ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

โซ่เสน่หา ตอนที่ 8


25 พ.ค. 2560 09:59
1,808,057 ครั้ง

โซ่เสน่หา ตอนที่ 8

อ่านเรื่องย่อ

โซ่เสน่หา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ชลาลัย

บทโทรทัศน์โดย:

ภาวิต

กำกับการแสดงโดย:

ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์

ผลิตโดย:

บริษัทดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.20 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศรัณย์ ศิริลักษณ์, ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ

หลายวันผ่านไป ขณะราเมศว์กำลังนั่งดูผลประกอบการของบริษัทอยู่ในห้องทำงาน วัฒน์โทร.มาหาหลังจากเงียบหายไปนาน เขาแค่จะโทร.มาบอกว่าตอนนี้เป็นพ่อลูกอ่อนและไม่เคยมีความสุขเท่านี้มาก่อน

“พูดพร่ำเพ้ออะไรไม่เห็นรู้เรื่อง” ราเมศว์โวย วัฒน์ยื่นข้อเสนอถ้าอยากรู้เรื่องต้องมาดูเอาเอง ให้เขาพาเมียมาฮันนีมูนไปในตัวด้วย ราเมศว์ขอคิดดูก่อน ระหว่างนั้นมีเสียงปราลีดังลอดเข้ามาในสาย

“ลูกหมูจะไปไหนลูก” เสียงของเธอคุ้นหูมาก ทำเอาราเมศว์ถึงกับตะลึง

“แค่นี้ก่อนนะ นายลูกหมูคลานไปโน่นแล้ว” วัฒน์วางสายไปช่วยปราลีตามจับลูกชายที่คลานอย่างว่องไว ราเมศว์ยังคงนั่งอึ้งอยู่อย่างนั้นจนสุคนธ์ร้องทัก เป็นอะไรหรือเปล่า เขาถึงได้ตื่นจากภวังค์...

ในเวลาต่อมา ที่มุมหนึ่งของสวน การได้ยินเสียงปราลีอีกครั้งทำให้ราเมศว์ครุ่นคิดหนัก ก่อนจะบ่นพึมพำว่าเป็นไปไม่ได้ พลันมีเสียงดังขึ้นด้านหลัง

“เดี๋ยวนี้หัดพูดคนเดียวแล้วเหรอ”

ราเมศว์หันมองตามเสียงเห็นลิ้นจี่นั่งอยู่ในรถเข็นที่อำไพเข็นเข้ามา เขาปฏิเสธว่าไม่มีอะไร ลิ้นจี่ขี้เกียจคาดคั้นเพราะมีเรื่องสำคัญกว่าจะทวงถาม เมื่อไหร่เขาถึงจะมีลูกกับสุนีรัตน์ ไหนให้สัญญาเอาไว้ว่าจะมีให้ท่านภายใน 3 เดือน นี่ปาเข้าไป 6 เดือนแล้ว เขาไม่อยากพูดเรื่องนี้ต่อหน้าอำไพจึงไล่เธอจะไปไหนก็ไป ลิ้นจี่รอจนเธอไปลับสายตา ทวงถามราเมศว์อีกครั้ง ตกลงจะแก้ตัวว่าอย่างไร

“อย่าบอกว่าแกเป็นหมันเพราะแม่รู้ว่าไม่ใช่”

ราเมศว์นิ่วหน้าแปลกใจ คุณแม่ทราบได้อย่างไร เขายังไม่เคยไปตรวจสักครั้ง ลิ้นจี่รีบเปลี่ยนเรื่องพูดกลบเกลื่อน ตกลงเขามีอะไรกับสุนีรัตน์หรือยัง ถ้ายังจะมีเมื่อไหร่ ราเมศว์บอกตามตรงว่าทำไม่ได้ เขาเห็นสุนีรัตน์เป็นน้องสาวตัวเล็กๆของเขา และเขาไม่ได้ตั้งใจจะขัดใจคุณแม่ แต่เรื่องนี้เขากราบขอร้อง เขาทำอย่างนั้นกับ

สุนีรัตน์ไม่ลงจริงๆ ท่านจะให้เขารับผิดชอบเธอในฐานะภรรยาไปตลอดชีวิตเขาก็ยอม

ลิ้นจี่มองราเมศว์ด้วยสายตาเย็นชา แล้วหมุนรถเข็นเลี้ยวกลับ เขารีบเข้าไปเข็นรถให้

ooooooo

วัฒน์เจอหน้าปราลีมาหลายวันแล้ว แต่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอสักอย่าง รู้แค่ว่าเธอหนีพวกคนร้ายที่ตามจับตัวมาขอหลบภัยที่บ้านของเขา ครั้นจะสอบถามความเป็นมาเป็นไป เธอก็ขอติดไว้ก่อน สัญญาว่าถึงเวลาเมื่อไหร่จะเล่าให้ฟัง เขาไม่เซ้าซี้อะไรอีก เธอพร้อมเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น

“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ขอบคุณที่ให้อาศัยหลบภัย”

“อย่าพูดอย่างนั้น คุณจะอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่ก็ได้”

ปราลีไม่อยากเอาเปรียบวัฒน์ ตอนนี้เธอแค่อยากกลับบ้านแม่ที่กรุงเทพฯ เขาอาสาจะไปส่งให้ถึงที่ แต่เธอต้องสัญญาจะกลับมาพักที่นี่บ่อยๆ และอนุญาตให้เขาไปเยี่ยมเธอกับลูกหมูที่บ้านบ้าง เธอยินดีต้อนรับเขาทุกเวลา ทั้งคู่ต่างยิ้มให้กัน ปราลีเห็นสายตาอ่อนโยนของวัฒน์แล้วต้องหลบไม่กล้าสบตาด้วย...

ราเมศว์ไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร จึงโทร.นัดรังสรรค์ออกมาปรับทุกข์ ฝ่ายหลังยุให้พี่ชายขอหย่าขาดจากสุนีรัตน์ ในเมื่อคุณแม่อยากให้แต่งก็แต่งให้แล้ว ถ้าแต่งแล้วอยู่กันไม่ได้ก็หย่าไม่เห็นจะเป็นอะไร เขาทำอย่างนั้นไม่ได้ สุนีรัตน์เป็นความรับผิดชอบของเขาและที่สำคัญคนที่เขารักมากที่สุดก็ตายไปแล้ว เขาไม่เหลือใครเลย สองพี่น้องนิ่งเงียบกันไปครู่หนึ่ง ก่อนราเมศว์จะถามว่าแม่ปราลีรู้เรื่องนั้นหรือยัง

“ทราบแล้วครับ คุณเตือนไปบอก”

“พี่จะไปกราบขอโทษท่าน เรื่องทั้งหมดพี่เป็นต้นเหตุ ถ้าหากไม่มีพี่ ปุ๋มก็คง...” พูดได้แค่นั้นราเมศว์ต้องหยุดเพราะเหมือนมีอะไรมาจุกที่คอหอย รังสรรค์สงสารพี่ชายจับใจอาสาจะพาเขาไป...

ระหว่างเดินทางไปสนามบินเพื่อขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ ปราลีอยากซื้อของฝากไปให้แม่ วัฒน์จึงสั่งให้บุญซึ่งทำหน้าที่สารถีแวะตลาดก่อนโดยไม่ล่วงรู้เลยว่าทิวกับสองสมุนยังเฝ้าจับตาดูอยู่แถวนั้น ส่วนช้วนเฝ้าอยู่ที่สนามบิน ขณะที่ทวนรับหน้าที่ตระเวนแถวสถานีรถไฟและพวนเป็นคนคอยเฝ้าท่ารถทัวร์

สมุนของทิวคนหนึ่งเห็นปราลีลงจากรถของวัฒน์รีบสะกิดให้ลูกพี่ดู ทิวกำลังคุยสายอยู่กับช้วนรีบรายงานว่าเจอตัวเป้าหมายแล้ว ก่อนจะสั่งสมุนอย่าเพิ่งวู่วามแถวนี้คนเยอะ เดี๋ยวคอยตามเธอไป ช้วนได้ยินดังนั้น รีบตามไปสมทบกับทิวทันที...

หลังจากได้ของฝากตามต้องการ ปราลีซึ่งอุ้มลูกหมูอยู่ในอ้อมกอด รวมทั้งวัฒน์และบุญเดินกลับไปที่รถ ระหว่างง่วนกับการเอาของใส่รถ ทิวกับสมุนใช้ปืนจี้ทั้งสามคนไว้ สั่งให้ปราลีส่งตัวเด็กน้อยมา เธอกลับกอดลูกไว้แน่น ในเมื่อเธอไม่ยอมให้ลูกดีๆ ทิวจึงสั่งให้สมุนเอาตัวไปทั้งแม่ทั้งลูก บุญแกล้งตะโกนว่าตำรวจมา ทิวกับสมุนตกใจหันขวับ วัฒน์กับบุญสบช่องปัดปืนในมือคนร้ายกระเด็น สั่งให้ปราลีขึ้นไปหลบในรถ

ทั้งคู่เปิดฉากบู๊กับพวกคนร้าย เล่นงานพวกนั้นสลบเหมือดแล้วพากันขึ้นรถขับหนีไปอย่างรวดเร็ว

อีกด้านหนึ่งที่ลานจอดมอเตอร์ไซค์ ช้วนกับพวกขับรถมาจอดใกล้ๆกับรถของทิว พยายามโทร.หาเขาแต่ไม่มีใครรับสายช้วนสั่งให้สมุนแยกย้ายกันค้นหาปราลีกับลูกให้ทั่วบริเวณตลาด ยังไม่ทันจะมีใครขยับทิวโทร.มารายงานว่าเป้าหมายหนีไปได้ ครู่ต่อมาช้วนกับพวกมาถึงลานจอดรถยนต์ เจอทิวกับพวกสมุนรอท่าอยู่ เขาซักเป็นการใหญ่พวกนั้นหนีไปทางไหน ทิวจะรู้ได้อย่างไรถูกยำสลบคาเท้าแบบนั้น

“มันมาซื้อของพวกนี้ก็แสดงว่าพวกมันจะเอาไปฝากญาติโกโหติกา”

“แปลว่ามันจะกลับบ้าน อ้าวเฮ้ย แล้วเอ็งมาจากสนามบินทำไม” ทิวร้องเอะอะรีบวิ่งไปขึ้นรถ...

ทางด้านลิ้นจี่หงุดหงิดมากเมื่อนพดลเข้ามารายงานว่าปราลีกับลูกรอดเงื้อมมือช้วนกับพวกไปได้ เขาแก้ตัวว่าเธอมีคนมาช่วยแถมเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่ ลิ้นจี่เจ็บใจมาก ในเมื่อผู้ชายคนนั้นใช้เงินซื้อตัวไม่ได้ก็สั่งให้จัดการกำจัดอย่าให้เหลือซาก แล้วไล่ให้อำไพไปตามตัวสุคนธ์มาพบ

ไม่นานนัก สุคนธ์มานั่งอยู่ตรงหน้าลิ้นจี่ซึ่งต้องการที่อยู่บ้านปราลี เธอไม่มีให้เพราะไม่ได้ขอเอาไว้ ลิ้นจี่ไม่พอใจสั่งให้ไปหามาให้ได้

ooooooo

สุคนธ์กลับมาที่ห้องทำงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ราเมศว์เงยหน้าจากคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเห็นก็ร้องทักมีอะไรหรือเปล่า เธอส่ายหน้าไม่มีอะไร เขาเอ่ยขึ้นลอยๆ ว่าพรุ่งนี้จะไปบ้านปราลี เธอนิ่วหน้าแปลกใจ

“คุณเมศว์รู้จักบ้านเธอหรือคะ”

ราเมศว์ไม่รู้จัก ก็เลยวานให้รังสรรค์พาไปเพื่อกราบขอโทษแม่ของปราลีที่เป็นสาเหตุให้เธอตาย สุคนธ์ตัดสินใจจะบอกเขาเรื่องที่ลิ้นจี่ให้สืบหาที่อยู่ของปราลีแต่แล้วเปลี่ยนใจไม่พูดอะไร ราเมศว์ชวนให้เธอกินข้าวด้วยกันวันนี้สุนีรัตน์จะทำกับข้าวให้กิน เธออ้าปากจะปฏิเสธแต่เขารู้ทันสั่งห้ามทำอย่างนั้นเด็ดขาด

กับข้าวฝีมือสุนีรัตน์เป็นเมนูไข่สารพัดชนิด ทั้งไข่เจียว ไข่ต้ม ไข่ตุ๋นและไข่ดาว ลิ้นจี่นั่งรถเข็นที่ราเมศว์เข็นเข้ามาเห็นแต่เมนูไข่เต็มโต๊ะก็ไม่พอใจ โวยวายลั่น

“น้องรัตน์ทำเองค่ะ น้องรัตน์ไม่รู้ว่าคุณป้าไม่ชอบ” สุนีรัตน์บอกเสียงอ่อย ราเมศว์เข้ามาโอบไหล่เธอไว้

“ผมบอกน้องรัตน์ให้ทำเองครับ ส่วนของคุณแม่ น้อยเป็นคนทำ”

ลิ้นจี่หันไปทวงถามมื้อกลางวันของตัวเองจากน้อยซึ่งกุลีกุจอเอาชามเกี๊ยวน้ำหน้าตาน่ากินมาวางให้ สุคนธ์กับราเมศว์กินกับข้าวฝีมือสุนีรัตน์ไปพลางชมไม่หยุดปากว่าอร่อยมาก สุนีรัตน์ยิ้มปลื้มไม่ยอมหุบ ลิ้นจี่หมั่นไส้ แดกดันว่ากินอิ่มก็คงจะขันเป็นไก่กันหมด สุนีรัตน์สวนทันทีตามประสาเด็กน้อยถูกตามใจ

“คนขันแบบไก่ไม่ได้ค่ะ”

“เป็นเด็กไม่ควรพูดสอดผู้ใหญ่” ลิ้นจี่ตวาด สุนีรัตน์จะร้องไห้ ราเมศว์ต้องจับมือเธอไว้อย่างปลอบโยน...

ด้านแจ่มจิตไม่พอใจ รีบโทร.ไปฟ้องคุณหญิงเจริญศรีว่าสุนีรัตน์ถูกลิ้นจี่ดุ ท่านสงสารลูกถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่าน้ำตาคลอ โชคดีที่มีราเมศว์คอยปลอบแถมยังกินเมนูไข่ฝีมือสุนีรัตน์อย่างเอร็ดอร่อย ช่างเป็นสามีที่ประเสริฐ คุณหญิงเจริญศรียิ้มพอใจที่ดูคนไม่ผิด

“น้องรัตน์จะมีความสุขความมั่นคงไปตลอดชีวิตกับคุณเมศว์ ส่วนคุณพี่น่ะช่างเถอะอย่าไปถือสา คนแก่ก็เป็นอย่างนี้แหละ แจ่มจิตคอยดูน้องรัตน์อย่าให้เข้าใกล้ตอนที่แกอารมณ์ไม่ดีก็แล้วกัน” สั่งเสร็จ คุณหญิงเจริญศรีวางสายสีหน้าเป็นกังวล

ooooooo

ราเมศว์ถึงกับหน้าเสียที่ลิ้นจี่ไม่อนุญาตให้ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ปราลี แถมท่านยังโวยวายไม่พอใจทำไมจะต้องทำอะไรให้วุ่นวายด้วย แต่พอสุคนธ์บอกว่าเขาจะไปเยี่ยมแม่ของปราลีด้วย ท่านเปลี่ยนท่าทีทันที

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ”

ชายหนุ่มประหลาดใจที่อยู่ๆคุณแม่ก็อนุญาตถามซ้ำเพื่อความแน่ใจตกลงท่านให้เขาไปใช่ไหม ลิ้นจี่พยักหน้าแล้วไล่ให้เขารีบไปก่อนที่ท่านจะเปลี่ยนใจ

ราเมศว์กราบขอบคุณท่านแล้วเดินออกไปกับสุคนธ์

ครั้นขับรถมาถึงจุดนัดหมายกับรังสรรค์ สุคนธ์เปลี่ยนใจไม่ไปด้วย เพิ่งนึกได้ว่าต้องไปเก็บค่าเช่าตึกแถวของคุณแม่ซึ่งอยู่แถวนี้พอดี ให้สองพี่น้องไปกันเอง ราเมศว์ทักท้วงไว้ไปเก็บด้วยกันตอนขากลับก็ได้

“ไม่เป็นไรค่ะ พี่อยากจัดการให้เสร็จเรียบร้อยเลย” พูดจบสุคนธ์วิ่งไปขึ้นแท็กซี่ ทั้งคู่ได้แต่มองตามงงๆ...

ด้านวัฒน์นั่งแท็กซี่มาส่งปราลีกับลูกที่บ้านแสงรวีแล้วขอตัวไปหาเพื่อนก่อนเพราะยังเหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าเครื่องบินขากลับของเขาจะออก บอกให้เธอดูแลตัวเองดีๆแล้วเขาจะแวะมาเยี่ยมบ่อยๆ ปราลีรอจนแท็กซี่แล่นลับสายตา จึงกดกริ่งประตูรั้ว เขียนเป็นคนเปิดรับ เห็นเธอยืนอยู่ถึงกับตะลึงอ้าปากค้าง ก่อนจะหงายหลังตึง ตกใจคิดว่าเจอผีหลอกกลางวันแสกๆ

ครั้นเขียนฟื้นคืนสติขึ้นมาที่โซฟาในห้องรับแขกเจอปราลีมองอยู่ ยกมือไหว้ปลกๆ ขอให้ไปผุดไปเกิดจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ แสงรวีกำลังอุ้มหลานอยู่เอ็ดเธอเสียงลั่น

“จะบ้าเรอะยัยเขียน ลูกฉันยังไม่ตายสักหน่อย”

ปราลียื่นแขนให้เขียนจับ เธอกลัวๆกล้าๆกว่าจะลองจับถึงได้รู้ว่าไม่ใช่ผี แสงรวียื่นเด็กน้อยในมือให้เขียน บอกว่านี่เป็นลูกชายของปราลีชื่อลูกหมู เธอนิ่วหน้าแปลกใจแล้วใครเป็นพ่อ ปราลียังไม่ทันจะพูดอะไร สารัตน์เดินลงจากข้างบนเห็นปราลีกลับบ้านก็หัวเราะลั่น ยิ่งได้เห็นเธอมีลูกกลับมาด้วยเขายิ่งสนุกปาก หาว่าเธอท้องไม่มีพ่อถึงได้ซมซานกลับมา แล้วเดินหัวเราะร่วนจากไป

เขียนโกรธแทนเจ้านายคว้าแจกันจะปา ปราลีจับมือไว้ขอร้องอย่าทำอย่างนั้นเสียดายแจกัน แล้วขอคุยกับแม่ตามลำพัง แสงรวีฝากลูกหมูไว้กับเขียนแล้วขึ้นไปคุยกันที่ห้องของปราลี แสงรวีขอโทษแทนสารัตน์ด้วย ขอร้องลูกอย่าไปถือสา ปราลีเปลี่ยนใจจะไม่อยู่กับท่าน ขืนให้เธออยู่ร่วมกับสารัตน์บ้านนี้คงหาความสุขไม่ได้

“แม่จะพูดกับสารัตน์เอง”

“ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ ปุ๋มจะกลับไปอยู่กับเพื่อน” ว่าแล้วปราลีหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาวัฒน์ เสร็จธุระเมื่อไหร่ให้กลับมารับเธอกับลูกด้วย เธอเปลี่ยนใจจะกลับไปกับเขา แสงรวีขอร้องทั้งน้ำตาให้อยู่ด้วยกัน ถ้าลูกไม่สบายใจท่านจะให้สารัตน์ไปอยู่ที่อื่น ปราลีห้ามท่านอย่าทำอย่างนั้น เธอรู้ดีว่าท่านรักเขามาก

“แต่ไม่มากไปกว่าลูกแน่นอน ปุ๋มคือชีวิตจิตใจของแม่”

ปราลีเองก็รู้สึกกับแม่เช่นเดียวกัน ฉะนั้นความสุข ของแม่คือความสุขของเธอเช่นกัน มีเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น ปราลีบอกให้แม่ไปรับแขกก่อน แล้วช่วยบอกถวิลอุ้มลูกหมูขึ้นมาให้เธอด้วย

“แม่ล้างหน้าล้างตาเสียก่อนดีไหมคะ”

ooooooo

แขกที่มาหาแสงรวีไม่ใช่ใครที่ไหน คือราเมศว์กับรังสรรค์นั่นเอง ทั้งคู่ได้เจอกับลูกหมูด้วย แต่เขียนโกหกว่าเป็นลูกของเพื่อนบ้าน เด็กน้อยเล่นกับราเมศว์อย่างถูกชะตาโดยไม่รู้เลยว่าเขาเป็นพ่อแท้ๆของตัวเอง

แสงรวีเดินเข้ามาเห็นราเมศว์ รู้สึกคุ้นหน้าเหมือนเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน รังสรรค์เห็นแสงรวีอยู่ในชุดสีสันสดใสก็ร้องทักว่าออกทุกข์แล้วหรือ เธอยังไม่ทันจะพูดอะไร เขียนชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“คุณผู้หญิงจะไปงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อนไม่ใช่หรือคะ”

แม้แสงรวีจะงงๆอยู่บ้าง แต่ก็เออออไปด้วย แล้วถามว่ามีธุระอะไรกับตนหรือ ราเมศว์หน้าสลดทันที แสงรวีรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างรีบบอกให้เขียนพาลูกหมูขึ้นไปนอนได้แล้ว ก่อนจะหันไปถามราเมศว์ว่าเราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า เขาเคยเจอเธอที่งานวันเกิดคุณนายลิ้นจี่แม่ของเขากับรังสรรค์

“ผมมีเรื่องมาสารภาพผิด ผมเป็นต้นเหตุให้ปุ๋มต้องตาย” พูดไม่ทันขาดคำ แสงรวีไล่ตะเพิดทั้งคู่ไปให้พ้นหน้า ราเมศว์พยายามจะอธิบายแต่ท่านไม่ต้องการฟัง สั่งให้กลับไปแล้วอย่ามาเหยียบที่นี่อีก รังสรรค์รีบพาพี่ชายออกไป

ปราลีรู้จากเขียนว่าราเมศว์กับรังสรรค์มา แต่ไม่รู้เรื่องอะไรของลูกหมูเพราะเขียนช่วยปกปิดไว้ ลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างห้อง เห็นราเมศว์กับรังสรรค์เดินไปที่รถ มองตามทั้งรักทั้งแค้น เหมือนมีสื่อบางอย่างส่งถึงกัน ราเมศว์เงยหน้าขึ้นมองเห็นปราลียืนจ้องตัวเองอยู่ รีบวิ่งกลับเข้าไปในบ้านโดยไม่ฟังเสียงห้ามของรังสรรค์

แสงรวีกำลังจะขึ้นบันไดบ้าน ตอนที่ราเมศว์วิ่งเข้ามาถามว่าปราลีอยู่ข้างบนใช่ไหม ท่านยียวน เขาเป็นคนบอกเองไม่ใช่หรือว่าปราลีตายแล้ว

“แต่ผมเห็นเธอที่หน้าต่าง ผมจะขึ้นไปดู” ราเมศว์วิ่งขึ้นไปทันทีไม่สนใจคำขู่จะแจ้งตำรวจของแสงรวี

รังสรรค์พยายามห้ามก็ไร้ผล ราเมศว์จ้ำพรวดๆตรงไปที่ห้องนั้น ครั้นเปิดประตูเข้าไป กลับเห็นเขียนอุ้มลูกหมูพาดบ่าเดินกล่อมไปมาช้าๆผ่านหน้าต่างบานนั้น ร้องถามว่าปราลีอยู่ไหน เขียนจุ๊ปาก ขอร้องให้เบาเสียงหน่อย เดี๋ยวเด็กน้อยตื่น

ราเมศว์เข้าไปค้นดูในห้องน้ำก็ไม่พบ หาจนทั่วไม่เห็นแม้แต่เงาของปราลี รังสรรค์ขอร้องให้พอได้แล้ว เขาคงตาฝาดไปมากกว่า เขาเถียงเสียงแข็งไม่มีทางตาฝาดเห็นเขียนเป็นปราลีแน่นอนเพราะทั้งคู่ไม่มีส่วนไหน คล้ายกัน แสงรวีหาว่าเขาคงถูกผีปราลีหลอก ราเมศว์ไม่เชื่อ เรื่องผีสางนางไม้

“ตามใจ แต่ตอนนี้คุณกลับไปได้แล้ว” แสงรวีเสียงเข้ม รังสรรค์ขอร้องให้พี่ชายกลับกันดีกว่า ราเมศว์เชื่อว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด ฝากแสงรวีไปบอกปราลีด้วยว่า เขาจะต้องตามหาเธอให้พบ แล้วผละจากไป รังสรรค์ยกมือไหว้ขอโทษแสงรวีแทนพี่ชายของตนด้วย ก่อนจะเดินตามเขา อึดใจปราลีกลับมาที่ห้อง แสงรวีสงสัยว่าเธอหายไปไหนมา เธอไปแอบตรงระเบียงด้านหลังห้องเก็บของ

“แค่นี้ยังไม่พอหรอก ปุ๋มเฝ้าคอยเขาตั้งแต่มีความหวังเต็มเปี่ยมจนสิ้นหวังแล้ว ต่อไปนี้เขาจะต้องเป็นฝ่ายคอยปุ๋มบ้าง” ปราลีตาวาวเป็นประกายด้วยความแค้น แสงรวีสงสารลูกจับใจโอบไหล่เธอไว้ เขียน พอจะเดาออกแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น แสดงว่าผู้ชายคนนั้นเป็นพ่อของคุณลูกหมูใช่ไหม แสงรวีพยักหน้าแทนคำตอบ

“นั่นไง แล้วมันเกิดอะไรขึ้นคะ”

แสงรวีทำหน้าดุใส่เขียนเป็นทำนองให้เงียบ แล้วชวนปราลีลงไปรอเพื่อนของเธอข้างล่าง

ooooooo

วัฒน์นั่งอยู่เบาะหลังรถแท็กซี่ หยิบมือถือขึ้นมาโทร.บอกปราลีว่ามาถึงปากซอยบ้านเธอแล้ว พอดีเพื่อนของเขาไม่อยู่บ้าน เป็นจังหวะเดียวกับรถของราเมศว์แล่นสวนออกมา ราเมศว์เบือนหน้าไปทางแท็กซี่แวบหนึ่ง เห็นเสี้ยวใบหน้าของวัฒน์ถูกมือถือบังอยู่ก็เหลียวมองคอแทบหัก รังสรรค์แปลกใจมีอะไรหรือเปล่า

“ผู้ชายในรถแท็กซี่คันนั้น หน้าคล้ายๆเพื่อนพี่”

“วันนี้พี่เมศว์มาแปลกเห็นคนโน้นคล้ายคนนั้น คนนั้นคล้ายคนนี้”

ราเมศว์เสียงเขียวนี่รังสรรค์หาว่าตนตาฝาดหรือ เขาคิดว่าราเมศว์กำลังคิดถึงปราลี พอดีเห็นป้าคนนั้นที่หน้าต่างก็เลยคิดว่าเป็นเธอ ราเมศว์บ่นอุบถ้าบอกว่าเขาถูกผีหลอกยังจะเป็นไปได้มากกว่า รังสรรค์เห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของพี่ชายแนะว่าถ้ายังไม่สบายใจก็อย่าเพิ่งกลับบ้าน ราเมศว์กระเซ้าจะพาตนไปบ้านเขาหรือ

รังสรรค์ปฏิเสธทันทีว่าเปล่า ขืนพาไปที่นั่นอาจจะไม่สบายใจมากกว่าเก่าเพราะบ้านของเขาก็ใช่จะแฮปปี้มีความสุข ราเมศว์หัวเราะอย่างขมขื่น นี่เราสองคนอาภัพเรื่องผู้หญิงเหมือนกันเลย แล้วบอกเขาว่าอยากจะพาไปไหนก็ไปได้เลย

“โอเคครับ งั้นพี่เมศว์เลี้ยวซ้ายไปเอ็นจอยแสงสีกันเลยครับ”...

ทางด้านปราลีเห็นยังมีเวลาเหลือกว่าเครื่องบินจะออก จึงขอให้วัฒน์ช่วยพาไปหาเตือนตาที่บ้าน เธอเห็นปราลีถึงกับตะลึงพูดไม่ออก แล้วมองไปที่วัฒน์ซึ่งกำลังอุ้มลูกหมูอยู่สายตาเต็มไปด้วยคำถาม ปราลีชวนเข้าไปคุยกันในบ้านดีกว่า เตือนตารู้สึกตัวรีบเชิญทั้งคู่เข้าไปในบ้าน วัฒน์หันไปบอกแท็กซี่

“รอสักครึ่งชั่วโมงนะพี่” ว่าแล้ววัฒน์เดินอุ้มลูกหมูตามสองสาวเข้าไป...

การมาหาเตือนตาครั้งนี้ทำให้ปราลีได้รู้ว่า รังสรรค์ข่มขืนเตือนตาจนท้องแต่ก็รับผิดชอบเธอกับลูกด้วยการแต่งงาน เธอออกตัวว่าที่ยอมแต่งกับเขาเพื่อให้ป้าวิไลสบายใจเท่านั้น อีกไม่นานเธอจะขอรังสรรค์หย่า ส่วนเตือนตาก็รู้เรื่องที่ปราลีรับอุ้มบุญให้ราเมศว์จนมีลูกด้วยกัน แต่เธอไม่ยอมยกลูกให้ทางนั้นก็เลยหนีมา

แล้วถามเพื่อนรักว่ารู้เรื่องที่ราเมศว์แต่งงานแล้วหรือยัง เธอพยักหน้าแทนคำตอบ

“เพราะเขานึกว่าปุ๋มตาย...” เตือนตาแก้ต่างให้ราเมศว์

“ถ้าเขารักปุ๋มจริงเขาก็คงจะตามหาปุ๋มจนพบ แทนที่จะเชื่อใครง่ายๆอย่างนั้น”

เตือนตารู้ว่าราเมศว์รักปราลีจริงๆไม่ใช่แค่ให้เธออุ้มบุญให้ เธอไม่สนใจว่าเขาจะรักใคร เพราะเขาจะไม่มีวันได้พบเธออีกต่อไป เราตายจากกันแล้ว เตือนตาไม่เห็นด้วยในเมื่อปราลีกับราเมศว์รักกันก็น่าจะได้อยู่ด้วยกัน เธอจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร แล้วจะเอาภรรยาของเขาไปไว้ที่ไหน ผู้หญิงคนนั้นไม่มีความผิด

“ปุ๋มทำให้ครอบครัวของใครแตกแยกไม่ได้หรอก ชีวิตคุณราเมศว์สมบูรณ์ดีแล้ว ปุ๋มอยู่กับลูกได้ ลูกหมูไม่มีพ่อก็ไม่เห็นจะแปลก เด็กไม่มีพ่อตั้งมากมายที่เติบโตขึ้นมาเป็นคนดีได้”

“เตือนเชื่อว่าปุ๋มทำได้ ถ้าหากปุ๋มต้องการความช่วยเหลือ อย่าลืมว่ายังมีเตือนอีกคน”

ปราลีขอร้องเพื่อนรักอย่าบอกเรื่องเธอให้ใครรู้แม้แต่ป้าวิไล เตือนตาให้สัญญาจะไม่มีใครรู้ถ้าหากเธอไม่อนุญาต ปราลีขอบใจเพื่อนรักมาก...

กว่าราเมศว์จะมาส่งน้องชายที่บ้านก็เย็นมากแล้ว รังสรรค์เสียดายนึกว่าคืนนี้เราสองคนพี่น้องจะไปเที่ยวกันให้สนุกเสียอีก เขาไม่มีอารมณ์จะเที่ยว และรังสรรค์เองก็ไม่ควรเที่ยวกลางคืนอีกแล้ว

“ครับ ผมไปล่ะ” รังสรรค์ไหว้พี่ชายแล้วลงจากรถ มองตามรถของเขาแล่นออกไปด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

ราเมศว์เดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยสีหน้าท้อแท้เหนื่อยหน่าย สุคนธ์เงยหน้าจากงานที่ทำเห็นท่าทางของเขาจึงถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไร เขาเล่าเรื่องที่เห็นปราลีให้ฟัง เธอหาว่าเขาตาฝาด

“พี่สุก็ไม่เชื่อผมเหมือนคนอื่นๆ” ราเมศว์ตัดพ้อ

สุคนธ์เดินมานั่งตรงหน้าเขาจับมือทั้งสองข้างของเขาขึ้นมาบอกว่าเธอไม่มีวันเหมือนคนอื่น เธอเชื่อ
ที่เขาพูด ราเมศว์ขอบคุณที่เธอเชื่อเขา สุคนธ์ยกมือเขาขึ้นมาแนบแก้มเป็นจังหวะเดียวกับสุนีรัตน์เปิดประตูเข้ามาเห็นพอดีก็ร้องกรี๊ดๆเหมือนเด็กที่ถูกแย่งของเล่น สุคนธ์ตกใจรีบปล่อยมือ แจ่มจิตเองก็ไม่พอใจเช่นกัน

“ไม่เอาค่ะน้องรัตน์เป็นเด็กดีต้องไม่ร้องกรี๊ดๆ อย่างนี้” ราเมศว์เข้าไปหา สุนีรัตน์ผลักเขาพ้นทางแล้ววิ่งไปทุบตีสุคนธ์ที่ได้แต่ปัดป้อง แถมด่าเธอว่ายัยบ้า จะ มาแย่งพี่เมศว์ของตนไปใช่ไหม ราเมศว์รีบเข้าไปดึงสุนีรัตน์ซึ่งดิ้นพราดๆออกไปจากห้องจนได้ สุคนธ์มองแขนตัวเองที่เต็มไปด้วยรอยเล็บสีหน้าหม่นหมอง แจ่มจิตสมน้ำหน้าเธอก่อนจะตามเจ้านายออกไป เมื่ออยู่เพียงลำพังสุคนธ์ร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น...

ไม่ใช่แค่สมน้ำหน้า แจ่มจิตยังโทร.ไปฟ้องคุณหญิงเจริญศรีถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ท่านหาว่าสุคนธ์เป็นสาเหตุทำให้ราเมศว์ไม่ยอมแตะต้องสุนีรัตน์ แจ่มจิตยุส่งไม่ให้ท่านปล่อยเลยตามเลย...

สุนีรัตน์โกรธมากคิดว่าสุคนธ์จะมาแย่งราเมศว์ไปถึงขนาดเรียกอีเรียกไอ้ ราเมศว์ต้องปรามถ้าไม่หยุดพูดจาหยาบคายจะหนีไปที่อื่น เธอถึงยอมหยุดพูด และเขายังต่อรองถ้าเธอยอมไปขอโทษสุคนธ์เขาจะพาไปเที่ยวสวนสนุก สุนีรัตน์อยากไปเที่ยวมากข่มความเกลียดเข้าไปขอโทษสุคนธ์ตามที่ราเมศว์ต้องการ...

ทางด้านคุณหญิงเจริญศรีไม่รอช้าโทร.ไปฟ้องลิ้นจี่อีกทอดหนึ่ง ลิ้นจี่ออกตัวว่าราเมศว์ไม่ใช่คนตาต่ำ แค่เพียงเวทนาสุคนธ์เท่านั้น ท่านไม่วางใจ ผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ใกล้กันก็เหมือนน้ำมันกับกองไฟจะลุกพรึบขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ ลิ้นจี่รับปากจะจัดการทั้งเรื่องราเมศว์กับสุคนธ์และเรื่องราเมศว์กับสุนีรัตน์ วางสายแล้วสั่งให้อำไพไปตามนพดลมาพบเพื่อจะให้เขาจัดการติดตั้งกล้องวงจรปิดในห้องทำงานของราเมศว์

“จะได้ดูว่านังสุมันแรดยังไงบ้าง”...

ขณะที่ลิ้นจี่จ้องจะจับผิดสุคนธ์ ราเมศว์พาสุนีรัตน์มาเที่ยวที่สวนสนุกตามสัญญา โดยมีแจ่มจิตนั่งบนเครื่องเล่นต่างๆเป็นเพื่อน คุณหญิงเจริญศรีโทร.หาแจ่มจิตไม่ได้ก็เลยโทร.ถามราเมศว์ว่าเธอไปไหน ได้ความว่ากำลังเล่นอยู่กับสุนีรัตน์ก็เลยมารับสายไม่ได้ เขาพาทั้งคู่มาเที่ยวสวนสนุกแล้วถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

“ความจริงได้คุยกับคุณเมศว์ก็ดีเหมือนกัน เดี๋ยวคุณเมศว์แวะมาที่บ้านน้าหน่อยได้ไหม พาน้องรัตน์กับแจ่มจิตมาด้วย น้องรัตน์ไม่ได้กลับมาบ้านตั้งหลายวันแล้ว”

“ได้ครับ แต่รอให้น้องรัตน์กินไอศกรีมก่อนนะครับ ผมสัญญากับแกเอาไว้ว่าจะเลี้ยงไอศกรีมครับ”
คุณหญิงเจริญศรีขอบคุณราเมศว์มากที่เอาใจใส่ดูแลลูกของตนเป็นอย่างดี

ooooooo

กว่าราเมศว์จะพาสุนีรัตน์กับแจ่มจิตไปที่บ้านคุณหญิงเจริญศรีพระอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าไปแล้ว เรื่องที่คุณหญิงคุยกับราเมศว์ไม่พ้นเรื่องที่เขายังไม่มีอะไรกับสุนีรัตน์สักที ท่านเสนอให้เขาลองพาสุนีรัตน์ไป เปลี่ยนบรรยากาศ ไปต่างประเทศก็ได้ท่านจะออกค่าใช้จ่ายให้เอง

“ไม่ต้องหรอกครับ แค่ในประเทศเรานี่ก็มีที่สวยๆ น่าเที่ยวเยอะแยะผมมีเพื่อนเป็นเจ้าของรีสอร์ต”

“งั้นดีเลยค่ะ ออกเดินทางวันนี้พรุ่งนี้เลย ไม่ต้องเอาแจ่มจิตไป”

ราเมศว์ไม่เห็นด้วย ให้แจ่มจิตไปด้วยจะดีกว่าเพราะสุนีรัตน์สนิทกับเธอมากกว่าเขา น้องจะได้สบายใจ คุณหญิงเจริญศรีแล้วแต่เขา ขอแค่กลับมาให้มีราเมศว์น้อยหรือน้องรัตน์น้อยๆติดมาด้วย...

ราเมศว์โทร.บอกวัฒน์เรื่องจะไปหาที่รีสอร์ต เขาดีใจมากที่เพื่อนจะมาตามคำเชิญสักที จะมาเมื่อไหร่จะได้เตรียมโปรแกรมเที่ยวไว้ให้ ราเมศว์ไม่ขัดข้องเขาจะพาไปไหนก็ไปได้ทั้งนั้น วัฒน์แปลกใจทำไมเพื่อนทำเสียงหมดอาลัยตายอยากอย่างนั้น ไม่เห็นกระตือรือร้นเหมือนคนที่เพิ่งแต่งงานใหม่ๆ

“แค่นี้ล่ะ” ราเมศว์ตัดบทวางสายไปหน้าตาเฉย วัฒน์ได้แต่สายหน้าเหนื่อยใจแทน...

วัฒน์เห็นปราลียืนเหม่ออยู่กลางสวนสวย เข้าไปคุยด้วย เธอชื่นชมว่าที่นี่สวยมาก เขาสบช่องถ้าเธอชอบก็เชิญอยู่นานๆได้เลย เธอไม่กล้ารบกวนเขานานนัก รอให้หาทางขยับขยายได้แล้วก็จะไป วัฒน์ใจหายอย่างบอกไม่ถูกรีบเปลี่ยนเรื่องคุย ทำไมเธอถึงไม่อยู่ที่บ้าน ปราลีได้แต่นิ่งไม่ตอบ เขาขอโทษที่ละลาบละล้วง

“ไม่เป็นไรค่ะ ปุ๋มไม่เคยคิดว่าคุณวัฒน์ละลาบละล้วง คือคุณแม่ของปุ๋มมีสามีใหม่”

“อีกไม่กี่วันคุณปุ๋มก็คงจะไม่เหงาแล้วเพราะเพื่อนของผมเขาจะพาภรรยามาฮันนีมูนที่นี่”

มีเสียงลูกหมูร้องไห้ดังขึ้น ปราลีขอตัวเข้าไปดูลูกก่อน วัฒน์มองตามเธออย่างชื่นชมโดยไม่ปิดบัง...

ทางฝ่ายลิ้นจี่ถึงกับตบอกผ่างเมื่อรู้ว่าราเมศว์พาสุนีรัตน์ไปเที่ยวสวนสนุก แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะมีลูกสักที แม่ยายของเขายิ่งร่ำร้องอยากจะมีหลานอยู่ เขาได้แต่นิ่ง

“จะไปไหนก็ไป อ้อ แล้วก็ไม่ต้องให้แม่แจ่มจิตคอยตามแจจนแกไม่มีโอกาสจะอยู่ตามลำพังกับเมียเลยล่ะ คอยเป็นยาดำแทรกทุกที่ทีเดียว” ลิ้นจี่รอจนราเมศว์ออกไปแล้วจึงสั่งให้อำไพไปตามสุคนธ์ไปพบตนที่ห้อง

ooooooo

จากนั้นไม่นาน สุคนธ์มานั่งอยู่ตรงหน้าลิ้นจี่ ซึ่งไม่พูดพล่ามทำเพลงตบเธอหน้าหันฐานให้ไปดูว่าบ้าน ปราลีอยู่ไหนแต่กลับนิ่งเฉยไม่มารายงาน เธออ้างว่าไปไม่ถึง พอดีนึกได้ว่าต้องไปเก็บค่าเช่าตึกให้ท่านก่อน

“โกหก ราเมศว์บอกว่าแกไปหาเพื่อน แล้วไหนล่ะเงินค่าเช่าตึก”

“เขาขอผลัดไปสัปดาห์หนึ่งค่ะ”

ลิ้นจี่โกรธมากที่สุคนธ์โกหกกำลังนึกอยู่ว่าจะลงโทษอย่างไร แต่มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเสียก่อน ช้วนโทร.มาบอกปราลีกลับไปที่รีสอร์ตแห่งนั้นอีก ลิ้นจี่ยิ้มพอใจ สั่งให้เขาคอยสะกดรอยตามให้ดีๆ แล้วแย่งเด็กน้อยมาให้ได้ จากนั้นโยนมือถือให้อำไพ ก่อนจะบอกสุคนธ์ว่าไม่จำเป็นต้องง้อเธอแล้วและให้เธอจำใส่กะลาหัวเอาไว้ ถ้าราเมศว์รู้เรื่องนี้ เธอจะต้องตายอย่างทรมานที่สุด สุคนธ์ได้แต่ก้มหน้าด้วยความหวาดกลัว...

ปราลียังนอนไม่หลับเฝ้าแต่ครุ่นคิดถึงตอนที่ราเมศว์เห็นตัวเองที่บ้านแม่ มีไลน์มาจากพวนเตือนให้เธอระวังตัว ทางที่ดีเธอควรจะหาที่อยู่ใหม่เพราะพวกนั้นคอยจับตาดูเธออยู่ตลอดเวลา ปราลีไม่สบายใจรีบโทร.บอกพวนว่าไม่รู้จะไปอยู่ไหน ที่นี่เป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอกับลูก พวนแนะ
ถ้าไปอยู่ที่อื่นไม่ได้ก็ต้องซ่อนตัวอยู่ที่นั่นอย่าออกไปไหนเด็ดขาด ช้วนกำลังเรียกพวกมาเพิ่มเพื่อชิงตัวลูกหมูให้ได้

“ไม่หรอกพวน ฉันจะสู้ จะไม่ยอมให้พวกมันมาทำลายชีวิตของฉันกับลูกเด็ดขาด”...

เป็นอย่างที่พวนเตือนไว้ไม่มีผิดเพี้ยน ช้วนกับพวกในคราบนักท่องเที่ยวแฝงตัวเข้ามาในรีสอร์ตโดยไม่รู้ว่าวัฒน์ ผู้หมวดจักรกฤษณ์กับตำรวจนอกเครื่องแบบอีก 5 นาย รอคอยการมาถึงของพวกช้วน
อยู่ ทันทีที่เห็นชายตรงกับลักษณะคนร้าย ตำรวจรีบโทร.รายงานจักรกฤษณ์ซึ่งสั่งให้เข้าจับกุมทันที
ช้วนกับพวกรู้สึกผิดปกติพากันขึ้นรถขับหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยมีจักรกฤษณ์กับตำรวจขับรถไล่ตามช้วน ทิวและทวนหนีไม่พ้นถูกตำรวจจับตัวได้ จากนั้นพาไปที่สถานีตำรวจ...

ลิ้นจี่ตกใจไม่น้อยเมื่อได้รับรายงานจากพวนว่าช้วนกับพวกถูกตำรวจจับแต่ก็เบาใจที่ไม่มีใครพูดพาดพิงมาถึงตัวเอง พวนยังรายงานอีกว่าพวกนั้นถูกปล่อยตัวแล้วเนื่องจากไม่มีหลักฐาน นอกเสียจากปราลีจะไปแจ้งความเอาเรื่อง ลิ้นจี่มั่นใจว่านังนั่นไม่แจ้งความเพราะตัวเองก็เรื่องเยอะ พวนแนะให้ลิ้นจี่บอกให้ช้วนกับพวกออกจากพื้นที่ไปก่อน ไม่อย่างนั้นจะพากันซวยไปหมด ลิ้นจี่ของขึ้นทันทีตวาดลั่น

“แกไม่มีหน้าที่มาสั่งฉัน ทุกอย่างฉันเป็นคนตัดสินใจเองเพราะฉันเป็นคนจ้าง เป็นคนออกคำสั่ง เป็นผู้ควบคุมชีวิตพวกแกทุกคน ฉันคือพระเจ้า ฉันเป็นผู้ลิขิตชีวิตพวกแก อย่าสะเออะมาอวดดีกับฉัน”...

ปราลีไม่ยอมแจ้งความเอาผิดช้วนกับพวกอย่างที่ลิ้นจี่ว่าไว้ไม่มีผิด วัฒน์พยายามขอร้องให้เอาเรื่องเพื่อที่เธอกับลูกจะได้อยู่อย่างปลอดภัย แต่เธอยืนกรานคำเดิมไม่ยอมแจ้งความ และขอร้องเขาอย่าคาดคั้นอะไรเธออีก ไว้พร้อมเมื่อไหร่เธอจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง

ooooooo

ในที่สุดก็ถึงวันที่ราเมศว์ สุนีรัตน์และแจ่มจิตเดินมาที่รีสอร์ตของวัฒน์ ปราลีอยู่ช่วยน้าบวบกับวันเข้าครัวทำอาหารปล่อยให้วัฒน์ไปรับแขกที่สนามบินคนเดียว เขาเห็นท่าทางของสุนีรัตน์ก็รับรู้ได้ว่าผิดปกติ เธอโตแต่ตัวอายุสมองน่าจะไม่เกินเด็กสิบขวบ...

เมื่อได้มาเจอกับปราลีที่รีสอร์ต ทั้งราเมศว์และเธอต่างตกตะลึงไปชั่วขณะก่อนเขาจะฉีกยิ้มด้วยความดีใจจะเข้ามาจับมือ เธอเดินหนีไปจับมือวัฒน์ราวกับจะยึดเป็นที่พึ่ง แล้วอธิบายว่าราเมศว์เป็นเพื่อนของเพื่อนอีกทีหนึ่ง ไม่ยักรู้ว่าทั้งคู่รู้จักกัน วัฒน์ทำเนียนไปกับเธอด้วยบอกว่าเขากับราเมศว์เป็นเพื่อนกันนานแล้ว

“นั่นสินะคะ เราเพิ่งแต่งงานกัน ปุ๋มเลยยังไม่ค่อยรู้ว่าเพื่อนคุณมีใครบ้าง...เห็นคุณวัฒน์บอกว่าคุณมาฮันนีมูน” ปราลีหันมองราเมศว์ แต่วัฒน์ชิงตอบคำถามแทนว่าใช่ นี่ภรรยาของเขาขอตัวไปอาบน้ำก่อน

“คุยกันไปก่อนนะคะ ปุ๋มจะไปดูให้เขาอุ่นกับข้าวหน่อย น้าบวบพาลูกไปเล่นก่อนเถอะจ้ะ คุณพ่อจะได้คุยกับเพื่อน” ปราลีเดินออกไปกับลูกและน้าบวบ ราเมศว์มองตามตาละห้อย วัฒน์เห็นสายตาของเพื่อน พอจะเดาอะไรออก ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเป็นปกติว่าโลกมันแคบ ราเมศว์พยักหน้าเห็นด้วยว่ามันกลมสิ้นดี...

ราเมศว์ยังไม่ปักใจเชื่อคำพูดของปราลีนัก เมื่อมานั่งที่โต๊ะอาหารเขาซักทั้งคู่ว่าแต่งงานกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกให้เพื่อนฝูงรู้ ปราลีขอเป็นคนตอบคำถามเองว่าเราจดทะเบียนกันเงียบๆ ไม่ได้จัดงานแต่งเพราะเธอเคยแต่งงานมาก่อน สามีคนก่อนของเธอตายไปแล้ว ลูกหมูเป็นลูกของสามีเก่าซึ่งวัฒน์กรุณารับเป็นลูก ระหว่างนั้นแจ่มจิตพาสุนีรัตน์เข้ามานั่งข้างๆ ราเมศว์ แล้วตัวเองแยกไปกินข้าวในครัวกับน้าบวบ

ปราลีเห็นท่าทางสุนีรัตน์ก็มองออกว่าไม่ปกติ ครั้นกินอาหารเสร็จ ราเมศว์เห็นปราลีเดินไปตัดดอกไม้ในสวนเพียงลำพัง ตามไปคาดคั้นว่าเป็นเพราะเธอแอบมาแต่งงานใช่ไหมถึงได้ปล่อยข่าวว่าตัวเองตาย ส่วนสามีเก่าที่เธอบอกวัฒน์ว่าตาย หมายถึงเขาใช่ไหม เธอไม่ตอบขยับจะเดินหนี เขาคว้าแขนไว้

“กรุณาปล่อยแขนดิฉันด้วยค่ะเพราะถ้าสามีของดิฉันหรือภรรยาของคุณมาเห็นเข้าคงไม่ชอบใจแน่”

ราเมศว์ปล่อยแขนปราลี แต่ยังคงตัดพ้อ “วันนั้นที่บ้านคุณผมไม่ได้ตาฝาดผมเห็นคุณจริงๆแล้วผมยังเห็นนายวัฒน์นั่งแท็กซี่สวนเข้ามา เขาไปรับคุณใช่ไหม”

“เรื่องอะไรที่ผ่านไปแล้วเราไม่ควรพยายามดึงมันย้อนกลับมาอีก รังแต่จะสร้างความเจ็บปวดให้กับคนอีกหลายคน” พูดจบปราลีผละจากไป ราเมศว์ตะโกนไล่หลังว่าไม่เคยหยุดรักเธอเลย ปราลีไม่ยอมหันไปมองกลัวเขาจะเห็นน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย รีบจ้ำพรวดๆ เข้าบ้าน วัฒน์มาจากไหนไม่รู้คว้าไหล่ไว้ถามว่าเป็นอะไร เธอปล่อยโฮโผซบอกเขา ราเมศว์เข้ามาเห็นภาพบาดตาทนดูไม่ไหวหันหลังเดินกลับ

“อยากเล่าให้ผมฟังไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”

หญิงสาวพยักหน้าก่อนจะบอกว่าราเมศว์เป็นพ่อของลูกหมู...

ครู่ต่อมา ราเมศว์กลับบ้านพักเจอสุนีรัตน์กำลังอาละวาดใส่แจ่มจิต เขาแอบถอนใจเหนื่อยใจ อยากอยู่คนเดียวเงียบๆจึงกล่อมให้สุนีรัตน์ออกไปเดินเล่นกับแจ่มจิต แดดร่มเมื่อไหร่จะพาไปจับปูเธอถึงได้ยอมไป...

ทางด้านวัฒน์รู้เรื่องทั้งหมดจากปากปราลีก็ถึงบางอ้อทันทีว่าทำไมเธอถึงไม่แจ้งความเอาผิดช้วนกับพวก เธอยังเล่าอีกว่าที่ต้องขอให้เขาแสดงตัวเป็นสามีเพราะไม่ต้องการไปยุ่งเกี่ยวกับราเมศว์อีก วัฒน์ทักท้วงเท่าที่สังเกตดูราเมศว์ยังรักและต้องการเธออยู่ ปราลียิ้มขมขื่น จะมีประโยชน์อะไรในเมื่อเขาแต่งงานแล้ว...

รังสรรค์รู้เรื่องจากราเมศว์ว่าปราลียังไม่ตายตอนนี้แต่งงานกับเพื่อนของเขาซึ่งเป็นเจ้าของรีสอร์ตที่เขาไปพัก ก็รีบแจ้งข่าวดีนี้ให้เตือนตากับป้าวิไลรับรู้ ป้าวิไลตื่นเต้นดีใจที่ปราลีแต่งงานมีความสุขไปแล้ว

เตือนตากลับนิ่งเฉย รังสรรค์แปลกใจทำไมเธอถึงเฉยนักหรือว่ารู้เรื่องนี้มาก่อนแล้ว เธอไม่ตอบอุ้มลูกขึ้นบ้าน รังสรรค์มองตามน้อยใจ หันไปถามป้าวิไลคิดว่าเตือนตาอยากหย่ากับเขาไหม เขารู้สึกว่าเธออยู่กับเขาแล้วไม่มีความสุข ป้าวิไลอธิบายว่าที่เธอทำอย่างนั้นเนื่องจากคิดว่าเขาแต่งงานด้วยเพราะแค่จะรับผิดชอบไม่ใช่เพราะเขารักเธอ ดังนั้นเขาจะต้องทำให้เธอมั่นใจว่าเขารักเธอด้วยความจริงใจ...

ฝ่ายเตือนตาโทร.บอกปราลีว่าทุกคนรู้เรื่องหมดแล้ว ปราลีไม่สนรู้ก็รู้ไปตนก็จะอยู่ของตนแบบนี้ แล้วบอกให้เพื่อนรักมาเที่ยวที่นี่บ้างชวนป้าวิไลกับรังสรรค์มาด้วย เธอไม่คิดจะชวนเขา ปราลีอยากรู้เมื่อไหร่เธอจะใจอ่อนกับรังสรรค์ เตือนตากลับย้อนถามแล้วเรื่องของเพื่อนกับราเมศว์ล่ะ ปราลีคิดว่าคงไม่มีหวัง

ooooooo