advertisement

ลุย ตอนที่ 18

บทประพันธ์ เสนีย์ บุษปะเทศ จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย คทาหัสต์ บุษปะเทศ/ภาคีสวยสังหาร
20 มิ.ย. 2554 15:04

ที่​ห้อง​รับแขก​ใน​บ้าน​ลุย​บน​เกาะ​มุก ฟาง​แก้ว ลุย​ และ​สร้อย​คีรี​กำลัง​ปรึกษา​กัน​อยู่เพราะ​ฟาง​แก้ว​มา​บอก​สอง​คน​นั่น​ว่า​สาย​ของ​กริช  ลมกรด​รายงานมาว่า​ป​กา​ศิต​กับ​พวก​จะ​มา​ที่​เกาะ​วัน​พรุ่งนี้ แต่​ลุย​กลับ​ยิ้ม​อย่าง​สบายใจ​แถม​พูด​อีก​ว่า งั้น​พรุ่งนี้​ก็​เป็น​วัน​สุดท้ายของ​องค์กร​ชั่ว​แล้ว เขา​จะ​ถล่ม​มัน​ให้​ราบคาบ​เลย

“แต่​ทาง​เรา​ก็​ต้องเต​รี​ยม​ตัว​ให้​พร้อม​เหมือน​กัน​แหละ คิด​ว่า​พรุ่งนี้​เรื่อง​ไม่​ง่าย​นัก​หรอก” ฟาง​แก้ว​เตือน

สร้อย​คีรี​ถอน​ใจ หน้าตา​ซึมๆจน​ลุย​ถาม​ว่า มี​อะไรหนักใจ​หรือ​เปล่า

“เอ้​อ เปล่า​ค่ะ ไม่​มี​อะไร”

“ผม​รู้จัก​คุณ​มา​นาน​ทำไม​จะ​ดู​ไม่​ออก”

“ห่วง​บอย​น่ะ หาย​ไป​หลาย​วัน​แล้ว​ไม่​ติดต่อ​มา​เลย”

“โธ่ เรื่อง​แค่​นี้ สบายใจ​เถอะ ถึง​แม้​บอย​ไม่​เคย​สู้ แต่​ผม​รู้​ว่า​เขา​เป็น​คน​เก่ง​ไม่​แพ้​พ่อ​ของ​เขา​หรอก ไม่​มี​ใคร​ทำ​อะไร​บอย​ได้​เด็ดขาด”

“เอา​เถอะ​ไม่​ต้อง​ห่วง ฉัน​จะ​ให้​คน​ตาม​หาบ​อย​ให้”

เมื่อ​ได้ยิน​ฟาง​แก้ว​พูด​อย่าง​นั้น ลุย​เอง​ก็​รู้สึก​เบาใจขึ้น​เหมือน​กัน

คน​ที่​ถูก​ห่วง ขณะ​นี้​อยู่​ใน​ห้อง​นอน มี​คน​เคาะประตู บอย​เดิน​ไป​เปิด เจอ​น็อต​ยืน​อยู่​หน้า​ห้อง เขา​ร้อง​อย่างแปลกใจ “อ้าว ไหน​ว่า​ผม​เป็น​คน​ไม่​มี​หัวใจ​ไง แล้ว​มา​หา​ผม​ทำไม” พูด​เสร็จ​ก็​หัน​หลัง​กลับ น็อต​โผ​เข้า​กอด​ด้าน​หลัง

“โธ่​บอย คุณ​ไม่​เข้าใจ​ความรู้สึก​ฉัน​ซะ​เลย ที่​ฉัน​ทำ​ไป​ทั้งหมด​เพราะ​ห่วง​คุณ​นะ​คะ​ ฉัน​กลัว​ว่า​คุณ​จะ​ได้​รับ​อันตราย​แล้ว ฉัน​จะ​ไม่ได้​เห็น​คุณ​อีก คุณ​ก็​รู้อยู่​แล้ว​ว่า​หัวใจ​ฉัน​อยู่​ที่คุณ ถ้า​คุณ​ตาย​ฉัน​จะ​อยู่​ได้​ยัง​ไง ฉัน​รัก​คุณ​มาก​นะ​คะ​ ไม่​อยากเสีย​คุณ​ไป ยก​โทษ​ให้​ฉัน​ด้วย” น็อต​เป็น​น้ำ​หู​น้ำตา​จน​บอย​ใจอ่อน หัน​กลับ​มาก​อด​เธอ​แน่น​และ​ไม่​ยอม​ให้​เธอ​ออก​ไป​จาก​ห้อง​จนแล้วจนรอด

ผ่าน​ไป​เกือบ​ครึ่ง​คืน​บอย​นอน​หลับ​สนิท​อยู่​บน​เตียง น็อ​ตรี​บ​ลุก​ขึ้น​แต่งตัว เสร็จ​แล้วไป​ยืน​ข้าง​เตียง

“ขอโทษ​นะ​บอย​ที่​ต้อง​หลอก​คุณ ฉัน​เพียง​แค่ไม่อยาก​ให้​คุณ​ทำร้าย​ใคร​เท่านั้น” น็อต​ค้นตัว​บอย​จน​ได้​กุญแจมาพวงหนึ่ง​จึง​รีบ​ออก​จาก​ห้อง​ไป​ยัง​ห้อง​ที่​ขัง​พวก​บุ​ป​ผา​เอา​ไว้

ที่​หน้า​ห้อง​ขัง​มี​ลูกน้อง​ป​กา​ศิต​สอง​คน​เฝ้า​อยู่ พัก​เดียว​ได้​กลิ่น​ไฟ​ไหม้​จึง​มอง​ออก​ไป​นอก​หน้าต่าง เห็น​ไฟ​กำลัง​ไหม้​ห้อง​เก็บ​ของ​นอก​ตัว​บ้าน ร้อง​ลั่น​ด้วย​ความ​ตกใจ พา​กันวิ่งออกไป​ที่​เกิด​เหตุ​เพื่อ​ดับ​ไฟ น็อ​ตรี​บ​​ไข​กุ​ญ​แจ​ห้อง​ขัง​เข้าไป บุปผา ประดู่​ และ​องศา​มอง​อย่าง​แปลก​ใจ

“คุณ​น็อต คุณ​มา​ทำไม” ประดู่​ถาม

“รีบ​หนี​เร็ว” น็อต​เข้าไป​ฉุด​มือ แต่​กลับ​ถูก​บุ​ป​ผาถามว่า

“เธอ​เป็น​ลูก​สาว​ป​กา​ศิต จะ​ให้​เรา​เชื่อ​ได้​ยัง​ไง​ว่า​เธอ​จะ​พา​เรา​หนี​จริงๆ”

“ตอน​นี้​พวก​คุณ​ไม่​มี​ทาง​เลือก ขืน​อยู่​ที่​นี่​ก็​ตาย​อยู่ดี แล้ว​ทำไม​ไม่​ลอง​เสี่ยง​ล่ะ...ไปๆ ไม่​มี​เวลา​แล้ว​รีบ​ไป​เร็ว​เข้า”

สาม​คน​จึง​ทำ​ตาม ออก​มา​นอก​ห้อง​ พวก​ลูกน้อง​ปกาศิต​มัว​แต่​วุ่น​กับ​การ​ดับ​ไฟ​ไม่​มี​ใคร​สนใจใคร น็อต​พา​ทั้ง​สามหนีไป ได้ยิน​เสียง​เมธา​ตะโกน​ถาม​ลูกน้อง​ว่า​มี​เรื่อง​อะไร​กัน ลูกน้อง​ตอบ​ว่า​ไฟ​ไหม้ เมธา​ได้​กลิ่น​น้ำมัน​จึง​บอก​ว่า​มีคนสร้าง สถานการณ์ แล้ว​รีบ​วิ่ง​ไป​ทาง​ห้อง​ที่​ขัง​พวก​บุ​ป​ผา​เห็น​ประตู​ เปิด​อยู่​ แต่​ใน​นั้น​ไม่​มี​ใคร​อยู่​แล้ว

“พวก​มัน​หนี​ไป​แล้ว แยกย้าย​กัน​ตาม​หา​ให้​ทั่ว”  เมธา​ตะโกน​บอก​พวก​สมุน

น็อต​พา​พวก​บุ​ป​ผา​ไป​ที่​ห้อง​ทำ​งาน​ของ​ป​กา​ศิต​พลาง​อธิบาย​ว่า “นี่​เป็น​ห้อง​ทำ​งาน​ของ​คุณ​พ่อ ใน​ห้อง​นี้​มี​ทางลับ ไม่​มี​ใคร​รู้ นอกจาก​คนใน​ครอบครัว”

เธอ​หมุน​ตุ๊กตา​ทองเหลือง​บน​โต๊ะ​เล็ก​ที่​มุม​ห้อง ตู้หนังสือ​เลื่อน​ออก​โดย​อัตโนมัติ​เผย​ให้​เห็น​ห้อง​ลับ น็อต​เร่ง​ให้​พวกนั้น​ออก​ไป​โดย​เร็ว ตัว​เอง​เดิน​นำ​หน้า ใช้​ไฟฉาย​ที่​เตรียม​มาพร้อม​ส่อง​นำทาง ใน​ห้อง​ลับ​นั้น​มี​อาวุธ​จำนวน​มาก หยากไย่​และ​ฝุ่น​จับ​พื้น​ห้อง​ทำให้​เดิน​ลำบาก ประดู่​สะดุด​ของ​หกล้ม บุปผา​และ​องศา​ช่วย​กัน​ประคอง​ให้​ลุก​ขึ้น องศา​ถาม​ด้วย​ความเป็นห่วง​แต่​น็อ​ตก​ลับ​หัน​มา​เร่ง

“เร็ว​เข้า ก่อน​ที่​คุณ​พ่อ​จะ​รู้ตัว”

น็อต​พา​ทุก​คน​มา​จน​สุด​ทาง​เดิน มี​ประตู​เหล็ก​บานหนึ่ง​ปิด​เอา​ไว้ “ออก​จาก​ประตู​บาน​นี้​จะ​มี​ทาง​ทะลุ​ไป​ยัง​ถนน​ใหญ่ แต่​ว่า ฉัน​ไม่​มี​กุญแจ” เธอ​พยายาม​ขยับ​ประตู​แต่​มัน​ถูกล็อก​ไว้​อย่าง​แน่นหนา

สี่​คน​ต่าง​คน​ต่าง​มอง​หา​เครื่อง​ทุ่น​แรง​ได้​ท่อน​เหล็ก​มา​ช่วย​กัน​ทุบ​อยู่​พัก​ใหญ่​กลอน​ที่​ขึ้น​สนิม​ก็​หลุด องศา​ใช้กำลัง​ที่​มี​อยู่​ทั้งหมด​ดัน​ประตู​ให้​เปิด​จน​กว้าง​พอ​ออก​ไป​ได้ แต่ว่าที่หน้า​ประตู​นั้น บอย​ยืน​อยู่​พร้อม​ลูกน้อง​จำนวน​หนึ่ง​ที่​มี​อาวุธ​ครบมือ​แถม​มี​รถ​ตู้​อีก​คัน​จอด​อยู่​ด้วย

“คิด​ว่า​ผม​ไม่​รู้ทัน​คุณรึน็อต ขอบใจ​นะ​ที่​ช่วย​เคลื่อน​ย้าย​ตัวประกัน เ​อ้า​เฮ้ย พา​สาม​คน​นี้​ไป​ขึ้น​รถ​โว้ย”

“อย่า​เข้า​มานะ” น็อต​กาง​แขน​ปกป้อง​พวก​บุ​ป​ผา​พลาง​หัน​ไป​พูด​กับ​บอย “ปล่อย​พวก​เขา​ไป​เถอะ การ​แก้แค้น​โดย​เอาชีวิต​ของ​ทุก​คน​ไป​เสี่ยง​มัน​เกินไป​แล้ว”

บอย​ไม่​สน กลับ​เป็น​คน​ไป​ล็อก​ตัว​น็อต​เอา​ไว้​พลางเร่ง​ให้​ลูกน้อง​จับ​พวก​บุ​ป​ผา​ไป​ขึ้น​รถ น็อต​ดิ้นรน​ร้อง​ลั่น

“หยุด​เถอะ​ฉัน​ขอร้อง คุณ​จะ​ส่ง​พวก​เขา​ไป​ตาย​นะ พวก​เขา​เป็น​ครอบครัว​ของ​คุณ​นะ คุณ​ฆ่า​พวก​เขา​ลง​รึ...ไม่ไป...ฉัน​ไม่​ไป​กับ​คุณ ปล่อย​พวก​เขา”

บอย​รัด​น็อต​ไว้​แน่น รถ​เคลื่อน​ออก​ไป​พร้อม​ตัวประกัน

ooooooo

บอย​ลาก​น็อ​ตก​ลับ​เข้า​มา​ใน​บ้าน คราว​นี้เอาโซ่ล่าม​ขา​เธอ​ไว้​แล้ว​สั่ง​ลูกน้อง​ว่า ถ้า​เขา​ยัง​ไม่​กลับ​มาอย่าให้ใคร​ปลด​โซ่​ออก​เด็ดขาด ลูกน้อง​พยัก​หน้า​รับ​รู้​ปล่อยมือจาก​น็อต ด้วย​เห็น​ว่า​หนี​ไม่ได้​แน่​เพราะ​โซ่​ล่าม​ขา​อยู่ น็อต ลุก​จาก​เตียง​พุ่ง​เข้า​คว้า​แขน​บอย​ที่​กำลัง​เดิน​ออก​จาก​ห้อง

“ฉัน​ขอร้อง คุณ​อย่า​ทำ​แบบ​นี้​เลย”

บอย​ไม่​สน ดึง​มือ​น็อ​ตอ​อก​จาก​แขน​ตัว​เอง​เดิน​ออกไป น็อต​วิ่ง​ตาม​อีก​แต่​โซ่​มี​ความ​ยาว​ไม่​พอ ครูด​ขา​เธอ​จนถลอก น็อต​ร้อง​ลั่น​ด้วย​ความ​เจ็บ​ลง​นั่ง​กุม​ข้อ​เท้า​ตัว​เอง บอย​ชะงักรีบ​กลับ​เข้า​มา​หา “เจ็บ​มาก​มั้ย”

น็อต​เห็น​บอย​ห่วง​จึง​ดึง​มือ​เขา​มา​กุม​ไว้ พยายามอีก “บอย​ที่​ฉัน​รู้จัก​คือ​คน​นี้​ต่างหาก คน​ที่​จิตใจ​ดี​คอย​เป็น​ห่วงคนอื่น ฉัน​รู้​ว่า​เรื่อ​งที่​เกิด​ขึ้น​มันทำร้าย​ความรู้สึก​ของ​คุณ แต่​ฉัน​ขอร้องเถอะนะ ทิ้ง​บอย​คน​ใหม่​ที่​คิด​แต่​เรื่อง​อาฆาต​เอาชีวิต​อา​ลุย​ซะ...”

“ผม​ทำ​ตาม​คุณ​ขอ​ไม่ได้” บอย​เดิน​ออก​จาก​ห้องไปเลย

ขณะ​ที่​บอย​กับ​น็อต​มี​เรื่อง​กัน​อยู่​นั้น ที่​บ้านพัก​บนหาด​ทราย​ขาว สร้อย​คีรี​นำ​ข่าว​มา​บอก​ลุย

“สาย​ของ​กริช ลมกรด แอบ​ส่งข่าว​มา​บอก​ว่า องค์กร​จะ​เคลื่อน​ย้าย​แท่นพิมพ์​คืน​นี้”

“งาน​ใหญ่​ขนาด​นี้ ไอ้​ป​กา​ศิต​ต้อง​ลงมือ​ด้วย​ตัว​เองแน่ๆ” ลุย​คาด​การณ์

“ใช่ ฉัน​ว่า​พวก​มันคง​เตรียม​ทาง​หนี​ทีไล่​ไว้​เป็น​อย่างดีด้วย และ​สิ่ง​ที่​เรา​ควร​ทำ​คือ เก็บตัว​ให้​เงียบ​ที่สุด อย่า​เพิ่ง​รน​หาเรื่อง” สร้อย​คีรี​พูด​ดัก​เพราะ​เห็น​ลุย​เริ่ม​กระวนกระวาย

“แต่​ตอน​นี้ บอย​เป็น​ตัว​อันตราย​สำหรับ​พวก​เรา”

สร้อย​คีรี​เดิน​เข้าไป​ปลอบ “บอย​เป็น​คน​เก่ง​และ​มีฝีมือ​พอๆกับ​คุณ เขา​ต้อ​ง​เอา​ตัว​รอด​ได้​แน่ รอ​ฟัง​ข่าว​จากสายของกริช​อีก​ที​ก็​แล้วกัน”

ooooooo

ที่​บ้าน​ป​กา​ศิต​คืน​นั้น น็อต​อาละวาด​ไม่ยอมกินข้าว​ที่​พวก​ลูกน้อง​ป​กา​ศิต​นำ​มา​ให้​จน​บอย​ต้อง​เข้า​มา​จัดการ แต่​กลับ​ถูก​น็อต​ไล่​ออก​ไป ลูกน้อง​เอง​ก็​ไม่กล้าทำ​อะไร​รุนแรง​กับ​น็อต​เพราะ​เป็น​ลูก​สาว​เจ้านาย​จึงได้แต่ยืน​มอง​สอง​คน​ตะโกน​ใส่​กัน​อยู่​นั่น ใน​ที่สุด​บอย​ก็​พยักหน้า​ให้​พวก​มัน​ออก​ไป

บอยเดิน​เข้าไป​ใกล้​น็อ​ตบ​อก​ให้​เธอ​กิน​ข้าว​ซะ​ดีๆ เพราะ​ตอน​นี้​เธอ​ไม่​มี​สิทธิ์​จะ​เลือก​อะไร​ทั้งนั้น

น็อต​สะบัด​หน้า​ใส่ “ต่อ​ให้​คุณ​ทรมาน​ฉัน​มาก​กว่า​นี้​ฉัน​ก็​ไม่​มี​วัน​ทำ​ตาม​คำสั่ง​ของ​คุณ”

“อวดดี​นัก​ใช่​มั้ย”

“อวดดี​เพราะว่า​ฉัน​ไม่​ใช่​คน​อกตัญญู​ไม่​รู้จัก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี​เหมือน​คุณ​ไง”

“อย่า​คิด​ว่า​ผม​ไม่​กล้า​ทำ​อะไร​คุณ​นะ” บอย​ปรี่​เข้า​กระชาก​ตัว​เธอ​อย่าง​โมโห น็อต​ร้อง​โอ๊ย​เพราะ​เจ็บ​แผล​ที่​ถูก​โซ่​ครูด เขา​ก้ม​ลง​มอง​ขา​เธอ​แล้ว​ตกใจ “อ๊ะ เท้า​คุณ​เป็น​แผล​ขนาด​นี้​เชียว​เหรอ” ก้ม​ลง​จะ​ดึง​ขา​ไป​ดู น็อต​หด​ขา​แล้ว​ตวาด​ใส่ แต่​เขา​ก็​ดึง​มา​ดู​จน​ได้ บอย​ล้วง​กระเป๋า​หยิบ​ยา​ออก​มา​ทา​ให้​เบาๆพลาง​ปลอบ

“ทน​หน่อย​นะ เดี๋ยว​ก็ดี​ขึ้น​แล้ว”

น็อต​น้ำตา​ร่วง​ทั้ง​รัก​ทั้ง​แค้น “ทำไม​คุณ​ต้อง​ทรมาน​ฉัน อยาก​ทำร้าย​ยัง​ไง​ก็​เชิญ ไม่​ต้อง​มา​ทำ​ดี​กับ​ฉัน​เพื่อ​ให้​ฉัน​ตายใจ​แล้ว​ต้อง​มา​ตาย​ทั้ง​เป็น​อีก”

“ผม...เอ้​อ” บอย​พูด​ไม่​ออก​เพราะ​รู้สึก​ผิด

“หัวใจ​ฉัน​จดจำ​ความ​รัก​ที่​มี​ต่อ​ผู้ชาย​คน​หนึ่ง แต่​สมอง​ฉัน​กลับ​จำ​ความ​เจ็บปวด​ที่​ผู้ชาย​คน​นั้น​ทำร้าย ฉัน​ขอร้อง​ละ อย่า​พูด​อะไร​ที่​ยิ่ง​ทำให้​ฉัน​เจ็บ​ช้ำ​ไป​ตลอด​ชีวิต​เลย” เธอสะอึก​สะอื้น บอย​เช็ดน้ำ​ตา​ให้

“อย่า​ร้องไห้​เลย​นะ อีก​ไม่​นาน ผู้ชาย​เลว​คน​นั้น​อาจจะ​หาย​ไป เอา​งี้​ดี​กว่า ออก​ไป​เดิน​เล่น​มั้ย​เผื่อ​คุณ​จะ​หาย​เครียด”

“เท้า​ฉัน​เจ็บ​เดิน​ไม่​ไหว​หรอก”

“ไม่​ยาก...” บอย​อุ้ม​น็อต​พา​เดิน​ออก​ไป​ที่​สวน บน​ท้องฟ้า​หมู่​ดาว​ระยิบระยับ เขา​บอก​เธอ​ว่า​เป็น​คืน​เดือนมืด แต่​ก็ดี​ที่​เห็น​ดาว​มากมาย พา​น็อต​ไป​นั่ง​ที่​ม้า​นั่ง​ชี้​ชวน​ดู​นั่น​นี่

สมอง​ของ​น็อต​คิด​แผน​อย่าง​รวดเร็ว​ไป​ด้วย เธอ​ถาม​ว่า “จำ​วัน​แรก​ที่​เรา​เจอ​กัน​ได้​ไหม”

บอย​หวน​คิด​ไป​ใน​คืน​นั้น​ทันที ตอบ​เสียง​แผ่ว “ผม​ไม่​มี​วัน​ลืมผู้หญิง​ที่​สะกด​สายตา​ผม​ให้​หยุด​มอง​ทุก​อย่าง นอกจาก​คุณ​ตั้งแต่​วินาที​แรก​ที่​เห็น”

น็อต​ยิ้ม เอน​หัว​ซบ​บ่า​บอย “ฉัน​คิดถึง​บอย​คน​เดิม​ที่​มี​แต่​รอย​ยิ้ม อบอุ่น ​และ​นำ​แต่​ความ​สุข​มา​ให้​กับ​ทุก​คน ฉัน​คิดถึง​เขา​จัง​เลย อยาก​ให้​เขา​คน​นั้น​กลับ​มา​หา​ฉัน”

ขณะ​พูด​น็อต​ก็​แอบ​เล็ง​ก้อน​หิน​ก้อน​หนึ่ง​ไว้ พอ​บอย​ได้​ฟัง​น็อต​พูด​ถึง​ตรง​นี้ เขา​เบือน​หน้า​หนี​เพราะ​รู้​ว่า​เธอ​กล่อม​เขา​อีก​แล้ว จังหวะ​นั้น​เอง​น็อต​ก็​ก้ม​ลง​หยิบ​ก้อน​หิน​อย่าง​รวดเร็ว​ทุบ​เข้าที่​ท้ายทอย​บอย​ทันที​พลาง​ลุก​ขึ้น​วิ่ง​หนี​ไป​ด้วย​ขา​กะเผลก บอย​กุม​ท้ายทอย​ตัว​เอง​พลาง​วิ่ง​ตาม​ปาก​ก็​ร้อง​ตะโกน​เรียก แต่​น็อต​ไม่​ฟัง เธอ​วิ่ง​หลบ​เข้าไป​ใน​ป่า​ข้าง​ทาง​เสีย​แล้ว แต่​ไป​ได้​นิดเดียว​ก็​เจอ​งูเห่า​แผ่​แม่เบี้ย​จ้อง​อยู่ น็อต​​กรี๊ดลั่น​ด้วย​ความ​กลัว บอย​ได้ยิน​เสียง​พรวด​เข้า​มา ใช้​ปืน​ยิง​ใส่​งู​สาม​นัด​ซ้อน​หัว​กระจุย​อยู่​กับ​ที่ เขา​เข้า​มา​กระชาก​ตัว​เธอ​ด้วย​ความ​เป็น​ห่วง​และ​โกรธ

“ผม​คง​ไว้ใจ​คุณ​ไม่ได้​อีก​แล้ว​ต่อ​จาก​นี้​ไป กลับ​บ้าน​เดี๋ยวนี้”

คราว​นี้​ไม่​มี​การ​อุ้ม​แต่​ลาก​ไป​แทน กลับ​ถึง​ห้อง​นอน​ของ​น็อต ​เขา​เหวี่ยง​เธอ​ลง​กับ​พื้น​แล้ว​ล่าม​โซ่​เอา​ไว้​ตาม​เดิม แถม​สั่ง​ลูกน้อง​เสียง​เข้ม

“ถ้า​คุณ​น็อต​หลุด​ไป​ได้ ฉัน​จะ​ฆ่า​แก​ทั้ง​สอง​คน”

ooooooo

คืน​เดียวกัน​นี้ ป​กา​ศิต​และ​เมธา​กำลัง​นั่ง​อยู่​ใน​รถ​โดย​มี​ลูกน้อง​อารักขา​มา​ด้วย​เพียบ ป​กา​ศิ​ตม​อง​ไป​ที่​รถ​คัน​ที่สอง​บ่อยๆ มอง​ไป​ยิ้ม​ไป​อย่าง​อารมณ์​ดี เพราะ​รถ​คัน​ที่​สอง​บรรทุก​แม่พิมพ์​ธนบัตร​มา​นั่นเอง โดย​มี​คน​ของ​ป​กา​ศิต​นั่ง​มา​เต็ม​เหมือน​กัน และ​คัน​ที่​สาม​ซึ่ง​เป็น​คัน​สุดท้าย พวก​บุ​ป​ผา​ถูก​คุม​ตัว​มา​ใน​นั้น

รถ​แล่น​มา​พัก​ใหญ่ๆก็​มีเสียง​รถ​อีก​คัน​ตะบึง​มา​ข้าง​หลัง​พร้อม​บีบ​แตร​เรียก ขบวน​รถ​ของ​ป​กา​ศิต​จึง​ลด​ความเร็ว​ลง​จอด​ชิด​ข้าง​ทาง คน​ขับ​คัน​ที่​สี่​คือ​บอย​นั่นเอง เขา​ขับ​ไป​เทียบ​รถ

ป​กา​ศิต​แล้ว​เปิด​หน้าต่าง​คุย​กัน​อยู่​พัก​หนึ่ง​แล้ว​จึง​ลง​จาก​รถ​เดิน​มา​คัน​ที่​พวก​บุ​ป​ผา​นั่ง

“เปลี่ยน​แผน...พา​ทุก​คน​ไป​ที่​สนาม​บิน​เล็ก” บอย​สั่ง

สาม​คน​มอ​งบ​อ​ยอ​ย่าง​เสียใจ​ปน​ผิด​หวัง บอ​ยม​อง​ตอบ​เฉยเมย​แถม​บอก​ว่า

“อย่า​มอง​ผม​แบบ​นั้น ทุก​อย่าง​เป็น​ไป​ตาม​วิถี​ทาง​ที่​มัน​ควร​จะ​เป็น”

บอย​เดิน​กลับ​ไป​ที่​รถ​ตัว​เอง​แล้ว​ขับ​นำ​ไป โดย​มี​รถ​ป​กา​ศิต​วิ่ง​ตาม​พร้อม​กับ​รถ​บรรทุก​แท่น​แม่พิมพ์​ธนบัตร ​ส่วน​รถ​ที่​บุ​ป​ผา​กับ​ประดู่​และ​องศา​นั่ง​มา​แยก​ไป​อีก​ทาง เพื่อไปขึ้น​เครื่องบิน​ต่อ​ไป​ที่​เกาะ​โดย​ไม่​บอก​ให้​พวก​บุ​ป​ผา​รู้ตัว

ooooooo

เวลา​เดียวกัน​นี้​ที่​ห้อง​นอน​น็อต เธอ​นั่ง​อยู่​บน​พื้น​ห้อง​พยายาม​ดึง​โซ่​ให้​ออก​จาก​ขา​แต่​ทำ​ยัง​ไง​ก็​ไม่​สำเร็จ​แถม​ยัง​ทำให้​รอย​ถลอก​เพิ่ม​มาก​ขึ้น น็อ​ตม​อง​รูป​แม่​ที่​หัว​เตียง  เห็น​โคม​ไฟ​ตั้ง​อยู่​ข้างๆกัน​นั้น​ทำด้วย​เซรามิก เธอ​ลุก​เดิน​กระย่องกระแย่ง​ไป​หยิบ​รูป​แม่​ขึ้น​มา​ดู​น้ำตา​ไหล​พรากๆ

“แม่​จ๋า หนู​ไม่​อยาก​ให้​บอย​เป็น​คน​เลว ฆ่า​คน​ที่​มี​บุญคุณ​กับ​เขา แต่​หนู​ไม่​รู้​จะ​ออก​ไป​จาก​ที่​นี่​ได้​ยัง​ไง” เธอ​ร้องไห้​ออก​มา​เสียง​ดัง​มาก​จน​ลูกน้อง​ป​กา​ศิต​สอง​คน​ที่​เฝ้า​อยู่​หน้าห้อง รู้สึก​เวทนา​สงสาร

ทันใดนั้น​เสียง​โครมคราม​ดัง​ขึ้น​ใน​ห้อง  ​สอง​คน​มอง​หน้า​กัน​เลิ่กลั่ก​พา​กัน​ไป​เคาะ​ประตู​ถาม

“คุณ​หนูเป็น​อะไร​หรือ​เปล่า​ครับ”

ไม่​มีเสียง​ตอบ​จาก​น็อต แต่​มีเสียง​ของ​แตก​ใน​ห้อง

ดัง​ขึ้น​อีก คราว​นี้​ถี่​กว่า​ครั้ง​แรก​อีก เจ้า​สอง​คน​มือ​สั่น​รีบ​ไข​กุญแจ​ห้อง​เข้าไป เห็น​​กระจกหน้าต่าง​และ​หลอด​ไฟ​แตก​กระจาย สอง​คน​แย่ง​กัน​ร้อง​ถาม

“คุณ​หนูเป็น​อะไร​หรือ​เปล่า”

เงียบ ไม่​มีเสียง​ตอบ​จึง​แยก​ย้าย​กัน​ย่อง​ข้าม​เศษ​กระจก​ไป​หา​คน​ละ​ทาง คน​หนึ่ง​เดิน​ไป​ทาง​เตียง​นอน น็อต​ที่​หลบ​อยู่​ข้าง​ประตู​พุ่ง​เข้าหา​พร้อม​ฟาด​โคม​ไฟ​จน​เขา​ล้ม​ลง​ไป​กับ​พื้น​ร้อง​โอดโอย​ด้วย​ความ​เจ็บ อีก​คน​ที่​แยก​ไป​ทาง​ห้องน้ำ​วิ่ง​เข้า​มา​จะ​จับ​ตัว น็อต​ก้ม​ลง​ดึง​โซ่​ขัด​ขา​เขา​จน​ล้ม​แล้ว​คว้า​ปืน​ขึ้น​มา​ขู่​ทันที

“อย่า​เข้า​มานะ ไม่​งั้น​ฉัน​ยิง”

“คุณ​หนู​วาง​ปืน​เถอะ​ครับ” เขา​ลุก​เดิน​เข้า​มา​อีก น็อต​ปล่อย​กระสุน​ออก​ไป​โดย​ไม่​เล็ง​สาม​นัด​ซ้อน เขาหลบ​กระสุนไป​ได้ น็อ​ตรี​บ​ฉวย​โอกาส​ยิง​ใส่​โซ่​ที่​ขา​ตัว​เอง​จน​โซ่​ขาด​พลาง​ปิด​ประตู​ขัง​ไอ้​คน​ที่​เหลือ​ไว้​แทน เธอ​วิ่ง​ลง​มา​ข้าง​ล่าง  ​มอง​ซ้าย​มอง​ขวา​ไม่​เห็น​มี​ใคร​อยู่​ใน​บ้าน​สัก​คน​เดียว “ลูกน้อง​คุณ​พ่อ​หาย​ไป​ไหน​หมด​เนี่ย” พูด​ไป​ย่อง​ไป​จน​มา​ถึง​ประตู​หน้า​บ้าน ชาย​ชุด​ดำ​คน​หนึ่ง​พุ่ง​ออก​มา​จาก​ที่​ซ่อน​จะ​เข้าไป​รวบ​ตัว น็อต​ตกใจ​ยก​ปืน​ยิง​ทันที เขา​หลบ​อย่าง​ว่องไว เธอ​ชัก​สงสัย​เมื่อ​เห็น​หน้า​ไม่​คุ้น​คิด​ว่า​ไม่​ใช่​คน​ของ​ป​กา​ศิต​แน่

ทันใดนั้น​ คนใน​ชุด​ดำ​อีก​คน​ก็​พุ่ง​เข้า​มา​ล็อก​ตัว เธอ​สู้​สุด​ฤทธิ์   หลุด​ออก​มา​ได้​ก็​ใช้​ปืน​เล็ง​ไป​ที่​คน​ทั้ง​สอง​ทันที

“พวก​แก​เป็น​ใคร”

และ​แล้ว​จาก​แวว​ตา​เด็ดเดี่ยว​ก็​กลาย​เป็น​หวาด​กลัว​เมื่อ​มี​กลุ่ม​ชาย​ใน​ชุด​ดำ​อีก​หก​เจ็ด​คน​จ้อง​ปืน​มา​ที่​เธอ​แล้ว​ค่อยๆตีวง​แคบ​เข้า​มา

“พวก...พวก​คุณ​เป็น​ใคร” น็อต​เสียง​สั่น

“คุณ​น็อต” เสียง​ฟาง​แก้ว​ดัง​ขึ้น​ก่อน​จะ​แหวก​ชายกลุ่ม​นั้น​เข้ามาหา​น็อต​พร้อม​อภิ​ชัย ทั้ง​สอง​คน​อยู่​ใน​ชุด​รัดกุม​มาก ทุก​คน​ลด​ปืน​ลง​รวม​ทั้ง​น็อต​ด้วย น็อต​พา​อภิ​ชัย​ไป​ที่​ห้อง​ทำ​งาน​ของ​ป​กา​ศิต เขา​ยื่น​หมาย​ศาล​ให้​เธอ​อ่าน อ่าน​จบ​น็อตคราง​ออก​มา

“คุณ​พ่อ​ขโมย​แม่พิมพ์​ธนบัตร​ของ​รัฐบาล​เพื่อ​มา​พิมพ์​แบงก์​ปลอม” หัน​ไป​มอง​รอบๆเห็น​พวก​ตำรวจ​กำ​ลัง​ค้น​ห้อง​ทำ​งาน​ของ​พ่อ​ตัว​เอง​อ​ยู่ ฟาง​แก้ว​พูด​ขึ้น​ว่า

“ตอน​นี้​องค์กร​ที่​พ่อ​เธอ​เป็น​หัวหน้า​กำลัง​กลับ​มา​ทำ​เรื่อง​ผิด​กฎหมาย​อีก​แล้ว”

“จาก​หลักฐาน​ที่​ผม​มี ยืนยัน​ได้​ว่า​พ่อคุณ​เก็บ​แม่พิมพ์​ไว้​ที่​นี่” อภิ​ชัย​เสริม

ตำรวจ​คน​หนึ่ง​วิ่ง​เข้า​มา​รายงาน​อภิ​ชัย “ท่าน​ครับ ตรวจ​จน​ทั่ว​แล้ว ไม่​พบ​แม่พิมพ์​ธนบัตร​เลย​ครับ”

อภิ​ชัย​นิ่ว​หน้า​บอก​ว่า​เป็น​ไป​ไม่ได้

ฟาง​แก้ว​หัน​ไป​หา​น็อต “เธอ​รู้​เรื่อง​นี้​ใช่​มั้ย บอก​มา​ว่า​พ่อ​เธอ​เอา​แม่พิมพ์​ไป​ซ่อน​ไว้​ที่ไหน”

“ฉัน​ไม่​รู้​เรื่อง​แม่พิมพ์​จริงๆ รู้​แค่​ว่า​ตอน​นี้​คุณ​พ่อ​กับ​บอย​จับ​น้า​บุ​ป​ผา​ไป”

“หา บอย​จับ​ตัว​กำนัน​บุ​ป​ผา​หรือ” อภิ​ชัย​แทบ​ไม่​เชื่อ​หู

“ค่ะ ฉัน​โดน​ขัง​ไว้​ที่​นี่​เพราะ​พยายาม​จะ​ช่วย​น้า​บุ​ป​ผา หรือ​ว่า...” น็อต​ชะงัก​เมื่อ​นึก​อะไร​ขึ้น​มา​ได้

ooooooo

เช้า​วัน​รุ่ง​ขึ้น สปีดโบ๊ต​ลำ​หนึ่ง​จอด​อยู่​กลาง​ทะเล ลุย​กับ​สร้อย​คีรี​อยู่​บน​เรือ​ลำ​นั้น สอง​คน​กำลัง​สาละ​วน​อยู่​กับ​ของ​ใน​มือ​ตัว​เอง สร้อย​คีรี​เตรียม​ปืน​และ​บรรจุ​กระสุน​เข้า​แมกกาซีน​จำนวน​มาก ส่วน​ลุย​เตรียม​ระเบิด​ตั้ง​เวลา​จำนวน​มาก​เหมือน​กัน

“เรา​ต้อง​ใช้​เรือ​พาย พาย​เข้าไป​ที่​เกาะ​มุก พวก​องค์กร​จะ​ได้​ไม่​รู้ตัว ถึง​เกาะ​แล้ว​คุณ​จัดการ​กับ​อาวุธ​สงคราม​ทั้ง​หมด ส่วน​ผม​จะ​จัดการ​กับ​แม่พิมพ์​ธนบัตร​เอง”

สร้อย​คีรี​เงย​หน้า​ขึ้น​ดู “โอ้โฮ ต้อง​ใช้​ระเบิด​เยอะ​ขนาด​นี้​เลย​เหรอ”

“ใช่ นาย​กริช​บอก​ว่า​อาวุธ​บน​เกาะ​มุก​กับ​แม่พิมพ์​ธนบัตร​คือ​เงินก้อน​สุดท้าย​ของ​องค์กร​ที่​ทุ่ม​ไป”

“งั้น​ถ้า​เรา​ทำลาย​ทุก​อย่าง​หมด​สิ้น​ได้​ก็​เท่ากับ​เผา​เงิน​ทุก​บาท​ของ​พวก​มัน”

“ใช่ ถ้า​ไม่​มี​เงิน พวก​องค์กร​ก็​ไม่​สามารถ​ทำ​เรื่อง​เลวๆได้​อีก” ลุย​หยิบ​ปืน​คู่​กาย​มา​เล็ง​ไป​รอบๆด้วย​แวว​ตา​เด็ดเดี่ยว

สอง​คน​เตรียม​การ​เสร็จ​ก็​ติด​เครื่อง​เรือ​ค่อยๆแล่น​เข้าไป​ยัง​เกาะ แต่​พอ​ก้าว​ขึ้น​หาด​เท่านั้น​ก็​โดน​สาด​กระสุน​ใส่​จาก​ฝีมือ​ของ​พวก​สมุน​ป​กา​ศิต ลุย​ยิง​สวน​กลับ​ไป​บ้าง สอง​คน​วิ่ง​ซิกแซ็ก​หลบ​ไป​จน​มอง​เห็น​โกดัง สร้อย​คีรี​ดีใจ​ร้อง​บอก​ลุย

“นั่น​ไง​โกดัง อาวุธ​กับ​แม่พิมพ์​ต้อง​อยู่​ใน​นั้น​แน่ๆ”

“คุณ​เข้าไป​ก่อน ผม​คอย​ยิง​คุ้มกัน​ให้”

สร้อย​คีรี​พยัก​หน้า​แล้ว​คว้า​กระเป๋า​ใส่​ระเบิดเวลา​ไป​ทันที ส่วน​ลุย​ก็​คว้า​ปืน​ยิง​ล่อ​ไอ้​พวก​นั้น ลุย​หนึ่ง​มัน​สาม​ยิง​สู้​กัน​พัก​เดียว​เสียง​ปืน​ด้าน​นั้น​ก็​เงียบ​ไป ลุย​รีบ​ตาม​สร้อย​คีรี​ไป​ทันที พอ​จะ​เข้า​โกดัง​ก็​ถูก​สกัด​อีก  ​ลุย​แยก​ไป​อีก​ทาง สอง​คน​ทำให้​คน​เฝ้า​โกดัง​หลง​ทิศ แล้ว​ใน​ที่สุด​ก็​ถูก​เก็บ​หมด ลุย​ร้อง​บอก​สร้อย​คีรี

“เข้าไป​แล้ว​แยก​กัน​จัดการ คุณ​ซ้าย ผม​ขวา”

เข้าไป​ข้าง​ใน รอบๆโกดัง​มี​ลัง​อาวุธ​เต็ม​ไป​หมด ลุย​กวาดตา​มอง​หา​จน​เจอ​เครื่อง​พิมพ์​ธนบัตร “นั่น​ไง​แม่พิมพ์​ธนบัตร ผม​จะ​ไป​จัดการ​ละ​นะ”

“ไป​เถอะ ส่วน​อาวุธ​ฉัน​จัดการ​เอง”

สอง​คน​วิ่ง​แยก​กัน​ไป สร้อย​คีรี​ไป​ที่​ลัง​อาวุธ จัดการ​ย้าย​ปืน​มา​อยู่​ใน​ลัง​เดียวกัน ส่วน​ลุย​ก็​รีบ​เอา​ระเบิดเวลา​มา​ติด​ที่​แม่พิมพ์​ธนบัตร สอง​คน​ทำ​งาน​แข่ง​กับ​เวลา​ด้วย​ความ​ชำนาญ

สร้อย​คีรี​ย้าย​ปืน​เสร็จ​ก็​ไป​ที่​ลัง​ระเบิด พอ​หยิบ​ระเบิด​จำนวน​หนึ่ง​ขึ้นมา​เธอ​ชะงัก เพราะ​ใน​ลัง​นั้น​มี​ระเบิดเวลา​วาง​ไว้​ข้าง​ใต้​ชนวน​ถูก​ต่อ​ไว้​กับ​มือ​ถือ เธอ​รู้ทัน​ที​ว่า​จะ​เกิด​อะไร​ขึ้น รีบ​หัน​ไป​หา​ลุย

“ลุย เรา​โดน​ซ้อน​แผน มี​คน​วาง​ระเบิด​พวก​เรา”

ลุย​ชะงัก​อึ้ง​ไป​เหมือน​กัน หัน​กลับ​ไป​ที่​แม่พิมพ์​เห็น​ผ้า​สี​ดำ​คลุม​กอง​อะไร​อยู่​ข้างๆ​และ​ขยับเขยื้อน​ได้ ลุย​ชัก​ปืน​ขึ้น​มา​มือหนึ่ง อีก​มือหนึ่ง​ค่อยๆเอื้อม​ไป​เปิด​ผ้า​คลุม​ออก เห็น​ประดู่​และ​หมอ​องศา​ถูก​มัด​ตัว​ติด​กัน​อยู่​ตรง​นั้น

“ประดู่ องศา” ลุย​คราง​ออก​มา ก่อน​จะ​เข้าไป​แก้​มัด ประดู่​เห็น​มี​คน​เข้า​มา จึง​ร้อง​เตือน

“อา​ลุย ระวัง​ค่ะ”

ลุย​ตกใจ​ที่​ประ​ดู​่พูด​ได้ แต่​ยัง​ไม่ทัน​ถาม​อะไร​ก็​รีบ​หัน​กลับ​ไป​ด้าน​หลัง​ตัว​เอง

“ทิ้ง​ปืน​ซะ” เมธา​สั่ง​แล้ว​เล็ง​ปืน​มา​ที่​ลุย แต่​ลุย​ไม่​ยอม ดังนั้น​เสียง​ปืน​หลาย​กระบอก​จึง​ขึ้น​ลำ​พร้อม​กัน​ ลุย​กวาดตา​ไป​รอบๆเห็น​พวก​ลูกน้อง​ป​กา​ศิต​ยืน​อยู่​รอบ​โกดัง และ​อีก​คน​หนึ่ง​กำลัง​ล็อก​ตัว​สร้อย​คีรี​เดิน​มา ด้าน​หลัง​ของ​สร้อย​คีรี ป​กา​ศิต​เดิน​ตาม​มา​พร้อม​ลูกน้อง​ที่​จับ​บุ​ป​ผา​เข้า​มา​ด้วย ลุย​อึ้ง​ไป​ทันที ป​กา​ศิต​เห็น​อาการ​ลุย​ก็​หัวเราะ​แล้ว​ยก​ปืน​เล็ง​ไป​ที่​บุ​ป​ผา

“ถ้า​แบบ​นี้​แก​จะ​ทิ้ง​ปืน​ได้​หรือ​ยัง ไอ้​ลุย”

ลุย​เห็น​บุ​ป​ผา​ถูก​จ่อ​ปืน​ที่​หัว​ก็​จำ​ใจ​ทิ้ง​ปืน​ตัว​เอง​ลง เมธา​เตะ​มัน​กระเด็น​ไป​ไกล แล้ว​สำราก​ออก​มา

“จุดอ่อน​ของ​ลุย หล่ม​สัก อยู่​ที่​ผู้หญิง​คน​นี้​จริงๆ”

“จับ​ตัว​คน​อื่น​มา​ทำไม” ลุย​ฮึดฮัด​ใส่

ป​กา​ศิต​เดิน​เนิบๆเข้า​มา​หา “เรื่อง​นี้​ไม่​ใช่​ความ​ผิด​ของ​ฉัน ถ้า​แก​ไม่​พอใจ​ก็​เคลียร์​กับ​คน​ที่​จับ​พวก​มัน​มา​เอง​ก็​แล้วกัน”

“ผม​เอง” เสีย​งบ​อย​ดัง​ขึ้น​ก่อน​ปราก​ฏ​ตัว​พร้อม​ปืน​ใน​มือ ลุย​กับ​สร้อย​คีรี​อึ้ง

“เป็น​ไป​ไม่ได้” ลุย​ไม่​อยาก​เชื่อ ​แต่​บุ​ป​ผา​ร้อง​บอก​เขาว่า

“บอย​เป็น​คน​จับ​ตัว​พวก​ฉัน​มา”

บุ​ป​ผา​และ​สร้อย​คีรี​ถูก​เหวี่ยง​ไป​รวม​ตัว​กัน​โดย​พวก​มัน​จ้อง​ปืน​คุม​เอา​ไว้ ลุย​จะ​เข้าไป​หา​สอง​สาว​แต่​ถูก​ลูกน้อง​ป​กา​ศิต​ดึง​เอา​ไว้ ลุย​จึง​หัน​กลับ​มา​หาบ​อย

“บอย​ทำ​แบบ​นี้​ทำไม”

บอย​เล็ง​ปืน​มา​ที่​ลุย “อย่า​มอง​ผม​ด้วย​สายตา​แบบ​นั้น ผม​ต่างหาก​ที่​ผิดหวัง​ใน​ตัว​อา”

“อา​ทำ​อะไร”

“อา​ฆ่า​พ่อ​ผม...อา​หลอก​ผม​มา​ตลอด​สิบ​กว่า​ปี อา​หลอก​ให้​ผม​เคียดแค้น​คนใน​องค์กร ทั้งๆที่​ความ​จริง​อาคือคน​หักหลัง​พ่อ​ผม”

ลุย​จะ​พูด​แต่​พูด​ไม่​ออก สร้อย​คีรี​ทน​ไม่​ไหว​โพล่ง​ออก​มา “บอย​กำลัง​เข้าใจ​ผิด ลุย​ไม่​เคย​หักหลัง​เดือน ทั้งหมด​มัน​เป็น​แผน​ของ​องค์กร​ที่​ทำให้​เดือน​กับ​ลุย​ผิดใจ​กัน”

“แต่​คน​ที่​ลั่น​กระสุน​คือ​อา​ลุย อา​ฆ่า​พ่อ​ผม​แล้ว​เก็บ​ผม​มา​เลี้ยง​ทำไม ตอบ​ผม​มา​เดี๋ยวนี้...”

ลุย​ยัง​ไม่ทัน​ตอบ นอก​โกดัง​เสียง​ปืน​ยิง​ปะ​ทะ​กัน​สนั่น​ทุก​คน​งง​กัน​ไป​หมด โดยเฉพาะ​ป​กา​ศิต ​เพราะ​พวก​ลุย​ก็​อยู่​ใน​นี้​หมด​แล้ว​จะ​ยัง​มี​ใคร​เหลือ​มา​อีก จนกระทั่ง​ลูกน้อง​ของเขา​คน​หนึ่ง​กระ​หืด​กระ​หอบ​เข้า​มา

“นาย​ครับ มี​คน​พา​ตำรวจ​บุก​ขึ้น​เกาะ​มา​ครับ”

ป​กา​ศิต​ตกใจ รีบ​ร้อง​สั่ง​ลูกน้อง “พวก​แก​อยู่​ที่​นี่ จัดการ​ตำรวจ​ให้​หมด” หัน​หลัง​จะ​วิ่ง​ออก​ไป​แต่​พวก​ตำรวจ​วิ่ง​สวน​เข้า​มา จึง​เกิด​การ​ต่อสู้​กัน​ขึ้น​ระหว่าง​ลูกน้อง​ป​กา​ศิต​และ​หน่วย​จู่โจม​ขอ​งตำรวจ ป​กา​ศิต​หนี​ไป​อีก​ทาง​โดย​มี​เมธา​ช่วย​ยิง​คุ้มกัน​ให้ ตำรวจ​ชุด​ที่​สอง​เข้า​มา​มี​อภิ​ชัย ฟาง​แก้ว ​และน็อต​ตาม​เข้า​มา​อย่าง​กล้าๆกลัวๆ ป​กา​ศิต​เห็น​ลูก​สาว​ก็​อึ้ง​งัน

“ยาย​น็อต​เป็น​คน​พา​ตำรวจ​มา​เหรอ​เนี่ย” หัน​ไป​สั่ง​เมธา “ไป​เอา​ตัว​ลูก​สาว​ฉัน​มา​ให้​ได้” ขณะ​เดียวกัน​ก็​กระ​ชาก​ตัว​บอยออก​ไป​ด้วย ลุย​จะ​ตาม​แต่​โดน​ตำรวจ​ยิง​สกัด​ไว้​เพราะ​คิด​ว่า​ลุย​เป็น​พวก​ป​กา​ศิต

ลุย​พุ่ง​ตัว​ลง​ไป​หยิบ​ปืน​ของ​ตัว​เอง​ที่​เมธา​เตะ​ไป​ แล้ว​หยิบ​จาก​ลูกน้อง​ป​กา​ศิต​ที่นอน​ตาย​มา​อีก​กระบอก​หนึ่ง​โยน​ให้​สร้อย​คีรี เธอ​รับ​อย่าง​ว่องไว​แล้ว​ใช้​มือ​อีก​ข้าง​แก้​มัด​ให้​บุ​ป​ผา ส่วน​ลุย​แก้​มัด​ให้​ประดู่​และ​องศา เสร็จ​แล้ว​ลุก​ขึ้น​เล็ง​ปืน​ใส่​ตำรวจ แต่​ฟาง​แก้ว​กระโดด​ขวาง​หัน​ไป​บอก​ตำรวจ​ว่า

“นี่​คน​ของ​เรา” ตำรวจ​เลย​ละ​จาก​ลุย​ไป​จัดการ​กับ​พวก​ลูกน้อง​ป​กา​ศิต​ต่อ

น็อต​ไป​หลบ​อยู่​ข้างๆโกดัง​ด้วย​ความ​กลัว เมธา​จึงดอด​เข้า​มา​คว้า​มือ “พาตำรวจ​มา​จับ​พ่อ​ตัว​เอง​ได้​ยัง​ไงน็อต ไป อาปกาศิต​รอ​อยู่”

“แต่​ตำรวจ​ล้อม​ไว้​หมด​แล้ว คุณ​พ่อจะ​หนี​พ้นได้ยังไง”

“ฉัน​ทำให้​พวก​ตำรวจ​ตาม​เรา​ไป​ไม่ได้​ก็​แล้วกัน” เมธา​กระชาก​เธอ​ออก​ไป​ทันที

ooooooo

สร้อย​คีรี​แก้​มัด​ให้​บุ​ป​ผา​จน​สำเร็จ​แล้ว​ถาม​อย่าง​เป็น​ห่วง​ว่า​ลุก​ไหว​ไหม บุ​ป​ผา​ขยับ​จะ​ลุก​แต่​โดน​กระสุน​ยิง​เฉียด​แขน​ล้ม​ลง​ไป​อีก สร้อย​คีรี​หัน​ไป​ยิงสวน พอ​เสียง​ปืน​เงียบ​ลง​เธอ​รีบ​ประคอง​บุ​ป​ผา อภิ​ชัย​เดินเข้า​มา​พอดี

“พวก​คุณ​รีบ​หนี​ไป​เร็ว พา​ลุย​ออก​ไป​ด้วย​ก่อน​ที่นักข่าว​จะ​มา”

ทันใดนั้น​เสียง​โทรศัพท์​ดัง​ขึ้น ทุก​คน​ชะงัก​หัน​ไปมอง​รอบๆ เห็น​มือ​ถือ​ผูก​ไว้​รอบ​โกดัง​เพื่อ​เป็น​ตัว​จุด​ชนวน​ระเบิด ลุย​ร้อง​เตือน​ทันที

“ระวัง” ยัง​ไม่ทัน​ขาดคำ ระเบิด​ลูก​ที่​หนึ่ง​ก็​ระเบิดขึ้น ตำรวจ​ที่​อยู่​ใกล้​ๆแถว​นั้น​กระเด็น​ไป​คน​ละ​ทาง​สอง​ทางบาดเจ็บ​ระนาว ผ่าน​ไป​ไม่​เท่า​ไหร่​ลูก​ที่​สอง​และ​สาม​ก็ตาม​มา ลูก​ที่สี่​ที่​สร้อย​คีรี บุ​ป​ผา ​และ​อภิ​ชัย​ยืน​อยู่​ใกล้ เริ่ม​ส่ง​สัญญาณ ลุยพุ่งเข้าถึง​สร้อย​คีรี​ก่อน เขา​ดึง​แขน​เธอ​ให้​พ้น​จาก​ระเบิด เสียง​ตูม​ดังขึ้น แรง​ระเบิด​ทำให้​โกดัง​พัง​ลง​มา

“ลุย เป็น​อะไร​หรือ​เปล่า” สร้อย​คีรี​เข้าไป​พลิก​ตัวเขาขึ้น​แล้ว​ชะงัก เพราะ​แม้​มือ​ข้าง​หนึ่ง​จะ​โอบ​เอว​เธอ​อยู่​แต่​ทั้งตัวของลุย​นอน​ทับ​บุ​ป​ผา​เอา​ไว้ เสื้อ​ผ้า​ของ​เขา​ฉีก​ขาด​และ​มี​เลือดซึมออกมา “คุณ​ยอม​เอาชีวิต​ตัว​เอง​เสี่ยง เพื่อ​รักษา​ชีวิต​บุ​ป​ผา​เหรอ​เนี่ย”

บุ​ป​ผา​กับ​ลุย​ขยับ​ลุก​พร้อม​กัน ต่าง​คน​ต่าง​ถามกันด้วยความ​เป็น​ห่วง อภิ​ชัย​ที่​ถูก​ฟาง​แก้ว​ลาก​ออก​ไป​ได้​รีบ​เข้า​มา​บอก

“ลุย หนี​กลับ​ไป​ที่​กระท่อม​ก่อน นักข่าว​กับ​ตำรวจอีกส่วน​หนึ่ง​กำลัง​มา ผม​เคลียร์​ได้​เฉพาะ​คน​ของ​ผม”

ฟาง​แก้ว​พา​ประดู่​กับ​องศา​เข้า​มา​สมทบ “สปีดโบ๊ตของฉัน​จอด​อยู่​ด้าน​หลัง​เกาะ”

“ประดู่​ขับ​ให้​เอง​ค่ะ” ประดู่​เอื้อม​มือ​ไป​รับ​กุญแจ สร้อยคีรี​มอง​ประดู่​อย่าง​แปลก​ใจ

“นี่​เธอ​กลับ​มา​พูด​ได้​แล้ว​เหรอ”

ประดู่​พยัก​หน้า ฟาง​แก้ว​รีบ​บอก “ไว้​คุย​ทีหลังเถอะ รีบ​หนี​ออก​ไป​เร็ว ตำรวจ​กับ​นักข่าว​มา​ถึงที่​เกาะ​แล้ว”

ส่วน​ใหญ่​รีบ​ออก​ไป​จาก​โกดัง มี​แต่​ลุย​ที่​ยัง​มองหาบอย จน​สร้อย​คีรี​ต้อง​มา​ฉุด​ออก​ไป

ประดู่​ขับ​สปีด​โบ๊ตไป​ขึ้น​ที่​เกาะ​คราม พอ​เดิน​ไปถึง​ล็อบบี้​ก็​เห็น​กริช​ยืน​ถือ​ปืน​อยู่​ด้วย​ท่าทาง​เครียดๆ

“เป็น​ไง​กัน​บ้าง”

“ไม่​เป็น​อะไร​มาก​ครับ​นาย” ลุย​ตอบ แล้ว​หันไปไล่​องศา​กับ​ประดู่​ให้​ไป​ทำ​แผล​แล้ว​พักผ่อน เขา​มี​เรื่อง​จะ​คุย​กับ​นาย​กริช

ooooooo

องศา​ทำ​แผล​ให้​ประดู่​อย่าง​เบามือ ส่วน​เจ้าตัว​นั่ง​เหม่อ​มอง​ไป​นอก​หน้าต่าง​อย่าง​เศร้าๆ พอ​หมอองศา​บอก​ว่า​เสร็จ​แล้ว​เธอ​จึง​หัน​มา​ขอบคุณ องศาดูท่าทาง ประดู่​ก็​รู้​ว่า​คิด​อะไร

“คุณ​เป็น​ห่วง​บอย​ใช่​ไหม​ครับ”

“ประดู่​ไม่​คิด​เลย​ว่า​บอย​จะทำ​แบบ​นี้ บอย​คน​ที่​เคยบอก​ประดู่​ว่า​จะ​ไม่​สู้​กับ​ใคร เพราะ​การ​สู้​กัน มี​แต่​ทำให้​คน​ตายมากขึ้น​เรื่อยๆ แต่​ตอน​นี้​บอ​ยก​ลับ​ทำ​แบบ​นี้​เสีย​เอง”

“ประดู่​เคย​บอก​บอย​มั้ย​ว่า​ประดู่​คิด​ยัง​ไง​กับ​เขา”

“ไม่​มี​ประโยชน์​หรอก บอย​ไม่​เคย​คิด​กับ​ประดู่​มาก​กว่า​เพื่อน​คน​หนึ่ง”

“คน​เรา​ก็​แปลก​นะ สามารถ​รัก​คนคนหนึ่ง​ได้ ทั้งๆที่รู้ว่า​เขา​ไม่​มี​ทาง​จะ​รัก​เรา” หมอ​องศา​ถอน​ใจ

“เรื่อง​ของ​ความ​รัก​มัน​พูด​ยาก​ค่ะ ประดู่​เอง​ก็​ไม่​เข้าใจ​ตัว​เอง​เหมือน​กัน”

“คง​เหมือนกับ​ผม​แหละ ผม​เอง​ก็​เลิก​สนใจ​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง​ไม่ได้​เหมือน​กัน...เอาละ เดี๋ยว​ผม​จะ​พา​ประดู่​ไป​ส่ง​ที่​ห้อง​ก็​แล้วกัน”

“ประดู่​อยาก​ไป​เดิน​เล่น​ค่ะ ยัง​ไม่​อยาก​กลับ​ห้อง นะคะ” ประดู่​มอง​อ้อนๆ องศา​เลย​ต้อง​ตามใจ ประดู่​พา​องศา​ไปที่ชายหาด ชี้​ให้​เขา​ดู​เรือ​ขอ​งบ​อย

“บอย​รัก​เรือ​ลำ​นี้​มาก​ค่ะ ตอน​เด็กๆชอบ​พา​ประดู่​มา​ซ่อน​อา​ลุย​ใน​นี้ ครั้ง​หนึ่ง​เรา​ซ่อน​จน​เผลอ​หลับ​ไป​ทั้ง​คู่ อาลุย​กับ​อา​สร้อย​ต้อง​ให้​คน​งาน​เที่ยว​ตาม​หา​ทั่ว​เกาะ​กลาย​เป็น​เรื่อง​เป็น​ราว​ใหญ่​โต เขา​ชอบ​จินตนาการ​ว่า​มี​โจรสลัด​มา​ล้อมเกาะ ประดู่​ถูก​จับ​ตัว​ไว้​แล้ว​บอย​เอา​เรือ​ลำ​นี้​มา​ช่วย...คิดถึง​ตอนนั้น​แล้ว​ตลก​จัง​เลย”

องศา​ทน​ฟัง​ประดู่​พูด​ถึง​แต่​บอย​ไม่​ไหว โผ​เข้า​กอดเธอ​ไว้​แน่น ประดู่​ตกใจ

“ทุก​ความ​ทรง​จำ​ของ​ประดู่​มี​แต่​บอย”

“ก็​เรา​อยู่​ด้วย​กัน​มา​ตั้งแต่​เด็ก”

“แต่​วัน​นี้​ประดู่​อยู่​กับ​ผม ตรง​นี้ เวลา​นี้​มี​แต่​เรา​สองคน ประดู่​จะจดจำ​ภาพ​ที่​ผม​กอด​คุณ​ไว้​ได้​มั้ย แต่​ก่อน​นี้​ผม​ไม่​รู้​ว่า​คุณ​พูด​อะไร แต่​ผม​ก็​พยายาม​อ่าน​ความรู้สึก​ของ​ประดู่ทางสายตา แล้ว​ผม​ก็​พบ​ว่า​ใน​ความ​เงียบ​นั้น​มี​สิ่ง​หนึ่ง​ที่​เคลื่อนไหว นั่นคือ​เสียง​หัวใจ​ผม​ที่​เต้น​ไม่​เป็น​จังหวะ​เมื่อ​อยู่​ใกล้​ประดู่ ผม...”

“พี่​หมอ​คะ อย่า​เพิ่ง​พูด​อะไร​ที่​จะ​ทำให้​เรา​ต้อง​อึดอัด​มาก​ไป​กว่า​นี้​เลย ได้​โปรด​เถอะ​ค่ะ”

องศา​คลาย​อ้อม​แขน​ด้วย​ความ​เศร้า ประดู่​รู้สึก​ผิด​แต่​ไม่​รู้​จะ​ทำ​ยัง​ไง

ooooooo

ที่​ห้อง​โถง​ของ​รีสอร์ต ลุย​คุย​กับ​กริช​อยู่​พัก​ใหญ่​เรื่อ​งบ​อย กริช​พยายาม​โน้มน้าว​เท่า​ไหร่​ลุย​ก็​ไม่​ยอม​ฟัง​แล้วยัง​พรวดพราด​ลุก​ขึ้น​จะ​เดิน​ออก​ไป สร้อย​คีรี

รีบ​ดึง​เอา​ไว้     เธอ​ไม่​ให้​เขา​ไป​ล่า​ป​กา​ศิต​ด้วย​อารมณ์ แบบนี้  กริช​เห็น​ด้วย​เพราะ​ถ้า​ไป​ตอน​นี้​ก็​เท่ากับ​เดิน
ไป​หาที่ตาย

“ผม​ปล่อย​บอย​ให้​อยู่​กับ​ป​กา​ศิต​ไม่ได้  ผม​ไม่​กลัว ยังไง​ผม​ก็​ต้อง​ไป​อธิบาย​ทุก​อย่าง​ให้​บอย​เข้าใจ”

“อธิบาย​ยัง​ไง ตอน​นี้​บอย​ก็​ไม่​ฟัง​คุณ​หรอก” บุ​ปผาห้าม​อีก​คน

“แล้ว​จะ​ให้​ผม​ทำ​ยัง​ไง ให้​ผม​ทน​เห็น​คน​ที่​ผม​เลี้ยงมา​ต้อง​กลาย​เป็น​พวก​ของ​องค์กร​เหรอ”

บุ​ป​ผา​กับ​สร้อย​คีรี​หน้าเสีย​เพราะ​ใจ​จริง​ก็​ไม่​อยาก​ให้​บอย​ไป​มี​ชีวิต​แบบ​นั้น กริช​ลุก​ขึ้น​เดินมา​กล่อม​อีก

“ลุย แก​ต้อง​ยอม​รับ​ความ​จริง​ที่​เกิด​ขึ้น พูด​อะไร​ไปมัน​ก็​แก้ไข​เรื่อง​ใน​อดีต​ไม่ได้​แล้ว”

“เรา​เลี้ยง​เขา​ได้​แต่​ตัว​นะ​ลุย” สร้อย​คีรี​เข้า​มาลูบ​แขน ลุย​ยิ่ง​สับสน​ด้วย​ความ​ห่วง​บอย​สุดๆ

ประดู่​กับ​องศา​วิ่ง​เข้า​มา​บอก “คุณ​ฟาง​แก้ว​กับท่านอภิชัย​มา​ค่ะ”

อภิ​ชัย​กับ​ฟาง​แก้ว​เดิน​อย่าง​รีบ​ร้อน​ตาม​หลัง​มา ฟางแก้ว​เอ่ย​ปาก “ตอน​นี้​ตำรวจ​กำลัง​เคลียร์​เรื่อง​ที่​เกาะ​มุก พวก​คุณ​ต้อง​หนี​ไป​แล้ว”

“หนี​ไป​ไหน แล้ว​ทำไม​เรา​ต้อง​หนี” บุ​ป​ผา​ตกใจ

“ตอน​นี้​สื่อ​รู้​เรื่อง​องค์กร​ขโมย​แม่พิมพ์​ธนบัตร ผมต้อง​จัดการ​กับ​ทุก​คน​ที่​เกี่ยวข้อง” อภิ​ชัย​พูด​เร็ว​จี๋

“งั้น​คง​ต้อง​หนี​ออก​ต่าง​ประเทศ” กริชสรุป

บุ​ป​ผา สร้อย​คีรี​ และ​ลุย​มอง​หน้า​กัน​ต่าง​คน​ต่าง​เครียด ฟาง​แก้ว​รีบ​บอก

“ฉัน​จะ​หา​ทาง​ทำ​เรื่อง​ให้​พวก​คุณ​หนี​ออก​ไป​เงียบๆ ทั้ง​คุณ​บุ​ป​ผา​และ​สร้อย​คีรี​ด้วย แต่​ต้อง​ไป​กัน​คน​ละ​ทาง”

“และ​ลุย คุณ​ต้อง​เลือก​ว่า​จะ​หนี​ไป​กับ​ใคร” อภิ​ชัยกล่าว​ทิ้งท้าย

เย็น​นั้น​ฟาง​แก้ว​คอย​มอง​ไป​ที่​ชายหาด​อยู่​เรื่อย​เพราะ​จะ​ดู​ว่า​ลุย​ไป​คุย​กับ​สอง​สาว​แล้ว​ตัดสิน​​ใจ​ยัง​ไง เมื่อ​อภิ​ชัย​เดิน​เข้า​มา ฟาง​แก้ว​หัน​มา​ถาม

“พี่​ว่า​ลุย​จะ​เลือก​ไป​กับ​บุ​ป​ผา​หรือ​สร้อย​คีรี​คะ”

อภิ​ชัย​คิด​อยู่​ครู่​หนึ่ง​ก่อน​ตอบ​น้อง​สาว “คน​อย่าง​ลุย​เดา​ใจ​เขา​ยาก​น้อง​ว่า​ไหม เออ แล้ว​ถาม​เรื่อง​นี้​ทำไม​ล่ะ”

“ที่​น้อง​ถาม​เพราะว่า ​การ​ที่​ลุย​เลือก​หนี​ไป​กับ​ใครก็​แสดง​ว่า​เขา​เลือก​ผู้หญิง​คน​นั้น ที่​แล้วๆมา บุ​ป​ผา​และ​สร้อย​คีรี
ดี​กับ​ลุย​เท่าๆกัน ถ้า​ตัว​น้อง​เป็น​ลุย​ก็​คง​ลำบาก​ใจ​เหมือน​กัน”

“เธอ​คง​อยาก​เป็น​หนึ่ง​ใน​สอง​คน​นั้น​ที่​ลุย​เลือก  ​ใช่​ไหม”

ฟาง​แก้ว​ชะงัก​หัน​มอง​หน้า​พี่​ชาย “พี่​หมายความ​ว่ายัง​ไง​คะ”

“พี่​คง​ไม่​ต้อง​แปล​ความ​หมาย คิด​ว่า​เธอ​รู้อยู่​แก่​ใจดี” อภิ​ชัย​มอง​น้อง​สาว​อย่าง​เป็น​ห่วง ฟาง​แก้ว​หลบตา​พี่​ชาย อ้อมแอ้ม​ออก​มา​ว่า

“น้อง​รู้​ว่า​มัน​เป็น​ไป​ไม่ได้ แต่​น้อง​ก็​ห้าม​หัวใจ​ตัว​เอง​ไม่ได้​เช่น​กัน​ค่ะ”

“ลุย​ไม่​ใช่​ผู้ชาย​ที่​ผู้หญิง​ควร​รัก น้อง​ควร​เผื่อ​ใจ​ตัว​เองเอา​ไว้​บ้าง” อภิ​ชัย​เข้า​มา​โอบ​ไหล่​น้อง​สาว​อย่าง​ให้​กำลังใจ

ฟาง​แก้ว​แอบ​ปาด​นํ้า​ตา​ทิ้ง​ก่อน​เงย​หน้า​ขึ้น​มอง​พี่​ชาย​ด้วย​ความ​เศร้า

ooooooo

ที่​ริม​หาด​ด้าน​หลัง​เกาะ​คราม  ลุย​นั่ง​พิง​ก้อน​หิน​เหยียด​ขา​บน​ทราย​ด้วย​สีหน้า​เคร่งขรึม  บุ​ป​ผา​เดิน​เข้า​มา​หา​แล้ว​โพล่ง​คำ​พูด​ออก​มา

“ลุย ไป​กับ​ฉันนะ​คะ ความ​จริง​ฉัน​ไม่​ควร​ขอ​อะไร​จาก​คุณ แต่​ฉัน​รู้​ว่า​คุณ​กำลัง​เจ็บปวด​เรื่อ​งบ​อย ฉัน​ทน​เห็น​คุณ​ทรมาน​อยู่​คน​เดียว​ไม่ได้”

ลุย​อึ้ง​เพราะ​ไม่​คิด​ว่า​บุ​ป​ผา​จะ​ขอ​ให้​เขา​ไป​กับ​เธอ จึง​อึก​อัก “เอ้​อ แต่​ผม...”

บุ​ป​ผา​ยกมือ​ห้าม “ฟัง​ฉัน​ให้​จบ​ก่อน​ค่ะ​ลุย” เธอ​ทรุด​ลง​นั่ง​แล้ว​จับ​มือ​เขา​มา​กุม​ไว้ “ฉัน​ยอม​ทิ้ง​ทุก​อย่าง​ใน​ชีวิต​เพื่อ​หนี​ไป​จาก​ที่​นี่ แต่​อย่า​ให้​ฉัน​ต้อง​ทิ้ง​หัวใจ​ของ​ฉัน​อีก​เลย​นะ​คะ”

ลุย​มอง​หน้า​เธอ​เขม็ง เขา​เห็น​ความ​รัก​ของ​เธอ​ที่​มี​ต่อ​เขา​ท่วมท้น​อยู่​ใน​ดวงตา​คู่​นั้น ทั้ง​รู้สึก​สงสาร​และ​รัก​เธอ​อย่าง​จับใจ​เลย​ดึง​เข้า​มาก​อด​เอา​ไว้ บุ​ป​ผา​ร้องไห้​โฮ

“ไป​กับ​ฉันนะ​คะ​ลุย หนี​ไป​กับ​ฉัน”

ลุย​กอด​เธอ​นิ่งๆ   ไม่​ยอม​ตอบ​อะไร   เพราะ​ตอน​นี้​ตัว​เอง​ก็​ไม่​รู้​ว่า​ต้อง​ตัดสินใจ​อย่างไร​ดี  เขา​เงย​หน้า​มอง​ไป​ที่​ชายหาด  เห็น​สร้อย​คีรี​กำลัง​เดิน​เข้า​มา​หา  พอ​มา​ถึง​เธอ​ก็​เอ่ย​ออก​มา​ว่า

“ฉัน​ไม่ได้​ตั้งใจ​มา​ขัดจังหวะ แต่​ฉัน​มี​เรื่อง​มา​คุย​ด้วย เธอ​ไม่​ต้อง​ไป​ไหน​หรอก​บุ​ป​ผา” สร้อย​คีรี​ร้อง​ห้าม เมื่อ​บุ​ป​ผา ​ขยับ​ตัว แล้ว​หัน​ไป​พูด​กับ​ลุย​ต่อ “สิบ​ปี​ที่​ผ่าน​มา พิสูจน์​ให้​คุณ​ได้​เห็น​ความ​รัก​ของ​ฉัน​บ้าง​ไหม”

“ผม​เห็น​ทุก​สิ่ง​ที่​คุณ​ทำ​เพื่อ​ผม”

“แล้ว​มัน​มี​ค่า​พอ​ที่​ฉัน​จะ​ขอ​ให้​คุณ​ทำ​อะไร​บาง​อย่าง​เพื่อ​ฉัน​ได้​หรือ​เปล่า”

“ได้​สิ เพื่อ​เพื่อน​ที่​ดี​ที่สุด​ใน​ชีวิต ผม​ทำให้​ได้”

ฟัง​คำ​ตอบ​ของ​ลุย​แล้ว​บุ​ป​ผา​เบือน​หน้า​หนี คิด​ว่า​สร้อย​คีรี​คง​ขอ​ลุย​เหมือน​ที่​เธอ​ขอ ไม่​อยาก​ได้ยิน​คำ​นี้​เลย แต่​สร้อย​คีรี​กลับ​บอก​ลุย​ว่า

“ฉัน​ขอ​ให้​คุณ​ทิ้ง​ทุก​อย่าง​ไว้ แล้ว​หนี​ไป​จาก​ที่​นี่​เสีย หนี​ไป​กับ​บุ​ป​ผา”

“อ้าว ทำไม​เธอ​ถึง​ขอ​ให้​ลุย​หนี​ไป​กับ​ฉัน​ล่ะ” บุ​ป​ผา ​ร้อง​อย่าง​ผิด​คาด

“ก็​เพราะว่า​สิบ​ปี​ที่​ผ่าน​มา ฉัน​เห็น​ตลอด​ว่า​ใน​หัวใจ​ของ​ลุย​มี​แต่​ผู้หญิง​ที่​ชื่อ​ไทร​งาม แต่​ยัง​ดี​ที่​เขา​ยัง​มี​พื้นที่​ให้​ฉัน​ใน​หัวใจ​บ้าง ถึง​มัน​จะ​เป็น​เพียง​พื้นที่​ของ​เพื่อน​คน​หนึ่ง” สร้อย-​คีรี​กลืน​นํ้า​ตา​ตัว​เอง​ไม่​ให้​ไหล​ออก​มา มอง​หน้า​ลุย

“ขอบคุณ​นะ​ลุย​ที่​คุณ​เห็น​ฉัน​สำคัญ​เสมอ หลาย​ครั้ง​ที่​คุณ​เลือก​ฉัน​ก่อน แม้​กระทั่ง​วัน​นี้​คุณ​ก็​เลือก​ที่​จะ​ดึง​ตัว​ฉัน​ให้​พ้น​จาก​ระเบิด​ก่อน แต่...ลุย​เลือก​ที่​จะ​เอา​ตัว​เอง​ปกป้อง​เธอ​บุ​ป​ผา แม้​เขา​จะ​เลือก​ช่วย​เธอ​ทีหลัง​ก็​จริง แต่​เขา​ช่วย​เธอ​ด้วย​ชีวิต​ของ​เขา”

ทั้ง​ลุย​และ​บุ​ป​ผา​สะอึก​เมื่อ​ได้​ฟัง​ถ้อยคำ​จาก​หัวใจ​ของ​ผู้หญิง​แกร่ง​และ​รับ​รู้​ถึง​การ​ตัดสินใจ​ของ​เธอ สร้อย​คีรี​ยํ้าอีก​ครั้ง

“หนี​ไป​นะ​คะ​ลุย ฉัน​ขอ​แค่​ให้​คุณ​หนี​ไป​จาก​ที่​นี่​ก็​พอ ทิ้ง​อดีต​ทั้งหมด​ไว้​ที่​บ้าน​หาด​ทราย​ขาว และ​ออก​ไป​ทันที​เลย”

“แต่ บ้าน​หลัง​นั้น” ลุย​ยัง​ตัดใจ​จาก​ไป​ไม่ได้ เพราะ​คิด​อยู่​เสมอ​ว่า​มี​ไทร​งาม​กับ​ทอม​อยู่​ที่​บ้าน​นั้น

“ทอม​กับ​ไทร​งาม​ไม่ได้​อยู่​ที่​นั่น ทุก​อย่าง​เป็น​แค่​จินตนาการ​ของ​คุณ​เท่านั้น รีบ​ไป​ซะ แต่​อย่า​กลับ​ไป​ที่​บ้าน​หาด​ทราย​ขาว​อีก​เป็นอันขาด”

“เอ้​อ ขอ​เวลา​ผม​อยู่​กับ​ตัว​เอง​สัก​พัก แล้ว​ผม​จะ​ให้​คำ​ตอบ​กับ​พวก​คุณ”

“ได้​ค่ะ แต่​คุณ​ไม่​มี​เวลา​มาก​นัก​นะ​คะ”

ลุย​ลุก​ขึ้น พยัก​หน้า​ให้​สอง​สาว​แล้ว​เดิน​จาก​ไป สอง​คน​มอง​ตาม​ด้วย​หัวใจ​เศร้า​เหมือนๆกัน

ลุย​ไป​ที่​บ้าน​หาด​ทราย​ขาว​จริงๆดัง​สร้อย​คีรี​คาด ไป​นั่ง​มอง​ต้น​มะลิ​และ​ต้น​ส้ม​ที่​ปลูก​เอา​ไว้​ด้วย​สีหน้า​คิด​ไม่​ตก ใน​ใจ​คิดถึง​คำ​สัญญา​ที่​เคย​ให้​ไว้​กับ​ไทร​งาม​ว่า​เขา​จะ​วางมือ​เพื่อ​ใช้​ชีวิต​สงบ​สุข​กับ​เธอ​และ​ลูก จน​มา​พบ​ที่​แห่ง​นี้​และ​ได้​ลงมือ​สร้าง​บ้าน​และ​ปลูก​มะลิ​กับ​ส้ม แต่​วัน​นี้​ก็​จะ​ต้อง​หนี​ไป​เริ่ม​ต้น​ใหม่​อีก​แล้ว เขา​ไม่​รู้​ว่า​จะ​ทำ​ยัง​ไง​ดี ทันใดนั้น​หู​ก็​แว่ว​ได้ยิน​เสียง​ไทร​งาม​ร้อง​เรียก ลุย​หัน​ไป​มอง​เห็น​ไทร​งาม​เดิน​ยิ้ม​หวาน​เข้า​มา​หา เขา​คว้า​ตัว​เธอ​มาก​อด​อย่าง​ดีใจ

“คุณ​กลับ​มา​หา​ผม​จริงๆไทร​งาม”

“ฉัน​คิดถึง​คุณ​ค่ะ” เสียง​ไทร​งาม​เศร้า​อ​ย่าง​บอก​ไม่​ถูก

“ผม​ก็​คิดถึง​คุณ​กับ​ทอม​มาก”

“สัญญา​ได้​ไหม​คะ ว่า​คุณ​จะ​ไม่​ลืม​ฉัน​กับ​ลูก”

“ผม​ไม่​มี​วัน​ลืม คุณ​กับ​ลูก​คือ​ความ​ทรง​จำ​ที่​ดี​ที่สุด​ใน​ชีวิต​ผม” ลุย​คิด​ว่า​เขา​เห็น​สร้อย​คีรี​และ​บุ​ป​ผา​เดิน​เข้า​มา​หา สาม​คน​เข้า​มา​ดึง​ตัว​เขา​คน​ละ​ด้าน ต่าง​คน​ต่าง​อ้อนวอน​ให้​เขา​เลือก​เธอ

ลุย​สับสน​ไม่​รู้​จะ​ตัดสินใจ​ยัง​ไง จะ​เลือก​คน​นั้น​ก็​คิดถึง​ความ​ดี​คน​นี้ วุ่น​ไป​หมด​จน​ลุก​พรวด​ขึ้น​นั่ง​อย่าง​ตกใจ หัน​ไป​มอง​รอบๆปรากฏ​ว่า​ตัว​เอง​นอน​อยู่​ข้าง​ต้น​มะลิ​และ​หลับ​ไป​จน​ฝัน​ออก​มา​เป็น​เรื่อง​เป็น​ราว

ส่วน​สร้อย​คีรี​กับ​บุ​ป​ผา​นั่ง​รอ​การก​ลับ​มา​ของ​ลุย​ด้วย​อาการ​กระสับกระส่าย ฟาง​แก้ว​เดิน​เข้า​มา​ทัก

“คุณ​สอง​คน​กังวล​กับ​คำ​ตอบ​ของ​ลุย​ใช่​มั้ย ให้​เวลา​เขา​หน่อย​นะ การ​ไป​จาก​สถาน​ที่​ที่รัก​และ​ผูกพัน​มัน​คง​ตัดสินใจ​ลำบาก”

“คุณ​ฟาง​แก้ว​เข้าใจ​ลุย​ด้วย​เหรอ​คะ” บุ​ป​ผา​ถาม​อย่าง​แปลก​ใจ ส่วน​สร้อย​คีรี​มอง​อย่าง​รู้ทัน เอ่ย​ออก​มา​ตรงๆว่า

“ผู้ชาย​มี​เสน่ห์​อย่าง​ลุย ใคร​อยู่​ใกล้​ก็​ต้อง​หลงใหล​เป็น​ธรรมดา”

“ฉัน​ไม่ได้​คาด​หวัง​อะไร การ​ได้​เห็น​เขา​มี​ความ​สุข​กับ​คน​ที่​เขา​รัก ฉัน​ก็ดี​ใจ​แล้ว”

ฟาง​แก้ว​กับ​สร้อย​คีรี​หัน​ไป​มอง​บุ​ป​ผา​พร้อม​กัน ทำให้​เธอ​ชัก​ร้อนตัว

“อย่า​ทำให้​ฉัน​รู้สึก​ว่า​เป็น​นักโทษ​แบบ​นี้​สิ” อุทธรณ์​ออก​มา​เขินๆ

สร้อย​คีรี​พยัก​หน้า “ถ้า​ลุย​เลือก​บุ​ป​ผา ฉัน​ก็​ยินดี เพราะ​สิ่ง​เดียว​ที่​ฉัน​ต้องการ​คือ​ให้​ลุย​หนี​ไป​จาก​ที่​นี่​เท่านั้น”

บุ​ป​ผา​ฟัง​แล้ว​ปลงตก   “ไม่​ว่า​จะ​เป็น​รัก​ที่​พลัดพราก รัก​ที่​เสียสละ  รัก​ที่​ไม่​มี​วัน​สม​หวัง  สุดท้าย​มัน​คือ​คำ​ว่า​รัก​เหมือน​กัน”

“ใช่ หวัง​ว่า​ลุย​จะ​เลือก​รัก​ที่​ดี​ที่สุด​สำหรับ​เขา” ฟางแก้ว​ยิ้ม​ให้​สอง​สาว ซึ่ง​ได้​รับ​การ​ยิ้ม​ตอบ​อย่าง​จริงใจ

ooooooo

พวก​ป​กา​ศิต​มา​กัน​แล้ว​และ​กำลัง​ขับ​เรือ​วน​ดู​รอบ​เกาะ​อยู่  ท้าย​ที่สุด​บอย​ก็​พา​เรือ​มา​จอด​ใกล้​ปาก​ถ้ำ  ซึ่ง​ตอน​นี้​น้ำ​ทะเล​ขึ้น​สูง​จน​มอง​ไม่​เห็น​ทาง​เข้า  พัก​ใหญ่ๆ เรือ​ที่​เมธา​นั่ง​มา​ก็​มา​จอด​เทียบ เขา​เดิน​ขึ้น​มา​บน​เรือ​ป​กา​ศิต​พลาง​รายงาน

“ผม​ให้​คน​ขับ​เรือ​วน​ดู​รอบๆ เกาะ​นี้​สอง​สาม​รอบ​แล้ว ไม่​มี​ทาง​เข้า​หาด​ทราย​ขาว​เลย” บอก​กับ​ป​กา​ศิต​เสร็จ​ก็​หัน​หน้า​ไป​จ้อ​งบ​อ​ยอ​ย่าง​เอาเรื่อง แต่​บอย​ตอบ​เสียง​เรียบ

“ทาง​เข้า​อยู่​ตรง​หน้า​นี่แหละ แต่​ตอน​นี้​น้ำขึ้น เรือ​ไม่​มี​ทาง​เข้าไป​ได้”

“อ้าว แล้ว​จะ​เข้าไป​ที่​บ้าน​ไอ้​ลุย​ได้​ยัง​ไง​ล่ะ” ป​กา​ศิต​เริ่ม​หัวเสีย

“นั่น​สิ​ครับ ไม่​มี​ทาง​อื่น​เลย​ครับ​อา ผม​วน​ไป​ทาง​ด้าน​หลัง​เกาะ​ก็​ไม่​มี” เมธา​พยายาม​เพิ่ม​เชื้อ​โมโห​ให้​ป​กา​ศิต บอย​หัวเราะ เมธา​หัน​ไป​มอง​ตาขวาง​คิด​ว่า​หัวเราะ​เขา แต่​น็อต​ชิง​พูด​ขึ้น​ก่อน

“ด้าน​หลัง​เกาะ​คือ​ที่​เรา​จอด​เรือ​อยู่​นี่แหละ​ค่ะ”

เมธา​รู้สึก​โดน​หักหน้า​แต่​พูด​ไม่​ออก ได้​แต่​ทำ​ตา​ปะ​หลับ​ปะ​เหลือก​ใส่​น็อต ป​กา​ศิ​ตรี​บ​ถาม​ถึง​ทาง​อื่น​ว่า​มี​ไหม

“มี...ทาง​เข้าไป​บ้าน​หาด​ทราย​ขาว​ยัง​มี​อีก​ทาง แต่​คน​ฉลาด​เท่านั้น​ถึง​จะ​เข้าไป​ได้” บอย​พูด​แล้ว​หัน​ไป​มอง​เมธา​เยาะๆ ทำให้​คน​ถูก​มอง​เข่น​เขี้ยว​เคี้ยวฟัน​ใส่ บอย​ไม่​สน เดิน​ไป ​ขับ​เรือ​พา​ทุก​คน​ไป​ทาง​หน้า​ถํ้า พลาง​อธิบาย​เมื่อ​ลอด​ถํ้า​เข้าไป

“ทาง​เข้า​หน้า​ถ้ำ ก็​เหมือน​เป็น​ทาง​ลอด​เข้าถ้ำ​ทั่วไป แต่​จริงๆแล้ว อา​ลุย​วาง​กับ​ดัก​ไว้​แทบ​ทุก​จุด”

ภายใน​ถ้ำ​มืด​สนิท บอย​หยุด​เรือ “ใน​ถ้ำ​นี้​มืด​มาก แต่​อา​ลุย​ติด​กระจกเงา​เอา​ไว้ ถ้า​เรือ​ลำ​ไหน​เปิด​ไฟ แสง​จะ​สะท้อน​ไป​ทั้ง​ถ้ำ และ​พวก​มัน​จะ​ออก​มา​ก่อกวน ตอน​นี้​ทุก​คน​รีบ​หมอบ​ลง​เร็ว” เขา​สั่ง​แล้ว​เปิด​ไฟ​เรือ​ฉาย​กราด​เข้าไป ทันที​ที่​แสง​ไฟ​กระทบ​กระจกเงา ฝูง​ค้างคาว​จำนวนนับ​ไม่​ถ้วน​กระพือ​ปีก​บิน​ออก​มา​เสียง​ดัง​ไป​ทั้ง​ถ้ำ ฟัง​น่า​สยดสยอง​มาก พวก​ป​กา​ศิต​อึ้ง ก้ม​ลง​หมอบ​อยู่​ท่า​นั้น​จน​ฝูง​ค้างคาว​บิน​ออก​ไป​หมด​แล้ว​ค่อยๆลุก​ขึ้น บอย​พา​เรือ​ไป​ต่อ​อีก​หน่อย​ก็​หยุด

“อา​ลุย​วาง​ระเบิด​ไว้​ใต้​น้ำ​เต็ม​ไป​หมด ลอง​มอง​ดู​ซิ เห็น​เอ็น​ที่​ถูก​ขึง​เอา​ไว้​ทั่วไป​หมด​ไหม นั่น​ละ​ระเบิด​ทั้งนั้น ถ้า​เรา​ว่ายน้ำ​เข้าไป​ไม่​เจอ​ระเบิด​ก็​คง​หมด​แรง​จม​น้ำ​ก่อน​ถึง​บ้าน​อา​ลุย​แน่ๆ  โน่น​ตรง​นั้น​มี​เรือ​ยาง  เรา​พาย​เรือ​ยาง​เข้าไป​แบบ​นี้ จะ​ทำให้​เรา​ปลอดภัย​จาก​ระเบิด​แน่ๆ ไม่​ต้อง​เสีย​แรง​ว่ายน้ำ​ด้วย”

บอย​เป็น​คน​พาย​เรือ​ยาง​เอง จน​ใกล้​บ้าน​ลุย ป​กา​ศิต​ยิ้ม​อย่าง​สะใจ

ooooooo

ที่​เกาะ​คราม​เวลา​เดียวกัน​นี้ สร้อย​คีรี บุ​ป​ผา​และ​ประดู่​พา​กัน​มา​เคาะ​ห้อง​นอน​ลุย ร้อง​เร่ง​ให้​เขา​ตัดสินใจ​ได้​แล้ว​จะ​เสีย​เวลา​มาก​กว่า​นี้​ไม่ได้​อีก แต่​ไม่​มีเสียง​ตอบ สร้อย​คีรี​เลย​ไป​เอา​กุญแจ​ที่​เคาน์เตอร์​มา​เปิด ทั้ง​สาม​คน​อึ้ง​เมื่อ​เจอ​แต่​ห้อง​ว่าง​เปล่า ประดู่​วิ่ง​ไป​ถาม​พวก​พนักงาน​พัก​เดียว​ก็​กลับ​มา​บอก​ว่า

“อาสร้อยคะ เด็กในโรงแรมบอกว่าเห็นอาลุยเอาสปีดโบ๊ตหลังรีสอร์ตออกไปไหนไม่ทราบค่ะ”

“ลุยต้องไปตามล่าตัวปกาศิตเพื่อหาบอยแน่ๆ” บุปผาร้องออกมา

สร้อยคีรีนิ่วหน้าแล้วบอกว่า “ถ้าจะไปคงไม่ไปตัวเปล่า ลุยต้องไปเอาอาวุธทั้งหมดที่เก็บเอาไว้ก่อน”

“ที่ไหน”

“บ้านหาดทรายขาว” สร้อยคีรีเสียงกร้าว สองคนจูงมือกันวิ่งไปที่ท่าเรือ โดดลงเรือเร็วโดยบุปผาเป็นคนแก้เชือก สร้อยคีรีรีบไปสตาร์ตเครื่อง เรือพุ่งออกจากท่าไปอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นห่วงลุย

“เกาะหาดทรายขาวอยู่อีกไกลไหม” บุปผาตะโกนถาม

“ไม่เกินสิบนาทีหรอก”

“หวังว่าพวกเราคงไปทัน” บุปผาพูดอย่างปลอบใจ

ตัวเอง ทันใดนั้นมีเสียงกุกกักด้านท้ายเรือ สร้อยคีรีหันขวับตะโกนถาม

“ใครอยู่ที่นั่น”

ประดู่โผล่ออกมาจากที่ซ่อน ยิ้มเจื่อนๆ สองสาวตกใจ แต่ไม่รู้จะแก้สถานการณ์ยังไง

ส่วนที่เกาะ องศาถือจดหมายของประดู่วิ่งไปบอกพวกผู้ใหญ่หน้าตาตื่น “น้าบุปผากับน้าสร้อยไปตามอาลุยที่เกาะหาดทรายขาว ประดู่ทิ้งจดหมายไว้ก่อนแอบตามไปอีกคน”

ฟางแก้วรับจดหมายจากองศามาอ่านโดยอภิชัยที่ยืนอยู่ใกล้ๆอ่านไปด้วย อ่านจบอภิชัยบ่นออกมา

“ถ้าพวกปกาศิตซุ่มอยู่ที่เกาะหาดทรายขาว สี่คนนั้นจะไม่ปลอดภัยแน่”

“นั่นน่ะซิ บอยกับพวกองค์กรรอเวลาแก้แค้นลุยอยู่แล้ว” ฟางแก้วเห็นด้วย

“นี่แหละครับที่ประดู่ตามไปก็เพราะอยากพูดให้บอยเปลี่ยนใจ”

“แต่การตายของลุยเท่านั้นที่จะเปลี่ยนความแค้นในใจบอยได้” กริชพูดอย่างเข้าใจ

“ผมจะตามไปช่วยประดู่” องศาตัดสินใจ

“เสี่ยงอยู่นะ แต่ก็ไม่มีทางเลี่ยงดีกว่านี้” ฟางแก้วมองหน้าพี่ชายอย่างขอความเห็น อภิชัยพยักหน้า

“คงถึงเวลาของการเผชิญหน้ากันแล้ว เราต้องตัดสินใจก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป”

ooooooo

ลุยขึ้นจากเรือแล้วรีบเดินตัดชายหาดไปที่บ้าน เขาไม่รู้ว่ามีสายตาลึกลับหลายคู่กำลังติดตามดูพฤติกรรมของเขาอยู่ พักเดียวก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในสายตาของใครบางคน ลุยชะงักหันไปมองรอบๆ แต่ไม่เห็นอะไรผิดปกติจึงรีบเดินต่อ

เข้าบ้านแล้วเขารีบไปเปิดลิ้นชักที่เก็บอาวุธ แต่ต้องชะงักเพราะลิ้นชักว่างเปล่า ลุยเอะใจรีบไปเปิดดูในตู้และช่องลับหลังชั้นหนังสือ ทุกที่ว่างหมด เขาครางออกมา “อาวุธหายไปไหนหมด”

ทันใดนั้น สมุนปกาศิตที่ซ่อนตัวในมุมต่างๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นยิงกราดใส่ลุยไม่ยั้ง จนข้าวของในบ้านพักกระจุย ลุยโดดหลบห่ากระสุนได้อย่างหวุดหวิด เจ้าคนหนึ่งใจกล้าโดดเข้าล็อกคอลุยข้างหลัง ยื้อยุดฉุดกันครู่เดียวก็โดนลุยเด็ดชีพพร้อมกับเพื่อนมันอีกคนหนึ่งที่เข้ามาช่วย โชคดีที่ปืนคู่ใจอยู่ในตัวตลอดเวลา ลุยยิ้มอย่างพอใจและต้องหุบยิ้มกะทันหัน เพราะบอย เมธา และสมุนอีกหลายคนปรากฏตัวขึ้น ทุกคนนอกจากบอยช่วยกันยิงใส่เขา บอยจ้องหน้าลุยเขม็ง เสียงเมธาตะโกนสั่ง

“ไอ้บอย อาวุธไอ้ลุยถูกยึดไว้หมดแล้ว รีบฆ่ามันซะ”

บอยยกปืนจะยิงลุย ลุยตัดสินใจกระโดดออกทางหน้าต่างท่ามกลางเสียงกระสุนยิงตาม

ด้านหลังเกาะหาดทรายขาว ประดู่กำลังเดินตามอ้อนวอนบุปผากับสร้อยคีรีที่ให้เธออยู่เฝ้าเรือโดยบอกว่าที่นี่อันตรายสำหรับเธอ ประดู่มองบุปผาอย่างเสียใจ พลางบอกว่าเธอสัญญาว่าจะระวังตัวอย่างที่สุด

“ตอนนี้อยู่หรือกลับไปก็มีค่าเท่ากันแล้วล่ะสร้อย”

บุปผาบอกเพื่อนสาวสร้อยคีรีกวาดตามองพื้นทรายแล้วตะโกนออกมา

“ระเบิด หลบเร็ว” บุปผาคว้าตัวประดู่หมุนหลบไปทางหนึ่ง สร้อยคีรีไปอีกทางหนึ่ง เสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้ง ทรายปลิวว่อน
ลุยที่กำลังวิ่งหนีพวกนั้นมาได้ยินชักสังหรณ์ แต่เสียงเมธาที่ตะโกนให้ลูกน้องไล่ยิงเขา ทำให้เขาไปยังจุดที่ระเบิดไม่ได้

ทางด้านบุปผาและสร้อยคีรีหลังจากระเบิดเงียบแล้วก็ลุกขึ้นจะพาประดู่หลบไปอีกทาง สร้อยคีรีร้องบอกให้บุปผา
พาประดู่หลบไปก่อน เธอจะช่วยยิงสกัดให้ บุปผาคว้าแขนประดู่กระชากให้วิ่งตาม สมุนปกาศิตไล่ยิงไม่ยั้ง

แม้ว่าจะเก่งกล้าสักเพียงไหน แต่ในท่ามกลางฝูงหมาป่ากระหายเลือดที่ตามล่าอย่างบ้าคลั่งและยังมีประดู่เป็นห่วงผูกคออีกคนหนึ่ง ท้ายที่สุดทั้งสามคนก็ถูกจับ กระทั่งน็อตที่ปกาศิตผู้พ่อลากมาด้วยจะพยายามช่วยขัดขวางต้องถูกจับไปอีกคน เธอตะโกนบอกพวกของลุย

“บอยกำลังตามล่าตัวอาลุยค่ะ”

ปกาศิตเข้าไปตบหน้าลูกสาว “หุบปากของแกซะ นังลูกไม่รักดี”

“พวกเด็กๆไม่เกี่ยวข้องกับบาปกรรมของผู้ใหญ่” สร้อยคีรีตะโกนว่าปกาศิต

“น้าบุปผากับน้าสร้อยรีบหนีไปค่ะ ไม่ต้องห่วงหนู” ประดู่ตะโกนบอก

“เออ...พวกผู้หญิงของลุย หล่มสัก ใจเด็ดทุกคนเลยนะ” ปกาศิตพยักหน้าหงึกๆ

ooooooo

ขณะที่บนเกาะกำลังสู้กันอย่างดุเดือด เรือเร็วของฟางแก้วและเรือตำรวจอีกสามลำกำลังชะลอความเร็วแล่นเลาะมาตามริมผาเพื่อหาทางเข้าเกาะหาดทรายขาว อภิชัยบ่นพึมไม่รู้ว่าทางเข้าเกาะอยู่ตรงไหน

“เรามาช้า น้ำขึ้นปิดทางเข้าเกาะทางถ้ำแล้วค่ะ เราคงต้องแล่นเรือทวนกระแสน้ำอ้อมไปทางด้านหลังเกาะกัน คงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง”

“หา...ถึงเวลานั้นลุยกับพวกยังจะมีชีวิตอยู่หรือเปล่าเนี่ย” อภิชัยร้องอย่างกลัดกลุ้ม

ooooooo

เมธาไล่ลุยไปตามแนวป่า มีพวกลูกน้องวิ่งตามไปด้วย ลุยอาศัยชั้นเชิงที่เหนือกว่าหลอกล่อเมธาจนหัวหมุน ขณะเดียวกันก็เก็บพวกลูกน้องของมันไปทีละคนสองคน จนเหลือกันตัวต่อตัว พอเข้าใกล้เมธานึกว่าหมูแล้วคราวนี้ แต่เจอเอาหมูเขี้ยวตัน เพราะลุยพลิกตัวเอาปืนจ่อหัวมันไว้

“ฝีมือนับว่าใช้ได้ แต่ว่ายังต้องฝึกอีกเยอะ”

ทันใดนั้นได้ยินเสียงปืนดังเปรี้ยงหลายนัดพร้อมเสียงปกาศิตตะโกนหา

“ไอ้ลุย แกอยู่ที่ไหน ออกมาดูเป้ากระสุนใหม่ของฉันสิวะ ฮ่าๆๆ”

“อย่าออกมานะลุย มันเป็นกับดัก” เสียงบุปผาตะโกนแทรก

เสียงปืนดังกลบเสียงบุปผาอีกเปรี้ยง หัวใจลุยกระตุกวูบ เมธาหัวเราะสะใจ ลุยกระชากคอเสื้อเมธาวิ่งไปทางเสียงปืน

ที่หน้าบ้านพักของลุย ประดู่ สร้อยคีรี และบุปผาถูกมัดติดกับระเบิดยืนอยู่กลางลานกว้าง ส่วนน็อตถูกสมุนปกาศิตอีกคนคุมตัวไว้ เธอพยายามอ้อนวอนพ่อตัวเอง

“ปล่อยพวกเขาไปเถอะค่ะคุณพ่อ หยุดสร้างบาปได้แล้ว”

“แกนั่นแหละ หยุดทำตัวเป็นลูกเลวเข้าข้างศัตรูสักที”

บอยเดินเข้ามาสมทบ เขาชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อมองพวกบุปผาแล้วก็วางสีหน้าเรียบ ปกาศิตถามถึงเมธา เสียงลุยบอกว่าอยู่ที่นี่ แล้วลากเมธาเข้ามาพร้อมปืนจ่อหัว

“เรื่องนี้เป็นความแค้นระหว่างฉันกับองค์กร ปล่อยทุกคนไปซะ”

ปกาศิตหัวเราะเย้ย “ความแค้นมันถูกเปลี่ยนมือแล้วเว้ยถามคนที่แกฆ่าพ่อเขาดีกว่าว่าอยากปล่อยใครไหมตอนนี้ฉันก็เพียงแต่เปิดโอกาสให้ลูกไอ้เดือนสะสางความแค้นต่อหน้าฉัน”

“อย่าทำร้ายอาลุยนะบอย อาลุยรักเธอมากนะ” ประดู่อ้อนวอน

บอยชำเลืองดูประดู่แวบหนึ่งแล้วไม่สนใจ ชักปืนออกมาเล็งไปที่ลุย ลุยผลักเมธาออก ลดปืนลงยืนนิ่งไม่มีวี่แววว่าจะตอบโต้บอย ทุกคนเงียบไปหมด ใจระทึกรอดูการแก้แค้นตาไม่กะพริบ

“ชักปืนออกมา พิสูจน์กันให้รู้ไปข้างหนึ่งว่าใครจะมีชีวิตอยู่ต่อไป” บอยตวาดลั่น

ลุยมองหน้าบอยโดยไม่ตอบอะไรแม้แต่คำเดียว แทนที่จะชักปืน ลุยกลับก้มลงวางปืนลงกับพื้นด้านหน้าตัวเองแล้วหลับตา

“เฮ้ยๆ ทำแบบนี้ได้ยังไง” ปกาศิตร้องลั่น

ลุยพูดกับบอยทั้งที่ยังหลับตาอยู่ “บอย อาพร้อมที่จะชดใช้กรรมที่ทำ ตัดสินใจทำตามที่บอยต้องการเถอะ”

บอยชะงักที่ลุยไม่สู้ แต่ปกาศิตชักปืนยิงเปรี้ยงไปทางกลุ่มของสร้อยคีรี ตะโกนเหมือนคนเสียสติว่า

“ถ้าแกไม่สู้กับบอยจนตายไปข้างหนึ่ง นัดต่อไปฉันยิงพวกมันไม่พลาดแน่ เร็ว!” สิ้นเสียงปกาศิต บอยยิงใส่ลุยทันที ลุยกระโจนหลบกลิ้งไปหยิบปืนขึ้นยิงสวนไปสามนัด ฝุ่นข้างตัวบอยฟุ้งกระจาย คนที่ดูอยู่ต่างรู้ว่าลุยแค่ยิงให้เฉี่ยวเท่านั้น สร้อยคีรีกระซิบกับบุปผา

“ลุยไม่มีวันยิงบอย ระยะแค่นี้ไม่มีวันพลาด ถ้าลุยไม่ตั้งใจให้พลาด เขาเจตนาจะเป็นเป้านิ่งให้บอยไล่ยิงพร้อมๆ กับหาทางช่วยพวกเรา บอยไม่มีทางเป็นอันตรายจากกระสุนของลุยแน่นอน”

ทุกคนอ่านเกมของลุยออก มีแต่บอยซึ่งมีความแค้นอยู่เต็มเปี่ยมไม่ได้ฉุกคิดอะไรทั้งสิ้น เขาเปิดฉากยิงใส่ลุยอีกทันที ลุยก้มตัวหลบแล้วหยิบปืนที่วางไว้ผละเข้าป่าไป โดนลูกชายของเดือนไล่ตามยิงไม่ลดละ

ปกาศิตบอกตัวเองอย่างสะใจว่า ลุยสร้างอาวุธขึ้นมาสังหารตัวเอง แต่เมธากลับแย้ง

“แน่ใจได้ยังไงว่าไอ้บอยจะฆ่าไอ้ลุย”

“ฉันไม่เคยแน่ใจหรอก แต่แกน่าจะรู้นะว่าตอนนี้ควรจะทำอะไร เมธา” ปกาศิตพูดแค่นี้ เมธาก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ หันไปหยิบปืนยาวจากมือลูกน้องแล้ววิ่งตามลุยกับบอยไป

บุปผาพูดกับสร้อยคีรีเมื่อเห็นดังนั้น “ปกาศิตยืมมือบอยฆ่าลุย”

“ฉันรู้ แต่ต่อให้ลุยตาย พวกมันก็ไม่มีทางปล่อยพวกเราทุกคนหรอก”

ooooooo

การต่อสู้ของลุยกับบอยตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นการเตะต่อย เพราะบอยเห็นลุยไม่ยอมใช้ปืนกับเขา จึงยิ่งโมโห คิดว่ายังไงตัวเองก็หนุ่มกว่า ใช้เพียงมือกับขาก็คงเอาชนะลุยได้ แต่ผิดคาดอีก เพราะหลายครั้งที่บอยพลาดแล้วลุยไม่ซํ้าเติม เพียงแค่ประคองตัวเองให้พ้นมือตีนของบอยเท่านั้น

“ตอบโต้อะไรบ้างซี่” บอยขัดใจร้องลั่น

ลุยไม่โต้ตอบทั้งถ้อยคำและมือเท้า ปกาศิตทนไม่ไหว จึงส่งสายตาให้เมธาจัดการกับลุยหรือบอยก็ได้ คนรับสัญญาณยิ้มเหี้ยม กะว่าต้องฆ่าบอยก่อนจึงเล็งไปที่นั่น ลุยซึ่งหันหน้าไปทางเมธา เห็นภาพที่เมธากำลังจะยิงบอย ตกใจจึงกระชากปืนออกมาวาดแขนเหยียดตรงจ่อยิงไปด้านหลังบอย ภาพนี้เหมือนกับนรกส่งมาเตือนความจำ เพราะมันเหมือนกับวันที่ลุยเข้าไปต่อว่าเดือนและเดือนมองเห็นคนของปกาศิตกำลังจะยิงลุยทางด้านหลัง เขาจึงยิงไอ้คนนั้นแทน และลุยเข้าใจผิดว่าเดือนจะยิงเขา จึงลั่นกระสุนใส่เพื่อนรักจนตาย

บอยเข้าใจว่าลุยจะยิงเขา แต่กระสุนไม่ถูก หารู้ไม่ว่าตอนนี้เมธารับกระสุนลุยเข้ากลางกบาลเต็มรักล้มลงนอนตายอยู่เบื้องหลัง บอยลั่นไกใส่ลุยที่ยังถือปืนที่เพิ่งยิงเมธาตาย ลุยเอี้ยวตัวหลบแม้กระนั้นกระสุนของบอยก็เจาะเข้าหัวไหล่เขาเต็มๆ เลือดทะลักออกมาทันที

“มันต้องยังงั้นสิไอ้บอย ฆ่ามันเลย” ปกาศิตไม่สนเมธาที่นอนสิ้นลมอยู่ตรงนั้น แต่กลับตะโกนสั่งบอยอย่างสะใจ

บอยหันกลับไปดู เห็นเมธานอนตายจึงเริ่มเข้าใจ แต่ยังเดินไปหาลุยที่ยังล้มอยู่กับพื้นมือกุมไหล่ที่โชกไปด้วยเลือด “คุณช่วยชีวิตผมทำไม...ทำไมไม่ฆ่าผม ผมกำลังจะฆ่าคุณนะ”

“ฉันสมควรได้รับโทษที่เธอตัดสิน จะได้หมดเงาของความรู้สึกผิดที่ตามหลอกหลอนฉันทั้งหลับและตื่น ฉันสมควรตาย ฉันเป็นคนฆ่าเดือน แรมกล้าเพื่อนรักด้วยมือของฉันเอง ล้างแค้นแทนพ่อเธอซะ บอย” ลุยหลับตารอการประหารจากมือลูกชายเพื่อนรัก

บอยหน้าเครียด ปืนในมือของเขายังจ้องไปที่ลุย เสียงประดู่กับสร้อยคีรีร้องห้าม บอยมือสั่นขณะตัดสินใจว่าจะทำยังไงดี ในที่สุดก็ตะโกนถามลุยออกมา

“ทำไมคุณไม่ฆ่าผมเหมือนที่ฆ่าพ่อ คุณเก็บผมไว้ทำไม”

“ไม่มีพ่อคนไหนที่ฆ่าลูกตัวเองได้” นั่นคือเสียงตอบจากลุย บอยชะงัก แต่ยังดันทุรัง

“ผมไม่ใช่ลูกคุณ”

ลุยมองหน้าบอยด้วยดวงตาเศร้าๆ “บอยเป็นลูกของพ่อลุย พ่อเห็นทอมอยู่ในตัวบอยมาตลอดเวลา ทอมอยู่ในความดีและหัวใจบริสุทธิ์ของบอยเสมอ”

บอยหน้าเสีย ภาพที่ลุยเลี้ยงเขามาตั้งแต่พ่อตายผ่านในหัวไปภาพแล้วภาพเล่าอย่างเร็วๆ ในที่สุดมือที่จ่อปืนใส่ลุยอยู่ก็ถูกปลดกระสุนออกหมดด้วยมือบอย พอแมกกาซีนหล่นลงพื้น บอยก็กดไกยิงออกไป เสียงดังแชะ

ลุยลืมตาขึ้นมอง บอยบอกกับเขาว่า “คนที่ผมลั่นกระสุนยิงไปเมื่อกี้ คือคนที่ฆ่าพ่อเดือน ผมได้ล้างแค้นแทนพ่อเดือนแล้ว...แต่คนที่อยู่ตรงหน้าผมขณะนี้ คือคนที่มีพระคุณยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต คือพ่อคนที่สองของผม ผมไม่มีวันเนรคุณคนคนนี้ได้เป็นอันขาด พ่อลุยครับ บอยขอโทษ” บอยก้มลงกราบเท้าลุย

ปกาศิตทนมองภาพนั้นไม่ไหว ชักปืนออกมาหวังจะยิงให้ตายซะทั้งคู่ แต่ลุยระวังตัวอยู่แล้ว จึงกระชากตัวบอยหลบทัน ในมือของลุยยังมีปืน แต่บอยไม่มีแล้ว เสียงปกาศิตร้องสาปแช่งลั่นๆว่า ในเมื่อรักกันมากก็จะทำให้ตายไปพร้อมกันเลย

“หลบไปทางด้านหลัง ปกาศิตมันต้องการชีวิตของอา ไม่ใช่บอย”

“ผมไม่ยอมปล่อยให้อาลุยต้องตายหรอก”

“ไม่มีทางเลือกแล้ว รีบหนีไปด้านหลัง บอยต้องช่วยชีวิตคนอีกหลายคน อาจะล่อมันไปที่บ้านหาดทรายขาว เอ้า เอาปืนกระบอกนี้ไปช่วยพวกนั้น...ลาก่อน ไอ้ลูกรัก” ลุยตบบ่าบอยแล้วผละไปทันที

จริงดังที่ลุยคาด พวกปกาศิตไม่สนใจบอยและคนอื่นๆ พากันไล่ยิงลุยไปทันที ลุยหลบเข้าไปในบ้าน แต่กระนั้นก็ยังโดนยิงที่ลำตัวสองสามนัด ปกาศิตเห็นดังนั้นก็ตะโกนบอกพวกลูกน้องให้ล้อมบ้านแล้วยิงใส่เข้าไป เพราะตอนนี้ลุยไม่มีอาวุธอะไรทั้งสิ้น

พวกสร้อยคีรีเป็นอิสระจากการช่วยเหลือของบอย เธอบอกเมื่อบุปผาพูดอย่างเป็นห่วงลุย “ลุยเขารู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ ตอนนี้พวกเราต้องรีบหนีไปจากที่นี่เพื่อตามคนมาช่วยลุยดีกว่า”

ทุกคนเห็นด้วย พากันวิ่งไปที่หาด และไปพบกับฟางแก้วกับอภิชัยที่นำกำลังตำรวจมา

“ลุยถูกล้อมอยู่ที่บ้านหาดทรายขาว รีบตามไปช่วยเร็วเข้าเถอะค่ะ” สร้อยคีรีวิ่งนำหน้าไปทันที

ลุยอยู่ในบ้าน เขาโดนกระสุนอีกหลายนัดจนนอนอยู่กับพื้น รำพึงกับตัวเองว่า “เวรกรรมที่ทำไว้กับคนอื่นตามมาสนองแกแล้วไอ้ลุยเอ๋ย...แต่ยังนะ แกยังตายไม่ได้ ยังต้องอยู่อีกหน่อย...”

ปกาศิตพาลูกน้องบุกขึ้นไปบนบ้านอย่างย่ามใจ บอกพวกลูกน้องว่า เขาต้องการเห็นศพลุยกับตาตัวเองให้ได้ พอเข้าไปในห้องเห็นอาการลุยปางตาย ปกาศิตหัวเราะอย่างสะใจ

“ฮ่าๆ นี่เหรอไอ้ลุย เพชฌฆาตคุณธรรมที่หลายคนร่ำลือ ไม่เห็นเก่งอย่างที่ใครคิดเลย”

ลุยแค่นหัวเราะตอบอย่างยากเย็น “ฮ่าๆ มาแล้วเหรอ ทำไมช้านักล่ะ ฉันกำลังรอพิพากษาคนชั่วอย่างแกอยู่นี่”

“หัวเราะอะไรวะ จะตายอยู่แล้วยังมีอารมณ์ขัน แกน่ะเหรอจะฆ่าฉัน ฉันนี่แหละจะฆ่าแกอย่างทรมาน”

เปรี้ยง! ปกาศิตยิงเข้ากลางอกลุยทีละนัด “นัดที่สองสำหรับเมียแกนังไทรงาม  และนี่นัดที่สามฝากไปให้ไอ้ทอม

ลูกชายสุดที่รักของแก และนัดสุดท้ายสำหรับน็อตลูกสาวฉันที่ไอ้บอยแย่งเอาไป”

ร่างของลุยที่นั่งพิงฝาอยู่ค่อยๆเลื่อนลงทีละน้อย นัยน์ตาของลุยมองเห็นภาพปกาศิตพร่ามัวเต็มทีแล้ว แต่ยังเปล่งเสียงออกมาได้แม้จะกระท่อนกระแท่น

“เวลาการทำเรื่องชั่วของแกหมดแล้วปกาศิต และคนชั่วอย่างแกก็ไม่สมควรมีลมหายใจต่อไป...”

ร่างของลุยเลื่อนลงมาเหลือแต่คอที่ยังตั้งตรง ปกาศิต มองไปเห็นในมือลุยกำรีโมตไว้แน่น เขาตาเหลือกร้องลั่น

“เฮ้ย รีโมตระเบิด”

ไม่มีใครเคยรู้ว่า ใต้บ้านหลังนี้ ลุยเอาระเบิดซีโฟร์หลายสิบกิโลซ่อนไว้นานเท่าไหร่แล้ว

คำพูดสุดท้ายออกจากปากเขาพร้อมกดรีโมตทันที

“พิพากษา...ประหารชีวิต!”

ทุกคนที่จะมาช่วยได้ยินเสียงระเบิดดังติดต่อกันหลายครั้งพร้อมเปลวไฟลุกวาบ บ้านทั้งหลังกระจัดกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อยไปทั่วบริเวณ กลางควันระเบิดเหมือนจะเห็นลุยลอยอยู่ และสูงขึ้นไปทุกทีตามแรงลมพัด

ooooooo

-อวสาน-

ลุย ตอนที่ 18

อ่านเรื่องย่อ
นิยายไทยรัฐ
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement