ทิวลิปทอง ตอนที่ 2 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ทิวลิปทอง ตอนที่ 2


23 พ.ย. 2560 08:52
92,804 ครั้ง

ละคร นิยาย ทิวลิปทอง

ทิวลิปทอง ตอนที่ 2

อ่านเรื่องย่อ

ทิวลิปทอง

แนว:

ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

ภูมิแผ่นดิน

บทโทรทัศน์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ

กำกับการแสดงโดย:

ฉลอง ภักดีวิจิตร

ผลิตโดย:

บริษัท อินทรีย์ ออดิโอ วิชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7

นักแสดงนำ:

รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง,ศรศิลป์ มณีวรรณ์

ที่เนเธอร์แลนด์ เฮียโส่ยจัดชกมวยเถื่อนชิงเงินรางวัลนับล้าน แต่เชนมวยมือหนึ่งของเฮียกลับแพ้คู่ต่อสู้ไม่เป็นท่า ทำให้เฮียนึกถึงภูมิที่เก่งกล้า อยากได้มาแก้มือ แต่เมื่อเขามาเจรจากลับต้องผิดหวังเพราะภูมิไม่เล่นด้วย

“เชิญกลับไปได้แล้ว และจำไว้ ถ้าไม่สั่งอาหารก็อย่ามาที่นี่”

“อ้อ...หยิ่งใช่มั้ย เอ็งแน่มากไอ้ภูมิ ที่กล้าปฏิเสธข้า แล้วเอ็งจะต้องเสียใจ”

เฮียโส่ยกลับไปด้วยความเจ็บใจ ภูมิไม่ได้หวั่นไหวกับคำพูดนั้น ขณะที่ปลื้มบ่นอย่างเอือมระอาว่า

“เวรกรรม หมดเรื่องค่าคุ้มครองก็มาเรื่องชกมวยต่อ ไอ้โส่ยนี่ท่าทางจะเล่นไม่เลิก”

“ก็ช่างมันสิน้าปลื้ม เรามีพี่ภูมิอยู่ทั้งคนจะกลัวทำไม”

“ใช่ พวกไอ้โส่ยสู้พี่ภูมิสุดหล่อของเราไม่ได้อยู่แล้ว”

ขนุนกับมะปรางเห็นพ้องต้องกัน มั่นใจในฝีมือภูมิเต็มที่ แต่ภูมินิ่งขรึม เริ่มกังวลว่าเฮียโส่ยคงไม่รามือเพียงแค่นี้ จึงตัดสินใจไปพบมาเรียกับมาร์โก้เพื่อขอความช่วยเหลือเพราะไม่ต้องการให้ปลื้มเดือดร้อนไปด้วย

“ผมว่าเฮียโส่ยต้องมาหาเรื่องที่ร้านต้มข่าไก่อีกแน่ ก็เลยอยากขอให้คุณตำรวจช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัย”

“คุณก็ไม่น่าไปหาเรื่องกับพวกมัน ที่ร้านอาหารอื่นๆเขาก็ยังยอมจ่ายค่าคุ้มครอง ไม่เห็นมีปัญหาอะไร” มาร์โก้พูดหน้าตาเฉย มาเรียไม่ค่อยพอใจแทรกขึ้นว่า

“แต่คราวนี้มันไม่ได้เรียกเก็บค่าคุ้มครองอย่างเดียวนะคะ แต่มันต้องการให้ภูมิไปชกมวยเถื่อนให้มัน”

“แล้วจะให้ผมทำยังไง คอยเฝ้าพวกเขาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงงั้นเหรอ”

“ขอโทษนะครับคุณตำรวจ ถ้าคุณมีทางออกที่ดีกว่านั้น ก็เชิญแนะนำมาได้เลย”

“คุณควรไปหามิสเตอร์โยฮัน”

“เขาเป็นใครเหรอคะ”

“ประวัติของเขายาวเป็นหางว่าว แต่คนไทยที่นี่รู้จักเขาแทบทุกคน ไม่เชื่อคุณลองไปถามนายปลื้มดู”

มาร์โก้โยนภาระหน้าที่ให้คนอื่นทันที เมื่อภูมิและมาเรียกลับมาถามปลื้มก็ได้คำตอบว่า

“รู้จักสิวะ เขาดังออกจะตาย มิสเตอร์โยฮันเป็นมหาเศรษฐีเจ้าของกิจการค้าส่งดอกไม้ โดยเฉพาะดอก

ทิวลิปที่ทำกำไรเข้าประเทศเนเธอร์แลนด์มากมายมหาศาล ภรรยาที่เสียชีวิตไปของเขาเป็นคนไทย กิจการของเขาก็เลยจ้างคนไทยไว้เป็นคนงานจำนวนมาก จะว่าไปแล้วก็คือพ่อพระ นักบุญคนนึงของชาวไทยในเนเธอร์แลนด์”

“แล้วทำไมมาร์โก้ถึงให้เราไปคุยกับมิสเตอร์โยฮันล่ะคะ”

“มิสเตอร์โยฮันช่วยเหลือคนไทยทุกคน สมัยที่ไอ้โส่ยมาตั้งรกรากที่นี่ใหม่ๆ มันก็เคยอาศัยใบบุญของมิสเตอร์โยฮันมาก่อน”

“แปลว่าถ้ามิสเตอร์โยฮันออกหน้า เฮียโส่ยก็จะต้องเกรงใจ”

“ถูกต้อง แต่ว่าไอ้กระจอกๆอย่างเราจะไปขอร้องมิสเตอร์โยฮันให้มาช่วยเหลือเรา เขาจะช่วยหรือเปล่า นั่นแหละคือปัญหา” คำพูดของปลื้มทำให้ภูมิกับมาเรียรู้สึกหนักใจขึ้นมา

ooooooo

ส่วนที่กองปราบฯ สถานที่ทำงานของผู้กองจักรีในกรุงเทพฯ เหตุการณ์วันก่อนทำให้ผู้กองกับจ่าชัยตั้งข้อสังเกตว่าต้องมีเกลือเป็นหนอน เราเพิ่งรู้ว่าพยานเป็นใคร อยู่ที่ไหน แต่พวกคนร้ายดันไปถึงก่อน แสดงว่าพวกมันต้องมีสายข่าว

ทั้งผู้กองและจ่าหนักใจไม่รู้จะหาตัวพยานได้ยังไง ระหว่างนี้มีตำรวจนายหนึ่งเข้ามาบอกผู้กองว่าเจ้าหน้าที่จากหน่วยจราจรมาขอพบ บอกว่าผู้กองนัดไว้

จักรีนึกได้ว่าตัวเองนัดหมวดณรงค์เอาไว้ จึงต้อนรับเขาที่ห้องรับแขกด้านนอก โดยมีจ่าชัยตามมาด้วย

ณรงค์มาในชุดนอกเครื่องแบบแต่รายงานตัวต่อผู้กองตามระเบียบ “ผมร้อยตำรวจตรี ณรงค์ ห้าวหาญ ขอรายงานตัวครับ”

“ตามสบายนะหมวด นั่งก่อน” จักรีเชื้อเชิญ ส่วนจ่าชัยถามผู้มาเยือนว่าจะรับเครื่องดื่มอะไรดี

“ไม่เป็นไรครับ ผมทานน้ำเปล่าก็พอ”

จ่าชัยพยักหน้าให้ณรงค์แล้วเดินมาแอบกระซิบจักรีว่าตามระเบียบเป๊ะ จักรีอมยิ้มก่อนจะเบนความสนใจมาที่ณรงค์

“ผมขอขอบใจจากใจจริงนะผู้หมวด ถ้าวันนั้นไม่ได้คุณ ผมกับจ่าชัยไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง”

“ผมทำตามหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ครับ”

“ประทานโทษครับ หน้าที่ของตำรวจจราจรจำเป็นต้องเสี่ยงตายขนาดนี้เลยเหรอ”

“ตำรวจก็คือตำรวจครับจ่า ไม่ว่าหน่วยงานไหนก็มีหน้าที่ต้องดูแลกฎหมาย บำบัดทุกข์ให้ชาวบ้าน”

จ่าชัยแสดงสีหน้าทึ่งออกมา ขณะที่จักรีตั้งคำถามต่ออย่างสนใจ

“ถ้างั้นผมขอถามแบบตรงๆเลยนะหมวด คุณมีวินัย มือสะอาด แถมยังบู๊เก่งขนาดนี้ แล้วทำไมถึงมาอยู่ฝ่ายจราจร”

ณรงค์อึ้งไปสักครู่ก่อนตอบอย่างขมขื่นลึกๆ “อาชีพข้าราชการต้องรู้จักเวลาว่าตอนไหนควรตามน้ำและทวนน้ำครับผู้กอง แต่ผมปรับตัวไม่เก่งเท่าไหร่ ผมชนเป็นอย่างเดียว”

“ก็ดี ถ้างั้นผมอยากให้คุณมาร่วมงานกับผม”

“ผมเหรอครับ”

“ผมก็ชนเป็นอย่างเดียวเหมือนกัน ผมจะทำหนังสือขอคุณมาทำงานกับผม หมวดโอเคไหม”

“ด้วยความยินดีครับผู้กอง”

จักรียิ้มพอใจ จ่าชัยก็อุ่นใจ ทีมเฉพาะกิจตอนนี้มีกันสามคนแล้ว...

หลังจากณรงค์กลับไป จักรีนำแฟ้มประวัติของลิซ่ามาพลิกดู โดยจ่าชัยอธิบายเพิ่มเติมว่า

“จากข้อมูลที่ได้มายืนยันว่าลิซ่า ชไนเดอร์ ลูกสาวของด็อกเตอร์อีธานมีอาชีพเป็นนักออกแบบเครื่องประดับเช่นเดียวกับแม่ของเธอที่เสียชีวิตไปแล้ว ดูเหมือนว่าครอบครัวเธอจะสืบทอดความชำนาญด้านนี้มาหลายชั่วคน”

“ไม่มีส่วนพัวพันกับสิ่งผิดกฎหมาย”

“แน่นอนครับ ปัจจุบันเธอเป็นหุ้นส่วนของบริษัทจิวเวลรี่แห่งหนึ่งที่มีนักธุรกิจชาวไทยเป็นเจ้าของ”

“เขาชื่ออะไร”

“เสี่ยเก้าครับ หรือชื่อเต็มๆก็คือ...เก้ายอด อมรเวช”

จักรีรับทราบ ส่วนเรื่องพรรณมณีพยานคนสำคัญ เขาก็ยังไม่วางมือที่จะสืบหาตัวเธอให้จงได้

ooooooo

เก้ายอดหลงรักลิซ่าและมักแสดงความเป็นเจ้าของเธอ...เวลานี้ลิซ่าขาดพ่อ ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าท่านเป็นตายร้ายดียังไง แต่หวนนึกถึงคำสั่งก่อนพ่อจะเดินทางไปเมืองไทยเรื่องทิวลิปทองคำที่แม่ทิ้งไว้ให้พ่อดูต่างหน้า พ่ออยากให้เธอเก็บมันเอาไว้เป็นความลับ อย่าให้ใครได้มันไปเด็ดขาด

แล้วคืนนี้ลิซ่าก็ได้รับการติดต่อจากผู้กองจักรีที่เมืองไทย หญิงสาวนึกว่าตำรวจไทยได้ข่าวพ่อของตนแล้ว แต่กลายเป็นจักรีต้องการให้เธอเดินทางมาให้ข้อมูลที่เมืองไทย เพราะคดีนี้รายละเอียดค่อนข้างซับซ้อน ถ้าพูดกันทางโทรศัพท์คงไม่สะดวก

ลิซ่าตกปากรับคำทันที แต่เมื่อเก้ายอดรู้เข้าก็เป็นห่วง ถามให้แน่ใจว่าจะไปจริงหรือ

“ตอนนี้ตำรวจไทยกำลังจับต้นชนปลายไม่ถูก เพราะเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อรู้จักกับใครที่นั่นบ้าง แล้วเดินทางไปทำธุระอะไร ฉันต้องการรู้ว่าพ่อฉันหายไปไหน ได้รับอันตรายหรือเปล่า อะไรเป็นสาเหตุทำให้พ่อฉันหายตัวไป”

“โอเคๆ ถ้างั้นเอาอย่างนี้ดีมั้ย ก่อนเดินทางคุณน่าจะไปปรึกษาคุณลุงโยฮันของคุณซะก่อน อย่างน้อยเขาก็เป็นเพื่อนที่พ่อของคุณไว้ใจมากที่สุด เชื่อผมเถอะลิซ่า เราเป็นหุ้นส่วนกันนะ ผมหวังดีกับคุณเสมอ”

ลิซ่าทำตามคำแนะนำของเก้ายอด โทรศัพท์นัดหมายโยฮันว่าพรุ่งนี้จะไปพบ ทำให้โยฮันต้องให้อีริคสมุนใกล้ชิดเลื่อนเวลานัดหมายของมาเรียที่จะพาเจ้าของร้านอาหารไทยมาขอความช่วยเหลือออกไป ต้องรอให้ตนคุยกับลิซ่าก่อน เมื่อมาเรียพาปลื้มและภูมิมาในวันรุ่งขึ้นจึงได้รับการบอกกล่าวจากอีริคว่าโยฮันกำลังติดธุระสำคัญ

โยฮันพูดคุยกับลิซ่าโดยมีเก้ายอดอยู่ด้วย ลิซ่ายืนยันว่าตนต้องไปเมืองไทยเพื่อตามหาพ่อ โยฮันจึงฝากเก้ายอดดูแลเธอด้วย เพราะเธอเหมือนลูกแท้ๆของตน

“ว่าแต่ก่อนที่พ่อจะหายตัวไป พ่อของหลานบอกอะไรบ้างหรือเปล่า”

“ไม่มีนี่คะ แต่ว่าคุณพ่อฝากเครื่องประดับชิ้นนึงให้ฉันเก็บเอาไว้”

“เครื่องประดับอะไร แล้วหลานเก็บไว้ที่ไหน”

“ต้องขอโทษจริงๆค่ะคุณลุง คุณพ่อให้ลิซ่าสาบานว่าจะต้องปิดทุกอย่างเป็นความลับ”

โยฮันอึ้งไปนิดก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วบอกลิซ่าทำใจให้สบาย อยู่ทางนี้ตนจะช่วยสืบข่าวพ่อของเธอให้อีกแรง ไม่นานต้องเจอตัวแน่

พอลิซ่าขึ้นรถจะกลับ และพวกมาเรียก็เตรียมตัวจะเข้าพบโยฮัน ไม่คาดคิดว่าช่วงเวลานี้จะมีคนร้ายกลุ่มหนึ่งบุกมาฉุดเธอ แต่โชคยังดีที่ภูมิตาไวช่วยเธอทันท่วงที ภูมิเพียงคนเดียวจัดการกับคนร้ายได้สบาย จนพวกมันหวาดกลัวต้องเปิดแน่บไปอย่างไม่เป็นท่า

โยฮันซาบซึ้งใจเป็นอย่างมากที่ภูมิช่วยลิซ่า จึงรับปากจะเจรจากับเฮียโส่ยให้เอง เนื่องจากเฮียโส่ยเคยติดหนี้บุญคุณของเขามาก่อน แต่ในระหว่างนี้โยฮันก็ขอให้ภูมิกับปลื้มหลบหน้าไปสักพักเพื่อความปลอดภัย สองคนเห็นด้วยเพราะเมื่อกลับมาที่ร้านปรากฏว่าโดนระเบิดควันของเฮียโส่ยส่งมาข่มขู่

ส่วนลิซ่าที่ได้รับความช่วยเหลือจากภูมิและมาเรีย เธอรู้สึกไว้วางใจเขาสองคนจนอยากให้เดินทางไปเมืองไทยด้วยกัน...

ที่แท้คนร้ายกลุ่มนั้นคือคนของเก้ายอดที่รับคำสั่งจากโยฮันบุกมาจับตัวลิซ่า สองคนมีลับลมคมในที่ลิซ่าไม่เคยระแคะระคายหรือระแวงมาก่อน เมื่อคนของเก้ายอดทำงานพลาด จึงโดนโยฮันตำหนิอย่างไม่พอใจ

เก้ายอดหน้าเสีย แก้ตัวว่า “ไม่มีใครรู้ว่าพวกคนไทยจะโผล่มาที่นี่ แต่คุณไม่ต้องเป็นห่วง ครั้งหน้าผมรับรองว่าต้องได้ตัวลิซ่าแน่”

“แต่ต้องไม่ใช่ที่นี่ ที่สำคัญฉันไม่อยากให้ลิซ่าเจ็บตัวถ้าไม่จำเป็น”

“แล้วจะให้ผมทำยังไง”

“ความลับของอีธาน บางทีอาจจะซ่อนอยู่ในเครื่องเพชรที่ลิซ่าพูดถึง แกต้องไปหามันมาให้ได้”

“เครื่องเพชร คุณหมายถึงชิ้นไหน อย่าลืมสิว่าครอบครัวของเธอเป็นนักออกแบบเครื่องประดับที่ชำนาญมาก”

“สงสัยว่าจะเป็นชิ้นที่มีค่ามากที่สุดคือทิวลิปทอง อีธานพกมันติดตัวอยู่เสมอ ยกเว้นวันที่เขาเสียชีวิต”

“ทิวลิปทอง...” เก้ายอดพึมพำชื่อนั้นด้วยความสนใจ

ooooooo

หลังจากเกือบโดนจับตัวเมื่อตอนกลางวัน พอตกกลางคืนลิซ่าต้องสู้รบกับคนร้ายอีกครั้ง พวกมันบุกเข้ามาเป้าหมายอยู่ที่ตู้เซฟ แต่เผอิญลิซ่าเลือกที่จะเก็บเซฟไว้ในห้องนอน คนร้ายเลยผิดหวัง แถมยังถูกเธอใช้ไม้เบสบอลไล่หวดจนกระเจิงไป

นั่นก็เพราะคนร้ายไม่ต้องการทำร้ายลิซ่า แต่ต้องการของในเซฟเท่านั้น เมื่อมีการแจ้งความ มาเรียจึงมาพร้อมมาร์โก้ เธอวิเคราะห์อย่างไม่เชื่อว่าการที่คนคนหนึ่งจะถูกลักพาตัวแถมถูกปล้นในวันเดียวกันเป็นเรื่องบังเอิญ แล้วมาเรียก็ค้นพบยานอนหลับในห้องลิซ่า ซึ่งก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุ เก้ายอดได้โทร.มาบอกให้ลิซ่ากินยานี้เพื่อจะได้หลับพักผ่อนเต็มที่ แต่เพราะเธอดื้อรั้นจึงไม่ได้กิน

เหตุนี้ทำให้มาเรียอดเพ่งเล็งเก้ายอดไม่ได้ว่าน่าจะเกี่ยวข้อง แต่ลิซ่าเชื่อใจเก้ายอดเกินกว่าจะคิดกับเขาในทางลบ จึงไม่ได้ติดใจเรื่องนี้ แต่คิดไปถึงทิวลิปทองที่พ่อสั่งให้รักษามันไว้ให้ดี ของสิ่งนี้หรือเปล่าที่ทำให้เธอกำลังเดือดร้อน ตกลงมันมีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่

หลังจากคิดมาคิดไป ลิซ่าจำได้ว่าพ่อเคยบอกด้วยว่าทิวลิปทองมีคู่ของมันคือทิวลิปเงิน แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้มันอยู่ที่ไหน...วันนั้นพ่อพูดเป็นปริศนาไว้ว่า

“นั่นแหละคือรหัสของเรา คนที่เก็บทิวลิปเงินเอาไว้คือคนที่จะมาปกป้องลูก นอกจากเขาแล้วห้ามเชื่อใครเด็ดขาด แม้แต่ตำรวจ”

เช้าวันถัดมา มาเรียได้รับแจ้งจากมาร์โก้ว่าลิซ่าขอตัวเธอไปเป็นบอดี้การ์ดในระหว่างเดินทางไปเมืองไทย มาเรียไม่แปลกใจเพราะเชื่อว่าลิซ่าไว้ใจถึงเลือกเธอแทนที่จะเป็นมาร์โก้

ด้านปลื้มกับภูมิก็กำลังคิดจะลี้ภัยกลับเมืองไทยชั่วคราว ขณะที่ภูมิกำลังเก็บสัมภาระ ได้ยินเสียงปลื้มกับพีทโต้เถียงกันดังแว่วมาจากชั้นล่าง

“ไม่ได้กีดกันโว้ย แต่ข้าจะปิดร้านชั่วคราว ลี้ภัยการเมือง...เอ๊ย...ลี้ภัยมาเฟีย”

“แต่ผมอยากได้งานนะน้า พี่สาวผมจะมาที่นี่ แล้วจะให้ผมบอกกับพี่สาวว่ายังไง”

“นั่นมันเรื่องของเอ็ง พี่เอ็งไม่ใช่พี่ข้านี่หว่า”

ภูมิลงมาดูก็สงสารพีท พอเห็นหนุ่มน้อยวิ่งออกไปด้วยความเสียใจ ภูมิตามมาคว้าตัวไว้เพื่อจะปลอบ แต่กลับโดนพีทตัดพ้อต่อว่าชุดใหญ่ก่อนวิ่งหนีไป มาเรียมาเห็นไวๆ ซักถามภูมินิดหน่อยก่อนถามเขาว่าจะกลับเมืองไทยเมื่อไหร่

“พรุ่งนี้ครับ”

“บังเอิญ​จัง ฉัน​เอง​ก็​ต้อง​คุ้มครอง​ลิ​ซ่า​ไป​ที่​เมือง​ไทย​พรุ่งนี้​เหมือน​กัน สงสัย​ต้อง​ไฟลท์​เดียวกัน​แน่”

“ก็ดี​สิ​ครับ ไป​กัน​หลาย​คน​จะ​ได้​ครึกครื้น​หน่อย”

มา​เรีย​ยิ้ม​รับ ใน​ใจ​แอบ​คิดถึง​โอกาส​ดีๆที่​จะ​ได้​ใกล้​ชิด​กับ​เขา...แต่​เมื่อ​เก้า​ยอด​รู้​ว่า​ภูมิ​จะ​เดินทาง​ไป​พร้อม​กับ​ตน​และ​ลิ​ซ่า​ด้วย​ก็​ไม่​พอใจ พูด​ประชด​ลิ​ซ่า​ว่า

“คุณ​คง​ประทับใจ​ที่​ไอ้​หมอ​นั่น​ช่วย​คุณ​ใช่​ไหม แต่​ผม​กลัว​ว่า​เขา​อาจ​ฉวย​โอกาส​นี้​ตีสนิท​กับ​คุณ  ​เพื่อหวังผล อย่าง​อื่น​มาก​กว่า”

“คุณ​ระแวง​เกินไป​แล้ว​ค่ะ​เก้า​ยอด ฉัน​ไม่​คิด​ว่า​คุณ​ภูมิ​จะ​เป็น​คน​แบบ​นั้น”

“ก็ได้ แล้วแต่​คุณ ที่​ผม​พูด​ก็​หวัง​ดี​กับ​คุณ​เท่านั้น” เก้า​ยอด​ทิ้งท้าย​เอา​ไว้ สร้าง​ความ​อึดอัด​ให้​ลิ​ซ่า​ไม่​น้อย...

ทาง​ด้าน​พีท​ที่​ผิดหวัง​ไม่ได้​ทำ​งาน​สุจริต​ที่​ร้าน​ปลื้ม เขา​ไม่​มี​เงิน​เลย​ไม่​มี​ที่​ซุก​หัวนอน ต้อง​อาศัย​ม้า​นั่ง​ในสวน​สา​ธารณะ​เป็น​ที่นอน ปลื้ม​ตาม​มา​เห็น​ก็​ใจอ่อน​ด้วย​ความ​สงสาร พา​พีท​กลับ​ไป​ที่​ร้าน ​ทำ​อาหาร​ให้​กิน​จน​อิ่มหนำและ​ขอ​คำ​สัญญา​ว่า​จะ​กลับ​ตัว​กลับ​ใจ​จริงๆ ถึง​จะ​ให้โอกาสทำงาน​อีก​ครั้ง พีท​ดีใจ​มาก สัญญา​ทันที​ว่า​ต่อ​ไป​นี้​ตน​จะ​เป็นคนดี

ooooooo

ที่​กรุงเทพฯ จักรี​ได้​เบาะแส​ที่​อยู่​ของ​คา​ลิด ​เพื่อน​ของ​อี​ธาน แต่​พอ​จักรี​พร้อม​ด้วย​จ่า​ชัย​และ​หมวด​ณรงค์​พา​กัน​ไป​กลับ​ไม่​พบ เพราะ​คา​ลิด​ไหวตัว​หนี​ไปก่อน หลังจาก​อ่าน​ข่าว​ใน​หนังสือพิมพ์​ว่า​อี​ธาน​หายตัว​ไป​อย่าง​ลึกลับ ด้วย​กลัว​จะ​ถูก​สืบสาวราวเรื่อง​เพราะ​เขา​เป็น​คน​สุดท้าย​ที่​อยู่​กับ​อี​ธาน​ใน​วัน​นั้น...

ฝ่าย​พั้นช์​เร่​ร่อน​ไม่​มี​ที่​อยู่​เป็น​หลักแหล่ง เธอ​พยายาม​หา​งาน​ทำ​เพื่อ​เลี้ยง​ชีพ จนกระทั่ง​ได้​งาน​ใน​บาร์​โค​โยตี้​ใน​ตำแหน่ง​ผู้​ช่วย​แม่​ครัว แต่​พอ​สาวๆดาว​เต้น​ของ​ร้าน​ขาดแคลน​และ​ที่​มี​อยู่​ก็​เต้น​ไม่ได้​ใจ​ลูกค้า เจ้าของ​ร้าน​จึง​มา​บังคับ​เคี่ยวเข็ญ​พั้นช์​ให้​ไป​เต้น​ทั้งที่​เธอ​บอกว่า​เต้น​ไม่​เป็น

ปรากฏ​ว่าการ​เต้น​ของ​พั้นช์​แย่​มาก แต่​รูปร่างหน้าตา​เธอ​ถูกใจ​ลูกค้า​โดยเฉพาะ​ชาว​ต่างชาติ จึง​มี​การ​ชักชวน​ไป​หลับ​นอน​แลก​กับ​เงิน​ที่​เขา​คิด​ว่า​เธอ​ไม่​น่า​จะ​ปฏิเสธ

แต่​ผิด​คาด พั้นช์​ไม่​สนใจ​แถม​ยัง​ใช้​มวยไทย​เล่นงาน​ลูกค้า​ต่างชาติ​สาม​คน​จน​สลบเหมือด เหตุ​นี้​เอง​ พั้นช์​เลย​ตกงาน​ไป​ตาม​ระเบียบ​ทั้งที่​เพิ่ง​เข้า​มา​ทำได้​แค่​วันเดียว

ด้าน​ผู้​กอง​จักรี​ที่​รับผิดชอบ​คดี​ด็อกเตอร์​อี​ธาน วัน​นี้​เขา​สรุป​กับ​สารวัตร​สุเมธ​ว่า​อี​ธาน​หายตัว​ไป​เป็นความ​จริง​ร้อย​เปอร์เซ็นต์ แต่​ยัง​ยืนยัน​ไม่ได้​ว่า​เขา​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่​หรือ​เปล่า ส่วน​พยาน​ที่​เห็น​เหตุการณ์​ก็​ดูเหมือน​จะ​ถูกคนร้าย​ตาม​ล่า​ด้วย​เหมือน​กัน

“คุณ​คิด​ว่า​เรื่อง​นี้​จะ​เกี่ยวข้อง​กับ​งาน​ด้าน​อาวุธ​ชีวภาพ​ที่​ด็อกเตอร์​อี​ธาน​คิด​ขึ้น​มา​หรือ​เปล่า​ผู้​กอง”

“ยัง​ไม่​แน่​ครับ แต่​ก็​มี​ความ​เป็นไปได้ เพราะ​พวก​คนร้าย​ที่​เรา​เจอ​มี​ทักษะ​ด้าน​การ​ต่อสู้​ที่​สูง​กว่า​คนร้าย​ทั่วไป แถม​ยัง​ทำ​งาน​เป็น​ทีม​เหมือน​คน​ที่​เคย​ผ่าน​สนาม​รบ​มา​ก่อน”

“ถ้า​งั้น​คุณ​มี​แผน​ยัง​ไง​ต่อ”

“อย่าง​แรก​คือ​ต้องตา​มหา​พยาน​ให้​พบ​ครับ ทั้ง​นางสาว​พรรณ​มณี​ที่​ถูก​ตาม​ล่า และ​นาย​คา​ลิด​เจ้าหน้าที่​สถาน​ทูต​ที่​หลบ​หนี​ไป​ก่อน​หน้า​นี้ ผม​เชื่อ​ว่า​ทั้ง​คู่​ต้อง​มี​ข้อมูล​แน่ ส่วน​คุณ​ลิ​ซ่า​ลูก​สาว​ของ​ด็อกเตอร์​อี​ธาน​ที่​จะมา​ถึง​เมือง​ไทย​วัน​นี้ ผม​คิด​ว่า​เรา​คง​ต้อง​อารักขา​เธอ​เป็นพิเศษ”

“ถึง​ขนาด​นั้น​เลย​เหรอ”

“ครับ​ผม ผม​เชื่อ​ว่า​คนร้าย​ต้อง​คอย​เล่น​งานเธอแน่”

“คดี​นี้​ไม่​ใช่​คดีธรรม​ดา ขอ​ให้​คุณ​ทำ​งาน​นี้​ให้สำเร็จ ระวัง​ตัว​ด้วย​นะ​ผู้​กอง”

“ขอบคุณ​ครับ” จักรี​ผละ​จาก​สุเมธ​ไป​เตรียม​ความพร้อม​เพื่อ​อารักขา​ลิ​ซ่า โดย​มี​จ่า​ชัย​กับ​หมวด​ณรงค์ร่วมทีม

เมื่อ​คณะ​ของ​ลิ​ซ่า​ที่มา​พร้อม​ปลื้ม​และ​ภูมิ​ถึง​สนามบิน จักรี​ได้​เห็น​ลิ​ซ่า​ถึง​กับ​ตะลึง​ใน​ความ​สวย แต่​พอ​รู้​ว่าเธอมี​เพื่อน​ชาย​มา​ด้วย​ก็​แอบ​สลด ขณะ​เดียวกัน​เก้า​ยอด​ก็​รู้สึก​ไม่​ถูก​ชะตา​จักรี​เอา​เสีย​เลย

หลังจาก​ล่ำลา​กัน​แล้ว ปลื้ม​กับ​ภูมิ​แยก​ตัว​ไป​จาก​กลุ่ม​ของ​ลิ​ซ่า มุ่ง​หน้า​สู่​บ้าน​ของ​ภูมิ​ที่​อยู่​ริม​น้ำ ซึ่ง​บ้าน​หลัง​นี้​ภูมิ​ยัง​เก็บ​สิ่งของ​ของ​ฟ้า​ไว้​ทุก​อย่าง ทำให้​ปลื้ม​อด​ติง​ไม่ได้​ว่า​ใจคอ​เขา​จะ​เก็บ​ไว้​จี้​ใจดำ​ตัว​เอง​ให้​ไร้​ความ​สุข​งั้น​หรือ

“เก็บ​หรือ​ไม่​เก็บ​ของ​พวก​นี้ ฉัน​ก็​ลืม​ฟ้า​ไม่​ลง​หรอก​พี่ หรือ​ว่า​พี่​ลืม​น้อง​สาว​พี่​ได้​แล้ว”

“ไม่​ลืม​โว้ย แต่​ก็​ไม่​หมกมุ่น​เหมือน​เอ็ง​ก็​แล้วกัน เอา​เหอะ​วะ เพิ่ง​มา​ถึง เรา​อย่า​คุย​เรื่อง​นี้​กัน​ดี​กว่า”

“พี่​ปลื้ม​เฝ้า​โยง​ก็​แล้วกัน ฉัน​จะ​ออก​ไป​จ่ายตลาดให้”

ปลื้ม​พยัก​หน้า​รับ​รู้ ภูมิ​ออก​ไป​พัก​ใหญ่ คาด​ไม่ถึง​ว่า​เขา​จะ​ได้​เจอ​พั้นช์​พี่​สาว​ของ​พีท​ที่​เธอ​เพิ่ง​คุย​โทรศัพท์​กับ​น้อง​ชาย​จาก​อัมสเ​ตอ​ร์ดัม​มา​หมาดๆ เวลา​นี้​เธอ​กำลัง​ถัง​แตก พีท​จึง​แนะนำ​ให้​พี่​สาว​ตาม​หา​ปลื้ม​เจ้าของร้าน​อาหาร​ไทย​เผื่อ​จะ​ได้​มา​ทำ​งาน​ด้วย​กัน ซึ่ง​พีท​ได้​บอก​ที่อยู่​ของ​ปลื้ม​ให้​ด้วย

เมื่อ​ภูมิ​ฟัง​เรื่องราว​จาก​ปาก​พั้นช์​ก็​เชื่อ​ครึ่ง​ไม่​เชื่อครึ่ง แต่​ยอม​พา​เธอ​มา​พบ​ปลื้ม​เพื่อ​เป็น​การ​พิสูจน์​คำ​พูด

ปลื้ม​ซัก​ถาม​พั้นช์​จน​เชื่อ​ว่า​เป็น​พี่​สาว​พีท​จริง ก็​รู้สึก​สงสาร​ผู้หญิง​ตัว​คน​เดียว จึง​จะ​ให้​เธอ​อาศัย​อยู่​ที่​นี่ด้วย​แล้ว​ค่อย​คิด​หา​ทาง​เรื่อง​ทำ​งาน แต่​กลาย​เป็น​ว่า​ภูมิ​ไม่ยอม​เพราะ​ไม่​ต้องการ​ให้​มี​ผู้หญิง​เข้า​มา​วุ่นวาย​ในบ้าน

พั้นช์​ไม่​มี​ที่​ไป​จึง​วิงวอน​ขอร้อง​ภูมิ​เป็น​การ​ใหญ่ ที่สุด​ภูมิ​ก็​ใจอ่อน​จน​ได้ แต่​กำชับ​ต้อง​อยู่​ที่​นี่​อย่าง​สงบ

ooooooo

ผู้​กอง​จักรี​และ​ลูกน้อง​ให้การ​ต้อนรับ​ลิ​ซ่า เก้ายอด และ​มา​เ​รี​ย​ที่​ห้อง​ประชุม​กอง​ปราบ​เพื่อ​คุย​รายละเอียดคดี ด็อกเตอร์​อี​ธาน​ซึ่ง​พวก​เขา​ยัง​ไม่​กล้า​ฟัน​ธง​ว่าเสีย​ชีวิต แต่​พยาน​คน​หนึ่ง​เห็น​เขา​ถูก​ยิง

ส่วน​คา​ลิด​เจ้าหน้าที่​สถาน​ทูต​นั้น ลิ​ซ่า​เห็น​รูป​ของ​เขา​ที่​จักรี​ให้​ดู​ก็​ปฏิเสธ​ว่า​ไม่​เคย​เห็น​มา​ก่อน เก้า​ยอด​ฉวย​โอกาส​นี้​ใส่​จักรี​ทันที​ว่า​ข้อมูล​ของ​เขา​อาจ​ผิดพลาด ใน​เมื่อ​เขา​ไม่​เคย​เจอ​กับ​พยาน​แล้ว​รู้​ได้​ยัง​ไง​ว่า​เรื่อง​ที่​ได้ยิน​มา​เป็น​เรื่อง​จริง

“เรา​กำลัง​สืบ​อยู่​ครับ​คุณ​เก้า​ยอด”

“เหลวไหล เดาสุ่ม คุณ​ให้​เรา​บิน​ข้าม​น้ำ​ข้ามทะเล​ มา​ถึง​นี่ แต่​กลับ​ไม่​มี​ข้อมูล​อะไร​สัก​อย่าง...ลิ​ซ่า ผม​ว่า​เรา​เตรียมตัว​กลับ​บ้าน​กัน​เถอะ อยู่​ไป​ก็​เปล่า​ประโยชน์ ขอบคุณ​นะ​ครับ​สำหรับ​การ​สืบ​คดี​ของ​ด็อกเตอร์​อี​ธาน ยัง​ไม่ได้​เรื่อง​เลย”

เก้า​ยอด​แขวะ​ตำรวจ​ไทย​แล้ว​พา​ลิ​ซ่า​กลับ​ไป จักรี​เดิน​บ่น​มา​กับ​ลูกน้อง​ว่า​เก้า​ยอด​กันท่า​สุด​ฤทธิ์ ณรงค์​เสริม​ว่า​ขี้​หึง​ด้วย มา​เ​รี​ย​เข้า​มา​สมทบ บอก​ว่า​ตน​เห็น​ด้วย

“อ้าว ​คุณ​มา​เ​รี​ย​ไม่​กลับ​ไป​กับ​เขา​หรือ​ครับ”

“ฉัน​เป็น​ตำรวจ ยัง​ไง​ก็​ต้อง​อยู่​คุย​กับ​ตำรวจ​ด้วย​กัน​ ให้​รู้​เรื่อง เก้า​ยอด​พยายาม​ทำตัว​เป็น​ผู้​ปกครอง​ของ​ลิ​ซ่า เขา​คอย​บงการ​เธอ​มา​ตลอด”

“แต่​ทาง​เรา​ต้อง​รีบ​สืบ​คดี​นะ​ครับ ถ้า​มี​นาย​เก้า​ยอด ​อยู่​ด้วย​คง​ไม่​สะดวก”

“ใช่​ครับ เผลอๆจะ​มี​คดี​ตั๊น​หน้า​เพิ่ม​อีก​หนึ่ง​คดี”

“ฉัน​จะ​หา​โอกาส​พา​ลิ​ซ่า​มา​พบ พวก​คุณ​จะ​ได้​พูด​คุย​กับ​คุณ​ลิ​ซ่า​ตามลำพัง”

“ขอบคุณ​หมวด​มา​เ​รี​ย​มาก​ที่​ร่วมมือ​กับ​เรา”

“เป็น​หน้าที่​ของ​ตำรวจ​อยู่​แล้ว” มา​เ​รี​ย​ยิ้ม​ให้​ตำรวจ​ไทย​อย่าง​เป็น​มิตร

ooooooo

พั้นช์​คุย​โว​โอ้อวด​ว่า​ทำ​อาหาร​อร่อย เรียน​ทาง​ด้าน​นี้​มา​โดย​ตรง แต่​พอ​ปลื้ม​ยอม​ให้​แสดง​ฝีมือ​ก็​เละเทะ​สะเปะสะปะ​อยู่​ใน​ครัว​คน​เดียว

เมื่อ​อาหาร​ทุก​อย่าง​สำเร็จ​เสร็จ​ลง ภูมิ​เห็น​หน้าตาของ​มัน​แล้ว​กิน​ไม่​ลง ยก​ให้​ปลื้ม​เป็น​คน​ชิม ปรากฏ​ว่า​ปลื้มชิม​ทุก​อย่าง ส่ง​ผล​ให้​ท้องเสีย​อย่าง​หนัก​วิ่ง​เข้า​ห้องน้ำ​เป็น​ว่าเล่น หมด​แรง​และ​หน้าซีด​เซียว​จน​ภูมิ​แทบ​จะ​พา​ส่ง​โรงหมอ

แต่​ถึง​จะ​ท้องเสีย​ ปลื้ม​ก็​ยัง​เมตตา​ต่อ​พั้นช์ บอกกับ​ภูมิ​ว่า​ช่วย​คน​ต้อง​ช่วย​ให้​ถึงที่​สุด ใน​เมื่อ​ตน​ตัดสินใจ​แล้ว​ ว่า​จะ​ช่วย​พีท ก็​ต้อง​ช่วย​พี่​สาว​มัน​ด้วย

คืน​นั้น​พั้นช์​เศร้า​ซึม ไม่​รู้​ชะตา​กรรม​ตัว​เอง​จะ​เป็น​ยัง​ไง​ต่อ​หลังจาก​แผนการ​โชว์​ฝีมือ​การ​ทำ​อาหาร​ล้มเหลว​ไม่​เป็น​ท่า ภูมิ​เดิน​เงียบๆเข้า​มา​เมียงมอง​ก่อน​ถาม​ว่า

“ถาม​จริงๆเหอะ เรียน​วิชา​ทำ​อาหาร​มา​จาก​ที่ไหน”

พั้นช์​อ้ำอึ้ง​ก่อน​จะ​สารภาพ​ความ​จริง​ว่า​เรียน​ไม่จบ เงิน​หมด​เสีย​ก่อน ตน​เลย​ซื้อ​ใบ​ประกาศ​เกียรติ​บัตรมา

“แล้ว​ทำไม​ไม่​บอก​แต่​แรก”

“ฉัน​อยาก​ได้​งาน ฉัน​อยาก​ไป​อยู่​กับ​น้อง​ที่​อัมสเ​ตอร์- ดัม คุณ​ไม่​เข้าใจ​หรอก​ว่าการ​ที่​ครอบครัว​ต้อง​พลัดพราก​จาก​กัน ต้อง​บ้าน​แตก​สาแหรก​ขาด มัน​เลว​ร้ายแค่​ไหน ฉัน​ไม่ได้​เจอ​กับ​น้อง​มา​สาม​ปี​แล้ว ฉัน​แค่​อยาก​อยู่​กับ​น้อง อยาก​ให้​วิญญาณ​ของ​พ่อ​เห็น​ว่า​ฉัน​กับ​น้อง​มี​ความ​สุข แต่​มัน...” เธอ​พูด​ต่อ​ไม่​ไหว สอง​มือ​ปิด​หน้า​กลั้น​น้ำตา​ไม่​ให้​ไหล ภูมิ​มอง​อย่าง​เข้าใจ​และ​สงสาร ดึง​มือ​เธอ​ออก

“ถ้า​อยาก​ร้อง​ก็​ร้อง​เถอะ ไม่​เป็นไร​หรอก”

พั้นช์​ปล่อย​โฮ​ทันที  สวมกอดเขา​ไว้​เป็น​ที่​พึ่ง  ภูมิไม่รู้​ จะ​ทำ​ยัง​ไง ได้​แต่​แหงน​หน้า​มอง​ฟ้า​ยาม​ราตรี​นั้น​อย่าง​ทำใจ

ooooooo

คืน​เดียวกัน​นี้​ทอม​มี่​ได้​รับคำ​สั่ง​จาก​ใคร​บางคน​ให้​รีด​ความ​จริง​จาก​ลิ​ซ่า​ที่​เดินทาง​มา​เมือง​ไทย เพราะ​เขา​สงสัย​ว่า​ใน​ตัว​เธอ​อาจ​มี​ของ​สำคัญ​บาง​อย่าง​ที่​จะ​เป็น​กุญแจ​ไข​ปริศนา ซึ่ง​ของ​สิ่ง​นั้น​คือ​อะไร ​ทอมมี่​ต้อง​เอา​คำ​ตอบ​มา​ให้​ได้ แต่​จำ​ไว้​อย่า​ให้​ถึง​ตาย...

รุ่ง​ขึ้น​มา​เ​รี​ย​ทำ​ตาม​ที่​รับปาก​จักรี​ไว้​ว่า​จะ​พา​ลิ​ซ่า​ไป​พบ​เขา​โดย​ไม่​มี​เก้า​ยอด เธอ​หลอก​เก้า​ยอด​ว่า​จะ​พา​ลิ​ซ่า​ไป​ช็อปปิ้ง​ประสา​ผู้หญิง​ด้วย​กัน

สอง​ฝ่าย​นัด​เจอ​กัน​ที่​ร้าน​อาหาร​ใน​โรงแรม​แห่ง​หนึ่ง จักรี​มา​พร้อม​ชัย​และ​ณรงค์ พูด​คุย​กับ​ลิ​ซ่า​และ​มา​เ​รี​ย​จน​รู้​ว่า​ก่อน​เดินทาง​มา​เมือง​ไทย​ลิ​ซ่า​ถูก​คน​ปอง​ร้าย ซึ่ง​เจ้าตัว​คาด​ว่า​พวก​มัน​พยายาม​จะ​ลักพา​ตัว

ชัย​กับ​ณรงค์​เห็น​ตรง​กัน​ว่า​แปลก​มาก ถึง​ลิ​ซ่า​จะ​ทำ​งาน​เกี่ยว​กับ​จิวเวลรี่ แต่​ฐานะ​ก็​ไม่ได้​อยู่​ถึง​ขั้น​มหา-​เศรษฐี แสดง​ว่า​คนร้าย​ต้อง​มี​จุด​ประสงค์​อื่น เมื่อ​จักรี​ถาม​ว่า​ทราบ​หรือ​ไม่​ว่า​ตอน​นี้​พ่อ​ของ​เธอ​ทำ​งาน​ให้​กับ​ใคร​บ้าง ลิ​ซ่า​ส่าย​หน้า​บอก​ว่า

“ตำแหน่ง​ที่​ปรึกษา​ของ​กองทัพ ท่าน​เกษียณ​มา​นาน​แล้ว​ค่ะ จะ​ว่า​ไป​ช่วง​หลังๆมา​นี่​ฉัน​ไม่​เห็น​ว่า​ท่าน​จะ​ทำ​งาน​วิจัย​หรือ​ค้นคว้า​อะไร​เลย​ด้วย​ซ้ำ”

“แล้ว​พอ​ทราบ​ไหม​ครับ​ว่า​ท่าน​มา​ทำ​อะไร​ที่​เมืองไทย”

“ฉัน​คิด​ว่า​ท่าน​คง​มา​ท่องเที่ยว​ค่ะ เพราะ​สอง​สามปี​มา​นี้ท่าน​มา​ที่​นี่​ประจำ มา​ครั้ง​นึง​ก็​พัก​อยู่​หลาย​สัปดาห์ บาง​ครั้ง​ก็​เป็น​เดือน”

“แล้ว​ท่าน​พัก​ที่​โรงแรม​ไหน คุณ​ทราบ​รึ​เปล่า​ครับ”

ลิ​ซ่า​นิ่ง​ไป...ดูเหมือน​ว่า​เธอ​จะ​ไม่​รู้​อะไร​เกี่ยว​กับ​บิดา​มากมาย​นัก จักรี​ยิ่ง​รู้สึก​ว่า​คดี​นี้​มี​เงื่อนงำ​มาก​กว่า​ที่​คิด​ไว้ ซึ่ง​จักรี​ยัง​ฝังใจ​เรื่อง​อาวุธ​ชีวภาพ​ที่​อี​ธาน​ถนัด หลัง​แยก​จาก​มา​เ​รี​ย​กับ​ลิ​ซ่า​แล้ว จึง​สั่ง​ชัย​กับ​ณรงค์​ให้​เช็ก​ข้อมูล​ว่า​ตอน​อยู่​เมือง​ไทย​อี​ธาน​เข้า​พัก​ที่ไหน​บ้าง แล้ว​ใน​บ้าน​เรา​มี​ห้อง​แล็บ​ที่ไหน​บ้าง​ที่​มี​ขีด​ความ​สามารถ​ถึงขั้น​จะ​พัฒนา​อาวุธ​เคมี​หรือ​อาวุธ​ประเภท​อื่น

“ผู้​กอง​มั่นใจ​เหรอ​ครับ​ว่าการ​หายตัว​ไป​ของ​ด็อกเตอร์​ อี​ธาน​จะ​เกี่ยว​กับ​งาน​ของ​เขา”

“ถึง​ยัง​ไง​ผม​ก็​ขอ​ภาวนา​อย่า​ให้​สิ่ง​ที่​ผม​คิด​เกิด​ขึ้น​มา เพราะ​ถ้า​มัน​เป็น​เรื่อง​จริง​ล่ะ​ก็...ประเทศชาติ​ของเรา ​คง​วุ่นวาย​แน่”

ณรงค์​กับ​ชัย​มอง​หน้า​กัน​อย่าง​หวั่น​ใจ...ทั้ง​สามคน​เดิน​ออก​จาก​โรงแรม​โดย​มี​สายตา​คมกริบ​ของ​ทอม​มี่​มอง​ตาม​ไป​อย่าง​ไม่​เป็น​มิตร

ooooooo

พั้นช์​ตอบแทน​ปลื้ม​กับ​ภูมิ​ที่​ยอม​ให้​อยู่​ต่อ​ด้วย​การ​ทำ​ความ​สะอาด​บ้าน​แทน​การ​ทำ​อาหาร​ที่​ไม่ได้​เรื่อง และ​ยัง​หวัง​ไกล​ว่า​จะ​ได้​ไป​อัมสเ​ตอ​ร์ดัม​เพื่อ​พบ​น้อง​ชาย

ขณะ​ทำ​ความ​สะอาด​บ้าน​อยู่​นั้น พั้นช์​เจอ​หนังสือพิมพ์​ เก่าๆลงข่าว​ร้าน​อาหาร​ไทย​ชื่อ​ดัง​ใน​อัมสเ​ตอ​ร์ดัม​ที่​มี​สูตร​ชาววัง​ดึงดูด​ใจ​ลูกค้า​จน​ฝรั่ง​ยกนิ้ว​ให้ เธอ​สนใจ​มาก

ดู​มา​ดู​ไป​เป็น​ร้าน​ต้ม​ข่า​ไก่​ของ​ปลื้ม จึง​มา​ตื๊อ​ถาม​สูตร​จาก​เขา แต่​ต้อง​ผิด​หวัง​เพราะ​ปลื้ม​บอก​ว่า​เป็น​สูตรประจำ​ตระกูล บอก​ใคร​ไม่ได้ น้อง​สาว​ตน​ถ่ายทอด​ให้​ตน​กับ​ภูมิ​เท่านั้น

“อ้าว ก็​ไหน​ว่า​สูตร​ประจำ​ตระกูล แล้ว​พี่​ภูมิ​รู้​ได้​ยัง​ไง”

“ก็​เรา​เป็น​ญาติ​กัน แล้ว​ตอน​เปิด​ร้าน​มัน​ก็​ถือ​หุ้นด้วย แล้ว​เรา​น่ะ​มี​อะไร​มา​แลกเปลี่ยน”

“น้า​พูด​แบบ​นี้ หรือ​ว่า​จะ​ให้​หนู​พลี​กาย”

“เย้ย!!! ไม่​เอา จะ​บ้า​เหรอ”

“แล้ว​น้า​จะ​ให้​หนู​ทำ​ยัง​ไง หนู​อยาก​ได้​สูตร​จริงๆ”

“เอ็ง​ฟัง​นะ คือ​น้า​สาบาน​กับ​ฟ้า​น้อง​สาว​น้า​เอาไว้​ว่า​จะ​ไม่​สอน​ให้​ใคร​เด็ดขาด เอา​งี้ เอ็ง​ลอง​ไป​ง้อ​ไอ้​ภูมิ​มัน​ดู​ก็​แล้วกัน​ มัน​อาจจะ​บอก​เอ็ง​ก็ได้”

พั้นช์​ได้​ฟัง​ก็​มี​ความ​หวัง เยี่ยม​หน้า​ไป​รอ​รับ​ภูมิ​ที่​เพิ่ง​ออกกำลัง​กาย​เสร็จ​กลับ​มา จัด​น้ำ​เย็น​มา​ให้​อย่าง​เอาอกเอาใจ​ก่อน​จะ​เลียบเคียง​ขอ​สูตร​อาหาร​ชาววัง แต่​ต้อง​ผิดหวัง​ซ้ำ​สอง​เพราะ​ภูมิ​ไม่​ยอม​สอน ด้วย​เหตุผล​เดียว​กับ​ปลื้ม​ที่​ว่า​สูตร​ของ​ร้าน​ต้ม​ข่า​ไก่​เป็น​มรดก​ตกทอด​ของ​ฟ้า​และ​เป็น​เอกลักษณ์​ของ​ทาง​ร้าน

ooooooo

มา​เ​รี​ย​พา​ลิ​ซ่า​หาย​ไป​ครึ่ง​ค่อน​วัน​ก่อน​จะ​พา​กลับ​มา​ส่ง​ยัง​โรงแรม​ที่​พัก​แล้ว​แยก​ตัว​ไป​พักผ่อน

เมื่อ​ลิ​ซ่า​เข้า​มา​ใน​ห้อง​เห็น​เก้า​ยอด​นั่ง​จิบ​เครื่องดื่ม​รอ​อยู่​ก็​ชัก​สีหน้า​ไม่​พอใจ ถาม​ว่า​เข้า​มา​ได้​ยัง​ไง

“ผม​หลอก​แม่บ้าน​ว่า​ผม​ลืม​กุญแจ เธอ​คิด​ว่า​ผม​เป็น​สามี​ของ​คุณ ก็​เลย...”

“คุณ​นี่​แย่​จริงๆ”

“ไม่​เอา​น่า​ลิ​ซ่า เรื่อง​แค่​นี้​ไม่​เห็น​ต้อง​หงุดหงิด​เลย”

“คุณ​ก็​รู้​ว่า​สถานการณ์​ตอน​นี้​มัน​ตึงเครียด​แค่​ไหน ฉัน​ไม่​มี​อารมณ์​มา​ล้อ​เล่น”

“ผม​ขอโทษ ผม​ก็​แค่​อยาก​อยู่​กับ​คุณ​ตามลำพัง ตั้งแต่​มา​นี่​คุณ​ใช้​เวลา​อยู่​กับ​มา​เ​รี​ย​มาก​กว่า​ผม​ซะ​อีก”

“ช่วย​เข้าใจ​ฉัน​หน่อย​เถอะ​เก้า​ยอด พ่อ​ของ​ฉัน​หายตัว​ไป และ​มี​แนวโน้ม​ว่า​ท่าน​อาจ​ได้​รับ​อันตราย”

“แล้ว​ตำรวจ​ไทย​พวก​นั้น​สืบ​อะไร​ไม่ได้​เลย​หรือ​ยัง​ไง”

“กำลัง​สืบ​หา​ข้อมูล​อยู่​ค่ะ คง​จะ​ทราบ​สาเหตุ​เรื่อง​พ่อ​ฉัน​ที่​หายตัว​ไป​เร็วๆนี้​แหละ” พูด​แล้ว​ลิ​ซ่า​สังเกต​เห็น​สีหน้า​ท่าที​เก้า​ยอด​แปลกๆ เริ่ม​รู้สึก​ระแวง​ใน​ตัว​เขา​ขึ้น​มา

เวลา​เดียวกัน​นั้น มา​เ​รี​ย​ต่อ​สาย​ถึง​มาร์​โก้​ที่​อัมสเ​ตอร์-ดัม รายงาน​เกี่ยว​กับ​คดี​ด็อกเตอร์​อี​ธาน​ว่า “จาก​ข้อมูล​ของ​ตำรวจ​ไทย​ทำให้​ฉัน​เชื่อ​ว่า​คนร้าย​ที่​ปล้น​บ้าน​คุณ​ลิ​ซ่า ​และ​พยายาม​ลักพา​ตัว​เธอ อาจ​เป็น​กลุ่ม​เดียว​กับ​ที่​ทำร้าย​ด็อกเตอร์​อี​ธาน”

“คุณ​รู้​ได้​ยัง​ไง”

“เหตุการณ์​เกิด​ขึ้น​ไล่เลี่ย​กัน ฉัน​ไม่​คิด​ว่า​จะ​เป็น​เหตุ​บังเอิญ​ที่​เกิด​ขึ้น​กับ​สอง​พ่อ​ลูก​นั่น”

“แค่​นั้น​เอง​เหรอ”

“เรา​จะ​ประมาท​ไม่ได้​นะ​มาร์​โก้ คน​ที่​อยู่​เบื้องหลัง​เรื่อง​นี้​ต้อง​มี​อิทธิพล​สูง​มาก มัน​ถึง​ทำ​งาน​ข้าม​ชาติ​ได้”

“ถ้า​งั้น​คุณ​ก็​ระวัง​ตัว​ด้วย​นะ เพราะ​คนร้าย​อาจ​มี​เส้นสาย​เป็น​คน​ที่​เรา​คาด​ไม่​ถึง”

มา​เ​รี​ย​รับ​ทราบ​และ​เตือน​มาร์​โก้​ให้​ระวัง​ตัว​ด้วย​เช่น​กัน​ก่อน​จะ​ตัด​สาย​ไป

ooooooo

จักรีพยายามตามหาตัวพยานที่เห็นเหตุการณ์อีธานโดนทำร้ายและหายตัวไป แต่เมื่อเขากับลูกน้องมาถามหาที่บาร์โคโยตี้ก็พบว่าพั้นช์โดนไล่ออกไปแล้ว

แต่จักรีก็ยังไม่หยุดการค้นหา จนกระทั่งวันต่อมาจ่าชัยได้เบาะแสเพิ่มเติมจากตำรวจท้องที่ว่าพั้นช์ต้องการไปเนเธอร์แลนด์เพราะน้องชายอยู่ที่นั่น และบังเอิญอีธานก็เป็นคนเนเธอร์แลนด์ หากเราติดต่อน้องชายของพยานได้เมื่อไหร่ ก็จะหาตัวเธอง่ายขึ้น

ส่วนคาลิดเพื่อนของอีธานหลบหนีย้ายที่อยู่ไปนั้น นึกไม่ถึงว่าวันเดียวกันนี้พวกจักรีจะได้พบเขาโดยบังเอิญในย่านท่องเที่ยว แต่คาลิดก็พยายามหนีอีกตามเคย วิ่งข้ามถนนโดยไม่ทันระวัง โดนรถชนได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล...

ส่วนที่เนเธอร์แลนด์ โยฮันให้อีริคเข้าไปค้นบ้านลิซ่าในระหว่างที่เธอเดินทางมาเมืองไทย สิ่งที่โยฮันต้องการคือทิวลิปทองซึ่งเชื่อว่าความลับของอีธานซ่อนอยู่ในนั้น แต่อีริคตรวจค้นอย่างละเอียดพบเพียงเครื่องประดับอย่างอื่น ไม่มีดอกทิวลิปสีทอง โยฮันคาดว่าลิซ่าคงเอามันติดตัวไปด้วย

คิดได้ดังนั้นแล้ว โยฮันรีบโทร.บอกเก้ายอดต้องเอาทิวลิปทองคืนมาให้ได้ เก้ายอดจึงแอบเข้าห้องพักลิซ่าค้นกระเป๋าเดินทางอย่างละเอียดแต่ไม่พบสิ่งที่ต้องการ

เก้ายอดไม่ละความพยายามที่จะเอาทิวลิปทองมาให้ได้ เขาวางแผนให้ลิซ่าเอาเครื่องประดับทิวลิปทองมาโชว์ในงานแสดงจิวเวลรี่ครั้งใหญ่ที่กรุงเทพฯ อ้างว่าผู้จัดงานเชิญร้านของตนที่ลิซ่าเป็นหุ้นส่วนไปร่วมงานด้วย แต่ทางร้านของเราที่เนเธอร์แลนด์ส่งเครื่องประดับมาไม่ทันเพราะติดปัญหาหลายอย่าง ก็เลยต้องยืมทิวลิปทองของเธอ

มาเรียนั่งฟังอยู่ด้วยท้วงขึ้นอย่างเอะใจ “คุณเก้ายอดคะ เครื่องประดับที่ใช้แสดงในงานแบบนั้นต้องมีมูลค่าสูง ทำไมคุณคิดว่าคุณลิซ่าจะพกมันติดตัวมาด้วยคะ”

“ผมก็แค่เดา...คุณช่วยผมหน่อยนะลิซ่า งานนี้มันสำคัญกับธุรกิจของเรามาก”

ลิซ่าไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ มองเก้ายอดด้วยความสงสัย เช่นเดียวกับมาเรียที่รู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลของผู้ชายคนนี้ พอลับหลังเขา สองสาวจึงพูดคุยกันตามลำพัง โดยมาเรียเป็นฝ่ายเปิดฉากก่อน

“รู้สึกว่าท่าทางคุณเก้ายอดดูแปลกๆ ทำไมเขาถึง อยากได้เครื่องประดับของคุณขนาดนี้ แล้วการส่งเครื่องประดับจากทางร้านที่เนเธอร์แลนด์มาร่วมงานมันยุ่งยากขนาดนั้นเลยเหรอ”

“เรื่องธุรกิจฉันก็ไม่เข้าใจมากนักหรอกค่ะ บางทีงานนี้อาจจะสำคัญมาก เก้ายอดก็เลยอยากได้เครื่องประดับชิ้นพิเศษเพื่อดึงดูดลูกค้า”

“นั่นก็อีกข้อนึง เขารู้ได้ยังไงว่าคุณจะพกเครื่องประดับชิ้นพิเศษติดตัวมาด้วย ขอโทษนะลิซ่า ฉันรู้ว่าคุณกับเก้ายอดสนิทสนมกัน แต่ฉันคิดว่ามีบางอย่าง ไม่ชอบมาพากล”

“มาเรีย ฉันมีเรื่องสำคัญจะบอกกับเธอ แต่เราต้องคุยกันที่อื่น”

ลิซ่าตัดสินใจเผยความจริงกับมาเรียภายในห้องพัก เธอนำทิวลิปทองออกจากช่องลับในรองเท้าที่สวมใส่ บอกว่าเป็นของสำคัญที่พ่อฝากตนไว้ก่อนมาเมืองไทย ตอนแรกตนตั้งใจจะเก็บมันไว้เป็นความลับ แต่ดูเหมือนว่ามันจะมีเงื่อนงำอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของพ่อ

“คุณไว้ใจฉันขนาดนี้เลยเหรอ”

“ในเมื่อคุณเคยช่วยชีวิตฉันเอาไว้ ฉันก็ไม่จำเป็นต้องสงสัยคุณ”

“นี่อาจเป็นสิ่งที่พวกคนร้ายต้องการจากคุณ”

“เสียดายจริงๆ ที่ฉันไม่รู้ว่ามันมีความหมายยังไง ทิวลิปทองถึงจะมีค่า แต่ก็ไม่มากถึงขนาดต้องตามล่ากันแบบนี้”

ยิ่งฟัง มาเรียก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความซับซ้อนซ่อนเงื่อน... การหายตัวไปของด็อกเตอร์อีธานไม่ใช่เรื่องการปล้นฆ่าธรรมดาแน่ แล้วคนร้ายตามล่าทิวลิปทองเพื่ออะไร

ooooooo

คาลิดยังรักษาตัวในโรงพยาบาลหลังจากโดนรถชนเมื่อวาน ผู้กองจักรี หมวดณรงค์ และจ่าชัยพยายามสอบสวนเรื่องการหายตัวไปของอีธาน แต่คาลิดไม่ให้รายละเอียดอื่นใด นอกจากบอกว่าอีธานตายแล้วตนไม่อยากยุ่ง สร้างความหนักใจให้ตำรวจทั้งสามนายเป็นอย่างมาก

ทางด้านลิซ่ากับมาเรีย หลังจากหารือกันดิบดีแล้ว มาเรียเชื่อว่าคนร้ายเท่านั้นที่จะรู้ว่าตามล่าทิวลิปทองไปเพื่ออะไร จึงเสนอให้ลิซ่าใช้แผนล่อเสือให้มาตะปบเหยื่อด้วยการนำทิวลิปทองไปแสดงในงานจิวเวลรี่ตามที่เก้ายอดต้องการ พร้อมทั้งนำเรื่องนี้ไปปรึกษาจักรีเพื่อช่วยกันวางแผนให้รอบคอบรัดกุม

ขณะเดียวกันนั้น เรด บลู ไวท์ และแบล็ก สมุนทั้งสี่ของทอมมี่จมูกไว ได้ข่าวคาลิดบาดเจ็บเพราะโดนรถชนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ตอนนี้อยู่ในความดูแลของตำรวจ ทอมมี่จึงสั่งสมุนไปฆ่าปิดปากคาลิด เพื่อเรื่องทุกอย่างจะได้เป็นความลับต่อไป

คาลิดรู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัย มีสิทธิ์เดือดร้อนทั้งนั้นไม่ว่าจะอยู่กับตำรวจหรือใครหน้าไหน จึงพยายามหนีออกจากโรงพยาบาล โดยแอบเขียนอะไรบางอย่างลงในกระดาษทิ้งไว้ก่อนหนีไป

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement