advertisement

เพลิงทระนง ตอนที่ 10

บทประพันธ์ รมณีย์กร จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย ดาวคะนอง/กฤษณ์ มงคลเกษม
20 ส.ค. 2554 04:47

ลูกหลานไปเขาใหญ่กันหมด ที่บ้านจึงเหลือแต่ทองตรา สำอาง และผ่องที่คอยดูแลรับใช้อยู่

วันนี้ ขณะสำอางนวดให้ทองตราอยู่ในห้องรับแขกนั้น ผ่องเข้ามาถามว่าเย็นนี้คุณท่านจะรับอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า ทองตราบอกว่าไม่ต้องตนไม่อยากกินอะไร

ขณะนั้นเองเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าผ่องดังขึ้น ผ่องเงอะงะรับไม่เป็นส่งให้สำอางช่วยรับแทน สำอางก็ตาฝ้าฟางมองไม่เห็น ทองตราจึงรับให้ มองผ่องอย่างดูถูกที่แค่โทรศัพท์มือถือก็รับไม่เป็น

“อยู่ที่ระนองเราไม่จำเป็นต้องใช้มือถือ ดิฉันรู้เพียงว่าหน้าตามือถือเป็นยังไง แต่ถ้าจะให้ใช้ดิฉันใช้ไม่เป็นหรอกค่ะ แต่เครื่องนี้เพลิงเขาทิ้งไว้ให้ช่วงไปต่างจังหวัดค่ะ” ผ่องชี้แจงอย่างอ่านสายตาทองตราออก เลยถูกทองตราพูดประชดว่า ห่วงกันเหลือเกินราวกับบ้านนี้มีอันตรายเยอะแยะ

ทองตราเอาโทรศัพท์ไปกดรับ ไม่ทันพูดอะไร เสียงเพลิงจากปลายสายก็พรั่งพรูมาว่า

“แม่ครับ ผมถึงรีสอร์ตแล้วนะครับ ที่นี่สวยมาก แม่น่าจะมากับผมด้วย แม่ครับ ได้ยินรึเปล่า”

“อืม...” ทองตราทำเสียงในลำคอ เพลิงจึงพูดต่ออย่างทำเวลาเต็มที่ว่า

“แม่อย่าลืมดูแลเรื่องยาของคุณย่านะครับ แล้วหาโอกาสพาท่านออกกำลังกายด้วยนะครับ เพราะหมอบอกว่าคุณย่าออกกำลังจะแข็งแรงกว่านี้...”

ระหว่างนั้นมีเสียงเคาะประตูห้องเพลิงดังขึ้น เพลิงรีบพูดก่อนวางสายว่า “แม่ครับ ผมคงต้องวางสายแล้ว ไม่รู้ว่าใครมาเคาะเรียก ไว้ผมจะโทร.มาหาแม่อีกนะครับ”

“อืม...” ทองตราทำเสียงในลำคอเหมือนเดิม ทำให้ปลายสายฟังไม่ออกว่าเป็นเสียงใคร

เมื่อวางสายจากเพลิงแล้ว ผ่องถามว่าเพลิงโทร.มาว่ายังไงบ้าง ทองตราบอกสั้นๆแค่ว่า

“โทร.มาบอกว่าถึงเขาใหญ่แล้ว”

สำอางติงว่าพูดตั้งนานมีแค่นี้หรือ เลยถูกทองตราทำเสียงดุ บอกว่าเขาติดธุระพูดอะไรมากไม่ได้ บอกสองคนว่ามีอะไรก็ไปทำเสีย ตนจะลงไปเดินออกกำลังกายรอบบ้านสักรอบสองรอบ พูดแล้วนึกได้หันบอกผ่อง

“อ้อ...แล้วเย็นนี้ฉันอยากทานอะไรที่มันไม่เลี่ยนไม่มันนะ พวกผักๆได้ยิ่งดี”

พูดแล้วเดินออกไปเลย สำอางกับผ่องมองกันงงๆกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของทองตรา

ooooooo

เสียงเคาะประตูห้องของเพลิงเมื่อครู่คือหลินนั่นเอง หลินมาขอโทษเขา สัญญาว่าต่อไปจะไม่ทำแบบนั้นอีก เพลิงบอกให้เธอไปขอโทษสิตาจะถูกกว่า

“ไม่เอาอ่ะ หลินไม่ชอบหน้ายัยนั่น” หลินทำงอน พอถูกเพลิงเรียกปรามก็ยอม “ก็ได้...ก็ได้...ไว้เจอกันหลินจะกราบขอโทษเลย แต่ตอนนี้พี่เพลิงไปเดินเล่นกับหลินหน่อยนะ”

เพลิงบอกว่าไปไม่ได้เพราะต้องไปช่วยชนนท์ดูงาน กระนั้นหลินก็ขอตามไปนั่งคอยจนได้

ระหว่างหลินนั่งดูเพลิงจัดแต่งสถานที่อยู่นั่นเอง สิตาเดินผ่านมา หลินหาเรื่องทันที เรียกสิตาไว้บอกให้เลิกยุ่งกับเพลิงเสียเพราะตนเป็นแฟนเพลิง สิตาทำหน้ารู้ทันบอกว่าเพลิงไม่เห็นเคยพูดเรื่องนี้เลย

หลินตะแบงว่าวันนี้ไม่ใช่วันหน้าก็ต้องใช่ เพราะเพลิงสัญญากับตนไว้แล้วว่าจะกลับระนองพร้อมกัน บอกสิ ตาว่าทางที่ดีให้ตัดใจจากเพลิงเสียดีกว่า

แม้จะเชื่อเพลิงและรู้ทันหลิน แต่ฟังแล้วสิตาก็อดไม่สบายใจไม่ได้

ฝ่ายบุษกลกับนาฎนรี ก็หาเรื่องน้ำฝน ด่าน้ำฝนว่าเป็นพวกกิ้งก่าที่เปลี่ยนสีเพื่อ เอาตัวรอด กระทั่งเยาะเย้ยน้ำฝนว่า ถ้าวันไหนอาณัติพ้นมลทิน เธอจะต้องเสียใจที่สุดเพราะทุกอย่างจะกลับมาเป็นของอาณัติหมด เหมือนเดิม น้ำฝนไม่ตอบ โต้ แต่บอกบุษกลว่า ยิ่งนานวันตนก็ยิ่งรู้สึกเห็นชัดว่า“คุณป้าเป็นคนที่น่ากลัว มาก”

นาฎนรีจะตบน้ำฝนที่บังอาจมาด่าแม่ตน น้ำฝนไม่กลัวท้าว่า

“นรี อย่าลืมสิว่าชาตโยธินถือหุ้นโรงแรมนี้อยู่ คงไม่ดีแน่ถ้ามีคนเห็นว่าเจ้าของรีสอร์ตตบหน้าแขกโดยเฉพาะแขก อย่างฉัน...เธอได้เป็นข่าวแน่”

นาฎนรีลดมือลงประกาศว่า ตั้งแต่วันนี้เราไม่ใช่เพื่อนกันอีกต่อไป

“ช้าไปแล้วล่ะ...เพราะฉันตัดเธอไปตั้งแต่ห้านาทีก่อนหน้านี้แล้ว”น้ำฝนเยาะเย้ยแล้วเดินเชิดไป

นาฎนรีทำท่าจะกรี๊ด บุษกลรีบเอามือปิดปากไว้เสียก่อน เมื่อเข้าห้องพัก บุษกลเตือนลูกสาวว่าจะคิดทำการใหญ่ต้องไม่ใส่ใจการเล็ก สักวันแม่จะเอาคืนให้แสบกว่าที่มาด่าเราเป็นร้อยเท่าเลย แล้วบอกลูกว่าคืนนี้อาณัติก็จะเข้าหาคุณยายแล้ว เชื่อว่าอาณัติต้องประจบจนทำให้คุณยายกลับมารักอย่างเดิม ตอนนั้นเราก็แค่คอยฟังข่าวดีกัน

นาฎนรีพูดอย่างสะใจว่า ถึงตอนนั้นน้ำฝนคงเสียดายพี่ชายแย่ บุษกลจิกตายิ้มเหี้ยมบอกว่า ถึงตอนนั้นต่อให้น้ำฝนอยากกลับมาหมั้นกับอาณัติ ตนก็จะไม่ยอมเด็ดขาด

ooooooo

ค่ำนี้ หลินแต่งตัวสวยไปยืนร้องเรียกเพลิงที่หน้าห้องสิตา พอสิตาออกมาบอกว่าเพลิงไม่อยู่ที่นี่หลินก็จะเข้าไปดูให้ ได้ จนชนนท์เดินมาบอกว่า เพลิงไม่อยู่ที่นี่หรอก เขาไปช่วยเช็กรายละเอียดรางวัลที่จะแจกพนักงานอยู่

“ทำไมไม่รอกันบ้างเลย”หลินบ่นแล้วเดินหงุดหงิดไป สิตามองตามเซ็งๆ หันมาขอบคุณชนนท์ เขาให้กำลังใจว่าอย่าเพิ่งท้อ สิตาถามว่าพูดอะไรหรือ

“ความรักก็เป็นแบบนี้แหละครับ ย่อมต้องมีอุปสรรคบ้าง ผมเชื่อว่า พี่เพลิงคิดกับหลินแค่เพื่อนครับ”

สิตาขอบคุณชนนท์ที่ให้กำลังใจ เขาจึงขอไปเดินเล่นเป็นเพื่อนข้างล่างด้วย

งานเริ่มแล้ว บรรดาพนักงานพากันไปตักอาหารบ้าง ยืนคุยกันบ้าง บรรยากาศสบายๆเป็นกันเองมาก น้ำฝนกับเพลิงไปยืนตักอาหารให้กัน น้ำฝนพูดเหน็บว่าจะไปไหนก็ไปเดี๋ยวหลินมาเห็นจะเข้าใจผิด

เพลิงชี้แจงอีกครั้งว่าตนกับหลินไม่มีอะไรกัน แต่พูดไม่ทันขาดคำหลินก็ส่งเสียงแจ๋นเข้ามาเรียกเพลิง พอทั้งสองหันมอง หลินก็เข้ามาจ้องน้ำฝน พูดใส่หน้าว่า

“กันพี่ได้ก็มีน้องมาอีก บอกไว้ก่อนนะ คนอย่างฉันไม่ยอมแพ้คุณหรือพี่สาวคุณแน่”

น้ำฝนไม่อยากเอาเรื่องจะเดินหนี หลินพรวดไปขวาง น้ำฝนเลยแกล้งเหยียบเท้าอย่างแรง แล้วทำเป็นขอโทษ พูดให้หลินเจ็บใจว่า “ฉันทำเธอเจ็บเหมือนตอนที่เราเจอกันที่ระนองอีกแล้วเหรอ”

หลินฟ้องเพลิงว่าถูกน้ำฝนแกล้ง เพลิงเบื่อหน่ายเต็มที ขู่หลินว่าถ้ายังเที่ยวหาเรื่องคนไปทั่วแบบนี้อีก ตนจะไม่พูดด้วยแล้ว

พอดีมีพนักงานมาบอกเพลิงว่างานเริ่มแล้ว เชิญเพลิงไปที่โต๊ะ เพลิงหันบอกหลินว่า โต๊ะนั้นมีแต่ผู้ใหญ่ ให้หลินนั่งแถวนี้ก็แล้วกัน ว่าแล้วเพลิงเดินตามพนักงานไป หลินสะบัดหน้าเดินกะเผลก...กะเผลกไปหาที่นั่ง หน้าบอกบุญไม่รับ

ooooooo

ที่โต๊ะผู้บริหาร ทั้งนิรุต ชนนท์ เพลิง น้ำฝน และสิตาไปนั่งรวมกัน นิรุตมองหาไม่เห็นบุษกลกับนาฎนรี พอดีผู้จัดการเดินมาบอกว่า ทั้งสองคนฝากมาบอกว่าจะไม่ลงมาร่วมงาน

“ทำไม...บอกเหตุผลรึเปล่า” นิรุตถาม ผู้จัดการส่ายหน้าปฏิเสธ นิรุตลุกขึ้น “ผมจะไปตามเอง”

บุษกลบอกว่าตนกับลูกขี้เกียจลงไป เพราะงานนี้เป็นงานเลี้ยงพนักงานเล็กๆ ไม่มีนักข่าว

“แต่งานนี้เราจัดเพื่อให้เป็นขวัญและกำลังใจกับพนักงาน และพวกเราทุกคนก็คือตัวแทนคุณแม่ ถ้าพี่บุษในฐานะพี่ใหญ่ของชาตโยธินมาด้วยแต่ไม่ไปร่วมงาน พนักงานจะคิดยังไง” นิรุตพยายามหว่านล้อม

บุษกลอ้างว่าตนนัดสปาไว้ ทำให้นิรุตเสียความรู้สึกมาก หันหลังเดินออกไป นาฎนรีบ่นกับแม่ว่า ไม่ไปร่วมงานแล้วเราก็ไม่มีอะไรจะทำ

“ทำไมจะไม่มี คืนนี้เราจะรอฟังข่าวดีจากตาณัติยังไงล่ะ” ว่าแล้วก็ยิ้มให้กันอย่างมีความสุข

นิรุตลงมาที่โต๊ะ ชนนท์ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง นิรุต

บอกว่าทั้งสองคนไม่ยอมลงมา แต่ถ้ามีคนถามให้ชนนท์บอกว่า บุษกลไม่สบายและนาฎนรีต้องอยู่ช่วยดูแล

นิรุตจึงต้องขึ้นกล่าวบนเวทีแทนบุษกลในฐานะผู้บริหารบริษัท และเป็นตัวแทนทั้งสองบริษัทเปิดงาน ขอให้ทุกคนสนุกสนานกับงานนี้อย่างเต็มที่

พวกพนักงานลุกขึ้นร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน โดยมีเพลิง น้ำฝน สิตา และชนนท์ยืนเชียร์และสนุกสนานไปกับพนักงานอย่างเป็นกันเอง

ooooooo

หลินไปนั่งหน้าหงิกหน้างออยู่ในกลุ่มพนักงาน เจอพนักงานชายสองคนเข้ามาแซวประสาวัยคะนอง หลินวางมาดดูถูกหนุ่มทั้งสอง บอกว่าตนเป็นแฟนของเพลิงฤทธิ์ หลานชายของคุณหญิงทองตรา ทำเอาสองหนุ่มหัวเราะก้าก ว่าหลินเล่นของสูง บอกมาตรงๆ ดีกว่าว่าแอบมามั่วกินของฟรี

ครู่เดียวหลินก็คันหน้าเริ่มเป็นผื่น หยิบกระจกดูถึงกับร้องกรี๊ดกับใบหน้าตัวเอง น้ำฝนมาช่วยดู คาดว่าเธอคงแพ้ไวน์แดงในไก่อบไวน์แดงแน่ๆ เพราะตนก็เป็นภูมิแพ้ เวลาทาน อาหารทะเลเป็นแบบนี้เหมือนกัน

หมอที่รีสอร์ตก็กลับไปแล้ว จะพาไปโรงพยาบาลหรือสถานีอนามัยแถวนี้ หลินก็ไม่ยอมไป เพราะระแวงว่าเป็นแผนกำจัดตนไปจากเพลิง สุดท้ายน้ำฝนเอายาแก้แพ้ที่สิตาให้ติดตัวไว้ให้หลินลองกินดู บอกว่าเม็ดเดียวหายทั้งผื่นหายทั้งคัน หลินคว้าหมับแกะยัดเข้าปากทีเดียวสามเม็ดรวด

“นี่เม็ดเดียวก็พอ รู้ไหมว่ายานี่กินแล้วมันง่วง” น้ำฝนห้ามไม่ทัน

พักเดียวหลินก็นั่งสัปหงกอยู่ใกล้ๆ เพลิง นิรุตบอกให้น้องๆหลานๆสนุกกันไปก่อน ตนจะขอไปนอน เพลิงลุกขึ้นขอพาหลินไปนอนบ้าง ฝากชนนท์ให้ดูแลงานแทนด้วย

ชนนท์เสนอว่า เพลิงกับสิตาควรอยู่ก่อน ตนจะพาหลินไปเอง แต่ไปคนเดียวคงไม่เหมาะ จึงชวนน้ำฝนไปเป็นเพื่อนด้วย น้ำฝนลุกขึ้นช่วยประคองหลินกลับไปนอน

“สงสัยเราต้องเป็นยามเฝ้าพนักงานกันสองคน” สิตาพูดขำๆกับเพลิงแล้วชวนไปเดินเล่นด้านโน้นกันดีกว่า เพราะนั่งนานๆชักเมื่อยแล้ว เพลิงจึงลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้สิตา แล้วพากันเดินออกไปด้วยกัน

ooooooo

น้ำฝนเป็นเพื่อนชนนท์พาหลินกลับไปส่งที่ห้อง น้ำฝนถามเขาว่ากำลังทำอะไรอยู่ ครั้นชนนท์ถามว่า ที่พูดหมายถึงอะไร น้ำฝนพูดตรงๆว่า

“น้ำฝนคิดว่าพี่นนท์ชอบพี่สิตา แต่วันนี้ที่น้ำฝนเห็นคือพี่นนท์พยายามทำให้พี่สิตาได้ใกล้ชิดกับนายเพลิง” ชนนท์ตอบเรียบๆ ว่ามันเป็นสิ่งที่ตนควรทำ “โดยการผลักคนที่เราชอบให้ไปกับคนอื่นน่ะเหรอคะ”

“แล้วการที่เราดึงคนที่ไม่ได้รักเรามาอยู่กับเรา มันก็ไม่ได้ทำให้พี่มีความสุขเหมือนกันนะน้ำฝน”

“ถ้าพี่นนท์ทำแล้วมีความสุข น้ำฝนก็คงว่าอะไรไม่ได้ กู๊ดไนท์นะคะ” น้ำฝนแยกเข้าห้องตัวเอง ส่วนชนนท์มองตามเธอ แล้วเดินตรงออกไปไม่เข้าห้องพักตัวเอง

สิตาที่ชวนเพลิงออกไปเดินเล่น เลียบเคียงถามเขาเรื่องหลินอีก เพลิงก็ยังคงยืนยันว่า ตนกับหลินเหมือนพี่กับน้อง ต่างก็เป็นลูกคนเดียวของครอบครัว เลยสนิทกันตั้งแต่เล็ก จนโต

“หลินบอกสิตาว่า เมื่อคุณเพลิงเสร็จธุระแล้วจะกลับระนองเลย” สิตาเลียบเคียง ครั้นเพลิงตอบว่าใช่ เธอติงว่า “แสดงว่า ไม่มีอะไรที่กรุงเทพฯจะดึงดูดใจคุณเพลิงให้อยู่ที่นี่”

“ผมไม่เหมาะกับที่นี่มากกว่าครับ มันไม่ใช่ที่ของผม”

เป็นคำตอบที่สิตาฟังแล้วเศร้า...เศร้ากับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเพลิงฝ่ายเดียว...

ชนนท์เดินไปยืนที่เสาในล็อบบี้โรงแรม แอบมองไปเห็นสิตากับเพลิงคุยกันอย่างสนิทสนมก็ได้แต่ยืนเศร้า จนนิรุตเข้ามาทักแซวว่า เห็นมายืนทำลับๆล่อๆเลยมาดู ชนนท์ยิ้มเขินๆตัดพ้อว่า พ่อแซวเสียจนตนดูไม่ดีเลย

“ก็แล้วมันดูดีไหมล่ะ” นิรุตถามแล้วมองไปที่สิตากับเพลิง ถามอย่างรู้ใจลูกชายว่า “คนนี้ใช่ไหมที่นนท์ชอบ”

ชนนท์ยอมรับบอกพ่อว่า ตนชอบสิตาแต่เธอชอบเพลิง นิรุตถามว่าแล้วตัวเองรู้สึกยังไง

“ผมคงต้องรู้สึกยินดีกับเธอใช่ไหมครับ”

“พ่อว่านนท์ทำดีที่สุดแล้ว” คำพูดสั้นๆ แต่แจ่มชัดเหมือนชี้ีทางให้กำลังใจลูก แล้วพากันเดินกลับไป

ooooooo

ที่บ้านปางพญา หลังจากจัดยาให้ทองตราแล้ว สำอางถามว่าจะขึ้นนอนเลยไหม ทองตรายังไม่ง่วงจะนั่งดูรายงานก่อน บอกสำอางว่ามีอะไรก็ไปทำเสียเดี๋ยวตนขึ้นนอนเอง

อาณัติอาศัยช่วงที่ไม่มีคนอยู่แถวนั้น แอบเข้าไปที่ห้องทำงานทองตรา สำอางเห็นการเคลื่อนไหวแวบๆ นึกว่า

ผ่อง แต่มองไปก็ไม่เห็นใคร จนมาเจอผ่องทำความสะอาดอยู่ในห้องครัว ถามว่า เมื่อสักครู่ได้ขึ้นไปข้างบนหรือเปล่า พอรู้ว่าไม่ได้ไป สำอางก็คิดว่าตัวเองตาฝาด บอกผ่องว่า เดี๋ยวสักครู่ค่อยขึ้นไปดูทองตราว่าเข้านอนหรือยัง

ทองตราได้ยินเสียงคนเข้าห้อง นึกว่าเป็นสำอาง แต่พอเงยหน้าขึ้นก็ตกใจผงะ เมื่อกลายเป็นอาณัติเขาตรงเข้าไปยกมือไหว้กราบขอโทษ ขอให้ยายยกโทษให้ตนด้วย โกหกว่า

“ผมโดนหลอก คุณยายต้องเชื่อผม อย่าจับผมเข้าคุกเลยนะครับ” ทองตราถามว่า ตอนทำทำไมไม่คิด อาณัติบีบน้ำตาคร่ำครวญว่า “ผมไม่ได้ตั้งใจ ตอนนั้นผมน้อยใจ คิดว่าไอ้เพลิงจะมาแย่งทุกอย่างไปจากผม แล้วผมไปรู้จักกับคนคนหนึ่ง เขาจะช่วยผมลงทุน ผมเห็นว่าจะได้มีโอกาสทำงานของตัวเอง เลยหลงผิดเชื่อเขา คุณยายยกโทษให้ผมนะครับ” อาณัติคลานเข้าไปกอดเอวยายอย่างประจบ

“แกรับปากยายได้ไหมว่าจะไม่ทำอีก” ทองตราถาม ทำให้อาณัติดีใจนึกว่ายายไม่เอาผิด ไม่จับตนเข้าคุกแล้ว ทองตราบอกว่า ตนไม่ติดใจเอาความ “แต่เรื่องคดีอาญาอื่นก็มาสู้กัน ยายจะจัดทนายให้”

อาณัติขอบคุณ เมื่อทองตราบอกให้กลับมาอยู่บ้านเสีย เขาอ้อน “ผมขออะไรสักอย่างได้ไหมครับ” เมื่อทองตรานิ่งฟัง อาณัติเอ่ยปากขอ “ผมขอกลับไปทำงานที่เพชรไทยในตำแหน่งเดิมนะครับ”

“เรื่องนี้ยายคงให้ไม่ได้ ไม่ได้เพราะแกถูกไล่ออกไปแล้ว ข่าวเองก็โด่งดังมาก ถ้าแกกลับเข้ามาอาจมีผลกับภาพลักษณ์ของเพชรไทย”

อาณัติโกรธขึ้นมาทันที กล่าวหาว่ายายอยากเอาตำแหน่งของตนไปให้เพลิงมากกว่า ทองตราจึงแก้ปัญหาด้วยการจะให้เงินก้อนหนึ่งไปลงทุนทำเองตามที่เขาต้องการ อาณัติไม่ตอบแต่จ้องหน้าและบีบมือยายอย่างแรง จนทองตราเริ่มกลัวถามว่า “ตาณัติ แกจะทำอะไรยาย”

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ สำอางจึงขึ้นมาเพื่อดูว่าทองตราเข้านอนแล้วหรือยัง พอมาถึงหน้าห้องทำงาน ได้ยินเสียงอาณัติด่าทองตราว่า “คุณยายไม่ยุติธรรม ลำเอียง รักหลานไม่เท่ากัน เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเพราะคุณยายเป็นต้นเหตุ เพราะคุณยายคนเดียว!”

สำอางตกใจมากรีบเข้าไป เห็นอาณัติกำลังบีบมือทองตราสีหน้าโกรธแค้น ทองตราพยายามดึงมือออก ร้องบอกให้สำอางช่วยด้วย อาณัติตะคอกว่าคนนอกไม่เกี่ยว ไสหัวออกไปเสีย เมื่อสำอางจะเข้าไปช่วยทองตรา เลยถูกอาณัติจับลากออกไป

“คุณณัติคะ ไว้ค่อยมาคุยกันเถอะค่ะ อย่าทำอะไรคุณท่านเลย” สำอางอ้อนวอน ถูกอาณัติจับผลักตกจากยกพื้นหน้าห้อง หัวกระแทกแจกันเลือดทะลักหมดสติคาที่

ผ่องได้ยินเสียงเอะอะโครมครามวิ่งขึ้นมาเห็นสำอางนอนหมดสติเลือดนองอยู่ก็ร้องกรี๊ดสุดเสียง

ooooooo

เมื่อผ่องมาเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ อาณัติตกใจมาก ปฏิเสธลนลานว่าตนไม่ได้ทำอะไร ผ่องร้องให้

คนช่วย อาณัติบีบคอผ่องจนเกือบตาย โชคดีที่ทองตราพยายามออกมาดู เห็นสำอางนอนจมกองเลือดและผ่องกำลังถูกบีบคอ ตกใจร้องเรียก “ตาณัติ!!” แล้วช็อกทรุดลงกับพื้น อาณัติตกใจจึงปล่อยมือจากผ่องวิ่งหนีไป

มิ่งและคนใช้ได้ยินเสียงพากันขึ้นมาดู ผ่องบอกให้มิ่งช่วยพาทองตรากับสำอางไปโรงพยาบาล

เมื่อไปถึงโรงพยาบาล ทั้งทองตราและสำอางถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินทันที ผ่องจึงได้สติโทร.แจ้งเรื่องแก่นิรุต เพียงครู่เดียวทุกคนก็รู้เรื่องทองตรากับสำอางเข้าโรงพยาบาล

มีแต่บุษกลกับนาฎนรีเท่านั้นที่เฝ้ารอฟังข่าวดีจากอาณัติ แต่พอได้รับโทรศัพท์จากอาณัติ รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น บุษกลถึงกับมืออ่อนปล่อยโทรศัพท์ร่วงจากมือ

ครู่ต่อมา นิรุตก็โทร.บอกบุษกลกับนาฎนรีว่าต้องรีบกลับกรุงเทพฯด่วน เพราะทองตรากับสำอางเข้าโรงพยาบาล

ฝ่ายอาณัติเมื่อก่อเหตุแล้วก็กลัวความผิดตัดสินใจหนีจากห้องพักทันที

ส่วนพนักงานที่รีสอร์ต เพลิงขอให้สิตากับน้ำฝนช่วยกันดูแล ส่วนหลินซึ่งยังหลับไม่ได้สติ ก็ฝากไว้ที่รีสอร์ตด้วย จากนั้นทุกคนก็พากันกลับกรุงเทพฯด่วน

ooooooo

ผ่องคอยฟังข่าวทองตรากับสำอางอยู่หน้าห้องไอซียูอย่างกระวนกระวายใจ จนหมอออกมาจึงรู้ว่าทองตราปลอดภัย แต่สำอางเสียชีวิตตั้งแต่ที่เกิดเหตุแล้ว

เมื่อบุษกลกับนาฎนรีมาถึงโรงพยาบาล บุษกลถึงกับเป็นลมเมื่อรู้ว่าสำอางตาย ทั้งแม่ทั้งลูกไม่ยอมพูดอะไรกับใครทั้งสิ้น ใครถามอะไรก็บอกแต่ว่าไม่รู้ไม่เห็น

“ตอนนี้ก็รอให้คุณแม่ฟื้น แล้วตำรวจก็จะสอบปากคำคุณแม่อีกที” นิรุตบอกเพลิงกับชนนท์

จนเช้าวันรุ่งขึ้น ทองตรารู้สึกตัวแล้ว ทันทีที่รู้สึกตัว ก็ถามถึงสำอางว่าเป็นอย่างไรบ้าง พอรู้ว่าสำอางเสียไปแล้วก็ถึงกับร้องไห้

“โธ่...สำอาง...อาณัติ!! เพราะอาณัติ มันใจร้าย มันไม่ใช่หลานฉัน” ทองตราเจ็บหัวใจจนเครื่องวัดหัวใจร้องดังขึ้น ทุกคนตกใจเพลิงรีบวิ่งไปกดเรียกพยาบาล

หลังจากตรวจอาการแล้ว หมอกำชับว่า “ท่านไม่เป็นอะไรแล้วครับ แต่หมออยากจะขอร้องให้ทุกคนช่วยดูแลคุณหญิงอย่างใกล้ชิด อย่าให้เครียดให้เศร้า”

นิรุตบอกว่าตำรวจต้องสอบปากคำอีกแล้วจะทำอย่างไรดี ทองตราลืมตาทันทีบอกว่าให้ตำรวจเข้ามา ตนไหว เร่งนิรุตให้พาตำรวจเข้ามาเลย พูดแล้วร้องไห้รำพัน...

“นี่ฉันทำกรรมอะไรไว้ คนที่ฉันรักถึงได้ตายจากฉันไปหมด...”

หลังจากตำรวจเข้าไปสอบปากคำออกมา นิรุตถามว่าได้ความอะไรบ้างไหม

“ครับ ได้เยอะทีเดียว แต่ผมต้องขออนุญาตไปดูที่เกิดเหตุอีกครั้ง เผื่อได้หลักฐานอะไรเพิ่มเติม”

ooooooo

สิตาอยู่ที่รีสอร์ตกับน้ำฝนและหลินที่ยังหลับไม่ตื่น เธอห่วงเพลิงจนอยากจะรีบกลับ น้ำฝนขอให้รออีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะได้กลับพร้อมกันแล้ว ถามพี่สาวว่าชอบเพลิงมากขนาดนั้นเลยหรือ

สิตายอมรับว่าไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน ทั้งยังอำๆน้องสาวว่ามาคราวนี้เห็นสนิทสนมกับชนนท์มาก น้ำฝนปฏิเสธว่าตนไม่ได้ชอบชนนท์ พอสิตาถามว่าแล้วชอบใคร เธอตอบอึ้งๆว่าไม่มี

สิตาจึงแนะให้ลองมองดูชนนท์บ้าง เพราะเขาเป็นคนดี ถ้าสองคนรักกันจะดีมากตนเชียร์สุดตัว น้ำฝนได้แต่ยิ้มเจื่อนๆยกแก้วดื่มน้ำแก้เกี้ยว

หลินเพิ่งตื่น พอตื่นขึ้นมาก็หาว่าสิตากับน้ำฝนวางยาตนเพื่อจะกันตนจากเพลิง น้ำฝนบอกว่าตัวเองกินยาแก้แพ้เข้าไปตั้งสามเม็ดจะไม่หลับยาวได้ยังไง สิตาก็บอกว่าทุกคนกลับไปหมดแล้วไม่รู้จะพาเธอกลับได้ยังไงเลยฝากไว้ก่อน และตอนนี้ป้าสำอางก็เสียแล้วด้วย

หลินโวยวายจะกลับไปเดี๋ยวนี้ น้ำฝนตัดบทว่าต้องรอ

กลับพร้อมกัน แล้วจูงมือพี่สาวไปเลย

“ฝากไว้ก่อนเถอะนังสองพี่น้อง” หลินคำรามอาฆาตแค้น

ooooooo

แม้ว่าบุษกลกับนาฎนรีจะปฏิเสธคอเป็นเอ็นว่าตนไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับอาณัติ แต่จากการตรวจเช็กการติดต่อทางโทรศัพท์ ตำรวจจับได้ว่ามีการใช้โทรศัพท์ระหว่างบุษกลกับอาณัติหลังจากเกิดเหตุ

เมื่อตำรวจมีหลักฐานเช่นนี้ บุษกลโกหกว่าอาณัติแค่โทร.มาบอกว่าไปคุยกับคุณยาย แล้วกล่าวโทษว่าผ่องเป็นคนใส่ร้ายป้ายสีลูกชายตน เพลิงโกรธมากโต้ว่า แม่ไม่มีวันทำอย่างนั้น บุษกลเลยพล่ามเรื่องถือหุ้นในบริษัทว่าถ้าเอาหุ้นของทองตรามาหารสามบวกกับหุ้นที่เพลิงได้จากพิภัชก็จะกลายเป็นหุ้นใหญ่ในบริษัททันที ย้ำว่า “แบบนี้ถ้าไม่ใช่สองคนนี่แล้วจะเป็นใคร”

เพลิงปรามว่าถ้าไม่หยุดใส่ร้ายตนกับแม่ก็จะฟ้องฐานหมิ่นประมาทและให้การเท็จ นิรุตจึงขอร้องพี่สาวว่าจะกล่าวหาใครก็ต้องมีพยานหลักฐาน เสนอว่าเราอย่าเพิ่งด่วนสรุปอะไรดีกว่า บุษกลจึงเงียบไป

แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น เพราะบุษกลไปดักทำร้ายผ่องขณะที่เพลิงพาแม่กลับเรือนคนสวน ตบตีผ่องจนเพลิงเข้าช่วยแม่ก็ยังถูกสองแม่ลูกรุมตบตีไม่เลิก

“พี่บุษ ปล่อยพี่ผ่อง พี่เป็นบ้าไปแล้วหรือไง” นิรุตเข้ามาดึงบุษกลออก ถูกพี่สาวหาว่าเข้าข้างคนอื่น ไปช่วยผ่องทำไม “ถ้าผมไม่ช่วย พี่บุษอาจจะต้องติดคุกข้อหาทำร้ายร่างกายอีกคน จะเอาอย่างนั้นไหมล่ะ”

เจอไม้นี้เข้าบุษกลก็ยอมปล่อยและพากันกลับไปอย่างแค้นใจ

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เพลิงทนเห็นแม่ถูกทำร้ายไม่ได้จะพาแม่กลับระนอง ผ่องไม่ยอมกลับ ถามเพลิงว่าตั้งใจไว้ว่ายังไง เพลิงน้ำตารื้น บอกแม่ว่า  “ตราบใดที่คุณย่ายังไม่ยอมรับพ่อ ผมจะไม่กลับระนองเด็ดขาด”

“มันจะไม่เป็นแบบนี้ไปตลอดหรอกเพลิง อีกไม่นาน พี่บุษจะต้องได้รู้ว่าลูกของเขาผิดชอบชั่วดียังไง” นิรุตให้กำลังใจเพลิง

ooooooo

ด้วยความเป็นห่วงอาณัติ  บุษกลกับนาฎนรี

ไม่กล้าใช้โทรศัพท์ติดต่อกลัวตำรวจจะจับได้อีก จึงแอบนั่งแท็กซี่ไปหาอาณัติยังโรงแรมที่พัก จึงรู้ว่าอาณัติหนีไปแล้ว แม้จะไม่เจอลูกแต่บุษกลก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่งที่อาณัติยังปลอดภัย

ฝ่ายอาณัติหนีไปซ่อนตัวแต่ยังติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด ใส่แว่นใส่หมวกอำพรางใบหน้าแล้วไปดูหนังสือพิมพ์ที่แผง หยิบฉบับหนึ่งที่พาดหัวข่าวขึ้นดู “ชาตโยธินซ้ำฆาตกรรมในคฤหาสน์ คาดปล้นเพชรไม่สำเร็จกลับมาล้างแค้น”

อาณัติรีบวางหนังสือพิมพ์เดินออกจากร้าน แอบไปหาไพโรจน์ที่ออฟฟิศ ถูกไพโรจน์ไล่เพราะไม่อยากติดร่างแหด้วย อาณัติฮึดฮัดเลยถูกลูกน้องไพโรจน์สองคนมาจับตัวไว้

อาณัติโวยวายว่าตนไม่อยากติดคุก ทวงบุญคุณว่าตนช่วยไพโรจน์มาเยอะแล้วจะไม่ตอบแทนกันบ้างหรือ ไพโรจน์ตอบอย่างเลือดเย็นว่า

“ข่าวครั้งนี้ใหญ่กว่าครั้งปล้นเพชรเสียอีก รวมๆแล้วตั้งสามคดีเชียวนะคุณอาณัติ ปล้นเพชร ทำร้ายร่างกายนายแบบ แล้วยังเป็นฆาตกรฆ่าคนตายอีก ใครคบก็โง่แล้ว”

เมื่ออาณัติขู่ว่าถ้าตนถูกจับติดคุกเขาก็ต้องเดือดร้อนไปด้วย ไพโรจน์มองอย่างเจ้าเล่ห์ เสนอว่า ถ้าจะให้ช่วยก็ได้แต่ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน อาณัติบอกให้เสนอมาอยากได้เท่าไรตนจะให้แม่ส่งมาให้

“แต่คุณก็รู้นี่ว่าผมไม่ได้ต้องการเงิน ถ้าอยากจะให้ผมช่วย ต้องแลกกับน้องสาวคุณ” พูดแล้วเห็นอาณัติอึ้ง ไพโรจน์ยิ้มพูดเยาะว่า “คราวนี้คงไม่ต้องคิดนานแล้วนะ ของอย่างนี้มันต้องเรียกให้คุ้มกับความเสี่ยงกันหน่อยจริงไหม”

ไพโรจน์หัวเราะลั่นอย่างเป็นต่อ

ooooooo

เมื่อพูดจนเพลิงตัดสินใจอยู่ต่อแล้ว ผ่องจัดเตรียมเสื้อผ้าจะไปอยู่เป็นเพื่อนทองตรา  เกรงว่าถ้าทองตรารู้สึกตัวขึ้นมาแล้วไม่เจอใครท่านคงเหงามาก  เพลิงจึงตัดสินใจเก็บเสื้อผ้า ไปอยู่เป็นเพื่อนย่าด้วยกันที่โรงพยาบาล

เมื่อทองตรารู้สึกตัวขึ้นมา นอกจากไม่ยอมแตะต้องอาหารแล้วยังจะลุกจากเตียงด้วย ผ่องถามว่าจะไปไหน ทองตรา

บอกว่าจะไปหาสำอาง ผ่องขอร้องให้แข็งแรงกว่านี้แล้วค่อยไปด้วยกัน

เพลิงเข้ามาเห็นย่าร้องไห้ ถามแม่ว่าย่าเป็นอะไร ผ่องเล่าว่า ย่าจะไปหาสำอางแม่บอกให้รอแข็งแรงก่อนแล้วค่อยไป

“ฉันคงนอนเฉยๆรอเวลาอยู่อย่างนี้ไม่ได้หรอก ให้ฉันได้ไปขอบคุณคนที่พยายามช่วยชีวิตฉันไว้ดีกว่า” ทองตราเอ่ย ผ่องถามเพลิงว่าจะเอายังไงดี เพลิงเข้าไปจับมือย่า บอกว่าเราจะไปหาป้าสำอางกัน

ผ่องตกใจ เพลิงชี้แจงกับแม่ว่า “ผมคุยกับหมอแล้ว หมอบอกว่าถ้าคุณย่าได้ทำอะไรอย่างที่อยากทำคุณย่าจะอาการดีขึ้น” ผ่องพยักหน้าอย่างเข้าใจ มองไปทางทองตราด้วยความเป็นห่วง...

ooooooo

เพลิงทระนง ตอนที่ 10

อ่านเรื่องย่อ

เพลิงทระนง

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ: