โซ่เสน่หา ตอนที่ 4 นิยายไทยรัฐ
วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

โซ่เสน่หา ตอนที่ 4


25 พ.ค. 2560 09:59
1,816,067 ครั้ง

ละคร นิยาย โซ่เสน่หา

โซ่เสน่หา ตอนที่ 4

อ่านเรื่องย่อ

โซ่เสน่หา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ชลาลัย

บทโทรทัศน์โดย:

ภาวิต

กำกับการแสดงโดย:

ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์

ผลิตโดย:

บริษัทดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.20 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศรัณย์ ศิริลักษณ์, ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ

ดื่มกาแฟเสร็จ ปราลีจะออกไปว่ายน้ำเล่น แต่พอพวนซักจะไปไหน ก็เลยบอกว่าจะไปโดดน้ำตายแล้วเดินเข้าไปเปลี่ยนชุดว่ายน้ำในห้อง สักพักราเมศว์ตามเข้ามาเห็นเธออยู่ในชุดว่ายน้ำก็จ้องเขม็ง

“ไหนว่าจะไปโดดน้ำตาย”

ปราลีรีบคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับ ขยับจะไปแต่ราเมศว์ยืนขวางทางอยู่ เขาเบี่ยงตัวหลบให้เธอเดินนำไปก่อนแล้วถึงเดินตามกระทั่งมาถึงชายหาด ทั้งคู่มีปากเสียงกันอีกเช่นเคย ทะเลสวยกับบรรยากาศเงียบสงบ กระตุนแรงปรารถนาทำให้ราเมศว์รวบตัวปราลีมาจูบเธอดิ้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะปล่อยให้เขาทำตามใจ สุดท้ายทั้งคู่มีอะไรกันบนชายหาดแห่งนั้น ปราลีพลิกตัวหันหลังให้ราเมศว์สีหน้ายังสับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้น เขาผงกหัวขึ้นวางคางบนไหล่เธอใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุขสวมกอดเธอไว้

“คุณปุ๋ม...รู้ไหมผมมีความสุขที่สุดเลย อยากกอดคุณไว้อย่างนี้ตลอดไป” เงียบไม่มีเสียงโต้ตอบใดๆ “ได้ยินที่ผมพูดหรือเปล่า เป็นอะไรไป คุณเสียใจหรือ...จะบอกว่าดีใจก็ได้นะ”

หญิงสาวกำหมัดแน่น เขาจับมือนั้นขึ้นมาจูบ เธอกระชากมือกลับอย่างไร้เยื่อใย ราเมศว์ยังคงเป็นฝ่ายพูดอยู่ข้างเดียว บอกว่าเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทำให้เขาประทับใจที่สุด ปราลีทนฟังไม่ได้ขยับจะลุกหนี เขาดึงเธอมากอดไว้อย่างเดิม

“ผมจะลืมเสียว่าความเป็นจริงของชีวิตคืออะไร แต่จะจดจำทุกวินาทีของที่นี่เอาไว้ชั่วชีวิต” ราเมศว์ตกใจที่เห็นปราลีร้องไห้ ถามว่าร้องทำไม เธอก็ไม่ยอมตอบ ยันตัวลุกขึ้นกระชับเสื้อคลุมให้เรียบร้อย เขาลุกตามจะช่วยประคองแต่เธอเบี่ยงตัวหลบ เดินหนีเข้าบ้านไปเงียบๆ ราเมศว์มองตามสีหน้าหม่นหมอง

ครู่ต่อมาปราลีเข้าห้องปิดประตูล็อก ทิ้งตัวลงฟุบหน้ากับที่นอนร้องไห้ ราเมศว์ตามมาเคาะประตูเรียกอย่างร้อนใจ เธอตวาดแว้ดจะเคาะทำไมในเมื่อเขามีกุญแจไขเข้ามาเองได้ ลืมแล้วหรือว่าเขาเป็นเจ้าของบ้านจะทำอะไรก็ได้อยู่แล้ว เขาขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น

“จะต้องขอโทษทำไม คุณทำตามหน้าที่ของคุณแล้วนี่ และฉันก็ทำตามหน้าที่ของฉันแล้ว ทีนี้ก็รอว่าเด็กมันจะมาเกิดหรือเปล่า”

“อย่าพูดอย่างนั้น”

“ไปให้พ้น ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ ไม่อยากได้ยินเสียงคุณ” ปราลีกัดฟันไล่ทั้งน้ำตา

ooooooo

พวนไม่รอช้า รีบนั่งเรือกลับขึ้นฝั่งโทร.รายงานลิ้นจี่ซึ่งถึงกับร้องเอะอะว่าไปได้กันบนหาดเลยหรือ

“สำคัญมากเจ้าราเมศว์เห็นเงียบๆหงิมๆเซ็กซ์เอาเรื่อง” พูดจบลิ้นจี่หัวเราะชอบใจ อำไพยืนฟังอยู่ด้วย เผลอออกความเห็นว่ามันจะดีหรือ ท่านตวาดแว้ดอย่าสอด พวนตกใจนึกว่าด่าตัวเอง รีบบอกว่ายังไม่ทันได้พูดอะไร ลิ้นจี่ไม่ได้ว่าอะไรพวน แล้วสั่งว่าอย่าเพิ่งกลับ ปล่อยให้ราเมศว์กับปราลีฉ่ำชื่นกันให้พอ เอาให้ชัวร์ว่าเด็กน้อยๆ จะต้องมาเกิดแน่ๆ แล้วหัวเราะอีก ก่อนจะส่งโทรศัพท์ให้อำไพ...

ทั้งพวนและพวกการ์ดไม่อยู่บนเกาะ ราเมศว์จึงลงมือทำมื้อกลางวันด้วยตัวเอง แล้วไปเคาะประตูเรียกให้ปราลีออกมากินอาหาร เธอก็ไม่ยอมออกมาเอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้อง เขาตัดสินใจใช้กุญแจไขประตูเข้าไป เธอแดกดัน นึกว่าจะมีมารยาท เขากลัวเธอจะไม่สบายก็เลยไขเข้ามาดู

“โอ๊ย ฉันไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอก ยังอยู่จนกว่าจะผลิตเด็กให้คุณกับคุณแม่ของคุณไว้ดูเล่นได้”

ราเมศว์เดินหายออกไปจากห้องสักพัก กลับมาพร้อมกับโต๊ะเลื่อนและอาหารกลางวัน ในเมื่อเธอไม่ยอมออกไปกิน เขาก็เลยต้องเอามาเสิร์ฟให้ถึงที่ เธออ้างว่ายังไม่หิว

“ถ้าอย่างนั้น ผมจะป้อนเอง” ว่าแล้วราเมศว์ตักข้าว ยื่นให้ถึงปาก ปราลีไม่พอใจปัดมือเขาช้อนกระเด็น อาหารกระจายเต็มพื้น เขารีบทรุดตัวลงไปเก็บเศษอาหาร แล้วเข็นโต๊ะเลื่อนออกไปเงียบๆ จากนั้นไม่นานเขากลับมาพร้อมกับไม้ม็อบถูพื้น ปราลีอาสาจะทำเอง

“ไม่เป็นไร” ราเมศว์ก้มหน้าก้มตาถูพื้นจนสะอาด

ooooooo

ค่ำวันเดียวกัน รังสรรค์นัดให้เตือนตามาเจอกันที่ร้านอาหารหรูในโรงแรม เธอมองเขาดื่มเหล้ามากมายด้วยสีหน้าเป็นกังวล นี่ถ้ารู้ก่อนว่าเขาจะชวนให้มานั่งดูเขาดื่มเหล้าตนคงไม่มา

“แต่คุณก็มาแล้ว” รังสรรค์ยักคิ้วกวนประสาท เตือนตาลุกขึ้นทันที แต่เขาคว้าแขนไว้ขอร้องให้อยู่เป็นเพื่อนกันก่อน หรือถ้าไม่อยากเสียเวลาจะดื่มกับเขาก็ได้ เธอขอผ่านดื่มไม่เป็น อีกทั้งการดื่มเหล้าผิดศีลข้อ 5 และเธอจะให้เวลาเขาแค่สามทุ่ม รังสรรค์ต่อรองขอเป็นตีสามได้ไหม แล้วตั้งชื่อให้เธอใหม่เป็นภาษาอังกฤษว่า ทานี่ เตือนตาตวาดแว้ดจะบ้าหรือ ทานี่บ้าบออะไร

“ก็เตือนตาไง เรียกแบบฝรั่งว่าทานี่ หรือตานี่ตานีก็ได้”

เตือนตาไม่ตลกด้วยลุกออกไปเลย รังสรรค์กวักมือเรียกบริกรมาเก็บเงิน แล้วเดินเซตามเธอไป เห็นเธอยืนรอคิวให้พนักงานโรงแรมเรียกแท็กซี่ให้ รังสรรค์เข้ามาโวยวายเสียงลั่นจะให้เธอช่วยขับรถไปส่งคอนโดฯ กลัวตำรวจจับเมาแล้วขับ ทีแรกเธอไม่ยอมช่วย แต่ทนเสียงรบเร้าไม่ไหวสุดท้ายก็ยอมขับรถให้ เขาเตือนให้เธอโทร.ไปบอกคุณป้าของเธอก่อน

“ไม่ต้อง ท่านออกไปโรงทานกับญาติธรรมของท่านที่ต่างจังหวัด”...

ไม่นานนัก เตือนตาขับรถของรังสรรค์มาถึงคอนโดฯที่พักของเขา เห็นเจ้าของรถหลับคอพับเขย่าตัวปลุกให้ตื่น เขาพึมพำเรียกหาปราลีก่อนจะดึงเตือนตาเข้ามากอดเพราะคิดว่าเป็นหญิงคนรัก เธอผลักเขาออก เขากลับไปนอนฟุบอย่างเดิม เตือนตาใช้ความสามารถ เฉพาะตัวห้ามลอกเลียนแบบ ลากเขาออกจากรถไปที่ลิฟต์จนได้ และเธอต้องใช้ความพยายามอีกครั้งถึงได้พารังสรรค์ที่เมาโซเซมาถึงห้องพัก

เตือนตาประคองเขาไปนั่งที่โซฟา เขาวานเธอรินน้ำเย็นให้หน่อย พลางบ่นอย่างขมขื่น สังหรณ์ใจเหลือเกินว่าปราลีจะอยู่กับพี่ชายตัวเอง เตือนตาส่งแก้วน้ำให้ ถามว่าหายเมาแล้วหรือ เขาไม่ตอบกระดกน้ำเปล่าเข้าไปหมดแก้ว ก่อนจะถอนใจเฮือก

“พี่เมศว์จะวางตัวยังไงเมื่อเขารู้แล้วว่าผมรักปุ๋ม”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ เขาก็คงไม่ทำอะไรหรอก... กาแฟดำสักถ้วยไหม”

รังสรรค์ขอบคุณเตือนตามาก ชี้ไปที่เก็บกาแฟกับกระติกน้ำร้อน เธอหยิบแก้วมาวางจะตักกาแฟแล้วนึกขึ้นได้ขืนให้ดื่มเดี๋ยวนอนไม่หลับจะเพ้อไปกันใหญ่ เขาเลื่อนตัวลงนอนบนโซฟา ยกมือก่ายหน้าผากหลับตาลงอย่างทุกข์ใจ เตือนตาเปลี่ยนจากกาแฟเป็นเดินไปหยิบผ้าขนหนูจะมาชุบน้ำเช็ดหน้าให้เขาแทน ขออนุญาตเขาเข้าไปเอาผ้าขนหนูในห้องนอน

เธอได้ผ้าขนหนูกำลังจะกลับไปที่ห้องรับแขกแต่ต้องชะงักเมื่อรังสรรค์ตามมาถามว่าเข้ามาในนี้ทำไม คงไม่ได้คิดจะให้ท่าเขาใช่ไหม เตือนตาฉุนขาดฟาดฝ่ามือเข้าเต็มใบหน้าเขา ด่าซ้ำว่าทุเรศสุดๆ รังสรรค์จับข้อมือเธอกระชากเข้ามาปะทะกับอก เธอพยายามดิ้นหนีพร้อมกับสั่งให้ปล่อย

“อย่าร้องเสียให้ยากเลย ผู้หญิงที่เข้ามาในนี้แล้วไม่มีใครรอดไปสักราย” พูดจบโน้มตัวลงไปจูบ เตือนตาดิ้นหนีสุดฤทธิ์แต่สู้แรงเขาไม่ไหว

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น เตือนตาร้องไห้เป็นเผาเต่าที่ต้องเสียพรหมจรรย์ให้กับคนไม่เอาถ่านอย่างรังสรรค์ที่อ้างหน้าด้านๆว่าทำไปเพราะเมา เขายอมรับผิดทุกอย่าง จะให้ทำอย่างไรก็บอกมาได้เลย เธอตะคอกใส่หน้าให้เขาไปตายให้รู้แล้วรู้รอด แล้วคว้ากระเป๋าถือจะกลับบ้าน รังสรรค์ทักท้วง

“จะกลับทั้งๆที่ขี้หูขี้ตาแฉะ ผมเป็นกระเซิงยังงั้น เหรอ ใครเห็นเข้าก็รู้ทันทีเลยว่าไปทำอะไรมา”

หญิงสาวกรีดร้องอย่างเจ็บปวดจนรังสรรค์ต้องเอามืออุดหู...

จากนั้นไม่นาน เตือนตากลับถึงบ้าน รีบไขกุญแจเข้าข้างในกลัวใครจะมาเห็น รังสรรค์โทร.หาด้วยความเป็นห่วง แต่เธอไม่ยอมรับสาย แถมปิดเครื่องหนีอีกต่างหาก เขาติดต่อเธอไม่ได้ก็ยิ่งกลุ้มหนัก...

ขณะเตือนตากำลังแต่งตัวจะไปทำงานมีเสียงกริ่งประตูรั้วดังขึ้น เธอไม่สนใจคิดว่าเป็นรังสรรค์แต่งหน้าแต่งตัวต่อไป เสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้งสักพักตามมาด้วยเสียงโทรศัพท์บ้าน เธอรีบรับสาย ปรากฏว่าป้าวิไลโทร.มาบอกว่าตัวเองอยู่หน้าบ้าน เปิดประตูให้ด้วยไม่ได้เอากุญแจไป

ป้าวิไลเห็นตาช้ำๆของหลานสาวทักว่าไปทำอะไรมาราวกับผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก เธอโกหกหน้าตาเฉยว่าแป้งเข้าตา แล้วขอตัวไปแต่งหน้าแต่งตัวต่อ ป้าวิไลพยักหน้ารับคำ ยังไม่ทันจะเสียบปลั๊กกาต้มน้ำร้อน มีเสียงกริ่งประตูรั้วดังขึ้น เธอตะโกนบอกหลานว่าจะไปเปิดเอง

รังสรรค์เห็นป้าวิไลเป็นคนมาเปิดประตูให้ ร้องทักไม่ได้ไปทำบุญหรือ ท่านเพิ่งกลับมาเมื่อครู่นี้เอง รังสรรค์ถอนใจเฮือกพึมพำว่าเกือบซวยแล้ว ป้าวิไลได้ยินไม่ถนัดถามว่าพูดอะไร

“อ๋อ ผมบอกว่าดอกไม้นั่นหายสวยแล้วครับ”

ป้าวิไลพยักหน้าหงึกๆเดินนำเข้าบ้าน รังสรรค์เดินถือถุงโจ๊ก 2 ถุงพร้อมกาแฟกับปาท่องโก๋เดินตามหลัง รู้สึกเหมือนมีคนมองพอเงยหน้าขึ้นไปดู เตือนตารีบผลุบไปหลบหลังม่าน...

ทันทีที่เห็นหน้า เตือนตาไล่ตะเพิดรังสรรค์ให้กลับไปได้แล้ว เอาของของเขากลับไปด้วย บ้านนี้มีเงินซื้อกินเองได้ ป้าวิไลต้องปรามแต่เธอไม่สนใจไล่เขาซ้ำอีกครั้ง รังสรรค์จำต้องกลับออกมา...

รังสรรค์กลุ้มหนักไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร จึงโทร.นัดให้สุคนธ์มาพบเพื่อปรึกษาเรื่องที่เขาล่วงเกินผู้หญิงคนหนึ่ง สุคนธ์ไม่มีท่าทีตกใจเพราะชินกับเรื่องนี้ของเขาอยู่แล้ว เขาอ้างว่าผู้หญิงคนนี้ไม่เหมือนใคร เธอไม่ใช่พวกรักสนุกแต่เป็นคนดีและที่สำคัญคุณป้าของเธอเมตตาเขามาก เขาก็เลยอยากจะส่งผู้ใหญ่ไปสู่ขอไม่รู้ว่าคุณแม่จะช่วยไปทาบทามได้หรือเปล่า สุคนธ์ฟันธงว่ายากมาก

“เรื่องนี้คุณรังควรปรึกษาคุณเมศว์ดีกว่า”

“พี่สุก็บอกมาสิว่าพี่เมศว์อยู่ที่ไหน”

พูดถึงราเมศว์ขึ้นมา ท่าทีของสุคนธ์เปลี่ยนไปทันที อ้างไม่รู้เหมือนกันว่าเขาอยู่ที่ไหน แล้วขอตัวกลับก่อน รังสรรค์จะไปส่งเธอก็ไม่ยอม รีบผละจากไปอย่างรวดเร็ว...

บนเกาะแห่งนั้น ราเมศว์เห็นปราลีนั่งหน้าเศร้าอยู่ที่ชายหาด เดินมานั่งข้างๆ เธอขยับหนีพลางถามว่าเมื่อไหร่จะกลับหรือจะรอให้แน่ใจก่อนว่าเธอท้อง

ราเมศว์ขยับตามมาจับมือเธอไว้ เขาจะไม่ไปไหนทั้งนั้นเพราะเป็นห่วงเธอ ปราลีขอร้องไม่ต้องมาทำเสแสร้งแกล้งดีด้วย เขาไม่ได้เสแสร้งแต่มีความสุขจริงๆที่ได้อยู่ใกล้เธอ แล้วเล่าให้ฟังว่าครั้งแรกที่เจอกัน เขาแสร้งทำเหมือนคนโรคจิตเพื่อให้เธอถอนตัวแต่เธอก็ยังดื้อ

“เพราะฉันต้องการประชดแม่” ปราลีเผลอตัวสารภาพ

ราเมศว์ได้ยินเรื่องแม่ของปราลีจากรังสรรค์ว่าท่านมีสามีใหม่ หญิงสาวสวนทันทีนั่นไม่ใช่สามีแต่เป็นแมงดา เขาปรามว่าเป็นลูกไม่ควรไปก้าวก่ายเรื่องของพ่อแม่ เธอควรจะปล่อยให้ท่านมีความสุข พูดถึงเรื่องแม่ขึ้นมาทำให้ปราลีเดือดปุดๆลุกขึ้นจะเดินหนี เขาต้องรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา

“อยากรู้ไหมว่าคืนนั้นยัยพวนไปเอาดอกกุหลาบมาจากไหน...ผมจะพาไปดู” ว่าแล้วราเมศว์เดินเลี้ยวไปด้านหลังบ้านพัก ทำเป็นไม่สนใจว่าปราลีจะตามมาหรือไม่ หญิงสาวยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินตาม เมื่อเลี้ยวพ้นหัวมุมบ้านต้องตะลึงที่เห็นแปลงต้นกุหลาบกำลังออกดอกสะพรั่ง เขาเห็นสายตาชมชอบของเธอเชิญชวนให้เก็บได้ตามใจชอบ เธอปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ แล้วหันหลังจะไป แต่ต้องชะงักเมื่อเขาพูดขึ้นว่า

“เรามีปัญหาเรื่องแม่คล้ายๆกัน คุณแม่ผมต้องการให้ผมมีลูกด้วยวิธีประหลาด ส่วนคุณแม่คุณ...”

“เอาแมงดามาเป็นผัว”

ราเมศว์ตำหนิปราลีไม่ควรพูดถึงแม่ด้วยวาจาไม่สุภาพและไม่ให้เกียรติ เพราะถึงอย่างไรท่านก็เป็นผู้ให้กำเนิด ถ้าท่านมีความสุขเธอก็ควรจะมีความสุขไปกับท่าน ปราลีอยากรู้หากท่านถูกปอกลอกหมดตัวจะทำอย่างไร เขาแนะให้เธออยู่เคียงข้างท่านแล้วค่อยจัดการกับคนชั่วนั่น ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ เพียงแต่เราต้องใช้สติและปัญญาแก้ไปทีละเปลาะ เรื่องของเราก็เช่นกัน เราจะหาทางแก้ไขด้วยกันแล้วจับมือเธอไว้

“ผมรักคุณ ไม่รู้ว่ามันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แค่ว่าผมรักคุณมาก และมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน”

ooooooo

สายวันนี้ทั้งเกาะมีเพียงราเมศว์กับปราลีเท่านั้น พวนกับพวกพากันขึ้นฝั่งไปหมด เขาเห็นใกล้มื้อเที่ยงอาสาจะไปทำอะไรมาให้กิน

“ฉันยังไม่หิว”

ราเมศว์จับมือทั้งสองข้างของปราลีมากุมไว้ ขอร้องให้เธอเรียกตัวเองว่า “ปุ๋ม” แทนคำว่า “ฉัน” เธอทำตามอย่างว่าง่าย เขาหอมแก้มเธอเป็นรางวัลหนึ่งฟอด แล้วเดินเข้าครัวด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข...

ขณะที่ปราลีกับราเมศว์เริ่มมีใจให้กัน ลิ้นจี่สั่งให้พวนไปบอกราเมศว์ทีว่าท่านเรียกตัวกลับวันนี้เลย

เพราะต้องการเห็นความเจ็บปวดของคนสองคนที่กำลังมีความรักจะต้องพลัดพรากจากกัน สุคนธ์ผ่านมาได้ยินพอดีรีบกลับไปที่ห้องทำงานน้ำตารื่นขึ้นด้วยความเวทนาสงสารราเมศว์จับใจ...

เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจ ลิ้นจี่โทร.แจ้งข่าวดีให้คุณหญิงเจริญศรีทราบว่าต้นเดือนหน้าเธอจะไปสู่ขอสุนีรัตน์ให้ราเมศว์ ทั้งที่รู้ว่าฝ่ายหญิงไม่มีความสามารถจะเป็นภรรยาใครได้

หลังวางสายจากลิ้นจี่ คุณหญิงเจริญศรีเล่าข่าวดีนี้ให้แจ่มจิตพี่เลี้ยงของสุนีรัตน์ฟัง และสั่งให้เธอติวเข้มสุนีรัตน์เรื่องการเป็นแม่บ้านแม่เรือนที่ดี ส่วนท่านจะรับหน้าที่สอนเรื่องการเป็นเมียที่ดีให้เอง

“อย่าทำเป็นเล่นไป ถ้าสู่ขอต้นเดือนหน้า อีกไม่นานก็คงจะแต่งงานแล้ว ฉันไม่อยากให้คุณพี่กับคุณเมศว์ผิดหวัง”

คุณหญิงเจริญศรีไม่ล่วงรู้เลยว่าตัวเองกับลูกกำลังจะเป็นส่วนหนึ่งในเกมของลิ้นจี่...

แม้จะมีใจให้กันและกัน แต่พอราเมศว์พูดถึงเรื่องของแสงรวี ปราลีหงุดหงิดขึ้นมาทันที วิ่งหนีออกจากบ้านพัก ไม่ทันดูทางสะดุดก้อนหินหกล้มข้อเท้าแพลง เขารีบอุ้มเธอไปนั่งที่โซฟาในห้องนอน จากนั้นทำความสะอาดแผลที่ถลอก แล้วเอาผ้าพันข้อเท้าที่แพลง ดูแลเธออย่างดี ปราลีมองเขาด้วยความซาบซึ้งใจ...

ช่วงเวลาแห่งความสุขของราเมศว์กับปราลีช่างสั้นนัก พวนเข้ามาแจ้งว่าลิ้นจี่สั่งให้ราเมศว์กลับกรุงเทพฯตอนนี้เลย ปราลีใจหายในที่สุดเขาก็ทิ้งเธอ

“ผมไม่มีทางเลือก แต่ผมสัญญาว่าจะกลับมาอีกแน่นอน ผมจะไปบอกคุณแม่ว่าผมรักคุณ ผมจะต่อสู้เพื่อให้เราได้อยู่ด้วยกัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมจะกลับมารับคุณกลับไปด้วย เราจะแต่งงานกันอย่างถูกต้องตามประเพณี จะใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุขตลอดไป”

ราเมศว์ว่าแล้วดึงปราลีซึ่งน้ำตาไหลพรากมากอด

“ทำไมมันถึงได้รวดเร็วอย่างนี้” ปราลีกอดราเมศว์ตอบพวนเร่งให้ราเมศว์ไปได้แล้ว เขาจูบปราลีอย่างแสนรัก ให้สัญญาจะกลับมารับ และขอให้เธอเข้มแข็งเอาไว้ ถ้าเราอ่อนแอเราจะรอคอยกันไม่ได้ เธอรับปากจะเข้มแข็ง เขาขอให้เธอจำไว้ว่าเขารักเธอมาก ปราลีเองก็รักเขามากเช่นกัน

สองคนกอดกันอีกครั้งอย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนราเมศว์จะตัดใจปล่อยเธอจากอ้อมกอดแล้วเดินออกไปกับพวน ปราลีรีบโขยกเขยกไปดูที่หน้าต่างห้อง ชะเง้อมองจนเขาลับสายตา...

ตั้งแต่ราเมศว์จากไป ปราลีเอาแต่นอนร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด ข้าวปลาไม่ยอมแตะ คราวนี้พวนไม่เซ้าซี้อะไร ได้แต่ปล่อยเธอไว้อย่างนั้น

ooooooo

สุคนธ์รู้ว่าราเมศว์จะกลับบ้านคืนนี้ มาดักรอหน้าห้องทำงาน ครั้นเห็นเขาจะเดินเข้าบ้าน เชิญให้แวะเข้ามาคุยกันก่อน ยังไม่ทันจะเล่าอะไรให้ฟัง อำไพเข้ามาเชิญเขาไปพบกับลิ้นจี่เสียก่อน เขาแปลกใจดึกป่านนี้แล้วทำไมท่านยังไม่นอนอีก

“ท่านรอคุณอยู่ค่ะ”

ราเมศว์พยักหน้ารับรู้ เดินตามอำไพออกไป สุคนธ์ได้แต่มองตามหนักใจ...

ทันทีที่เห็นหน้าลูกชาย ลิ้นจี่ต่อว่าว่าทำไมถึงแวะหาคนอื่นก่อนแม่ ราเมศว์แก้ตัวว่าพอดีเดินผ่านห้องทำงานเห็นไฟเปิดสว่างอยู่ก็เลยแวะเข้าไปดู ลิ้นจี่หาว่าสุคนธ์จงใจเปิดไฟล่อให้เขาเข้าไปแล้วด่าเธอว่าร่าน

ราเมศว์ยังไม่ทันอ้าปากจะแก้ตัวให้สุคนธ์ ลิ้นจี่ร้องกรี๊ดๆแล้วตัดพ้อต่อว่าทั้งน้ำตาว่าทำไมเขาถึงทำกับท่านแบบนี้ ทำไมถึงเห็นคนอื่นดีกว่าแม่ เขาทรุดตัวลงคุกเข่าข้างรถเข็นกุมมือแม่ไว้ ขอร้องอย่าร้องไห้

“ผมเห็นคุณแม่ร้องไห้แล้วใจไม่ดีเลย คุณแม่ก็ทราบว่าผมไม่เคยเห็นใครดีกว่าคุณแม่คุณแม่คือคนสำคัญที่สุดในชีวิตของผม”

คำพูดของราเมศว์ทำให้ลิ้นจี่ยิ้มออกมาด้วยความสบายใจ เขาเห็นว่าดึกมากแล้วบอกให้ท่านเข้านอน อาสาจะไปเข็นรถเข็นไปส่งที่ห้อง

“เมศว์นั่นแหละไปนอนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยคุยกันใหม่ แม่ยังมีอะไรต้องทำอีกนิดหน่อย”

ราเมศว์ไม่ขัดใจ อวยพรให้ท่านฝันดีแล้วลุกออกไป ลิ้นจี่มองจนเขาลับสายตา สั่งให้อำไพไปตามตัวสุคนธ์มาพบ จากนั้นไม่นาน สุคนธ์มานั่งพับเพียบอยู่ตรงหน้า ท่านบอกให้เธอเข้ามาใกล้ๆ พอได้ระยะเท่านั้น ลิ้นจี่เตะเปรี้ยงจนเธอล้มกลิ้งฐานร่านดีนัก จงใจเปิดไฟห้องทำงานให้ราเมศว์เข้าไปหา เธอยันตัวลุกขึ้นพยายามอธิบายว่าไม่เคยคิดอะไรเลวร้ายอย่างนั้น ท่านก็ไม่ฟัง

“อย่าสาระแนแร่ร่านอย่างนี้อีก ไม่อย่างนั้นแกจะอยู่ที่นี่ไม่ได้”

สุคนธ์รับคำแล้วรีบกลับไปที่ห้องตัวเองปิดประตูร้องไห้อย่างอัดอั้น

ลิ้นจี่ไม่ได้ต่างจากสุนีรัตน์ที่ต้องมีตุ๊กตาไว้ใกล้ตัว เพียงแต่ตุ๊กตาของลิ้นจี่คือราเมศว์ซึ่งจะสั่งให้ซ้ายหันขวาหัน หรือแม้แต่ยิ้ม เขาจะทำตามทุกอย่างไม่มีขัดใจ...

ooooooo

เช้านี้รังสรรค์โทร.นัดให้เตือนตาออกมาเจอกันที่ร้านอาหารเจ้าเดิม ยืนยันจะขอรับผิดชอบการกระทำของตัวเองด้วยการแต่งงานกับเธอ เตือนตายิ้มเย้ย งานก็ไม่มีทำ วันๆเอาแต่ลอยไปลอยมาขืนแต่งงานด้วย เธอมิต้องแบกภาระเลี้ยงเขาด้วยหรือ ซึ่งคงไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากจะทำแม้จะถูกข่มขืนไปแล้วก็ตาม

“เพราะฉะนั้น อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ถือเสียว่าเราไม่เคยพบไม่เคยรู้จักกันเลย”

“แล้วถ้าคุณเกิดท้องขึ้นมาล่ะ”

“ฉันคงไม่ซวยถึงขนาดนั้นหรอก”

พูดจบเตือนตาลุกออกไป รังสรรค์ตั้งใจมั่นจะต้องรับผิดชอบเธอให้ได้ หยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาสุคนธ์ให้ช่วยหางานให้ทำ เธอแนะให้ของานจากราเมศว์จะดีกว่า ตอนนี้เขากลับมาแล้ว เธอจะบอกให้เขาโทร.หารังสรรค์เอง...

หลังจากนั้นไม่นาน ราเมศว์มาพบกับรังสรรค์ตามนัด เขารู้เรื่องจากสุคนธ์คร่าวๆแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น อยากรู้ว่าผู้หญิงที่น้องชายไปยุ่งด้วยเป็นใคร พอรู้ว่าเป็นเพื่อนสนิทของปราลี ราเมศว์ถึงกับร้องเอะอะ

“อ้าว...แล้ว เออ...แฟนแกล่ะ”

รังสรรค์ส่ายหน้าไม่รู้จะบอกปราลีอย่างไร แล้วเล่าให้ฟังว่าเขากับเตือนตามักจะปรึกษาและปรับทุกข์เรื่องที่ปราลีหายตัวไป ปรึกษาไปปรึกษามาก็เลยเป็นเรื่อง เขาดันไปปล้ำเธอ เขาต้องการจะรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับเธอแต่เธอไม่ยอมแต่งด้วย หาว่าเขาไม่มีงานทำ ขืนแต่งด้วยเขาจะกลายเป็นภาระของเธอ

“แล้วผมควรจะทำอย่างไรดี”...

ปรึกษาพี่ชายเสร็จ รังสรรค์โทร.บอกเตือนตาว่ากำลังจะได้งานทำ เธอกลับบอกอย่างเย็นชาว่านั่นมันเรื่องของเขาไม่เกี่ยวกับเธอ ตอนนี้เธอกำลังทำงานอยู่ อย่าโทร.มารบกวนอีก

“ได้ๆ แล้วผมจะโทร.ไปตอนที่คุณเลิกงานนะ”

ooooooo

ทางด้านราเมศว์ขอร้องลิ้นจี่ให้ช่วยหางานให้รังสรรค์ทำ เธอสบโอกาสเหมาะที่จะเล่นงานลูกชัง จึงเสนองานทำความสะอาดออฟฟิศและภายในบ้านทั้งหมดให้

รังสรรค์รู้เรื่องนี้เข้าก็โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง หาว่าแม่ต้องการกลั่นแกล้ง ราเมศว์เท้าความว่าท่านเคยเสนอให้เขาทำงานเป็นผู้ช่วยของตน แต่เขาไม่เคยทำ รังสรรค์อ้างที่ไม่ทำเพราะไม่อยากตกอยู่ใต้อุ้งมือปีศาจของท่าน ราเมศว์สงสัยถ้าเป็นอย่างนั้น เขากลับมาของานท่านทำทำไม รังสรรค์ถึงกับอึ้ง

“กลับไปคิดให้ดีว่าผู้หญิงคนนั้นคู่ควรจะให้นายเสียสละศักดิ์ศรีบ้าๆบอๆของนายได้หรือเปล่า อีกอย่าง คุณแม่ท่านคือผู้มีพระคุณสูงสุดของนายของฉัน ถ้าไม่มีท่านเราคงไม่ได้เป็นตัวเป็นตนจนป่านนี้ การรับใช้ท่านไม่ว่าจะเป็นงานอะไร ฉันไม่เห็นจะเสียหายสักนิด ถ้านายทำตัวดีๆอีกไม่นานท่านก็คงจะให้นายทำงานกับ ฉันตามเดิม”

ระหว่างกินมื้อค่ำด้วยกัน ป้าวิไลเห็นเตือนตา เอาแต่เขี่ยข้าวในจานไปมาไม่แตะต้องอาหารแม้แต่น้อย ครั้นถามไถ่ว่ามีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า เธอโกหกว่าแค่ไม่สบายใจเรื่องเพื่อนนิดหน่อย ป้าวิไลเห็นเธอไม่อยากพูดถึงจึงไม่เซ้าซี้อะไรอีก

ooooooo

สารัตน์ไม่พอใจที่แสงรวีสัญญาจะซื้อรถให้ จิราภาแต่ทำตามที่พูดไม่ได้ ทำให้เขาต้องผลัดกันใช้รถของปราลีกับน้องสาว เขาเองก็อยากมีรถเป็นของตัวเองเช่นกันจะได้สู้หน้ากับพวกที่กล่าวหาว่าเขาเป็นแค่ไอ้ตัวได้บ้าง

แสงรวีรีบเข้ามากอดด้านหลังเขาอย่างเอาใจ เสนอจะโอนรถของตัวเองให้เป็นชื่อเขา

“แล้วยายจิล่ะครับ”

“ทำไมเธอถึงได้แคร์น้องนัก แคร์เสียยิ่งกว่า ความรู้สึกของพี่ซึ่งเป็นเมียของเธอ”

แสงรวีเสียงแข็งขึ้นมาบ้าง สารัตน์รู้สึกตัวรีบเข้าไปกอดไว้ขอร้องอย่าโกรธกันเลย เธอไม่ได้โกรธแต่น้อยใจ แล้วเดินหนีลงไปข้างล่าง

“โธ่เอ๊ย ทำเป็นงอนจนเหนียงสะบัด” สารัตน์แอบนินทาแสงรวีลับหลัง...

ทางฝ่ายเตือนตาไม่ได้ข่าวคราวของปราลีนานแล้ว ตัดสินใจมาหาแสงรวีที่บ้าน จิราภากำลังออกกำลังกายอยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้านไม่ยอมให้เธอเข้า โกหกว่าแสงรวีไม่อยู่ ไล่ให้กลับไป โชคดีที่เขียนออกมาเห็นเสียก่อน รีบเปิดประตูเชิญให้เข้ามาในบ้าน สร้างความไม่พอใจให้จิราภาที่เขียนบังอาจหักหน้า...

ทันทีที่แสงรวีเห็นเตือนตาถามว่าได้ข่าวปราลีบ้างไหม เธอเองก็จะมาถามท่านเรื่องนี้เหมือนกัน แสงรวีถอนใจหนักใจ ไม่นึกเลยว่าปราลีจะใจแข็งขนาดนี้ เขียนได้ทีต่อว่าว่าเคยเตือนท่านแล้วแต่ไม่ฟัง

“หยุดซ้ำเติมฉันเสียทีได้ไหม แม่เขียน”

แสงรวีกับเขียนมีปากเสียงกัน ฝ่ายแรกไม่พอใจไล่ตะเพิดฝ่ายหลังไปให้พ้นหน้า สารัตน์เห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของแสงรวีเดินไปนั่งข้างๆ โอบไหล่เธอไว้อย่างทะนุถนอม เธอซบหน้ากับไหล่เขาอย่างต้องการที่พึ่ง

“คนพวกนี้มารบกวนอะไรคุณพี่หรือครับ”

เขียนหมั่นไส้ ทำท่าขย้อนใส่ แล้วชวนเตือนตาออกมา แสงรวีขอร้องเตือนตาถ้าได้ข่าวอะไรของปราลีให้บอกท่านด้วย เธอรับคำไหว้ลาแสงรวีแล้วเดินออกไปกับเขียน สารัตน์สบช่องงอนง้อขอคืนดีกับแสงรวีซึ่งพร้อมจะให้อภัยเขาตลอดอยู่แล้ว

อีกมุมหนึ่งของบ้านเตือนตาเห็นเขียนไม่สบายใจที่ติดต่อปราลีไม่ได้ ปลอบว่าไม่ต้องเป็นกังวล ปราลีอาจจะสุขสบายดีก็เลยไม่ติดต่อมา ที่สำคัญเธอเป็นคนเก่ง ตนเชื่อว่าเธอจะเอาตัวรอดได้

“เจ้าประคุณ ขอให้เป็นเช่นนั้นเถอะค่ะ” เขียนว่าแล้วยกมือไหว้ท่วมหัว...

คนที่เตือนตากับเขียนพูดถึง ไม่ยอมแตะต้องอาหาร เอาแต่นั่งใจจดจ่อรอการกลับมาของราเมศว์ พวนขอร้องอย่าโง่ไปหน่อยเลย เรื่องอะไรต้องอดข้าวอดปลาแค่เพราะผู้ชายคนหนึ่งทิ้งไป
ปราลีเถียงเสียงแข็งว่าราเมศว์ไม่ได้ทิ้ง เขาสัญญาจะกลับมาหาเธอ พวนท้าให้วางเดิมพันกัน

“คุณราเมศว์เขารักและเชื่อฟังแม่ของเขายิ่งกว่าอะไร ทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างคุณกับเขาล้วนแต่เป็นคำสั่งของคุณนายลิ้นจี่ทั้งนั้น คุณราเมศว์เขาทำตามหน้าที่ของเขาเรียบร้อยแล้ว ต่อไปนี้ก็เป็นหน้าที่ของคุณ คุณต้องยอมรับว่าเทพนิยายระหว่างคุณกับคุณราเมศว์จบตั้งแต่เขากลับไป”

“คนอย่างแกรู้จักคำว่าเทพนิยายด้วยเหรอ”

ปราลียิ้มเยาะ พวนคุยอวดว่าตนเองรู้จักอะไรต่อมิอะไรเกินกว่าที่ปราลีคิดมากนัก เตือนให้เธอคิดให้ดีๆก็แล้วกัน คนเราควรมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเอง...

ปราลีพยายามฝืนกินอาหาร แต่พอนึกถึงคำพูดของพวนที่ว่าเรื่องระหว่างเธอกับราเมศว์จบไปตั้งแต่เขากลับ และที่เขาทำไปทั้งหมดล้วนเป็นคำสั่งของลิ้นจี่ เธอถึงกับกินข้าวไม่ลง รู้สึกเหมือนมีบางอย่างมาจุกที่คอ

คำพูดของพวนทำให้ปราลีคิดมากจนเก็บเอาไปฝันร้ายว่าราเมศว์กลับมาหา แต่ลิ้นจี่นั่งรถเข็นตามมาเรียกตัวเขาไว้ ราเมศว์ลังเลอยู่อึดใจ สุดท้ายลิ้นจี่เป็นฝ่ายชนะ เขาเลือกที่จะกลับไปกับท่าน ปราลีร้องไห้ที่ต้องเสียเขาไปจนตกใจตื่น มองไปรอบๆถึงได้รู้ว่าฝันไป...

ฝ่ายราเมศว์นอนไม่หลับ คิดถึงปราลี อยากจะกลับไปหาใจแทบขาด

ooooooo

ราเมศว์อึดอัดใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น จึงระบายให้สุคนธ์รับรู้ว่าตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว เรื่องระหว่างเขากับปราลีไม่ใช่เรื่องธุรกิจอีกต่อไป เราสองคนตกหลุมรักกัน เขาให้สัญญากับเธอว่าเราจะแต่งงานกัน แล้วเราจะมีเจ้าตัวเล็กๆให้คุณแม่หลายๆคน สุคนธ์น้ำตารื้นด้วยความสงสาร

“ผมจะเรียนให้คุณแม่ทราบเร็วๆนี้”

“มันคงไม่ง่ายนักหรอกค่ะ คุณเมศว์ก็รู้จักคุณแม่ดี”

“ผมจะพยายามชี้แจงเหตุผล เชื่อว่าท่านจะต้องเข้าใจ พี่สุเอาใจช่วยผมด้วยนะครับ”

ว่าแล้วราเมศว์ผละจากไป ระหว่างนั้นรังสรรค์โทร.มานัดให้ไปเจอกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง

ไม่นานนักราเมศร์มานั่งอยู่ตรงหน้ารังสรรค์ ซึ่งบอกอย่างเด็ดเดี่ยวว่าจะรับงานที่คุณแม่เสนอให้ทำ และจะขอให้ท่านไปสู่ขอเตือนตาอีกด้วย เขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้เกียรติเธอ และทำให้เธอเห็นใจเขาให้ได้

“ความรักนี่มันมหัศจรรย์จริงๆ” ราเมศว์ดีใจที่น้องชายกลับตัวกลับใจ

ครู่ต่อมาเขากลับถึงบ้าน แจ้งให้คุณแม่ทราบว่ารังสรรค์ยอมทำตามเงื่อนไขของท่านแล้ว ลิ้นจี่ไม่อยากฟังเรื่องของลูกไม่รักดี ไล่ราเมศว์ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า อีกครึ่งชั่วโมงคุณหญิงเจริญศรีจะพาสุนีรัตน์มาที่นี่ แล้วสั่งให้อำไพไปดูว่าแม่ครัวเตรียมข้าวปลาอาหารพร้อมหรือยัง

ลิ้นจี่ชวนเขาคุยเรื่องสุนีรัตน์ เขากลับวกมาพูดเรื่องรังสรรค์ว่าท่านจะเอาอย่างไร

“เมศว์จะให้มันมาทำเมื่อไหร่ก็ตามใจ”

ราเมศว์ขอบคุณท่านมาก ลิ้นจี่ไล่เขาขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซ้ำอีกครั้ง อีกสักครู่สุนีรัตน์จะมาถึงแล้ว เขาแปลกใจทำไมต้องเปลี่ยนด้วย ลิ้นจี่ไม่พอใจตวาดแว้ด สั่งให้ทำอะไรก็ทำตามที่สั่ง...

ooooooo

จากนั้นไม่นาน คุณหญิงเจริญศรีกับสุนีรัตน์ก็มาถึง สุนีรัตน์เปลี่ยนแปลงไปมาก ดูโตเป็นสาวขึ้น ทั้งกิริยาท่าทางและคำพูด แต่เหมือนท่องจำมากกว่าจะเป็นไปตามธรรมชาติ เนื่องจากได้รับการสั่งสอนจากแจ่มจิตและคุณหญิงเจริญศรี

ระหว่างกินอาหารด้วยกัน ราเมศว์จะตักกับข้าวให้ สุนีรัตน์กลับขอเป็นฝ่ายปรนนิบัติเขาเองแล้วตักอาหารให้เขา แต่ยังไม่ทันจะถึงจานข้าวทำหล่นเสียก่อน

สุนีรัตน์หน้าเสียก่อนจะร้องไห้เป็นเด็กน้อยออกมา ราเมศว์ต้องปลอบว่าไม่เป็นไร ตกแล้วก็ตักใหม่ได้ เธอถึงหยุดร้องไห้แล้วตักกับข้าวให้เขาใหม่อีกครั้ง ท่ามกลางการลุ้นเอาใจช่วยของทุกคน...

ขณะที่ลิ้นจี่พยายามจับคู่สุนีรัตน์ให้ราเมศว์ ปราลีมองอาหารตรงหน้าแล้วรู้สึกพะอืดพะอมจะ อาเจียน พวนสงสัยว่าเธอจะท้องเพราะอาการมันฟ้อง ปราลีด่าสวนทันทีว่าบ้า ยังไม่ทันไรจะแพ้ท้องแล้วหรือ

“อ้าว มันก็ไม่แน่นะคุณ ฉันก็เคย...” พวนนึกได้รีบหยุดกึก

“แกเคยท้องเคยมีลูกกับเขาด้วยหรือ”

“รีบกินๆให้หมด เดี๋ยวฉันจะได้มาเก็บจาน” พวนตัดบทก่อนจะเดินจากไป

เสร็จจากกินข้าว ปราลีเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง นึกถึงคำพูดของพวนที่ว่าเธอท้อง รีบสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นทิ้ง

“ไม่จริง นังยักษ์นั่นโกหก...คุณเมศว์เมื่อไหร่คุณจะกลับมาสักที ปุ๋มจะบ้าตายอยู่แล้ว”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement