advertisement

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 18

บทประพันธ์ กันยามาส จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย พรดี
16 ม.ค. 2555 20:09

หลังจากรู้ใจตัวเองแล้ว ลำเภาชวนธีธัชไปถวายสังฆทาน เพราะรู้สึกว่าไม่สบายใจเหมือนตัวเองกำลังไปแย่งของรักของคนอื่น ธีธัชแซวว่ายอมเป็นแฟนตนแล้วใช่ไหม ลำเภาบอกว่ายัง เพราะยังต้องทำอีกสองอย่าง แต่ยังอำไว้ไม่บอก

จนเวลาผ่านไปจึงบอกให้เขาพาไปพบกรกนก เพื่อเคลียร์กันให้กระจ่างว่าตนไม่ได้แย่งเขาจากเธอ คำตอบของกรกนกทำให้ลำเภาเบาใจ กรกนกยืนยันว่าลำเภาไม่ได้แย่งแต่ธีธัชอยากไปเอง แล้วพูดให้ลำเภาสบายใจว่า

“เราเลิกกันเพราะเราไปต่อไม่ได้ ไม่ใช่เพราะคุณเข้ามา กรรู้ก่อนธีอีกค่ะว่าเขาชอบคุณ คุณเภาไม่ต้องเสียใจ เพราะคุณไม่ได้ทำอะไรผิดชีวิตกรยังดีอยู่ค่ะ” ลำเภาชมว่าเธอเข้มแข็งจัง กรกนกตอบอย่างมั่นใจว่า “ถ้าเราทำตัวเปราะบางใจเสาะ เราก็อยู่ยากค่ะ เพราะว่าโลกไม่มีที่เหลือให้เรามัวแต่นั่งสงสารตัวเอง”

ธีธัชเร่งให้ทดสอบด่านที่สอง ลำเภาอำไว้อีกตามเคย บอกว่าถึงเวลาเมื่อไหร่จะบอกแต่ไม่ใช่ตอนนี้แล้วเดินไปเลย จนธีธัชเดินตามแทบไม่ทัน

ooooooo

เมื่อเจ๊เกียวได้ข้อมูลของอรุณศรีจากสายสืบแล้ว คืนนี้ไปดักพบเธอที่หน้าบ้าน ถามทันทีว่าเธอเป็นอะไรกับปรานต์ อรุณศรีตั้งสติตอบว่าเป็นแฟนแต่ตอนนี้เลิกกันนานแล้ว เจ๊เกียวถามว่าเมื่อไหร่ เธอโบ้ยให้ไปถามปรานต์เองดีกว่า บอกให้เจ๊สบายใจว่า ตนกับปรานต์ไม่ได้คุยไม่ได้ติดต่อกันมาพักใหญ่แล้ว

ครั้นอรุณศรีตัดบทขอเข้าบ้าน เจ๊ถามอีกว่าปรานต์เคยขอเธอแต่งงานหรือเปล่า อรุณศรีให้ไปถามปรานต์เองแล้วเดินเข้าบ้านไปเลย เจ๊เกียวทึกทักเอาว่าไม่ตอบแปลว่าไม่ปฏิเสธ

กลับมาที่คอนโดฯแล้วเจ๊ค้นหาแหวนแต่งงานวงนั้นมาดู เจอใบเสร็จราคาเกือบสองแสน ฉุกคิดถึงเงินที่เอาให้ปรานต์วันนั้นจำได้ว่าเป็นวันเดียวกัน เจ๊กำมือแน่น ยิ่งคิดก็ยิ่งเข้าเค้า แต่ในความรู้สึกเห็นว่าอรุณศรีไม่น่ามีพิษมีภัย จึงพุ่งเป้าไปที่ปรานต์

เช้าวันรุ่งขึ้น เจ๊บอกปรานต์ว่าตนไปเจอผู้หญิงที่ชื่ออรุณศรีมาแล้ว ดูๆ เธอก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ปรานต์บอก เมื่อปรานต์บอกว่าอรุณศรีสร้างภาพเก่งอยู่แล้ว เจ๊ถามเรื่องแหวนแต่งงานวงนั้นว่าเป็นของเขาเองหรือของเพื่อนกันแน่ เจ๊ไล่บี้จนปรานต์จนแต้ม ยอมรับว่าตนเอาเงินของเจ๊ไปซื้อแหวนวงนี้ แต่ก็ปั้นเรื่องโกหกว่า

“ผมบอกพี่แล้ว ผมต้องเอาเงินไปลงทุนเพิ่ม แต่ผมไม่มีผมก็ยืมเพื่อนไปก่อน พอพี่ให้เงินมาผมก็รีบเอาไปคืน มันก็เอาเงินไปซื้อแหวนและตอนนี้มันก็ไปเมืองนอกเลยฝากแหวนไว้กับผม ถ้ามันกลับมาเมื่อไหร่ จะรีบนัดให้พี่สอบปากคำทันที จะได้เลิกวุ่นวายกับไอ้เรื่องแหวนนี่เสียที”

ปรานต์ทำเป็นฉุนเฉียว แล้วชี้แจงเรื่องอรุณศรี ว่า เธอเป็นคนแสดงบทนี้เก่ง ตนยังถูกหลอกมาตั้งหลายปี ตนทุ่มเทให้ทุกอย่างแต่เธอก็ยังไม่พอใจ รวมหัวกับเพื่อนหลอกให้ตนทำสัญญาเงินกู้อีกสี่แสน ทุกวันนี้ตนยังไม่มีปัญญาหามาใช้คืนเลย

“สี่แสน!” เจ๊เกียวตกใจ ปรานต์พยักหน้าตีหน้าเศร้าจนน่าสงสารมาก

ปรานต์โอดครวญว่าเจ้าของเงินสี่แสนทำเป็นโทร.มาทวงเงินแล้วชวนไปทำอย่างอื่น ขนาดตนบอกว่ามีพี่แล้วก็ยังไม่ยอม เจ๊ถามว่าแล้วไปกับเขาหรือเปล่า ปรานต์บอกว่าตนมีพี่แล้วจะไปกับเขาได้ยังไง ตนไม่ใช่คนสำส่อนเหมือนอรุณศรีคบกับคนใหม่แล้วยังไม่ทิ้งคนเก่า ปรานต์พูดจนเจ๊ถามว่าถ้าคืนเงินสี่แสนแล้วเรื่องจะจบไหม ทำเอาปรานต์ ดีใจแทบช็อก...

ธีธัชเอาใจใส่ลําเภา ไปส่งที่คลินิกก็ซื้ออาหารมาให้ด้วย ใส่ใจจนเธอใจอ่อนยอมพาไปพิสูจน์ตัวเองในด่านสุดท้าย แต่เป็นด่านหินที่ธีธัชหนุ่มสําราญถึงกับยิ้มไม่ออก นั่นคือพาไปหาแม่!

เพราะจีบสาวคนไหนก็ไม่เคยเข้าหาผู้ใหญ่ ทําเอาธีธัชเครียด ไปปรึกษากริชชัย เพื่อนเห็นว่าเป็นเรื่องดี ชมว่า ลําเภาทําถูกต้องแล้ว เมื่อเห็นธีธัชเครียด เขาบอกว่า

“ป้าเขาเป็นคนดูคนออก แล้วก็เป็นคนใจดี ไม่ตัดสินคนด้วยอคติไม่ต้องห่วง สบายใจได้”

เมื่อลําเภาบอกแม่เรื่องจะพาธีธัชมาหา แม่ถามว่า ผู้ชายที่จะมาจีบลูกตาบอดหรือเปล่าหรือว่ามีปัญหาเรื่องเงิน ลําเภารับรองว่าธีธัชมาเพราะรักลูกสาวแม่ล้วนๆ ไม่ต้องห่วง

แม่ถามอีกว่าแล้วเขาทํางานอะไร?อายุเท่าไร? พ่อแม่เป็นใคร?พอลําเภาจะตอบ แม่บอกว่าไม่ต้องตอบเดี๋ยวแม่จะถามเจ้าตัวเขาเอง ถามว่าแล้วจะมาเมื่อไหร่ ลําเภาบอกว่าอาทิตย์หน้า

“ดี...แม่จะถ่ายวีดิโอไว้ด้วยนะ” ลําเภาตกใจถามว่าถ่ายไว้ทําไม “ก็เก็บเอาไว้ให้พ่อดู เพราะอาทิตย์หน้าคุณพ่อไปประชุมที่ออสเตรเลีย เกิดมายังไม่เคยมีผู้ชายกล้ามาจีบลูกสาว นานๆ จะหลงมาสักคน มันก็ต้องเต็มที่กันหน่อย ฮึๆๆ”

เสียงหัวเราะโหดๆของแม่ทำเอาลำเภาพึมพำอย่างหนาวแทนธีธัชว่า... “นายหมาใหญ่...ตายแน่ๆ!”

ooooooo

ธีธัชเครียดที่จะต้องไปพบแม่ของลําเภาคิดปรุงแต่งตัวเองตั้งแต่หัวจดเท้าเพื่อให้ดูดีหมายให้ผ่านด่านหินนี้ให้ได้ จนกริชชัยที่แต่งตัวสบายๆเตรียมออกข้างนอกบอกเพื่อนว่าให้ทําตัวปกติตามสไตล์ของ ตัวเองนั่นแหละเพราะป้าเขาไม่ถือ

วัชระเห็นด้วยแล้วโอดครวญว่าปัญหาของตัวเองน่ารันทดขนาดไหน อยู่ๆสุพรรณิการ์ก็มาขอให้ถอยกลับไป

เริ่มต้นกันใหม่บ่นออดว่า “ถอยมาซะไกลเลย สุดท้ายเขาจะคบกับฉันหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย เฮ้อ...”

กริชชัยสมนํ้าหน้าเพราะตัวไปทําข้ามขั้นตอนเอง

เธอให้โอกาสใหม่ก็บุญแล้ว

“เออ...ใครจะเจ้าระเบียบทําทุกอย่างตามขั้นตอนอย่างทั่นประธานล่ะคร้าบบบ” วัชระประชดแล้วบรรยายอย่างหมั่นไส้ “เริ่มตั้งแต่แอบชอบ เฝ้ามอง สังเกตพฤติกรรมค่อยๆแสดงความรู้สึก ไม่เป็นมือที่สาม รอให้เขาเลิกกันเองแล้วค่อยจีบ...แล้วขั้นต่อไปอะไรครับท่าน”

“ขอแต่งงาน!!” กริชชัยตอบหนักแน่น พอเพื่อนทั้งสองตกใจ เขาบอกว่านัดสุพรรณิการ์ไว้ทีี่ร้านจะปรึกษาเรื่องขออรุณศรีแต่งงาน อยากทําเซอร์ไพรส์ไม่อยากขอแบบทื่อๆแล้วจะออกไปเพราะสุพรรณิการ์รออยู่

วัชระกับธีธัชขอตามไปด้วย ธีธัชจํ้าอ้าวตามไป ส่วนวัชระที่ขายังเจ็บอยู่ก็อุตส่าห์กระโดดหยองแหยงกะเผลกๆตามไป

ooooooo

เจ๊เกียวเอาเงินสี่แสนใส่ซองให้ปรานต์เอาไปใช้หนี้ บอกว่าให้จบเรื่องไปเลย ยํ้าเหมือนปรามว่า ตนไม่ชอบคนโกหก เลวซึ่งๆหน้าแค่ไหนก็รับได้ แต่ถ้ามาเลวลับหลัง รับไม่ได้

ปรานต์รับรองตัวเองว่าเป็นคนดีทั้งต่อหน้าและลับหลัง หอมแก้มเจ๊ทีหนึ่ง เอ่ยขอบคุณตาหวานฉํ่า เจ๊บอกว่าจะกลับไปรอที่คอนโดฯ เรียบร้อยแล้วเจอกัน ปรานต์รับคํายิ้มกว้างแล้ว ขับรถออกไป หารู้ไม่ว่าเจ๊รีบไปที่รถตัวเองขับตามไปอย่างเร็ว!

ปรานต์ขับรถไปที่ร้านสาดสุราฯ เห็นพวกกริชชัย

กําลังเดินเข้าไปในร้านก็สงสัยว่ากริชชัยมาทําอะไรที่นี่ แต่ที่ข้างหลังเขา เจ๊เกียวขับตามมาถึง มองอย่างสงสัยว่าปรานต์ มาทําอะไรที่นี่ พอเห็นชื่อร้านและเช็กกับประวัติของอรุณศรีที่นักสืบให้มาจึงรู้ว่าเป็นร้านเพื่อนสนิทของอรุณศรี สงสัยว่าคงเป็นเจ้าหนี้ของปรานต์ เลยเชื่อว่าคงจะเอาเงินมาใช้หนี้จริงๆ

ooooooo

สุพรรณิการ์รอกริชชัยอยู่ที่ระเบียงร้าน โอบบุญที่มาช่วยกรกนกที่ร้านถามกริชชัยอย่างรู้เรื่องดีว่าจะมาคุย “เรื่องนั้น” หรือ เชิญตามสบาย

ธีธัชเห็นโอบบุญกับกริชชัยทักทายกันอย่างคุ้นเคยก็ถามว่าเป็นใคร รู้จักกันด้วยหรือ พอกริชชัยบอกว่าโอบบุญกำลังจีบกรกนกอยู่ ดักคอว่าหึงหรือจะไปฟ้องลำเภา ธีธัชก็รีบปฏิเสธ

ทั้งสามพากันไปหาสุพรรณิการ์ที่ระเบียง หยอกล้อกันไปตามประสาหนุ่ม ปรานต์แอบดูพึมพำหน้าเครียดว่า

“ไอ้บ้าพวกนี้มันเล่นอะไรของมัน ไร้สาระฉิบ...”

ปรานต์แอบฟังพวกกริชชัยคุยกับสุพรรณิการ์ พอรู้ว่ากริชชัยมาปรึกษาสุพรรณิการ์เรื่องจะแต่งงานกับอรุณศรี สุพรรณิการ์แสดงความยินดีและดีใจกับเพื่อนที่ตกนรกกับ

ปรานต์มานานจะได้มีความสุขเสียที ทำให้ปรานต์แค้นขึ้นมาเปลี่ยนใจไม่คืนเงินให้ หันหลังเดินออกไปทันที

เจ๊เกียวที่ซุ่มดูอยู่แปลกใจที่เห็นปรานต์ถือซองเงินออกมาแล้วขับรถออกไป เอะใจว่าปรานต์จะไปไหนรีบตามต่อ

ooooooo

หลังจากคุยกับสุพรรณิการ์แล้ว กริชชัยชวนไปหาอรุณศรีด้วยกันเลย อีกสองหนุ่มขอตามไปด้วย เลยไปกันเป็นพรวน

ปรานต์ไปที่บ้านอรุณศรีโทร.เข้าไปเช็กก่อนว่าอยู่หรือเปล่า อรุณศรีไม่รับสายเลยล่อด้วยการบอกว่าจะเอาเงินมาคืน เธอจึงบอกว่าอยู่บ้านให้มาได้เลย ปรานต์ยิ้มสะใจ

หารู้ไม่ว่าหายนะกำลังคืบคลานมา

สุพรรณิการ์โทร.ถามอรุณศรีว่ากลับถึงบ้านหรือยัง เธอบอกว่าถึงแล้วให้รีบมาเลยเพราะปรานต์กำลังจะเอาเงินมาคืน

“ไอ้ปรานต์เนี่ยนะจะเอาเงินมาคืน มุกไหนวะ” สุพรรณิการ์สังหรณ์ใจ รีบเร่งเครื่องไปด้วยความเป็นห่วงเพื่อน

รถของปรานต์ปราดเข้าไปจอดที่หน้าบ้านอรุณศรี เห็นรถป้ายแดงจอดอยู่ในบ้านก็ถามว่ารถใคร พอรู้ว่ากริชชัยให้ยืมใช้ก็ยิ่งแค้นด่าว่าเธอคงบริการได้ถึงใจเขาถึงได้ทุ่มให้ขนาดนี้ ทำให้เธอลืมความรักความทรงจำกับตน

อรุณศรีตัดบทว่ารีบส่งเงินมาแล้วกลับไปได้แล้ว ด่าว่าความเลวของเขาต่างหากที่ลบความทรงจำดีๆ ของตนไปปรานต์แค้นจัดพุ่งเข้ากอดซุกไซ้เธออย่างบ้าดีเดือด เธอดิ้นจนเซไปกระแทกเหล็กรั้วหมดสติไป ปรานต์ฉวยโอกาสนั้นอุ้มขึ้นรถขับออกไปอย่างเร็ว เจ๊เกียวที่ตามมาเห็นรถปรานต์ สวนออกไปโดยมีอรุณศรีนั่งอยู่แต่ดูไม่ชัดว่าเธอหมดสติแล้ว เจ๊แค้นจัดขับตามไปทันที
ปรานต์ขับรถไปอย่างรีบร้อนจนเกือบชนกับรถของสุพรรณิการ์ที่รีบมา สุพรรณิการ์จำได้ว่าเป็นรถของปรานต์และเห็นอรุณศรีนั่งอยู่ข้างๆ ก็รีบขับไล่ตามไป พลางโทร.บอกกริชชัยกับเพื่อนๆให้รีบตามตนไป

กลายเป็นรถสี่คัน ขับไล่ตามรถของปรานต์ไปโดยเจ้าตัวไม่รู้

ooooooo

แม้จะตามทันบ้างไม่ทันบ้าง บางครั้งรถของปรานต์ก็หลุดหายไปจากสายตา แต่ธีธัชรู้ดีว่าแถวนี้มีม่านรูดจึงบอกให้เพื่อนขับเข้าไป เจ๊เกียวที่ตามมาอย่างไม่ให้คลาดสายตาเห็นรถของปรานต์เลี้ยวเข้าม่านรูด คำรามอย่างแค้นใจว่า

“มึงเอาเงินกูจ่ายค่าโรงแรมเนี่ยนะ...” พลางคลำกระเป๋าที่มีปืนอยู่ในนั้น กัดฟันกรอดๆ

กริชชัยขับรถเข้าไปในม่านรูด ธีธัชกับวัชระช่วยกันมองหารถของปรานต์ ใช้วิธีวนไปรอบๆจนกระทั่งเห็นเจ๊เกียวลงจากรถ มือถือกระเป๋าอย่างน่าสงสัย กริชชัยจำเจ๊ได้เลยมั่นใจว่าปรานต์ต้องพาอรุณศรีมาที่นี่แน่ๆ

ปรานต์พาอรุณศรีในสภาพที่ยังไม่ได้สติเข้าไปในห้องลงมือถอดเสื้อผ้าตัวเองอย่างรวดเร็ว พูดอย่างสะใจว่า

“ไอ้บื้ออย่างแก รอรับของเหลือเดนจากฉันก็แล้วกัน”

พวกกริชชัยแยกย้ายกันมองหาเจ๊เกียวที่เดินหายไป เจ้าหน้าที่ม่านรูดเดินมา พอวัชระโชว์บัตรตำรวจเจ้าหน้าที่คนนั้นก็เปิดแน่บไปเลย

ขณะที่สามหนุ่มกำลังเดินตามหาเจ๊เกียวตามห้องต่างๆและรูดม่านดูรถที่จอดอยู่นั่นเอง เสียงปืนดังกัมปนาทขึ้นหนึ่งนัด

ฝีมือเจ๊เกียวยิงประตูห้องที่ปรานต์พาอรุณศรีเข้าไปนั่นเอง ปรานต์ในสภาพเปลือยท่อนบนผงะ พริบตานั้นประตูเปิดผลัวะ เจ๊เกียวถือปืนจังก้า ปรานต์พยายามจะชี้แจง แต่เจ๊ไม่มีเวลาฟัง พูดอย่างแค้นใจว่า

“ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าโกหก ฉันไม่ใช่อีโง่ที่จะมาให้ผู้ชายอย่างแกหลอก...ไอ้ชั่ว!!”

สิ้นเสียงเจ๊ลั่นกระสุนทันที เพียงนัดเดียวปรานต์ก็หงายผลึ่งตกเตียงจมกองเลือด ขณะที่เจ๊หันกระบอกปืนไปทางอรุณศรีหมายจะให้ตายไปด้วยกันนั้น พวกกริชชัยกรูกันเข้ามาล็อกตัวเจ๊ไว้ กริชชัยรีบเดินไปดูอรุณศรี เธอยังสะลึมสะลืออยู่ เขาพลิกหน้าเธอดูเห็นเลือดไหลจากไรผม

กริชชัยบอกธีธัชกับวัชระว่าตนจะพาอรุณศรีไปโรงพยาบาลก่อน ธีธัชบอกให้เรียกรถเก็บศพมาด้วยก็ดี แล้วก้มมองศพปรานต์พึมพำ “คาที่ว่ะ”

กริชชัยเดินมาลูบเปลือกตาปรานต์ที่เบิกโพลงให้ปิดลง แล้วอุ้มอรุณศรีออกไป...

ธีธัชกับวัชระมองร่างปรานต์ที่แน่นิ่งเหมือนปิดฉากชีวิตที่มีแต่ความโลภ ริษยา และอาฆาตแค้นของเขาโดยสิ้นเชิง...

ooooooo

อรุณศรีรู้สึกตัวที่โรงพยาบาล ถามกริชชัยและสุพรรณิการ์ที่เฝ้าอยู่ว่าตนมาที่นี่ได้อย่างไร กริชชัยบอกให้ถามสุพรรณิการ์เธอจะเล่าทุกอย่างให้ฟังเอง ส่วนเขาขอตัวไปบอกหมอว่าเธอรู้สึกตัวแล้ว

อรุณศรีนิ่งอึ้งเมื่อเพื่อนรักบอกว่าปรานต์ตายแล้ว เธอถอนใจเบาๆขณะฟังสุพรรณิการ์เล่าเรื่องทั้งหมด...ด้วยใจหดหู่...

ในงานศพของปรานต์ที่จัดอย่างเรียบง่าย อรุณศรีวางดอกไม้จันทน์บอกกล่าวปรานต์เศร้าๆว่า

“ไปดีนะปรานต์...เราไม่มีอะไรติดค้างกัน แอ๊วอโหสิกรรมให้ทุกอย่าง”

“ส่ีแสนของฉัน...ฉันยกให้” สุพรรณิการ์พูดต่อ โอบบุญกับกริชชัยที่เดินตามมา วางดอกไม้จันทน์ ถอนใจอย่างโล่งอกก่อนเดินลงจากเมรุไป

เมื่อ​ลง​มา​ยืน​ดู​ควัน​อ่อนๆที่​ลอย​จาก​ปล่อง​เมรุ​อยู่​ข้าง​ล่าง อรุณ​ศรี​คุย​กับ​กริช​ชัย บอก​เขา​ตามตรง​ว่า ตลอด​เวลา​ที่​คบ​กับ​ป​ราน​ต์​ตน​ไม่​เคย​รู้​เลย​ว่า​เขา​เป็น​คน​อย่างไร เขา​พูด​อะไร​ก็​เชื่อ​หมด​แม้แต่​วัน​สุดท้าย​ที่​เขา​มา​บอก​ว่า​จะ​เอา​เงิน​มา​คืน​ฝ้าย​ตนก็​เชื่อ

กริช​ชัย​พูด​ให้​กำลังใจ​ว่า​เป็น​ธรรมดา​ที่​โง่​ย่อม​มา​ก่อน​ฉลาด พอดี​โอบ​บุญ​ที่​คุย​อยู่​กับ​สุพร​รณิ​กา​ร์ มอง​มา​เห็น​กริชชัย​กับ​อรุณ​ศรี​คุย​กัน​อย่าง​อารมณ์​ดี สุพร​รณิ​กา​ร์​บอก​โอบ​บุญว่า​บอก “เรื่อง​นั้น” กับ​อรุณ​ศรี​ได้​เลย เชื่อ​ว่า​เพื่อน​รับ​ได้​ไม่​ต้องห่วง

โอบ​บุญ​จึง​บอก​อรุณ​ศรี​ว่า​ตน​จะ​เดินทาง​ไป​ทำ​งานที่​ญี่ปุ่น 4 ปี โดย​จะ​ออก​เดินทาง​วัน​จันทร์​หน้า แต่​ตน​ก็สบายใจ​และ​วางใจ ​เชื่อ​ว่า​น้อง​มี​ผู้​ดูแล​ที่​ดีแล้ว ไม่​มี​อะไร​น่า​เป็นห่วง กระนั้นอรุณศรี​ก็​ใจหาย​พึมพำ...พี่​โอบ​บุญ​จะ​ไป​จริงๆแล้ว​หรือเนี่ย?

ooooooo

วัน​นี้​น​รี​วรรณ​คะยั้นคะยอ​ขอร้อง​แกม​บังคับให้​เนต​รน​ภัส​ไป​งาน​ผู้​ปกครอง​กับ​ตน   เพราะ​สี​รุ้ง​ติด​งาน​เลี้ยง​รุ่น​สมาคม​นักเรียน​เก่า​อังกฤษ สี​รุ้ง​ช่วย​หว่านล้อม​ให้​เนต​รน​ภัส​ไป​กับ​น้อง​ถือว่า​ช่วย​แม่​ก็​แล้วกัน

เนต​รน​ภัส​ตัดสินใจ​ยอม​ไป​แต่​ต้อง​ขอ​เวลา​ทำ​สวย​สัก​สอง​ชั่วโมง น​รี​วรรณ​ดีใจ​มาก​บอก​ว่า​จะ​กี่​ชั่วโมง​ตน​ก็​รอ​ได้

“โอ​เค ได้​เวลา​สวย​แล้ว” เนต​รน​ภัส​ลุก​ขึ้น นรีวรรณ​ร้อง​เชียร์​พี่​สาว​สุดๆ สี​รุ้ง​มอง​ลูก​ทั้ง​สอง​แล้ว​ก็​ยิ้ม​ปลื้ม​กับ​ความ​รัก​กันและกัน   มอง​เนต​รน​ภัส​แล้ว​ยิ้ม​อย่าง​มี​ความ​สุข​เหมือน​จะ​บอก​ว่า​ลูก​ทำ​ถูก​แล้ว

เมื่อ​ไป​งาน​เลี้ยง แม้​เนต​รน​ภัส​จะ​รู้สึก​เบื่อๆกับ​งานที่เป็น​ทางการ​และ​มี​แต่​ผู้ใหญ่ แต่​เธอ​ก็​อดทน​ทำ​เพื่อ​น้อง จนกระทั่ง​มาร์ค พี่​ชาย​ของ​นักเรียน​คน​หนึ่ง​เดิน​มา​ทัก​ว่า “เบื่อ​ไหมครับ”

เนต​รน​ภัส​ตอบ​ตามตรง​ว่า​เบื่อ​แต่​ยัง​ไม่​มาก เขา​ถาม​ว่า​มา​เป็น​เพื่อน​น้อง​สาว​หรือ ชม​ว่า​ใจดี​จัง​ที่​ทน​เบื่อ​เพื่อน้องสาว

ทักทาย​พูด​คุย​กัน​ไม่​กี่​คำ แต่​ด้วย​ความ​เป็น​คน​พูดตรงไป​ตรง​มา​เปิดเผย​ของ​เนต​รน​ภัส ทำให้​ทั้ง​คู่​สนิทสนม​กัน​อย่างรวดเร็ว มาร์ค​สาน​ไมตรี​ด้วย​การ​ให้​นามบัตร​ของ​ตน บอก​ว่า​นี่​เป็นเบอร์​ส่วนตัว ยินดี​ที่​รู้จัก

เมื่อ​ถึง​เวลา​งาน​เลี้ยง น​รี​วรรณ​ถาม​พี่​สาว​ว่า พี่​แมทเขา​มา​คุย​กับ​พี่​หรือ บอก​พี่​สาว​ว่า

“พี่​แมท​ดัง​จะ​ตาย เป็น​พี่​ชาย​ของ​เพื่อน​นุ้ย​เอง ทั้งหล่อ​ทั้ง​รวย​แถม​ยัง​เก่ง​อีก​ต่างหาก สาวๆไฮโซ​รุม​จีบ​ตรึม แต่​พี่แมท​ไม่ค่อย​สนใจ...แล้ว​เมื่อกี้​เขา​มา​คุย​อะไร​กับ​พี่​แหนม​มั่ง”

เนต​รน​ภั​สบ​อก​ว่า​ให้​เบอร์​แล้ว​ชวน​ไป​กิน​ข้าว น​รีวรรณ​ตื่นเต้น​มาก บอก​ว่า​พี่​แมท​ไม่​เคย​ทำ​แบบ​นี้​เลย ขนาด​ผู้หญิงมา​อ่อย​ถึง​บ้าน​ยัง​ไม่​สน​เลย ยุ​พี่​สาว​ว่า

“แสดง​ว่า​เขา​ต้อง​ชอบ​พี่​แหนม​จริงเลย​อ่ะ โทร.เลย...คน​นี้​นุ้ย​เชียร์”

เนต​รน​ภัส​ดู​นามบัตร นิ่ง​คิด แล้ว​เดิน​ไป​หา​มาร์ค  ท่ามกลาง​สายตา​และ​ลุ้น​สุด​ตัว​ของ​น​รี​วรรณ
ที่แท้​เธอ​เอา​นามบัตร​ไป​คืน​เขา ขอบคุณ​ที่​มี​น้ำใจชวน​ไป​ทาน​ข้าว​ด้วย​กัน แต่​ตน​คิด​ว่า​มัน​จะ​ดี​กว่า​ถ้า​เขา​เป็น​ฝ่าย​โทร.​มา​หา ส่วน​เบอร์​โทร.​ของ​ตน​นั้น เธอ​บอก​ว่า “ถ้า​คุณอยาก​เจอ​กับ​ฉัน​จริงๆ มัน​คง​ไม่​ยาก​เกินไป​สำหรับ​คุณ”

ทั้ง​ยัง​บอก​ว่า ถ้า​เรา​จะ​ไป​ทาน​ข้าว​กัน​จริงๆ ตน​คงต้อง​พา​น้อง​สาว​กับ​คุณ​แม่​ไป​ด้วย ซึ่ง​มาร์ค​ก็​เต็มใจ​และ​ยินดี...

บรรยากาศ​ปาร์ตี้​สด​ใส เหมือน​ชีวิต​ของ​เนต​รน​ภัส​ที่​กำลัง​จะ​เริ่ม​ต้น​ใหม่​อย่าง​สดชื่น ดั่ง​ที่​วิคเ​ตอ​ร์ ฮิ​ว​โก้ นัก​เขียน​ชาว​ฝรั่งเศส​เขียน​ไว้​ว่า...

“ความ​สุข​สูง​สุด​ของ​ชีวิต​คือ​การ​ได้​รับ​ความ​รัก​และ​การ​ถูก​รัก​โดย​ไม่​มี​เงื่อนไข”

ooooooo

ที่​บ้าน​ลำ​เภา...​วัน​นี้​เป็น​วัน​ที่​ธีธัช​ต้อง​ผ่านเงื่อนไข​ข้อ​สุดท้าย​ที่​เขา​กังวล​จน​เหงื่อ​แตก​พลั่ก​ขณะ​นั่ง​รอ​คุณ​แม่​ของ​เธอ

“รอ​นิด​รอ​หน่อย เหงื่อ​ตก​เลย​รึ​ไง” เสียง​ทัก​ดัง​ขึ้น ทำเอา​ธีธัช​สะดุ้ง​รีบ​ปฏิเสธ ลำ​เภา​บอก​เขา​ว่า​นั่น​คุณ​แม่​ตนเอง

ธีธัช​รีบ​ยกมือ​ไหว้ ลำ​เภา​แนะนำ​แก่​คุณ​แม่​ว่า​นี่​คือธีธัช ได้​รับคำ​ชม​ว่า​ชื่อ​เพราะ​ดี​แปล​ว่า​อะไร เขา​บอก​ว่า​แปล​ว่า​ผู้มี​ปัญญา​เป็น​ธงชัย

“เหรอ...แล้ว​จริงๆน่ะ​มี​ไหม” คำ​ถาม​นี้​ทำเอา​ธีธัชเลิกคิ้ว แม่​เลย​ขยาย​ความ​ว่า “ปัญญา...สมอง​น่ะ​มี​รึ​เปล่า”

ธีธัช​ยิ้ม​แหะๆแห้งๆบอก​ว่า​ก็​มี​อยู่​บ้าง...ไม่​เยอะ​มาก ตอบ​แล้ว​ก็​ทำตัว​ไม่​ถูก​ มือ​ไม้​เกะกะ​เก้งก้าง​ขึ้น​มา​ซะ​งั้น เลย​ตัก​อาหาร​ให้ลำ​เภา​​แก้​เก้อ ถูก​เบรก​ว่า​ไม่​ต้อง เป็น​แขก​ให้อยู่​เฉยๆ ให้​ลำ​เภา​เขา​ทำ​ ย้ำ​ว่า “เธอ...ต้อง​คุย​กับ​ฉัน”

ธีธัช​หด​มือ​กลับ​แทบ​ไม่ทัน ลำ​เภา​ตัก​ข้าว​ไป​ก็​แอบมอง​ขำๆไป

ครู่​เดียว​ก็​เจอ​คำ​ถาม​เป็น​ชุด​ว่า “พ่อ​แม่​ของ​เธอเป็นใคร? ทำ​งาน​อะไร? อยู่​ที่ไหน?”

“คุณ​พ่อคุณ​แม่​ผม​เคย​เปิด​ร้าน​ขาย​อะไหล่​รถ​อยู่​ในเวิ้ง แถว​บ้านหม้อ แต่​ตอน​นี้​ท่าน​เสีย​แล้ว ผม​ก็​เลย​ขาย​กิจการ​ให้​น้าๆที่​เขา​อยาก​ทำ​ต่อ​น่ะ​ครับ”

“ขาย​ทำไม ทำไม​ไม่​ทำ​ต่อ”

“คือ​ผม​ไม่​ชอบ​ทำ​งาน​ค้าขาย​พวก​อะไหล่​น่ะ​ครับ” เลย​ถูก​ถาม​ว่า​ตอน​นี้​ทำ​อะไร​อยู่ “คือ...ตอน​นี้​ผม​ก็​มี​ลงทุน​ทำ​ร้าน​อาหาร​กับ​เพื่อนๆบ้าง แต่​งาน​หลักๆคือ ดูแล​พวกอพาร์ตเมนต์ ห้อง​พัก คอน​โดฯ บ้าน​เช่า ที่​พ่อ​แม่​เคย​ซื้อ​ไว้​น่ะ​ครับ”

“สมบัติ​เก่า​ของ​พ่อ​แม่​ว่า​อย่าง​นั้น​เถอะ”

“ก็...ทำนอง​นั้น​น่ะ​ครับ” ธีธัช​หน้าจ๋อยๆ รู้สึกตะขิด ตะขวง​ใจ​กับ​งาน​ที่​ไม่​น่า​อวด​เลย ลำ​เภา​แอบ​มอง​เขา​ด้วยความ​สงสาร

ooooooo

หลังจาก​นั้น เขา​ได้​รับคำ​ชม​ว่า​หน้าตา​ดี​ทำให้​ธีธัช​รู้สึก​ดี​ขึ้น แต่​แล้ว​ก็​สลด​วูบ​เมื่อ​ถูก​ถาม​ว่า​มี​แฟนมา​กี่​คน​แล้ว ลำ​เภา​มอง​อย่าง​สมน้ำหน้า​ที่​ถูก​แม่​สะกิดแผล พอ​ธีธัช​อึกอัก​ก็​ถูก​ดักคอ​ว่า “เยอะ​จน​นับ​ไม่​ถูก​เลยน่ะสิ”

พอ​ธีธัช​ยอม​รับ ถูก​ถาม​อีก​ว่า​แล้ว​คิด​ยัง​ไง​ถึง​ได้​มาคบ​กับ​ลำ​เภา คราว​นี้​เขา​ตอบ​ทันที​อย่าง​มั่นใจ​ว่า

“คิด​อยาก​จะ​หยุด​น่ะ​ครับ” พอ​ถูก​ถาม​ว่า​จะ​หยุดได้จริง​หรือ​เปล่า เขา​สาธยาย​ยืด​ยาว​ว่า “เมื่อ​ก่อน​ใช่​ครับ แต่​ตอนนี้​ไม่​ยาก​แล้ว เพราะ​ผม​ชอบ​ของ​แปลก​ครับ แปลกๆอยู่​ด้วยแล้ว​ไม่​เบื่อ ผม​ว่า​เภา​เนี่ย​แปลก​สุด​แล้ว ผม​คง​หา​แปลก​กว่า​นี้​ไม่ได้​แล้ว”

“ถ้า​มั่นใจ​แบบ​นั้น​ก็​ฟัง​เอา​ไว้...ฉัน​มี​ลูก​สาว​คน​เดียว คง​ไม่​ต้อง​ให้​บอก​ว่า​ฉัน​รัก​เขา​มาก​แค่​ไหน...แต่​กิน​ข้าว​กัน​วัน​เดียว​ยัง​ดู​ไม่​ออก​หรอก ถ้า​คุณ​จริงใจ​ก็​ต้อง​พิสูจน์​ตัว​เอง แต่ถ้า​คิด​จะ​มา​เล่นๆก็​ไป​ซะ มา​ทาง​ไหนก็​ไป​ทาง​นั้น เข้าใจ​รึ​เปล่า”

ลำ​เภา​จ้อง​เขม็ง​รอ​คำ​ตอบ ธีธัช​ตอบ​อย่าง​หนักแน่น​ว่า “เข้าใจ​ครับ”

ต่าง​นิ่ง​ไป​ครู่​หนึ่ง แล้ว​เขา​ก็​สะดุ้ง​เมื่อ​ได้ยิน​คุณ​แม่บอก​ว่า “ก่อน​จะ​ไป​ หัน​ไป​ทัก​คุณ​พ่อ​ที่​โน่น​หน่อย”

ธีธัช​หัน​ไป​มอง มัน​เป็น​กล้อง​วีดิโอ เขา​ถาม​พลางเหลือบ​มอง​ลำ​เภา​ว่า

“คุณ​พ่อ...พ่อ​เธอ​เป็น​กล้อง​วีดิโอ​เหรอ?”

“บ้า​เหรอ...พอดี​ตอน​นี้​พ่อ​ไป​ประชุม​ที่​เมืองนอก แม่​เขา​ก็​เลย​ถ่าย​วีดิโอ​ไว้​ให้​พ่อ​ดู​น่ะ” ธีธั​ชม​อง​ขวับ​พูด​เบาๆ...ถาม​จริง? ได้​รับคำ​ยืนยัน​ว่า “ตอบ​ตรง กล้อง​อยู่​ทาง​โน้น ยิ้มทักทาย​หน่อย” แล้ว​ตัว​เธอ​ก็​โบก​มือ​ทัก “สวัสดี​ค่ะ​คุณ​พ่อ”

ธีธัช​พึมพำ​แบบ​ไม่​กล้า​ให้​ใคร​ได้ยิน “โหย...แปลกทั้ง​บ้าน​เลย...” แล้ว​ยิ้ม​ขำๆยกมือ​ไหว้ “สวัสดี​ครับ​คุณ​พ่อ...”

แล้ว​ทั้ง​ลำ​เภา แม่ และ​ธีธัช​ก็​โบก​มือ​ทักทาย​กับกล้อง​วีดิโอ​อย่าง​สนุกสนาน...กัน​ยกใหญ่...เฮ้อ...
ooooooo

ใน​ที่สุด ธีธัช​ก็​สอบ​ผ่าน​ขั้น​ตอน​สุด​หิน​สำหรับ​เขา ธีธัช​เสนอ​ตัว​เข้า​ประจำการ​เต็ม​ขั้น ที​แรก​ก็​แอบ​ หอม​แก้ม​ที​หนึ่ง​ก่อน ถูก​ปราม​ว่า​แค่​แฟน​ไม่​ใช่​จะ​ทำ​อะไร​ได้​ตามใจชอบ ขืน​รุ่มร่าม​จะ​โดน​ลด​ระดับ​ความ​น่า​เชื่อถือ

ธีธัช​ทำ​หน้า​ทะเล้น​รีบ​ขอโทษ​สัญญา​ว่า​จะ​ไม่​ทำ​อะไร​ก่อน​ได้​รับ​อนุญาต แต่​ถ้า​ได้​รับ​อนุญาต​เมื่อ​ไร​รับรอง​จัด​เต็ม! แล้ว​เสนอ​ตัว​เข้า​ประจำการ​หน้าที่​แฟน​ว่า พรุ่งนี้​จะ​มา​รับ​ไป​ส่ง​ที่​ทำ​งาน ลำ​เภา​ที่​ยัง​เขินๆ อยู่​มี​แต่​ทำ​เสียง อือ...อือ...ใน​ลำ​คอ

เมื่อ​ธีธัช​จะ​กลับ​ก็​ฝาก​ฝัน​ถึง​ตน​ด้วย เธอ​ไล่​ให้​กลับๆไป​เสียที ร่ำ​ลา​อยู่​ได้ เมื่อ​เขา​ไป​จริงๆ ก็​ทำ​เก๊ก​บอก

“ขับ​รถ​ดีๆล่ะ ถึง​คอน​โดฯ​แล้ว​ก็...ส่ง​ข้อความ​มา​บอก​ด้วย” พูด​แล้ว​ก้มหน้า​เขินๆ ส่วน​ธีธัช​ดีใจ​จน​เนื้อ​เต้น

ooooooo

เมื่อ​ต้อง​ไป​อยู่​ญี่ปุ่น​นาน​ถึง 4 ปี โอบ​บุญ​ตัดสินใจ​ขอ​กร​กนก​แต่งงาน เพื่อ​จะ​ได้​ไป​ด้วย​กัน เพราะ​ถ้า​เธอ​ไป​ใน​ฐานะ​ภรรยา​จะ​ได้​รับ​สวัสดิการ​เหมือน​ตน​ทุก​อย่าง ตั๋ว​เครื่องบิน​กิน​อยู่​ฟรี​หมด กล่อม​เธอ​ว่า แค่​จดทะเบียน​กัน​ถ้า​เธอ​ยัง​ไม่​พร้อม​ไป​ถึงที่​โน่น​เรา​ดูใจ​ศึกษา​กัน​ต่อ​อีก​ระยะ​หนึ่ง​ก็ได้

เธอ​ทำ​ที​ขอ​เวลา​คิด แต่​ผ่าน​ไป​แค่​ชั่ว​อึดใจ​ก็​ตอบ​ตกลง​เร็ว​ราวกับ​กลัว​เขา​จะ​เปลี่ยนใจ โอบ​บุญ​บอก​ว่า​พรุ่งนี้​จะ​พา​ไป​จดทะเบียน​กัน จะ​เชิญ​แขก​ไป​ร่วม​เป็น​สักขีพยาน 3 คน​เท่านั้น ครั้น​เธอ​ถาม​ว่า​ใคร​บ้าง ก็​อำ​ไว้​ไม่​ยอม​บอก

จน​เมื่อ​ไป​ที่ทำการ​เขต จึง​รู้​ว่า สักขีพยาน 3 คน​นั้น คือ อรุณ​ศรี กริช​ชัย และ​สุพร​รณิ​กา​ร์ ซึ่ง​ล้วน​เป็น​คน​ใกล้​ชิด

​ทั้งสิ้น ส่วน​งาน​ปาร์ตี้​คืน​นี้​ที่​ร้าน​สาด​สุราฯ สุพร​รณิ​กา​ร์​ฝาก​ให้​อรุณ​ศรี​ดูแล​แทน เพราะ​ตน​มี​เดท
“แก​เนี่ย​นะ มี​เดท?!” อรุณ​ศรี​อุทาน​ราวกับ​ได้ยิน​เรื่อง​มหัศจรรย์

ooooooo

ข้าง​ฝ่าย​ธีธัช หลังจาก​ผ่าน​บท​ทดสอบ​โดยเฉพาะ​กับ​คุณ​แม่​ของ​ลำ​เภา​ที่​ซัก​ถาม​รายละเอียด​มากมาย ทำให้​เขา​เริ่ม​ได้คิด ​วัน​นี้​เขา​บอก​ลำ​เภา​ว่า​อยาก​ทำ​งาน ลำ​เภา​แทบ​ไม่​เชื่อ​หู​ตัว​เอง ถาม​เสียง​ดัง “ว่า​ไง​นะ???”

“ฉัน​อยาก​ทำ​งาน อยาก​มี​อาชีพ​ที่มั่น​คง​มาก​กว่า​เก็บ​ค่า​เช่า กิน​สมบัติ​เก่า​ของ​พ่อ​แม่”

“แน่ใจ​นะ​ว่า​ไม่ได้​ละเมอ” ลำ​เภา​ถาม​อย่าง​ไม่​แน่ใจ​ว่า​เขา​ละเมอ​หรือ​ตัว​เอง​ฝัน​ไป

“พูด​จริง...แล้ว​ฉัน​ก็​รู้​แล้วด้วย​ว่า​ฉัน​อยาก​ทำ​อะไร”

ลำ​เภา​ถามว่า​งาน​อะไร เขา​ไม่​บอก แต่​หลาย​วัน​ต่อ​มา เขา​เอา​แบบ​บ้าน​หมา​ที่​ร่าง​ไว้​คร่าวๆ มา​ให้​ลำ​เภา​ดู พลาง​อธิบาย​อย่าง​ภูมิใจ​ว่า

“นี่​คือ​บ้าน​สำหรับ​น้อง​หมา เป็น​บ้าน​ที่​ทำ​ขึ้น​เพื่อ​เขา​โดยเฉพาะ เรา​จะ​ต้อง​ทำการวัด​ขนาด​และ​ศึกษา​พฤติกรรม​ของ​เขาก่อน​แล้ว​จึง​จะ​ออก​แบบ​เพื่อ​ให้​เข้า​กับ​นิสัย และ​ที่​สำคัญ เรา​มี​บ้าน​ลอย​น้ำ สำหรับ​ผู้​ที่​อยู่​ใน​พื้นที่​ต่ำ เสี่ยง​ต่อ​น้ำ​ท่วม ถ้า​น้ำ​มา​เมื่อ​ไหร่ บ้าน​จะ​กลาย​เป็น​เรือ​สำหรับ​น้อง​หมา​ทันที”

ลำ​เภา​ทึ่ง​ใน​ความ​คิด​ริเริ่ม​สร้างสรรค์​ของ​เขา ธีธัช​ถาม​ว่า​คิด​ไม่​ถึง​ใช่​ไหม​ว่า​จะ​ทำได้ อวด​ว่า​ตน​จบ​สถาปัตย์​มานะ​แค่​นี้​สบาย​อยู่​แล้ว ลำ​เภา​ถาม​ว่า มี​ฝีมือ​ขนาด​นี้​ทำไม​ไม่​ทำ​การ​ทำ​งาน

“ไม่​มี​แรง​บันดาล​ใจ ไม่​ต้อง​ทำ​งาน​ก็​มี​เงิน​ใช้ ก็​ไม่​รู้​จะ​ทำ​งาน​ไป​ทำไม แต่​พอ​คบ​กับ​เภา อยู่ๆมัน​ก็​อยาก​ทำ​อะไร​ที่​เป็น เรื่อง​เป็น​ราว​ขึ้น​มา อยาก​ทำให้​เภา​มั่นใจ​ว่า​เรา​จะ​ดูแล​เภา​ได้”

ลำ​เภา​รู้สึก​ดี บอก​เขา​ว่า​ถ้า​ทำ​แล้ว​รู้สึก​ว่า​ไม่​ฝืน​ก็​ทำ ตน​จะ​เป็น​ที่​ปรึกษา​และ​เป็น​กำลังใจ​ให้

“ขอบใจ​มาก​นะ​เภา ขอบใจ​จริงๆ ที่​ทำให้​เรา​อยาก​เป็น​ผู้​เป็น​คน​กับ​เขา​สัก​ที ขอบใจ​มาก”

ทั้ง​สอง​มอง​หน้า​อย่าง​เข้าใจ​และ​ให้​กำลังใจกัน ธีธัช​หยิบ​แบบ​บ้าน​หมา​ขึ้น​มา​ดู​ทำท่า​ตัดสินใจ​แบบ​ว่า...“เอา​วะ...ลุยสัก​ที!”

ooooooo

ส่วน​สุพร​รณิ​กา​ร์​กลับ​ไป​คุย​กับ​วัชระ​นัด​ออก​เดท​กับ​เขา ทำให้​เหมือน​คู่​อื่นๆ ที่​ไป​เที่ยว​เล่น​ก่อน​จะ​เป็น​แฟน​กัน วัชระ​เสนอ​ว่า เรา​ก็​ไป​กิน​ข้าว ดู​หนัง ฟัง​เพลง แล้ว​ถ้า​หิว​ก็​กิน​ข้าว​อีก​รอบ สุพร​รณิ​กา​ร์​บอก​ว่า​แบบ​นั้น​น่า​เบื่อ เสนอ​ว่า

“ทำ​อะไร​ที่​คุณ​ชอบ​ทำ ฉัน​จะ​ทำ​ด้วย​เพราะ​ฉัน​อยาก​รู้​ว่า ฉัน​จะ​ชอบ​สิ่ง​ที่​คุณ​ชอบ​หรือ​เปล่า”
“จะ​รู้​ไป​ทำไม”

“คน​เรา​จะ​ใช้​ชีวิต​ด้วย​กัน มัน​มี​อะไร​ตั้ง​หลาย​อย่าง​ต้อง​ทำ​ด้วย​กัน​ ถ้ามันไม่มีอะไรที่เหมือนกันเลย มันจะอยู่ ด้วยกันได้ยัง​ไง” วัชระ​ฟัง​แล้ว​เห็น​ด้วย เธอ​จึง​เสนอ​ว่า “ฉัน​ให้​เวลา​คุณ​ครึ่ง​เช้า ส่วน​ครึ่ง​บ่าย คุณ​ก็​ต้อง​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ฉัน​ชอบ โอ​ไม่​โอ?”

“โอ​เค! ได้ แปด​โมง​เจอ​กัน” วัชระ​ตอบ​แบบ​เอา​ไง​เอา​กัน (วะ...)

ooooooo

รุ่ง​ขึ้น​สุพร​รณิ​กา​ร์​เลือก​ชุด​มา 4—5 ชุด กะ​เอา​ชุด​ที่​คิด​ว่า​จะ​ประทับใจ​วัชระ​ที่สุด แต่​หลังจาก​คิดๆแล้ว​ก็​เลือก​เอา​ชุด​ที่​เหมาะ​กับ​ตัว​เอง​ที่สุด​แทน

ส่วน​วัชระ​คิด​จะ​ทำให้​สุพร​รณิ​กา​ร์​ประทับใจ​ที่สุด เพราะ​ตั้งแต่​รู้จัก​กันตน​ก็​ทำตัว​ซก​มก​มา​ตลอด คราว​นี้​คิด​จะ​โกน​หนวด แต่ง​หล่อ ทำ​เซอร์ไพรส์ แต่​พอ​ลงมือ​จะ​โกน​หนวด​ก็​ชะงัก รู้สึก​ว่า​มัน​ไม่​ใช่​ตัว​เอง สุดท้าย​เปลี่ยน​แต่ง​ชุด​ที่​เหมาะ​กับ​ตัว​เอง​และ​หนวด​เครา​ก็​ยัง​ปล่อย​ให้​รก​อยู่​บน​หน้า​เหมือน​เดิม

เมื่อ​ไป​เจอ​กัน สุพร​รณิ​กา​ร์​อยู่​ใน​ชุด​ห้าวๆ ส่วน​วัชระ​ก็​ยัง​คง​ซก​มก​เหมือน​เดิม

“ที่จริง​แต่งตัว​แบบ​นี้​ก็​น่า​รัก​ดี​นะ” วัชระ​เอ่ย

“คุณ​ก็...เป็น​ตัว​ของ​ตัว​เอง​ดี ตั้งแต่​เจอ​กัน​ครั้ง​แรก​จนถึง​ตอน​นี้ เหมือน​เดิม​เป๊ะ...”

ทั้ง​สอง​ต่าง​ยอม​รับ​ใน​ความ​เป็น​ตัว​ตน​ของ​อีก​ฝ่าย​อย่าง​สบายใจ สุพร​รณิ​กา​ร์​บอก​ให้​เริ่ม​กัน​เลย​ดี​กว่า โดย​ครึ่ง​เช้า​ให้​เป็น​หน้าที่​ของ​เขา ส่วน​ครึ่ง​บ่าย​ตน​รับผิดชอบ​เอง

ปรากฏ​ว่า วัชระ​พา​เธอ​ไป​ที่​โรง​ยิม สอน​เธอ​ชกมวย​กับ​กระสอบ​ทราย สุพร​รณิ​กา​ร์​ทำได้​อย่าง​ทะมัดทะแมง​จน​เขา​ชม​ว่า

“ใช้ได้​เลย...ใช่​เลย...แบบ​นี้​เลย! สุด​ยอด!!”

จาก​นั้น​พา​ไป​ปีน​หน้าผา ยิง​ปืน ทุก​อย่าง สุพร​รณิ​กา​ร์​ร่วม​ด้วย​อย่าง​สนุกสนาน และ​ฝึก​ได้​อย่าง​รวดเร็ว จน​วัชระ​มอง​แบบ​นึก​ใน​ใจ​ว่า “โคตร​ใช่​เลย...”

ส่วน​ตอน​บ่าย​เป็น​หน้าที่​ของ​สุพร​รณิ​กา​ร์ เธอ​พา​เขา​เข้าไป​ใน​โรงเรียน​ลีลา​ศ...​วัชระ​ที่​เคย​แต่​ห่ามๆ ห้าวๆ ถาม​ว่า​เอาจริง​หรือ สุพร​รณิ​กา​ร์​ปราม​เชิง​ให้​กำลังใจ​ว่า

“อย่า​มา​ทำใจ​เสาะ ฉัน​ให้​ครู​เขา​เตรียม​สอน​เพลง​ของ​สุนท​รา​ภรณ์​ไว้​ด้วย​นะ ต่อ​ไป​ตอน​ฟัง​เพลง​เรา​จะ​ได้​เต้นรำ​ตาม​ไป​ด้วย​ไง”

วัชระ​เริ่ม​เห็น​ด้วย สุพร​รณิ​กา​ร์​ดึง​เขา​เข้าไป​ใน​โรงเรียน เริ่ม​เพลง​แรก...เพลง​ต่อ​ไป...และ​ต่อ​ไป ทั้ง​คู่​เต้นรำ​กัน​จาก​ไม่​เป็น​จน​คล่อง ตระ​กอง​กอด​กัน​พลิ้ว​ไป​ตาม​จังหวะ​เพลง​อย่าง​สวย​งาม

ooooooo

กลับ​มา​ถึง​ร้าน​สาด​สุราฯ สุพร​รณิ​กา​ร์​ก็​ทิ้ง​ตัว​ลง​นั่ง​อย่าง​หมด​สภาพ บ่น​ว่า​เมื่อย​ขา​มาก ถาม​ว่า​ขา​จะ​หลุด​ไหม​เนี่ย วัชระ​ถาม​ว่า​เข็ด​หรือ​ยัง เธอ​บอก​ว่า คนอย่าง​ตน​ไม่​ยอม​แพ้​ง่ายๆหรอก ว่า​แต่​เขา​เถอะ​กล้า​ไป​รอบ​สอง​หรือ​เปล่า วัชระ​หัวเราะ​ร่า​บอกว่า​แค่​นี้​ชิลล์ๆขำๆเท่านั้น

ทันใดนั้น​เอง เนต​รน​ภัส​เปิด​ประตู​เข้า​มา ทั้ง​สอง​หยุด​หัวเราะ​กึก เนต​รน​ภัส​เดิน​เข้าหา ​ถาม​วัชระ​ว่า​ขา​หาย​แล้ว​หรือ เขา​บอก​ว่า​หาย​แล้ว ถาม​ไม่​เต็ม​เสียง​ว่า มา​เที่ยว​หรือ

“เปล่า แหนม​ตั้งใจ​มา​หา​วัช”

สุพร​รณิ​กา​ร์​ขอตัว​อย่าง​รู้​หน้าที่ เนต​รน​ภัส​พูด​เรียบๆว่า “ฉัน​ขอ​คุย​กับ​แฟน​คุณ​ไม่​นาน​ค่ะ ​คุย​จบ​แล้ว​ฉัน​จะ​คืนให้” สุพรรณิการ์​ยิ้ม​แบบ​เชิญ​ตาม​สบาย แล้ว​เดิน​เข้าไป​ใน​ห้อง​ทำ​งาน​ตัว​เอง แต่​อด​แอบ​กังวล​นิดๆไม่ได้

ที่แท้ เนต​รน​ภัส​ต้องการ​มา​เคลียร์​ปัญหา​ทุก​อย่าง​ให้​เรียบร้อย​เพื่อ​จะ​ได้​แล้ว​ต่อ​กัน​เสีย เธอ​บอก​วัชระ​ว่า​ตัดสินใจ​อยู่​นาน​ว่า​จะ​มา​ดี​หรือ​ไม่​มา​ดี สุดท้าย​ก็​มา​เพราะ​ไม่​อยาก​มี​ชีวิตอยู่​โดย​มี​ความ​เกลียด​ชัง​อยู่​ใน​ใจ เธอ​พูด​อย่าง​สงบ​เยือกเย็น​ว่า

“แหนม​มา​เพื่อ​จะ​บอก​ว่า​ถึง​เรา​จะ​กลับ​ไป​เป็น​เหมือนเดิม​ไม่ได้ แต่​เรา​ก็​ยัง​เป็น​เพื่อน​กัน​ได้”

“ใช่...เรา​มี​ความทรง​จำ​ดีๆด้วย​กัน ถึง​วัน​นี้​ไม่ได้​เป็นแฟนกัน เรา​ก็​ไม่​จำเป็น​ต้อง​เกลียด​กัน ผม​เอง​ก็​อยาก​เห็น​แหนม​มี​ความสุข อยาก​ให้​แหนม​ได้​เจอ​คน​ดี และ​เหมาะสม​กับ​แหนม​มาก​กว่าผม”

“เขา​ชื่อ​มาร์ค​ค่ะ เรา​ไป​กิน​ข้าว​ด้วย​กัน​ครั้ง​สอง​ครั้ง​แล้ว คุณ​แม่​กับ​นุ้ย​ก็​ไป​ด้วย เขา​ก็​น่า​รัก​ดี​นะ”

วัชระ​ถาม​ว่า​แล้ว​เขา​ดี​กับ​เธอ​หรือ​เปล่า เมื่อ​เธอ​บอก​ว่าดี เขา​ทุ่มเท​ดี วัชระ​จึง​ขอ​เอาใจช่วย

“ขอบใจ​มาก ตลก​ดี​นะ ตอน​คบ​กัน​ทะเลาะ​กัน​จะ​เป็น​จะ​ตาย แต่​พอ​เลิก​กัน​กลับ​พูด​กัน​ดี​กว่า​เดิม”

“ผม​เสียใจ​ที่​เรา​ต้อง​จาก​กัน แต่​ชีวิต​เรา​ยัง​ต้อง​ดำเนิน​ต่อ​ไป และ​อาจจะ​ดี​กว่า​เดิม โดยเฉพาะ​แหนม”

ทั้ง​สอง​ยิ้ม​ให้​กัน​อย่าง​จริงใจ และ​จาก​กัน​ด้วยความประทับใจ​ดีๆต่อ​กัน

เมื่อ​ออก​มา​เจอ​สุพร​รณิ​กา​ร์​ข้าง​นอก เนต​รน​ภั​สบอกว่า​ตน​คุย​กับ​วัชระ​เสร็จ​แล้ว บอก​สุพร​รณิ​กา​ร์​ว่า​เธอ​ทำให้​วัชระ​มี​ความ​สุข​ขึ้น​มาก ตน​ไม่​เห็น​เขา​มี​ความ​สุข​แบบ​นี้​มา​นาน​แล้ว อวย​พร “ขอ​ให้​โชค​ดี” ก่อน​จาก​กัน​ไป

เมื่อ​สุพร​รณิ​กา​ร์​เข้า​มา​อีก​ครั้ง วัชระ​ถาม​ว่า​ไม่​อยาก​รู้​หรือ​ว่า​แหนม​มา​คุย​อะไร เธอ​บอก​ว่า​ถ้า​ไม่​อยาก​เล่า​ก็​ไม่​เป็นไร ตน​ไว้ใจ วัชระ​ดึง​มือ​เธอ​ไป​กุม​ไว้ นับ​วัน​ก็​ยิ่ง​รู้สึก​ว่า ตน​เลือก​คน​ไม่​ผิด​จริงๆ

ooooooo

ส่วน​ธีธัช​ก็​แสดง​ความ​ยินดี​กับ​กร​กนก​ที่​ได้​จดทะเบียน​สมรส​กับ​โอบ​บุญ​และ​จะ​ไป​ญี่ปุ่น​ด้วย​กัน อวย​พร​ให้​เธอ​โชค​ดี กร​กนก​เอง​ก็​อวย​พร​ให้​เขา​มี​ความสุข​กับ​คน​ที่​ตัว​เอง​ได้​เลือก​แล้ว

ใน​วัน​ไป​ส่ง​โอบ​บุญ​ที่​สนาม​บิน​นั้น โอบ​บุญ​เตือน​อรุณศรี​ว่า เมื่อ​เรื่อง​ต่างๆคลี่คลาย​แล้ว​ก็​ควร​เอา​รถ​ไป​คืน​กริช​ชัย​เสีย เขา​ย้ำ​แล้ว​ย้ำ​อีก​ก่อน​จาก​กัน จน​อรุณ​ศรี​เอะใจ​ว่า​พี่​ชาย​มี​แผน​อะไร​หรือ​เปล่า
เมื่อ​เธอ​เอา​รถ​ไป​คืน เห็น​ห้อง​กริช​ชัย​ที่​จัด​เตรียม​ไว้​ก็​ถึง​กับ​อึ้ง เมื่อ​ทั้ง​ห้อง​เต็ม​ไป​ด้วย​ภาพ​วาด​ตัว​เธอ​จาก​ฝีมือ​ของเขา วาด​ตั้งแต่​วัน​แรก​ที่​เจอ​กัน จน​ปัจจุบัน เขา​บอก​ว่า ตก​หลุม​รักเธอ​ตั้งแต่​วัน​แรก​ที่​เจอ บรรยาย​ถึง​ความ​รัก​ที่​ผูกพัน ที่​อยาก​อยู่ใกล้เธอ คอย​ดูแล​เธอ คอย​ปกป้อง​และ​ทำให้​เธอ​มี​ความ​สุข แล้ว​เขา​ก็​บอก​รัก​และ​ขอ​แต่งงาน

“ถ้า​คุณ​คิด​ว่า​ฉัน​มี​ค่า​ขนาด​นั้น ฉัน​ก็​ไม่​รังเกียจ​ค่ะ”

“คุณ​มี​ค่า​สำหรับ​ผม​เสมอ” กริช​ชัย​ยิ้ม​กว้าง จริงใจ ดึง​เธอ​เข้าไป​กอด อรุณ​ศรี​ยิ้ม​ออก​มา​ทั้ง​น้ำตา​ด้วย​ความ​ปลื้มปีติ...

ooooooo

พอ​วัชระ​กับ​ธีธัช​รู้​ว่า​อรุณ​ศรี​จะ​แต่งงาน​กับ​กริช-​ชัย ทั้งคู่​ก็​กระสัน​ขึ้น​มา​อยาก​จะ​แต่ง​บ้าง ธีธัช​อ้าง​ว่า สุพร​รณิ​กา​ร์​เป็น​เพื่อน​สนิท​ของ​อรุณ​ศรี​เธอ​คง​ไม่​ยอม วัชระ​นึก​ได้​เอา​บ้าง​ว่า ลำ​เภา​ก็​สนิท​กับ​กริช​ชัย​ไม่​ยอม​เหมือน​กัน ทั้ง​คู่​จะ​แต่ง​พร้อม​กริช​ชัย​ให้​ได้ จน​กริช​ชัย​มอง​เพื่อน​บ่น​อย่าง​อ่อนใจ​ว่า “แก​สอง​คน​นี่​มัน​บ้า​จริงๆ ลอก​กัน​เห็นๆ”

ปัญหา​อยู่​ที่​ว่า แล้ว​จะ​ไป​บอก​สอง​สาว​อย่างไร​ให้​ยอม​แต่งงาน​พร้อม​กัน?

ธีธัช​คิด​ออก​ด้วย​การ​ขอแรง​ขนม​จีบ​กับ​ซาลาเปา ตัวหนึ่ง​เอา​ช่อ​ดอกไม้​ผูก​ที่​หัว มี​การ์ด​เขียน​ว่า “แต่งงาน​กับ​ผม​นะ​เภา” อีก​ตัว​เอา​กล่อง​แหวน​มัด​ไว้​ที่​หัว​เช่น​กัน แล้วให้​ทั้ง​สอง​วิ่ง​ไป​หา​ลำเภา​เพื่อ​เซอร์ไพรส์​เธอ โดย​ตัว​เอง​ซุ่ม​ดู​อยู่

ปรากฏ​ว่า ลำ​เภา​หยิบ​ช่อ​ดอกไม้​อ่าน​ข้อความ แล้ว​จะ​หยิบ​กล่อง​แหวน​ที่​หัว​ซาลาเปา ซาลาเปา​เกิด​พยศ​ขึ้น​มา​วิ่ง​หนี​เอา​ดื้อๆ ธีธัช​ตกใจ​ร้อง​เรียก​ซาลาเปา​เสียงหลง ลำ​เภา​ก็​วิ่ง​ไล่​ตาม​ซาลาเปา​ชุลมุน ทั้ง​สอง​ชน​กัน​เข้า​อย่าง​จัง ซาลาเปา​เลย​หัน​มา​เห่า​สมน้ำหน้า ธีธัช​ร้อง​บอก​ซาลาเปา​ให้​เอา​แหวนมา บอก​ว่า “แหวน​แพง​นะ​เว้ย”

ลำ​เภา​ถาม​ว่า​เท่าไร พอ​เขา​บอก​ว่า​สอง​ล้าน​เท่านั้น เธอ​ก็​วิ่ง​ตะครุบ​เจ้า​ซาลาเปา​เอาเป็นเอาตาย ธีธัช​จับ​ซาลาเปา​ได้ เอา​แหวน​ออก​มา​แล้ว​มา​จับ​สวม​นิ้ว​ลำ​เภา​เลย

ลำ​เภา​โวยวาย​ว่า​ตน​ยัง​ไม่​โอ​เค​เลย​นะ ธีธั​ชม​อง​หน้า​เป๋ง​พูด​อำๆว่า

“วิ่ง​ตาม​แหวน​ซะ​ขนาด​นั้น​ก็​ถือว่า​เป็น​คำ​ตอบ​แล้วล่ะ... เนียนๆกัน​ไป​นะ” พูด​แล้ว​ยิ้มแฉ่ง​เต็ม​หน้า
ลำ​เภา​ทำ​เฉไฉ​ยกนิ้ว​ดู​ชม​เขินๆว่า “แหวน​สวย​ดี...แต่ง​ก็ได้!”

“เย้...” ธีธัช​ร้อง​แล้ว​โผ​เข้า​กอด​ลำ​เภา​แน่น หอม​แก้ม​ฟอดๆท่ามกลาง​เหล่า​น้อง​หมา​ที่​วิ่ง​เล่น​กัน​อย่าง​สนุกสนาน

ooooooo

เมื่อ​ลำ​เภา​ตกลง​แล้ว จึง​เหลือ​แต่​สุพร​รณิ​กา​ร์ วัชระ​คิด​หนัก​ว่า​จะ​ทำ​อย่างไร​ไม่​ให้​ตก​กลุ่ม​เพื่อน สุดท้าย​เซอร์ไพรส์​ตาม​แบบ​ของ​ตน จัด​วง​ดนตรี​ชุด​ใหญ่​นัด​สุพร​รณิ​กา​ร์​ไป​พบ​ใน​สวน​ดอกไม้ บรรเลง​เพลง “พรหมลิขิต” ของ​สุนท​รา​ภรณ์​เป็น​สื่อ​ใจ​แล้ว​จึง​ปรากฏ​ตัวตรง​หน้าเธอ เอ่ย​อย่าง​ตั้งใจ​ว่า

“ฝ้าย...ผม​รู้​ว่า​คุณ​ต้องการ​ให้​เรา​เริ่ม​ต้น​เรียนรู้​กัน​ใหม่​ผม​ก็​รู้​ว่า​เวลา​ที่​เรา​เรียนรู้​กัน​มัน​อาจจะ​ไม่ได้​นาน​มาก แต่​มัน​ทำให้​ผม​รู้​ว่า​คุณ​คือ​คน​ที่​ผม​อยาก​ใช้​ชีวิต​อยู่​ด้วย​ตลอด​ไป”

วัชระ​กำลัง​จะ​เอ่ย​ขอ​แต่งงาน สุพร​รณิ​กา​ร์​ก็​ชิง​พูด​ขึ้น​ก่อน​ว่า “แต่ง​ค่ะ...แต่ง​เสีย​ก่อน​แล้ว​ค่อย​ไป​เรียนรู้​กัน​หลัง​แต่ง​ก็ได้ คน​เรา​เรียนรู้​กัน​ได้​ตลอด​ชีวิต”

วัชระ​รีบ​ดึง​เธอ​เข้าไป​กอด​เหมือน​กลัว​จะ​เปลี่ยนใจ ทั้งสอง​กอด​กัน​ท่ามกลาง​ดนตรี​ที่​บรรเลง​เพลง​ของ​สุนท​รา​ภรณ์​อย่าง​เพราะ​พริ้ง

ooooooo

เมื่อ​ทุก​คู่​ลงเอย​แล้ว งาน​แต่ง​ก็​ถูก​กำหนด​ขึ้น แต่​เพราะ​สาม​คู่​ต่าง​มี​รสนิยม วิถีชีวิต ความชอบ​ที่​ต่างกัน​และ​ต่าง​ก็​ต้องการ​จัด​งาน​แต่ง​ตาม​แบบ​ของ​คู่​ตน ดังนั้น​จึง​ต้อง​วาง​แผน​กัน​อยู่​นาน ใน​ที่สุด​ก็​ลงตัว

งาน​แต่ง​จัด​ขึ้น​ที่​ลาน​น้ำพุ​กลาง​สวน​ดอกไม้ วง​ดนตรีบรรเลง​เพลง “พรหมลิขิต” อย่าง​เพราะ​พริ้ง มี​เบญลี่​เป็น​พิธีกร​ในงาน เธอ​บรรยาย​การ​จัด​งาน​ว่า เป็น​งาน​แต่ง​ใน​รูป​แบบ​บูรณาการ วัน สต๊อป เวดดิ้ง มา​ที่​เดียว​ได้​สาม​งาน

ที่​กลาง​สนาม​หญ้า จัด​เป็น​จุดรม รอบๆเป็น​งาน​แต่งของ​สาม​คู่ โดย​คู่​แรก​ของ​กริช​ชัย​กับ​อรุณ​ศรี​นั้น​อยู่​ใน​ชุด​หรูหรา​ไฮโซ ลำ​เภา​กับธีธัช​แต่ง​น่า​รัก​กะหนุงกะหนิง ส่วน​สุพร​รณิ​กา​ร์​กับ​วัชระ​แต่ง​ไม่​หรู​ไม่​หวาน แต่​เก๋​เท่

กริช​ชัย​ต้องการ​แสดง​เอกลักษณ์​ของ​ตน สั่ง​รถ​มา​เป็น​ของขวัญ​ให้​อรุณ​ศรี​ใน​วัน​แต่ง และ​ยัง​มี​รูป​วาด​ของ​อรุณ​ศรี​ที่​เขา​วาด​ไว้​มากมาย เอา​มา​โชว์​เรียงราย​อย่าง​สวย​งาม

ลำ​เภา​กับ​ธีธัช​พา​ลูกๆสมาชิก​ใน​ครอบครัว​มา​ร่วม​ฉลอง บรรดา​หมาๆทั้ง​น้อย​ใหญ่​พา​กัน​วิ่ง​พล่าน​อย่าง​สนุกสนาน​ในงาน

คู่​ที่​ครึกครื้น​ที่สุด​คือ สุพร​รณิ​กา​ร์​กับ​วัชระ ที่​ออก​มา​ใน​ลีลา​แทงโก้​กัน​อย่าง​สุดเหวี่ยง

แขก​ที่มา​ใน​งาน​ต่าง​เลือก​ชม​บรรยากาศ​ของ​แต่ละ​คู่ กัน​ตาม​อัธยาศัย

นอกจาก​นี้​ ยัง​มี​การ​เล่น​เกม​กัน​ของ​สาม​คู่​ด้วย​คำ​ถาม​ที่​ว่า​ใคร​รัก​ใคร​ก่อน เรียก​เสียง​หัวเราะ​จาก​แขก​เป็น​ที่​ครื้นเครง โดยเฉพาะ​คู่​ของ​กริช​ชัย​และ​อรุณ​ศรี เมื่อ​เบญลี่​ถาม​ว่า

“อยาก​รู้​จริงๆเลย​ว่า ระหว่าง​บอส​กริช​ชัย​และ​น้อง​อรุณ ใคร​เป็น​ฝ่าย​เริ่ม​รัก​ก่อน ตอบ​ค่ะ”

กริช​ชัย​ชู​ป้าย​ว่า “ผม​ครับ” ส่วน​อรุณ​ศรี​ชู​ป้าย “เขา​คน เดียว” แขก​ใน​งาน​พา​กัน​กรี๊ด​อย่าง​ถูกใจ เบญลี่​ถาม​ว่า​มัน​ยัง​ไง​คะ​ท่าน​ประธาน กริช​ชัย​เล่า​อย่าง​ยิ้มแย้ม​มี​ความ​สุข​ว่า

“ผม​เริ่ม​ก่อน​เลย​ครับ แอบ​รัก​มา​นาน​แล้ว รัก​โดยที่​ไม่​รู้​ด้วย​ว่า​เขา​รัก​หรือ​เปล่า แต่​ผม​แน่ใจ​ว่า​ผม​รัก​อรุณ​ศรี​แน่ๆและ​จะ​รัก​ตลอด​ไป”

เสียง​กรี๊ด​ดัง​ขึ้น​อีก อรุณ​ศรี​ยิ้ม​อย่าง​เขิน​อาย ซึ้ง​จนน้ำตาซึม กริช​ชัย​ซับ​น้ำตา​ให้ และ​หอม​แก้ม​อย่าง​น่า​รัก เสียง​กรี๊ด​กัน​อย่าง​ยาว​นาน เสียง​ปรบ​มือ​ดัง​กึกก้อง

วัชระ​ไม่​ยอม หา​ว่า​กริช​ชัย​ขโมย​ซี​น แบบ​นี้​ต้อง​แชร์ แล้ว​พุ่ง​เข้าไป​หอม​แก้ม​สุพร​รณิ​กา​ร์​อย่าง​ไม่ทัน​ให้​รู้ตัว สุพร​รณิ​การ์​ ตกใจ​ตี​เขาเบาๆด้วย​ความ​เขิน​อาย

ธีธัช​หัน​บอก​ลำ​เภา​ว่า “เขา​หอม​กัน​หมด​เลย ขอมั่งดิ” แล้ว​พุ่ง​เข้า​หอม​บ้าง ลำ​เภา​สะดุ้ง​มอง​เขา​ยิ้ม​โหด​คำราม

“เนี่ย​นะ...แบบ​นี้​ต้อง​เอา​คืน” พูด​แล้ว​ก็​กระหน่ำ​หอม​ธีธัช​จน​ฝ่าย​นั้น​ตั้ง​รับ​แทบ​ไม่ทัน

“โอ้​ยยยยย หอม​ทีเดียว เอา​คืน​เยอะ​จัง” ธีธัช​โวย แล้ว​แกล้ง​กัน​ไป​มา​หัวเราะกัน​คิก​คัก​อย่าง​สนุกสนาน

ครู่​หนึ่ง กริช​ชัย​จับ​มือ​อรุณ​ศรี​ลุก​ยืน หัน​มา​ทาง​แขกในงาน ทั้ง​สาม​คู่​ออก​มา​ยืน​เคียง​กัน เสียง​อรุณ​ศรี​ดัง​ขึ้น​อย่าง​อ่อนหวาน เธอ​บรรยาย​เป็น​ภาษา​อังกฤษ และ​กริช​ชัย​บรรยาย​เป็น​ภาษาไทยว่า...

“ถ้า​คน​ยิ่ง​มาก ความรู้สึก​ยิ่ง​หลากหลาย หัวใจ​ยิ่ง​มากมาย ความ​รัก​ยิ่ง​หลากหลาย​รูป​แบบ”

...เอ​โล ตอ​ลส​ตอ​ย นัก​คิด​นัก​เขียน​ผู้​ทรง​อิทธิพล​แห่ง​รัสเซีย...

ooooooo

-อวสาน-

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 18

อ่านเรื่องย่อ

สามหนุ่มเนื้อทอง

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ: