ทิวลิปทอง ตอนที่ 10 นิยายไทยรัฐ
วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ทิวลิปทอง ตอนที่ 10


30 พ.ย. 2560 08:06
150,218 ครั้ง

ละคร นิยาย ทิวลิปทอง

ทิวลิปทอง ตอนที่ 10

อ่านเรื่องย่อ

ทิวลิปทอง

แนว:

ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

ภูมิแผ่นดิน

บทโทรทัศน์โดย:

ณพุทธ สุศรีฯ

กำกับการแสดงโดย:

ฉลอง ภักดีวิจิตร

ผลิตโดย:

บริษัท อินทรีย์ ออดิโอ วิชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7

นักแสดงนำ:

รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง,ศรศิลป์ มณีวรรณ์

หลายวันถัดมา ภูมิฟื้นขึ้นมาและพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงคนไข้โดยมีจักรีเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

“ผู้กอง...” ภูมิเปล่งเสียงแหบพร่า

“คุณทำผมแสบมากนะคุณภูมิ คุณวางแผนฆ่าทอมมี่โดยไม่บอกผม”

“พั้นช์...พั้นช์เป็นยังไงบ้าง”

“ปลอดภัย แต่ถ้าไม่ได้คุณช่วยไว้คงโดนระเบิดตายไปแล้ว ส่วนทอมมี่กับพวกหายไปพร้อมทิวลิปทอง”

“เป็นไปไม่ได้ พวกมันบาดเจ็บ ขนาดผมเองยังเจ็บหนัก แล้วมันจะหนีไปได้ยังไง”

“มีคนช่วยพวกมัน ผมไม่รู้เหมือนกันว่าใคร ฟังนะ ตอนนี้เรื่องบานปลายมาก ผมคงช่วยคุณไม่ไหว คุณต้องรับโทษตามกฎหมาย”

ภูมิอึ้งไปครู่หนึ่งอย่างทำใจ ก่อนจะขอร้องผู้กอง “อย่างน้อยก็ช่วยกันพั้นช์ออกจากคดีนี้ เธอคือผู้บริสุทธิ์”

จักรีพยักหน้ารับแทนคำตอบ...หลังจากนั้นเขาเข้ามาที่กองปราบแล้วโดนสารวัตรสุเมธตำหนิต่อหน้าหมวดณรงค์และจ่าชัย

“รู้ไหมว่าการที่คุณช่วยนายภูมิแบบนี้มันเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่”

“แต่นายภูมิเคยช่วยงานในคดีของเรานะครับสารวัตร แล้วที่เขาทำไปก็เพราะกดดันที่เด็กพีทนั่นถูกฆ่า”

“แต่เขาทำผิดกฎหมาย ผมรายงานเรื่องนี้ให้ทางผู้ใหญ่รับทราบแล้ว ตอนนี้มีคำสั่งให้ตั้งกรรมการสอบสวนคุณ และผมขอสั่งให้คุณพักงานจนกว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จ”

จักรีพูดไม่ออกเพราะจำนนต่อความผิด

ooooooo

วันนี้นาตาลีได้ต้อนรับทอมมี่กับเรดและแบล็กที่รอดตายจากระเบิด แต่สภาพใบหน้าของทอมมี่มีแผลเป็นขนาดใหญ่น่าสยดสยอง

“คุณทอมมี่ ดีใจที่ได้พบกันอีกครั้ง และเสียใจด้วยเรื่องหน้าของคุณ”

“ผมไม่ใช่คนหน้าตาดี ปกติก็เละอยู่แล้ว”

“ฉันชอบฝีมือของพวกคุณ เลยอยากให้มาร่วมงานกับฉัน”

“นายจ้างของผมโยฮัน กับหุ้นส่วนของผมเก้ายอดเสียชีวิตไปทั้งคู่ ตอนนี้ยังไม่มีใครจ่ายเงินผมสักแดง บอกตรงๆว่าผมชักไม่อยากทำงานให้ใครแล้ว”

“ฉันจะจ่ายเงินให้พวกคุณล่วงหน้า ในฐานะที่คุณเอาชีวิตปกป้องสิ่งนี้เอาไว้” นาตาลีเปิดผ้าคลุมบนโต๊ะออกเผยให้เห็นทิวลิปทอง “มันยังสมบูรณ์ดี มีรอยขีดข่วนและเปรอะเขม่าเล็กน้อยจากแรงระเบิด”

พวกทอมมี่จ้องมองทิวลิปทองด้วยความตื่นเต้น

“อาวุธชีวภาพ ความลับของด็อกเตอร์อีธาน อำนาจที่จะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษยชาติได้ทั้งโลก ในที่สุดมันก็เป็นของฉัน” ดวงตาของนาตาลีลุกวาวด้วยเพลิงแค้น จนทอมมี่รู้สึกหวาดหวั่น...

ส่วนที่กองปราบ วันเดียวกันนี้มาเรีย ลิซ่า และปลื้มมารอพั้นช์ที่โดนควบคุมตัวไว้สอบสวน แต่เพราะคำขอร้องของภูมิก่อนหน้านี้ทำให้พั้นช์ไม่มีความผิด จึงได้รับการปล่อยตัว แต่ภูมินั้นผิดเต็มๆ

เมื่อพากันกลับมาที่บ้านริมน้ำ ปลื้มบ่นเป็นห่วงภูมิที่ก่อนหน้านี้ไม่ยอมปรึกษาตน แต่ดันไปคบเด็กสร้างบ้านอย่างพั้นช์...ลิซ่าถามว่าคดีนี้พอจะมีทางแก้หรือไม่ ปลื้มฟันธงว่ายาก เพราะหลักฐานมัดแน่นขนาดนี้ต่อให้ไปถึงชั้นศาลก็คงดิ้นไม่หลุด

ooooooo

ในที่สุดภูมิต้องรับโทษถูกส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำเอราวัณ ซึ่งเป็นเรือนจำสำหรับนักโทษที่ไม่ธรรมดา คือพวกมืออาชีพ พวกที่เคยมีสี หรือมีประวัติเกี่ยวข้องกับขบวนการก่อการร้าย กรณีของภูมิคือเคยทำงานอยู่ในหน่วยรบพิเศษ ชำนาญเรื่องการฆ่าและการรบ ถ้าอยู่เรือนจำธรรมดา เจ้าหน้าที่คงเอาไม่อยู่

จ่าชัยสงสัยว่าเรือนจำเอราวัณสภาพเป็นยังไง หมวด ณรงค์ให้คำตอบว่าสภาพแวดล้อมโอเค เคยเป็นค่ายทหารเก่ามาก่อน แต่โดยเฉลี่ยแล้วจะมีนักโทษตายทุกเดือน จ่าชัยฟังแล้วอึ้ง นึกเป็นห่วงความปลอดภัยของภูมิ

ภูมิเพิ่งถูกส่งมาถึงเรือนจำแห่งนั้น โดยมีพัศดีชื่อเอกภพกับนิกรหัวหน้าผู้คุมรอรับตัวก่อนพาไปตรวจร่างกายค้นหาสิ่งแปลกปลอมตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า

นิกรถือกระบองเดินเฉียดเข้ามาใกล้ภูมิด้วยสีหน้าท่าทางน่าเกรงขาม บอกให้นักโทษใหม่รู้ว่า

“ที่นี่เป็นเรือนจำพิเศษ ไม่ใช่คุกชั้นต่ำทั่วไป นักโทษส่วนใหญ่ในนี้เป็นอาชญากรระดับแนวหน้า แต่ฉันไม่สนหรอกนะว่ามันจะแน่มาจากไหน เพราะถ้ามาอยู่ที่นี่ ทุกคนต้องทำตามคำสั่งของฉัน...พูดสิว่าแกเข้าใจ”

“ครับ ผมเข้าใจ”

“ดี...เพราะฉันได้รับคำสั่งให้จับตาแกเป็นพิเศษ ดังนั้นจงอย่าสร้างปัญหา”

ภูมินิ่งเงียบ นิกรยิ้มเหี้ยมเกรียม ท่าทางกร่างเต็มที่...เมื่อภูมิเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนักโทษตามระเบียบแล้วก็เข้าไปรวมกับนักโทษอื่นๆ

นักโทษจำนวนมากกำลังพักผ่อนหย่อนใจอยู่ที่ลานออกกำลังกายภายในเรือนจำ บางคนมองมาที่ภูมิอย่างเอาเรื่อง บ้างก็ถุยน้ำลายกวนประสาท ภูมิตัดสินใจเดินเลี่ยงไปหาที่นั่งหลบมุมไม่สุงสิงกับใคร

ในบรรดานักโทษมีอเล็กซ์น้องชายของนาตาลีนั่งวางก้ามอยู่กับสมุนคนสนิทของตนคือเฉินกับรอน มันจับตามองมาที่ภูมิด้วยความสนใจใคร่รู้ แต่เวลานั้นภูมิไม่มีอารมณ์จะสนใจผู้ใด

ooooooo

คืนนั้นจักรีนั่งดื่มเหล้าคนเดียวบนห้องพักในคอนโดฯ เขาทอดสายตาเหม่อมองวิวข้างนอกอย่างเศร้าๆ แต่ขณะที่จะรินเหล้าอีกแก้วนั้น ลิซ่าที่อยู่ในชุดนอนเดินเข้ามาจับมือเขาไว้

“คืนนี้คุณดื่มมากแล้วนะคะผู้กอง”

“ผมนึกว่าคุณหลับไปแล้วซะอีก”

“ฉันเห็นคุณหายไป ก็เลยออกมาดู คุณคิดอะไรอยู่เหรอคะ”

“ผมรู้สึกผิดหวังที่ทุกอย่างต้องกลายเป็นแบบนี้ ผมเคยเชื่อมั่นในกฎหมาย เคยคิดว่าตัวเองจะจัดการกับพวกคนร้ายได้สำเร็จ แต่สุดท้าย...” เสียงเขาขาดหายไปด้วยความรู้สึกตื้อตันและเจ็บปวด

“อย่าโทษตัวเองสิคะผู้กอง มันไม่ใช่ความผิดของคุณ”

“มันเป็นความผิดของผม ถ้าผมจับทอมมี่ได้แต่แรก พีทก็คงไม่ตาย ส่วนคุณภูมิก็คงไม่ต้องกลายเป็นฆาตกรแบบนี้ แล้วนี่อะไร...แม้แต่ตัวผมเองก็ยังถูกพักงาน” จักรียกมือลูบหน้าตัวเองด้วยความสับสน ลิซ่าทำได้เพียงโอบกอดเขาเอาไว้ แต่แววตาของจักรีก็ยังคงปวดร้าว

เวลาเดียวกันนั้นที่กองปราบ หมวดณรงค์นำเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับนาตาลีมาให้สารวัตรสุเมธที่อยู่กับมาเรียและจ่าชัย บอกว่านาตาลีคือลูกค้าของเก้ายอด

“นาตาลี ผู้หญิงเนี่ยนะเป็นหัวหน้าแก๊งค้าอาวุธ”

“มันเป็นเรื่องจริงค่ะสารวัตร ผู้หญิงคนนี้มีส่วนเชื่อมโยงกับขบวนการก่อการร้าย”

“ดังขนาดนั้นเลยเหรอครับคุณมาเรีย”

“ตำรวจสากลเคยให้เราจับตาดูความเคลื่อนไหวของเธอค่ะ เพราะว่าเธอเป็นชาวยอรัสหัวรุนแรงเช่นเดียวกับโยฮันและอีธาน”

“ถ้าผู้หญิงคนนี้ได้ทิวลิปทองไปล่ะก็ สงสัยต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่ๆครับสารวัตร”

สารวัตรสุเมธเห็นด้วยกับคำพูดของหมวดณรงค์ ทุกคนต่างหนักใจกับเรื่องนี้

ooooooo

วันถัดมา นาตาลีนำทิวลิปทองเข้าเครื่องสแกนที่ล้ำสมัยภายในห้องแล็บ โดยมีทอมมี่ เรด และแบล็กจับตาดูอยู่ด้วย

คอมพิวเตอร์วิเคราะห์โครงสร้างจนพบว่าภายในทิวลิปทองมีของบางอย่างซ่อนอยู่ นักวิทยาศาสตร์ทำตามขั้นตอน และนำเอาสูตรการเพาะไวรัสของอีธานมาประเมินผล แต่บางส่วนขาดหายไป

นาตาลีหันมาคุยกับทอมมี่ “ตอนนี้เรามีทั้งข่าวดีและก็ข่าวร้าย ข่าวดีก็คือทีมวิจัยของฉันได้พบไมโครฟิล์มที่ซ่อนอยู่ในทิวลิปทอง มันคือสูตรการผลิตไวรัสมหาประลัย”

“แล้วอะไรคือข่าวร้าย”

“แรงระเบิดกับความร้อนไม่ได้ทำให้ทิวลิปทองเสียหาย แต่มันทำให้ไมโครฟิล์มบางส่วนที่ซ่อนอยู่ข้างในชำรุด ดังนั้นสูตรที่ได้มาจึงไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์”

“แปลว่าเราต้องต่อจิ๊กซอว์หาส่วนที่หายไป”

“ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ ก่อนที่เราจะเริ่มแผนการ”

“บอกผมได้ไหมคุณนาตาลี ว่าอะไรคือแผนของคุณ”

“คุณได้รู้แน่ทอมมี่ คุณเป็นคนแรกที่ฉันจะบอก เมื่อถึงเวลา”

ทอมมี่สงสัยว่านาตาลีมีแผนอะไร? เมื่อกลับออกมาจากห้องแล็บ เรดมองสำรวจซ้ายขวาจนแน่ใจว่าปลอดคนก่อนพูดกับทอมมี่ว่า

“นังนี่ท่าทางเขี้ยวลากดินไม่เบา เราจะประมาทไม่ได้นะหัวหน้า”

“นั่นสิหัวหน้า ผมว่ามันดูหมกเม็ดยังไงชอบกล”

“ก็รอดูไปก่อน ยังไงก็ระวังตัวไว้ละกัน แล้วตอนนี้ได้ข่าวของไอ้ภูมิรึยัง”

“มันถูกส่งไปขังที่เรือนจำพิเศษ”

“ยังจะตามเก็บมันอีกเหรอหัวหน้า”

“ถ้ามันยังมีลมหายใจ พวกเราก็อย่าหวังเลยว่าจะได้เป็นสุข” ทอมมี่มั่นใจอย่างที่พูด แบล็กกับเรดพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง

ooooooo

ที่เรือนจำพิเศษเอราวัณ ภูมิถูกนิกรปลุกให้ตื่นพร้อมนักโทษอื่นๆตั้งแต่เช้ามืด ในสถานที่แห่งนี้นอกจากจะมีพวกอเล็กซ์แล้วยังมีขาใหญ่ชื่อแรมโบ้หรือที่ใครๆเรียกว่าโบ้ วางตัวกร่างใส่ภูมิที่เพิ่งมาใหม่

โบ้มีลิ่วล้อไม่น้อย พวกมันเข้ามาประกบนักโทษสูงวัยคนหนึ่งแล้วทำการข่มขู่ทำร้ายเพื่อแสดงให้นักโทษหน้าใหม่อย่างภูมิกลัวเกรงไปด้วย แต่ผิดคาด ภูมิไม่ได้มีท่าทีอย่างนั้นสักนิด แต่กลับใช้กำลังต่อสู้เมื่อโดนพวกโบ้รุมอัด

การทะเลาะวิวาทครั้งนี้ตกอยู่ในสายตาของอเล็กซ์ตลอดเวลา เมื่อนิกรหัวหน้าผู้คุมเข้ามาระงับเหตุทะเลาะวิวาท แทนที่จะสอบสวนและเอาเรื่องพวกโบ้ แต่นิกรกลับส่งภูมิไปขังเดี่ยว...

นอกจากผู้กองจักรีจะโดนสั่งให้พักงาน วันนี้เขายังได้รับข่าวร้ายซ้ำอีกเมื่อสารวัตรสุเมธแจ้งให้ทราบว่าผลของการสอบสวนความผิดออกมาแล้ว ตนจำเป็นต้องถอดเขาออกจากคดีด็อกเตอร์อีธาน ส่วนคำสั่งพักงานก็ยืดเวลาออกไปอย่างไม่มีกำหนด

จักรีหน้าสลด เข้าไปเก็บเอกสารและข้าวของที่โต๊ะทำงานของตนใส่กล่องโดยมีจ่าชัยกับหมวดณรงค์ตามมาดูด้วยความเห็นใจ

“ผู้กองครับ เบื้องบนให้พักงานเฉยๆนะครับ ไม่ได้ให้ออก ยังไม่ต้องเก็บของก็ได้ครับ”

“พวกเอกสารเกี่ยวกับคดีทิวลิปทองน่ะจ่า ผมอยากเอาไปอ่านเล่นๆที่บ้าน เผื่อจะคิดอะไรออก”

หมวดณรงค์ได้ยินก็ชักสีหน้า ท้วงว่า “แต่ผู้กองถูกห้ามไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับคดีนี้แล้วนะครับ นี่เป็นเรื่องงาน เป็นเรื่องของหน้าที่ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวครับผู้กอง”

“ผมรู้...คุณเป็นคนซื่อสัตย์นะณรงค์ ผมไม่โทษคุณหรอก” จักรีพูดอย่างทำใจ แล้วยกกล่องใส่ของเพื่อเอากลับบ้าน แต่เกิดปวดแปลบที่แขนขวา จ่าชัยถามอย่างห่วงใย แต่ผู้กองหนุ่มฝืนยิ้มทำเหมือนไม่เป็นอะไร ใช้แขนข้างซ้ายหนีบกล่องไว้กับตัวแล้วเดินออกไปเงียบๆ

ความจริงแล้วจักรีใจคอไม่ดี กลัวแขนขวาใช้งานได้ไม่เหมือนเดิม จึงแวะมาที่สนามยิงปืนเพื่อทดสอบความแม่นยำของตน ปรากฏว่าเขายิงกระสุนห่างเป้าหมายค่อนข้างมาก ความรู้สึกผิดหวังทั้งสภาพร่างกายและเรื่องโดนพักงานประเดประดังจนทำให้เขาเคร่งเครียด กลับมาถึงคอนโดก็เอาแต่ดื่มเหล้าดับทุกข์

ลิซ่าห่วงใยคนรักเหลือเกิน ปลอบโยนและให้กำลังใจเขาว่าทุกอย่างมีขึ้นก็ต้องมีลง ชีวิตคนเราก็เหมือนกัน ไม่มีใครต้องอยู่ในเงามืดตลอดไป...

ooooooo

พั้นช์เป็นห่วงและอยากเจอภูมิเอามากๆ จึงรบเร้าปลื้มให้พาไปเยี่ยมที่เรือนจำเอราวัณอันแสนไกล แต่เพราะนั่งรถมาเกือบสามชั่วโมงยังไม่มีวี่แววว่าจะถึง เธอบ่นอุบตลอดทาง

เมื่อปลื้มมาแจ้งความจำนงต่อหัวหน้าผู้คุม นิกรไปตามภูมิออกมาพบญาติ แต่ไม่วายพูดข่มขู่ว่าอย่าปากโป้ง เพราะรู้ว่าภูมิมีเพื่อนเป็นตำรวจ

โรงอาหารถูกใช้เป็นห้องเยี่ยมนักโทษในช่วงบ่าย อเล็กซ์คุยอยู่กับสาคร ทนายและที่ปรึกษาของแก๊งนาตาลี เมื่อเห็นนิกรและเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวภูมิผ่านไปที่โต๊ะซึ่งญาติสองคนรออยู่ สองคนต่างจับตามอง

นิกรวางอำนาจฐานะหัวหน้าผู้คุมชี้แจงกฎระเบียบเสียงกร้าว “เรือนจำทั่วไปมีเวลาเยี่ยม 40 นาที แต่ที่นี่เรามีแค่ 10 นาทีเท่านั้น ใช้เวลาให้คุ้มหน่อยนะทุกท่าน เชิญ”

พั้นช์มองตามนิกรที่ปลีกตัวไปยืนรวมกลุ่มกับบรรดาผู้คุมคนอื่นแล้วหันมาบ่น “ไอ้หมอนี่วางก้ามเป็นบ้า ญาติมันเป็นเจ้าของเรือนจำหรือไง”

“เขาเป็นหัวหน้าผู้คุม ช่างเขาเถอะ”

ปลื้มพิจารณาผิวพรรณหน้าตาภูมิแล้วอดถามไม่ได้ว่าเพิ่งติดคุกไม่กี่วันทำไมโทรมขนาดนี้ ตัวดำเมี่ยมอย่างกับไปออกค่ายลูกเสือ

“มีใครหาเรื่องพี่รึเปล่าพี่ภูมิ บอกฉันได้นะ ฉันจะไปฟ้องผู้กองจักรี” พั้นช์พูดพรวด ภูมิเหลียวมองไปเห็นนิกรจับตาอยู่จึงไม่อยากพูดอะไรมาก ลดเสียงลงอีก

“เธอไม่ต้องห่วง พี่ดูแลตัวเองได้ ว่าแต่ตอนนี้ตำรวจได้ข่าวไอ้ทอมมี่รึยัง”

“มันหายเข้ากลีบเมฆไปเลยว่ะ เห็นจ่าชัยบอกว่ามีพวกแก๊งค้าอาวุธช่วยเหลือมันเอาไว้”

“หัวหน้าแก๊งเป็นผู้หญิงชื่อว่านาตาลี”

ภูมินิ่งฟังข้อมูลจากปลื้มและพั้นช์อย่างใช้ความคิด อเล็กซ์ยังมองมาที่ภูมิอย่างสนใจ พูดกับสาครว่า

“ช่วยผมหน่อยได้ไหมคุณทนายสาคร ผมอยากรู้ประวัติของไอ้หมอนั่น”

“เขามีปัญหากับคุณรึเปล่า”

“ฉันได้ยินพวกผู้คุมบอกว่าหมอนี่พัวพันกับคดีทิวลิปทอง”

“ถ้าอย่างนั้นให้คุณนาตาลีจัดการดีกว่าครับ”

“นี่เป็นคำสั่งของฉัน ฉันกับพี่สาว ใครเป็นใหญ่กันแน่ อย่าลืมสิว่าฉันคือหัวหน้าแก๊งตัวจริง นาตาลีพี่สาวฉันเป็นแค่รักษาการชั่วคราว”

สาครหน้าเจื่อน จำต้องรับคำทั้งที่อึดอัดใจ “ครับ ผมทราบแล้ว”

เมื่อสาครกลับมาเล่าให้นาตาลีฟังว่านายภูมิคู่แค้นของทอมมี่อยู่เรือนจำเดียวกับอเล็กซ์ เธอไม่แปลกใจเลยสักนิด เพราะทราบดีว่าเรือนจำเอราวัณมีไว้สำหรับพวกตัวแสบ

“เขาเคยอยู่หน่วยรบพิเศษมาก่อนครับ ช่ำชองเรื่องการไล่ล่าเป็นพิเศษ”

“พวกมือสังหาร...ไม่น่าเชื่อ” นาตาลีรำพึงเสียงแผ่ว นึกย้อนเหตุการณ์วันที่เห็นภูมิปกป้องสาวคนหนึ่งจากแรงระเบิด เธอเห็นหน้าเขาชัด รู้สึกชื่นชอบในความกล้าหาญของเขา

เมื่อสาครให้ข้อมูลต่อไปว่าภูมิกำลังมีปัญหากับขาใหญ่ในเรือนจำ ถามว่าจะให้จัดการยังไงบ้าง นาตาลีสั่งให้เขาไปตามทอมมี่มาพบบอกว่ามีงานด่วน

ooooooo

ในเรือนจำ แรมโบ้เริ่มจะหาเรื่องภูมิอีกแล้ว อเล็กซ์รู้แกวเดินมานั่งคุยกับภูมิเบาๆเพื่อผูกมิตร

“นายฉายเดี่ยวไม่ไหวหรอกเพื่อน ไอ้แรมโบ้มันมีลูกน้องเป็นโขยง”

“นายมาเก็บค่าคุ้มครองเหมือนกันสิท่า”

“เปล่า ฉันแค่ถูกชะตากับนาย เพราะนายเป็นคนแรกที่คว่ำมันลงได้”

“แสดงว่ามันก็มีปัญหากับนาย”

“ใช่ ดังนั้นศัตรูของศัตรูก็คือมิตรแท้ ฉันชื่ออเล็กซ์” เขาแนะนำตัวพร้อมยื่นมือออกมา แต่ภูมิไม่จับแถมพูดอย่างชัดเจนว่าตนเป็นพวกรักสันโดษ

อเล็กซ์มองตามภูมิที่เดินหนีไปอย่างขัดใจ เฉินกับรอนเข้ามาสมทบนายตน พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหยิ่งแบบนี้อยู่ไม่ถึงสิ้นเดือนแน่ จะให้สั่งสอนมันเลยไหม

“ช่างมันเถอะ มีคนจองคิวมันอยู่แล้ว” อเล็กซ์ว่าแล้วเหลือบมองไปที่แรมโบ้ซึ่งกำลังมองตามภูมิตาเป็นมัน

ในวันเดียวกัน เอกภพ พัศดีประจำเรือนจำเอราวัณกับนิกร หัวหน้าผู้คุม นั่งรถออกไปพบสมุนของทอมมี่ที่ก่อนหน้านี้มีคนติดต่อแจ้งมา

หลังจากสอบถามกันจนแน่ใจแล้วว่าไม่ผิดตัว เรดยื่นซองเงินจำนวนไม่น้อยให้เอกภพ นิกรเห็นแล้วออกปากแทนอย่างรู้งาน

“คุณต้องการอะไร”

“เจ้านายของผมอยากให้พวกคุณช่วยเก็บนักโทษบางคน”

“หมอนั่นคงไม่ธรรมดาสินะ เจ้านายของคุณถึงได้ทุ่มหนักขนาดนี้”

เรดไม่ตอบแต่หยิบรูปถ่ายจากกระเป๋าเสื้อส่งให้นิกรและถามว่ารู้จักมันหรือเปล่า นิกรกับเอกภพดูรูปถ่ายแล้วหนักใจพอสมควร

“เอราวัณเป็นเรือนจำพิเศษ ทุกครั้งที่นักโทษเสียชีวิตจะต้องมีการตรวจสอบและรายงานสาเหตุไปยังเบื้องบน โดยเฉพาะนักโทษที่เพิ่งมาใหม่ จู่ๆเกิดตายขึ้นมาเราคงมีปัญหาแน่”

“ไม่ต้องห่วง พวกเราวางแผนไว้ให้แล้ว” เรดให้ความมั่นใจแล้วเดินกลับไปหาแบล็กที่จอดรถรออยู่...

ทางด้านเก้ายอดที่พักฟื้นอยู่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งกำลังพยายามหาทางหนี เพราะถ้าอยู่ต่อจนหายดีเขาต้องโดนดำเนินคดีอย่างแน่นอน

เก้ายอดใช้ช่วงเวลาดึกสงัดลอบฆ่านางพยาบาลอย่างโหดเหี้ยมก่อนจะใช้มีดเล่มเดียวกันเชือดคอตำรวจที่เฝ้าหน้าห้องดับดิ้นแล้วหนีลอยนวลออกไป

หมวดณรงค์กับจ่าชัยได้รับแจ้งเหตุก็ตกใจ รีบมาดูสภาพศพก่อนจะพบว่าปืนของตำรวจหายไป

“ไอ้เก้ายอด! เราอุตส่าห์ช่วยชีวิตมันเอาไว้ มันยังทำกับเราได้” หมวดณรงค์บ่นอย่างเจ็บใจ ขณะที่จ่าชัยไม่อยากเชื่อว่ามันบาดเจ็บขนาดนั้นยังคิดหนี แถมเอาปืนของตำรวจไปด้วย

“แจ้งเตือนทุกด่านให้ระวังเป็นพิเศษ งานนี้ไอ้เก้ายอดมันเลือดเข้าตา มันไม่ยอมมอบตัวแน่”

จริงแท้แน่นอน! เก้ายอดหนีออกไปถึงซอยเปลี่ยว กำลังตรวจดูปืนที่บรรจุกระสุนอย่างพอใจก่อนคำรามออกมาด้วยความโกรธแค้นที่แน่นอก

“คนอย่างไอ้เก้ายอดไม่มีทางจบเห่ง่ายๆ หรอก...ไอ้ทอมมี่ แค้นนี้ต้องชำระ”

ooooooo

จักรียังคงเครียดกับเรื่องแย่ๆที่เกิดขึ้นกับตัวเอง คืนนี้เขารอจนกระทั่งลิซ่าหลับสนิท ก่อนจะออกจาก ห้องพักไปนั่งดื่มเหล้าที่ร้านละแวกคอนโดฯ แต่โชคไม่ดีมีวัยรุ่นเข้ามาหาเรื่องรุมทำร้ายจนบาดเจ็บ และอาจถึงตายหากลิซ่ากับปลื้มและพั้นช์เข้ามาช่วยไว้ไม่ทัน

ก่อนหน้านี้ลิซ่าตื่นมาไม่เห็นจักรีจึงโทร.ไปเล่าให้ปลื้มฟังและขอความช่วยเหลือ เพราะเธอรู้สึกสังหรณ์ใจ ไม่ดี แต่กว่าทุกคนจะมาถึงจักรีก็โดนรุมจนสลบ ถึงไม่ตายแต่อาการก็น่าเป็นห่วง

ส่วนที่เรือนจำเอราวัณในเช้าวันถัดมา เอกภพซึ่งเห็นแก่เงินก้อนใหญ่รับงานจากแก๊งนาตาลีมาเมื่อวาน เขาให้นิกรพาแรมโบ้เข้าพบในห้องทำงานส่วนตัวแล้วส่งรูปถ่ายเป้าหมายให้ดู แรมโบ้รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายมีงานให้ทำ ถามว่าจะให้จัดการยังไง

เอกภพให้ทำเหมือนเดิมคือเสียชีวิตระหว่างทะเลาะวิวาท โดยให้แรมโบ้เปิดฉากแล้วนิกรจะเข้าไปซ้ำ ส่วนค่าจ้างให้ห้าหมื่น จะแบ่งกับลูกน้องยังไงก็ตกลงกันเอง แรมโบ้ตอบรับด้วยความเต็มใจ แต่ไม่ค่อยเข้าใจนักเมื่อนิกรบอกว่างานนี้มีตัวแถม

อเล็กซ์รู้ทันเมื่อเห็นนิกรพาแรมโบ้ไปพบพัศดีว่าเร็วๆนี้ต้องมีคนตาย และคนคนนั้นก็น่าจะเป็นนักโทษรายใหม่เพราะเพิ่งมีปัญหากับแรมโบ้ อเล็กซ์จึงมาทาบทามภูมิให้มาเป็นพวกของตนเพื่อความปลอดภัย แต่ภูมิไม่เล่นด้วย...

ทางด้านมาเรียที่เวลานี้ทำงานร่วมกับตำรวจกองปราบ เธอนำข้อมูลของนาตาลีที่ได้จากตำรวจสากลมาให้หมวดณรงค์ ซึ่งในข้อมูลมีรูปถ่ายของอเล็กซ์และสมุนรวมอยู่ด้วย ณรงค์เปรียบเทียบหน้าตาของอเล็กซ์กับนาตาลีแล้วสงสัยว่าทำไมไม่เหมือนกัน

“เขาเป็นน้องชายต่างมารดาค่ะ สองพี่น้องเลยไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่ ถึงอเล็กซ์จะเป็นหัวหน้าแก๊ง แต่นาตาลีก็ไม่เคยยอมก้มหัวให้น้องชาย”

“แล้วทำไมข้อมูลถึงบอกว่านาตาลีเป็นหัวหน้าล่ะครับ”

“อเล็กซ์ติดคุกได้ห้าปีแล้วค่ะ อำนาจก็เลยตกอยู่ในมือของนาตาลี”

“ถ้างั้นหมอนี่ก็ไม่เกี่ยวกับคดีทิวลิปทอง”

“จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ถูกค่ะ เพราะว่าตอนนี้เขาถูกขังอยู่ที่เดียวกับคุณภูมิ”

ณรงค์ชะงักไปด้วยความประหลาดใจ

ooooooo

ความแค้นของภูมิที่มีต่อทอมมี่ไม่มีวันเสื่อมคลาย แม้ภูมิจะอยู่ในเรือนจำ แต่เขาก็เฝ้ารอวันที่จะได้ออกไปสะสางบัญชีแค้นกับทอมมี่

อเล็กซ์รู้สึกพอใจในฝีมือและความกล้าของภูมิจึงพยายามเข้ามาตีสนิทบ่อยครั้ง วันนี้ทำทีมาถามดักคอภูมิว่าวางแผนจะแหกคุกหรือยังไง ถึงได้เดินไปเดินมาเหมือนสำรวจสถานที่

“พูดบ้าๆ ฉันแค่ชมนกชมไม้ต่างหาก”

“ไหนวะนก ไม่เห็นมีสักตัว”

“นายมีธุระอะไร อย่าบอกนะว่าจะมาชวนเข้าแก๊งอีกรอบ ตื๊ออย่างกับพวกขายประกัน”

“ใครว่า ฉันมาบอกลานายต่างหาก”

“นายจะไปไหน”

“ฉันเปล่า แต่นายกำลังจะไปเร็วๆนี้”

ภูมินิ่วหน้าไม่เข้าใจ อเล็กซ์จึงต้องขยายความ “ไอ้โบ้มันเตรียมคนไว้แล้ว รับรองว่าอีกเดี๋ยวมันต้องมาเยี่ยมนายแน่ ไม่ได้มาสองสามคนเหมือนคราวก่อนนะ ...ชุดใหญ่ จัดเต็ม”

ภูมิอึ้ง ขณะที่อเล็กซ์ยิ้มบางๆ ตบบ่าเขาแล้วลุกจากไป

ooooooo

ขนาดจิ้งจกทักยังต้องเชื่อ แล้วนี่คนตัวเป็นๆมาทัก ทำไมภูมิจะไม่ระแวดระวังตัว ภูมิวางแผนเตรียมรับมือพวกไอ้โบ้ขาใหญ่ประจำเรือนจำไว้อย่างรอบคอบรัดกุม เมื่อพวกมันยกพวกมารุมหาเรื่องต่อยตี จึงเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่แล้วเหตุการณ์พลิกผัน คนที่ไอ้โบ้ได้รับคำสั่งจากเอกภพมาให้ฆ่าไม่ใช่ภูมิ แต่เป็นอเล็กซ์ต่างหาก

อเล็กซ์เกือบแย่ถ้าไม่ได้ภูมิร้องเตือนให้ระวังตัว แต่กระนั้นก็โดนไอ้โบ้ใช้มีดแทงเฉี่ยวแขนจนได้เลือด

“ไอ้โบ้ ไอ้หมาลอบกัด” อเล็กซ์แผดเสียง

“วันตายของเอ็งมาถึงแล้วอเล็กซ์ พวกเรา จัดการ”

ลูกน้องของแรมโบ้หรือไอ้โบ้กรูกันเข้ามาเล่นงานอเล็กซ์ เฉิน และรอน ทั้งสามคนตกอยู่ในวงล้อม แต่เฉินบอกให้ลูกพี่ของตนหนีไปก่อน ภูมิมองดูเหตุการณ์อย่างชั่งใจ ที่สุดก็ทนไม่ไหวโดดเข้ามาช่วยเหลือพวกอเล็กซ์

คราวนี้เกิดการตะลุมบอนกันยกใหญ่ ไอ้โบ้จะฆ่าอเล็กซ์ให้ได้ แต่ท่าทางจะไม่ง่ายอย่างใจมันคิด ทันใดนั้นนิกรก็พาผู้คุมพร้อมอาวุธชักแถวเข้ามา

“ทุกคนวางอาวุธให้หมดเดี๋ยวนี้ แล้วหมอบลงกับพื้น ถ้าใครขัดขืนยิงได้เลย”

พวกสมุนของแรมโบ้ต่างทิ้งอาวุธในมือลง รอนกับเฉินมองมาที่อเล็กซ์อย่างขอความเห็น

“มาช้าเหลือเกินนะหัวหน้า” อเล็กซ์แขวะนิกร

“หุบปาก แล้วหมอบลงเดี๋ยวนี้”

อเล็กซ์กับพวกจำใจยอมจำนน ภูมิตัดสินใจทิ้งอาวุธในมือลงแล้วผลักแรมโบ้ออกไปกองพับกับพื้นตรงหน้านิกร

“แน่มากใช่มั้ยไอ้ตัวแสบ” ว่าแล้วนิกรเอาด้ามปืนหวดใส่ภูมิอย่างแรง ทุกอย่างดับวูบทันที

ooooooo

ภายในห้องพักที่คอนโดฯ จักรีนอนหมดสภาพอยู่บนเตียงนอน เขารู้สึกตัวลืมตาเมื่อลิซ่าเข้ามาเช็ดตัวให้

“คุณเป็นยังไงบ้างคะจักรี หิวรึเปล่า”

“นี่ผมหลับไปนานแค่ไหน”

“ตอนนี้บ่ายสองแล้วค่ะ”

จักรีลุกขึ้นนั่งตั้งสติทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

“เมื่อคืนคุณเมามาก แล้วก็ไปมีเรื่องกับพวกนักเลง โชคดีที่พั้นช์กับพี่ปลื้มมาช่วยไว้เสียก่อน”

“โอเค ผมจำได้แล้ว” พูดจบเขาลุกจากเตียงออกไปที่ห้องรับแขก คว้าขวดเหล้าจะดื่มอีก แต่ลิซ่ารีบเข้ามายื้อไว้

“คุณจะปล่อยตัวเองแบบนี้ไม่ได้นะคะ คุณจะหนีปัญหาไปถึงเมื่อไหร่ คุณต้องสู้กับความจริงสิคะ”

“สู้ยังไงลิซ่า คุณจะให้ผมทำอะไรอีก สภาพผมตอนนี้มันต่างจากคนพิการตรงไหน ผมถูกพักงาน ผมไม่มีอะไรเหลือแล้วลิซ่า”

เขากระชากขวดเหล้าจากมือลิซ่ามาปาใส่ผนังแตกกระจายด้วยความอัดอั้นคับแค้นแล้วตวาดใส่เธออย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“พอได้แล้ว เลิกยุ่งกับผมซะที ผมจะเป็นจะตายมันก็เรื่องของผม ไม่เกี่ยวกับคุณ”

ลิซ่าหน้าเสีย มองเขาด้วยความรู้สึกผิดหวัง

“คุณเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ นี่ไม่ใช่จักรีคนที่ฉันเคยรู้จัก คนที่พยายามปกป้องฉัน พยายามต่อสู้กับเหล่าร้าย คุณมันก็แค่ไอ้ขี้เมาคนหนึ่ง”

หญิงสาวพูดเสียงสั่นเครือน้ำตาคลอ แล้วผละจากไป ทิ้งให้จักรีจมอยู่กับความเศร้าหมอง มองรูปถ่ายตัวเองในชุดเครื่องแบบตำรวจที่แขวนบนผนังก็ยิ่งรู้สึกสะเทือนใจ

ooooooo

ที่เรือนจำเอราวัณ...ภูมิถูกเจ้าหน้าที่ผลักยัดเข้ามาในห้องขังเดี่ยวจนล้มไปกับพื้น เขาต้องแปลกใจเมื่อเงยหน้าเห็นอเล็กซ์นั่งรออยู่ก่อนพร้อมด้วยเฉินกับรอน

“อ่วมมาสิท่า” อเล็กซ์ทักทายคำแรก

“นึกว่าที่นี่เป็นห้องขังเดี่ยวซะอีก”

“โดนทำโทษเป็นโขยงแบบนี้ จะเหลือห้องเดี่ยวที่ไหนอีก ขอบใจมากที่ช่วยฉันเอาไว้”

“ฉันควรจะขอโทษนายต่างหาก ถ้าฉันไม่มีเรื่องกับไอ้แรมโบ้ นายก็คงไม่เดือดร้อน”

“นี่นายคิดว่าไอ้แรมโบ้มันอยากฆ่านายงั้นเหรอ เดาผิดแล้วเพื่อน นายมันเป็นแค่ฉากบังหน้า แต่เป้าหมายจริงๆคือฉันต่างหาก”

“รู้ได้ยังไง”

อเล็กซ์ยิ้มอมภูมิ เฉินกับรอนรีบเฉลยแทน

“ถ้ามันจะฆ่าแกคนเดียว ทำไมต้องตามพวกมามากมายขนาดนั้น แล้วอีกอย่างเกมนี้พวกผู้คุมจงใจเปิดทางให้กับพวกมัน”

“คนอย่างแรมโบ้ไม่มีปัญญาติดสินบนผู้คุมแน่ คนที่อยากให้ฉันตายเป็นคนนอกเรือนจำ”

“ใคร?”

“พี่สาวฉันเอง...นาตาลี” อเล็กซ์ตอบอย่างมั่นใจ...

เมื่อนาตาลีรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในเรือนจำจึงเรียกทอมมี่มาซักถามว่าเหตุใดต้องเล่นงานภูมิด้วยทั้งที่เป้าหมายของเธอคืออเล็กซ์

“ถ้าเราเปิดฉากฆ่าคุณอเล็กซ์ซึ่งหน้า รับรองต้องมีคนสงสัยแน่ แต่ไอ้ภูมิโจทก์เก่าของผมมันมีเรื่องกับนักโทษในนั้น ผมก็เลยใช้มันอำพรางคดีนี้ ทุกคนจะได้คิดว่าคุณอเล็กซ์ตายเพราะถูกลูกหลง”

“แผนการไม่เลวนี่ ยิงกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว ทำงานให้ฉัน แถมยังเก็บคู่อริไปพร้อมๆกัน ฉลาดมาก”

“ขอบคุณครับคุณนาตาลี”

“แต่คราวหลังอย่าทำแบบนี้อีก เพราะฉันไม่ชอบพวกอวดรู้ทำอะไรนอกเหนือคำสั่ง”

ทอมมี่ไม่พอใจ กลับออกมาพร้อมเรดและแบล็ก แล้วสุมหัวกันนินทาลับหลังนาตาลี

“นังนั่นชักจะโอหังใหญ่ มันกล้าดูถูกมืออาชีพอย่างพวกเรา”

“แบบนี้ไม่ดีแน่หัวหน้า จะทนเป็นขี้ข้าไปเพื่ออะไร”

“นังนั่นยอมทุ่มเงินไปมากมายเพื่อทิวลิปทอง แสดงว่ามันต้องได้กำไรมหาศาลแน่ ฉันจะอยู่รอดูวันนั้น”

“แปลว่าหัวหน้าจะหักหลัง?”

“ฉันถึงได้ทนให้มันจิกหัวใช้อยู่นี่ไง” ทอมมี่ตอบเสียงกร้าว เรดกับแบล็กพยักหน้าเข้าใจ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement