ทิวลิปทอง ตอนที่ 4 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ทิวลิปทอง ตอนที่ 4


22 พ.ย. 2560 08:00
92,040 ครั้ง

ละคร นิยาย ทิวลิปทอง

ทิวลิปทอง ตอนที่ 4

อ่านเรื่องย่อ

ทิวลิปทอง

แนว:

ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

ภูมิแผ่นดิน

บทโทรทัศน์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ

กำกับการแสดงโดย:

ฉลอง ภักดีวิจิตร

ผลิตโดย:

บริษัท อินทรีย์ ออดิโอ วิชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7

นักแสดงนำ:

รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง,ศรศิลป์ มณีวรรณ์

มาเรียตั้งใจมาคุ้มครองลิซ่าที่โรงแรมจึงพยายามจะเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนเธอในห้อง แต่โดนเก้ายอดขัดขวางจนมีปากเสียงกันครู่หนึ่ง ก่อนที่มาเรียจะตัดสินใจใช้กำลังหลังจากพูดกันไม่รู้เรื่อง

เก้ายอดไม่ทันตั้งหลัก โดนมาเรียจับแขนบิดอย่างแรง

“โอ๊ย...นี่คุณทำบ้าอะไรของคุณ”

“ก็แค่อยากพิสูจน์ให้เห็นว่าคุณคุ้มครองเธอไม่ได้...กลับไปที่ห้องของคุณซะ ทางนี้ฉันจัดการเอง”

มาเรียบิดแขนเก้ายอดไขว้หลังแล้วผลักเขาออกไป เก้ายอดทั้งเจ็บตัวและเจ็บใจด่าลั่นว่า “นังบ้า” ก่อนจะโดนมาเรียปิดประตูใส่หน้าดังปัง!

ลิซ่ากำลังหวาดวิตกอยู่ในห้อง เมื่อเห็นมาเรียเข้ามาก็ใจชื้น ยืนยันว่าเก้ายอดเป็นพวกเดียวกับคนร้าย ซึ่งมาเรียรู้แน่แก่ใจอยู่แล้ว แต่จะยังไม่ให้ตำรวจไทยจัดการกับเขา เพราะเราต้องใช้เขาเป็นนกต่อพาไปหาคนบงการ

ขณะเดียวกันเก้ายอดก็แอบส่งข้อความหาโยฮันที่เนเธอร์แลนด์ บอกให้รู้ว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี ลิซ่ากับตำรวจกำลังสงสัยตน...

ฝ่ายภูมิที่ถูกคนร้ายยิงเฉี่ยวไหล่บาดเจ็บ ได้ผู้กองจักรีกับจ่าชัยพาไปทำแผลที่โรงพยาบาลพร้อมๆกับหมวดณรงค์ที่แผลเก่าปริแตกต้องเย็บใหม่ ส่วนพนักงานรีสอร์ตที่ถูกยิงก็รอดตายแล้ว แถมยังให้ข้อมูลเป็นประโยชน์กับตำรวจจนนำพาไปสู่การค้นพบศพอีธานในบ่อตกปลาร้างไม่ไกลจากรีสอร์ตที่พวกทอมมี่มาพัก

จักรีนำศพอีธานในสภาพแช่แข็งส่งสถาบันนิติเวชก่อนจะตามลิซ่ามายืนยันศพ ปรากฏว่าเป็นศพพ่อของเธอจริง แต่ภูมิสงสัยว่าทำไมคนร้ายต้องแช่แข็งศพ จักรีให้คำตอบว่า

“ถ้าผมเดาไม่ผิด เรื่องนี้คงเกี่ยวข้องกับงานของด็อกเตอร์อีธาน...อาวุธชีวภาพ”

“ยังไง”

“พวกมันจำเป็นต้องเก็บศพของเขาเพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ซ่อนอะไรเอาไว้ในกระแสเลือด เพราะการลักลอบขนอาวุธชีวภาพแตกต่างจากอาวุธชนิดอื่น คนร้ายสามารถซุกซ่อนมันไว้ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตทุกประเภท ด้วยการทำให้มันติดเชื้อ”

“แต่ทิวลิปทองกับอาวุธชีวภาพมันดูไม่เกี่ยวกัน”

“ตอนนี้ยัง แต่ผมเชื่อว่าอีกไม่นานเราคงได้คำตอบแน่”

ลิซ่าร้องไห้เสียใจต่อการจากไปของพ่อ เธอนึกถึงโยฮันเพื่อนรักของพ่อ จึงรีบโทร.ไปแจ้งข่าวร้ายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ตำรวจเจอศพคุณพ่อแล้วค่ะ ท่านถูกฆาตกรรม”

“พระเจ้าช่วย อีธาน...เพื่อนผู้น่าสงสาร แล้วนี่ตำรวจได้เบาะแสของคนร้ายรึยัง”

“ยังค่ะ รู้แค่ว่าสมุนของมันเคยเป็นนักรบรับจ้างมาก่อน และเรื่องนี้อาจเกี่ยวพันกับอาวุธชีวภาพ”

“งั้นเหรอ ถ้างั้นหลานกลับมาท่ีนี่ก่อนดีไหมลิซ่า อยู่ทางนั้นอาจจะไม่ปลอดภัย”

“ค่ะ ไว้จัดการธุระเสร็จเมื่อไหร่ ลิซ่าจะรีบกลับไป”

“ดูแลตัวเองด้วยนะลิซ่า ดูแลตัวเองให้ดี” โยฮันพูดดีแต่แววตาแข็งกร้าว เหี้ยมเกรียม

ooooooo

ที่บ้านริมน้ำของภูมิ...คืนนี้พั้นช์นำกระดาษเงินกระดาษทองมาเผาให้ดวงวิญญาณอีธานด้วยสำนึกผิดที่นำเงินของเขาไปใช้จนหมด

“สาธุ คุณลุงฝรั่งขา เงินของลุงหนูก็ผลาญไปหมดแล้ว ส่วนตัวลุงก็ตายไปแล้ว แถมลูกสาวลุงก็ไม่ได้ทวงเงินหนูสักบาท เอาเป็นว่าหนูขอใช้หนี้ลุงด้วยเงินกงเต๊กนะคะ หายกันนะคะคุณลุง”

สิ้นเสียง พั้นช์โดนปลื้มสาดน้ำใส่เต็มรักเนื้อตัวเปียกปอน

“โอ๊ย! น้าปลื้ม สาดมาได้ยังไงเนี่ย คนนะไม่ใช่แมว”

“เออ ก็คนสิวะ เผาบ้าเผาบออะไรดึกดื่นป่านนี้ ควันเข้าบ้านหมดแล้ว”

“ไม่ได้เผาบ้าเผาบอนะน้า หนูเผาเงินให้ลุงฝรั่งที่ตายต่างหาก ดูซิเปียกหมดเลย คืนนี้ผีมาหลอกไม่รู้ด้วย”

“นั่น ยังจะขู่อีก เดี๋ยวปั๊ดยันตกน้ำซะนี่”

ภูมิกลับมาพอดี ร้องถามทั้งสองคนว่าเอะอะอะไรกัน

“อ้าวไอ้ภูมิ เป็นไงบ้างวะ แล้วนั่นเอ็งบาดเจ็บมาเหรอ”

“แค่ถากๆนิดหน่อย ไม่เท่าไหร่หรอกพี่...พั้นช์ ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ”

พั้นช์ทำหน้างงๆ แต่ก็เดินตามมานั่งคุยกับภูมิ พลางใช้ผ้าเช็ดผมที่เปียกไปด้วย

“มีเรื่องอะไรเหรอพี่”

“คุณลิซ่าอยากคุยกับเธอ พรุ่งนี้เธอต้องไปหาเขาที่โรงแรม”

“คุณลิซ่า! เขาจะทวงเงินหนูรึเปล่า หนูไม่มีนะ”

“คงไม่หรอก ท่าทางเขาคงอยากถามเรื่องการตายของด็อกเตอร์อีธานมากกว่า”

“อ้าว แต่หนูก็เล่าให้ตำรวจฟังไปหมดแล้วนี่”

“นั่นสิ ทำไมมันถึงต้องวุ่นวายขนาดนี้ด้วยวะไอ้ภูมิ ตกลงนายอีธานอะไรนั่นถูกใครฆ่าตาย”

“ผมไม่รู้ แต่ที่แน่ๆเรื่องนี้มันไม่ใช่การปล้นฆ่าธรรมดา มันใหญ่โตกว่าที่เราคิด”

ฟังภูมิพูดแล้ว ปลื้มกับพั้นช์อึ้งไป...เช่นเดียวกับจักรีที่คุยกับมาเรียอยู่ในห้องทำงานที่กองปราบ เขาแปลกใจเรื่องข้อมูลใหม่ที่มาเรียยืนยันว่าเก้ายอดเป็นพวกเดียวกับคนร้าย ตอนเกิดเหตุในงานแสดงอัญมณี เธอเห็นกับตาว่าคนร้ายจงใจปล่อยให้เก้ายอดพาลิซ่าออกจากงาน

“แล้วคุณจะให้ผมทำยังไง สอบปากคำเขาดีมั้ย”

“อย่าเพิ่งเลยค่ะ ฉันไม่อยากแหวกหญ้าให้งูตื่น ทางที่ดีเราควรจะจับตาเขาเอาไว้จนกว่าจะรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง”

จักรีพยักหน้าเห็นด้วย

ooooooo

เสียงเคาะประตูตอนเช้าวันถัดมาทำให้ลิซ่าสะดุ้งตื่น ร้องถามว่าใคร?

“นี่ผมเอง เก้ายอด ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ”

ลิซ่าไม่ไว้ใจ ถือมีดปอกผลไม้ซ่อนไว้ข้างหลัง แง้มประตูโดยไม่ถอดโซ่คล้องแต่มองเห็นเก้ายอดยืนอยู่

“มีอะไรคะ”

“มาเรียบอกผมแล้วเรื่องพ่อของคุณ ผมเสียใจด้วย...ลิซ่า เรื่องเมื่อวานผมทำไปเพราะความสับสน แต่คุณไม่น่าระแวงผมแบบนั้นเลย”

“สถานการณ์ตอนนี้ฉันไม่ควรเชื่อใครทั้งนั้น”

“แต่คุณเชื่อใจตำรวจพวกนั้น คุณไม่บอกผมด้วยซ้ำว่าทิวลิปทองคำที่โชว์ในงานเป็นของปลอม”

“จำเป็นค่ะเก้ายอด”

“ก็ได้ ถ้างั้นได้โปรดยกโทษให้ผมด้วย ผมทำไปเพราะรักคุณนะลิซ่า”

“ฉันสัญญาค่ะว่าจะไม่โกรธคุณ แต่คุณต้องให้เวลาฉันปรับตัวบ้าง กลับไปเถอะค่ะ ไว้ฉันอารมณ์ดีเมื่อไหร่ เราค่อยคุยกัน”

เก้ายอดไม่พอใจ เดินปึงปังกลับไปห้องตัวเองและก่นด่าลิซ่า “นังตัวแสบ ทำเป็นอวดดี ถ้าฉันจะฆ่าแกตอนนี้ คิดเหรอว่าจะมีใครช่วยแกได้”

เก้ายอดหงุดหงิดฉุนเฉียว เสียงโทรศัพท์ดังเขารีบกดรับสายจากโยฮัน ได้ยินเขาบอกว่ารู้เรื่องที่ตำรวจเจอศพอีธานแล้ว ตอนนี้เราต้องเปลี่ยนแผน...เก้ายอดให้อีกฝ่ายพูดมาได้เลย ตนพร้อมเสมอ

ooooooo

ที่กองปราบ ณรงค์เดินกุมแผลเข้ามาหาจักรีกับจ่าชัยที่กำลังคุยงานกันอยู่ จ่าชัยอดแซวณรงค์ไม่ได้ว่าเป็นอัศวินม้าขาวของผู้กอง ขณะที่จักรีเห็นสภาพลูกน้องคนนี้แล้วอึ้ง ไม่คิดว่าจะลากสังขารมาทำงานทั้งที่ยังอ่อนแรง

“ผู้กอง ผมขอรายงานตัวครับ”

“ผู้หมวด ผมเชื่อนะว่าคุณจริงจังกับหน้าที่ แต่สภาพแบบนี้ลาพักหน่อยดีมั้ย”

“ไม่เป็นไรครับ แผลฉีกแค่นี้ ผมยังไหว”

“เดี๋ยวก็ฉีกอีกรอบหรอกครับหมวด”

“ฉีกได้ก็เย็บได้จ่า ให้มันรู้ไป...ได้ข่าวว่าผู้กองเจอหลักฐานเพิ่มเติมเหรอครับ”

“ใช่ แต่คุณไปนั่งรอที่ห้องผมก่อนละกัน จะได้คุยกันสบายๆ”

ณรงค์เดินกุมแผลไปอย่างช้าๆ จักรีกับจ่าชัยมองตามแล้วพูดพึมพำกันว่า ถ้าตำรวจทั้งประเทศขยันแบบหมอนี่ มีหวังประเทศไทยเจริญกว่านี้แน่

ครู่ต่อมา จักรีกับจ่าชัยตามเข้ามาในห้องทำงาน จักรีนำหลักฐานในซองพลาสติกให้ณรงค์ดู

“นี่ไงผู้หมวด หลักฐานที่คุณพูดถึง ฝ่ายพิสูจน์หลักฐานเจอเศษกระดาษในกระเป๋ากางเกงของด็อกเตอร์อีธาน ซึ่งก็เหมือนคนทั่วไปที่ชอบลืมตั๋วรถเมล์หรือว่ากระดาษทิชชู่เอาไว้ พอถูกซักก็เลยแข็งเป็นก้อน แต่โชคยังดีที่พออ่านได้”

“มันคืออะไรเหรอครับ”

“ตั๋วรถทัวร์จากกรุงเทพฯไปกาญจนบุรี”

“รวยระดับด็อกเตอร์ยังต้องนั่งรถทัวร์อีกเหรอครับ ทำไมไม่เหมารถไป”

“อีธานอายุมากแล้ว เรื่องขับรถไกลๆคงมีปัญหาแน่ หรือไม่เขาคงอยากพรางตัวไม่ให้ใครรู้ว่าเขาเดินทางไปที่ไหน”

“แปลว่าคำตอบของปริศนาชิ้นนี้จะต้องอยู่ที่เมืองกาญจน์”

“ใช่ เราต้องไปที่นั่น ว่าแต่คุณนั่งรถไหวรึเปล่าผู้หมวด”

“รับรองครับ แผลไม่ฉีกแน่นอน”

“บ้าเกินพิกัดจริงๆ เอารถพยาบาลไปด้วยดีไหมครับผู้กอง”

จักรียิ้มขำ ขณะที่ณรงค์เหล่มองจ่าชัยอย่างเซ็งๆ ที่โดนแซวตลอด

ooooooo

ลิซ่าออกจากห้องลงมาว่ายน้ำในสระของโรงแรม ไม่นานนักมาเรียมาบอกว่าคนที่เธอต้องการพบมาถึงแล้ว

ภูมิกับพั้นช์นั่นเอง ลิซ่าขึ้นจากน้ำคว้าเสื้อคลุมสวมทับแล้วไปนั่งคุยกันบริเวณโต๊ะริมสระ พั้นช์รีบออกตัวก่อนเลยว่า

“ถ้าเป็นเรื่องเงิน ฉันยังไม่มีนะคะ เงินในกระเป๋าของพ่อคุณ ฉันใช้ไปหมดแล้ว”

“ไม่ต้องห่วง เรื่องนั้นฉันเข้าใจ คุณภูมิเล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว”

“งั้นก็โล่งไป”

“ที่ฉันเรียกเธอมาวันนี้ก็เพราะอยากถามให้แน่ใจเกี่ยวกับการตายของพ่อฉัน”

“ค่ะ ถามมาได้เลย ฉันตอบเต็มที่ รับรองไม่มีกั๊ก”

“ก่อนตาย พ่อฉันสั่งเสียอะไรกับเธอบ้าง”

“เรื่องนั้นฉันบอกตำรวจไปแล้วนี่คะ”

“แต่ว่าคุณลิซ่าอยากฟังจากปากของเธอ”

พั้นช์คิดทบทวนก่อนบอกว่า “เขาแค่ฝากฉันให้ดูแลทิวลิปทอง อย่าให้ใครเอามันไปเด็ดขาด”

“แต่ทิวลิปทองอยู่ที่ฉัน ถ้าเดาไม่ผิดพ่อฉันคงต้องการส่งข้อความนั้นผ่านเธอมาถึงฉัน”

“ก็เป็นไปได้”

“แล้วตอนที่เขาตาย เขาทรมานมากมั้ย”

“พ่อของคุณเขาตายอย่างสงบค่ะ แค่มีกังวลบ้างนิดหน่อย”

“เขาเป็นคนกล้าหาญ ไม่เคยกลัวใคร แต่สิ่งที่เขาเป็นห่วงและพูดอยู่เสมอก็คือสันติภาพบนโลกใบนี้”

“ขอโทษนะคุณลิซ่า พ่อของคุณเคยทำงานเกี่ยวกับอาวุธชีวภาพใช่ไหม” มาเรียแทรกขึ้น

“ใช่ แต่เขาบอกฉันว่าในเมื่อประเทศมหาอำนาจมีนิวเคลียร์ได้ ประเทศเล็กๆ ก็ควรจะมีอาวุธอื่นเพื่อต่อรองเช่นกัน พ่อไม่เคยอยากทำร้ายใคร พ่อแค่ต้องการให้ทุกคนทุกเชื้อชาติอยู่กันอย่างเท่าเทียมกัน”

ลิซ่าพูดได้แค่นั้นก็ร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ สงสารและคิดถึงพ่อจับใจ พั้นช์นิ่งมองอย่างเข้าใจ ในขณะที่ภูมิกับมาเรียมองหน้ากันอย่างครุ่นคิด แล้วปลีกตัวมาปรึกษากันตามลำพัง

“ผมว่าลิซ่าพูดความจริง เรื่องนี้อาจเกี่ยวพันกับอาวุธชีวภาพ และด็อกเตอร์อีธานก็คงไม่ได้ทำเพื่อการค้า แต่เขาทำเพื่ออุดมการณ์บางอย่าง”

“แต่คนที่ร่วมมือกับเขาอาจไม่ได้คิดแบบนั้น”

“ตอนเป็นตำรวจ ผมต่อสู้กับเรื่องยาเสพติด ผมไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับอาวุธชีวภาพมาก่อน มันร้ายแรงแค่ไหน”

“มันถูกพัฒนาไปมากกว่าเดิมหลายเท่า ตอนนี้มันสามารถล้างโลกได้ในชั่วข้ามคืน”

ภูมิอึ้ง ทอดสายตามองไปยังหลายชีวิตทั้งเด็กและผู้หญิงที่กำลังเล่นน้ำกันอยู่ โดยไม่รู้เลยว่าโลกนี้น่ากลัวเพียงใด

ส่วนพั้นช์นั่งปลอบใจลิซ่าที่ยังสะอึกสะอื้นไม่เลิก “ฉันเข้าใจความรู้สึกของคุณ ฉันเองก็เคยเสียพ่อไปเหมือนกัน ตอนที่ท่านตายฉันยังเล็กกว่าคุณด้วยซ้ำ ถ้ามีอะไรที่ฉันช่วยได้ล่ะก็ ฉันยินดีนะ”

ลิซ่าพยักหน้าแล้วกุมมือพั้นช์ไว้ด้วยความซาบซึ้งใจ

ooooooo

ทอมมี่กับสมุนหนีหัวซุกหัวซุนไปหาที่ซ่อนตัวใหม่ ไวท์กับบลูที่โดนยิงบาดเจ็บต่างทำแผลกันเองด้วยความชำนาญ กัดฟันอดทนกับความเจ็บปวด เมื่อเสร็จสิ้นก็ถามลูกพี่ว่าจะทำยังไงต่อ

“แล้วแต่คนจ้าง ไอ้โยฮันว่าไงก็ว่าตามนั้น”

“แต่ว่าตอนนี้มันกับเราอยู่กันข้ามขอบฟ้าเลยนะหัวหน้า ถ้าเกิดมันหักหลังขึ้นมาพวกเราจะทำยังไง”

“คนที่เคยหักหลังพวกเราก่อนหน้านี้ ตอนนี้มันอยู่ที่ไหน”

สมุนทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่านรก...ทอมมี่แสยะยิ้ม บอกว่าพวกมันสมควรตาย เราไม่เคยทรยศใคร แต่ถ้าใครคิดไม่ซื่อกับพวกเรา มันต้องตายสถานเดียว!

ด้านจักรีเมื่อได้เบาะแสจากศพอีธานมีตั๋วรถทัวร์ไปกาญจนบุรี เขารีบหาข้อมูลเพิ่มเติม อยากรู้ว่ามีอะไรเชื่อมโยงกับคดีนี้บ้าง

“กาญจนบุรีก็มีบ่อพลอยไงครับผู้กอง แล้วก็สะพานข้ามแม่น้ำแคว”

“พลอยน่ะพอเกี่ยว เพราะเมียกับลูกสาวของอีธานเป็นนักออกแบบเครื่องประดับ แล้วสะพานข้ามแม่น้ำแควมันเกี่ยวตรงไหนล่ะจ่า”

“ค่ายทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกไงครับ”

“ไปกันใหญ่แล้วจ่า”

“ไม่นะครับผู้กอง สมัยนั้นทหารญี่ปุ่นสนใจเรื่องวิทยาการทุกแขนง อาวุธชีวภาพก็เป็นส่วนนึงที่ถูกค้นคว้ามาโดยตลอด แล้วอาวุธชีวภาพที่มีอยู่ทุกวันนี้ ที่เราเคยเห็นในทีวี ไม่ใช่ตัวใหม่นะครับผู้กอง แต่ถูกต่อยอดพัฒนามาจากของเดิมที่เคยใช้มาก่อนหน้านี้”

“นี่จ่ากำลังจะบอกว่า...”

“การต่อยอดครับผู้กอง ก่อนที่จะก้าวไปอีกขั้น ทุกคนต้องค้นคว้าจากของเดิมที่มีอยู่เสมอ แม้แต่ด็อกเตอร์อีธานก็คงคิดแบบนี้”

จักรีคิดตามคำพูดของจ่าชัยที่ฟังดูมีเหตุผลเหมือนกัน...ในเวลาเดียวกัน มาเรียขับรถมาส่งภูมิกับพั้นช์ที่บ้านริมน้ำ เธออยากรู้ว่าภูมิเคยรู้จักกับหัวหน้าทีมคนร้ายมาก่อนหรือเปล่า เห็นจักรีพูดให้ฟัง

“ผมแค่เคยเห็นหน้าเขาตอนปฏิบัติงาน”

“แต่อย่างน้อยคุณก็รู้ว่ามันเป็นใคร และมีวิธีทำงานยังไง”

“ครับ เรื่องนั้นผมพอรู้”

“คุณมาเรียถามเรื่องนี้ทำไมเหรอคะ” พั้นช์สงสัย

“ตอนนี้สถานการณ์มันยุ่งยากกว่าที่ฉันคิด ฉันต้องการผู้ช่วย ซึ่งต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้เท่านั้น”

“คุณคงอยากจะให้ผมช่วยคุณคุ้มกันคุณลิซ่า”

“ผู้กองจักรีกับทีมของเขาต้องสืบคดี ก็เลยเหลือแต่คุณที่เหมาะกับงานนี้”

ภูมิพยักหน้าเข้าใจ ขณะที่พั้นช์แอบมองไปมาระหว่างภูมิกับมาเรีย รู้สึกแปลกๆ ก็เลยบ่นขึ้นมาหลังจากมาเรียกลับไปแล้ว

“โธ่เอ๊ย ตำรวจมีเป็นกองทัพไม่เอา จะเอาแต่พี่ภูมิ สงสัยยัยแหม่มกะปิต้องชอบพี่แหงๆเลย”

“ว่าไปโน่น คุณมาเรียทำหน้าที่ของเขาอยู่นะ”

“หน้าที่ของหัวใจสิไม่ว่า ฉันไม่เชื่อหรอก เวลาเขาจ้องพี่นะ แววตาอย่างกับมองสามีในอนาคต”

“แล้วไง เรามาพูดเรื่องนี้ทำไม”

“อ้าว...ก็จะเตือนพี่ให้ระวังตัวไง เดี๋ยวโดนฝรั่งปล้ำฉันไม่รู้ด้วยนะ”

“ไม่ต้องห่วง ชาตินี้ฉันคงไม่มีคนอื่นอีกแล้ว” พูดจบภูมิเดินหนี พั้นช์หน้าจ๋อยเพราะแอบปลื้มเขาอยู่เหมือนกัน

ooooooo

ผู้กองจักรีกับจ่าชัยเดินทางไปกาญจนบุรีแล้วตระเวนสอบถามตามโรงแรมในเมืองเพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับด็อกเตอร์อีธาน โดยนำรูปถ่ายของเขาให้พนักงานดู แต่ตลอดทั้งวันต้องผิดหวัง เลยจะพากันกลับมาตั้งหลักในโรงแรมที่พักแล้วพรุ่งนี้ค่อยเริ่มต้นกันใหม่

แต่ขณะเรียกรถรับจ้างให้ไปส่งโรงแรม คาดไม่ถึงว่าจะโชคดีได้เบาะแสของอีธานจากคนขับรถ เขาเล่าว่าฝรั่งคนนี้มาจ้างให้ตนพาไปโรงงานปุ๋ยแม็กน่าที่อยู่นอกเมือง แต่ไม่ทันจะออกรถก็มีชายสองคนปราดเข้ามาเอาตัวฝรั่งไป ซึ่งตนเห็นพวกเขาพกปืนด้วย

“แล้วโรงงานปุ๋ยแม็กน่ามันอยู่ที่ไหน”

“ปิดอยู่ครับ พอดีมันเพิ่งระเบิดไปเมื่อเดือนก่อน เห็นว่าสารเคมีที่ใช้หมักปุ๋ยมันติดไฟ”

“ระเบิดหนักแค่ไหน มีคนตายหรือเปล่า”

“โอ้โห ระเบิดใหญ่มากครับ โรงงานอยู่ติดป่าด้านโน้น แต่ดังมาถึงนี่ คิดดูก็แล้วกัน อ้อ แล้ววันนั้นผมก็เห็นตาฝรั่งคนนี้ด้วย แต่หลังจากนั้นผมก็ไม่เห็นเขาอีกเลย”

“แล้วจำได้รึเปล่าว่าประมาณวันที่เท่าไหร่”

“สิ้นเดือนมั้ง...สิ้นเดือนที่แล้ว”

“น้องพั้นช์บอกว่าเห็นอีธานถูกฆ่าช่วงต้นเดือนนี้พอดี” จ่าชัยโพล่งขึ้นมา คนขับรถรับจ้างหน้าสลดเมื่อรู้ว่าฝรั่งคนนี้ตายเสียแล้ว ส่วนจักรีเชื่อว่าโรงงานปุ๋ยต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่ จึงนำจ่าชัยไปที่นั่น แต่ รปภ.เข้มงวดไม่ยอมให้เข้า

จ่าจะให้ผู้กองแสดงตัวว่าเราเป็นตำรวจ แต่ผู้กองไม่อยากแหวกหญ้าให้งูตื่น บอกให้รอหมายค้นก่อนดีกว่า

ด้านภูมิที่ตกปากรับคำเป็นบอดี้การ์ดให้ลิซ่าแล้ว เขากลับมาเตรียมปืนและมีดพกติดตัว ปลื้มทักท้วงเพราะห่วงใย แต่ภูมิไม่เปลี่ยนใจ บอกเหตุผลที่รับงานนี้เพราะอยากแก้แค้นทอมมี่ให้กับฟ้า

รุ่งขึ้นภูมิกับพั้นช์พาลิซ่ากับมาเรียไปเที่ยวพักผ่อนที่ฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ โดยไม่รู้ว่าเก้ายอดสะกดรอยตามไปด้วย กระทั่งกลับมาโรงแรมในตอนค่ำแล้วเก้ายอดเข้ามาต่อว่าพวกภูมิว่าพาลิซ่าไปสถานที่พลุกพล่านแบบนั้น หากเกิดอะไรขึ้นใครจะรับผิดชอบ ทำให้ลิซ่าไม่พอใจ ออกรับแทนภูมิว่าเขาไม่เกี่ยว มันเป็นความต้องการของตนเอง

ทันทีที่ภูมิกับพั้นช์กลับไป เก้ายอดโวยวายใส่ลิซ่าต่อหน้ามาเรียที่ยืนกอดอกฟังอยู่ห่างๆอย่างอดกลั้น

“ทำไมคุณต้องปกป้องมันด้วย วันนี้คุณหายหน้าไปทั้งวัน ผมโทร.ไปก็ไม่ยอมรับสาย รู้ไหมว่าผมเป็นห่วงคุณแค่ไหน”

“ก็เลยแอบสะกดรอยตามฉัน”

“ผมแค่อยากดูแลคุณนะลิซ่า”

“แต่สะกดรอยกันแบบนี้ มันเหมือนพวกโรคจิตนะคะ”

“ไม่เกี่ยวกับคุณ ออกไปได้แล้ว ผมจะอยู่กับลิซ่า”

มาเรียโดนเก้ายอดไล่ แต่เธอไม่ยอมออกไป ย้ำว่าหน้าที่ของตนคืออยู่ดูแลลิซ่า

“อย่าให้ผมโมโหนะมาเรีย ตำรวจกิ๊กก๊อกอย่างคุณ ผมไม่กลัวหรอก”

“เก้ายอดคะ ตอนนี้มาเรียไม่ได้เป็นแค่ตำรวจที่คอยอารักขาฉัน แต่เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของฉันอีกด้วย”

“งั้นเหรอ อ้อ ถ้างั้นผมก็เป็นคนอื่นสินะ คุณถึงได้หนีหน้าผมแบบนี้”

“เก้ายอด ธุระของคุณเรื่องงานจิวเวลรี่มันจบแล้ว คุณควรจะกลับไปซะที”

เก้ายอดเจ็บใจที่โดนไล่ ผลุนผลันออกไปคุยโทรศัพท์ข้ามประเทศกับโยฮัน รายงานว่าตอนนี้บอดี้การ์ดของลิซ่าไม่ได้มีแค่มาเรีย แต่ยังมีพ่อครัวที่ชื่อภูมิอีกด้วย

“ฉันรู้จักหมอนั่น ตกลงมันเป็นใครกันแน่”

“เห็นตำรวจพูดว่ามันเคยทำงานให้หน่วยราชการลับมาก่อน”

“แล้วความสัมพันธ์ของนายกับลิซ่าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง”

“แย่ลงทุกที ตั้งแต่เกิดเรื่องที่งานจิวเวลรี่ เธอก็ไม่ยอมไปไหนมาไหนกับผมอีกเลย ท่าทางเธอคงเริ่มระแวงผม”

“ถ้างั้นเราอาจต้องชิงตัวลิซ่าอีกครั้ง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”

“ผมจะจัดการให้เอง ไม่ต้องเป็นห่วงครับคุณโยฮัน”

“จำไว้ ห้ามทำอันตรายเธอเด็ดขาด ตอนนี้ลิซ่ายังมีประโยชน์กับเรา”

เก้ายอดรับปากทันที เพราะความจริงเขาก็รักลิซ่ามากเหมือนกัน

ooooooo

พั้นช์ไม่ค่อยพอใจที่มาเรียใกล้ชิดเอาใจภูมิ... กลับถึงบ้านในคืนนั้นก็เลยมีอาการกระฟัดกระเฟียดพูดพล่ามประชดประชันเรื่องนี้จนภูมิต้องเดินหนีด้วยความรำคาญ

ปลื้มมองออกว่าพั้นช์แอบชอบภูมิ แต่พอโดนเขาดักคอเธอกลับปากแข็งไม่ยอมรับ ปลื้มเลยบอกว่า

“ที่น้าเตือนเนี่ยเพราะสงสารเอ็งหรอกนะ ไอ้ภูมิน่ะมันไม่มีวันลืมน้องฟ้าของข้าหรอก”

“นี่เล่นเอาฉันไปเปรียบพี่ฟ้า ฉันก็แย่เลยสิ ว่าแต่พี่ฟ้าเขานิสัยเป็นยังไงเหรอ ทำไมพี่ภูมิถึงชอบล่ะ”

“ฟ้าน่ะเขาเป็นคนอ่อนโยน เห็นใจคนอื่น แต่ขณะเดียวกันก็เป็นตำรวจที่กล้าหาญ ไม่เคยเป็นภาระของเพื่อนร่วมงาน ที่สำคัญเขาไม่เคยเลี้ยงหมาไว้ในปากเหมือนเอ็ง”

“อื้อหือ...ว่าฉันปากหมาเหรอ ไม่แรงไปหน่อยเหรอน้า”

“รักดอกจึงหยอกเล่น ไปๆกินข้าว เสร็จแล้วก็ไปล้างจานแล้วค่อยมาเศร้าต่อ”

พั้นช์สลัดความน้อยใจลุกตามปลื้มไป ส่วนภูมิที่หนีเข้าห้องไม่ยอมกินข้าวปลา เขากำลังรับสายจากมาเรีย ที่โทร.มาชวนคุยเพราะอยากสานสัมพันธ์ แต่เอาเรื่องโปรแกรมเที่ยววันพรุ่งนี้มาอ้าง ปรากฏว่าภูมิถามคำตอบคำทำให้มาเรียรู้สึกได้ว่าเขาไม่ได้สนใจเธออย่างที่คาดไว้ จึงวางสายไปด้วยความผิดหวัง

คืนเดียวกันจักรีที่ยังอยู่กาญจนบุรีโทร.หาลิซ่าด้วยความคิดถึง แต่เขาทำเนียนมากชวนคุยเรื่องงานก่อน

“ตอนนี้ผมใกล้เจอเบาะแสสำคัญแล้วนะครับคุณลิซ่า ถ้ายังไงคืนนี้ผมว่าจะออกไปลุยต่อ”

“เพราะฉันแท้ๆเลยคุณถึงต้องเหนื่อยแบบนี้ ระวังตัวด้วยนะคะผู้กอง”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว เห็นมาเรียบอกว่าวันนี้เธอพาคุณออกไปเที่ยว สนุกไหมครับ”

“ก็ดีค่ะ หายเครียดไปเยอะ”

“เสียดายที่ผมติดงาน ไม่อย่างนั้นผมคงมีโอกาสดูแลคุณบ้าง”

คำว่า “ดูแล” ของจักรีเหมือนจะสื่ออารมณ์อะไรบางอย่างจนลิซ่าชะงัก ท้วงขำๆว่า

“ใช้คำว่าดูแลเชียวเหรอคะ”

“ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่พูดในฐานะเพื่อน”

“ขอบคุณนะคะผู้กอง ฉันรู้สึกดีขึ้นมากเลยค่ะที่มีเพื่อนน่ารักอย่างคุณ กู๊ดไนต์ค่ะ”

“ครับ กู๊ดไนต์” จักรีบอกลาไปพร้อมรอยยิ้ม... หลังจากนั้นเขาติดต่อณรงค์ให้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงงานปุ๋ยแม็กน่าที่เมืองกาญจน์ ใช้เวลาไม่นานณรงค์ก็ส่งรูปภาพอาคารที่ต่อเติมนอกเหนือจากแบบแปลนเดิมไปให้ทางอีเมล

เมื่อเห็นความผิดปกติของโรงงานนี้ จักรีไม่รอช้า ชวนจ่าชัยบุกไปที่นั่นอีกครั้งโดยไม่รอหมายค้น แต่กว่าจะเข้าไปข้างในได้ก็ทุลักทุเลน่าดู แถมคว้าน้ำเหลวไม่ได้เบาะแสอะไรเพิ่มเติม อีกทั้งยังปะทะกับพวก รปภ.ฝีมือดี ที่จ่าชัยไม่เชื่อว่าเป็นเพียงพนักงานรักษาความปลอดภัยธรรมดา

ที่แท้พวก รปภ.คือคนของโยฮันนั่นเอง อีริคสมุนมือขวาทราบข่าวนี้ก็รายงานโยฮันในเช้าวันรุ่งขึ้นว่า

เมื่อคืนมีคนบุกไปที่โรงงาน ไม่ทราบว่าเป็นใครแต่พกปืน บางทีอาจจะเป็นตำรวจ หรือไม่ก็เป็นฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับเรา

“แล้วมันได้อะไรไปบ้าง”

อีริคส่ายหน้าและบอกให้เจ้านายเบาใจว่า “ไม่ต้องห่วงครับคุณโยฮัน เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้น เราจะระเบิดที่นั่นให้แหลกเป็นจุณ”

“เหมือนคราวก่อนน่ะเหรอ”

“แต่คราวก่อนไม่ใช่ฝีมือของเรานี่ครับ เป็นของอีธานต่างหาก”

คิดถึงเรื่องนี้แล้วโยฮันอดแค้นใจเพื่อนรักไม่ได้

ooooooo

โปรแกรมเที่ยวในวันนี้ของลิซ่าคือตลาดน้ำ มาเรีย ภูมิ และพั้นช์ทำหน้าที่คุ้มครองลิซ่าเหมือนเดิม แต่ระหว่างนี้ไม่คาดฝันว่าภูมิจะได้พบทอมมี่ที่มันกล้ามากมาเชิญชวนภูมิไปรื้อฟื้นความหลัง

ภูมิโกรธและต้องการแก้แค้นให้ฟ้าอยู่แล้วจึงแยกตัวตามทอมมี่ไป โดยให้มาเรียกับพั้นช์คอยอารักขาลิซ่าอยู่ทางนี้

กว่าภูมิจะรู้ว่าตัวเองหลงกลทอมมี่ก็เกิดเหตุการณ์ชุลมุน ชาวบ้านที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ต้องเดือดร้อน พั้นช์เป็นห่วงภูมิกลัวจะเสียท่าทอมมี่จึงแอบตามมาช่วยเหลือ แต่กลายเป็นเปิดโอกาสให้สมุนของทอมมี่เข้าไปลักพาตัวลิซ่ากับมาเรียได้สำเร็จ ก่อนที่จะพากันหนีลอยนวลไปพร้อมทอมมี่

เมื่อเก้ายอดรู้ข่าวก็ไปโวยวายกับหมวดณรงค์ถึงกองปราบทั้งที่ตัวเองอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้เพื่อจะเอาผิดพวกภูมิให้ได้ หมวดจึงต้องเรียกภูมิกับพั้นช์มาสอบสวนด้วย

“จู่ๆลิซ่ากับมาเรียก็โดนอุ้มไปแบบนี้ เขาต้องเป็นตัวการแน่นอน”

“อย่าพูดแมวๆสิคุณ พี่ภูมิไล่ตามนายทอมมี่ไป พวกนั้นถึงจับตัวคุณลิซ่าไปได้”

“แต่งานของเขาคือเป็นบอดี้การ์ด ไม่ใช่จับคนร้าย การที่เขาละทิ้งหน้าที่มันก็แสดงให้เห็นอยู่แล้วว่าเขามีเจตนาช่วยเหลือพวกคนร้าย”

ภูมิไม่พอใจ จ้องหน้าเก้ายอดที่พยายามปรักปรำแถมยังทำฉุนเฉียวเข้ามากระชากคอเสื้อเขา

“แกนี่มันเลวจริงๆ ไอ้คนลวงโลก ฉันจะเอาเรื่องแกให้ถึงที่สุด”

ภูมิตะปบมือเก้ายอดแล้วจับบิดอย่างแรงจนร้องโอดโอยฟ้องตำรวจ หมวดณรงค์จึงปรามภูมิให้พอได้แล้ว

“ถ้ายังปากเสียอีกล่ะก็ ผมหักแขนคุณแน่ คุณเก้ายอด” พอภูมิปล่อยมือ เก้ายอดรีบขยับออกห่างแต่ยังปากดีว่าภูมิต้องรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น

“คุณภูมิ ผมว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะเปิดอกกันเรื่องทอมมี่” หมวดณรงค์พูดขึงขัง ภูมิจำต้องนิ่งเงียบ

เมื่อจักรีรู้ข่าวจากณรงค์ว่าลิซ่ากับมาเรียโดนจับตัวไปก็ตกใจและเป็นห่วง ซักถามว่าภูมิมีพิรุธอะไรหรือเปล่าเก้ายอดถึงหาว่าเขาจัดฉากให้คนร้ายบุกมา ณรงค์บอกว่าคนที่มีพิรุธคือเก้ายอดเพราะเขาพยายามยัดเยียดข้อหาให้ภูมิตลอดเวลา

เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง คืนนั้นภูมิเข้ามาใช้คอมพิวเตอร์ในห้องทำงานของจักรีโดยมีณรงค์คอยควบคุม ภูมิค้นหาประวัติของทอมมี่และลูกทีมแล้วปริ๊นต์ออกมา แต่ไม่ยอมตอบคำถามของณรงค์ว่าเจาะฐานข้อมูลพวกนี้มาได้ยังไง บอกแค่ว่าเพื่อนของตนช่วยจัดการ

ข้อมูลที่ได้คือทอมมี่เป็นอดีตสายลับฝีมือดี เคยทำงานให้กับหน่วยสืบราชการลับของต่างชาติ เป็นพวกนอกแถว โจรกรรมข้อมูลขายให้ผู้ก่อการร้าย รับจ้างทำแต่เรื่องผิดกฎหมาย และคนจ้างต้องเป็นมหาเศรษฐีหรือองค์กรระดับชาติเท่านั้น

“คุณน่าจะให้ข้อมูลพวกนี้กับผมแต่แรก” ณรงค์บ่น

“ก็บอกแล้วไงว่าเพื่อนผมเป็นคนหาให้ ผมให้เขาตามข้อมูลของพวกมันตั้งแต่วันที่เกิดการปล้นจนถึงตอนนี้”

“แล้วเพื่อนคุณเป็นใคร”

“ความลับ” ภูมิปากแข็ง แต่ยังยินดีเสมอที่จะช่วยตำรวจสะสางคดีนี้ แต่หมวดณรงค์ตัดบทอย่างรู้ทันว่าอย่าดีกว่า งานของตำรวจคือสืบคดี ไม่ใช่ล้างแค้น

ooooooo

เสร็จธุระที่กองปราบ ภูมิกลับออกมาโดยไม่สนใจพั้นช์ที่รออยู่ เพราะยังเคืองที่เธอไม่เชื่อฟังจนเป็นเหตุให้ลิซ่ากับมาเรียโดนคนร้ายจับไป

เมื่อพั้นช์ตามมาดักหน้าและพยายามง้อ ภูมิไล่เธอกลับบ้านไปก่อน ส่วนเขาจะไปตามหาลิซ่า...และเป้าหมายของภูมิก็คือเก้ายอด คนที่เขาเชื่อมั่นว่าเป็นตัวการ!

ภูมิมาพบเก้ายอดภายในห้องพักที่โรงแรม ข่มขู่คาดคั้นให้เขาบอกแหล่งที่ซ่อนลิซ่ากับมาเรีย แต่เก้ายอดไม่ยอมรับและไม่ปริปาก ทำให้ภูมิโกรธมากใช้ปืนเก็บเสียงยิงเท้าแล้วจะไล่ไปถึงหัวถ้าเขายังไม่พูดความจริง

เก้ายอดกลัวมากเมื่อเห็นว่าภูมิเอาจริง แต่ยังปากเก่งด่าลั่น

“แกไม่ใช่ลูกผู้ชายนี่หว่า ไอ้หมาลอบกัด”

เปรี้ยง! ภูมิเอาด้ามปืนตบหน้าเก้ายอดอย่างแรง “อันนี้ของแถม สำหรับไอ้หน้าตัวเมียอย่างแก ที่ผ่านมาอย่านึกว่าฉันไม่รู้นะเก้ายอด แกเกาะชายกระโปรงลิซ่าหากินมาตลอด ที่เครื่องประดับของแกขายได้ก็เพราะฝีมือการออกแบบของเธอ และตอนนี้แกกำลังทรยศด้วยการขายเธอให้พวกโจร”

“ฉันเปล่า”

ภูมิเอาด้ามปืนตบเขาอีกเปรี้ยงจนหัวแตก เก้ายอดแผดร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด

“เพื่อความปลอดภัยของลิซ่า และเพื่อล่าตัวไอ้ทอมมี่ให้ทันเวลา ฉันรอไม่ได้ เข้าใจมั้ย...บอกมา ทอมมี่เอาลิซ่าไปไว้ที่ไหน”

เก้ายอดตัวสั่นด้วยความกลัว แต่ยังคงส่ายหน้าลูกเดียว ภูมิแค้นจนอยากจะฆ่ามันทิ้งเดี๋ยวนั้น แต่ก็ยับยั้งใจไว้ ฉกเอาโทรศัพท์ของมันไปเพื่อเช็กข้อมูลการโทร.เข้าออก

พั้นช์เห็นภูมิรีบร้อนกลับมาเปิดคอมพิวเตอร์เข้าโปรแกรมบางอย่างด้วยความรวดเร็ว ถามเขาว่าจะทำอะไร แล้วเอาโทรศัพท์มือถือของใครมา

“ของเก้ายอด ฉันจะเช็กข้อมูลการโทร.เข้าออกของมัน...เขาโทร.หาตำรวจ โทร.หาร้านจิวเวลรี่ของเขาที่เนเธอร์แลนด์ มีสองเบอร์ที่ไม่ได้ลงทะเบียน ไม่ระบุชื่อผู้ใช้ เบอร์นึงอยู่ที่อัมสเตอร์ดัม ส่วนอีกเบอร์อยู่ที่เมืองกาญจน์”

จากข้อมูลทั้งหมดนั้น ภูมิตัดสินใจไปกาญจนบุรีในเช้าวันรุ่งขึ้น แต่ไม่ทันจะออกจากบ้าน หมวดณรงค์โผล่มาตำหนิเขาเรื่องข่มขู่ทำร้ายเก้ายอด

“แต่ผมต้องไปช่วยลิซ่ากับมาเรีย”

“ด้วยการซ้อมเก้ายอด แล้วยิงเขาจนบาดเจ็บงั้นเหรอ รู้รึเปล่าถ้าเขาแจ้งความขึ้นมา คุณติดคุกหัวโตแน่”

“แต่เขาไม่แจ้งใช่มั้ย ซึ่งก็แปลว่าเรื่องที่เราสังหรณ์ใจเป็นความจริง เขาเป็นพวกเดียวกับคนร้าย โทรศัพท์ของเขาอยู่ที่ผม มันมีความลับอีกมากที่ซ่อนอยู่ในนี้”

“แต่คุณทำไม่ถูก”

“ผมยอมรับผิดตามกฎหมาย ขออย่างเดียว ผมต้องช่วยคุณลิซ่ากับมาเรียให้ได้ซะก่อน”

“ก็ได้ ถ้างั้นคุณมากับผม” ณรงค์เดินนำภูมิไปที่รถกระบะของตน แล้วขับออกไปโดยทั้งคู่ไม่รู้ว่าพั้นช์ซ่อนตัวอยู่ท้ายรถ

ooooooo

ในระหว่างเดินทาง ณรงค์โทร.บอกจักรีที่ยังอยู่เมืองกาญจน์...เมื่อรู้เบาะแสว่าลิซ่ากับมาเรียอาจถูกคนร้ายจับมาไว้ที่นี่ จักรีรีบติดต่อตำรวจท้องที่เพื่อขอเข้าไปตรวจค้นโรงงานปุ๋ยแม็กน่า แต่ค้นทุกจุดก็ไม่พบ และท่าทีตำรวจท้องที่ก็ไม่ค่อยเต็มใจ ทำให้มีปากเสียงกันนิดหน่อยก่อนที่จักรีจะยอมถอยออกมาพร้อมจ่าชัย

ทอมมี่กับสมุนจับลิซ่ากับมาเรียมาซ่อนไว้ที่โรงงานปุ๋ยจริงๆ แต่จักรีค้นหาไม่เจอเพราะในนั้นมีห้องใต้ดิน เมื่อณรงค์กับภูมิตามมาสมทบ จึงช่วยกันวิเคราะห์และคาดเดากันว่าที่โรงงานนั่นอาจมีห้องใต้ดิน

ภูมิเพิ่งรู้ว่าพั้นช์แอบขึ้นรถมาด้วย เขาโมโหที่เธอไม่เชื่อฟังอีกแล้ว แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องปล่อยเลยตามเลย

ด้านเก้ายอดที่โดนภูมิเล่นงานจนบาดเจ็บ เขากำลังโกรธแค้นจะหาทางเอาคืน ระหว่างนี้โยฮันโทร.มาสั่งเก้ายอดให้รีบกลับเนเธอร์แลนด์ เลิกทำตัวเป็นจุดอ่อนได้แล้ว

“แล้วงานที่นี่ล่ะครับ”

“ฉันจะให้ทอมมี่จัดการที่เหลือ ส่วนแกรีบกลับมาซะ ยิ่งเร็วยิ่งดี ขืนอยู่ที่นั่นต่อไปงานใหญ่จะพังเพราะแก”

โยฮันตำหนิเสร็จก็วางสายไปโดยไม่ล่ำลา ทิ้งให้เก้ายอดจมอยู่กับความหวาดผวา รู้สึกสังหรณ์ใจว่าตัวเองกำลังจะโดนโยฮันเฉดหัว ซึ่งเขาไม่ยอมแน่ มาถึงขั้นนี้แล้วความลับในทิวลิปทองต้องเป็นของตน

ฝ่ายพวกจักรีที่คิดว่าโรงงานปุ๋ยน่าจะมีห้องใต้ดิน พวกเขาเตรียมลุยเข้าไปที่นั่นอีกครั้งโดยไม่ขอกำลังเสริมตามที่ภูมิแนะนำเพราะกลัวจะมีสายของพวกคนร้ายแฝงตัวอยู่ และดูเหมือนหุ้นส่วนของโรงงานจะเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่

ณรงค์เรียกปฏิบัติการครั้งนี้ว่าวิธีกองโจรชิงตัวประกันแล้วหนีออกมา ขณะที่ภูมิบอกทุกคนว่าอยากให้ทำตามแผนของตน จักรีชักสีหน้าทันที ถามภูมิว่าใครเป็นหัวหน้าทีมกันแน่

เมื่อเห็นภูมิกับจักรีมองหน้ากันเหมือนจะปีนเกลียว ณรงค์รีบห้าม “ผู้กองครับ เรื่องแบบนี้คุณภูมิชำนาญกว่าเรานะครับ ผมว่าฟังๆไว้ก็ไม่เสียหายอะไร”

“ขอเตือนไว้ก่อนนะ ตอนนี้คุณเป็นแค่พลเรือน กรุณาอย่าล้ำเส้นกฎหมาย” จักรีสำทับ

ภูมิเบือนหน้าหนีแล้วบอกให้พั้นช์รออยู่ที่นี่ แต่ณรงค์อยากให้เธอไปด้วยจะได้คอยดูต้นทาง

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement