัลผมมากกว่าแค่หอมแก้มไง”

“ยังจำได้อีก”

“เรื่องแบบนี้ใครจะลืมล่ะครับ ผมสัญญาว่าผมจะกลับมาก็ทำตามสัญญาแล้ว คุณก็ต้องห้ามผิดสัญญานะ”

“ก็ได้ หลับตาสิคะ”

กรัณย์ยิ้มกรุ้มกริ่มหลับตา พอไอรีนยื่นหน้าเข้ามาหอมแก้ม เขาลืมตาแป๋ว หนุ่มสาวสบตากันหวานซึ้ง จากหอมกำลังจะกลายเป็นจูบ แต่นวลนิตย์เข้ามาขัดจังหวะพอดี

“ว้าย...ตายแล้ว โทษทีจ้ะ แม่ไม่รู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาของแม่”

“เอ่อ...คุณแม่คะ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เมล็ดแตงโมติดหน้าผู้กองน่ะค่ะ ไอรีนเลยช่วยแกะออกให้ ไม่มีอะไรจริงๆค่ะ”

“ถึงมีแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกจ้ะ ชอบใจอีกต่างหาก เพราะหมายความว่าแม่จะได้อุ้มหลานไวๆ”

“ถูกต้องเลยครับแม่ ผมรับปากว่ารอไม่นานแน่นอน ออกจากโรงพยาบาลวันนี้แม่เตรียมนับถอยหลังเวลาได้อุ้มหลานเลยครับ”

“นี่ๆ อย่าให้มันมากไปนะตารัณย์ อย่าได้ริข้ามขั้นตอน คราวนี้แกต้องจัดงานแต่งงานจริงๆไม่ใช่แต่งหลอกๆ ให้เกียรติหนูไอรีนให้สมกับที่เขาต้องอดทนเป็นแฟนทหาร”

“อดทนเลยเหรอแม่”

“แน่นอนสิ แกไม่รู้หรอกว่าไอรีนเขาต้องอดทนมากแค่ไหนตอนที่แกหายไป...ใช่ไหมหนู”

“ค่ะแม่” ตอบรับแล้วไอรีนยิ้มกับนวลนิตย์แปลกๆ ทำให้กรัณย์นิ่วหน้าสงสัย

“ไม่ต้องทำหน้าสงสัย มันเป็นเรื่องรู้กันของคนเป็นแม่เป็นแฟนทหาร อ้อ...แล้วแม่ก็คุยกับท่านผู้การมาให้แล้วด้วย ท่านอนุมัติคำสั่งให้แกพักภารกิจราชการไปแต่งงานให้เรียบร้อย แล้วพ่วงภารกิจปั้นหลานให้ย่าอุ้มเร็วๆด้วย”

“งั้นรับคำสั่งเลยครับแม่”

“ใจเย็นค่ะผู้กอง ฉันรับปากแล้วเหรอคะว่าฉันจะแต่งงานกับคุณ”

“อ้าวไอรีน...”

“ทหารอย่างคุณหาทางรบชนะข้าศึกได้ ก็ต้องหาทางรบชนะใจฉันได้ด้วยสิคะ ขอตัวไปทำงานก่อนนะคะคุณแม่”

ไอรีนเดินอมยิ้มออกไป นวลนิตย์ทำทีสงสารลูกชาย แซวว่างานเข้าแล้วลูกฉัน...

ooooooo

หลังภารกิจเสร็จสิ้นและอยู่ในช่วงพักผ่อนของทั้งสี่หนุ่ม ภูริชกับคณินทร์ถอดเสื้อโชว์กล้ามแน่นๆซ้อมนวมชกมวยแลกหมัดกันไปมา โดยมีกรัณย์กับจิรวัติยืนเชียร์อยู่ข้างๆ

ฝีมือแลกหมัดกันของคณินทร์กับภูริชเป็นไปอย่างสูสีในช่วงแรกๆ แต่คณินทร์เริ่มเสียทางมวยให้ภูริชที่ยิ้มยียวนใส่แล้วแย็บเข้าหน้าจนมึน คณินทร์ต้องร้องขอ

“เฮ้ย! พอก่อนๆ ไหนบอกว่าแค่ซ้อมกันพอได้เหงื่อไงวะ นี่มันเอาจริงเลยนี่หว่าไอ้ริช”

“เอ้า...สงสัยกองทัพจะให้พักยาวจนขี้เกียจอย่าลืมว่าพวกเราต้องพร้อมรับมือได้ทันทีในทุกสถานการณ์ฉุกเฉินนะเว้ย”

“เออ...ไอ้ริชพูดถูก แล้วฉันว่านะที่คณินทร์มันมืออ่อนเข่าอ่อนเป็นกระสอบทรายให้แก เพราะเมื่อวานมันหายไปกับคุณมินตราแน่ๆ”

“อ๋อ ถึงกับเข่าอ่อนแบบนี้...หายไปไหน ไปทำอะไร ซ้อมเข้าหอรึเปล่าวะ เล่ามาเลย”

“ทะลึ่งแล้วไอ้ริช ไอ้ต้นกล้า เล่าก็หมาสิวะ พอเลย ยกนี้ยอมแพ้ให้ก็ได้ แต่ขอส่งตัวแทนฟิตเปรี๊ยะดวงแข็งโป๊กเครื่องบินตกยังไม่ตายลงสอยแกแทน...ไอ้กรัณย์ช่วยหน่อยเว้ย”

คณินทร์ถอดนวมโยนให้กรัณย์รับไป ครู่เดียวกรัณย์ก็อยู่ในสภาพพร้อมชก แต่เพราะมีเรื่องรบกวนจิตใจทำให้เขาซัดภูริชเต็มที่เหมือนจะระบายอารมณ์

เพื่อนๆพากันแปลกใจ เดาว่ากรัณย์คงทะเลาะกับไอรีนมา หรือว่าเธอขอเลิก

“เปล่า...เขาไม่ได้ทำอะไรฉัน แต่ฉันเองต่างหากที่หงุดหงิดตัวเอง พวกแกเข้าใจมั้ย อารมณ์แบบว่าอยากจะมีเมียแล้ว อยากจะแต่งงานแล้ว แต่ไม่รู้จะขอเขายังไง ถ้าไม่ได้วางแผนให้ดีแล้วทะเล่อทะล่าขอไป เจอเขาเทใส่ พังแน่ๆชีวิตฉัน”

“เออว่ะ มันพูดถูก มันมีเหตุผล นี่ก็เป็นเรื่องที่ฉันกำลังหนักใจอยู่เหมือนกัน อยากแต่งงานใจจะขาด แต่ก็ไม่กล้าขอเหมือนกันว่ะ กลัวแห้วกลับมา” พูดแล้วภูริชเริ่มหน้าเครียด

จิรวัตินึกถึงแฟนตัวเองแล้วบ่นอย่างอยู่ในภาวะคล้ายกัน “ฉันก็เหมือนกัน เอาเข้าจริงขอแต่งงานน้องแพรวยากกว่าเอาเรือออกไปเจอพายุอีก”

“เพราะอาชีพอย่างเรา แค่รักกันมันก็มีความสุขหรอก แต่จะให้มาแต่งงานด้วย ผู้หญิงก็คงคิดหนัก”

กรัณย์สรุปหน้าเศร้า แต่เมื่อภูริชบอกว่าพวกเราขาดพวกเธอไม่ได้ ทุกคนจึงต้องเดินหน้าทำภารกิจรักให้สำเร็จ

ooooooo

สี่หนุ่มรวมตัวกันเพื่อสร้างเซอร์ไพรส์ขอสี่สาวแต่งงานด้วยการชวนพวกเธอไปเที่ยวทะเล โดยไม่รู้เลยว่าพวกเธอรู้ทันและรวมหัวกันซ้อนแผนอย่างครื้นเครง

จนกระทั่งถูกพวกเขาจับได้ขณะเข้าพักในโรงแรมแล้วพวกเธอสุมหัวในห้องเดียวกัน รุ่งขึ้นสี่หนุ่มเลยแยกย้ายกันทำตามวิธีของตนที่คิดว่าเจ๋งสุดๆ

ภูริชส่งข้อความไลน์หานภัสชลตอนเช้าตรู่ว่าตนกลับกรุงเทพฯไปแล้ว นภัสชลตกใจมากรีบโทร.หาเขาทันที ถามว่าอยู่ไหนตนจะไปหาเดี๋ยวนี้

และแล้วแผนเซอร์ไพรส์ของภูริชก็สำเร็จสมใจ นภัสชลเดินมาเจอกล่องแหวนแขวนอยู่บนต้นไม้ตรงชายทะเล ก่อนได้พบเจ้าของแหวนที่ยิ้มร่าเข้ามาหา ขอให้เธอรับแหวนกำพร้าวงนี้เพื่อที่มันจะได้ไม่โดดเดี่ยว แต่จะมีคนดูแลตลอด และถ้าเธอรับแหวนในวันนี้จะได้รับโปรโมชั่นพิเศษคือคนขัดแหวนเป็นของแถมไปด้วย

นภัสชลทั้งขำทั้งตื้นตัน ภูริชออกอาการเขินไม่น้อย

“อย่าขำสิครับหมอ ผมคิดมุกนี้มาทั้งคืนเลยนะ ตกลงหมอจะรับแหวนวงนี้ไว้ไหมครับ”

“รับค่ะ ฉันจะดูแลแหวนวงนี้และจะดูแลผู้กองให้ดีที่สุด ขอแค่ผู้กองคอยขัดแหวนวงนี้ด้วยความรักให้มันสดใส แวววาวในหัวใจของเราทั้งคู่ตลอดไป” นภัสชลพูดพลางยื่นมือออกไป ภูริชยิ้มกว้างดีใจ คุกเข่าบรรจงสวมแหวนแล้วจูบมือเธอพร้อมให้คำมั่นสัญญา

“ผมสัญญาครับ คุณหมอดูแลผมเท่าไหร่ ผมจะดูแลคุณหมอให้มากกว่าร้อยเท่า คุณหมอรักผมมากแค่ไหน ผมจะรักคุณหมอให้มากกว่าล้านเท่า”

นภัสชลสวมกอดเขาแน่น ภูริชกอดตอบแล้วอุ้มเธอขึ้น บอกว่าซ้อมไว้อุ้มเข้าเรือนหอ แล้วสองคนก็หัวเราะไปด้วยกันอย่างมีความสุข

ooooooo

อีกมุมหนึ่งของชายหาดหน้าโรงแรมที่พัก คณินทร์เดินจับมือมินตราชวนคุยเรื่องแต่งงาน โดยจะชวนเพื่อนๆแต่งงานพร้อมกันจะได้ช่วยหารค่าใช้จ่าย

มินตราเห็นด้วย เพราะถ้าจัดแบบใหญ่โตเธอคงไม่แต่ง เราต้องเก็บเงินเพื่ออนาคตในวันข้างหน้าให้พร้อมสำหรับการเลี้ยงดูลูก

“ผมเห็นด้วยกับสุดที่รักครับ ผมกำลังคิด...หรือว่าเราไม่ต้องจัดงาน รวบรัดเข้าหอเลย”

มินตราหน้าตึงทันที ทุบเขาไม่ยั้ง “นี่แน่ะ ทะเล้นทะลึ่งอีกแล้วนะ”

คณินทร์ยิ้มเรี่ยราดแล้วเจ้าบทเจ้ากลอนใส่แฟนสาว “คุณรู้ไหม ทะเลมีคลื่นกับลม แต่ผมมีคุณคนเดียว” พูดแล้วทำท่าจะหอมแก้ม แต่โดนเธอผลักใบหน้าออกห่างและทำขึงขังเอาเรื่อง วิ่งไล่จับกันไปท่ามกลางเสียงหัวเราะกังวานใสของทั้งคู่

อีกด้านห่างไกลพอสมควร แพรวมาตามนัดของจิรวัติ แต่กลับไม่พบเจ้าตัว เจอแต่การ์ดข้อความให้เดินตามเชือกไปเรื่อยๆ แล้วก็พบของขวัญทุกชิ้นที่แพรวเคยมอบให้เขา ซึ่งจิรวัติเก็บมันไว้เพราะทุกชิ้นล้วนมีคุณค่า แต่ที่มีค่ามากที่สุดสำหรับเขาคือเธอ จิรวัติที่ซ่อนตัวออกมาสวมกอดแพรวและขอเธอแต่งงานสำเร็จไปอีกคนท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขและน้ำตาแห่งความปีติยินดีของแพรว

เวลาเดียวกันนั้นไอรีนเดินอยู่บนสะพานริมทะเล ซึมซับอากาศสดชื่นด้วยความสบายใจ พลันเครื่องบินกระดาษลำหนึ่งบินมากระทบไหล่ หญิงสาวรู้ทันทีว่าฝีมือใคร ก้มหยิบมันขึ้นมาพิศดูและพูดยิ้มๆว่า “มามุกนี้นี่เอง”

พูดแล้วกวาดตามองหากรัณย์แต่ไม่เจอ มีเพียงเครื่องบินกระดาษลอยมาอีกลำ

“อย่าให้ฉันจับได้นะผู้กอง จะจับฉีดเชื้อโรคเอาไปศึกษาให้เข็ดเลย”

ขาดคำก็มีเครื่องบินกระดาษอีกลำหล่นลงพื้นเบื้องหน้า หญิงสาวลงจากสะพานมาเจอรถกรัณย์จอดอยู่ แต่เมื่อเข้าไปดูใกล้กลับไม่พบเจ้าของ

“จะเล่นพิเรนทร์อะไรของเขาอีกเนี่ย” บ่นเสร็จได้ยินเสียงรีโมตเปิดกระโปรงหลังรถ เธอเดินอ้อมมาเปิดมันขึ้น แล้วต้องตะลึงกับลูกโป่งหลากสีที่อัดแน่นอยู่ท้ายรถพร้อมป้ายข้อความ “แต่งงานกันมั้ย” ลอยเด่นเห็นชัด

“ไอรีน...แต่งงานกันมั้ย”

เสียงนั้นทำให้หญิงสาวหันขวับ กรัณย์เดินเข้ามาคุกเข่ายื่นกล่องแหวนสวยน่ารักไปตรงหน้าเธอ

“ก่อนหน้าที่ผมจะได้พบคุณ ชีวิตผมแทบไม่ต่างอะไรจากขนนกที่ลอยไปตามลม มีจุดหมายปลายทางก็แค่หน้าที่ที่พาผมไป จนกระทั่งผมได้มาพบคุณ ชีวิตผมก็เปลี่ยนไป คุณเติมเต็มชีวิตที่ขาดหายของผมนะ ไอรีน จากนี้ไปขอให้ชีวิตที่เหลือของผมช่วยดูแลทั้งชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณได้ไหม”

ไอรีนน้ำตาคลอด้วยความซาบซึ้ง ยิ้มให้อย่างอ่อนละมุนพร้อมกับจับมือเขาให้ลุกขึ้น

“แค่มีคุณอยู่ดูแลหัวใจ อยู่ใกล้ๆ จับมือฉันเอาไว้ให้นานตลอดไปแบบนี้ ฉันก็มีความสุขมากแล้วค่ะ”

“แต่งงานกับผมนะ”

“ค่ะผู้กอง ฉันพร้อมจะเป็นภรรยาของคุณ”

“ไอรีน...”

กรัณย์อุทานด้วยความดีใจ ดึงไอรีนมากอดแน่นก่อนสวมแหวน ตามด้วยหอมแก้มเธออีกหลายฟอดอย่างชื่นใจ

ooooooo

น้ำทะเลแทบกลายเป็นน้ำหวานเมื่อบรรดาสี่หนุ่มสมหวังในความรัก พวกเขาจับกลุ่มในชุดสุดสบาย อวดรูปร่างสมส่วนแข็งแรงบึกบึน

คณินทร์ถอนใจยาวก่อนเปรยว่า “ในที่สุดพวกเราก็มาถึงวันนี้จนได้”

“เฮ้ย...อย่าบอกนะเว้ยว่าเสียดายความโสด เดี๋ยวสมาคมแม่บ้านสี่เหล่าทัพมาได้ยินเข้าจะพาพวกเราซวยไปด้วย” จิรวัติท้วง

คณินทร์รีบแก้ว่าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ตนหมายถึงวันที่พวกเราได้ภูมิใจที่สุดในชีวิต ที่ได้ทำหน้าที่ปกป้องชาติ คืนความสงบสุขให้กับแผ่นดินที่เรารักเรียบร้อยแล้ว

“เออ...ก็จริงอย่างมันว่า ที่ผ่านมาภัยคุกคามที่พวกเราต้องรับมือมีแต่หนักหนาสาหัสทั้งนั้น ถ้าเราพลาดคนหนึ่ง ประเทศชาติคงต้องวุ่นวาย”

“แต่พวกเราก็เป็นหนึ่งเดียว ช่วยกันผ่านทุกวิกฤติมาได้”

“ฉันว่าต่อไปก็คงยังไม่หมดง่ายๆ พวกที่อยากทำลายประเทศเรายังมีอีกเยอะ แต่พวกเราก็จะมารวมกันอีกใช่ไหมวะ”

“แน่นอนอยู่แล้วเพื่อน”

“ชัวร์” สี่หนุ่มประสานเสียงหนักแน่น จากนั้นต่างแยกย้ายกันจับคู่กับแฟนสาวของตนเล่นน้ำทะเล หยอกเย้าเคล้าเสียงหัวเราะ บรรยากาศอบอวลไปด้วยความรักและความสุขสมหวัง

ooooooo

-อวสาน-

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement