advertisement

สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 20

บทประพันธ์ ณารา/ร่มแก้ว/ซ่อนกลิ่น/เก้าแต้ม/แพรณัฐ จากบทละครโทรทัศน์ช่อง3 โดย ศักดิ์ชาย
14 พ.ย. 2555 14:29

ฟ้าเริ่มสว่างแล้ว 4 สาวยังเฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวของพวกกำนันพงษ์อยู่อย่างใจระทึก ส่วนณัฐเดชกับพวกหนุ่มๆรวมทั้งก๊องด้วย ก็เคลื่อนกำลังมาสมทบเงียบเชียบ

พอรู้จากเนตรสิตางศุ์ว่าพวกกำนันลอดซุ้มเข้าไปแล้ว ติณห์ก็เร่งให้ลุยเข้าไปจับมันเลย สุคนธรสเตือนสติว่า

“เดี๋ยวสิคะ อย่าสุ่มสี่สุ่มห้า อย่าประมาทกำนันพงษ์”

ส่วนกำนันพงษ์กำลังตื่นเต้นดีใจสุดชีวิตที่พวกสนเจาะเสาจนเจอทอง เสานี้เจอ เสาโน้นเจอ กำนันเร่งให้ทุกคนรีบแงะเอาทองออกมาเร็วๆ สนเองมัวตื่นตะลึงกับทองเหลืองอร่ามจำนวนมหาศาลที่เจอ ถูกกำนันตวาด

“มึงอย่ามัวแต่ดูอยู่ เร่งมือเข้า ขนทองไปให้เกลี้ยงแล้วเราจะได้รีบไปจากที่นี่กัน”

กำนันมัวแต่ตื่นทอง จนไม่เห็นว่าญาณิน คุณหลวงและโกลเด้นเบบี้ถอยออกจากห้องไปหมดแล้ว

เมื่อพวกกำนันเอาทองออกจากเสาจนหมด ใส่ถุงได้ถึง 10 ถุง กำนันเร่งให้รีบเอาทองออกไป ตัวเองโลภมากแบกคนเดียวถึง 4 ถุง พอจะพากันออกจากห้อง ไม่เห็นญาณิน คุณหลวง และโกลเด้นฯแล้ว กำนันตกใจ

“เฮ้ย...พวกมันหายไปไหนวะ”

แต่พอกำนันก้าวออกจากห้อง ก็เผชิญหน้ากับณัฐเดชและพวกที่มาดักรออยู่ ณัฐเดชถามว่าจะไปไหนกัน

“ถ้ามึงไม่อยากตายหลีกไปไอ้ติณห์!”

“ไม่หลีก! พวกแกนั่นแหละ ถ้าไม่อยากตายก็วางทองของคุณตาไว้เดี๋ยวนี้” ติณห์สวนไปอย่างไม่สะทกสะท้าน

“มึงเก่งนักรึไอ้ติณห์ อยากลองดีกับกูใช่ไหม!” กำนักควักเอาหุ่นฟางออกมาใช้มีดหมอแทงเข้าที่ไหล่อย่างแรง ติณห์ร้องอย่างเจ็บปวดทรุดลงไปกับพื้น

“ทำไมมันยังมีอาคม” สุคนธรสตกใจ พวกสาวๆช่วยกันเข้าไปดูติณห์ที่ครวญครางอยู่กับพื้น กำนันหัวเราะถามว่า

“นึกว่าฉันไม่รู้เหรอว่าพวกแกเอาของชั้นต่ำมาใส่อยู่บนซุ้มเป็นกับดักทำให้อาคมฉันเสื่อม ต้องขอบใจจิ้งจกมันร้องทัก” พลางกำนันกดมีดลงไปจนมิดด้าม ติณห์ส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด มันหัวเราะสะใจบอกว่า “ฉันเสกอาคมหุ้มตัวไว้ช่วงที่ลอดซุ้มนั้นมา”

“พอแล้ว พอ...ไอ้กำนัน เรายอมแล้ว” ไตรรัตน์ทนดูไม่ได้ แต่กำนันกลับย้อนถามอย่างสะใจว่า

“คิดว่าแค่ยอมคงจะไม่สะใจฉันเสียแล้วมั้ง” สิ้นเสียงก็กระตุกด้ายแดง ทำให้จิตญาณิน วิญญาณคุณหลวงและโกลเด้นฯกระเด็นกลับไปอยู่แทบเท้ามัน “ฮ่าๆๆ คิดจะหนีเหรอพวกมึง!!” ว่าแล้วก็กระตุกด้ายแดงรัดคอทั้งสามจนหายใจแทบไม่ออก ดิ้นรนร้องกันไม่เป็นภาษา

“แกจะเอาทองก็เอาไปเลย แต่ปล่อยพวกเราเถอะ” สุคนธรสต่อรองอย่างทนดูไม่ได้ กรรณาเห็นด้วย แต่กำนันไม่ยอม หัวเราะเยาะบอกว่า

“กูไม่ยอม...พวกมึงต้องตาย โดยเฉพาะไอ้ติณห์มึงคนแรก” พลางกำนันก็จะแทงที่หน้าอกติณห์ แต่ไม่ทันจ้วงเสียงปืนก็คำรามขึ้น ตำรวจนอกเครื่องแบบกรูกันเข้ามาพร้อมปืน พวกสาวๆพากันหลบไปอยู่มุมหนึ่ง

“กำนันนั่นแหละหยุด วางถุงพวกนั้นลง แล้วยอมมอบตัวเสีย” ณัฐเดชสั่ง เมื่อกำนันเงอะงะ ณัฐเดชแจ้งข้อหา “บุกรุก ลักทรัพย์ พยายามฆ่า พอไหม”

ระหว่างนั้น สนแอบกระซิบบอกกำนันว่า “มีทางลงหลังเรือนอีกทาง” กำนันวิ่งอ้าวไปทางหลังเรือนทันที สนยกปืนจะยิงตำรวจ แต่ไม่ทันเหนี่ยวไกก็ถูกพวกณัฐเดชยิงใส่ร่วงกันเป็นแถว

ติณห์เห็นกำนันวิ่งไปทางหลังเรือน เขาพยายามพยุงตัวไปหาญาณินที่ถูกด้ายแดงรัดคอจนหายใจไม่ออกบอกเธอว่า “ผมจะช่วยคุณให้ได้” แล้ววิ่งไล่ตามกำนันไป

ทุกคนมองแต่ไม่กล้าตาม เพราะทางนี้ จิตญาณินและคุณหลวงกับโกลเด้นฯ ถูกด้ายแดงรัดคอกำลังจะหมดสติอยู่แล้ว

ooooooo

ติณห์วิ่งไล่กำนันไป ถูกกำนันชักปืนยิงแต่กระสุนหมด กำนันยังไม่ยอมทิ้งถุงทอง แบกวิ่งหนีแต่ทองหนักทำให้วิ่งช้าซ้ำยังสะดุดรากไม้ล้มลง ติณห์พุ่งเข้าใส่ กำนันเอาหุ่นฟางออกมาแทงที่ท้อง ติณห์ล้มลงดิ้นอย่างเจ็บปวด กำนันถามเยาะว่า

“ลืมแล้วหรือไอ้ติณห์ กูยังมีหุ่นมึงอยู่ วันนี้มึงต้องตายไปอยู่กับตามึง!”

ที่เรือนไทย ทุกคนกำลังร้อนใจไม่รู้จะช่วยจิตญาณินกับคุณหลวง และโกลเด้นฯอย่างไร หมอวรวรรธถามสุคนธรส ว่าจะทำอย่างไร จะปล่อยให้พวกเขาตายแบบนี้หรือ

ไตรรัตน์จะตามไปช่วยติณห์ สุคนธรสบอกว่าไม่ต้องไป ตอนนี้เรามีแต่ต้องรอเวลาเท่านั้น คุณหลวงร้องว่าตนจะไม่ไหวแล้ว เนตรสิตางศุ์ขอให้อดทนอีกนิด...

นิดเดียว ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้นแล้ว

ทันใดนั้น ด้ายแดงที่รัดทั้งสามอยู่ก็เริ่มคลายตัวออก จิตญาณิน คุณหลวง และโกลเด้นฯ เริ่มหายใจออก เจ็บปวดน้อยลง ณัฐเดชที่เฝ้าดูอยู่ พึมพำทึ่ง...

“เป็นไปได้ยังไง??...”

มุมป่าที่ติณห์ถูกกำนันแทงหุ่นฟางที่ท้อง เขาดิ้นรนอย่างเจ็บปวดทรมานท่ามกลางเสียงหัวเราะสะใจของกำนัน พลางกำนันก็ยิ่งทิ่มแทงหุ่นอย่างบ้าคลั่ง แต่ติณห์กลับไม่เป็นอะไร

“อะไรวะ ทำไมมันไม่เป็นอะไร” กำนันงง รีบสวดคาถาอีก แล้วแทงลงตรงหัวใจหุ่น แต่กลับทำอะไรติณห์ไม่ได้ กำนันเริ่มร้อนรน...

ooooooo

ที่เรือนไทย บรรยากาศคลี่คลายลงมาก ทุกคนยิ้มแย้มยินดีกับจิตญาณิน คุณหลวง และโกลเด้นฯ ที่หลุดรอดจากอาคมของกำนัน

กรรัมภาเร่งจิตญาณินให้รีบไปเข้าร่าง พอจิตญาณินหายไป ทุกคนหันหาคุณหลวงและโกลเด้นฯ ปรากฏว่าไม่มีใครเห็นแล้ว นอกจากเนตรสิตางศุ์ เธอบอกทุกคนว่าทั้งสองโอเคแล้ว กรรณาบอกว่าทั้งสองยังฝากขอบคุณทุกคนด้วย

ไตรรัตน์สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ณัฐเดชเองก็สงสัยว่าทำไมอาคมของกำนันจึงหมดไป สุคนธรสเฉลยว่า

“พวกเราคิดว่ากำนันพงษ์มันต้องระวังตัวอยู่แล้ว เราจึงวางแผนสองชั้น โดยหลอกเอาผ้าถุงปลอมที่เพิ่งซื้อมาไปซ่อนที่ซุ้มทางขึ้นเรือนไทย แต่เอาผ้าถุงใช้แล้วของป้าออไปใส่เหนือทางลงด้านหลังเรือนไทย”

“เพราะเวลาหนี กำนันพงษ์คงไม่ระวังตัว จึงลอดผ้าถุงทำให้อาคมค่อยๆเสื่อม”

“แล้วอาคมของมันก็จะย้อนกลับเข้าตัวเอง”

“รับกรรมที่ตัวเองก่อไว้”

เนตรสิตางศุ์ กรรัมภา และกรรณา ช่วยกันอธิบายต่อ

ส่วนจิตญาณินเมื่อกลับเข้าร่างแล้วก็รีบถอดสาย

น้ำเกลือลุกขึ้นทันที ป้าออดีใจมากที่เห็นเธอรู้สึกตัวแล้ว แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเธอบอกว่าจะรีบไปช่วยติณห์

“คุณติณห์เป็นอะไรครับ” ทนายสมชาติถาม เธอบอกว่าเขาตามกำนันพงษ์ไป แล้ววิ่งอ้าวออกไปเลย

ooooooo

ที่มุมป่า ติณห์กำลังต่อสู้กับกำนันอย่างอ่อนแรงแต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ พยายามคว้ากำนันที่จะหนีเพราะอาคมเสื่อมทำอะไรติณห์ไม่ได้ ติณห์คว้าได้แค่ถุงทองทำให้ทองหล่นเกลื่อนกระจาย กำนันรีบเก็บทองใส่ถุง ติณห์รวบรวมแรงกระแทกหมัดเข้าปลายคางกำนันจนกำนันหันมาแลกหมัดกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

ญาณินวิ่งมาเจอทั้งคู่กำลังตะลุมบอนกัน ติณห์พลาดท่าถูกกำนันขึ้นคร่อมรัวหมัดใส่อย่างบ้าคลั่ง ญาณินย่องเข้าไปข้างหลัง คว้าได้ไม้เหมาะมือ พุ่งเข้ากระหน่ำหัวกำนันสุดแรง ของเหลวสีแดงทะลักจากหัวกำนัน พอตั้งหลักได้กำนันจะลุกหนี ถูกติณห์ตามไปกระชากคอเสื้อไว้ กำนันหันมาซัดหมัดใส่หน้าติณห์แต่เขาหลบได้หวุดหวิด

ญาณินพยายามร้องห้ามทั้งคู่ ติณห์คว้าได้ทองแท่งจึงขว้างใส่หน้ากำนันจนถุงทองในมือกำนันร่วง ตัวกำนันฟุบหน้ากับพื้นเลือดทะลักจากปาก แต่กำนันยังไม่ยอมแพ้เงื้อมีดหมอจะฟันติณห์

พริบตานั้นเอง วิญญาณผีตายโหงที่หลุดจากหม้อในห้องทำพิธี กรูกันไปจับกำนันเหวี่ยงกระแทกต้นไม้ติดคาอยู่อย่างนั้น แล้วก็รุมกันแก้แค้น กำนันดิ้นทุรนทุรายตาเหลือกโปน เลือดไหลทะลักออกจากปากและจมูก เป็นลิ่มๆ

“วิญญาณภูตผีที่ไอ้กำนันเคยไปกักขังทรมานไว้ เขามาเอาคืนมัน” ญาณินบอกติณห์ที่มองภาพนั้นอย่างตื่นตะลึง

ญาณินตัดสินใจจัดการปัญหาตามแนวของเธอ ร้องบอกให้หยุดแต่ไม่เป็นผล เธอจึงสวดแผ่เมตตา ไม่นานวิญญาณเหล่านั้นจึงหยุด แล้วค่อยๆจางหายไป ร่างกำนันที่ถูกตรึงติดต้นไม้ร่วงผล็อยลงมากองที่โคนต้น กระอักเลือดดิ้นทุรนทุราย

ญาณินกับติณห์เดินเข้าไปดู ติณห์ถามว่าเธอยังจะช่วยคนชั่วแบบนี้อีกหรือ น่าจะปล่อยให้รับกรรมที่ตัวเองก่อมา

“ฉันปล่อยให้เขามีสภาพทรมานอยู่อย่างนี้ไม่ได้หรอก  เขาต้องได้รับกรรมแน่ แต่ตอนนี้ฉันจะต้องทำให้เขาสงบลงเสียก่อน”

หลังจากญาณินสวดแผ่ส่วนกุศลทำให้อาการทรมานของกำนันทุเลาลง คุณหลวงและโกลเด้นเบบี้นั่งพนมมือฟังสวดอย่างอโหสิให้

“กำนันต้องบวช เพราะทำกับคนอื่นเอาไว้มาก ของถึงกลับเข้าตัวแบบนี้  บวชเสียเพื่อสร้างบุญกุศลล้างบาปให้กับทุกวิญญาณที่ไปกักขังไปรังแกเขาให้ทุกข์ทรมานแสนสาหัส ถ้ากำนันขืนไม่บวชก็มีแต่จะรับกรรมแสนสาหัสคนเดียว” ญาณินเอ่ย

กำนันที่ดวงตาเหม่อลอยเหมือนคนเสียสติ สงบฟัง...น้ำตาค่อยๆไหลออกมาทั้งที่ใบหน้าเรียบเฉย...ญาณินกับติณห์ต่างมองกำนันอย่างเวทนา

ooooooo

ปราบกำนันพงษ์ได้แล้ว บรรดาสาวซิกซ์เซ้นส์พากันกลับบริษัท สุคนธรสบอกว่าจะขอนอนสัก 3 วัน แล้วเข้าบ้านไปเลย

เนตรสิตางศุ์ถามหมอวรวรรธว่าเหนื่อยไหม เดี๋ยวตนจะไปปั่นน้ำอะไรอร่อยๆมาให้ดื่มแก้เหนื่อย แต่เธอไม่ทันไปหมอก็ได้รับโทรศัพท์จากสุพิชชาร้องไห้คร่ำครวญว่าคุณพ่อสิ้นแล้ว ตนไม่มีใครแล้ว ขอให้เขาไปหาตนอยากมีเพื่อน

หมอวรวรรธมองหน้าเนตรสิตางศุ์ บอกสุพิชชาไปว่าตอนนี้ตนไม่สะดวก ติดธุระไปหาไม่ได้ เอาไว้จะไปงานสวดศพพรุ่งนี้ก็แล้วกัน ทำเอาสุพิชชาผงะแทบไม่เชื่อหูตัวเองที่ถูกปฏิเสธ

“หมอน่าจะไปอยู่เป็นเพื่อนคุณพีชนะคะ สงสารเธอ ในขณะที่เธอต้องการใครสักคนที่สุด บางทีหมอจะได้รู้ใจตัวเอง” เนตรสิตางศุ์เสนอ


“ถ้าผมไปในเวลานี้ เขาต้องตีความว่าผมคือคนพิเศษของเขา ผมอาจจะใจร้ายนะเนตร แต่ผมอยากให้ปัญหานี้จบเสียที”

เนตรสิตางศุ์ถามว่าเขาจะทิ้งเธอไว้ในวันที่เธอไม่มีใครเลยหรือ หมอบอกว่าจะไปงานศพที่วัดเพราะตนเป็นลูกศิษย์ของคุณพ่อเธอ จึงจะไปพร้อมกับเพื่อนๆที่เป็นลูกศิษย์เหมือนกันทุกคน แต่ไม่ใช่ไปอยู่กับเธอตามลำพังที่บ้านตอนนี้

สุคนธรสฟังอยู่ทนไม่ได้เดินมาบอกหมอว่า “ไปเถอะหมอ อย่าให้เนตรกลายเป็นคนใจแคบในสายตาคนอื่นเลย”

ก๊องลุ้นให้หมอไป เพราะคุณพ่อของพีชไม่ได้ตายบ่อยๆ กรรัมภาขอให้เขาไปเสียวันนี้ ต่อไปเธอจะได้ไม่มีข้ออ้างมาตื๊อเขาอีก แต่พอหมอจะไป กรรณาเดินตามมาพูดหน้านิ่งๆว่า

“จริงๆ ฉันก็ไม่ค่อยอยากให้เพื่อนฉันมีแฟนหรอกนะ เพราะฉันรู้ว่าผู้ชายส่วนใหญ่ค่อนข้างจะเฮงซวย แต่ถ้ามันเป็นความสุขของเพื่อน ฉันก็ยอมอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ”

“คุณกรรณจะบอกอะไรผม”

“ฉันจะเตือนว่า ถ้าหมอยังปล่อยให้ยัยลูกพีชเน่าโทร.มาหาหรือมาจิกหมอไปเข้าเฝ้านางเมื่อไหร่ก็ได้เมื่อนางว้อนท์ หมอก็อย่ามาพูดว่ารักเพื่อนฉัน เพราะฉันจะฝังไว้ในหัวสมองว่า หมอสตรอเบอร์รี่ งี่เง่า สมองหมาปัญญาควาย พอสบโอกาสเมื่อไหร่ ฉันจะกำจัดหมอไปจากชีวิตเพื่อนฉัน โอเคป่ะ?!”

กรรณาถามประชด ถามเสร็จก็เดินเข้าบ้านไปเลย ทิ้งให้หมอไม่สบายใจอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ติณห์กับทนายสมชาติอดตื่นเต้นกับทองจำนวนมหาศาลที่คุณหลวงซ่อนไว้ไม่ได้ จะช่วยกันเอาไปฝากธนาคาร แต่ยกไม่ขึ้น คะเนด้วยสายตาไม่น่ามีปัญหาเพราะเมื่อครู่นี้คนงานเพิ่งยกมาจากเรือนไทย แต่พอช่วยกันยก ก็ยกไม่ขึ้นอีก

ที่แท้หีบใส่ทองถูกโกลเด้นเบบี้นั่งทับเล่นไอแพดอยู่และคุณหลวงก็วางสองมือบนบ่าโกลเด้นฯกดไว้อีกที เพื่อไม่ให้ติณห์เอาทองไปฝากธนาคาร

ญาณินกับป้าออกลับจากใส่บาตรมาเห็นถามว่าทำอะไรกันอยู่หรือ เมื่อติณห์เล่าให้ฟัง ญาณินจึงเห็น

โกลเด้นฯนั่งทับหีบอยู่ พอถูกจับได้โกลเด้นฯก็รีบ

ชี้แจงว่า “คุณตาเขาไม่อยากให้คุณติณห์เอาทองไปฝากคนชื่อแบงก์”

ติณห์ถามญาณินว่ามีอะไรหรือเปล่า คุณหลวงเลยให้บอกไปเลยว่าให้เอาทอง 10 แท่งให้เธอ ญาณินไม่รับเมื่อถูกคะยั้นคะยอก็เดินหนีเข้าห้องไปเลย

ป้าออตามมาถามว่าเธอเป็นอะไร พอญาณินเล่าให้ฟัง ป้าออบอกว่านั่นเป็นค่าจ้างที่เธอตกลงกับคุณหลวงไว้ไม่ใช่หรือ ญาณินบอกป้าเขินๆว่า

“ณินได้สิ่งตอบแทนที่มีค่ามากกว่าทองแล้ว

ณินไม่ต้องการอะไรแล้วค่ะ”

ฟังแล้วป้าออดีใจจนลืมเรื่องทองไปเลย ยิ้มแก้มแทบปริ แซวกันกับญาณินอย่างมีความสุขมาก

ติณห์ไม่เข้าใจเจตนาของคุณหลวง จนกระทั่งกำนันพงษ์เดินเบลอๆเข้ามาบอกติณห์ว่า คุณหลวงไม่ต้องการให้เอาทองไปที่อื่น คุณหลวงดีใจที่กำนันมาสื่อสารให้ติณห์เข้าใจ โกลเด้นเบบี้เตือนคุณหลวงว่า

อย่าลืมว่ากำนันทำอะไรกับเราไว้

“ข้าเชื่อว่ามันหมดฤทธิ์แล้วแหละ อีกอย่างข้าก็อโหสิกรรมให้มัน กรรมจะได้สิ้นสุดลงที่เรา  ไม่ต้องจองเวรกันต่อไปถึงลูกหลานอีกแล้ว ตอนนี้ใครก็ตามที่ช่วยให้ข้าสื่อสารกับไอ้ติณห์ได้ ข้ารักทั้งนั้น ไอ้กำนันพงษ์ บอกไอ้ติณห์สิว่าต้องเอาทองให้ญาณิน 10 แท่ง”
แม้ว่ากำนันจะอยู่ในสภาพเบลอๆเหมือนพวกสามสลึงเฟื้อง แต่ก็สามารถบอกติณห์ได้ว่า

“คุณหลวงจ้างญาณิน ให้ญาณินยอมอยู่ที่นี่...ทำงานให้คุณหลวง เมื่อสำเร็จจะให้ทอง 10 แท่งเป็นค่าตอบแทน”

บอกติณห์โดยที่ตัวกำนันเองไม่ได้สนใจทองเลย แล้วก็นึกได้ว่าต้องทำงาน พึมพำว่าเป็นกำนันต้องไปดูแลชาวบ้านเพื่อคราวหน้าเขาจะได้เลือกอีก ว่าแล้วก็เดินทื่อไปเลย คุณหลวงมองตามกำนันไปอย่างเวทนา

ooooooo

เพื่อแสดงความรักที่บริสุทธิ์จริงใจของตนที่มีต่อเนตรสิตางศุ์ หมอวรวรรธดักรอพบณัฐเดชที่บ้าน เพื่อบอกเขาว่าตนรักเนตรและไม่ได้คิดอะไรกับพีชนอกจากเห็นเป็นเพื่อน แต่ตอนนี้พ่อพีชตายอยากให้ตนไปอยู่เป็นเพื่อน ตนไม่อยากไป

“พ่อพีชตายแล้ว...” ณัฐเดชห่วงใย หมอถามว่าเขารักพีชหรือ ณัฐเดชก็ทำปากแข็งชักสีหน้าใส่ แต่ ณ นาทีนี้ หมอวรวรรธไม่กลัวอะไรอีกแล้ว พูดตรงๆว่า “ถ้าพี่รักพีช พี่ลองให้โอกาสตัวเองกับพีชดูอีกครั้งไหม”

ณัฐเดชหาเรื่องตามเคย หาว่าหมอยัดเยียดให้ เขารับผู้หญิงที่ตัวเองไม่เอาแล้ว พรวดเข้าไปจะชก หมอหลบทันแล้วคุกเข่าลงตรงหน้าถาม

“พี่รักเขาหรือเปล่า นี่คือประเด็นนะครับ ถ้าพี่รักพีช เรื่องอื่นก็ไม่สำคัญนะครับพี่”

คืนนี้ ณัฐเดชจึงไปหาสุพิชชาที่ห้องทำงานในโรงพยาบาล เมื่อเจ้าหน้าที่มาบอกว่ามีแขกมาขอพบ เธอนึกว่าเป็นหมอวรวรรธ แต่กลายเป็นณัฐเดช เธอถามอย่างผิดหวังว่ารู้เรื่องคุณพ่อได้อย่างไร

“หมอตาหนูบอกพี่” สุพิชชาทั้งโกรธทั้งแค้นหมอวรวรรธจะเป็นลม ณัฐเดชประคองพาไปนั่ง เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น ณัฐเดชกุมมือเธอพูดอย่างปลอบใจ...เห็นใจว่า

“พีชใจเย็นๆ พีชมีปัญหาอะไร บอกได้ทุกอย่างนะ”

“พี่ณัฐคงอยากสมน้ำหน้าพีช ที่พีชเคยทิ้งพี่ไปหาหมอตาหนู แต่ตอนนี้เขากลับไม่สนใจพีช พี่ณัฐกับน้องสาวรวมหัวกันแกล้งพีช”

ณัฐเดชพยายามชี้แจง แต่สุพิชชายังตะบึงตะบอน ตัดพ้อต่อว่า ถามน้ำตานองแก้ม...

“พี่ณัฐคิดยังไงที่ยอมยกน้องสาวให้หมอตาหนู พี่คิดเอาน้องตัวเองมาแลกกะพีชเลยเหรอคะ...พีชไม่ใช่ลูกเทนนิสที่จะผลัดกันตีไปตีมาระหว่างผู้ชายสองคนนะคะ”

สุพิชชาตัดพ้อต่อว่า ร้องไห้ไม่หยุด ณัฐเดชได้ แต่นั่งอึ้ง...

จากการแสดงความบริสุทธิ์ใจ จริงใจของหมอ วรวรรธนี่เอง ทำให้ณัฐเดชเชื่อใจเขา นอกจากไม่ขัดขวางแล้ว ยังฝากหมอวรวรรธดูแลน้องสาวตนให้ดีด้วย

ooooooo

หลังจากรู้เรื่องคุณหลวงจะให้ทองญาณิน 10 แท่ง แลกกับการให้เธอทำงานที่นี่ ติณห์คิดว่าที่เธอทำดีกับตนเพราะเห็นแก่ทองคำ 10 แท่ง เอาเธอไปเทียบกับเพนนีว่า เพนนีแย่งชิงตัวเขาเพราะต้องการที่ดิน ญาณินก็คงทำดีกับเขาเพราะต้องการทอง

ทนายสมชาติชี้แจงให้ติณห์เข้าใจอย่างอดทนว่า

“คุณญาณินเสี่ยงชีวิตช่วยคุณไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยคุณหลวงจนเกือบจะเป็นวิญญาณเร่รอน คุณเองก็ช่วยคุณญาณินโดยไม่เสียดายแม้กระทั่งชีวิต อย่าว่าแต่ทองคำ 10 แท่ง เลยครับ 100 แท่ง ยังเทียบไม่ได้กับความจริงใจที่คุณสองคนมีให้กันเลย”
ติณห์ฟังอย่างคิดตาม แต่ยังสงวนท่าที ขอตัวไปนอน อยู่กับตัวเองเพื่อครุ่นคิดตรึกตรอง...

ooooooo

ที่กลาสเฮ้าส์บริษัทซิกซ์เซ้นส์...ตีหนึ่งแล้ว สุคนธรสยังนั่งอยู่ที่ห้อง เธอร้องไห้อยู่เงียบๆ...

กรรณาเดินออกจากห้องจะไปเอาน้ำ เห็นเพื่อนนั่งร้องไห้อยู่ จึงแวะเข้าไปทัก สุคนธรสรีบเช็ดน้ำตาไม่อยากให้เพื่อนเห็นว่าร้องไห้

“แกนี่มันแข็งนอกอ่อนในนะยัยรส...” พูดแล้วเห็นเพื่อนนิ่งถามว่าเธอรักไตรรัตน์ใช่ไหม พอสุคนธรสพยักหน้า เธอถาม “แล้วปฏิเสธคำขอแต่งงานเขาทำไม”

“วันที่สู้กับไอ้หมอสมคิด แค่หมอสมคิดทำภาพ

ลวงตาว่าเป็นยัยคาธี่ นายไตรก็ถึงกับวางมีด ยอมตาย แล้วแกคิดว่าฉันควรจะแต่งงานกับเขาเหรอ”

“ก็ไม่ควร...” กรรณาเห็นด้วย ยิ่งเมื่อสุคนธรสบอกว่าลึกๆ แล้วไตรรัตน์ยังรักเคธี่อยู่ เธอพูดอย่างโกรธแทนเพื่อนว่า “ถ้าแต่งแล้วไม่ได้เป็นที่หนึ่ง จะแต่งหาพระแสงอะไรวะ”

สุคนธรสพยักหน้า แต่จู่ๆ ก็ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้ กรรณากอดเพื่อนรักไว้อย่างเข้าใจ...

เห็นใจ...

ooooooo

เมื่อติณห์พิสูจน์ความจริงจนแก้ข้อกล่าวหาให้คุณหลวงและกำจัดคนเลวจนราบคาบแล้ว เขากลับไปที่รีสอร์ต บอกกล่าวคุณหลวงและสัญญาว่าจะทำที่นี่ให้ดีไม่ให้คุณตาผิดหวัง ทั้งยังขอโทษที่เข้าใจท่านผิดตลอดมา

คุณหลวงยืนดู ยืนฟังอยู่ ท่านดีใจ ปลื้มปีติจนร้องไห้แต่ติณห์ไม่เห็น ติณห์ยังบอกคุณตาของเขาว่าจะเขียนหนังสือเล่าประวัติที่ถูกต้องของคุณตา กอบกู้ชื่อเสียงทั้งของคุณตาและตระกูลให้กลับคืนมา

ระหว่างนั้น ญาณินเดินเข้ามาถามว่าจะช่วยเรียบเรียงเป็นภาษาไทยให้เอาไหม ติณห์ถามทันทีว่าคิดแพงไหม ตนอาจมีเงินไม่พอ

กลายเป็นเรื่องสะกิดแผลที่กินใจกัน เพราะติณห์เชื่อว่าญาณินช่วยคุณตาเขาเพราะต้องการทองและทำงานให้เขาเพราะต้องการเงิน ญาณินทั้งน้อยใจทั้งเคือง ประชดไปว่า

“ใช่ค่ะ ฉันมันเป็นคนไม่จริงใจ ใครให้ทำอะไรก็ทำ ถ้ามีสิ่งตอบแทนมากพอ”

คุณหลวงทำหน้ายุ่งที่เห็นหนุ่มสาวงอนและตั้งแง่ใส่กัน พยายามลุ้นให้ติณห์ง้อ บ่นญาณินว่าปากกับใจไม่ตรงกันตนเลยต้องเหนื่อยอีกแล้ว พลันคุณหลวงก็ออกไปปิดประตูขังทั้งสองไว้ให้ปรับความเข้าใจกันเอง

เมื่อถูกขังอยู่ในห้องด้วยกัน ทั้งสองต่างงัดทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่เรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้งมาเล่นแง่กัน จนติณห์ถามว่า “คุณทำดีกับผม ห่วงใยผมจนผมรักคุณ ก็เพราะทองแค่ 10 แท่ง!”

“ถ้าคุณคิดอย่างนั้นก็แล้วแต่คุณเถอะค่ะ คนบ้าบอ...ขี้ดูถูกน้ำใจคนอื่น...ฉันไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว” เธอหันไปทางประตูพยายามจะหาทางออกจากห้อง ถูกติณห์พุ่งเข้ากอดจากข้างหลัง ทำเสียงขึงขังว่า

“คุณต้องพูดออกมาเดี๋ยวนี้ว่าคุณเกลียดผม ผมจะได้ตัดใจจากคุณได้เสียที”

ญาณินดิ้นขลุกขลักในวงแขนเขา ปฏิเสธเสียงแข็งว่า “ไม่!” แต่ถูกเขาคาดคั้นจนเธอร้องไห้บอกว่า

“ฉันไม่อยากโกหก คุณจะมองว่าฉันไม่จริงใจ เห็น

แก่เงิน ไม่ได้หวังดีกับคุณก็เรื่องของคุณ แต่อย่าให้ฉันพูดโกหกว่าฉันไม่รักคุณ”

ขาดคำญาณิน ติณห์ผลักตัวเธอกลับมาจูบอย่างหนักหน่วง เหมือนไม่ต้องการได้ยินอะไรนอกจากนี้อีกแล้ว ญาณินระทวยในอ้อมกอดและรสจูบของเขา จนคุณหลวงที่แอบดูอยู่หัวเราะคิกคักชอบอกชอบใจ

ทันใดนั้น ป้าออมาจากไหนไม่รู้ มาถึงก็เปิดประตูผัวะเข้าไป แล้วป้าก็อ้าปากค้างมองตะลึง ติณห์กับญาณินผละจากกันทั้งตกใจทั้งเขิน คุณหลวงบ่นเซ็งๆ ว่า “มีมารผจญจนได้ เฮ้อ...”

“คุณหนู...ผู้หญิงเรา...ต้องรักนวลสงวนตัว อย่าชิงสุกก่อนห่ามสิคะ” ป้าออเตือนสติแต่ตัวเองก็ตื่นเต้นใจคอสั่น...

ooooooo

หลังจากณัฐเดชไฟเขียวให้หมอวรวรรธกับเนตรสิตางศุ์รักกันแล้ว วันนี้ทั้งสองตักบาตรร่วมกัน ทำบุญถวายสังฆทานด้วยกัน ปล่อยนกปล่อยปลาในวัด กรวดน้ำ และฟังพระสวดส่งใจไปให้ดวงวิญญาณทั้งหลายที่ห้อมล้อมหมออยู่

ทำบุญเสร็จ ขณะเดินออกจากวัด เนตรสิตางศุ์ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้กระซิกๆ เธอเหลียวมองไปตาม เสียงเห็นสุพิชชา มือหนึ่งอุ้มรูปคุณพ่อของเธอ อีกมือ

เทน้ำจากการกรวดที่โคนต้นไม้ เนตรสิตางศุ์จูงมือหมอเดินไปหา

สุพิชชาหันบอกหมอว่าตนมาทำบุญให้คุณพ่อ แต่ตาจ้องมือของทั้งสองที่เกาะกุมกันอยู่ หมอบอกเธอว่าวันไหนทำบุญร้อยวันตนกับเพื่อนร่วมรุ่นจะมาร่วมกันเป็นเจ้าภาพเลี้ยงพระด้วย ให้กำลังใจว่า ตนเชื่อว่าคนเก่งอย่างเธอต้องผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างสง่างามแน่ๆ

“ขอบคุณ คุณมีน้ำใจมาก แน่นอนค่ะ คนเก่งต้องผ่านเรื่องแย่ไปได้ตามลำพังคนเดียวเสมอ ไม่เหมือนพวกอ่อนแอนุ่มนิ่ม ปวกเปียก ดัดจริต ต้องมีคนช่วยประคับประคอง เคียงข้าง พีชไม่ใช่ผู้หญิงประเภทไม่มีกระดูกสันหลังแบบนั้น ที่เดินคนเดียวก็ไม่ได้ ต้องคอยจับมือใครตลอด”

“หมอตาหนูคะ คุณนี่แย่มาก ใช้ไม่ได้ เดินคนเดียวไม่ได้ ต้องคอยจับมือฉันตลอด” พูดพลางปลดมือหมอออก “หัดอายสุภาพสตรีที่เข้มแข็งอย่างคุณพีชบ้าง...นะคะ”

เนตรสิตางศุ์โยนกลองให้หมอวรวรรธ จนสุพิชชาพูดไม่ออก เลยแสดงความยินดีกับความรักของทั้งสอง แต่พอหันหลังให้ สีหน้าเธอก็เปลี่ยนเป็นเคียดแค้นทันที

เมื่อเดินคุยกันไปในสวนสวยหน้าโบสถ์ หมอถามเธอว่าไม่หวั่นไหวใช่ไหมที่ตนเป็นต้นเหตุให้เธอโดนพีชด่า

“เนตรก็เซ็งค่ะ เนตรอยู่ของเนตรดีๆก็ต้องมามีศัตรู แต่จะให้เนตรเป็นนางเอก ยอมนิ่งให้เขาใส่ข้างเดียว ก็คงไม่ได้ ทั้งๆที่เนตรไม่อยากทำร้ายใครเลย”

“ผมก็ไม่รู้จะทำยังไง แต่ผมเป็นคนซื่อสัตย์นะเนตร รักเดียวใจเดียว”

“เนตรเข้าใจค่ะ ความรักก็คงจะเป็นแบบนี้แหละ ทำให้เราสุข ทำให้เราทุกข์ ทำให้เรางี่เง่า ทำให้เรารำคาญ แต่...เราก็รักไปแล้ว”

“ผมขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ แล้วเนตรจะได้เห็นว่า เนตรจะไม่เสียใจที่รักผม”

“ค่ะ...เพราะถ้าเนตรเสียใจ คุณก็คงเสียชีวิต พี่ณัฐคงไม่เอาคุณไว้แน่”

เนตรสิตางศุ์พูดเรียบๆ เรื่อยๆ หมอวรวรรธแกล้งทำเป็นสะดุ้งผวาเฮือก แล้วพากันหัวเราะอย่างร่าเริง

ooooooo

กำนันพงษ์ยังเหมือนคนสามสลึงเฟื้อง ได้รับความเมตตาจากติณห์ที่เลี้ยงดูอย่างดี ส่วนญาณินเห็นแล้วเวทนาคิดหาทางช่วย ทั้งที่ตัวเองก็ไม่แน่ใจว่าจะช่วยได้แค่ไหน

ญาณินอัญเชิญเจ้ากรรมนายเวรของกำนันพงษ์มาขออโหสิกรรมแทนกำนัน ขอเจ้ากรรมนายเวรได้อโหสิถวายพระพุทธเจ้าเป็นอภัยทาน เพื่อจะได้ไม่มีเวรกรรมต่อกันไปในชาติภพหน้าด้วย

บรรดาเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ต่างพากันดูดคุณไสยจากกำนันพงษ์แล้วต่างเลือนหายไป กำนันถึงกับหมดแรงทรุดนั่งร้องไห้ ญาณินออกจากสมาธิถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“มาช่วยฉันไว้ทำไม...ทำไมไม่ปล่อยให้ฉันตาย...” กำนันเอาแต่ร้องไห้อย่างขมขื่น พูดอย่างสำนึกบาปว่า “เจ้ากรรมนายเวรอาจจะอโหสิให้ผมแล้ว แต่คนที่ผมเคยทำกับเขาเอาไว้ยังมีอีกหลายคดี ที่ผมหนีอยู่”

กำนันพร้อมที่จะให้ตำรวจจับตนไปดำเนินคดี ตำรวจแจ้งว่ามีอยู่ 5 คดีซึ่งล้วนแต่เป็นคดีร้ายแรง กำนันพูดอย่างสำนึกผิดคิดตกว่า

“อือ...ผมก็หลงคิดว่า เวลาที่เรามีอำนาจวาสนาเงินทองอิทธิพล...แล้วกรรมมันจะไม่มีทางตามทันเสียอีก”

ทนายสมชาติบอกว่าตนจะช่วยว่าความให้ แต่กำนันขอยอมรับผิดและไม่ขอต่อสู้คดี กำนันให้ตำรวจใส่กุญแจมือพาออกไป ป้าออกับทนายสมชาติตามไปส่ง ส่วนญาณินกับติณห์มองตามอย่างนิยมชมชื่นในความกล้าหาญของกำนัน

“คนสำนึกผิด และยืดอกยอมรับผิดอย่างสง่านี่เท่มากเลยนะคะ” ญาณินเอ่ย

“คนที่ให้อภัยและช่วยเหลือศัตรูอย่างเรานี่ ผมว่าก็เท่เหมือนกันนะ”

“เท่มากเลยค่ะ”

ทั้งสองโอบกอดกันแนบแน่นอย่างชื่นชมกันและกัน

ooooooo

สุคนธรสยังกระเง้ากระงอดไม่ยอมคืนดีกับไตรรัตน์ทั้งที่ตัวเองก็เจ็บปวดเหลือเกิน เลยถูกวางแผนลักพาตัว!

วันนี้ เธอซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ก๊องไปซื้ออาหารกลับมา แต่พอเข้าซอยรถก๊องก็รวน สะอึกไม่กี่ทีก็จอดสนิท ทั้งสองลงจากรถ ก๊องทำทีก้มดูรถง่วนอยู่

พริบตานั้น มีรถคันหนึ่งแล่นปราดเข้ามาจอด แล้วคนในรถก็กรูกันลงมาตรงเข้าล็อกตัวสุคนธรสไว้ เธอตกใจอุทาน

“เสี่ย...เจ๊หญิง...นี่มันอะไรกัน”

อาอี๊เร่งให้รีบเอาตัวขึ้นรถ เจ๊หญิงเอาเงินให้ก๊องหนึ่งพันบาท ส่วนสุคนธรสถูกจับใส่ในรถแล้วปิดประตูปัง!

สุคนธรสถูกพาไปที่สวนสวยแห่งหนึ่ง เธอถูกเสี่ย เจ๊หญิง และอาอี๊ ช่วยกันหว่านล้อมขอให้เห็นใจ เมตตา สงสารไตรรัตน์ด้วยเถิด เพราะเขาเป็นคนที่หัวใจมีบาดแผล อย่าได้ตอกย้ำซ้ำรอยแผลให้เขาเลย

สุคนธรสรับไม่ได้ บอกว่าตนไม่ใช่ตัวสำรองของใคร ไม่ใช่ตัวแทนของคาธี่ พูดแล้วร้องไห้วิ่งหนีไป ไตรรัตน์วิ่งกวดตามไป

เมื่อวิ่งหนีจนเหนื่อย วิ่งต่อไปไม่ไหว จึงเป็นโอกาสให้ไตรรัตน์ได้ชี้แจงเพื่อเคลียร์ตัวเอง และถามเธออย่างเปิดใจกันว่า เธอเองก็ชอบตนไม่ใช่หรือ เว้าวอนว่า

“คุณมีบุญคุณต่อผม คุณเสี่ยงอันตรายเพื่อผมมากมาย คุณควรจะอยู่ต่อไป ให้ผมได้ตอบแทนก่อนสิ”

“ไม่ต้องเลย ไม่ต้อง เรื่องนั้นฉันไม่ถือ อโหสิให้ แต่เรื่องที่ฉันต้องเจ็บใจเพราะคุณยังมียัยคาธี่ที่อยู่ลึกสุดใจเสียขนาดนั้น ฉันไม่เอาอีกแล้ว”

เธอสะบัดจากเขาวิ่งเตลิดไป มีรถคันหนึ่งขับมาอย่างเร็วพุ่งใส่เธอ ไตรรัตน์กระโดดไปคว้าตัวเธอพ้นมาได้หวุดหวิด เธอตกใจสุดขีดหน้าซีดหมดแรงร้องไห้อยู่กับอกเขา

“ผมอยู่นี่แล้ว...ไม่ต้องร้องนะคะ”

สุคนธรสกอดเขาแน่น รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยในอ้อมกอดเขา...

ooooooo

พิธีแต่งงานของไตรรัตน์กับสุคนธรสจัดขึ้นที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์นั่นเอง กลุ่มก๊วนแก๊งทั้งหนุ่มและสาวต่างแต่งตัวสุดหล่อสุดสวยราวกับจะประชันกับเจ้าบ่าวเจ้าสาว ต่างหยอกล้อกันอย่างร่าเริง มีความสุขกับวันสำคัญของเพื่อนรัก

“ลองทายดูสิว่า คิวต่อไปใครจะเป็นคนแต่ง

ยัยน้องหนู” ญาณินถามเนตรสิตางศุ์ มองหน้าสาวๆ ที่เหลือทุกคน ถูกเนตรสิตางศุ์ดักคอว่าไม่ต้องถามเลย เพราะติณห์พร้อมจะแต่งอยู่แล้ว ทำเอาญาณินเขิน พูดแก้เกี้ยวพัลวัน

พ่อสมศักดิ์กับแม่สมศรีมางานแต่งของลูกสาวนั่งคุยกับเจ๊หญิงและเสี่ยจำเริญที่กำลังจะเป็นญาติกันอย่างสนิทสนม

พ่อสมศักดิ์เอาพระเครื่องใส่พานใหญ่มาอวดเสี่ยจำเริญว่า

“นี่ไง ของชำร่วยที่ฉันเตรียมมาแจก พระอุปคุต ได้มาจากทางเหนือ เชื่อกันว่าท่านมีพุทธคุณปราบมาร ก่อให้เกิดลาภผล ความมั่งมี ขจัดภยันอันตรายและมีอิทธิฤทธิ์ในทางขอฝนอีกด้วย”

“เอ...แล้วจะทำให้น้ำท่วมไหมคะ” เจ๊หญิงยังสยองกับเรื่องน้ำท่วม

เสี่ยบอกว่าน้ำท่วมไม่เกี่ยวกับพระ ส่วนสมศรีก็ช่วยบรรยายต่อว่า

“ใครทำการเกษตร ก็เอาไว้อธิษฐานเวลาภัยแล้ง ใครกลัวฝนตกก็อย่าขอฝน ขอลาภผลแทนค่ะ”

ooooooo

ที่มุมหนึ่ง ไตรรัตน์กับเพื่อนๆกำลังดูตารางงาน และซักซ้อมกัน

ก๊องกับทนายสมชาติ ช่วยกันรับแขกที่มาร่วมงาน

ส่วน 5 สาวกับป้าออ ยืนมองจากหน้าต่าง เห็นสนามที่จัดตกแต่งสวยงาม ทำให้บริษัทดูดีมีสง่าราศีขึ้นเยอะ ต่างยิ้มให้กันอย่างปลื้มใจ

“รู้สึกเหมือนฝันไปเลยเนอะ ที่ในที่สุด...บริษัทของเราก็มีวันนี้ วันที่พวกเราเลี้ยงตัวเองอยู่ได้ด้วยการออกแบบตกแต่ง วิชาชีพที่พวกเราเรียนกันมา” ญาณินเอ่ยขึ้น

“แล้วเราก็ได้ใช้พรสวรรค์พิเศษ สัมผัสที่ 6 ที่พวกเราพยายามจะหนีและปฏิเสธมันมาตลอด ให้เป็นประโยชน์กับผู้คน ผู้ที่ไม่ใช่คน...มากมายเลย” กรรัมภาพูดอย่างภูมิใจ

กรรณาย้ำว่าเราต้องเสี่ยงอันตรายหลายอย่าง

แต่เราก็รอดมาได้ เนตรสิตางศุ์ตบท้ายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุขว่า

“แล้ว...เราก็มีความรัก ได้เจอคนที่เรารัก และรักเรา”

เหนือสิ่งอื่นใดที่ทุกคนมีความภาคภูมิใจร่วม

กันคือ ไม่ว่าจะในยามสุขหรือทุกข์ อันตรายอย่างไร พวกเราก็อยู่ด้วยกัน มีกันและกันตลอดมา

“พรสวรรค์พิเศษของเรา ทำให้เรารู้สึกแปลกแยก ไม่มีใครกล้าคบเรา และเราก็ไม่กล้าคบใคร แต่กลับทำให้เราได้มาเจอกัน แต่ก่อนฉันเคยเซ็งมาก แต่ตอนนี้ฉันดีใจจริงๆ” ญาณินที่เป็นเจ๊ของสาวๆทุกคนพูดอย่างมีความสุข

ทุกคนต่างมั่นใจว่าต่อไปนี้เราจะเลิกกลัว เลิกอาย เลิกทำตัวหลบๆซ่อนๆ เราจะได้ช่วยเหลือคนอื่นได้เต็มที่

“นั่นสิ ทำความดีไม่ต้องปิดบังหรอก ต่อไปบริษัทซิกซ์เซ้นส์ของเราจะไม่รับตกแต่งบ้านอย่างเดียวแล้ว แต่จะรับปราบผีด้วย” พูดแล้วป้าออยื่นมือออกไป ทุกคนเอามือวางซ้อนๆกัน ช่างเป็นวันเวลาที่มีความสุขจริงๆ

ooooooo

พิธีรดน้ำสังข์เริ่มแล้ว เพื่อนเจ้าบ่าวมีติณห์ ณัฐเดช เพื่อนเจ้าสาว มีญาณินกับกรรัมภา หมอวรวรรธและก๊องแจกของชำร่วยหลังรดน้ำสังข์ ซึ่งก็คือพระอุปคุตที่พ่อสมศักดิ์เอามานั่นเอง

เนตรสิตางศุ์กับกรรณาเป็นคนเชิญหอยสังข์รดน้ำ

พ่อสมศักดิ์มารดน้ำสังข์คนแรกอวยพรและฝากฝังว่า

“เอาล่ะ ต่อจากนี้ไป พ่อขอมอบลูกสาวของพ่อให้พ่อไตรรัตน์เป็นคนดูแล ขอให้รักกันตลอดไป จนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร หนักนิดเบาหน่อยต้องให้อภัยกันนะ ถ้าเอ็งทำให้ยัยรสเสียใจล่ะก็ ฉันจะมาแพ่นกบาลแก”

หลังจากพ่อสมศักดิ์ฝากฝังและข่มขู่นิ่มๆแล้ว

แม่สมศรีจึงเดินเข้ามารดน้ำ อวยพรว่า

“ขอให้อยู่อย่างเพียงพอและพอเพียง มีลูกสอนลูกมีหลานสอนหลาน โตไปไม่โกง ให้เอาความดีนำชีวิต

ซื่อกินไม่หมดคดกินไม่นาน”

“คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องห่วงครับ ผมสัญญาว่าจะรักและถนอมคุณรสเท่าชีวิตของผม จะไม่ทำให้รสเสียใจครับ แต่ถ้ารสทำให้ผมเสียใจ ผมจะ...จะ...เอาไงดี...” มีเสียงจากอาม่าร้องบอกว่า เราเป็นผู้ชายต้องยอมแพ้ให้ผู้หญิงชนะตลอด จบไหม

“จบครับ” ไตรรัตน์รีบตอบ

เจ๊หญิงมารดน้ำ “วันนี้แม่มีความสุขมาก หนูรสทำให้บ้านเราพ้นทุกข์โศกทั้งหลาย ต่อไปแม่ก็ขอฝากผี ฝากไข้กะหนู นึกว่าแม่เป็นแม่ของหนูอีกคนนะลูกนะ”

“ฉันก็เหมือนกัน นึกว่าฉันเป็นพ่อนะหนูรส แล้วก็มีหลานให้พ่อเร็วๆ อย่าช้า” เสี่ยจำเริญเอ่ย

“หนูรสก็ให้อาอี๊เป็นอาอี๊ด้วยนะ หนูรสคือหัวใจของบ้าน ต่อไปนี้บ้านเราจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ไม่มี อะไรขาดอีกแล้ว”

ส่วนคนที่ยังจ่อคิวแต่งเป็นคู่ต่อไปก็วางแผนกัน หมอวรวรรธบอกเนตรสิตางศุ์ว่า ถ้าเราแต่งตนอยากแต่งที่ทะเล เนตรสิตางศุ์บอกว่าเอาแบบขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยกันไหม

ติณห์ฮึดฮัดบอกญาณินว่า ไตรรัตน์มาแซงไปแบบนีี้ ตนไม่ยอม ญาณินหัวเราะขำๆ บอกว่าไม่ยอมก็ให้แม่มาสู่ขอสิ

“จริงเหรอ ถ้าแม่มาขอปุ๊บ คุณจะยอมปั๊บเลยเหรอครับ” ติณห์ตาเป็นประกายอย่างมีความหวัง

ปรากฏว่า “มิรันตี” แม่ของติณห์มาจริงๆ เธอนั่งรถคันหรูพุ่งปราดเข้ามาจอดหน้าบริษัทซิกซ์เซ้นส์ กรีดกราย ลงจากรถ มองไปที่บริษัท พูดอย่างดูถูกว่า

“นี่หรือบริษัทซิกซ์เซ้นส์ที่ตกแต่งรีสอร์ตของฉัน กระจอกงอกง่อยแบบนี้ ต้องแต่งแบบปอนๆ ประหยัด ถูกๆ พัวร์ๆ แน่เลย แล้วลูกฉันอยู่ไหน ไม่เห็นเลย ฉันต้องพูดกับเขาเรื่องทอง ถ้าหาทองเจอ ทองก็ต้องเป็นของทายาท คือฉันสิ จริงไหมนายชม”

คุณหลวงเห็นแล้วละเหี่ยใจ บ่นกับโกลเด้นเบบี้ที่สังเกตการณ์อยู่บนต้นไม้ว่า

“ยัยแม่ผัวหน้าเค็ม ขนาดทุ่มทุนกลับมาเมืองไทยเพราะ หวงสมบัติ...เฮ้อ...แล้วแบบนี้ข้าจะได้ไปเกิดเมื่อไหร่วะ”

ooooooo

เมื่อถึงเวลาที่เจ้าสาวโยนช่อดอกไม้ พวกเพื่อนๆ ต่างแย่งกันเข้าไปรอรับช่อดอกไม้กันหน้าสลอนท่าทางทุกคนเหมือนไม่มีใครยอมใคร ส่วนหนุ่มๆ ก็แนะกลยุทธ์ให้คนของตัวแย่งช่อดอกไม้ให้ได้ กรรัมภาแทรกขึ้นไป ยืนอยู่แถวหน้าสุด บริหารมือเตรียมแย่งดอกไม้เต็มที่ ทั้งที่ตัวเองทำตัวแบบ “สวยเลือกได้ แต่ไม่เลือก”ลอยไปลอยมาอยู่จนทุกวันนี้

พอเสียงนับถอยหลัง 5...4...3...2...สุคนธรสก็โยนช่อดอกไม้ทันที

ช่อดอกไม้ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางมือของพวกสาวๆที่ชูรอรับกันสลอน ทุกสายตาจ้องที่ช่อดอกไม้ ท่ามกลางเสียงเชียร์ของหนุ่มๆ

ทุกมือชูรอรับช่อดอกไม้ที่อ้อยอิ่งลงมาเหมือนจะแกล้งพวกสาวๆ ที่ทั้งเขย่ง ทั้งกระโดดแย่งช่อดอกไม้กันสลอน...

ooooooo

–อวสาน–

สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 20

อ่านเรื่องย่อ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ: