advertisement

แค้นเสน่หา ตอนที่ 15

บทประพันธ์โดย...วราภา จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง3 โดย...ศัลยา
12 ก.ย. 2556 14:18

สมาชิกบ้านปัณณธรรอการกลับมาของจันทร์กับรุ้งด้วยใจจดจ่อ โดยเฉพาะฉัตต์ คุณหญิงเพ็งกับจริมามองด้วยความเห็นใจ รู้ดีว่าเขาอยากเจอรุ้งมากแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง ครู่ใหญ่อ่อนจึงเข้ามารายงานว่า จันทร์ กลับมาแล้วแต่แวะหาสำลีก่อน จริมากับคุณหญิงเข้าใจดีและมองหน้ากันเงียบๆ สงสารสาวใช้ที่ต้องเสียคนรักจนแทบตั้งตัวไม่ติด

ภาพสาวใช้นั่ง ร้องไห้ในครัวทำให้จันทร์พูดไม่ออก สูดลมหายใจยาวแล้วเข้าไปปลอบใจด้วยท่าทางปรานี สำลีสะอึกสะอื้น ถามถึงวาระสุดท้ายของคนรัก จันทร์น้ำตาคลอ เวทนาสาวใช้ที่เห็นกันแต่เล็กแต่น้อยจับใจ

“สำลีเพิ่งบอกรักพี่ยอดเอง คิดว่าจะอยู่กับเขาไปจนแก่และตายจากกัน”

“ฉันได้ยินคำสุดท้ายของเขา เขาฝากสำลี เขาคิดถึงสำลีจน...หมดลม”

สำลีปล่อยโฮลั่นครัว จันทร์ได้แต่กอดปลอบ...ถือว่าสิ้นบุญกันแต่เพียงเท่านี้แล้วกันนะ

จันทร์อยู่เป็นเพื่อนสำลีพักใหญ่จึงขึ้นเรือนไปกราบคุณหญิงเพ็ง จริมากับฉัตต์ยกมือไหว้ด้วยท่าทีนอบน้อม อดีตหม่อมเห็นสีหน้าชายหนุ่มคนเดียวของบ้านก็พอเดาได้ว่าอยากเจอรุ้ง เธอยิ้มน้อยๆแล้วบอกว่าลูกสาวตัดสินใจดูแลท่านหญิงที่วังเพราะประชวรตั้งแต่เมื่อคืน หลังจากนั้นจึงเล่าเรื่องการตัดสินใจของรุ้งกับชายเดียวว่าต้องการอยู่ในที่ที่โตมาตั้งแต่เด็กเพราะคุ้นเคยมากกว่า คุณหญิงเพ็งพยักหน้ารับแล้วปรารภเสียงอ่อน

“คุณชายเดียวกับรุ้ง...สมกับเป็นลูกชาติลูกตระกูล สองคนคิดเหมือนกัน เห็นไหมริมา...คนเราจะตัดสินใจทำอะไรบางทีก็ไม่ใช่เพื่อตัวเองเท่านั้น” จริมาก้มหน้ารับ เช่นเดียวกับฉัตต์ คุณหญิงเพ็งถอนใจเบาๆแล้วเปรยด้วยความเห็นใจสองราชนิกุลฝาแฝด “คุณชายก็คงอยากให้น้องกับแม่ไปอยู่ด้วยกัน  รุ้งก็น่าจะอยากเป็นหม่อมราชวงศ์วิมลโพยม ได้อยู่วังรังสิยา แต่ถ้าทั้งสองทำอย่างที่อยากทำก็จะมีผลกับอีกหลายคน เลยตัดสินใจให้เป็นเหมือนเดิมทุกอย่าง”

“คุณย่าขา...ริมาดีใจแทบแย่ที่รุ้งจะกลับมาอยู่บ้านเรา”

“ย่าเห็นแล้ว ริมายิ้มจนปากจะถึงหู”

“แต่บางคนน่าจะดีใจยิ่งกว่าริมาแต่ทำเก๊กหน้าเฉยเมย ที่แท้ก็หัวใจเต้นตึกตัก...”

ฉัตต์มองมาด้วยสายตาเคร่งเครียด จริมาหน้าจ๋อยเพราะเพิ่งนึกได้ว่าเขามีเรื่องพิสินีที่ยังคาราคาซัง

ขณะเดียวกันที่วังรังสิยา...ท่านหญิงประทับมองพระรูปท่านชายเหมือนเคย โดยมีผ่องหมอบเฝ้าไม่ห่าง เมื่อทรงหันพระพักตร์ไปทางหน้าต่างจึงเห็นวิญญาณเฟืองนั่งคุดคู้ใต้ร่มไม้ใหญ่ด้วยท่าทางทรมานทำให้ทรงตัดสินพระทัยได้ รับสั่งเรียกสนให้เตรียมรถเพื่อเสด็จวัด ผ่องเห็นทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ก็พยายามรั้งแต่ไม่เป็นผล ได้แต่เตรียมยาและข้าวของต่างๆให้ทรงนำติดองค์ไปด้วย

ท่านหญิงโทร.หาจันทร์เพื่อถามถึงวัดที่อดีตหม่อมเคยไปปฏิบัติธรรมเพราะทรงอยากบวชที่นั่น ท่านหญิงเล็กแวะมาเยี่ยมและพยายามทัดทานแต่ก็ไม่ได้ผลเช่นกัน พี่สาวยังยืนยันว่าต้องการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้เฟือง สองพี่น้องล่ำลากันด้วยความเข้าใจ โดยมีผีเฟืองเฝ้ามองไม่ห่างด้วยความซาบซึ้งในน้ำพระทัย

ฟากบ้านปัณณธรรับรู้ข่าวการตัดสินพระทัยของท่านหญิงอย่างสงบ อนุโมทนาให้กับความตั้งใจจริงของท่านที่อยากให้เฟืองไปสู่สุคติ จันทร์เห็นทุกคนพร้อมหน้า พร้อมตาที่ห้องโถงจึงถือโอกาสขออนุญาตฉัตต์เปิดร้านอาหารสวนราตรีอีกครั้งแต่เขาปฏิเสธ จริมาเห็นท่าไม่ดีจึงช่วยพูดอีกแรง

“ริมาอนุญาต ที่ตรงนั้นเป็นของริมาเหมือนกัน น้าจันทร์อุตส่าห์ขอเอง”

ฉัตต์หันขวับหน้าเข้ม จ้องเขม็งจนจริมาชักแหยง หลบตาแล้วเสมองทางอื่นเซ็งๆ

“ผมจะไม่อยากอยู่บ้านนี้ถ้าเปิดเป็นร้านอาหาร”

คุณหญิงอ้าปากจะช่วยพูดแต่ฉัตต์ยกมือไหว้ขอตัวเสียก่อน จริมาจึงได้แต่มองตามหลังพี่ชายเคืองๆ

“น้าจันทร์...ทำไมไม่บอกพี่ฉัตต์ล่ะคะ ถ้าไม่เปิดร้าน แล้วริมาจะเอาเงินค่าเทอมที่ไหน อีกเทอมก็จะจบแล้ว”

ooooooo

รุ้งกับชายเดียวนั่งคุยกันตามประสาพี่น้อง โดยเฉพาะเรื่องท่านหญิงแขไขจะบวช เมื่อผ่องวิ่งหน้าตื่น มารายงานเรื่องท่านหญิงจะเสด็จวัด ชายเดียวก็ลุกพรวด ไปดักรอหน้าประตูวังจนสนต้องหยุดรถตัวโก่ง ราชนิกุลหนุ่มไม่รอช้าถลันไปกอดท่านแม่แน่น ท่านหญิงน้ำตาคลอ ลูบหลังเขาด้วยความอาดูรแต่ต้องตัดใจเพราะอยากทำเพื่อเฟือง

คุณชายประคองท่านแม่ไปนั่งในสวนและรบเร้าขอตามไปด้วย ท่านหญิงนิ่งไปอึดใจแล้วรับสั่งอย่างนุ่มนวล

“ชาย...ฟังแม่นะลูก แม่จะบวชให้คนที่รักแม่ที่สุด ชายไม่รู้จักเขา ชายไม่ต้องไปกับแม่หรอก”

“ชาย...ชายก็รักท่านแม่ที่สุด ทำไมท่านแม่ไม่ให้ชายไป”

“เพราะที่แม่จะบวชเกี่ยวข้องกับแม่และเขาเท่านั้น ชีวิตแม่เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ แม่ตายเพราะตัวแม่เอง ตายคนเดียวแล้วก็จะเกิดคนเดียว ถ้าได้เกิดใหม่แม่จะมาหาชายและเป็นแม่ของชายเหมือนเดิม”

ชายเดียวผวากอดท่านแม่แน่น ท่านหญิงเหลือบเห็นรุ้งยืนมองไม่ห่างจึงรับสั่งด้วยน้ำเสียงปรานี

“ถึงแม้จะเพิ่งรู้ว่าเป็นพี่น้องกันแต่ก็พบและผูกพันกันตั้งแต่เด็ก ขอให้รักและดูแลกันตลอดไป”

รุ้งก้มกราบด้วยความซาบซึ้งใจ...เมื่อรถแล่นจากไปแล้ว ชายเดียวจึงเข้าประคองน้องสาวให้ลุกขึ้นและโอบกอดด้วยความรัก...ขอให้ท่านหญิงได้ทำตามที่ปรารถนา... เราสองคนขออนุโมทนาด้วย

ไม่กี่ชั่วโมงถัดมาท่านหญิงก็มาถึงวัดนอกเมือง สนช่วยขนของและตามเข้าไปในโบสถ์ กลุ่มแม่ชีรุ่นพี่ให้การต้อนรับ ช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้า ขริบผมต่อหน้าพระ– ประธานและนิมนต์พระภิกษุมาทำพิธีให้ แม่ชีแขไขบูชาพระรัตนตรัยและกล่าวคำอาราธนาศีลแปด โดยมีผีเฟืองเฝ้ามองจากด้านนอกและพนมมือรับส่วนบุญด้วยสีหน้าเหมือนปลดปล่อยทุกอย่างแล้วร่างอดีตผีร้ายค่อยๆเลือนหายไป ท่านหญิงหลับตาและยิ้มน้อยๆ...ขอให้เฟืองไปสู่สุคติเสียที

เย็นวันเดียวกันที่วังรังสิยา...จริมามารับรุ้งกลับบ้าน ด้วยความตื่นเต้น สองสาวยิ้มให้กันที่ทุกอย่างจบลงด้วยดี จริมาหัวเราะลั่น อารมณ์ดีมากเพราะจะได้ร่วมชายคากับเพื่อนรักอีกครั้ง ไม่ต้องแยกกันอยู่เหมือนที่นึกกลัวมาตลอด ชายเดียวที่ปล่อยให้สองสาวพูดคุยกันตามประสาเพื่อนรักอยู่นานทนไม่ไหว ตัดสินใจเข้ามาร่วมวงด้วย

“นี่...ขอร้องนะ วันแต่งงานเราคุณอย่าหัวเราะแบบนี้”

จริมาอ้าปากค้างหน้าแดงก่ำ แหวกลับทันทีแก้เก้อ “บอกให้คอยหน้าวัง ตามเข้ามาทำไม”

“ไม่ได้ตาม แค่มาเดินเล่นเฉยๆ”

จริมานิ่วหน้าไม่พอใจ รุ้งเห็นท่าทางกรุ้มกริ่มของพี่ชายก็ตัดสินใจขอตัวไปเก็บของในตำหนัก จริมาจะตามแต่ถูกคุณชายดึงเข้าไปในอ้อมกอดเสียก่อน หญิงสาวดันหน้าอกแกร่งไว้ด้วยความขวยเขิน ชายเดียวก้มลงมองหน้าแอร่มด้วยแววตามีความหมาย

“คุณไม่ใช่คนสวย แต่น่ารักที่สุด...น่ารักที่สุดในโลก”

“มากไปหรือเปล่าคุณชาย เอาแค่ข้ามฟากไปฝั่งโน้นพอ แหม...พูดอย่างกับเห็นผู้หญิงมาแล้วทั้งโลก แค่เพื่อนนักเรียนหมอด้วยกันมาเท่านั้น แต่ละคนแว่นตาหนาเชียว จะสวยแค่ไหนกัน”

“ริมา...คุณจะช่วยเขินหรืออายบ้างได้ไหมเวลาผมพูดอะไรแบบนี้ ผมเตรียมไว้เยอะเลยนะ”

จริมาหัวเราะจนตัวงอ แต่เมื่อเห็นเขาทำหน้ามุ่ยก็อดไม่ได้ เข้าไปง้องอนด้วยท่าทางน่ารักจนเขาโกรธไม่ลง

“ริมา...คุณรู้ตัวไหมว่าผมรักคุณเมื่อไหร่ ตั้งแต่วันที่คุณผลักผมตกท้องร่อง” จริมาส่ายหน้าขำๆว่ายังไม่เขิน ชายเดียวเลยตัดสินใจงัดประโยคเด็ด “คุณเองก็รักผมตั้งแต่วันนั้นเหมือนกัน เพราะถ้าคุณไม่รักแต่เกลียดผมอย่างที่คุณพยายามทำให้ผมเข้าใจอย่างนั้น คุณจะไม่มีวันมาถูกตัวผมให้เสียมือคุณหรอก”

จริมาอายม้วน ชายเดียวสอดประสานมือและยกขึ้นจูบทีละนิ้ว จริมาใจสั่นแต่ไม่ดึงมือออก เมื่อเขาชวนให้อยู่ทานมื้อเย็นด้วยกันจึงรับปากอย่างยินดีและออกไปเดินเล่นเพื่อฆ่าเวลา ราชนิกุลหนุ่มถือโอกาสทีเผลอรวบตัวเธอไว้ในอ้อมกอดอีกครั้ง จริมารู้ทันและแซวขำๆ เพราะนึกว่าเขาจะดึงให้ล้มไปด้วยกันเหมือนในละคร

“ไม่ล้ม...ล้มแล้วเจ็บ ไม่มีอารมณ์ทำอะไรหรอก ต้องอย่างนี้ดีกว่า” ชายเดียวค่อยๆก้มลงมาแล้วจูบแผ่วเบาที่มุมปาก จริมาหลับตาพริ้มแล้วสะดุ้งเมื่อเขาพูดประโยคถัดมา “ผมให้แม่จันทร์ไปขอกับคุณย่านะ พรุ่งนี้แต่งงานเลย”

“ฉันต้องไปเรียนต่ออีกเทอมหนึ่ง สัญญากับคุณพ่อไว้แล้ว”

“จริงหรือ ผมต้องคอยตายเลยหรือเนี่ย”

“ปัญหาคือฉันยังไม่มีเงิน พี่ฉัตต์ไม่ยอมให้เปิดร้านอาหาร”

ชายเดียวไม่คิดอะไรและเสนอเงินเขาด้วยความเต็มใจ จริมาหุบยิ้มและต่อว่าเขาเสียงเขียวทันที

“คุณชายคิดว่าฉันบอกเพราะจะเอาเงินคุณชายเหรอ อย่าพูดอย่างนี้กับฉันอีก...อย่าดูถูกกัน”

จริมาหุนหันกลับตำหนัก ชายเดียวงงมาก ได้แต่ตามง้อด้วยท่าทีตื่นๆ...โธ่ริมา...ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ

ooooooo

จริมาไม่ได้โกรธคนรักจริงจังนัก เมื่อชายเดียวมาถึงห้องรับประทานอาหารภายในตำหนักจึงเห็นเธอนั่งปรึกษาหารือกับจันทร์และรุ้งเรื่องเปิดร้านอาหารอีกครั้ง รุ้งอาสาจะหาเงินให้แต่จริมารู้ทันรีบดักคอ

“ไม่...รุ้งจะเอาเงินของคุณหญิงวิมลโพยมมาให้ ริมาไม่เอาเด็ดขาด มีทางเดียว...เราต้องเปิดร้านอาหารให้ได้” รุ้งบอกว่าจะไปเฝ้าไข้เพื่อหาเงินพิเศษ “นั่นก็ไม่เอา รุ้งต้องดูแลคุณย่ากับน้าจันทร์ มีทางเดียว รุ้งต้องพูดให้พี่ฉัตต์ยอม”

รุ้งคิดหนักเพราะไม่รู้จะพูดกับฉัตต์ยังไง ตั้งแต่เธอได้สติก็ดูเหมือนเขาจะหลบหน้าเธอตลอด เมื่อกลับถึงบ้านปัณณธร หญิงสาวจึงรวบรวมความกล้าไปคุยกับเขาที่ท่าน้ำ

“อย่ามาพูดให้ยากเลย ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้เปิด”

“ทำไมคะในเมื่อมันเป็นรายได้”

“เราไม่ได้ต้องการเงิน เรามีพอ...ฉันจะทำงาน เงินที่มีก็จะเอาไปลงทุนอย่างอื่น ทำร้านอาหารมันเหนื่อยเกินไป”

“ทุกคนทำอยู่ตัวแล้ว ไม่เหนื่อยค่ะ ร้านติดตลาดขายดี ลูกค้าเยอะ”

“ทำไม...อยากให้ลูกค้าคนไหนมากินเป็นพิเศษหรือเปล่า”

รุ้งปฏิเสธ ฉัตต์จึงเขย่าตัวเธออย่างแรง “ไม่มีหรือ คิดหรือว่าแม่ค้าสวยๆอย่างเธอจะไม่มีใครเฝ้ามอง...มาคอย”

รุ้งงงไปหมด ตั้งท่าจะถามแต่ไม่ทัน ฉัตต์กระชากเธอมากอด จูบข้างแก้มและเส้นผมแผ่วเบา

“ฉันหวงเธอ ไม่อยากให้ใครมอง...ฉันหวงและรักเธอ จะเก็บเธอไว้คนเดียว”

ฉัตต์ซบหน้าลงกับไหล่เธอ รุ้งปล่อยใจไปกับสัมผัสพิเศษชั่วครู่แล้วจึงได้สติและผละออก

“อย่าค่ะคุณฉัตต์...อย่า รุ้งบอกว่าอย่า คุณฉัตต์กำลังจะแต่งงานนะคะ”

ฉัตต์ชะงักแล้วผละออกทันที  รุ้งนิ่งไปอึดใจ แตะ แขนเขาแผ่วเบาและขอให้เปิดร้านเหมือนเดิม ฉัตต์ยังไม่ อนุญาต เห็นท่าทางร้อนใจของหญิงสาวตรงหน้าและทุกคนในบ้านก็เริ่มสงสัย...หรือว่าการเงินที่บ้านกำลังมีปัญหา

ความใจแข็งของฉัตต์ทำให้ทุกคนเครียดจัด ปัญหาการเงินจากการปิดร้านอาหารทำให้คุณหญิงเพ็งกับจริมาเริ่มนั่งไม่ติด รุ้งยืนยันหางานพิเศษและไม่ยอมให้บอกฉัตต์ถึงสถานการณ์ที่แท้จริงเพราะกลัวเขารับไม่ได้ ทุกคน ได้แต่นั่งเงียบ แม้รู้ดีว่ารุ้งคาดการณ์ถูกทุกอย่างแต่ไม่แน่ใจว่าจะปิดได้นานแค่ไหน

และแล้วความลับก็ถูกเปิดเผยเร็วกว่าที่คิด เมื่อรุ้งกลับขึ้นห้องในคืนนั้นก็ต้องสะดุ้งสุดตัวที่เห็นฉัตต์นั่งดูสมุดบัญชีด้วยสายตาตกตะลึง เขาหันมาจ้องหน้าและคาดคั้นให้อธิบายทุกอย่าง รุ้งสูดลมหายใจยาวเพื่อเรียกสติและบอกเสียงเรียบว่าฐานะการเงินของบ้านปัณณธรเป็นไปตามที่เขาเห็น

“เธอเขียนสรุปไว้ท้ายบัญชีร้านอาหาร แปลว่าเงินที่ส่งให้ฉันเรียนหนังสือคือเงินขายอาหาร...ไม่ใช่เงินคุณพ่อ”

ท่าทางเธอทำให้ฉัตต์อึ้งเพราะเข้าใจว่าใช้เงินพ่อมาตลอด รุ้งไม่พูดอะไรสักคำจนเขาเริ่มหงุดหงิด

“คุณหญิงวิมลโพยม...คุณต้องตอบผมมาเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่อยากให้ผมอาละวาดถึงคนอื่น”

รุ้งยังส่ายหน้าและเม้มปากแน่น ฉัตต์หน้าซีดเผือด ถามเสียงเบาว่าพ่อไม่มีเงินจริงๆหรือ

“คุณลุงกันเงินไว้พอค่าเรียนของคุณฉัตต์กับคุณริมา แต่ค่ารักษาตัวของคุณลุงเกินกว่าที่คาดเอาไว้มาก”

ความรู้สึกทั้งโกรธและเสียใจประดังจนพูดไม่ออก น้ำตาพานไหลออกมาดื้อๆจนรุ้งต้องเข้าประคอง

“ตลอดเวลาที่ฉันหาเรื่อง เธอคงยิ้มเยาะในใจว่า ที่แท้เธอเป็นคนหาเงินและจุนเจือฉัน ฉันนี่โง่เง่าจริงๆ”

ฉัตต์กำหมัดแน่น ทรุดตัวนั่งกับพื้นและร้องไห้อย่างไม่อาย รุ้งพยายามปลอบแต่เขาก็ไม่ดีขึ้น ทำท่าจะเดินออกจากห้องด้วยท่าทีโกรธจัด รุ้งผวากอดจากด้านหลัง ซบหน้าแนบหลังแกร่งแล้วขอร้องให้ฟังเธอสักนิด

“ไม่รู้จักรุ้งหรือคะถึงพูดแบบนี้ ถ้ารุ้งเป็นอย่างที่คุณฉัตต์ว่า คุณฉัตต์รักรุ้งได้ยังไง ถ้ารุ้งเป็นอย่างนั้น...รุ้งก็ไม่รักคุณฉัตต์หรอกค่ะ” ฉัตต์ตัวแข็งทื่อ ในใจเหมือนมีผีเสื้อบินเป็นร้อยๆตัว “เราจะไม่รักกันถ้ารุ้งเป็นคนแบบนั้น”

ฉัตต์หันมาคว้าร่างเธอไปกอดแน่น ค่อยๆผละออกแล้วก้มลงจูบเธออย่างดูดดื่มและโหยหา รุ้งกอดตอบด้วยความรักล้นอก วินาทีนั้นเหมือนโลกหยุดหมุน มีเพียงหัวใจสองดวงที่เต้นแรงเพราะความเสน่หา...ไม่รู้ตัวเลยว่าจริมาแอบแง้มประตู เห็นภาพพี่ชายกับเพื่อนรักลงเอยด้วยดีก็อยากจะกรี๊ดให้ลั่นบ้านแต่ยังติดเรื่องพิสินี...จะทำอย่างไรดี

จริมากลุ้มแทนพี่ชายมากจนต้องไประบายกับชายเดียวซึ่งแวะมาหาในวันถัดมา เขาได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจระคนเอ็นดูในความเจ้ากี้เจ้าการของคนรัก แต่จริมาไม่ขำด้วย เล่าถึงแผนการเผื่อพี่ชายไม่ยอมให้เปิดร้านว่าจะหยุดเรียนสักพักและค่อยๆเก็บเงินไปเรียนภายหลัง แต่แผนของเธอก็มีอันต้องพับไปเพราะฉัตต์ยอมใจอ่อนอนุญาตให้เปิดร้านได้  เนื่องจากเห็นแก่อนาคตของน้องสาวและความเป็นอยู่ของทุกคนในบ้าน

ooooooo

ร้านสวนราตรีเปิดให้บริการในอีกไม่กี่วันถัดมา ทุกคนในบ้านมือเป็นระวิงเตรียมของและต้อนรับลูกค้าที่มาอุดหนุนแน่นขนัดเพราะติดใจรสมือแม่ครัวชาววัง ฉัตต์นั่งทานของว่างกับจริมาและชายเดียวที่มุมหนึ่ง เห็นรุ้งเสิร์ฟอาหารที่โต๊ะปยุตกับพิสินีก็อารมณ์เสีย เช่นเดียวกับจริมาที่อึดอัดใจจนต้องไปปรับทุกข์กับจันทร์ในครัว

“ยายคุณบัวนี่น่ากลัวมาก เขาไม่ปล่อยพี่ฉัตต์แน่ อยู่ๆก็โผล่มา ไม่เคยรู้เลยว่าพี่ฉัตต์มีคู่รักแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นคุณริมาอย่าให้รุ้งต่อสู้กับเขาเลยค่ะ รุ้งทำไม่ได้หรอก”

“ต้องสู้...พี่ฉัตต์รักรุ้งไม่ได้รักยายคนนี้ เรื่องอะไรจะให้เขาได้พี่ชายเราไป รุ้งก็รักพี่ฉัตต์นะน้าจันทร์”

“เขาพิมพ์การ์ดแต่งงานแล้วนะคุณริมา อย่าเลย... รุ้งจะได้ชื่อว่าแย่งของของเขา”

“จนกว่าจะมีงานนั่นแหละ ริมาถึงจะยอมแพ้”

จันทร์มองด้วยความเอ็นดูระคนอ่อนใจ แม้อยากช่วยลูกสาวใจแทบขาดแต่ก็ไม่สนับสนุนให้ลูกเป็นมือที่สาม

เมื่อกล่อมจันทร์ไม่ได้ผล จริมาก็เบนเข็มไปทางชายเดียว เขารับฟังด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเหมือนไม่เดือดร้อนใจจนเธอเริ่มหงุดหงิด ฮึดฮัดคนเดียวจนเขาอดบีบจมูกเธอและโยกเบาๆไม่ได้

“พี่ฉัตต์ไม่ฟังผมแน่ ผมจะเสียความรู้สึกเปล่าๆ ถ้าจะให้เขาทำอะไรสักอย่างต้องไม่ใช่เพราะใครไปบอก”

จริมาไม่ยอมแพ้จริงๆและลากพี่ชายไปคุยตามลำพังในเย็นวันนั้น โดยเฉพาะเรื่องที่เลือกพิสินีมากกว่ารุ้ง ฉัตต์พยายามบอกว่าเรื่องมันละเอียดอ่อนและซับซ้อนกว่านั้น แต่เธอก็ยังไม่เชื่อ

“พี่รักรุ้งสุดหัวใจพี่ ชาตินี้จะไม่รักใครอีกแล้ว พี่สาบาน”

“รักคนหนึ่งแต่จะแต่งกับอีกคนหนึ่ง ใครก็ไม่เชื่อพี่ฉัตต์ เขาเป็นเมียพี่ฉัตต์แล้วใช่ไหม อยู่ด้วยกันแล้วที่โน่น”

“ริมา...ทำไมถึงคิดว่าพี่เป็นผู้ชายเอาเปรียบผู้หญิงแบบนั้น”

“ล้มเลิกงานแต่งเถอะพี่ฉัตต์ ถ้าไม่เชื่อจะเสียใจไปตลอด แถมมีผู้หญิงคนหนึ่งเหมือนต้องตายทั้งเป็น”

สองพี่น้องเถียงกันดังขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้แม้แต่น้อยว่ารุ้งแอบยืนฟังทั้งน้ำตาและตัดสินใจออกจากบ้านด้วยความสะเทือนใจ ฉัตต์กับจริมาหันขวับตามเสียง เห็นหลังรุ้งไวๆจึงรีบตาม แต่เพราะจริมาอยากให้พี่ชายปรับความเข้าใจกับรุ้งตามลำพังจึงขอรอที่บ้าน ฉัตต์ตามหารุ้งเจอที่บ้านสวน ภาพเธอนั่งคุดคู้ร้องไห้คนเดียวทำให้เขาใจแทบขาด คุกเข่าลงข้างๆและประคองหน้าเธอไว้ทั้งสองมือ

“ฉันจะพูดยังไงดี จะทำโทษตัวเองยังไงดีว่าทำไมฉันไม่บอกว่ารักเธอ...รักมาตลอดตั้งแต่วันที่เธอตีฉันเพราะกลัวว่าคุณพ่อตีแล้วฉันจะเจ็บกว่า”

“คุณฉัตต์เพิ่งอายุนิดเดียว...รักแล้วหรือคะ”

“มันอาจไม่ใช่ความรัก อาจเป็นแค่ความรู้สึก...จับใจ ซึ้งใจกับความน่ารักของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ส่งผ่านไม้เรียวอันนั้น แต่เพราะฉันเป็นคนโง่ เป็นคนทิฐิ คนบ้าและ...”

รุ้งโผกอดเขาด้วยความรัก ปลอบประโลมเขาให้ผ่อนคลายและบอกว่าเธอทำทุกอย่างให้ด้วยความเต็มใจ ฉัตต์ซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ ค่อยๆจับมือเธอแล้วสารภาพเสียงนุ่ม

“ฉันเสียใจเหลือเกิน ฉันทำไม่ดีกับเธอมากมายหลายอย่างแต่เธอกลับทำทุกอย่างเพื่อฉัน เธอเขียนจดหมายถึงฉัน ปลอบโยนฉัน ฉันมีกำลังใจทุกครั้งที่อ่านจดหมายของริมาที่น่าจะรู้ว่าเขาไม่ได้เขียน แต่เป็นรุ้งคนนี้ต่างหาก”  รุ้งก้มหน้าเขินอาย ฉัตต์เชยคางเธอแล้วจ้องลึกเข้าไปให้ถึงหัวใจ “เธอหาทางช่วยฉัน ยอมเป็นแม่ค้า ขายอาหารหาเงินให้ฉันเรียนหนังสือจนจบ แต่ฉันกลับโกรธเธอ ว่าเธอรุนแรงที่สุด...ฉันนี่มันเลว...เลวจริงๆ”

รุ้งลูบมือเขาเบาๆอย่างต้องการปลอบประโลม ฉัตต์ยิ่งสะท้อนใจหนักเพราะความรู้สึกผิด

“หม่อมราชวงศ์หญิงวิมลโพยม รังสิยา...สูงส่งกว่าฉันมากทั้งฐานันดรและจิตใจ”

“รุ้งเป็นแค่รุ้ง...รุ้งของคุณฉัตต์”

สองหนุ่มสาวตระกองกอดกันด้วยความรัก ถ่ายทอดพลังและกำลังใจให้กันและกันจนตะวันลับขอบฟ้า

ooooooo

ขณะที่ฉัตต์กับรุ้งดื่มด่ำกับความสุข...จริมาก็รับศึกหนักจากพิสินีซึ่งยืนกรานขอรอฉัตต์ที่บ้านจนกว่าเขาจะกลับ หญิงสาวตัวป่วนประจำบ้านเหนื่อยหน่ายมากแต่ต้องรักษามารยาท ปล่อยให้พิสินีนั่งรอด้วยสีหน้าสะใจที่ได้ยั่วเธอ

ฟากฉัตต์กับรุ้งก็นั่งมองตากันด้วยความรักในบ้านสวน พูดคุยด้วยเรื่องมากมายราวกับไม่เคยพูดกันมาก่อน รุ้งประทับใจมากเพราะชายหนุ่มตรงหน้าเปลี่ยนไป ไม่แข็งกร้าวและเฉยชาเหมือนเคย  แต่กลับอ่อนโยนและมีอารมณ์ขัน

“ความสุขวันนี้เต็มจนล้น เสียดายว่าฉันเพิ่งค้นพบ ไม่งั้นฉันจะเป็นผู้ชายที่มีความสุขที่สุดเมื่อหลายปีก่อน” รุ้งเลิกคิ้วแล้วถามเขาขำๆว่าตั้งแต่เด็กเลยหรือ “ใช่...ฉันผูกพันกับเด็กผู้หญิงตัวน้อยๆที่มากับสายน้ำ รู้สึกว่าเธอเป็นของฉัน ยิ่งเธอนิ่งไม่โต้ตอบไม่เถียงเวลาฉันอาละวาด ฉันก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็นเจ้าของเธอทั้งหมด...มันคือความรัก”

“รู้ไหมคะว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นก็ผูกพันกับคุณฉัตต์จนเป็นความรักเหมือนกัน”

“ควรจะรู้แต่โง่”

รุ้งยิ้มน้อยๆด้วยความเขินอาย ฉัตต์แตะที่แก้มเธอแผ่วเบา ตั้งท่าจะจูบแล้วต้องชะงักเมื่อเธอถามเรื่องแต่งงาน ความรู้สึกผิดถาโถมจนต้องดึงร่างน้อยมากอดแน่น รุ้งลูบหลังเขาเบาๆแล้วปลอบเสียงอ่อน

“รุ้งรู้ว่าคุณฉัตต์รักรุ้ง แค่นี้ก็ที่สุดของชีวิตรุ้งแล้ว...พอแล้วค่ะ”

“รุ้ง...ฉันทำผิดกับรุ้งมากมายจริงๆ แม้กระทั่งงานแต่งงานก็มีให้รุ้งไม่ได้”

“ถ้าคุณฉัตต์ไปบอกเลิกงานแต่งกับคุณบัวเพื่อมาแต่งกับรุ้ง จะไม่มีงานแต่งเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด”

“รุ้ง...ฉันไม่แปลกใจเลยที่ได้ยิน เพราะนี่คือรุ้ง คนที่คิดถึงคนอื่นตลอดเวลา”

“ใช่ค่ะ...ถ้ารุ้งเป็นคุณบัว รุ้งคงไม่อยากมีชีวิตต่อ ถ้าถูกยกเลิกงานแต่ง รุ้งขอบคุณที่คุณฉัตต์ไม่ทำเพราะถ้าคุณฉัตต์ทำอย่างนั้น รุ้งคงรักคุณฉัตต์ไม่ได้ นับถือก็ไม่ได้”

ฉัตต์ซึ้งมาก กระชับอ้อมแขนแน่นด้วยความรักล้นอก เสียใจเหลือเกินที่ต้องทำให้เธออยู่ในสภาพเช่นนี้

กว่าฉัตต์กับรุ้งจะกลับถึงบ้านปัณณธร พิสินีก็ทนรอไม่ไหวเสียแล้ว จริมาถึงกับถอนใจโล่งอกเพราะเป็นห่วงความรู้สึกของรุ้ง ส่วนสถานการณ์ทางการเงินของร้านสวนราตรีก็ดีขึ้นมาก รุ้งถึงกับเปรยว่าหากได้กำไรงามอย่างนี้อีกเพียงสัปดาห์เดียวจริมาก็จะได้กลับไปเรียนต่อให้จบ

บรรยากาศในบ้านเต็มไปด้วยรอยยิ้มเพราะทุกอย่างทำท่าจะลงเอยด้วยดี จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อปยุตแวะมาทานอาหารเพราะติดใจรสชาติและอยากทำความรู้จักรุ้งให้มากกว่านี้ ฉัตต์ก็ถึงกับของขึ้นด้วยแรงหึง ฮึดฮัดเข้าไปในครัวและขอช่วยงานเพราะไม่อยากเห็นภาพบาดตา

จันทร์กับจริมาเฝ้ามองด้วยความขำระคนอ่อนใจ เห็นใจเขามากที่ต้องทรมานใจเช่นนี้  แต่ก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร ได้แต่หวังว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะทำให้เขาคิดได้ว่ารุ้งมีความสำคัญกับเขามากแค่ไหน

ฝ่ายรุ้งก็โดนต้อนและรุกอย่างหนัก แม้เธอจะดักทุกทางแต่ปยุตก็ไม่ยอมแพ้ มุ่งมั่นขอสมัครเป็นเพื่อนรู้ใจจนหญิงสาวต้องใช้ไม้ตาย “เชื่อรุ้งเถอะค่ะ...อาหารที่นี่เราไม่เปลี่ยนเมนูเลย เราใจแข็งค่ะ เคยทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้น”

ปยุตหน้าเสีย เข้าใจความนัยที่เธอส่งมา ต่างจากฉัตต์ที่มองภาพสองหนุ่มสาวพูดคุยกันด้วยใจร้อนรุ่ม เขาลงมือสับหมูอย่างแรงจนทุกคนในครัวแตกตื่น รุ้งเข้ามาเห็นก็พอเดาได้ เดินเข้าไปจับมือและขอสับแทน ฉัตต์มองมาด้วยความน้อยใจแล้วผลุนผลันเข้าบ้าน...ทำไมนะ เราสองคนถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้!

ooooooo

หลังปฏิบัติธรรมและปรับตัวพักใหญ่ แม่ชีแขไขก็ส่งข่าวว่าให้ไปเยี่ยมได้ ไม่กี่วันถัดมาทุกคนก็พร้อม หน้ากันที่วัด ทั้งสมาชิกบ้านปัณณธรและบรรดาบ่าวไพร่ จากวังรังสิยา คุณหญิงเพ็งเห็นแม่ชีปรับตัวได้ดีก็รู้สึกอนุโมทนาด้วย

“ท่านทำถูกแล้ว ที่นี่ไม่มีเจ้าไม่มีข้า มีแต่คนที่มาหาที่เย็น อยู่ที่นี่ร่างกายเย็น จิตใจยิ่งเย็นกว่า”

แม่ชีแขไขทักทายทุกคนด้วยรอยยิ้ม ชวนพูดคุยอย่างเป็นกันเองจนเป็นที่ปลาบปลื้ม

“ได้ยินว่าเด็กๆกำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝากันทุกคน ฉันดีใจด้วย จริมาคงจะไปเรียนต่อแล้วกลับมาแต่งงานใช่ไหม”

จริมาพยักหน้ารับเขินๆ เช่นเดียวกับชายเดียวที่ดูมีความสุขจนยิ้มไม่หุบ ต่างจากคู่ของฉัตต์กับรุ้งที่นั่งคนละมุมและเมินหน้าไปคนละทาง แม่ชีพอดูออกแต่ไม่อยากเซ้าซี้ ได้แต่สั่งเสียให้ทุกคนอยู่อย่างมีสติและดูแลกันให้ดีเพราะเธอจะไม่สึกและกลับไปที่วังอีกแล้ว บรรดาบ่าวไพร่หน้าเสีย ทำท่าจะร้องไห้จนแม่ชีต้องปลอบยกใหญ่

“ขอให้อยู่กันเหมือนฉันยังอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนเป็นหม่อมบุหลัน ขอให้ดีกับเขาเพราะฉันเคยร้ายกับเขามานาน” เหล่าบริวารก้มหน้านิ่ง ท่านหญิงจึงเบือนหน้าไปทางอดีตหม่อม “บุหลัน...เธอกับลูกต้องทนทุกข์ทรมานเป็นสิบปี รักมากก็แค้นมาก เพราะความรักกับความแค้นอยู่ใกล้กันนิดเดียว ฉันขอโทษนะ...อโหสิให้ฉันกับเฟืองด้วย”

จันทร์ก้มกราบทั้งน้ำตา “มังคะ...หม่อมฉันอโหสิให้นานแล้วมังคะ”

ท่านหญิงยิ้มน้อยๆแล้วกวาดตามองไปยังชายเดียว จริมา ฉัตต์และรุ้ง “จะแต่งงานก็ขอให้เป็นเพราะความรักแท้จริงจึงจะมีความสุข ถ้ารักไม่แท้จะอยู่ได้ไม่นาน เพราะจะมีแต่ความทุกข์ ถ้าความทุกข์เปลี่ยนเป็นความแค้น ไม่ใช่อยู่แค่สองคน...ผลกระทบจะส่งไปถึงอีกหลายคน”

ทุกคนเข้าใจดี มีเพียงฉัตต์ที่นั่งตัวแข็งเพราะคำพูดของแม่ชีกระแทกใจอย่างแรง...หรือว่าเขาจะคิดน้อยไปจริงๆ

ข้อคิดจากแม่ชีทำให้ฉัตต์ตัดสินใจพูดกับพิสินีเรื่องแต่งงาน แม้รู้ตัวว่ารักรุ้งแต่ไม่อาจผิดคำสัญญาที่เคยให้ไว้ได้ พิสินีเองก็รู้ดีแต่ในเมื่อเขาไม่เอ่ยออกมาเธอจึงเลือกนิ่ง ลังเลใจอย่างหนักเพราะยังรักและไม่อยากสูญเสียเขาไป

“ผมไม่ปฏิเสธว่ารักรุ้งแต่ผมจะแต่งงานกับบัวด้วยความเต็มใจของผมกับรุ้ง เราสองคนคิดเหมือนกัน”

“มันอยู่ที่ว่าบัวคิดเหมือนคุณทั้งสองคนหรือเปล่า”

ถ้อยคำสารภาพรักของฉัตต์ที่มีต่อรุ้งทำให้พิสินีเครียดจนไม่เป็นอันทำอะไร ทุกคนในบ้านหลวงวิเศษได้แต่มองท่าทีเซื่องซึมของเธอด้วยความเห็นใจแต่ไม่อยากก้าวก่ายเพราะอยากให้อิสระเธอเลือกทางเดินชีวิตเอง คุณนายหลวงวิเศษดูจะเข้าใจลูกสาวมากกว่าคนอื่นและทราบดีว่าภายใต้ท่าทางเอาแต่ใจนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ปลูกฝังกันมาตั้งแต่เด็ก เพียงแต่ความรักอาจทำให้ตาบอดไปชั่วขณะเท่านั้น

“แม่รู้ว่าลูกเข้มแข็ง แม้ต้องเสียน้ำตาจากครั้งนี้ วันหนึ่งน้ำตาก็จะแห้งและกลายเป็นรอยยิ้มในที่สุด”

พิสินีใช้เวลาไม่กี่วันก็ตัดสินใจเด็ดขาด เขียนจดหมายถึงจริมาให้ส่งผ่านข้อความถึงฉัตต์และเอาไปยื่นให้ถึงบ้าน สมาชิกบ้านหลวงวิเศษตกใจมากเพราะจู่ๆ สาวมั่นประจำบ้าน ซึ่งประกาศจะแต่งงานเมื่อหลายวันก่อนตัดสินใจกลับไปเรียนต่อปริญญาโทเงียบๆและจะไม่กลับเมืองไทยอีกนาน

ฝั่งบ้านปัณณธรก็ตะลึงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะจริมาที่อ่านจดหมายต่อหน้าทุกคนและถึงกับยิ้มเมื่อถึงประโยคทิ้งท้าย “ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเขียนถึงคุณทั้งๆที่ไม่ชอบหน้า แต่ได้ใช้คุณทำอะไรให้ มันทำให้ฉันภูมิใจไม่น้อยเลย”

ฉัตต์มองหน้ารุ้งด้วยความรักล้นใจ ยินดีและโล่งใจมากที่ไม่ต้องฝืนใจตัวเองอีก ต่างจากรุ้ง...สงสารพิสินีที่ต้องสูญเสียคนรัก แถมต้องจากบ้านไปไกลเพื่อรักษาแผลใจ จริมากับฉัตต์ปลอบไม่ให้คิดมากเพราะถ้าพิสินีไม่ตัดสินใจแบบนี้...บางทีเรื่องความรักของฉัตต์กับรุ้งอาจยุ่งยากมากกว่านี้

งานแต่งงานของฉัตต์กับรุ้งถูกกำหนดขึ้นในวันเดียวกับของชายเดียวและจริมา ระหว่างที่รอจริมาเรียนจบ...  ฉัตต์ก็เข้าไปที่วังรังสิยาเพื่อกราบพระรูปท่านชายและถวายสัตย์ปฏิญาณถึงความรักที่มีต่อรุ้ง

“ต่อพระพักตร์ท่านพ่อของรุ้ง กระหม่อมขอถวายสัตย์ว่าจะรักและปกป้องคุณหญิงวิมลโพยม รังสิยาจนวันตาย”

รุ้งก้มกราบที่อกด้วยความซึ้งใจ ฉัตต์โอบประคองเธออย่างนุ่มนวล กระซิบพึมพำข้างหูว่าจะรักเธอตลอดไป

ฟากจันทร์ก็ไปเยี่ยมแม่ชีแขไขและแจ้งข่าวเรื่องงานแต่งงานทั้งสองคู่ แม่ชีรับปากไปร่วมงานด้วยความยินดี

“เวลานี้ฉันมีความสุขไม่ยึดติดอะไรเลย อนุโมทนาให้ฉันเถอะบุหลัน ยินดีที่หลุดพ้นจากกิเลสมาได้ บุญที่ได้คงไม่ลบล้างบาปที่เคยทำ แต่อย่างน้อยเมื่อชดใช้จนหมดคงได้รับบุญส่วนนี้บ้าง” จันทร์พนมมือแนบอก ซึ้งใจที่ท่านหญิงปล่อยวางได้ “เธอเป็นคนดีบุหลัน คนทำดีก็สมควรได้รับแต่ผลดี ขอให้เธอมีความสุขกับลูกและหลานต่อไปนานๆ”

จันทร์ก้มกราบแนบพื้น “กราบขอบพระทัยมังคะ”

“จำไว้...อย่ารักมากจนเมื่อหมดรักกลายเป็นความแค้นเพราะความรักกับความแค้นอยู่ใกล้กันนิดเดียว”

ooooooo

–อวสาน–

แค้นเสน่หา ตอนที่ 15

อ่านเรื่องย่อ

แค้นเสน่หา

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ: