ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

โซ่เสน่หา ตอนที่ 14


25 พ.ค. 2560 09:59
1,808,205 ครั้ง

โซ่เสน่หา ตอนที่ 14

อ่านเรื่องย่อ

โซ่เสน่หา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ชลาลัย

บทโทรทัศน์โดย:

ภาวิต

กำกับการแสดงโดย:

ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์

ผลิตโดย:

บริษัทดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.20 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศรัณย์ ศิริลักษณ์, ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ

ลิ้นจี่โทร.ไปเย้ยหยันแสงรวีแต่เช้าหวังจะให้ชักดิ้นชักงอที่รู้ว่ากิ๊กเก่ามีเมียใหม่รวยกว่าเธอมากมาย นอกจากแสงรวีจะไม่รู้สึกรู้สม ยังเย้ยหยันกลับว่าตัวเองมีผัวไปแล้วสองคนและอาจจะมีคนที่สามและสี่ตามมา แต่ลิ้นจี่ยังหาไม่ได้สักคนก็เลยต้องมานั่งหงุดหงิดด้วยความอิจฉาคนอื่น

“สู้ๆค่ะคุณพี่ ดิฉันเอาใจช่วย ชาตินี้ได้มีผัวกับเขาสักคนก็ยังดี” เย้ยจบแสงรวีวางสาย ลิ้นจี่แค้นใจมากร้อง กรี๊ดๆลั่นแล้วขว้างโทรศัพท์ทิ้ง ทั้งด่าทั้งแช่งแสงรวีทั้งที่คนถูกด่าไม่ได้ยิน...

คุณหญิงเจริญศรีรู้เรื่องที่แสงรวีเย้ยหยันลิ้นจี่กลับอย่างเจ็บแสบ ก็ยุส่งในเมื่อแก้แค้นคนแม่ไม่ได้ ก็ให้เล่นงานนังคนลูกแทนมันถึงจะสะใจ ลิ้นจี่ขยาดเพราะแม่ลูกคู่นี้แสบไม่แพ้กัน

“ยังไงมันก็ต้องมีจุดอ่อน...น้องคิดออกแล้วล่ะค่ะ” คุณหญิงเจริญศรีว่าแล้วยื่นหน้าไปกระซิบกับลิ้นจี่...

ครั้นรู้แผนชั่วร้ายจากเพื่อนร่วมขบวนการ ลิ้นจี่เข้ามาคาดคั้นถามสุคนธ์ถึงที่อยู่ของปราลี เธอปฏิเสธทันทีว่าไม่ทราบ ลิ้นจี่ไม่เชื่อหาว่าโกหก อำไพนึกขึ้นได้แนะให้เจ้านายลองถามนพดลดูเพราะท่านสั่งให้เขาคอยสะกดรอยตามราเมศว์ ลิ้นจี่เพิ่งนึกได้ว่าจริงอย่างที่อำไพว่า

“ฉันไม่ต้องง้อแกก็ได้นังสุ...ไปค่ะคุณหญิง”

“แล้วหนูสุจะคาบไปบอกคุณเมศว์ไหมล่ะคะเนี่ย”

ลิ้นจี่มั่นใจว่าคาบแน่นอนเนื่องจากข้าวบ้านเธอไม่มียาง แล้วพากันออกจากห้อง

ooooooo

ในเวลาต่อมา ขณะที่แสงรวี พวนและปราลีกำลังกินมื้อเช้าฝีมือพวน ลิ้นจี่กับพวกมากดกริ่งหน้าบ้านจะขอพบกับสองแม่ลูก พวนอาสาจะออกไปจัดการให้

“ไม่ต้อง เรื่องนี้คุณแม่กับฉันต้องเป็นคนจัดการเอง ขอบใจพวนมากที่หวังดี” ปราลีว่าแล้วเดินออกไปกับแสงรวี โดยมีถวิลเดินตาม ครู่ต่อมาปราลีเปิดประตูเล็กยืนคุยกับลิ้นจี่และคุณหญิงเจริญศรีไม่ยอมก้าวเท้าออกจากบ้าน คุณหญิงตัวแสบสั่งให้เปิดประตูให้พวกตนเข้าไปข้างใน สองแม่ลูกไม่ยอมเปิดให้ สองฝ่ายมีปากเสียงกัน แสงรวีรำคาญถามว่ามาที่นี่ทำไม คุณหญิงเจริญศรีลีลาท่ามากกว่าจะพูดธุระได้

“ที่ฉันมานี่เพราะรับอาสาลูกเขยฉันมา คุณราเมศว์น่ะไม่อยากพูดเองให้พวกแกสะเทือนใจ แกคงไม่รู้หรอกว่าเขยขวัญของฉันซึ่งเป็นลูกชายที่แสนดีของคุณพี่ลิ้นจี่อึดอัดขนาดไหนที่ต้องพยายามทำหน้าที่พ่อ เพื่อไม่ให้สังคมนินทาได้ว่าทิ้งลูก ถึงจะเป็นลูกที่เขาไม่ได้ตั้งใจทำก็เถอะ”

ลิ้นจี่ขอแก้ไขข้อความเล็กน้อย ความจริงเด็กคนนั้นราเมศว์ตั้งใจทำแต่เป็นการตั้งใจตามคำสั่งของตนซึ่งทำให้เขาไม่ได้มีความผูกพันอะไร แล้วบอกปราลีว่าราเมศว์พยายามทำดีกับเธอก็เพื่อจะหว่านล้อมให้เธอยกลูกให้ตนแก่แล้วไม่โกหกแน่นอน แต่พอมาคิดดูอีกครั้งตนตัดสินใจไม่เอาดีกว่าไม่อยากเลี้ยงลูกเสือลูกตะเข้

“ฉันน่ะบอกเขาแล้ว แต่เขาอยากจะเอาชนะ ไอ้ ฉันน่ะไม่อยากได้ไอ้เด็กเวรนั่นจริงๆ ก็เลยชวนคุณหญิงเจริญศรีมาบอกความจริงกับแก”

“อย่าไปเชื่อมันลูก มันโกหก แก่ๆยังงี้แหละโกหกดีนัก” แสงรวีเตือน คุณหญิงเจริญศรีบอกอีกเหตุผลหนึ่งที่ราเมศว์ไม่อยากได้ลูกของปราลีอีกแล้วเพราะเขากำลังจะมีลูกกับสุนีรัตน์ ปราลีถึงกับซวนเซ แสงรวีต้องประคองเอาไว้ ลิ้นจี่รีบเออออกับมุกโกหกสดๆของคุณหญิงเจริญศรี จากนั้นก็ชวนกันกลับ ปราลีตะโกนเรียกถวิลให้ไปเอาน้ำมาฉีดล้างเสนียดให้หมด ยังไม่ทันขาดคำ ถวิลลากสายยางออกมาให้

“ว้ายตายแล้ว มันเตรียมพร้อมเลยค่ะ” อำไพร้องเอะอะ

“ต่ำ ฉันเป็นคุณหญิงคุณนายกันนะยะ”

ปราลีไม่สนฉีดน้ำใส่ศัตรูอย่างสะใจจนเปียกปอนกันถ้วนหน้า...

ราเมศว์พาสุนีรัตน์กลับจากเที่ยวเล่น เหลือบเห็นสุคนธ์เมียงๆมองๆอยู่ก็รู้ว่าต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากล บอกให้แจ่มจิตพาสุนีรัตน์กลับห้องไปก่อน เดี๋ยวจะตามไป ทีแรกเธอไม่ยอมไปคนเดียวจะรอไปพร้อมเขา แจ่มจิตต้องหลอกล่อเธอถึงได้ยอมล่วงหน้าไปก่อน ราเมศว์รอจนสุนีรัตน์เข้าบ้านไปแล้ว จึงตามสุคนธ์มาที่ห้องทำงานถามว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า เธอเล่าให้ฟังว่าลิ้นจี่กับคุณหญิงเจริญศรีพากันไปบ้านปราลี

“โธ่เอ๊ย ทำไมไม่จบไม่สิ้นกันสักที”

“ตราบใดที่คุณเมศว์ยังติดต่ออาลัยอาวรณ์กับทางโน้นอยู่ เรื่องนี้ก็ไม่มีวันจบ”

ราเมศว์โทษตัวเองที่ทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อน สุคนธ์ไม่โทษเขา คนที่ผิดมีเพียงคุณแม่เท่านั้น เขากับคนอื่นๆเป็นแค่เหยื่อ ไม่ว่าจะอย่างไรราเมศว์ก็ไม่โยนความผิดให้ลิ้นจี่เพียงคนเดียว เขาเองก็ผิดด้วยน่าจะอธิบายถูกผิดให้ท่านได้แต่กลับไม่ทำ สุคนธ์เชื่อว่าถึงเขาจะอธิบาย
ท่านก็คงไม่ฟัง

“ท่านสนุกกับการควบคุมทุกคนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ท่านเชื่อว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ยิ่ง แก่ตัวความรู้สึกอย่างนี้ยิ่งฝังลึกอย่างไม่มีทางแก้ นอกจากจะให้แตกหักกันไปข้างหนึ่ง”

“ซึ่งผมไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น”

สุคนธ์เชื่อว่าจะต้องถึงเวลาแตกหักแน่นอนไม่อย่างนั้นทุกคนที่อยู่รอบตัวท่านจะถูกบีบคั้นจนหาความสุขไม่ได้ไปตลอดชีวิต ยิ่งตอนนี้ท่านมีคุณหญิงเจริญศรีมาร่วมทีมยิ่งไปกันใหญ่ เธอเตือนเขาได้แค่นี้

“แต่ก่อนอื่นคุณเมศว์ควรจะไปดูที่บ้านคุณปุ๋มจะได้รู้ว่าท่านขนทีมไปทำอะไรที่นั่น”

ooooooo

ที่ห้องนอนของราเมศว์ สุนีรัตน์กำลังเล่นตุ๊กตาตัวใหม่ที่ราเมศว์ซื้อให้อยู่กับแจ่มจิต ตอนที่ได้ยินเสียงรถแล่นออกไป เธอวิ่งไปดูที่หน้าต่างเห็นราเมศว์ขับรถออกไปก็ตะโกนลั่นว่าพี่เมศว์ออกไปแล้ว เธอเลยอดไปด้วยเพราะแจ่มจิตมัวแต่ชวนเล่นตุ๊กตา พาลโกรธเกรี้ยวอาละวาดใส่ แถมพูดจาหยาบคายอีกต่างหาก

“เด็กเจ้าอารมณ์เอาแต่ใจตัวอย่างนี้ ไม่มีใครรักหรอก” พูดจบแจ่มจิตเดินออกจากห้อง สุนีรัตน์หน้าเหลอไม่คิดว่าเธอจะไปจริงๆรีบวิ่งตามไปง้อทั้งน้ำตา พร้อมกับยกมือไหว้ปะหลกๆ ขอโทษที่ทำตัวไม่ดี ทีหลังจะไม่ทำอีก ต่อไปจะเชื่อฟังแจ่มจิตทุกอย่าง มีเสียงแตรรถดังขึ้น แจ่มจิตรู้ว่าเป็นลิ้นจี่กับคุณหญิงเจริญศรี บอกให้สุนีรัตน์ไปล้างหน้าผัดแป้งใหม่คุณแม่คงไม่อยากเห็นเธอร้องไห้ สุนีรัตน์รีบทำตามอย่างว่าง่าย

ที่หน้าทางเข้าตัวตึก ลิ้นจี่ไม่เห็นรถราเมศว์จอดอยู่ถามน้อยที่มารอรับว่าเขาไม่อยู่หรือ ได้ความว่าเพิ่งออกไปเมื่อสักครู่ใหญ่ๆ คุณหญิงเจริญศรีตั้งข้อสังเกตว่าปราลีคงโทร.มาฟ้อง

“ฟ้องก็ฟ้องไป พี่ก็จะยืนยันด้วยสีหน้าซื่อใสไร้เดียงสาว่าไม่รู้เรื่อง”

คุณหญิงเจริญศรีเป็นห่วงลูกสาวขอตัวไปดูแกก่อน แล้วเดินลิ่วขึ้นบันไดเจอแจ่มจิตดักรออยู่ มีเรื่องจะกราบเรียนท่านเกี่ยวกับสุนีรัตน์ เธอมีความรู้สึกว่าตั้งแต่คุณหนูแต่งงานกับราเมศว์ดูไม่มีความสุข ความร่าเริงแจ่มใสที่เคยมีก็หายไปหมด คุณหญิงโยนความผิดให้ปราลี
ทีแรกแจ่มจิตก็คิดอย่างนั้น แต่พออยู่ไปนานๆ

ก็รู้ว่าต้นเหตุมาจากราเมศว์ซึ่งยังรักผู้หญิงคนนั้น แต่กลับรักสุนีรัตน์เหมือนน้องสาวและเขาก็มักจะออกไปหาผู้หญิงคนนั้นกับลูก ในขณะที่สุนีรัตน์ก็ติดเขาอยากอยู่ใกล้ๆตลอด พักหลังมานี่ราเมศว์ออกไปหาลูกเมียถี่ขึ้น สุนีรัตน์ก็เลยกลายเป็นเด็กเจ้าอารมณ์

“แล้วแกจะให้ทำยังไง จะให้น้องรัตน์เลิกกับคุณเมศว์งั้นเหรอ ขอบอกตรงนี้เลยว่าไม่มีทาง ฉันจะไม่ยอมให้คุณเมศว์หลุดมือน้องรัตน์เด็ดขาด เรื่องนี้ฉันจะบอกให้คุณพี่ลิ้นจี่จัดการเอง คุณพี่จะได้บังคับให้คุณเมศว์รักน้องรัตน์ อยู่แต่กับน้องรัตน์ ส่วนแกมีหน้าที่อะไรก็ทำไป” พูดจบคุณหญิงเจริญศรีเข้าไปในห้อง เห็นสุนีรัตน์นั่งซึมอยู่ที่มุมห้องรีบเข้ามาโอบกอดไว้ถามว่าทำไมทำหน้าอย่างนั้น ได้ความว่าเธออยากกลับบ้าน

“อุ๊ยไม่ได้ค่ะ ไม่ได้ คุณพี่เมศว์อยู่ที่ไหนน้องรัตน์ต้องอยู่ที่นั่นด้วย”

“แต่คุณพี่เมศว์ไม่อยากอยู่กับน้องรัตน์หรอก น้องรัตน์รู้”

คุณหญิงเจริญศรีทั้งหลอกล่อทั้งโกหกว่าราเมศว์รักสุนีรัตน์ที่สุดในโลก เมื่อครู่นี้ยังโทร.บอกให้ท่านมาอยู่เป็นเพื่อนเธอเลยเพราะเขามีธุระสำคัญต้องไปทำ สุนีรัตน์ถึงได้ยิ้มออกมาได้...

ด้านลิ้นจี่ต้องการรู้ให้ได้ว่าราเมศว์ไปไหนจึงเรียกสุคนธ์มาสอบถามแต่ไม่ได้เรื่องอะไร

ooooooo

คนที่ลิ้นจี่ตามหาแวะไปที่บ้านปราลี ถวิลไม่ยอมให้เข้า เขาผลักประตูเข้าไปหน้าตาเฉย ตรงไปถาม ปราลีว่าคุณแม่ของเขามาที่นี่ทำไม เธอไล่ให้เขาไปถามท่านเอาเอง ราเมศว์ขอร้องให้คุยกันดีๆไม่ได้หรือ เขาอุตส่าห์มาที่นี่ก็เพราะเป็นห่วง ถ้าคุณแม่ว่าอะไรให้เธอเสียใจเขาก็อยากจะขอโทษแทนท่าน

“ขอบอกว่าฉันไม่ได้เสียใจ เพราะผู้หญิงสองคนนั่นไม่ได้มีค่าพอที่จะทำให้ฉันเสียใจได้ พอเขาไปฉันก็สั่งให้ถวิลล้างน้ำขัดถูให้หมดคราบ”

ราเมศว์เตือนที่เธอพูดถึงคือคุณแม่ของเขา เธอควรจะให้เกียรติกันบ้าง เธอจะให้เกียรติแต่กับคนที่สมควรได้รับ ไม่ใช่ผู้ใหญ่แก่กะโหลกกะลาแบบนั้น ราเมศว์โกรธบีบไหล่ทั้งสองข้างของเธออย่างแรงที่มาดูถูกคุณแม่ของเขา ปราลีโต้ไม่ยอมแพ้ในเมื่อแม่ของเขามาระรานเธอก่อนก็ควรโดนกลับบ้าง เขาเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าแม่และแม่ยายของเขา เขาบีบไหล่เธอแรงขึ้นอีกด้วยโทสะ ต่อว่าว่าเขาเป็นสามีของเธอ เธอไม่ควรดูถูก

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับคุณ เมียคุณอยู่ที่บ้านคุณโน่น”

“ผมไม่เคยมีอะไรกับน้องรัตน์” ราเมศว์เสียงเข้ม ปราลีสวนทันทีแต่แม่ยายของเขาไม่ได้พูดอย่างนั้น ท่านบอกว่าเขากำลังจะมีลูกกับสุนีรัตน์ ราเมศว์ถึงกับตะลึง ปราลีไล่เขากลับไปอยู่กับลูกกับเมียของเขา ปล่อยให้เธอกับลูกหมูอยู่อย่างสงบสักที...

ครั้นราเมศว์กลับไปถามลิ้นจี่กับคุณหญิงเจริญศรีถึงเรื่องนี้ ทั้งคู่ยืนกรานว่าไม่ได้พูด ปราลีคงหูฝาดไปเอง ลิ้นจี่ช่วยยืนยันอีกแรงหนึ่ง หากเขายังไม่เชื่อจะให้เรียกอำไพกับนพดลมาถามก็ได้ ราเมศว์อดสงสัยไม่ได้ถ้าอย่างนั้นท่านทั้งสองไปที่นั่นทำไม ลิ้นจี่แกล้งบีบน้ำตาแต่งเรื่องว่าอยากเห็นหน้าลูกของเขา

“เมศว์อย่าว่าแม่นะ แม่ยอมรับว่าแม่น่ะเกลียดตัวกินไข่ เพราะอย่างน้อยเด็กนั่นก็มีเลือดของเมศว์ครึ่งหนึ่ง แม่ขอโทษที่ไม่ได้บอกให้เมศว์รู้ก่อน เพราะอะไรๆอาจจะดีกว่านี้ แม่อยากเห็นลูกของเมศว์เหลือเกิน”

“แต่ผู้หญิงคนนั้นไม่เข้าใจ เขาคงคิดว่าคุณพี่จะไปเอาลูกเขามา น้าก็ไม่โทษเขาหรอก ลูกใครใครก็หวง”

พอหมดเรื่องจะโกหกต่อไปได้อีก ลิ้นจี่แกล้งปวดหัว ราเมศว์บอกให้ท่านไปพักผ่อน ไม่ต้องเป็นกังวลอะไร เขาเชื่อท่านแล้วเข็นรถเข็นพาท่านกลับห้อง ลิ้นจี่แอบยิ้มพอใจที่เขาหลงเชื่อคำโป้ปด

ooooooo

ลิ้นจี่คาดผิด ราเมศว์รู้เท่าทันว่าท่านไม่ได้พูดความจริง สุคนธ์ถึงกับถอนใจโล่งอกที่เขาไม่หลงกลท่านอีก เขาเคยบอกเธอแล้วว่าเขาไม่ได้โง่จนไม่รู้เลยว่าอะไรจริงอะไรไม่จริง แต่เขาต้องทำทุกอย่างให้ละมุนละม่อม ซึ่งแน่นอนว่าคุณแม่จะต้องเสียใจ แต่ต้องไม่ถึงกับกระอักเป็นเลือด

“ความถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ แต่ความกตัญญูก็สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน”

“พี่เชื่อว่าคุณเมศว์จะจัดการทุกอย่างได้เรียบร้อยค่ะ” สุคนธ์ยิ้มอย่างเป็นกำลังใจให้...

ราเมศว์กำลังจะกลับห้องตอนที่รังสรรค์โทร.มาบอกข่าวดีว่าเรียนจบปริญญาตรีแล้ว และที่โทร.มานี่ก็จะมาทวงให้เขาเลี้ยงฉลองให้ ราเมศว์ให้น้องเลือกวันเวลาและสถานที่ได้เลย รังสรรค์จะฉลองวันพรุ่งนี้ที่บ้านของเขา โดยจะมีแขกแค่ราเมศว์กับปราลีเท่านั้น เขาไม่มั่นใจว่าเธอจะยอมมางานนี้หรือ

“คงไม่ยอมแต่ผมจะพยายาม แค่นี้ล่ะครับ” รังสรรค์วางสายสีหน้าครุ่นคิด ส่วนราเมศว์เข้าห้องไปดูสุนีรัตน์ อยู่คุยกันได้ไม่กี่คำเขาก็ขอตัวไปทำงานก่อน ปล่อยให้เธอเล่นกับแจ่มจิตตามลำพัง เธอแอบบ่นกับพี่เลี้ยงคนสนิทว่าเหงามาก แจ่มจิตดึงเธอมากอดด้วยความสงสาร

“ตอนที่อยู่บ้าน น้องรัตน์ไม่อยากแต่งงาน น้องรัตน์อยากอยู่กับคุณแม่ แต่คุณแม่ก็ไม่ยอม จะให้น้องรัตน์มาอยู่ที่นี่ พอมาอยู่ที่นี่ น้องรัตน์รักพี่เมศว์ไม่อยากให้พี่เมศว์ไปไหน แต่พี่เมศว์ก็ชอบไปธุระ ไปทำงาน ทิ้งน้องรัตน์ให้อยู่คนเดียว”

แจ่มจิตอธิบายว่าคนเราต้องมีธุระส่วนตัวเป็นธรรมดาแล้วก็ต้องทำงานด้วย ถ้าไม่ทำงานก็จะไม่มีเงิน สุนีรัตน์พยักหน้าหงอยๆ เข้าใจที่แจ่มจิตว่าแล้ว เพราะเคยบอกเรื่องนี้ให้รู้มาก่อน แล้วก้มหน้าก้มตาระบายสีต่อ แจ่มจิตได้แต่มองเธอด้วยความเวทนาสงสาร...

ทางฝ่ายเตือนตาถึงกับกุมขมับเมื่อรังสรรค์บอกว่างานเลี้ยงฉลองวันพรุ่งนี้นอกจากราเมศว์แล้วเขาจะชวนปราลีมาด้วย ให้เธอรับหน้าที่กล่อมให้ปราลีมาให้ได้...

เตือนตาใช้ความสามารถเฉพาะตัวห้ามใครลอกเลียนแบบ หลอกล่อจนปราลีตกลงใจจะมาร่วมงานเลี้ยงฉลองเรียนจบปริญญาตรีของรังสรรค์ในวันพรุ่งนี้ เจ้าของงานชมเตือนตาไม่หยุดปากว่าเก่งมาก พลางโอบกอดเธอแล้วหอมแก้มหนึ่งฟอดเป็นรางวัล เขาเห็นเธอยืนตัวแข็งจัดแจงจะหอมแก้มอีกข้าง เธอตั้งสติได้เสียก่อน ตบหน้าเขาฉาดใหญ่ฐานฉวยโอกาส รังสรรค์น้อยใจยื่นหน้าให้ตบอีกข้าง เธอจัดให้ทันที

ป้าวิไลอุ้มปุ้มปุ้ยเข้ามาเห็นพอดี ร้องเอะอะนี่มันเรื่องอะไรกันอยู่ดีๆมายืนตบผัวตัวเองทั้งที่เขาแสนดี แล้วสั่งให้กราบขอโทษเขาเดี๋ยวนี้ เตือนตาไม่อยากขัดคำสั่งป้าวิไลจำใจกราบเขา

“ป้ามีเรื่องจะคุยด้วยกับทั้งสองคน” พูดจบป้าวิไลอุ้มปุ้มปุ้ยเดินนำทั้งคู่ไปที่ห้องนั่งเล่น วางหลานไว้กับของเล่นแล้วหันมาหารังสรรค์กับเตือนตา ทำไมไม่หย่ากันให้หมดเรื่องหมดราวสักที ถ้าอยู่ด้วยกันมันทรมานนักก็เลิกกันไปดีกว่า ปุ้มปุ้ยโตขึ้นทุกวันเห็นแต่พ่อแม่ทะเลาะตบตีกัน แกจะมีความสุขได้อย่างไร รังสรรค์ยอมรับว่าเป็นคนผิดเองที่ไปยั่วเตือนตาก่อน แถมเป็นฝ่ายยื่นหน้าให้เธอตบอีกต่างหาก

“เตือนเองก็มือไวไปหน่อยค่ะ”

“ใครจะแหย่จะยั่วใครจะมือไว ป้าไม่สน แต่ป้าอยากให้เธอทั้งคู่เลิกกันไปเพราะป้าเบื่อที่จะเห็นสภาพทะเลาะเบาะแว้งกันเต็มทีแล้ว ปุ้มปุ้ยก็คงคิดเหมือนกันถ้าแกพูดได้ก็คงจะบอกว่าเมื่อไหร่จะหยุดทะเลาะกัน”

ทั้งคู่ให้สัญญาจะต่างคนต่างอยู่ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน ป้าวิไลกลับหาว่านั่นเป็นความคิดที่แย่จะทำให้บ้านเหมือนมีสงครามเย็น ปุ้มปุ้ยจะยิ่งทุกข์มากขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นเลิกๆกันไปดีกว่า

“ตกลงกันเองก็แล้วกันว่าจะไปหย่ากันวันไหน แต่ไม่ควรยืดเยื้อต่อไปอีกแล้ว ถ้าเป็นไปได้ ป้าคิดว่าอย่างช้าที่สุดน่าจะเป็นพรุ่งนี้ เพราะวันนี้อาจจะไม่ทันแล้ว” ป้าวิไลอุ้มปุ้มปุ้ยขึ้นบ้าน “ไปกับยายนะคะ เฮ้อ น่าสงสาร ต้องเป็นเด็กบ้านแตกตั้งแต่ยังไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย”

ooooooo

ทั้งที่ไม่ได้อยากหย่าแต่ด้วยทิฐิแรงกล้าของเตือนตาบวกกับที่รังสรรค์เคยให้สัญญาไว้แล้วว่าจะไม่ง้อเธออีกทำให้ทั้งคู่นัดกันไปหย่าวันจันทร์ที่จะถึง นัดเสร็จสรรพรังสรรค์กลุ้มใจมากไม่รู้จะทำอย่างไรดีก็เลยโทร.ปรึกษาราเมศว์ซึ่งตำหนิเขาอย่างแรง ในเมื่อไม่ได้อยากจะหย่าแล้วทำไมถึงไม่บอกเตือนตา

“พูดแบบนั้นผมก็เสียน่ะสิครับ ผมเคยบอกเขาไปแล้วครั้งหนึ่งว่าผมจะง้อเขาเป็นครั้งสุดท้าย แล้วจะไม่ง้ออีก พอมาตอนนี้พี่เมศว์จะให้ผมเสียคำพูดหรือครับ”

ราเมศว์รู้ว่าน้องชายรักผู้หญิงคนนี้มาก จึงแนะให้เขาง้อเธอไม่ต้องไปสนใจคำสัญญาที่ให้ไว้...

ขณะที่รังสรรค์มีราเมศว์เป็นที่ปรึกษาปัญหาหัวใจ เตือนตาโทร.ไปเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ปราลีฟัง เธอขอร้องให้เตือนตาใจอ่อนและคืนดีกับรังสรรค์ได้แล้ว เขารักเธอมากยอมทำทุกอย่างเพื่อลูกเพื่อเมีย เตือนตายอกย้อนทีเธอทำไมถึงไม่คืนดีกับราเมศว์ ปราลีอ้างว่าไม่เหมือนกัน รังสรรค์ไม่ได้มีใคร

“ส่วนคุณเมศว์เขามีเมียแล้วและกำลังจะมีลูกกัน”

เตือนตาแปลกใจปราลีรู้ได้อย่างไร เธอรู้มาจากแม่ยายของราเมศว์ซึ่งมาบอกด้วยตัวเอง เตือนตาไม่เชื่อ ปราลีไม่อยากรับรู้เรื่องของราเมศว์อีกแล้ว นี่ก็ว่าจะไปพักที่รีสอร์ตของวัฒน์ เขาโทร.มาชวนหลายครั้งแล้ว

“อีกอย่าง ปุ๋มอยากจะหลบไปให้พ้นๆเรื่องพวกนี้สักพัก”

“เตือนไปด้วย เตือนจะลาพักร้อน ปุ๋มรู้ไหมตั้งแต่ทำงานมาเตือนไม่เคยลาเลย แต่พรุ่งนี้อย่าลืมมาบ้านเตือนก่อนนะจ๊ะ”

ปราลีไม่ลืมแน่นอน แต่มีข้อแม้ ห้ามเตือนตากับรังสรรค์ชงตนให้คืนดีกับราเมศว์เด็ดขาด

ooooooo

ลิ้นจี่ไม่พอใจมากอุตส่าห์แกล้งป่วย แต่ราเมศว์ไม่สนใจสักนิด แถมยังออกไปฉลองที่บ้านรังสรรค์อีกต่างหาก อำไพแนะให้ท่านห้าม เชื่อว่าถ้าราเมศว์โดนห้ามก็คงไม่ไป

“ขืนห้ามก็เสียแผนหมดน่ะสิ”

“นี่อำไม่ได้ยุนะคะ ไม่ได้ยุจริงๆค่ะ อำว่านังผู้หญิงคนนั้นคงเป็นคนวางแผนให้คุณรังชวนคุณเมศว์ไปพบแน่ๆเลยค่ะ คุณเมศว์ก็ช่างกระไรเห็นผู้หญิงพรรค์นั้นดีกว่าแม่” อำไพลอยหน้าน่าตบ ลิ้นจี่โกรธสุดขีดถีบเธอหงายหลังตึง...

คุณหญิงเจริญศรีกำลังนั่งอ่านนิตยสารอยู่ในห้องนั่งเล่น ตอนที่สุนีรัตน์วิ่งเข้ามากอด เธอนิ่วหน้าแปลกใจมาได้อย่างไร แจ่มจิตเห็นราเมศว์ออกไปธุระ สุนีรัตน์ดูเหงาๆหงอยๆ ตนก็เลยขออนุญาตลิ้นจี่พากลับมาบ้าน ท่านกรุณาให้รถมาส่ง สุนีรัตน์ฟ้องแม่ว่าพี่เมศว์ชอบไปธุระบ่อยมาก คุณหญิงเจริญศรีต้องการคุยกับแจ่มจิตตามลำพังจึงสั่งให้สร้อยพาสุนีรัตน์ออกไปเล่นกันข้างนอก แจ่มจิตมองตามก่อนจะเอ่ยขึ้น

“พอกลับมาบ้าน น้องรัตน์มีความสุขมากเลยค่ะ”

“นี่จะยุให้ฉันยอมให้น้องรัตน์หย่ากับคุณเมศว์อีกล่ะสิ ขอบอกว่าไม่มีทางแล้วเธอก็ไม่ควรพาน้องรัตน์มาโดยที่ไม่บอกให้ฉันรู้ก่อน” คุณหญิงเจริญศรีเกรี้ยวกราด แจ่มจิตขอโทษด้วย ที่ทำแบบนี้เพราะไม่อยากเห็นน้องรัตน์นั่งซึม ฝ่ายหลังพยายามจะชี้ให้เห็นว่าน้องรัตน์อยู่ที่บ้านโน้นไม่มีความสุข และที่สำคัญน้องไม่เหมาะกับชีวิตแต่งงาน น้องควรได้อยู่อย่างอิสระมีความสุขตามประสา

ไม่ว่าแจ่มจิตจะกล่อมอย่างไร คุณหญิงเจริญศรียืนกรานจะไม่มีวันยอมให้น้องรัตน์หย่าเด็ดขาด...

ตลอดเวลาที่อยู่บ้านรังสรรค์ ปราลีเมินใส่ราเมศว์เหมือนเขาเป็นอากาศธาตุ รังสรรค์สงสารพี่ชาย ชวนมานั่งคุยกันที่ห้องรับแขกปล่อยให้สองสาวจัดการเรื่องอาหารอยู่ในครัวกันตามลำพัง ราเมศว์อดถามไม่ได้ ตกลงรังสรรค์จะเอาอย่างไรกับเตือนตา ถ้าไม่อยากหย่าก็ต้องง้อ รังสรรค์เคยลั่นวาจาไปแล้วว่าจะไม่ง้อ ขืนทำอย่างนั้นเขาจะกลายเป็นคนไม่รักษาคำพูด

“แกจะรักษาคำพูดหรือว่าจะรักษาความรักล่ะ ถ้าจะรักษาความรักก็ทำตามที่ฉันพูด”

รังสรรค์ตัดสินใจจะง้อ จึงเข้าไปบอกสองสาวที่กำลังจัดเตรียมอาหารอยู่ในครัวว่าเขากับพี่เมศว์จะออกไปข้างนอก สักพักจะกลับ...

ในขณะที่รังสรรค์ตัดสินใจทำตามคำแนะนำของพี่ชาย คุณหญิงเจริญศรีโทร.ปรึกษากับลิ้นจี่เรื่องที่ราเมศว์มักจะออกไปข้างนอกปล่อยสุนีรัตน์ไว้ลำพังกับแจ่มจิต แม้ลิ้นจี่จะให้คำมั่นว่าเขาจะต้องอยู่กับน้องรัตน์ไปตลอดก็ตาม แต่คุณหญิงเจริญศรียังอยากให้อยู่กันอย่างมีความสุข ไม่ใช่อยู่แบบคนหนึ่งซังกะตายส่วนอีกคนหนึ่งอยู่กับน้ำตา ลิ้นจี่ออกตัว เรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับทั้งคู่ไม่ใช่ตน แค่พวกเขาอยู่ด้วยกันได้ก็ดีแล้ว

“ดีระดับหนึ่งค่ะ น้องน่ะอยากจะให้น้องรัตน์มีความสุขด้วย”

“อันนี้พี่ก็จนด้วยเกล้านะคะ พี่ทำได้มากที่สุดแค่นี้ล่ะค่ะ นอกจากนั้นคงต้องอยู่ที่ตัวน้องรัตน์เอง” ลิ้นจี่วางสายอย่างไม่ค่อยจะพอใจนักที่เอะอะอะไรก็โยนมาให้ตน ราวกับตนจะบันดาลให้ใครรักใครได้ และหากทำได้ตนคงจะทำไปนานแล้ว คุณหญิงเจริญศรีเองก็ไม่พอใจเช่นกัน หาว่าลิ้นจี่เห็นแก่ตัว จัดให้ลูกตัวเองแต่งงานกับน้องรัตน์แล้วไม่รับผิดชอบอะไรทั้งนั้น แค่ขอให้ช่วยยังจะมาทำสะบัดเสียงใส่

“คุณนายท่านก็คงเหมือนคุณหญิงนั่นแหละค่ะ คือทำอะไรไม่ได้” แจ่มจิตตั้งข้อสังเกต คุณหญิงเจริญศรียังต่อว่าลิ้นจี่ไม่เลิกว่าน่าจะพยายามทำบ้างไม่ใช่ปล่อยให้อยู่ตามบุญตามกรรม แจ่มจิตพยายามจะโยงไปเรื่องหย่าอีก แต่คุณหญิงชิงห้ามเสียก่อน อย่าได้บังอาจมาแนะนำสั่งสอนตนเรื่องน้องรัตน์อีก ตนเป็นแม่ย่อมรู้ดีกว่าใครว่าสิ่งใดดีที่สุดสำหรับสุนีรัตน์

ooooooo

ไม่นานนักรังสรรค์กลับมากับราเมศว์พร้อมด้วยดอกกุหลาบสวยช่อใหญ่สำหรับง้อเตือนตา สองสาวได้ยินเสียงพวกหนุ่มๆกลับมาแล้ว จัดสำรับใส่ถาดโดยที่เตือนตาเป็นคนยกออกมา พอหันหลังกลับมาอีกทีเธอถึงกับตะลึงปล่อยถาดในมือร่วงพื้น เมื่อเจอรังสรรค์คุกเข่าส่งช่อดอกไม้ให้ด้วยสีหน้าเขินสุดๆ

“ยกโทษให้ผมเถอะนะครับ คุณโกรธผมตั้งนานแล้ว”

เตือนตาได้สติจัดแจงจะเก็บข้าวของที่ทำหล่น

ปราลีคว้าแขนไว้บอกให้คุยกับรังสรรค์ให้รู้เรื่องก่อน เดี๋ยวตนจะมาทำความสะอาดให้เอง ราเมศว์อาสาจะช่วยเธออีกแรงหนึ่งแล้วชวนออกไปข้างนอก ปล่อยให้ทั้งคู่ตกลงกันเอง ปราลีทำหูทวนลมเดินเชิดผ่านหน้าเขาออกไป ราเมศว์ตบไหล่น้องชายอย่างเป็นกำลังใจให้ก่อนจะเดินตามปราลีออกไป ด้วยความจริงใจและความรักที่มีล้นใจทำให้เตือนตายอมรับกุหลาบช่อสวย

ทั้งป้าวิไล ปราลีและราเมศว์เห็นรังสรรค์จูงมือเตือนตาเข้ามาในห้องนั่งเล่นพากันดีใจที่ทั้งคู่ลงเอยกันด้วยดี เตือนตาทักท้วงยังไม่ถึงขนาดนั้น รังสรรค์ยังต้องพิสูจน์ตัวเองก่อน

“เขาก็พิสูจน์มาเยอะแล้วนะเตือน” ปราลีติง

“ไม่ไรครับ ผมยินดีให้เตือนพิสูจน์ ขอเพียงให้รู้ว่ายังมีโอกาสเท่านั้น”

ปราลีเข้ามาสวมกอดเพื่อนรัก เตือนว่าอย่าใจแข็งนักสงสารรังสรรค์บ้าง ในเมื่อกับข้าวหกหมดเกลี้ยง รังสรรค์เสนอให้ออกไปหาอะไรกินกันนอกบ้าน พาป้าวิไลกับปุ้มปุ้ยไปด้วย ท่านขอผ่านให้หนุ่มๆสาวๆไปกันได้เลย ท่านจะดูแลปุ้มปุ้ยให้เอง...

นับเป็นโชคร้ายอย่างยิ่งยวด ราเมศว์กับพวกดันมากินอาหารร้านเดียวกับที่คุณหญิงเจริญศรีพาสุนีรัตน์มา ท่านพยายามให้แจ่มจิตเบนความสนใจแต่สุนีรัตน์หันมาเห็นเสียก่อน ลุกพรวดไปหา

“พี่เมศว์โกหกน้องรัตน์ว่าไปธุระ พี่เมศว์โกหก น้องรัตน์ไม่ยอม พี่เมศว์โกหกน้องรัตน์แล้วมากินข้าวกับยัยคนนี้” สุนีรัตน์ชี้หน้าปราลี เสียงโวยวายของเธอทำให้คนในร้านมองมาเป็นตาเดียวกัน เตือนตารีบชวนปราลีออกจากร้าน คุณหญิงเจริญศรีฝากแจ่มจิตดูสุนีรัตน์ให้ด้วย แล้วเดินตามสองสาวไป

ราเมศว์บอกให้สุนีรัตน์นั่งลงก่อน ถ้าดื้อดึงเขาจะไปเดี๋ยวนี้ เธอถึงได้ยอมนั่ง เขาวานให้รังสรรค์ช่วยไปดูปราลีให้ที ด้านคุณหญิงเจริญศรีตามปราลีจนทัน ด่าว่าเธอว่าหน้าด้านเมียเขาอยู่ทนโท่ยังมีหน้ามากินข้าวกับผัวเขาอีก ปราลีด่ากลับท่านต่างหากที่หน้าด้าน รู้ทั้งรู้ว่าราเมศว์มีเมียมีลูกแล้วยังอุตส่าห์ยัดเยียดลูกสาวให้ รังสรรค์ตามเข้ามาพอดี ชวนสองสาวกลับด้วยไม่อยากให้เป็นเป้าสายตาคนอื่น...

ฝ่ายสุนีรัตน์โวยวายไม่ยอมเลิก แจ่มจิตพยายามห้ามก็ไม่ฟัง คุณหญิงเจริญศรีเดินหน้าบึ้งเข้ามายังไม่ทันจะอ้าปากต่อว่า ราเมศว์ขอร้องมีอะไรให้ไปคุยกันที่บ้านแล้วลุกออกไปเลย สุนีรัตน์ถึงกับหน้าเสียวิ่งตามไปขอโทษ คุณหญิงเจริญศรีได้แต่ถอนใจ เหนื่อยใจ แจ่มจิตสบช่อง

“ดิฉันเรียนคุณหญิงแล้วว่าน้องรัตน์กลายเป็นเด็กเจ้าอารมณ์ไม่มีความสุขเลย”...

ระหว่างทางกลับบ้าน เตือนตาบ่นอุบร้านอาหารมีตั้งมากมายทำไมต้องใจเดียวกันมาเลือกร้านนี้ รังสรรค์ซึ่งทำหน้าที่พลขับอธิบายว่าร้านนี้ตนกับพี่เมศว์ชอบมากินข้าวด้วยกันตั้งนานแล้ว ไม่คิดว่าจะมาเจอสุนีรัตน์กับพวก ต้องขอโทษทั้งคู่ด้วย ปราลีขอให้จำวันนี้ไว้เป็นบทเรียนว่าอย่าพยายามจัดฉากอย่างนี้ให้เธอกับราเมศว์อีกเพราะมันไม่มีวันเป็นไปได้ แล้วขอร้องอย่าพูดเรื่อง
คนพวกนี้อีก

“ช่วยไปส่งปุ๋มที่บ้านเลยนะจ๊ะรัง”

ooooooo

ทันทีที่กลับถึงบ้านราเมศว์ขอตัวก่อน รู้สึกไม่ค่อยสบายแล้วเดินลิ่วเข้าข้างใน สุนีรัตน์จะตาม แจ่มจิตต้องรั้งตัวไว้ คุณหญิงเจริญศรีบอกให้ลูกอยู่กับแจ่มจิตก่อน ท่านจะไปคุยธุระกับราเมศว์แล้วรีบเดินตามจนทันขอคุยเป็นการส่วนตัว เขาจึงเดินนำท่านไปที่ห้องรับแขก

เรื่องที่ท่านคุยด้วยไม่พ้นเรื่องที่เขาพาผู้หญิงอื่นไปกินข้าวทั้งที่ตัวเองมีเมียอยู่แล้ว แถมด่าอีกฝ่ายว่าหน้าด้าน เขาไม่พอใจมากเตือนว่าคนที่ท่านด่าเป็นเมียและเป็นแม่ของลูกของเขา กรุณาให้เกียรติเธอด้วย

“นี่คุณเมศว์กล้ายกย่องนังโสเภณีนั่นต่อหน้าน้าเชียวหรือ นังเลวนั่นมีอะไรดี”

ราเมศว์ขอร้องท่านอย่าเรียกปราลีแบบนี้อีกเพราะเขาคงไม่สุ่มสี่สุ่มห้าคว้าผู้หญิงคนไหนมาเป็นเมียเป็นแม่ของลูก เขามีสติสัมปชัญญะพอถึงไม่แตะต้องสุนีรัตน์แม้จะมีคนพยายามยัดเยียดให้ก็ตาม

“ถ้าผมเป็นคุณน้า ผมจะทะนุถนอมให้น้องรัตน์อยู่ในโลกบริสุทธิ์ของแก จะไม่มีวันยอมพาแกออกมาแปดเปื้อนเพราะความเห็นแก่ตัวเห็นแก่หน้าตาของตัวเองเด็ดขาด” โดนด่าเต็มๆ คุณหญิงเจริญศรีพาลจะเป็นลม ลิ้นจี่เข็นรถเข็นมาทันได้ยินพอดีปรามราเมศว์ไว้ แล้วบอกให้คุณหญิงเจริญศรีกลับไปก่อน ตนจะคุยกับลูกเอง รับรองจะไม่มีวันยอมให้เขาเอาผู้หญิงพรรค์นั้นมาเป็นลูกเป็นเมีย

“แต่ลูกชายของคุณพี่...” คุณหญิงเจริญศรีพูดได้แค่นั้น ลิ้นจี่โวยวายขัดจังหวะเสียก่อน

“ลูกชายเหรอ...ใครบอกคุณหญิงล่ะ มันก็แค่มารหัวขนที่แม่ใจง่ายเอามาทิ้งขยะไว้ แล้วพี่เมตตาขุนมันมาต่างหาก มันเป็นหนี้บุญคุณพี่ มันต้องทำทุกอย่างที่พี่สั่งไม่อย่างนั้นมันจะได้ชื่อว่าไอ้คนอกตัญญู”

ราเมศว์หันหลังเดินจากไปโดยไม่ฟังเสียงเรียกให้กลับมาก่อนของลิ้นจี่ เมื่อมาถึงหน้าประตูรั้ว ราเมศว์โทร.บอกรังสรรค์ว่ากำลังจะไปเอารถที่บ้านของเขาแล้วจะเลยไปหาปราลี รังสรรค์ขอร้องอย่าเพิ่งไป ให้มาหาเขาที่บ้านก่อนก็แล้วกัน จากนั้นราเมศว์เรียกรถแท็กซี่ให้ไปส่ง...

แม้จะรู้ประวัติราเมศว์ว่าเป็นแค่เด็กที่ลิ้นจี่เก็บมาเลี้ยง แต่คุณหญิงเจริญศรีก็ไม่ถือเรื่องชาติกำเนิดของเขา เพราะเชื่อมือลิ้นจี่ว่าต้องอบรมเขามาอย่างดี และยังไว้ใจที่จะฝากชีวิตลูกสาวไว้กับเขา แต่ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่เธอกังวล ลิ้นจี่ดักคอถ้าเป็นเรื่องปราลีก็ให้เลิกกังวลได้เลย เพราะท่านไม่มีวันยอมให้นังนั่นมาเหยียบบ้านหลังนี้เด็ดขาด คุณหญิงเจริญศรียังคาใจแล้วจะทำอย่างไรกับราเมศว์

“พี่มีวิธีจัดการกับมัน” ลิ้นจี่สีหน้ามั่นใจ...

ทางฝ่ายรังสรรค์รู้เรื่องที่ลิ้นจี่ขุดชาติกำเนิดราเมศว์ขึ้นมาพูดต่อหน้าคุณหญิงเจริญศรี แนะให้เขาออกมาจากที่นั่นได้แล้ว คำพูดของท่านแสดงให้เห็นว่าท่านไม่เคยเห็นเขาเป็นลูก ท่านมองเขาเป็นสวะ เป็นแค่สัตว์เลี้ยงแสนรักเท่านั้น ราเมศว์ไม่วายแดกดันตัวเองก็ยังดีที่ท่านรัก

“แล้วพี่เมศว์จะทำตัวเชื่องๆให้ท่านรักเมตตาต่อไปอีกไหมครับ”

“คนเราเมื่อเดินหน้าแล้วก็ไม่ควรจะถอยหลังกลับไม่ใช่หรือ”

รังสรรค์ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ บอกกับปุ้มปุ้ยที่อยู่ในอ้อมแขนว่าดีใจไหมที่คุณลุงตัดสินใจได้ถูกต้อง ราเมศว์ทักท้วงน่าจะใช้คำว่าเลิกโง่แล้วมากกว่า สองพี่น้องหัวเราะขำ ทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย

ooooooo

แม้จะถูกน้องชายห้ามไว้ แต่ราเมศว์เป็นห่วงปราลีเกินกว่าจะห้ามใจตัวเองได้ ตัดสินใจแวะไปหา พวนไม่ยอมให้เข้า อ้างปราลีไม่อยากพบใคร เขาไม่สนใจเบี่ยงตัวเข้าไปข้างในจนได้ แสงรวีอยากรู้ว่าเขาบุกมาถึงนี่มีธุระอะไร เขาจะมาขอโทษและปรับความเข้าใจกับปราลี

“แม่คะ ปุ๋มจะพาลูกหมูไปนอนก่อนนะคะ” ปราลีคิดจะเลี่ยงไม่เจอราเมศว์ แต่แสงรวีไม่เป็นใจให้

“แม่เอาไปนอนเอง ปุ๋มมีแขกส่วนแม่ไม่มี...ไปลูก ไปนอนกับคุณยายก่อน ให้คุณแม่คุยกับแขกไป”

เขียนชวนถวิลไปจัดการเรื่องส่วนตัวของเราแล้วพากันเดินหายไปทางหลังบ้าน ปล่อยให้ราเมศว์กับปราลีคุยกันตามลำพัง เธอจะไปบ้างเขาคว้าแขนไว้ ขอร้องอย่าเพิ่งไปเรามีเรื่องต้องคุยกัน เขาขอโทษสำหรับเรื่องเมื่อตอนกลางวัน ปราลียอมรับคำขอโทษแล้วขยับจะไป เขาดึงเธอมานั่งบนตักแล้วกอดไว้จะได้ไม่หนีไปไหนอีก เธอสั่งให้ปล่อย เขาจะปล่อยก็ต่อเมื่อเธอสัญญาก่อนว่าจะไม่ลุกหนีจนกว่าจะฟังเขาพูดจบ

ปราลีให้สัญญา ราเมศว์ถึงได้ยอมปล่อยมือ เธอรีบลงจากตักเขามานั่งที่โซฟา ราเมศว์เล่าว่าเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวันทำให้เขาตัดสินใจได้เด็ดขาดแล้วว่าจะหย่าขาดจากสุนีรัตน์ ถ้าขืนอยู่กับเธอต่อไปเท่ากับทำบาปต่อเธอและต่อตัวเอง เราสองคนทุกข์ทรมานและ ไม่เคยมีความสุขเลย วิธีที่ดีที่สุดคือปล่อยเธอเป็นอิสระ ให้เธอกลับไปมีชีวิตของเธอตามเดิม การกักขังเธอไว้ด้วยทะเบียนสมรสจะทำให้เธอเฉาตาย

“ขอเวลาให้ผมอีกนิด ผมจะพยายามจัดการทุกสิ่งทุกอย่างให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุดแล้วเราจะกลับมาอยู่ด้วยกัน ลูกหมูจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่” ราเมศว์ลุกมานั่งใกล้ๆโอบกอดปราลีไว้ ทีแรกเธอแข็งขืนแต่แล้วก็โอนอ่อนผ่อนตาม “ผมไม่เคยรักใครนอกจากคุณ แล้วก็ลูกของเรา”...

ราเมศว์กลับไปได้สักพักหนึ่งแล้ว แต่ไออุ่นจากอ้อมกอดเขายังไม่จางหาย ปราลีรู้สึกสับสนไปหมด มัวแต่ใจลอยไม่ได้ยินเสียงแสงรวีเข้ามาจนกระทั่งท่านถามว่าราเมศว์กลับไปแล้วหรือ เธอหันไปกอดแม่ทั้งน้ำตาเหมือนต้องการที่พึ่ง แสงรวีลูบผมลูกเบาๆพลางบอกว่ายังเชื่อมั่นว่าราเมศว์เป็นคนดีและรักลูกจริง อยากให้ลูกไว้ใจเขา เชื่อใจเขาว่าจะจัดการทุกสิ่งทุกอย่างได้

“เลิกตั้งข้อแม้แล้วก็นึกถึงอนาคตข้างหน้าของลูกหมู ลูกแล้วก็เขา นังลิ้นจี่มันทำกับเรามามากแล้ว ถึงเวลาที่มันต้องชดใช้สักที” แววตาของแสงรวีเป็นประกายด้วยความสะใจ...

กว่าราเมศว์จะกลับถึงบ้านก็ดึกมากแล้ว ยังไม่ทันจะก้าวเท้าเข้าตัวตึก อำไพที่รอท่าอยู่รีบบีบน้ำตาวิ่งเข้ามาบอกว่าคุณนายเสียใจมากที่พูดไม่ดีกับเขา ท่านอยากจะขอโทษก็เลยให้ตนมาเรียนเชิญ

“เอาไว้พรุ่งนี้ก็แล้วกันคืนนี้ดึกแล้ว” พูดจบราเมศว์เดินลิ่วเข้าข้างในทิ้งอำไพให้ยืนหน้าเหวออยู่ตรงนั้น...

ลิ้นจี่ยัวะจัดถึงกับกวาดข้าวของบนโต๊ะเครื่องแป้งตกแตกกระจายเมื่อรู้จากอำไพว่าราเมศว์กระด้างกระเดื่องไม่ยอมมาพบ โทษว่าเพราะเขาไปอยู่กับรังสรรค์มากก็เลยถูกยุให้แข็งข้อ แต่คนอย่างตนไม่มีวันยอมแพ้ ตนต้องเอาราเมศว์คนเดิมกลับมาให้ได้...

การได้กลับไปอยู่บ้านตัวเองทำให้สุนีรัตน์พบว่าสนุกกว่าอยู่ที่นี่ อีกทั้งพักหลังๆราเมศว์ไปธุระข้างนอกบ่อยทำให้เธอเหงา จึงบอกกับเขาว่าอยากกลับบ้าน เขาไม่ขัดข้องบอกให้เธอเข้านอนได้แล้วพรุ่งนี้จะไปส่ง

ooooooo

ลิ้นจี่ถึงกับปรี๊ดแตกเมื่อราเมศว์เข้ามาแจ้งว่าจะพาสุนีรัตน์ไปส่งบ้าน ตะคอกถามจะทำอะไรเคยคิดถึงตนบ้างไหม เท่าที่เขาทำอยู่ทุกวันนี้คนอื่นจะถอนหงอกตนหมดหัวแล้ว

“น้องรัตน์บอกผมว่าอยากกลับไปอยู่บ้าน”

ท่านหาว่าราเมศว์ต้องการจะขับไล่ไสส่งสุนีรัตน์เพื่อจะได้เอาปราลีมายกย่องเป็นเมีย ตนไม่ยอมให้เขาเอาทรัพย์สมบัติของตนไปเลี้ยงดูมัน ราเมศว์ไม่ได้ต้องการทรัพย์สินเงินทองของท่านแม่แต่แดงเดียว และจะพิสูจน์ ให้ท่านเห็นด้วยการออกไปอยู่ข้างนอกนับจากวันนี้เป็นต้นไป แล้วเดินออกไปเลยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองลิ้นจี่ด่าไล่หลังสาดเสียเทเสีย

ถึงจะโดนด่าว่าแต่ราเมศว์ก็ยังเป็นห่วงเป็นใยลิ้นจี่ วานให้สุคนธ์ช่วยไปดูท่านให้ด้วย เขาต้องไปส่งสุนีรัตน์ที่บ้าน กลับมาเมื่อไหร่จะเล่าให้เธอฟังว่าเกิดอะไรขึ้น

ลิ้นจี่อาละวาดหนักที่ถูกราเมศว์ขัดใจไม่มีใครเข้าหน้าติด สุคนธ์พยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบแต่ก็ไร้ผล

ooooooo