โซ่เสน่หา ตอนที่ 2 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

โซ่เสน่หา ตอนที่ 2


25 พ.ค. 2560 09:59
1,713,478 ครั้ง

โซ่เสน่หา ตอนที่ 2

อ่านเรื่องย่อ

โซ่เสน่หา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ชลาลัย

บทโทรทัศน์โดย:

ภาวิต

กำกับการแสดงโดย:

ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์

ผลิตโดย:

บริษัทดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.20 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศรัณย์ ศิริลักษณ์, ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ

ในที่สุดราเมศว์ปล่อยปราลีเป็นอิสระ เธอแค้นใจมากเงื้อมือจะตบซ้ำ เขาชี้หน้าขู่

“จะเอาอีกเหรอ ติดใจล่ะสิ...ไม่อยากคิดเลยว่าเราสองคนจะมีความสุขขนาดไหนบนเกาะ”

“ทุเรศที่สุด” ด่าจบปราลีกลับขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็วหวังจะชนราเมศว์แต่เขาหลบทัน สีหน้าเย้ยหยันเมื่อครู่ของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมหวังใจว่าสิ่งที่ตัวเองทำจะเปลี่ยนใจเธอได้...

น้ำตาเอ่อล้นทำให้ปราลีมองทางไม่ถนัด กว่าจะเห็นรถคันข้างหน้าก็เป็นระยะกระชั้นชิด เธอกระแทกเบรกอย่างแรงจนรถเสียหลักหมุนติ้วกลางถนน ผู้คนแถวนั้นกรีดร้องด้วยความตกใจเสียงลั่น ปราลีพยายามตั้งสติบังคับรถจนหยุด ก่อนจะขับต่อไปได้สักพักก็จอดข้างทาง โทร.หาสุคนธ์เพื่อขอยกเลิกสัญญา

“ไม่ได้ เธอเซ็นสัญญาและรับเช็คไปแล้ว สัญญานั้นจึงมีผลตามกฎหมาย”

“แต่พวกคุณช่วยกันปกปิดความจริงเรื่องผู้ชายคนนั้นเป็นโรคจิต คุณลองถามคุณนายลิ้นจี่ให้ดิฉันสักหน่อย เล่นหมกเม็ดสัญญาอย่างนี้มันไม่แฟร์”...

สุคนธ์ไม่รอช้านำเรื่องนี้ไปรายงานให้ลิ้นจี่ทราบ ท่านหาว่าปราลีคิดจะยกเลิกสัญญาก็เลยหาเรื่องใส่ร้าย ราเมศว์ไม่เคยเจอกับแม่นั่นสักหน่อย สุคนธ์หันไปถามเจ้าตัวที่ทำเป็นนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ไม่รู้ไม่ชี้

“คุณเมศว์เคยพูดคุยกับปราลีตามลำพังบ้างหรือเปล่าคะ”

ลิ้นจี่ตวาดแว้ด เรื่องอะไรถึงมาสอบสวนลูกชายของตน ราเมศว์หันไปบอกแม่ถ้าปราลีไม่เต็มใจก็อย่าไปบังคับจะดีกว่า ลิ้นจี่ไม่ยอมล้มเลิกแผนการเด็ดขาด นี่ถ้านังนั่นเห็นเขาขี้คร้านจะเร่งให้ทำตามสัญญา

“สุคนธ์โทรศัพท์บอกมันไปว่าถ้าจะยกเลิกสัญญาก็ไปฟ้องเอา”...

ทางด้านปราลีรู้จากเขียนว่าแม่อยู่บ้านคนเดียวสารัตน์กับน้องสาวไม่อยู่ไปเยี่ยมญาติ ก็เลยเข้าไปหาหวังจะให้แม่ง้อเพราะเธอเองก็อยากจะกลับบ้านเต็มทีแล้ว แสงรวีก็อยากจะให้ลูกง้อก่อน

ต่างฝ่ายต่างมีทิฐิทำให้เปิดศึกน้ำลายกันอีก ความสัมพันธ์ของสองแม่ลูกยิ่งร้าวหนักขึ้น ปราลีตัดสินใจทำตามสัญญาที่เซ็นไว้กับลิ้นจี่ จากนั้นเธอกลับไปเอากระเป๋าเดินทางที่บ้านเตือนตา โดยบอกกับป้าของเพื่อนรักว่าจะไป
อยู่กับญาติทางพ่อที่ต่างจังหวัด เตือนตาพยายามจะกล่อมให้เธอเปลี่ยนใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ แต่ปราลียืนกรานคำเดิม ทั้งสองคนนิ่งเงียบไปพักหนึ่งก่อนที่เตือนตาจะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน

“แล้วนี่รู้หรือยังว่าเขาจะพาไปไหน”

ปราลีส่ายหน้า เตือนตาน้ำตาเอ่อขึ้นมาทันที แบบนี้แล้วยังจะไปอีกหรือ ปราลีดึงเพื่อนรักมากอดปลอบว่าอย่าร้องไห้ ตนเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว เธอก็รู้ว่าตนเก่งแค่ไหน ไว้กลับมาเมื่อไหร่จะซื้อรถคันใหม่ให้ตามสัญญา มีเสียงไลน์ดังขึ้น ปราลีหยิบมือถือขึ้นมาดู ทางลิ้นจี่ไลน์มาบอกว่ารถมารับแล้ว

“ฉันไปล่ะนะเตือน ไม่ต้องออกไปส่ง ฉันไม่อยากเห็นแกร้องไห้ สวดมนต์ให้ฉันบ้างนะ”

เตือนตาพยักหน้ารับคำทั้งน้ำตา มองตามปราลีที่เดินลากกระเป๋าเดินทางออกไปอย่างใจหาย

ooooooo

ไม่นานนัก รถตู้บ้านลิ้นจี่ขับมาจอดหน้าอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ สุคนธ์ส่งตั๋วเครื่องบินกับซองเงินให้ปราลี เป็นเงินพ็อกเก็ตมันนี่ สองแสนบาท ปราลีไม่วายพูดติดตลก ยังจะมีเวลาให้เธอช็อปปิ้งหรือ

“ไม่มี แต่คุณนายท่านให้เธอไว้ติดตัวเท่านั้น ของกินของใช้ทุกอย่างจะมีคนดูแลจัดการให้หมด”

“แสดงว่าต้องมีคนคุม”

สุคนธ์ไม่ตอบคำถาม สั่งให้เธอไปขึ้นเครื่องได้ ปราลีอดสงสัยไม่ได้ว่าไปถึงสนามบินทางโน้นแล้วจะให้ไปไหนต่อ สุคนธ์เตรียมคนรอต้อนรับเธออยู่ที่โน่นแล้วไม่ต้องห่วง รอจนปราลีลากกระเป๋าเข้าไปข้างใน จึงหยิบมือถือขึ้นมาโทร.รายงานลิ้นจี่ว่าทุกอย่างเรียบร้อย ปราลีเข้าไปข้างในแล้ว

“คอยจับตาไว้ อย่าให้มันกลับออกมา” ลิ้นจี่สั่งเสียงเฉียบ...

เมื่อมาถึงสนามบินปลายทาง ลิ้นจี่ส่งทองดีกับทิวมารับปราลี ระหว่างนั่งรถตู้ออกจากสนามบิน ปราลีหยิบมือถือขึ้นมาจะโทร.หาเตือนตา ทองดีหันมากระชากมันไปจากมือ สั่งห้ามใช้โทรศัพท์

“ไม่ใช้ก็ไม่ใช้ เอาโทรศัพท์ของฉันคืนมา”

“ไปถึงบ้านพักแล้วจะคืนให้”

ปราลีถอนใจอย่างหงุดหงิด ถามว่าอีกนานไหมกว่าจะถึงบ้านพัก ทองดีไม่ตอบได้แต่นั่งนิ่ง...

สถานที่ที่ปราลีไปลึกลับซับซ้อนมาก นั่งรถตู้จากสนามบินยังต้องมาต่อเรืออีก ด้วยความที่ไม่เคยต้องนั่งเรือไกลๆทำให้เธอเมาเรืออย่างหนัก อาเจียนไปตลอดทาง...

มืดค่ำแล้ว ไม่มีวี่แววว่าปราลีจะติดต่อมา เตือนตาร้อนใจมากจึงเป็นฝ่ายโทร.หาเอง แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ ลองโทร.อยู่หลายครั้งก็ยังเหมือนเดิม เธอโยนมือถือลงบนเตียงหงุดหงิดไปหมด

“รู้ก็รู้ว่าเราเป็นห่วง แล้วยังปิดโทรศัพท์อีก” บ่นยังไม่ทันขาดคำ มีเสียงมือถือดังขึ้น เตือนตารีบคว้ามาดู ต้องผิดหวังเป็นเบอร์ใครก็ไม่รู้ ตัดสินใจรับสาย ปรากฏว่ารังสรรค์โทร.มา เธอแปลกใจเขารู้เบอร์ของเธอได้อย่างไร เขาไม่วายปากเสีย

“อ๋อ ไม่ได้โทร.มาจีบคุณหรอก ผมจะถาม...” พูดได้แค่นั้น เตือนตาตัดสายทิ้ง รังสรรค์โทร.กลับไปอีกครั้ง แต่เธอปิดมือถือไปแล้ว เขาร้อนใจไม่แพ้เตือนตาเช่นกันเพราะไม่รู้ว่าปราลีหายไปไหน...

คนที่เตือนตากับรังสรรค์เป็นกังวลถึงกำลังนอนหลับด้วยความอ่อนเพลียจากเมาเรืออย่างหนักอยู่ในบ้านพักตากอากาศหลังหนึ่งบนเกาะอันโดดเดี่ยวท่ามกลางท้องทะเลเวิ้งว้าง

สักพักเธอรู้สึกตัวตื่นขึ้น มองไปรอบๆห้องที่ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยความแปลกใจมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เธอค่อยๆยันตัวลุกขึ้น ต้องแปลกใจซ้ำสองที่เห็นตัวเองอยู่ในชุดนอนค่อนข้างเซ็กซี่ รีบลุกขึ้นไปหยิบเสื้อคลุมมาสวมแล้วเดินออกจากห้อง ผ่านห้องรับแขกไปที่ประตูหน้าบ้านจะเปิดออกไปแต่มันล็อก

“ดึกดื่นป่านนี้จะออกไปไหน”

ปราลีหันมองตามเสียง เห็นพวนนั่งอยู่ในมุมมืดมองมาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร เตือนว่าอย่าคิดหนีเป็นอันขาดเพราะข้างนอกมีแต่ผู้ชายเถื่อนดิบเฝ้าอยู่ เธอคงไม่อยากเป็นเมียพวกมันก่อนจะได้ฮันนีมูนกับเจ้านายของตน ปราลีอยากรู้ว่าที่นี่ที่ไหน พวนบอกไปเธอก็คงไม่รู้จัก แล้วถามว่าหิวหรือเปล่า เธอส่ายหน้า

“ไม่หิวก็ต้องกิน เจ้านายท่านสั่งให้บำรุงคุณให้เต็มที่ เพราะคืนพรุ่งนี้ท่านจะมาจัดการแล้ว”

“บ้า...โรคจิต” ด่าเสร็จปราลีกลับเข้าห้อง

ooooooo

ราเมศว์ปรุงข้าวต้มกุ้งเสร็จยกมาวางตรงหน้าลิ้นจี่ซึ่งมองเขาอย่างปลาบปลื้ม นี่เขาจะไม่อยู่ตั้งหลายวันแล้วใครจะปรนนิบัติท่านได้ดีอย่างนี้

“ผมไม่ต้องไปก็ได้นี่ครับ”

“ไม่ได้ลูก ไม่ได้ เมศว์ต้องไปทำภารกิจสำคัญให้แม่ แม่อยากเลี้ยงเด็ก แม่ไม่ได้เลี้ยงเด็กมานานแล้ว ลูกของแม่หล่ออย่างนี้ คงจะมีทายาทน่ารักน่าเอ็นดูให้แม่”

อำไพได้จังหวะสอดแทรกทันที “แน่นอนเลยค่ะ พ่อก็หล่อแม่ก็สวย”

ลิ้นจี่ไม่พอใจที่อำไพสาระแนไม่เข้าท่า ไล่ตะเพิดไปให้พ้นหน้าก่อนที่ชามข้าวต้มกุ้งชามนี้จะไปอยู่บนหน้าเธอ ไม่ต้องรอให้ไล่ซ้ำ อำไพรีบออกไปทันที ลิ้นจี่หันไปถามสุคนธ์ว่าตั๋วเครื่องบินเรียบร้อยไหม เธอจัดเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว ลิ้นจี่บอกราเมศว์ว่าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องงานท่านจะให้สุคนธ์ดูแลแทน

“อย่าเครียด มีความสุขให้เต็มที่” ลิ้นจี่เห็นลูกสีหน้าไม่สู้ดีนักก็ร้องทัก “ทำไมทำหน้าบึ้งอย่างนั้นล่ะ ยิ้มหน่อยสิลูก อย่าให้แม่ต้องกังวลว่านี่แม่บังคับลูกหรือเปล่า”

ราเมศว์ฝืนยิ้มให้ ลิ้นจี่คว้ามือเขาไปบีบตื้นตันใจน้ำตาคลอเบ้าที่เขาไม่เคยขัดใจสักครั้ง...

สภาพของปราลีที่อยู่บนเกาะกลางทะเลไม่ต่างจากนักโทษ พวนคอยคุมทุกอย่างแม้แต่เรื่องอาหารการกิน เสร็จจากมื้อเช้าเธอจะดื่มกาแฟก็ถูกห้าม ให้ดื่มได้แต่นมเท่านั้น พอเธอไม่ยอมดื่ม พวนจับกรอกจนสำลัก ปราลีหงุดหงิดมากขอออกไปเดินเล่นข้างนอก

“ตามใจ แต่อย่าคิดหนี เพราะถึงจะหนีก็หนีไม่รอด” พวนว่าแล้วเก็บถ้วยเก็บชามเข้าไปในครัว...

แม้จะออกไปเดินเล่น ปราลีก็ถูกจำกัดพื้นที่ให้เดินได้แค่บริเวณบ้านพัก เธอโวยใส่ทองดีกับทิวที่คอยเฝ้าทุกฝีก้าวว่าเธอไม่ใช่นักโทษของใคร

“คุณเป็นผู้หญิงของนาย”

“ฉันเป็นตัวของฉันเอง ไม่ได้เป็นของใคร จำใส่หัวกลวงๆของพวกแกไว้” ว่าแล้วปราลีเดินหัวเสียกลับเข้าบ้าน เจอพวนยืนเฝ้าอยู่ก็ยิ่งหงุดหงิด

“พอเจ้านายมา คุณก็ไม่เหงาหรอก”

“จะบอกอะไรให้ ฉันภาวนาขอให้เจ้านายแกเรือล่ม เป็นเหยื่อปลาฉลามกลางทะเลโน่น” แช่งเสร็จปราลีเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงเข้าห้อง พวนมองตามสีหน้าเรียบเฉย

ooooooo

ปราลีสะดุ้งตื่นเพราะเสียงฟ้าผ่า เหลือบมองนาฬิกาที่หัวเตียงเห็นเที่ยงพอดี ยังไม่ทันจะขยับไปไหนมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นเสียก่อน เธอรำคาญไล่ตะเพิดไปให้พ้น เสียงเคาะเงียบไป เธอไม่สนใจเดินไปที่หน้าต่างมองออกไปเห็นเมฆดำทะมึน ฝนเริ่มเทลงมาไม่ขาดสาย

มีเสียงก๊อกแก๊กๆที่ประตูห้อง สักพักพวนเปิดเข้ามาพร้อมกับควงกุญแจบ้าน จะมาตามให้ไปกินข้าวเที่ยง เธอทำท่าจะไม่ยอมกิน พวนตะโกนเรียกทองดีเข้ามาเป็นการขู่กลายๆ ปราลีโมโหเดินกระทืบเท้าปังๆ ตรงไปที่โต๊ะกินข้าว ทองดีเอามือถือมาคืนให้ บอกว่าที่นี่ไม่มีสัญญาณ เธอพยักหน้ารับรู้

พวนสั่งให้เธอกินก๋วยเตี๋ยวให้หมด เธอเพิ่งกินมื้อเช้าไปไม่นานจะให้กินลงได้อย่างไร พวนเตือนอย่ามาลองดี ตนเคยเป็นผู้คุมนักโทษมาก่อน นักโทษเลวร้ายกว่าเธอไม่รู้กี่เท่าตนก็จัดการมาหมดแล้ว เพราะฉะนั้นกินก๋วยเตี๋ยวนี่ให้หมด ปราลีจำต้องกินด้วยความแค้น...

ทางฝ่ายเตือนตาพยายามโทร.หาปราลีแต่ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขนี้เหมือนเดิม มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น เตือนตาเห็นเป็นสายของรังสรรค์ก็ยิ่งหัวเสีย ตัดสินใจรับสาย บอกว่าไม่ว่างจะคุยด้วย เขารออยู่หน้าบ้านเธอถ้าไม่ออกมาเขาจะบุกเข้าไป เธอร้องห้ามเสียงหลงไม่ให้เข้ามา

“งั้นก็รีบออกมา ผมให้เวลา 5 นาที”

เตือนตาเอามือถือใส่กระเป๋ากางเกงแล้วลงไปหารังสรรค์ที่จอดรถรออยู่หน้าบ้าน เขารีบเปิดประตูรถด้านหน้าข้างคนขับให้เธอเข้ามานั่ง

“ต่อไปห้ามจอดรถหน้าบ้านฉัน”

“ถ้ารู้ว่าปุ๋มอยู่ที่ไหน อย่าว่าแต่หน้าบ้านเลย แม้แต่ในซอยก็จะไม่มาเหยียบ”

หญิงสาวไม่รู้ว่าปราลีไปไหน พยายามโทร.หาทั้งคืนไม่มีใครรับสาย เขาหรี่ตามองหรือว่าปราลีแอบอยู่ในบ้านหลังนี้ เตือนตาขี้เกียจพูดด้วย จับที่เปิดประตูรถจะลง รังสรรค์คว้ามือไว้ จะไปไหนไม่ได้จนกว่าจะบอกเขาก่อนว่าปราลีอยู่ที่ไหน เตือนตายืนยันว่าไม่รู้ เขาไม่เชื่อจะเข้าไปดูในบ้านเธอเพื่อความแน่ใจ เธอให้เข้าไม่ได้ ป้าของเธออยู่

“ผมเป็นคนรู้จักกาลเทศะ รับรองคุณป้าของคุณจะต้องชอบผมแน่”...

เป็นอย่างที่รังสรรค์คุยไว้ ป้าวิไลคุยถูกคอกับเขา ทำให้รู้ว่าปราลีมาค้างที่นี่หลายคืนเพิ่งกลับไปเมื่อวานนี้เอง จากนั้นเตือนตาเดินมาส่งรังสรรค์ที่หน้าบ้าน เขาเริ่มเป็นกังวลถ้าปราลีไม่อยู่ที่นี่แล้วจะไปอยู่ไหน เตือนตาเองก็เป็นห่วงเธออยู่เหมือนกัน

รังสรรค์อยากรู้ว่าเธอรู้อะไรบ้าง เตือนตาตัดสินใจไม่บอกเรื่องอุ้มบุญ ส่ายหน้าดิกไม่รู้อะไรสักอย่าง เขาไม่เชื่อ จะคอยจับตาดูเธอตลอดเวลา

“เอาเลย นายคิดว่าฉันไม่เป็นห่วงเพื่อนฉันเหรอ ฉันคบกับปุ๋มมาตั้งแต่อนุบาล นายมันก็แค่เจอเขารู้จักกับเขาตามผับตามบาร์ เพราะฉะนั้นอย่ามาสะเออะเสนอหน้าว่าเป็นห่วงเขามากกว่าฉัน จำใส่หัวเอาไว้ด้วย”

ooooooo

ปราลีหลับสนิทอยู่ในห้องไม่รับรู้เลยว่าภายนอกฝนตกหนัก พายุพัดกระหน่ำ มีใครบางคนเปิดประตู ห้องนอนเข้ามาหยุดที่เตียง เธอขยับตัวเล็กน้อยเหมือนจะรู้สึกตัว ใครคนนั้นรีบออกจากห้องปิดประตูตาม หลัง เธอค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น เอื้อมมือไปเปิดโคมไฟที่หัวเตียง ถอนใจโล่งอกที่ไม่เห็นใคร

หญิงสาวยังไม่วางใจลุกไปขยับลูกบิดประตูห้องดู มันยังล็อกเหมือนเดิม ตัดสินใจเปิดประตูออกไปดู ฟ้าแลบเป็นระยะๆทำให้ภายในบ้านสว่างวาบ เธอเห็นฝนตกหนักก็ยิ้มดีใจ ราเมศว์คงยังเดินทางมาไม่ถึง

แต่พอหันกลับมาต้องตกใจเมื่อเห็นร่างใครบางคนยืนอยู่ เธอร้องลั่นว่าผีหลอกพร้อมกับผงะถอยหลัง แต่สะดุดขาตัวเองจะล้ม ราเมศว์คว้าตัวเธอไว้ทัน ไฟในห้องสว่างขึ้นด้วยฝีมือของพวน เขาสั่งให้ปราลีหยุดร้องได้แล้ว เธอลืมตาขึ้นมาเห็นเขาก็ด่าลั่นว่าไอ้โรคจิต ราเมศว์หันไปบอกให้พวนไปนอนได้แล้ว

“อย่าเพิ่งไป อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนยายอ้วน อย่าเพิ่งไป อย่า...”

พวนไม่สนใจเดินกลับห้องตัวเอง ปราลีผลักราเมศว์ออกห่าง แล้วรีบเดินกลับห้อง เขาตะโกนไล่หลัง คิดหรือว่าจะหนีพ้น เธอหันขวับมามองเมื่อครู่นี้เขาเข้าไปในห้องเธอใช่ไหม ยัยผีเสื้อสมุทรนั่นให้กุญแจเขาใช่ไหม

“เป็นธรรมดา เมื่อมาถึงผมก็อยากจะเข้าไปดูเจ้าสาวหน่อย”

“ไอ้คนบ้า” ด่าเสร็จปราลีจ้ำอ้าวเข้าห้องล็อกประตูเสร็จ ลากโต๊ะเก้าอี้กับเฟอร์นิเจอร์ที่พอจะลากไหวมาขวางประตูเอาไว้ พวนเดินออกมาดูความเรียบร้อยพอดี ราเมศว์ขอหมอนกับผ้าห่มจะนอนที่โซฟา เธอทักท้วง เขาน่าจะเข้าไปนอนกับปราลีตามคำสั่งของคุณท่าน

“อย่ามาทำเป็นรู้ดี ป้าก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอว่าเขาไม่ยอมให้ฉันเข้าใกล้”

“แต่คุณเป็นผู้ชาย จะไปยากอะไรคะ”

ราเมศว์ไม่ได้ว่ายาก แค่ไม่มีอารมณ์จะทำ วันนี้เหนื่อยจากการเดินทางฝ่ามรสุม แล้วไล่พวนไปหาผ้าห่มกับหมอนมาให้ ตนอยากนอนเต็มทีแล้ว...

ปราลีคิดมากเรื่องที่ต้องมีอะไรกับราเมศว์จนเก็บเอาไปฝันร้ายว่าเขาเข้ามาปลุกปล้ำ ตะโกนร้องให้คนช่วยเสียงลั่นบ้าน ราเมศว์ตกใจทุบประตูถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ปราลีสะดุ้งตื่นถึงได้รู้ว่าตัวเองฝันไป ตะโกนบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรไม่ต้องมายุ่ง

ooooooo

ปราลีกลัวจะต้องมีอะไรกับราเมศว์ ตั้งใจจะหนีไปตายเอาดาบหน้า ปีนหน้าต่างห้องออกไปด้านนอก แม้พายุจะสงบแล้วแต่ฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย เธอไม่เห็นใครเฝ้ายามอยู่ หลับหูหลับตาวิ่งหนี

ทางด้านราเมศว์เคาะประตูเรียกปราลีอยู่หลายครั้งแต่ไม่มีใครเปิดรับ นึกเอะใจเดินอ้อมไปดูอีกด้านหนึ่งเห็นหน้าต่างเปิดอยู่รู้ทันทีว่าเธอหนีไปแล้ว สั่งให้พวนไปบอกพวกที่ยืนยามให้ออกตามหา

“พบแล้วให้พากลับมาที่บ้าน ห้ามทำอะไรรุนแรงเด็ดขาด”...

เสียงพวน ทองดีกับทิวและราเมศว์ตะโกนเรียกหาปราลีดังไปทั่วเกาะ ยิ่งทำให้เจ้าตัวเร่งฝีเท้าหนี แต่ต้องหยุดกึกพร้อมกับส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือลั่นเมื่อเห็นงูตัวใหญ่เลื้อยผ่านหน้า

“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย”

ราเมศว์วิ่งตามเสียงร้องมาเจอปราลีหลับหูหลับตาร้องกรี๊ดๆทั้งที่งูตกใจเสียงร้องของเธอเลื้อยหายไปนานแล้ว เขาต้องเข้าไปเขย่าแขนให้รู้สึกตัว เธอกลัวจัดหลับหูหลับตากอดเขาไว้ ปากก็ร้องให้ช่วยเธอด้วย พวนกับพวกตามมาหยุดมองอยู่ห่างๆ ราเมศว์หัวเราะฮึๆถามว่าจะให้ช่วยอะไร ปราลีลืมตาขึ้นมาดูไม่เห็นแม้แต่เงาของงู เห็นแต่แววตาหื่นของเขา เธอรีบถอยห่าง ราเมศว์ถามย้ำว่าจะให้ช่วยทำอะไร

“คิดว่าฉันโกหกเหรอ”

“ผมยังไม่ได้ว่าอะไรสักคำ คุณร้องให้ช่วย ผมก็ถามว่าจะให้ช่วยอะไร เพราะไม่เห็นมีอะไรสักอย่าง” ว่าแล้วราเมศว์หันไปบอกให้พวนกับพวกกลับไปได้ ปราลียืนยันว่าเมื่อครู่นี้มีงู แต่ตอนนี้มันไปแล้ว ไม่เชื่อก็ตามใจ แล้วสะบัดหน้าจะไป เขาทักท้วงนั่นไม่ใช่ทางกลับบ้านพัก

“ฉันจะไม่กลับไปไอ้บ้านบ้าๆนั่นอีก ฉันจะไปตามทางของฉัน ไปตายเอาดาบหน้า” ปราลีว่าแล้วก้าวฉับๆออกไป ราเมศว์เร่งฝีเท้าตามจนทันจับเธอพาดบ่าพากลับบ้าน เธอทั้งร้องทั้งดิ้นให้ปล่อยแต่เขาไม่สนใจ

จากนั้นไม่นานราเมศว์แบกปราลีมาโยนลงบนเตียงนอน เธอถอยกรูดแทบจะตกเตียง พร้อมกับสั่งไม่ให้เข้ามาใกล้ เขาไม่เข้าใจ ถ้าเธอไม่อยากให้เขาทำอะไร แล้วมาสมัครอุ้มบุญทำไม เธอได้แต่อึกอักไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ราเมศว์ตั้งข้อสังเกตหรือเธอคิดจะอัพค่าตัวขึ้นอีก เธอคว้าหมอนข้างฟาดหน้าเขาฐานดูถูก เขากระชากหมอนไปเหวี่ยงทิ้งแล้วรวบตัวเธอเข้ามาชิดกับอก สั่งห้ามทำร้ายเขาอีก เธอขอร้องให้ปล่อย

“คุณต้องการอะไรกันแน่” ราเมศว์ปล่อยปราลีอย่างไม่ไยดี “จำเอาไว้ว่าทั้งหมดนี่ คุณหาเรื่องใส่ตัวเอง” ราเมศว์พูดจบเดินออกจากห้อง ปราลีถึงกับปล่อยโฮออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ...

พวนเห็นราเมศว์เดินหงุดหงิดออกมาจากห้องนอน ปรี่เข้าไปต่อว่าว่าออกมาทำไม เขาเสียงเขียวใส่ เขากับปราลีเป็นคนไม่ใช่วัวใช่ควายจะได้ต้องขังไว้ในคอกด้วยกัน แล้วสั่งให้พวนไปเปิดห้องรับรองแขกให้ด้วย

“ไม่ได้ค่ะ ฉันต้องทำตามคำสั่งของคุณท่านอย่างเคร่งครัด คุณก็เหมือนกันเพราะพรุ่งนี้ฉันจะต้องขึ้นฝั่งไปรายงานให้ท่านทราบ” พวนว่าแล้วผละจากไป ทิ้งให้ราเมศว์ยืนเซ็งเพียงลำพัง

ooooooo

เพื่อป้องกันไม่ให้ปราลีปีนหน้าต่างหนีไปอีก พวนเข้ามาวัดกรอบหน้าต่างในห้องนอนเพื่อทำเหล็กดัด ระหว่างนั้นราเมศว์ขนข้าวของของตัวเองมาใส่ตู้เสื้อผ้าที่ว่างอยู่ ปราลีคว้าเสื้อผ้าข้าวของของตัวเองออกจากตู้จะไปอยู่ห้องอื่น เขาคว้าแขนเธอไว้ ห้องอื่นปิดหมดเปิดแค่ห้องนี้ห้องเดียว

“ถ้าอย่างนั้นฉันไปอยู่ห้องรับแขกก็ได้”

“อ้อ แล้วเวลาอาบน้ำแต่งตัวคุณจะทำยังไง จะแก้ผ้าอล่างฉ่างให้ไอ้พวกนั้นมองตาค้างนะเหรอ ทีนี้คุณก็อาจจะได้สามีเพิ่มโดยไม่ตั้งใจ”

ปราลีไม่พอใจตบราเมศว์หน้าหัน เขาเตือนว่าเราต้องอยู่ด้วยกันเพราะเธอรับเงินจากแม่ของเขาไปแล้ว เธอหนีไม่ออก ในเมื่อพลาดไปแล้ว เขาอยากจะทำอะไรเธอก็เชิญทำได้เลยจะได้จบๆไป เธออยากไปจากที่นี่เต็มทีแล้ว เขาทำไม่ลงเพราะเธอทำให้หมดอารมณ์ แล้วเดินออกจากห้องไปเลย...

ทางฝ่ายพวนขึ้นฝั่งได้ รีบโทร.รายงานลิ้นจี่ว่าเพิ่งจัดการให้ราเมศว์นอนห้องเดียวกับปราลี ท่านสีหน้าดีขึ้น ได้อยู่ห้องเดียวกันแบบนี้ราเมศว์ต้องตบะแตกจนได้ สั่งให้พวนกลับไปเฝ้าดูสองคนนั่นอย่าให้คลาดสายตา แล้วยื่นโทรศัพท์ให้สุคนธ์วางสายให้ เธอรายงานว่าเมื่อครู่นี้คู่ค้าของเราโทร.มาสอบถามเรื่องจะสร้างคอนโดฯแถวทองหล่อ ลิ้นจี่สั่งให้เธอไปบอกทางนั้นให้รอราเมศว์กลับมาก่อน

สุคนธ์พยายามสอบถามถึงงานที่ยังค้างอยู่ก็เลยโดนลิ้นจี่เล่นงาน หาว่าเธอคิดจะฮุบตำแหน่ง รวมทั้งตัวราเมศว์ในคราวเดียวกัน สุคนธ์พยายามอธิบายว่าท่านเข้าใจผิดแต่ท่านไม่ฟัง จากนั้นท่านสั่งให้เธอช่วยคิดเมนูอาหารเย็นนี้ให้ด้วย คุณหญิงเจริญศรีกับสุนีรัตน์จะมากินข้าวด้วย...

ด้านสุนีรัตน์เลือกชุดที่จะใส่ไปกินข้าวที่บ้านลิ้นจี่ตั้งแต่ตอนกลางวัน แต่ไม่มีถูกใจเพราะอยากจะใส่ชุดที่ไม่มีในตู้เสื้อผ้า คุณหญิงเจริญศรีต้องยกราเมศว์ขึ้นมาอ้าง หากเขารู้ว่าสุนีรัตน์เป็นเด็กดื้อจะต้องเสียใจมาก เธอถึงได้ยอมใส่ชุดที่มีในตู้เสื้อผ้า...

ตกเย็น คุณหญิงเจริญศรีกับสุนีรัตน์และแจ่มพี่เลี้ยงของลูกสาวมาถึงบ้านลิ้นจี่ สุนีรัตน์ต้องผิดหวังเมื่อรู้ว่าราเมศว์ไม่อยู่ไปทำธุระให้ลิ้นจี่ อีกสองสามวันถึงจะกลับ

“น้องรัตน์ไม่ต้องเสียใจนะคะ เอาไว้พี่เมศว์กลับมา คุณป้าจะบอกให้รีบไปหาน้องรัตน์เลย” ลิ้นจี่ต้องการคุยธุระกับคุณหญิงเจริญศรี จึงบอกให้อำไพกับแจ่มพาสุนีรัตน์ไปเล่นกันข้างนอกก่อน เดี๋ยวใกล้ถึงเวลากินข้าวค่อยเข้ามา...

เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง ลิ้นจี่ไม่อ้อมค้อมชวนคุณหญิงเจริญศรีให้มาเป็นทองแผ่นเดียวกัน เธอเต็มใจรับข้อเสนอของลิ้นจี่ สุคนธ์ที่แอบฟังอยู่รู้สึกสลดใจอย่างบอกไม่ถูก...

เหตุจากตากฝนเมื่อเช้า ทำให้ปราลีเป็นไข้ตัวร้อนจัด ราเมศว์คอยเอาผ้าชุบน้ำหมาดๆมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้แต่อาการไม่ดีขึ้น เขามาขอยาแก้ไข้จากพวนไปให้ปราลีกิน เธอเพ้อเพราะพิษไข้

“มันจะปอกลอกแม่...แม่ต้องไล่มันออกไป แม่ทำได้ ปุ๋มก็ทำได้เหมือนกัน” ปราลีเพ้อทั้งน้ำตา ราเมศว์สงสารเธอจับใจดึงตัวมากอดไว้แนบอก เธอยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นทั้งที่หลับไม่ได้สติ

ooooooo

กินยาแก้ไข้จนหมด แต่อาการปราลียังไม่ดีขึ้น ตัวยังร้อนจัดไม่มีทีท่าไข้จะลด ราเมศว์จะขึ้นฝั่งไปซื้อยามาให้เธอกิน ฝากพวนไปดูแลเธอให้ด้วย พวนแนะให้ช้วนไปคนเดียวก็ได้ เขาไม่ต้องไปด้วย ราเมศว์ไม่ยอม

“ช้วนมันอธิบายไม่ถูกหรอก ฉันจะรีบไปรีบกลับ”...

พวนทำมื้อเช้าเสร็จยกเข้าไปให้ปราลีที่ห้อง เธอนอนซมเพราะพิษไข้ไม่รู้สึกตัว พวนวางถาดใส่อาหารแล้วเอามือแตะหน้าผากดู ต้องสะดุ้งที่เธอตัวร้อนเป็นไฟ รีบเอาผ้าขนหนูไปชุบน้ำมาเช็ดตัวเพื่อบรรเทาอาการไข้ให้ ปราลีไอแคกๆ แต่ยังไม่รู้สึกตัว พวนมองด้วยความสงสาร

“อย่าให้ตายก่อนมีลูกนะคุณ”...

ด้านราเมศว์ซื้อยาแก้ไข้ให้ปราลีเสร็จกำลังจะกลับเกาะ บังเอิญเจอวัฒน์เพื่อนสนิทที่มาทำธุรกิจที่นี่ชวนกินข้าวกันไปคุยธุรกิจไปด้วยทำให้เสียเวลาอยู่นานสองนาน ถึงได้เอายาไปให้ปราลี กินยาเสร็จเธอนอนหลับไปอีกครั้งด้วยความอ่อนเพลีย ราเมศว์ขยับผ้าห่มให้แล้วเดินไปนอนที่โซฟา...

เตือนตาทนเก็บความลับไม่ไหวนัดรังสรรค์ให้มาเจอกันที่สวนสนุก เล่าให้ฟังเรื่องที่ปราลีรับจ้างอุ้มบุญ เขาถึงกับร้องเอะอะลั่น ผู้คนแถวนั้นเหลียวมองเป็นตาเดียวกัน เตือนตาอายมากลุกหนี รังสรรค์เดินตามจนทันคว้าแขนไว้ สั่งให้เล่ามาให้หมด เธอไม่รู้อะไรมากนักรู้แค่ว่าปราลีทำอย่างนั้นเพื่อประชดแม่ รังสรรค์ต่อว่าว่าทำไมเพิ่งมาบอก เธอเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของปราลี แต่พอติดต่อเพื่อนไม่ได้ก็เลยเป็นกังวล

“แล้วปุ๋มบอกหรือเปล่าว่าจะไปสมัครกับใครที่ไหน”

เตือนตานิ่งคิดไปอึดใจก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าปราลีเข้าไปเขียนใบสมัครไว้กับเว็บไซต์ที่ชื่อ “จ๊ะเอ๋ เบบี๋” รังสรรค์หยิบมือถือขึ้นมาค้นหาเว็บไซต์ที่ว่าเช่นเดียวกับเตือนตาแต่ไม่เจอ คงจะปิดไปแล้ว เตือนตาใจคอไม่ดีหรือเราจะไปแจ้งความไว้ รังสรรค์ไม่เห็นด้วย เพราะปราลีคงจะโกรธมากและอาจทำให้เธอเสียชื่อเสียงด้วย

“แล้วจะทำยังไง”

ooooooo

ครู่ต่อมา รังสรรค์พาเตือนตามาจอดรถหน้าประตูรั้วบ้านลิ้นจี่ บอกให้เธอรออยู่ในรถ แล้วเดินหายเข้าไปในตัวบ้าน เขาสอบถามจากสุคนธ์ว่าราเมศว์ไปไหนจะกลับเมื่อไหร่ เธอเอาแต่นั่งนิ่งไม่พูดอะไร ครั้นถามถึงเรื่องอุ้มบุญ เธอกลับมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด อ้างมีหน้าที่ทำตามคำสั่งของคุณแม่เท่านั้น

“นั่นสิ ท่านสั่งว่ายังไง”

“เรื่องนี้คุณรังคงต้องไปเรียนถามท่านเอง”

รังสรรค์หัวเสียขึ้นมาทันที ไม่เข้าใจทำไมทุกคนถึงต้องทำตามคำสั่งของคุณแม่โดยเคร่งครัดเหมือนเป็นหุ่นยนต์ นี่ถ้าท่านบอกให้ไปตายคงเดินเข้าแถวกันไปตายโดยไม่มีโต้แย้ง แดกดันเสร็จเขาเดินออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ ด้วยความที่อยากรู้ความจริง รังสรรค์ตัดสินใจไปสอบถามเรื่องนี้จากคุณแม่ แทนที่จะได้คำตอบกลับถูกด่าว่า แถมยังสั่งให้นพดลกับคนสวนหิ้วปีกเขาเอาออกมาทิ้งนอกบ้าน

เตือนตาจะเข้าไปช่วยประคองกลับล้มกลิ้งไปด้วยกัน เธอไม่วายต่อว่าไหนคุยว่าเป็นลูกชายเจ้าของบ้านทำไมถูกหามออกมาทิ้งแบบนี้ เขาอ้างว่าไม่ใช่ลูกรัก แล้วชวนเธอไปหาที่คุยกันต่อเพราะเขาเริ่มจะจับต้น
ชนปลายอะไรได้บ้างแล้ว...

จากนั้นไม่นานรังสรรค์กับเตือนตามานั่งกินข้าวอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เขาจับต้นชนปลายได้แล้วว่าปราลีอาจจะรับอุ้มบุญให้กับพี่ชายของเขา เตือนตาไม่อยากจะเชื่ออะไรจะบังเอิญขนาดนั้น แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เขาไม่เข้าใจ ทำไมปราลีต้องทำอย่างนั้น ถึงจะประชดแม่ก็ตาม ยังมีวิธีอื่นอีกตั้งเยอะ

“เช่นแต่งงานกับผม...ผมรักเขามาก เขาเองก็รู้”

“แต่งงานกับคุณ แม่ปุ๋มก็คงไม่รู้สึกอะไรมาก อาจจะดีใจด้วยซ้ำที่ปุ๋มเป็นฝั่งเป็นฝาพ้นหนูพ้นตา”

รังสรรค์นึกอะไรขึ้นมาได้ว่าต้องใช่พี่เมศว์แน่ๆเพราะปราลีเคยถามเขาว่าพี่ชายของเขาเป็นโรคจิตหรือเปล่า เตือนตาแนะ ถ้าเป็นอย่างที่เขาว่าเราต้องหาพี่ชายของเขาให้เจอ...

ครั้นกลับถึงคอนโดฯที่พัก รังสรรค์พยายามโทร.หาทั้งราเมศว์และปราลีแต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ เขาโยนมือถือลงไปบนเตียงนอน เจ็บใจตัวเองถ้าวันนั้นไม่อุตริเป็นสุภาพบุรุษ ก็คงไม่ต้องมานั่งกลุ้มอย่างนี้

ooooooo

ปราลีอาการดีขึ้นมาก ค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นเองได้แต่เรี่ยวแรงยังไม่ค่อยมี ราเมศว์เข้าไปเสนอตัวจะช่วยพยุงไปล้างหน้าล้างตากินข้าวแล้วจะได้กินยา เธอกลับไม่ต้องการ ดื้อดึงจะเดินไปเองแต่ซวนเซจะล้ม เขารีบประคองไว้ แล้วอุ้มเธอไปวางตรงอ่างล้างหน้า ปราลีไล่เขาออกไปให้พ้น

“อ๋อ ผมไม่อยากดูของคุณนักหรอก แค่จะให้แน่ใจว่ายืนไหวเท่านั้น”

หญิงสาวไม่ต้องการความช่วยเหลือใดๆ ราเมศว์จึงเดินออกจากห้อง เห็นพวนยืนเตร่ๆแถวนั้นก็ชักสีหน้าไม่พอใจโพล่งขึ้นอย่างเหลืออด ถ้าอยากรู้ว่าตนกับปราลีมีอะไรกันหรือยังก็ขอบอกว่ายัง

“ฉันบอกไม่รู้กี่หนแล้วว่าฉันเป็นคนไม่ใช่สัตว์ จะได้ผสมพันธุ์ไม่รู้เวลาไม่รู้สถานการณ์ เข้าไปทำความสะอาดได้แล้ว ช่วยคุณปราลีแต่งตัวด้วย แต่ถ้าเขาทำเองไหวก็ไม่ต้อง” สั่งเสร็จ ราเมศว์ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าที่ริมหาด ปีนขึ้นไปยืนบนโขดหินมองทะเลที่กว้างใหญ่ ชมชอบชีวิตอิสระตอนนี้จริงๆ...

จากนั้นไม่นานราเมศว์เดินกลับเข้าบ้านเห็นปราลีนั่งหน้างออยู่ที่โต๊ะอาหาร เห็นสีหน้าเธอดีขึ้นถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง พวนชิงตอบคำถามแทนว่าเธอแข็งแรงขึ้นมากพอจะให้ทายาทได้แล้ว ปราลีตวาดแว้ด

“บ้า หยุดพูดบ้าๆสักที”

ราเมศว์สั่งให้พวนออกไปก่อน แล้วเลื่อนชามโจ๊กไปตรงหน้าปราลีสั่งให้กินให้หมดจะได้กินยา เธอยังไม่หิว ขยับจะเลื่อนชามโจ๊กหนี เขาขู่ถ้าไม่กินเองเขาจะป้อน เธอคว้าช้อนตักโจ๊กกินอย่างไม่ค่อยจะพอใจนัก...

กินข้าวเสร็จราเมศว์พาปราลีไปพักผ่อนที่ห้อง ขนาดยังไม่ค่อยจะหายดีนักเธอยังมีแรงต่อปากต่อคำกับเขา พอเถียงสู้ไม่ได้เงื้อมือจะตบอีกต่างหาก เขาคว้ามือไว้ทัน

“มีแรงจะตบผมแล้วหรือ ถ้าอย่างนั้นเราก็นอนกันได้แล้วน่ะสิ”

“ไอ้โรคจิต” ด่าเสร็จ ปราลีจะล้มตัวลงนอน เขาต้องร้องทักว่ายังไม่ได้กินยา เธอถึงได้คว้ายามาจะเอาใส่ปากแต่ลังเล เขารับรองว่าเป็นยาแก้ไข้จริงๆไม่ใช่ยาปลุกเซ็กซ์ เธอถึงได้ยอมกิน...

ทางด้านลิ้นจี่ร้อนใจที่ลูกชายไม่เผด็จศึกปราลีสักที ส่งนายชมมาตามตัวเขากลับกรุงเทพฯ ปราลีร้องขอกลับไปด้วย อ้างไม่อยากอยู่กับผีเสื้อสมุทรอย่างพวน

“งั้นคุณก็คงต้องทนหน่อยล่ะ แล้วก็อย่าได้คิดหนีเด็ดขาดเพราะผมไม่อยู่ ถ้าไอ้เจ้าสี่คนนั่นจะทำอะไรคุณ ก็ไม่มีใครช่วยคุณได้...ถ้าอยากกลับกรุงเทพฯจริงๆ

ก็รีบรักษาตัวให้หาย ผมกลับมาเราจะได้ปฏิบัติภารกิจกัน พอคุณมีลูกให้ผม สัญญาก็จะสิ้นสุดลง” ราเมศว์มองปราลีเหยียดๆ ขณะที่เธอมองตอบด้วยสายตาชิงชัง

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement