วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

โซ่เสน่หา ตอนที่ 9


25 พ.ค. 2560 09:59
1,813,025 ครั้ง

โซ่เสน่หา ตอนที่ 9

อ่านเรื่องย่อ

โซ่เสน่หา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ชลาลัย

บทโทรทัศน์โดย:

ภาวิต

กำกับการแสดงโดย:

ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์

ผลิตโดย:

บริษัทดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.20 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศรัณย์ ศิริลักษณ์, ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ

วัฒน์กำลังนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตอนที่ราเมศว์เดินอย่างระโหยโรยแรงเข้ามานั่งใกล้ๆ เขาเห็นสีหน้าเพื่อนรักถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่าแล้วน้องรัตน์ไปไหนทำไมไม่มาด้วย ได้ความว่าเธอออกไปเที่ยวกับพี่เลี้ยง เขาต่อว่าทำไมไม่บอกจะได้ให้คนพาไป ราเมศว์รีบบอกว่าทั้งคู่ไปแค่นี้เองไม่ได้ไปไหนไกล

อยู่ๆราเมศว์ก็โพล่งขึ้นว่าวัฒน์โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับปราลี ส่วนตนโชคร้ายที่สุดเพราะความโง่ความอ่อนแอของตัวเอง ทำให้ต้องเสียสิ่งที่รักที่สุดไป วัฒน์เห็นเพื่อนตาแดงๆก็ตกใจ อยากจะเล่าอะไรให้ฟังไหม

“เล่าไปก็ไม่มีประโยชน์มันเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ทุกอย่างฉันเป็นคนเลือกเองทั้งนั้น สมน้ำหน้าตัวเองแล้ว” พูดจบราเมศว์ผลุนผลันออกไป วัฒน์ได้แต่มองตามเป็นห่วง...

ด้านสารัตน์นึกสงสัยในตัวจิราภาจึงมานั่งรออยู่ในห้องภายในคอนโดฯที่พักเพื่อจับผิด โดยปิดไฟมืดเหมือนไม่มีใครอยู่ สักพักใหญ่ๆ จิราภาเดินหัวร่อต่อกระซิกกับบอยกิ๊กคนใหม่เข้ามาในห้อง ทั้งคู่กอดจูบคลอเคลียกันไปที่เตียงนอน อยู่ๆเธอก็กรีดร้องขึ้นด้วยความตกใจ สิ้นเสียงร้องบอยถูกสารัตน์ต่อยไม่ยั้ง

จิราภารีบเปิดไฟถึงได้เห็นสารัตน์ยืนจ้องหน้าเอาเรื่องอยู่ บอยยันตัวเองลุกขึ้นได้เผ่นแน่บออกจากห้อง สารัตน์ตามทันถีบหน้าคะมำลงไปกองตรงโถงทางเดินแล้วปิดประตูใส่ จากนั้นหันมาตบซ้ายตบขวาจิราภาที่ร้องไห้กระซิกๆจนล้มคว่ำด้วยความรู้สึกทั้งรักทั้งแค้น เธอยังคงร้องไห้ไม่หยุด สารัตน์ไม่พอใจจิกหัวเธอขึ้นมา

“รักมันมากใช่ไหม อาลัยอาวรณ์มันมากใช่ไหม”

“ใช่ ฉันรักเขา เขาเป็นคนดี”

สารัตน์ตวาดลั่นดีบ้าอะไรก็แค่ไอ้แมงดาที่มาเกาะเธอกินเท่านั้น จิราภาโต้ไม่ยอมแพ้ก็คงจะไม่ต่างจากเขาที่เกาะนังแสงรวีนั่นกิน สองคนมีปากเสียงกัน จิราภาไม่พอใจลุกขึ้นไปเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเดินทางจะไปจากที่นี่ สารัตน์ไม่ให้ไป ในเมื่อเธอปอกลอกตนไปมากก็ต้องหาเงินมาใช้ให้หมดก่อน

“ถ้าเอาเงินมาให้ฉัน 10 ล้านเมื่อไหร่แกก็ไปได้ อ้อ อย่าได้คิดหนีเป็นอันขาด” ขู่เสร็จสารัตน์กลับออกไป จิราภามองตามแค้นใจ คิดหาทางเอาคืนให้สาสม...

ครั้นสารัตน์กลับถึงบ้านแสงรวี เจอเจ้าของบ้านนั่งรออย่างจ้องจับผิดอยู่ แถมซักโน่นถามนี่ดึกป่านนี้แล้วไปไหนมา เขาอารมณ์ค้างมาจากจิราภาก็เลยพาลใส่ว่าเธอไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขา แล้วเดินหนีขึ้นข้างบนแถมขอนอนแยกห้องกับเธออีกต่างหาก แสงรวีถึงกับร้องกรี๊ดๆด้วยความแค้น

ooooooo

เขียนเห็นว่าเกือบ 11 โมงแล้วแสงรวียังไม่ออกจากห้องก็ขึ้นไปปลุก ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอตอบเสียงอู้อี้เนื่องจากร้องไห้มาอย่างหนักว่าไม่ได้เป็นอะไร แล้วหมกตัวอยู่ในห้องอย่างนั้นไม่ยอมลุกออกมา

“เฮ้อ มีผัวหนุ่มมันก็กลุ้มใจอย่างนี้แหละ” พึมพำเสร็จเขียนกลับลงไปข้างล่าง มีเสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น เขียนเดินไปรับสายปรากฏว่าปราลีโทร.มา เธอตัดพ้อต่อว่าเมื่อไหร่จะพาลูกหมูกลับมาเยี่ยมบ้านบ้างคิดถึงเหลือเกิน แล้วนินทาให้ฟังว่าเมื่อคืนแสงรวีทะเลาะกับสารัตน์อีกแล้ว พักนี้ทะเลาะกันบ่อยมาก อีกไม่นานอาจจะเลิกกัน ปราลีไม่เชื่อว่าจะเป็นอย่างนั้นเพราะแม่รักเขามาก แล้วขอคุยกับท่าน

“ได้ค่ะ ป้าจะเอาโทรศัพท์ให้คุณแสง คุณปุ๋มรอเดี๋ยวนะคะ”...

ได้คุยกับลูกเหมือนแสงรวีได้ยาวิเศษทำให้ความเศร้าหายไปทันที สีหน้ายิ้มแย้มมีชีวิตชีวาผิดกับเมื่อครู่ ปราลีคิดถึงแม่มากอยากให้มาหา แสงรวีรับปากจะไปแน่นอนอาจจะเป็นเร็วๆนี้ด้วยซ้ำ ปราลีมัวแต่คุยโทรศัพท์กับแม่ พอวางสายหันกลับมาอีกที เห็นราเมศว์ยืนอยู่ตรงระเบียงหน้าบ้าน รีบบอกว่าวัฒน์ไม่อยู่ คงจะกลับตอนบ่ายๆ เชิญเขากลับไปรอที่บ้านพักก่อน วัฒน์กลับเมื่อไหร่จะบอกให้

“วัฒน์มันจะว่ายังไงถ้ารู้ว่าศรีภรรยาไล่แขกแบบนี้”

ปราลีปฏิเสธว่าไม่ได้ไล่แค่ไม่ทราบว่าเขาจะอยู่ที่นี่ไปทำไมในเมื่อไม่มีคนที่เขารู้จักคุ้นเคย เขาสวนทันทีทำไมจะไม่มี เธอเป็นหนึ่งในคนคุ้นเคยของเขา ปราลีไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยขยับจะไป ราเมศว์ขวางไว้ คาดคั้นให้เธอบอกว่าลูกหมูเป็นลูกใคร เธอยืนยันหนักแน่นว่าแกไม่ใช่ลูกของเขา

ทั้งคู่เปิดศึกน้ำลายกันจนได้ทั้งที่ปราลีพยายามหลีกเลี่ยง ราเมศว์เถียงสู้ไม่ได้ดึงเธอมาจูบหน้าตาเฉย เธออึ้งไปชั่วขณะ พอตั้งสติได้ตบเขาฉาดใหญ่ ด่าซ้ำว่าเลวแล้วจะเดินหนี เจอสุนีรัตน์ที่กำลังเดินตามหาราเมศว์มากับแจ่มจิต พอเห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกัน สุนีรัตน์ไม่พอใจถลันเข้าหาปราลีอย่างเอาเรื่อง

“แกจะแย่งพี่เมศว์ใช่ไหม”

ราเมศว์คว้าตัวสุนีรัตน์มากอดไว้เคยสั่งแล้วไม่ใช่หรือว่าห้ามพูดจาหยาบคายไม่อย่างนั้นเขาจะไม่พูดด้วย แล้วขยับจะไป สุนีรัตน์ร้องไห้จ้าวิ่งไปกอดเอวเขาไว้ อ้อนวอนอย่าโกรธเธอเลยเธอสัญญาจะไม่ดื้อไม่พูดจาหยาบคายแล้ว ราเมศว์เวทนาสงสารดึงเธอมากอดไว้ในเมื่อเธอไม่ดื้อเขาก็ไม่โกรธเธอแล้ว จากนั้นชวนเธอกลับที่พัก แล้วโอบไหล่ออกไป ปราลีมองตามเจ็บปวดใจ โดยมีแจ่มจิตแอบสังเกตท่าทีของเธออยู่...

แจ่มจิตไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านเลยไปรีบโทร.รายงานคุณหญิงเจริญศรี ตั้งข้อสังเกตว่าราเมศว์กับเมียของวัฒน์ต้องมีอะไรลึกซึ้งกันแน่ๆ ท่านสั่งให้แจ่มจิตถ่ายรูปปราลีส่งไปให้ดูโดยให้สุนีรัตน์ทำทีขอถ่ายรูปด้วย เธอกลัวสุนีรัตน์จะไม่ยอมทำให้เพราะไม่ชอบขี้หน้าแม่นั่น

“เมื่อน้องรัตน์มีปัญหา แกก็ต้องใช้ปัญญาเข้าใจไหม” สั่งเสร็จคุณหญิงเจริญศรีวางสาย

ooooooo

คุณหญิงเจริญศรีไม่รอช้า รีบนำเรื่องนี้มาเล่าให้ลิ้นจี่ฟังถึงบ้าน ฝ่ายหลังหาว่าแจ่มจิตคิดมากไปเอง ตนขอนั่งยันยืนยันราเมศว์ไม่เคยมีคนรักหรือแฟนมาก่อน บอกให้คุณหญิงทำใจให้สบาย

“พี่รู้จักลูกคนนี้ดียิ่งกว่าเขารู้จักตัวเองอีก เขาทำแต่งานไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนมาก่อน นอกจากลูกสาวของคุณหญิง ตาเมศว์น่ะรักและเอ็นดูน้องรัตน์จะตายไป”

“ถ้าคุณพี่รับรองอย่างนั้น ดิฉันก็ค่อยสบายใจ”...

ลิ้นจี่เองก็คิดมากไม่แพ้คุณหญิงเจริญศรี รีบโทร.ถามราเมศว์เรื่องเมียของวัฒน์ว่ารู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า เขารู้ทันทีว่าแจ่มจิตต้องโทร.ไปฟ้อง โกหกว่าไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน ลิ้นจี่ไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก...

ราเมศว์นัดแนะจะพาสุนีรัตน์ไปเที่ยวชายหาดตอนเย็น จึงมาหาวัฒน์ที่บ้านเพื่อขอยืมรถ เขาเพิ่งกลับจากไปข้างนอกพอดี เขาเองตั้งใจจะชวนปราลีกับลูกหมูไปเที่ยวเช่นกันถ้าอย่างนั้นก็ไปด้วยกันเลย

“ไม่เป็นไร เกรงใจคุณปุ๋ม”

“เฮ้ย มาเถอะน่าคุณปุ๋มไม่ว่าอะไรหรอก” วัฒน์ว่าแล้วเดินนำราเมศว์ไปที่ห้องรับแขก เห็นปราลีกำลังเล่นอยู่กับลูกหมู เธอทำเป็นไม่เห็นราเมศว์เดินเข้าไปหาวัฒน์ถามเสียงหวานว่าเหนื่อยไหม

“พอเห็นหน้าคุณกับลูกก็หายเหนื่อยเลย” วัฒน์หยอดคำหวานไม่เกรงใจใคร ราเมศว์เจ็บแปลบใจมาก แต่ยังฝืนยิ้มให้ ปราลีแสดงออกอย่างชัดแจ้งว่าไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขานัก ขอตัวเข้าไปเอาน้ำมารับแขกก่อน ฝากวัฒน์ช่วยดูลูกหมูให้ด้วย...

ในเวลาไล่เลี่ยกันแจ่มจิตพยายามหว่านล้อมจนสุนีรัตน์รับปากจะคุยกับปราลีดีๆและจะขอถ่ายรูปกับเธอเพื่อส่งไปให้คุณหญิงเจริญศรีดู...

ปราลีเอาน้ำมาให้แขกกับวัฒน์เรียบร้อย เรียกลูกหมูให้มาหา เด็กน้อยโผหาแม่แต่โดยดี ราเมศว์อยากลองบ้าง อ้าแขนออกแล้วเรียกลูกหมูให้มาหาคุณลุงบ้าง เด็กน้อยโผหาเขาพร้อมกับหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ ปราลีไม่พอใจ แต่วัฒน์กลับหัวเราะ

“อ้าว ยอมให้อุ้มโดยดีเลย ไปรู้จักคุ้นเคยกับคุณลุงเมศว์มาตั้งแต่เมื่อไหร่ฮึ นายลูกหมู”

“ตั้งแต่ชาติที่แล้วมั้ง” ราเมศว์หอมแก้มลูกหมูฟอดใหญ่อย่างชื่นใจ ปราลียิ่งเคืองหนัก เรียกลูกให้มาหาแต่แกกลับหันหน้าหนี ทำให้ปราลีหงุดหงิดลุกหนีไปห้องตัวเอง ทรุดตัวลงนั่งบนเตียงอย่างหัวเสียที่ลูกเป็นใจให้ราเมศว์ สักพักวัฒน์ตามมาปลอบว่าอย่าหัวเสียไปเลย ยังไม่ทันจะพูดว่านั่นเป็นสัญชาตญาณของความเป็นพ่อกับลูกก็ถูกปราลีปรามไม่ให้พูดเสียก่อน เขาขอโทษเธอด้วยไม่ได้ตั้งใจ

“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ คุณวัฒน์ไม่ได้ผิดอะไร คนผิดก็คือเขา ตอนที่ปุ๋มต้องการเขามากที่สุดเขากลับไม่เคยโผล่มา ตอนนี้ปุ๋มไม่ต้องการเขาแล้ว ไม่รู้จะมาทำไม”

“คุณไม่ต้องการเขาจริงๆหรือ”

ปราลียืนยันหนักแน่นว่าจริง วัฒน์โล่งใจที่เธอรู้สึกอย่างนั้น ปราลีเห็นสายตาอ่อนโยนที่เขามองมาต้องหลบไม่กล้าสบตาด้วย แล้วรีบตัดบทวานให้เขาช่วยไปดูลูกหมูให้หน่อย เธอไม่ไว้ใจราเมศว์ เขาจำใจเดินออกไป ปราลีถอนใจโล่งอก ไปปิดประตูห้องแล้วกลับมานั่งที่เดิมนึกถึงตอนที่ลูกโผไปหาราเมศว์ถึงกับน้ำตาคลอเบ้า สับสนกับความรู้สึกของตัวเอง

ooooooo

จิราภาต้องการแก้เผ็ดสารัตน์จึงวานให้บอยโทร.ไปป่วนแสงรวีว่าที่ผัวของเธอยังไม่กลับเพราะมัวแต่ไปเฝ้าเมียสาวตัวเองอยู่แล้ววางสาย แสงรวีกำมือถือไว้แน่น สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาอีกครั้ง

ด้านบอยรีบโทร.รายงานจิราภาว่าเรียบร้อยแล้วท่าทางยัยแก่นั่นจะตกใจมากเพราะเงียบเสียงไปเลย

“ดี...ให้มันฆ่ากันตายได้ก็ดี” จิราภาพูดไม่ทันขาดคำมีเสียงกุกกักที่ประตูห้องพักบอกบอยว่าแค่นี้ก่อน

สารัตน์มาแล้ว เธอรีบเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกงเป็นจังหวะเดียวกับสารัตน์เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับถุงอาหารในมือ ส่งให้เธอเอาไปใส่จานมากินกัน เธอปฏิเสธว่าไม่หิว เขาไม่สนใจถึงไม่หิวก็ต้องกินเป็นเพื่อนเขา

จิราภาจำต้องเอาอาหารไปใส่จานแล้วเอากลับมาวางกระแทกลงบนโต๊ะกินข้าว

ทั้งสองคนนั่งกินข้าวกันเงียบๆโดยสารัตน์คอยจับตาดูจิราภาตลอดเวลา เธอเอาแต่นั่งเขี่ยอาหารไปมาสักพักก็รวบช้อนส้อม เขาสั่งให้กินให้หมด เธออ้างว่าอิ่ม เขารู้ว่าเธอไม่ได้อิ่มเธอแค่อยากทำให้เขารู้ว่าเธอโกรธ สั่งให้กินอย่าให้เหลือ จิราภาไม่พอใจยกจานข้าวราดหัวสารัตน์

“ฉันไม่ชอบให้ใครมาบังคับ จำเอาไว้” จิราภารีบหนีเข้าห้องนอนปิดประตูล็อก สารัตน์โกรธ ลุกขึ้นไปถีบประตูอย่างแรงแต่มันไม่ขยับเขยื้อน...

ทางฝ่ายแสงรวีกำกุญแจรถไว้ในมือสีหน้าครุ่นคิดหนัก เขียนมองเธออย่างชั่งใจครู่หนึ่งก่อนจะขออนุญาตพูดอะไรบางอย่างเรื่องเกี่ยวกับสารัตน์ ถ้าใจเขาไม่ได้อยู่กับเธอก็ให้เขาไสหัวไปจากที่นี่ การตัดสินใจไล่เขาไปอาจจะทำให้เธอเจ็บปวด แต่ก็เจ็บครั้งเดียวดีกว่าจะเจ็บซ้ำๆอยู่อย่างนี้...

ตกเย็น ราเมศว์จูงมือสุนีรัตน์มาที่บ้านวัฒน์ตามที่นัดกันเอาไว้โดยมีแจ่มจิตเดินปิดท้าย กลับเจอเพียงวัฒน์คนเดียวเท่านั้นที่รอท่าอยู่ เขาแจ้งว่าลูกหมูทำท่าจะเป็นหวัดก็เลยถอนตัวทั้งแม่ทั้งลูก เธอฝากมาขอโทษทุกคนด้วย แจ่มจิตถึงกับเซ็งอุตส่าห์วางแผนจะถ่ายรูปปราลีเป็นอันแห้วไปโดยปริยาย ราเมศว์เป็นกังวลกับอาการป่วยของลูกหมู แต่สบายใจขึ้นเมื่อวัฒน์บอกว่าแกแค่มีน้ำมูกนิดหน่อย แต่ก็ยังอยากให้พาไปหาหมอ

“คุณปุ๋มเธอรู้ดีกว่าใครน่า ไป...ขึ้นรถกันได้แล้ว” วัฒน์ว่าแล้วเดินนำทุกคนไปที่รถ

ไม่นานนักทุกคนมาถึงริมหาดสวย สุนีรัตน์สนุกสนานร่าเริงเล่นทรายอยู่โดยราเมศว์นั่งมองอย่างเวทนา แจ่มจิตแอบไปโทรศัพท์บอกคุณหญิงเจริญศรีว่าเมียของวัฒน์ไม่มาด้วยก็เลยถ่ายภาพส่งไปให้ไม่ได้

วัฒน์มองเพื่อนรักอยู่อึดใจก่อนจะถามว่าทำไมเขาถึงแต่งงานกับสุนีรัตน์ ถึงเธอจะน่าสงสารแต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องไปรับผิดชอบขนาดแต่งงานด้วย นี่ชีวิตเขาทั้งชีวิต ราเมศว์ตอบเลี่ยงๆว่าทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง

“ก็ถูกแล้ว และฉันก็พยายามนึกเหตุผลของแก แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก”

ooooooo

หลังได้ที่อยู่ของคอนโดฯที่พัก ซึ่งบอยในคราบของผู้หวังดีประสงค์ร้ายอ้างว่าเป็นรังรักของสารัตน์กับเมียเด็ก แสงรวีรีบขับรถไปที่นั่นทันที

สารัตน์ครึ่งนั่งครึ่งนอนอยู่บนโซฟาพับจรวดกระดาษปาไปที่ประตูห้องนอนด้วยสีหน้าเย็นชา สักพักมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น สารัตน์ร้องถามว่าใคร พอรู้ว่าเป็นแสงรวีก็ตกใจมองไปที่ห้องนอนอย่างลังเล ก่อนจะตัดสินใจเดินไปเปิดประตูก้าวออกไปยืนขวางทางเข้าไว้

“พี่ไม่ได้ให้เธอออกมา พี่จะเข้าไป” แสงรวีผลักสารัตน์พ้นทางแล้วเดินเข้าห้อง เขารีบเดินตาม

“ข้างในนี้ไม่มีอะไรหรอกครับ มีแต่ผมคนเดียว”

สารัตน์ใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นแสงรวีมองไปที่ห้องนอน รีบคว้ามือชวนออกไปหาอะไรกินข้างนอกกัน เธอจะขอดูห้องนอนของเขาก่อน

“คุณพี่ ผมหิวข้าวมาก ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลย เราไปกินข้าวกันก่อนแล้วจะทำอะไรต่อไปค่อยว่ากัน ไปกันได้แล้วครับ” สารัตน์โอบเอวแสงรวีกึ่งประคองกึ่งบังคับออกจากห้อง...

จิราภารอจนเสียงอีกห้องหนึ่งเงียบแล้ว จึงค่อยๆ หมุนลูกบิดประตูแง้มดู ไม่เห็นแม้แต่เงาของผู้คนก็หัวเราะงอหาย เดินมาทิ้งตัวลงบนเตียง หยิบมือถือออกมา โทร.หากิ๊ก

“แผนการเราได้ผล ไอ้สารัตน์มันยังกลัวคุณยายตัดออกจากกองมรดก บอยขึ้นมารับจิได้เลย จิเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเตรียมพร้อมแล้ว”

จิราภาวางสาย ลากกระเป๋าเดินทางออกไป แต่นึกอะไรสนุกๆขึ้นมาได้ หยิบบิกินีตัวจิ๋วสีแสบสัน ค่อยๆบรรจงวางไว้กลางเตียงนอน ยิ้มสะใจ ลากกระเป๋าออกไป...

ooooooo

แทนที่แสงรวีจะพาสารัตน์ไปกินอาหารร้านหรูหราอย่างที่เคยทำ กลับพาไปนั่งกินข้าวแกงข้างถนน เขาโวยวายจะให้กินอาหารสกปรกแบบนี้หรือ

“รู้ได้อย่างไรว่าสกปรก คนอื่นเขากินได้ เธอก็ต้องกินได้ เพราะเธอไม่ใช่ไฮโซสูงส่งมาจากไหน พี่เองก็เหมือนกัน” แสงรวีลงจากรถข้ามไปยังร้านเป้าหมาย โดยมีสารัตน์ตามมาอย่างหัวเสีย...

กว่าแสงรวีกับสารัตน์จะกลับถึงลานจอดรถภายในคอนโดฯที่พักของฝ่ายหลัง ไฟถนนเปิดสว่างไสวแล้ว เธอโทร.บอกเขียนว่าวันนี้ไม่กลับบ้าน แล้ววางสาย สารัตน์มองเธออย่างเซ็งจัด ถามย้ำว่าจะค้างที่นี่จริงๆหรือ

เธอพยักหน้าแทนคำตอบ นี่ก็ซื้อชุดนอนกับชุดที่จะใส่วันพรุ่งนี้มาแล้ว พูดพลางแสงรวีคว้าข้าวของลงจากรถ สารัตน์พยายามหาข้ออ้างโน่นนี่นั่น แต่เธอยืนกรานจะค้างที่นี่

ครู่ต่อมา ทั้งคู่มาถึงห้องพัก สารัตน์รีบไปที่ประตูห้องนอน ลองขยับลูกบิดดูแอบถอนใจโล่งอกที่มันเปิดได้ แสดงว่าจิราภาไปแล้ว แสงรวีรีบเข้าไปดูในห้องนอนเห็นบิกินีวางอยู่บนเตียงเอาโยนใส่หน้าเขาถามว่าของใคร เขาโกหกหน้าตายว่าไม่รู้ เธอว่านี่เป็นของจิราภา

“นึกว่าฉันโง่หรือไง ตอนที่ฉันเข้ามานังจิมันอยู่ในห้องนี้ เธอถึงได้พยายามจะชวนฉันออกไปกินข้าว แล้วพอฉันออกไป มันก็รีบหลบออกไปเหมือนกัน เธอยังติดต่อกับมันอยู่ใช่ไหม”

สารัตน์ปฏิเสธทันทีว่าเปล่า แสงรวีไม่เชื่อ เขาแหวเสียงลั่นถ้าคิดว่าเขาโกหกแล้วจะมาซักเอาอะไร จากนั้นเดินออกไปอย่างหัวเสีย แสงรวีตามไปเอาเรื่อง หากเขายังติดต่อกับจิราภาอยู่เราสองคนเป็นอันว่าเลิกกัน สารัตน์สะดุ้งเล็กน้อย แต่ยังปากแข็ง ยืนยันว่าเลิกกับนังนั่นนานแล้วเพราะมันมีชู้

“เสียใจล่ะสิ เขาเรียกว่ากรรมสนองกรรม”

แสงรวีเดินเข้าห้องนอนปิดประตูตามหลัง สารัตน์ทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาในห้องรับแขก เอามือก่ายหน้าผากครู่หนึ่งแล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาจิราภาซึ่งกำลังเดินโอบกอดกับบอยอยู่ในห้างสรรพสินค้าหรูแห่งหนึ่ง จิราภาหยิบมือถือขึ้นมาเห็นเป็นเบอร์โทร.ของสารัตน์ ปิดเครื่องเก็บใส่กระเป๋ากางเกง บอยอยากรู้ว่าใครโทร.มา

“ช่างเถอะ อย่าไปสนใจเลย”

จิราภาชวนบอยดูโน่นดูนี่สบายอารมณ์ ขณะที่สารัตน์โยนมือถือลงบนโซฟาอย่างหงุดหงิดสุดๆ ส่วนแสงรวียังลังเลคิดไม่ตกจะเลิกกับผัวเด็กดีหรือไม่

ooooooo

ราเมศว์เห็นปราลีเดินเล่นกับลูกหมูอยู่ที่สวนสวยของรีสอร์ต ปรี่เข้าไปขอเดินด้วย เธอไม่อยากอยู่ใกล้เขากลัวใจตัวเองจะหวั่นไหวโกหกว่ากำลังจะพาลูกกลับที่พัก เขาอ้อนวอนขออุ้มเด็กน้อยหน่อย เสียงวิงวอนนั่นทำให้ปราลีใจอ่อน เขาเห็นเธอไม่ปฏิเสธทรุดตัวลงนั่งอ้าแขนออก

“ลูกหมู มาหาลุงมา”

เด็กน้อยโผเข้าหาราเมศว์อย่างว่าง่าย ปราลีจำต้องเดินเคียงคู่ไปกับเขา ต่างฝ่ายต่างเงียบไปไม่รู้จะพูดอะไร ราเมศว์ทนความอึดอัดไม่ไหวโพล่งขึ้นว่าอยากให้ลูกหมูเป็นลูกของตัวเองเหลือเกิน ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้รู้สึกผูกพันกับแกนัก ปราลีเชื่อว่าถ้าเขามีลูกเป็นของตัวเองเมื่อไหร่คงจะลืมลูกหมู ราเมศว์ไม่มีวันลืมแกเหมือนที่จะไม่มีวันลืมเธอ ปราลีขอให้เขาลืมจะดีกว่าเพราะเขาเองก็มีครอบครัว มีภรรยาที่น่ารักแล้ว

“คุณดูไม่ออกหรือว่าน้องรัตน์เป็นยังไง ผมไม่สามารถมีลูกกับเธอได้ เธอเหมือนเด็กอายุไม่เกิน 11 ขวบ”

“นั่นเป็นเรื่องของคุณกับภรรยาคุณ” พูดจบปราลีอุ้มลูกหมูผละจากไป ราเมศว์มองตามตาละห้อย

ขณะปราลีเดินมาตามทางจะกลับบ้านเจอแจ่มจิตพาสุนีรัตน์ที่หอบกระป๋องกับที่ตักทรายของเด็กเล่น

เข้ามาถามว่าเห็นราเมศว์บ้างไหม เธอเห็นสายตาจ้องจับผิดของอีกฝ่ายก็เลยโกหกว่าไม่เห็น แจ่มจิตบ่นเสียดายไม่ได้เอามือถือติดมาด้วย จะได้ถ่ายรูปสุนีรัตน์กับปราลีและลูกหมูส่งไปให้คุณหญิงแม่ดู

“น้องรัตน์ลองเดินหา เอ้อ...พี่เมศว์ดูสิคะ คงจะอยู่แถวๆนี่แหละค่ะ พี่ไปก่อนนะคะ ลูกหมูหิวข้าวแล้ว”

ปราลีว่าแล้วเดินต่อไป สุนีรัตน์ชวนแจ่มจิตไปตามหาราเมศว์อีกด้านหนึ่ง วิ่งจนเหงื่อซ่กถึงได้เจอเขาเดินใจลอยอยู่ เธอโดดกอดคอพลางต่อว่าว่าทำไมออกมาเดินเล่นคนเดียว ไม่ชวนเธอมาด้วย ดังนั้นจะต้องถูกลงโทษด้วยการให้เธอขี่คอกลับที่พัก แล้วร้องฮี้ก๊อบๆ เป็นเสียงม้าไปตลอดทาง

พอผ่านหน้าบ้านวัฒน์เห็นปราลียืนอยู่กับวัฒน์ ราเมศว์เขินมากรีบปล่อยสุนีรัตน์ลงอ้างแบกไม่ไหว วัฒน์ตะโกนชวนทั้งคู่กินข้าวเช้าด้วยกัน สุนีรัตน์ไม่ยอมกินจะกลับไปกินแซนด์วิชฝีมือแจ่มจิต แล้วลากราเมศว์วิ่งปรู๊ดกลับบ้านพัก...

ทางฝ่ายสารัตน์มัวแต่โทรศัพท์ง้องอนขอคืนดีกับจิราภาอยู่ที่ห้องรับแขก ไม่ทันเห็นแสงรวีแง้มประตูห้องนอนออกมาฟัง เธอถึงกับน้ำตาคลอเบ้าเจ็บปวดเสียใจที่ได้รู้ความจริง ค่อยๆปิดประตูอย่างเบามือเดินเข้าห้องน้ำ

สารัตน์ง้อเมียเด็กไม่สำเร็จก็หันไปเอาใจเมียแก่ เดินไปเคาะประตูห้องนอนเบาๆก่อนจะเปิดเข้าไป ได้ยินเสียงน้ำไหลในห้องน้ำเดินมาหยิบกระเป๋าเงินจะไปซื้ออาหารเช้ามาให้แสงรวีเพื่อเอาใจ

ผ่านไปไม่นาน สารัตน์กลับมาถึงห้องพักพร้อมอาหารกล่องกับกาแฟเย็นสองแก้ว แต่แสงรวีไม่อยู่ในห้องแล้ว เขาหงุดหงิดมากที่เธองอนเป็นเด็กสาวๆ

ooooooo

สารัตน์ไม่ล่วงรู้เลยว่าคราวนี้แสงรวีไม่ใช่แค่งอน แต่ตาสว่างแล้วว่าตัวเองเป็นแค่เหยื่อให้เขาปอกลอก ครั้นกลับถึงบ้านกำชับเขียนกับถวิล ถ้าเขามาให้บอกด้วยว่าเธอกำลังพักผ่อน ไม่อยากพบอยากเจอกับใคร

ไม่นานนักสารัตน์ก็มาถึง จะขึ้นไปหาแสงรวีที่ห้องนอนแต่ถวิลกับเขียนกันไว้ไม่ยอมให้ขึ้น เขาไม่พอใจผลักทั้งคู่ล้มคว่ำจะขึ้นไปให้ได้ แสงรวีโกรธที่เขามาทำร้ายคนของตัวเองไล่ตะเพิดไปให้พ้น

“คุณพี่พูดเล่นใช่ไหม ผมรู้ว่าคุณพี่รักผมมาก และผมก็รักคุณพี่”

เขียนขอร้องแสงรวีอย่าไปเชื่อ เวลาอยู่ลับหลังเธอ สารัตน์แอบเรียกเธอว่าคุณยาย เขาหันขวับจ้องเขียนอย่างกับกินเลือดกินเนื้อ หาว่าเขียนเกลียดเขาก็เลยใส่ความต่างๆนานา แสงรวีเสียดายนี่ถ้าเชื่อเขียนตั้งแต่แรกก็คงไม่ต้องช้ำใจแบบนี้ นึกแล้วทุเรศตัวเองสิ้นดี

“ไปสิ...ไปหานังเมียของเธอ ฉันไม่มีสมบัติอะไรจะให้กอบโกยอีกแล้ว เหลือแต่สมบัติของลูกฉันซึ่งเป็นมรดกส่วนใหญ่ที่พ่อของเขากันไว้ให้ เขาคงรู้ล่วงหน้าว่าฉันจะต้องมาเจอแมงดาอย่างเธอ”

สารัตน์ขบกรามแน่นด้วยความแค้นก่อนจะผละจากไป...

เขียนไม่รอช้ารีบโทร.รายงานข่าวดีนี้ให้ปราลีทราบ และแนะให้เธอพาลูกหมูกลับมาอยู่ที่นี่จะได้ช่วยปลอบใจให้แสงรวีลืมความเจ็บช้ำครั้งนี้ได้เร็วขึ้น ด้วยความเป็นห่วงแม่ ปราลีตัดสินใจจะกลับกรุงเทพฯพรุ่งนี้หากมีตั๋วเครื่องบิน วัฒน์รับหน้าที่จัดการให้ ถ้าตั๋วไม่มีเขายินดีจะขับรถไปส่ง

“อุ๊ย ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ เอ่อ คุณวัฒน์คะ ปุ๋มมีบางอย่างจะขอร้อง คือถ้าคุณราเมศว์ถาม ห้ามคุณวัฒน์บอกว่าปุ๋มไปไหน”

ทีแรกวัฒน์ลังเลแต่สุดท้ายก็รับปากจะทำตามที่ปราลีต้องการ...

ooooooo

ในเวลาต่อมา ขณะปราลีกำลังป้อนข้าวให้ลูกหมูอยู่ที่ระเบียงบ้าน พวนโทร.มาถามสารทุกข์สุกดิบ เธอเล่าให้ฟังว่ากำลังจะกลับไปอยู่บ้านตัวเองที่กรุงเทพฯ

พวนเตือนให้เธอระวังลิ้นจี่เอาไว้ เธอไม่กลัวใครอีกแล้ว กลับไปครั้งนี้จะจัดการคืนเงินให้ลิ้นจี่จะได้จบๆกันไป เธอเชื่อว่าคุณนายของพวนก็กลัวจะเสียชื่อเหมือนกัน แต่ถ้ายังเล่นไม่เลิก เธอจะแจ้งความให้มันฉาวโฉ่กันให้หมด พวนชอบใจที่เธอยังเอาเรื่องไม่เปลี่ยน

“ยิ่งกว่าเดิมด้วย เพราะครั้งนี้ฉันมีลูกต้องปกป้อง”

ปราลีเหลือบเห็นวัฒน์เดินเข้ามา รีบบอกพวนว่าแค่นี้ก่อน พวนขอให้เธอไลน์ที่อยู่มาให้ เผื่อเข้ากรุงเทพฯจะได้แวะไปเยี่ยม ปราลีรับปากจะจัดการให้แล้ววางสาย วัฒน์แค่จะมาแจ้งข่าวดีว่าได้ตั๋วเครื่องบินแล้วให้เธอเก็บข้าวของได้เลย พรุ่งนี้จะต้องออกเดินทางแต่เช้ามืด

“แล้วแขกของคุณวัฒน์ล่ะคะ”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจะไปบอกมันว่าต้องไปธุระด่วน”...

ในเมื่อเจ้าของบ้านไม่อยู่ ราเมศว์ก็เลยจะกลับกรุงเทพฯเช่นกันจึงโทร.บอกให้ลิ้นจี่รับทราบ ท่านบ่นอุบไหนว่าจะอยู่สักหนึ่งเดือนทำไมถึงรีบกลับ เขาอ้างว่าอยู่ไปนานๆมันเบื่อ

“แล้วคิดถึงแม่ด้วยใช่ไหม”

ราเมศว์รับคำเสียงเนือยๆ ลิ้นจี่ตวาดแว้ดทำไมถึงได้ทำสุ้มเสียงไร้ชีวิตจิตใจอย่างนั้น เขาโกหกว่าไม่สบายนิดหน่อย แล้วขอตัวไปเก็บเสื้อผ้าก่อน ลิ้นจี่ไม่พอใจวางสายแล้วโยนมือถือทิ้ง อำไพซึ่งรับไว้ได้อย่างว่องไว

ด้านราเมศว์วางสายแล้วอดมองไปทางบ้านวัฒน์ไม่ได้ ตัดสินใจเดินไปที่นั่น เห็นปราลียืนคุยกับวัฒน์ตรงระเบียงบ้านด้วยท่าทางสนิทสนมก็ใจหาย โดยไม่รู้ว่าทั้งคู่กำลังคุยอะไรกันเพราะอยู่ห่างเกินไป

วัฒน์จะไปส่งปราลีกับลูกหมูถึงบ้านและคงต้องอยู่กรุงเทพฯสักสองสามวันเพื่อกันไม่ให้ราเมศว์สงสัย เธอเสนอให้เขาไปพักที่บ้านของเธอจะได้ไม่ต้องไปเช่าโรงแรมอยู่ เขาดีใจสุดๆที่เธอไม่รังเกียจ

“พูดอะไรอย่างนั้น คุณยังให้ปุ๋มพักที่บ้านคุณได้แล้วทำไมปุ๋มจะให้คุณพักที่บ้านปุ๋มไม่ได้”

ชายหนุ่มมองเธอด้วยสายตาหวานซึ้ง ก่อนจะจับมือเธอมากุมไว้ ปราลีไม่กล้าดึงมือออกเนื่องจากเกรงใจ ราเมศว์แอบมองอยู่ ปวดร้าวใจมากก่อนจะหันหลังเดินจากไป

ooooooo

ป้าวิไลเห็นเตือนตาแต่งตัวจะไปข้างนอกร้องทักจะไปไหนวันนี้วันหยุดไม่ใช่หรือ เธอยังไม่ทันจะตอบคำถาม รังสรรค์เดินถือถ้วยกาแฟออกมาจากในครัวมาวางให้ตรงหน้า

“ดื่มกาแฟไหม ผมเพิ่งไปซื้อปาท่องโก๋มา”

เตือนตาทำท่าจะไม่พูดด้วยแต่พอสบสายตากับป้าวิไลเธอจำต้องตอบว่าไม่ดื่ม แล้วบอกท่านว่าจะไปธุระข้างนอก ฝากดูปุ้มปุ้ยให้ด้วย รังสรรค์ชิงบอกว่าวันนี้เป็นวันพระ ป้าวิไลต้องไปวัด เขาจะดูลูกเอง เตือนตาจำต้องส่งปุ้มปุ้ยให้ เขาอดถามไม่ได้ว่าเธอจะไปไหน

“มันเรื่องของฉัน...เตือนไปล่ะนะคะคุณป้า”

เตือนตาผละจากไป รังสรรค์เล่นกับลูกไม่ได้สนใจเธออีก

ธุระของเตือนตาที่ว่าคือแวะไปคุยกับปราลีที่บ้านแสงรวี...

ทางด้านราเมศว์กลับถึงบ้านเจอลิ้นจี่รอท่าอยู่ที่ห้องรับแขก รีบเข้าไปกราบสวัสดีที่ตัก สุนีรัตน์ทำตามโดยดูเขาเป็นแบบอย่าง ลิ้นจี่ต้องการจะคุยกับลูกชายเป็นการส่วนตัว จึงสั่งให้อำไพพาสุนีรัตน์ไปส่งให้แจ่มจิตก่อน เธอไม่ยอมไปถ้าไม่มีราเมศว์ไปด้วย ลิ้นจี่จ้องหน้าสุนีรัตน์จนฝ่ายหลังต้องหลบสายตา

“พี่เมศว์ยังไปไหนไม่ได้ค่ะ เพราะป้าต้องคุยกับเขา เข้าใจหรือเปล่าคะ”

สุนีรัตน์รับคำด้วยความกลัวแล้วลุกออกไปกับอำไพ ลิ้นจี่รอจนทั้งคู่ไปพ้นสายตา จึงบอกให้ราเมศว์ชวนเพื่อนที่เป็นเจ้าของรีสอร์ตกับลูกเมียมาเที่ยวบ้านเราบ้าง เขาแปลกใจท่านรู้ได้อย่างไรว่าเพื่อนของเขามีลูกมีเมียแล้ว ลิ้นจี่เฉไฉทำไมจะต้องให้ใครบอก ทีเขายังมีเมียได้เลย

“แม่อยากจะเลี้ยงตอบแทนที่เขาชวนแกไปพักที่รีสอร์ตแล้วก็ดูแลแกเป็นอย่างดี”

ราเมศว์รับปากไปอย่างนั้นเองแล้วขออนุญาตไปดูของฝากให้ลิ้นจี่ก่อน ท่านไม่ต้องการของฝากอยากรู้ว่าเมียเพื่อนของเขาสวยหรือเปล่า เขาจับพิรุธได้ย้อนถามสีหน้ายิ้มๆว่าทำไมท่านถึงได้สนใจเธอเป็นพิเศษนัก ท่านแค่อยากจะเทียบว่าเมียของวัฒน์สวยสู้สุนีรัตน์ได้หรือเปล่า ราเมศว์ก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน ในเมื่อไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรจากเขา ลิ้นจี่จึงบอกให้เขาจะไปทำอะไรก็ไป ราเมศว์ลุกออกมาอย่างโล่งใจ

“อำ...แกไปตามแจ่มจิตไปพบฉันที่ห้องหน่อย ระวังให้ดีอย่าให้คุณเมศว์เห็นล่ะ”...

ครู่ต่อมา ราเมศว์กลับมาที่ห้องนอน เห็นสุนีรัตน์เต้นบัลเล่ต์อยู่ เขามองเพลินจนเธอเต้นจบก็ตบมือให้ ไม่รู้มาก่อนว่าเธอเต้นบัลเล่ต์เป็นแถมเต้นได้งดงามมาก เธอเคยเรียนมาก่อนแต่พอแต่งงานคุณแม่ก็ให้เลิกกลัวจะไม่มีเวลาให้ครอบครัว เขารับปากจะให้เธอไปเรียนบัลเล่ต์ต่อโดยไม่ฟังคำทัดทานของแจ่มจิต...

ไม่​นาน​นัก อำไพ​พา​แจ่ม​จิต​มา​พบ​กับ​ลิ้นจี่​ตาม​คำสั่ง ท่าน​เรียก​มา​พบ​เพราะ​อยาก​รู้​ว่า​แจ่ม​จิต​ถ่ายรูปเมีย​ของ​วัฒน์​มา​ได้​หรือ​เปล่า เธอ​ถ่าย​ไม่ได้​เนื่องจาก​ไม่มีโอกาส ลิ้นจี่​ด่า​ลั่น​ว่า​โง่ พึ่ง​พา​อะไร​ไม่ได้​เลย ไหน​คุณหญิง​เจริญศรี​คุย​นัก​คุย​หนา​ว่า​เธอ​จะ​ต้อง​ถ่ายรูป​เมีย​ของ​วัฒน์​มา​ให้​ได้​กลับ​เหลว​ทั้งเพ แล้ว​ตกลง​ลูก​ของ​มัน​ผู้หญิง​หรือ​ผู้ชาย ​อายุ​เท่า​ไหร่ ได้ความ​ว่า​เป็น​เด็กผู้ชาย ​อายุ​ไม่น่า​เกิน 7 เดือน

“เวลา​ใกล้ๆกัน​เลย อำ...หยิบ​โทรศัพท์​มา​ซิ” สั่งเสร็จลิ้นจี่​บอก​ให้​แจ่ม​จิต​ออก​ไป​ได้

ooooooo

อีก​มุม​หนึ่ง​ใกล้​ห้อง​ทำ​งาน​ของ​รา​เมศว์ เนื่องจาก​ใน​ห้อง​ทำ​งาน​ลิ้นจี่​สั่ง​ให้​ติด​กล้อง​วงจรปิด​เอา​ไว้​ไม่สามารถ​จะ​คุย​อะไร​นอกเหนือ​จาก​เรื่อง​งาน​ได้ สุคนธ์​จึง​มา​ดัก​รอ​รา​เมศว์​ตรง​ทาง​เดิน​ถาม​ว่า​ไป​เที่ยว​สนุก​ไหม เขา​สูด​ลม​หายใจ​เข้า​เพื่อ​ราวกับ​จะ​รวบรวม​พลัง​ก่อน​จะ​บอก​ว่า​เจอ​ป​รา​ลี​ที่​รีสอร์ต​แห่ง​นั้น

“ไป​นั่ง​คุย​ทาง​โน้น​ดี​กว่า​ครับ” รา​เมศว์​เดิน​นำ​สุคนธ์​ไป​ยัง​บริเวณ​ปลอด​คน

“เมื่อ​ครู่​นี้​คุณ​เมศว์​บอก​ว่า​ได้​พบ​กับ​คุณ​ปุ๋ม...แล้ว​ได้​ปรับ​ความ​เข้าใจ​กัน​หรือ​เปล่า​คะ”

รา​เมศว์​เล่า​เพิ่มเติม​ว่า​ไม่ได้​ปรับ​ความ​เข้าใจ​อะไร​กัน​เพราะ​ป​รา​ลี​แต่งงาน​กับ​วัฒน์​เจ้าของ​รีสอร์ต​เพื่อน​ของ​ตน​ไป​แล้ว และ​เธอ​ยัง​มี​ลูก​ติด​มา​จาก​สามีเก่า คง​เป็น​คน​ที่​ช่วย​เธอ​จาก​พวก​นั้น ​เห็น​เธอ​ว่า​เขา​ตาย​ไป​แล้ว ตน​ไม่​กล้า​ซัก​อะไร​มาก ถึง​ซัก​ไป​ก็​ไม่​มี​ประโยชน์​เพราะ​เรา​ต่าง​คน​ต่าง​มี​ภาระ​หน้าที่ วัฒน์​เป็น​คน​ดี​มาก ส่วน​ตน​เอง​ก็​ทิ้ง​สุนี​รัตน์​ไม่ได้ ต้อง​รับผิดชอบ​แก​ไป​จน​วัน​ตาย สุคนธ์​สงสาร​จับใจ​บีบ​มือ​รา​เมศว์​ไว้​ทั้ง​น้ำตา

“พี่​จะ​ช่วย​อะไร​ได้​บ้าง​ไหม​คะ”

“ไม่​เป็นไร​ครับ คน​อย่าง​นาย​รา​เมศว์​มัน​ทน​ได้​ทุก​อย่าง​อยู่​แล้ว มัน​ไม่​มี​หัวใจ​ ไม่​มี​สมอง พี่​สุ​อย่า​เสีย​น้ำตา​ให้​ไอ้​ทึ่ม​อย่าง​ผม​เลย​ครับ ปุ๋ม​แต่ง​กับ​วัฒน์​น่ะ​ดีแล้ว​เพราะ​มัน​เป็น​คน​ดี​มี​อนาคต​แล้ว​ยัง​เข้มแข็ง​มั่นคง ​เป็นหลัก​ให้​ลูก​เมีย​ได้ คน​อย่าง​ผม​ไม่​สมควร​ที่​จะ​มี​ผู้หญิง​ปกติ​คนไหน​มา​รัก มา​ฝาก​อนาคต​ไว้​ด้วย​นอกจาก​น้องรัตน์”

สุคนธ์​เถียง​ว่า​ไม่​จริง คน​อย่าง​รา​เมศว์​สมควร​อย่าง​ยิ่ง​ที่​จะ​มี​ผู้หญิง​ปกติ​มา​รัก เขา​กลับ​หา​ว่าที่​เธอ​พูด​แบบ​นี้​เพราะ​เธอ​เป็น​พี่​สาว​ของ​เขา แล้ว​กราบ​ที่​แขน​ของเธอ​ขอบคุณ​ที่​รับ​ฟัง​เขา​มา​ตลอด...

ที่​บ้าน​แสง​รวี เตือน​ตา​เห็น​สมควร​แก่​เวลา​ก็​ขอตัว​กลับ​ก่อน ระหว่าง​ป​รา​ลี​เดิน​มา​ส่ง​ที่​รถ เธอ​แสดง​ความ​ดีใจ​กับ​เพื่อน​รัก​ที่​ตัดใจ​จาก​รา​เมศว์​ได้ ใน​ที่สุด​เรา​สองคน​ก็​เป็น​ซิงเกิล​มัม​เหมือน​กัน ป​รา​ลี​ว่า​ไม่​เหมือน เพราะ​เตือน​ตา​ยัง​มี​รังสรรค์​อยู่​ทั้งคน เธอ​กลับ​บอก​ว่า​มี​ก็​เหมือน​ไม่​มี จังหวะ​นั้น​วัฒน์​กลับ​เข้า​มา​พอดี เตือน​ตา​ขอบคุณ​เขา​มาก​ที่​ดูแล​เพื่อน​ของ​ตน​อย่าง​ดี​ที่สุด เขา​มอง​ป​รา​ลี​ด้วย​สายตา​เปี่ยม​รัก

“เป็น​หน้าที่​ของ​ผม​อยู่​แล้ว​ครับ”

ป​รา​ลี​ไม่​กล้า​สบตา​ด้วย เตือน​ตา​เห็น​เพื่อน​เขิน​หัน​ไป​กระซิบ​ว่า​ใจอ่อน​ได้​แล้ว ก่อน​จะ​หัวเราะ​ชอบใจ วัฒน์​ได้​แต่​มอง​สอง​สาว​สลับ​กัน​ไป​มา​งงๆ...

จาก​นั้น​ไม่​นาน เตือน​ตา​ขับ​รถ​มา​ถึง​บ้าน รังสรรค์​อุ้ม​ปุ้ม​ปุ้ย​เดิน​เล่น​อยู่​ที่​สนาม​หญ้า​หน้า​บ้าน​พอดี จึง​เดิน​มา​เปิด​ประตู​รั้ว​ให้ ทำ​หน้าที่​เสร็จ​เดิน​เข้า​บ้าน​ผ่าน​หน้า​เธอ​โดย​ไม่​ทักทาย​สัก​คำ เธอ​เบ้​ปาก​อย่าง​หงุดหงิด

“เออ...ไม่​พูด​ก็​อย่า​พูด” เตือน​ตา​ว่า​แล้ว​เดิน​ตาม​เข้า​บ้าน​เห็น​รังสรรค์​ส่ง​ลูก​ให้​ป้า​วิไล​อุ้ม พลาง​บอก​ว่า​ไม่​ต้อง​รอ เขา​จะ​เอา​กุญแจ​บ้าน​ติด​ไป​ด้วย แล้ว​เดิน​ขึ้น​ห้อง​ไป​อาบ​น้ำ​แต่งตัว เตือน​ตา​ที่​ทำ​เป็น​ไม่​สนใจ​แต่​กลับ​เข้า​มา​ถาม​ป้า​วิไล​ว่า​เขา​จะ​ไป​ไหน​หรือ ท่าน​ย้อน​ถามว่า​สนใจ​เขา​ด้วย​หรือ

“ไม่ได้​สน​แม้แต่​นิดเดียว​ค่ะ​ ที่​ถาม​ก็​เพราะว่า...” เตือน​ตา​พูด​ยัง​ไม่ทัน​จบ ป้า​วิไล​ชิง​ตัดบท​ฝาก​ให้​เธอ​ดู​ลูก​ด้วย ท่าน​จะ​ไป​ทำ​กับข้าว เตือน​ตา​รับ​ลูก​มา​อุ้ม​ไว้​แล้ว​เดิน​ขึ้น​ห้อง อด​ไม่ได้​ที่​จะ​มอง​ไป​ทาง​ห้อง​ของ​รังสรรค์ ลังเล​อยู่​อึดใจ ก่อน​จะ​เดิน​ไป​แนบ​หู​กับ​ประตู​ห้อง​แอบฟัง ได้ยิน​เสียง​เขา​พูด​โทรศัพท์​ดัง​แว่ว​ออก​มา

“ครับ เดี๋ยว​พบ​กัน”

มีเสียง​ลูกบิด​ประตู​ขยับ เตือน​ตา​รีบ​ถอย​ไป​ที่​ห้อง​ตัว​เอง​แทบ​ไม่ทัน รังสรรค์​ออก​มา​ใน​ชุด​หล่อเหลา ชะงัก​ไป​เล็กน้อย​เมื่อ​เห็น​เธอ ค้อ​ม​หัว​ให้​ก่อน​จะ​เดิน​ลง​บันไดไป​ไม่ได้​สนใจ​จะ​เข้า​มา​พูด​คุย​เหมือน​ที่​เคย​ทำ เตือน​ตา​เข้า​ห้อง​ตัว​เอง​อย่าง​อารมณ์​บูด บ่น​กับ​ลูก​ทั้งที่​แก​ไม่​รู้​เรื่อง

“เห็น​คุณ​พ่อ​ของ​เรา​หรือ​ยัง​ปุ้ม​ปุ้ย ทำ​ยัง​กับ​แม่​ไม่​มี​ตัว​ตน​ใน​โลก​นี้ ฮึ คง​นัด​กับ​ผู้หญิง​แล้ว​โกหก​คุณ​ยาย​ว่า​นัด​กับ​เพื่อน คุณ​พ่อ​เรา​น่ะ​เจ้าชู้​ไม่​ใช่​เล่น​รู้​ไหม”...

ฝ่าย​รังสรรค์​เข้า​มา​บอก​ป้า​วิไล​ที่​กำลัง​ทำ​กับข้าว​อยู่​ใน​ครัว​ว่า​จะ​ไป​แล้ว ท่าน​ตำหนิ​ว่า​ครั้ง​หน้า​อย่า​ใจอ่อน​พูดจา​งอนง้อ​เตือน​ตา​เหมือน​เมื่อ​ตอน​เช้า​อีก ต้อง​ทำ​แบบ​เมื่อ​ครู่​นี้​ถึง​จะ​ใช้ได้ ท่าน​ดู​ออก​ว่า​เตือน​ตา​รัก​เขา ​เพียง​แต่​ยัง​มี​ทิฐิ​เท่านั้น เขา​อย่า​เพิ่ง​เบื่อ​ที่​เธอ​ชอบ​ทำ​ฤทธิ์​ทำ​เดช​ใส่​ก็​แล้วกัน...

ด้าน​เตือน​ตา​รีบ​โทร.​ไป​ฟ้อง​ป​รา​ลี​ว่า​รังสรรค์​น่า​จะ​มี​กิ๊ก แล้ว​ออกตัว​ว่าที่​โทร.​มา​บอก​ก็​ไม่ได้​จะ​ให้​ทำ​อะไร​เพราะ​เธอ​เอง​ก็​อยาก​ให้​เขา​ไป​มี​ครอบครัว​ของ​เขา​เร็วๆ ป​รา​ลี​อาสา​จะ​คุย​กับ​เขา​ให้​เอง เตือน​ตา​ห้าม​เพื่อน​เอ่ย​ถึง​ตน​เอง​เด็ดขาด และ​ขอ​ย้ำ​อีก​ครั้ง​ว่า​ตน​ไม่ได้​สน​อะไร​เขา​สัก​นิด อยาก​ให้​เขา​ไป​จาก​ชีวิต​เธอ​เร็วๆด้วย​ซ้ำ

วาง​สาย​จาก​เตือน​ตา ป​รา​ลี​โทร.​หา​รังสรรค์​ทันที​แต่​ไม่​มี​สัญญาณ​ตอบ​รับ ​ชัก​สงสัย​หรือ​จะ​มี​กิ๊ก​จริงๆ...

ลิ้นจี่​ยัง​สงสัย​เมีย​ของ​วัฒน์​ไม่​เลิก​ไม่​แล้ว สั่ง​ให้​สุคนธ์​หา​เบอร์​โทร.​ของ​วัฒน์​มา​ให้​ได้ เธอ​ไม่​รู้​ว่า​จะ​ไป​หา​ที่ไหน​เพราะ​ไม่​เคย​รู้จักมักจี่​กับ​เขา​มา​ก่อน ท่าน​จะ​ถือว่า​เป็น​หน้าที่​ของ​เธอ​ที่​จะ​ต้อง​รู้​ให้​ได้ ถ้า​ไม่​รู้​ท่าน​จะ​ถือว่า​เธอ​เนรคุณ​แล้ว​บอก​ให้​ออก​ไป​ได้ สุคนธ์​ลุก​ออกไป​ด้วย​สีหน้า​เคร่งเครียด ลิ้นจี่​มอง​ตาม​สะใจ...

ใน​ที่สุด​ป​รา​ลี​โทร.​ตาม​ตัว​รังสรรค์​จน​เจอ​และ​นัด​ให้​มา​รับ​ที่​บ้าน​แต่​เช้า จาก​นั้น​ทั้ง​คู่​ไป​หา​อะไร​กิน​กัน​ที่​ร้าน​อาหาร​แห่ง​หนึ่ง เธอ​อยาก​รู้​ว่า​ตอน​นี้​เขา​เจ้าชู้​กับ​ใคร​อีก​หรือ​เปล่า เขา​ส่าย​หน้า​ทั้ง​เรียน​ทั้ง​ทำ​งาน​จะ​เอา​เวลา​ที่ไหน​ไป​เจ้าชู้​แล้ว​พยายาม​จะ​ถาม​เรื่อง​ลูก​ของ​ป​รา​ลี​ว่า​ใช่​ลูก​ของ​รา​เมศว์​หรือ​เปล่า เธอ​ไม่​พอใจ​มาก

“นี่​ถ้า​ไม่ได้​อยู่​ร้าน​อาหาร ฉัน​จะ​ยก​ข้าวต้ม​สาด​หน้า​คุณ​แล้ว...เอา​ล่ะ กิน​ข้าว​ให้​หมด แล้ว​เล่า​เรื่อง​คุณ​กับ​เตือน​แล้ว​ก็​กิ๊ก​ใหม่​ให้​ปุ๋ม​ฟัง​ให้​หมด”

“ผม​ไม่​เคย​มี​กิ๊ก นับ​ตั้งแต่​แต่งงาน​กับ​เตือน ​เขา​นั่นแหละ​ที่​อยาก​จะ​หย่า​กับ​ผม​ตลอด​เวลา”

หลังจาก​คุย​กัน​เสร็จ ป​รา​ลี​ไม่​ลืม​ย้ำ​กับ​รังสรรค์​ว่า​ห้าม​บอก​เรื่อง​ที่​พบ​กับ​เธอ​ให้​รา​เมศว์​รู้​เด็ดขาด

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement