ทิวลิปทอง ตอนที่ 13 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ทิวลิปทอง ตอนที่ 13


30 พ.ย. 2560 08:06
150,294 ครั้ง

ละคร นิยาย ทิวลิปทอง

ทิวลิปทอง ตอนที่ 13

อ่านเรื่องย่อ

ทิวลิปทอง

แนว:

ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

ภูมิแผ่นดิน

บทโทรทัศน์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ

กำกับการแสดงโดย:

ฉลอง ภักดีวิจิตร

ผลิตโดย:

บริษัท อินทรีย์ ออดิโอ วิชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7

นักแสดงนำ:

รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง,ศรศิลป์ มณีวรรณ์

ขณะถูกคุมขังอยู่ด้วยกัน นาตาลีจับได้ว่ามาเรียคือตำรวจและไม่ใช่แฟนเก่าของภูมิ รวมทั้งพั้นช์ด้วย เพราะก่อนหน้านี้เธอสืบประวัติภูมิ เขาเคยมีแฟนแต่เสียชีวิตแล้ว ในใจของเขาหมกมุ่นแต่การแก้แค้นทอมมี่ และนั่นก็คือเหตุผลที่เขาตามล่าทิวลิปทอง

“อย่ามาอวดรู้นักเลย ตอนนี้พี่ภูมิไม่ได้ตามล่าทิวลิปทองเพื่อความแค้นอีกแล้ว แต่เขาทำเพื่อสันติภาพของโลกใบนี้ต่างหาก”

พั้นช์ชี้แจงความจริงแต่นาตาลีหาว่าเหลวไหล ย้ำว่าโลกนี้ไม่เคยมีสันติภาพ ไม่เคยว่างเว้นจากสงคราม ตราบใดที่ผู้คนยังโลภโมโทสัน ไม่รู้จักคำว่าพอ คนเราก็ต้องฆ่ากันต่อไป...

เวลาเดียวกันนั้น ภูมิใช้ปืนจี้บังคับสาครเข้าไปในห้องแล็บเพื่อเอาไวรัสทิวลิปทอง แต่สาครยังมีพิษสง เขาฉวยโอกาสตอนเปิดตู้เซฟหยิบปืนที่ซ่อนไว้ออกมายิงภูมิ แต่ภูมิก็ยิงสวนเข้าที่ไหล่ของสาครจนหงายไปเช่นกัน

สาครระบายความแค้นที่มีต่อภูมิเพราะเข้าใจว่าเขาจะมาแย่งนาตาลี...ภูมิโดนยิงที่บริเวณเอวหนึ่งนัด เขาดิ้นรนหาทางรอดด้วยการคว้าขวดสารเคมีไวไฟปาออกไป อารามตกใจสาครเหนี่ยวไกยิงจนเกิดระเบิดไฟลุกท่วม ทำให้ตัวเองถูกเผาไหม้ร้องโหยหวน

ภูมิไม่ได้ต้องการเอาชีวิตสาคร เขาหยิบถังดับเพลิงมาช่วยและพูดความจริงเรื่องนาตาลีถูกจับจนสาครเชื่อ ยอมให้เขาเอาทิวลิปทองไปแลกชีวิตของเธอ โดยบอกทางออกที่เป็นทางลับ ทำให้ภูมิหนีรอดพวกอเล็กซ์และทอมมี่ไปได้ แต่ตัวสาครเองกลับโดนทอมมี่ยิงตายคาที่

อาการภูมิไม่ค่อยดีเพราะแผลโดนยิงเลือดยังไหลไม่หยุด เขาตัดสินใจโทร.หาปลื้มให้ไปขอความช่วยเหลือจากผู้กองจักรีโดยเร็ว และเหตุนี้เองทำให้ภูมิคลายความเจ็บปวดจนเดินหน้าทำภารกิจช่วยชีวิตตัวประกันทั้งสามได้ต่อโดยมีจักรีกับปลื้มร่วมด้วย ซึ่งภูมิสัญญาว่าจะอธิบายความจริงให้จักรีฟังภายหลัง

ในระหว่างรอภูมิเอาทิวลิปทองมา ปาร์คคาดคั้นนาตาลีให้บอกสูตรลับของทิวลิปทอง แต่เธอไม่ปริปากจึงโดนมันทรมานด้วยการใช้กระบองไฟฟ้าช็อตร่างกายต่อหน้ามาเรียกับพั้นช์

เมื่อใกล้ถึงจุดหมาย ภูมิให้จักรีกับปลื้มซุ่มรอจังหวะ ส่วนตัวเองขับรถเข้าไปเจรจากับปาร์คก่อนจะส่งสัญญาณบอกจักรีให้เปิดฉากเล่นงานพวกมัน ฝ่ายปลื้มเล็ดลอดเข้าไปช่วยตัวประกันทั้งสาม โดยภูมิกับจักรีพยายามถ่วงเวลาพวกปาร์คไว้ทางนี้

กว่าปาร์คจะรู้ว่าโดนซ้อนแผน ปลื้มก็ช่วยตัวประกันทั้งสามออกมาสำเร็จ แต่พวกปาร์คยังไม่หยุดการไล่ล่า สองฝ่ายขับรถไล่กวดและยิงกันสนั่นหวั่นไหว นาตาลี ต้องการให้ติดต่อน้องชายเธอเพื่อส่งคนมาช่วย แต่พั้นช์ไม่เอาด้วย ถ้าจะตามมาเฟียมาช่วย เรียกตำรวจดีกว่า

ปาร์คโกรธมากพยายามจะเล่นงานพวกภูมิให้หนักด้วยระเบิด แต่กลายเป็นกลุ่มของตนโดนระเบิดเสียเอง ทุกคนตายคารถตู้ที่ไฟลุกท่วม พอเหตุการณ์สงบ จักรีก็ทวงถามคำตอบจากภูมิทันที

“ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกัน คุณอยู่ฝ่ายไหนกันแน่” นาตาลีเสียงแข็ง

ภูมิไม่ตอบ นาตาลีชักมีดพกที่ซ่อนไว้ตรงต้นขาออกมาจะแทง แต่ภูมิแย่งมีดนั้นไปจ่อคอเธออย่างเร็ว

“ขอโทษด้วยนาตาลี ผมเป็นสายตำรวจ”

“อะไรนะ!” จักรีอุทาน

ทันใดนั้นเสียงไซเรนรถตำรวจแว่วมาแต่ไกล นาตาลีจ้องภูมิด้วยแววตาผิดหวัง

“นี่ใช่มั้ย กำลังเสริมที่คุณเอ่ยถึงเมื่อครู่ คุณหลอกลวง คุณโกหกฉัน”

“ผมเสียใจ แต่ผมจำเป็นต้องทำ”

“ไปตายซะ” นาตาลีปัดมีดออกแล้วลงมือเล่นงานภูมิอย่างดุเดือด เขาไม่กล้าตอบโต้รุนแรง พั้นช์จึงเข้ามาต่อสู้แทนแล้วซัดนาตาลีจนสลบเหมือด จักรีรับร่างเธอไว้พอดี

ooooooo

กลางดึกที่กองปราบ หน่วยอรินทราชทำหน้าที่คุ้มกันสถานที่ จัดแจงเปิดประตูให้จักรีคุมตัวนาตาลีที่ถูกพันธนาการด้วยกุญแจมืออย่างแน่นหนาเข้ามา บรรดานักข่าวที่ดักรออยู่รีบระดมถ่ายรูปเป็นการใหญ่

จักรีรู้สึกสะใจที่ได้แสดงฝีมือพิสูจน์ตัวเอง เขามองมาที่ภูมิอย่างขอบคุณ ส่วนมาเรีย พั้นช์ ปลื้ม พลอยดีใจ ที่ได้เป็นฮีโร่ไปด้วย

“งานใหญ่กว่าที่คิดอีกแฮะ” พั้นช์เปรยเบาๆ ขณะที่มาเรียพูดอย่างโล่งใจว่า

“จบสิ้นซะที ทิวลิปทอง”

ปลื้มหันไปเอ่ยกับจักรี “แจ็กพอตแล้วครับผู้กอง มีความดีความชอบแบบนี้ ผมว่าต้องได้ตำแหน่งคืนแหงๆ”

“ฉันเห็นด้วย เผลอๆอาจได้เลื่อนขั้นด้วยนะผู้กอง”

ขาดคำของพั้นช์...หมวดณรงค์กับจ่าชัยปราดลงบันไดมาขวางหน้าจักรีอย่างขัดใจและไม่เข้าใจ

“นี่มันอะไรกันครับผู้กอง”

“ผมได้ตัวผู้ต้องหาพร้อมหลักฐานสำคัญมาแล้ว จะพาไปส่งสารวัตร”

“ผมเตือนผู้กองแล้วว่าอย่าเล่นนอกเกม”

“ผมไม่มีทางเลือก” จักรีว่าแล้วเดินผ่านหมวดณรงค์กับจ่าชัยไป ณรงค์เสียหน้า มาเรียพูดอย่างเข้าใจความรู้สึกของเขาว่า

“ไม่มีใครอยากข้ามหน้าคุณหรอกค่ะหมวด แต่มันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ”

ณรงค์ไม่ตอบมาเรีย แต่มองไปยังภูมิด้วยความข้องใจ

การประชุมถูกจัดขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากได้ตัวนาตาลีและทิวลิปทองของกลาง ส่วนภูมิและคนที่บาดเจ็บได้รับการปฐมพยาบาลแล้ว

สารวัตรสุเมธชี้แจงกับทุกคนว่า “ทางเบื้องบนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เราสามารถยุติปัญหานี้ลงได้สำเร็จ ทั้งผู้ต้องหากับไวรัสทิวลิปทองจะถูกกักกันอยู่ในที่ปลอดภัย”

“เป็นความดีความชอบของผู้กองจักรีครับ ถ้าไม่ได้เขา ผมก็เสร็จพวกมันไปแล้ว”

ภูมิยกเครดิตให้จักรี พอเจ้าตัวจะแย้ง ภูมิรีบกระแอมเตือนไม่ให้พูด จักรีเลยชะงัก

“มาเหนือเมฆมากเลยนะผู้กอง งานนี้คุณได้ตำแหน่งคืนอย่างที่สมใจแน่”

“ขอบคุณครับสารวัตร”

“สรุปเรื่องมันเป็นมายังไงกันแน่ครับสารวัตร แล้วทำไมคุณภูมิถึงกลายเป็นสายตำรวจไปได้” จ่าชัยถามอย่างข้องใจ หมวดณรงค์เองก็อยากรู้เรื่องนี้

“เขาทำงานให้ผม และขึ้นตรงกับทางผู้ใหญ่โดยตรง ถ้าพวกคุณจำเหตุการณ์ตอนนั้นได้”

สุเมธเล่าย้อนไปตั้งแต่เหตุการณ์ที่ภูมิเกือบจับพวกทอมมี่ได้พร้อมทิวลิปทอง แต่เพราะนาตาลีเข้ามาทำให้ผิดแผน จนภูมิต้องเสียเพื่อนไปถึงสามคน

“ในเกมยกสุดท้าย เราตกเป็นฝ่ายแพ้ก็เพราะนาตาลีเจ้าแม่แก๊งค้าอาวุธยื่นมือเข้ามา ผมไม่รู้ว่าเครือข่ายของเธอยิ่งใหญ่แค่ไหน และไม่รู้ว่าต้องทุ่มเวลาอีกเท่าไหร่ถึงจะหยุดยั้งทิวลิปทองได้สำเร็จ ด้วยเหตุนี้ผมจึงต้องอาศัยสายลับ”

“ทำไมท่านต้องเลือกนายภูมิด้วยครับ ทั้งๆที่สำนักงานของเรามีตำรวจอีกตั้งมากมาย” ณรงค์ซักต่อ

“เพราะเขากำลังแตกคอกับผู้กองจักรีอยู่ตอนนั้น แถมตัวเขากับเด็กสาวที่ชื่อพั้นช์ก็มีความผิดจากการพยายามฆ่าทอมมี่ เราเชื่อว่าจุดนี้จะทำให้นาตาลีหลงกลว่าเขาไม่ได้อยู่ข้างตำรวจอีกต่อไป”

“เป้าหมายของผมคือการตามล่าทอมมี่ จะให้เล่นบทไหนผมไม่แคร์”

“พูดเหมือนคนเสียสละเลยนะคุณภูมิ ผมรู้หรอกว่าคุณมีผลพลอยได้”

“หมวด...” จักรีส่งเสียงปราม แต่ณรงค์ไม่เลิกพูด

“เขาช่วยเหลือทางการก็เพื่อแลกกับลดโทษในคดีที่ไปยิงถล่มพวกทอมมี่คราวก่อน”

“ณรงค์คะ เราฟังเหตุผลก่อนดีกว่า”

ณรงค์ชักสีหน้าใส่มาเรียด้วยความไม่พอใจ สุเมธอธิบายต่อไป

“ถูกของหมวด การลดโทษคือเงื่อนไขที่ผมเสนอให้คุณภูมิ แต่คุณต้องเข้าใจด้วยนะว่าการปลอมเป็นสายในคุกเอราวัณน่ะมันเสี่ยงตายแค่ไหน ผมส่งคุณภูมิไปที่นั่นก็เพื่อให้เขาได้ล้วงข้อมูลจากอเล็กซ์น้องชายของนาตาลี ทางเราจงใจปล่อยให้เขากับอเล็กซ์แหกคุกออกมาก็เพื่อพาเราไปหานาตาลี ก่อนที่เธอจะขายไวรัสทิวลิปทองให้ลูกค้า ซึ่งตอนนี้แผนการของเราก็บรรลุเป้าหมาย”

ทุกคนเข้าใจกระจ่างชัด จ่าชัยถามสารวัตรสุเมธว่าที่เหลือจะเอายังไงต่อ

“กวาดล้างพวกของนาตาลีที่เหลือ และทำลายไวรัสทิวลิปทองนั่นซะ สรุปเป็นอันปิดคดี ผมขอบคุณทุกคนที่ร่วมฝ่าฟันภารกิจนี้มาด้วยกัน ขอบคุณที่พวกคุณยอมเสียสละเพื่อประเทศชาติ”

ooooooo

จักรีมาที่ห้องทำงานของตน หยิบป้ายชื่อวางบนโต๊ะทำงานแล้วเริ่มจัดข้าวของโดยมีภูมิยืนกอดอกมองขำๆ

“เห่อเหลือเกินนะผู้กอง”

“ก็แหงล่ะ ผมไม่ได้นั่งโต๊ะทำงานมาเกือบเดือน คิดถึงจะแย่”

“ยินดีด้วยนะครับ ที่ได้ตำแหน่งคืน”

“ขอบคุณ แต่ช่วยกรุณาจำไว้ด้วยนะครับว่าคุณนั่นแหละที่ทำให้ผมเกือบตกงาน”

“อ้าว ยังไม่หายโกรธแฮะ”

“แน่นอน รวมทั้งเรื่องที่คุณปิดบังผมว่าเป็นสายตำรวจด้วย เพื่อนฝูงกันทำแบบนี้ได้ยังไง มันน่าโมโหนะ”

“โอเค ผมยอมรับผิด ไว้มีโอกาสเมื่อไหร่ ผมจะเลี้ยงข้าวไถ่โทษก็แล้วกัน”

“อย่าเลย ผมรู้ว่าคุณทำตามหน้าที่ แต่คนอื่นนี่สิ คงไม่คิดแบบผมแน่”

ภูมิได้ฟังก็คิดถึงใครบางคน...หมวดณรงค์นั่นเอง เขานั่งหงอยอยู่ที่โต๊ะทำงานด้วยสีหน้าผิดหวัง มาเรียมาเห็นเข้าก็นึกเป็นห่วง ถามเขาว่ายังไม่กลับบ้านอีกเหรอ

“ยังครับ ยังไม่รีบ”

“งอนเหรอคะ”

“จะงอนเรื่องอะไรครับ ผมไม่ได้ทะเลาะกับใครซะหน่อย”

“ก็เรื่องสารวัตรสุเมธไม่ได้บอกความจริงกับคุณแต่แรกเรื่องแผน”

“แค่ผิดหวังนิดหน่อยครับ ผมหลงคิดว่าตัวเองเป็นคนรับผิดชอบคดีนี้ซะอีก แต่ที่ไหนได้...เป็นแค่หุ่นเชิด”

“เราหัวอกเดียวกันนะคะ ตอนที่ฉันมาช่วยคดี ฉันก็คิดแบบคุณ แต่ถึงยังไงคดีนี้ก็ถูกสะสางแล้ว เราอย่าคิดมากเลยค่ะ”

“เราเหรอครับ”

“ค่ะ เราสองคน แบบว่าฉลองปิดจ๊อบหาของอร่อยกินสักมื้อนึงจะได้หายเครียด”

“ก็ดีครับ แต่ผมเลี้ยงคุณนะ”

มาเรียยิ้มรับแทนคำตอบ...

ออกจากกองปราบ จักรีแวะไปเยี่ยมลิซ่าที่ยังพักฟื้นอยู่โรงพยาบาล เขามาเงียบๆพร้อมช่อดอกไม้วางไว้ให้ที่หัวเตียง ลิซ่ายังไม่ทันจะหลับจึงร้องทักเขาด้วยความดีใจ ถามว่าทำไมถึงมาดึกป่านนี้

“คือผมมีข่าวดีน่ะ แบบว่าดีใจจนเก็บไว้ไม่อยู่”

“ข่าวดีอะไรคะ”

“ผมได้ตำแหน่งคืนแล้วนะลิซ่า ผมจับตัวการค้าไวรัสทิวลิปทองได้แล้ว”

“ในที่สุดมันก็จบลงซะที”

“ใช่ เหลือพวกคนร้ายอีกไม่กี่คน ถ้าปิดคดีนี้ได้เมื่อไหร่ ผมจะไปหาคุณที่เนเธอร์แลนด์นะ ผมสัญญา”

“กว่าจะปิดคดี ลูกคงโตก่อนแน่”

“ไม่นานขนาดนั้นหรอก เชื่อมือผมสิ”

ลิซ่ายิ้มให้จักรีแล้วสวมกอดกันอย่างมีความสุข... ชีวิตครอบครัวกำลังเริ่มต้น

ooooooo

เมื่อรู้ว่าตำรวจเตรียมกวาดล้าง อเล็กซ์กับลูกน้องเตรียมหนีออกจากบ้านนาตาลี แล้วบังเอิญอเล็กซ์ได้เห็นคลิปวีดิโอที่นาตาลีบันทึกภาพตัวเองเอาไว้ก่อนหน้านี้ เพราะเธอไม่แน่ใจว่าตัวเองจะทำภารกิจเพื่อประเทศยอรัสได้สำเร็จ

นาตาลียอมรับว่าเธอพยายามฆ่าอเล็กซ์เพื่อแย่งชิงตำแหน่งหัวหน้า แต่ที่ทำไปก็เพื่อชาวยอรัส เพราะเธอรู้ว่าเขาคงไม่เห็นด้วยกับภารกิจนี้ แต่เราต้องลี้ภัยสงคราม ต้องสูญเสียญาติพี่น้องไปเพราะการรุกรานของประเทศมหา อำนาจ และนั่นคือเหตุผลที่เธอตามล่าทิวลิปทองมา ซึ่งเธอไม่ได้คิดจะขายมันแต่แรก แต่เป้าหมายคือการแก้แค้น

อเล็กซ์เข้าใจพี่สาว จึงเดินทางไปสมทบกับพวกทอมมี่เพื่อวางแผนช่วยเหลือนาตาลีที่โดนตำรวจจับตัวไป ซึ่งทอมมี่กับสมุนสองคนได้ที่พักพิงชั่วคราวเป็นอู่ซ่อมรถที่ห่างไกลสายตาผู้คน

หลังเสร็จสิ้นภารกิจ ภูมิกลับมานอนหลับสบายที่บ้านริมน้ำของตนโดยมีปลื้มกับพั้นช์อยู่เป็นเพื่อน แต่ผ่านไปแค่คืนเดียว ภูมิก็มีอันต้องรีบกลับเข้ากองปราบเพราะจ่าชัยแจ้งมาว่าผลตรวจสอบไวรัสทิวลิปทองที่ได้มาเป็นของปลอมทั้งหมด

ภูมิถูกมอบหมายให้เข้าไปเจรจากับนาตาลีที่ถูกคุมขังอยู่ในกองปราบ แต่นาตาลีไม่ยอมบอกว่าไวรัสทิวลิปทองของจริงอยู่ที่ไหน แถมยังทำให้พวกตำรวจหัวปั่นด้วยการหลอกว่าทิวลิปทองยูนิตแรกถูกติดตั้งไว้กับระเบิดเวลาที่ซุกซ่อนอยู่กลางกรุง ถ้าไม่มีคนปลดชนวนระเบิดก่อนเที่ยงนี้ ก็เตรียมนองเลือดได้เลย

สุเมธระดมกำลังตำรวจสุ่มค้นหาไปตามที่ต่างๆในกรุงเทพฯเพื่อหยุดยั้งระเบิดร้ายแรงนั้น แต่หายังไงก็ไม่เจอ พวกภูมิจึงย้อนกลับมาที่กองปราบแล้วทำตามวิธีการของมาเรียที่เสนอมา โดยให้หมวดณรงค์ปลอมตัวเป็นอเล็กซ์ปิดบังหน้าตามิดชิดก่อนพาเข้าไปพบนาตาลีและทำการขู่ฆ่าเขาต่อหน้าเธอ

พวกภูมิหวังว่านาตาลีจะเห็นแก่น้องชายจนยอมบอกแหล่งซ่อนระเบิด แต่กลายเป็นนาตาลีไม่สนใจแผนนี้จึงไม่สำเร็จ ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งกว่าเดิมเพราะใกล้เวลาเที่ยงวันเข้ามาทุกที

ในที่สุดก็เกิดระเบิดขึ้นจริงๆ แต่มันเป็นระเบิดธรรมดา ไม่ได้ร้ายแรงเป็นวงกว้าง นั่นก็เพราะนาตาลีแค่ต้องการขู่ทางการเท่านั้น พออเล็กซ์เห็นข่าวก็บอกพวกทอมมี่ว่าเป็นแผนของพี่สาวตน เธอสั่งว่าถ้าเกิดเหตุระเบิดเมื่อไหร่ให้พวกเราลงมือได้เลย ทอมมี่จึงให้อเล็กซ์ไปรอรับนาตาลี ส่วนพวกตนจะขวางตำรวจให้เอง

นาตาลีใช้ไวรัสทิวลิปทองที่มีสี่ยูนิตต่อรองกับตำรวจจนตัวเองได้รับการปลดปล่อย แต่ภูมิขอไปส่งเธอยังที่หมายโดยแอบติดอุปกรณ์สอดแนมไว้ที่เครื่องประดับของเธอเพื่อให้พวกจักรีแอบติดตาม

ในระหว่างที่จักรีต้องออกไปปฏิบัติภารกิจ เขาให้ปลื้มกับพั้นช์มาเฝ้าลิซ่าที่โรงพยาบาลเพื่อความสบายใจของตน

เมื่อภูมิพานาตาลีมาถึงจุดหมาย กลับพบว่าเธอนัดพวกอเล็กซ์และทอมมี่เอาไว้ สองฝ่ายปะทะกันดุเดือด นาตาลีวิ่งหายไปทางสะพานท่าเรือ โดยมีมาเรียติดตาม ส่วนภูมิกับจักรีช่วยกันยิงสกัดพวกทอมมี่

มาเรียเจ็บใจที่ตามนาตาลีไม่ทัน นาตาลีถอดเสื้อผ้าและเครื่องประดับทิ้ง เพราะรู้ว่ามีอุปกรณ์สอดแนมแล้วกระโดดลงน้ำหนีลอยนวลไปได้ จากนั้นไม่นานอเล็กซ์กับลูกน้องก็ล่องเรือมาช่วยนาตาลีขึ้นฝั่ง เป็นอันแผนการสำเร็จลุล่วง

ooooooo

สุเมธเรียกประชุมลูกน้องด่วนที่กองปราบ ระหว่างนี้นาตาลีโทร.เข้ามาขอพูดกับภูมิ เธอเจ้าเล่ห์ เหมือน เคย ปั่นหัวพวกตำรวจด้วยการบอกความลับว่าในกองปราบมีระเบิดซึ่งเธอส่งมาให้ตั้งแต่กลางเดือนที่แล้ว

พวกจักรีค้นหาระเบิดที่ว่าอย่างเร่งด่วนแต่ยังไร้วี่แวว จึงไปถามเจ้าหน้าที่ที่เคยรับพัสดุราวกลางเดือนที่แล้ว ปรากฏว่าเป็นแอร์ตั้งพื้นตัวใหญ่ที่ส่งไปซ่อมและส่งกลับมาในวันที่จักรีระบุพอดี

ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที บรรดาเจ้าหน้าที่ทยอยออกมารวมตัวกันที่หน้าอาคาร ทั้งหมดต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างหวาดวิตก

จักรีกับภูมิจำเป็นต้องจัดการกับระเบิดให้ได้โดยเร็ว เพราะมัวแต่รอเจ้าหน้าที่เก็บกู้จะไม่ทันการณ์ สองคนเสี่ยงตายโดยให้คนอื่นๆออกไปอยู่นอกตัวอาคารให้หมด และแล้วภูมิก็ทำสำเร็จ เขาหยุดระเบิดลูกนั้นไว้ได้ทั้งที่ยังกังขาอยู่ไม่น้อย

เวลานั้นอเล็กซ์พานาตาลีไปถึงที่พักชั่วคราวของพวกทอมมี่แล้ว ทอมมี่ยินดีร่วมงานกับเธออีกครั้งเพื่อเงิน

ส่วนที่กองปราบ สารวัตรสุเมธกำลังแจ้งข่าวให้ทีมงานรับทราบว่าฝ่ายพิสูจน์หลักฐานยืนยันว่าไวรัสที่ผูกติดกับระเบิดเวลาเป็นของจริง แสดงว่าเรื่องที่นาตาลีพูดน่าจะเป็นความจริงเช่นกัน

“เธอบอกว่ามีไวรัสทั้งหมดสี่ยูนิต ก็แปลว่าตอนนี้เหลืออีกสาม”

“แค่ยูนิตเดียวผมว่าก็ล้างเมืองได้แล้วครับหมวด”

“มันก็แปลกนะคะ ระเบิดของนาตาลีลูกนี้ดูเหมือนจะปล่อยผ่านยังไงชอบกล”

“นั่นสิครับ ถ้าเป้าหมายของเธอคือการสังหารหมู่จริงๆ ป่านนี้พวกเราคงกลายเป็นศพไปแล้ว”

“ผมเองก็สงสัยอยู่เหมือนกัน แต่เรื่องนี้คงมีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้”

ทุกคนต่างข้องใจ เช่นเดียวกับภูมิที่อยู่ในห้องทำงานจักรี เขากำลังดูแผงวงจรของระเบิดเวลาอย่างใช้ความคิด ขณะที่จักรีผลุนผลันหอบแฟ้มกลับเข้ามาเห็นเข้าก็ถามขึ้นอย่างขำๆ

“นั่นแผงวงจรของระเบิดเวลาไม่ใช่เหรอ อย่าบอกนะว่าคุณจะเก็บไว้เป็นที่ระลึก”

“ผมให้หมวดณรงค์ขอยืมมาจากแผนกพิสูจน์หลักฐาน เพราะสงสัยอะไรบางอย่าง”

“คุณสงสัยอะไร”

“ตอนที่คุณเห็นระเบิดครั้งแรก คุณเองยังทักเลยว่ามันเดินสายเป็นสีๆแบบเดียวกับในหนัง แต่ในความเป็นจริงสายไฟของระเบิดไม่จำเป็นต้องแยกสี จะใช้สีเดียวกันก็ได้ แล้วการตัดสายไฟก็เหมือนกัน ถ้าทุกเส้นเชื่อมต่อกับแผงวงจร ตัดยังไงก็ระเบิดอยู่ดี แล้วที่หนักกว่านั้นก็คือนาตาลีเป็นเจ้าแม่ค้าอาวุธสงคราม ระเบิดแสวงเครื่องแบบนี้ เธอสามารถเดินสายไฟซ่อนให้มิดก็ยังได้ แต่ทำไมเธอถึงทำระเบิดง่ายๆแบบนี้มาเล่นงานพวกเรา”

“แปลว่าเธอไม่ได้คิดจะฆ่าใครตอนนี้ เธอจงใจให้เรามีทางรอด แต่เธอจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร”

“คำขู่...เหมือนกับสาส์นจากเบื้องบน ยืนยันว่าเธอมีอำนาจพอจะทำลายล้างโลกใบนี้ แต่เธอแค่ยังไม่ต้องการ”

จักรีอึ้งไปเพราะคำพูดนั้น ขณะที่ภูมิก็แอบหวั่นใจ เมื่อกลับมาถึงบ้านในเย็นนั้น ภูมิแสดงออกกับพั้นช์แปลกๆ เหมือนจะเผยความในใจ ถามหญิงสาวว่า

“เธอจำได้ไหมว่าเราตามล่าทิวลิปทองมานานแค่ไหน”

“เกือบปีแล้วมั้ง”

“วันนี้เป็นครั้งแรกที่พี่ได้เห็นตัวจริงของมัน ไวรัสนั่นสีของมันสวยงามมาก จนไม่น่าเชื่อว่ามันจะฆ่าคนได้เป็นล้าน ถ้าไม่มีสงคราม ไวรัสทิวลิปทองก็คงไม่ถูกสร้างขึ้นมา พี่ไม่อยากให้ถึงวันนั้นเลยพั้นช์ พี่ไม่อยากให้เราทุกคนต้องพรากจากกัน รวมทั้งเธอด้วย”

ภูมิลูบศีรษะพั้นช์แล้วจูบที่หน้าผากเบาๆ หญิงสาวนิ่งงัน แต่ไม่มีคำพูดใด เธอโอบกอดเขาไว้ด้วยความรักและผูกพัน...

ค่ำวันเดียวกันเรดกับแบล็กช่วยกันขนย้ายระเบิดไวรัสทิวลิปทองอีกลูกมาติดตั้งที่รถยนต์คันหนึ่ง โดยมีทอมมี่ อเล็กซ์ เฉิน รอน และนาตาลีจับตามอง

“คราวก่อนแค่เผาหลอก แต่คราวนี้ได้เผาจริงแน่!” นาตาลีประกาศกร้าว คนอื่นๆแสยะยิ้มสะใจ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement