ทิวลิปทอง ตอนที่ 7 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ทิวลิปทอง ตอนที่ 7


23 พ.ย. 2560 08:52
94,630 ครั้ง

ละคร นิยาย ทิวลิปทอง

ทิวลิปทอง ตอนที่ 7

อ่านเรื่องย่อ

ทิวลิปทอง

แนว:

ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

ภูมิแผ่นดิน

บทโทรทัศน์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ

กำกับการแสดงโดย:

ฉลอง ภักดีวิจิตร

ผลิตโดย:

บริษัท อินทรีย์ ออดิโอ วิชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7

นักแสดงนำ:

รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง,ศรศิลป์ มณีวรรณ์

คณะของลิซ่าเดินทางถึงสนามบินเนเธอร์แลนด์โดยสวัสดิภาพ มาเรียอาสาพาลิซ่ากับจักรีไปส่งที่บ้าน เสร็จแล้วจะรีบไปตามคดีของพีทที่สถานีตำรวจ แต่จักรีเกรงใจลิซ่ากลัวเธอจะอึดอัด จึงขอไปพักที่ร้านอาหารของปลื้มหรือไม่ก็โรงแรม

ปลื้มไม่เห็นด้วยเพราะลิซ่ากำลังตกอยู่ในอันตราย มีผู้กองจักรีอยู่ใกล้ๆน่าจะดีกว่า ส่วนลิซ่าก็เต็มใจ ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไรเลย...

ทางเมืองไทย สารวัตรสุเมธเพิ่งรู้ว่าผู้กองจักรีไปเนเธอร์แลนด์ เขาไม่พอใจบ่นกับจ่าชัยและหมวดณรงค์อย่างฉุนเฉียว

“นี่พวกคุณเห็นผมเป็นหัวหลักหัวตอหรือไง คดีข้ามชาติแบบนี้รอให้ผมเดินเรื่องขออนุมัติก่อนไม่ได้หรือไง แล้วถ้าเกิดผู้ใหญ่ไม่อนุญาต รู้มั้ยว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

“เสียค่าเครื่องบินฟรีครับ”

“ไอ้นั่นน่ะเรื่องเล็ก แต่ถ้าความสัมพันธ์ทางการทูตเกิดมีปัญหาขึ้นมา รับรองได้ถูกเด้งยกทีมแน่”

“สารวัตรครับ ผู้กองไม่ได้เจตนาทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาสารวัตรหรอกครับ แต่เขาเป็นห่วงความปลอดภัยของคุณลิซ่าก็เลยตามไปเป็นเพื่อน”

“อ้อ ห่วงหญิงว่างั้นเถอะ”

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ แต่คุณลิซ่าเป็นพยานสำคัญของคดีนี้”

“อาวุธชีวภาพไงครับสารวัตร สารวัตรยังเคยพูดเองว่าคดีนี้จะรอช้าไม่ได้ เพราะมันอาจบานปลายเป็นสงครามล้างโลก”

“นั่น โยนกลองมาให้ผมจนได้...เอ้า ฝากเตือนผู้กองจักรีด้วยแล้วกันว่าอย่าบุ่มบ่าม จะทำอะไรให้ขออนุญาตผมก่อน”

หมวดกับจ่ารับคำหน้าจ๋อยๆ

ooooooo

ที่เนเธอร์แลนด์ พวกปลื้มกลับถึงร้านอาหารก็รีบซักถามขนุนกับมะปรางเรื่องที่พีทหายตัวไป มะปรางเผลอพูดเรื่องแก๊งยาเสพติดขึ้นมา ทำให้พั้นช์ไม่สบายใจเมื่อรู้ว่าน้องชายเคยขาย แต่ภูมิบอกว่ามันผ่านไปแล้ว ตนรับรองได้ว่าพีทกลับตัวแล้ว...

โยฮันกับอีริครู้ว่าลิซ่ากลับมาพร้อมตำรวจไทยและพวกภูมิ โดยนำศพของอีธานมาด้วย เขาเชื่อว่าคนพวกนี้ไม่ได้มาเที่ยวแน่นอน จึงต้องวางแผนเตรียมรับมือ

เพียงวันรุ่งขึ้น เฮียโส่ยก็ติดต่อไปยังร้านอาหารของปลื้ม ยอมรับว่าจับพีทมาและต้องการให้ภูมิมาพบตนที่ค่ายมวย ถ้าไม่อยากให้พีทตาย ภูมิกับพั้นช์จึงเดินทางไปที่นั่นในทันที

เฮียโส่ยต้องการให้ภูมิชกมวยกับรามอส แชมป์แห่งสังเวียนเถื่อน ถ้าชนะก็จะได้พีทกลับไปพร้อมเงินรางวัล ส่วนตนก็จะรวยอื้อซ่าจากเงินเดิมพัน

“แล้วถ้าฉันแพ้ล่ะ”

“ไม่สวยแน่ มันคงเลวร้ายพอๆกับการที่แกไม่ขึ้นชก”

“ถ้าแกรับรองว่าจะรักษาคำพูด ฉันตกลง”

“เช่นกัน ว่าที่แชมป์คนใหม่” เฮียโส่ยยิ้มย่อง แต่พั้นช์มองภูมิอย่างขัดใจ

เมื่อกลับมาที่ร้านของปลื้ม พั้นช์กับภูมิโต้เถียงกันต่อหน้าทุกคน

“พี่ไปยอมมันได้ยังไง ถ้าเกิดมันหักหลังขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ”

“ฉันไม่มีทางเลือก”

“ก็ไหนพี่บอกจะให้คุณมาเรียจัดการเรื่องนี้ไง พี่ควรบอกเรื่องนี้กับตำรวจ”

“พั้นช์...เธอยังไม่เข้าใจ มีคนหนุนหลังพวกมัน ที่มันลงมือตอนนี้ก็เพราะรู้ว่าเราจะกลับมาที่นี่ และที่สำคัญโยฮันเคยรับปากว่าจะเจรจากับพวกมัน ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นจริง มันคงไม่กล้าทำแบบนี้”

“เฮ้ย! นี่แปลว่าคุณโยฮันอยู่เบื้องหลังเหรอวะไอ้ภูมิ”

“มันเป็นพวกเดียวกัน ผมสังหรณ์ใจแบบนั้น”

ปลื้ม มะปราง และขนุนพากันตกตะลึง ขณะที่พั้นช์กระวนกระวายห่วงความปลอดภัยของพีท...แล้วไม่ว่าปลื้มจะทัดทานภูมิอย่างไรก็ไม่เป็นผล ภูมิยืนยันทำตามเงื่อนไขของเฮียโส่ยเพราะต้องการช่วยพีทกลับมาให้ได้

ooooooo

มาเรียกับจักรีไปพบมาร์โก้ที่สถานีตำรวจเพื่อตามคดีพีท แต่กลายเป็นมาร์โก้โยกโย้ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน

“ในเมื่อไม่มีหลักฐาน พวกคุณก็ไม่มีสิทธิ์กล่าวหานายโส่ย”

“แต่เรามีพยานที่ยืนยันว่าเฮียโส่ยเกี่ยวพันกับเรื่องนี้ เขาลักพาตัวพีทเพื่อบีบให้นายภูมิขึ้นชกกับรามอส”

“ไร้เหตุผล ไม่เห็นมีแรงจูงใจสักนิด” พูดแล้วมาร์โก้ทำท่าจะชิ่งไปชงกาแฟ แต่จักรีรีบขวางไว้

“เงินเดิมพันในสนามมวยเถื่อนมีมูลค่าหลายสิบล้าน คุณยังคิดว่ามันจูงใจไม่พออีกเหรอ”

“มาเรีย หมอนี่เป็นพวกเรารึเปล่า”

“เปล่า แต่เขาเป็นตำรวจเหมือนเรา”

“ที่บ้านเขาอาจเป็นได้...แต่ไม่ใช่ที่นี่”

มาร์โก้ว่าจ้องหน้าแล้วเดินเบียดกระแทกไหล่จักรีไปอย่างจงใจ จักรีและมาเรียต่างมองตามฉุนๆ แล้วจำต้องกลับออกมาอย่างทำอะไรไม่ได้

“มาร์โก้บอกว่าเขาต้องการเวลาเพื่อรวบรวมหลักฐาน”

“เขาถ่วงเวลาต่างหาก ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะข้ามหัวเขาไปรายงานเรื่องนี้กับหัวหน้า”

“ที่นี่ไม่เหมือนเมืองไทยนะผู้กอง ถ้าฉันเอาผิดมาร์โก้โดยปราศจากหลักฐาน ฉันอาจถูกเด้งก่อนเขา”

“ถ้างั้นเราจะช่วยพีทได้ยังไง”

“ไม่ใช่เรา แต่คนที่ช่วยคือคุณภูมิต่างหาก”

จักรีฟังแล้วเกิดความคิดบางอย่าง วันถัดมาเขาตัดสินใจไปดักพบภูมิที่สวนสาธารณะ เสนอตัวเป็นพี่เลี้ยงในการชกไฟต์สำคัญ

“ขอบคุณครับผู้กอง แต่ผมรับมือไหว”

“เอาเหอะน่า อย่าว่าแต่คุณเลย ผมเองก็ต้องเตรียมความพร้อมไว้เหมือนกัน”

“เพื่อจับคนร้ายเหรอผู้กอง”

“เพื่อปกป้องคนที่เรารัก เราต้องสู้”

ภูมิยิ้มรับและยินยอมให้จักรีเป็นพี่เลี้ยงคอยถือเป้าล่อซ้อมชก แต่เพราะภูมิหมัดหนักรัวไม่หยุดทำให้เป้าล่อหลุดมือจักรี

“เดี๋ยวๆ ใจเย็นก่อน นี่คุณจะฆ่าผมเลยหรือไง”

“โทษที ผมของขึ้น”

“แบบนี้รามอสมีหวังเสร็จคุณแน่”

“รามอสไม่ใช่นักมวยธรรมดา เขาเป็นเครื่องจักรสังหาร”

“ขนาดนั้นเชียว”

“คู่ต่อสู้ของเขาถ้าไม่ตายก็พิการ คุณคิดว่ายังไง”

“คุณไม่จำเป็นต้องเสี่ยง การช่วยพีทเป็นหน้าที่ของตำรวจ”

“มันสายไปแล้วผู้กอง ผมต้องจัดการเรื่องนี้”

“แล้วถ้าผมมีแผนสำรอง คุณจะสนใจรึเปล่า”

ภูมิชะงักไปด้วยความสนใจ

ooooooo

แผนสำรองของจักรีเริ่มขึ้นแล้ว...มาเรียใส่แว่นดำพรางหน้าขณะขับรถมาจอดหน้าค่ายมวย เฮียโส่ย ส่วนลิซ่าซ่อนตัวอยู่เบาะหลังรอจังหวะลดกระจกหน้าต่างลงเพื่อถ่ายรูปเก็บข้อมูลเอาไว้หลายจุดหลายมุม

เมื่อสำเร็จลุล่วงแล้วสองสาวกลับมาสมทบพวกภูมิที่ร้านของปลื้ม นำพิมพ์เขียวของค่ายมวยเฮียโส่ยกางบนโต๊ะเพื่อวางแผนขั้นต่อไป

“นี่เป็นพิมพ์เขียวของอาคารค่ายมวยเฮียโส่ย ส่วนนี่เป็นรูปถ่ายที่คุณลิซ่าถ่ายมาก่อนหน้านี้”

“ทางเข้าออกลงกลอนแน่นหนาดี แต่ถ้าจะบุกเข้าไปก็คงไม่ยากเท่าไหร่”

“พวกมันมีเวรยามรึเปล่า”

“ไม่มีค่ะ แต่เท่าที่เห็นดูเหมือนจะมีนักมวยหลายคนอยู่ในค่าย”

“วันที่คุณขึ้นชก พวกนั้นต้องไม่อยู่แน่ แต่อาจจะมีคนอยู่โยงคอยเฝ้าตัวประกันสักหนึ่งหรือสองคน”

“แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าพีทถูกขังอยู่ที่นั่น” พั้นช์ถามมาเรียเพื่อความมั่นใจ

“ค่ายมวยของเฮียโส่ยแน่นหนายิ่งกว่าป้อมปราการ แถมยังตั้งอยู่ในเขตอิทธิพลของโยฮัน มันไม่จำเป็นต้องเอาพีทไปซ่อนที่อื่น”

“ประทานโทษนะครับคุณมาเรีย ถ้าแน่ใจอย่างนั้นแล้วทำไมไม่ให้ตำรวจบุกเข้าไปช่วยไอ้พีทล่ะครับ” ปลื้มแทรกขึ้น

“กว่าจะขอหมายค้น มาร์โก้หรือสายข่าวของโยฮันต้องไหวตัวแน่ ฉันไม่อยากแหวกหญ้าให้งูตื่น”

ปลื้มและทุกคนเข้าใจ จักรีบอกภูมิว่าวันที่เขาขึ้นชกตนกับมาเรียจะบุกไปที่นั่น ลิซ่าจึงอาสาขับรถให้จะได้ดูต้นทางด้วย

“ฉันไปด้วย” พั้นช์ร้องขอ แต่โดนมาเรียสกัดทันที

“ไม่! ถ้าเธอไปล่ะก็...เฮียโส่ยต้องผิดสังเกตแน่นอน”

“ถ้างั้นตกลงตามนี้ ผมสู้กับรามอส ส่วนพวกคุณช่วยพีทออกมา” ภูมิสรุปชัดเจน...

ค่ำแล้วทุกคนแยกย้าย พั้นช์เดินตามพวกจักรีออกมาที่รถด้วยท่าทีอึกอักลังเลก่อนจะเรียกมาเรีย

“คุณมาเรีย...คือฉันอยากขอบใจคุณที่ช่วยพีท”

“ฉันเป็นตำรวจ มันเป็นหน้าที่ของฉัน”

“แต่ที่ผ่านมาฉันเคยเสียมารยาทกับคุณ ฉันอยากขอโทษ”

“ไม่ต้องขอโทษหรอก อย่างน้อยเธอก็เคยช่วยชีวิตฉันเอาไว้ เอาเป็นว่าเราหายกันดีกว่า” มาเรียยื่นมือให้พั้นช์จับมืออย่างเป็นมิตร ลิซ่ากับจักรีเห็นแล้วรู้สึกยินดีกับทั้งคู่ไปด้วย

ส่วนภูมินั้นมุ่งมั่นฟิตซ้อมร่างกายอย่างมาก เขาซิตอัพบนพื้นห้องอยู่นานจนปลื้มต้องเข้ามาเตือน

“อ้าวเฮ้ย ยังจะฝึกอีกเหรอวะไอ้ภูมิ เดี๋ยวพอถึงวันชกก็หมดแรงพอดี”

“ทำไงได้ล่ะพี่ ในเมื่อคู่ชกของผมคือรามอส

มันเป็นแชมป์มาตั้งกี่สมัย แสดงว่าร่างกายของมันต้องไม่ธรรมดาแน่”

“แล้วเอ็งมาเร่งฝึกตอนนี้จะทันเหรอวะ”

“ผมไม่ได้คิดว่าจะต้องแข็งแกร่งเท่ามัน แต่ต้องอยู่ต้านมันให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อถ่วงเวลาให้ผู้กองจักรีเข้าไปช่วยพีท”

“นี่มันถึงตายเชียวนะไอ้ภูมิ”

“ตราบใดที่ผมยังแก้แค้นแทนฟ้าไม่ได้ ผมไม่ยอมตายหรอกพี่” ภูมิหันไปตั้งหน้าตั้งตาซ้อมต่อ ปลื้มได้แต่มองอย่างกังวล

ooooooo

ภูมิพร้อมมากสำหรับการขึ้นชกกับรามอสในวันนี้ที่เวทีมวยเถื่อนของเฮียโส่ย แต่เพราะรามอสโด๊ปยาเพิ่มกำลังวังชาทำให้ภูมิสะบักสะบอมแทบล้มทั้งยืน

แต่เพราะภูมิจะแพ้หรือตายไม่ได้ เขายังมีเป้าหมายสำคัญสองอย่างคือช่วยพีทให้ปลอดภัยเพื่อพั้นช์ และเขาต้องมีชีิวิตอยู่ต่อเพื่อแก้แค้นให้ฟ้า ผู้หญิงอันเป็นที่รัก

ขณะที่ภูมิยังคงกัดฟันต่อสู้กับรามอสโดยมีปลื้มกับพั้นช์เป็นพี่เลี้ยง จักรีกับมาเรียลอบเข้ามาในค่ายมวยโดยให้ลิซ่าสตาร์ตรถรออยู่ด้านนอกเพื่อเตรียมหนีหลังจากได้ตัวพีท

ในที่สุดจักรีกับมาเรียก็เจอพีทถูกขังอยู่ในห้องเก็บของและช่วยออกมาได้ แต่เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของโยฮันที่ดูผ่านทางระบบออนไลน์ จึงส่งอีริค สมุนคนสนิทกับมาร์โก้ ตำรวจนอกรีตมาดักจับทุกคน ไปคุมขังไว้ในอาณาเขตของตน

ส่วนที่สนามมวย รามอสกระหยิ่มยิ้มย่องว่าต้องชนะภูมิแน่ มันกร่างเต็มที่พูดจาดูถูกเหยียดหยามมวยไทยจนภูมิเกิดแรงฮึดเอาชนะมันในยกสุดท้ายด้วยท่าจระเข้ฟาดหาง เล่นเอามันหลับกลางอากาศไปเลย

รามอสแพ้น็อก ผู้คนข้างสนามพากันตกตะลึง กรรมการบนเวทีเข้าไปดูอาการรามอสที่นอนตาค้างก่อนจะโบกมือให้สัญญาณยุติการชก เท่านั้นเองปลื้มกับพั้นช์ก็ชูมือร้องลั่น

“เย้!! ชนะแล้ว ชนะแล้วโว้ย”

“พี่ภูมิสุดยอดไปเลย มวยไทยชนะแล้ว”

ภูมิยิ้มรับก่อนจะเหลือบมองไปที่เฮียโส่ยและเชนที่กำลังคุยกันอยู่

“เอาไงต่อเฮีย”

“เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล...ตามแผนไอ้เชน”

เชนรับคำสั่งก่อนจะปลีกตัวไป ทิ้งให้เฮียโส่ยปั้นหน้ายิ้มหลอกล่อภูมิไปเรื่อย ขณะเดียวกันภูมิมองเฮียโส่ยอย่างนึกหวั่นว่าจะต้องเกิดเหตุร้ายตามมาอีกแน่ จึงค่อนข้างระวังตัว

ทันทีที่ช่วยกันพาภูมิลงจากเวที พั้นช์ถามเขาว่าเป็นยังไงบ้าง ส่วนปลื้มก็เป็นห่วง ทดสอบความจำว่า

“โอเคนะไอ้ภูมิ ยังจำชื่อแช่ จำบ้านเลขที่ได้รึเปล่าวะ”

“ฉันยังไหวพี่ปลื้ม ไม่ต้องห่วง”

เฮียโส่ยปรี่เข้ามาแทรก “เอ็งแน่มากไอ้ภูมิ งั้นตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่ข้าต้องทำตามสัญญา”

“ไม่ต้องพล่ามเลยเฮียโส่ย บอกมาซะทีว่าไอ้พีทอยู่ที่ไหน” ปลื้มรุกเร่ง แต่เฮียโส่ยไม่ใส่ใจ...พูดกับภูมิว่า

“ข้าจะบอกเอ็งคนเดียวเท่านั้น ไปรอข้าที่ล็อกเกอร์”

ภูมิพยักหน้าตกลง...เวลานั้นเชนย่องมาที่ห้องพักนักมวยของภูมิ เมื่อเห็นว่าปลอดคนก็ตรงไปไขกุญแจเปิดตู้ล็อกเกอร์ตู้หนึ่งแล้วนำปืนกับเครื่องกระสุนที่ซ่อนไว้ปะปนกับของใช้ออกมาบรรจุกระสุนทันที

ระหว่างนี้พั้นช์พยายามโทร.หาจักรีแต่ไม่สำเร็จ ปลื้มประคองภูมิเข้ามาสมทบ

“ว่าไงพั้นช์ ติดต่อผู้กองจักรีได้รึยัง”

“ไม่มีสัญญาณเลยพี่ภูมิ ท่าทางเหมือนปิดเครื่อง”

“สงสัยกำลังช่วยไอ้พีทอยู่ล่ะมั้ง ก็เลยต้องเงียบเสียงกันหน่อย”

“แต่พี่ภูมิขึ้นชกตั้งนานแล้วนะพี่ปลื้ม แล้วทำไม...”

เฮียโส่ยเข้ามาขัดจังหวะอีกครั้งหลังจากให้ภูมิไปรอที่ล็อกเกอร์แล้วเขายังไปไม่ถึงสักที

“ไอ้ภูมิ เอ็งแน่มาก ข้าล่ะนับถือจริงๆ”

“เสร็จงานของฉันแล้ว จะปล่อยพีทได้รึยัง”

“แน่นอน เราไปหาที่เงียบๆตกลงกันหน่อยดีมั้ย”

“ฉันไปด้วย”

“ไม่ต้อง! เดี๋ยวฉันให้คนมาตามทีหลัง” เฮียโส่ยตวาดใส่พั้นช์...ท่าทางแปลกๆของเฮียโส่ยทำให้ภูมิยิ่งต้องระวังตัว

ooooooo

ภายในห้องพักนักมวย เชนติดที่เก็บเสียงเข้ากับ ปากกระบอกปืน พอได้ยินเสียงหัวเราะของเฮียโส่ยแว่วมาก็รีบซุ่มประจำตำแหน่งข้างประตูทางเข้า

เฮียโส่ยปั้นหน้ายิ้มแย้มเดินกอดไหล่ภูมิเพื่อหลอกล่อสร้างความไว้วางใจ

“ฮะๆๆ ไม่ต้องห่วงหรอกน่า นักเลงอย่างข้ารักษาคำพูดเสมอ เอาเถอะ เดี๋ยวเราเข้าไปคุยเรื่องเงินรางวัลกันก่อน แล้วข้าจะให้ลูกน้องปล่อยตัวไอ้พีท”

“ผมไม่สนใจเรื่องเงิน เฮียปล่อยตัวประกันมาเลยดีกว่า”

“เอาเถอะน่าอย่าเพิ่งรีบร้อน เจรจากันก่อน”

เมื่อภูมิเปิดประตูห้อง เชนที่ซุ่มรออยู่ก็ยกปืนเล็งใส่หน้าภูมิทันที แต่ภูมิระแวงอยู่ก่อนรีบจับแขนเชนบิดจนปืนหลุดมือแล้วถีบมันกระเด็นไป

วินาทีนั้นเองเฮียโส่ยชักมีดสปริงออกมาจ้วงแทงภูมิ แต่ภูมิหลบฉากทันจึงซัดเฮียจนหงายหลัง ส่วนเชนยังไม่หมดฤทธิ์ คลานไปคว้าปืนที่พื้นจะยิงภูมิ

แต่พลาดเป้าเพราะภูมิเหลือบเห็นจึงรีบก้มหลบ กระสุนของเชนถูกเฮียโส่ยเข้าอย่างจังจนล้มลงขาดใจทันที ฝ่ายภูมิใช้มีดที่แย่งจากเฮียโส่ยปาใส่อกเชน ร่างมันสะดุ้งเฮือกดิ้นทุรนทุรายอยู่อึดใจหนึ่งก็สิ้นลมไปอีกคน

พั้นช์กับปลื้มตามมาสมทบ ถามภูมิว่าปลอดภัยหรือเปล่า

“โชคดีที่ไหวตัวก่อน ถึงรอดตายมาได้”

“กะแล้วเชียวว่ามันต้องหักหลัง”

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น พั้นช์กับปลื้มสงสัยว่าของใครและดังมาจากไหน ภูมิพยักพเยิดไปทางศพเฮียโส่ยก่อนเข้าไปหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดูหน้าจอ ซึ่งโชว์ชื่อโยฮัน

เมื่อภูมิกดรับ โยฮันกรอกเสียงมาก่อนว่า

“ว่าไงนายโส่ย จัดการมันได้รึยัง”

ภูมิชะงักอย่างเข้าใจเรื่องราว ตอบกลับเสียงกร้าว “เสียใจด้วยคุณโยฮัน มัจจุราชยังไม่ต้องการชีวิตผม”

โยฮันครางชื่อภูมิออกมาอย่างงันงง ภูมิไม่รอช้าถามว่าพีทอยู่ที่ไหน

“ไม่ต้องห่วง ตอนนี้เขาอยู่กับจักรีและเพื่อนของคุณ ทั้งหมดอยู่ที่นี่ ถ้าไม่อยากให้พวกเขาตายล่ะก็...ห้ามแจ้งตำรวจเด็ดขาด”

หลังตัดสายจากภูมิแล้ว โยฮันทิ้งตัวลงนั่งมองโทรศัพท์อย่างเคร่งเครียด อีริคอยู่ด้วยตลอดขยับเข้ามาปลอบเจ้านายตน

“วางใจเถอะครับคุณโยฮัน ถ้าพวกมันแจ้งตำรวจเมื่อไหร่ สายของเราต้องแจ้งข่าวมาแน่นอน”

“ฉันไม่ได้กังวลเรื่องตำรวจ แต่ฉันเป็นห่วงว่าภูมิมันจะบุกมาที่นี่”

“ถ้างั้นผมจะเพิ่มเวรยามเป็นพิเศษ”

“ติดอาวุธครบมือ ถ้ามีใครบุกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตก็จัดการมันได้เลย”

อีริครับคำอย่างขันแข็ง...ส่วนสมุนของโยฮันอีกกลุ่ม กำลังคุมตัวจักรี ลิซ่า มาเรีย และพีทที่ถูกใส่กุญแจมือมาที่ห้องเก็บวัสดุ โดยมีมาร์โก้ตามมาคุมเชิง มาเรียเห็นแล้วทนไม่ได้ ด่าเขาอย่างเจ็บใจ

“คุณมันเลวที่สุดมาร์โก้ เสียแรงที่เป็นตำรวจ แต่กลับทำงานให้พวกคนร้าย”

“อย่าปากเก่งไปหน่อยเลยมาเรีย ตำรวจใหม่อย่างคุณจะรู้อะไร คนมันต้องกินต้องใช้ อุดมการณ์กับความซื่อสัตย์มันไม่มีความหมายหรอก”

“มันอยู่ที่สันดาน คนมันชั่ว ไม่ว่าจะเป็นอะไรมันก็ทำชั่วได้ทั้งนั้น” จักรีด่าลั่น ทำให้มาร์โก้ไม่พอใจตวาดกลับอย่างฉุนเฉียว

“หุบปากเดี๋ยวนี้นะผู้กอง ไม่อย่างนั้นล่ะก็...ผมจะระเบิดสมองคุณเป็นคนแรก”

“เอาเลย แน่จริงฆ่าฉันเลย ตำรวจเลวๆอย่างแก ไม่กล้าหรอกว่ะ”

มาร์โก้ง้างไกปืน ลิซ่าตกใจรีบขอร้อง “อย่านะมาร์โก้ ถึงยังไงเขาก็เป็นผู้รักษากฎหมาย”

“ว้าว...คุณลิซ่า...แม่เทพธิดาผู้แสนประเสริฐ เป็นห่วงผู้กองเหลือเกิน ฉันจะไม่ทำอะไรผู้กองเด็ดขาด ถ้าเธอบอกว่าทิวลิปทองอยู่ที่ไหน”

“อย่าไปเชื่อมันครับคุณลิซ่า คนอย่างมันไม่มีทางรักษาคำพูดหรอก” พีทพูดขาดคำก็โดนมาร์โก้ตบหน้าอย่างแรงจนเสียหลักแทบล้ม มาเรียตกใจร้องเสียงหลง

“พีท!!...นี่มาร์โก้ พีทยังเด็กอยู่นะ”

“เสียใจด้วยนะมาเรีย แต่นี่เป็นคำสั่งของโยฮัน ผมต้องรู้ให้ได้ว่าทิวลิปทองอยู่ที่ไหน” มาร์โก้แข็งกร้าวดุดัน เล่นเอาทุกคนต่างเงียบงันกันไปหมด

ooooooo

คืนนั้น ภูมิ ปลื้ม และพั้นช์กลับมาที่ร้านอาหารค่อนข้างดึก แต่ภูมิไม่วายคร่ำเคร่งอยู่กับคอมพิวเตอร์เพื่อติดตามสัญญาณจีพีเอสของพวกจักรีที่โดนโยฮันจับตัวไป รวมทั้งปลื้มกับพั้นช์ก็จดจ่อรอคอย แต่ผ่านไปพักใหญ่ยังไร้วี่แวว ภูมิปิดเครื่องลงอย่างถอดใจ

“ไม่ได้ผลเหรอพี่ภูมิ”

“ไม่มีสัญญาณจีพีเอส พวกของโยฮันไม่ธรรมดาจริงๆ”

“ถ้างั้นก็แจ้งตำรวจสิวะ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว”

“ขืนแจ้งมีหวังสายของโยฮันต้องรู้ตัวก่อนแน่ เผลอๆมันอาจย้ายตัวประกันไปที่อื่นอีกก็ได้”

“แล้วพี่รู้เหรอว่าตัวประกันถูกขังอยู่ที่ไหน”

ภูมิครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้ารับ จากนั้นเขาเปิดคอมพิวเตอร์อีกครั้ง เจาะจงบรรยากาศภายในไร่ทิวลิปของโยฮันที่เผยแพร่ประชาสัมพันธ์อยู่ในอินเตอร์เน็ต ทุกคนดูภาพแล้วช่วยกันวิเคราะห์

“ไร่ทิวลิปของโยฮันมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่าสามเอเคอร์ นอกจากพื้นที่สำหรับเพาะปลูกดอกทิวลิปแล้วยังมีไม้ดอกนานาชนิด มีโรงกังหันหลายโรง และโรงงานมีพื้นที่สำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย”

“แบบนี้ก็มีทางเข้าออกเพียบเลย”

“ถ้าจะปิดล้อมพื้นที่ สงสัยต้องเกณฑ์ตำรวจมาเป็นกองร้อย”

“นี่พี่อย่าบอกนะว่าพี่จะบุกเข้าไป เรามีกันแค่สามคนนะพี่ มันไม่เสี่ยงไปหน่อยเหรอ”

“เสี่ยงแน่ถ้าเราบุกเข้าไปแบบเดาสุ่ม งานนี้เราต้องหาตัวช่วย” ภูมินึกถึงตัวช่วยที่ว่า...แล้วจะลงมือในเช้าวันถัดมาอย่างแน่นอน

ด้านพวกจักรีที่ถูกจับไปคุมขังไว้ในอาณาเขตของโยฮัน จักรีพยายามหาทางรอดอยู่เหมือนกัน เขาดิ้นรนให้พ้นจากพันธนาการที่ล่ามข้อมืออยู่จนเหนื่อย แต่ดูท่าจะไร้ผล

“ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะผู้กอง ถึงคุณแก้มัดได้เราก็คงรอดยาก”

“ฉันเห็นด้วยกับคุณลิซ่าค่ะผู้กอง โยฮันไม่ใช่นักธุรกิจธรรมดา สมุนของเขาก็คงไม่ธรรมดาเหมือนกัน”

“ไม่น่าเลย...เสียท่ามันจนได้ โยฮันเจ้าเล่ห์”

“ผมขอโทษด้วยนะครับ เพราะผมคนเดียวที่ทำให้ทุกคนเดือดร้อน”

“ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอกพีท โยฮันต่างหากที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้”

มาเรียพูดไม่ทันขาดคำก็ได้ยินเสียงคนปลดล็อกและเปิดประตูห้องเข้ามา...อีริคนั่นเอง เขาเดินมาหยุดตรงหน้าลิซ่า บอกเธอว่าเจ้านายต้องการพบ

คนอื่นๆต่างหวั่นไหวด้วยความเป็นห่วง หากแต่ลิซ่ากลับดูเฉยชากับการเผชิญหน้าโยฮัน เธอเดินตามอีริคและสมุนออกไป โดยที่พวกมันไม่ยื้อยุดหรือแตะเนื้อต้องตัวเธอ ชวนให้นึกกังขา

“ไม่กลัวฉันหนีหรือไง”

“ถึงหนียังไงคุณก็หนีไม่พ้น และผมเชื่อว่าคุณเองก็มีเรื่องอยากจะถามคุณโยฮันเช่นกัน”

คำตอบของอีริคทำให้ลิซ่านิ่งไปอึดใจก่อนจะเดินต่อ ดูเหมือนว่าอีริคจะอ่านใจเธอออก มันมองตามเธอไปอย่างใจเย็น

เมื่อส่งลิซ่าถึงมือโยฮันแล้ว อีริคกับสมุนพากันออกไปตามคำสั่งเจ้านาย...ลิซ่ามองโยฮันอย่างเย็นชา ไร้ความเคารพ

“ลิซ่า ลุงเสียใจจริงๆที่ทำให้หลานต้องผิดหวัง”

“ผิดหวังเรื่องอะไรคะ เรื่องผลิตอาวุธชีวภาพ หรือเรื่องที่คุณลุงสั่งฆ่าคุณพ่อของฉัน”

“ลุงไม่เคยต้องการทำแบบนั้นเลยลิซ่า แต่ที่ลุงทำไปทุกอย่างก็เพื่อสันติภาพของยอรัส แผ่นดินเกิดของลุงและพ่อของหลาน”

“สันติภาพจากการเข่นฆ่างั้นเหรอ เรื่องเหลวไหล”

“หลานต้องเชื่อลุงนะลิซ่า ถ้าหากโครงการนี้ประสบผลสำเร็จเมื่อไหร่ ประเทศมหาอำนาจทั้งหลายจะไม่กล้าคุกคามยอรัสอีกต่อไป ลุงจะล้างแค้นพวกมัน พวกมันต้องประสบกับความหายนะ”

“ก็เพราะคุณคิดแบบนี้ไง คุณพ่อถึงไม่เอาด้วยกับคุณ สันติภาพจอมปลอม คุณทำทุกอย่างก็เพื่อล้างแค้น เคยคิดบ้างมั้ยถ้าไวรัสนั่นเกิดแพร่ระบาดขึ้นมา ใครจะหยุดมันได้ แล้วต้องมีคนเจ็บป่วยล้มตายเท่าไหร่”

“คนจะตายเท่าไหร่ลุงไม่สน ขอให้ล้างแค้นมันสำเร็จลุงก็พอใจแล้ว”

ลิซ่านิ่งอึ้ง มองโยฮันด้วยความผิดหวัง...โยฮันร้องเรียกอีริคให้เข้ามาก่อนหันกลับมาเอ่ยกับลิซ่า

“โอกาสสุดท้ายของเธอแล้วนะ บอกความจริงมาว่าทิวลิปทองอยู่ที่ไหน ไม่อย่างนั้นฉันจะให้อีริคเค้นความลับจากเธอ”

“เอาเลย ฉันยอมแลกชีวิต ดีกว่าให้แกฆ่าคนบริสุทธิ์อีกเป็นล้าน”

โยฮันมองลิซ่าด้วยความไม่พอใจ ขณะที่อีริคยิ้มเหี้ยมเมื่อรู้ว่ามันจะได้แสดงฝีมือ

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้นภูมิตรงดิ่งไปหาตัวช่วย ซึ่งก็คือมาร์โก้ตำรวจนอกรีตนั่นเอง ส่วนปลื้มกับพั้นช์ซุ่มรอเวลาช่วยเหลืออยู่อีกทาง

ภูมิฉายเดี่ยวจู่โจมเข้าไปจี้บังคับมาร์โก้ด้วยปืน ถามว่าเพื่อนของตนอยู่ที่ไหน

“เพื่อนแกคนไหน ฉันไม่รู้เรื่อง”

ภูมิง้างนกปืนแล้วขยับเข้าใกล้ “เลิกโกหกซะทีเถอะมาร์โก้ ถึงฉันไม่มีหลักฐาน แต่ฉันก็รู้ว่าแกเป็นพวกเดียวกับโยฮัน”

“แล้วไง”

“พาฉันไปหาเพื่อน แล้วฉันจะไว้ชีวิตแก”

มาร์โก้มองภูมิอย่างลังเล แต่ที่สุดก็เลี่ยงไม่ได้เพราะท่าทางภูมิเอาจริง...

ส่วนที่ห้องคุมขังเชลยภายในไร่ทิวลิป สมุนของโยฮันสองคนซึ่งทำหน้าที่ควบคุมเชลยนั้นไม่ได้สนใจงานเท่าใดนัก เพราะคนหนึ่งกำลังดูการถ่ายทอดฟุตบอลผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ส่วนอีกคนกำลังสวาปามอาหารอย่างเอร็ดอร่อย มาเรียเห็นพวกมันไม่ได้สนใจตนก็หันมาปรึกษากับจักรีและพีท

“ไม่รู้ป่านนี้คุณลิซ่าจะเป็นยังไงบ้าง”

“ผู้กองครับ เราจะหนีออกไปจากที่นี่ได้ยังไงครับ”

“ไม่ต้องกลัวไอ้หนู ฉันมีแผนอยู่แล้ว”

มาเรียกับพีทมองหน้าจักรีอย่างแปลกใจ ขณะที่จักรีแอบดึงลวดเส้นเล็กๆออกจากสายนาฬิกาข้อมือ

“นี่คุณพกของแบบนี้ติดตัวตลอดเลยเหรอ”

“ตำรวจต้องพร้อมเสมอเมื่อถึงเวลาฉุกเฉิน”

“โอ้โฮ ผู้กองทำอย่างกับเจมส์บอน”

“ถูกต้องไอ้หนู คราวนี้เรารวดแน่” จักรีว่าแล้วก็ลงมือไขกุญแจให้ตัวเองก่อน...

ขณะนั้นที่ห้องทำงานโยฮัน...อีริคนำกล่องบางอย่างเข้ามาให้เจ้านาย บอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยตามคำสั่ง โยฮันพยักหน้าและมองไปยังลิซ่าที่โดนมัดไว้กับเก้าอี้

“ถึงตายฉันก็ไม่มีทางเปิดเผยความลับเด็ดขาด” ลิซ่าประกาศ

“มันก็ไม่แน่หรอกลิซ่า จะบอกให้นะ ถึงลุงจะไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์เหมือนพ่อของหนู แต่ลุงก็เคยผ่านสมรภูมิมาก่อน สงครามสอนให้ลุงได้รู้จักเทคนิคต่างๆมากมาย”

โยฮันหยิบเข็มฉีดยาออกจากกล่องแล้วผสมยาใส่เข็มก่อนส่งต่อให้อีริคไปจัดการ

“ยาเข็มนี้จะช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้น มันจะทำให้หลานกลายเป็นทาสของลุง”

ลิซ่ามองเข็มฉีดยาในมืออีริคอย่างหวาดกลัว...

ทางด้านภูมิที่บังคับมาร์โก้ขับรถเข้ามาถึงในไร่ทิวลิปได้สำเร็จ พอรถจอดตรงลานที่ค่อนข้างปลอดคน

“ปล่อยฉันไปได้รึยัง” มาร์โก้เร่งเร้า

“ยังไม่ใช่ตอนนี้”

“ขอเตือนไว้ก่อนนะ ถ้าแกทำอะไรฉันล่ะก็...คุณโยฮันต้องเชือดแกแน่นอน”

ภูมิไม่สนใจฟังที่มาร์โก้พูดพล่าม แต่ตั้งใจเล่นงานมันจนสลบเหมือดแล้วจับมัดมือและอุดปากยัดใส่กระโปรงท้ายรถปิดมิดชิด ก่อนคว้าปืนลูกซองยาวเดินหน้าเข้าไปในอาคารอย่างใจเย็น

ooooooo

จักรีปลดกุญแจมือให้ตัวเองสำเร็จแล้วไปเล่นงานยามสองคนจนสลบก่อนจะเข้ามาช่วยมาเรียกับพีท... ขณะเดียวกันลิซ่ากำลังสะลึมสะลือเพราะฤทธิ์ยาของโยฮันอยู่อีกห้อง

ฤทธิ์ยาทำให้เธอเห็นโยฮันเป็นอีธาน จึงโดนมันหว่านล้อมหลอกล่อให้บอกที่ซ่อนทิวลิปทอง ฝ่ายภูมิที่บุกเดี่ยวเข้ามาก็พยายามหาตำแหน่งกักขังพวกจักรี ส่วนปลื้มกับพั้นช์ที่จอดรถรออยู่หน้าไร่ทิวลิปเริ่มกระวนกระวายไม่สบายใจ

พั้นช์เป็นห่วงภูมิมาก เธอตัดสินใจแอบหนีปลื้มลงจากรถเล็ดลอดเข้าไปภายในไร่ สร้างความหนักใจให้ปลื้มเพราะก่อนหน้านี้ภูมิกำชับนักหนาว่าอย่าไปไหน แต่พั้นช์ก็ไม่ได้สร้างปัญหาแถมยังเข้ามาเป็นตัวช่วยได้ดี

ในที่สุดภูมิก็รุกล้ำเข้ามาเจอจักรี มาเรีย และพีท ทุกคนจึงรวมตัวกันเล่นงานสมุนโยฮันที่มีอยู่ไม่น้อย แต่ระหว่างนี้เสียงสัญญาณกันขโมยจากรถยนต์ที่ภูมิจับ

มาร์โก้ใส่ท้ายรถไว้ดังกระหึ่มเพราะแรงสั่นสะเทือนที่มาร์โก้พยายามดิ้นรน ทำให้พวกของโยฮันไหวตัวเตรียมรับมือผู้บุกรุก

เสียงปืนที่สองฝ่ายปะทะกันทำให้ลิซ่าที่กำลังเบลอเพราะฤทธิ์ยาสะดุ้งตกใจและกลับมาเป็นตัวของตัวเอง ส่วนโยฮันเห็นท่าไม่ดีเมื่อรู้ว่าภูมิบุกเข้ามา จึงสั่งสมุนจัดการให้หมดทุกคน ส่วนเขาพาลิซ่าหลบหนีออกไป

อีริค สมุนมือขวาของโยฮันตั้งใจแสดงฝีมือเล่นงานภูมิ แต่เพราะความฉลาดในเชิงการต่อสู้และพละกำลังที่เหนือกว่าทำให้ภูมิเอาชนะอีริคได้ในที่สุด ส่วนโยฮันก็โดนจักรียิงตายขณะที่พยายามจะเอาตัวลิซ่าไปให้ได้

เมื่อเหตุการณ์สงบลง จักรียอมรับในฝีมือและความกล้าหาญของภูมิที่บุกเดี่ยวเข้ามา ความสัมพันธ์ของสองคนดีขึ้นท่ามกลางความสบายใจของผู้คนรอบข้าง

จ่าชัยกับหมวดณรงค์ที่อยู่เมืองไทยทราบข่าวดีในวันถัดมาต่างพากันโล่งอก จ่าหวังว่าจะปิดคดีทิวลิปทองได้เสียที แต่หมวดกลับบอกว่าคดีนี้ยังไม่จบเพราะเก้ายอดกับทอมมี่ยังลอยนวลอยู่

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement