ทิวลิปทอง ตอนที่ 6 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ทิวลิปทอง ตอนที่ 6


22 พ.ย. 2560 08:00
92,040 ครั้ง

ละคร นิยาย ทิวลิปทอง

ทิวลิปทอง ตอนที่ 6

อ่านเรื่องย่อ

ทิวลิปทอง

แนว:

ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

ภูมิแผ่นดิน

บทโทรทัศน์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ

กำกับการแสดงโดย:

ฉลอง ภักดีวิจิตร

ผลิตโดย:

บริษัท อินทรีย์ ออดิโอ วิชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7

นักแสดงนำ:

รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง,ศรศิลป์ มณีวรรณ์

ทอมมี่กับสมุนใช้ไฟฉายส่องทางเข้ามาภายในถ้ำ ในที่สุดก็เจอพวกจักรีกำลังพยายามหนีออกจากถ้ำ สองฝ่ายปะทะกัน ไม่นานภูมิกับจักรีก็นำพาทุกคนออกจากถ้ำไปได้ ทิ้งความเจ็บแค้นใจไว้ให้ทอมมี่อย่างที่สุด

ที่โรงแรมเมืองกาญจน์ ณรงค์นำกระเป๋าใส่หลักฐานสำคัญที่เอาออกมาจากโรงงานปุ๋ยส่งต่อให้ตำรวจท้องที่นายหนึ่ง กำชับว่าต้องส่งให้ถึงมือสารวัตรสุเมธ

“อะไรอยู่ในนี้เหรอครับหมวด”

“เราสงสัยว่าจะเป็นหลักฐานและตัวอย่างของอาวุธชีวภาพ”

“อันตรายรึเปล่าครับ”

“ไม่มีอะไรหรอกหมู่ เตือนสารวัตรสุเมธด้วยแล้วกันว่าให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นคนเปิดกระเป๋า”

หมู่มองกระเป๋าในมือแล้วกลืนน้ำลายดังเอื๊อก...แค่ได้ยินว่าอาวุธชีวภาพก็หวาดระแวงจะเป็นอันตราย

เรดกับบลู สมุนอีกสองคนของทอมมี่จับตามองณรงค์อยู่มุมหนึ่งใกล้โรงแรม

“นั่นไง ใช่พวกมันจริงๆด้วย”

“ไอ้ตำรวจตัวแสบ วันนี้ได้คิดบัญชีกันแน่”

เรดกับบลูถือปืนเดินออกจากที่ซ่อนอย่างหมายมาด แต่ไม่ทันจะยิงหมวดณรงค์กับจ่าชัย รถของผู้กองเสือที่มีทัศน์กับยุทธมาด้วยก็พุ่งมาจอดขวาง ส่งผลให้เรดกับบลูผงะเสียหลักแล้ววิ่งหลบหนีไปด้วยกัน

หลังจากแนะนำตัวกันแล้ว หมวดณรงค์กับจ่าชัยรู้สึกเบาใจที่มีชายฉกรรจ์ฝีมือดีอีกสามคนมาร่วมด้วยช่วยกันตามหาพวกภูมิ

ooooooo

จักรีกับภูมิพาสามสาวเดินต่อไป โดยภูมิต้องแบกมาเรียขึ้นหลังตลอดเวลาเพราะเธอไข้ขึ้นสูงไร้เรี่ยวแรง จักรีจำได้ว่าอีกไม่กี่กิโลจะถึงเขื่อน คาดหวังว่าเจ้าหน้าที่ที่นั่นคงช่วยเราได้ แต่แล้วพั้นช์ตาไวเห็นบ้านคน

บ้านที่เห็นเป็นของฮะตูพ่อค้ายาเสพติด พวกจักรีถูกสมุนของฮะตูจับตัวเข้ามาขังไว้ ขณะที่เจ้าตัวไปเจอทอมมี่กับสมุนกำลังปีนป่ายขึ้นมาจากถ้ำ

ฮะตูกับทอมมี่จำกันได้เพราะเคยเป็นเพื่อนร่วมธุรกิจผิดกฎหมาย แต่เพราะฮะตูถูกทอมมี่หักหลัง เพื่อนจึงแปรเปลี่ยนเป็นศัตรูที่ฮะตูรอวันชำระแค้น

ทอมมี่กับสมุนสองคนโดนฮะตูควบคุมตัวมาที่บ้านและนำมาสมทบกับพวกของภูมิที่โดนคุมขังอยู่ก่อน

เมื่อเจอหน้ากัน ภูมิกับทอมมี่ทำท่าจะมีเรื่อง แต่ถูกสมุนของฮะตูยกปืนขู่เลยต้องนิ่งไว้ จากนั้นฮะตูเริ่มสอบสวนพวกภูมิว่าเป็นใคร มาทำอะไรที่นี่ จักรีบอกว่าพวกเราหนีพวกทอมมี่มา มันจะฆ่าผู้หญิง

“อย่าไปเชื่อมันฮะตู มันเป็นตำรวจ”

จักรีอึ้งที่โดนทอมมี่เปิดโปง ฮะตูมองจักรีด้วยสายตาเย็นยะเยือกก่อนจะหันมาชกทอมมี่หนึ่งหมัด

“ไอ้บ้าเอ๊ย แกต่อยฉันทำไม”

“โทษฐานที่พาตำรวจมาเยี่ยมฉันถึงถิ่น”

“ไม่เอาน่าเพื่อน เราพวกเดียวกันนะ”

“ทอมมี่...แกมันพวกลิ้นสองแฉก ขอให้มีเงินจ่ายแกยอมทำได้ทุกอย่าง”

“แกพูดถึงอะไร”

“แกเคยปล้นสินค้าของพวกเรา อย่านึกนะว่าฉันไม่รู้”

“โอเค ฉันยอมรับ แต่แกก็รู้นี่ว่าฉันเป็นนักรบรับจ้าง เจ้านายสั่งยังไงฉันก็ต้องทำตาม เอาล่ะ ฉันยินดีชดใช้ความผิดของฉัน แกต้องการเงินเท่าไหร่ว่ามาเลย ขออย่างเดียวให้ปล่อยตัวฉันไปก่อน”

“ฉันไม่ต้องการเงิน แต่ต้องการให้แกชดใช้ด้วยชีวิตของแก” ฮะตูขึงขังมากจนทอมมี่หน้าเครียด ขณะที่จักรีและภูมิมองหน้ากันอย่างหนักใจ

ไวท์ฉวยโอกาสนั้นแอบบิดหัวแหวนที่มือจนเกิดไฟกะพริบแสดงถึงเครื่องส่งสัญญาณจีพีเอสทำงาน เรดรับรู้และเชื่อว่าทางนั้นต้องมีปัญหา บอกให้บลูรู้ว่าพวกไวท์อยู่ใกล้เขื่อน แต่แถวนั้นมีหมู่บ้านพวกค้ายาเสพติด

ooooooo

บาจอ สมุนมือขวาของฮะตูทำหน้าที่ควบคุมตัวเชลยทั้งสองฝ่ายซึ่งแยกขังกันคนละมุม โดยมีสมุนจำนวนหนึ่งคอยเป็นหูเป็นตา

ซูบี...ผู้หญิงของฮะตูเห็นเชลยแล้วเกิดความคิดที่จะหนีออกจากหมู่บ้านแห่งนี้ เพราะเธอไม่เต็มใจมาเป็นเมียฮะตู เธอทำทีนำอาหารมาให้เชลย แต่โดนบาจอขัดขวางจนมีปากเสียงกัน

ซูบีอ้างความเป็นเมียฮะตู แต่บาจอเย้ยหยันว่าแค่นางบำเรอ

“จะให้ฉันบอกฮะตูมั้ยว่าแกทำรุ่มร่ามกับฉัน”

โดนขู่ไม้นี้เข้าไปบาจอเห็นท่าไม่ดียอมปล่อยมือซูบี เธอเดินกระแทกไหล่มันไปแจกห่ออาหารและน้ำดื่มให้กลุ่มของภูมิก่อน เมื่อเธอรู้ว่ามาเรียไม่สบายก็รับปากจะเอายามาให้...

ที่​เนเธอร์แลนด์ อี​ริ​คติ​ด​ตาม​ความ​เคลื่อนไหว​ทาง​เมือง​ไทย​จน​รู้​ว่า​มี​คน​ส่ง​หลักฐาน​บาง​อย่าง​ให้​ตำรวจ​ซึ่ง​น่า​จะ​มา​จาก​ห้องแล็บ​ใน​โรง​งาน​ปุ๋ย เมื่อ​โยฮัน​รู้​เข้าก็หวั่น​เกรง​จะ​เป็น​ข่าว​ใหญ่​หาก​ความ​ลับ​รั่ว​ไหล อี​ริ​ค​จึง​แนะนำ​ให้หา​ใคร​สัก​คน​เป็น​แพะรับบาป ซึ่ง​โยฮัน​หมายตา​เก้า​ยอด​ไว้​แล้ว...

ด้าน​ทอม​มี่​ที่​โดน​ฮะ​ตู​ควบคุม​ตัว​ไว้​พร้อม​พวกภูมิ ทอม​มี่​พยายาม​เอา​ตัว​รอด​ด้วย​การ​ขอ​เจรจา​ต่อ​รอง​กับฮะตู​เป็น​การ​ส่วนตัว แต่​ฮะ​ตู​ไม่​เล่น​ด้วย คิด​แต่​จะ​ล้างแค้นทอมมี่​ด้วย​การเอาชีวิต​เพียง​อย่าง​เดียว โดย​กำหนดการ​เป็น​ช่วง​บ่าย​วัน​พรุ่งนี้

ส่วน​ซู​บี​ที่​ต้องการ​ช่วย​พวก​ภูมิ​เพราะ​มี​แผนการ​ให้​ตัว​เอง​ได้​กลับ​ไป​หา​ครอบครัว​ที่​จาก​มา คืน​นี้​เธอ​แสร้ง​ออดอ้อน​ฮะ​ตู​ขอ​เอา​ยา​แก้​ไข้​ไป​ให้​มา​เ​รี​ย​ได้​สำเร็จ​และใช้​ช่วง​เวลา​นี้​พูด​คุย​นัดแนะ​กับ​กลุ่ม​ของ​ภูมิ ฝ่าย​ทอมมี่​กับ​สมุน​สอง​คน​โดน​คุม​ขัง​อยู่​ไม่​ไกล​กัน แม้​จะ​ไม่ได้​ยิน​เสียง​สนทนา​แต่​ก็​อ่าน​ปาก​ของ​ซู​บี​ได้

ตก​ดึก บา​จอ​กับ​ลูกน้อง​คิด​จะ​เข้า​มา​ลาก​ผู้หญิง​ใน​กลุ่ม​ของ​ภูมิ​ไป​หาความ​สุข ภูมิ​จึง​ต้อง​หลอกล่อ​ถ่วงเวลา​พวก​มัน​ด้วย​การ​ท้า​ประลอง​ฝีมือ โดย​ตั้ง​เงื่อนไข​ว่าถ้าตน​แพ้​ก็​เอา​ผู้หญิง​ทั้ง​สาม​คน​ไป​ได้​เลย

“ทำไม​พวก​ข้า​ต้อง​รับคำ​ท้า​ของ​เอ็ง​ด้วย​วะ”

“นั่น​สิ ผู้หญิง​ไม่​ใช่​ของ​เอ็ง​ซะ​หน่อย คิด​ว่าพวกข้า​โง่​หรือ​ไง”

ภูมิ​ไม่​ตอบ​แต่​จ้อง​หน้า​บา​จอ​อย่าง​เอาเรื่อง ทำให้​บา​จอ​เริ่ม​โมโห

“เฮ้ย! เดี๋ยวก่อน ใน​เมื่อ​มัน​กล้า​ท้า ข้า​ก็​กล้ารับคำท้า​โว้ย แต่​เพื่อ​ความ​สะใจ ข้า​จะ​ให้​เอ็ง​กับ​เพื่อน​สู้​กับพวกมัน” บา​จอ​โยน​ไป​ให้​พวก​ทอม​มี่​หน้าตา​เฉย แบล็ก​ไม่​พอใจ​ถึง​กับ​ลุก​ขึ้น​โวย​ว่า​เกี่ยว​อะไร​กับ​พวก​ตน​ด้วย “ถ้า​เอ็ง​สาม​คน​คว่ำ​มัน​สอง​คน​ได้ ข้า​จะ​บอก​ให้​พี่​ฮะ​ตู​ปล่อยพวก​เอ็ง ​ว่า​ไง สนใจ​รึ​เปล่า”

แบล็ก​กับ​ไว​ท์​ตัดสินใจ​ไม่ได้ หัน​มา​ถาม​หัวหน้าว่า​เอา​ยัง​ไง​ดี ปรากฏ​ทอม​มี่​สนใจ​เงื่อนไข​นั้น

“แบบ​นี้​ก็​น่า​สน สาม​ต่อ​สอง จะ​ได้​รู้​กัน​ซะ​ที​ว่า​ใคร​แน่​กว่า​ใคร”

ทอม​มี่​มอง​ภูมิ​อย่าง​ท้าทาย ขณะ​ที่​จักรี​นึก​หวั่น บ่น​ภูมิ​ว่า​ปาก​หาเรื่อง

“ผม​ทำ​เพื่อ​ปกป้อง​คุณ​ลิ​ซ่า หรือ​คุณ​ไม่​อยาก​ทำ​เพื่อ​เธอ”

เหตุผล​ของ​ภูมิ​ทำให้​จักรี​เกิด​แรง​ฮึด ยินยอม​รับมือ​แบล็ก​กับ​ไว​ท์ ส่วน​ภูมิ​ตัวต่อตัว​กับ​ทอม​มี่

แต่​การ​ต่อสู้​ด้วย​มือ​เปล่า​ของ​ระหว่าง​สอง​ฝ่ายมี​อัน​ต้อง​ยุติ​ลง​หลังจาก​เริ่ม​ต้น​ไป​ได้​ไม่​นาน​เพราะ​ฮะ​ตู​พรวดพราด​เข้า​มา​พร้อม​ซู​บี

“พอได้​แล้ว นี่​มัน​บ้า​อะไร​กัน ทำไม​ปล่อย​ให้​พวก​มัน​ฆ่า​กัน​แบบ​นี้”

“พี่​ฮะ​ตู พี่​มา​ได้​ยัง​ไง”

“ซู​บี​ได้ยิน​เสียง​คน​สู้​กัน ก็​เลย​ไป​รายงาน​ฉัน”

บา​จอ​แค้น​ซู​บี ด่า​เธอ​ว่า​แส่​ไม่​เข้า​เรื่อง

“ไม่​ต้องหา​เรื่อง​ซู​บี บอก​ฉัน​มา​ก่อน​ว่า​มัน​เกิด​อะไร​ขึ้น”

“ก็​ไม่​มี​อะไร​หรอก​พี่ เห็น​พวก​มัน​เกลียด​ขี้หน้า​กัน​ดี​นัก ฉัน​ก็​เลย​อยาก​สงเคราะห์​พวก​มัน​ก่อน​ตาย”

“ไม่​จริง มัน​จะ​ปล้ำ​ผู้หญิง เลย​หลอก​ให้​พวก​ผู้ชาย​ชก​กัน​จะ​ได้​ไม่​มี​ใคร​ขวาง” พั้นช์​ปาก​ไว ทำให้​บา​จอโมโห​อยาก​จะ​เล่น​งาน แต่​ยัง​ดี​ที่​มัน​ไม่​กล้า​เพราะ​เกรงใจ​ฮะ​ตู

“ข้า​นึก​แล้ว​ว่า​ต้อง​เป็น​เรื่อง​ผู้หญิง...บา​จอ คน​พวก​นี้​เป็น​นักโทษ​ประหาร ถ้า​มัน​จะ​ตาย​ก็​ปล่อย​ให้​มัน​ตาย​ดี​เถอะ อย่า​หาเรื่อง​นัก​เลย”

บา​จอย​อม​จำนน​แต่​สายตา​จับ​จ้อง​ซู​บี​อย่าง​เจ็บใจ

ooooooo

ทาง​ด้าน​คณะ​ของ​หมวด​ณรงค์​กับ​จ่า​ชัย​ที่​นำทาง​เพื่อน​เก่า​ทั้ง​สาม​คน​ของ​ภูมิ​เข้า​ป่า​มา​ตั้งแต่​เมื่อ​วาน...เช้านี้​พวก​เขา​ถึง​ถ้ำ​แล้ว และ​พบ​ปลอกกระสุน​เต็ม​ไป​หมด​แสดง​ว่า​มี​การ​ต่อสู้​กัน ทุก​คน​จึง​มั่นใจ​ว่า​ตาม​มา​ถูกทาง

ที่​หมู่​บ้าน​ชน​กลุ่ม​น้อย​ของ​ฮะ​ตู...ทอม​มี่​หา​ทางรอด​ด้วย​การ​เข้า​มา​คุย​กับ​ภูมิ​ว่า​ตน​รู้​แผนการ​ของ​ซู​บี​ที่​จะ​ช่วย​พวก​เขา​หนี ซึ่ง​ตน​จะ​ไม่​บอก​ฮะ​ตู แต่​ขอ​หนี​ไป​ด้วย

พั้นช์​ฟัง​อยู่​ด้วย พูด​โพล่ง​ขึ้น​มา​อย่าง​รู้ทัน​ทอมมี่ “แล้ว​จาก​นั้น​ก็​ฆ่า​พวก​เรา​ใช่​รึ​เปล่า ฝัน​ไป​เถอะ”

“ก็ตาม​ใจ แต่​ถ้า​แก​ไม่​รับปาก​ฉัน ฉัน​ก็​จะ​แฉเรื่องนี้​กับ​พวก​มัน ดู​ซิ​ว่า​แก​จะ​หนี​ไป​ไหน​พ้น” ทอม​มี่​ข่มขู่​แล้ว​ถอย​กลับ​มายัง​ที่​ของ​ตน

เมื่อ​ฮะ​ตู​ออก​ไป​ลาดตระเวน​แล้ว​ตั้งใจ​จะ​กลับ​มา​ฆ่า​เชลย​ทุก​คน​ทิ้ง​ใน​ช่วง​บ่าย อยู่​ทาง​นี้​ซู​บี​เร่ง​ทำ​ตามแผน​โดย​หลอก​บา​จอ​ว่า​ฮะ​ตู​ให้​ตาม​ไป​สมทบ​เพราะ​ได้​ข่าวว่า​จะ​มี​คน​มา​ช่วย​พวก​เชลย

บา​จอ​หลงกล​จึง​เป็น​โอกาส​ให้​ซู​บี​พา​นำทางพวกภูมิ​หนี​ออก​จาก​ห้อง​คุม​ขัง แถม​ยัง​ขน​อาวุธ​ของ​พวก​ฮะ​ตู​ติดมือ​ไป​เป็น​จำนวน​มาก ก่อน​จะ​ล็อก​ห้อง​ขัง​ที่​ภายใน​มี​ทอม​มี่​กับ​สมุน​สอง​คน​อยู่

แต่​แล้ว​ความ​ลับ​แตก​เมื่อ​บา​จอ​ได้​เจอ​กับ​ฮะ​ตู...สองฝ่าย​ปะทะ​กัน​ไม่​ไกล​จาก​หมู่​บ้าน เสียง​ปืน​ยิง​กัน​สนั่น​หวั่นไหว​ทำให้​ทอม​มี่​กับ​สมุน​ใน​ห้อง​ขัง​ช่วย​กัน​พัง​ประตู​ออก​มา​ได้​สำเร็จ ฝ่าย​พวก​หมวด​ณรงค์​ก็ได้​ยิน​เสียง​ปืน​เช่น​กัน รีบรุด​มา​พร้อม​กับ​สื่อสาร​ขอ​กำลัง​เสริม​มา​ช่วย

ฮะ​ตู​โกรธ​แค้น​ซู​บี​ที่​วาง​แผน​หนี​ไป​พร้อม​เฉลย สั่ง​ลูกน้อง​ถล่ม​พวก​มัน​ให้​ราบ​โดย​ใช้​ทั้ง​ปืน​และ​ระเบิด ซูบี​ช่วยเหลือ​พวก​ภูมิ​จน​ตัว​เอง​โดน​ระเบิด​ร่าง​ชุ่มโชก​ไปด้วย​เลือด​และ​เสีย​ชีวิต​ใน​เวลา​ต่อ​มา

จักรี​กับ​ภูมิ​ยัง​คง​รับมือ​กับ​พวก​ฮะ​ตู​ต่อ​ไป พั้นช์​ถึง​จะ​เป็น​ผู้หญิง​แต่​ก็​ช่วย​ชีวิต​ภูมิ​ไว้​จน​ตัว​เอง​โดน​ยิง​เฉี่ยว​เข้าที่​แขน ทำให้​ภูมิ​ซาบซึ้ง​ใน​ความ​มี​น้ำใจ​และ​ทึ่ง​ในความ​เด็ดเดี่ยว​ของ​เธอ

เมื่อ​กลุ่ม​ของ​หมวด​ณรงค์​มา​ถึง ส่ง​ผล​ให้​พวกฮะตู​เป็น​รอง บา​จอ​และ​ลูกน้อง​ถูก​ยิง​ตาย แต่​ฮะ​ตู​กับ​ลูกน้อง​อีก​จำนวน​หนึ่ง​ก็​ไม่​ถอย จนกระทั่ง​สารวัตร​นำ​กำลัง​เสริม​เข้า​มา ฮะ​ตู​โดน​ยิง​ตาย ส่วน​ลูกน้อง​ที่​เหลือ​พา​กัน​วิ่งหนีตาย​เข้าไป​ใน​ป่า

ใน​ระหว่าง​เดินทาง​ออก​จาก​ป่า​กลับ​เข้า​เมือง ภูมิ​ทักทาย​เสือ ทัศน์ และ​ยุทธ​ด้วย​ความ​คิดถึง​และ​ขอบคุณที่มา​ช่วยเหลือ จาก​นั้น​ผละ​ไป​นั่ง​คุย​กับ​พั้นช์​ที่​ช่วยชีวิต​ตนไว้

“ขอบใจนะ”

“แค่​เนี้ย?”

“มัน​สำคัญ​มาก​นะ​พั้นช์ ตั้งแต่​ฉัน​เกิด​มา ​เธอเป็น​ผู้หญิง​คน​แรก​ที่​ทำ​เพื่อ​ฉัน​ได้​ขนาด​นี้”

“ฉัน​รู้ แต่​ที่​บอก​แค่​เนี้ย​ก็​เพราะว่า​เรื่อง​ใหญ่ขนาดนี้​จะ​ขอบใจ​เฉยๆไม่ได้ พี่​ต้อง​เลี้ยง​ข้าว​ฉัน แล้ว​ก็​พา​ฉัน​ไป​เนเธอร์แลนด์ ฉัน​จะ​ได้​เป็น​แม่​ครัว​ของ​ร้าน​อาหารที่นั่น”

“ตกลง”

“เฮ้ย! ง่ายๆแบบ​นี้​เหรอ ไม่​ต่อ​รอง​หน่อย​เหรอพี่”

“สำหรับ​คุณ​พั้นช์​คน​เก่ง แค่​นี้​เรื่อง​เล็ก” ภูมิ​พูด​ยิ้มแย้ม​แถม​ตบ​ไหล่​พั้นช์​อย่าง​สนิทสนม

มา​เรียม​อง​ภาพ​ความ​สนิทสนม​ระหว่าง​พั้นช์กับภูมิ​แล้ว​เปรย​กับ​ลิ​ซ่า​ว่า​สอง​คน​นั้น​ดู​สนิท​กัน​มาก​กว่า​เดิม

“ฉัน​เห็น​ด้วย คน​เรา​เวลา​เผชิญ​ความ​ลำบากด้วยกัน​ก็​มัก​จะ​ผูกพัน​ต่อ​กัน​เป็น​พิเศษ”

“แต่​ทฤษฎี​นี้​คง​ไม่​เป็น​จริง​สำหรับ​ฉัน”

ลิ​ซ่า​เริ่ม​เข้าใจ​ความ​คิด​ของ​มา​เรีย ปลอบ​ว่า

“อย่า​เพิ่ง​ท้อ​สิ​มา​เ​รี​ย คุณ​เป็น​ผู้หญิง​ที่​ดี​นะ และ​ก็​เป็นเพื่อน​ที่​กล้า​หาญ​มาก​ใน​สายตา​ของ​ฉัน ฉัน​เชื่อ​ว่า​วัน​หน้าคุณภูมิ​จะ​ต้อง​เห็น​เช่น​กัน”

มา​เ​รี​ย​ยิ้ม​รับ​ใน​คำ​ปลอบ​ใจ​นั้น...ห่าง​ออก​มา ​จักรี​นั่ง​คุย​กับ​ตำรวจ​ท้องที่​โดย​มี​ณรงค์​อยู่​ใกล้ๆ

“ขอโทษ​ด้วย​นะ​ผู้​กอง​ที่​ไม่​เชื่อ​คุณ​แต่​แรก”

“ไม่​เป็นไร​ครับ​สารวัตร คุณ​แค่​ทำ​ตาม​หน้าที่ แต่ว่า​เจ้าของ​โรง​งาน​ที่​คุณ​เคย​บอก​ว่า​เขา​เป็น​เพื่อน​กับ​ผู้ใหญ่​ใน​พื้นที่ เขา​เป็น​ใคร​เหรอ​ครับ”

สารวัตร​มอง​ซ้าย​มอง​ขวา​ก่อน​ตอบ​คำ​ถาม​ของจักรี “จะ​บอก​ให้​ก็ได้​นะ หมอ​นั่น​เป็น​แค่​นายหน้า​ธรรมดา แต่​คน​ที่​เขา​ทำ​งาน​ให้​ดูเหมือน​จะ​เป็น​มหา​เศรษฐี​ระดับชาติ”

“เขา​ชื่อ​อะไร​ครับ”

“ผม​ไม่​แน่ใจ​นะ เพราะ​หมอ​นี่​ดูเหมือน​จะ​วางแผน​ซ่อน​ตัว​เอง​อยู่​หลังฉาก แต่​ผม​เคย​ได้ยิน​ตัวแทน​ของ​เขา​เรียก​ชื่อ​เขา​ตอน​โทรศัพท์​ว่า...โยฮัน”

จักรี​ชะงัก​กึก ขณะ​ที่​ณรงค์​ก็​หูผึ่ง​ไป​ด้วย...จักรี​เหลือบ​มอง​ไป​ยัง​ลิ​ซ่า​ที่​คุย​อยู่​กับ​มา​เ​รี​ย​ด้วย​ความ​หนักใจ เพราะ​รู้สึก​ได้​ว่า​เรื่อง​คดี​ของ​ด็อกเตอร์​อี​ธาน​พ่อ​ของ​ลิ​ซ่า​ซับซ้อน​กว่า​ที่​คิด

ooooooo

พวกทอมมี่หนีรอดกลับมาสมทบกับบลูและเรดก่อนที่ทุกคนจะพบว่าโรงงานปุ๋ยกลายเป็นเขตหวงห้ามสำหรับบุคคลภายนอกไปแล้ว

ไวท์อยากรู้ว่าเราจะไปไหนกันต่อ ทอมมี่บอกว่าต้องหาที่กบดานและรอดูว่าโยฮันจะเอายังไงกับเรื่องนี้ เรดหวั่นใจตอนนี้ตำรวจคงรู้ความลับของเราแล้ว โยฮันอาจฆ่าตัดตอนพวกเราก็ได้...ทอมมี่กล่าวอย่างไม่ยี่หระว่า

“ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็ ฉันจะแปรพักตร์ไปหาเก้ายอด ดูซิว่าโยฮันจะทำหน้ายังไง”

แน่นอนว่าโยฮันก็กำลังให้อีริคสืบข้อมูลทางเมืองไทยอยู่ และอีริคก็ทำงานได้รวดเร็วทันใจ เขามารายงานโยฮันว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี ตำรวจรู้เบาะแสเรื่องอาวุธชีวภาพแล้ว ส่วนพวกของทอมมี่หายตัวไป ตนเกรงว่าถ้าพวกมันถูกจับได้เราจะเดือดร้อน

“ไม่ต้องห่วงอีริค คดีนี้จะไม่มีพยานเด็ดขาด ใครก็ตามที่คิดเปิดโปงแผนการของฉัน มันต้องตาย”

“แล้วคุณลิซ่าล่ะครับ”

“ลิซ่าทำไม”

“เธออาจจะรู้ความจริงแล้วเหมือนกัน”

“ลิซ่าเป็นเหมือนหลานสาวแท้ๆของฉัน แต่ขนาดอีธานเพื่อนรักฉันยังฆ่าได้...กับลิซ่าก็ไม่มีข้อยกเว้น”

อีริคฟังแล้วชะงัก...โยฮันโหดเหี้ยมและร้ายกาจมากกว่าที่คิดไว้

ooooooo

จักรีกับลิซ่านำศพซูบีมาทำพิธีทางศาสนาเพื่อตอบแทนความดีโดยมีสามีและลูกน้อยของเธอร่วมพิธีด้วยความโศกเศร้าเสียใจ

ก่อนกลับลิซ่าได้มอบเงินจำนวนหนึ่งให้สามีซูบีไว้...เมื่อนั่งรถออกมาจากวัดด้วยกัน จักรีชื่นชมความมีน้ำใจของลิซ่าที่เป็นห่วงครอบครัวซูบี ซึ่งหญิงสาวมีเหตุผลดีๆว่า

“ฉันเชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษค่ะ เพราะภรรยาของคุณลุงโยฮันที่เป็นคนไทยเธอสอนฉันอยู่เสมอ”

“น่าเสียดายนะครับที่มิสเตอร์โยฮันคงไม่เชื่อเรื่องพวกนี้”

“ทำไมคุณถึงพูดแบบนั้นล่ะคะ”

จักรีกำลังจะเล่าความจริงเรื่องโยฮันไม่ใช่คนดี แต่จ่าชัยโทร.มาขัดจังหวะเสียก่อน...จักรีรีบเข้าไปที่กองปราบเพราะหลักฐานที่ได้จากห้องแล็บในโรงงานปุ๋ยทั้งตัวอย่างสารเคมีและฮาร์ดดิสก์มีเบาะแสสำคัญ

ภายในห้องมีสารวัตรสุเมธ หมวดณรงค์ และจ่าชัยรออยู่ จักรีมาทีหลังร่วมรับรู้ข้อมูลนั้นจากการอธิบายของสุเมธด้วยความสนใจ

“ข้อมูลแรกก็คือตัวอย่างสารเคมีที่ได้มาจากห้องแล็บของคนร้าย ทางฝ่ายพิสูจน์หลักฐานพบว่ามันเป็นเชื้อโรคบางอย่างที่ถูกดัดแปลงจากเชื้อแอนแทรกซ์ พิษสงของมันร้ายกาจมาก เพียงแค่หยดเดียวมันสามารถฆ่าสัตว์ทดลองได้เป็นเบือ แต่โชคยังดีที่เชื้อโรคตัวนี้สามารถกำจัดได้ด้วยวัคซีนที่เรามีอยู่ และที่น่าสยดสยองกว่านั้นก็คือข้อมูลที่สองที่เราได้จากฮาร์ดดิสก์”

สุเมธส่งต่อให้ณรงค์อธิบายเพิ่มเติมไปพร้อมกับดูภาพวีดิโอที่บันทึกไว้

“ไฟล์ภาพในฮาร์ดดิสก์ทั้งหมดถูกลบก่อนที่เราจะไปถึง แต่ไฟล์ขยะที่ตกค้างอยู่บางไฟล์ยังสามารถกู้ข้อมูลได้ครับ ผมก็เลยขอให้ทางฝ่ายพิสูจน์หลักฐานช่วยตัดต่อให้เรา”

ในจอปรากฏภาพของด็อกเตอร์อีธานในห้องแล็บกำลังปรับกล้องวีดิโอเพื่อบันทึกภาพตัวเองขณะพูด

“วันที่ 30 เมษายน 2013 การทดลองผลิตอาวุธชีวภาพดำเนินมาถึงขั้นตอนสุดท้าย ผมสามารถดัดแปลงมันให้กลายเป็นมัจจุราชที่สมบูรณ์แบบ มัจจุราชที่ล่องลอยในอากาศและคร่าชีวิตผู้คนได้นับแสนในเสี้ยววินาที โยฮันต้องการให้ผมทดลองกับมนุษย์เพื่อให้แน่ใจว่ามันทำงานได้ผล แต่ผมคิดว่านั่นมันโหดร้ายเกินไป เพราะที่ผมสร้างมันขึ้นมาก็เพียงแค่ต้องการขู่ให้ประเทศมหาอำนาจเลิกแทรกแซงและแสวงหาผลประโยชน์จากประเทศเล็กๆอย่างยอรัส”

“ยอรัส...ประเทศไหน ไม่เคยได้ยิน” จ่าชัยโพล่งขึ้นมา แต่โดนจักรียกมือห้ามไม่ให้รบกวนสมาธิในการดูคลิปนี้ต่อไป

ในภาพนั้นอีธานชูรีโมตในมือขึ้นพร้อมพูดว่า “ผมวางระเบิดห้องแล็บเอาไว้ ที่นี่กำลังจะพินาศไปพร้อมกับความลับในการสร้างอาวุธชีวภาพ...ฉันเสียใจด้วยโยฮัน แต่อุดมการณ์ที่เราเคยมีร่วมกันมันจบลงแล้ว เพราะฉันต้องการสันติภาพ แต่นายต้องการล้างแค้น”

แล้วไฟล์ภาพก็เลือนหายไปจากหน้าจอ...ณรงค์กับจักรีคิดทบทวนว่าวันที่ 30 เมษายน คือวันที่โรงงานปุ๋ยเกิดเหตุระเบิดครั้งแรก จึงสรุปได้ว่าเป็นฝีมือของด็อกเตอร์อีธาน แต่จ่าชัยตั้งข้อสังเกตว่าตอนที่เราเข้าไปการทดลองในห้องแล็บยังมีอยู่ แล้วตัวอย่างเชื้อโรคที่เราได้มาก็ไม่ได้แพร่กระจายทางอากาศ

“แสดงว่าคนร้ายไม่รู้วิธีผลิตไวรัสเพราะอีธานทำลายมันทิ้งซะก่อน”

ณรงค์เห็นด้วยกับสุเมธและคิดว่าพวกมันพยายามสร้างไวรัสขึ้นมาใหม่แต่เทียบกับของอีธานไม่ได้

“แล้วประเทศยอรัสกับทิวลิปทองล่ะครับ มันเกี่ยวอะไรด้วย” จ่าชัยสงสัยใคร่รู้...แต่ไม่มีใครตอบคำถามของเขาได้สักคน

ooooooo

เมื่อจักรีไปพบลิซ่าที่โรงแรมในคืนนั้นเพื่อบอกเรื่องโยฮันอยู่เบื้องหลังการตายของอีธาน ก็ได้คำตอบเรื่องประเทศยอรัสด้วยว่า

“ความจริงพ่อของฉันไม่ใช่คนเนเธอร์แลนด์ แต่เขาอพยพมาจากยอรัส มันเคยเป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆแห่งหนึ่งในแถบเมดิเตอร์เรเนียน แต่ล่มสลายไปเพราะสงครามระหว่างประเทศมหาอำนาจ ภัยสงครามทำให้ญาติพี่น้องของพ่อทุกคนต้องเสียชีวิต เหลือแต่พ่อของฉันกับเพื่อนสนิทที่อพยพไปอยู่ฮอลแลนด์”

“เพื่อนสนิท? โยฮันเหรอครับ”

“คุณลุงโยฮัน...ถึงฉันจะสงสัยเขามาตลอด แต่ก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะฆ่าพ่อของฉัน” พูดแล้วลิซ่าน้ำตาไหลพราก จักรีเข้ามาปลอบอย่างนุ่มนวล

“ลิซ่า...คุณต้องเข้มแข็ง ผมอยากให้คุณช่วยผมยุติเรื่องนี้”

“ต่อให้คุณมีพยานหลักฐานก็ไม่มีทางจะเอาผิดกับโยฮันได้หรอก ที่ฮอลแลนด์เขามีอิทธิพลยิ่งกว่าเจ้าพ่อซะอีก”

“ผมรู้ แต่ผมจะไปที่นั่นเพื่อหยุดเขา”

“ผู้กอง! คุณจะเสี่ยงชีวิตไปเพื่ออะไร”

“เพื่อสันติภาพของโลกใบนี้และเพื่อคุณ...ลิซ่า ผมอยากปกป้องคุณ” จักรีเผยความในใจ ขณะที่ลิซ่าเองก็มีใจให้เขาเช่นกัน...

ส่วนที่บ้านริมน้ำของภูมิ ปลื้มกำลังทำอาหารเลี้ยงเพื่อนเก่าทั้งสามคนของภูมิด้วยความเต็มใจ แต่ไม่มีพั้นช์ร่วมวงเพราะเธอนอนฝันหวานว่าจะได้เจอน้องชายที่เนเธอร์แลนด์ แถมด้วยได้ตำแหน่งแม่ครัว

ในร้านอาหารไทยของน้าปลื้ม

ปลื้มกับภูมิตัดสินใจกลับเนเธอร์แลนด์เพื่อเปิดร้านอาหารอย่างเดิม หลังจากปิดมาเป็นเดือน ซึ่งการ

กลับไปครั้งนี้ภูมิรับปากให้พั้นช์ไปด้วย หากการเปิดร้านจะโดนนักเลงเจ้าถิ่นอย่างเฮียโส่ยรบกวนอีก ภูมิบอกไม่กลัว เป็นไงเป็นกัน

เสือ ทัศน์ และยุทธสนับสนุนภูมิเต็มที่ให้เล่นงานพวกนักเลง แต่ถ้าเหลือบ่ากว่าแรงก็ให้ภูมิเรียกใช้บริการพวกตนได้ทุกเมื่อ ขอแค่ส่งตั๋วค่าเครื่องบินมาเท่านั้น

ooooooo

ที่เนเธอร์แลนด์ เช้านี้อีริครายงานโยฮันว่าลิซ่าส่งข่าวว่าจะกลับมาที่นี่อาทิตย์นี้ โยฮันแปลกใจทำไมเธอไม่โทร.หาตน

“ถ้าผมทายไม่ผิด เธอคงไม่อยากพูดกับคุณ”

“ก็แปลว่าลิซ่าอาจเริ่มระแวงในตัวฉัน”

“ถึงเวลาที่เราต้องเด็ดขาดแล้วครับคุณโยฮัน ระหว่างอุดมการณ์กับความผูกพัน มีบางอย่างที่ต้องมาก่อน”

โยฮันหน้าเครียด สั่งอีริคโทร.หาเฮียโส่ย บอกว่าตนมีเรื่องอยากจะให้เขาช่วย...

หลังจากพูดคุยกันเสร็จ เฮียโส่ยกระดี๊กระด๊าได้ใจเพราะโยฮันเปิดไฟเขียวให้จัดการกับร้านอาหารไทยของปลื้มและภูมิได้ แต่บอกสมุนของตนว่ายังไม่ใช่ตอนนี้เพราะคนมีฝีมืออย่างภูมิ ตนต้องใช้ให้คุ้มก่อน

เฮียโส่ยจะหาทางบีบภูมิให้ขึ้นชกมวยกับรามอสเจ้าเก่าที่เคยเอาชนะเชนนักมวยในค่ายตนอย่างขาดลอยจนต้องสูญเงินรางวัลนับล้านไป

ด้านขุนกับมะปรางลูกจ้างของปลื้ม เมื่อรู้ว่านายจ้างกำลังจะกลับมาเปิดร้านวันมะรืนนี้ สองคนจดรายการข้าวของยาวเป็นหางว่าวเพื่อให้พีทไปซื้อ พีทเต็มใจเพราะอยากทำงานที่นี่ซึ่งเคยรับปากทั้งปลื้มและภูมิไว้ว่าจะกลับตัวเป็นคนดี กอปรกับรู้ว่าพั้นช์พี่สาวของตนจะมาด้วยก็ยิ่งตื่นเต้นดีใจเป็นทวีคูณ

แต่พีทก้าวขาออกจากร้านได้ครู่เดียวก็โดนพวกเฮียโส่ยดักอุ้มหายไปโดยที่ขนุนกับมะปรางไม่รู้เห็น

ooooooo

ที่เมืองไทย ผู้กองจักรีเตรียมเคลียร์ข้าวของบนโต๊ะทำงานเพื่อเตรียมเดินทางไปเนเธอร์แลนด์พร้อมลิซ่า หมวดณรงค์กับจ่าชัยไม่เห็นด้วยจึงพยายามทัดทานเพราะเป็นห่วง แต่ผู้กองไม่เปลี่ยนใจ

ฝ่ายพั้นช์ที่ตื่นเต้นดีใจกับการเดินทางครั้งนี้ เธอเตรียมจัดกระเป๋าสัมภาระโดยเทข้าวของทุกอย่างออกมาจัดเรียงใหม่เพื่อให้ใส่ของได้มากๆ แต่นึกไม่ถึงว่าการค้นกระเป๋าอย่างละเอียดจะทำให้เธอพบพวงกุญแจซึ่งไม่รู้ว่าเป็นของใครและมาอยู่กับตนได้อย่างไร

พั้นช์ครุ่นคิดทบทวนไปมาอยู่นานพอสมควรก่อนคาดเดาว่าน่าจะเป็นของด็อกเตอร์อีธาน ครั้นมาเล่าให้ภูมิฟัง ภูมิจึงตั้งใจพาพั้นช์ไปพบลิซ่า

เวลานั้นลิซ่ามาเยี่ยมมาเรียที่พักฟื้นอยู่โรงพยาบาลพร้อมกับหารือเรื่องจักรีจะไปเนเธอร์แลนด์เพื่อหาทางเล่นงานโยฮันที่อยู่เบื้องหลังการตายของอีธาน แต่มาเรียไม่เห็นด้วยเพราะที่โน่นก็มีตำรวจ อย่างน้อยมีตนคนหนึ่ง และเชื่อว่าหน่วยงานของตนจัดการเองได้

“ถามจริงๆเถอะมาเรีย คุณเชื่อใจมาร์โก้รึเปล่า”

เจอคำถามนี้ของลิซ่าเข้าไป มาเรียถึงกับชะงักด้วยความลังเล อยากรู้ว่าลิซ่าถามอย่างนั้นทำไม?

“เพราะเขาสนิทกับโยฮัน นั่นล่ะคือปัญหาของคดีนี้ เราไม่รู้ว่าโยฮันมีเส้นสายที่เนเธอร์แลนด์มากน้อยแค่ไหน ดังนั้นเราถึงต้องลงมือเอง”

“แต่ว่า...คุณอาจมีอันตรายก็ได้นะ”

“อย่าห่วงไปเลยมาเรีย ฉันจะให้คุณภูมิไปกับเรา บางทีเขาอาจช่วยเราได้”

พูดขาดคำ ภูมิปรากฏตัวพอดี เขามาพร้อมพั้นช์ที่เจอเบาะแสบางอย่างที่น่าสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวกับ

ด็อกเตอร์อีธาน...ลิซ่ารับพวงกุญแจจากพั้นช์มาพิจารณาก่อนบอกว่า

“ฉันจำไม่ผิดหรอกค่ะ ตราที่อยู่บนพวงกุญแจเป็นเครื่องหมายของธนาคารในเนเธอร์แลนด์”

“ถ้างั้นกุญแจนี่ก็น่าจะเป็นกุญแจของตู้นิรภัย”

“แต่คุณพ่อไม่เคยบอกฉันมาก่อนว่าท่านเช่าตู้นิรภัยเอาไว้”

“ฉันว่าบางทีลุงฝรั่ง เอ๊ย ด็อกเตอร์อีธานอาจจะอยากบอก แต่ไม่มีโอกาสก็ได้ค่ะคุณลิซ่า เพราะดันมาเกิดเหตุร้ายขึ้นซะก่อน”

“ของที่อยู่ในตู้อาจเกี่ยวพันกับคดีนี้ก็ได้ ผมว่าเราต้องรีบไปที่นั่นให้เร็วที่สุด ก่อนที่พวกคนร้ายจะตัดหน้าไปซะก่อน”

“คุณภูมิคะ ฉันมีเรื่องนึงอยากจะขอความช่วยเหลือจากคุณ”

หลังจากลิซ่าเอ่ยปากต้องการภูมิเป็นบอดี้การ์ดและภูมิก็รับปากด้วยความเต็มใจ แต่สำหรับพั้นช์แล้วเธอไม่สบอารมณ์ เดินบ่นอุบออกมากับภูมิ

“จะคุ้มกันอะไรนักหนา ตั้งแต่นนทบุรียันเนเธอร์แลนด์ นี่ใจคอเขาจะให้พี่เป็นบอดี้การ์ดไปตลอดชาติงั้นสิ”

“สถานการณ์แบบนี้จะให้คุณลิซ่าไว้ใจคนอื่นได้ยังไง ไหนๆเราก็กลับพร้อมกันอยู่แล้วนี่นา”

“แต่พี่ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเพื่อเขานี่ ยัยมาเรียเป็นตำรวจไม่ใช่เหรอ ก็ปล่อยให้เขาจัดการไปสิ”

“พั้นช์...” ภูมิพูดได้แค่นั้นก็โดนพั้นช์แทรกขึ้นมาด้วยความหมั่นไส้ระคนน้อยใจ

“รู้ๆ ยัยพั้นช์เห็นแก่ตัว ยัยพั้นช์ปากร้าย น่ารักสู้คุณมาเรียกับคุณลิซ่าไม่ได้ ถูกมั้ย”

“เปล่า พี่จะบอกว่าพี่รู้ว่าเธอเป็นห่วง ขอบใจมากนะ” ภูมิว่าแล้วเดินต่อ ทิ้งให้พั้นช์งงและเขิน บ่นอุบอิบว่าเขาขี้ตู่ ตนไม่ได้พูดซะหน่อย...

เมื่อกลับถึงบ้าน สองคนรู้จากปลื้มว่าพีทหายตัวไปก็ตกใจ โดยเฉพาะพั้นช์ห่วงน้องชายมากถึงกับนั่งไม่ติด ร้อนใจอยากจะไปเนเธอร์แลนด์เดี๋ยวนี้ ภูมิรีบติดต่อมาเรียให้ช่วยประสานงานกับทางตำรวจทางโน้นเพื่อตามเรื่องพีทให้ แต่พั้นช์ก็ยังกระวนกระวายอยู่ดี

“ใจเย็นๆ ไม่ต้องห่วงนะ พี่เคยสัญญากับพีทเอาไว้ว่าจะดูแลเขา และพี่จะทำให้ถึงที่สุด เข้าใจนะ”

พั้นช์พยักหน้ารับ คลายความกังวลลงไปได้บ้าง

ooooooo

ทอมมี่เงียบหายหลายวัน แต่วันนี้เขาติดต่อไปยังอีริคให้ช่วยบอกโยฮันว่าตนต้องการเงินค่าจ้างส่วนที่เหลือ อีริคไม่ค่อยเต็มใจ อ้างว่างานยังไม่เสร็จ

“ตำรวจได้เบาะแสของเราแล้วคุณอีริค เราต้องรีบเผ่น”

“ก็ได้ แต่ผมไม่อยากให้คุณโยฮันต้องติดร่างแหไปด้วย คุณบอกที่อยู่ผมมาแล้วผมจะให้คนเอาเงินไปส่ง”

“ได้ เดี๋ยวผมโทร.กลับ” ทอมมี่วางสายแล้วหันมาบอกสมุนทั้งสี่คนว่าไอ้แก่นั่นมันเชือดเราแน่ ทุกคนจึงลงความเห็นว่าได้เวลาแปรพักตร์เสียที เราต้องรับข้อเสนอของเก้ายอด

รวดเร็วทันใจพวกทอมมี่จริงๆ เพียงติดต่อไปไม่นานเก้ายอดก็ต้อนรับพวกเขาที่บ้านพักตากอากาศหรูหราในเมืองไทย แต่สองฝ่ายยังเล่นแง่ดูเชิงกันพอสมควร โดยเก้ายอดเปิดฉากก่อนว่า

“โยฮันไม่เคยให้โอกาสคนที่ทำงานพลาด ยิ่งมีเบาะแสถึงตำรวจด้วยล่ะก็...พวกคุณจบเห่แน่นอน”

“ก็เหมือนๆกับคุณ”

“ใช่ ตอนนี้เราเหมือนลงเรือลำเดียวกัน”

“ว่าแต่เรือลำนี้จะมุ่งหน้าไปที่ไหน”

“มีพ่อค้าอาวุธกลุ่มหนึ่งสนใจเรื่องไวรัสตัวใหม่ของด็อกเตอร์อีธาน เขายินดีจ่ายให้เรายี่สิบล้าน หากเรามอบสูตรลับนั่นให้แก่เขา”

“แล้วเขารู้รึเปล่าว่าเรากำลังมีปัญหา”

“รู้ แต่เขาไม่แคร์ ขอให้สินค้าส่งถึงมือเขาเมื่อไหร่ เงินก็จะเป็นของเราเมื่อนั้น”

“แต่โชคร้าย สูตรไวรัสที่เรามีอยู่ตอนนี้เป็นแค่ของเลียนแบบ อานุภาพของมันเทียบกับไวรัสของอีธานไม่ได้เลยซักนิด”

“ก็เพราะแบบนี้ไง โยฮันถึงอยากได้ทิวลิปทองคำ เขาเชื่อว่าอีธานซ่อนความลับทุกอย่างเอาไว้ที่มัน”

“แล้วถ้าไม่ใช่อย่างที่โยฮันคิดล่ะ” ทอมมี่หยั่งเชิง... เก้ายอดยิ้มเจ้าเล่ห์ บอกว่าของแบบนี้มันต้องเสี่ยงกันหน่อย เพราะมันคือการลงทุน

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement