วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

โซ่เสน่หา ตอนที่ 3


25 พ.ค. 2560 09:59
1,812,981 ครั้ง

โซ่เสน่หา ตอนที่ 3

อ่านเรื่องย่อ

โซ่เสน่หา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ชลาลัย

บทโทรทัศน์โดย:

ภาวิต

กำกับการแสดงโดย:

ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์

ผลิตโดย:

บริษัทดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.20 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศรัณย์ ศิริลักษณ์, ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ

ลิ้นจี่โอบกอดลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไว้ด้วยความดีใจราวกับเขาหายหน้าไปเป็นแรมปี แล้วบอกให้เขาเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นที่เกาะแห่งนั้นบ้าง ราเมศว์ทักท้วง ป้าพวนคงเล่าให้แม่ฟังหมดแล้วไม่ใช่หรือ

“แม่อยากฟังจากปากลูกเอง นังพวกนั้นไม่สำคัญเท่าลูกหรอก” ลิ้นจี่ยิ้มใจดี แต่ซ่อนแผนร้ายไว้ “พวนรายงานแม่ว่าลูกกับแม่นั่นยังไม่ได้มีอะไรกัน”

ราเมศว์จะไปมีอะไรกับปราลีได้อย่างไรแค่เข้าใกล้เธอก็ร้องกรี๊ดๆจนหมดอารมณ์ แถมเธอยังไม่สบายอีกต่างหาก ลิ้นจี่หาว่าปราลีแกล้งออกไปตากฝนเพื่อให้ตัวเองป่วย เขาเถียงแทนว่าเธอไม่ใช่จอมแผนการ ลิ้นจี่กินปูนร้อนท้องขึ้นมาทันที หาว่าเขาจงใจว่ากระทบท่านแล้วแกล้งเจ็บอกด้านซ้าย ราเมศว์ตกใจรีบหยิบกระดิ่งขึ้นมาสั่น สุคนธ์กับอำไพวิ่งหน้าตั้งเข้ามา

“พี่สุ รีบไปบอกให้นพดลเอารถออก ผมจะรีบพาคุณแม่ไปหาหมอ”

“ไม่ต้อง” ลิ้นจี่ตวาดอย่างลืมตัว ก่อนจะปรับโทนเสียงให้ดูอ่อนแรงลง “ไม่ต้อง แม่ค่อยยังชั่วแล้ว”

ราเมศว์รักแม่มากไม่อยากเสี่ยงให้เป็นอะไร ขอร้องให้ไปหาหมอจะดีกว่า ลิ้นจี่กลัวลูกจะรู้ว่าแกล้งป่วยก็เลยไม่ยอมไป แค่เขาบอกรักท่านจะทำตามที่ท่านต้องการทุกอย่างก็หายเจ็บหายป่วยแล้ว

“ผมรักคุณแม่มากและผมจะทำตามที่คุณแม่บอกทุกอย่างครับ”

“ลูกรักของแม่ ถ้าไม่มีเมศว์ แม่คงตายไปนานแล้ว” ลิ้นจี่น้ำตาเอ่อด้วยความตื้นตันใจ แล้วไล่สุคนธ์กับอำไพออกไปข้างนอกก่อน ท่านมีอะไรจะต้องพูด
กับราเมศว์ ลิ้นจี่รอจนทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้ว ขอให้ราเมศว์สัญญากับท่านได้ไหมว่ากลับไปเกาะคราวนี้ทุกอย่างจะเรียบร้อย เขาให้สัญญาเสียงหนักแน่น

“แม่อยากเห็นหน้าลูกของเมศว์เต็มทีแล้ว แม่คงจะมีความสุขที่สุดในโลก” ลิ้นจี่ดึงราเมศว์มากอด และบอกข่าวดีให้เขารับรู้อีกว่า ถ้าปราลีคลอดลูก

เมื่อไหร่ ท่านจะมีรางวัลให้เขาอย่างงาม เขาไม่ได้ต้องการอะไร

“แต่แม่อยากให้ รับรองของขวัญชิ้นนี้ลูกต้องชอบมากแน่ ทั้งสวยทั้งเพอร์เฟกต์” ลิ้นจี่เห็นลูกอ้าปาก จะพูดบางอย่างชิงบอกให้เขาไปอาบน้ำอาบท่าเดินทางกลับมาเหนื่อยๆ ราเมศว์หอมแก้มแม่แล้วเดินขึ้นข้างบน ยังไม่ทันจะหย่อนก้นลงนั่ง สุคนธ์โทร.มาแจ้งว่า ตอนที่เขาไม่อยู่รังสรรค์มาตามหา ท่าทางจะมีธุระสำคัญมาก เขาขอบคุณเธอที่บอกข่าวนี้ให้ทราบ เขาจะติดต่อกับน้องชายเอง

ooooooo

ทันทีที่อำไพเข้ามารายงานว่าราเมศว์ออกจากบ้านแต่เช้าไม่ได้บอกกล่าวว่าไปไหน ลิ้นจี่คว้ามือถือขึ้นมาโทร.หา แต่ไม่มีใครรับสาย โทร.อยู่หลายครั้งก็ยังเหมือนเดิม เธอนึกเอะใจสั่งให้อำไพไปดู ที่ห้องนอนของราเมศว์ พบว่าเขาไม่ได้เอามือถือติดไปด้วยวางทิ้งไว้บนเตียง เธอคว้าเอามาให้เจ้านาย

ลิ้นจี่เช็กเบอร์โทร.สุดท้ายพบว่าเป็นชื่อรังสรรค์ ท่านสั่งให้อำไพไปตามตัวสุคนธ์มา แล้วลองโทร.หา

ลูกชายตัวแสบดู ปรากฏว่าเขาปิดมือถือ ลิ้นจี่เจ็บใจมาก เป็นจังหวะเดียวกับสุคนธ์เดินเข้ามา ท่านถามว่ารู้ที่อยู่ของรังสรรค์ไหม เธอไม่รู้เพราะท่านสั่งห้ามไม่ให้ใครไปยุ่งด้วย

“ทีอย่างนี้ล่ะก็ทำตามคำสั่งโดยเคร่งครัด” ลิ้นจี่ไม่วายแดกดัน...

ในขณะเดียวกัน รังสรรค์ซักพี่ชายเป็นการใหญ่ว่าผู้หญิงที่คุณแม่เจ้ากี้เจ้าการส่งให้เขาเชือดเป็นใคร เพราะตนหวั่นๆว่าอาจจะเป็นแฟนของตน หากราเมศว์ทำลายเธอก็เท่ากับทำลายหัวใจของตนด้วย

“แกเข้าใจผิด ไม่มีเรื่องอย่างที่แกคิด”

“แล้วปุ๋มไปอยู่ที่ไหน”

“เขาอาจจะมีปัญหาบางอย่างเลยไม่อยากพบใครมั้ง ใจเย็นน่าฉันมั่นใจว่าเขาต้องกลับมาหาแกแน่”...

หลังจากแยกกับพี่ชาย รังสรรค์นัดให้เตือนตามาเจอที่ร้านอาหารหน้าออฟฟิศของเธอเพื่อแจ้งข่าวนี้ให้ทราบ เธอแปลกใจถ้าปราลีไม่ได้ไปกับพี่ชายของเขาแล้วไปกับใคร รังสรรค์ถึงกับกุมขมับด้วยความเครียด เตือนตานึกถึงเขียนขึ้นมาได้ เย็นนี้จะลองแวะไปถามเผื่อจะได้เรื่องอะไรบ้าง

“ผมไปด้วย เย็นนี้ผมจะไปรับคุณที่บ้าน”

“ไม่ต้อง ฉันต้องกลับเข้าไปทำงานแล้ว ถ้าได้เรื่องยังไงแล้วฉันจะโทร.ไปบอกคุณ” เตือนตาพูดจบลุกออกไป ทิ้งให้รังสรรค์นั่งทอดถอนใจอยู่ตรงนั้น...

ทางฝ่ายลิ้นจี่เห็นราเมศว์กลับเข้าบ้านถามเสียงเขียวว่าหายหัวไปไหนมา เขาไปหารังสรรค์มาแล้วเลยไปซื้อบะหมี่เกี๊ยวปูร้านที่คุณแม่ชอบมาฝาก เอาถุงใส่บะหมี่ให้อำไพไปจัดใส่จานมาให้ท่าน แล้วขอโทษที่ลืมมือถือไว้ในห้อง ลิ้นจี่ดักคอไม่ได้ตั้งใจลืมใช่ไหม

ราเมศว์ทรุดตัวลงนั่งข้างๆดึงมือแม่มาจับไว้

“โธ่ คุณแม่ครับ ผมจะทำอย่างนั้นทำไม

ในเมื่อผมรู้ว่าคุณแม่รักผมไว้ใจผมทุกอย่าง”

“อย่าทำให้แม่ผิดหวังล่ะ”

“ครับ...เอ้อ นายรังยังไม่มีงานทำ ระหว่างที่ผมไม่อยู่ นายรังอาจจะมาช่วย...” ราเมศว์ยังพูดไม่ทันจบ ลิ้นจี่สั่งห้ามเขาพูดถึงไอ้เนรคุณนั่นให้ท่านได้ยินอีก

“เย็นนี้ไปบ้านคุณหญิงเจริญศรีกับแม่นะจ๊ะ”

ราเมศว์รับคำ ลิ้นจี่พอใจที่ลูกชายไม่เคยขัดใจแถมว่านอนสอนง่ายอีกต่างหาก ครู่ต่อมาราเมศว์เดินไปเปิดคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะทำงานของตัวเองเพื่อเช็กงาน แต่ใจกลับลอยไปถึงคำพูดของรังสรรค์ที่ว่า

“ผู้หญิงที่คุณแม่ส่งไปสนองความใคร่พี่เมศว์อาจจะเป็นผู้หญิงที่ผมรัก”

“พี่เมศว์ทำลายปุ๋มก็เท่ากับทำลายหัวใจของผม”

เสียงเรียกของสุคนธ์ปลุกราเมศว์ให้ตื่นจากภวังค์ พอตั้งสติได้เขาถามว่ารังสรรค์มาพูดอะไรกับเธอบ้าง ได้ความว่าน้องชายของเขาอยากรู้ว่าเขาไปอยู่ที่ไหน แต่เธอไม่ได้บอกอะไรเพราะต้องทำตามคำสั่งของคุณแม่อย่างเคร่งครัด ราเมศว์เชื่อว่ารังสรรค์จะต้องมาหาเธออีก

“คุณเมศว์ก็รู้นิสัยพี่ดี”

“ขอบคุณมากครับ” ว่าแล้วราเมศว์ลุกออกไป สุคนธ์มองตามตาละห้อย

ooooooo

แจ่มพยายามสอนให้สุนีรัตน์มีจริตจะก้านของหญิงสาว เวลาที่มองราเมศว์ก็ให้ช้อนตามอง แล้วทำท่าให้ดูเป็นตัวอย่าง ด้วยความที่คนสอนก็ไม่สันทัดเรื่องนี้ ทำให้ออกมาดูปะหลับปะเหลือกชอบกล

สุนีรัตน์หัวเราะชอบใจใหญ่ หาว่าแจ่มทำตาเหลือกเหมือนผี คุณหญิงเจริญศรีเห็นใกล้เวลานัดแล้วจึงบอกให้ลูกไปอาบน้ำแต่งตัวสวยๆจะได้มาคอยรับพี่เมศว์...

ด้านราเมศว์แปลกใจมากที่แม่สั่งกุหลาบแดงช่อใหญ่ให้เอาไปให้สุนีรัตน์ เขาแนะให้ซื้อตุ๊กตาหรือของเล่นให้น่าจะเหมาะกว่าดอกไม้

“เอาน่า แม่ว่าให้กุหลาบแดงแจ้งรักนี่แหละดีแล้ว” ลิ้นจี่เห็นลูกจะทักท้วงอีก ชิงตัดบท “ไปกันเถอะ แม่ชักจะหิวข้าวแล้ว” พูดจบลิ้นจี่สั่งให้อำไพเข็นรถเข็นออกไป...

เมื่อได้รับมอบกุหลาบแดงจากมือราเมศว์ สุนีรัตน์ช้อนตามองเขาอย่างที่แจ่มสอน ลิ้นจี่ขนลุกซู่ด้วยความสยองขณะที่ราเมศว์กระอักกระอ่วนใจอย่างบอกไม่ถูก ส่วนอำไพแทบจะกลั้นหัวเราะไม่ไหว...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน เขียนได้ยินเสียงคนคุยกันตรงมุมสงบของบ้าน ค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ๆ เห็นสารัตน์ในชุดหล่อเตรียมออกไปข้างนอกกำลังคุยอยู่กับจิราภาท่าทางของทั้งคู่เหมือนเป็นคู่รักกันมากกว่าพี่น้อง จิราภาจะขอไปด้วย แต่สารัตน์ไม่ยอมให้ไป ขืนทำอย่างนั้นยัยแก่แสงรวีจะต้องสงสัยแน่ๆ

“ไม่หรอก ยัยแก่นั่นโง่จะตาย”

เขียนที่แอบฟังอยู่ถึงกับเอามือทาบอกด้วยความตกใจ สารัตน์ต้องเตือนให้น้องสาวร่วมโลกเบาเสียงลงหน่อย ใครมาได้ยินเข้าจะเป็นเรื่องเอาได้ จิราภาเกลียดพวกบ่าวไพร่ที่นี่นัก โดยเฉพาะนังแม่มดเขียน ทำไมเขาไม่ยุให้เมียแก่ของเขาไล่มันออก สารัตน์เคยลองแล้ว แต่แสงรวีทำไม่ได้เพราะผัวเก่าของเธอสั่งไว้ในพินัยกรรมห้ามไล่มันออก จิราภาหัวเราะคิกๆ

“ยังกับสังหรณ์ว่าเมียจะมาได้ผัวเด็กแน่ะ”

“พี่ต้องไปดูคุณยายก่อนว่าแต่งตัวเสร็จหรือยัง” ว่าแล้วสารัตน์ดึงจิราภามาจูบก่อนจะเดินลิ่วออกไป...

จากนั้นไม่นาน สารัตน์เดินจูงมือแสงรวีออกมาที่รถ จิราภาที่ทำเป็นขยันรดน้ำต้นไม้เข้ามาทักว่าจะไปไหนกัน เธอจะไปกินข้าวแล้วจะเลยไปดูหนัง จิราภาอวยพรให้เที่ยวให้สนุก แล้วเดินไปเปิดประตูรั้วให้ เขียนยืนมองภาพตรงหน้าด้วยท่าทางขุ่นเคืองพึมพำด่า “อีพวกมารยาสาไถย”

จิราภาโบกมือบ๊ายบายให้แสงรวี มองจนรถลับสายตา หันมาเห็นคนสวนยืนจ้องอยู่ ตวาดแว้ด

“มองหาสวรรค์วิมานอะไร รดน้ำต่อไปสิ”...

ระหว่างกินดินเนอร์ในร้านหรู สารัตน์เล่าให้แสงรวีฟังว่าจิราภาได้งานเป็นนักร้อง จำเป็นต้องใช้รถ เขาก็เลยจะซื้อให้ แต่เงินมีไม่พอ แสงรวีจะซื้อให้เองห้ามเขาปฏิเสธความหวังดี สารัตน์ทำเป็นถอนใจทำแบบนี้ใครๆก็จะตราหน้าว่าเขามาเกาะเธอคนเดียวไม่พอพาน้องมาสูบเลือดเธออีกคน

“ก็ช่างมันสิ มันมีปากก็ให้มันเห่าหอนไปทุกอย่างมันอยู่ที่เราสองคน หากเราเข้าใจกันเท่านั้นก็พอ”

ooooooo

จิราภากำลังนอนดูทีวีอย่างสบายอารมณ์ตอนมีเสียงกริ่งประตูรั้วดังขึ้น ถวิลจะออกไปเปิดรับ เธอสั่งให้ไล่ไปเลย ไม่ต้องเชิญเข้ามาในบ้าน ถวิลทักท้วงถ้าเกิดเป็นแขกของคุณหญิงจะให้ไล่ได้อย่างไร

“แขกอะไรมาป่านนี้ จะมาไถเงินน่ะสิ ไล่มันไป” จิราภายืนกราน...

คนที่มากดกริ่งไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเตือนตากับรังสรรค์นั่นเอง ทั้งคู่จะมาถามข่าวคราวของปราลี พอเห็นว่าแสงรวีไม่อยู่ก็ขอพบเขียนแทน ถวิลพาทั้งคู่เข้าไปหาเขียนข้างใน จิราภาตามมาโวยวายต่อว่าถวิลว่าไปพาโจรที่ไหนเข้าบ้าน รังสรรค์กำลังหงุดหงิดเรื่องปราลีหายไปโวยวายกลับ

“หน้าตาอย่างเนี้ยนะโจร จะว่าใครก็ดูตัวเองเสียก่อน”

สองคนมีปากเสียงกัน เตือนตากลัวเรื่องจะบานปลายรีบลากตัวรังสรรค์ไปที่เรือนคนรับใช้ด้านหลัง เขียนหันมา เห็นเตือนตาก็ดีใจมาก สองคนยกมือไหว้ แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรจิราภาเดินตามเข้ามาเห็นท่าทางนอบน้อมของทั้งคู่ มองอย่างดูแคลน ที่แท้ก็เป็นพวกขี้ข้านี่เอง เขียนสวนทันที

“ฉันอาจจะเป็นขี้ข้า แต่คุณสองคนนี่เขาเป็นเพื่อนลูกสาวเจ้าของบ้าน คนอาศัยไม่มีสิทธิ์ไปว่าเขา”

“อ้อ...คนอาศัย” รังสรรค์ยิ้มยียวน จิราภาคุยอวดว่าตัวเองเป็นน้องสาวของผัวเจ้าของบ้าน เขียนทักท้วงเป็นแค่น้องเท่านั้นหรือ จิราภาทั้งโกรธทั้งตกใจ พูดอะไรไม่ออก พอตั้งสติได้รีบโทร.ไปฟ้องสารัตน์ แสงรวีเห็นสีหน้าเขาเคร่งเครียด ถามว่ามีอะไรหรือ

“ยัยจิโทร.มาเล่าว่าเพื่อนของคุณปุ๋มบุกเข้ามาอาละวาดในบ้าน โดยมียัยเขียนตัวดีให้ท้าย”...

ครั้นกลับถึงบ้าน สารัตน์เรียกเขียนมาต่อว่าที่พาพวกมารุมด่าน้องสาวของเขา เขียนอธิบายว่าเตือนตากับรังสรรค์ไม่ใช่พวกของตน แต่เป็นเพื่อนของปราลีจะมาถามข่าวคราวของเธอเพราะไม่รู้ป่านนี้เธอจะไปเป็นตายร้ายดีที่ไหน แสงรวีถูกสะกิดเรื่องลูกสาวรู้สึกสะเทือนใจขึ้นมา จึงไม่อยากฟังทั้งสามคนทะเลาะกัน ขอตัวไปอาบน้ำก่อน อ้างปวดหัวแล้วเดินขึ้นบ้านไปเลย เขียนเหมือนจะรับรู้ความรู้สึกของ
เธอได้เดินออกไปเงียบๆ

“เป็นบ้าอะไรกันหมดนะ” จิราภาโวยวาย

สารัตน์ต้องเอ็ดให้เธอเบาเสียงลงหน่อย จิราภาไม่พอใจเดินขึ้นบ้านไปอย่างหัวเสีย...

ฝ่ายแสงรวีเข้ามาทรุดตัวลงนั่งบนเตียง อดคิดถึงลูกไม่ได้ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดของเธอ ตอนนั้นพ่อของปราลีเพิ่งตายไป เธอกับลูกให้สัญญาว่าจะดูแลซึ่งกันและกัน เธอเสียใจน้ำตาไหลพรากที่ไม่ได้ทำตามสัญญา หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดน้ำตา สารัตน์เปิดประตูเข้ามาคุกเข่าข้างๆ คิดว่าเธอโกรธจิราภา ขอโทษเธอด้วยอย่าไปถือสาน้องสาว ของเขาเลย

“เปล่าๆ ไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้น พี่เป็นห่วงลูก เป็นห่วงมาก ยัยปุ๋มหายเงียบไปเลย ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน จนเพื่อนของแกต้องออกตามหา แต่พี่สิ พี่ซึ่งเป็นแม่แท้ๆกลับอยู่เฉยๆ พี่เป็นแม่แบบไหนกัน”

สารัตน์ลูบหลังแสงรวีปลอบว่าเธอเป็นแม่ที่ดีคนหนึ่ง เขามั่นใจว่าวันหนึ่งปราลีจะเข้าใจเธอและกลับมาเป็นครอบครัวกันอย่างเดิม

ooooooo

รังสรรค์ผิดหวังที่ไม่มีใครรู้ข่าวคราวของปราลีแม้แต่แม่แท้ๆของเธอเอง เตือนตาไม่ได้หวังจะให้แม่ของปราลีรู้ แต่คิดว่าเธอน่าจะส่งข่าวถึงป้าเขียนบ้างแต่ก็เหลว รังสรรค์โทษว่าเป็นความผิดของเตือนตา น่าจะบอกเขาตั้งแต่แรกจะได้ห้ามเธอได้ เตือนตาหัวเราะเยาะเย้ย

“นายไม่มีความสำคัญพอที่ปุ๋มเขาจะบอก”

“ผมเป็นแฟนปุ๋มนะ”

“คิดไปเองมั้ง รักเขาข้างเดียวเหี่ยวแห้งตายซากเลย” เตือนตาเย้ยเสร็จ เดินเข้าบ้านล็อกประตู รังสรรค์สีหน้าสลด รู้แก่ใจดีว่าเธอพูดถูกทุกอย่าง...

ในเวลาต่อมา รังสรรค์กลับถึงคอนโดที่พักพบว่าราเมศว์มารอท่าอยู่ก่อน เขาแปลกใจพี่ชายมาทำไมป่านนี้ ราเมศว์ยื่นซองใส่เงินค่าใช้จ่ายให้ เพราะจะไม่อยู่หลายวัน ต้องไปทำธุระให้แม่ รังสรรค์ซักใช่ธุระอย่างว่าไหม เขาส่ายหน้า แล้วเดินจากไปไม่พูดอะไรอีก...

คุณหญิงเจริญศรีกับแจ่มพยายามตะล่อมถามความรู้สึกของสุนีรัตน์ว่าชอบดอกไม้ที่ราเมศว์ให้ไหม เธอพยักหน้า แต่ชอบตุ๊กตามากกว่า คุณหญิงเจริญศรีจะพาเธอไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆ แต่ไม่ใช่ชุดเจ้าหญิงแบบเดิมแล้ว เราจะเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ให้เหมาะสมกับเธอ สุนีรัตน์ส่ายหน้าดิกไม่เอา

“แต่พี่เมศว์อยากให้น้องรัตน์เปลี่ยนนะคะ” คุณหญิงเจริญศรีเอาชื่อราเมศว์มาอ้าง สุนีรัตน์ชะงัก

“คุณหนูอยากให้คุณพี่เมศว์รักใช่ไหมล่ะคะ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้คุณหนูต้องไปซื้อชุดใหม่กับคุณแม่”

สุนีรัตน์ยินยอมทำตามแต่มีข้อแม้ แม่ต้องซื้อตุ๊กตาให้ด้วย คุณหญิงเจริญศรียิ้มพอใจอย่างน้อยลูกก็ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน ถ้าเป็นแบบนี้กว่าจะถึงวันแต่งงานเธอคงจะพร้อมทุกอย่างแล้ว ทั้งร่างกายและจิตใจ แล้วเตือนแจ่มอย่าไปเร่งรัดอะไรเธอนัก ค่อยๆเป็นค่อยๆไป แต่ท่านกลัวอยู่อย่างเดียว

“คุณเมศว์เขาจะมีผู้หญิงคนอื่นหรือเปล่า”

“อุ๊ย ไม่มีหรอกค่ะ คุณหนูรัตน์ทั้งสาวทั้งสวยขนาดนี้ ผู้ชายที่ไหนจะอดใจไม่รักได้คะ”

“เราต้องยอมรับความจริงว่าน้องรัตน์ไม่เหมือนผู้หญิงทั่วๆไป คุณเมศว์เขาก็ต้องรู้ ฉันก็หวังเพียงว่าแกจะทำให้คุณเมศว์เวทนาแกจนไม่อาจทอดทิ้งไปได้”

ooooooo

ปราลีออกมานั่งสูดอากาศยามเช้าอยู่บนโขดหิน พวนเดินเข้ามาบอกให้เข้าไปข้างในได้แล้ว เพิ่งหายไข้เดี๋ยวราเมศว์กลับมาจะป่วยเอาอีกไม่ต้องทำอะไรกันพอดี ปราลีชักสีหน้าไม่พอใจ

“ถามจริงๆ คุณเมศว์น่ารังเกียจตรงไหน แล้วถ้าไม่อยากทำ คุณก็ไม่ควร...”

“พอที ฉันเบื่อที่จะฟังแล้ว” ปราลีลุกพรวดขึ้นยืน พวนขอร้องให้กลั้นใจทำๆให้เสร็จๆ ตนจะได้กลับบ้าน ปราลีไม่อยากฟังเดินหนี พวนเดินตามไม่ยอมให้คลาดสายตา กระทั่งมาถึงโขดหินใกล้

ท่าจอดเรือ เธอปีนป่ายขึ้นไปบนโขดหินแล้วตะโกนโหวกเหวกว่าชีวิตเห่ยๆซ้ำๆอยู่หลายครั้ง แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเรือที่ราเมศว์นั่งแล่นเข้ามาจอด เขาร้องเรียกให้เธอลงจากโขดหิน แต่เธอทำหูทวนลม

“งั้นผมจะขึ้นไปเอง” ราเมศว์ขยับจะปีนขึ้นไป

เธอชิงลงมาเสียก่อน แต่เซเสียหลัก เขาคว้าไว้ทัน แล้วถามว่าทำไมไม่บอกว่าเป็นแฟนของรังสรรค์ เธอปฏิเสธว่าไม่ได้เป็น ราเมศว์สวนทันทีถ้าอย่างนั้น

น้องชายของเขาก็มโนไปเอง ปราลียักไหล่ประมาณว่าเป็นอย่างที่เขาพูด ราเมศว์หงุดหงิดขึ้นมาทันที

“คุณนี่เป็นผู้หญิงประเภทไหนกัน”

“ประเภทพรรค์อย่างว่า อย่างที่แม่คุณเข้าใจมั้ง”

ราเมศว์ไม่พอใจที่ปราลีลามปามถึงแม่ของเขา ทำท่าจะเอาเรื่อง เธอขี้เกียจยุ่งด้วยเดินหนีเข้าบ้าน ราเมศว์เดินตามไปอย่างไม่รีบร้อน พอก้าวเท้าเข้ามาในบ้านเท่านั้น ปราลีซึ่งดักรออยู่ร้องถามว่าถ้าเธอเป็นแฟนของรังสรรค์ เขาจะปล่อยเธอไปไหม ราเมศว์ตั้งข้อแม้ ข้อแรก เธอต้องคืนเงิน 5 ล้านบาทให้แม่ของเขาก่อน ข้อที่สอง เธอจะต้องแต่งงานกับรังสรรค์ทันที ปราลีไม่วายยียวน ถ้าเธอไม่ยอมทำตามเขาจะทำอย่างไร

“ก็​อยู่​เป็น​แม่​พัน​ธุ์ชั้น​ดี​ให้​ผม​ที่​นี่​ต่อ​ไป”

“อุบาทว์” ด่า​เสร็จป​รา​ลี​ขยับ​จะ​ไป รา​เมศว์​คว้า​แขน​ไว้ เขา​ได้ยิน​รังสรรค์​เล่า​ว่า​เธอ​มี​ฐานะ​ดี​มี​ครอบครัว​ที่​ดี​ไม่​ใช่​หรือ เธอ​สวน​ทันที ดี​บ้า​อะไร ถ้า​แม่​ของ​เขามี​ผัว​อายุ​ใกล้​เคียง​กับ​ลูก เขา​ยัง​จะ​ถือว่า​มี​ครอบครัว​ดี​ไหม

“บอก​แล้ว​ว่า​อย่า​ลามปาม​คุณ​แม่​ผม ถึง​จะ​ยก​ตัวอย่าง​ก็​ไม่ได้ เปรียบเทียบ​ก็​ไม่ได้”

“โอ๊ย...พ่อ​คน​ประเสริฐ พ่อ​คน​กตัญญู พ่อ​ลูกตัวอย่าง ลูก​ดี​เด่น​แห่ง​จักรวาล” ป​รา​ลี​แดกดัน​เสียง​ลั่น พวน​ตกใจ​เดิน​เข้า​มา​ดู ป​รา​ลี​ตะคอก​ใส่​มอง​อะไร พวน​มอง​ทั้ง​คู่ ทะเลาะกัน โบราณ​ว่า​ผัว​เมีย​ยิ่ง​ทะเลาะ​กัน​ลูก​ยิ่ง​ดก ป​ราลี​ด่า​ลั่น​ว่า​อี​บ้า อี​ผีเสื้อ​สมุทร พวน​ไม่​สนใจ​เดิน​จากไป ราเมศว์​โวยวาย​ว่า​เป็นบ้า​ไป​แล้ว​หรือ

“ฉัน​เกลียด​มัน เกลียด​อี​ยักษ์”

“แล้ว​คิด​ว่า​เขา​ชอบ​คุณ​นัก​หรือ​ จะ​เรียก​คน​ก็​เรียก​ให้​มัน​ดีๆหน่อย ​ถ้า​เขา​เรียก​คุณ​ว่า​ยัย​บ้า​บ้าง​จะ​ว่า​ยัง​ไง”

“ฉัน​ไม่ได้​บ้า” ป​รา​ลี​เถียง​คำ​ไม่​ตก​ฟาก รา​เมศว์​ลาก​เธอ​ตัว​ปลิว​เข้าไป​ใน​ห้อง เธอ​พยายาม​ยึด​ประตู​ไว้ แต่​เขา​แกะ​มือ​เธอ​ออก ผลัก​เข้า​ห้อง​ปิด​ประตู​ตาม​หลัง แล้ว​โยน​ไว้​บน​เตียง เธอ​ตบ​ตี​เขา​อุตลุด รา​เมศว์​รวบ​มือ​ทั้งสองข้าง​ของ​เธอ​ไว้ ให้​เลือก​เอา​จะ​ให้​ตบ​ก่อน​จูบ​หรือ​จะ​จูบก่อนตบ

“ไอ้​บ้า ไอ้​โรคจิต”

รา​เมศว์​ปล่อย​เธอ​เป็น​อิสระ แล้ว​ถาม​ว่า​จะ​เอาอย่างไร​กัน​ดี เขา​ไม่​มี​เวลา​มา​เล่น​ด้วย เธอ​แปลก​ใจ​สมัย​นี้​ไม่จำเป็น​ที่​ผู้หญิง​กับ​ผู้ชาย​จะ​ต้อง​นอน​ด้วย​กัน มี​วิธี​ผสมเทียมข้าง​นอก ทำไม​ถึง​ไม่​ใช้​วิธี​นั้น

“แล้ว​ทำไม​ไม่​ถาม​คุณ​แม่​ผม​เอง มา​ถาม​เอา​ตอนนี้​มัน​สาย​ไป​แล้ว​ล่ะ นิทาน​เรื่อง​นี้​สอน​ให้​รู้​ว่า​ จง​คิด​ก่อนทำ ไม่​ใช่​ทำ​แล้ว​ค่อย​มา​คิด”

ป​รา​ลี​ยอม​รับ​ว่า​ตัว​เอง​โง่ แถม​ไม่​รอบคอบ​อีกต่างหาก เขา​แดกดัน​รู้ตัว​ก็ดี​แล้ว จาก​นั้น​เขา​ก็​เดิน​ออก​จาก​ห้อง

ป​รา​ลี​รีบ​พุ่ง​ไป​ล็อก​ประตู พลาง​ถอน​ใจ​ด้วย​ความ​โล่ง​อก

ooooooo

ป​รา​ลี​ตื่น​ขึ้น​มา​ตอน​ตี 3 เห็น​ไฟ​หัว​เตียง​เปิดทิ้งไว้ ที่โซฟา​ว่าง​เปล่า​ไม่​เห็น​รา​เมศว์ เธอ​หยิบ​เสื้อ​คลุมมาสวม เดิน​ไป​ชะโงก​ดู​นอก​ห้อง เห็น​เขา​นั่ง​จิบไวน์​อยู่​คนเดียว​ที่​ระเบียง​บ้าน​เดิน​เข้าไป​หา พวน​ซึ่ง​ซุ่มอยู่​ใน​ความมืด​ขยับ​ตัว​ทันที รา​เมศว์ป​ราย​ตา​มอง​ก่อนจะ​ชวน​ป​รา​ลี​ดื่ม​ด้วย​กัน เธอ​ส่าย​หน้า นี่​ไม่​ใช่​เวลา​ดื่ม

“แสดง​ว่า​ถึง​เวลา​ก็​จะ​ดื่ม​หัวราน้ำ​ล่ะ​สิ...ผม​ว่า​ต้อง​ใช่​คุณ​แน่ๆ” รา​เมศว์​เห็น​เธอ​นิ่ว​หน้า เท้า​ความ​ถึง​คืน​นั้น​ที่​เธอ​ไป​เมา​หลับ​อยู่​ที่​คอน​โดฯ​ที่​พัก​ของ​รังสรรค์ บังเอิญ​เขา​มี​ธุระ​กับ​น้อง​พอดี พวน​พยายาม​เงี่ยหู​ฟัง​ว่า​ทั้ง​คู่​คุย​อะไร​กัน​แต่​ได้ยิน​ไม่​ถนัด ป​รา​ลี​รีบ​ออกตัว​ว่า​รังสรรค์​ไม่ได้​ทำ​อะไร​เธอ รา​เมศว์​หัวเราะ​ราวกับ​เป็น​เรื่องตลก

“ถ้า​อยาก​ให้​เชื่อ ก็​จะ​พยายาม​เชื่อ”

“อ๋อ คุณ​ไม่ได้​สำคัญ​ขนาด​นั้น​หรอก” ว่า​แล้วปราลี​หัน​หลัง​จะ​ไป รา​เมศว์​พูด​ขึ้น​ลอยๆว่า​คน​เรา​ไม่​ใช่​สัตว์​ที่​เตรียม​ผสม​พันธุ์​เพื่อ​สืบ​ทอด​เผ่าพันธุ์ เขา​รู้สึกสังเวชตัวเอง​และ​สังเวช​เธอ​ด้วย​ที่​เรา​ต้อง​มา​พบ​กัน​ด้วย​เหตุผล​ประหลาด​ที่สุด ป​รา​ลี​อด​ทัก​ไม่ได้​เมา​ไวน์​หรือ​เปล่า เขาไม่​โต้ตอบ ชวน​เธอ​ไป​นอน​ดึก​มาก​แล้ว เธอ​ชะงัก

“ไม่​ต้อง​กลัว ผม​ไม่​อยาก​ทำ​อะไร​ผู้หญิง​ของ​น้อง​ชาย​หรอก​น่า”

ป​รา​ลี​โต้​ทันที​ว่า​ไม่ได้​เป็น​ผู้หญิง​ของ​ใคร รา​เมศว์​ไม่​วาย​ประชด​ถึง​เธอ​จะ​ไม่ได้​อยาก​เป็น​ผู้หญิง​ของ​รังสรรค์​แต่​เขา​อยาก​เป็น​ผู้ชาย​ของ​เธอ แล้ว​ลุก​ขึ้น​เดิน​เซๆ เธอ​อด​เป็น​ห่วง​ไม่ได้​ถาม​ว่า​เดิน​ไหว​หรือ​เปล่า

“ยิ่ง​กว่า​เดิน​ก็​ไหว”

หญิง​สาว​ไม่​อยาก​ต่อปากต่อคำ​ด้วย​รีบ​เดิน​เข้า​ห้อง​แต่​ต้อง​ชะงัก​เมื่อ​เข้า​มา​เห็น​เตียง​นอน​โรย​ด้วย​กลีบ​กุหลาบ​ราวกับ​เตียง​วิวาห์​ของ​คู่​บ่าว​สาว รา​เมศว์​ชัก​สีหน้า​ไม่​พอใจ​เช่น​กัน​รู้​ว่า​นี่​เป็น​ฝีมือ​พวน ครั้น​จะ​ออก​ไป​โวยวาย​ก็​ดึก​มาก​แล้ว เดิน​ไป​ทิ้ง​ตัว​ลง​นอน​ที่​โซฟา ป​รา​ลี​พยายาม​ไล่​ให้​ไป​อาบ​น้ำ​ก่อน​แต่​เขา​ไม่​สนใจ

ooooooo

รา​เมศว์​ตื่น​ขึ้น​แต่​เช้า​อย่าง​อารมณ์​ดี แถมไม่​หาเรื่อง​ด่า​ว่า​หรือ​เหน็บแนม​ป​รา​ลี​อีก​ต่างหาก ทั้งคู่นั่ง​กิน​อาหาร​เช้า​กัน​ไป​พูดจา​ภาษา​ดอกไม้​กัน​ได้​ไม่​กี่คำ รา​เมศว์​เกิด​ผี​เข้า​เมื่อ​ป​รา​ลีบ​อก​ว่า​จะ​ทำ​ตาม​สัญญาที่​เซ็น​ไว้ ตวาด​แว้​ด​แล้ว​จะ​เอา​น้อง​ชาย​ของ​ตน​ไป​ไว้ที่ไหน

ป​รา​ลี​ไม่​เห็น​ว่า​เรื่อง​นี้​จะ​เกี่ยว​กับ​รังสรรค์​ตรงไหน รา​เมศว์​คว้า​มือ​เธอ​บีบ ต่อว่า​ว่า​ทำไม​ถึงใจ​ดำ​นัก รังสรรค์​รัก​เธอ​มาก ทำ​แบบ​นี้​กับ​เขา​ได้​อย่างไร ป​รา​ลี​ยืนยัน​ว่า​ไม่ได้​รัก​รังสรรค์​แม้แต่​น้อย รา​เมศว์​ไม่​เชื่อ ถ้า​เธอ​ไม่ได้​ไป​สัญญิง​สัญญา​หรือ​ให้​ความ​หวัง​อะไร เขา​จะ​มั่นใจ​ใน​ตัว​เธอ​ขนาด​นั้น​ได้​อย่างไร

“อย่า​บอก​นะ​ว่า​เงิน​ซื้อ​ความ​รัก​จาก​หัวใจ​ผู้หญิง​อย่าง​คุณ​ได้​ด้วย...เสียดาย...เสียดาย​ความ​รัก​ที่​นาย​รังมัน​ทุ่มเท​ให้​คุณ รู้​ไหม​ว่า​มัน​ขอร้อง​ผม​ว่า​ยัง​ไง มัน​บอก​ว่า​ถ้า​คุณ​คือ​ผู้หญิง​ที่​คุณ​แม่​จ้าง​ให้​มา​นอน​กับ​ผม ก็​ขอ​ให้นึก​เสมอ​ว่า​มัน​รัก​คุณ​มาก”

“ก็​บอก​ไม่​รู้​กี่​ครั้ง​แล้ว​ว่า​ฉัน​ไม่ได้​รัก​เขา ไม่เคย​รัก​ด้วย”

“ถ้า​อย่าง​นั้น​คุณ​ก็​พร้อม​สำหรับ​ภารกิจ​ทำ​เด็กแล้ว​น่ะ​สิ”

ป​รา​ลี​ลุก​พรวด​ขึ้น​อย่าง​แรง​จน​เก้าอี้​ล้ม แล้ว​เดิน​กระแทก​เท้า​ปัง​ออก​ไป​อย่าง​ฉุนเฉียว รา​เมศว์​มอง​ตาม​หงุดหงิด​ไม่​แพ้​กัน ครู่​ต่อ​มา ป​รา​ลี​เดิน​ลุย​ลง​ไป​ในทะเล​หวัง​จะ​ให้​น้ำ​ทะเล​เย็น​ฉ่ำ​ช่วย​ผ่อนคลาย​ความเครียด​ให้ ดำ​ผุด​ดำ​ว่าย​จน​สา​แก่​ใจ​ก็​กลับ​เข้า​ฝั่ง ต้อง​ชะงัก​เมื่อเห็น​รา​เมศว์​นั่ง​รอ​ท่า​อยู่​พร้อม​เสื้อ​คลุม หญิง​สาว​ก้ม​ดู​ตัวเองถึง​ได้​รู้​ว่า​เสื้อ​บาง​เฉียบ​ลู่​แนบ​ตัว รีบ​กอด​อก​ตัว​เอง​ไว้ เขา​โยน​เสื้อ​คลุม​ให้ เธอ​รีบ​สวม​ทันที

“คราว​หน้า​ถ้า​จะ​ว่ายน้ำ​ล่ะ​ก็ กรุณา​เอา​เสื้อคลุม​มา​สวม​ทับ​ด้วย ​ไม่​งั้น​คน​ของ​ผม​จะ​ตา​เป็น​กุ้งยิง​หมด”

หญิง​สาว​อาย​มาก​จ้ำ​พรวดๆเข้า​บ้าน​เจอ​ชุด​ว่ายน้ำ​วาง​อยู่​บน​เตียง​ก็​ไม่ได้​ใส่ใจ​อะไร รา​เมศว์​ยังคง​นั่ง​อยู่​บน​โขด​หิน​มอง​ไป​ยัง​ทะเล​เบื้องหน้า พลัน​คำพูด​ของ​แม่​ผุด​ขึ้น​มา​ใน​ความ​คิด​ของ​เขา ลิ้นจี่​บีบ​ให้​เขารับปาก​ว่า​กลับ​มา​ที่​เกาะ​คราว​นี้​จะ​จัดการ​ทุก​อย่าง​ให้เรียบร้อย​เพราะ​ท่าน​อยาก​เห็น​หน้า​ลูก​ของ​เขา​เต็มที​แล้ว...

ทาง​ด้าน​พวน​คิด​ว่า​แผน​โรย​กลีบ​กุหลาบ​สร้าง​บรรยากาศ​โรแมนติก​ทำให้​รา​เมศว์​กับ​ป​รา​ลี​ปฏิบัติ​ภารกิจ​ลุล่วง รีบ​นั่ง​เรือ​มา​ที่​ฝั่ง​เพื่อ​โทร.​แจ้ง​ข่าว​ดี ลิ้นจี่​พอใจ​มาก​สั่ง​ให้​เธอ​กลับ​ไป​เฝ้า​เอา​ไว้ ป​รา​ลี​ท้อง​เมื่อไหร่​ให้รา​เมศว์​กลับ​กรุงเทพฯ​ได้​เลย วาง​สาย​แล้ว​หัน​ไป​เล่า​ให้​อำไพ​ฟัง​ถึง​เหตุผล​ที่​ไม่​ให้​ป​รา​ลี​กับ​รา​เมศว์​ผสมเทียม

“เพราะ​ฉัน​อยาก​รู้​ว่า​คน​เป็น​แม่​มัน​จะ​ทำ​ยัง​ไง​ถ้า​ลูก​ถูก​พราก​จาก​อก มัน​จะ​เฉยๆหรือ​ด​รา​ม่า แล้ว​ตา​เมศว์ล่ะ จะ​รู้สึก​อย่างไร ยิ่ง​คิด​ก็​ยิ่ง​สนุก...สนุก​ยิ่งกว่าดู​ละคร​อีก” ลิ้นจี่​ว่า​แล้ว​หัวเราะ​ชอบใจ...

ขณะ​ที่​ลิ้นจี่​เริ่ม​ออก​อาการ​ทาง​จิต เขียน​ทนนิ่งเฉย​ไม่​ไหว​ฟ้อง​แสง​รวี​ว่า​สา​รัตน์​กับ​จิ​รา​ภา​ไม่ได้​เป็น​พี่น้อง​แต่​เป็น​ผัว​เมีย​กัน ตน​ได้ยิน​และ​ได้​เห็น​ด้วย​ตัว​เอง แสงรวี​ไม่​ฟัง​ไล่​ตะเพิด​ไป​ให้​พ้น​หน้า เพราะ​คิด​ว่า​เธอ​ไม่​ชอบ​ขี้หน้า​สอง​คน​นั่น​ก็​เลย​ใส่ร้าย แม้​จะ​บอก​ตัวเองว่า​ไม่​ใช่​เรื่อง​จริง แต่​แสง​รวี​อด​เป็น​กังวล​ไม่ได้ หยิบ​มือถือขึ้น​มา​โทร.​หา​สา​รัตน์ แต่​ติดต่อ​ไม่ได้ ลอง​โทร.​อีกก็ยังเหมือน​เดิม เธอ​ลอง​โทร.​หาจิ​รา​ภา​ดัน​ปิด​เครื่อง​เหมือน​กัน...

ด้าน​สา​รัตน์​กับ​จิ​รา​ภา​มัว​แต่​นอน​หลับ​อยู่​ใน​รังรัก​ของ​ตัว​เอง​เพลิน​ไป​หน่อย รู้สึก​ตัว​ตื่น​ขึ้น​เกือบสี่​โมง​เย็น ตาลีตาเหลือก​ลุก​ขึ้น​แต่งตัว พอ​เปิด​มือถือ​ขึ้น​มา​เห็น​มิสคอ​ล​จาก​แสง​รวี​เป็น​สิบ​ครั้ง สา​รัตน์​รีบ​โทร.​กลับ แสง​รวี​ปล่อย​ให้​สาย​เรียก​เข้า​ดัง​สัก​พัก​จึง​เดิน​มา​ปิด​เครื่อง

“ให้​มัน​รู้​เสีย​บ้าง​ว่า​ฉัน​ก็​โกรธ​เป็น” พูด​จบ แสงรวี​ขึ้น​ไป​เปลี่ยน​เสื้อ​ผ้า จาก​นั้น​ไม่​นาน​ก็​ออก​จาก​บ้าน​ไป​กับ​คน​ขับ​รถ สั่ง​ให้​ขับ​ไป​เรื่อยๆโดย​ไม่​มี​จุดหมาย...

สา​รัตน์​พยายาม​โทร.​หา​แสง​รวี​อยู่​นานสองนาน​แต่​โทร.​ไม่​ติด จึง​ให้​จิ​รา​ภา​ลอง​โทร.​เข้า​บ้าน​ขอ​พูด​กับแสง​รวี เขียน​เป็น​คน​รับ​สาย​บอก​ว่า​ไม่​อยู่ แล้ววาง​สาย​ไป​เลย

ooooooo

ระหว่าง​นั่ง​อยู่​ใน​รถ ทนาย​ประจำ​ตระกูล​โทร.​มา​แจ้ง​แสง​รวี​ว่า​เงิน 3 ล้าน​บาท​ที่​ขอ​เบิก​ไป​วันก่อน​คง​จะ​ให้​ไม่ได้​เพราะ​เธอ​เพิ่ง​เบิก​เงิน​จำนวน​เดียวกัน​ไป​เมื่อ​เดือน​ที่​แล้ว เธอ​อ้าง​ว่า​ครั้ง​ก่อน​เป็น​เหตุ​ด่วน​และ​ครั้ง​นี้​ก็​ด่วน​เช่น​กัน ทนายความ​ไม่​สามารถ​ให้ได้​เพราะ​พินัยกรรม​ห้าม​เบิก​งบ​ฉุกเฉิน​เกิน 3 ล้านบาท​ใน​หนึ่ง​ปี

“เพราะเงินเดือนคุณแสงก็ได้รับเป็นประจำอยู่แล้ว คุณแสงคงเข้าใจนะครับ”

“ฉันไม่เข้าใจ” แสงรวีตวาดเสร็จ วางสายอย่าง หัวเสีย...

ทางฝ่ายสารัตน์กลับถึงบ้าน แสงวรีก็ช่วยกันกับจิราภาเล่นงานเขียนที่บังอาจวางหูใส่ ถึงขนาดจะลงไม้ลงมือ เขียนขู่ถ้ามาแตะต้องจะแจ้งความเอาเรื่องให้ถึงที่สุด สารัตน์ทนไม่ไหวปรี่เข้าหา จิราภาต้องดึงแขนไว้ เขียนไม่สนใจรีบลากตัวถวิลออกมา จิราภาขอร้องให้เขาใจเย็นๆก่อน เก็บไว้ฟ้องแสงรวีดีกว่า

“ยัยนั่นยังงอนพี่อยู่เลย น่ารักตายล่ะ คนแก่ทำเป็นงอน”

“จิมีวิธี” จิราภายิ้มอย่างมีแผน จากนั้นดอกกุหลาบแดงนับไม่ถ้วนถูกนำมาจัดไว้ทั่วบริเวณ ทันทีที่ แสงรวีก้าวเข้ามาในบ้าน สารัตน์เดินมาคุกเข่าตรงหน้า ยื่นดอกกุหลาบพร้อมกับขอให้เธอยกโทษให้ เธอซาบซึ้งใจมากยกโทษให้เขาโดยไม่ต้องขอซ้ำ แล้วโผกอดสารัตน์ไว้แน่น เขากอดตอบประหนึ่งว่ารักใคร่

“เหตุการณ์อย่างนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นอีกแล้วครับ”

แสงรวีพยักหน้าตื้นตันใจพูดอะไรไม่ออก...

เขียนอดนินทาเจ้านายไม่ได้ ไหนทีแรกทำท่าคิดถึงลูกห่วงลูกขึ้นมา แต่พอโดนไอ้แมงดามันเป่ามนต์มหาระรวยเข้าหน่อยก็อ่อนระทวยเป็นขี้ผึ้งจนได้ ถวิลต้องขอร้องให้เธอเบาเสียงลงหน่อยกลัวจะเป็นเรื่องอีก...

ดึกแล้วปราลียังไม่ยอมหลับเพราะเห็นราเมศว์ยังนอนอ่านหนังสืออยู่ที่โซฟาในห้องนอน เหมือนจะคุมเชิงกันอยู่ สองคนคุยกันดีๆได้ไม่กี่คำ ก็มีปากเสียงกันอีก ปราลีถูกราเมศว์ด่าว่าน่าสมเพช แลกค่าของความเป็นหญิงกับเงิน เธอไม่พอใจตบหน้าเขาอย่างแรง เขาแก้เผ็ดด้วยการดึงเธอมาจูบ

ปราลีพยายามต่อสู้ดิ้นรนยิ่งทำให้ราเมศว์คลั่ง จับเธอหวี่ยงไปบนเตียงแล้วตามลงไปกดแขนทั้งสองข้างเธอไว้ ระดมจูบไปทั่วตัว แต่สุดท้ายเขายั้งใจไว้ทัน เดินกลับไปที่โซฟาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ooooooo

รังสรรค์บุกมาหาสุคนธ์ที่บ้านลิ้นจี่เพื่อถามหาราเมศว์อีกครั้ง คำตอบที่ได้ยังคงเหมือนเดิม

ไม่รู้ว่าเขาอยู่ไหน รังสรรค์ขู่ถ้าไม่บอกตนจะบุกไปถามแม่ถึงในห้องนอนเอง สุคนธ์ไม่สนใจคำขู่ยังคงปิดปากสนิท รังสรรค์ขัดอกขัดใจมาก ตัดสินใจเข้าไปสอบถามลิ้นจี่ถึงเรื่องนี้

นอกจากจะไม่บอกอะไรแล้ว ลิ้นจี่ยังด่ารังสรรค์สาดเสียเทเสีย หาว่าวันๆทำเป็นอยู่อย่างเดียวคือหายใจทิ้ง แล้วสั่งให้นพดลลากคอเขาออกไปอย่าโผล่หน้าชั่วๆมาให้ตนเห็นอีก ตนจะลืมว่าเคยมีลูกอย่างเขา และไม่ลืมเรียกสุคนธ์มากำชับหากรังสรรค์โผล่หน้ามาที่นี่อีก ให้เรียกตำรวจมาจัดการ...

จากนั้นไม่นาน รังสรรค์แวะไปหาเตือนตาที่บ้านเล่าเรื่องที่ไปบ้านแม่ให้เธอฟัง เตือนตาบอกให้เขายอมรับเรื่องระหว่างราเมศว์กับปราลีได้แล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมานั่งกลุ้มใจ เพราะเป็นการตัดสินใจด้วยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย รังสรรค์ประกาศกร้าวว่าไม่ยอมรับ

แถมยังหาว่าเตือนตาไม่ห่วงเพื่อนเพราะอิจฉา เธอฉุนขาดไล่ตะเพิดเขาไปให้พ้น รังสรรค์จำต้องกลับไปอย่างขัดอกขัดใจ...

ด้วยความที่คิดมากเรื่องปราลีกับราเมศว์ ทำให้รังสรรค์เก็บเอาไปฝันร้ายว่าเห็นปราลีกำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่างสุดชีวิต โดยมีราเมศว์วิ่งตามจนมาถึงหน้าผา เธอตัดสินใจโดดลงไป ราเมศว์โดดตาม รังสรรค์ร้องห้ามเสียงลั่นว่าอย่า ก่อนจะสะดุ้งตื่นลุกพรวดขึ้นนั่งเหงื่อท่วมตัว มองไปรอบๆถึงได้รู้ว่าตัวเองฝันไป

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement